The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นางสาวนภัสสร พรพินินวรกิจ เลขที่7

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by numsek95, 2021-09-02 12:48:10

นางสาวนภัสสร พรพินินวรกิจ เลขที่7

นางสาวนภัสสร พรพินินวรกิจ เลขที่7

ความรทู้ วั ไปของ
แบดมนิ ตนั

นางสาวนภสั สร พรพินินวรกจิ เลขท่7ี

คํานํ า

รายงานเลม นี้จดั ทําข้นึ เพ่ือเป็นสวนหน่ึงของวิชา
สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 5 เพ่ือ
ใหไ ดศกึ ษาอยางเขาใจเพ่ือเป็นประโยชนกบั การ

เรียน
ผจู ัดทาํ หวงั วา รายงานเลม นี้จะเป็นประโยชนกบั
ผูอาน หรอื นักเรยี น นักสึกษา ทีก่ ําลงั หาขอ มลู

เร่ืองนี้อยู หากมีขอ แนะนําหรือขอ ผดิ พลาด
ประการใด ผูจ ดั ทาํ ขอน อมรบั ไวและขออภยั มา ณ

ทนี่ ี้ดวย
ผูจัดทาํ นางสาวนภสั สร พรพนิ ินวรกิจ

สารบัญ

1. ประวตั ิความเป็นมาเป็นมากฬี าแบดมินตัน
2. ประโยชนจากการเลน กีฬาแบดมินตนั
3. มารยาทท่ดี ีของกฬี าแบดมนิ ตนั
4. วิธกี ารเลน กฬี าแบดมนิ ตันดว ยความปลอดภัย
5. วิธเี กบ็ รักษาอปุ กรณกีฬาแบตมินตนั
6. การอบอนุ รา งกายกอนการเลนแบดมินตนั
7. การอบอุนรางกายกอนการเลนแบดมนิ ตนั
8. กติกาการแขง ขันกฬี าแบดมินตนั

ประวัติความเป็ นมาเป็ นมา

กีฬาแบดมินตนั

ประวัตคิ วามเป็นมาเป็นมากฬี าแบดมินตนั
กีฬาแปดมนิ ตัมเช่ือวามกี ารเลน ครัง้ แรกทยี่ ุโรปสมัยตอนปลายศตสรรษที่
17 แตไมม หี ลักฐานอยางแนชดั วา เลน กนั แพรห ลายในหมูพระราชวงศของ

สํานักตา งๆ และมีช่อื เรยี กตา งกนั ไปดว ย
ประวตั ิของกฬี าแบดมินไดบ ันทึกไวเ ป็นหลักฐานท่ีแนนอนในปี ค.ศ. 1870
คือ กฬี าลูกขนไกเ กดิ ข้นึ ที่ประเทศอนิ เดีย เมืองปนู า ภายหลงั นายทหาร

องั กฤษ ทปี่ ระจาํ การอยูทีน่ ัน่ นําเอาการเลนแบบนี้ไปเผยแพรท ปี่ ระเทศ
องั กฤษและเป็นทนี่ ิยมอยางกวางขาวง โดยเฉพาะท่คี ฤหาสน "แบดมินตัน"
ของดยุคแหงบิวฟอรด และกีฬาลูกขนไกกม็ ชี ่อื เรียกวา "แบดมินตัน" ตอ มา
ชาวยโุ รป่ีอพยพไปอยูอ เมรกิ า นําเอากฬี านี้ไปเผยแพรดว ย รวมทงั้ ประเท

ศอ่นื ๆในทวีปเอเชยี ก็ไดร บั การเผยแพรตอๆกันมา
สมาคมแบดมนิ ตันไดต งั้ ข้นึ ในประเทศอังกฤษ ในปี ค.ศ.1893 โดยเรียกวา
"สมาคมแบดมนิ ตันแหง ประเทศองั กฤษ หรอื เรยี กวา "ออลองิ แลนด" โดยเริ่ม
จดั ตงั้ อตป ี ค.ศ.1889 และในปี ค.ศ. 1934 ไดตัง้ สหพันธแ บดมนิ ตันระหวา ง

ชาติข้นึ โดยมีศูนยก ลางอยูท่กี รงุ ลอนดอน มีบทบาทในการกาํ หนด และ
ควบคุมระเบยี บขอ บงั คับและกตกิ าดางๆ ของเกมแบดมินตนั ทวั่ โลก ปัจจุบนั

มีประเทศท่อี ยูในเครอื สมาชิกกวา 60 ประเทศ
เซอร จอรช โธมสั เป็นนักแบดมนิ ตันขององั กฤษทไ่ี ดรับแตงตัง้ ใหเ ป็น
ประธานสหพันธคนแรก เขาไดม อบถวยโธมสั สาํ หรับการแขงขันแบดมินตัน
ชงิ ชนะเลศิ กฬี าแบดมินตันเป็นทนี่ ิยมเลนทัง้ ชายและหญงิ สหพันธจ ึงจดั ให
มีการแขงขนั แบดมินตนั สาํ หรับสตรขี ้ึน โดยไดร บั ถวยรางวัลซ่งึ บริจาคโดย
มสิ ซิส เอช. อเู บอร อดีตนักกีฬาแบดมินตันขององั กฤษ เรียกวา "อูเบอรค พั "
เร่ิมจกั ารแขง ขันเม่ือปี 1955 สําหรบั การแขง "ออลอิงแลนด" ถือเป็นการ
แขงขันประจาํ ปี วงการแบดฯจะยกยอ งผูท ่ชี นะเลิศในประเภทตา งๆ วาเป็น

แชมเปี้ยนโลกอยางไมเ ป็นทางการเสมอ

ประโยชนจากการเลนกฬี า
แบดมินตัน

1. ชว ยเพ่มิ ความ 4.ชว ยเพมิ่ อตั รา
ยืดหยุน ของอวัยวะ การเตน ของหวั ใจ
ตา งๆ ทําใหม คี วาม และควบคุมอัตรา
คลอ งตัวและระบบ การหายใจใหล กึ
ไหลเวียนเลอื ดดีข้นึ และดีข้นึ ดว ย สง

ผลใหม อี ายุยนื

2.ทําใหรา งกายแขง็ 5.แบดมนิ ตันมี
แรงและอวัยวะทุก กลยุทธการตลี ูก
สว นไดพฒั นาอยู หลายแบบ จงึ ทาํ ให
เสมอโดยเฉพาะขอ ผูเ ลนไดฝ ึกฝนการ
มอื แขน ขา และ ใชสตปิ ัญญาอยูเสมอ

สายตา

3.ชว ยใหร ะบบ 6. ชวยผอนคลาย
ยอ ยอาหารทาํ งาน ความตึงเครียด
ปลดปลอ ยอารมณ
ดีข้ึน เพมิ่ อตั รา ทําใหห า งไกลจาก
การเผาผลาญ ภาวะซมึ เศรา
อาหารใหส งู ข้นึ

มารยาททดี ีของกีฬาแบดมินตัน

มารยาทผูเลน

1. ผูแขงขันตอ งตระหนักอยูเ สมอวาผูเขาแขงขันเป็นนักกฬี าสมัครเลน ซ่ึงตอ งมีน้ําใจเป็น

นักกฬี าอยูเสมอ และพรอมท่ีจะใหอภยั แกความผิดพลาดทกุ โอกาส โดยไมค ํานึงถงึ ผล

แพชนะเป็นสําคัญจนเกนิ ไป

2. ผเู ขา แขงขันแตง กายดวยชดุ กีฬาสีขาว สะอาด เรียบรอย

3. ยมิ้ แยมแจมใสตอคแู ขง ขันแสดงออกถงึ มิตรภาพความสุภาพ ออนโยนดวยการสัมผัสมือ หรอื เปิดโอกาสใหคแู ขง ขัน
ไดวอรม รวมทงั้ ไมเ อาเปรียบคูตอสูหรือคูแขงขนั ในการเสย่ี ง ใหโอกาสคูต อสเู ป็นผนู ําการเลอื กเสี่ยงกอน

4. ไมแ สดงกรยิ าทีไ่ มด ีเม่อื ทาํ เสยี เอง ดว ยทา ทางหรอื คําพูด รวมทงั้ การกลา วตําหนิผู
เลน ฝายเดยี วกนั

5. ใชคําพูดทสี่ ุภาพในการแขง ขัน

6. การถามขอสงสยั หรอื ถามคะแนนตอ ผูต ัดสินในระหวางการแขงขนั ควรจะใชถ อยคําท่สี ุภาพ

7. การอุทธรณคาํ วนิ ิจฉัยของผตู ดั สิน ก็เป็นอกี เร่อื งหน่ึงทีผ่ แู ขง ขนั ควรจะใชถ อ ยคําท่รี ะมดั ระวัง และเม่อื ไดท ําการ
อทุ ธรณแลว ผูอทุ ธรณตอ งอยูใ นความสงบ และพรอ มที่จะ
ทาํ การแขง ขนั ตอไปได และเม่อื ผตู ัดสินชีข้ าดอยา งไรก็ตอ งปฏิบัตติ ามดวยความเตม็ ใจ

8. เม่ือขณะดําเนินการแขง ขันอยหู ากจะหยุดพัก เชน ขอเช็ดเหง่ือ ด่มื น้ํา เปลยี่ นแรก็ เกต เปล่ยี นรองเทาถงุ เทา ฯลฯ
ตอ งขออนุญาตผตู ัดสินทกุ ครัง้ เม่อื ไดรบั อนุญาตแิ ลว จงึ
ปฏบิ ัติได
9. ในการสงลกู เสยี ไปใหค ตู อ สูจ ะตองสง ลกู ขา มตาขา ยไปใหเสมอ การสง ลูกลอดใตต าขา ยไปใหค ูตอ สถู อื วา เป็นการ
เสียมารยาทอยางรนุ แรง

10. ในระหวางการแขง ขัน ถา ผูตดั สนิ ทาํ หน าทผี่ ดิ พลาดแตเราอยใู นฐานะไดเ ปรียบไมควรใชความไดเ ปรียบนัน้ เป็น
ประโยชน

11. การตลี กู เสยี นักกีฬาทีด่ ตี อ งรอ งออกมาดัง ๆ วา "เสีย" โดยไมต อ งรอใหผ ูต ดั สินรอ งออกมากอน แตถ าผูต ดั สนิ ดู
ไมท ัน ผูตีลกู เสียไมควรจะฉวยโอกาสเลนตอ ไปดว ย เพราะการฉวยโอกาสเชน นี้เป็นการกระทาํ ทไี่ มสจุ รติ

12. เม่อื การแขง ขนั เสรจ็ สิน้ ลง ถา เราเป็นฝายชนะจะตองไมแสดงความดีใจจนเกนิ ควร ตองเขาไปจับมือคูแขง ขนั
ทนั ทพี รอ มแสดงความเสียใจ ถาเป็นฝายแพไ มค วรจะแสดง
อารมณฉนุ เฉียวตอ งควบคุมอารมณ และรีบไปแสดงความยินดีกับคูแขง โดยทันทีเหมอื นกนั

13. ยอมรบั และเช่อื ฟังการตัดสนิ โดยไมโ ตแ ยง และเม่ือเสรจ็ สิน้ การแขงขนั ควรแสดงความเคารพผูตัดสนิ้

14. ในสนามท่มี ผี มู ารอเลนอยมู าก และไมใ ชก ารแขงขัน ไมควรเลน กันนานจนเกนิ ไป ควรเปิดโอกาสใหผอู ่ืนไดเ ลน
บา ง

วธีการเล่นกีฬาแบดมนิ ตนั ด้วยความ
ปลอดภยั

1.ควรมีสภาพรางกายพรอมท่ีจะเลน ไมมโี รคภยั ไขเจ็บท่ีเป็น
อนั ตรายจากการออก
กาํ ลงั กาย

2. กอนการเลน ควรตรวจสภาพของสนามใหเรียบรอ ยมัน่ คง แขง็
แรง พ้นื สนามตอ งเรยี บ

ไมล ่ืน ไมม หี ลุม บอ ไมมสี ิ่งกดี ขวาง เสาและหวงประตอู ยใู นสภาพ
ใชงานได

3. ตอ งแตงกายชดุ เลน กีฬาใหเหมาะสมกับการเลนเนตบอล สวม
เส้ือ กางเกง ถงุ เทา

รองเทา ทไ่ี มหลวม หรอื คบั เกนิ ไป

4. ลูกบอลตองไมอ อ น หรอื แข็งเกินไป

5. ในการเลนตอ งปฏิบตั ติ ามกติกาโดยเครง คัด ไมลอ เลยี นหรือ
กลนั่ แกลงเพ่ือนระหวา ง
การเลน หรือขณะฝึกซอม

วธเี กบ็ รักษาอุปกรณก์ ฬี าแบตมินตนั

1. ควรหลกี เหล่ียงบรเิ วณทมี่ แี สงแดดจดั หรอื มอี ุณหภูมิ ตัง้ แต
40 องศาข้นึ ไป เพราะจะมีผลตอเฟรมของไม อาจเกดิ การโคง งอ
ได เอ็นเส่ือม เอน็ กรอบ ได

2. ไมควรวางของทม่ี นี ้ําหนักมากกดทับ ไมแบดมินตนั

3. หลงั จากเลน เสรจ็ ควรทาํ ความสะอาดไมแบดมินตันดว ยผา
สะอาด ชบั ตรงบริเวณดา มจับ หรอื เช็คบรเิ วณทมี่ ีคราบเหง่ือไคลที่
เป้ ื อน

4. ถา เป็นไปได ตอนซ้อื ไมแบดมาครัง้ แรก ไมค วรลอกพลาสตกิ
ตรงดามจบั ออก เพราะเน่ืองจากบางคนทมี่ เี หง่อื ออกมากๆ จะ
ทาํ ใหเหง่ือไหลซึมเขา ไปบริเวณดามจบั และย่งิ ถา เราไมเชค็ ดา ม
จับหลังเลนเสรจ็ ก็อาจเกิดการสะสมของคราบเหง่ือไคล และนําไป
สกู ารแตกหกั บรเิ วณดา มจับ เพราะเน่ืองจากดา มจบั เป็นไม

5. เม่ือเอน็ ขาด เราควรทําการตัดเอน็ ทงิ้ โดยทนั ที เพราะถา ไมตดั
เอน็ แลว เฟรมของไมอ าจการเกดิ การบิดเบีย้ วได

การอบอนุ รางกายกอนการเลน
แบดมนิ ตัน

การอบอุนรางกาย คือ การเตรยี มสว นของ
รางกายหรอื อวยั วะทเ่ี ก่ยี วขอ งกับการ

เคล่อื นไหวท่จี ะเกิดข้ึนตอไปในการออกกาํ ลัง
กายใหร ูตวั และพรอมที่จะทาํ งานหนักได การ
อนุ รา งกายทําโดยการเคล่อื นไหวรางกาย เชน
การสะบัดแขง สะบัดขา การแกวง แขนขาหรือ
ทํากายบรหิ ารดว ยการเตน หรอื กระโดด การ
เดินเรว็ ๆ หรือวง่ิ เหยาะชา ๆ หรอื การว่ิงกบั ที่
อยูช ัว่ ระยะเวลาหน่ึง ซ่งึ จะทาํ ใหอณุ หภมู ขิ อง
รา งกายสงู ข้ึน หวั ใจเตน เรว็ ข้ึนเลก็ น อย ทาํ ให

มเี ลือดไปเลีย้ งกลามเน้ือตา งๆ มากข้นึ เพ่ือ
เตรยี มพรอ มในการรับงานหนักตอ ไป

ทกั ษะพ้ืนฐานกฬี าแบดมินตัน

วิธีการจบั ไมแ บดมนิ ตัน
กอนทจี่ ะเรียนรูถึงทักษะการเลน กีฬาแบดมินตันใด
ๆ ผเู รยี นจะตองจับไมแบดมนิ ตนั ใหถ กู วิธีเสียกอน

วิธีการคอื ผูท่ถี นัดมอื ขวาก็ใชมือขวาจับโดยย่ืน
มอื ขวาออกไปขางหน าเหมือนกับการจบั มอื กบั
บคุ คลอ่ืนที่ถูกแนะนําใหรูจกั โดยใหน ิ้วทัง้ 4 กาํ รอบ
ดามไมแ บดมนิ ตนั นิ้วหัวแมม อื กบั นิ้วชจี้ ะอยูตรง
ดา นสนั ของดา มไมแ บดมินตนั เป็นรปู ตัว วี โดย
ตาํ แหนงนิ้วหวั แมมอื จะทาบอยูทางดานแบนของ

ดามไมแบดมนิ ตัน

การจบั ลกู แบดมินตนั
เม่ือรูถึงวธิ ีการจับไมแลว ตอไปก็ตอ งรูถึง
การจับลูกขนไกซ ่งึ เป็นอุปกรณประกอบ
การเลนกฬี แบดมนิ ตัน การจบั ลูกขนไกม ี

ความสาํ คญั อยางมากในการเสริ ฟ ลูก
การจบั ลูกขนไกท ่นี ิยมกนั ม3ี วธิ คี ือ

จบั ทีห่ วั ไมคอรกของลูก โดยใชน ิ้วหัว
แมม อื นิ้วชี้ และนิ้วกลางจับลกู

จบั ทป่ี ลายขนไกดา นในของลูกโดยใช
นิ้วหวั แมม ือกับนิ้วชี้

จับโดยการวางลกู อยบู นฝามือ

กติกาการแขง ขันกีฬาแบดมนิ ตนั

กติกาเบ้ืองตน

1. การออกนอกเสน มกี ารกําหนดเสนออกแตงตา งกันในกรณีเลนเดีย่ วและเลนคู
2. การเสิรฟลูก ตามกติกา ที่ถกู ตอ ง คอื
1. หัวไมข ณะสมั ผัสลูกตอ งต่ํากวาขอ มอื อยา งเหน็ ไดชัด
2. หัวไมข ณะสมั ผัสลูกตองต่าํ กวาเอวอยา งเห็นไดชัด
3. ผูเ ลน ตอ งไมถ วงเวลา หรอื เสริฟชา หรือเสริฟ 2 จังหวะ การเสรฟิ ตองเสริฟไปดว ยจงั หวะ
เดียว
4. ขณะเสิรฟ สวนใดสว นหน่ึงของเทา ทงั้ 2 ขางตองสมั ผัสพ้ืนตลอดเวลา
5. การเสริ ฟลูกทถ่ี กู ตอง ตอ งใหแ ร็กเกต็ สมั ผสั กบั หัวลกู กอน หากโดนขนกอ นถือวาผดิ กตกิ า
3. ขณะตลี กู โตก นั หามนําสว นหน่ึงสว นใดของรางกายหรือไมแบดไปสมั ผัสกบั เน็ท
4. หามตีลกู ทฝ่ี ั่งตรงขามโตก ลบั มาในขณะที่ลูกยังไมข า มเน็ทมายังแดนเรา(Over net)

รายละเอยี ดของกตกิ าการนับคะแนนมดี งั นี้
1. แมทชห น่ึงตอ งชนะใหไดมากท่สี ดุ ใน 3 เกม
2. ทกุ ประเภทของการแขงขนั ฝายทีไ่ ด 21 คะแนนกอนเป็นฝายชนะในเกมนัน้ ยกเวนเม่ือได
20 คะแนนเทากนั ตอ งนับตอ ใหม ีคะแนนหางกนั 2 คะแนน ฝายใดไดคะแนนนํา 2 คะแนน
กอ นเป็นผูชนะ แตไ มเ กนิ 30 คะแนน หมายความวา หากการเลน ดาํ เนินมาจนถึง 29 คะแนน
เทา กัน ฝายใดได 30 คะแนนกอ น เป็นผูช นะ
3. ฝายชนะเป็นฝายสงลูกตอ ในเกมตอไป
4. ฝายชนะการเสีย่ งสิทธิเ์ ป็นฝายสง ลกู ไดก อ น หากฝายตรงขา มทาํ ลกู "เสยี " หรือลกู ไมไดอยู
ในการเลน ผูเลอื กสง ลูกกอ นจะไดค ะแนนนํา 1-0 และไดสงลกู ตอ แตห ากผูสง ลูกทาํ ลกู "เสยี "
หรือลูกไมอยูในการเลน ฝายตรงขามจะไดคะแนนตามมาทันทเี ป็น 1-1 และฝายตรงขามจะได
สิทธิส์ ง ลกู แทน ดาํ เนินเชน นี้ตอ ไปจนจบเกม
5. ประเภทคูใหสง ลูกฝายละ 1 ครัง้ ตามคะแนนที่ได ขณะที่เปล่ยี นฝายสง ลกู หากคะแนนเป็น
จาํ นวนค่ี ผูอ ยคู อรด ดา นซา ยเป็นผูสง ลูก หากคะแนนเป็นจํานวนคูผอู ยูคอรด ดานขวาเป็นฝาย
สงลกู

หมายเหตุ ศกึ ษากติกาโดยละเอยี ดไดทเ่ี วบ็ ไซต สมาคมแบดมินตนั แหง ประเทศไทย ใน
พระบรมราชปู ถัมภ
การดิวส

หาก ผูเลนทงั้ สองฝายทําคะแนนไดเ ทากันในคะแนนท่ี 20 จะมีการเลนตอ จนกวาวา จะมี
คะแนนมากกวาฝายตรงขาม 2 คะแนน แตถา ยังไมส ามารถทําคะแนนหา งกนั 2 แตม ได จะ
เลน ตอ ไปเร่อื ยๆ แต เม่อื แตมได 29 เทา กัน ใครทท่ี ําไดแ ตม 30 กอ นจะเป็นฝายชนะ

บรรณานกุ รม

https://sites.google.com/site/kilabaedmintan01/ktika-
laea-maryath-kar-len-baedmintan-1

https://sites.google.com/site/doisaketwittayakomsports/k
lu-sm-sara-sukh-suksa-elea-phlsuksa/kila-
baedmintan/thaksa-kar-len-kila-baedmintan

https://sites.google.com/site/stretchingexercise/khwam-
hmay-khxng-kar-xbxun-rangkay

https://www.sportsmaax.com/blog/news-and-event/risk-
reduction-badminton/


Click to View FlipBook Version