1
ข้อมลู ระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปา่ ไมแ้ ละระดับอา้ งอิงภาคปา่ ไม้ (FREL/FRL) ที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้
จัดเตรียมขนึ้ ภายใต้การกากบั ดูแลของคณะกรรมการกากับทางวิชาการ (Technical Working Group: TWG)
ภายใต้การดาเนินการเตรียมความพร้อมต่อกลไกเรดด์พลัสของประเทศไทย ซึ่งอยู่ในความดูแลของ
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์ุพืช (Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation:
DNP) กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (Ministry of Natural Resources and Environment:
MONRE). คณะกรรมการกากับทางวิชาการ ประกอบด้วย กรมป่าไม้ (Royal Forest Department: RFD),
สานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (Geo-Informatics and Space
Technology Development Agency (Public Organization): GISTDA), กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ัง
(Department of Marine and Coastal Resources: DMCR), กรมพัฒนาที่ดิน (Land Development
Department: LDD) และหนว่ ยงานภาครัฐอื่นๆ ท่ีเกยี่ วข้อง
การจดั ทาข้อมูลระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิงภาคปุาไม้ (FREL/FRL) โครงการ
เตรียมความพร้อมต่อกลไกเรดด์พลัส (Readiness Preparation Proposal: R-PP) ได้รับการสนับสนุน
ทางด้านเทคนิควิชาการ (Technical Assistance: TA) จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ
(Food and Agriculture Organization of the United Nations: FAO) ซึ่งเป็นการดาเนินงานภายใต้
โครงการกองทุนหุ้นส่วนคาร์บอนภาคปาุ ไม้ (Forest Carbon Partnership Facility :FCPF) แห่งธนาคารโลก
(World Bank) ทีมงานเทคนคิ วิชาการไดร้ ับการสนับสนุนจากสานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม (Office of Natural Resources and Environmental Policy and Planning: ONEP)
ซึ่งเป็นหน่วยงานประสานงานหลักของประเทศต่อกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปล่ียนแปลง
สภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change: UNFCCC) และ
การดาเนินงานยังได้รับการสนับสนุนจากกองประสานการจัดการการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(Climate Change Management and Coordination Division) อีกดว้ ย
2
การนาเสนอระดบั อ้างองิ ภาคปา่ ไม้ 8
ค่าประเมินการปลดปล่อยและการดดู กลบั 8
วตั ถปุ ระสงค์ของการส่งรายงานข้อมลู FREL/FRL 9
ความสอดคล้องของการรายงาน 10
บรบิ ทของประเทศไทย 12
นโยบายและกฎหมายทีเ่ กี่ยวข้อง 12
นโยบายระดบั ชาติทส่ี าคญั เกีย่ วกบั การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคปาุ ไม้ 12
การจัดตงั้ องค์กร 14
ภาคปุาไมข้ องประเทศไทย 18
สถานการณท์ เี่ ก่ยี วข้องของประเทศ ในชว่ งการทบทวนวรรณกรรมเพ่อื พัฒนา 22
ระดับการปล่อยอ้างองิ ภาคปุาไม้และระดับอ้างอิงภาคปาุ ไม้
23
วิธีการและทางเลอื กในการจดั ทาระดับการปลอ่ ยอ้างองิ ภาคป่าไมแ้ ละระดบั อ้างองิ ภาคปา่ ไม้ 23
ระดับและกจิ กรรม REDD+ 24
นยิ าม “ปุาไม้” 25
แหลง่ กักเกบ็ คาร์บอนและก๊าซเรอื นกระจก 26
ช่วงเวลาอ้างอิงและวิธกี ารดาเนินการ
26
การจัดทาระดบั การปลอ่ ยอ้างอิงภาคป่าไมแ้ ละระดบั อ้างอิงภาคป่าไม้ 27
ข้อมลู กิจกรรม 28
การประเมนิ การเปลย่ี นแปลงพ้ืนท่ีปาุ ไม้ 32
การประเมินค่าความถูกตอ้ งของแผนท่ี 33
ผลลพั ธข์ องข้อมลู กจิ กรรม
38
คา่ สมั ประสิทธ์ิการปลดปลอ่ ยและการดดู ซับ 38
ขอ้ มลู การสารวจทรัพยากรปุาไม้ 42
วธิ ีการคานวณค่าสัมประสทิ ธ์ิการปล่อยและการดูดกลับ 46
การคานวณค่าสัมประสิทธิ์การปลดปล่อยและการดดู กลบั
49
การประเมินค่าการปล่อยและคา่ การดดู กลับและคา่ ความไมแ่ นน่ อน 49
วธิ ีการคานวณค่าการปลดปล่อยและการดูดกลับ 50
การปลดปล่อยและการดดู ซับสาหรับกลุ่มการเปลย่ี นแปลงการใช้ประโยชนท์ ่ีดิน 52
แผนของการปรบั ปรงุ ระดบั อ้างองิ ภาคปุาไม้ในอนาคต
54
เอกสารอ้างอิง
3
ตารางที่ 1 ระดบั การปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้ และระดับอ้างองิ ภาคปุาไม้ (FREL/FRL) ของประเทศไทย 8
ปี พ.ศ. 2549-2559
ตารางท่ี 2 ชุดข้อมูลต่างๆ ท่ีใชเ้ พ่ือผลติ แผนที่และการประเมินความถูกต้อง 27
ตารางที่ 3 คา่ Error Matrix ของผลการประเมนิ ค่าความถกู ตอ้ ง 35
ตารางท่ี 4 คา่ การประเมนิ พ้นื ที่แบบแบ่งช้นั และค่า CI ของ Error Matrix 35
ตารางที่ 5 การประเมนิ พนื้ ที่แบบแบง่ ช้ัน และการเปลยี่ นแปลงปาุ ไมใ้ นแต่ละชนดิ และกจิ กรรม REDD+ 36
ตารางที่ 6 คา่ ช่วงความเชอ่ื มนั่ ของการเปลีย่ นแปลงปุาไม้ในแต่ละชนิดและกิจกรรม REDD+ 36
ตารางท่ี 7 สรุปรายละเอยี ดของ NFI และการศึกษาปาุ ชายเลน 41
ตารางท่ี 8 สมการอัลโลเมทรีท่ีใช้สาหรับคานวณค่ามวลชีวภาพเหนือพ้นื ดินของต้นไม้ 43
ตารางที่ 9 คา่ ความเบี่ยงเบนของสมการอลั โลเมทรีของ Chave และสมการไทย ในรปู ร้อยละ 43
(ยดึ ตามข้อมูลต้นไม้ตัวอย่าง 60 ต้น - รายละเอียดตามภาคผนวก)
ตารางที่ 10 อตั ราส่วนระหว่างลาตน้ ตอ่ ราก 45
ตารางที่ 11 ค่ามวลชวี ภาพเหนือพื้นดินต่อรายชนดิ ปุาไม้ ในแต่ละช้ัน หน่วย ตนั /เฮกตาร์ (วิธีการท่ี 1) 46
ตารางท่ี 12 ปริมาณการกักเกบ็ คาร์บอนต่อรายชนิดปุาไม้ หน่วย ตนั /เฮกตาร์ และคา่ ชว่ งความเชื่อมั่น 47
(คา่ ก่ึงหนึ่ง)
ตารางท่ี 13 คา่ สัมประสิทธ์ิการปลดปล่อยและการดูดกลับ (EFRF) หนว่ ย ตันAGB/เฮกตาร์ 48
ตารางท่ี 14 คา่ สมั ประสิทธิ์การปลดปล่อยและการดดู กลบั (EFRF) หนว่ ย ตันCO2/เฮกตาร/์ ปี 48
ตารางที่ 15 (ค่ากึ่งหน่ึง) ช่วงความเชื่อมั่นของคา่ สัมประสทิ ธิ์การปลดปลอ่ ยและการดดู กลับ 48
หนว่ ยเป็นเปอรเ์ ซ็นต์
ตารางที่ 16 คา่ การปลดปล่อยและการดูดกลบั (tCO2e) ในช่วงเวลาอ้างอิง 50
ตารางท่ี 17 คา่ ความไมแ่ นน่ นอน (Uncertainties) หน่วย เปอร์เซ็นต์ ในชว่ งเวลาอ้างองิ 51
ตารางที่ 18 คา่ การปลดปล่อยและการดูดกลับ: ผลรวมทงั้ หมดในชว่ งเวลาอา้ งองิ และการประเมินรายปี 51
โดยประเมนิ จากคา่ ความไมแ่ นน่ อน
4
ภาพที่ 1 แผนผังโครงสร้างองค์กรของหนว่ ยงานตัดสินใจด้านนโยบายท่เี ก่ียวข้องกบั สภาพภูมอิ ากาศใน 16
ประเทศไทย
ภาพที่ 2 แผนผังองค์กรของหน่วยงานตัดสนิ ใจเชงิ นโยบายท่ีเก่ียวข้องกับการเปลีย่ นแปลงสภาพภมู ิอากาศ 17
ในประเทศไทยและ REDD+
ภาพท่ี 3 แผนภาพแสดงขั้นตอนการทางานในกระบวนการ REDD+ 18
ภาพท่ี 4 กจิ กรรม REDD+ ทั้ง 5 กิจกรรม 24
ภาพท่ี 5 ข้ันตอนการจดั ทาเส้นแนวเขตปุาไม้ (Forest Mask) 29
ภาพที่ 6 แสดงแผนผงั การดาเนินงานเพ่อื วเิ คราะห์ประเมินพน้ื ทีป่ าุ ไมท้ ่ีเปลีย่ นแปลงและปรมิ าณพ้ืนที่ 31
โดยแบบจัดชั้น ขอ้ มลู ระหว่างการวเิ คราะห์แสดงเปน็ สีเขยี ว ขอ้ มลู สนับสนุนเปน็ สสี ้มและขอ้ มลู ผลลัพธ์
สุดทา้ ยเป็นสีฟาู 33
ภาพท่ี 7 ตวั อย่างของข้อมูลอ้างองิ (ภาพจากโปรแกรม Google Earth) 40
ภาพท่ี 8 รปู แบบแปลงตัวอย่าง 47
ภาพที่ 9 แสดงค่ามวลชีวภาพเหนือพื้นดนิ ต่อการคานวณรายชนิดปุาไม้ตามวธิ ีที่ 1 (approach 1)
คา่ เฉล่ียอย่างง่ายตอ่ รายช้ัน (strata) (A), ค่าเฉลี่ยอย่างง่ายของทุกแปลง (B) และการถ่วงนา้ หนกั ใน
แตล่ ะช้ัน (C) คา่ ถว่ งน้าหนกั ของช้ันแสดงเป็นสีเทา และจานวนแปลงตัวอยา่ งเป็นสดี า
5
AD ขอ้ มลู กจิ กรรม (Activity Data)
AGB มวลชีวภาพเหนอื พ้นื ดิน (Above Ground Biomass)
BAU การดาเนนิ กจิ กรรมตามปกติ (Business as usual)
BGB
BUR มวลชวี ภาพใต้พนื้ ดนิ (Below Ground Biomass)
CCCO รายงานความก้าวหนา้ ราย 2 ปี (Biennial Update Report)
CCMP ผู้ประสานงานดา้ นการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Convention Officer)
CCNS
แผนแมบ่ ทรองรบั การเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Master Plan)
CCTS คณะอนกุ รรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศดา้ นการประสานทา่ ทเี จรจา
และความรว่ มมือระหวา่ งประเทศ (Climate Change Negotiation Sub-Committee)
CDM
CH4 คณะอนกุ รรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน
CI (Climate Change Technical Sub-Committee)
CO2 กลไกการพัฒนาท่ีสะอาด (Clean Development Mechanism)
CO2eq
COP กา๊ ชมีเทน (Methane)
ช่วงความเช่ือม่นั (Confidence Interval)
DIO กา๊ ชคารบ์ อนไดออกไซด์ (Carbon dioxide)
DNA
ปริมาณคารบ์ อนไดออกไซดเ์ ทียบเท่า (Carbon dioxide equivalent)
DNP ที่ประชมุ สมชั ชารัฐภาคีอนสุ ัญญาสหประชาชาติวา่ ด้วยการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ
(Conference of the Parties to the UNFCCC)
EF
FAO กรมองค์การระหวา่ งประเทศ (Department of International Organizations)
หนว่ ยงานของผมู้ อี านาจเนินงานตามกลไกการพฒั นาทส่ี ะอาดของประเทศ
FREL (Designated National Authority) [สาหรบั ประเทศไทยคอื องคก์ ารบรหิ ารจดั การ
FRL
GgCO2eq กา๊ ซเรือนกระจก (องคก์ ารมหาชน) (อบก.)]
GHG กรมอทุ ยานแห่งชาติ สตั วป์ ่า และพันธ์พุ ชื
GIS (Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation)
GISTDA
ค่าสัมประสิทธ์ิการปลดปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจก (Emission Factor: EF)
GPG องค์การอาหารและการเกษตรแหง่ สหประชาชาติ
INDC (Food and Agriculture Organization of the United Nations)
ระดับการปลอ่ ยอา้ งองิ ภาคป่าไม้ (Forest Reference Emission Level)
ระดับอา้ งอิงภาคปา่ ไม้ (Forest Reference Level)
ปริมาณกกิ ะกรมั คารบ์ อนไดออกไซดเ์ ทียบเท่า (Giga grams of Carbon dioxide equivalent)
ก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse gases)
ระบบสารสนเทศภูมศิ าสตร์ (Geographic Information System)
สานกั งานพฒั นาเทคโนโลยอี วกาศและภูมสิ ารสนเทศ (องคก์ ารมหาชน)
(Geo-Informatics and Space Technology Development Agency)
แนวทางปฏบิ ัตทิ ่ีดี (Good Practice Guidance)
ข้อเสนอการมสี ว่ นร่วมทป่ี ระเทศกาหนด (Intended Nationally Determined Contribution)
6
IPCC คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลวา่ ด้วยการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ
(Intergovernmental Panel on Climate Change)
LDD
LULUCF กรมพฒั นาท่ดี นิ (Land Development Department)
การใชท้ ี่ดิน การเปลย่ี นแปลงการใชท้ ี่ดิน และภาคป่าไม้
MONRE (Land Use, Land Use Change and Forestry)
NC กระทรวงทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอ้ ม
NCPC (Ministry of Natural Resources and Environment)
รายงานแหง่ ชาติว่าดว้ ยการเปล่ยี นแปลงสภาพภมู ิอากาศ (National Communication)
NDA
NDC คณะกรรมการนโยบายการเปล่ยี นแปลงสภาพภูมิอากาศแหง่ ชาติ
NFI (National Committee on Climate Change Policy Committee)
NO2 หน่วยประสานงานหลกั (National Designated Authority)
ONEP
การมสี ว่ นร่วมทป่ี ระเทศกาหนด (Nationally Determined Contribution: NDC)
QA การสารวจทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ (National Forest Inventory)
QC กา๊ ซไนโตรเจนไดออกไซด์ (Nitrogen dioxide)
REDD+
สานกั งานนโยบายและแผนทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
REDD+ TF (Office of Natural Resources and Environmental Policy and Planning)
RFD การประกนั คณุ ภาพ (Quality Assurance: QA)
SOC
SNC การควบคมุ คุณภาพ (Quality Control: QC)
การลดการปล่อยกา๊ ซเรือนกระจก จาการทาลายปา่ และการทาใหป้ า่ เสอ่ื มโทรม ในประเทศ
TA กาลังพัฒนา รวมถึงการเพิม่ บทบาทในการอนุรักษ์ป่า การจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน และการ
TACCC เพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในพื้นท่ีป่าไม้ (Reducing Emissions from Deforestation and
Forest Degradation in Developing Countries plus the role of conservation of
TNC carbon stocks, sustainable management of forests and enhancement of
carbon stocks)
tCO2e คณะทางานเฉพาะกจิ ด้านเรดด์พลัส (REDD+ Taskforce)
UNFCCC กรมป่าไม้ (Royal Forest Department)
คารบ์ อนอินทรยี ์ในดนิ (Soil Organic Carbon)
รายงานแหง่ ชาตวิ ่าด้วยการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ ของประเทศไทย ครัง้ ที่ 2
(Thailand’s Second National Communication)
ความช่วยเหลอื ดา้ นเทคนิค (Technical Assistance)
ความโปร่งใส ความถูกต้อง ความสมบรู ณ์ สามารถเปรียบเทยี บได้ และความสอดคลอ้ ง
(Transparent, Accurate, Complete, Consistent and Comparable)
รายงานแหง่ ชาตวิ า่ ด้วยการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู ิอากาศ ของประเทศไทย ครง้ั ท่ี 3
(Thailand’s Third National Communication)
ปริมาณตันคารบ์ อนไดออกไซดเ์ ทยี บเท่า (Tons of Carbon dioxide equivalent)
อนุสญั ญาสหประชาชาตวิ า่ ดว้ ยการเปล่ยี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
(United Nations Framework Convention on Climate Change)
7
สาหรับระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้ (Forest Reference Emission Level: FREL) ของ
ประเทศไทยท่ีนาเสนอน้ีเป็นค่า การปลดปล่อยรายปี ของก๊าซเรือนกระจก (Greenhouse Gas: GHG)
ในภาคปุาไม้ ซ่ึงมีค่าประมาณ 15,326,056 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ที่ค่าช่วงความเช่ือม่ัน
(confidence interval: CI) ร้อยละ 95 โดยค่าความผันแปรของ CI คือ +/- ร้อยละ 39 สาหรับระดับการอ้างอิงภาคปุาไม้
(Forest Reference Level: FRL) ของประเทศไทยเป็นการประมาณการค่า การดูดกลับรายปี ของก๊าซ
เรือนกระจกของภาคปุาไม้ ซึ่งมีค่าเป็น -31,511,649 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ที่ค่า
ช่วงความเชื่อม่ัน (CI) เป็น +/- ร้อยละ 74 โดยค่าของระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้ (FREL) และ
ระดับอ้างอิงภาคปุาไม้ (FRL) ที่ประเมินนั้นเป็นค่าเฉลี่ยของการปลดปล่อย (emission) และการดูดกลับ
(removal) ในช่วงระยะเวลา 10 ปี (พ.ศ. 2549-2559) ซึ่งค่าการปลดปล่อยและการดูดกลับถูกแบ่งตาม
กิจกรรมจาก 3 กิจกรรมของ REDD+ การตัดไม้ทาลายปุา (Deforestation), การทาให้ปุาเส่ือมโทรม
(Degradation) และความเพิม่ พูนของปุา (Enhancement)) แสดงไว้ในตารางท่ี 1:
ตารางที่ 1 ระดบั การปล่อยอ้างองิ ภาคปาุ ไมแ้ ละระดับอา้ งองิ ภาคปาุ ไม้ (FREL/FRL) ของประเทศไทย
ปี พ.ศ. 2549-2559
พื้นทป่ี าุ ไมล้ ดลง (พ้นื ท่ีปุาไม้ - พ้นื ที่ทไี่ มใ่ ชป่ าุ ไม้) คา่ การปลดปล่อย/การดดู กลบั คา่ การปลดปล่อย/การดูดกลับ คา่ ชว่ งความเชอ่ื ม่ันที่
ในช่วงเวลาอ้างองิ (E/R over เฉลย่ี รายปี (Average ระดับร้อยละ 95
Deforestation (Forest – Non- Forest) reference period) annual E/R) (tCO2e) (95% Confidence
(tCO2e) Interval) (%)
15,326,056
153,260,563 39
พน้ื ทป่ี ุาไมเ้ พิม่ ขึ้น (พน้ื ทที่ ีไ่ ม่ใชป่ าุ ไม้ - พื้นท่ปี ุาไม้) -26,314,503 -2,631,450 90
Enhancement (Non-Forest - Forest)
พนื้ ท่ีปุาเสื่อมโทรม(Degradation)
(พื้นท่ปี ุาไม้ - พน้ื ทป่ี าุ ไม้) การเปลย่ี นแปลงสทุ ธิ
การเพ่มิ พนู ของปาุ ไม้ (Net Change) -288,801,988 -28,880,199 80
(Enhancement) (พนื้ ทปี่ ุาไม้ - พนื้ ทปี่ ุาไม้)1
15,326,056 39
(พ้ืนท่ีปาุ ไม้ - พื้นท่ปี าุ ไม้) -31,511,649 74
FREL (ผลรวมการปลดปล่อย)
FRL (ผลรวมการดูดกลับ)
1 การหาคา่ การกักเกบ็ โดยวิธีทแี่ ตกตา่ งกันถกู นามาใช้ในการประเมินการปลดปลอ่ ยและการดดู กลับสุทธิจากพ้นื ที่ปุาไม้ที่เหลอื อยู่ เน่ืองจากค่ามวลชวี ภาพเฉลี่ย
สะสมของประเทศไทยมากกว่ามวลชวี ภาพทสี่ ูญเสยี ในชว่ งเวลาทอี่ า้ งองิ ผลลพั ธ์สทุ ธิคือภาคปาุ ไม้ยังเปน็ การดูดซบั (removals)
8
ประเทศไทยสมัครใจเพื่อนาเสนอรายงานขอ้ มูลระดับการปล่อยอา้ งอิงภาคปาุ ไมแ้ ละระดบั อา้ งองิ ภาคปุาไม้
(FREL/FRL) ซ่ึงเป็นส่วนหน่ึงของเจตจานงของประเทศต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลง
สภาพภมู ิอากาศ (UNFCCC) ทัง้ นเี้ พ่ือเป็นการสนองต่อคาเชญิ จากที่ประชุมสมชั ชารฐั ภาคอี นุสญั ญาสหประชาชาติ
ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (COP) ภายใต้ข้อตัดสินใจท่ี 12 / CP 17 วรรคท่ี 9 และ 11
(Decision 12 / COP 17 paragraphs 9 and 11) การที่กระทาเช่นนั้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยได้
ดาเนนิ การตามวัตถปุ ระสงคข์ องอนุสญั ญาฯ ที่มงุ่ สู่การรกั ษาความเขม้ ของปรมิ าณกา๊ ซเรอื นกระจกในช้นั บรรยากาศ
เพือ่ ปูองกันอันตรายตอ่ ระบบภมู ิอากาศจากกิจกรรมทีเ่ กิดจากมนษุ ย์ รวมถงึ การดาเนนิ มาตรการที่เกยี่ วขอ้ งกบั
กิจกรรมในภาคปุาไม้ เชน่ การลดการปลดปล่อยกา๊ ซจากการตดั ไมท้ าลายปุา (Deforestation) และการทาให้
ปุาเสื่อมโทรม (Forest degradation) การอนุรักษ์ปุาไม้ (Conservation) การจัดการปุาไม้อย่างย่ังยืน
(Sustainable forest management) และการเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในพ้ืนท่ีปุาไม้ (Enhancement of
forest carbon stock) ซึง่ คือองคป์ ระกอบของ REDD +
การเสนอรายงานนี้จะชว่ ยสนับสนนุ การจัดทาบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศและการมีส่วนร่วมท่ี
ประเทศกาหนด (Nationally Determined Contribution: NDC) ของประเทศไทยภายใต้ความตกลงปารีส
(Paris Agreement) ในด้านการลดการปล่อยกา๊ ซเรือนกระจก (Green House Gases: GHG) ซึ่งการมีส่วนร่วม
ที่ประเทศกาหนด (NDC) ในปัจจุบันของประเทศไทยยังไม่มีการกาหนดเปูาหมายของการลดการปล่อยก๊าซ
เรอื นกระจกจากภาคปาุ ไม้ ทงั้ นี้ประเทศไทยได้กาหนดเปูาหมายการเพ่ิมพืน้ ทป่ี าุ ไม้ของประเทศให้ได้รอ้ ยละ 40
ผา่ นการมสี ่วนรว่ มของชมุ ชน โดยเฉพาะพื้นทป่ี าุ ต้นนา้ และปาุ ชายเลน ซ่ึงนอกจากจะเปน็ การส่งเสริมประสทิ ธิภาพ
การดูดกลบั กา๊ ซเรอื นกระจกจากกิจกรรมในภาคปาุ ไม้ (forest-related actions) ยงั จะเป็นการเพมิ่ ขดี ความสามารถ
ในการปรับตวั ของระบบนเิ วศท่เี กย่ี วขอ้ ง ซึง่ จะช่วยสง่ เสรมิ ด้านการปรบั ตวั ต่อผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง
สภาพภมู ิอากาศ (Adaptation) ภายใต้ NDC
ภายใต้ข้อตัดสนิ ใจท่ี 12 / CP.17 วรรคท่ี 7 ของ COP สาหรับขอ้ มลู ระดับการปล่อยอ้างองิ ภาคปุาไม้
และระดับอ้างองิ ภาคปุาไม้ (FREL/FRL) จะทาหนา้ ท่ีเป็นข้อมูล “เส้นฐาน (baseline)” เพ่ือเปรียบเทียบการ
ดาเนนิ กิจกรรม REDD + ของประเทศ การจดั ทาข้อมูล FREL/FRL ของประเทศไทยครอบคลุมพน้ื ทที่ วั่ ประเทศ
ซงึ่ แบง่ เปน็ 6 ภาค (regions) ในการดาเนินการจัดทาน้ีเป็นการทาแบบเป็นขั้นตอน (step-wise approach)
ซ่งึ ผู้ปฏิบัตงิ านทีเ่ กย่ี วขอ้ งสามารถดาเนินการปรับปรุงเองไดภ้ ายหลงั เพ่อื การส่งรายงานที่จะเกิดข้ึนในอนาคต
หากมกี ารปรับปรุงวธิ กี ารและมีขอ้ มลู ใหมท่ ส่ี ามารถนามาปรับใชไ้ ดเ้ ชน่ กัน
9
เน้ือหาของรายงานและภาคผนวก (Annexes) จัดทาข้ึนตามรูปแบบและแนวทางท่ีกาหนดภายใต้
ขอ้ ตัดสินใจท่ี 12 / CP.17 ส่วนที่ 2 ของภาคผนวกของข้อตกลง (Section II) และปฏิบัติตามแนวทางสาหรับ
“การจัดทาบญั ชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (National Greenhouse Gas Inventories) ท่ีกาหนดในคู่มือ
IPCC 2006 ซ่ึงจัดทาโดย “คณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ
(Intergovernmental Panel on Climate Change: IPCC)” รายงานฉบับน้ีได้นาเสนอข้อมูลและวิธีการ
ทั้งหมดที่แสดงถึงความโปรง่ ใส สมบรู ณ์ และแม่นยา ตามหลกั การของ “ความโปร่งใส ความถกู ต้อง ความสมบูรณ์
สามารถเปรยี บเทียบได้ และความสอดคล้อง (Transparency, Accuracy, Completeness, Comparability
and Consistency: TACCC)” ในส่วนขององค์ประกอบของวิธีการ เช่น นิยามของคาว่า “ปุาไม้” ได้ใช้นิยาม
เดียวกันกับของประเทศไทยที่ใช้ในกิจกรรม REDD+ ซึ่งได้อธิบายไว้แล้วในบทที่กล่าวถึงองค์ประกอบและ
ทางเลอื กวิธีการของ FREL/FRL ส่วนการประเมินการปลอ่ ยและดูดกลบั เพื่อการจดั ทา FREL/FRL ไดอ้ ธบิ ายไว้
ในบทท่กี ลา่ วถงึ การจดั ทาระดับการปลอ่ ยอ้างองิ ภาคปาุ ไมแ้ ละระดับอ้างอิงภาคปาุ ไม้ (FREL/FRL)
หากทาการเปรยี บเทยี บเน้ือหารายงาน ระหวา่ งรายงานแห่งชาติ (National Communication: NC)
ครงั้ ที่ 3 (TNC, 2018 (2561)) ซง่ึ เปน็ ครั้งลา่ สุด และรายงานความก้าวหน้าราย 2 ปี (Biennial Updated Report:
BUR) ฉบบั ที่ 2 ปี พ.ศ. 2560 (BUR2, 2017 (2560)) จะเห็นว่าแนวโน้มของการดูดกลับสุทธิ (net removal)
เพ่มิ ขึน้ ในภาคการใชท้ ีด่ ิน การเปลยี่ นแปลงการใช้ที่ดิน และภาคปุาไม้ (LULUCF) ของประเทศไทย และในปี
พ.ศ. 2548 มีการนาพ้ืนที่สวนยางพารามาคานวณรวมอยใู่ นรายงานเบอ้ื งต้นของรายงานแห่งชาติ (NC) ผลลัพธ์
จงึ แสดงใหเ้ หน็ วา่ การดดู กลบั (removal) ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์มีค่าเพ่ิมมากข้ึน เม่ือเทียบกับรายงานฉบับ
อน่ื ๆ ตงั้ แต่ปี พ.ศ. 2543 เป็นต้นมา ซง่ึ กส็ ง่ ผลใหก้ ิจกรรมภายใต้ LULUCF จงึ เปน็ สงิ่ ชว่ ยสนบั สนุนในเรอื่ งการ
ดูดกลบั ก๊าซเรอื นกระจกสทุ ธิจากชัน้ บรรยากาศ (atmosphere) ของประเทศไทย
สาหรับวิธีการที่ใช้ในการจัดทาบัญชีก๊าซเรือนกระจกของประเทศ (GHG inventory) ในปี พ.ศ. 2561
(2018) เพือ่ จดั ทารายงานแห่งชาติ (Thailand National Communication: TNC) นั้นเป็นไปตามหลักเกณฑ์
คู่มือ IPCC ฉบับปรับปรุง ปี 2539 (1996) (Revised 1996 IPCC Guidelines for National Greenhouse
Gas Inventories (IPCC, 1997)) ส่วนการวิเคราะห์ค่าความไม่แน่นอน (uncertainty) ของข้อมูลกิจกรรม
(Activity data: AD) และการคานวณคา่ สมั ประสิทธ์ิการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (emission factor: EF)
นั้นยดึ ปฏบิ ตั ติ ามหลกั การของแนวทางปฏิบัติท่ีดี (Good Practice Guidance: GPG) ท่ีใช้กับภาคการใช้ที่ดิน
การเปล่ียนแปลงการใช้ที่ดิน และภาคปุาไม้ (LULUCF) (IPCC, 2003) สาหรับแหล่งกักเก็บคาร์บอนปุาไม้
(Forest carbon pools) แบ่งออกเปน็ 5 แหล่ง (IPCC, 1997) ได้แก่ มวลชภี าพของส่วนทย่ี ังมชี ีวิตเหนือพื้นดนิ
(above ground biomass: AGB), มวลชีวภาพของส่วนที่ยังมีชีวิตใต้พ้ืนดิน (below-ground biomass: BGB),
ไม้ที่ตายแล้ว (dead wood), เศษไม้ใบไม้ (litter) และคาร์บอนอินทรีย์ในดิน (soil organic carbon: SOC)
อยา่ งไรก็ตามในรายงานนี้จะรายงานเฉพาะแหล่งคาร์บอนปาุ ไม้จากมวลชีวภาพของส่วนทีย่ งั มชี วี ิตเหนอื พนื้ ดิน
(AGB) และมวลชวี ภาพของสว่ นทีย่ ังมชี วี ิตใต้พืน้ ดนิ (BGB) สาหรับการประเมนิ FREL/FRL เทา่ น้นั
10
ในการศึกษาดาเนินงานจะมีการเลือกระดับของวิธีการ (methodology tier) อย่างเหมาะสมตาม
แนวทางปฏิบัติที่ดี (GPG for LULUCF) (IPCC, 2003) ซ่ึงไม่ว่าจะ มี หรือ ไม่มี การเปล่ียนแปลงพ้ืนท่ีปุาไม้
ไปเป็นที่ดินอื่นก็ตาม ประเทศไทยได้มีการใช้ข้อมูลจากหลายระดับ (multiple tier) ในการจัดทาบัญชี
กา๊ ซเรอื นกระจกของประเทศสาหรบั ภาคการใช้ท่ีดิน การเปล่ียนแปลงการใช้ท่ีดิน และภาคปุาไม้ (LULUCF)
ในการศึกษาครัง้ น้ี “ข้อมูลกจิ กรรม (AD)” ได้มาจากการแปลตีความภาพถ่ายดาวเทียมและรายงานสถิติจาก
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สาหรับข้อมูลสัมประสิทธ์ิการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (EF) ท่ีระดับ2
(Tier 2 Emission Factors: EFs) ไดถ้ กู นามาใช้กบั กิจกรรมสว่ นใหญ่ โดยจะเลอื กใชข้ อ้ มลู เฉพาะของประเทศ
ท่ีมีการรายงานและตีพิมพ์แล้ว แต่อย่างไรก็ตามยังมีการใช้ค่ากลางของ IPCC (IPCC default) ซึ่งเป็นข้อมูล
EF ทร่ี ะดับ 1 (Teir1 EFs) ในบางสว่ นยอ่ ยอย่างเหมาะสม ซง่ึ ส่วนใหญ่เป็นการประเมินการปลดปล่อยในส่วน
กา๊ ซอื่นๆ ท่ไี ม่ใช่ก๊าซคารบ์ อนไดออกไซด์ (non-CO2 emissions)
สาหรับการเปล่ียนแปลงมวลชีวภาพในพื้นที่ปุาไม้และสังคมพรรณไม้อื่น ๆ (Other Woody)
ข้อมูลความเพ่ิมพูนรายปีของมวลชีวภาพ ความหนาแน่นของเน้ือไม้ และปริมาณคาร์บอนของมวลสารแห้ง
(carbon fraction of dry matter) ท่ีใชใ้ นการคานวณค่าสมั ประสทิ ธก์ิ ารปลดปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจก (EF) ได้จาก
ผลงานวจิ ัยท่ีตีพมิ พ์ในรายงาน “Guideline of the Potential Tree Species Used for Promoting under
Clean Development Mechanism” โดยคณะวนศาสตร์ (Faculty of Forestry, 1997) ซ่ึงจากการทบทวน
งานวิจัยใหม่ๆ ท่ีทากับพ้ืนท่ีขนาดใหญ่หลายแห่งและตัวอย่างไม้จานวนมาก ซึ่งพบว่ามวลชีวภาพมีความ
เพ่ิมพูนรายปีลดลง ดงั นน้ั คา่ สมั ประสทิ ธกิ์ ารปลดปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจก (EFs) ทใี่ ช้ในรายงานชาตคิ รัง้ ล่าสดุ จึง
ตา่ กวา่ ท่ใี ชใ้ นการรายงานกอ่ นหน้านี้
สาหรบั พ้นื ทีป่ ุาไม้และท่งุ หญ้าทีม่ ีการเปล่ียนแปลง มวลชีวภาพของส่วนทย่ี งั มชี วี ิตเหนือพ้ืนดิน (AGB)
ของพนื้ ท่ีแตล่ ะชนดิ ก่อนการเปลย่ี นแปลง และปริมาณคารบ์ อนของมวลสารแห้งของปาุ แตล่ ะชนิด อา้ งอิงมาจาก
เอกสารตพี มิ พใ์ นประเทศ ข้อมลู เศษซากของชวี มวลของปุาแตล่ ะชนดิ ทเ่ี กดิ จากการเผาในพ้ืนที่ (on-sate) และ
นอกพ้ืนท่ี (off-sate) และเศษชีวมวลท่ีหลงเหลือผุพังแยกตามชนิดปุา เป็นข้อมูลจาเพาะของประเทศ
(country-specific data) ซง่ึ ไดจ้ ากการทบทวนวรรณกรรมและจากดลุ ยพินจิ ของผู้เชี่ยวชาญ
สาหรับการฟื้นฟูของพื้นท่ีท้ิงร้างไร้การจัดการ (abandonment of managed lands) ข้อมูลการ
ประมาณค่าสัมประสิทธิ์การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (EF) ท่ีระดับ 2 (Teir2 EFs) เป็นข้อมูลอัตรารายปี
การเพ่มิ ของมวลชีวภาพของสว่ นทย่ี ังมีชีวิตเหนอื พนื้ ดิน (AGB) ของปาุ แต่ละชนิด ในพ้ืนท่ีถูกท้ิงร้างระยะเวลา
20 ปที ีผ่ า่ นมา และพืน้ ทถี่ กู ทิ้งร้างมาในช่วงระยะเวลา 20 และ 100 ปี ท้ังหมดเป็นข้อมลู เฉพาะประเทศ
11
การตัดไมอ้ ยา่ งผิดกฎหมายเปน็ หนง่ึ ในภัยคกุ คามต่อพื้นทปี่ ุาไม้ของประเทศไทย ดังนัน้ เพอ่ื ลดการตดั ไม้
ทาลายปุา ประเทศไทยได้ดาเนินกิจกรรมเพ่อื ลดปัญหาดังกล่าว เช่น การปรับปรุงการบังคับใช้กฎหมายปุาไม้
การประกาศพน้ื ที่ปาุ อนรุ กั ษข์ องประเทศ การฟนื้ ฟกู ารเสอ่ื มโทรม และการสง่ เสรมิ ชมุ ชนในการจัดการพ้ืนท่ีปุาไม้
รัฐบาลไทย (Government of Thailand: GOT) กาหนดห้ามการทาไม้ (logging ban) ภายใต้ประกาศ
สถานการณ์ฉุกเฉิน (Emergency Decree) ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2532 จากการดาเนินการดังกล่าวส่งผลให้
อัตราการตัดไม้ทาลายปุาลดลง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมต่อภัยของการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ
และการมีสว่ นรว่ มเพื่อบรรเทาการปัญหาเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประเทศไทยได้นาเสนอนโยบายและ
แผนงานต่าง ๆ ทม่ี ีความเชื่อมโยงกับเรื่องของเปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศภาคปุาไม้เขา้ ไวด้ ว้ ยกัน
- สร้างความตระหนัก และการมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศในภาคปุาไม้ สอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) (The National
Strategy 2018 – 2037) ประเด็นยทุ ธศาสตร์ ด้านการสร้างการเตบิ โตบนคณุ ภาพชีวิตทด่ี ีเป็นมิตรต่อ
ส่งิ แวดล้อม และสอดคล้องกบั แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593
ในสว่ นการสรา้ งขีดความสามารถด้านการบริหารจดั การการเปล่ียนแปลงสภาพภมู อิ ากาศ
- ส่งเสริมกิจกรรมการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ให้สอดคล้องกับ เปูาหมายการพัฒนาที่ย่ังยืน
ข้อท่ี 13 การรับมือการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate action) ในส่วนการปฏิบัติการอย่าง
เร่งดว่ นเพอ่ื ตอ่ สู้กบั การเปลยี่ นแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบทเ่ี กดิ ขึ้น
- สนับสนุนการวิจัยและพัฒนาเกี่ยวกับการลดปัญหาและปรับตัวต่อการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ในภาคปุาไม้ ซ่ึงสอดคล้องกับ แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593
ในส่วนการสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซ่ึงรวมถึง
การพฒั นาขอ้ มลู และงานศกึ ษาวจิ ัยเพื่อการเพม่ิ ประสทิ ธิภาพบริหารจัดการการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู ิอากาศ
- สร้างขีดความสามารถในการปรบั ตวั ต่อการเปลีย่ นแปลงสภาพภมู ิอากาศ และลดความเปราะบางและ
ความเส่ยี ง (vulnerability and risk) จากผลกระทบจากปัญหาสภาพอากาศในภาคปุาไม้ ซ่ึงสอดคล้อง
กบั แผนแม่บทรองรับการเปลย่ี นแปลงสภาพภมู ิอากาศ พ.ศ. 2558-2593 ในสว่ นการสรา้ งขีดความสามารถ
ด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งรวมถึงการพัฒนากลไกสนับสนุนการ
ดาเนินงานด้านการเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ
- สร้างขีดความสามารถของหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ท่ีเกี่ยวข้อง และการกาหนดกรอบความร่วมมือและ
การบูรณาการระบบท่ีเก่ียวข้อง ซึ่งสอดคล้องกับ แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
พ.ศ. 2558-2593 ในส่วนการสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศ ซึง่ รวมถึงการสร้างขีดความตระหนักรูแ้ ละเสรมิ ศักยภาพด้านการเปล่ียนแปลงสภาพภมู ิอากาศ
12
- เพ่มิ ความยดื หย่นุ ของระบบนิเวศ เพื่อสนบั สนนุ การบริการด้านส่ิงแวดล้อมสาหรับการดารงชีวิตของ
คนไทย ซึง่ สอดคลอ้ งกบั นโยบายปาุ ไมแ้ หง่ ชาติ ในส่วนการพัฒนาและส่งเสรมิ การรบั รองปุาไม้ให้เป็น
ทีย่ อมรบั และไดร้ บั การรับรองทงั้ ในระดบั ประเทศและระดบั สากล
- แนะนาและกาหนดมาตรการทางภาษี (ในเวลาที่เหมาะสม) สาหรับเป็นเครื่องมือการจัดการปุาไม้
อย่างยงั่ ยนื ซ่ึงสอดคล้องกับ แผนแม่บทรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593
ในขอ้ การสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซ่ึงรวมถึง
กลไกสนบั สนนุ การเตบิ โตแบบคารบ์ อนตา่
- การอนรุ ักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรปุาไม้ ร่วมกับภาคศาสนาที่อยู่ในพื้นท่ีปุาไม้ รวมถึงการฝึกอบรมแด่
พระสงฆ์และนกั บวช ซึ่งสอดคลอ้ งกบั ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) ประเด็นยุทธศาสตร์
การสร้างการเตบิ โตบนคณุ ภาพชวี ติ ท่ีดเี ปน็ มติ รต่อสงิ่ แวดล้อม และแผนแมบ่ ทรองรบั การเปล่ียนแปลง
สภาพภูมิอากาศ พ.ศ. 2558-2593 ในด้าน การสร้างขีดความสามารถด้านการบริหารจัดการ
การเปลยี่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ
- การสร้างความสมดุลย์และการอยูร่ ่วมกันระหว่างภาคปุาไม้ ภาคประชาชน และสิ่งมีชีวิตท้ังหมด รวมถึง
ตน้ ไม้และสตั ว์ปุา ซ่ึงสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) (The National Strategy
2018 – 2037) ประเดน็ ยุทธศาสตร์ การสรา้ งการเตบิ โตบนคณุ ภาพชีวิตที่ดีเปน็ มติ รต่อสิ่งแวดลอ้ ม
ประเทศไทยยังเนน้ การให้ความร่วมมอื กบั นานาชาติเกีย่ วกบั การเปล่ียนแปลงสภาพภมู ิอากาศในภาคป่าไม้
ได้แก:่
- ส่งเสริมความร่วมมอื ระหว่างประเทศ ในเร่อื งท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การปรบั ตวั และการลดปัญหาด้านการ
เปลยี่ นแปลงสภาพภมู ิอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิง่ กับหน่วยงานสาคัญหลักระดับโลก เช่น UNFCCC
และหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องท้ังหมดของสหประชาชาติ (United Nation: UN) ประเทศผู้บริจาค
รายใหญ่ และธนาคารเพ่ือการพฒั นาพหุภาคี
- ส่งเสริมกิจกรรมปุาชุมชนที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นต้นแบบในการลดและปรับตัวต่อการ
เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผ่านกรอบงานความร่วมมือระหว่างประเทศ (international
frameworks) - UNFCCC ASEAN และข้อตกลงทวิภาคหี รอื พหภุ าคี
- การรับการสนับสนุนทางการเงินจากประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือองค์กรระหว่างประเทศ ได้แก่
การริเริ่มโครงการเก่ียวกับการลดปัญหาและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ในภาคปุาไม้ เพื่อสร้างความม่ันใจต่อความยั่งยืนของโครงการที่ปัจจุบันได้รับทุนจากกองทุน
ส่ิงแวดล้อมโลก (Global Environment Facility: GEF) กองทนุ ห้นุ สว่ นคาร์บอนปุาไม้ (Forest
Carbon Partnership Facility: FCPF) และความช่วยเหลือด้านเทคนิคจากธนาคารเพื่อ
การพฒั นาแหง่ เอเชีย (Asian Development Bank: ADB)
- การสง่ เสริมการและแบง่ ปันประสบการณ์ในภูมภิ าค และกบั ประเทศท่มี ีบริบทคล้ายกับประเทศ
ไทยเกย่ี วกับการลดปญั หาและการปรับตวั ตอ่ เปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศในภาคปุาไม้ โดยเริ่ม
จากประเทศเพื่อนบ้านโดยใช้รูปแบบความร่วมมือ (Platform) ท่ีมีอยู่แล้วในภูมิภาค เช่น
เจา้ หนา้ ทีอ่ าวโุ สปุาไม้อาเซียน (ASEAN Senior Officials on Forestry: ASOF)
13
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ปุา และพันธ์ุพืช (Department of National Parks, Wildlife and Plant
Conservation: DNP) และกรมปุาไม้ (Royal Forest Department: RFD) เป็น 2 หน่วยงานหลักสาหรับ
ภาคปุาไม้ของประเทศไทย กรมอทุ ยานแหง่ ชาตสิ ัตว์ปุา และพันธ์ุพืช เป็นหน่วยงานประสานหลัก (Focal point)
ของประเทศงาน REDD+ โดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ปุา และพันธุ์พืช มีหน้าท่ีหลักในการรับผิดชอบดูแล
อทุ ยานแห่งชาตทิ ้งั หมดในประเทศไทย และดาเนนิ การงานอนุรกั ษ์ทเ่ี กย่ี วขอ้ งภายในอุทยานแห่งชาติ ในขณะที่
กรมปุาไมม้ ีหนา้ ที่รบั ผิดชอบพ้ืนท่ปี าุ สงวนแหง่ ชาติ (National Reserve Forest: NRF) และเปน็ หนว่ ยงานหลกั
ในการดาเนนิ การจดั ทานโยบายปาุ ไม้แหง่ ชาติ (National Forest Policy) กฎหมายดา้ นปุาไมข้ องประเทศไทย
สว่ นมากจดั ทาขนึ้ ภายใตก้ รมปาุ ไม้ก่อนท่ีกรมปุาไม้จะถูกแบ่งในปี พ.ศ. 2543 (2000) ออกเป็น 3 กรม ได้แก่
กรมปุาไม้ กรมอุทยานแหง่ ชาติ สตั ว์ปุา และพนั ธ์ุพืช และกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั
ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ปฏิบัติหน้าท่ีเป็นฝุายเลขานุการของ
คณะกรรมการนโยบายการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแห่งชาติ (National committee on climate
change policy) และมเี ลขาธกิ ารสานกั งานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม (สผ.) และ
ผู้อานวยการองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ช่วยเลขานุการ ซึ่ง สผ.
เป็น “หน่วยประสานงานหลัก (National Designated Authority: NDA)” ของประเทศไทย ภายใต้กรอบ
อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) สาหรับการดาเนินงานเร่ืองท่ี
เกี่ยวข้องกบั REDD+ นนั้ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ปุา และพันธ์ุพืช และ สผ. มีความร่วมมือกันอย่างใกล้ชิด
และมีการประสานดาเนนิ การรว่ มกันท้ังในระดบั ชาตแิ ละระดับนานาชาติ อยา่ งไรก็ตามความร่วมมือและการมี
สว่ นร่วมจากกรมปุาไม้เป็นส่ิงสาคัญสาหรับการดาเนินการ REDD+ ในแง่ของการท่ีกรมปุาไม้เป็นหน่วยงาน
ทรี่ ับผิดชอบด้านนโยบายปุาไมแ้ ละกฎหมาย
นอกจาก 3 หน่วยงานหลักได้แก่ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ปุา และพันธ์ุพืช กรมปุาไม้ และสานักงาน
นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ยังมีหน่วยงานอื่น ๆ ในประเทศไทยที่มีความเกี่ยวข้องกับ
REDD + ไดแ้ ก่
- คณะวนศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ (Faculty of Forestry, Kasetsart University)
- กรมพฒั นาทด่ี นิ (Land Development Department: LDD)
- สานกั งานพฒั นาเทคโนโลยอี วกาศและภูมสิ ารสนเทศ (องคก์ ารมหาชน) (Geo-Informatics
and Space Technology Development Agency (Public Organization): GISTDA)
- กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั (Department of Marine and Coastal Resources:
DMCR) กับดูแลพ้นื ทปี่ าุ ชายเลน
- องค์การอตุ สาหกรรมปุาไม้ (Forestry Industry Organization: FIO)
- องคก์ ารบรหิ ารจดั การก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) Thailand Greenhouse Gas
Management Organization (Public Organization): TGO)
- กระทรวงมหาดไทย (Ministry of Interior) รบั ผิดชอบด้านการบริหารส่วนจังหวัด
- เทศบาลและหนว่ ยงานท้องถนิ่ (Municipalities and local governments)
14
หน่วยงานที่กล่าวมาน้ีกบั ถกู กากับอยู่ภายใต้กระทรวงต่างๆ กัน ซ่ึงมีความครอบคลุมทุกระดับการ
บริหารของประเทศ ตงั้ แต่ระดบั ชาติ ระดบั ภมู ภิ าค ไปจนถงึ ระดับท้องถิ่น อานาจหน้าที่ของหน่วยงานเหล่านี้
เป็นไปตามภาระหน้าท่ีของกระทรวงที่หน่วยงานสังกัดอยู่ บางหน่วยงานได้นาเอาแนวคิดของ REDD+
การเปล่ียนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ หรือการจดั การปุาไม้ มาเป็นส่วนหน่ึงของวัตถุประสงค์ของหน่วยงาน และ
สะท้อนปัญหาเหลา่ น้ีตอ่ เร่อื งการจัดทางบประมาณและแผนดาเนนิ งาน ในขณะที่บางหนว่ ยงานยังไม่ได้พัฒนา
มมุ มองด้านน้ี
กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ปุา และพันธ์ุพืช มีความก้าวหน้าการดาเนินงานด้าน REDD+ โดยล่าสุด
มีการขยายการดาเนินงานไปในระดับภูมิภาค มีการจัดต้ังศูนย์ REDD+ ระดับภูมิภาค เพ่ือสนับสนุนการ
ดาเนินการจัดทายุทธศาสตร์ REDD+ ในประเทศ วัตถุประสงค์หลักของศูนย์ภูมิภาคคือ การสร้างเชื่อมโยง
ระหว่างหน่วยงานผรู้ ับผดิ ชอบและชุมชนท้องที่ ในดา้ นปุาไม้และการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดตั้ง
ศนู ย์ดงั กลา่ วแรกเริ่มเพอื่ ดแู ลเรอื่ งการลดการปลอ่ ยกา๊ ซเรอื นกระจก (GHG) จากภาคปุาไม้และเพื่อเพ่ิมปรมิ าณ
การกักเก็บคาร์บอนในปุาของประเทศ ปัจจุบันมีการจัดต้ังศูนย์ REDD+ ระดับภูมิภาค มีทั้งส้ิน 9 แห่ง
ในจังหวัดต่อไปนี้ จันทบุรี (ภาคตะวันออก), กาญจนบุรี (ภาคตะวันตก), พัทลุง (ภาคใต้), สกลนคร
(ภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื ), เลย (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ), พิษณุโลก (ภาคกลาง), แพร่ (ภาคเหนือ), ตาก
(ภาคเหนือ) และเชยี งใหม่ (ภาคเหนอื )
ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย แ ต่ ง ต้ั ง ค ณ ะ ก ร ร ม ก า ร น โ ย บ า ย ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง ส ภ า พ ภู มิ อ า ก า ศ แ ห่ ง ช า ติ
(National Committee on Climate Change Policy: NCCC) โดยนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่
ได้รับมอบหมายเป็นประธาน รัฐมนตรวี ่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นรองประธาน
กรรมการ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการและเลขานุการ และผู้แทนจาก
กระทรวงท่ีเกย่ี วข้องรว่ มเป็นองค์ประกอบของคณะกรรมการ ภายใตค้ ณะกรรมการนโยบายการเปล่ียนแปลง
สภาพภูมอิ ากาศแหง่ ชาติ ไดแ้ ตง่ ตัง้ คณะอนุกรรมการ 5 คณะ เพ่ือทาหน้าท่ี พิจารณาด้านเทคนิค การเจรจา
และการประสานในประเด็นทเ่ี ก่ยี วขอ้ งกบั การเปลยี่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ ซ่ึงได้แก่ 1) คณะอนุกรรมการการ
เปล่ยี นแปลงสภาพภมู ิอากาศด้านการบูรณาการนโยบายและแผน (Sub-Committee on Climate Change
Policy and Planning Integration) 2) คณะอนกุ รรมการการเปล่ยี นแปลงสภาพภูมิอากาศด้านวิชาการและ
ฐานข้อมลู (Sub-Committee on Climate Change Knowledge and Database) 3) คณะอนุกรรมการการ
เปล่ียนแปลงสภาพภมู ิอากาศด้านการประสานทา่ ทีเจรจาและความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ (Sub-Committee
on Climate Change Negotiation and International Cooperation) 4) คณะอนุกรรมการการ
เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง ส ภ า พ ภู มิ อ า ก า ศ ด้ า น ก า ร ป ร ะ ช า สั ม พั น ธ์ แ ล ะ เ ส ริ ม พ ลั ง ค ว า ม ร่ ว ม มื อ ด้ า น ภู มิ อ า ก า ศ
(Sub-Committee on Action for Climate Empowerments and Public Relations) โดยปลัดกระทรวง
ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดลอ้ ม เป็นประธานและ 5) คณะอนกุ รรมการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
ด้านกฎหมาย (Sub-Committee on Climate Change Law) ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทาหน้าท่ีเป็น
ประธาน (ภาพท่ี 1) ซึ่งจะเห็นได้ว่าการจัดต้ังโครงสร้างองค์กรด้านการเปล่ียนแปลงสภาพภูมิอากาศของ
ประเทศไทย จะช่วยสนับสนุนใหก้ ารดาเนินการเตรยี มความพรอ้ มด้าน REDD+ เป็นไปอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
15
ภาพที่ 1 แผนผังโครงสรา้ งองค์กรของหนว่ ยงานตัดสนิ ใจด้านนโยบายที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ
ในประเทศไทย
ในปี พ.ศ. 2553 (2010) รัฐบาลไทยได้เข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนกลไกเรดด์พลัส และได้จัดต้ังคณะทางาน
เฉพาะกิจด้านเรดด์พลัส (REDD+ Taskforce: TF) ซึ่งเป็นคณะกรรมการท่ีมีองค์ประกอบมาจากหลาย
หน่วยงานราชการและภาคส่วนอืน่ ๆ ท่ีเกี่ยวขอ้ ง ถงึ แม้วา่ มีกจิ กรรมที่เกี่ยวกับ REDD+ เพยี งเล็กน้อยเกิดข้ึนใน
ประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามแผนแม่บทรองรบั การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change Master Plan:
CCMP) มคี วามคาดหวงั ตอ่ กลไก REDD+ ในการทจี่ ะเป็นกลไกของประเทศในการสนบั สนนุ การอนุรักษพ์ นื้ ทป่ี าุ ไม้
และการเพมิ่ การกกั เก็บคารบ์ อนในภาคปาุ ไม้ ซงึ่ เปน็ สว่ นหนงึ่ ในยุทธศาสตรห์ ลักตอ่ การลดผลกระทบจากการ
เปลย่ี นแปลงสภาพภูมิอากาศ (climate change mitigation) กิจกรรมการเสริมสร้างศักยภาพด้าน REDD+
รวมถงึ วธิ ีการจดั ทา FRELและFRL การสารวจทรพั ยากรปุาไม้ การศึกษาการเปล่ียนแปลงการใช้ประโยชนท์ ีด่ ิน
การตรวจวัดปริมาณกักเก็บคาร์บอนโดยชุมชมท้องถ่ิน และการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร กิจกรรมเหล่านี้เป็น
กิจกรรมท่ีแผนแม่บทรองรับการเปล่ยี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศได้แนะนาให้ปฏบิ ตั ิ การดาเนินการด้าน REDD+
เน้นการมสี ว่ นรว่ มจากหลายภาคสว่ น เนื่องจากรฐั บาลไทยตระหนกั ว่าปัจจัยสาเหตทุ ท่ี าให้เกดิ การตัดไม้ทาลายปุา
และการทาใหป้ าุ เส่อื มโทรมสว่ นมากมาจากภาคสว่ นท่ีอย่นู อกภาคการปาุ ไม้ (forestry sector)
16
ภาพที่ 2 แผนผังองคก์ รของหนว่ ยงานตดั สินใจเชิงนโยบายทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั การเปลย่ี นแปลงสภาพ
ภูมอิ ากาศในประเทศไทยและ REDD+
ประธานคณะทางานเฉพาะกจิ ด้านเรดด์พลัส (REDD+ TF) ของประเทศ คือ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ปาุ และพันธุ์พชื และคณะทางานประกอบด้วยผแู้ ทนจากหลายหนว่ ยงานท่ีปฏิบัติงานเกี่ยวข้องกับสาเหตุ
ของตัดไมท้ าลายปุาและการทาให้ปุาเสอ่ื มโทรม บทบาทหลกั หนึ่งของคณะทางานเฉพาะกิจด้านเรดด์พลัส คือ
การประสานการดาเนินการ และเป็นผู้นาในการประสานผู้ท่ีเกี่ยวข้องเพื่อให้มีส่วนร่วมในการสรุปแนวทาง
การดาเนนิ งานด้าน REDD+ ซ่งึ ภาคสว่ นน้ีมบี ทบาทตอ่ การดาเนินการดา้ น REDD+ อยา่ งมาก
17
ในเร่ืองท่ีเก่ยี วกบั การประสานงานระหว่างประเทศ สผ.ในฐานะหนว่ ยประสานงานหลัก (NDA) ของ
ประเทศ มีหนา้ ทเ่ี ปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบในการรายงานภาพรวมของบัญชีก๊าซเรือนกระจก ผ่านรายงานแห่งชาติ (NC)
และรายงานความก้าวหน้าราย 2 ปี (BUR) รวมถึงในอนาคตท่ีต้องจัดทารายงานความโปร่งใสทุกสองปี
(Biennial Transparency Reports: BTRs) ต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปล่ียนแปลงสภาพ
ภูมิอากาศ (UNFCCC) สาหรับระบบการตรวจติดตามทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ (National Forest
Monitoring System: NFMS) การตรวจวดั การตดิ ตาม และการรายงาน (Measurement, Monitoring and
Reporting: MMR) ตอ่ การดาเนนิ การ REDD+ และการจดั ทาระดบั การปลอ่ ยอา้ งอิงภาคปุาไม้และระดบั อ้างองิ
ภาคปาุ ไม้ (FREL/FRL) ทกี่ ล่าวมาน้ีอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ปุา และพันธุ์พืช
อย่างไรก็ตามในการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องท้ังหมดที่ต้องเสนอต่อเวทีเจรจาระหว่างประเทศ (International
Forum) จะตอ้ งได้รบั การอนุมตั ิจากคณะรฐั มนตรี และในบางกรณีจาเป็นตอ้ งไดร้ บั การอนมุ ัตจิ ากรัฐสภาอีกดว้ ย
ภาพที่ 3 แผนภาพแสดงขั้นตอนการทางานในกระบวนการ REDD+
18
ประเทศไทยมีพื้นที่ท้ังหมดประมาณ 51.3 ล้านเฮกตาร์ ข้อมูลในปี พ.ศ. 2558 พ้ืนท่ีร้อยละ 47
ของประเทศ (24 ล้านเฮกตาร์) เป็นพ้ืนที่เกษตรกรรม สาหรับพื้นที่ที่ไม่ใช่พ้ืนท่ีเกษตรกรรมและพื้นที่ปุาไม้
คดิ เป็นรอ้ ยละ 21 และ 32 ตามลาดับ การทาเกษตรกรรมโดยการเผาปุา (slash-and-Burn) การทาไร่เลื่อนลอย
(shifting cultivation) การตั้งถ่ินฐานใหม่ (resettlement) การสร้างเขื่อนและถนน เป็นปัจจัยท่ีก่อให้เกิด
การรุกล้าพ้ืนท่ีปุาไม้ ขอ้ มูลในปี พ.ศ. 2516 พนื้ ท่ปี ุาไม้ของประเทศมีมากกวา่ ร้อยละ 43 และลดลงเหลือร้อยละ 25.28
ในปี พ.ศ. 2541 ตอ่ มาในปี พ.ศ. 2543 มกี ารเปลีย่ นแปลงเทคนิคและวิธีการคานวณพื้นท่ีปุาไม้ และเพื่อเป็น
มาตรฐานใหม่สาหรับขอ้ มูลพ้ืนที่ปาุ ไม้ของประเทศ การรายงานพ้ืนท่ีปุาไม้พบว่ามีเน้ือที่สูงมากขึ้น พ้ืนที่ปุาไม้
ปัจจุบันโดยภายใต้การดาเนินการของกรมปุาไม้ ในปี พ.ศ. 2561 พบว่า มีพ้ืนท่ีประมาณ 102 ล้านไร่ หรือ
เทียบเท่ากบั 16.4 ลา้ นเฮกตาร์ (กรมปาุ ไม,้ 2562) พน้ื ทีป่ ุาไม้ของประเทศไทยที่รายงานโดยกรมปุาไม้ พบว่า
ค่อนข้างมีความคงท่ีตัง้ แต่ ปี พ.ศ. 2557 ซ่งึ มพี น้ื ท่ปี าุ ไมเ้ ป็นร้อยละ 31.62 สาหรบั ในปี พ.ศ. 2558 มีพ้ืนที่ปุาไม้
เปน็ ร้อยละ 31.60 ส่วนในปี พ.ศ. 2559 มีพนื้ ท่ปี ุาไม้เปน็ รอ้ ยละ 31.58 ในปี พ.ศ. 2560 มีพ้ืนท่ีปุาไม้เป็นร้อยละ
31.62 และในปี พ.ศ. 2561 มพี ืน้ ทีป่ าุ ไม้เปน็ ร้อยละ 31.68 สาหรบั ขอ้ มูลพน้ื ที่ปุาไม้ระดับจังหวัด พบว่ามี 36 จังหวัด
ท่ีมีพน้ื ที่ปุาไม้นอ้ ยกว่าร้อยละ 20 มีจานวน 23 จงั หวดั ท่ีมีพ้ืนที่ปาุ รอ้ ยละ 20-40 มีจานวน 7 จังหวัด ที่มีพ้ืนท่ีปุา
ร้อยละ 40-60 และจานวน 7 จงั หวดั มีพื้นท่ีปาุ ไม้มากกว่าร้อยละ 60 ซงึ่ ไดแ้ ก่ เชยี งใหม่ น่าน แพร่ ลาปาง แม่ฮอ่ งสอน
ตาก และกาญจนบุรี ซง่ึ ตัง้ อยู่ในภาคเหนือและตะวันตก (ท่มี า: www.forest.go.th ณ เดอื นมีนาคม 2562)
การจาแนกพื้นท่ีปา่ ไม้ออกเป็น 3 ประเภทตามการบริหารจดั การ:
1. พ้ืนทป่ี ุาอนรุ กั ษ์ (Conservation Forests) บริหารจัดการโดยกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ปุา และ
พันธุ์พืช พ้ืนท่ีประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติ เขตรักษาพันธ์ุสัตว์ปุา และพื้นท่ีปุาไม้เพ่ือการ
อนุรักษ์รูปแบบอื่นๆ ซ่ึงท่ีผ่านมาไม่ได้มีการดาเนินกิจกรรมการจัดการปุาไม้ข้ึน ในบริบทของ
REDD+ พื้นที่ปุาอนุรกั ษอ์ าจจะไดร้ บั ผลกระทบจากกจิ กรรมทห่ี ลากหลายของมนุษย์ซ่ึงส่งผลให้
เกดิ การทาลายปาุ (deforestation) หรือปุาเสอ่ื มโทรม (forest degradation)
2. พ้ืนที่ปุาสงวนแห่งชาติ (National Reserve Forests: NRF) บริหารจัดการโดยกรมปุาไม้ และ
รวมถึงเปน็ พน้ื ที่ปาุ ไม้ซึง่ ในอดตี มีการดาเนินกจิ กรรมการบริหารจดั การปุาไม้ อยา่ งไรกต็ ามภายใต้
กฎหมายปัจจบุ นั พ้ืนท่ีปาุ ไมท้ ั้งหมดในประเทศไทยไดร้ บั การยกเลิกการทาไม้แล้ว ดังนั้นในบริบท
ของ REDD+ พนื้ ที่ปาุ สงวนแหง่ ชาตอิ าจจะไดร้ บั ผลกระทบจากกจิ กรรมทหี่ ลากหลายของมนุษย์
ซง่ึ ส่งผลใหเ้ กดิ การทาลายปาุ (deforestation) หรอื ปุาเส่อื มโทรม (forest degradation)
3. ปาุ ชายเลน (Mangrove Forests) พ้นื ท่ปี าุ ชายเลนไดร้ ับการบรหิ ารจดั การโดยกรมทรัพยากรทาง
ทะเลและชายฝ่ัง (Department of Marine and Coastal Resources: DMCR)
พื้นท่ปี ุาอนุรกั ษ์ มีพนื้ ท่ปี ระมาณร้อยละ 64 ของพน้ื ท่ปี ระเทศ สว่ นพืน้ ทป่ี ุาสงวนแห่งชาติ มพี ื้นท่ีประมาณ
รอ้ ยละ 34 และพื้นท่ปี าุ ชายเลนรอ้ ยละ 2
19
การจาแนกชนิดป่าไม้ แบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่ ปา่ ไม่ผลดั ใบ (Evergreen forest) และปา่ ผลดั ใบ
(Deciduous forest)
ป่าไมผ่ ลัดใบ (Evergreen forest)
1. ปาุ ไม่ผลัดใบ ประกอบดว้ ย ปาุ ดิบเขตรอ้ นชนื้ (Tropical evergreen forest) ปาุ สนเขา (Pine forest)
ปุาชายเลน (Mangrove forest) และปาุ ชายหาด (Beach forest)
1.1) ปุาดบิ เขตร้อนชนื้ (Tropical evergreen forest) พบกระจายบริเวณท่มี ีความชุ่มช้นื ของประเทศ
ซ่ึงสามารถแบง่ ออกเปน็ ปาุ ดิบชื้น (Moist evergreen forest) ปาุ ดิบแล้ง (Semi-evergreen forest) และ
ปุาดบิ เขา (Hill evergreen forest)
ปุาดบิ ช้นื (Moist evergreen forest) ประกอบพรรณไม้ที่อดุ มสมบรู ณ์และมีความหนาแน่น
มาก ปุาชนิดน้ีพบได้ท่ัวไปในภาคใต้และภาคตะวันออก ท่ีมีปริมาณน้าฝนมากกว่า 2,000 มม.
ปุาชนดิ นีย้ ังพบไดต้ ามลาน้าหรอื บริเวณหบุ เขา ในบริเวณสว่ นอ่ืนๆของประเทศ โดยมีพันธ์ุไม้เด่น
(ไม้เรอื นยอดชัน้ บน) เชน่ ไม้สกุลยาง (Dipterocarpusspp) ไม้ตะเคียน (Hopea spp) ไม้สกุล
ตะแบก (Lagerstroemia spp) และ ไม้สกุลพะยอม (Shorea spp) ในขณะที่พรรณไม้ช้ันล่าง
เปน็ พชื จาพวกไผ่ ปาลม์ และหวายตา่ งๆ
ปุาดิบแล้ง (Semi-evergreen forest) กระจายอยู่พ้ืนที่ทั่วประเทศที่ท่ีมีปริมาณน้าฝน
ระหว่าง 1,000- 2,000 มม. พรรณไม้เด่น ได้แก่ ไม้สกุลยาง (Dipterocarpusspp) ไม้สกุล
พะยอม (Shorea spp) ไม้สกุลมะเกลือ (Diospyros spp) ไม้สกุล Afzelia spp ไม้สกุล
Terminalia spp, และไม้สกุล Artocarpus spp. พรรณไม้เด่นชั้นล่างเป็นพืชจาพวกไผ่ และ
หวายตา่ งๆ
ปุาดิบเขา (Hill evergreen forest) พบกระจายในพ้ืนท่ีภูเขาสูง (มากกว่า 1,000 เมตร
จากระดับน้าทะเล) เปน็ ที่ที่มีสภาพภูมิอากาศเป็นแบบก่ึงร้อนช้ืน (humid subtropical) ในปุา
ชนิดนี้จะพบ มอส และไลเคนส์ ปรากฏอยู่บนต้นไม้ใหญ่และบนก้อนหิน ซึ่งเป็นดัชนี (index)
บ่งชี้ปุาชนิดน้ี สาหรับพรรณไม้เด่นประกอบด้วย สกุลไม้ก่อ (Quercus spp) สกุลไม้เกาลัด
(Chestnut) (Castanopsis spp) และสกลุ ไมก้ ่อ Lithocarpus spp.
1.2) ปุาสนเขา (Pine forest) ปุาชนิดน้ีประกอบด้วยไม้สนเขตร้อน 2 ชนิด คือ สนสองใบ
(Pinus merkusii) (มใี บย่อยแบบเข็ม 2 ใบ ใน 1 ช่อใบ) และสนสามใบ (P. kesiya) (มีใบย่อยแบบ
เขม็ 3 ใบ ใน 1 ชอ่ ใบ) สนสองใบ พบไดบ้ ริเวณพนื้ ท่ีตอนเหนอื และตะวันตกของภาคกลาง บริเวณท่ี
ทีด่ นิ ไม่มีความอุดมสมบรู ณ์และเป็นดินลูกรัง ส่วนสนสามใบพบได้เฉพาะในบริเวณพ้ืนท่ีเขาสูงของ
ภาคเหนอื และภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื
1.3) ปุาชายเลน (Mangrove forest) พบได้บริเวณชายฝั่งของภาคตะวันออก ภาคกลาง และ
ภาคใต้ ปุาโกงกางกระจายตามบริเวณปากแม่น้าและชายฝั่งทะเล ในบริเวณพื้นที่เป็นดินโคลนและ
ได้รับอทิ ธพิ ลจากกระแสน้า ชนิดพรรณไม้เด่นคือ โกงกาง (Rhizophora spp) ตะบูน (Xylocarpus spp)
แสม (Avecennia spp) ประสกั (Bruguiersa spp) และ ต้นจาก (Nypa spp)
20
1.4) ปุาชายหาด พบกระจายบนพื้นท่ีดินทรายตามที่ราบชายฝั่งทะเล โดยเฉพาะบริเวณชายฝ่ัง
ภาคใต้ฝ่ังตะวันออก พรรณไม้หลักของปุาไม้ชนิดนี้คือ ไม้สกุล Diospyros spp สกุล Croton spp
สกลุ Lagerstroemia spp และสกลุ Casuarina spp
ปา่ ผลดั ใบ (Deciduous forest)
2. ปาุ ผลัดใบ มอี งค์ประกอบหลกั เปน็ พรรณไมท้ ่มี ีการผลัดใบในช่วงฤดูแล้ง ปาุ ชนิดนีพ้ บกระจายทวั่ ประเทศสามารถ
แบง่ แยกยอ่ ยตามองคป์ ระกอบของชนิดพรรณไม้ ออกเป็น 2 ชนิด คอื ปุาเบญจพรรณ (Mixed deciduous forest)
(ชนิดมีสัก และไม่มสี กั ) และปาุ เตง็ รงั (Dry Dipterocarp forest)
2.1) ปาุ เบญจพรรณ (Mixed deciduous forest) เป็นปุาท่ีมีมูลค่าเชิงพาณิชย์สูงท่ีสุดเม่ือเทียบกับ
ปุาชนดิ อืน่ ของประเทศไทย ในภาคเหนือจะเรียกของปุาชนิดนี้เรียกว่า ปุาสัก พรรณไม้เด่นและพบได้
ทัว่ ไปของปุานคี้ ือ สกั (Tectona grandis) แดง (Xylia kerrii) ประดู่ (Pterocarpusv marcrocarpus)
มะคา่ โมง (Afzelia xylocarpus) และ ไม้สกุลDalbergia spp
2.2) ปุาเต็งรัง (Dry Dipterocarp forest) กระจายอยู่ในพื้นท่ีแห้งแล้งปริมาณน้าฝนต่ากว่า 1,000 มม.
พ้นื ดนิ เปน็ ดินทรายหรอื ดินที่มีกรวดลูกรังผสมอยู่มาก ชนิดพรรณไม้เด่นคือ ไม้วงศ์ Dipterocarpaceae
เช่น ยางพลวง (Dipterocarpus tuberculatus) ยางเหียง (D. obtusifolius) เต็ง (Shorea obtusa)
รงั (S. siamensis) และยังพบไมส้ กุล Dalbergia spp. สกุลตะแบก (Lagerstroemia spp.) สกุลรกฟูา
(Terminalia spp) และพรรณไมอ้ ืน่ ๆ
สาหรับวัตถุประสงค์ของการจัดทาระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิงภาคปุาไม้
(FREL/FRL) นั้น ในตอนเริม่ แรกตอ้ งการทจี่ ะแบ่งปาุ ผลดั ใบออกเปน็ ชนิดยอ่ ย 2 ชนดิ (เบญจพรรณ และเตง็ รัง)
แต่เน่ืองจากพบว่า บนพ้ืนฐานของผลการปฏิบัติงานภาคสนามไม่มีความแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญสาหรับ
ค่าสมั ประสิทธิ์การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (EF) ของปุา 2 ชนิดดังกล่าว ซ่ึงอธิบายรายละเอียดไว้ในส่วน
ของสัมประสิทธิ์การปลดปล่อยและการดูดกลับ (Emission and Removal Factors) ดังนั้นการดาเนินการ
จัดทาข้อมลู คา่ สัมประสิทธิ์การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (EF) จึงกาหนดปุาผลัดใบ (Deciduous Forest)
ประเภทหลกั อย่างเดียวเท่าน้ัน (แทนปุาเบญจพรรณ และปุาเต็งรัง) สาหรับการกาหนดชนิดย่อยของปุาดิบ
เขตร้อนช้ืน (Tropical evergreen forest) น้นั ชนดิ ปุาทกุ ๆ ชนดิ ยอ่ ยจะถูกรวมปุาไมผ่ ลัดใบ (Evergreen forest)
ยกเว้นปุาชายเลน ซ่ึงเป็นระบบนิเวศที่มีความโดดเด่นและมีความสาคัญสูงในแง่ของปริมาณคาร์บอนปุาไม้
ดังนั้นปุาไม้ของประเทศไทยเพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดทาระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิง
ภาคปาุ ไม้ (FREL/FRL) จึงถูกแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ปุาผลัดใบ (Deciduous Forest) ปุาไม่ผลัดใบ
(Evergreen Forest) และปาุ ชายเลน (Mangrove Forest) (ดูรายละเอียดบท FREL/FRL methodological
elements and choices – Forest Definition)
21
การตัดไม้ทาลายปาุ อย่างรุนแรงเกิดขน้ึ ในประเทศไทยในช่วงระหว่าง พ.ศ. 2513 และ 2523 จากนน้ั
รฐั บาลไทยได้กาหนดใหม้ ีการแทรกแซงหลายคร้ังเพอ่ื ปูองกันไม่ใหม้ ีการทาลายปุาไม้เพิม่ มากขึน้
ปัจจยั ทมี่ ผี ลต่อการทาลายปาุ ในประเทศไทย ไดแ้ ก่ การเก็บไม้เพื่อทาฟนื การเกษตรแบบเลื่อนลอย
โครงการการต้ังถ่ินฐานใหม่ของรัฐบาล และโครงการพัฒนาต่างๆ และล่าสุดการปลูกพืชเศรษฐกิจ
(cash crops) เป็นเหตุให้พน้ื ที่ปาุ ลดลงอย่างมนี ยั สาคญั
ปจั จัยสาคัญบางประการทมี่ สี ว่ นทาใหเ้ กิดการสญู เสียพน้ื ทีป่ าุ ในประเทศไทย ได้แก่:
1) การเพ่ิมขึ้นของประชากร ปัจจัยนี้เด่นชัดที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย
ซ่งึ เป็นพื้นที่ที่มปี ระชากรมากท่สี ดุ ของประเทศ และดว้ ยพ้นื ที่ให้ผลผลิตสาหรับการเกษตรกรรม
น้อยทีส่ ุด ดงั นน้ั เมอื่ มจี านวนประชากรเพ่ิมขน้ึ พ้นื ท่ปี ุาสว่ นใหญ่จึงถูกถางเพอ่ื ทาการปลกู พชื เพิ่ม
ผลผลติ ทางอาหาร
2) มูลค่าทางเศรษฐกิจของไม้ที่ยังสูง พันธุ์ไม้ท้องถิ่นของประเทศไทยหลายชนิดเป็นท่ีต้องการสูง
ในการทาการก่อสร้าง เฟอร์นิเจอร์ และอ่ืน ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม้สัก ท่ีผ่านมาได้มีการทาไม้
และขายอย่างถูกต้องตามกฎหมายและไม่ถูกกฎหมายในตลาดมืด (black market) การทาไม้
อย่างผดิ กฎหมายดเู หมอื นว่าจะยงั ไม่หายไปจากประเทศไทยไดอ้ ยา่ งหมดจด
3) กรรมสิทธใ์ิ นท่ีดินและสทิ ธิในทดี่ นิ (Land ownership and Land rights) การท่ีคนไทยจานวนมาก
ไม่สามารถรกั ษาพ้ืนทท่ี ามาหากนิ ไว้ได้ ส่งผลให้พวกเขาต้องทาการบกุ รุกปุาเรื่อยไปเพ่ือเป็นที่อยู่
อาศยั และพน้ื ทที่ ามาหากนิ
4) นโยบายดา้ นการเกษตรท่ีไม่แน่นอน การที่ราคาผวนในบางครั้งซ่ึงเป็นผลมาจากนโยบายกลาง
ร่วมกบั ความไม่แนน่ อนของนโยบายดา้ นที่ดินและความไม่มั่นคงในสิทธิท่ีดิน ส่งผลให้เกษตรกร
จานวนมากบุกรุกพ้ืนท่ีปุาเพ่ือขยายพ้ืนท่ีเพาะปลูกพืช เพ่ือให้มีเงินสาหรับการดารงชีพหรือใช้
จับจ่ายที่จาเป็นสนิ คา้ เกษตรผนั
รฐั บาลไทย (GOT) ไดน้ ามาตรการปูองกนั ตา่ งๆ มาใช้ตง้ั แต่ปี 2532 เปน็ ต้นมา เพื่อหยุดย้ังการตัดไม้
ทาลายพื้นที่ปุาและการลกั ลอบตดั ไม้ โดยมีจุดมุ่งหมายเพ่ือเพ่ิมพื้นที่ปุาไม้ นอกจากน้ีประเทศไทยได้ส่งเสริม
มาตรการการปลูกปุารูปแบบต่าง ๆ และนับจากช่วงต้นปี พ.ศ. 2543 พ้ืนท่ีปุาในประเทศไทยมีความคงท่ี
ที่ประมาณร้อยละ 30 ในช่วงปี 2549-2559 ซึ่งเป็นช่วงที่โครงการเตรียมความพร้อมต่อกลไก REDD+
กาหนดให้เป็นปีฐานอ้างอิง (Reference period) ของการจัดทาระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และ
ระดบั อา้ งองิ ภาคปุาไม้ (FREL/FRL) ของประเทศไทย ซง่ึ เปน็ ช่วงเวลาท่ีแสดงให้เห็นวา่ รัฐบาลและทุกภาคส่วน
ทางานรว่ มกันอย่างหนกั เพือ่ รกั ษาผนื ปาุ ของประเทศ ตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2549 เป็นต้นมา ประเทศไทยไม่มีการพบ
การสูญเสียปุาไม้ครงั้ ใหญ่ และไดม้ ีการดาเนินมาตรการตา่ งๆ เพ่มิ เตมิ เพ่อื รักษาและขยายพืน้ ทปี่ ุาตอ่ เนื่องไปใน
อีกหลายทศวรรษขา้ งหน้า
22
การจดั ทาระดับการปลอ่ ยอา้ งอิงภาคปุาไมแ้ ละระดบั อา้ งองิ ภาคปุาไม้ (FREL/FRL) ครงั้ นี้ครอบคลุม
พ้ืนท่ีทั้งหมดของประเทศไทย ซ่ึงการเลือกระดับเพื่อจัดทาข้อมูล FREL/FRL ถือเป็นการจัดทาระดับชาติ
(national scale) โดยได้พิจารณาอย่างครอบคลุมถึงบทบาทหน้าท่ีของหน่วยงานด้านปุาไม้ทั้ง 3 หน่วยงาน
(กรมปุาไม้ กรมอุทยานฯ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง) ความเชื่อมโยงกับกิจกรรม REDD+
ที่แตกต่างกัน และพิจารณาถึงความเชื่อมโยงกับนโยบายระดับชาติในการดาเนินการด้าน REDD+ และการ
มีส่วนร่วมท่ีประเทศกาหนด (NDC) การประยุกต์ใช้ข้อมูลในระดับชาตินั้นเป็นไปได้เนื่องจากในแง่ของ
การตรวจวดั การติดตาม และการรายงาน (Measurement, Monitoring and Reporting: MMR) ต่อระบบ
การตรวจติดตามทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ (National Forest Monitoring System: NFMS) และพบว่า
มคี วามพรอ้ มของข้อมลู และความสามารถของหน่วยงานท่ีเกย่ี วข้องของประเทศรองรบั เร่อื งที่กล่าวมาข้างตน้
การจัดทาระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิงภาคปุาไม้ (FREL/FRL) ประกอบด้วย
REDD+ จานวน 3 กิจกรรม ได้แก่ การตดั ไม้ทาลายปุา (Deforestation) การทาใหป้ ุาเสือ่ มโทรม (Forest degradation)
และการเพมิ่ พูนของปรมิ าณกักเก็บคาร์บอนปาุ ไม้และการปลกู ปาุ ทง้ั แบบ การปลูกปาุ ในทท่ี ่ีไมเ่ คยเป็นปาุ มากอ่ น
(afforestation) และการปลูกปาุ ในทที่ ่ีเคยเป็นปาุ มากอ่ น (reforestation)
การตัดไม้ทาลายปุา (Deforestation): พ้ืนที่ปุาที่มีการปกคลุมเรือนยอดของไม้ใหญ่ลดลงต่ากว่า
ร้อยละ 10 จากปัจจัยสาเหตุต่างๆ (Drivers) ถือเป็น การตัดไม้ทาลายปุา (Deforestation) พ้ืนที่ปุาไม้ที่ถูก
เปลยี่ นแปลงเพ่ือการต้ังถ่นิ ฐาน และเพื่อการเกษตรกถ็ ือว่าเป็นการทาลายปาุ ด้วยเชน่ กนั
ความเส่ือมโทรม (Degradation): พื้นท่ีปุาไม้ท่ีมีการปกคลุมเรือนยอดเทียบเท่ากับหรือสูงกว่า 10%
และต่อมาพน้ื ทีก่ ารปกคลมุ เรือนยอดลดลงแต่ยังคงความเปน็ พนื้ ท่ีปาุ ไม้ ถือเป็น พนื้ ท่ปี ุาเสอ่ื มโทรม สาหรบั ในทาง
ปฏิบัติความเส่ือมโทรม ถูกกาหนดจากการเปลี่ยนแปลง ปุาชนิดหนึ่งท่ีปริมาณการกักเก็บคาร์บอนสูง ไปเป็น
ปาุ อกี ชนิดหนงึ่ ท่ีปรมิ าณการกักเกบ็ คาร์บอนต่า หรือการลดลงของปรมิ าณกกั เก็บคารบ์ อนในปาุ ชนดิ เดียวกัน
ความเพ่ิมพูน (Enhancement) :ความเพิ่มพูนของปริมาณกักเก็บคาร์บอนปุาไม้แบ่งออกเป็น
2 หมวดหมู่ตามวัตถุประสงค์ของการจัดทาระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิงภาคปุาไม้
(FREL/FRL) ดังนี้ (1) ความเพ่ิมพูนจากการปลูกปุาแบบท้ังแบบ Reforestation / Afforestation คือการท่ี
ที่ดนิ ทีไ่ ม่ใช่ที่ดนิ ปาุ ไม้ ถกู เปลยี่ นเป็น ที่ดินปุาไม้ และ (2) ความเพ่ิมพูนจากการฟื้นฟูพ้ืนที่ปุา (Restoration)
คือการเพิ่มพูนของปริมาณกักเก็บคาร์บอนปุาไม้ในพื้นท่ีปุาคงสภาพ (Stable Forest) ซึ่งความเพิ่มพูนจาก
ทง้ั 2 หมวดหมนู่ ้ี ได้ถูกรวมในการคานวณการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก (GHG) สาหรับการจัดทา FREL/FRL
คร้ังน้ีแล้ว ในกรณีของการฟื้นฟู (Restoration) นั้นมีความสัมพันธ์กับพ้ืนปุาคงสภาพซ่ึงมีปริมาณกักเก็บ
คารบ์ อนเพ่ิมข้ึน หรอื มาจากกรณีมีการเปลี่ยนแปลงพน้ื ที่ปุาไม้ จาก ชนดิ ปุาทมี่ ปี ริมาณกกั เก็บคารบ์ อนต่า ไปเป็น
ชนิดปาุ ที่มปี ริมาณกักเก็บคารบ์ อนสงู
23
ในการดาเนินการคร้ังนี้ไม่มีการแยกคานวณสาหรับข้อมูลการปลดปล่อย (emission) หรือการดูดกลับ
(removal) ของก๊าซเรือนกระจก (GHG) เนื่องด้วยเหตุผลของการอนุรักษ์การกักเก็บคาร์บอนภาคปุาไม้และ
การจัดการปุาไม้อย่างยั่งยืน อย่างไรก็ตามผลกระทบของกิจกรรม REDD+ ท้ังสองนี้ได้รับการพิจารณาว่า
ครอบคลุมคา่ การปลดปลอ่ ยจากการตดั ไมท้ าลายปาุ และความเสื่อมโทรมของปุา และครอบคลุมค่าการดดู กลบั
เนอ่ื งจากความเพ่ิมพูนการกกั เก็บคารบ์ อนในภาคปาุ ไม้
ภาพที่ 4 กจิ กรรม REDD+ ทั้ง 5 กจิ กรรม
คานิยามปจั จบุ นั ของ “ปุาไม้” ที่กรมปุาไม้ใช้อยู่ถูกนามาใช้เป็นพ้ืนฐานสาหรับคาจากัดความของคาว่า
“ปุาไม้” ท่ีในการทากจิ กรรมของ REDD+ ของประเทศไทย อย่างไรก็ตามหากพิจารณาถึงการประมาณอย่าง
ถูกตอ้ งของการปลดปล่อยและการดูดกลบั แล้วนั้น พ้ืนทีข่ องทุ่งหญ้าและลานหิน ซ่ึงถูกจาแนกเป็นพ้ืนท่ีปุาใน
ขอ้ มูลทจ่ี าแนกก่อนหนา้ นี้ ไดถ้ ูกแยกออกไปจากนยิ ามของปุาไม้ในการทากจิ กรรมของ REDD+ เพ่อื ใหเ้ ป็นตาม
วัตถุประสงค์ในการจัดทาระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิงภาคปุาไม้ ( FREL/FRL)
ครั้งน้ี นอกจากนี้ สวนไม้ผล (tree crop) สวนไม้ชนิดพนั ธ์ุตา่ งถิน่ (exotic species) เชน่ ยางพารา และปาล์ม
น้ามัน ได้ถูกแยกออกไปจากนิยามของปุาไม้เช่นกัน เพื่อให้เป็นตามวัตถุประสงค์ในการจัดทา FREL/FRL
สาหรบั สวนสัก (Teak plantation) และรวมทงั้ พื้นท่ีปลกู ปาุ เพอ่ื เพม่ิ คณุ คา่ หรอื ช่วยฟนื้ ฟูธรรมชาติปุา จะถอื วา่
เป็นส่วนหนึ่งของปุาไมต้ ามนยิ ามปาุ ไม้ในการทากิจกรรมของ REDD+ ครง้ั นี้
24
ขอบเขตของนิยาม “ปา่ ไม้” (Forest definition thresholds)
- พน้ื ทอ่ี ย่างนอ้ ย 0.5 เฮกตาร์
- เรือนยอดปกคลมุ พนื้ ทอี่ ย่างนอ้ ยร้อยละ 10
- ความสูงต้นไม้ : ไมร่ ะบุ (ในทางปฏบิ ัติ 2 เมตร)
ขอบเขตนิยามน้ีหมายรวมถึงพ้ืนที่ปุาไม้ที่อยู่ท้ังในและนอกพ้ืนที่ภายใต้การจัดการของ กรมปุาไม้ (RFD),
กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั ว์ปาุ และพันธ์พุ ชื (DNP) และกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่งั (DMCR)
ในการดาเนนิ การครง้ั น้ี ปาุ ไม้แบ่งออกไดเ้ ป็น 3 ประเภท คือ ปุาผลัดใบ ปุาไม่ผลัดใบและปุาชายเลน
ปริมาณคาร์บอนสูงสุดต่อเฮกตาร์เป็นของปุาไม่ผลัดใบ (Evergreen Forest) อย่างไรก็ตามในแง่ของ
การเปล่ียนแปลงพื้นท่ีปุานั้นพบว่า พ้ืนที่ที่มีการเปล่ียนแปลงมากท่ีสุดคือปุาผลัดใบ (Deciduous forest)
(ข้อมูลรายละเอียดเพ่ิมเติมอยู่ในบทของ ระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิงภาคปุาไม้
(FREL/FRL) ข้อมูลกิจกรรม (AD) และ ค่าสัมประสิทธ์ิการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (EF)) ปุาผลัดใบ
มคี วามสาคัญที่สุดในแงข่ องการดารงชวี ติ ของประชาชน
จากแหล่งกกั เกบ็ คารบ์ อนท้ัง 5 แหลง่ ตามทอ่ี ธบิ ายไว้คู่มือของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วย
การเปลีย่ นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ (IPCC) ในการดาเนินการจัดทาระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับ
อา้ งองิ ภาคปุาไม้ (FREL/FRL) นี้ใช้ขอ้ มลู เพียง 2 แหลง่ ได้แก่ มวลชวี ภาพเหนอื พืน้ ดนิ (AGB) และมวลชีวภาพ
ของส่วนที่ยังมีชีวิตใต้พ้ืนดิน (BGB) ซ่ึงสอดคล้องกับภาค “การใช้ที่ดิน การเปล่ียนแปลงการใช้ที่ดิน และ
ภาคปาุ ไม้ (LULUCF)” สาหรบั การจัดทาบัญชีกา๊ ซเรือนกระจกแหง่ ชาติ ซึ่งเชื่อว่าจะยงั คงปฏบิ ตั แิ บบนี้เรื่อยไป
ในขณะที่ยงั มีขอ้ จากัดของข้อมูลการเก็บกักคาร์บอนในซากพืช (litter) ไม้ตาย (dead wood) และคาร์บอน
อินทรีย์ในดิน (soil organic carbon: SOC) ขอ้ มูลแหล่งกกั เกบ็ คาร์บอน (pools) เป็นส่วนหน่ึงเพ่ือประกอบ
การพจิ ารณาการดาเนนิ การปรบั ปรุง FREL/FRL ในอนาคต (ดูรายละเอียดในหัวข้อ การดาเนินการปรับปรุง
(improvement))
กา๊ ซเรอื นกระจก (GHG) ที่กล่าวถึงในการจัดทาระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิง
ภาคปาุ ไม้ (FREL/FRL) ของประเทศไทย มีเพียงชนิดเดียวคือ ก๊าซคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ (CO2) เน่ืองจากการ
ปล่อยก๊าซเรือนกระจกอ่ืน ๆ จากการใชท้ ่ดี นิ และการเปล่ยี นแปลงการใช้ที่ดินถือว่าน้อยมาก (พ้ืนท่ีพรุมีขนาด
เล็กมากและแยกจากพ้นื ที่อ่นื พ้ืนที่ที่ไดร้ บั ผลกระทบจากไฟปุามีอย่างจากัด และการลดลงแสดงเป็นพื้นฐาน
รายปี) ในขณะที่มีข้อมูลอย่างจากัดเกี่ยวกับก๊าซเรือนกระจกต่างๆ ทาให้มีการแยกออกไปจากการจัดทา
FREL/FRL ซ่งึ ไดใ้ ช้ยดึ ถอื เป็นแนวทางปฏิบตั ิ (conservative approach) อยา่ งไรกต็ ามประเทศไทยมคี วามต้งั ใจ
ทีจ่ ะสารวจและตรวจสอบกา๊ ซเรอื นกระจกอื่น ๆ เพอื่ การรายงานในอนาคตต่อไปดว้ ย
25
ประเทศไทยกาหนดช่วงเวลาระหวา่ งปี พ.ศ. 2549 - 2559 เปน็ ช่วงเวลาอ้างอิงในอดีต (Reference
period) สาหรับการจัดทาระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิงภาคปุาไม้ (FREL/FRL) ซึ่งมี
ความเห็นร่วมกนั วา่ ช่วงเวลานม้ี ขี อ้ มูลพรอ้ มเพอ่ื การประมาณทด่ี ีในเรื่องของ ตัดไม้ทาลายปาุ การทาให้ปุาเสื่อมโทรม
และอัตราการเพิ่มพูนของปุาไม้ ประกอบกับในช่วงเวลานี้ยังสามารถทาการเปรียบเทียบข้อมูลท่ีมีได้
ทง้ั ข้อมูลที่มาจากการสารวจระยะไกล (remote sensing) และข้อมูลการสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ
(National Forest Inventory: NFI) ที่มีอยู่ที่ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นและช่วงส้ินสุดของระยะเวลาอ้างอิง
การดาเนินการนี้ยังมกี ารใช้วธิ ีการหาคา่ เฉล่ียจากข้อมูลในอดีตด้วย (ดรู ายละเอียดในหวั ข้อ การจัดทาระดับการ
ปลอ่ ยอ้างอิงภาคปาุ ไม้และระดับอา้ งอิงภาคปาุ ไม้ (FREL/FRL Construction))
โดยทั่วไปการประมาณปริมาณการดูดกลับและการปลดปล่อยขึ้นอยู่กับพ้ืนฐานความสัมพันธ์ของ
ค่าสัมประสิทธิ์การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (EFs) ในหน่วยตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า (tCO2e) ท่ี
ปล่อยออกมาหรอื ดูดกลับจากช้ันบรรยากาศตอ่ พน้ื ท่ีทมี่ ีการเปลี่ยนแปลงการใชป้ ระโยชนท์ ่ดี ิน (หน่วยพ้นื ที่เป็น
เฮกตาร์) และข้อมูลกิจกรรม (AD) ท่ีได้ทาการประเมินปริมาณพื้นที่ (หน่วยพ้ืนท่ีเป็นเฮกตาร์) ที่มีการ
เปล่ียนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละประเภทในช่วงเวลาอ้างอิง สาหรับการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน
แบ่งดงั นี้ การตดั ไมท้ าลายปาุ การทาให้ปาุ เสือ่ มโทรม และความเพิม่ พนู ของปุาไม้ เนื่องจากมีการใช้วิธีการหา
คา่ เฉลย่ี ข้อมลู ในอดตี ดังน้ันขอ้ มูลเฉลีย่ ของการปลดปลอ่ ยและการดูดซับในช่วงเวลาอ้างอิงนั้น จะเป็นค่าจาก
การทานายความเป็นไปได้ (และทาการเปรียบเทียบกับค่าจริง) ของระดับการปลดปล่อยและการดูดซับใน
ชว่ งเวลาทเ่ี กดิ ผลลัพธ์น้นั (result period)
26
ตามคู่มือแนวทางของ IPCC สาหรับการจัดทาบัญชีก๊าซเรือนกระจกแห่งชาติ ได้ให้นิยามของ
ข้อมูลกิจกรรม (AD) คือขนาดของกิจกรรมของมนุษย์ท่ีเกิดข้ึนในช่วงเวลาที่กาหนด และส่งผลต่อการ
ปลดปลอ่ ยหรอื การดูดกลบั กา๊ ซเรือนกระจก ซึง่ การปลดปล่อยเปน็ ขอ้ มูลท่แี สดงถึงกิจกรรมของมนุษย์ที่ส่งผล
ให้เกิดการสูญเสยี พนื้ ที่ปาุ ไม้จากการตัดไมท้ าลายปุาและการทาใหป้ าุ เส่อื มโทรม ในขณะการดดู กลับเปน็ ข้อมลู
ท่ีแสดงถึงการเพิ่มข้ึนของพื้นที่ปุาไม้หรือความเพิ่มพูนของการปกคลุมเรือนยอด ในรายงานฉบับนี้ข้อมูล
กิจกรรม (AD) พัฒนาข้ึนจากการประมาณขอบเขตการเปล่ียนแปลงพื้นที่ปุาไม้ในพ้ืนท่ีปุาไม้ 3 ชนิด ได้แก่
ปาุ ไม่ผลัดใบ ปาุ ผลัดใบ และปาุ ชายเลน เทียบกับขอ้ มลู พ้ืนท่ีทไี่ ม่ใช่ปุา ในช่วงปี พ.ศ. 2549 - 2559 พื้นท่ีปุาไม้นี้
หมายรวมถึงปุาธรรมชาติ ปุาทุติยภูมิ (secondary forest) และสวนปุา (plantation forest) อย่างไรก็ตาม
ข้อมลู กจิ กรรม (AD) คร้ังนไี้ ม่ได้จัดทาแยกตามปาุ ธรรมชาติ ปุาทตุ ิยภมู ิ และสวนปาุ สาหรบั การประมาณพื้นท่ี
ท่ีมีการตดั ไมท้ าลายปาุ (การสูญเสียพ้นื ที่ปุา-forest loss) และการเพิ่มขนึ้ ของพื้นท่ีปุา (พ้นื ที่ปาุ เพิม่ -forest gain)
นัน้ ใช้แผนท่ีที่ทาขนึ้ สาหรบั การจัดทาระดบั การปลอ่ ยอา้ งอิงภาคปุาไมแ้ ละระดบั อา้ งอิงภาคปุาไม้ (FREL/FRL)
เพราะแผนทท่ี มี่ ีอยู่เดิมไมส่ อดคล้องกับ “นยิ ามปุาไม้” ที่กาหนดภายใตใ้ นโครงการซึ่งไม่รวมพ้ืนท่ีทุ่งหญ้าและ
ลานหิน ข้อมูลกิจกรรม (AD) นี้ดาเนินการประเมินโดยหลักการสุ่มตัวอย่าง (sample-based approach)
บนแผนท่ีทีม่ กี ารจัดแบ่งชั้น (stratified map) จากแผนที่ปี พ.ศ. 2549 และ 2559 ซึ่งเป็นแผนที่ปุาและไม่ใช่ปุา
สาหรับข้อมูลแนวเขตพนื้ ท่ปี าุ ไม้ (forest mask) ในการจัดทาข้อมูลกจิ กรรม (AD) แสดงไวใ้ นตารางที่ 2
ตารางท่ี 2 ชุดขอ้ มูลตา่ งๆ ท่ีใชเ้ พอ่ื ผลติ แผนทแี่ ละการประเมินความถกู ตอ้ ง
ชนดิ ขอ้ มูล 2549 2559 รายละเอียด
ขอ้ มูลภาพดาวเทียม
Landsat ข้อมูลดาวเทยี ม Landsat TM 4 5 & ข้อมลู ดาวเทียม Landsat ขอ้ มูลถูกปรบั แก้เพอ่ื ลด
ข้อมลู สนับสนนุ 7 ผลติ ภาพต่อ (mosaic) จากข้อมูลที่ TM 8 ผลิตภาพตอ่ ผลกระทบจากชั้น
(Auxiliary Data)
ปราศจากเมฆและจดุ ภาพที่ (mosaic) จากข้อมูลที่ บรรยากาศ (atmosphere)
ข้อมลู ตรวจสอบความถูกต้อง
(Validation Data) ดที ่สี ดุ ปราศจากเมฆและจดุ ภาพที่ และการสะท้อนของคลนื่
ดีทส่ี ุด
- ช้ันขอ้ มลู ปาุ ไม้ จากกรมพัฒนาท่ดี ิน - ชน้ั ข้อมูลปาุ ไม้จาก
- ภาพถ่ายดาวเทยี ม Forestry Technical unit
Google earth - ภาพถ่ายดาวเทยี ม
Google earth
ข้อมูลภาพรายละเอยี ดสูงจาก ข้อมลู ภาพรายละเอียดสูง การดาเนินการตรวจสอบ
Google earth ขอ้ มูลBing map และ จาก Google Earth และ ความถูกตอ้ ง ทาจากข้อมลู ที่
Google Earth Engine (Landsat) Google Earth Engine เป็นอสิ ระภายใต้ Collect
(Landsat และ Sentinel 2) Earth System
27
การประเมนิ การเปลีย่ นแปลงพื้นท่ี (Forest Change Assessment)
การตรวจประเมนิ การเปลีย่ นแปลงในรูปแบบดิจทิ ลั ของส่ิงปกคลมุ พื้นดิน และการเปลี่ยนแปลงปุาไม้
โดยใช้ภาพถา่ ยดาวเทยี ม สามารถทาไดโ้ ดยใช้เทคนคิ หลายๆ อย่าง รวมถงึ กระบวนการปรับแก้ข้อมูลภายหลัง
จากการจาแนกข้อมลู (post-classification) และใชค้ วามแตกต่างของภาพต่างช่วงเวลา (temporal image)
ใน 2 ชว่ งเวลา (Jensen, 1996; Lunetta and Elvidge, 1981, Coppin et al., 2004) การทา post-classification
เปน็ หนึง่ ในเทคนคิ ท่ีใชก้ นั มากทีส่ ุด ซึ่งความแตกตา่ งที่ตรวจจบั ไดน้ ้นั ขึน้ อยู่กับความสอดคลอ้ งกันของการซ้อนทับ
(overlaying coincident) ของแผนท่ีจากช่วงเวลาที่แตกต่างกัน (Tewksebury et al. 2015) ประเทศไทย
ตัดสินใจใช้เทคนิค post-classification เน่ืองจากมีความมั่นใจในคุณภาพของข้อมูลแนวเขตพ้ืนท่ีปุาไม้
(forest mask) ที่ได้จากแผนท่ีเฉพาะเร่ือง (thematic maps) ที่จัดทาข้ึนในปี พ.ศ. 2549 และ 2559 ว่ามี
ความสอดคลอ้ งกับบริบทของโครงการน้ี ข้อมูลกิจกรรมของ REDD+ สาหรับข้อมูลการตัดไม้ทาลายปุาและ
ความเพม่ิ พนู ของการกกั เกบ็ คารบ์ อน ทาเปน็ แผนทโ่ี ดยใช้ข้อมูลการสารวจระยะไกลระดับประเทศ ในขณะที่
ขอ้ มูลความเสือ่ มโทรมของปุาไม่ได้ถกู จัดทาในรปู แผนท่ี ซงึ่ ข้อมลู การปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก (emission)
จะคานวณโดยใช้ขอ้ มูลจากการสารวจทรัพยากรปุาไมข้ องประเทศ (NFI) จากขอ้ มลู ท่ีจัดเก็บมาแล้ว 2 รอบ
พ้ืนท่ีปุาไม้อยภู่ ายใตก้ ารจัดการโดย 3 หนว่ ยงานหลกั ได้แก่ กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สัตว์ปาุ และพนั ธ์พุ ชื (DNP),
กรมปาุ ไม้ (RFD) และกรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั (DMCR) ซึง่ ทางานอย่างอิสระต่อกัน ดังน้ันข้อมูลที่
จัดทาขนึ้ โดยหนว่ ยงานจงึ ไม่สอดคล้องกนั ในการดาเนนิ โครงการน้ีจึงตัดสินใจจัดทาข้อมูลเชิงพ้ืนที่ขึ้นมาใหม่
โดยใช้นิยามปุาไม้ท่ีกาหนดขึ้นมา และเพ่ือให้สอดคล้องกันทั่วประเทศสาหรับเวลาอ้างอิงเร่ิมต้น
ปี พ.ศ. 2549 และเวลาอ้างอิงสนิ้ สดุ ปี พ.ศ 2559
ด้วยขอบเขตทางภูมิศาสตร์ของประเทศ ในการจัดการและการประมวลผลข้อมูลจึงได้แบ่งพ้ืนที่
ดาเนินการออกเป็น 6 ส่วน (tiles/blocks) (ภาพที่ 5) จากนั้นดาเนินการคัดเลือกภาพข้อมูลดาวเทียม
Landsat ทมี่ ขี อ้ มลู จดุ ภาพ (pixel) ทดี่ ีท่สี ุดโดยใช้โปรแกรม SEPAL (ชดุ โปรแกรมประยกุ ต์ท่ีพัฒนาโดย FAO)
เพื่อผลิตข้อมูลภาพปี พ.ศ. 2549 และ 2559 สาหรับปี พ.ศ. 2549 ข้อมูลภาพจากดาวเทียม Landsat 4 5
และ 7 ไดร้ บั การผสมรวมกนั (combined) เพอื่ การผลติ ข้อมูลภาพประกอบ (mosaic) ท่ีมขี อ้ มูลจุดภาพดที สี่ ดุ
ในพ้นื ทีท่ ่ีสนใจ (Area of Interest: AOI) ในขณะท่ีปี พ.ศ. 2559 ใช้ขอ้ มลู ภาพจากดาวเทยี ม Landsat 8 และ
Sentinel-2 เท่าน้ัน ข้อมูลพื้นท่ีปุาไม้ได้มาจากการแปลตีความด้วยสายตา (visual interpretation) และ
ขอบเขตพ้นื ท่ีปาุ ไม้ขั้นสดุ ท้ายไดถ้ ูกปรบั วาดด้วยมอื (manually digitize) โดยใชช้ ดุ ขอ้ มูลต่างๆ สนบั สนนุ เช่น
ภาพถ่ายจากดาวเทียม LANDSAT ภาพถ่ายความละเอียดสูงจาก Google Earth และข้อมูลสนับสนุนจาก
กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปุา และพันธุ์พืช ทเ่ี กี่ยวกบั ขอ้ งพนื้ ทปี่ าุ ไม้ (ภาพท่ี 5)
การเริ่มดาเนินงาน เริ่มต้นจากนาชั้นข้อมูลแนวเขตพื้นท่ีปุาไม้ (forest mask) ปี พ.ศ. 2559 ของ
กรมอทุ ยานแห่งชาติ สัตว์ปุา และพันธ์ุพืช (ชั้นขอมูล A) ซึ่งเป็นข้อมูลต้ังต้น (basis) ไปซ้อนทับบนภาพถ่าย
ดาวเทียม Landsat ปี พ.ศ. 2559 (ช้ันขอมูล B) จากนั้นทาการแปลตีความด้วยสายตา (visual interpretation)
ช้นั ข้อมลู ทั้ง 2 ชนั้ (A และ B) และดาเนินการปรับรูปร่าง (reshape) แนวเขตพ้ืนท่ีปุาไม้ในส่วนท่ีขาดหายไป
หรือแปลเกินผิดจากความจริง โดยให้เป็นไปตามนิยามพื้นท่ีปุาไม้ท่ีใช้ในการจัดทากระดับอ้างอิงภาคปุาไม้
(FREL/FRL) น้ี เมอ่ื จดั ทาชั้นข้อมลู แนวเขตพน้ื ทีป่ าุ ไม้ ปี พ.ศ. 2559 เสรจ็ แลว้ นาชัน้ ข้อมูลดงั กล่าวไปซ้อนทับ
กับข้อมูลภาพถ่ายจากดาวเทียม Landsat ปี พ.ศ. 2549 ที่ดาเนินการผลิตภาพจากข้อมูลที่จุดภาพดีท่ีสุดไว้แล้ว
จากน้นั ดาเนินปรับแก้แนวเขตพื้นท่ีปุาไม้เพ่ือผลติ ชน้ั ข้อมูลพื้นทป่ี ุาไม้ ปี พ.ศ. 2549 แต่สาหรับชั้นข้อมูลพื้นที่
ทไ่ี ม่ใช่ปุาไม้ (Non-forest layer) ของทั้ง 2 ปี ดาเนินการจัดทาโดยใชเ้ ครอื่ งมือท่ีแตกต่างกันภายใต้โปรแกรม
28
สารสนเทศประยุกต์ ArcMap [4] และดาเนินการตัดขอบเขต (subtract) ชั้นขอ้ มูลพ้ืนท่ีปุาไม้ท่ีไดม้ ากอ่ นหนา้ นี้
เพ่ือใหม้ ีแนวเขตเท่ากับขอบเขตของพ้ืนที่ประเทศไทยโดยโปรแกรม ArcMap เช่นกนั ชั้นข้อมูลพื้นท่ีปุาไม้ของ
ท้งั 2 ปี ท่เี ปน็ รูปแบบขอ้ มลู เวกเตอร์ (Vector) ถกู แปลงใหเ้ ปน็ ขอ้ มลู แบบราสเตอร์ (Raster) (Rasterization)
โดยกาหนดขนาดความละเอยี ดของขอ้ มูลเป็น 10 x 10 เมตร เพื่อใชใ้ นการวิเคราะห์ตอ่ ไป
ภาพท่ี 5 : รปู ภาพ (a) แสดงการแบง่ กรอบพ้นื ทดี่ าเนินงานในระดบั ประเทศ (b) ลกู ศรสีเหลืองช้ีไปที่ช้ันข้อมูลแนวเขตพื้นที่ป่า
ไม้ ปี พ.ศ. 2559 จาก กรมอทุ ยานแห่งชาติ สัตว์ปา่ และพนั ธพ์ุ ืช ซึ่งซ้อนทบั กับข้อมูล Landsat ในปี 2549 ลูกศรสีน้าเงินช้ีไป
ท่ีเส้นประสีเขียวซึ่งเปน็ แนวท่ลี าก (digitize) พ้ืนที่ป่าไม้ที่ปรากฏบนภาพ Landsat ปี พ.ศ. 2549 แต่ไม่รวมอยู่ในแนวเขตป่า
ไมป้ ี พ.ศ. 2559 รูปภาพ (c) แสดงภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูงจาก Google Earth ท่ีใช้ในการตรวจสอบความถูกต้อง
พ้ืนที่ป่าไม้ในพื้นท่ีที่เกี่ยวข้องสาหรับปี พ.ศ. 2559 และรูปภาพ (d) แสดงภาพที่ซ้อนทับของภาพดาวเทียมและแนวป่าไม้ท่ี
ปรบั แกแ้ ล้ว รปู ภาพ (e) แสดงข้อมูลแผนท่ีสุดท้ายของพ้ืนที่ป่าไม้ พ .ศ.2559 และ 2549 ซ่ึงซ้อนทับบนข้อมูลภาพดาวเทียม
Landsat
ภาพท่ี 5 ข้นั ตอนการจัดทาเสน้ แนวเขตปุาไม้ (Forest Mask)
29
ต่อจากนัน้ ดาเนินการซอ้ นทับขอ้ มูลแนวเขตพืน้ ท่ีปุาไม้ (forest mask) ปี พ.ศ. 2549 และ 2559
เพ่ือวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของเรือนยอดของปาุ ไม้ในช่วงเวลาอา้ งองิ ข้ันตอนการทางานแสดงในภาพท่ี 6
แผนท่ีสุดท้ายท่แี สดงการเปลี่ยนแปลง (Final map) ประกอบชัน้ ข้อมูล 10 ชั้น (classes) ดังนี้
(1) พ้ืนที่ท่ีไมใ่ ชป่ าุ ไม้ คงท่ี (Stable Non-Forest - เปน็ พ้ืนทท่ี ี่ไม่ใชป่ ุาทั้งในปี พ.ศ. 2549 และ 2559)
(2) ปาุ ไมผ่ ลดั ใบ คงท่ี (Evergreen Forest stable: EG stable)
(3) ปุาผลัดใบ คงที่ (Deciduous Forest stable: DF stable)
(4) ปุาชายเลน คงที่ (Mangrove Forest stable: MG Stable)
(5) ปุาไมผ่ ลัดใบ ลดลง (Evergreen Forest Loss: EG loss)
(6) ปาุ ผลัดใบ ลดลง (Deciduous Forest loss: DF loss)
(7) ปาุ ชายเลน ลดลง (Mangrove Forest loss: MG loss)
(8) ปาุ ไม่ผลัดใบ เพมิ่ ขึ้น (Evergreen Forest gain: EG gain)
(9) ปุาผลัดใบ เพมิ่ ข้นึ (Deciduous Forest gain: DF gain)
(10) ปาุ ชายเลน เพมิ่ ข้ึน (Mangrove Forest gain: MG gain)
โดยขอ้ (2) (3) (4) จดั เปน็ พื้นทปี่ ุาคงท่ี (Stable Forest) ข้อ (5) (6) (7) จดั เป็นพืน้ ทป่ี ุาลดลง (Forest
Loss) และขอ้ (8) (9) (10) จัดเปน็ พ้นื ที่ปุาเพิ่มข้นึ (Forest Gain) มีการใช้เทคนคิ การคัดกรองขอ้ มลู (sieving
tool) เพื่อหลีกเลีย่ งขอ้ ผิดพลาดทอ่ี าจเกดิ ข้ึนในการจดั ทาข้อมูลพน้ื ทร่ี ปู ปดิ (polygon) เช่น การเกดิ พ้ืนท่ขี นาด
เลก็ มากๆ (slivers) ที่มาจากกระบวนการ post-classification การเกดิ เศษข้อมลู (noise) และเพ่อื ใช้ในการ
กาหนดหนว่ ยแผนทีท่ เี่ ล็กท่สี ดุ (Minimum Mapping Unit: MMU) ซ่ึงกาหนดเปน็ พน้ื ท่ี 0.5 เฮกตาร์ เพอ่ื ให้
สอดคล้องตามคานยิ ามของ “ปุาไม้”
30
ภาพท่ี 6 แสดงแผนผงั การดาเนินงานเพือ่ วิเคราะห์ประเมินพื้นที่ปุาไมท้ เ่ี ปลย่ี นแปลงและปริมาณพ้นื ทีโ่ ดยแบบจัดชั้น
ขอ้ มลู ระหวา่ งการวเิ คราะหแ์ สดงเปน็ สีเขยี ว ข้อมูลสนับสนนุ เป็นสสี ม้ และข้อมลู ผลลพั ธส์ ุดทา้ ยเป็นสฟี าู
31
การประเมนิ คา่ ความถูกตอ้ งของแผนที่ (Map Accuracy Assessment)
แผนท่ใี ด ๆ ที่ผลิตโดยใช้ข้อมูลการสารวจจากระยะไกล อาจมีข้อผิดพลาดเกิดข้ึนในการจาแนกข้อมูล
สาเหตุจากปจั จัยตา่ ง ๆ เช่น คุณภาพของภาพข้อมูล ข้อมูลตัวอย่างเพ่ือวิเคราะห์ไม่ดี (poor training data)
และขอ้ ผดิ พลาดของผแู้ ปลตคี วาม (interpreter) ข้อผดิ พลาดในการจาแนกข้อมูลเป็นสิ่งท่ีไม่สามารถหลีกเล่ียงได้
และการคานวณขอ้ ผดิ พลาดจึงเป็นสิ่งที่กาหนดคณุ ภาพของแผนที่ (McRoberts, 2011) การประเมินความถกู ตอ้ ง
ของแผนที่ (Map Accuracy Assessment) เป็นกระบวนการท่ีใช้ในการหาปริมาณข้อผิดพลาดของแผนที่
และเพอ่ื ประเมนิ พืน้ ทที่ ม่ี คี วามไม่แน่นอน โดยปฏิบัติตามคู่มือ IPCC guideline ดังนั้นจึงเป็นเร่ืองปกติในการ
นาแผนท่ีทผี่ ลติ ได้ไปเปรียบเทียบกับข้อมลู อา้ งอิงซ่งึ ถือวา่ มคี วามถูกต้องกว่า เพื่อที่จะคานวณค่าความไม่แน่นอน
(uncertainty) ของแต่ละช้นั ข้อมูล และเพ่อื คานวณชว่ งความเช่ือมนั่ (confidence intervals: CI)
ดังน้ันแผนที่ท่ีสมบูรณ์จึงต้องได้รับการประเมินความถูกต้องตามวิธีการของ "แนวทางปฏิบัติท่ีดี
สาหรับการประเมินพนื้ ท่ีและประเมินความถูกต้องของการเปลี่ยนแปลงที่ดิน (Good practices for estimating
area and assessing the accuracy of land change)” โดย Olofsson และคณะ (2014) และคู่มือปฏิบัติ
“การประเมินความค่าความถูกต้องของแผนท่ีและการประมาณพ้ืนท่ี (Map Accuracy Assessment and
Area Estimation)” โดยองค์การอาหารและเกษตรแหง่ สหประชาชาติ (FAO, 2016) รายละเอียดของวิธีการ
อธิบายไว้ในภาคผนวก บทที่ 2 ขอ้ มูลกจิ กรรม (Annex II Activity Data)
วัตถุประสงค์หลักของการประเมินความ ค่าถูกต้องของแผนที่ที่แสดงการเปลี่ยนแปลง
คือ การคานวณหาปริมาณข้อผดิ พลาดในแผนท่แี ละคานวณความไม่แนน่ อนของขอ้ มลู กิจกรรม (ปริมาณพื้นท่ี)
จานวนของตัวแปร (parameters) ซึ่งจะถูกนาไปใช้เพ่ือพิจารณาสาหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลและการ
ออกแบบเครือ่ งมือเก็บข้อมูลในโปรแกรม Open Foris Collect tool ของ FAO ท้ังน้ีขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์
ของการประเมิน สาหรับการออกแบบวิธีเก็บตัวอย่างตัวอย่าง (sample design) FAO ได้ดาเนินการแบ่ง
ชนั้ ขอ้ มลู และประเมินพ้นื ทเ่ี พื่อใช้ในการออกแบบภายใตโ้ ปรแกรม SEPAL รายละเอียดของการออกแบบเพ่ือ
ประยุกตใ์ ช้งาน อธบิ ายไว้ในภาคผนวก บทท่ี 1 (Annex I)
ข้อมูลอา้ งอิง (Reference data) ถกู เก็บรวบรวมโดยใช้เคร่ืองมือสารวจที่สามารถปรับแต่งรูปแบบ
เพ่อื ปฏิบตั ิงานเองได้ทช่ี อ่ื วา่ Collect Earth ซ่ึงเป็นเครอ่ื งมอื ภายใตโ้ ปรแกรม Open Foris ของ FAO สามารถ
ทางานร่วมกับข้อมูล Google Earth และ Google Earth Engine (GEE) ได้ ดังตัวอย่างที่แสดงใน ภาพท่ี 7
แสดงภาพดาวเทยี มทม่ี ีความละเอียดสูงของ Google Earth เป็นภาพพื้นหลัง แปลงตัวอย่างมีสีเหลืองขนาด
ประมาณ 0.5 เฮกตาร์ และจดุ สเี หลอื งภายในแปลงตัวอยา่ งแทนตัวอย่างข้อมูลปรมิ าณรอ้ ยละ 2 ต่อหน่วยพ้ืนท่ี
ตวั อย่าง สาหรับขอ้ มูลตัวอย่างที่มคี ุณสมบตั เิ ปน็ พนื้ ที่ปุาไม้ ควรมีจุดสเี หลอื งจานวนอย่างน้อย 5 จุด ปรากฏใน
บรเิ วณพ้นื ที่ปุาไม้ ท้ังนเี้ พื่อใหส้ อดคล้องกับนยิ ามพ้ืนทป่ี าุ ไม้ ทม่ี ีการปกคลุมเรือนยอดร้อยละ 10
32
ภาพ 7 ตัวอย่างของข้อมูลอา้ งองิ (ภาพจากโปรแกรม Google Earth)
ผลลพั ธข์ องขอ้ มลู กจิ กรรม (Results of Activity Data)
ผลลัพธ์ท่ีไดจ้ ะแสดงในรปู แบบตารางเมทริกซ์แสดงความเช่อื มโยงข้อมลู ที่ผดิ พลาด (confusion/Errormatrix)
ซึ่งจัดทาในรูปแบบตารางท่ีมาจากข้อมูลแผนที่และข้อมูลอ้างอิง (reference classes) เมทริกซ์ข้อผิดพลาด
(Error matrix) จะแสดงข้อมลู ตา่ งๆ ดังน้ี ขอ้ มูลที่ตรงกนั (agreement) ขอ้ มูลละเวน้ (omission) และการกระจาย
ขอ้ มลู ในชั้นตา่ งๆ (commission across all classes) ตามตารางท่ี 3 แสดงเมทริกซ์ข้อมูลกิจกรรม ซ่ึงตามท่ี
ได้แสดงเนน้ (highlight) ไว้ในตารางนนั้ ช่องสีฟูาอ่อน (light blue) แสดงขอ้ มูลท่มี ีความตรงกัน(agreement)
ระหวา่ งข้อมลู แผนท่ีและข้อมูลอ้างอิงในแต่ละชั้น ในขณะท่ีข้อมูลในแถวแรกแสดงข้อมูลละเว้น (omission)
ของขอ้ มลู พื้นทป่ี ุาลดลง (forest loss) พน้ื ทป่ี าุ ท่ีเพม่ิ (forest gain) และพื้นท่ีปุาที่ไม่เปลี่ยนแปลงทางเรือนยอด
(stable canopy cover) ของพื้นที่ที่ไม่ใช่ปุา และในตารางดังกล่าวคอลัมน์แรกแสดงข้อมูลความผิดพลาด
(errors) ท่ีกระจายไปในช้นั ตา่ งๆ โดยสรปุ มีขอ้ มูลอ้างอิงเพียง 3 ชนั้ ที่ไมถ่ กู นามารวม เนื่องจากมีค่าความเชื่อมั่น
ที่เปน็ ไปตามเกณฑ์ และในทานองเดียวกันน้ีตารางเมทริกซ์ข้อผิดพลาดของการประเมินพื้นท่ีแบบจัดแบ่งช้ัน
(stratified area estimate) ซึ่งแสดงตามตารางท่ี 4 น่าจะสร้างความเข้าใจได้ดีกว่าถึงเร่ืองค่าน้าหนักและ
ความสัมพันธ์ของข้อมูลละเวน้ (omission) ของชั้นข้อมลู ที่ไมม่ กี ารเปลี่ยนแปลง (stable) ซึ่งมีความเช่ือมโยง
โดยตรงกบั ช่วงความเช่ือม่ัน (confidence intervals: CI) ของแต่ละช้ัน ตามที่อธิบายไว้โดย Olofsson และ
คณะ 2020.
ตัวอย่างตามตารางท่ี 3 ช่องที่ทาเป็นสีส้มอ่อน (light orange) ของทั้ง 2 ตาราง บ่งบอกถึง ข้อมูล
ละเวน้ (omission) ของพนื้ ท่ีทไี่ มม่ ีการเปลย่ี นแปลง (stable classes) และมกี ารให้ค่าถ่วงนา้ หนกั ของตัวอย่าง
ท่ีสงู เปน็ พื้นท่หี ลายเฮกตาร์ (ปุาไมผ่ ลดั ใบ: EG) หายไปจากพนื้ ท่ีบฟั เฟอร์ (buffer) ของพื้นท่ีปุา (F) และพ้ืนที่
บฟั เฟอร์ทีไ่ มใ่ ชป่ ุา (NF) ที่เน้นดว้ ยสสี ้มเข้ม หมายความคือข้อมูลดังกล่าวถูกจาแนกพื้นท่ีที่ไม่ใช่ปุา ในขณะท่ี
ข้อมูลอ้างอิงท้ังสองเป็นพ้ืนที่ปุาไม้ในปี 2549 และจัดให้เป็นการสูญเสียพ้ืนท่ีปุา (loss) ในช่วงเวลาอ้างอิง
Olofsson และคณะ (2563) กล่าวว่าข้อมูลอ้างอิงเป็นข้อมูลท่ีถูกต้องที่สุดและให้ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพพื้นท่ี
อยา่ งแท้จริง
33
ดงั นัน้ จดุ ดงั กล่าวน้ีถือเปน็ ข้อมูลละเวน้ (omission) ของพื้นท่ีท่ีมีการสูญเสียพื้นที่ปุาไม่ผลัดใบ (EG)
ท่ีเกิดในพ้ืนท่ีที่ไมใ่ ชพ่ ื้นทปี่ ุาไม้ทไี่ ม่เปลย่ี นแปลง (non-forest stable) เม่ือเปรยี บเทียบกับตารางที่ 4 ซ่ึงมีการ
คานวณถ่วงน้าหนักพ้ืนที่ทุกชั้นข้อมูล จุดตัวอย่างที่ไม่ตรงกันทั้ง 2 จุด ของพื้นที่ปุาไม่ผลัดใบ (EG) พ้ืนที่ที่
สูญหายไปถึง 63,604 เฮกตาร์ ซงึ่ มากกว่าพน้ื ทท่ี ่ีมกี ารประมาณอยา่ งถูกตอ้ งถงึ 3 เท่า ซ่ึงการสูญเสยี พน้ื ทป่ี ุาที่
ไม่ผลดั ใบ (20,641 เฮกตาร์) ซง่ึ ส่งผลให้ค่าช่วงความเชอ่ื ม่ัน (CI) สูงขึ้น ผลรวมของพ้ืนท่ีท่ีแบ่งแต่ละชั้นแสดง
ในแถวสุดท้ายของตาราง ซึ่ง Olofsson และคณะ (2563) กล่าวว่า ข้อมูลละเว้น (omission) ในแต่ละ
ชน้ั ข้อมลู ทไ่ี ม่มีการเปลีย่ นแปลง เป็นผลมาจากข้อผดิ พลาดในการจาแนกชั้นและการสมุ่ ตวั อยา่ งท่ีมไี ม่เพยี งพอ
หรอื การออกแบบการสุ่มตัวอย่างท่ีไม่คานึงถึงสัดสว่ นพ้ืนที่ของชั้นขอ้ มูลท่ไี ม่มีการเปลี่ยนแปลง ส่งผลใหค้ ่าช่วง
ความเช่ือมั่นสูงขึ้น และเม่ือมีข้อมูลละเว้นเกิดขึ้นในชั้นข้อมูลที่ไม่เปลี่ยนแปลง จะส่งผลให้สัดส่วนพื้นท่ีนี้มี
ขนาดใหญ่บนแผนท่ี การถ่วงน้าหนักที่สัมพันธ์กับข้อมูลละเว้น ยังส่งผลถึงค่าช่วงความเชื่อม่ันที่สูงอีกด้วย
สาหรบั ช้นั ทพ่ี บนอ้ ย (ชนั้ ท่เี ปลี่ยนแปลง) ซ่งึ ครอบคลมุ พ้นื ที่ขนาดเล็กบนแผนที่ ดังน้ันการลดข้อผิดพลาดของ
ขอ้ มูลละเวน้ ของชน้ั ทีไ่ มม่ ีการเปลีย่ นแปลง สามารถลดคา่ ชว่ งความม่นั ใจสาหรบั ชั้นทม่ี ่ีการเปลี่ยนแปลงได้
ตัวอย่างขอ้ มูล ตามตารางที่ 5 และ 6 แสดงพื้นท่ีแนวขอบ (transition) ของพ้ืนที่ปุาที่เปลี่ยนแปลง
และข้อมูลกิจกรรม REDD+ พื้นที่ประเมินของแต่ละช้ันเป็นหน่วยเฮกตาร์ และค่าช่วงความเชื่อมั่นเป็น
เปอร์เซน็ ต์ ในแตล่ ะกิจกรรมตามลาดบั สีแดงแสดงเน้นพน้ื ทที่ ม่ี ีการตัดไม้ทาลายปุา ในขณะท่ีสีเขียวแสดงการ
เพิ่มพูนของปุาไม้
34
ตารางท่ี 3 คา่ Error Matrix ของผลการประเมินค่าความถกู ตอ้ ง
class Non-Forest DF stable DF loss DF gain EG Stable EG loss EG gain MG Stable MG loss MG gain
Non-Forest 913 29 5 0 10 2 0 0 4 1
DF stable 2 223 2 0 3 0 0 0 0 0
DF loss 66 37 99 0 7 10 0 0 1 0
DF gain 43 73 2 58 8 0 6 0 0 3
EG Stable 8 31 1 2 158 1 0 0 0 0
EG loss 12 7 10 0 16 18 0 2 5 0
EG gain 3 13 0 9 41 0 21 0 0 0
MG Stable 1 0 0 0 2 0 0 55 1 0
MG loss 7 0 0 0 0 0 0 6 24 0
MG gain 8 0 0 0 0 0 0 19 0 28
ตารางที่ 4 คา่ การประเมนิ พ้ืนท่แี บบแบง่ ช้นั และค่า CI ของ Error Matrix
class name Non-Forest DF stable DF loss DF gain EG Stable EG loss EG gain MG Stable MG loss MG gain
34,022,947 1,080,685 186,325 0 372,650 74,530 0 0 149,060 37,265
Non-Forest 8,694,631 77,979 0 116,968 0 0
DF stable 77,979 111,979 299,619 0 21,185 0 0 0 0 0
DF loss 199,746 38,291 1,049 4,196 30,265 0 3,026 0
DF gain 22,555 1,047,632 33,795 30,423 5,339,542 3,147 0 1,574
EG Stable 270,357 11,467 67,589 18,348 0 0 0 0
EG loss 13,761 8,027 12,138 33,795 0 2,293 0 0
EG gain 3,849 0 0 7,225 20,641 0 5,734 0
MG Stable 888 0 2,664 6,217 0 0
MG loss 3,613 0 0 0 0 0 198,693 3,613 0
MG gain 137 0 0 0 0 0 0 117 470 830
strS Area 237 0 0 0 0 563 0
Estimate 0 0 39,669
9,364 201,668 161,902
34,612,219 10,985,093 610,234 100,677 5,892,252 159,230
35
ตารางที่ 5 การประเมินพ้นื ท่ีแบบแบ่งชนั้ และการเปลี่ยนแปลงปุาไม้ในแต่ละชนดิ และกจิ กรรม REDD+
SAE (ha) Evergreen Forest 2016 Non-Forest
2006 5,892,252 Deciduous Forest Mangrove Forest 159,230
610,234
Evergreen Forest 9,364 10,985,093 201,668 161,902
Deciduous Forest 100,677 39,669
Mangrove Forest 34,804,971
Non-Forest
ตารางท่ี 6 คา่ ช่วงความเชื่อมั่นของการเปลี่ยนแปลงปุาไมใ้ นแตล่ ะชนิดและกจิ กรรม REDD+
CI (%) 2016
2006 Evergreen Forest Deciduous Forest Mangrove Forest Non-Forest
Evergreen Forest
Deciduous Forest 8% 78%
Mangrove Forest 5% 35%
Non-Forest 7% 90%
36% 93% 184% 2%
พน้ื ท่ีป่าทถ่ี กู ทาลาย พื้นท่ีป่าทีเ่ พ่ิมขนึ้ การเปลย่ี นแปลง
(Deforestation) (Forest Enhancement) (gain) (Conservation)
(loss)
36
ตารางที่ 3 แสดงพนื้ ที่บฟั เฟอร์ (buffer) ที่สร้างเพม่ิ 2 แนว ในพ้ืนที่ไม่ใช่ปุา (NF) และพ้ืนที่ปุา (F) ซ่ึง
เปน็ การดาเนินการหลังจากการวิเคราะห์ผลแล้ว ซ่งึ พบวา่ มขี ้อมลู ละเว้น (omission) ของการสญู เสยี ปุาไมผ่ ลัดใบ
(EG) เกิดขึน้ ในชน้ั ขอ้ มูลพื้นท่ไี มใ่ ชป่ ุา (non-forest category) ที่ค่าถว่ งน้าหนักพื้นที่สงู กว่าคา่ ประมาณพ้ืนทท่ี ัง้ หมด
ของชัน้ ข้อมูลน้ี Olofsson et.al. 2020 กล่าวถงึ แนวทางตา่ งๆในการลดผลกระทบของข้อมลู ละเว้น (omission) ใน
ชนั้ ขอ้ มูลทีไ่ ม่มกี ารเปลีย่ นแปลง และผลกระทบลดลงได้อยา่ งไร วธิ ีการของบฟั เฟอร์เชิงพื้นท่ี (spatial buffer) ตาม
แบบของ Olofsson ถกู นามาใชใ้ นการดาเนินการคร้ังน้ี สมมตฐิ านที่อยู่เบอ้ื งหลังของทฤษฎีบัฟเฟอร์ (buffer) คือ
ความเปน็ ไปไดข้ องการเปลย่ี นแปลงของปุาในบรเิ วณขอบพื้นทป่ี าุ จะสงู กวา่ ในพ้นื ทท่ี ่ีหา่ งไกลออกไป ดงั นั้นการสรา้ ง
พน้ื ที่บฟั เฟอร์ (buffer) ในพ้นื ทท่ี ี่ไม่ใช่ปุาจงึ สามารถลดค่าน้าหนักของข้อมูลละเว้นได้ ตามท่ี Arevalo และคณะ
(2019) ไดอ้ ธิบายไว้แลว้ การกาหนดพื้นท่ีบฟั เฟอร์ (buffer) ระยะ 200 เมตร ในชน้ั ข้อมูลพนื้ ทีป่ าุ ไม้และไม่ใชพ่ ืน้ ที่
ปุาไม้ ถูกดาเนินการแบบแยกกัน จากข้อมูลแผนท่ีปุา/ไม่ปุา (F/NF) ปี 2559 โดยใช้โปรแกรมประยุกต์ Jupiter
Notebook ควบคู่กับภาษา Python ในโปรแกรม SEPAL หลังจากการทาการบัฟเฟอร์ (buffer) เพ่อื การประเมนิ
พ้ืนทแ่ี บบมีการจดั ชัน้ ขอ้ มูล (Stratified Area Estimate: SAE) พบว่าไดผ้ ลลัพธ์ทีด่ ีขึน้ และคา่ ช่วงความเชือ่ มนั่ (CI)
ลดลงเลก็ น้อย แตไ่ ม่เปน็ ไปตามระดบั ทค่ี าดไว้ ตามทผ่ี เู้ ขยี นไดเ้ สนอใหใ้ ช้การทาบฟั เฟอร์ (buffer) ที่แตกตา่ งกนั ซา้ ๆ
อาจได้ผลท่ดี ีกว่า แตเ่ นอื่ งจากมีเวลาทจ่ี ากัดการทดสอบทาบฟั เฟอร์ (buffer) จึงทาเพียงครั้งเดียวในการดาเนินการ
ครั้งนี้ ผเู้ ขียนขอแนะนาให้ใช้พ้ืนที่บัฟเฟอร์ (buffer) ขนาดเล็กสาหรับข้อมูลประเภทพ้ืนท่ีปุา เพื่อช่วยใช้ค่าช่วง
ความเชอื่ มน่ั (CI) ใหด้ ขี ึ้นกบั ช้นั ขอ้ มลู ที่มไี มม่ าก ภาพที่ 7 แสดงตวั อยา่ งของการทาบฟั เฟอร์ (buffer) ซงึ่ จะเหน็ จุด
ตัวอยา่ งสีเหลอื งแสดงตาแหน่งของตวั อยา่ งขอ้ มลู ละเว้น (omission) ที่ปรากฏในพ้ืนที่บัฟเฟอร์ (buffer) ของพ้นื ที่ที่
ไม่ใช่ปุา รูปด้านซ้ายแสดงแผนท่ีต้นฉบับ บริเวณท่ีมีสีเทาแสดงพื้นที่ท่ีไม่ใช่ปุา สีเขียวเข้มแสดงพ้ืนที่ปุาผลัดใบ
สเี ขียวอ่อนแสดงปาุ ไม่ผลัดใบ และสีแดงแสดงปาุ ผลดั ใบทล่ี ดลง รปู ภาพทางดา้ นขวาแสดงแผนที่ที่มีการทาบัฟเฟอร์
(buffer) ของบรเิ วณเดียวกัน สดี าแสดงพน้ื ที่บฟั เฟอร์ (buffer) ลอ้ มรอบพน้ื ทที่ ีไ่ มใ่ ชป่ ุา (NF) จะเหน็ ว่าจดุ ตวั อยา่ งสี
เหลืองซึง่ ตกอยใู่ นพน้ื ท่ที ี่ไม่ใชป่ ุาทีไ่ ม่เปลีย่ นแปลง ที่ตอนน้ีปรากฏในพ้ืนที่บัฟเฟอร์ (buffer) ของพื้นที่ที่ไม่ใช่ปุา
ทฤษฎีเบื้องหลงั เร่ืองนี้ก็คือผลรวมพื้นท่ีบัฟเฟอร์ (buffer) ของพ้ืนท่ีท่ีไม่ใช่ปุามีน้อยกว่าช้ันข้อมูลพื้นท่ีที่ไม่ใช่ปุา
อย่างมาก ดังนน้ั คา่ นา้ หนกั ของข้อมูลละเวน้ ควรจะลดลง
เนื่องจากคา่ ช่วงความเช่ือม่ัน (CI) ท่สี ูงของชนิดปุาไมม้ กี ารเปลย่ี นแปลง จึงตอ้ งมีการตรวจเช็คผลลัพธ์
รวม (aggregated results) ของแต่ข้อมูลแต่ละช้ันดังนี้ พ้ืนท่ีท่ีไม่ใช่ปุา (NF) พื้นที่ปุาที่ไม่เปลี่ยนแปลง (stable
forest) พ้ืนทีป่ าุ ท่ลี ดลงและเพิม่ ข้นึ (loss and gain) และผลลัพธ์รวม สามารถดูรายละเอยี ดเพิ่มเติมในภาคผนวก
II ผลลัพธ์รวมแสดงค่าช่วงความเชอื่ มนั่ ในพืน้ ทป่ี าุ ทีล่ ดลง เทา่ กบั รอ้ ยละ 30 ในขณะท่ีปาุ เพ่ิมขึ้น เท่ากับร้อยละ 77
คา่ ชว่ งความเช่อื ม่ันโดยรวมของช้ันท่คี งท่ี (stable) มีคา่ ในระดบั ต่ามากเทา่ กบั รอ้ ยละ 2 และ 3 สาหรับประเภทท่ี
ไมใ่ ชป่ ุาและพ้นื ทปี่ ระเภทปุาไม้ทคี่ งที่ ตามลาดบั
ผลลัพธ์สุดท้ายท่ีรายงานในระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิงภาคปุาไม้ (FREL/FRL)
ข้ึนอยกู่ บั ขอ้ มลู กิจกรรม (AD) แต่ละชนดิ ปุาไม้ และขอ้ มลู คา่ สัมประสิทธิ์การปลดปล่อย (EF) ซึ่งคานวณในแต่ละ
ชนิดปุา ผลลัพธ์ท่ีได้แสดงให้เห็นว่าการลดลงของปุาไม่ผลัดใบและปุาผลัดใบ อาจไม่สามารถตรวจพบได้อย่าง
ถกู ต้อง เน่อื งจากความยากในการระบุชนิดของปุาอย่างถูกต้อง อย่างไรก็ตามค่าช่วงความเช่ือม่ัน (CI) ที่สูงของ
พื้นทปี่ ุาชายเลนท่ีลดลง (MG loss) อาจเกิดจากข้อมูลที่ทาแผนท่ีไว้ จากตัวอย่างพบว่ามีจานวน 5 ข้อมูลละเว้น
(omission) จากช้นั พืน้ ท่ีปาุ ไมผ่ ลดั ใบที่ลดลง (EG loss) ท่ีมคี วามผดิ พลาดไปปรากฏในพ้นื ที่ปาุ ชายเลนท่ลี ดลง ซง่ึ
37
หมายความวา่ พ้นื ทนี่ ้นั มกี ารแปลตคี วามผดิ โดยแปลเป็นพ้ืนที่ปุาไม่ผลัดใบ แต่ตามข้อมูลอ้างอิงตัวอย่างเหล่านั้น
ตกอยพู่ ้ืนท่ีปุาชายเลน จงึ ทาให้จาแนกว่าเป็นพนื้ ท่ีปุาชายเลนลดลง (MG loss) นอกจากนี้หลังจากการวิเคราะห์
บฟั เฟอร์ (buffer analysis) การประเมินพนื้ ทีแ่ บบมกี ารจัดช้ันข้อมูล (SAE) ท้ังหมด โดยดาเนินการกับช้ันท่ีเป็น
เปาู หมายเท่านน้ั เพ่ือต้องการลดคา่ ชว่ งความเชือ่ ม่ัน (CIs) ใหอ้ ยู่ในระดบั ท่ีจากัด ซ่ึงมีแนวโนม้ วา่ การทาบัฟเฟอร์ที่
แตกต่างกนั ซ้าๆ อาจเป็นประโยชน์ ในการเลอื กขนาดบฟั เฟอรท์ ี่เหมาะสมในบรบิ ทของการศกึ ษาน้ี ซง่ึ จุดน้ีเปน็ ส่งิ
ท่ีตอ้ งการการปรบั ปรงุ ในอนาคต
ขอ้ มูลการสารวจทรพั ยากรป่าไม้ (Available forest inventory data)
ปี พ .ศ. 2546-2553: การสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ (National Forest Inventory: NFI)
คร้ังแรก (รอบท่ี 1) การดาเนินการสารวจคร้ังนี้โดยได้รับการสนับสนุนจากองค์การไม้เขตร้อนระหว่างประเทศ
(International Tropical Timber Organization: ITTO) เพอ่ื ช่วยในการออกแบบสารวจ การฝกึ อบรม และการ
ดาเนินการสารวจปุาไม้ทั่วประเทศไทย วิธีสารวจได้จัดทาเป็นเอกสารปรากฏในรายงานของ ITTO ฉบับ “PD
195/03 Rev.2 ‘Sampling design, plots establishment, and estimation methods for Thailand’s
national forest resources monitoring information system”
การดาเนินการสารวจทรพั ยากรปุาไม้ ใน 2 ชว่ งต่อมา:
- ปี พ .ศ. 2546-2547: มีการกาหนดจุดสารวจโดยใช้รูปแบบตารางกริดของประเทศ
ระยะห่าง 20x20 กม. เพ่ือจดั ทา หน่วยตวั อย่างสารวจพนื้ ฐาน (Primary Sample Units: PSUs)
ทวั่ ประเทศ ซ่ึงหากจดุ PSU ใดท่ีตกในพ้นื ที่ปาุ ไม้ จึงดาเนนิ การสารวจโดยใช้แปลงตัวอย่างแบบ
กลุ่มจานวน 5 แปลง (cluster of 5 plots) และดาเนินการตรวจวัดข้อมูลตามรูปแบบของ
การคณิตปาุ ไม้ (forest mensuration)
- ปี พ .ศ. 2548-2553: เป็นการสารวจทรัพยากรปุาไม้ระยะท่ี 2 มีการกาหนดจุด PSUs เพ่ิมเติม
ท่ีระยะห่าง 10x10 กม. และ 5x5 กม.พน้ื ทีป่ ุาไม้ใน การตรวจวัดคา่ ต่างๆ เป็นแบบเดยี วกบั ทผ่ี ่านมา
แม้ว่าการสารวจทรัพยากรปุาไม้ดาเนินการเป็นระยะเวลามากกว่า 7 ปี แต่จุดสารวจประมาณคร่ึงหน่ึงถูก
ดาเนินการในปลายปี พ.ศ. 2548 ดังน้ันการประมาณค่าการกกั เกบ็ คาร์บอนจากขอ้ มูลการสารวจน้ีจะถูกพิจารณา
วา่ เป็นรายงานของปี พ.ศ. 2548
38
ปี พ .ศ. 2554-2555: มีการตรวจวัดซา้ ในจดุ สารวจบางส่วนของการสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ
(รอบที่ 2) การตรวจวดั ครั้งนด้ี าเนนิ การครอบคลมุ จุดสารวจ PSU ท่ีทาข้ึนในปี พ.ศ. 2548 ในสารวจทรัพยากรปุาไม้
ของประเทศรอบแรก พรอ้ มด้วยกริดขนาด 10x10 กม. อย่างไรก็ตามไม่ได้มีการตรวจวัดที่จุดสารวจที่ระยะห่าง
20x20 กม. และการตรวจซ้าคร้ังน้ีก็ทาเฉพาะกับแปลงศูนย์กลาง (center subplot) ของแต่ละจุด PSU ท่ีมี
ตรวจวัดขอ้ มลู แลว้ ในรอบกอ่ นน้ี ขอ้ มลู จากการสารวจทรัพยากรปาุ ไม้น้ีไมไ่ ดใ้ ชใ้ นการสร้าง ระดับการปล่อยอา้ งอิง
ภาคปาุ ไม้ (FREL) / ระดบั อ้างองิ ภาคปาุ ไม้ (FRL) เนื่องจากไม่มขี ้อมลู กิจกรรม (AD) ในชว่ งระหวา่ งกลางของเวลาอา้ งอิง
ปี พ .ศ. 2556-2561: การสารวจทรพั ยากรปุาไม้ของประเทศ (NFI) เฉพาะพื้นท่ีอนุรักษ์ (Conservation areas)
(รอบท่ี 3)
การออกแบบการสารวจครงั้ น้ี ประกอบด้วย 2 แบบ:
- กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปาุ และพนั ธพุ์ ชื ทาการสุ่มตัวอย่างสารวจในพ้ืนท่ีปุาอนุรักษ์ทั้งหมด
ของประเทศไทย โดยใช้ระยะห่างกรดิ เปน็ 10x10 กม. และกาหนดจุดสารวจแบบกริดระยะห่าง
2.5 x 2.5 กม. เพื่อสารวจพื้นท่ีปุาไม้ในพื้นท่ีปุาอนุรักษ์ จุดสารวจ PSU ท่ีสร้างขึ้นในปี
พ.ศ. 2547-2548 จานวนหลายๆ จดุ ถูกตรวจวัดซา้ อย่างไรก็ตามเน่ืองจากข้อผิดพลาดของการ
ใช้เคร่อื งมือระบุพิกัด (GPS) ที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2547-2548 จุดสารวจเดิมของ PSU ประมาณ
20% ไม่สามารถหาเจออกี ครงั้ ในพน้ื ทจี่ ริง (relocate) หรือไม่สามารถตรวจวัดซ้าได้ ดังนั้นจึงมี
การสร้างจดุ PSU ขน้ึ ใหม่ มีจุดสารวจจานวนเพยี งไมก่ ี่เปอร์เซ็นเท่าน้ันที่สามารถหาเจอในพ้ืนที่
จดุ สารวจสว่ นมากใช้ระบบพกิ ัดที่คล้ายกัน แต่ก็ยังไม่สามารถระบุจุดศูนย์กลางที่แน่นอนได้ ซ่ึง
การเกบ็ ตวั อยา่ งมีการเก็บขอ้ มูลเฉพาะจากแปลงย่อยทจ่ี ุดศูนยก์ ลาง (center subplot) เท่าน้ัน
- ในปี พ.ศ. 2561 กรมปุาไม้ดาเนินการสุ่มตัวอย่างสารวจพ้ืนที่ปุาสงวนแห่งชาติ และทาการ
ตรวจวดั ขอ้ มูลจากแปลงตัวอยา่ งของกริดระยะหา่ ง 10x10 กม .รวมถึงกริดระยะหา่ ง 20x20 กม.
ท่เี ดมิ สรา้ งขน้ึ ในปี พ.ศ. 2547 การเก็บขอ้ มลู เฉพาะแปลงย่อยจดุ ศูนย์กลางเทา่ นน้ั
ข้อมูลจากรอบสารวจท่ีนามาใช้เป็นข้อมูลระหว่างปี พ.ศ. 2556 ถึง 2561 แต่ในตอนท้ายของปี พ.ศ. 2557
ปรมิ าณครึ่งหนง่ึ ของแปลงได้รบั การตรวจวัด และปี พ.ศ. 2557 เป็นปอี ้างองิ สาหรับการสารวจรอบนี้
ในการสารวจทรัพยากรปาุ ไมข้ องประเทศ (NFIs) มรี อบแรกเท่านั้นทีม่ ีแปลงสารวจในปุาชายเลน จานวน
7 แปลง ซึ่งทาให้ไม่สามารถมีขอ้ มลู ทเี่ พียงพอ ดังนั้นจึงใช้ขอ้ มูลเพิม่ เตมิ จากการศกึ ษาของกรมทรพั ยากรทางทะเล
และชายฝง่ั ในชว่ งปี พ.ศ. 2559-2560 ซึ่งมีการตรวจวดั ทั้งหมด 37 แปลง ในหลายพื้นที่ ในขณะท่ีเขียนรายงานนี้
แปลงตัวอย่างดงั กล่าวยังไมไ่ ด้รับการตรวจวดั อีกคร้ัง ดงั นน้ั ความเสือ่ มสภาพและความเพิม่ พนู ของปุาชายเลนของ
ประเทศไทยจงึ ไมม่ ีขอ้ มลู
39
จากข้อมลู ท่นี ามาใช้น้ีค่าเฉลี่ยของมวลชีวภาพเหนอื พ้นื ดนิ (AGB) ของปุาเลนมีค่าเป็น 120,779 ตัน/เฮกตาร์
และคา่ ชว่ งความเช่อื มน่ั (CI) ท่ีร้อยละ 18 ขอ้ มลู เพิ่มเตมิ เก่ียวกับการคานวณปรมิ าณคาร์บอนปาุ ชายเลนสามารถ
ติดตอ่ ท่ีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
ในการสารวจทรพั ยากรปุาไม้ของประเทศ (NFIs) ท้งั หมด ยดึ ตามการออกแบบแปลงตวั อย่างแบบเดียวกนั
ทป่ี ระกอบด้วยกลมุ่ แปลงย่อยรปู วงกลมซอ้ นกัน (nested circular subplots) แปลงที่มีขนาดใหญ่ทส่ี ดุ มีพน้ื ที่ 0.1 เฮกแตร์
อย่างไรก็ตามในช่วงรอบที่ 1 จานวน 5 แปลง ถูกตรวจวัดเพื่อจัดทาหน่วยตัวอย่างสารวจพ้ืนฐาน (PSUs) PSU
ในขณะท่ใี นรอบท่ี 2 และ 3 มีการตรวจวัดเฉพาะแปลงจุดศูนยก์ ลางเท่าน้นั
ภาพ 8 รปู แบบแปลงตัวอยา่ ง
40
ตารางที่ 7 สรุปรายละเอยี ดของ NFI และการศกึ ษาปาุ ชายเลน
41
วิธีการคานวณค่าสัมประสิทธ์การปล่อยและการดูดกลับ (Method for emission and removal
factors calculation)
จากคาอธบิ ายในเรอ่ื งของข้อมูลและการสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ (NFI) สรุปการเลือกใช้
ข้อมลู ดงั ตอ่ ไปน:้ี
1. เลอื กใชเ้ ฉพาะแปลงศูนยก์ ลางจากรอบที่ 1 เพื่อให้สอดคลอ้ งกับ รอบท่ี 2 และ 3
2. ข้อมูลในรอบที่ 2 ไม่ได้ใช้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลกิจกรรม (AD) ในช่วงปี พ.ศ. 2553 และ
ความแตกต่างของแต่ละปีระหวา่ งรอบที่ 1 และ 3 เห็นว่าจะสะทอ้ นให้เหน็ การเปลยี่ นแปลงที่ชัด
ในชว่ งทีจ่ ดั ทาระดับการปลอ่ ยอ้างองิ ภาคปุาไม้และระดับอา้ งองิ ภาคปุาไม้ (FREL/FRL)
3. การสารวจส่วนใหญ่ไม่สามารถไปยังแปลงตวั อย่างไดอ้ ย่างแมน่ ยา ความแตกต่างของการกักเก็บ
คารบ์ อนจงึ ไมค่ านวณได้ในระดับแปลงตัวอย่าง แต่จะใช้ค่าเฉลี่ยเพื่อคานวณระดับประเภทปุา
แทน ตามแนวทางการวิเคราะห์การเพิ่มขนึ้ -การลดลง (gain-loss)
4. ปุาทุกประเภทจะถูกจดั กลมุ่ เป็น ปาุ ผลัดใบ (Deciduous forest) และปุาไมผ่ ลัดใบ (Evergreen forest)
เพื่อให้สอดคล้องกับข้อมูลกิจกรรม (AD) ปุาผลัดใบประกอบด้วย ปุาเบญจพรรณ และปุาเต็งรัง
ปุาไม่ผลัดใบ ประกอบด้วย ปุาดิบชื้น ปุาดิบเขา ปุาดิบแล้ง ปุาบุ่งทาม ปุาพรุ ปุาสนเขา และ
ปาุ ชายหาด ตามลาดับ สาหรบั ชนิดปาุ 4 ลาดับทา้ ยสุด (ปุาบุ่งทาม ปุาพรุ ปุาสนเขา และปุาชายหาด)
มีขนาดพ้นื ท่ีและแปลงตัวอยา่ งทสี่ ารวจปรมิ าณน้อยมาก
5. แนวทางคานวณการกักเก็บคาร์บอนจะใช้เฉพาะข้อมูลจากแปลงตัวอย่างท่ีมีการตรวจวัดท่ีจุด
กริดระยะห่าง 10 กม. ในรอบที่ 1 และ 3 และใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบจัดกลุ่ม (stratified
random sampling) เพ่ือหาความแตกต่างของความหนาแน่นของแปลงตัวอย่าง (sample
intensities) (แปลงตัวอยา่ งสารวจท่ีอยนู่ อกเขตพืน้ ท่ปี ุาอนรุ กั ษส์ ่วนใหญจ่ ะไม่ไดร้ ับการตรวจวดั
ในรอบที่ 3) มีการกาหนดชั้นข้อมลู ออกเปน็ 2 ชัน้ คือ พ้นื ท่ีอนรุ กั ษ์ (Conservation Area) และ
พนื้ ทีอ่ ื่นๆ (Non- Non Conservation Area)
สาหรับกระบวนการคานวณมีข้ันตอนดังนี้: (ดูรายละเอียดเพ่ิมเติมของวิธีการ ในภาคผนวก หัวข้อ
ค่าสมั ประสทิ ธิ์การปลดปล่อย (EF))
1. การจดั เตรียมและตรวจเช็คขอ้ มลู (Data preparation and cleansing): ข้อมลู ดิบ (raw data)
ในการจดั เกบ็ แบบเดมิ นน้ั ขอ้ มลู ทง้ั หมดถูกจดั เกบ็ ไว้ในฐานข้อมูลหลายๆ ฐาน โดยโปรแกรม MS
Access ซ่ึงบางครัง้ มีขอ้ มูลแปลงตัวอย่างซ้ากันเกิดข้ึนในฐานข้อมูลเหล่านั้น จึงมีการปรับปรุง
การจดั เกบ็ เปน็ แบบฐานข้อมูลเดียวของในแตร่ อบสารวจ และพบว่าคุณภาพข้อมูลดีมาก ไม่พบ
ข้อมูลผิดปกติการวัดต้นไม้ รายช่ือไม้มีความถูกต้องสมบูรณ์ และพบว่าค่ามวลชีวภาพเหนือ
พืน้ ดิน (AGB) ของแปลงตัวอยา่ งทมี่ ขี อ้ มูลผดิ ปกติก็ยังมีค่า AGB ที่สะท้อนความเป็นจริง แต่จะ
สูงกวา่ แปลงตัวอยา่ งอน่ื ๆ แตแ่ ปลงทก่ี ล่าวไปน้นั กไ็ ม่ไดน้ ามาคานวณรวมในการวเิ คราะหข์ นั้ สดุ ทา้ ย
42
2. การคานวณคา่ มวลชีวภาพเหนือพื้นดิน (AGB) ของต้นไม้รายต้นด้วยสมการอัลโลเมทรีพื้นฐาน
ของประเทศไทย สมการพื้นฐานของประเทศไทยได้รับการพัฒนาในปี พ. ศ. 2508 และ 2526
ซ่ึงดเู หมอื นจะเกา่ และไม่มรี ายละเอยี ดที่ชดั เจนของดัชนี (exhaustive indicator) ที่ใช้ศึกษาใน
การจดั ทา แตส่ มการน้ีก็ยังเปน็ ท่ีนิยมมากในประเทศไทย และมเี พยี งสมการของแถบเขตร้อนช้ืน
(pan-tropical) เท่าน้ันที่สามารถจะนามาเป็นทางเลือกใช้ได้ การดาเนินการเพื่อช่วยในการ
ตรวจสอบความถูกต้องของสมการเหล่านี้ มีการตรวจวัดมวลชีวภาพต้นไม้จานวน 60 ต้น ด้วย
วิธกี ารแบบการเกบ็ ตัวอยา่ งบางส่วน (semi-destructive) และจากนัน้ ใช้การทดสอบสมการของ
ประเทศไทยและสมการแถบเขตรอ้ นชืน้ ของ Chave และคณะ 2014 ( พ.ศ. 2557) เพื่อคานวณ
ค่ามวลชีวภาพเหนือพื้นดิน ผลการศึกษาสรุปได้ว่าแบบจาลองท้ังสองมีสมรรถนะที่ยอมรับได้
จงึ ไดเ้ ลอื กสมการของไทยเพอ่ื ดาเนินการครง้ั น้ี
ตารางท่ี 8 สมการอลั โลเมทรที ี่ใชส้ าหรับคานวณค่ามวลชีวภาพเหนอื พืน้ ดินของต้นไม้
สมการป่าดิบเขตร้อน (Ogawa 1965 trop.):
โดยท่ี
สมการปา่ ผลัดใบ (Ogawa 1965 md.):
โดยท่ี
สมการปา่ ดบิ เขาและปา่ ดิบแล้ง (Tsutsumi 1983) (*):
(*) สมการ Tsutsumi ยงั ใช้กบั ปุาสนเขา ปุาพรุ และปาุ ชายหาด
ตารางที่ 9 คา่ ความเบ่ียงเบนของสมการอลั โลเมทรีของ Chave และสมการไทย ในรปู รอ้ ยละ (ยดึ ตามข้อมลู
ต้นไม้ตัวอย่างจานวน 60 ตน้ - รายละเอยี ดตามภาคผนวก)
อุทยานแหง่ ชาติ Chave 2014 Ogawa 1965 trop. Ogawa 1965 dec. Tsutsumi 1982
อช. แกง่ กรงุ (KK) 21.5 -4.8 -17.9 -5.3
อช. ทุ่งแสลงหลวง (TSL) 7.2 -22.7 -33.0 -22.1
อช. ภพู าน (PP) 17.8 -13.2 -24.7 -12.4
รวม 15.5 -13.6 -25.2 -13.3
43
3. การประมวลขอ้ มูลจากระดับรายต้นสู่รายแปลง (Propagation to plot level) : ค่ามวลชีวภาพเหนือ
พื้นดิน (AGB) ของตน้ ไม้ เป็นผลรวมในระดบั แปลง และแปลงหน่วยจากกิโลกรมั เปน็ ตนั ตอ่ เฮกตาร์
โดยที่ หนว่ ยเป็นตันต่อเฮกตาร์ ( ton/ha), หนว่ ยเปน็ กโิ ลกรัม (Kg.)and
หน่วยเปน็ เฮกตาร์ (ha.)
4. การสรุปรวบรวมข้อมูลไปสู่ระดับชนิดปุาไม้ (Aggregation to forest type level) :
การรวบรวมผลจากระดับแปลงไปสู่รายชนดิ ปุาไม้ ยึดตามแนว การสุ่มตัวอย่างแบบการจัดกลุ่ม
(stratified random sampling) โดย Cochran 1997 ซง่ึ มีการทา 2 ขั้นตอนดงั นี้
a. ดาเนินการคานวณหาค่าเฉลี่ย (averages)และค่าความเบ่ียงเบนมาตรฐาน (standard
deviations) ของพ้ืนท่ีปุา 2 ชนิดหลัก โดยดาเนินการกับของทุกแปลงตัวอย่างในปุาแต่ละ
ชนิด และในทุกชน้ั ข้อมูล (PAs and NPAs)
b. ดาเนนิ การคานวณคา่ ถ่วงคา่ นา้ หนักของคา่ เฉลย่ี ระหวา่ งประช้ันข้อมูล (Strata) เพ่ือรวมผล
ความแตกต่างของความหนาแน่นการสมุ่ ตัวอย่าง ในแตล่ ะชนั้ ข้อมูล:
∑
โดยที่: คือมวลชีวภาพเหนือพน้ื ดินของชนดิ ปา่ , คือมวลชีวภาพเหนอื พื้นดินของ
ชนิดปา่ ในชัน้ ประเภท , คอื พื้นท่ีของชนดิ ป่า ในชัน้ ประเภท ,, และ พ้ืนทีท่ ง้ั หมดของ
ชนดิ ปา่ . โดยท่ี
√∑
โดยที่: คอื คา่ เบ่ยี งเบนมาตรฐานมวลชวี ภาพเหนอื พนื้ ดินของชนิดป่ า ในชน้ั ประเภท และ
คอื จานวนแปลงตวั อย่างในขนดิ ป่ า ในชน้ั ประเภท
5. การคานวณค่าการกักเก็บคาร์บอน (Carbon stock calculations): การกักเก็บคาร์บอน
คานวณมาจากมวลชีวภาพเหนือพ้ืนดิน (AGB) และอัตราส่วนระหว่างลาต้นต่อราก (root-to-
shoot ratios: RS) ที่อา้ งตามคู่มอื IPCC guidelines คา่ เศษส่วนคารบ์ อนเท่ากบั 0.47 (อา้ งตาม
IPCC guidelines 2006) และอตั ราส่วนของมวลอะตอมธาตคุ าร์บอนต่อก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
44
ตารางท่ี 10 อัตราส่วนระหว่างลาต้นต่อราก
ชนิดปา่ อตั ราสว่ นระหว่างลาต้นต่อราก (RS) การอ้างอิง
ปาุ ไม่ผลดั ใบ 0.37 IPCC 2006, Vol. 4,
ปุาผลัดใบ 0.2 Table 4.4.
ปุาชายเลน 0.49 IPCC 2013, table 4.5
6. คานวณค่าสัมประสิทธ์ิการปลดปล่อยและการดูดกลับ (Emission and removal factors):
ค่าสัมประสิทธ์ิการปลดปล่อยและการดูดกลับ (EFRF หน่วยเป็น ตันคาร์บอน/เฮกตาร์/ปี)
คานวณโดยความแตกต่างระหว่างปริมาณกักเก็บคาร์บอนของการสารวจทรัพยากรปุาไม้ของ
ประเทศ (NFI) ระหว่างรอบท่ี 1 และ 3 และหารดว้ ยระยะเวลาระหว่าง 2 การสารวจ (8 ปี) ค่า
ผลลัพธ์ท่ีเป็นค่าบวกแสดงปริมาณกักเก็บคาร์บอนลดลง (การปลดปล่อย-emission) และค่า
ผลลพั ธท์ ีเ่ ปน็ ค่าลบแสดงปรมิ าณกักเก็บคาร์บอนเพิ่มข้ึน (การดูดกลับ-removal) ค่าช่วงความ
เชอื่ ม่นั (CI) ขน้ึ อยกู่ ับความ แตกตา่ งระหวา่ งปริมาณกักเก็บคาร์บอนที่คานวณ ดังน้ี (คู่มือ IPCC
2006):
√ แทนจานวนแปลงตัวอย่างที่
โดยท่ี แทนค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของปริมาณกกั เก็บคาร์บอน และ
ตรวจวดั ระหวา่ งรอบของ NFI
45
การคานวณค่าสัมประสิทธก์ิ ารปลดปลอ่ ยและการดูดกลับ (Emission and removal factor calculations)
ค่าชีวมวลเฉลี่ยต่อชั้น แสดงให้เห็นว่าค่ามวลชีวมวลนอกพ้ืนท่ีปุาอนุรักษ์มีน้อยกว่าในพ้ืนท่ี
ปุาอนุรักษ์ โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ในปาุ ไม่ผลัดใบแสดงการเพิ่มข้ึนของชีวมวลระหว่างรอบที่ 1 และ 3. ท่ีค่าช่วง
ความเชอื่ มน่ั (CI) ต่า ซึ่งคาดว่าสาหรับปุาไม่ผลัดใบนอกพื้นท่ีปุาอนุรักษ์ได้รับการตรวจวัดจานวนไม่กี่แปลง
โดยเฉพาะในรอบท่ี 3
ตารางที่ 11 ค่ามวลชีวภาพเหนือพ้นื ดินต่อรายชนดิ ปุาไม้ ในแตล่ ะช้นั หน่วย ตนั /เฮกตาร์ (วิธีการที่ 1)
รอบ NFI ชนิดปาุ พนื้ ที่ จานวน คา่ มวลชีวภาพ ค่าชว่ งความเช่ือมั่น
รอบท่ี 1 ปุาไม่ผลดั ใบ นอกพื้นปุาอนรุ กั ษ์ แปลง (t/ha) (CI) (perc.) น้าหนัก
รอบท่ี 1 ปุาไม่ผลดั ใบ ปุาอนุรักษ์
รอบท่ี 1 ปาุ ผลัดใบ นอกพน้ื ปุาอนรุ ักษ์ 89 96.397 20 0.234
รอบที่ 1 ปาุ ผลัดใบ ปาุ อนรุ ักษ์
รอบท่ี 3 ปุาไมผ่ ลดั ใบ นอกพ้ืนปุาอนรุ กั ษ์ 265 141.414 10 0.766
รอบท่ี 3 ปุาไมผ่ ลดั ใบ ปาุ อนรุ ักษ์
รอบที่ 3 ปุาผลัดใบ นอกพน้ื ปุาอนุรักษ์ 416 44.238 8 0.458
รอบท่ี 3 ปุาผลดั ใบ ปุาอนุรักษ์
414 63.751 8 0.542
35 97.822 27 0.234
225 148.089 9 0.766
119 56.912 14 0.458
347 72.693 6 0.542
โดยใช้แนวทางของการจัดกลุ่ม (stratified approach) มีจานวนแปลงตัวอย่างจานวนน้อยนอกพื้นท่ีปุา
อนรุ กั ษ์ท่ีถูกนาไปนับรวม และสง่ ผลให้มกี ารเพิ่มขน้ึ เพียงเล็กนอ้ ยระหวา่ งรอบที่ และ 3 ทั้งพื้นท่ีปุาไม่ผลัดใบ
และปุาผลัดใบ
46
ภาพท่ี 9 แสดงค่ามวลชีวภาพเหนือพ้ืนดินต่อการคานวณรายชนิดปุาไม้ตามวิธีท่ี 1 (approach 1) ค่าเฉล่ีย
อย่างง่ายต่อรายชั้น (strata) (A), ค่าเฉล่ียอย่างง่ายของทุกแปลง (B) และการถ่วงน้าหนักในแต่ละช้ัน
(C) คา่ ถว่ งน้าหนักของช้ันแสดงเป็นสีเทา และจานวนแปลงตวั อยา่ งเปน็ สีดา
ผลลัพธข์ อ้ มูลปริมาณกักเก็บคาร์บอนในรอบที่ 1 และ 3 เป็น 309 +/ ร้อยละ 9 ถึง 322 +/-ร้อยละ 8 ตัน
คารบ์ อน/เฮกตาร์ ในปาุ ไมผ่ ลัดใบ และ 113 +/- ร้อยละ 6 ถึง 135 +/- ร้อยละ 7 ตันคาร์บอน/เฮกตาร์ ในปุา
ผลดั ใบ ซง่ึ ทาให้มคี า่ ปริมาณการดดู ซบั คาร์บอนเป็น 1.6 และ 2.8 ตนั คาร์บอน/เฮกตาร์/ปี ของพื้นท่ปี าุ ไม่ผลัด
ใบและปาุ ผลัดใบ ในชว่ งเวลาอา้ งอิง
ตารางท่ี 12 ปริมาณการกกั เกบ็ คารบ์ อนต่อรายชนิดปาุ ไม้ หนว่ ย ตนั /เฮกตาร์ และค่าช่วงความเชือ่ ม่นั (ค่ากึ่งหนง่ึ )
รอบ ชนดิ ปาุ มวลชีวภาพ ความ คา่ ชว่ ง มวลชีวภาพ ปรมิ าณกกั ปรมิ าณกกั
NFI จานวนแปลง เหนือพ้ืนดิน เบี่ยงเบน ความเชื่อ ใตพ้ ้ืนดิน เกบ็ คารบ์ อน เก็บคาร์บอน
มาตรฐาน ม้ัน CI BGB (t/ha)
รอบท่ี 1 ปาุ ไมผ่ ลดั ใบ AGB (t/ha) (perc.) หนว่ ย หนว่ ย
รอบท่ี 1 ปาุ ผลดั ใบ AGB 48.426 (tC/ha) tCO2/ha
รอบที่ 1 ปาุ ชายเลน 354 130.880 9 10.963
รอบที่ 3 ปุาไม่ผลดั ใบ 830 54.814 108.105 59.182 84.274 309.005
รอบที่ 3 ปุาผลดั ใบ 37 120.779 6 50.441
รอบที่ 3 ปุาชายเลน 260 136.327 45.605 13.093 30.915 113.355
466 65.465 18 59.182
37 120.779 68.614 84.582 310.134
8
94.714 87.781 321.864
7
48.144 36.922 135.381
18
68.614 84.582 310.134
47
ตารางท่ี 13 ค่าสัมประสทิ ธก์ิ ารปลดปลอ่ ยและการดดู กลับ (EFRF) หน่วย ตัน AGB/เฮกตาร์
EFRF (tAGB/ha) NFI รอบที่ 3
ปุาไม่ผลัดใบ ปุาผลดั ใบ ปุาชายเลน พน้ื ที่ไม่ใชป่ ุา
-5.447 130.880
ปุาไมผ่ ลดั ใบ -81.513 65.415 10.101 54.814
ปุาผลดั ใบ -15.548 120.779
NFI รอบที่ 1 ปาุ ชายเลน -136.327 -10.651 -65.965 0.000
พืน้ ทไี่ มใ่ ชป่ ุา
55.314 0.000
-65.465 -120.779
ตารางท่ี 14 คา่ สมั ประสิทธ์ิการปลดปลอ่ ยและการดดู กลับ (EFRF) หนว่ ย ตันCO2/เฮกตาร/์ ปี
EFRF (tCO2/ha/year) NFI รอบที่ 3
ปุาไมผ่ ลดั ใบ ปาุ ผลัดใบ ปาุ ชายเลน พืน้ ท่ไี มใ่ ชป่ ุา
-1.169 28.091
NFI รอบท่ี ปาุ ไม่ผลดั ใบ -18.955 15.784 -0.103 10.305
1 ปุาผลัดใบ -1.066 28.194
ปาุ ชายเลน -29.26 -2.002 -17.889 0.00
พ้นื ทไี่ ม่ใช่ปุา
15.887 0
-12.307 -28.194
ตารางที่ 15 (คา่ กง่ึ หนง่ึ ) ชว่ งความเชอื่ มัน่ ของคา่ สัมประสทิ ธกิ์ ารปลดปลอ่ ยและการดูดกลบั หนว่ ยเปน็ เปอรเ์ ซน็ ต์
CI EFRF (%) ปุาไมผ่ ลัดใบ ปุาผลดั ใบ NFI รอบท่ี 3 พน้ื ทไ่ี ม่ใชป่ ุา
296 18 ปุาชายเลน 9
NFI รอบท่ี 1 ปุาไม่ผลัดใบ 15 50 246 6
ปุาผลดั ใบ 160 41 34 18
ปุาชายเลน 8 7 Inf NaN
พนื้ ทีไ่ ม่ใชป่ ุา 18
48
เพ่อื ใหเ้ ปน็ ไปตามค่มู อื IPCC 2006 Guidelines มกี ารประเมนิ ค่าการปลดปลอ่ ยและค่าการดดู กลับ
(Emissions and Removals) ของพื้นท่ีการเปล่ียนแปลงการใช้ท่ีดินแต่ละประเภท เช่นเดียวกับข้อมูล
กจิ กรรม (AD) และค่าสมั ประสิทธก์ิ ารปลดปล่อยและการดูดกลับ:
โดยท่ี ADi,j เปน็ ขอ้ มูลกิจกรรม (หนว่ ยเฮกตาร)์ และ EFRFi,j เปน็ ค่าสัมประสทิ ธิ์การปลดปล่อยและการดูดกลับ (หนว่ ย
เปน็ ตนั คารบ์ อนไดออกไซด์เทียบเทา่ /เฮกตาร์/ป)ี ทเ่ี กีย่ ข้องกบั กบั การเปล่ียนแปลงชนดิ ปุาไม้ i ในปี 2549 เปน็ ชนิด j ใน
ปี 2559 และ RP คือ ระยะเวลาอ้างอิง
การปลดปล่อยและการดูดกลบั (ER) ต่อกิจกรรม REDD+ ระดับการปลอ่ ยอ้างองิ ภาคปุาไม้ (FREL)
และ ระดับอา้ งองิ ภาคปาุ ไม้ (FRL) เป็นผลรวมของการปลดปล่อยในพื้นทีป่ าุ ลดลงและพนื้ ท่ีปาุ เสื่อมโทรม และ
ผลรวมของการดูดกลับจากพืน้ ท่ีปาุ ฟน้ื ฟูปุา และการปลูกสร้างสวนปาุ ตามลาดับ
ค่าความไมแ่ นน่ อนนามาจากสูตรคานวณผลรวมและค่ากาหนดความไม่แน่นอนที่อยู่ใน คู่มือ IPCC
2006 ฉบับที่ 1 บทท่ี 3:
√
√
||
√
||
โดยที่ : U เป็นค่าความไม่แนน่ นอน (%) ER เป็นค่าการปลดปล่อย/การดูดกลับ DF เป็น พื้นที่ปุาไม้ถูกทาลาย DG เป็นพ้ืนท่ี
ปาุ ไมท้ ่เี สื่อมโทรม RF เปน็ พืน้ ท่ีปลูกปาุ และ RE เป็นพ้นื ที่ปุาฟ้ืนฟู
49
จากขอ้ มลู กิจกรรม (AD) ท่ีแสดงให้เห็นว่าปุาไม้ไม่มีการเปล่ียนแปลงชนิดปุา ไม่มีการเปลี่ยนแปลง
การใชป้ ระโยชน์ที่ดินเกดิ ขนึ้ ภายในพ้ืนท่ีปุา และค่าสัมประสิทธิ์การปลดปล่อยและการดูดกลับ (EFRF) ของ
พน้ื ทีป่ าุ ท่ไี ม่มกี ารเปลีย่ นแปลง แสดงผลว่ามีการดดู กลับก๊าซเรือนกระจก ตัวอย่างเช่น มีการเพิ่มการกักเก็บ
คารบ์ อน ไม่มกี ารรายงานขอ้ มลู ความเสือ่ มโทรมของปุาไม้ ซึ่งความเส่ือมโทรมของปุามีโอกาสเกิดขึ้นได้มาก
ในพน้ื ทปี่ าุ ไม้ อย่างไรก็ตามจากข้อมลู การสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ (NFI) พบว่ามีการดูดกลับมาก
และมากขึน้ ไปอกี หากเปรยี บเทยี บกบั ค่าเฉลี่ยทั้งหมดนี้ ทาให้สรุปชัดว่าพื้นทปี่ ุาท่ไี ม่เปลี่ยนแปลงเปน็ แหล่งกักเก็บ
กา๊ ซคาร์บอนไดออกไซดใ์ นชว่ งเวลาท่ใี ชอ้ ้างอิง การเพม่ิ ขนึ้ ของการกักเก็บคาร์บอนในปาุ ผลัดใบมีความชดั เจนมาก
แตส่ าหรบั ปาุ ไมผ่ ลดั ใบการเพม่ิ การกกั เกบ็ คารบ์ อนมปี ริมาณต่า และมีค่าความไม่แน่นอนคอ่ นข้างสูง
ตารางท่ี 16 ค่าการปลดปล่อยและการดูดกลบั (tCO2e) ในช่วงเวลาอ้างองิ
คา่ สมั ประสทิ ธ์ิ EFRF ปี 2559
(tCO2e/ha/year) ปุาไมผ่ ลดั ใบ ปุาผลดั ใบ ปาุ ชายเลน พนื้ ท่ีไม่ใช่ปุา
-1.169 28.091
ปุาไม่ผลัดใบ -18.955 15.784 -0.103 10.305
-1.066 28.194
ปี 2549 ปุาผลัดใบ -29.26 -2.002 -17.889 0
ปาุ ชายเลน
15.887 0
พนื้ ทีไ่ มใ่ ชป่ ุา -12.307 -28.194
ขอ้ มลู กิจกรรม (ha) over ปาุ ไมผ่ ลัดใบ ปี 2559 พ้นื ท่ไี ม่ใชป่ ุา
10 years 5,892,252 ปุาผลดั ใบ ปุาชายเลน 159,230
ปาุ ไมผ่ ลดั ใบ 610,234
ปาุ ผลดั ใบ 9,364 10,985,093 201,668 161,902
100,677 39,669
ปี 2549 ปุาชายเลน 34,804,971
พน้ื ทีไ่ ม่ใชป่ ุา
ค่าการปลดปล่อย การดูดดลบั ปี 2559
(ER) (tCO2e) over 10 years ปุาไม่ผลดั ใบ ปาุ ผลัดใบ ปุาชายเลน พน้ื ที่ไมใ่ ช่ปุา
-68,880,426 44,729,299
ปาุ ไมผ่ ลัดใบ -- 62,884,614
- 45,646,650
ปี 2549 ปุาผลัดใบ - -219,921,562 -
ปาุ ชายเลน -2,739,906 -
--
พื้นทไ่ี ม่ใชป่ ุา -12,390,318 -11,184,278
50