ตารางที่ 17 คา่ ความไมแ่ น่นนอน (Uncertainties) หน่วย เปอรเ์ ซ็นต์ ในชว่ งเวลาอ้างองิ
ช่วงความเช่อื มนั่ CI (%) ปาุ ไม่ผลดั ใบ NFI รอบที่ 3 พืน้ ทไี่ มใ่ ชป่ ุา
296 ปุาผลดั ใบ ปาุ ชายเลน 75
NFI รอบที่ ปุาไม่ผลดั ใบ
1 ปาุ ผลดั ใบ 15 18 246 32
ปุาชายเลน
160 50 34 84
พ้ืนทไี่ ม่ใชป่ ุา
37 41 28 1
85 183
ตารางท่ี 18 คา่ การปลดปล่อยและการดูดกลับ: ผลรวมทงั้ หมดในช่วงเวลาอา้ งอิง และการประเมินรายปีโดยประเมินจาก
คา่ ความไม่แน่นอน
ค่าการปลดปลอ่ ย/การดดู กลับ คา่ การปลดปล่อย/ คา่ ช่วงความเชือ่ มั่นท่ี
ในช่วงเวลาอ้างองิ (E/R over การดูดกลบั เฉลีย่ รายปี ระดบั ร้อยละ 95
reference period) (Average annual (95% Confidence
(tCO2e) E/R) (tCO2e) Interval) (%)
พื้นท่ีปุาไม้ลดลง (พื้นท่ีปาุ ไม-้ พื้นทท่ี ี่ไมใ่ ชป่ าุ ไม)้ 153,260,563 15,326,056 39
-26,314,503 -2,631,450 90
Deforestation (Forest – Non-Forest)
-288,801,988 -28,880,199 80
พืน้ ทป่ี ุาไม้เพิ่มขึน้ (พ้ืนที่ทีไ่ มใ่ ชป่ ุาไม้-พืน้ ทีป่ ุาไม้)
15,326,056 39
Enhancement (Non-Forest - Forest) -31,511,649 74
พื้นท่ีปาุ เสอ่ื มโทรม(Degradation) การเปล่ยี นแปลงสุทธิ
(พ้นื ทปี่ าุ ไม้ - พืน้ ท่ีปุาไม้) (Net Change)
การเพม่ิ พูนของปาุ ไม้ (พนื้ ท่ปี าุ ไม้ - พ้นื ท่ีปาุ ไม้)2
(Enhancement)
(พนื้ ทีป่ ุาไม้ - พนื้ ท่ปี าุ ไม้)
FREL (ผลรวมการปลดปลอ่ ย)
FRL (ผลรวมการดูดกลบั )
ค่าช่วงความเช่ือมั่นอ้างอิงตาม IPCC 2006 guidance ในรายละเอียดเร่ือง ค่าความไม่แน่นอน
(uncertainties)
2 คา่ FREL รวมกิจกรรมต่างๆ ทล่ี ดการปลดปล่อยกา๊ ซเรอื นกระจก ขอบเขตของ FREL คลอบคลุมการลดการปลดปลอ่ ยจากการตดั ไมท้ าลายปา่
(deforestation) และ/หรือ การทาให้ปา่ เส่อื มโทรม (forest degradation) FREL และยังรวมถึงกจิ กรรมอน่ื ๆ ทเ่ี พม่ิ การลดการปลดปลอ่ ย สว่ นขอบเขตของ
FRL ครอบคลมุ กิจกรรมทเี่ พ่มิ การกกั เกบ็ คาร์บอน ในการส่ง FREL/FRL คร้งั น้ี จะเปน็ การรายงานคา่ การเปลี่ยนแปลงสุทธิ (Net change) ของพ้นื ทป่ี ่าที่คง
เหลอื อยู่ (remaining forest)
2การหาคา่ การกักเกบ็ โดยวธิ ีที่แตกต่างกันถูกนามาใช้ในการประเมินการปลดปล่อยและการดูดกลบั สุทธิจากพ้ืนที่ปุาไมท้ ี่เหลืออยู่ เนอื่ งจากค่ามวลชวี ภาพเฉลย่ี
สะสมของประเทศไทยมากกว่ามวลชีวภาพทส่ี ญู เสียในชว่ งเวลาทอ่ี า้ งองิ ผลลพั ธ์สทุ ธคิ ือภาคปาุ ไมย้ ังเปน็ การดดู ซบั (removals)
51
ในการพฒั นาระดบั การปลอ่ ยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิงภาคปุาไม้ (FREL/FRL) และต้นแบบ
ระบบตรวจติดตามทรพั ยากรปาุ ไม้ของชาติ (NFMS/MMR) ใชก้ ารดาเนินการแบบเป็นข้นั เป็นตอน (step-wise
approach) เพื่อที่จะสามารถปรับปรุงส่วนย่อยต่างๆ ได้ในอนาคตหากมีวิธีการและข้อมูลใหม่ๆ เกิดข้ึน
การดาเนินการเพื่อปรับปรุงในอนาคตตอ้ งพิจารณารายละเอยี ดดังต่อไปน:้ี
ความครอบคลุมของข้อมูลการสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ ( NFI coverage):
การกกั เก็บคาร์บอนท่ีเพิ่มขึ้นระหว่าง NFI รอบท่ี 1 และ 3 น่ันหมายถึงการท่ีปุาที่ไม่มีการเปล่ียนแปลงเป็น
แหลง่ กักเก็บกา๊ ซเรือนกระจก (sink of GHGs) ในระยะเวลา 10 ปีท่ีผ่านมา แนวโน้มดังกล่าวชัดเจนมากใน
ปุาผลัดใบ แต่ไม่ชัดเจนมากนกั ในปุาไมผ่ ลัดใบ ซ่งึ เป็นผลมาจากคา่ ความไม่แน่นอนท่ีสงู ของคา่ สมั ประสทิ ธิ์การ
ปลดปลอ่ ยและการดูดกลับ การปรับปรุงในอนาคตเพื่อเพมิ่ ประสทิ ธภิ ายของระดบั การปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้
และระดบั อา้ งองิ ภาคปุาไม้ (FREL/FRL) อาจทาโดยแบง่ ขอ้ มูลกิจกรรม (AD) ทีอ่ ยู่ภายในและภายนอกพ้นื ที่ปาุ
อนรุ กั ษ์ และเพิม่ จานวนจุดสารวจภายนอกพืน้ ทปี่ าุ อนุรักษ์ โดยเฉพาะในปาุ ไม่ผลัดใบ เพื่อให้เกิดความเขา้ ใจท่ี
ดขี นึ้ หากปุามีพลวตั (dynamics) ทีแ่ ตกตา่ งกัน การใชจ้ ดุ สารวจจากระยะตารางกรดิ 10 กม.ซึ่งครอบคลุมท่ัว
ประเทศ (พนื้ ทปี่ ุาและไม่ใชป่ ุา) นา่ จะเป็นวิธที ่ีดีที่สุดในการติดตามการเปลย่ี นแปลงในระดบั ประเทศในอนาคต
ซ่ึงจุดสารวจกรดิ อาจมคี วามหนานแน่นมากในพื้นที่ที่สนใจ และสาหรับพื้นท่ีปุาชายเลนซึ่งเป็นระบบนิเวศที่
สาคญั ในประเทศไทยแต่ NFI ไมค่ รอบคลุม และมกี ารศึกษาเพยี งเลก็ นอ้ ย ปาุ ชายแลนจงึ เป็นพืน้ ทท่ี ่ีมศี ักยภาพ
เพ่ือการปรบั ปรงุ ในอนาคต
การจัดแบ่งแหลง่ กักเกบ็ คารบ์ อน (Diversifying carbon pools): แหล่งกักเก็บคาร์บอนท้ัง
5 แหล่ง ตามที่อธิบายไว้ตามแนวทางของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปล่ียนแปลงสภาพ
ภมู ิอากาศ (IPCC) มเี พียงจานวน 2 แหล่ง (มวลชีวภาพเหนือพื้นดิน (AGB)และมวลชีวภาพใต้พ้ืนดิน (BGB))
เท่านัน้ ท่ีนามารวมอยใู่ นระดับอา้ งอิงปาุ ไม้ (FRL) ครั้งน้ี ซ่งึ สอดคลอ้ งกับ การใช้ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงการใช้
ที่ดิน และภาคปุาไม้ (LULUCF) ที่กล่าวถึงการสารวจก๊าซเรือนกระจกระดับประเทศ และเช่ือว่ามีความ
สมเหตสุ มผลแลว้ เพราะข้อมูลบางอยา่ งมีอยู่อย่างจากัด เชน่ เศษไมใ้ บไม้ (litter) ไม้ท่ตี ายแล้ว (dead wood)
และคารบ์ อนอินทรยี ์ในดนิ (SOC) สาหรับข้อมูลแหลง่ กกั เกบ็ (pools) เป็นเรอ่ื งทตี่ อ้ งพจิ ารณาเพ่อื ปรับปรงุ ใน
อนาคตอกี ดว้ ย
การรวบรวมก๊าซเรือนกระจกอ่ืนๆ ที่นอกเหนือจากก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Inclusion of
non-CO2 GHGs): มีเพยี งกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์เท่านั้นท่ีอยู่ในระดับการปล่อยอ้างอิงภาคปุาไม้และระดับ
อ้างองิ ภาคปาุ ไม้ (FREL/FRL) คร้ังนี้ เนื่องจากประเทศไทยปริมาณการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากภาค
การใชท้ ่ดี นิ และการเปล่ยี นแปลงการใช้ทดี่ นิ นั้นถือว่ายังน้อย และการที่ไม่นามาคิดรวมน้ันเป็นเพียงแนวทาง
ปฏบิ ตั ิ (conservative approach) ในขณะทีม่ ขี อ้ มูลบางอยา่ งจากดั ประเทศไทยมีความตั้งใจที่จะสารวจและ
ตดิ ตามปริมาณกา๊ ซอ่ืนๆ เพ่อื การสง่ รายงานในอนาคต
ข้อมูลกจิ กรรม (Activity Data: AD): ผลโดยรวมของการประเมินความถูกต้องเปน็ ที่น่าพอใจ
สาหรับการรวมชั้นข้อมูล แต่ค่าความเช่ือม่ันของชนิดปุาไม้ที่มีการเปลี่ยนแปลงมีค่าสูง ข้อมูลละเว้น
(omission) ส่วนใหญข่ องการปุาไม่ผลดั ใบลดลงเปน็ ข้อมูลปาุ ผลัดใบ และในทางกลบั กนั (vice versa) ซ่ึงบ่งชี้
ว่าบางทีอาจมีการจาแนกประเภทปุาไม้ที่ผิดในแผนท่ีท่ีใช้กาหนดประเภทของปุาไม้ หรือจาเป็นต้องมีการ
ทบทวนข้อมลู อา้ งอิงอยา่ งรอบคอบเพือ่ การแปลตีความชนิดปุาไม้
52
วิธกี ารปรับปรุงในอนาคตท่ีประเทศไทยควรจะพิจารณาคือดังน้ี การปรับปรุงการติดตามตรวจสอบ
พื้นที่ปุา (forest monitoring) โดยใช้วิธีตรวจการเปล่ียนแปลงโดยตรง (direct change detection
approaches) เช่นการตรวจการเปลี่ยนแปลงโดยวิธีมีการควบคุม (Supervised change detection) หรือ
วิธีการวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายช่วงเวลา (time series analysis) เช่นวิธี Break for Additive Seasonal
and Trend (BFAST) และวธิ ี Continuous Change Detection and Classification (CCDC)
การปรบั ปรงุ อกี ดา้ นที่ต้องพิจารณาคือ การออกแบบวิธีสารวจด้วยการสุ่มตัวอย่างแบบการจัดกลุ่ม
(stratified random sample design) ร่วมกับการกาหนดจานวนตัวอย่างแบบเป็นสัดส่วน (proportional
sample allocation) และการใช้การแปลตีความที่หลากหลายในการจัดทาข้อมูลอ้างอิง การแปลตีความ
(interpretation) ท่ีมีความลาเอียง (bias) และมีข้อผิดพลาด(error) เป็นสิ่งท่ีต้องพิจารณาเพ่ือการปรับปรุง
ในอนาคต ค่าชว่ งความเช่อื มั่น (CI) สงู สุดพบในชัน้ ปาุ ท่ีมกี ารเพ่มิ ขน้ึ (gain) ซง่ึ ต้องใชก้ ลยทุ ธใ์ นการตรวจแผนที่
ท่มี ขี อ้ มูลท่ีถกู ต้องมากขึ้น จะชว่ ยปรับปรงุ การประเมินสาหรับพ้นื ที่ปุาเพิม่ ข้ึนได้ การวิเคราะห์ท่ีเกิดขึ้นล่าสุด
กบั พื้นท่ที ่ีมีการเพ่มิ ซ่งึ ส่วนมากถูกแปลเป็นพ้นื ทท่ี ่ีไมเ่ ปลยี่ นแปลง ดงั น้ันการปรับปรุงโดยการเน้นรายละเอียด
ของพื้นทป่ี าุ ไม้ (forest enhancement) จึงเป็นส่งิ ท่ีควรตอ้ งพจิ ารณาเพ่อื การปรบั ปรุงในอนาคต
53
Arevalo, P., Woodcock, C.E., Olofsson, P., 2019. Continuous monitoring of land change activities and
post-disturbance dynamics from Landsat time series: a test methodology for REDD+ reporting.
Remote Sens. Environ. https://doi.org/10.1016/j.rse. 2019.01.013. (in press).
Chave, Jérôme, Maxime Réjou-Méchain, Alberto Búrquez, Emmanuel Chidumayo, Matthew S.
Colgan, Welington B.C. Delitti, Alvaro Duque, et al. 2014. “Improved Allometric Models to Estimate
the Aboveground Biomass of Tropical Trees.” Global Change Biology 20 (10): 3177–90.
https://doi.org/10.1111/gcb.12629.
Cochran, W.G., 1977. Sampling Techniques. Wiley, New York, NY. Congalton, R.G., 1991. A review of
assessing the accuracy of classifications of remotely sensed data. Remote Sens. Environ. 37, 35–46.
ITTO, 2010. Report PD 195/03 Rev.2. Report of Ex-post Evaluation to establish a National Monitoring
Information System for the Effective Conservation and Sustainable Management of Thailand’s Forest
Resources
FAO, 2014. Global Forest Resources Assessment 2015. Country Report Thailand
FAO, 2016. Map Accuracy Assessment and Area Estimation – A Practical Guide.
IPCC, 2003. Good Practice Guidance for Land Use, Land-Use Change and Forestry
IPCC. 2006. Guidelines for National Greenhouse Gas Inventories.
Ogawa, H., K. Yoda, K. Ogino, and T. Kira. 1965. “Comparative Ecological Studies on Three Main
Types of Forest Vegetation in Thailand Ii Plant Biomass.” Nature and Life in Southeast Asia 4: 49–80.
Olofsson, P., Foody, G.M., Herold, M., Stehman, S.V., Woodcock, C.E., Wulder, M.A., 2014. Good
practices for estimating area and assessing accuracy of land change. Remote Sens. Environ. 148, 42–
57.
Olofsson, P., Arévalo, P., Espejo, A. B., Green, C., Lindquist, E., McRoberts, R. E., & Sanz, M. J. (2020).
Mitigating the effects of omission errors on area and area change estimates. Remote Sensing of
Environment, 236, 111492.
Royal Forest Department website www.forest.go.th, accessed March 2019
The Kingdom of Thailand. 2017. Second Biennial Update report of Thailand
The Kingdom of Thailand. 2018. Third National Communication of Thailand
Tsutsumi, T., K. Yoda, P. Sahunalu, P. Dhanmanonda, and B. Prachaiyo. 1983. Forest: Felling, Burning
and Regeneration. Kyuma, K.; Pairitra, C., Eds., Shifting cultivation. Toky
54
ภาคผนวก 1
การคานวณคา่ สัมประสทิ ธกิ์ ารปลดปลอ่ ยและการดดู ซบั
สาหรบั ระดบั อ้างองิ ป่าไม(้ การปลดปล่อย) ของประเทศไทย
June 2020 มถิ ุนายน 2563
55
การคานวณค่าสัมประสิทธิก์ ารปลดปล่อยและการดูดซับ สาหรับระดับอ้างอิงป่าไม้ (การปลดปล่อย) ของ
ประเทศไทย (Calculation of Emission and Removal Factors for Thailand Forest Reference
(Emission) Levels)
Gael Sola1, Apichat Kerdmongkol2, Suphattra Phromphan2, Inthira Trachoo2, Mathieu Van
Rijn1, Auschada Chitechote2, Sutthatip Chormaili2, Somyot Saengnin2
1สานักงานการปุาไม้ , องค์การอาหารและเกษตรแหง่ สหประชาชาติ
2กรมอุทยานแห่งชาติ สตั วป์ ุา และพนั ธพ์ุ ืช
ขอ้ ปฏเิ สธความรบั ผดิ ชอบ (Disclaimer)
ความคดิ เห็นทแ่ี สดงอย่ใู นรายงานน้ีเป็นของผู้เขียนซ่ึงไม่จาเป็นต้องสะท้อนความคิดเห็นของกองทุนหุ้นส่วน
คาร์บอนปุาไม้ (The Forest Carbon Partnership Facility: FCPF) องค์การอาหารและเกษตรแห่ง
สหประชาชาติ (FAO) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปุาและพันธ์ุพืช (DNP) หรือองค์กรอ่ืนๆ ท่ีร่วมมือกัน
ขอ้ กาหนดการจา้ งและการนาเสนอเน้ือหาในข้อมูลของผลิตภณั ฑ์ ไมไ่ ด้หมายถึงการแสดงความคิดเหน็ อยา่ งใด
อยา่ งหนงึ่ ของ FAO ในเรอื่ งทเี่ กี่ยวกบั ข้องกบั กฎหมาย หรอื สถานะการพัฒนาของประเทศ ดนิ แดน เมืองหรือ
พื้นท่ี หรือเกีย่ วกับอานาจท่มี ี หรือท่เี กี่ยวข้องกับการปกั ปนั เขตแดน ในเขตแดนหรือขอบเขตทม่ี ี
แนะนาการเขียนอา้ งอิง (Recommended citation)
Sola G., Kerdmongkol A., Phromphan S., Trachoo I., Van Rijn M., Chitechote A., Chormali S.,
Saengnin S. (2020) Calculation of Emission and Removal Factors for Thailand Forest
Reference (Emission) Levels, FCPF project, Bangkok, Thailand.
56
ผู้เขียนขอขอบคุณกองทุนหุ้นส่วนคาร์บอนปุาไม้ (The Forest Carbon Partnership Facility: FCPF)
สาหรับการสนับสนนุ งบประมาณ ทีมงานขององคก์ ารอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) สาหรบั การ
สนับสนุนด้านเทคนิคโปรแกรม OpenForis Collect และ Collect mobile และขอขอบคุณกรมอุทยาน
แห่งชาติ สตั ว์ปุา และพันธ์พุ ืช สาหรับความร่วมมือทางาน การเปิดเผยข้อมูลการสารวจทรัพยากรปุาไม้ของ
ประเทศท่ีได้จัดเก็บไว้ และความเชี่ยวชาญ และขอขอบคุณเจ้าหน้าท่ีของอุทยานแห่งชาติแก่งกรุง อุทยาน
แห่งชาติทุ่งแสลงหลวง และอุทยานแห่งชาติภูพาน สาหรับการสนับสนุนด้านการเดินทางและการร่วมมือ
ปฏบิ ตั งิ านระหวา่ งการตรวจวดั ขอ้ มลู ภาคสนาม
57
บรบิ ท (Context)
ประเทศไทยได้ดาเนินการ สารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ (National Forest Inventories:
NFIs) มาแลว้ 3 ครั้ง โดยมจี านวนจดุ สมุ่ ตวั อยา่ งและวัตถปุ ระสงคท์ ี่แตกตา่ งกัน การสารวจรอบแรกดาเนินการ
ระหว่างปี พ.ศ. 2547 ถึง 2553 เป็นการสุ่มตัวอย่างทั่วประเทศโดยไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะในพ้ืนที่ปุาอนุรักษ์
รอบท่ี 2 เป็นรอบทม่ี กี ารใชจ้ านวนแปลงตัวอย่างและระยะเวลาดาเนนิ การนอ้ ยทส่ี ดุ โดยการตรวจวดั แปลงตวั อย่าง
ในพืน้ ทีป่ ุาอนรุ กั ษ์เท่านั้นและจดุ แปลงตัวอยา่ งท่รี ะยะกรดิ 10 กม. ซึ่งดาเนินการในปี พ.ศ. 2554 และ 2555
รอบท่ี 3 ซ่ึงเปน็ รอบล่าสุด ดาเนนิ การในช่วงปี พ.ศ. 2556 ถึงปี พ.ศ. 2560 โดยเกบ็ จากจุดแปลงตัวอย่างจาก
รอบที่ 1 ที่อยู่ในเฉพาะพื้นที่ปุาอนุรักษ์ และเพิ่มเติมจุดสารวจอีกจานวนมากที่ระยะกริด 2.5 กิโลเมตร
ในพ้ืนท่ีแบง่ ส่วนยอ่ ยภายในพ้นื ท่ปี ุาอนรุ กั ษ์
วัตถปุ ระสงค์ (Objective)
การศึกษาคร้ังน้ีเพ่ือประเมินการปลดปล่อยและการดูดซับ สาหรับการการจัดทาระดับการปล่อย
อ้างอิงภาคปุาไม้และระดับอ้างอิงภาคปุาไม้ (FREL/FRL) คร้ังแรกของประเทศไทย แต่เน่ืองจากจากความ
แตกต่างของการออกแบบการสมุ่ ตวั อย่างในแต่ละรอบ (Cycles) และการสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ
(NFIs) ของประเทศไทยไมไ่ ดม้ ่งุ เนน้ เพอื่ การประเมนิ ปรมิ าณการกักเก็บคาร์บอนปาุ ไม้ ดังน้ันวัตถุประสงค์ของ
การศกึ ษาคอื เพอ่ื การวเิ คราะห์ซ้า (re-analyze) ข้อมูลดิบของการสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ (NFI)
จากฐานขอ้ มูลทีจ่ ดั เก็บไว้ และเพ่อื เสนอคา่ สมั ประสทิ ธ์กิ ารปล่อยและการดูดซับสาหรับการดาเนินการ REDD +
ในระดับชาตซิ งึ่ ใช้ไดก้ ับปุาไม้ทง้ั หมดของประเทศ
วธิ กี าร (Method)
การศึกษาครอบคลุมการดาเนินการตรวจสอบและปรับแก้ข้อมูลดิบ จากน้ันทาการคานวณ
มวลชวี ภาพเหนอื พ้นื ดิน (AGB) ของต้นไม้ และคานวณในระดับแปลงตัวอย่าง และท้ายสุดคานวณระดับชนิด
ของปุาไม้ สมการอัลโลเมตริกสรา้ งขน้ึ ในระดับประเทศและนาใช้กบั ลกั ษณะของตน้ ไม้ตามชนิดของปุาท่ีไม้นั้น
กระจายอยู่ ในการคานวณปริมาณกักเก็บคาร์บอนปุาชายเลน เนื่องจากแปลงตัวอย่างของปุาชายเลนจาก NFI
มีไม่เพียงพอ จึงมีการใช้แปลงตัวอย่าง 37 แปลงจากการศึกษาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
(DMCR) จากปี พ.ศ. 2559-2560 เม่ือพิจารณาถึงความสาคัญในการออกแบบการสุ่มตัวอย่างของพ้ืนท่ี
ปาุ อนุรกั ษ์ ขอ้ มูลของปาุ อนุรกั ษ์ถกู เพ่ิมเขา้ ไปในขอ้ มลู การสารวจทรพั ยากรปาุ ไม้ของประเทศ (NFI) ตามพิกัด
GPS ของแปลงสารวจ
การสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ (NFI) รอบที่ 2 และ 3 มีความต้องการท่ีตรวจวัดซ้าบางส่วน
ของจุดสารวจปุาไม้จากรอบท่ี 1 แต่ในความจริงส่วนมากไม่สามารถระบุจุดศูนย์กลางแปลงสารวจได้ และ
อาจเกดิ ความคลาดเคลื่อนทางตาแหน่งของจุดท่ีวัดซ้าระยะ 2-3 เมตร จากตาแหน่งเดิม ดังน้ันข้อมูลที่ได้นี้
จงึ ไม่สามารถนาไปคานวณปรมิ าณกักเก็บคารบ์ อนของแปลงตวั อย่างได้ ดงั น้นั จึงใช้การเปรียบเทียบค่าเฉล่ียที่
รายชนดิ ปุาไม้ในแต่ละรอบแทน
58
เนือ่ งจากมีการใช้จานวนแปลงตวั อยา่ งท่แี ตกต่างกันสาหรับพน้ื ทส่ี ารวจ (population) ท่ีแตกต่างกัน
อาทเิ ช่น มคี วามแตกตา่ งของพ้ืนท่อี นุรักษ์จากจุดสารวจรวมทัง้ หมด ดงั นน้ั ควรมกี ารทาระบบการจัดแบ่งกลุ่ม
แบบซับซ้อน ถึงแม้ว่าอาจจะเกิดความเบี่ยงเบน (bias) ท่ีตรวจเช็คและแจงนับค่อนข้างยาก หลังจากท่ี
พิจารณาทางเลือกที่แตกต่างกันหลายวิธี สุดท้ายทาการเลือกวิเคราะห์ข้อมูลเฉพาะแปลงสารวจที่กริด
จุดสารวจ 10 กม. และใชว้ ิธกี ารสุ่มตัวอย่างแบบการจัดกลุ่ม โดย 1 ช้ัน (Strata) ทาในพ้ืนที่ปุาอนุรักษ์ และ
อีก 1 ช้ัน สาหรับพืน้ ท่ีปาุ นอกเขตปาุ อนุรักษ์ การจดั แบ่งช้ัน (stratification) จะช่วยทาให้ปริมาณมวลชีภาพ
ต่อเฮกตาร์ของพืน้ ทป่ี าุ อนรุ กั ษส์ งู กวา่ ปาุ ไมอ้ ืน่ ๆนอกเขตปุาอนุรักษ์
ผลลพั ธ์ (Results)
คุณภาพของข้อมูลโดยรวมถือว่าดีมาก รายการชนิดพรรณไม้สาหรับใช้เพื่อการจาแนกชนิดต้นไม้
มีความสมบูรณ์มาก และไม่พบค่าผิดปกติสาหรับค่าความสูง (H) และความโต (เส้นผ่าศูนย์กลางท่ีความสูง
เพียงอก-DBH) ตวั แปรท่มี คี วามสาคญั รองลงมาเชน่ คณุ ภาพของไม้มีข้อผิดพลาดมากแต่ก็สามารถปรับแก้ได้
มีเพียงแปลงสารวจจานวน 1 แปลง ถูกคดั ออกจากการวิเคราะห์เน่ืองจากค่ามวลชีวภาพเหนือพ้ืนดิน (AGB)
และพน้ื ทห่ี นา้ ตัด (basal area) สงู เกนิ ไปเม่ือเทยี บกบั แปลงสารวจอ่นื ๆ ถึงแม้จะไม่พบข้อผิดพลาดในข้อมูล
แตค่ ่าทีจ่ ัดเก็บนั้นแตกตา่ งจากแปลงอืน่ ๆ มากเกินไป
การวิเคราะหข์ อ้ มลู ซา้ (Re-analysing) นั้นเปน็ การยืนยันขอ้ มลู สารวจในพื้นที่อนุรักษ์ของ NFI รอบที่ 3
(มากกว่า 90 % ของแปลงสารวจ) ในขณะท่ีในรอบแรกประมาณคร่ึงหน่ึงของแปลงสารวจอยู่ภายนอกพื้นท่ี
ปาุ อนุรกั ษ์ คา่ ประมาณจากการจัดกลุ่มไดร้ วมแตกต่างเหลา่ น้ีแลว้
แนวโนม้ ทไี่ ดค้ อื คา่ ชีวมวลทเี่ พิม่ ขนึ้ จากรอบสารวจท่ี 1 ถงึ 3 ซงึ่ เห็นแนวโน้มเห็นได้ชัดเจนกับปุาผลัดใบ
และจะมากขึ้นหรือน้อยลงสาหรับปุาไม่ผลัดใบข้ึนกับวิธีการท่ีเลือกใช้ วิธีการที่แนะนานี้ใช้กับจุดสารวจ
ระยะ 10 กม. เท่าน้ัน ผลลัพธ์ของมวลชีวภาพเหนือพ้ืนดิน (AGB) ในปุาไม่ผลัดใบ (evergreen forest)
คือ 130.88 +/- 9% และ 136.327 +/- 8% ตัน/เฮกแตร์ ในรอบท่ี 1 และ 3 ตามลาดับ ปุาผลัดใบ
(deciduous forest) คือ 54.814 +/- 6% และ 65.465 +/- 7 % ตัน/เฮกแตร์ และสาหรับปุาชายเลนมีการ
ประมาณค่ามวลชีวภาพเหนือพ้ืนดินเพียง 1 คร้ังคือ 120.779 +/- 18 % ตัน/เฮกแตร์ เน่ืองจากข้อมูลท่ีมี
จากดั เพียงช่วงเวลาเดียว
บทสรปุ (Conclusion)
โดยรวมการกกั เก็บคาร์บอนทเี่ พิ่มข้นึ ในพื้นท่ีปุาไม้ท้งั 2 ประเภทหลัก (ปุาผลัดใบ และปุาไม่ผลัดใบ)
นน่ั หมายถงึ พนื้ ท่ีปุาไมค้ งสภาพของประเทศไทยมกี ารดดู ซับก๊าซ CO2 จากชัน้ บรรยากาศ แปลงสารวจทั้งหมด
ไม่สามารถนามาใช้ประมวลผลได้ ซ่ึงไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ เน่ืองจากทาบัญชีก๊าซคาร์บอนไม่ได้เป็น
วัตถปุ ระสงคห์ ลกั ของการสารวจในช่วงเวลาท่ผี า่ นมา แต่ตามทีไ่ ดเ้ สนอไว้ในเรอื่ งการปรับปรุงในอนาคตควรมี
การแปลงสารวจเพมิ่ เติมนอกพ้นื ทปี่ าุ อนรุ ักษ์และในพื้นท่ปี าุ ไมท้ ว่ั ของประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจได้ดีข้ึน
หากพลวัตของปาุ ไมม้ คี วามแตกตา่ งกันเมอ่ื พ้ืนที่ปาุ ไดร้ ับการปูองกันและช่วยลดความค่าไม่แน่นอนพื้นที่ปุาที่
ไมม่ ีการเปลย่ี นแปลง ตามหลักการแลว้ ประเทศไทยควรจะวัดแปลงสารวจของกริดระยะ 10 กม. อย่างต่อเนือ่ ง
ในพื้นท่ีปาุ ไมท้ ัง้ หมด และเม่ือดาเนินการครบแล้วจึงค่อยกาหนดจานวนแปลงตวั อย่างในพนื้ ทท่ี ีส่ นใจ
59
Abstract……………………………………………………………………………………………………………………………………..….58
Table of Content………………………………………………………………………………………………………………………....60
Acronyms and Abbreviations…………………………………………………………………………………………………......61
1 Introduction……………………………………………………………………………………………………………………..….62
2 Method……………………………………………………………………………………………………………………………..…63
2.1 Description of the National Forest Inventories………………………………………………………....63
2.2 Supplementary data on mangroves………………………………………………………………………..…66
2.3 From tree aboveground biomass to forest carbon stock: general approach………....68
2.4 Approximation of the sampling design to a stratified random sampling…………..……69
2.5 Belowground biomass and carbon stock…………………………………………………………..………71
2.6 Emission and removal factors…………………………………………………………………………..…….….72
3 Selecting allometric equations to estimate tree aboveground biomass…………….…….…..72
3.1 Presentation of the equations……………………………………………………………………….……….….73
3.2 Application of the allometric equations to the NFI data……………………………….…….….75
3.3 Validation of the allometric equations………………………………………………………….……….…77
4 Data cleaning and preparation…………………………………………………………………………….………......78
4.1 Preparation of the plot data……………………………………………………………………….………….….78
4.2 Preparation of the tree data……………………………………………………………………….………….….83
4.3 Preparation of the dataset for analysis……………………………………………………….….………...86
5 Emission and removal factors with approach 1: plots on the 10 km grid…….………….…..91
5.1 Plot location (Approach 1)………………………………………………………………………….…………..….91
5.2 Aboveground biomass (Approach 1)………………………………………………………….…………..….92
5.3 Carbon stock (Approach 1)………………………………………………………………………….…………..…93
5.4 Emission and Removal factors (Approach 1)…………………………………………….………….…..94
6 Conclusion……………………………………………………………………………………………………………………..…..96
Appendix………………………………………………………………………………………………………………………………….....97
Annex: Summary of the study to validate Aboveground biomass allometric equations….…97
Background………………………………………………………………………………………………………………….…..….....97
Method……………………………………………………………………………………………………………………….…..…..….98
Results and discussion……………………………………………………………….…………………………………..……..102
Conclusion…………………………………………………………………………………………………………………………..….106
References………………………………………………………………………………………………………………….…………..107
60
คาย่อ ลกั ษณะ
AGB มวลชวี ภาพเหนอื พื้นดินเป็นกโิ ลกรมั ตนั หรอื ตนั /เฮกแตร์
BGB ชวี มวลดา้ นล่างเปน็ กโิ ลกรมั ตันหรือตนั /เฮกแตร์
CI (%) ช่วงความเชอ่ื ม่ันท่ี 95% แสดงเป็นของค่าทส่ี ัมพนั ธก์ บั %
CRS ระบบอ้างองิ พกิ ัด
D หรือ DBH เสน้ ผา่ ศูนย์กลางที่ความสงู เต้านมเป็นซม
DMCR กรมทรพั ยากรทางทะเลและชายฝง่ั
DNP กรมอทุ ยานแห่งชาตสิ ัตว์ปุาและพนั ธ์พุ ชื
EFRF ปจั จัยการปลอ่ ยและการกาจัด
เอฟเอโอ องคก์ ารอาหารและการเกษตรแหง่ สหประชาชาติ
FCPF ศูนยห์ นุ้ ส่วนปุาคารบ์ อน
FRL ระดบั การปลอ่ ยอา้ งองิ ปาุ หรือระดบั อา้ งองิ ปาุ สาหรบั REDD +
จพี ีเอส ระบบกาหนดตาแหน่งบนโลก
GWD ฐานขอ้ มลู ความหนาแน่นไมท้ ัว่ โลก
H ต้นไมส้ ูงรวมเป็น m
ฮา้ เฮกตาร์
IPCC คณะรัฐบาลระหว่างประเทศเกยี่ วกบั การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
NFMS / MMR ระบบการตดิ ตามและการรายงานปาุ ไม้แห่งชาติ
REDD + กลไกในการลดการปลอ่ ยก๊าซเรือนกระจกจากการตัดไมท้ าลายปาุ และความเสื่อมโทรม
ของปาุ ไม้ 'บวก' บทบาทของการอนรุ ักษ์การจดั การปุาไมอ้ ยา่ งยง่ั ยนื และการเพมิ่
กรมปาุ ไม้ ปรมิ าณคารบ์ อนในปุาไมใ้ นประเทศกาลงั พฒั นา
อารเ์ อส
WD กรมปุาไม้
อตั ราสว่ นรูตตอ่ การถา่ ย
ความหนาแนน่ ของไมก้ าหนดเป็นอตั ราสว่ นของมวลไมแ้ ห้งต่อปริมาณทส่ี ดใหม่
ในหน่วยกรมั .ซม / 3
61
การประมาณการกักเก็บคาร์บอนปุาไม้ระดับชาติเป็นส่ิงสาคัญในการเข้าใจบทบาทของปุาไม้ต่อ
การเปล่ยี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศ และเป็นส่วนสาคัญของความพยายามของประเทศกาลังพัฒนาในการเข้าร่วม
การดาเนินการ REDD + และเปน็ การพัฒนาระดับการอ้างองิ ปุาไม้ (การปลดปลอ่ ย) (FREL/FRL) สาหรับการ
ดาเนนิ การ REDD + สาหรบั ประเทศไทยซึง่ เปน็ สว่ นหน่งึ ของการดาเนินการของกองทนุ หุ้นส่วนคารบ์ อนปาุ ไม้
(FCPF) โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปุาและพันธ์ุพืช (DNP) ได้รับการสนับสนุนทางเทคนิคจากองค์การ
อาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization of the United Nations:
FAO เพอ่ื ปรับปรุงข้อมูลการปล่อยและการดูดซับก๊าซเรือนกระจกที่เกี่ยวข้องกับภาคปุาไม้ และเพื่อพัฒนา
FREL / FRL และ NFMS / MMR เป็นครัง้ แรกของประเทศ
ณ ปี พ. ศ. 2562 ประเทศไทยมกี ารดาเนนิ ได้มีการสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ (NFIs) มาแลว้
3 คร้งั โดยมีวตั ถุประสงค์ที่แตกต่างกนั ออกไป การดาเนินการ NFI รอบแรกทาในระดับประเทศ แต่ครั้งท่ี 2
และ 3 มุง่ เนน้ ไปยังพื้นทป่ี ุาอนรุ กั ษ์ สง่ ผลของการมคี วามหนาแน่นของจานวนแปลงตัวอย่างและพ้ืนท่ีสารวจ
ท่ีแตกตา่ งกนั ในแตล่ ะรอบ เนอ่ื งจากความแตกตา่ งเหล่าน้ีจึงไม่สามารถใช้ข้อมูลแปลงสารวจได้ทุกแปลงเพื่อ
การประมาณทป่ี ราศจากความเบีย่ งเบน (unbiased estimation) ของการกักเกบ็ คารบ์ อนปุาไม้ในระดับชาติ
และไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการใช้ค่าเฉล่ียท่ีไม่ถ่วงน้าหนัก (unweighted averages) ซ่ึงทาให้เกิดความ
เบ่ยี งเบนทีซ่ ับซอ้ นท่รี วมเข้ามาหรอื เพ่อื หลกี เล่ียง
ข้อมูลถูกจัดเก็บในแบบฟอร์มกระดาษและเก็บไว้ในรูปแบบฐานข้อมูล MS Access ที่กรมอุทยาน
แห่งชาติ สตั ว์ปุา และพันธ์ุพืช (DNP) และกรมปุาไม้ (RFD) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ปุา และพันธ์ุพืช ดูแล
พ้ืนท่ีปาุ อนุรกั ษ์ และกรมปุาไม้ดูแลพน้ื ทปี่ ุาสงวนแหง่ ชาติ มกี ารสนับสนนุ ทางเทคนิคอยา่ งเตม็ รปู แบบรวมเพือ่
พฒั นาการวิเคราะหข์ อ้ มูลและการสกัดขอ้ มูลจากฐานขอ้ มลู MS Access การผสมผสานรวมข้อมูลการสารวจ
ทแี่ ตกต่างกัน การคานวณหามวลชีวภาพเหนือพ้นื ดิน (AGB) และการประมาณการกักเก็บคาร์บอนจากต้นไม้
รายตน้ สรู่ ะดบั รายแปลง และส่รู ายชนิดปุาไม้ ในระดบั ประเทศ
62
ในปี พ. ศ 2562 การดาเนินการสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ (NFI) เสร็จสิ้นรวม 3 รอบ
ในรอบแรกดาเนินการระหวา่ งปี พ.ศ. 2546 - 2553, รอบที่ 2 ดาเนนิ การระหว่างปี พ.ศ. 2554 - 2555 และ
รอบที่ 3 ระหวา่ งปี พ.ศ. 2556-2561 ซง่ึ รอบแรกไดด้ าเนินการทัง้ ประเทศ โดยใชจ้ ุดสารวจกรดิ ระยะ 20 กม.
สาหรับนอกพื้นที่ปุาไม้ และระยะ 10 กม. สาหรับในพื้นท่ีปุาไม้ และเพิ่มจุดสารวจที่ระยะ 5 กม.ในพ้ืนท่ี
ปุาอนุรักษ์ (ตารางที่ 1) ในรอบท่ี 2 ดาเนินการวัดซ้าเฉพาะในแปลงจุดสารวจที่ระยะ 10 กม. และในพ้ืนท่ี
อนรุ ักษ์เท่านั้น และในรอบสุดทา้ ยมีการวัดซ้าเฉพาะแปลงสารวจระยะ 10 กม. โดยเกือบทั้งหมดอยู่ในพ้ืนที่
ปาุ อนรุ กั ษ์ และประมาณ 150 แปลงอยู่นอกพื้นที่ปุาอนุรักษ์ ซึ่งตรวจวัดโดยกรมปุาไม้ กรมอุทยานแห่งชาติ
สัตวป์ ุา และพนั ธพ์ุ ืช ยงั ดาเนินการตรวจแปลงสารวจมากกวา่ 2,000 แปลงในพื้นที่ปุาอนุรักษ์ท่ีเป็นเปูาหมาย
ไม่กแ่ี หง่ โดยใช้จุดสารวจระยะ 2.5 กม. การดาเนนิ การเพม่ิ เตมิ ท่ีเกี่ยวข้องกับ NFIs โดยกรมทรัพยากรทางทะเล
และชายฝ่ัง (DMCR) ได้ทาการสารวจปุาชายเลนในปี พ.ศ. 2559-2560 จานวน 37 แปลง ซงึ่ สันนิษฐานวา่ เป็น
วิธกี ารวางแปลงสารวจแบบสุ่ม (randomly located)
Table 1 Overview of the NFI designs.
Attribute Cycle 1 Cycle 2 Cycle 3 Mangrove
Objective Update the 1st Update the 2nd NFI with a few plots added back to Survey of
Estimate forest NFI only for unprotected forest and an intensification for a few mangrove
attributes across all protected forests selected protected areas forests
lands
2011-2012 2013-2018, 2014 as ref. 2016-2017
Time period 2003-2010, 2006 as
reference Forest protected Mostly forest protected areas (176 plots intended All mangroves
Population areas outside) in Thailand
of interest All lands in Thailand
Sampling 20 km outside forest 10 km inside 10 km outside protected areas (by RFD) (*), Random
grids land, 10 and 5 km protected areas a mix of 10, 5 and 2.5 km inside (by DNP) (**). sampling of 37
forest areas (+) plots
PSU design Center plot only Center plot only
Cluster of 5 plots Single plots
(+) The 10 km grid was systematic while the 5 km doesn’t cover all forests.
(*) In practice RFD measured 8 plots inside protected areas, and DNP had a small fraction of their plot falling outside protected
area boundaries.
(**) Only few protected areas had the 2.5 km grid applied to them.
63
เนอ่ื งจากวัตถุประสงคห์ ลัก NFI ของประเทศไทยมีการพัฒนาเพื่อให้เข้าใจปุาไม้ในพื้นท่ีอนุรักษ์มากขึ้น
และยังมีการวัดซ้าแบบหยาบโดยวัดหน่ึงในสามของแปลงในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซ่ึงแปลงเหล่านั้นก็ยังพบ
จุดศูนย์กลางแปลงเพียงประมาณ 150 แปลงเท่านั้น สาหรับแปลงอ่ืนที่มีการวัดซ้าได้รับการพิจารณาปรับ
พกิ ัดใหมบ่ นกระดาษ (ใชห้ ลกั การกาหนดพกิ ัดแปลงแบบเดยี วกนั ) แต่อาจจะคลาดเคล่อื นเปน็ ระยะ 2-3 เมตร
จากจุดศูนย์กลางแปลงเดิม ด้วยเหตุผลนี้แปลงสารวจจะไม่ถือว่าเป็น 'จับคู่กัน' หรือเป็นแปลงถาวร และ
พัฒนาการของการคานวณการกกั เก็บคารบ์ อนไมส่ ามารถคานวณไดท้ ี่ระดับการแปลง และค่าเฉล่ียจะคานวณ
ไดเ้ ฉพาะที่ระดับชนดิ ปาุ ไม้สาหรับแต่ละรอบของ NFI อย่างแยกกัน
รปู แบบแปลงจุดสารวจโดยใช้แบบกลุ่มแปลง (cluster plot) จานวน 5 แปลง ประกอบด้วยแปลง
จุดศูนย์กลาง (center plot) 1 แปลง และล้อมรอบด้วยแปลงอีกจานวน 4 แปลง ซึ่งมีระยะห่างจากแปลง
ศูนย์กลาง 50 เมตร ตามทิศหลัก (เหนือ ใต้ ออก ตก – cardinal directions, ตามรูปท่ี 1) อย่างไรก็ตาม
การสารวจในรอบท่ี 2 เปน็ ต้นมา มกี ารดาเนินการตรวจวัดข้อมูลเฉพาะแปลงจุดศนู ยก์ ลางเทา่ นั้น แปลงสารวจ
วงกลมมรี ัศมี 17.84 ม. (เพอื่ ความสอดคล้องกับพ้ืนที่สารวจ 0.1 เฮกตาร์) สาหรับวัดต้นไม้ใหญ่ (tree) และ
ภายในแปลงประกอบแปลงยอ่ ยแบบวงกลมขนาดเลก็ (sub-plots) เพอื่ การสารวจ ลูกไม้ (seedling) ไม้หนุ่ม
(sapling) ไผ่ (bamboo) และไม้ตาย (deadwood) เพ่อื เปน็ การสร้างความสอดคลอ้ งระหว่าง NFI แตล่ ะรอบ
และสาหรบั รอบท่ี 1 จะใช้ข้อมลู เฉพาะจากแปลงศูนย์กลางเทา่ น้ัน
64
ภาพที่ 1 รูปแบบแปลงเพ่ือสารวจทรพั ยากรปุาไมข้ องประเทศ
การบันทึกข้อมูลสาคัญ (key information) ในระดับแปลง ได้แก่ การใช้ประโยชน์ที่ดิน (land use)
พิกัดแปลง (GPS coordinates) การเข้าถึงแปลงและจุดอ้างอิง (plot access and reference point)
ผู้จับเวลาและองคป์ ระกอบคณะผู้สารวจ (timer and crew composition) และคุณลักษณะด้านสิ่งแวดล้อมอ่ืน
เชน่ การปกคลมุ พืชพรรณ และตวั แปรสภาพแวดล้อมตา่ งๆ ขอ้ มูลต้นไมท้ ีบ่ ันทึกประกอบด้วย ตาแหน่งต้นไม้
(location) ชนิดไม้ (species) เส้นผ่าศูนย์กลางท่ีความสูงเพียงอก (DBH) ความสูงรวม (H) โดยการวัดหรือ
ความกวา้ งเรอื นยอด (crown size) และตวั ชวี้ ดั ด้านคุณภาพอน่ื ๆ
65
การสารวจทรพั ยากรปุาไม้ของประเทศ (NFIs) ครอบคลุมพน้ื ทีป่ ุาชายเลนนอ้ ยมาก ซ่งึ มีเพยี ง NFI ใน
รอบแรกเท่าน้นั ที่มแี ปลงสารวจปาุ ชายเลนจานวน 7 แปลง (ตารางที่ 9) ซ่งึ ไมเ่ พยี งพอตอ่ การใช้คานวณ ดงั น้นั
จึงใชข้ ้อมูลเพ่ิมจากการศึกษาของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (DMCR) ระหว่างช่วงปี พ.ศ. 2559-2560
ซ่ึงมีการวดั แปลงตวั อยา่ งจานวน 37 แปลง ในหลายพ้ืนที่ ในขณะทีเ่ ขยี นรายงานฉบบั น้ยี ังแปลงสารวจดงั กลา่ ว
ยังไม่ได้มกี ารวดั ซา้ ดังน้ันข้อมลู การเส่ือมสภาพและการเพิ่มขึ้นของปุาชายเลนในประเทศไทยจึงยังไม่ทราบ
ข้อมูลรายละเอยี ดของวธิ กี ารและผลลัพธ์ในระดับรายต้นไม้ไมม่ ีการรายงาน มเี พียงการรายงานข้อมลู ชือ่ แปลง
สารวจ กลุ่มปุาชายเลน และปริมาณมวลชีวภาพเหนือพ้ืนดิน เท่าน้ัน (ตารางท่ี 2) จากข้อมูลดังกล่าวนี้
ค่าเฉลี่ยของมวลชีวภาพเหนือพื้นดิน (AGB) ของปุาชายเลนคือ 120.779 ตันต่อเฮกตาร์ ที่ค่าความเชื่อมั่น
(confidence) 95 % และช่วงความเชอื่ มั่น (confidence interval) เป็น 18 %
ตารางที่ 2 แหลง่ ท่ีมาของข้อมลู ปุาชายเลน (Data available on Mangrove forest)
Plot ID Forest group name AGB
(ton/ha)
1 ปาุ ชายเลน ปากแม่น้าตราด (Trat estuary Mangrove Forest)
74.60
2 ปาุ ชายเลน แหลมงอบ (Laem Ngop Mangrove Forest) 158.06
104.00
3 ปุาชายเลน ปากแม่นา้ เวฬุ (Velu estuary Mangrove Forest 194.86
197.36
4 ปุาชายเลน เมืองจันทบรุ ี (Muang Chanthaburi Mangrove Forest) 144.43
32.13
5 ปาุ ชายเลน ปากแมน่ ้าประแสร์ (Pakprasae estuary Mangrove Forest) 29.72
105.23
6 ปาุ ชายเลน เมอื งระยอง (Muang Rayong Mangrove Forest) 72.81
65.93
7 ปาุ ชายเลน ปากแม่นา้ บางปะกง (Bang Pakong estuary Mangrove Forest) 96.40
58.17
8 ปาุ ชายเลน ปากแม่น้าบางปะกง (Bang Pakong estuary Mangrove Forest) 83.78
9 ปุาชายเลน เจา้ พระยา (Chaopraya Mangrove Forest)
10 ปาุ ชายเลน ปากแม่นา้ ท่าจีน (Tha Chin estuary Mangrove Forest)
11 ปาุ ชายเลน ปากแมน่ ้าทา่ จีน (Tha Chin estuary Mangrove Forest)
12 ปาุ ชายเลน ปากแมน่ า้ แม่กลอง (Mae Klong estuary Mangrove Forest)
13 ปุาชายเลน บา้ นแหลม (Ban laerm Mangrove Forest)
14 ปุาชายเลน เมืองเพชรบรุ ี (Muang phetchaburi Mangrove Forest)
66
Plot ID Forest group name AGB
(ton/ha)
15 ปาุ ชายเลน อา่ วประจวบครี ขี ันธ์ (Ao prachuap khiri khan Mangrove Forest) 45.33
16 ปุาชายเลน บางสะพาน (Bang saphan Mangrove Forest) 29.47
17 ปุาชายเลน ประทวิ (Pathiu Mangrove Forest) 69.28
18 ปุาชายเลน อา่ วชมุ พร (Ao chum phon Mangrove Forest) 79.53
19 ปาุ ชายเลน ทุ่งตะโก ละแม (Thung tako-Lamae Mangrove Forest) 39.76
20 ปาุ ชายเลน สรุ าษฎรธ์ านี (Surat thani Mangrove Forest) 189.44
21 ปาุ ชายเลน อา่ วปากพนงั (Ao Pak phanang Mangrove Forest) 99.31
22 ปาุ ชายเลน ทะเลหลวง (Thaleluang Mangrove Forest) 130.66
23 ปาุ ชายเลน ทะเลสาบสงขลา (Songkhla Lake Mangrove Forest) 43.37
24 ปุาชายเลน จะนะ (Chana Mangrove Forest) 99.91
25 ปาุ ชายเลน ปตั ตานี (Pattani Mangrove Forest) 270.02
26 ปุาชายเลน ตากใบ-ไมแ้ ก่น (Tak Bai-Mai kaen Mangrove Forest) 142.53
27 ปาุ ชายเลน ลานา้ กระบรุ ี (Lam Nam Kra Buri Mangrove Forest) 102.49
28 ปุาชายเลน ระนอง (Ranong Mangrove Forest) 106.58
29 ปาุ ชายเลน เกาะระ-เกาะพระ (Ko Ra-Ko Phra Thong Mangrove Forest) 53.79
30 ปุาชายเลน ตะก่ัวปุา-ครุ ะบุ (Takua pa-Khura buri Mangrove Forest) 186.66
31 ปุาชายเลน ทา้ ยเหมอื ง Thai muang Mangrove Forest 303.76
32 ปาุ ชายเลน อา่ วพงั งา Ao Phangnga Mangrove Forest 147.95
33 ปาุ ชายเลน เกาะลนั ตา Ko lanta Mangrove Forest 125.79
34 ปุาชายเลน Sikao- Mangrove Forest 193.59
35 ปุาชายเลน ปากแม่น้าตรงั Trang estuary Mangrove Forest 183.71
36 ปุาชายเลน ทงุ่ หวา้ -ปากบารา Thung wa-Pak Bara Mangrove Forest 204.20
37 ปาุ ชายเลน Cha Bilang-Ko Sarai Mangrove Forest 204.20
67
ปรมิ าณกกั เกบ็ คารบ์ อนคานวณจาก 3 ข้ันตอน ดงั นี้
1. ขัน้ แรกคานวณขอ้ มูลมวลชวี ภาพเหนอื พน้ื ดินของตน้ ไมร้ ายตน้ โดยใช้สมการฐานของประเทศ ไดแ้ ก่
Ogawa (1965) and Tsutsumi (1983) (รายละเอยี ดใน Section 3)
2. มวลชวี ภาพเหนือพ้ืนดนิ ของตน้ ไม้รวบรวมจากทุกแปลงสารวจในพ้ืนท่ีปุาไม้ โดยรวมเป็นคา่ มวลชวี ภาพ
เหนือพน้ื ดนิ ในแตล่ ะแปลง (plot level) และหารด้วยพ้นื ทแ่ี ปลงตัวอยา่ ง (หนว่ ย เฮกตาร)์ ซ่ึงจะได้
ผลลพั ธต์ อ่ หน่วยเฮกตาร์ และหารดว้ ย 1,000 เพื่อแปลงหนว่ ยเป็นกิโลกรมั (kg.)
โดยท่ี หน่วยเป็น ตัน/เฮกตาร์ หน่วยเป็นกิโลกรมั และ หนว่ ยเปน็ เฮกตาร์
3. ในกรณที ก่ี ารออกแบบการสุ่มตัวอย่าง NFI เป็นตัวอย่างทีส่ ะท้อนภาพปาุ ไม้ท้งั หมดอยา่ งถูกตอ้ ง (การสุม่
ตวั อยา่ งแบบเป็นระบบหรอื แบบสุ่ม) คา่ มวลชีวภาพเหนือพ้ืนดิน (AGB) ของปุาไม้สามารถคานวณเป็น
ค่าเฉลย่ี มวลชีวภาพเหนือพน้ื ดนิ ของทุกแปลงสารวจสาหรับชนิดปุาท่ีสนใจได้ การคานวณค่าเฉล่ียมวล
ชีวภาพเหนือพ้ืนดิน (AGBs) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (standard deviation) จะตรงไปตรงมา
และรายละเอยี ดของสมการชว่ งความเช่ือมนั่ (confidence interval equation) สามารถดรู ายละเอียด
ไดใ้ นคูม่ ือแนวทางของ IPCC (2006) ฉบบั ที่ 1 บทที่ 3 เร่ืองความไม่แนน่ อน (uncertainties)
∑
√
โดยที่ คอื มวลชีวภาพเหนอื พื้นดนิ (AGB) คือค่าความเบย่ี งเบนมาตรฐาน (standard deviation) และ
คือ จานวนแปลงตัวอย่างของชนิดปุาไม้ .
68
เนือ่ งจากความแตกตา่ งการสารวจทรัพยากรปุาไมข้ องประเทศ (NFI) ใชก้ ับพื้นท่ีสารวจท่ีแตกต่างกัน
และความแตกต่างของจานวนแปลงสารวจ ค่าเฉล่ียอย่างง่าย (simple average) อาจสะท้อนข้อมูลพ้ืนที่
สารวจเพยี ง 1 แห่งเทา่ นั้น ตัวอย่างเชน่ พน้ื ที่ปาุ อนุรกั ษ์หรอื พน้ื ทเี่ ฉพาะอนื่ ๆ ท่ีจานวนแปลงสุ่มตวั อยา่ งมีมากขนึ้
เทยี บกบั พน้ื ทส่ี ารวจท่ีจานวนแปลงตัวอย่างลดลงเชน่ พนื้ ทน่ี อกเขตปุาอนรุ ักษ์ ประเด็นน้ีอาจกลายเป็นปญั หามาก
หากทาการข้อเปรียบเทียบขอ้ มูลต่างชว่ งเวลากัน เนอ่ื งจากความแตกต่างท่สี ะทอ้ นในการวเิ คราะหอ์ าจเปน็ ผล
มาจากความแตกต่างระหว่างพ้ืนท่ีท่ีสารวจ มากกวา่ ที่จะเปน็ แนวโนม้ ทัว่ ไปของพื้นท่ีปาุ ไมท้ ้งั หมดของประเทศไทย
เพื่อท่ีจะแกไ้ ขปญั หาน้ี พนื้ ทป่ี ุาไม้ท่อี ยู่ภายในและนอกพืน้ ทอี่ นุรักษ์ ควรพิจารณาว่าเป็นพ้ืนที่คนละชั้นกัน
ดว้ ยวิธกี ารน้ีข้นั ตอนที่ 1 และ 2 ของวิธกี ารทั่วไป (general approach) ยังคงไม่เปล่ียนแปลง (ดูรายละเอียด
ในหัวข้อ 2.3) แต่คา่ เฉล่ียอยา่ งงา่ ยคานวณที่ระดับชั้น (strata level) เท่านั้น และข้ันตอนที่ 4 ถูกเพิ่มเข้ามา
เพ่ือรวมเช่ือมข้อมูลจากช้ันทแ่ี ตกต่างกนั โดยมีการถ่วงน้าหนักค่าเฉล่ีย (weighted averages) เพ่ือท่ีจะให้ได้
ผลรวมสาหรับความแตกต่างจากจานวนแปลงตัวอย่างสารวจท่ีแตกต่างกันระหว่างรอ บการสารวจต่างๆ
ค่าถ่วงน้าหนักจึงเป็นข้อมูลพื้นท่ีของชนิดปุาท่ีเลือกในแต่ละชั้น หารด้วยพื้นรวมของชนิดปุาท่ีเลือกทั้งหมด
การแบ่งช้ันสามารถดาเนินการในพ้ืนท่ีปุาอนุรักษ์ที่มีความหนาแน่นแปลงตัวอย่างสารวจท่ีระยะกริด 5 กม.
และ 2.5 กม. กรอบการวิเคราะห์ทางสถิติและสูตรทางคณิตศาสตร์สาหรับข้ันตอนที่ 3 และ 4 อ้างตาม
Cochran (1977) โดยมีลาดับข้ันของการคานวณดังน้ี
1. ค่ามวลชวี ภาพเหนือพนื้ ดนิ รายตน้ ไม้ (Tree AGB) (ดรู ายละเอียดบทที่ 2.3)
2. คา่ มวลชีวภาพเหนอื พืน้ ดนิ รายแปลง (Plot AGB) (ดูรายละเอยี ดบทท่ี 2.3)
3. คา่ เฉลยี่ อย่างง่ายของแต่ละชนั้ :
∑
โดยท่ี คือ ค่ามวลชีวภาพเหนือพื้นดนิ ของชนดิ ปุาไม้ ในช้ัน หน่วย ตนั /เฮกตาร์
4. Weighted average of the strata to get the aboveground biomass of the forest type
(Equations (4) and (5)): ค่าเฉลย่ี ที่มกี ารถว่ งนา้ หนกั ของชนั้ เพือ่ ให้ได้มวลชีวภาพเหนอื พื้นดนิ ของชนิด
ของปุาไม้ (สมการ 4 และ 5)
69
∑
โดยที่: คอื คา่ มวลชวี ภาพเหนือพ้ืนดนิ ของชนดิ ปุาไม้ คือ คา่ มวลชวี ภาพเหนือพนื้ ดินของชนดิ ปุาไม้
ในชั้น คอื พน้ื ท่ขี องชนิดปุาไม้ ในชัน้ และ คอื ผลรวมพ้นื ท่ขี องปุาไมช้ นิด .
√∑
โดยท่ี: คือ ความเบย่ี งเบนมาตรฐานของมวลชีวภาพเหนือพืน้ ดินของปุาไม้ชนดิ .ในชัน้ และ and คอื จานวน
แปลงตวั อย่างในปุาไม้ชนดิ ในชั้น .
คาอธิบายของผงั ตวั อย่าง Explanation over a schematic example
แนวทางของวิธีนี้ถูกนาเสนอเป็นตัวอย่างในรูปที่ 2 ค่าเฉล่ียอย่างง่าย (simple average) อาจใช้ได้
หากแปลงตัวอยา่ งทง้ั หมดถูกวัดซ้า แต่เน่ืองจากมีจานวน 2 แปลง ที่ไม่ได้มีการวัดซ้า ในพื้นที่ปุาไม้นอกเขต
พืน้ ทีป่ ุาอนรุ ักษ์ (non protected forest) ค่าเฉลี่ยอยา่ งงา่ ยจึงเป็นค่าประมาณที่เบี่ยงเบน (bias) สาหรับการ
ประมาณรอบท่ี 3 ดังน้นั การเปรียบเทียบมวลชวี ภาพจงึ เบี่ยงเบนระหว่างรอบท่ี 1 และ 3
ภาพที่ 2 ผงั ตวั อย่างของวธิ กี ารแบง่ ช้นั
70
เพอ่ื การประมาณค่าท่ีปราศจากความเบยี่ งเบน พื้นทปี่ าุ ไมถ้ ูกแบ่งออกเป็น 2 ชัน้ คอื S1 สาหรับพ้ืนท่ี
นอกเขตปุาอนุรกั ษ์ และ S2 สาหรบั พ้นื ทป่ี ุาอนุรกั ษ์ (ดา้ นลา่ งซ้ายของผัง) ค่าเฉลย่ี ทม่ี กี ารถ่วงนา้ หนกั ของมวล
ชวี ภาพในพนื้ ทป่ี าุ ไมผ่ ลัดใบ สามารถทาการหาค่าเฉลี่ยจากมวลชีวภาพของปาุ ไม่ผลัดใบในชั้น S1 (S1 EV จาก
จานวน 4 แปลง ในรอบที่ 1 และ 2 แปลง ในรอบท่ี 3) คูณด้วยคา่ นา้ หนกั ของปาุ ดบิ ในชั้น S1 บวกกับค่ามวล
ชีวภาพเฉลี่ยปุาไม้ผลัดใบในชั้น S2 (S2 EV จากจานวน 5 แปลง ในท้ัง 2 รอบ) คูณด้วยค่าน้าหนักของ
ปุาไมผ่ ลัดใบในชัน้ S2 และสาหรับมวลชีวภาพของพื้นทป่ี ุาผลดั ใบกด็ าเนนิ การในทานองเดยี วกัน
คาอธิบายของผงั ตัวอยา่ ง Explanation over a schematic example
แนวทางที่เลือกในการวิเคราะห์คือใช้ข้อมูลจากแปลงสารวจท้ังหมดที่ระยะกริด 10 กม. โดยแยก
ออกเปน็ 2 ชน้ั (strata) คอื พ้นื ที่อนุรกั ษแ์ ละพนื้ ทีน่ อกเขตอนรุ กั ษ์ จุดสารวจระยะกรดิ 10 กม. ครอบคลุมเน้อื ที่
กวา้ งมากท่สี ุดของประเทศไทย ดงั นั้นจึงใหค้ า่ ประมาณมวลชีวภาพเหนือพ้ืนดิน (AGB) ที่เป็นตัวแทนที่ดีท่ีสุด
สาหรบั พื้นที่ปุาไม้ท้ังหมดของประเทศไทย มีข้อสังเกตุว่าตามรายงานโครงการ ITTO สาหรับ NFI รอบที่ 1
จานวนแปลงประมาณ 12% ท่อี ย่ใู นปุาดิบ (Tropical Evergreen Forest) ไมส่ ามารถวดั ได้และไม่มีการแก้ไข
เพ่อื ชดเชยการขาดข้อมลู นี้ เนือ่ งจากปุาดบิ เปน็ ปุาท่มี ปี ริมาณกกั เก็บคารบ์ อนสงู ทส่ี ุด จึงถือว่ากักเก็บคาร์บอน
โดยรวมเปน็ การอนุรักษ์ (conservative)
มวลชีวภาพใต้พ้ืนดินคานวณท่ีระดับชนิดปุาไม้ โดยมีอัตราส่วนระหว่างลาต้นต่อราก (root-to-shoot
ratios: RS) ที่อ้างอิงจากคู่มือแนวทางของ IPCC คือ 0.37 และ 0.2 สาหรับปุาไม่ผลัดใบและปุาผลัดใบ
ตามลาดับ (IPCC 2006 ฉบับท่ี 4 ตารางที่ 4.4) และ 0.49 สาหรับปุาชายเลน (IPCC 2013 ตารางท่ี 4.5)
จากนั้นมวลชีวภาพจะถูกเปลี่ยนปริมาณกักเก็บคาร์บอน (Cstock) โดยอ้างอิงค่าปริมาณธาตุคาร์บอน
(carbon fraction: CF) คือ 0.47 (IPCC 2006, Vol. 4, ตารางท่ี 4.3) ด้วยอัตราส่วนของมวลอะตอม
ธาตคุ าร์บอนและกา๊ ซคารบ์ อนไดอ๊อกไซด์ (CO2) เป็น 44/12 ปริมาณธาตุคาร์บอน (CF) ตามฐานของ IPCC
ได้รับการตรวจแก้ไขโดยการศึกษาภายใต้ APFNet (http://www.apfnet-kuff.com) ซึ่งดาเนินการวัดค่า
ปรมิ าณธาตคุ าร์บอน (CF) จากชนิดไมห้ ลกั 30 ชนดิ โดยใชก้ ารสุม่ เจาะลาต้น (increment borer core sampling)
ไดค้ ่าปริมาณธาตคุ าร์บอน (CF) อยูร่ ะหว่าง 45.43 ถึง 49.66 %
ชว่ งความเชือ่ ม่ันของชีวมวลเหนือพืน้ ดินในหน่วยเปอรเ์ ซ็นต์ ถกู กาหนดให้กบั ปรมิ าณกกั เก็บคาร์บอน
ในก๊าซคารบ์ อนไดอ๊อกไซด์ (CO2) เน่ืองจากค่าความไม่แน่นอนในแบบเปอร์เซ็นต์จะไม่เปลี่ยนแปลงเม่ือคูณ
ดว้ ยค่าคงที่
71
ค่าสมั ประสิทธก์ิ ารปลดปล่อยและการดดู ซบั (EFRF หน่วยเป็น ตันคารบ์ อน/เฮกตาร์/ป)ี คานวณจากค่าความแตกตา่ ง
ระหวา่ งปริมาณกกั เกบ็ คาร์บอนของ NFI รอบที่ 1 และรอบที่ 3 หารดว้ ยระยะเวลาระหว่างการสารวจท้ัง 2 รอบ หากผลลัพธ์
เป็นคา่ บวก (+) แสดงว่าปรมิ าณกกั เก็บคาร์บอนลดลง (การปลดปล่อย: emission) และผลลัพธ์เป็นค่าลบ (-) แสดงว่าปริมาณ
กกั เกบ็ คาร์บอนเพม่ิ ข้นึ (การกกั เกบ็ : removal) ค่าช่วงความเชอื่ มั่น (confidence interval: CI) สัมพันธก์ ับความแตกต่างของ
การกกั เกบ็ คาร์บอนซึ่งเกดิ ขนึ้ จากความผิดพลาดทางของวิธีการ สูตรคานวณค่าต่างๆ อ้างตาม IPCC guidelines 2006 ดังน้ี
√ คือจานวนแปลงตัวอย่างทอ่ี ง NFI
โดยที่ คอื ค่าความเบีย่ งเบนมาตรฐานของค่าปริมาณกกั เกบ็ คารบ์ อน และ
แตล่ ะรอบ
การประเมนิ ปริมาณกักเกบ็ คาร์บอนของปาุ ไม้ โดยทว่ั ไปมาจากผลจากการประมาณมวลชีวภาพของ
รายต้นไม้ จากนน้ั รวมผลประเมินไปสู่รายแปลง และท้ายสุดรวมผลเป็นรายปุาไม้ ในระดับรายต้นไม้สมการ
อัลโลเมทรีใชใ้ นการคานวณค่าลกั ษณะของตน้ ไม้ทว่ี ัดได้ (เช่น มวลชีวภาพ) จากค่าที่ง่ายต่อการวัด (easy-to-
measure) เช่น เส้นผ่านศูนย์กลางหรือความสูงของต้นไม้ (Picard, Saint-André และ Henry 2012) การ
เลือกสมการอัลโลเมทรมี ีผลกระทบอย่างมากตอ่ คณุ ภาพการประเมนิ มวลชวี ภาพของต้นไม้ แปลงตัวอย่าง และ
ปาุ ไม้ การเลือกใช้สมการท่ไี ม่ถูกต้องอาจนาไปสู่ขอ้ ผดิ พลาดอย่างมากและเกิดความเบี่ยงเบนในการประเมิน
มวลชวี ภาพขน้ั สุดทา้ ย (Henry และคณะ 2010; Picard, Boyemba Bosela และ Rossi 2015)
72
ในประเทศไทยมกี ารพฒั นาสมการอลั โลเมทรขี องมวลชวี ภาพเหนอื พ้นื ดินในปี พ.ศ. 2508 (Ogawa
และคณะ 1965 (2508)) และ พ.ศ. 2526 (Tsutsumi และคณะ. 1983 (2526)) การพฒั นาสมการอลั โลเมทรี
สาหรบั ปุาธรรมชาตไิ ดห้ ยุดลงไม่นานหลงั จากมกี ารห้ามทาไม้ในปุาธรรมชาติ (logging ban) ทัว่ ประเทศในปี
พ.ศ. 2532 ตงั้ แตน่ น้ั เปน็ ต้นมาการศกึ ษามวลชีวภาพของปาุ ไม้มุ่งเนน้ ไปท่ไี มจ้ ากสวนปาุ (Ounban, Puangchit,
and Diloksumpun 2016 (2559); Warner, Jamroenprucksa, and Puangchit 2016 (2559)) หรอื การ
ใช้สมการขา้ งตน้ อย่างใดอยา่ งหน่งึ (Terakunpisut 2007 (2550), Chaiyo, Garivait, and Wanthongchai
2012 (2555)) หรอื สมการอลั โลเมทรีของแถบเขตรอ้ น (pan-tropical allometric equations) (Jha และ
คณะ 2020 (2563))
การพัฒนาสมการในระดับประเทศอาจถูกมองว่าเก่า มีความล้าสมัย และมีเสี่ยงท่ีจะเกิดความ
เบี่ยงเบนเน่ืองจากมีการใช้ดัชนีเพียงไม่กี่ตัวในโมเดลเพ่ือนาเสนอในบทความต่าง ๆ ทางเลือกหนึ่งคือใช้
สมการอัลโลเมทรีของแถบเขตร้อนล่าสดุ โดย Chave และคณะ (2014) ซ่งึ อาจเห็นว่ามีความนา่ เชือ่ ถือมากขึ้น
เนื่องจากมีการศึกษาต้นไมท้ ีห่ ลากหลายและข้อมลู ทางตาแหนง่ ถกู นารวมอยู่ในการศึกษาด้วย สมการ Chave
ยงั มีเสยี่ งในการเกิดความเบ่ียงเบนเน่ืองจากพื้นที่ศึกษาที่ใกล้กันท่ีสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คือกัมพูชา
และอนิ โดนเี ซีย
ในตอนแรกทั้งสมการ Chave และสมการฐานของประเทศ (Thailand based equations)
ถูกนาไปใช้กับข้อมูล NFI จากน้ันเพ่ือทาการตัดสินใจเพ่ือเลือกระหว่างสองแนวทางนี้ จึงมีทาการศึกษา
ในขนาดเล็กในปี พ.ศ. 2562 วิธีการศึกษาประกอบด้วยการวัดแบบก่ึงทาลาย ( semi-destructive
measurement) ของตน้ ไม้ 60 ตน้ ซึง่ พนื้ ทีศ่ ึกษาอยู่ในปาุ ดบิ เขตร้อน (Tropical Evergreen Forest) จานวน
1 แหง่ และปุาเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest) จานวน 2 แห่ง เพื่อสร้างชุดข้อมูลมวลชีวภาพของ
ตน้ ไมโ้ ดยการประมาณสาหรบั การทดสอบความถูกตอ้ งของสมการต่างๆ (รายละเอยี ดเพ่มิ เติมใน บทที่ 3.3)
สมการของประเทศไทยพฒั นาเพอ่ื ประมาณมวลชีวภาพของปุาไมช้ นิดตา่ งๆ
Ogawa (1965) ในปา่ ดิบเขตร้อน (tropical evergreen Forest):
โดยที่
สมการนี้ได้รับการพฒั นาโดยศึกษาจากพ้นื ท่ี 2 แห่ง ในเขตปาุ สงวนแหง่ ชาตปิ ุาเขาช่อง ซึ่งอยทู่ างตอนใต้ของ
ประเทศไทย มกี ารตดั ตน้ ไมจ้ านวน 74 ต้น โดยมคี ่าเส้นผา่ ศูนยก์ ลางท่ีความสงู เพยี งอก (DBH) ระหวา่ ง 4.5
ซม. ถงึ 100 ซม. (โดยประมาณ) และตน้ ไม้ท่ีสงู ทส่ี ุด คือ 46.1 ม.
73
Ogawa in mixed deciduous forest: ในปา่ เบญจพรรณ
โดยที่
สมการนีพ้ ัฒนาโดยศึกษาจากพืน้ ที่ 3 แห่ง ในเขตปุาสงวนแหง่ ชาติปาุ Ping Kong ????? ในภาคตะวนั ตกเฉียง
เหนือของประเทศไทย มกี ารตัดต้นไมจ้ านวน 45 ตน้ โดยมีค่าเสน้ ผ่าศนู ยก์ ลางทค่ี วามสงู เพียงอก (DBH)
ระหวา่ ง 4.5 ซม. ถงึ 100 ซม. (โดยประมาณ) และตน้ ไม้ทส่ี งู ทีส่ ดุ คอื 36 ม.พนื้ ท่ีทง้ั 3 แห่งครอบคลมุ ลกั ษณะ
โดยทัว่ ไปของปาุ ผลดั ใบ
Tsutsumi (1983) in hill and dry evergreen forest: ในพ้ืนท่ีป่าดิบเขาและป่าดิบแล้ง
(hill and dry evergreen forest)
สมการน้ีพฒั นาโดยศึกษาจากพืน้ ที่ 1 แห่ง ในเขตพ้ืนที่น้าพรม (Nam Phrom Area) สภาพพื้นพบปุาดิบแล้ง
และปุาเบญจพรรณ มีการตัดต้นไม้จานวน 60 ต้น ค่าเส้นผ่าศูนย์กลางที่ความสูงเพียงอก (DBH) ระหว่าง
4.5 ซม. ถึง 84.5 ซม.
สมการของ Tsutsumi ยงั ถูกนาไปใช้กบั ปาุ สนเขา ปุาพรุ และปาุ ชายหาด
สมการเหลา่ น้ถี กู รายงานโดยไม่มีดชั นีบ่งช้ปี ระสทิ ธภิ าพเช่น ค่าความกระเจิง (standard error) มีเพียงค่า R-
squared เท่าน้ันท่ีรายงานสาหรับโมเดล Tsutsumi สมการเหล่าน้ีถูกนาไปเทียบกับสมการ Chave et al
(2014) ทใ่ี ช้ไดก้ บั ปุาทุกชนดิ ข้นึ อยู่กับค่าเสน้ ผา่ ศูนยก์ ลางที่ความสูงเพียงอก (DBH) (หน่วยเป็น ซม.), ความ
สูง (H) (หน่วยเปน็ ม.) และความหน่าแนน่ เน้อื ไม้ (WD) (หน่วยเปน็ กรัม/ลกู บาศกเ์ ซนตเิ มตร (g / cm3))
ความหนาแน่นเนื้อไม้ (wood density: WD) ไม่ได้ทาการบันทึกในการสารวจทรัพยากรปุาไม้ของประเทศ
(NFI) แต่สามารถประมาณได้ตามชนิดของต้นไม้ ซ่ีงความหนาแน่นของไม้ (WD) มีความแม่นยายิ่งข้ึน หาก
คานวณเป็นคา่ เฉลี่ยตามชนดิ (species) หรอื สกุล (genus) อ้างตามฐานข้อมูลความหนาแน่นเนื้อไม้ของโลก
(Global Wood Density Database: GWD) (Chave et al.2009; Zanne et al.2009) ข้อมูลจากภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแถบเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Southeast Asia and Southeast
Asia Tropical) ได้ถูกเลอื กและนามาคานวณหาคา่ เฉลย่ี ในแต่ละชนิดและสกุล หากชนิดของต้นไม้ตรงกับท่ีมี
บันทึกใน GWD จะกาหนดความหนาแนน่ เฉล่ยี ของชนิดไมน้ ้ัน หากชนดิ ไม้ไมต่ รงกันแตเ่ ป็นสกุลเดียวกันความ
หนาแน่นเฉลี่ยของระดับสกุลจะถูกกาหนดใช้ หากท้ังชนิดไม้หรือสกุลไม่ตรงกัน จะใช้ค่ามาตรฐานกลาง
(default value) คือ 0.57 กรัม/ลูกบาศก์เซนติเมตร (g / cm3) ค่าค่ามาตรฐานกลางเป็นค่าเฉลี่ยความ
หนาแน่นเน้อื ไม้สาหรับพ้นื ท่ีแถบเขตรอ้ นของเอเชยี (Tropical Asia) อา้ งองิ ตาม Reyes et al (1992).
74
เปน็ การดที ี่ขอ้ มลู การสารวจทรัพยากรปาุ ไมข้ องประเทศ (NFI) มีขอ้ มลู ต้นไม้ไม่ทราบชนิด (unknown) จานวนน้อย
ซง่ึ ขอ้ มลู ต้นไมส้ ่วนใหญท่ ราบความหนาแน่นเน้ือไม้ (WD) โดยการประมาณท่รี ะดับชนิดไม้ (species level) (ตารางที่ 4) และ
มีตน้ ไม้เพียง 13% เท่าน้ันท่ีต้องใช้ค่ามาตรฐานกลาง (default value) ความหนาแน่นเนื้อไม้ (WD) ของภูมิภาค ท้ังรายชื่อ
ชนิดไม้ท่ีใช้สาหรับ NFI และฐานข้อมูลความหนาแน่นเนื้อไม้ของโลก (GWD) ไม่มีการตรวจสอบยันความถูกต้อง (cross-
check) ด้วยบริการแก้ไขช่ือทางอนุกรมวิธาน (Taxonomic Name Resolution Service) ซึ่งด้วยการแก้ไขเหล่าน้ีจานวน
ต้นไม้ท่ใี ช้คา่ มาตรฐานกลาง (default value) ของ WD อาจจะลดลงอีกเล็กน้อย แต่อย่างไรก็ตามผลลัพธ์ครั้งแรกท่ีได้มานี้มี
ก็ดีมากแลว้
Table 3 : Number of trees from all grids with the different wood density levels assigned:
species, genus or default WD value for Southeast Asia.
Forest type NFI cycle Default WD Genus WD Species WD
Cycle 1 กรมอทุ ยานฯ 26346 75070 90693
Cycle 2 กรมอทุ ยานฯ 5862 19803 22864
Cycle 3 กรมอทุ ยานฯ 24497 92548 92598
1007 4348 4723
Cycle 3 กรมปุาไม้ 57712 191769 210878
Total Total
สมการฐานของประเทศไทย (Thai equations) ใช้คานวณมวลชีวภาพเหนือพ้ืนดิน (AGB) ของต้นไม้สาหรับชนิด
ปาุ ไม้หลักตามกลุม่ ปาุ ไมผ่ ลัดใบและปุาผลัดใบ สาหรับพ้ืนทีก่ ารใช้ที่ดินอ่ืน ๆ ที่ไม่มีความเก่ียวข้องกับปุาไม่ผลัดใบ ปุาผลัดใบ
หรือปุาชายเลน ค่ามวลชีวภาพเหนือพ้ืนดิน (AGB) กาหนดให้เป็น 0 เพื่อเป็นตามแนวทางปฏิบัติที่ผ่านมา หากในอนาคต
ต้องการจะเพม่ิ เตมิ ชนดิ ปาุ ไม้ในระดับการปลอ่ ยอา้ งองิ ภาคปุาไม้ (FREL) และ ระดับอ้างอิงภาคปุาไม้ (FRL) ของประเทศไทย
(FREL/FRL) สามารถเพิม่ ไดใ้ นการวิเคราะห์ข้อมูลของขั้นตอนนี้ สาหรับต้นไม้ท้ังหมดโมเดลแถบเขตร้อน (pan-tropical model)
ของ Chave ถูกนามาใช้เพ่อื ให้ไดค้ ่า AGB คา่ ทีส่ องเป็นขอ้ มลู สนับสนุน สมการของ Chave et al. 2014 โดยทั่วไปให้ค่า AGB
ที่สูงกว่าปกติ โดยเฉพาะต้นไม้ขนาดเล็กถึงกลาง (small to mid-range trees) (รูปที่ 3) ส่ิงท่ีค้นพบน้ีจึงทาให้เกิด
ความเหมาะสมย่ิงข้นึ กับผลลัพธ์ โดยการใช้ความหนาแนน่ เน้ือไม้ (WD) สาหรับต้นไม้ที่มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่ีความสูงเพียงอก
(DBH) และความสงู (H) ที่มคี า่ มาก ซึง่ จะช่วยเพมิ่ คา่ AGB ในส่วนที่มีค่าสงู และตา่ กวา่ ปกติ
75
พ้ืนฐานโมเดลของประเทศไทยใช้ข้อมูลขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางท่ีความสูงเพียงอก (DBH) และความสูง (H) สาหรับ
แบบจาลองของปุาไม่ผลัดใบเขตร้อน (Tropical Evergreen: EV) จะให้มีค่ามวลชีวภาพเหนือพื้นดิน (AGB) สูงที่สุดสาหรับ
ปริมาตรทีเ่ ปน็ ตัวแทน (surrogate of volume) ตามด้วยโมเดลจาก Tsutsumi สาหรับปุาดิบเขาและปุาดิบแล้ง และโมเดล
สาหรับปาุ ผลดั ใบ (Deciduous forest: DD) จะใหค้ ่า AGB ตา่ ทสี่ ดุ
ภาพที่ 3 Tree aboveground biomass against tree surrogate of volume D2H, for a random
sample of trees along the values of D2H.
76
ในระหว่างการศึกษาท่ีดาเนินการในปี พ.ศ. 2562 มีการตัดบางส่วนของต้นไม้ (semi-destructive
method) จากต้นไมจ้ านวน 60 ต้นเพ่ือตรวจวัดมวลชีวภาพ และมกี ารวัดปริมาตร (volume) ของลาต้นและ
ก่ิงหลกั (main branches) มีการตัดกิ่ง (branches) จานวน 3 ก่ิง เพ่ือวัดทั้งปริมาตรและมวล (mass) โดย
แยกก่ิงหลักออกจากก่ิงเล็กและใบ กิ่งไม้ตัวแทนของตัวอย่าง (Aliqouts) จะถูกเลือกเพื่อคานวณความ
หนาแนน่ ของไม้ และสัดสว่ นมวลสดตอ่ มวลแหง้ (fresh to dry mass ratio) (ดภู าคผนวก 8)
สมการ Chave และสมการฐานของประเทศไทยถูกใช้คานวณกับต้นไม้ 60 ต้น และเปรียบเทียบกับ
มวลชวี ภาพทีด่ าเนินวิเคราะห์ได้ โดยรวมแล้วสมการของ Chave ประเมินคา่ ชวี มวลสูงเกนิ ไป ในขณะทส่ี มการ
ของประเทศไทยประเมินชีวมวลตน้ ไม้ตา่ เกนิ ไป (ตารางท่ี 4) สมการสาหรบั ปุาไม่ผลดั ใบมปี ระสิทธิภาพดีที่สุด
ตามดว้ ยสมการของ Chave และสมการสาหรับปุาผลัดใบมีประสิทธิภาพโดยรวมแยท่ สี่ ุด สิง่ ท่ีแปลกคอื สมการ
ของ Chave ให้ผลที่แย่ที่สุดในปาุ ดิบเขตร้อนแต่กลับดที ี่สุดในปุาผลดั ใบ
Table 4 Bias of the Chave and Thailand based allometric equations in percent.
Nat. Chave Ogawa 65 Ogawa 65 Tsut.
park 14 trop. dec. 82
KK 21.5 -4.8 -17.9 -5.3
TSL 7.2 -22.7 -33.0 -22.1
PP 17.8 -13.2 -24.7 -12.4
Total 15.5 -13.6 -25.2 -13.3
จากการศึกษาพบว่าไม่มีสมการท่ีดีท่ีสุดอย่างชัดเจน และการศึกษาไม่สามารถเปรียบเทียบกับ
ข้อผิดพลาดมาตรฐานของแบบจาลองได้ ดังนั้นจึงเลือกสมการฐานประเทศไทย (Thailand based
equations) เพื่อคานวณการกักเก็บคาร์บอนในระดับประเทศ คาอธิบายท่ีเป็นไปได้อย่างหนึ่งสาหรับ
แบบจาลองปาุ ผลัดใบทีท่ างานได้ไม่ดีคือ การเลือกสถานท่ีศึกษาท่ีเป็นตัวแทนปุาผลัดใบมีการเลือกพ้ืนท่ีที่มี
ลักษณะคล้ายกับปุาไม่ผลัดใบมาก เนื่องจากทีมงานมุ่งเน้นไปท่ีมีต้นไม้ท่ีมีขนาดใหญ่เพ่ือให้ครอบคลุมช่วง
ความโตทค่ี วามสงู เพยี งอก (DBH) ให้เปน็ ตามข้อมูลสารวจทรพั ยากรปาุ ไมข้ องประเทศ (NFI)
77
การกาจัดข้อมูลที่ซา้ กนั
จากข้อมูล NFI ชุดแรก (first version) ท่ีได้รับในปี พ.ศ. 2562 ไปจนถึงชุดท่ีได้รับการแก้ไขล่าสุด
ต้ังแต่เดอื นเมษายน 2563 มีกระบวนการเรียบเรียงและแก้ไขข้อมูลหลายคร้ัง ในชุดแรกข้อมูลแปลงตัวอย่าง
สารวจจดั เก็บแบบกระจดั กระจายในฐานข้อมลู โปรแกรม MS Access จานวน 12 ฐานข้อมูล พบว่ามีจานวน
ฐานข้อมูล 3 ฐาน ของ NFI รอบที่ 1 จัดเก็บข้อมูลแปลงสารวจซ้ากัน ในชุดข้อมูล NFI ชุดล่าสุด (latest
version) ข้อมูลแปลงสารวจถูกจัดกลุ่มตามรอบ NFI ภายใตฐ้ านข้อมูลเดียวเทา่ น้ัน และฐานข้อมูลอ่ืนสาหรับ
แปลงสารวจทว่ี ัดโดย กรมปาุ ไม้ระหวา่ ง NFI รอบ 3 พบว่ามีแปลงสารวจจานวน 1 แปลง ที่ถูกวัดท้ังโดยกรม
อุทยานแห่งชาติ สัตว์ปุา และพันธุ์พืช และกรมปุาไม้ ในกรณีน้ีจะใช้ข้อมูลการวัดของกรมอุทยานแห่งชาติ
สตั วป์ ุา และพันธพุ์ ชื NFI รอบที่ 1 มีจานวนแปลงระยะห่างกริด 10 กม. ไดร้ ับการตรวจวัดมากที่สุดเนื่องจาก
วางแปลงตวั อยา่ งกระจายท่วั พนื้ ทป่ี ระเทศ (wall-to-wall) ในขณะทรี่ อบ 2 และ 3 มีการวดั ใหมเ่ พียงบางสว่ น
ของแปลงระยะกริด 10 กม. (ตารางที่ 5) จานวนแปลงทวี่ ัดในระยะกริด 2.5 และ 5 กม. มีความคล้ายคลึงกัน
แตแ่ ปลงสารวจดงั กล่าวน้ีกาหนดเปูาหมายไปท่ีพื้นท่ีอนุรักษ์ท่ีแตกต่างกัน เช่นพ้ืนท่ีแตกต่างกัน ซึ่งอาจเพิ่ม
โอกาสในการสร้างการประเมนิ ที่เอนเอียง (bias) ในระดบั ประเทศ ควรมีการตรวจสอบตาแหน่งของแปลงใน
ระยะกริด 2.5 และ 5 กม. อย่างรอบคอบเพื่อให้แน่ใจว่าเม่ือเปรียบเทียบช่วงเวลาที่ต่างกันปริมาณกักเก็บ
คารบ์ อนยังคงสะท้อนสภาพปาุ ที่คลา้ ยคลงึ กนั และเปน็ สถานทเ่ี ดยี วกนั ในการเปรยี บเทยี บ
Table 5 Number of plots recorded per inventory cycle, institution and NFI sampling grid.
NFI cycle Institution 2.5 km 5 km 10 km
Cycle 1 DNP 0 3093 2435
Cycle 2 DNP 0
Cycle 3 DNP 8 888
Cycle 3 RFD 2639 646 636
0
8 168
78
การเรียบเรียงข้อมลู จากแปลงสารวจ
แปลงสารวจท้งั หมดของรอบ 1 ที่ไม่ใช่แปลงศูนย์กลาง (center plot) ถกู ตดั ออกไป เพ่ือรักษาความ
สม่าเสมอ (consistency) ของข้อมูลระหว่างรอบการสารวจ รหัสแปลงสารวจ (plot ID) กาหนดข้ึนจาก
รายละเอียดของ โซน UTM (UTM zone) ค่าพิกัดแนวเหนือใต้ (latitude) และค่าพิกัดแนวออกตก
(longitude) ตามแนวคิดของตาแหน่งของแปลงสารวจ (จากขั้นตอนการวางแผน) เน่ืองจาก NFI ในรอบ 1
และ 2 ใชร้ ะบบพิกัดอ้างอิงคือ Indian 1975 และในรอบ 3 ใช้ระบบพิกัดอ้างอิงคือ WGS 1984 จึงส่งผลให้
รหัสแปลงสารวจมีความแตกต่างกันระหว่างรอบทั้งๆ ท่ีเป็นแปลงสารวจ ณ จุดตาแหน่งเดียวกัน พิกัดของ
แปลงสารวจท้ังหมดจากรอบที่ 1 และ 2 ถูกแปลงระบบพิกัด (Re-projected) ใหม่เป็นระบบพิกัด WGS
1984 และรหสั แปลงสารวจก็ได้รบั การปรบั แก้ใหเ้ หมือนกบั ในรอบท่ี 3 (ตารางท่ี 6)
Table 6 Example of 5 plots that were coded differently in the NFI cycles 1 and 2 compared
to cycle 3.
Old plot ID New plot ID Old Old New New Cycle Cycle Cycle
474551906C 474546661906304C longitude latitude longitude latitude 123
477651571C 477646671571303C
475451661C 475446661661304C 455000 1906000 454666 1906304 101
476352126C 476346662126305C 765000 1571000 764667 1571303 111
484301836C 484295861836315C 545000 1661000 544666 1661304 111
635000 2126000 634666 2126305 101
430000 1836000 429586 1836315 101
การเพมิ่ ขอ้ มลู ภมู ภิ าค และชนดิ และชื่อของพืน้ ทอี่ นรุ ักษ์ จากข้อมูล Shapefile
มกี ารรวบรวมข้อมลู ประเภทการใช้ท่ีดินในระดบั แปลงสารวจ (plot level) ข้อมูลรายชื่อจังหวัดและ
ตารางกริด NFI เป็นขอ้ มูลท่ีทราบแล้วตั้งแต่ข้ันตอนการวางแผนซึ่งถูกจัดเก็บไว้ในตารางคลัสเตอร์ (cluster
table) อยา่ งไรกต็ ามไม่มีการบันทึกรายละเอยี ดเก่ียวกับพ้ืนท่ีอนุรักษใ์ นขอ้ มลู เน่ืองจากพื้นท่ีอนุรักษ์มีบทบาท
สาคัญในกาหนดตาแหน่งและการกระจายของแปลงสารวจ ข้อมูลรายละเอียดพ้ืนที่อนุรักษ์จึงถูกเพิ่มจาก
shapefile นอกจากนี้ยังเพ่ิมข้อมูลรายละเอียดภูมิภาคเพื่อใช้ตรวจสอบด้วยสายตา (visually check) ถึง
การกระจายแปลงสารวจในระดับทตี่ ่ากวา่ ระดบั ประเทศ การวัดขอ้ มลู แปลงสารวจส่วนใหญ่ดาเนินการในพ้ืนท่ี
อนุรกั ษ์ (ตารางที่ 7) แปลงสารวจน้เี ป็นการผสมรวมกันของแปลงสารวจทรี่ ะยะกริด 10 กม. และแปลงสารวจ
ท้งั หมดทว่ี ัดในระยะกริด 2.5 และ 5 กม. ในขณะที่มีแปลงสารวจมากกวา่ 1,000 แปลง กระจายอยู่นอกพื้นท่ี
ปุาอนุรกั ษ์ใน NFI รอบที่ 1 แตม่ เี พียงจานวน 200-300 เทา่ นัน้ ในรอบที่ 3 มีแปลงสารวจจานวนมากทก่ี ระจาย
อยูน่ อกพืน้ ท่ีปาุ อนรุ กั ษ์เปน็ แปลงสารวจในพ้นื ที่ท่ีไม่ใชป่ ุา และ/หรือ ไม่มีต้นไม้ แปลงสารวจของพื้นท่ีท่ีไม่ใช่
ปุานีไ้ ม่ถกู นาไปรวมในการวเิ คราะห์ในขั้นตอนถัดมา
79
Table 7 Number of forest plots measured inside and outside protected areas.
Reserved areas Conserved areas
NFI grid Cycle 1 Cycle 2 Cycle 3 Cycle 1 Cycle 2 Cycle 3 Total
10 2695
5 506 326 154 679 458 572 2854
2.5 2300
Total 743 1 25 1541 6 538 7849
0 0 51 0 0 2249
1249 327 230 2220 464 3359
จานวนแปลงสารวจทีไ่ ด้รบั การวดั ในปา่ แตล่ ะชนดิ
ขอ้ มูลจากแปลง NFI เดิมระบุมีการใช้ท่ีดิน 42 ประเภท สาหรับการดาเนินการจัดทา FREL / FRL ได้
รวมและจัดกลุ่มชนิดปุาไม้โดยเน้นไปท่ีชนิดปุาไม้หลัก 3 ชนิด ดังน้ี 1. ปุาไม่ผลัดใบ (Evergreen forest)
ประกอบด้วยปุาดิบช้ืน, ปุาดิบเขา, ปุาดิบแล้ง, ปุาสนเขา, ปุาพรุ, ปุาบุ่งทาม และปุาชายหาด 2. ปุาผลัดใบ
(Deciduous forest) ประกอบด้วยปุาเบญจพรรณและปุาเต็งรัง ปุาทั้งสองชนิดน้ีมีความแตกต่างการกักเก็บ
คารบ์ อนเพยี งเลก็ น้อย สาหรับประเภทปาุ อน่ื ๆ ถกู จัดกลุ่มใหเ้ ป็นปุาไมผ่ ลัดใบ เพือ่ ใหต้ รงกบั ขอ้ มูลกจิ กรรม (AD)
ซ่ึงระบุว่าอ่ืนท่ีไม่ได้เป็นปุาผลัดใบหรือปุาชายเลนให้จัดประเภทเป็นปุาไม่ผลัดใบ 3. ปุาชายเลน (Mangrove
forest) สาหรบั NFI มีแปลงสารวจปุาชายเลน เพียง 7 แปลงในรอบท่ี 1 เท่าน้ัน ดังนั้นมวลชีวภาพเหนือพื้นดิน
(AGB) ของปุาชายเลนจึงประเมินจากแปลงศึกษาจานวน 37 แปลงของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝ่ัง
สาหรับประเภทการใช้ทด่ี ินอื่น ๆ ท้ังหมดจะกาหนดพนื้ ท่ีไมใ่ ช่ปาุ (non forest) ซึง่ รวมถงึ พืน้ ท่ีเพาะปลูก พนื้ ที่ปุา
ทีถ่ กู รบกวน (ที่มลี กั ษณะตา่ กว่าเกณฑ์ของนิยาม “ปุาไม้”) พ้นื ที่เกษตรกรรม แหลง่ น้า และพื้นท่เี มอื ง
แปลงสารวจตารางกริดระยะ 10 กม. จานวนแปลงสารวจตอ่ ชนิดของปาุ ค่อนข้างคงที่ในทุกรอบ NFI
สาหรับพนื้ ท่ีปุาอนรุ กั ษ์ และลดลงมากภายนอกพนื้ ท่ีปาุ อนรุ ักษ์ (ตารางท่ี 9) แปลงสารวจตารางกริดระยะ 5 กม.
จานวนแปลงสารวจส่วนใหญ่กระจายอยู่ในพ้ืนที่ปุาอนุรักษ์ โดยเฉพาะในปุาไม่ผลัดใบ สาหรับปุาผลัดใบมี
กระจายแปลงสารวจไมต่ ่างกันระหวา่ งพ้นื ที่ปาุ อนุรกั ษ์และนอกพืน้ ท่ปี าุ อนุรกั ษ์ ซ่ึงดูเหมือนจะสะท้อนให้เห็น
การปูองกันรักษาปุาวา่ สถานะของพ้ืนทปี่ าุ ไม่ผลดั ใบ 77% และพื้นท่ีปุาผลัดใบ 54% อยู่ภายใต้พื้นที่อนุรักษ์
แปลงสารวจตารางกรดิ ระยะ 5 กม. ถูกดาเนนิ การตรวจวัดเฉพาะในรอบที่ 1 เท่าน้ัน และถูกแทนท่ีด้วยแปลง
สารวจตารางกริดระยะ 2.5 กม. ในรอบที่ 3 สาหรับแปลงสารวจตารางกริดระยะ 2.5 กม. น้ี เสมือนว่าถูก
นามาใชเ้ ฉพาะในพ้นื ที่ปุาอนรุ กั ษ์เทา่ น้ัน
80
Table 8 Number of plots per forest type, NFI cycle and protection status.
NFI Reserved area Conserved area
grid LU code LU Cycle Cycle Cycle Cycle Cycle Cycle
10 111 Tropical Evergreen Forest
10 112 Dry Evergreen Forest 1 23 123
10 113 Hill Evergreen Forest 11 11 4 54 43 37
10 114 Pine Forest 45 33 22 175 104 138
10 115 Peat Swamp Forest 27 17 5 33 21 45
10 116 Mangrove Forest 3 32 113
10 117 Fresh water Swamp Forest 2 11 112
10 121 Mixed Deciduous Forest 1 00 000
10 122 Dry Dipterocarp Forest 1 01 100
5 111 Tropical Evergreen Forest 265 170 70 308 209 258
5 112 Dry Evergreen Forest 151 91 49 106 79 89
5 113 Hill Evergreen Forest 28 0 4 151 0 59
5 114 Pine Forest 41 0 1 254 0 99
5 115 Peat Swamp Forest 49 0 5 93 0 53
5 116 Mangrove Forest 10 0 0 602
5 117 Fresh water Swamp Forest 0 01 400
5 118 Beach Forest 0 00 600
5 121 Mixed Deciduous Forest 1 00 100
5 122 Dry Dipterocarp Forest 1 00 000
2.5 111 Tropical Evergreen Forest 390 1 12 733 5 258
2.5 112 Dry Evergreen Forest 223 0 2 293 1 67
2.5 113 Hill Evergreen Forest 0 01 0 0 223
2.5 114 Pine Forest 0 06 0 0 449
2.5 121 Mixed Deciduous Forest 0 05 0 0 212
2.5 122 Dry Dipterocarp Forest 0 00 009
0 0 36 0 0 1039
0 03 0 0 317
81
ตาแหนง่ แปลงสารวจ
เนอ่ื งจากการกระจายของแปลงสารวจทั่วประเทศอาจทาให้เกิดความเอนเอียงเน่ืองจากมีการวัดใน
พืน้ ท่ีตา่ งๆ กนั ในรอบที่ 1 และ 3 แปลงสารวจถกู ทาเป็นจุดในแผนท่ที ี่แสดงเคียงข้างกนั ( side by side) โดยที่
"แปลงสารวจที่วดั ซา้ (remeasured plots)" (A) และแปลงท่สี ารวจวัดเพียงคร้ังเดียว (B) (รูปท่ี 4) ข้อสังเกต
คือการรวมแปลงสารวจระยะกริด 5 และ 10 กม. เข้าด้วยกัน จานวนแปลงที่เหมาะสมได้รับการตรวจวัดซ้า
(remeasured) ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อยู่ในตาแหน่งเดียวกันก็ตาม ในรูปท่ี B แสดงให้เห็นว่าความแตกต่างของ
จานวนแปลงสารวจและการเน้นไปท่ีพ้ืนท่ีปุาอนุรักษ์ใน NFI รอบท่ี 3 ส่งผลให้แปลงสารวจจานวนมากของ
รอบท่ี 1 ไม่มีเข้าไปสารวจซ้าอีก สาหรับในรอบท่ี 3 มุ่งเน้นไปท่ีการดาเนินงานในอุทยานแห่งชาติแทน ด้วย
ความไมเ่ ท่าเทยี มกนั ของการกระจายแปลงสารวจจึงยากทส่ี รุปไดว้ ่าพื้นท่ีท่ีเป็นเปูาหมายในรอบท่ี 3 สามารถ
เป็นขอ้ มลู ตวั แทนของประเทศเช่นเดียวกับรอบท่ี 1 ได้หรือไม่ และการใช้แปลงสารวจท้ังหมดจะนาไปสู่การ
ประมาณการกักเก็บคาร์บอนที่เอนเอียงได้ หากไม่พิจารณาความแตกต่างของความหนาแน่น
ของกริด (grid density)
Figure 4 Plot location, remeasured plots (A) and plots measured only one time (B). Plots
from all grid densities are shown
82
การกาจดั ขอ้ มลู ต้นไม้ตายและข้อมูลที่ไมใ่ ช่ต้นไมจ้ ริง
เชน่ เดียวกับข้อมูลแปลงสารวจ ขอ้ มลู ต้นไม้ถกู สกดั จากฐานข้อมูล MS Access (Microsoft Access)
และเชื่อมต่อข้อมูลเป็นตารางเดียว เมื่อพบแปลงสารวจที่ซ้ากัน (เทียบกับข้อมูลเวอร์ช่ันก่อนหน้า) ต้นไม้ท่ี
เกี่ยวซ้ากันจะถูกลบออกด้วย พบว่ามีต้นไม้จานวน 2-3 ต้น ท่ีมีหมายเลข ID ที่ซ้าแต่เป็นคนละต้นกัน
(ชนดิ , ความโต, ความสูง) ซึ่งจะถกู ลบออกไปด้วยเชน่ กัน ในข้อมลู เวอร์ชนั ล่าสุดไม่พบข้อมูลท่ีซ้ากัน (ตารางท่ี 9)
ข้อมลู อื่น ๆ ท่ีถูกลบออกไปคือข้อมูลที่ไม่ใช่ต้นไม้จริง (pseudo trees) เช่น พืชที่ถูกบันทึกใน NFI แต่ไม่ใช่
ต้นไม้ และต้นไม้ที่ตายแล้ว ต้นไม้ล้ม (Fallen trees) ถ้ายังมีชีวิตอยู่จะถูกเก็บไว้และข้อมูลต้นไม้เหล่าน้ีก็
ถูกบนั ทึกไปตามปกติ
Table 9 Number of trees measured after data cleaning process.
NFI cycle Institution Initial Without Without Without Without missing
Cycle 1 DNP 220752 Pseudotrees Duplicates Dead Trees DBH or H
Cycle 2 DNP 50697
Cycle 3 DNP 221453 217070 217070 209914 209914
Cycle 3 RFD 10964 50659 50659 49536 49536
Total Total 503866 221277 221277 215047 215047
10905 10905 10570 10570
499911 499911 485067 485067
ข้อมูลเส้นผา่ ศนู ย์กลางและความสูงของตน้ ไม้
ต้นไม้ที่ตายแล้วมีช่วงค่าความโตที่ความสูงเพียงอก (DBH) และความสูง (H) เท่ากันกับต้นไม้ที่ยัง
มชี ีวติ โดยตน้ ไมท้ ตี่ ายแลว้ จะมคี วามสงู น้อยกว่าต้นไม้ที่ยังมีชีวิตท่ีค่า DBH เท่ากัน (รูปที่ 5) ต้นไม้ท่ียังมีชีวิต
หลายต้นมีค่า H คอ่ นขา้ งต่ามาก เมื่อเทียบกับค่า DBH ต้นไม้เหล่านี้โดยสภาพเกือบจะตายแล้วแต่เนื่องจาก
ไมม่ ีขอ้ มลู เก่ียวกับสุขภาพของต้นไม้ ข้อมูลต้นไม้เหล่าน้ีทั้งหมดจึงถูกเก็บไว้ มีอีกวิธีหน่ึงในการตรวจสอบค่า
DBH และ H ของต้นไม้ คือการทากราฟแสดงจานวนท่อนและคุณภาพของไม้ด้วยวิธี H-DBH scatter plot
(รูปที่ 6) พบมีความไมส่ อดคลอ้ งกนั ของขอ้ มูลในตน้ ไม้ท่ีมีความสูงต่าแต่กลับมีจานวนท่อนไม้มาก และต้นไม้
ทมี่ ีรหสั คณุ ภาพไมไ้ มถ่ ูกตอ้ ง (ข้อมูลตน้ ไม้ประมาณ 300 ทไี่ ด้รบั การตรวจสอบ เม่อื ดาเนินการแก้ไขแล้วเหลือ
ข้อมูลตน้ ไมจ้ านวน 60 ต้น)
หากไมม่ ขี ้อมลู เพมิ่ เตมิ เกย่ี วกับตน้ ไมเ้ หลา่ น้ีข้อมลู ตน้ ไมจ้ ะถกู เกบ็ ไวโ้ ดยไมเ่ ปล่ียนแปลงใดๆ ในอนาคต
ควรมกี ารศึกษาความสมั พันธ์ของเสน้ ผ่านศูนยก์ ลางและความสูง เพ่ือใชใ้ นการประมาณความสูงของต้นไม้ใช้
สาหรบั ต้นไมท้ เี่ กดิ จากการรายงานการวัดที่ไมถ่ กู ต้อง
83
Figure 5: Tree height against diameter at breast height for dead (D) and live (L) trees
Figure 6: Tree height against diameter at breast height per timber quality and number of logs
estimated.
84
ชนิดพันธ์ุไม้ (Tree species)
เปอร์เซ็นต์โดยรวมของชนิดพันธ์ุไม้ที่ไม่รู้จักคือ 5% ซ่ึงถือต่ามากสาหรับการดาเนินการสารวจ
ทรัพยากรปุาไม้ของประเทศแบบครบทุกมิติ (full scale NFI) ชนิดพันธ์ุไม้ที่รวมรอบท่ี 1 และ 3 (เน่ืองจาก
รหัสบางชนิดพันธ์ุมีการเปล่ียนแปลง) มีเกือบ 1,500 รายการ (entries) ชนิดพันธ์ุไม้ที่พบมากท่ีสุดคือ
รัง (Shorea siamensis) ตามดว้ ย เต็ง (Shorea obtuse) (ตารางท่ี 10) ท้ัง 2 ชนิดนี้เป็นไม้เด่นที่ตรวจวัดใน
ปาุ เต็งรัง ในขณะทชี่ นดิ พันธ์ุอ่นื ๆ อกี 10 อนั ดับแรกถูกตรวจวัดจากประเภทปุาทีแ่ ตกตา่ งกนั ไป
Table 10 Ten most frequent species and their distribution in Evergreen (EV) or
Deciduous forest (DE).
Species name Evergreen forest Deciduous forest
Aporosa villosa 180 570
Canarium subulatum 59 733
Croton persimilis 68 766
Dipterocarpus obtusifolius 33 1459
Dipterocarpus tuberculatus 17 1596
Pterocarpus macrocarpus 62 1158
Shorea obtusa 94 4010
Shorea siamensis 25 3044
Streblus ilicifolius 844 64
Xylia xylocarpa var. xylocarpa 15 1649
85
ขอ้ มลู พนื้ ทีห่ น้าตดั และมวลชีวภาพเหนอื พ้นื ดิน ระดับแปลง
การคานวณค่ามวลชีวภาพเหนือพื้นดิน (AGB) ทาท่ีระดับรายต้นไม้ (ดูบทที่ 3) จากน้ันขยายไปยัง
ระดับแปลงสารวจ จากแปลงสารวจจานวนพบว่ามีจานวน 1,500 แปลง ท่ีไม่มีต้นไม้ เน่ืองจากส่วนใหญ่เป็น
แปลงสารวจในท่ีที่ไม่ใช่ปุา หากแปลงสารวจเหล่านั้นอยู่ในปุาไม่ผลัดใบ ปุาผลัดใบ หรือช้ันที่เกี่ยวข้องกัน
ข้อมูลแปลงสารวจนีจ้ ะถูกเก็บไว้ แปลงสารวจท้ังหมดท่ีไม่ได้เป็นช้ันเก่ียวข้องกับปุาไม่ผลัดใบหรือปุาผลัดใบ
จะถอื ว่าเป็นพน้ื ทีท่ ่ีไม่ใชป่ าุ และข้อมลู แปลงจะถูกลบออก พบค่าผิดปกติ (outlier) เพียง 1 ค่า ท่ีข้อมูลระดับ
แปลงสารวจ (รูปที่ 7) และขอ้ มลู ถกู ลบออกด้วยเช่นกัน หลังจากข้อมูลแปลงสารวจได้รับการตรวจสอบแล้ว
ได้มีการดาเนินการทดสอบด้วย 3 วิธี เพื่อเลือกแปลงสารวจและการแบ่งชั้น เพื่อหาความลงตัวระหว่าง
ประสิทธภิ าพและความเรยี บง่ายของวิธกี าร (ตารางที่ 11)
วิธีการที่ 1 มุง่ เน้นไปที่กริด 10 กม. เทา่ นัน้ สาหรับวธิ ีท่ี 2 จะรวมแปลงสารวจทกี่ ริดระยะ 10 กม. และ
5 กม. เขา้ ดว้ ยกนั และเฉพาะแปลงทม่ี ีการตรวจวดั ซา้ เทา่ นั้น (โดยมขี ้อท่คี านึงถึงคือ จุดศูนยก์ ลางแปลงตอ้ งเป็น
จดุ เดยี วกันเทา่ น้ัน) และวิธีท่ี 3 คือการใชแ้ ปลงสารวจทั้งหมด ซ่ึงท้ัง 3 วิธีการให้ผลลัพธ์ที่คล้ายคลึงกัน และ
ไดเ้ ลือกวิธกี ารท่ี 1 ในการจัดทาข้อมูล
86
ตารางท่ี 11 การประเมนิ จานวนแปลงตวั อยา่ งสารวจ ในระหวา่ งการตรวจสอบขอ้ มลู
87
Figure 7: plot aboveground biomass against basal area (A) with outlier in red and tree H
against DBH of the outlier plot (B).
หลงั จากกาจัดข้อมูลจากแปลงสารวจนแ้ี ละแปลงสารวจอืน่ ๆ ออกจากข้อมูล NFI รอบที่ 2 เนื่องจาก
มนั ไม่ได้ใช้ในการคานวณ FREL / FRL จานวนแปลงสารวจทเี่ ก็บไว้ใชส้ าหรบั การวเิ คราะห์ข้อมูลจะอย่รู ะหว่าง
จานวน 1,910 แปลงหากอา้ งอิงตามระยะกรดิ 10 กม. (วิธีการท่ี 1) ถึงจานวน 7,050 แปลงด้วย หากใช้แปลง
ท้งั หมด (วธิ กี ารท่ี 3)
ไม่พบค่าผิดปกติของข้อมูลระดับรายต้นไม้ แต่จากกราฟของมวลชีวภาพเหนือพ้ืนดิน (AGB) ของ
แปลงสารวจเม่ือเทียบกับพื้นที่หน้าตัด (basal area: BA) แสดงให้เห็นว่ามีข้อมูลจากหน่ึงแปลงที่มี
พื้นที่หน้าตัดและมวลชีวภาพเหนอื พ้ืนดินทีผ่ ดิ ปกติ (AGB) (รูปท่ี 7 A) คา่ ของเสน้ ผา่ ศูนย์กลางทคี่ วามสูงเพยี งอก
(DBHs) และค่าความสูง (Hs) ของต้นไม้ได้รับการตรวจสอบเพ่ือให้เข้าใจว่าเหตุใด มวลชีวภาพเหนือพื้นดิน
(AGB) และ พน้ื ที่หนา้ ตดั (BA) ของแปลงสารวจนจี้ งึ สูงขนาดน้ี (รูปท่ี 7 B) และจากรูปที่ 7 (C) ยืนยันว่าแปลง
สารวจนนั้ มคี วามหนาแน่นของตน้ ไม้สงู มาก และแปลงสารวจนไี้ ดถ้ ูกกาจดั ออกจากขอ้ มลู ชดุ สดุ ทา้ ย
88
ตาแหนง่ แปลงสารวจ
เพื่อใหเ้ ขา้ ใจเรอ่ื งของตาแหน่งของแปลงสารวจไดด้ ขี ้ึนตามวธิ กี ารและระยะกริดที่ตา่ งกัน แผนท่ีพลวตั
(Dynamic map) (รปู ที่ 8) จะถกู ผูกตดิ (embedded) อยใู่ นรายงานรปู แบบท่เี ผยแพรผ่ ่านเครอื ข่ายอินเทอร์เน็ต
(HTML version) ระยะกรดิ ทแ่ี ตกตา่ งกันท้ังหมดและแปลงสารวจที่ได้รับตรวจวัดซ้า จะแสดงเป็นช้ันข้อมูล
(layer) ทเี่ คล่ือนไหวได้ซึง่ ผูกติดกับแผนท่ีพลวัต และมภี าพดาวเทียมของ ESRI แสดงเป็นภาพพืน้ หลัง สาหรับ
รายงานท่ีเสนอในรูปแบบไฟล์ PDF และ MS Word สามารถแสดงภาพแผนท่ีที่คัดลอก (screenshot)
จากหนา้ จอไดเ้ ท่าน้ัน
Figure 8: Dynamic map with plot locations.
แนวทางเลือกปีอ้างองิ สาหรับรอบ NFI ทแี่ ตกต่างกัน (Choice of the reference year for the
different NFI cycles)
ในการคานวณค่าสัมประสิทธ์ิการปลดปล่อยและการดูดซับ ช่วงเวลาจะถูกประมาณโดยพิจารณาที่
ปีมัธยฐาน (median year) ของ NFI แต่ละรอบ สาหรับปี 2549 ถือเป็นปีมัธยฐาน (median year) ของ
รอบท่ี 1 และปี 2557 เป็นของรอบที่ 3 (ตารางท่ี 12) ซ่ึงระยะเวลาระหว่างการสารวจทั้ง 2 รอบคือ 8 ปี
ดังนนั้ คา่ สมั ประสิทธ์ิการปลดปลอ่ ยและการดูดซับจงึ สามารถคานวณจากผลต่างระหว่างการกักเก็บคาร์บอน
จากรอบที่ 1 และรอบท่ี 3 และหารด้วย 8 เพ่ือให้ข้อมูล ตันมวลชีวภาพ (ton biomass) หรือปริมาณ
ตนั คารบ์ อนไดออกไซดเ์ ทยี บเท่า (tCO2) ต่อปี
89
Table 12 Plot measurement per year to assign a reference year for each cycle.
NFI cycle Inventory year N. plots Cum. sum plots Total N. plots (perc.)
Cycle 1 2000 1 1 0
Cycle 1 2002 17 18 0
Cycle 1 2003 99 2
Cycle 1 2004 117 21
Cycle 1 2005 1017 1134 47
Cycle 1 2006 1477 2611 68
Cycle 1 2007 1145 3756 77
Cycle 1 2008 507 4263 85
Cycle 1 2009 460 4723 90
Cycle 1 2010 265 4988
Cycle 1 2011 536 5524 100
Cycle 3 2012 5528 100
Cycle 3 2013 4 120
Cycle 3 2014 120 1204 3
Cycle 3 2015 1084 2292 29
Cycle 3 2016 1088 3009 56
Cycle 3 2017 717 3449 73
Cycle 3 2018 440 4013 84
564 4097 98
84 100
90
วิธีการนี้ยึดตามพื้นที่ท้ังหมดบนตารางกริดระยะ 10 กม. โดยแบ่งออกเป็น 2 ช้ัน (strata) :
พื้นทอ่ี นุรกั ษ์ (Protected Area: PA) และนอกเขตพนื้ ทอ่ี นุรกั ษ์ (Non-Protected Area: NPA) สาหรบั ขอ้ มลู
ชดุ ยอ่ ยมีแปลงสารวจท่ตี รวจวดั นอกเขตพื้นท่ีอนุรกั ษใ์ นรอบท่ี 3 นอ้ ยกวา่ ในรอบที่ 1 (รูปที่ 9)
Figure 9: Nationwide distribution of the plots in Approach 1, cycle 1 (A) and cycle 3 (B), with
the number of plots per strata
91
นอกจากจะมีจานวนแปลงสารวจท่ีตรวจวัดน้อยในรอบท่ี 3 แล้ว พื้นที่นอกเขตพ้ืนที่อนุรักษ์ยังมี
ปริมาณมวลชีวภาพต่ากว่าพื้นทอี่ นุรกั ษ์ โดยเฉพาะในปุาไม่ผลัดใบ (รูปท่ี 10 และตารางที่ 13) จานวนแปลง
สารวจลดลงในรอบท่ี 3 แต่ความแตกต่างดังกล่าวไม่ได้ส่งผลให้เกิดความแตกต่างท่ีมากระหว่างค่าเฉลี่ย
อย่างง่าย (simple average) และค่าเฉล่ียแบบถ่วงน้าหนัก (weighted average) อย่างไรก็ตามได้เลือกใช้
คา่ เฉล่ยี แบบถ่วงนา้ หนักเนอ่ื งจากเป็นคา่ ทน่ี ่าเช่อื ถอื มากกวา่
Table 13 Aboveground biomass per forest type for the different strata in t/ha (Approach 1).
NFI cycle Forest type Strata N. plots AGB (t/ha) CI (perc.) weight
Cycle 1
Cycle 1 EV NPA 89 96.397 20 0.234
Cycle 1
Cycle 1 EV PA 265 141.414 10 0.766
Cycle 3
Cycle 3 DE NPA 416 44.238 8 0.458
Cycle 3
Cycle 3 DE PA 414 63.751 8 0.542
EV NPA 35 97.822 27 0.234
EV PA 225 148.089 9 0.766
DE NPA 119 56.912 14 0.458
DE PA 347 72.693 6 0.542
92
Figure 10: Aboveground biomass per forest type calculations for approach 1. Simple average
per strata (A), simple average of all plots (B) and weighted average of the strata (C). The
strata weights are represented in grey and number of plots in black.
ค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้าหนัก (weighted average) ถูกคานวณตามแต่ละช้ัน (strata) เพื่อประเมิน
ปริมาณการกักเก็บคารบ์ อนสาหรับปาุ ไม่ผลดั ใบและปุาผลัดใบ (ตารางท่ี 14) คา่ ชว่ งความเช่อื มั่น (CI) สาหรับ
ปุาไม่ผลัดใบและปุาผลัดใบอยู่ในระดับต่ามาก อย่างไรก็ตามค่าความแตกต่างของปริมาณกักเก็บคาร์บอน
ระหว่างรอบท่ี 1 และรอบท่ี 3 ก็ไม่มากเช่นกัน ซ่ึงหมายถึงค่าช่วงความเชื่อมั่น (CI) ของสัมประสิทธ์ิ
การปลดปลอ่ ยและการดดู ซับ ในทส่ี ดุ แล้วอาจเปน็ คา่ ทสี่ ูงมาก
93
Table 14: Carbon stock per forest type in t/ha with their half confidence interval (Approach 1).
Forest N. AGB StDev. CI BGB Cstock Cstock in
NFI cycle type plots (t/ha) AGB (perc.) (t/ha) (tC/ha) tCO2/ha
Cycle 1 EV 48.426 84.274 309.005
Cycle 1 DE 354 130.880 108.105 9 10.963 30.915 113.355
Cycle 3 EV 830 54.814 45.605 6 50.441 87.781 321.864
Cycle 3 DE 260 136.327 94.714 8 13.093 36.922 135.381
2016 MG 466 65.465 48.144 7 59.182 84.582 310.134
37 120.779 68.614 18
ตารางค่าสัมประสิทธ์ิการปลดปล่อยและการดูดซับ จัดจัดทาข้ึนสาหรับแสดงค่ามวลชีภาพเหนือ
พนื้ ดนิ (AGB) ในหนว่ ย ตัน/เฮกตาร์ (t/ha) ปริมาณกา๊ ซคารบ์ อนไดออกไซด์ ในหน่วยตันคาร์บอนไดออกไซด์
เทียบเท่า/เฮกตาร์/ปี (tCO2/ha/yr) และคา่ ชว่ งความเชื่อม่ัน (CI) หนว่ ยเป็นเปอร์เซ็นต์ (ตารางที่ 15 16 และ17)
ผลลัพธ์ท่สี าคญั คือแนวโนม้ ทช่ี ดั เจนการเพ่มิ ปริมาณกักเกบ็ คารบ์ อนที่พน้ื ท่ีปุาทไ่ี มเ่ ปลย่ี นแปลง โดยมีมวลชีวภาพ
-5.447 และ -10.651 ตัน/เฮกแตร์ ซึ่งเพ่ิมข้ึนในช่วง 8 ปี ในพื้นที่ปุาไม่ผลัดใบและปุาผลัดใบตามลาดับ
ค่าช่วงความเช่ือมั่นค่อนข้างน้อยสาหรับปุาผลัดใบ แต่สาหรับปุาไม่ผลัดใบ ค่า CI ค่อนข้างสูง ซ่ึงพ้ืนท่ีปุา
ไม่ผลัดใบมีการเปลย่ี นแปลงจากรอบที่ 1 เปน็ รอบที่ 2 นอ้ ยกว่า
Table 15 Emission and removal factors in tAGB/ha for Approach 1.
2014
EV DE MG NF
130.880
EV -5.447 65.415 10.101 54.814
120.779
2006 DE -81.513 10.651 -65.965
MG -15.548 55.314 0.000 0.000
NF 136.327 65.465 120.779
94
Table 16 Emission and removal factors in tCO2/ha/yr for Approach 1.
2014
EV DE MG NF
38.626
EV -1.607 21.703 -0.141 14.169
38.767
2006 DE 26.064 -2.753 24.597 0.000
MG -1.466 21.844 0.000
NF 40.233 16.923 38.767
Table 17 Half confidence interval of the emission and removal factors in percent for
Approach 1
2014
EV DE MG NF
EV 296 18 246 9
2006 DE 15 50 34 6
MG 160 41 Inf 18
NF 8 7 18 NaN
95
ประเทศไทยไดด้ าเนินการรวบรวมข้อมลู ตน้ ไมแ้ ละแปลงสารวจ เปน็ จานวนมากในช่วง 15 ปที ่ผี า่ นมา
การสารวจทรพั ยากรปาุ ไม้ของประเทศ (NFI) คร้ังแรกออกแบบมาเพื่อรวบรวมขอ้ มูลเก่ียวกับสภาพพ้นื ที่ปุาไม้
ครอบคลมุ ทงั้ ประเทศ สาหรบั การสารวจทรัพยากรปุาไม้อนื่ ๆ จะทาการตรวจวัดซา้ เฉพาะในบางสว่ นของ NFI
รอบแรก สาหรับใน NFI รอบสุดท้ายมีการใช้แปลงสารวจจานวนมากที่กริดระยะ 2.5 กม. เพ่ือให้ได้
รายละเอียดที่ดีมากขึน้ ในพืน้ ทีอ่ นรุ กั ษห์ ลายแหง่
จากความแตกต่างของการออกแบบการสุ่มตัวอย่าง NFI ท่ีเกิดข้ึน จึงมีการแนะนาให้ใช้เพียงข้อมูล
บางสว่ นจากแปลงสารวจท่ีตรวจวดั ทงั้ หมด โดยเลือกใช้แปลงสารวจที่ได้รับการตรวจวัดที่กริดระยะ 10 กม.
เพ่ือให้แนใ่ จวา่ คา่ สมั ประสทิ ธ์กิ ารปลดปลอ่ ยกา๊ ซเรือนกระจกจะสะท้อนพื้นที่ปุาท้ังหมดในประเทศไทย และ
มีความสมั พันธ์กับการเปล่ยี นแปลงภาคพื้นดิน และไม่ก่อให้เกิดความแตกต่างอย่างไม่จงใจ (artificially) ใน
ข้อมูลตาแหน่งแปลงสารวจ หรือประชากรตัวอย่าง ด้วยวิธีน้ีความคลาดเคล่ือนในจานวนแปลงสารวจท่ี
ตรวจวัดได้จะถูกนามาใช้กับการแบ่งช้ันและการคานวณค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้าหนัก ในขณะเดียวกันก็มีการ
หลีกเลยี่ งความซบั ซ้อนในการจดั แบง่ พน้ื ที่อนรุ ักษ์
ปรมิ าณกักเก็บคาร์บอน (Carbon stock) เพ่ิมขึ้นระหว่าง NFI รอบท่ี 1 และ 3 ส่งผลให้พื้นท่ีปุาไม้
ของประเทศไทยที่ไมม่ ีการเปลย่ี นแปลง เปน็ แหล่งกักเกบ็ กา๊ ซเรือนกระจก (sink of greenhouse gas) ในชว่ ง
เวลาอ้างองิ แนวโน้มเห็นไดช้ ดั เจนในปุาผลัดใบ แต่ในปาุ ไม่ผลัดใบแนวโน้มไม่มากนัก เกิดค่าความไม่แน่นอน
(uncertainties) ทีส่ งู สาหรบั ค่าสัมประสิทธ์ิการปลดปลอ่ ยและการดูดกลับก๊าซเรือนกระจก ซ่ึงอาจเป็นสิ่งท่ี
ควรปรบั ปรงุ ในอนาคตโดยการแยกการตรวจสอบพ้ืนทีปุาไม้ภายในและภายนอกพ้ืนที่อนุรักษ์สาหรับข้อมูล
กจิ กรรม และควรเพม่ิ จานวนแปลงสารวจท่ตี รวจวัดนอกพ้นื ท่ีอนุรักษ์โดยเฉพาะในปุาไม่ผลัดใบ เพ่ือให้มีการ
เข้าใจท่ีดีขึ้นเก่ียวกับพลวัตของปุาท่ีมีความแตกต่างกัน ข้อเสนอแนะที่สาคัญอีกประการหน่ึงคือ ต้องให้
ความสาคญั กับแปลงสารวจปุาไมท้ ้งั หมดจาก NFI รอบท่ี 1 ซง่ึ ควรได้รบั การตรวจวัดในการดาเนินการ NFI ที่
จะเกดิ ขึ้นในทุกๆ รอบใหม่ครอบคลุมทวั่ ประเทศ โดยเฉพาะแปลงสารวจท่ีกรดิ ระยะ 10 กม. และสาหรับพืน้ ท่ี
ปาุ ชายเลนซง่ึ เป็นระบบนิเวศท่ีสาคญั ในประเทศไทย แต่ไม่ไดร้ ับการรวมไวใ้ นการดาเนินการ NFI มีการศึกษา
เพียงไม่ก่ชี น้ิ ที่กาหนดเปาู หมายในการศกึ ษาปาุ ประเภทน้ี จึงเป็นสิ่งทค่ี วรได้รบั การปรับปรงุ ในอนาคตดว้ ย
96
ในฐานะทป่ี ระเทศไทยเปน็ สว่ นหนง่ึ ของการดาเนนิ การเรดดพ์ ลสั (REDD+) ประเทศไทยได้ดาเนนิ การ
ปรับปรุงขอ้ มลู จาก NFI เพ่อื การประเมนิ การกักเกบ็ คาร์บอนในภาคปุาไม้ ส่ิงสาคัญอย่างหนึ่งในการประเมิน
การกักเก็บคาร์บอนในภาคปุาไม้คือการเลือกเพ่ือคานวณมวลชีวภาพเหนือพ้ืนดิน (AGB) จากลักษณะของ
ต้นไม้ที่สามารถวัดได้ง่าย เช่น เส้นผ่านศูนย์กลางของต้นไม้ (tree diameter) ความสูง (height) หรือ
ความหนาแน่นของไม้ (wood density) ซ่งึ ประเมนิ ได้จากชนดิ ของต้นไม้
สมกา รอัล โลเ มทรี สาห รับปร ะเมิ นชีวมวล เหนื อพื้นดิ นขอ งปร ะเท ศไท ยได้ รั บกา รพัฒ นาใ นช่วง
ครสิ ตศ์ ักราช 1960 เศษ (ช่วง พ.ศ 2503) (Ogawa et al. 1965) และคริสต์ศักราช 1980 เศษ (ช่วง พ.ศ. 2523)
(Tsutsumi et al.) เนื่องจากใช้วิธีการแบบปกติท่ัวไปในการวัดมวลชีวภาพของต้นไม้ซ่ึงต้องมีการตัดต้นไม้
มาเกี่ยวข้องเพื่อวดั น้าหนกั (Picard, Saint-André และ Henry 2012) และจากการห้ามตดั ไม้ (logging ban)
ในปุาธรรมชาติทั่วประเทศในปี พ.ศ. 2532 (1989) จึงไม่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเพ่ือพัฒนา
สมการอัลโลเมทรีสาหรับปุาธรรมชาติ การศึกษาปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่ไม้จากสวนปุา (Ounban, Puangchit,
and Diloksumpun 2016; Warner, Jamroenprucksa, and Puangchit 2016) หรือการใช้สมการข้างต้น
ดังกล่าว (Terakunpisut 2007; Chaiyo, Garivait, and Wanthongchai 2012) หรือการใช้สมการอลั โลเมทรี
แถบเขตร้อน (pan-tropical allometric equations) (Jha et al. 2020)
ในกรณีที่ไม่สามารถตัดต้นไม้หรือตรวจวัดต้นไม้เพ่ือการคานวณมวลชีวภาพเหนือพื้นดินทั้งหมดได้
ข้อมูล Lidar ดูเหมือนจะเป็นแนวทางที่นามาใช้ได้ดี (Momo Takoudjou และคณะ 2018) แต่หากยัง
ขาดแคลนเทคโนโลยี Lidar ดงั กล่าว การตดั ต้นไม้บางส่วนเพอื่ ตรวจวัดก็มีการปฏบิ ตั เิ พื่อทดแทนอปุ สรรคทาง
เทคนคิ ดา้ นกฎหมาย และเชิงสงั คม ในการตัดตน้ ไมห้ รือการวดั ทุกสว่ นของตน้ ไม้ (Picard, Saint-André และ
Henry 2012)
วธิ กี ารเหล่าน้ีสามารถใชเ้ พอ่ื พฒั นาสมการใหม่ หรือใช้เพื่อตรวจสอบสมการที่มีอยู่หากจานวนต้นไม้
ท่ีวัดได้น้อยเกินไป สาหรับประเทศไทยสมการที่นิยมใช้กันมากที่สุดเป็นสมการที่ได้รับการพัฒนามานาน
มากแลว้ และคณุ ภาพของสมการก็ยากที่จะประเมินเนื่องจากไม่มีข้อมูลรายงานการตรวจสอบความถูกต้อง
ของสมการเหล่านน้ั การทจี่ ะเปรียบเทียบกับสมการแถบเขตรอ้ นล่าสดุ (pan-tropical model) (Chave และ
คณะ 2014) ในเรอื่ งของคุณภาพการกักเก็บคาร์บอนภาคปาุ ไมร้ ะดบั ประเทศจงึ เปน็ สงิ่ ที่ค่อนข้างยาก
97
วิธีการเลือกต้นไม้ การวัดในภาคสนาม การวัดห้องปฏิบัติการ และการคานวณมวลชีวภาพเหนือพื้นดิน อ้างตาม
Picard et al (2012) ในหวั ขอ้ การวัดแบบการเกบ็ ตวั อยา่ งบางสว่ น (semi-destructive measurements)
การเลือกพ้นื ท่ี
การศึกษามุ่งเน้นท่ีปุา 2 ประเภทหลักของประเทศไทยคือ ปุาผลัดใบ (ปุาเบญจพรรณ และปุาเต็งรัง)
(Mixed deciduous forest) และปุาไมผ่ ลดั ใบ (Evergreen forest) ซึ่งครอบคลุม 83% ของพ้ืนที่ปุาไม้ทั้งหมดของประเทศ
(รูปท่ี 11) การศึกษากาหนดเปูาหมายต้นไม้ 20 ต้นต่อพื้นสารวจ ใน 3 พ้ืนท่ี ซึ่งเลือกจากจุดสารวจข้อมูลการสารวจ
ทรพั ยากรปุาไมข้ องประเทศ (NFI) พ้นื ท่ศี ึกษาจานวน 1 แห่ง ตั้งอยู่ในปาุ ดิบชื้น (Tropical evergreen forest) ในภาคใต้ของ
ของประเทศไทย และพื้นที่ศึกษาจานวน 2 แห่ง ต้ังอยู่ในปุาเบญจพรรณ (Mixed Deciduous Forest) หนึ่งแห่งตั้งอยู่ใน
ภาคกลางของประเทศไทยและอีกแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย แปลงสารวจจาก NFI ได้รับการ
คดั เลือกเม่ือมีต้นไมท้ ี่มเี ส้นผา่ นศนู ย์กลาง (diameter) มากกว่า 1 เมตร และตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ
สัตว์ปุา และพันธุ์พืช สามารถให้การสนับสนุนด้านการเดินทางไปยังพื้นท่ีศึกษาได้ การเข้าถึงพ้ืนที่ (Accessibility) ถือเป็น
ปัจจัยสาคัญเช่นกัน แต่สุดท้ายพื้นท่ีศึกษาท่ีเลือกมาก็ครอบคลุมสภาพปุาที่หลากหลาย โดยประกอบด้วย พ้ืนท่ีปุาดิบชื้นท่ี
อุทยานแหง่ ชาติแก่งกรงุ (KK) พ้ืนท่ีใกล้กบั ปาุ ดบิ ในทงุ่ แสลงหลวง (TSL) และพนื้ ที่ใกลก้ บั เตง็ รัง ปุาภูพาน (PP). (งงงงงง ตก
ลงเลือกพื้นทปี่ ุาผลัดใบกีแ่ ห่ง ?????? ต้นประโยคบอกวา่ 2 ทา้ ยประโยค เขยี น งงงง)
Figure 11: Site location and area of the main forest types in Thailand.
98
การเลอื กต้นไม้
หลักการเลือกต้นไม้ยดึ ตามการกระจายอยา่ งสมา่ เสมอของต้นไม้ กลา่ วคือตอ้ งมีตน้ ไม้อยา่ งนอ้ ย 2 ต้น
ในชน้ั เส้นผา่ นศนู ย์กลางเดียวกัน ในแตล่ ะพ้ืนทศี่ กึ ษา โดยคอ่ นข้างเนน้ ทต่ี ้นไม้ขนาดใหญ่ (ช้ันเสน้ ผา่ นศนู ยก์ ลาง
60-70, 70-80, 80-90 และมากกว่า 90 ซม.) ในการปฏบิ ัตงิ านมีการเลือกต้นไม้เพิ่มเติมจานวน 1 ต้น ต่อช้ัน
การเลือกครั้งน้ีมุ่งเน้นเพื่อให้ครอบคลุมผันแปรของมวลชีวภาพที่เพิ่มขึ้นของต้นไม้ใหญ่ให้ได้ม ากที่สุด
องคป์ ระกอบพืน้ ฐานในการเลอื กต้นไม้คือการที่ต้นไม้นั้นต้องอยู่ในชั้นเส้นผ่านศูนย์กลางตามที่เคยได้วัดแล้ว
หากสามารถหาตน้ ไมไ้ ดเ้ พียงพอสาหรับแต่ละชั้นเส้นผ่านศูนย์กลาง ไม้ชนิดหลักจะถูกเลือกก่อน จากนั้นจึง
เลือกไม้ชนดิ อืน่ เพอ่ื รักษาความหลากหลายใหค้ งท่ี ทีมงานศึกษาภาคสนามปฏิบตั ิตามคาแนะนาของเจ้าหน้าที่
ผูเ้ ช่ียวชาญของอทุ ยานแห่งชาตใิ นการคน้ หาสถานทที่ ่ีสามารถเขา้ ถงึ ได้และมีตน้ ไม้ใหญ่ และเชื่อฟังหัวหน้าทีม
ปนี ต้นไม้เพื่อให้แน่ใจวา่ ต้นไม้ที่เลอื กนัน้ สามารถจะปนี ขึน้ ไปและวดั ไดอ้ ย่างปลอดภยั
การวัดตน้ ไม้ภาคสนาม (Tree measurement in the field)
เนื่องจากการหา้ มตดั ไม้ซง่ึ เปน็ ผลสบื เนอื่ งจาก การยกเลกิ สมั ปทานไม้ (logging ban) จึงใชก้ ารตัดก่ิง
หลัก (main branches) จานวน 2-3 กิ่ง และชัง่ น้าหนัก (น้าหนกั สด (W) หนว่ ยเปน็ กโิ ลกรมั ) สาหรับไมแ้ ต่ละ
ต้น สว่ นลาต้น (stem) และกิ่งก้านอ่ืน ๆ มีเพียงปริมาตร (V หน่วยเป็นลูกบาศก์เมตร m3) เท่านั้นท่ีวัดได้ใน
สนาม เนื่องจากข้อจากัดของเคร่ืองมืออุปกรณ์ท่ีมีอยู่ จึงไม่สามารถวัดทุกส่วนของไม้ยืนต้นได้ทั้งหมด
โดยเฉพาะอย่างย่งิ สาหรบั ต้นไมใ้ หญ่ ทีมงานสารวจภาคสนามจะหยุดการวัดที่ความโตถึงขนาด 1 ใน 5 ของ
ความโตที่เสน้ ผา่ นศนู ย์กลางทคี่ วามสงู เพยี งอก (DBH) นา้ หนกั ของแตล่ ะส่วนทีม่ ีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อย
กว่า DBH / 5 ถูกประมาณโดยเฉล่ยี ของส่วนเดียวกันจากก่ิงไมท้ ่ีตดั ลงมา ตัวอย่างเช่นในรูปท่ี 12 มวลสดของ
แต่ละส่วนของตน้ ไม้ตามรูปทเี่ ปน็ สเี ขียวถูกประมาณโดยคา่ เฉลี่ยของสว่ นต้นไม้ตามรปู ทเี่ ปน็ สเี หลืองท้งั 4 ส่วน
รวมทงั้ กง่ิ และใบ ทมี นกั ปีนต้นไม้มอื อาชพี ทาการวัดขนาดเส้นผา่ ศูนย์กลาง ประเมินวา่ ก่ิงท่ีเลอื กไว้น้ันแข็งแรง
หรอื ไม่ หากการประเมนิ เปน็ ไปตามเง่อื นไขจงึ ดาเนนิ การตดั กิง่ ทเ่ี ลือกลงมา
Figure 12 การวดั ปรมิ าตรและมวลชวี ภาพของต้นไม้ทเ่ี ลอื ก
99
การวดั ปริมาตร สาหรบั ลาต้นไมจ้ ะวัดเส้นรอบวง (girth) เร่มิ ตัง้ แตท่ ่ีความสูง 1 เมตร และวัดเส้นรอบวง
ไปทุกๆ ระยะ 1 เมตร จนถึงจุดที่เส้นผา่ นศูนย์กลางของลาตน้ เท่ากับ DBH / 5 สาหรับก่ิงจะวัดจากจุดท่ีแยก
(insertion) จากลาต้น หรอื จดุ แยกจากกิ่งหลกั หรอื จากจุดแยกของกิ่งแขนง หรือจุดท่ีผ่านศูนย์กลางของก่ิง
เท่ากับ DBH / 5 จากน้ันจึงคานวณปริมาตรของส่วนลาต้นหรือกิ่ง ด้วยสูตรปริมาตรทรงกรวยที่ถูกตัดทอน
(truncated cone volume formula) (สมการ (14))
โดยท่ี Vf แทนปรมิ าตรของลาต้น/กิง่ สด หน่วยเปน็ ลูกบาศกเ์ มตร (m3) r_1 และ r_2 รศั มีของปลายท้ังสอง
ของทอ่ นไมแ้ ละ L ความยาวทงั้ หมดเป็นเมตร แต่ละรัศมคี านวณจากเส้นรอบวง g ดว้ ยสมการ
with g in cm and r in meter.
กงิ่ หลักลาดับท่ี 2 4 และ 6 นับจากพ้ืนดิน ของต้นไมแ้ ต่ละตน้ จะถูกตดั หากกิง่ บางสว่ นหรือทัง้ ก่ิงตาย
จะทาการเลือกกิ่งถัดไปแทน ก่ิงท่ีถูกตัดลงมาจะถูกแยกออกเป็น “กิ่งใหญ่ (big branch)” ถ้าเส้นผ่าน
ศนู ย์กลางมากกว่า DBH / 5 และใบของกงิ่ ใหญ่ (ชือ่ เรียก “ใบใหญ่”) “กิ่งเล็ก (small branch)” ถ้าเส้นผ่าน
ศนู ย์กลางนอ้ ยกวา่ DBH / 5 และใบของก่ิงเล็ก (ชือ่ เรยี ก “ใบเลก็ ”) ชิ้นส่วนของตัวอย่างท้ัง 4 ประเภทจะถูก
ตดั เป็นชนิ้ ๆ โดยน้าหนกั ไมเ่ กนิ 2-3 กก. และช่งั นา้ หนักจริงดว้ ยตาชั่งแบบแขวน (hanging scale) จากนั้นทา
การหาผลรวมของมวลชวี ภาพสด (fresh biomass) ของตัวอย่างท้ัง 4 ประเภท (ก่ิงใหญ่ ใบใหญ่ กิ่งเล็ก และ
ใบเลก็ )
∑
with W_(f,c) the fresh mass of a compartment c and w_(f,c_i ) the weight of one of its part i,
all in kg.
100