The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จังหวัดเลย. เครือข่ายพยาบาลป้องกันและควบคุการติดชื้อ. คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย. เลย: กลุ่มงานพัฒนาคุณภาพและรูปแบบการบริการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย กระทรวงสาธารณสุข, 2566.

อภิชาติ สะบู่แก้ว, บรรณาธิการ.

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Champathom, 2023-10-27 05:56:26

คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย

จังหวัดเลย. เครือข่ายพยาบาลป้องกันและควบคุการติดชื้อ. คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย. เลย: กลุ่มงานพัฒนาคุณภาพและรูปแบบการบริการ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย กระทรวงสาธารณสุข, 2566.

อภิชาติ สะบู่แก้ว, บรรณาธิการ.

Keywords: การติดเชื้อ,จังหวัดเลย,เครือข่ายหัวหน้าจ่ายกลาง

98 2. แพทย์วินิจฉัยว่ามีการติดเชื้อ จากการสังเกตเห็นขณะทำผ่าตัด ขณะตรวจด้วยการส่องกล้องจากผลการ วินิจฉัยด้วยวิธีอื่นๆ ในกรณีแพทย์ให้การวินิจฉัยทางคลินิก และให้ยาต้านจุลชีพที่เหมาะสมเพื่อการรักษาแม่ไม่มี การตรวจวินิจฉัยอื่นสนับสนุน ถือว่าเป็นการติดเชื้อในโรงพยาบาลได้ 3. การติดเชื้อในโรงพยาบาลต้องไม่ใช่การติดเชื้อที่ตรวจพบตั้งแต่แรกรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล หรือผู้ป่วย กำลังอยู่ในระยะฟักตัวของโรค แต่ผู้ป่วยอาจมีอาการของการติดเชื้อหลังจากกลับออกจากโรงพยาบาล หรือ ไปปรากฏอาการที่บ้านก็ได้ 4. การติดเชื้อของทารกแรกเกิดซึ่งเป็นผลจากการคลอดผ่านช่องคลอด (Birth canal) ของมารดาถือเป็น การติดเชื้อในโรงพยาบาล 5. การติดเชื้อที่ตำแหน่งใหม่ซึ่งไม่ได้เป็นผลหรือไม่ได้เป็นภาวะแทรกซ้อนหรือเป็นการลุกลามของการติด เชื้อที่มีอยู่เดิม และการติดเชื้อที่ตำแหน่งเดิมโดยเชื้อชนิดใหม่ ถือว่าเป็นการติดเชื้อในโรงพยาบาลและนับเป็นการ ติดเชื้อครั้งใหม่ 6. การติดเชื้อในทารกแรกเกิดที่ผ่านทางรก (Transplacentally) และแสดงอาการภายใน 48 ชั่วโมงหลัง คลอด เช่น Toxoplasmosis หัดเยอรมัน ซิฟิลิส การติดเชื้อ Cytomegalovirus Herpes simplex และ HIV ไม่จัดเป็นการติดเชื้อในโรงพยาบาล 7. กรณีไม่แน่ใจว่าการติดเชื้อเกิดขึ้นจากการที่ผู้ป่วยได้รับเชื้อขณะอยู่ในโรงพยาบาล หรือผู้ป่วยได้รับเชื้อ จากชุมชนให้ถือว่าเป็นการติดเชื้อในโรงพยาบาล หากอาการปรากฏหลังรับผู้ป่วยไว้ในโรงพยาบาล ตั้งแต่ 48 ชั่วโมงขึ้นไป 8. กรณีผู้ป่วยมาด้วยการติดเชื้อตั้งแต่แรกรับ ให้พิจารณาข้อมูลอื่นๆ ของผู้ป่วย ประกอบด้วย ได้แก่ ผู้ป่วยเคย เข้ารับการักษาตัวในโรงพยาบาลมาก่อนหรือไม่ การติดเชื้ออยู่ในช่วงระยะฟักตัวของเชื้อหรือไม่ ตำแหน่งที่ติดเชื้อ มีความสัมพันธ์กับการได้รับการรักษาครั้งก่อนหรือไม่ รวมทั้งผลการตรวจเพาะเชื้อและลักษณะความไวต่อ ยาต้านจุลชีพของเชื้อ เป็นต้น 9. การติดเชื้อบางกรณีซึ่งสามารถป้องกันได้ยาก หรือหลีกเลี่ยงได้ยาก แต่มีประโยชน์นำไปสู่การกำหนด แนวทางป้องกันให้ถือว่าเป็นการติดเชื้อในโรงพยาบาล ตัวอย่างเช่น การเกิดอุจจาระร่วง จาก C. difficile ซึ่งเป็น ผลจากการได้รับยาต้านจุลชีพชนิดออกฤทธิ์กว้าง หรือการติดเชื้อในกระแสโลหิตของทารกแรกเกิดจากเชื้อ gr.B Streptococcus แนวทางการวินิจฉัยการติดเชื้อในโรงพยาบาลนี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อการเฝ้าระวังการติดเชื้อเท่านั้นไม่ได้ มีวัตถุประสงค์เพื่อตัดสินใจในการรักษาผู้ป่วยแต่ละราย ขั้นตอนการวินิจฉัยการติดเชื้อในโรงพยาบาล แบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่1 ผู้ป่วยมีการติดเชื้อหรือไม่ พิจารณาจาก - อาการและอาการแสดงของผู้ป่วย - ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ - ผลการตรวจอื่น ๆ 101 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


99 ขั้นตอนที่ 2 หากผู้ป่วยมีการติดเชื้อ พิจารณาว่าเป็นการติดเชื้อจากชุมชนหรือเป็นการติดเชื้อจาก โรงพยาบาล และเป็นการติดเชื้อที่ตำแหน่งใด โดยใช้เกณฑ์การวินิจฉัยการติดเชื้อในโรงพยาบาลที่กล่าวมาแล้ว ข้างต้นเป็นแนวทาง ข้อควรระวังในการวินิจฉัยการติดเชื้อในโรงพยาบาล โดยมี 3 กรณี ที่ไม่ถือว่าเป็นการติดเชื้อในโรงพยาบาล 1. Colonization หมายถึง การที่มีเชื้อจุลชีพอยู่บนผิวหนัง หรือยู่ในเนื้อเยื่อของร่างกายและเชื้อ สามารถเจริญแบ่งตัวได้ แต่ไม่ทำให้เกิดอาการและไม่พบร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ 2. Inflammation หมายถึง ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นที่เนื้อเยื่อของร่างกาย เมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บ หรือถูกกระตุ้นทางกายภาพ ทางเคมี หรือทางชีวภาพ ได้แก่ การอักเสบจากการถูความร้อน ความเย็น การได้รับ ยาบางชนิดเข้าหลอดเลือด เป็นต้น 3. Contamination หมายถึง การพบเชื้อที่อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหาร น้ำหรือยาหรือ สิ่งแวดล้อม 102 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


100 แผนภูมิที่ 1 แนวทางการวินิจฉัยการติดเชื้อในโรงพยาบาล - Inflammation - Colonization - Contamination Site of infection - Urinary tract - Surgical site - Pneumonia - Primary bloodstream infection - Lower respiratory infection - Bone and joint infection - Central nervous system infection - Cardiovascular system infection - Eye, ear, nose, throat and mouth infection - Gastrointestinal system infection - Reproductive tract infection - Disseminated infection Clinical signs & Symptoms Laboratory test Diagnosis test Infection No infection Community Acquired infection Hospital acquired infection or Healthcare associated infection 103 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


101 เกณฑ์การวินิจฉัย การติดเชื้อในโรงพยาบาลตามตำแหน่งต่างๆ ของร่างกาย เกณฑ์การวินิจฉัยการติดเชื้อในโรงพยาบาลตามตำแหน่งต่างๆ ของร่างกายแปลมาจาก เกณฑ์การวินิจฉัย การติดเชื้อในโรงพยาบาล CDC ซึ่งมีการกำหนดรหัสเพื่อใช้สำหรับการรายงาน ในที่นี้จึงได้นำเสนอ รอรหัสไว้ร่วม ด้วย เพื่อเป็นความรู้และประโยชน์ในอนาคต รวมทั้งได้มีการแปลเนื้อหาในส่วนของ แนวทางการรายงานที่เป็น ประโยชน์เพื่อช่วยให้เกิดความเข้าใจและสามารถวินิจฉัยการติดเชื้อในตำแหน่งต่างๆ ได้ถูกต้องยิ่งขึ้น (อ้างอิงคู่มือ วินิจฉัยการติดเชื้อในโรงพยาบาล สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ปี 2561) 104 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


102 บทที่ 6 แนวทางปฏิบัติการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยา วัตถุประสงค์ เพื่อลดการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาสู่ผู้ป่วย บุคลากรและสิ่งแวดล้อม การปฏิบัติในการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยา มีวิธีปฏิบัติ ดังนี้ 1. การปฏิบัติตามหลักการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากการสัมผัส (contact precautions) 2. การทำความสะอาดมือ 3. การใช้เครื่องป้องกันร่างกายส่วนบุคคล 4. การจัดการอุปกรณ์ เครื่องใช้ และการทำลายเชื้อ 5. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย 6. การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม 7. การพิจารณาการสิ้นสุดการปฏิบัติการแยกผู้ป่วยตามหลักการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ 8. การแนะนำผู้ป่วยและญาติ/ผู้มาเยี่ยมในการดูแลผู้ป่วย 1. การปฏิบัติตามหลักการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากการสัมผัส (Contact Precautions) การปฏิบัติตามหลักการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อจากการสัมผัสเป็นประจำเมื่อให้การดูแล ผู้ป่วยทุกรายที่มีการติดเชื้อดื้อยาและผู้ป่วยที่พบว่าเคยมีเชื้อก่อโรคอยู่ตามร่างกายมาก่อน หรือพิจารณาตาม ความเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยที่รับย้ายจากหน่วยงานอื่นหรือจากโรงพยาบาลอื่นที่ทราบว่ามีการติดเชื้อในร่างกาย มี ประวัติการใช้ยาปฏิชีวนะเป็นเวลานาน ได้รับการทำหัตถการสอดใส่อุปกรณ์ต่างๆ เป็นต้น การป้องกันการ แพร่กระจายเชื้อดื้อยาต้องแยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อออกจากผู้ป่วยรายอื่นอย่างเคร่งครัด ดังนี้ 1.1 จัดผู้ป่วยให้อยู่ในห้องแยกโรค หรือ Isolation zone ที่มีอ่างล้างมือ ห้องน้ำ ห้องส้วม จัดไว้ เฉพาะหากห้องแยกไม่เพียงพอ ควรจัดพื้นที่ให้ผู้ป่วยเชื้อดื้อยาชนิดเดียวกันอยู่ร่วมกัน โดยแยกออกจากผู้ป่วย อื่นๆ(cohort) และจัดให้เตียงห่างกันอย่างน้อย 3 ฟุตและปิดม่านระหว่างเตียงเพื่อลดโอกาสสัมผัสทางตรง 1.2 สื่อสารป้ายสัญลักษณ์การพบเชื้อ/ป้าย contact precautions/ข้อปฏิบัติ ที่เตียง/หน้าห้อง/ หน้าแฟ้มรายงานผู้ป่วย 1.3 ไม่จัดผู้ป่วยเชื้อดื้อยาอยู่ในบริเวณเดียวกับผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อการติดเชื้อ เช่น ผู้ที่มีการคา สายสวนหรืออุปกรณ์การแพทย์ชนิดต่าง ๆ หรือผู้ที่มีแผลเปิด เป็นต้น 1.4 ไม่นำอุปกรณ์หรือสิ่งของที่ไม่จำเป็นเข้าไปไว้ในห้องผู้ป่วย เช่น เวชระเบียน ซองฟิล์ม ควร เก็บไว้ที่หน้าห้องหรือบนรถเวชระเบียน 105 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


103 กรณีผู้ป่วยที่จำหน่ายกลับบ้านและมารับบริการที่แผนกผู้ป่วยนอก ให้ประเมินอาการและอาการแสดงของ การติดเชื้อดื้อยา หากไม่มีอาการและอาการแสดงของการติดเชื้อดื้อยาในตำแหน่งเดิม ไม่จำเป็นต้องแยกผู้ป่วย ยกเว้นการทำหัตถการ ต้องระมัดระวังเรื่องการทำความสะอาดมือ การสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่เหมาะสม และการแยกอุปกรณ์เครื่องมือและการทำลายเชื้อในอุปกรณ์ที่ใช้กับผู้ป่วย 2. การทำความสะอาดมือ 2.1 กรณีที่มือไม่เปื้อนสิ่งคัดหลั่ง ทำความสะอาดมือด้วยการลูบมือด้วย alcohol based hand rubs 2.2 ถ้ามือเปื้อนสารคัดหลั่ง หรือเปื้อนแป้งบนถุงมือ ให้ล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือน้ำยาทำลาย เชื้อ เช่น 4% chlorhexdine gluconate หรือ 7.5 % iodophor ฟอกมืออย่างน้อย 20 วินาที 3. การใช้เครื่องป้องกันร่างกายส่วนบุคคล 3.1 สวมถุงมือทุกครั้งที่ดูแลผู้ป่วยและสวมเสื้อคลุมแขนยาว (long sleeve gown) เมื่อต้องอยู่ ใกล้ชิดผู้ป่วยหรือคาดว่าจะต้องสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมและสารคัดหลั่งจากผู้ป่วย 3.2 ถอดถุงมือและเสื้อคลุมทันทีแล้วทำความสะอาดมือและเปลี่ยนเครื่องป้องกันร่างกายใหม่ทุก ครั้งก่อนที่จะให้การดูแลผู้ป่วยรายอื่น 4. การจัดการอุปกรณ์ เครื่องใช้ และการทำลายเชื้อ 4.1 จัดชุดสำเร็จรูป (Kit) ได้แก่ หูฟัง เครื่องวัดความดันโลหิต ผ้าพันแขนวัดความดัน เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ อุปกรณ์สำหรับอาบน้ำ หม้อนอน กระบอกปัสสาวะ ขวดตวงปัสสาวะ 4.2 อุปกรณ์ที่ออกแบบให้ใช้ซ้ำได้ ต้องทำความสะอาดและทำลายเชื้อตามมาตรฐาน (ดู รายละเอียดเพิ่มเติมบทที่ 4) 4.3 อุปกรณ์การแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้ร่วมกับผู้ป่วยอื่น เช่น เครื่องตรวจน้ำตาล เครื่องตรวจคลื่น หัวใจ ให้เช็ดด้วย 70% alcohol หรือกระดาษ/ผ้าชุบน้ำยาทำลายเชื้อ (disinfectant wipes) 4.4 การทำลายเชื้อในสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้ป่วยด้วยน้ำยาทำลายเชื้อ เช่น 70% alcohol หรือ น้ำยาทำลายเชื้อกลุ่ม ammonium chloride, sodium hypochlorite อย่างน้อยวันละ 1 ครั้ง 4.5 ผ้าที่ใช้กับผู้ป่วยทุกประเภท ซักแบบผ้าเปื้อนติดเชื้อ 4.6 มูลฝอยทุกชนิดในห้องผู้ป่วย จัดการแบบมูลฝอยติดเชื้อ 5. การเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่หรือออกนอกห้องเมื่อมีความจำเป็นในการรักษาเท่านั้น โดยปฏิบัติดังนี้ 5.1 ประสานข้อมูลกับหน่วยงานที่จะส่งผู้ป่วย แจ้งข้อมูลการติดเชื้อ เชื้อที่พบ อาการ การรักษาพยาบาลที่ได้รับ มีป้ายสัญลักษณ์สื่อสารชัดเจน โดยระมัดระวังการเปิดเผยข้อมูลผู้ป่วย 5.2 ระมัดระวังการปนเปื้อนเชื้อโรคโดยการปกปิดบริเวณที่มีการติดเชื้อหรือส่วนของร่างกาย ที่พบว่ามีเชื้อให้มิดชิด 5.3 สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อเหมาะสมกับลักษณะการ แพร่กระจายเชื้อของผู้ป่วยรายนั้น 106 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


104 5.4 ไม่แวะทำกิจกรรมอื่นขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปส่งหรือเมื่อกลับมายังหน่วยงาน 5.5 ทำความสะอาดอุปกรณ์ที่ใช้เคลื่อนย้ายผู้ป่วย เช่น รถเข็น เปลนอน อุปกรณ์ต่างๆ หลังจาก ใช้งานด้วยน้ำยาทำลายเชื้อ 6. การทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม 6.1 ทำความสะอาดสิ่งแวดล้อมภายในห้อง/บริเวณเตียงผู้ป่วยด้วยน้ำและน้ำยาทำความสะอาด ทั่วไปทุกวันและเมื่อผู้ป่วยจำหน่าย และทำความสะอาดพื้นที่ผิวที่ใกล้การสัมผัสของผู้ป่วย ได้แก่ ราวกั้นเตียง โต๊ะ ข้างเตียง บ่อยครั้งกว่าบริเวณอื่น 6.2 พื้นผิวที่ปนเปื้อนสิ่งคัดหลั่ง ให้เช็ดออกให้มากที่สุดทิ้งเป็นมูลฝอยติดเชื้อ เช็ดซ้ำด้วยน้ำและ น้ำยาทำความสะอาด และเช็ดซ้ำด้วยน้ำยาทำลายเชื้อระดับต่ำ แนะนำให้ใช้ sodium hypochlorite โดยให้มี ความเข้มข้น ดังนี้ 6.2.1 ความเข้มข้น 1:100 (500-615 parts per million[ppm])ในการทำความสะอาด บริเวณที่ปนเปื้อนเลือดเล็กน้อย 6.2.1 ความเข้มข้น 1:10 (5,000-6,150 ppm)ในการทำความสะอาดบริเวณที่ปนเปื้อนเลือด ปริมาณหรือเชื้อในอาหารเลี้ยงเชื้อ 6.3 บุคลากรผู้ทำความสะอาดสวมเครื่องป้องกันร่างกายอย่างเหมาะสม ได้แก่ ผ้าปิดปากและจมูก ถุงมือ ยางหนา ผ้ากันเปื้อนพลาสติก และรองเท้าบูท 6.4 แยกอุปกรณ์ที่ใช้ในการทำความสะอาดแยกเฉพาะราย ทำความสะอาดกรณีที่อยู่ในหอผู้ป่วยรวม ให้ ทำความสะอาดเป็นพื้นที่เป็นลำดับสุดท้าย 6.5 วิธีการทำความสะอาด 6.5.1 ปิดพัดลมก่อนทำความสะอาด 6.5.2 กวาดพื้น โดยใช้ที่ตักผงและกวาดเป็นพื้นที่บริเวณแคบ หรือใช้วิธีการดูดฝุ่น 6.5.3 เตรียมภาชนะอย่างน้อย 2 ใบ สำหรับผสมน้ำยาทำความสะอาด 1 ใบและน้ำสะอาด 1 ใบ ซักผ้าในน้ำสะอาดก่อนซักในถังผสมน้ำยาทำความสะอาดแล้วจึงใช้เช็ดถูพื้น เปลี่ยนน้ำและน้ำยาเมื่อเห็นว่าสกปรก โดยผสมน้ำยาทำความสะอาดด้วยสัดส่วนที่บริษัทแนะนำ 6.6 ทำความสะอาดอุปกรณ์ ผ้าที่ใช้เช็ดถูด้วยน้ำยาและน้ำยาทำความสะอาดทุกครั้ง และผึ่งแดดให้แห้ง 6.7 เมื่อผู้ป่วยจำหน่าย ทำความสะอาดภายในห้อง พื้น ผนัง ประตู และห้องน้ำ ด้วยน้ำและน้ำยาทำความ สะอาดทั่วไป และเช็ดซ้ำด้วยน้ำยาทำลายเชื้อ (ข้อ 6.2) 6.8 กรณีมีการระบาดของเชื้อดื้อยาอย่างต่อเนื่องทบทวนวิธีการปฏิบัติและพิจารณาการใช้น้ำยาที่มี ประสิทธิภาพสูงขึ้น 6.9 การทำความสะอาดอุปกรณ์ของเล่นเด็ก 6.9.1 เลือกอุปกรณ์ที่ทำความสะอาดและทำลายเชื้อได้ง่าย หลีกเลี่ยงที่มีลักษณะผ้าหรือขนที่ เปื้อนน้ำลายหรือสารคัดหลั่งได้มากกว่าอุปกรณ์ที่พื้นผิวเรียบลื่น 6.9.2 ไม่นำของเล่นให้เล่นรวมกัน 107 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


105 6.9.3 ทำความสะอาดทันทีเมื่อเลิกเล่น หรือแยกเก็บในภาชนะมิดชิดเมื่อรอนำไปทำความสะอาด และทำลายเชื้อ 7. การยุติการปฏิบัติเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อดื้อยาที่จำเป็นต้องควบคุมเป็นกรณีพิเศษ คำแนะนำล่าสุดที่ได้รับการตีพิมพ์ในปี พ.ศ. 2561 พิจารราการยกเลิก Contact precautions ตามชนิด ของเชื้อ ดังนี้ 7.1 เชื้อ MRSA และ VRE เมื่อตรวจไม่พบเชื้อ 3 ครั้ง โดยแต่ละครั้งห่างกันประมาณ 1 สัปดาห์ เยื่อบุ โพรงจมูกส่วนหน้า (anterior nares) สำหรับ S. aureus หรือ stool หรือ rectal swab สำหรับ enterococci 7.2 ผู้ป่วยภูมิต้านทานต่ำ ปลูกถ่ายไขกระดูก ผู้ป่วยที่ยังได้ยาต้านจุลชีพ ต้องขยายระยะเวลาการแยก ผู้ป่วยนานกว่าผู้ป่วยทั่วไป แต่ไม่มีกำหนดแน่ชัดว่าควรจะขยายออกไปนานเท่าใด 7.3 Enterobacteriaceae ที่ดื้อยากลุ่ม carbapenem แนะนำให้แยกผู้ป่วยตลอดระยะเวลาของการอยู่ โรงพยาบาล แต่หากจะหยุดแยกผู้ป่วย อาจจะต้องพิจารณาเป็นราย ๆ ไป ต้องไม่ได้รับยาต้านจุลชีพใด ๆ เพาะเชื้อ จากทวารหนักอย่างน้อยสองครั้ง ห่างกัน 1 สัปดาห์ ถ้าไม่พบเชื้อแล้วอาจจะหยุดแยกได้ แต่ต้องระมัดระวังว่าเชื้อ อาจจะกลับมาใหม่ 7.4 เชื้อ Clostridium difficile อาจพิจารณาหยุดแยกได้เมื่ออาการอุจจาระร่วงหยุดไปแล้ว 48 ชั่วโมงขึ้นไป (ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอาการและอาการแสดงของผู้ป่วยหลังจากที่ได้รับ ATB ครบ ยกเว้น กรณีที่ผู้ป่วยยังจำเป็นต้อง สอดใส่อุปกรณ์เข้าร่างกายจะต้องแยกผู้ป่วยออกจากผู้ป่วยอื่น และปฏิบัติตามแนวทางการดูแลผู้ป่วย MDR) 8.การให้คำแนะนำแก่ญาติและผู้เข้าเยี่ยม 8.1 จำกัดผู้เยี่ยม โดยให้เยี่ยมเฉพาะที่จำเป็น 8.2 เคร่งครัดการทำความสะอาดมือ 8.3 ผู้เยี่ยมสวมเสื้อคลุม ถุงมือทุกครั้ง และห้ามสัมผัสผู้ป่วยอื่นหรือสิ่งแวดล้อม 108 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


106 บรรณานุกรม กฎกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการกำจัดมูลฝอยติดเชื้อ พ.ศ.2545.ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 119 ตอนที่ 86 ก วันที่ 5 กันยายน 2545. กำธร มาลาธรรม และสุสัณห์ อาศนะเสน.(บรรณาธิการ). (2556). คู่มือปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติด เชื้อในโรงพยาบาล. สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กำธร มาลาธรรม และยงค์ รงค์รุ่งเรือง.(บรรณาธิการ). (2560). คู่มือปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในโรงพยาบาล. สถาบันบำราศนราดูร กระทรวงสาธารณสุข. พิมพ์ครั้งที่ 2.นนทบุรี: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ ดีไซน์. กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุข.(2557) แนวทางการตรวจรักษาโรคและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ประเทศไทย ปี 2557. สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2552). คู่มือแนวทางการพัฒนาอาหารปลอดภัยสำหรับโรงพยาบาล. กรุงเทพฯ: ชงเธียรมาร์เก็ตติ้ง. กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2550). ผักสดปลอดพิษ ชีวิตปลอดภัย (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก. กองสุขศึกษา, กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ, กระทรวงสาธารณสุข. 2551. คู่มือเรื่อง การทำความ สะอาดมือ สำหรับบุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุข. กรุงเทพฯ : บริษัท 2 Talents จำกัด. คณะทำงานด้านการรักษาพยาบาลกรมการแพทย์, สำนักพัฒนาวิชาการแพทย์, กรมการแพทย์. 2550. คู่มือการประชุมเชิงปฏิบัติการ โรคติดเชื้ออุบัติใหม่/อุบัติซ้ำ. กรุงเทพมหานคร :สำนักพิมพ์กรุงเทพเวชสาร. คู่มือปฏิบัติเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล. โครงการพัฒนารูปแบบการเฝ้า ระวังโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข : ไม่ระบุสถานที่พิมพ์. งานควบคุมการติดเชื้อ กลุ่มการพยาบาล โรงพยาบาลวังสะพุง จังหวัดเลย. (2550). คู่มือการปฏิบัติเพื่อ ป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลวังสะพุง. เลย :ไม่ระบุสถานที่พิมพ์ ทีมพยาบาลป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล, สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย. 2554. ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบมาตรฐานทางชีวภาพในการกำจัดมูล ฝอยติดเชื้อ พ.ศ.2546. ประกาศ ณ 4 มีนาคม 2546 ราชกิจจานุเบกษา ฉบับประกาศทั่วไป.เล่มที่ 120 ตอนพิเศษ 45 วันที่ 11 เมษายน 2546 พระราชบัญญัติการสาธารณสุข พ.ศ. 2535.(2535).หมวด 3 การกำจัดสิ่งปฏิกูลและมูลฝอย.ประกาศ ณ 29 มีนาคม 2535. รุจิรา สัมมะสุต. (2545). การบริหารงานโภชนาการในโรงพยาบาล. กรุงเทพฯ: หจก. โนเบิ้ล. รุจิรา สัมมะสุต. (2552). หลักการปฏิบัติด้านโภชนบำบัด (พิมพ์ครั้งที่ 3). ปราจีนบุรี: สุพัตราการพิมพ์. 109 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


107 สมหวัง ด่านชัยวิจิตร, (บรรณาธิการ). (2544). โรคติดเชื้อในโรงพยาบาล. กรุงเทพฯ: แอลทีเพลส จำกัด. สมหวัง ด่านชัยวิจิตร. (บรรณาธิการ). (2549). วิธีปฏิบัติเพื่อการป้องกันและควบคุมโรคติดเชื้อในโรงพยาบาล (พิมพ์ครั้งที่ 2). นนทบุรี: สำนักจัดการความรู้ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. สมหวัง ด่านชัยวิจิตร ศิริวรรณ สิริกววิน ปรีชา ตันธนาธิป และคัคนางค์ นาคสวัสดิ์, (บรรณาธิการ). (2550). สำนักพัฒนาระบบบริการสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2551). แนวทาง พัฒนางานหน่วยจ่ายกลาง. ชงเธียร มาร์เก็ตติ้ง . พูนทรัพย์ โสภารัตน์, (บรรณาธิการ). (2550). คู่มือการพยาบาลด้านการควบคุมการติดเชื้อ เล่ม 2. เชียงใหม่: คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. พูนทรัพย์ โสภารัตน์.(2552).การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาในการขับถ่ายปัสสาวะ.โครงการตำรา คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่:เชียงใหม่ ทีมพยาบาลป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย. (2549). คู่มือประกอบการดำเนินงานป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาลและในชุมชนจังหวัดเลย. สัญชัย ชาสมบัติ. (บรรณาธิการ). (2552). แนวปฏิบัติของสถานพยาบาลในการให้บริการการป้องกันการ ติดเชื้อจากการสัมผัส, สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย. สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค. (2551). แนวปฏิบัติการทำความสะอาดมือสำหรับบุคลากร สุขภาพในโรงพยาบาล. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ. สมาคมศูนย์กลางงานปราศจากเชื้อแห่งประเทศไทย. (2561). แนวปฏิบัติในการทำลายเชื้อและการทำ ให้ปราศจากเชื้อเครื่องมือแพทย์. Thailand CSSA guideline for disinfection and sterilization of medical devices. สำนักอนามัยสิ่งแวดล้อม กรมอนามัย. (2561). เอกสารวิชาการด้านการจัดการมูลฝอยติดเชื้อ สำหรับ เจ้าหน้าที่กรมอนามัย.http : //env.anamai.mpph.go.th อะเคื้อ อุณหเลขกะ. (2554). หลักและแนวปฏิบัติในการทำลายเชื้อและการทำให้ปราศจากเชื้อ.เชียงใหม่: มิ่งเมืองนวรัตน์การพิมพ์. สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2552). การควบคุมการติดเชื้อวัณโรคในยุคของ การขยายงานการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวี.กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. อะเคื้อ อุณหเลขะ และบุคลากรสหสาขาวิชาชีพ โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไปและโรงพยาบาล มหาวิทยาลัย 19 แห่ง. (2554). แนวทางการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อดื้อยาในโรงพยาบาล(Guideline for Prevention of Multidrug-Resistant Organisims Transmission in Hospitals). เชียงใหม่: บริษัทมิ่งเมือง นวรัตน์ จำกัด. สถาบนบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณาสุข. (2563). แนวปฏิบัติเพื่อป้องกันและ ควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาบาล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์. 110 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


108 สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณาสุข. (2561). คู่มือวินิจฉัยการติดเชื้อใน โรงพยาบาล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์. สถาบันบำราศนราดูร กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณาสุข. (2561). คู่มือวินิจฉัยการติดเชื้อใน โรงพยาบาล. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ปี 2562 / โดยคณะกรรมการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. (บรรณาธิการ). (2562). คู่มือการป้องกันและ ควบคุมการติดเชื้อในโรงพยาลศรีนครินทร์, หน่วยควบคุมการติดเชื้อ งานบริการพยาบาล.ขอนแก่น : โรงพิมพ์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น. Infusion Nursing Standards of Practice. (2000) . Journal of Intravenous Nursing. November/December .2000; 23(65):S88. Retrieved July 19, 2010, from www.pamz.com /Physiccal_Assessment/Iv_site.pdf Mangram A.J., Horan T. C., Pearson M. L., Jarvis W.R. Guideline for prevention of surgical site infection, 1999. Infection Control & Hospital Epidemiology, 1999 20 (4): 249-278 Rutala.WA.(2006). Disinfection, Sterilization and Antisepsis. Washington. Association for Profession in Infection Control and Epidemiology. Jane D. Sieqel, MD; Emily Rhinehart, RN MPH CIC; Marquerite Jackson, PHD; Linda Chirarello, RN MS; the Healthcare Infection Control Prevention Advisory Committee httw://www.cdc.gov/ncidod/dhqp/pdf/isolation 2007.pdf World Health Organization. (2009). WHO guidelines on hand hygiene in health care. Switzerland. https://www.srithanya.go.th/files/IC/ic-23-01-62.pd https://www.med.swu.ac.th 111 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


109 ภาคผนวก แบบรายงาน / แบบบันทึกสำหรับบุคลากร เมื่อได้รับอุบัติเหตุอันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่


110 แบบ 7500 แบบรายงานการติดเชื้อโรคเอดส์อันเนื่องมาจากการปฏิบัติหน้าที่ ที่ทำการ...........................................................................(1) วันที่.........เดือน...............................พ.ศ....................เวลา.....................................(2) ข้าพเจ้า.................................................................(3).....ตำแหน่ง................................................. สังกัด/สถานศึกษา........................................................จังหวัด...........................................................ขอยื่นรายงานต่อ ...................................................................(4).........ว่าสงสัยจะได้รับเชื้อโรคเอดส์เนื่องจากการปฏิบัติหน้าที่ ......(5)………( ผอก.ร.พ. / สสอ. / สสก. / หน.งาน ใน สสจ.................................................................................................................... ลายมือชื่อ......................................................................(6). เพิ่มเติมรายงานตามลับดับขั้น .........................................................หน.สอ. / หน. เวร, Ward……………………………… เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ประหยัด (...........................................................) ทันต่อเวลาที่กำหนด ...............................................สสอ. / สสก. / หน.งาน/หน.ฝ่าย(รพ)............................ ส่งโดยไม่ต้องใช้หนังสือนำส่ง) (..........................................................) (ส่งที่งานควบคุมโรคเอดส์และกามโรค) (ความเร่งด่วนตามระเบียบ ฯ กำหนด ............................................จนท.ผู้รับผิดชอบ/ให้การปรึกษา ของ รพ...................... จึงให้บุคลากร รายงานผู้บังคับบัญชา (.........................................................) ( และพบแพทย์ผู้ดูแล )ภายใน 24 ชม. และให้ผู้รับผิดชอบดำเนินการจาก ...............................................................แพทย์ผู้ดูแล แพทย์ผู้ดูแล ผ่าน ผอก.รพ.ถึง น.พ. สสจ. (........................................................) ทันที่ / ภายใน 24 ชม.) เสนอ.....นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย............( 7 ).... ได้รับรายงานและตรวจสอบแล้ว เห็นสมควรดำเนินการตรวจเลือดได้ ลงชื่อ...........................................วันที่.............................................เวลา.................................... (...........................................) ( ผอก. รพ./ แพทย์ผู้ทำการแทน ผอก. รพ. / แพทย์ผู้ดูแลของ รพ. เลย) คำอนุมัติ อนุมัติให้ดำเนินการตรวจเลือดได้ ลงชื่อ..................................................(8).........วันที่.....................................เวลา......................... 114 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


111 แบบบันทึก/รายงานสำหรับบุคลากร กรณีเกิดอุบัติเหตุถูกเข็ม ของมีคมทิ่มตำ/บาด หรือสัมผัสเลือด/ของเหลวของผู้ป่วยขณะปฏิบัติหน้าที่ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของบุคลากรที่ได้รับอุบัติเหตุ ID..................HN………..ชื่อ-สกุล...................................................อายุ........ปี เพศ...........หอผู้ป่วย...................... วันที่เกิดเหตุการณ์......../........../........เวลา.................น. ประวัติพฤติกรรมเสี่ยง ( ) มี ( )ไม่มี ( ) ไม่ทราบ ประเภทบุคลากร ( ) แพทย์ (....... staff ….... Resident ….... Intern ….... Extern) ( ) ทันตแพทย์ ( ) พยาบาล (.......RN …….TN) ( ) จนท.วิทยาศาสตร์ ( ) ผู้ช่วยเหลือคนไข้ ( ) อื่นๆ ระบุ........................ เบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้................................................................................................... ......................... ภาวการณ์ติดเชื้อ เอชไอวี ของผู้ป่วย ( ) HIV Positive ( ) HIV Negative ( ) ไม่ทราบแต่มีภาวะเสี่ยง ( ) ไม่ทราบ การดำเนินโรคของผู้ป่วย ( ) ระยะ Asymptomatic ( ) ระยะ Symptomatic ( ) AIDS ชนิดของเข็ม/ของมีคม การสัมผัสเลือด/ของเหลวเกิดขึ้นที่ไหน ( ) Hollow / bore needl ( ) ห้องผู้ป่วย / ward ( ) OR ( ) ER ( ) LR & Delivery room ( ) IV catheter ( ) ICU ( ) ห้องที่ทำ Treatment ( ) OPD ( ) อื่นๆ ระบุ........... ( ) อื่นๆ ระบุ.................................. บรรยายรายละเอียดเหตุการณ์ รวมทั้งระบุเวลาและปริมาณของเลือดและ ของเหลวที่สัมผัส อุบัติเหตุการสัมผัสเลือด/ของเหลวเกิดขึ้นเมื่อ ( ) ขณะกำลังใช้ของมีคม ( ) หลังใช้ของมีคม ก่อนทิ้ง ( ) ของมี คมถูกวาง/ทิ้งไว้ในตำแหน่ง/บริเวณที่ไม่เหมาะสม ( ) ขณะปลดเข็ม/ถอดอุปกรณ์ ( ) สวมปลอกเข็มกลับคืน ( ) ก่อนใช้ของมีคม ( ) เข็ม/ของมีคม ทิ่มแทงทะลุจากขยะ ( ) อื่นๆ ระบุ.................................................................................... PEP 1. Code……………………………. วันที่……../….…/…..……... (ปรับปรุง 30 กันยายน 2559) 115 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


112 ขณะเกิดอุบัติเหตุได้สวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกาย หรือไม่ ( ) สวมอุปกรณ์ป้องกัน ( ) ไม่ได้สวมอุปกรณ์ป้องกัน ( ) สวมอุปกรณ์ป้องกันแต่ไม่ครบ/ไม่เหมาะสม อุปกรณ์ป้องกันร่างกายที่ใช้ (สามารถเลือกตอบได้มากว่า 1 รายการ) : ( ) ถุงมือ 2 ข้าง ( ) ถุงมือข้างเดียว( ) แว่นตา ( ) เสื้อคลุม ( ) หน้ากาก ( ) รองเท้าบู๊ท การปฏิบัติตนหลังได้รับอุบัติเหตุ : การปฐมพยาบาลเบื้องต้น ( ) ได้ทำ ( ) ไม่ได้ทำ ( ) ได้รับประทานยา stat dose เมื่อ.............นาที หรือ ..........ชม. หลังเกิดเหตุ ยาที่ได้รับ ( ) ………………………………………………………………………………………………………………… ( ) อื่นๆ ได้แก่............................................................................................................... ( ) ไม่ได้รับประทานยา stat dose ภายใน 72 ชั่วโมง เนื่องจาก....................................................................... ( ) ไม่ประสงค์ที่จะรับยาต้านไวรัสเอดส์ หมายเหตุ : สูตรยาต้านไวรัสสำหรับ HIV oPEP* และ HIV nPEP สูตรยาต้านไวรัส** หมายเหตุ สูตรแนะนำ TDF 300 mg + 3TC 300 mg วันละครั้ง หรือ TDF 300 mg + FTC 200 mg วันละครั้ง + • RPV 25 mg วันละครั้ง • ATV/r 300/100mg วันละครั้ง • LPV/r 400/100 mg ทุก 12 ชม ห้ามใช้ boosted PI เช่น ATV/r หรือ LPV/r ร่วมกับยากลุ่ม ergotamine เช่น cafergot และ ต้องแนะนำไม่ให้ผู้สัมผัสเชื้อใช้ยา หรือซื้อยาแก้ปวดไมเกรนเอง สูตรทางเลือก TDF 300 mg + 3TC 300 mgวันละครั้ง หรือ TDF 300 mg + FTC 200 mg วันละครั้ง + • RAL 400 mg ทุก 12 ชม. • EFV 600 mg วันละครั้ง ห้ามใช้ EFV ร่วมกับยากลุ่ม ergotamine เช่น cafergot และ ต้องแนะนำไม่ให้ผู้สัมผัสเชื้อใช้ยา หรือซื้อยาแก้ปวดไมเกรนเอง กรณีมี ปัญหาทางไต AZT 300 mg ทุก 12 ชม. แทน TDF ในสูตรแนะนำ หรือสูตรทางเลือก ในผู้ที่มี CrCl < 60 mL/min อ้างอิง : แนวทางการตรวจรักษาและป้องกันการติดเชื้อเอชไอวีประเทศไทย ปี 2557 * บุคลากรที่สัมผัสทุกรายควรติดต่อแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลได้กำหนดให้เป็นแพทย์ที่ปรึกษา กรณีที่มีการสัมผัสจากการทำงานภายใน 3 วัน **การสั่งยาอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ เช่น กรณี source patient มีปัญหาหรือสงสัยว่าจะมีปัญหา drug-resistant HIV ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลได้กำหนดให้เป็นแพทย์ที่ปรึกษา กรณีที่มีการสัมผัสจากการทำงาน 116 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


113 ส่วนที่ 2 สำหรับแพทย์ผู้ตรวจรักษา พบผู้ป่วยวันที่......../......../........ เวลา....................น. สถานที่/ห้องตรวจ.................................................... ลักษณะของการสัมผัสเลือด/ของเหลว ถูกของมีคมทิ่ม/ตำ/บาด (Percutaneous injury) ( ) Less severe ( ) More severe หมายเหตุ = Percutaneous Injury มีโอกาสติดเชื้อ 0.3% เลือด/ของเหลวกระเด็นเข้าปาก/ตา/เยื่อบุ (Mucous membrane exposure) ( ) Small volume ( ) Large volume หมายเหตุ = Mucous membrane exposure มีโอกาสติดเชื้อ 0.9% สัมผัสเลือด/ของเหลวเนื่องจากมีบาดแผล/รอย แตก (Non-intact skin exposure) ( ) Small volume ( ) Large volume หมายเหตุ = Non-intact skin exposure มีโอกาสติดเชื้อ < 0.9% การได้รับยาเพื่อป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี อย่างต่อเนื่อง ( ) ไม่ได้รับยาเนื่องจาก ประเมินแล้วมีความเสี่ยงไม่เพียงพอ ( ) ไม่ต้องการรับประทานยาอย่างต่อเนื่อง ( ) ได้รับยา ( 28 วัน )................................................................................................... ...................... การได้รับยาและวัคซีน เพื่อป้องกันไวรัสตับอักเสบ บี ( ) ไม่ได้รับ เนื่องจาก.......................................................................................................................... ( ) ได้รับ ( ) HBIG วันที่....../......./........ ( ) Hepatitis B Vaccine Day 0 วันที่......./......../......... 1 เดือน วันที่....../......../.......... 6 เดือน วันที่....../......../.......... การตรวจเลือด ( ) ไม่จำเป็นต้องได้รับการตรวจเลือดเนื่องจาก ประเมินแล้วความเสี่ยงไม่เพียงพอ ( ) ไม่ยินยอมที่จะตรวจเลือด ( ) ยินยอมให้ตรวจเลือด ( ) Anti HIV ( ) HBsAg ( ) Anti-HBs ( ) CBC, UA (เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานก่อนได้รับยาต่อเนื่อง) ( ) SGOT, SGPT, BUN, Cr (เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐานก่อนได้รับยาต่อเนื่อง) แพทย์ผู้บันทึก/แพทย์ผู้ดูแล................................................... ( ) วันที่............../…………........../....................... 117 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


114 ส่วนที่ 3 สำหรับ ICN ผลการตรวจเลือดหลังการเกิดอุบัติเหตุทันที (Day 0) Hemoglobin……mg% Hematocrit……..mg% Neutrophil………% Lymphocyte……….% Red cell morphology……………... Monocyte……….% Basophil………………% WBC count……………..per cu.mm. Eosinophil…….…% Band form………….% SGOT……..SGPT……….BUN……………Cr……………UA……………………………… Anti-HIV ( ) บวก ( ) ลบ HBsAg ( ) บวก ( ) ลบ Anti-HBs ( ) บวก ( ) ลบ การนัดตรวจเพื่อติดตามภาวะสุขภาพ ( ) นัดครั้งที่ 1* (สัปดาห์ที่ 2 หลังรับประทานยาต่อเนื่อง) วันที่......./......../......... ( ) นัดครั้งที่ 2* (สัปดาห์ที่ 4 หลังรับประทานยาต่อเนื่อง) วันที่......./......../......... * หมายเหตุ เพื่อตรวจหาความสมบูรณ์ของเม็ดเลือดและการทำงานของตับและไต ได้แก่ CBC, SGOT, SGPT, BUN, Cr, UA ( ) นัดครั้งที่ 3 (สัปดาห์ที่ 6) วันที่........./........./......... ( ) นัดครั้งที่ 4 (เดือนที่ 3) วันที่......../........./.......... ( ) นัดครั้งที่ 5 (เดือนที่ 6) วันที่......../........./.......... ผลการรับประทานยา ( ) ไม่ครบ รับประทานยาได้..........วัน/สัปดาห์ เหตุผลที่หยุดยาก่อนครบ 4 สัปดาห์ ( ) ทนต่อผลข้างเคียงของยาไม่ได้ ( ) อื่นๆ (ระบุ)........................... ( ) รับประทานยาครบ 4 สัปดาห์ ( ) ไม่มีผลข้างเคียงของยา ( ) มีผลข้างเคียงของยา ได้แก่ คลื่นไส้อาเจียน ผมร่วง เบื่ออาหาร ปวดศีรษะ เหนื่อย อ่อนเพลีย น้ำหนักลด ตาเหลือง/ตัวเหลือง มึนงง/เวียนศีรษะ ผื่น อื่นๆ…………………………… การให้คำปรึกษาแก่บุคลากรภายหลังการเกิดอุบัติเหตุ ➢ บุคลากรทราบถึงโอกาสเสี่ยงของการติดเชื้อ : ( ) ทราบ ( ) ไม่ทราบ ➢ บุคลากรทราบถึงข้อดี ข้อเสียของการตรวจเลือด : ( ) ทราบ ( ) ไม่ทราบ ➢ บุคลากรทราบถึงความสำคัญของการรับประทานยาอย่างต่อเนื่องรวมทั้ง S/E ที่อาจเกิดขึ้น ( ) ทราบ ( ) ไม่ทราบ ➢ บุคลากรทราบถึงความสำคัญของการได้รับการติดตามภาวะสุขภาพ : ( ) ทราบ ( ) ไม่ทราบ การรับรู้ของบุคลากร ( ) รับรู้ ( ) ไม่รับรู้ ( ) ไม่แน่ใจ 118 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


115 ผลการตรวจเลือดบุคลากร สัปดาห์ที่ 2 WBC count………per cu.mm. Nutrophil………% Lymphocyte…..…% Red cell morphology………………………. Monocyte………% Basophil………….% Hemoglobin……mg% Hematocrit…….mg% Eosinophil…….% Band form……….% SGOT………SGPT………..BUN…………Cr…………UA……………………………… สัปดาห์ที่ 6 Anti-HIV ( ) บวก ( ) ลบ เดือนที่ 3 Anti-HIV ( ) บวก ( ) ลบ เดือนที่ 6 Anti-HIV ( ) บวก ( ) ลบ สัปดาห์ที่ 4 WBC count………per cu.mm. Nutrophil………% Lymphocyte…..…% Red cell morphology………… Monocyte……...% Basophil………….% Hemoglobin……mg% Hematocrit…….mg% Eosinophil…….% Band form……….% SGOT………SGPT………..BUN…………Cr…………UA……………………………… ICN ผู้ให้คำปรึกษา/บันทึก......................................................... วันที่............/……......../………………… 119 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


116 รายนามที่ปรึกษาคณะทำงานปรับปรุงคู่มือประจำปี 2566 1. นายอภิชาติ สะบู่แก้ว ผู้ช่วยนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเลย 2. พญ.ชนัดดา อ่อนช้อยสกุล นายแพทย์ชำนาญการ 3. นางสาวกรณิการ์ หิริศักดิ์สกุล พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 4. นางนวลลออ พุทธสิมา พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 5. นางสุรีย์พร จันทร์สวัสดิ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 6. นางสาวธัชกร โคตาตรี พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 7. นางกวิสรา นามวงศ์ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 8. นางน้ำฝน สอนสุภาพ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 9. นางวัชราภรณ์ จำปาอ่อน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 10. นางศรัลยาภรณ์ ปิระกะ พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ 11. นางสาวเพ็ญประภา อุ่นแก้ว นักวิชาการสาธารณสุข 12. นางสาวพรนภา แซ่ลี้ นักวิชาการสาธารณสุขปฏิบัติการ 120 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


121 คู่มือการปฏิบัติการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ในสถานบริการสาธารณสุขจังหวัดเลย


สํานักงานสาธารณสุขจังหวัดเลย กระทรวงสาธารณสุข


Click to View FlipBook Version