ห น้ า | 1
คาอธิบายรายวิชา
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระการเรยี นรู้พื้นฐาน
รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 1 รหัสวิชา ว21104 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1
จานวนเวลา 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ เวลา 20 ชว่ั โมง / ภาคเรยี น จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศึกษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะหส์ าเหตหุ รือปจั จัยทสี่ ง่ ผลตอ่ การเปล่ยี นแปลงของ
เทคโนโลยี การทางานของระบบทางเทคโนโลยี ประยกุ ต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์
เปรียบเทยี บและเลอื กขอ้ มูลท่ีจาเปน็ เพอื่ ออกแบบวิธีการแกป้ ัญหาในชวี ติ ประจาวันในดา้ นการเกษตรและ
อาหาร และสร้างชนิ้ งานหรอื พัฒนาวิธกี ารโดยใช้กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม รวมทัง้ เลอื กใช้วัสดุ
อปุ กรณ์ เครื่องมอื ในการแก้ปญั หาไดอ้ ย่างถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภัย
ตัวชี้วัด
ว 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี
1. อธบิ ายแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยใี นชวี ิตประจาวนั และวเิ คราะหส์ าเหตุหรอื ปัจจัยท่ีส่งผลตอ่
การเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยี
2. ระบปุ ัญหาหรอื ความตอ้ งการในชีวิตประจาวัน รวบรวม วิเคราะหข์ อ้ มูลและแนวคิดทีเ่ ก่ยี วข้อง
กับปญั หา
3. ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา โดยวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทียบ และตดั สนิ ใจเลือกขอ้ มลู ทีจ่ าเปน็ นาเสนอ
แนวทางการแก้ปัญหาใหผ้ ู้อืน่ เข้าใจ วางแผนและดาเนนิ การแกป้ ญั หา
4. ทดสอบ ประเมินผล และระบขุ ้อบกพร่องทเี่ กดิ ข้ึน พรอ้ มท้ังหาแนวทางการปรบั ปรุงแกไ้ ข และ
นาเสนอผลการแกป้ ัญหา
5. ใชค้ วามรแู้ ละทักษะเกย่ี วกบั วัสดุ อปุ กรณ์ เคร่อื งมือ กลไก ไฟฟ้า และอเิ ลก็ ทรอนิกสเ์ พ่อื แกป้ ัญหาได้
อยา่ งถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภัย
รวมท้ังหมด 5 ตวั ช้วี ัด
ห น้ า | 2
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ โครงสร้างรายวชิ า สาระการเรียนร้พู ้นื ฐาน
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 1
รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว21104 จานวน 0.5 หน่วยกติ
จานวนเวลา 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ เวลา 20 ช่วั โมง / ภาคเรียน
ลาดบั ชื่อหน่วย มาตรฐานการเรยี นรู้ / สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด เวลา นา้ หนกั
ท่ี การเรยี นรู้ ตัวช้ีวัด (ช่ัวโมง) คะแนน
รป
ผลการเรยี นรู้
1 เทคโนโลยรี อบตวั ว 4.1 ม.1/1 เทคโนโลยี เป็นสิ่งทม่ี นษุ ย์สร้าง 6 20
ขึ้นท้งั ในอดีต ปัจจุบัน และ
อนาคต ซ่ึงอาจเปน็ ได้ท้งั ชิ้นงาน
หรอื วิธีการเพ่อื ใชแ้ กป้ ัญหา
สนองความต้องการ หรอื เพ่มิ
ความสามารถในการทางานของ
มนุษย์ เทคโนโลยีจงึ เกดิ ข้ึน
ต้ังแต่สมยั อดตี พร้อมกับการ
ดารงชวี ิตอยขู่ องมนุษย์
เทคโนโลยียังรวมถงึ เครอื่ งมือ
อปุ กรณ์ หรอื วิธกี ารทน่ี ามาใช้
ในการสร้างชิ้นงานเพอื่ ให้ได้ผล
ผลิตทีต่ อ้ งการ
2 วสั ดแุ ละอปุ กรณ์ ว 4.1 ม.1/5 การเลือกใชว้ ัสดใุ ห้เหมาะสมกับ 4 20
นา่ รู้ งานจะตอ้ งใช้ความร้เู รื่องสมบตั ิ
ของวัสดุ และในการลงมือสรา้ ง
ชิน้ งานต้องเลือกใช้อุปกรณ์
หรอื เคร่ืองมอื อย่างเหมาะสม
กับประเภทของวสั ดุ ใช้อย่าง
ถูกต้อง และคานงึ ถึงความ
ปลอดภัยในการใช้งาน
สรปุ ทบทวนภาพรวม(สอบกลางภาค) 1 10
3 การแก้ปญั หา ว 4.1 ม.1/2 การแก้ปญั หาตามกระบวนการ 8 30
ตามกระบวน ว 4.1 ม.1/3 ออกแบบเชิงวิศวกรรม
การออกแบบ ว 4.1 ม.1/4 ประกอบดว้ ย 6 ข้ันตอน ไดแ้ ก่
เชิงวิศวกรรม ว 4.1 ม.1/5 ระบปุ ัญหา รวบรวมขอ้ มูลท่ี
ห น้ า | 3
ลาดบั ชื่อหนว่ ย มาตรฐานการเรยี นรู้ / สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด เวลา นา้ หนัก
ท่ี การเรยี นรู้ ตวั ช้ีวัด (ชว่ั โมง) คะแนน
รป
ผลการเรยี นรู้
เกีย่ วข้องกบั การแกป้ ญั หา
ออกแบบวิธีการแกป้ ัญหา
วางแผนและดาเนินการ
แกป้ ญั หา ทดสอบ ประเมินผล
และปรบั ปรุงแก้ไขวิธีการ
แก้ปัญหาหรือช้ินงาน และ
นาเสนอวิธีการแกป้ ัญหา
ผลการแกป้ ัญหาหรอื ช้นิ งาน
ซึ่งการทางานในบางครง้ั
อาจมกี ารย้อนขัน้ ตอนกลับไป
มาเพื่อพัฒนางานให้มี
ประสทิ ธภิ าพย่งิ ข้ึน
รวมระหวา่ งภาคเรยี น 19 80
สรปุ ทบทวนภาพรวม(สอบปลายภาค) 1 20
รวม 20 100
ห น้ า | 4
ตารางโครงสรา้ งกาหนดการสอนและแผนการจัดการเรยี นรู้
กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระการเรยี นรู้พืน้ ฐาน
รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว21104 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1
จานวนเวลา 1 ชั่วโมง/สัปดาห์ เวลา 20 ช่ัวโมง / ภาคเรียน จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
ชอ่ื หนว่ ย ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่/เรอ่ื ง
ปฐมนิเทศและแนะนา
วธิ ีเรียน รายวชิ า
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1 ว 4.1 ม.1/1 อธิบายแนวคิดหลกั ของ แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 1
เทคโนโลยรี อบตวั เทคโนโลยใี นชีวิตประจาวันและวิเคราะห์ เรื่อง เทคโนโลยรี อบตัว
สาเหตุหรอื ปัจจัยทส่ี ง่ ผลต่อการ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 2
เปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี เรอื่ ง การเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี
แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3
เรอื่ ง ระบบทางเทคโนโลยี
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 ว 4.1 ม.1/5 ใช้ความรู้และทักษะ แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 4
วสั ดแุ ละอปุ กรณ์น่ารู้ เกีย่ วกับวสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมอื กลไก เรอ่ื ง วสั ดแุ ละเครื่องมอื ชา่ งพืน้ ฐาน
ไฟฟ้า และอเิ ลก็ ทรอนิกส์เพื่อแก้ปญั หา แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5
ได้อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสมและปลอดภัย เรอื่ ง กลไก ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนกิ ส์
เบือ้ งต้น
สอบกลางภาคเรยี น
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 3 ว 4.1 ม.1/2 ระบปุ ัญหาหรอื ความ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6
การแกป้ ัญหา
ตามกระบวน ตอ้ งการในชวี ิตประจาวนั รวบรวม เรอ่ื ง กระบวนการออกแบบเชิง
การออกแบบ
เชิงวิศวกรรม วเิ คราะห์ขอ้ มลู และแนวคดิ ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั วิศวกรรม
ปญั หา แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 7
ว 4.1 ม.1/3 ออกแบบวิธกี ารแกป้ ญั หา เรือ่ ง กรณศี กึ ษาตามกระบวนการ
โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตดั สินใจ ออกแบบเชงิ วศิ วกรรม
เลือกข้อมูลที่จาเปน็ นาเสนอแนวทาง
การแกป้ ญั หาใหผ้ อู้ น่ื เขา้ ใจ วางแผนและ
ดาเนินการแก้ปญั หา
ว 4.1 ม.1/4 ทดสอบ ประเมนิ ผล และ
ระบขุ อ้ บกพรอ่ งท่ีเกดิ ขึน้ พรอ้ มท้งั หา
แนวทางการปรับปรงุ แกไ้ ข และนาเสนอ
ผลการแก้ปญั หา
ว 4.1 ม.1/5 ใชค้ วามร้แู ละทกั ษะ
ห น้ า | 5
ช่ือหนว่ ย ตัวช้วี ัด/ผลการเรยี นรู้ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่/ี เร่อื ง
เกยี่ วกับวัสดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมือ กลไก
ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์เพอ่ื แก้ปัญหาได้
อย่างถูกต้อง เหมาะสมและปลอดภยั
สรปุ ทบทวนภาพรวม(สอบปลายภาค)
ห น้ า | 6
การออกแบบการวัดและประเมนิ ผลปลายปี/ปลายภาคให้เหมาะกบั ธรรมชาติวชิ า
และสอดคลอ้ งกบั ทกี่ าหนดไวใ้ นโครงสรา้ งรายวิชา
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
การกาหนดโครงสรา้ งรายวิชาและวางแผนการประเมินและการกาหนดสัดสว่ นของคะแนน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ สาระการเรยี นรพู้ น้ื ฐาน
รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว21104 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
จานวนเวลา 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ จานวน 0.5 หน่วยกติ
20 ช่วั โมง/ภาคเรียน สัดส่วนคะแนน ระหวา่ งภาค : ปลายภาค 80 : 20
ท่ี ชือ่ หนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เวลา คะแนน หลักฐานการเรยี นรู้
เรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด (ชัว่ โมง) (ภาระงาน/ชิ้นงาน
รวบยอด)
1 เทคโนโลยีรอบตวั ว 4.1 ม.1/1 6 20
2 วัสดแุ ละอปุ กรณน์ ่ารู้ ว 4.1 ม.1/5 4 20
กลางภาค 1 10
3 การแก้ปัญหาตามกระบวน ว 4.1 ม.1/2 8 30
การออกแบบเชิงวิศวกรรม ว 4.1 ม.1/3
ว 4.1 ม.1/4
ว 4.1 ม.1/5
รวมระหว่างภาคเรยี น 19 80
ปลายภาค 20
รวม 40 100
ห น้ า | 7
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เวลา 6 ช่วั โมง
ช่อื หน่วยการเรียนรู้ เทคโนโลยีรอบตัว
1. สาระ/ มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพือ่ การดารงชีวติ ในสงั คมทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลงอย่าง
รวดเรว็ ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ นื่ ๆ เพ่ือแก้ปญั หาหรอื พัฒนางาน
อยา่ งมีความคิดสร้างสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดย
คานงึ ถึงผลกระทบต่อชวี ิต สังคม และส่งิ แวดล้อม
2. ตวั ช้ีวัด/ผลการเรียนรู้
อธบิ ายแนวคดิ หลักของเทคโนโลยใี นชีวิตประจาวันและวเิ คราะหส์ าเหตุหรือปจั จยั ท่ีสง่ ผลต่อการ
เปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี
3. สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
เทคโนโลยี เป็นส่งิ ทมี่ นษุ ยส์ รา้ งขึ้นทัง้ ในอดตี ปัจจุบัน และอนาคต ซ่ึงอาจเปน็ ได้ทง้ั ชิน้ งานหรอื วิธีการเพ่ือ
ใชแ้ กป้ ญั หาสนองความต้องการ หรือเพิ่มความสามารถในการทางานของมนษุ ย์ เทคโนโลยจี งึ เกดิ ข้ึนตั้งแต่สมัย
อดตี พร้อมกบั การดารงชีวิตอยู่ของมนุษย์ เทคโนโลยียงั รวมถึงเครอื่ งมอื อปุ กรณ์ หรอื วิธกี ารทน่ี ามาใช้ในการ
สรา้ งช้นิ งานเพอ่ื ใหไ้ ด้ผลผลติ ท่ีตอ้ งการ
4. สาระการเรียนรู้
4.1 ความหมายและประโยชน์ของเทคโนโลยี
4.2 การเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยี
4.3 ระบบทางเทคโนโลยี
4.4 ประยกุ ต์ใช้แนวคดิ ระบบทางเทคโนโลยีเพือ่ การดูแลรักษาเทคโนโลยีไดอ้ ย่างเหมาะสม
5. สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการคดิ
5.2 ความสามารถในการส่อื สาร
5.3 ความสามารถในการทางานรว่ มกับผู้อ่ืน
ห น้ า | 8
6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
6.1 ม่งุ มัน่ ในการทางาน
6.2 มวี ินยั
6.3 ใฝเ่ รยี นรู้
7. กจิ กรรมการเรียนรู้
ชว่ั โมงที่ 1-2 (แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 เร่อื ง เทคโนโลยีรอบตัว จานวน 2 ชวั่ โมง)
1. ผู้เรยี นอ่านคาถามชวนคิดในหนังสือเรียนวา่ ในกิจวัตรประจาวันของเราเก่ียวข้องกับสง่ิ ของเคร่ืองใช้
ใดบ้าง
แนวคาตอบ แปรงสฟี นั ยาสฟี ัน เสือ้ ผ้า รองเท้า ช้อนส้อม รถ โทรศัพท์ ปากกา หนงั สอื ฯลฯ
2. ผู้เรียนสงั เกตและศึกษารูป 1.1 สง่ิ ของเครอื่ งใช้ท่ีเก่ยี วข้องในกจิ วตั รประจาวนั ในหนังสอื เรยี น แล้ว
ร่วมกันอภิปรายว่าในกจิ วัตรประจาวันของผูเ้ รยี นเก่ยี วข้องกบั สิง่ ของเคร่ืองใชอ้ ะไรบ้าง
แนวคาตอบ ขึน้ อยู่กับกจิ วัตรของผเู้ รียนแตล่ ะคน เช่น ตนื่ นอนตอนเช้าด้วยเสียงปลุกจากโทรศัพท์
อาบนา้ ด้วยสบู่ แปรงฟันด้วยยาสีฟนั แตง่ ตัวโดยใสช่ ุดนักเรียน รบั ประทานอาหารดว้ ยอุปกรณ์จานชามและช้อน
เดินทางไปโรงเรยี นดว้ ยรถประจาทาง เขียนหนังสอื ดว้ ยปากกา ออกกาลงั กายตอนเย็นโดยใชล้ กู ฟุตบอล เลน่ เกม
จากเครื่องคอมพิวเตอร์
3. ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกนั สรุปว่า ชีวติ ประจาวันของเราเก่ียวขอ้ งกับส่งิ ของเครื่องใชท้ ม่ี นษุ ยส์ ร้างขน้ึ
เพ่อื แกป้ ัญหาหรือสนองความตอ้ งการของเราทัง้ สน้ิ เราเรยี กส่งิ ของเครื่องใชท้ ่มี นษุ ย์สร้างขนึ้ นี้วา่ เทคโนโลยี
4. ผเู้ รียนทากจิ กรรมเสนอแนะที่ 1 เร่อื ง ถงุ ปริศนา โดยแบ่งกลุ่มผู้เรยี นตามความเหมาะสม ผู้สอนนาถุง
ใส่สงิ่ ของที่มนษุ ย์สร้างข้ึน เชน่ กรรไกร กระดาษ ปากกา ยางลบ ดนิ สอ แปรงสฟี นั ยางรดั ฟองน้า ตะเกยี บ และ
สิง่ ที่เกิดขนึ้ เองตามธรรมชาติ เช่น เมลด็ ล้นิ จี่ กอ้ นหิน ใบไม้ มะนาว โดยใน 1 ถุงมสี ง่ิ ของ 1 ชิน้ ให้ผู้เรยี นสมุ่ เลือก
ถุงปริศนา แลว้ วิเคราะห์ส่ิงของในถุงว่าเป็นเทคโนโลยหี รือไม่ และใชแ้ กป้ ญั หาในเร่ืองใด
5. ผเู้ รียนและผสู้ อนร่วมกันสรุปความหมายของเทคโนโลยี
แนวคาตอบ เทคโนโลยี หมายถึงส่ิงทีม่ นษุ ยส์ ร้างหรือพฒั นาข้นึ ซงึ่ อาจเปน็ ได้ทั้งชิ้นงานหรอื วธิ กี ารเพอ่ื
ใช้แกป้ ญั หาสนองความต้องการ หรอื เพิ่มความสามารถในการทางานของมนษุ ย์
6. ผูเ้ รยี นและผู้สอนอภิปรายเพมิ่ เติมเก่ยี วกับเทคโนโลยที เี่ กยี่ วขอ้ งในชวี ิตประจาวัน เชน่ เทคโนโลยีด้าน
การสอ่ื สารตวั อยา่ งทีเ่ หน็ ได้ชดั เจนคือ โทรศพั ทเ์ คลื่อนทห่ี รือสมารต์ โฟน ช่วยให้เราติดต่อสอื่ สารกนั ได้ทุกท่ที กุ เวลา
ทัง้ ภายในและนอกประเทศ โดยผ่านสัญญาณอนิ เทอรเ์ น็ตและแอปพลิเคชันบนหนา้ จอ พกพาสะดวก อกี ตวั อยา่ ง
หนงึ่ คอื การฝากถอนเงินผา่ นเครอ่ื ง ATM (Automatic Teller Machine) ผ้เู รียนและผสู้ อนร่วมกันอภปิ ราย
ลักษณะการใชง้ านของบัตร ATM ทส่ี ามารถใช้ฝาก ถอน โอนชาระค่าสาธารณูปโภคไดโ้ ดยอัตโนมัติ ทาใหม้ ีความ
สะดวกรวดเรว็ ในการทาธุรกรรมทางการเงินโดยไม่ตอ้ งเสยี เวลาเดินทางไปทส่ี ถาบันการเงิน
7. ผเู้ รยี นศกึ ษาเก่ียวกับแนวคิดของเทคโนโลยตี อ่ ไปอีกว่า เทคโนโลยีเกิดขึน้ พร้อมกบั มนุษย์ตง้ั แตย่ ุค
โบราณเพ่ือการดารงชวี ติ และความอยู่รอด โดยผ้สู อนยกตัวอยา่ งเทคโนโลยใี นสมัยก่อนจนถงึ ปัจจบุ ันและอภปิ ราย
รว่ มกับผู้เรยี น
ห น้ า | 9
8. ผู้สอนเกร่นิ นาวา่ นอกจากเทคโนโลยีที่เป็นชิน้ งานแลว้ วิธีการทมี่ นษุ ย์สร้าง คิดคน้ หรือพฒั นาขึ้นเพอ่ื
แกป้ ัญหาสนองความตอ้ งการ จัดว่าเป็นเทคโนโลยีดว้ ย และนอกจากน้ันเครอื่ งมอื หรืออปุ กรณท์ นี่ ามาสร้างช้ินงาน
ก็จดั วา่ เป็นเทคโนโลยดี ว้ ยเช่นกนั จากน้นั ผเู้ รียนศึกษาตวั อย่างของเทคโนโลยีทีเ่ ปน็ วิธกี ารและเทคโนโลยที เี่ ป็น
เครอื่ งมอื หรอื อุปกรณ์ท่ีนามาสรา้ งชิน้ งานในหนังสอื เรยี น
9. แบ่งผเู้ รียนเป็น 3 กลุ่ม เพอื่ ทากจิ กรรมเสนอแนะท่ี 2 เรือ่ งเทคโนโลยที ี่เปน็ วิธกี ารและเครือ่ งมือหรอื
อุปกรณโ์ ดยผู้เรียนศกึ ษาในหนังสอื เรยี น
10. ผู้เรยี นและผ้สู อนร่วมกันอภิปรายในคาถามชวนคิดในหนงั สอื เรยี นที่วา่ เทคโนโลยีแตล่ ะอยา่ งเกดิ จาก
ปญั หาและความตอ้ งการท่แี ตกต่างกนั ลองพจิ ารณาเทคโนโลยตี อ่ ไปนี้ว่าเกดิ จากปัญหาหรอื ความต้องการใดบา้ ง
โดยผเู้ รียนสังเกตและศกึ ษาเทคโนโลยีที่ประกอบไปดว้ ย ช้อนสอ้ ม ยา ร่ม จกั รยาน แลว้ นามาวเิ คราะหร์ ว่ มกันถงึ
ปัญหาและความตอ้ งการทท่ี าให้มนษุ ย์สร้างเทคโนโลยีเหล่าน้ี
11. ผเู้ รียนและผสู้ อนรว่ มกนั สรุปประโยชนข์ องเทคโนโลยี
12. ผเู้ รยี นทากจิ กรรมที่ 1.1 เรื่อง เป็นเทคโนโลยีหรือไม่ โดยวเิ คราะหร์ ูปในตารางพรอ้ มใหเ้ หตุผล
ประกอบ และเขยี นอธิบายวา่ มีประโยชน์อย่างไร
13. ผู้เรียนศกึ ษาหวั ข้อ 1.3 ตวั อยา่ งเทคโนโลยีในงานอาชพี จากน้ันรว่ มอภิปรายกับผูเ้ รียนเกี่ยวกบั การ
นาเทคโนโลยีมาใชแ้ ก้ปญั หาในอาชีพตา่ ง ๆ เร่มิ จากอาชพี ท่นี าเทคโนโลยที ่ไี มซ่ ับซอ้ นจนถงึ อาชพี ที่นาเทคโนโลยที ่ี
ซบั ซ้อนมาแกป้ ญั หา
14. แบง่ ผูเ้ รยี นเปน็ 3 กลุ่มเพอื่ ทากจิ กรรมเสนอแนะที่ 3 เร่ือง เทคโนโลยีในงานอาชพี ดา้ นการเกษตร
และอาหาร ผู้สอนสนทนากับผู้เรียนวา่ กลุม่ อาชีพดา้ นการเกษตรและอาหารมคี วามใกล้ชิดกบั คนไทยมาต้งั แตอ่ ดตี
จนถึงปัจจบุ ัน เราจึงจะเรียนรู้ตัวอยา่ งของเทคโนโลยที ี่ใชใ้ นงานอาชีพด้านการเกษตรและอาหาร โดยใหผ้ ู้เรยี น
ศกึ ษาตัวอยา่ งในหนังสือเรยี น
15. ผู้สอนสนทนากบั ผู้เรียนวา่ เทคโนโลยีเกย่ี วข้องกับชวี ติ ประจาวันและในงานอาชพี ของมนุษย์ ทงั้ ใน
ฐานะที่เปน็ ผู้คิดคน้ หรอื สรา้ งเทคโนโลยีขนึ้ มา เชน่ ไมส่ ามารถเกบ็ ผลไม้ที่อยู่สูง จึงสร้างอุปกรณเ์ กบ็ ผลไม้ขนึ้ มา
หรือในฐานะที่เปน็ ผ้ใู ช้เทคโนโลยี เช่น ต้องการรดนา้ สนามหญา้ ขนาดใหญจ่ งึ เลอื กใชส้ ปริงเกอร์ ขณะเดยี วกนั การ
เลือกใช้เทคโนโลยีใด ๆ ผูใ้ ชจ้ ะต้องศกึ ษาผลดีและผลเสียของเทคโนโลยีนนั้ ๆ และพจิ ารณาวา่ ผลเสียทเ่ี กิดขน้ึ
สามารถควบคุมหรือป้องกนั ได้ หากผลดขี องเทคโนโลยนี ั้นคุ้มคา่ และมผี ลดมี ากกวา่ ผลเสียจงึ ตัดสนิ ใจนามาใช้
ประโยชน์
16. แบ่งกลุ่มผ้เู รยี นกลุ่มละ 5-6 คน เพ่ือทากิจกรรมทา้ ทายความคิด เรอ่ื ง ชว่ ยโปลิศ คิดแก้ปัญหา โดย
ผเู้ รียนแตล่ ะกลุม่ หาวิธกี ารและเขียนอธบิ ายหรอื วาดภาพแปลงปลกู ผกั ที่ผเู้ รียนคดิ วา่ จะสร้างจากสถานการณ์ที่
กาหนด และระบุขอ้ ดขี องแปลงปลูกผกั ของผู้เรยี นในกระดาษปรฟู๊ และนาเสนอ
17. ผูเ้ รยี นทากิจกรรมทา้ ยบท เรื่อง แปลงผกั ลอยฟา้ ของโปลิศ โดยใหร้ ะบวุ า่ ในแปลงปลูกผักของผู้เรยี น
สง่ิ ใดเปน็ เทคโนโลยี และส่ิงใดไมเ่ ป็นเทคโนโลยี อย่างละ 3 ตวั อย่าง พร้อมให้เหตุผล และสิ่งนนั้ มปี ระโยชน์อยา่ งไร
ช่ัวโมงที่ 3-4 (แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 2 เรื่อง การเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยี จานวน 2 ชั่วโมง)
18. ผเู้ รียนและผู้สอนร่วมกนั อภปิ รายเพือ่ ทบทวนความรู้ เรื่อง ความหมายและประโยชน์ของเทคโนโลยี
โดยผ้เู รียนยกตัวอย่างเทคโนโลยีท่ีอยรู่ อบตัว
ห น้ า | 10
19. ผสู้ อนกระตุน้ ผูเ้ รยี นในคาถามท่ีวา่ ใครเคยซักผ้าบ้าง ผู้สอนกล่าวช่นื ชมผูเ้ รยี นที่เคยซกั ผ้า แล้วถาม
ต่อวา่ ผ้เู รียนคิดว่าจดุ ประสงค์ของการซักผา้ คืออะไร และเราซักผ้าอย่างไร ใชอ้ ุปกรณ์หรือเครอ่ื งมืออะไรใน
การซกั ผา้ บา้ ง ผ้เู รียนทากิจกรรม ดังน้ี
- ศกึ ษาหนงั สอื เรียน หัวข้อ 2.1 เร่อื ง การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แลว้ ตอบคาถามใน
ใบกิจกรรมเสนอแนะที่ 1 เร่ือง การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการซกั ผ้า ซึ่งใหผ้ ู้เรียนระบุสาเหตทุ ่ีทาใหเ้ กิด
เทคโนโลยกี ารซกั ผ้า และวิเคราะห์สาเหตหุ รือปจั จยั ทท่ี าให้เกดิ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยกี ารซกั ผ้า
- นาเสนอใบกิจกรรมเสนอแนะท่ี 1 เร่ือง การเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยซี ักผา้ โดยผู้สอนเลือก
ผู้เรียนที่จะมานาเสนอ
- ร่วมกนั อภิปรายและสรุปสาเหตุการเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยีการซักผ้า
20. ผเู้ รียนและผูส้ อนรว่ มกนั อภปิ รายในประเดน็ คาถามชวนคิดในหนงั สอื เรยี นต่อไปน้ี
- ผู้เรยี นคดิ ว่า ถ้าในปัจจบุ นั เราไม่มีเครอื่ งซกั ผา้ แต่เรายงั คงใช้กระดานซกั ผา้ กนั อยู่ การดาเนิน
ชวี ติ ของเราจะเปน็ อย่างไร
- ผู้เรยี นคดิ ว่า เครือ่ งซักผ้าฝาบนและฝาหนา้ ทางานแตกตา่ งกันอย่างไร
21. ผู้เรียนทากิจกรรมเสนอแนะท่ี 2 เร่อื ง เครื่องซักผ้าในอนาคต โดยใหผ้ ู้เรียนออกแบบเคร่ืองซกั ผา้ ใน
อนาคต ตามความคิดของผ้เู รียน สามารถนาเสนอเป็นรูปวาด หรือการอธบิ าย เพื่อเสริมสรา้ งทกั ษะความคิด
สรา้ งสรรค์ของผเู้ รยี น แตไ่ ม่นามาประเมนิ ดา้ นทักษะความคดิ สร้างสรรค์
22. ผูเ้ รียนและผู้สอนรว่ มกนั อภปิ รายในหวั ข้อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการเพาะเห็ดและ
เกร็ดความรูเ้ รอ่ื งฟารม์ อัจฉรยิ ะ (smart farm) ในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
- สาเหตุทีท่ าใหเ้ กดิ เทคโนโลยีการเพาะเหด็
- ลกั ษณะของเทคโนโลยี จุดเด่น จดุ ดอ้ ยของแตล่ ะวธิ กี าร
- สาเหตุหรือปัจจยั ทที่ าให้เทคโนโลยีการเพาะเหด็ เกดิ การเปลย่ี นแปลง
23. ผู้เรยี นและผสู้ อนรว่ มกนั อภิปรายคาถามชวนคิด ในหนังสอื เรยี นทีว่ า่ มสี ่ิงของเครือ่ งใช้รอบตัว
อะไรบา้ ง ที่เปลีย่ นแปลงไปจากอดตี อย่างเหน็ ไดช้ ดั และทาไมจงึ มีการเปลยี่ นแปลง
24. แบง่ ผู้เรียนเป็นกลมุ่ กลุม่ ละ 4 คน แต่ละกลุม่ ศึกษาหนงั สอื เรยี นหัวขอ้ 2.2 การวิเคราะห์
การเปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยแี ละจับสลากศกึ ษาตัวอย่างการเปลยี่ นแปลงเทคโนโลยกี ลุ่มละ 1 เร่ือง ดงั นี้
- เรื่องที่ 1 ศกึ ษาเร่ือง การเปลีย่ นแปลงของเทคโนโลยเี ตา
- เรอ่ื งที่ 2 ศกึ ษาเรอ่ื ง การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีเครอ่ื งมอื เตรียมดนิ เพือ่ ทานา
- เรอื่ งท่ี 3 ศึกษาเรอื่ ง การเปลย่ี นแปลงของเทคโนโลยกี ารถนอมอาหารประเภทนมโดยใช้ความรอ้ น
- เรอ่ื งท่ี 4 ศกึ ษาเรอื่ ง การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีการขยายพนั ธก์ุ ล้วย
จากน้ัน ผูเ้ รยี นแต่ละกลุม่ วิเคราะหแ์ ละสรปุ สาเหตหุ รอื ปัจจัยทที่ าใหเ้ กดิ การเปล่ยี นแปลงและผลการ
เปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีท่กี ลุ่มไดร้ ับมอบหมาย ลงในใบกิจกรรมที่ 2.1 เร่อื ง การวเิ คราะหส์ าเหตุและผลการ
เปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี หรอื ในกระดาษปรฟู๊ เสร็จแลว้ แต่ละกลมุ่ นาผลงานไปตดิ ข้างฝา โดยติดที่จดุ ท่ีเปน็
เรอ่ื งเดยี วกนั และนาเสนอโดยเปดิ โอกาสให้ผู้เรียนกล่มุ อน่ื ได้รว่ มซกั ถาม
ห น้ า | 11
25. ผเู้ รยี นและผู้สอนร่วมกนั สรปุ วา่ เทคโนโลยีมีการเปลีย่ นแปลงอยตู่ ลอดเวลา ซงึ่ สาเหตหุ รือปัจจัยที่
ส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีเกิดจาก ปัญหา ความตอ้ งการ ความก้าวหนา้ ของศาสตรต์ ่าง ๆ เศรษฐกจิ
สังคม
26. ผเู้ รยี นร่วมกันอภิปรายว่าในการสรา้ งหรอื เลือกใชเ้ ทคโนโลยี เราควรคานงึ ถงึ สงิ่ ใดบ้าง
27. ผ้เู รยี นทากจิ กรรมท้าทายความคดิ เรอ่ื ง อะไรหนอคอื การเกษตรแนวด่งิ โดยให้ผู้เรียนแต่ละกล่มุ
สบื คน้ และศึกษาข้อมลู ในเว็บไซตท์ ่เี กี่ยวข้องกับการทาเกษตรแนวด่งิ แล้วตอบคาถามในกิจกรรม
28. แบง่ กลุ่มผเู้ รียนเป็นกลุ่มละ 4 คน ทากิจกรรมท้ายบท เร่ือง การวิเคราะหส์ าเหตหุ รือปัจจัยท่ีสง่ ผล
ตอ่ การเปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยี โดยแต่ละกลุม่ ยกตัวอย่างผลิตภัณฑ์ 1 ประเภท หรือวธิ ีการ 1 เร่ือง ท่ีสนใจ
จากน้นั สืบคน้ การเปลีย่ นแปลง และวิเคราะห์สาเหตุหรอื ปัจจยั ที่ทาใหเ้ กดิ การเปลี่ยนแปลงของผลิตภณั ฑห์ รอื
วธิ กี ารตั้งแต่อดตี จนถึงปจั จุบันในประเด็นตอ่ ไปีนี
- เทคโนโลยี (ผลิตภณั ฑห์ รอื วธิ กี าร) ท่ีเปลยี่ นแปลงตามลาดบั
- ลกั ษณะหรอื การทางาน จดุ เด่น จดุ ดอ้ ย ของเทคโนโลยี
- สาเหตุหรอื ปจั จยั ท่ที าให้เทคโนโลยีเกิดการเปลย่ี นแปลง
โดยนาเสนอดว้ ยวิธีตา่ ง ๆ เชน่ แผนภาพ พรอ้ มระบุแหลง่ ทม่ี าของขอ้ มูล
ชว่ั โมงที่ 5-6 (แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 3 เรอ่ื ง ระบบทางเทคโนโลยี จานวน 2 ชัว่ โมง)
29. ผเู้ รยี นและผ้สู อนร่วมกนั อภิปรายในประเด็นคาถามชวนคดิ ในหนงั สือเรยี นท่ีวา่ ในชวี ิตประจาวัน
ผเู้ รยี นรู้จกั ระบบอะไรบ้าง และระบบนน้ั มีการทางานอย่างไร
30. ผเู้ รยี นศกึ ษาหัวข้อ 3.1 ระบบ ในหนงั สือเรียน ซง่ึ จะกล่าวถงึ ระบบทเี่ กิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ และ
ระบบทม่ี นษุ ย์สร้างขึ้นเพอื่ อานวยความสะดวกหรือเพิม่ ประสิทธภิ าพการทางานของมนุษย์
31. ผู้สอนและผูเ้ รยี นอภิปรายรว่ มกันและสรปุ ว่าระบบท่พี บในธรรมชาติ คือ ระบบที่ธรรมชาติสรา้ งขน้ึ
หรือเป็นไปตามธรรมชาติ และระบบทม่ี นษุ ย์สรา้ งขนึ้ คือ ระบบทมี่ นุษยส์ ร้างขนึ้ เพื่ออานวยความสะดวกหรอื เพม่ิ
ประสทิ ธิภาพการทางานของมนุษย์
32. แบ่งกลมุ่ ผู้เรยี นเป็นกลุม่ ละ 4 คน โดยคละความรู้ความสามารถรว่ มกัน ให้แตล่ ะคนคิดวเิ คราะห์
ระบบที่ผู้เรียนเคยรูจ้ ักในชีวิตประจาวัน ทั้งระบบที่เกดิ ขึน้ เองตามธรรมชาติ และระบบท่ีมนุษย์สร้างข้ึน นามา
อภปิ รายในกลุ่ม แลว้ เขียนสรปุ เปน็ ความรู้ของกลุ่มลงในใบกจิ กรรมที่ 3.1 เรื่อง ระบบทีเ่ กิดขึน้ เองตามธรรมชาติ
และระบบทีม่ นุษยส์ ร้างข้ึน
33. ผเู้ รยี นและผสู้ อนรว่ มกันอภิปรายคาถามชวนคิดในหนังสอื เรียนที่ว่า ระบบทางเทคโนโลยเี ปน็ ระบบที่
พบในธรรมชาตหิ รอื ระบบทม่ี นุษยส์ ร้างข้ึน โดยกระตุ้นใหผ้ ู้เรียนแต่ละคนไดแ้ สดงความคิดท่ีหลากหลาย
34. ผเู้ รียนทุกคนศึกษาเนอ้ื หาในหวั ข้อ 3.2 ระบบทางเทคโนโลยี ในหนังสอื เรยี น จากนน้ั รว่ มกนั
อภปิ รายเชอื่ มโยงกับเนื้อหาทีไ่ ด้ศึกษาจากหนังสือเรยี น โดยผู้สอนนาเสนอรูปตัวอยา่ งท่แี สดงองค์ประกอบของ
ระบบทางเทคโนโลยี เชน่ จกั รยาน เตา แก๊ส ระบบบาบัดนา้ เสยี โดยทัว่ ไป ในหนงั สือเรียนและเขยี นสรุปเป็น
แผนผังระบบทางเทคโนโลยีลงบนกระดาน
35. ผสู้ อนต้งั ประเดน็ คาถามเก่ียวกบั ระบบทางเทคโนโลยที ีม่ นุษย์สรา้ งขน้ึ เช่น ระบบทางเทคโนโลยี คอื
อะไรและประกอบด้วยอะไรบ้าง จากน้นั ให้ผูเ้ รียนรว่ มกันยกตวั อย่างช้นิ งานทส่ี นใจ พรอ้ มระบุองคป์ ระกอบของ
ห น้ า | 12
ระบบทางเทคโนโลยี โดยผู้สอนกระตุ้นให้ผู้เรยี นฝึกการสังเกตและแยกแยะองค์ประกอบในสว่ นต่าง ๆ อยา่ งเปน็
ขั้นตอน
36. ผเู้ รยี นทากิจกรรมทา้ ทายความคิด เร่อื ง เอ๊ะ! แปลงผักของโปลิศเป็นระบบหรือไม่ โดยแบง่ กลุม่
ผู้เรยี นกลุ่มเดมิ ตามกจิ กรรมทา้ ทายความคิดในบทท่ี 1 และ 2 ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ พิจารณาแปลงผักท่ีได้ช่วยกนั ออกแบบ
ในกจิ กรรมท้าทายความคดิ บทท่ี 2 และตอบคาถามในกจิ กรรม
37. แบ่งกลมุ่ ผเู้ รียนเปน็ กลุม่ ละ 4 คน ศกึ ษาหัวข้อ 3.3 การวเิ คราะหร์ ะบบทางเทคโนโลยี ในหนังสือ
เรียนตามทไ่ี ด้รับมอบหมาย ให้แต่ละกล่มุ สุ่มหัวข้อ 3 เรอ่ื ง ดังน้ี
- เร่อื งท่ี 1 การวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยขี องกระติกน้าร้อนไฟฟ้า
- เรื่องที่ 2 การวิเคราะห์ระบบทางเทคโนโลยขี องตู้อบพลังงานแสงอาทิตย์
- เรอ่ื งท่ี 3 การวิเคราะหร์ ะบบทางเทคโนโลยขี องการรดนา้ อตั โนมตั ิแบบวดั ความชน้ื ของดนิ
แล้วร่วมกนั อภปิ รายและทาใบกิจกรรมท่ี 3.2 เร่อื ง การวเิ คราะหร์ ะบบทางเทคโนโลยี โดยเขยี น
อธบิ ายองค์ประกอบและการทางานของระบบทางเทคโนโลยใี นรูปแบบของไดอะแกรมและประยกุ ตใ์ ชร้ ะบบทาง
เทคโนโลยีในการแกไ้ ขปัญหาหรือขอ้ บกพรอ่ งที่อาจเกิดขึ้นและแนวทางการดูแลรักษาเทคโนโลยีลงในกระดาษปรูฟ๊
เพอื่ อธบิ ายและสอ่ื สารให้ผู้อนื่ เข้าใจได้ตรงกัน
38. ตวั แทนกลมุ่ ไปร่วมตรวจสอบความรกู้ บั กลมุ่ ท่ไี ดร้ บั เร่อื งเดยี วกนั และเลอื กผลงานที่ดที ี่สุดไปนาเสนอ
39. ผู้เรยี นและผ้สู อนร่วมกันสรปุ สาระสาคัญของระบบทางเทคโนโลยี โดยเน้นประเดน็ ระบบทาง
เทคโนโลยี มีองค์ประกอบ คอื ตวั ป้อน (input) กระบวนการ (process) ผลผลติ (output) และบางระบบมีขอ้ มลู
ยอ้ นกลบั (feedback) ทท่ี างานสัมพนั ธก์ นั เพอ่ื ใหเ้ ทคโนโลยีนัน้ ทางานสาเรจ็ ตามวัตถุประสงค์ ถ้าส่วนใดส่วนหนึง่
ขาดหายไปหรือชารดุ เสียหาย จะส่งผลให้ระบบไม่สามารถทางานบรรลุตามวัตถปุ ระสงค์ได้ การทาความเขา้ ใจใน
ระบบเทคโนโลยีช่วยใหเ้ ราสามารถแก้ไขข้อบกพร่อง รวมท้ังดูแลรกั ษาเทคโนโลยีให้ทางานไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
และมอี ายุการใช้งานยาวนาน
40. ผสู้ อนยกตัวอยา่ งพัดลม และร่วมกนั อภปิ รายกับผเู้ รียนวา่ มอี งคป์ ระกอบของระบบทางเทคโนโลยี
อะไรบา้ ง และยกตัวอย่างสถานการณข์ องปญั หาท่พี ัดลมไมส่ ามารถทางานบรรลวุ ัตถุประสงค์ และให้ผ้เู รยี นร่วมกนั
ประยกุ ต์ใช้แนวคิดระบบทางเทคโนโลยี โดยพิจารณาสาเหตุของปญั หาว่าเกิดจากองค์ประกอบใดของระบบทาง
เทคโนโลยี และมแี นวทางแกไ้ ขอย่างไร รวมทง้ั เสนอแนะแนวทางในการดูแลรกั ษาพดั ลม ให้ใช้งานได้นานและเกดิ
ประสทิ ธิภาพสงู สุด
41. ผู้เรยี นทุกคนทากจิ กรรมท้ายบท ตอนท่ี 1 เรอ่ื ง ระบบทางเทคโนโลยีในชวี ิตประจาวนั โดยพจิ ารณา
แยกแยะองคป์ ระกอบระบบทางเทคโนโลยขี องเครือ่ งปน่ั น้าผลไม้และอธิบายความสมั พนั ธ์การทางานร่วมกันของ
องคป์ ระกอบในระบบทางเทคโนโลยี และกจิ กรรมท้ายบท ตอนที่ 2 เรอื่ ง การประยุกตใ์ ช้แนวคดิ ระบบทาง
เทคโนโลยเี พ่ือการดูแลรกั ษา โดยผเู้ รียนวิเคราะห์วา่ หากผลผลิตของระบบทางเทคโนโลยีเครอ่ื งป่ันนา้ ผลไม้ไม่
เป็นไปตามวัตถุประสงคท์ ี่ตอ้ งการ นา่ จะเกิดจากสาเหตุใดและมีแนวทางแกไ้ ขอย่างไร รวมทงั้ เสนอแนะแนว
ทางการดแู ลรกั ษาเครือ่ งปัน่ น้าผลไม้ ใหใ้ ชง้ านไดน้ านและเกดิ ประสิทธภิ าพทส่ี ุด
ห น้ า | 13
8. การวัดและประเมินผล
กิจกรรม วิธีการ เครอื่ งมือ เกณฑก์ ารประเมนิ
ประเมนิ
ใบกิจกรรม ทาใบกิจกรรมและ
ด้านความรู้ ตรวจใบกจิ กรรม แบบทดสอบ แบบทดสอบกอ่ นเรยี น
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ข้ึนไป
แบบทดสอบ มีทกั ษะกระบวนการ
ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้
ด้านทักษะ/ ประเมินทักษะ แบบประเมนิ ทกั ษะ ขน้ึ ไป
กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ มีคะแนนคุณลักษณะ
คุณภาพระดับพอใช้ข้ึนไป
ด้านคณุ ลักษณะ สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมิน
ทางการเรยี นและ ด้านพฤตกิ รรม
การเขา้ รว่ มกจิ กรรม
ในช้นั เรยี น
9. ชิน้ งาน/ภาระงาน
9.1 ใบกจิ กรรม
9.2 แบบทดสอบ
10. สอ่ื และแหล่งข้อมลู
หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1
สถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ห น้ า | 14
หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 2 เวลา 4 ช่ัวโมง
ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ วัสดแุ ละอุปกรณ์น่ารู้
1. สาระ/ มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคดิ หลักของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชีวิตในสงั คมท่มี กี ารเปลยี่ นแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใชค้ วามร้แู ละทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรอื พฒั นางาน
อย่างมคี วามคดิ สร้างสรรคด์ ว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างเหมาะสมโดย
คานึงถึงผลกระทบต่อชีวติ สังคม และสง่ิ แวดล้อม
2. ตวั ช้วี ัด/ผลการเรียนรู้
ใช้ความรแู้ ละทกั ษะเกีย่ วกบั วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์เพื่อแกป้ ญั หาได้
อยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสมและปลอดภยั
3. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การเลอื กใช้วัสดุให้เหมาะสมกับงานจะตอ้ งใชค้ วามร้เู รอ่ื งสมบัติของวสั ดุ และในการลงมือสรา้ งชิ้นงานตอ้ ง
เลอื กใช้อุปกรณ์หรอื เครื่องมืออย่างเหมาะสมกับประเภทของวสั ดุ ใช้อยา่ งถกู ต้อง และคานงึ ถงึ ความปลอดภัย
ในการใช้งาน
4. สาระการเรียนรู้
4.1 วัสดแุ ตล่ ะประเภท
4.2 เครอื่ งมือชา่ งในการสร้างผลงาน
4.3 กลไก ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนกิ ส์
5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
5.1 ความสามารถในการคิด
5.2 ความสามารถในการส่ือสาร
5.3 ความสามารถในการทางานรว่ มกบั ผอู้ น่ื
6. คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
6.1 มงุ่ มน่ั ในการทางาน
6.2 มีวินัย
6.3 ใฝเ่ รียนรู้
ห น้ า | 15
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ช่วั โมงที่ 1-2 (แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 4 เร่อื ง วัสดุและเครอ่ื งมอื ชา่ งพืน้ ฐาน จานวน 2 ชัว่ โมง)
1. ผูเ้ รียนสังเกตและสารวจสิ่งของทอ่ี ยูใ่ นหอ้ งเรยี น เช่น ดนิ สอ ยางลบ ไมบ้ รรทัด แกว้ น้า สมดุ โต๊ะ เก้าอี้
และอภปิ รายรว่ มกันวา่ สง่ิ เหลา่ นี้ทาจากวสั ดุอะไร
2. ผเู้ รยี นและผ้สู อนร่วมกนั สรปุ ประเภทของวัสดุทรี่ ู้จกั
3. แบ่งกลมุ่ ผเู้ รยี นเป็นกลมุ่ ละ 8 คน จากนน้ั แบ่งกลุ่มย่อยในแต่ละกลุ่มเปน็ กลมุ่ ละ 2 คน ใหแ้ ต่ละกลมุ่
ย่อยศกึ ษาหัวข้อ 4.1วัสดุในชีวิตประจาวนั โดยศึกษาสมบัติของวัสดุกลุ่มย่อยละประเภท จากน้ันร่วมกนั อภิปราย
และสรุปสมบัตขิ องวัสดแุ ต่ละประเภทในกลุ่มใหญ่ และยกตัวอยา่ งสง่ิ ของเครื่องใชท้ ีพ่ บได้ในชีวติ ประจาวนั ท่ที า
จากวสั ดุแตล่ ะประเภทเพิม่ เตมิ
4. ผ้เู รยี นแต่ละกลุ่มจับสลากเลอื กประเภทวัสดุ ไดแ้ ก่ ไม้ โลหะ พลาสตกิ ยาง และสารวจสงิ่ ของเคร่ืองใช้
ท่ีทามาจากวัสดุท่กี ลุม่ ไดร้ บั มอบหมายบรเิ วณรอบนอกใกลห้ ้องเรียน ภายในเวลา 10 นาที จากนน้ั ทุกกลุ่มสรปุ ลง
ในกระดาษปรูฟ๊ และนาเสนอรายการสง่ิ ของเคร่ืองใชแ้ ละสมบัตขิ องวสั ดหุ นา้ ชน้ั เรยี น
5. ผู้เรยี นทากจิ กรรมท่ี 4.1 เรื่อง ประเภทและสมบัติของวสั ดุ โดยเลอื กส่งิ ของเครอื่ งใช้ภายในหอ้ งเรียน
อยา่ งน้อย 3 อย่างแล้วระบุวา่ สิง่ ของเคร่อื งใช้นน้ั ทามาจากวัสดปุ ระเภทใดบ้าง และวัสดุน้ันมสี มบัติอยา่ งไร โดย
สามารถนาเสนอในรูปแบบต่าง ๆ เชน่ ผงั มโนทัศน์ ตาราง
6. ผเู้ รยี นและผ้สู อนร่วมกนั สรปุ ในประเด็นทวี่ ่า สง่ิ ของเครอื่ งใช้รอบตวั เราสรา้ งมาจากวัสดุหลากหลาย
ประเภท ซึ่งวสั ดแุ ต่ละประเภทมสี มบัติที่แตกตา่ งกัน
7. ผ้เู รยี นศกึ ษาอุปกรณแ์ ละเครื่องมอื ช่างพ้นื ฐานในชวี ติ ประจาวนั ในหัวข้อ 4.2 เครอื่ งมือชา่ งพน้ื ฐาน ใน
หนังสือเรียน ได้แก่ เครอ่ื งมือสาหรบั การวดั การตัด การตดิ ยดึ และการเจาะ จากนน้ั ผู้สอนและผู้เรยี นร่วมกันสรุป
ในประเดน็ ที่วา่ เครื่องมอื ชา่ งพืน้ ฐานมมี ากมายหลายประเภท แต่ละประเภทมจี ุดประสงค์ในการนาไปใช้งานท่ี
แตกตา่ งกนั ดังน้นั ในการสร้างช้ินงานควรเลือกใชเ้ ครื่องมอื ชา่ งพืน้ ฐานให้เหมาะสมกบั ประเภทของงาน ขอ้ ควร
ระวงั ในการใช้ และคานงึ ถงึ ความปลอดภัย
8. ผู้เรียนวเิ คราะห์เก้าอ้ีในชนั้ เรียน และรว่ มกันอภปิ รายในประเดน็ ต่อไปนี้
- ใช้เคร่ืองมือชา่ งอะไรบา้ งในการสร้างเกา้ อ้ี
- เครือ่ งมอื ชา่ งนน้ั ใชง้ านอยา่ งไร
- เหตผุ ลทเี่ ลือกใช้เครื่องมอื ชา่ งนัน้
- ข้อควรระวังในการใช้เครื่องมอื ชา่ งน้ัน
9. ผ้เู รยี นทากจิ กรรมที่ 4.2 เร่ือง เรียนรู้เครอื่ งมอื ชา่ งพืน้ ฐานกับการใช้งานในชวี ติ ประจาวัน
โดยวิเคราะหใ์ นประเด็นต่อไปนี้
- เคร่อื งมือท่ใี ชใ้ นการสรา้ ง
- เหตผุ ลท่เี ลอื กใช้ลักษณะการใชง้ าน
- ข้อควรระวังในการใช้
10. ผู้เรียนและผู้สอนสรปุ ร่วมกันเกย่ี วกับวสั ดแุ ละเครื่องมอื ช่างพ้นื ฐานวา่ วสั ดุและเครื่องมอื ช่างพนื้ ฐาน
มีมากมายหลายประเภท แต่ละประเภทมีจดุ ประสงคใ์ นการนาไปใชง้ านที่แตกต่างกนั ดังนน้ั ในการสรา้ งช้ินงาน
ห น้ า | 16
จาเป็นต้องพิจารณาสมบัติของวัสดุใหเ้ หมาะสมกับการนาไปใช้งาน รวมถงึ ควรเลอื กใชเ้ ครือ่ งมอื ชา่ งพื้นฐานให้
เหมาะสมกับประเภทของงาน ใช้ให้ถูกตอ้ งและคานงึ ถึงความปลอดภยั
11. ผเู้ รยี นทากิจกรรมท้าทายความคดิ เรอ่ื ง ช่วยโปลิศสร้างแปลงผักแนวด่ิง โดยแบ่งกลุ่มผ้เู รยี นกลมุ่ เดิม
ตามกจิ กรรมท้าทายความคิดในแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 3 ใหแ้ ต่ละกลมุ่ พิจารณาแปลงผกั ท่ีไดช้ ่วยกันออกแบบใน
กิจกรรมท้าทายความคดิ บทที่ 2 แล้วตอบคาถามในกิจกรรม
12. ผเู้ รยี นทากจิ กรรมท้ายบท เร่อื ง ช้นั วางหนังสือของฉนั โดยให้ผ้เู รียนออกแบบช้ันวางทส่ี ามารถวาง
หนังสือได้ 2 ช้ันเพ่ือตงั้ บนโต๊ะในบ้านของตนเอง และวเิ คราะห์ในประเด็น ตอ่ ไปน้ี
- ประเภทและสมบตั ิของวสั ดุท่ีเลือกใช้
- เหตผุ ลในการเลือกใช้วสั ดุประเภทนั้น
- เครอ่ื งมือชา่ งที่ใช้ในการสรา้ ง
- เหตผุ ลในการเลอื กใช้เครือ่ งมอื ช่าง และขอ้ ควรระวังในการใช้งาน
ชว่ั โมงที่ 3-4 (แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 5 เรื่อง กลไก ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ บื้องต้น จานวน 2 ชม.)
13. ทบทวนความรู้ก่อนเรยี น โดยรว่ มอภิปรายกบั ผ้เู รียนในประเดน็ ตอ่ ไปน้ี
- หลกั การในการเลอื กใชว้ สั ดุประเภทต่าง ๆ และเครื่องมอื ช่างพืน้ ฐาน เพ่อื สร้างช้ินงานตามท่ีตน
ต้องการใหม้ ีประสิทธิภาพน้นั ควรคานึงถงึ ส่ิงใด
- เครอื่ งมือทเี่ กยี่ วขอ้ งกบั การหมุนมอี ะไรบ้าง
14. สารวจความรูก้ ่อนเรยี นของผเู้ รียนเกีย่ วกับความหมายของคาว่า กลไก โดยใช้คาถามนา และบนั ทกึ
คาตอบของผู้เรยี นทก่ี ระดาน ดังน้ี
- ในชีวิตประจาวนั ผเู้ รยี นได้ใช้สงิ่ อานวยความสะดวกอะไรบ้าง
- ผ้เู รยี นคดิ วา่ ส่งิ อานวยความสะดวกทย่ี กตัวอย่างมานั้น มี กลไก หรอื ไม่
- ผูเ้ รยี นอาจเคยได้ยินหรอื รูค้ วามหมายของคาว่า กลไก มาบา้ ง ผูเ้ รยี นคิดว่ากลไกหมายถงึ อะไร
15. ผูเ้ รียนและผู้สอนรว่ มกนั สรปุ ความหมายของ กลไก โดยศกึ ษาเนือ้ หาในยอ่ หนา้ ที่ 1 ของหวั ข้อ 5.1
กลไก (mechanism) ในหนังสือเรียนประกอบ
16. ผู้เรยี นสารวจและศึกษาไขควงของจรงิ จากน้นั ผ้เู รียนตอบคาถามชวนคิดในหนงั สือเรียนว่า ไขควงมี
กลไกหรือไม่ ถ้ามี มกี ารทางานอย่างไร
17. ผูเ้ รยี นและผสู้ อนสรุปร่วมกนั ว่า ไขควง มกี ลไก เพราะเป็นอปุ กรณ์ที่ทาหนา้ ที่ส่งผา่ นการเคลื่อนที่
จากดา้ มไขควงไปยงั ปากไขควง ซง่ึ ชว่ ยผ่อนแรงในการทางาน
18. ผูเ้ รยี นทากิจกรรมเสนอแนะที่ 1 โดยผสู้ อนนาชุดสาธติ ล้อและเพลาดงั รูป 5.1 มาแสดงหนา้ ชน้ั
โดยอธิบายส่วนตา่ ง ๆ ของชุดสาธติ ลอ้ และเพลา เทียบกับเนื้อหาล้อและเพลาในหัวขอ้ 5.1 ในหนังสือเรียน ดังน้ี
ลอ้ และเพลา เป็นกลไกอยา่ งง่ายที่ชว่ ยผอ่ นแรง ในการทางาน ประกอบด้วยวตั ถุทรงกระบอก 2 อนั ที่มขี นาด
แตกต่างกนั และอย่ตู ิดกนั โดยวัตถุทมี่ ีขนาดใหญ่กว่าเรียกว่า ล้อ และวตั ถทุ ี่มีขนาดเล็กกวา่ เรียกว่า เพลา เม่อื ล้อ
หรอื เพลาหมนุ จะทาใหอ้ ีกสว่ นหมนุ ตาม
ห น้ า | 17
18.1 ผู้เรียนคาดคะเนว่า แรงที่ใช้ในการหมนุ ล้อ (ฝาวงกลม) กบั แรงท่ใี ชใ้ นการหมุนเพลา (ดินสอ)
เพอ่ื ยกให้ดินนา้ มันลอยข้ึน แตกต่างกนั หรือไม่ อยา่ งไร ผู้สอนบันทกึ ผลการคาดคะเนและจานวนผเู้ รยี นท่คี าดคะเน
บนกระดาน
18.2 ผู้เรียนทาการทดลองกับชุดสาธติ ลอ้ และเพลาโดยสังเกตความยากง่ายในการหมุน (แรงที่ใช)้
เมือ่ ออกแรงหมุนท่ลี อ้ และเพลา แลว้ ตอบคาถามวา่ แรงทีใ่ ชใ้ นการหมุนทีล่ ้อและหมุนทเ่ี พลา ต่างกนั หรือไม่
อยา่ งไร
18.3 ผู้เรยี นและผู้สอนรว่ มกันสรุปว่า แรงทใี่ ชใ้ นการหมนุ ลอ้ นอ้ ยกว่า แรงท่ใี ชใ้ นการหมุนเพลา
19. ผเู้ รียนอภิปรายรว่ มกันว่า ไขควง กบั ล้อและเพลา เปน็ กลไกประเภทเดียวกันหรือไม่ อยา่ งไร
จากนัน้ ผูส้ อนนาภาพล้อและเพลา เปรยี บเทยี บกับไขควง
20. ผู้เรียนศกึ ษาตัวอยา่ งการนากลไกลอ้ และเพลาไปประยุกตใ์ ชง้ าน ในหนงั สือเรยี นหวั ข้อ 5.1 เรือ่ ง
กลไก จากนั้นผ้สู อนและผู้เรียนสรุปร่วมกันเกี่ยวกบั หลักการทางานของล้อและเพลา ในประเด็นตอ่ ไปนี้
- ล้อและเพลาจะหมุนไปดว้ ยกนั กลา่ วคือ ถา้ ล้อหมุนได้ 1 รอบ เพลาก็จะหมนุ ได้ 1 รอบดว้ ย
เชน่ กัน หรือในทางตรงกนั ขา้ ม ถา้ เพลาหมุนได้ 1 รอบ ลอ้ กจ็ ะหมนุ ได้ 1 รอบเชน่ กนั
- การใช้งานลอ้ และเพลาทาได้ 2 ลกั ษณะ คือ
ออกแรงหมนุ ล้อ จะทาใหเ้ พลาหมุน ช่วยผ่อนแรง
ออกแรงหมุนเพลา จะทาให้ล้อหมนุ ไมช่ ว่ ยผอ่ นแรง
21. ผู้เรียนศึกษาคาถามชวนคดิ ในหนงั สอื เรียนและอภปิ รายร่วมกนั วา่ นอกจากลอ้ และเพลาแล้วยังมี
กลไกอะไรอกี บ้างและพบในสิ่งของเคร่ืองใช้ใด
22. ผ้สู อนเกริน่ กบั ผูเ้ รียนว่า นอกจากเราจะใชก้ ลไกมาชว่ ยในการทางานของช้ินงานแลว้ เราอาจใชค้ วามรู้
ดา้ นไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ด้วยเช่นกนั จากนน้ั ผู้สอนทบทวนความรู้ เร่ืองการต่อวงจรไฟฟ้าแบบอนุกรมและ
วงจรไฟฟา้ แบบขนาน
23. ผสู้ อนกระตุน้ ความสนใจของผูเ้ รยี น โดยเปิดประเด็นคาถามว่าไฟฟ้าคืออะไร ผเู้ รยี นคิดวา่ ไฟฟ้ามี
ความจาเปน็ ต่อชีวิตประจาวนั หรอื ไม่ อย่างไร
24. ผสู้ อนเปิดประเดน็ คาถามต่อไปอีกว่า อิเลก็ ทรอนิกสค์ ืออะไร เกย่ี วข้องกบั ไฟฟา้ อยา่ งไร
25. ผ้เู รียนศึกษาเนือ้ หาในหนังสอื เรียนหวั ขอ้ 5.2 ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์เบือ้ งตน้ รวมถงึ เกรด็ น่ารู้
เก่ยี วกับชนดิ ของไฟฟ้าตามแหลง่ กาเนิดไฟฟ้า
26. ผู้เรยี นศึกษาตัวอย่างวงจรไฟฟา้ ของไฟฉายในหนังสือเรยี นว่า ภายในประกอบไปดว้ ยอะไรบ้าง และ
แตล่ ะอยา่ งทาหนา้ ท่ีอย่างไร
27. ผู้สอนชี้ประเดน็ ว่าไฟฉายเป็นตวั อยา่ งของอปุ กรณ์ที่ใช้วงจรไฟฟา้ อย่างงา่ ย ในชีวิตประจาวันเราจะ
พบการใชง้ านอปุ กรณ์ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์ต่าง ๆ มากมาย โดยอุปกรณ์เหล่านี้จะเปลย่ี นพลงั งานไฟฟ้าเปน็
พลังงานรูปแบบต่าง ๆ เช่น แสง เสียง กล (การเคลือ่ นท)ี่ จากนน้ั ผู้เรียนศกึ ษาหวั ข้ออปุ กรณไ์ ฟฟา้ ท่ที าให้เกิดแสง
ในหนงั สือเรียน โดยผูส้ อนอธิบายเพิ่มเติมวา่ อปุ กรณไ์ ฟฟ้าในปจั จุบันนยิ มใช้ LED ในการให้แสงสว่าง ซึ่งการใช้งาน
LED จาเป็นต้องใช้ตวั ต้านทานเพอ่ื ควบคุมปรมิ าณกระแสไฟฟา้ ที่ไหลผ่าน LED ดว้ ยเชน่ กัน
ห น้ า | 18
28. ผเู้ รียนทากิจกรรมเสนอแนะที่ 2 เรื่อง สมบัตแิ ละหนา้ ทีข่ องตัวตา้ นทาน โดยผสู้ อนแสดงชุดสาธติ
สมบัตแิ ละหนา้ ท่ีของตวั ตา้ นทานหนา้ ชน้ั เรยี น ดังน้ี
28.1 ผูส้ อนอธิบายส่วนตา่ ง ๆ ของชุดสาธติ ซึง่ ประกอบด้วย สวติ ช์ ถ่านไฟฉาย สายไฟ หลอดไฟ
ส่วนวงจรทางด้านขวามอื มีตัวต้านทานเพิม่ เข้ามา พรอ้ มทงั้ บอกผู้เรียนว่าหากกดสวิตชใ์ หก้ ระแสไฟฟา้ ครบวงจร
ความสว่างของหลอดไฟในวงจรท่ีไม่มตี ัวตา้ นทานจะเหมอื นหรอื ตา่ งจากวงจรทีม่ ตี ัวต้านทาน อย่างไร
28.2 ผ้เู รียนแต่ละคนคาดคะเนความสวา่ งของหลอดไฟและบันทึกลงในใบกิจกรรมเสนอแนะท่ี 2
28.3 ผู้เรยี นอภิปรายกลุ่มย่อย เกย่ี วกับการคาดคะเนของตนเองกบั เพ่อื น ว่าเหมือนหรือตา่ งจาก
เพ่อื นหรอื ไม่แตล่ ะคนมีเหตผุ ลอยา่ งไร
28.4 ผ้สู อนจัดกลมุ่ ผลการคาดคะเนของผู้เรียน และแสดงผลท่ีได้หนา้ ช้ันเรียน
28.5 ผ้สู อนกดสวิตช์ของทง้ั สองวงจรพรอ้ มกนั เพอ่ื ใหผ้ ู้เรียนสังเกตและเปรียบเทียบความสว่างของ
หลอดไฟไดอ้ ย่างชัดเจน
28.6 ผเู้ รยี นบันทึกผลการทดลองทีส่ งั เกตได้ และตอบคาถามในใบกิจกรรมเสนอแนะท่ี 2 จากนน้ั
ผ้สู อนสุ่มเรยี กผู้เรยี นจานวนหนง่ึ (2-3 คน) เพอื่ บรรยายและอภปิ รายผลการทดลองท่ีสงั เกตได้ว่าเหมือนหรือต่าง
จากสิ่งทีต่ นเองได้คาดคะเนไว้หรอื ไม่ อย่างไร
28.7 ผู้เรียนและผู้สอนร่วมกนั สรปุ วา่ ปริมาณกระแสไฟฟา้ ในวงจรที่มตี วั ต้านทาน มคี า่ นอ้ ยกว่า
ปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจรทไ่ี ม่มีตวั ตา้ นทาน เราใชต้ ัวต้านทานในการควบคมุ ปริมาณกระแสไฟฟ้าในวงจร
29. ผู้เรยี นศกึ ษาหวั ข้ออปุ กรณ์ไฟฟ้าท่ที าใหเ้ กดิ เสียงและอปุ กรณ์ไฟฟ้าที่ทาให้เกิดการเคลอื่ นไหวหรือ
เคล่ือนท่ี จากน้ันผูส้ อนตงั้ คาถามวา่ อปุ กรณไ์ ฟฟ้าท่ีทาใหเ้ กิดการหมุน (เพื่อลดการใช้แรงงานคนในการหมุน) ของ
สว่านไฟฟ้า คอื อะไร
30. ผเู้ รยี นทาใบกิจกรรมท่ี 5.1 เรอ่ื ง กลไกล้อและเพลา หรอื อุปกรณไ์ ฟฟา้ อเิ ลก็ ทรอนิกส์
31. ผูเ้ รียนและผสู้ อนร่วมกันอภปิ รายวา่ ในการนาพลงั งานไฟฟา้ มาใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ติ ประจาวนั นัน้
จาเป็นต้องอาศยั อุปกรณไ์ ฟฟ้าที่ทาหนา้ ท่ีเปลยี่ นพลังงานไฟฟา้ เปน็ พลังงานในรูปอ่นื ๆ เชน่ มอเตอรเ์ ปน็ อปุ กรณ์
ไฟฟา้ ทเี่ ปลีย่ นพลังงานไฟฟา้ เป็นการหมุน โดยผู้สอนถามผู้เรียนวา่ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่อยูร่ อบตัวเปลีย่ นพลังงานไฟฟ้า
เป็นพลงั งานอะไรไดอ้ กี บ้าง
32. ผู้เรียนและผ้สู อนร่วมกนั อภิปรายและสรปุ เก่ียวกับ ไฟฟา้ และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ ในประเด็นที่ว่า ไฟฟ้า
และอเิ ล็กทรอนกิ ส์มคี วามสาคญั ในการดารงชวี ติ ของมนุษย์ เน่ืองจากช่วยอานวยความสะดวกสบาย และเพมิ่
ประสิทธภิ าพในการทางานของมนษุ ยไ์ ด้ เชน่ ตเู้ ย็น พดั ลม โทรทัศน์ สว่านไฟฟา้ ฯลฯ ดังน้ัน การเรียนรู้เรอื่ งไฟฟ้า
และอิเล็กทรอนิกสจ์ ึงมีความสาคัญท่ีชว่ ยใหก้ ารสร้างหรอื พัฒนาส่งิ ของเคร่ืองใช้เหล่านนั้ ให้มปี ระสิทธิภาพและ
สามารถตอบสนองตอ่ ความตอ้ งการของมนษุ ยไ์ ด้ดยี ่งิ ข้นึ
33. ผ้เู รียนทากิจกรรมท้าทายความคิดเรื่องลองคิดหาทาง ใช้กลไกและไฟฟ้าโดยใหผ้ ู้เรยี นคิดว่าจะชว่ ย
โปลศิ นากลไกไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์มาใช้งานในแปลงผักได้อยา่ งไร และมีส่ิงใดบา้ งทีต่ อ้ งระมัดระวงั หรอื ป้องกัน
เพือ่ ความปลอดภยั ในการสรา้ งหรอื ประกอบกลไกหรือระบบอเิ ล็กทรอนิกส์ในแปลงผกั ของผ้เู รยี น
ห น้ า | 19
34. แบ่งกลุ่มผ้เู รยี นตามความเหมาะสม เพอ่ื ทากิจกรรมท้ายบท เรอ่ื ง การประยกุ ต์ใช้ความรกู้ ลไก ไฟฟา้
และอเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ โดยใหผ้ ู้เรยี นออกแบบชิน้ งานจากอุปกรณท์ กี่ าหนด พรอ้ มทั้งระบุส่วนประกอบต่าง ๆ และ
ตอบคาถามในใบกิจกรรม
8. การวัดและประเมนิ ผล
กิจกรรม วธิ กี าร เครอื่ งมือ เกณฑ์การประเมิน
ประเมนิ
ใบกิจกรรม ทาใบกิจกรรมและ
ด้านความรู้ ตรวจใบกิจกรรม แบบทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป
แบบทดสอบ มีทักษะกระบวนการ
ผา่ นเกณฑร์ ะดับพอใช้
ดา้ นทกั ษะ/ ประเมนิ ทักษะ แบบประเมนิ ทักษะ ข้นึ ไป
กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ มีคะแนนคุณลกั ษณะ
คุณภาพระดบั พอใชข้ ้นึ ไป
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ สงั เกตพฤติกรรม แบบประเมนิ
ทางการเรียนและ ด้านพฤติกรรม
การเขา้ ร่วมกิจกรรม
ในชัน้ เรยี น
9. ชิน้ งาน/ภาระงาน
9.1 ใบกิจกรรม
9.2 แบบทดสอบ
10. สอ่ื และแหล่งข้อมลู
10.1 เครือ่ งมือช่างพน้ื ฐาน www.youtube.com/watch?v=DtikLTpd1H8
10.2 หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 สถาบันส่งเสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ห น้ า | 20
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 เวลา 8 ชัว่ โมง
ช่อื หน่วยการเรยี นรู้ การแก้ปัญหาตามกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม
1. สาระ/ มาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยีเพ่ือการดารงชวี ิตในสงั คมที่มกี ารเปลย่ี นแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรู้และทกั ษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ นื่ ๆ เพอื่ แก้ปญั หาหรอื พฒั นางาน
อยา่ งมคี วามคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม เลอื กใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดย
คานงึ ถึงผลกระทบต่อชีวติ สงั คม และสงิ่ แวดลอ้ ม
2. ตัวชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู้
1. ระบุปญั หาหรือความตอ้ งการในชวี ติ ประจาวัน รวบรวม วเิ คราะหข์ ้อมูลและแนวคิดทเี่ กย่ี วข้องกบั ปัญหา
2. ออกแบบวิธกี ารแกป้ ญั หา โดยวิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบ และตดั สินใจเลือกข้อมลู ทจี่ าเป็น นาเสนอ
แนวทางการแกป้ ญั หาใหผ้ อู้ น่ื เขา้ ใจ วางแผนและดาเนินการแก้ปัญหา
3. ทดสอบ ประเมินผล และระบุข้อบกพรอ่ งท่เี กิดข้ึน พรอ้ มท้งั หาแนวทางการปรบั ปรุงแกไ้ ข และ
นาเสนอผลการแกป้ ญั หา
4. ใช้ความรู้และทักษะเก่ยี วกับวัสดุ อุปกรณ์ เครอ่ื งมอื กลไก ไฟฟ้า และอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ พือ่ แกป้ ัญหาได้
อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสมและปลอดภยั
3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การแกป้ ญั หาตามกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม ประกอบดว้ ย 6 ขน้ั ตอน ได้แก่ ระบปุ ญั หา
รวบรวมขอ้ มลู ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปญั หาออกแบบวธิ กี ารแกป้ ญั หา วางแผนและดาเนนิ การแก้ปญั หา ทดสอบ
ประเมนิ ผล และปรับปรงุ แก้ไขวธิ กี ารแก้ปญั หาหรือชิ้นงาน และนาเสนอวิธกี ารแกป้ ัญหา ผลการแก้ปญั หาหรอื
ชน้ิ งาน ซ่งึ การทางานในบางคร้งั อาจมกี ารย้อนข้นั ตอนกลับไปมาเพือ่ พัฒนางานให้มปี ระสทิ ธภิ าพยิ่งขึน้
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 ปัญหาหรือความต้องการในชีวิตประจาวัน
4.2 การแกป้ ญั หา
4.3 การวเิ คราะห์ เปรยี บเทยี บ และตดั สนิ ใจเลือกข้อมูลทจ่ี าเปน็
4.4 การออกแบบและนาเสนอแนวทางแก้ปญั หา
4.5 การทดสอบและประเมนิ ผล
ห น้ า | 21
5. สมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
5.1 ความสามารถในการคิด
5.2 ความสามารถในการส่อื สาร
5.3 ความสามารถในการทางานร่วมกบั ผอู้ น่ื
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
6.1 มุง่ ม่นั ในการทางาน
6.2 มีวนิ ยั
6.3 ใฝ่เรียนรู้
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ช่วั โมงที่ 1-2 (แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 6 เรื่อง กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม จานวน 4 ช่วั โมง)
1. ผู้เรียนศึกษาหวั ขอ้ การนาไปใช้ ในหนงั สอื เรียนโดยผ้สู อนตัง้ คาถามเพม่ิ เติมว่า นักเรยี นคดิ ว่าการสรา้ ง
สะพานทไ่ี มส่ มบรู ณแ์ ละเกิดขอ้ ผิดพลาดเพราะเหตใุ ด จากน้นั ให้ผู้เรียนรว่ มกันระดมความคิดเพื่อหาสาเหตุดงั กลา่ ว
2. ผู้สอนทบทวนความรู้เดมิ กอ่ นเรียนโดยให้ผูเ้ รยี นบอกเทคโนโลยีรอบตวั ท่ีส่งผลตอ่ ความสะดวกสบายใน
ชวี ติ ประจาวนั ของผู้เรยี น พรอ้ มยกตวั อยา่ งมาพอเข้าใจ ผู้สอนและผเู้ รียนรว่ มกันให้ความหมายของเทคโนโลยี
3. ผเู้ รยี นศกึ ษากระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรมจากหนงั สอื เรยี น หัวขอ้ กระบวนการออกแบบเชิง
วศิ วกรรมหลงั จากน้นั ผสู้ อนและผู้เรียนรว่ มกนั อภปิ รายผลการศกึ ษากระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม
4. แบง่ กลุม่ ผูเ้ รียนตามความเหมาะสม แลว้ ให้สังเกตภาพสถานการณท์ ่ี 6.2 และร่วมกันอภิปรายปัญหาที่
พบเห็นในภาพ และศกึ ษาข้อมูลเพ่มิ เติมจากหนังสอื เรยี น หัวข้อ ระบปุ ัญหา จากนั้นให้ผู้เรยี นแต่ละกลมุ่ ระดม
ความคิดเกยี่ วกับปัญหาท่ีพบเพม่ิ เตมิ นอกเหนือจากตัวอย่างในหนังสือเรยี น
5. ผู้เรียนแตล่ ะกลุม่ นาปัญหาที่เลือกมากาหนดขอบเขตของปญั หา โดยใชต้ วั อยา่ งคาถามในหนังสอื เรยี น
มาตั้งคาถามเพือ่ นาไปสู่การกาหนดขอบเขตของปัญหาทผี่ ้เู รยี นแตล่ ะกลุม่ ได้กาหนดไว้ จากนน้ั ผ้เู รียนแตล่ ะกลุม่
รว่ มกันตอบคาถามและบนั ทึกข้อมูลลงในใบกิจกรรมท่ี 6.1 เรือ่ ง วเิ คราะหป์ ัญหา
6. สุ่มตัวแทนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนอผลการวิเคราะห์ปัญหาตามใบกิจกรรมที่ 6.1 จากน้นั ผูส้ อนและ
ผู้เรียนรว่ มกันสรปุ ผลการวเิ คราะห์ปญั หา
7. ผเู้ รียนแตล่ ะกล่มุ ศกึ ษาหัวข้อ รวบรวมขอ้ มลู และแนวคดิ ท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ปัญหา จากหนังสอื เรียน โดย
ผสู้ อนใหข้ ้อแนะนาเพม่ิ เตมิ วา่ นอกจากแหลง่ ข้อมูลในหนงั สอื เรียนแลว้ ควรมกี ารสืบคน้ ข้อมลู จากวิธกี ารหรือ
แนวทางทผี่ ู้อ่นื ได้ศกึ ษาไวแ้ ล้ว และต้องสบื ค้นจากแหลง่ ขอ้ มลู ทนี่ ่าเชื่อถอื พร้อมทง้ั อ้างองิ แหล่งที่มาของข้อมลู ด้วย
จากน้ันใหผ้ เู้ รยี นทาใบกจิ กรรมที่ 6.2 เรื่อง รวบรวมขอ้ มลู โดยใหผ้ เู้ รยี นกาหนดหวั ขอ้ ในการรวบรวมขอ้ มูลเพื่อ
แกป้ ัญหาตามทแ่ี ต่ละกล่มุ ได้ระบไุ ว้ พรอ้ มถึงระบวุ ิธีการหรอื แหลง่ ขอ้ มลู ท่ีจะสืบค้น แล้วส่มุ ตวั แทนบางกลุ่ม
ออกมานาเสนอ
ห น้ า | 22
ชั่วโมงที่ 3-4
8. ผ้เู รยี นศกึ ษาหัวข้อ ออกแบบวิธีการแก้ปญั หา แล้วให้แตล่ ะกลมุ่ เลอื กวิธกี ารออกแบบอยา่ งใดอย่างหน่งึ
แลว้ รว่ มกันออกแบบชนิ้ งานเพ่ือแก้ปัญหาที่ผ้เู รียนระบุ โดยบันทึกลงในใบกจิ กรรมที่ 6.3 เร่ือง ออกแบบชิ้นงาน
จากนนั้ ใหต้ วั แทนแต่ละกลุ่มนาเสนอผลการออกแบบ โดยใหเ้ พ่อื นในชั้นเรียนรว่ มอภปิ ราย ซักถามและให้
ข้อเสนอแนะถึงแนวคดิ ในการออกแบบ
9. ผูเ้ รยี นศกึ ษาหัวข้อ วางแผนและดาเนนิ การแกป้ ัญหา จากน้นั อภปิ รายร่วมกนั เพื่อให้ได้ข้อสรปุ ว่า ก่อน
การลงมือปฏบิ ัตงิ านควรมีการวางแผนให้ครอบคลุมการปฏบิ ตั ิงาน เชน่ กิจกรรมยอ่ ยทีจ่ ะทาเวลาที่ใช้ วสั ดุ
อปุ กรณท์ ใ่ี ช้ ผ้รู ับผดิ ชอบในแตล่ ะกิจกรรมยอ่ ย ซึ่งสามารถเขียนออกมาเปน็ ตารางการปฏิบัติงาน หรอื เขียนอธิบาย
เปน็ ลาดบั ขัน้ ตอนกไ็ ด้
10. ผเู้ รยี นลงมือสร้างชิ้นงานตามแผนทีไ่ ด้วางไว้ ในการสรา้ งชิ้นงานควรเลอื กใชว้ ัสดุให้เหมาะสมกับ
ประเภทของงานและอุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการทางานกต็ อ้ งใชใ้ หถ้ กู ต้องและคานงึ ถงึ ความปลอดภัยในการใชง้ าน
11. ผู้เรยี นศึกษาหัวข้อ ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรับปรงุ แก้ไขวธิ กี ารแก้ปัญหาหรอื ชน้ิ งาน จากน้ัน
รว่ มกนั อภปิ รายเพือ่ ใหไ้ ด้ขอ้ สรปุ
12. ใหผ้ เู้ รียนแต่ละกลมุ่ กาหนดประเดน็ การทดสอบชิ้นงานโดยให้มีความสอดคลอ้ งกบั ขอบเขตของ
ปญั หาทีก่ ลมุ่ ระบไุ ว้ จากนนั้ บันทกึ ลงในใบกิจกรรมท่ี 6.4 เรอ่ื ง ประเดน็ การทดสอบ
13. ผเู้ รียนศึกษาขอ้ มลู ในหนงั สือเรียน หัวขอ้ นาเสนอวธิ กี ารแก้ปญั หา ผลการแก้ปัญหา หรือชิ้นงานแล้ว
นามาอภิปรายรว่ มกนั ว่ามวี ิธกี ารนาเสนอใดบ้าง หลังจากน้นั ใหผ้ ู้เรียนแต่ละกลุม่ ร่วมกันออกแบบวธิ กี ารนาเสนอ
แล้วบนั ทึกลงในใบกิจกรรมท่ี 6.5 เรอ่ื ง ออกแบบวิธกี ารนาเสนอ
14. ผเู้ รียนและผูส้ อนอภปิ รายสรุปรว่ มกันเก่ยี วกับการแกป้ ัญหาตามกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม
ควรได้ข้อสรปุ ว่า จะช่วยให้ผูป้ ฏิบัตงิ านทางานอย่างเป็นขัน้ ตอนทาให้การกาหนดปญั หาซ่งึ เป็นจดุ เร่ิมต้นของการ
ทางานมีความชัดเจน รวบรวมข้อมลู ได้ครอบคลุมและตรงประเด็นมีการวิเคราะห์และเปรียบเทียบทางเลอื กท่ี
เหมาะสมที่สุดในการแกป้ ัญหา มกี ารออกแบบเพื่อชว่ ยสอื่ สารใหผ้ ปู้ ฏิบัติงานด้วยกนั เขา้ ใจตรงกันและยังมีการ
ทดสอบการทางานเพื่อใหส้ ามารถปรับปรุงแก้ไขให้ดีข้นึ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดขอ้ ผิดพลาดแล้วยังช่วยลดทรัพยากร
ที่ใช้ในการทางาน เช่น เวลา คน วัสดุ อุปกรณ์
15. ใหผ้ ูเ้ รยี นทากิจกรรมท้ายบท โดยศึกษาตวั อย่างการทาไอศกรมี แท่ง แลว้ วเิ คราะหก์ ารทางานตาม
กระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรมโดยเขยี นสรุปรายละเอียดการทางานลงในใบบนั ทึกกิจกรรม ซ่ึงผู้สอนควร
แนะนาแหลง่ สบื ค้นเพิม่ เตมิ เพือ่ ให้ผเู้ รยี นได้ศกึ ษาวธิ กี ารทาไอศกรีมแบบต่าง ๆ
ช่วั โมงท่ี 5-6 (แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 7 เรอ่ื ง กรณศี ึกษาตามกระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม 4 ชม.)
16. ผู้สอนนาเข้าสู่บทเรียนโดยจัดกิจกรรมการเรยี นรูเ้ พือ่ ทบทวนความรเู้ ดมิ และกระตนุ้ ใหผ้ ูเ้ รยี นเกดิ
ความสนใจในการเรยี นรู้ โดยนาเสนอการสรา้ งตึกที่ปรากฏในหนงั สือเรียน วา่ การสร้างตึกหรืออาคารที่พบเห็นอยู่
ท่ัวไปในปัจจุบัน สถาปนกิ จะสอบถามความต้องการของลูกค้าก่อน จากนัน้ จงึ ออกแบบอาคารเพื่อใหล้ กู ค้า
ตรวจสอบวา่ ตรงกบั ความตอ้ งการแลว้ หรอื ไม่ ตอ้ งปรับแก้อย่างไร แล้วจงึ ลงมอื สรา้ งอาคารตามท่ไี ด้ออกแบบไว้
หากลงมอื สรา้ งโดยไม่มีการออกแบบ หรอื ไม่คานึงถงึ เงือ่ นไขหรือความตอ้ งการของลกู คา้ ก็จะทาใหเ้ กิด
ห น้ า | 23
ข้อผดิ พลาดในการทางานไดม้ าก นอกจากจะเสียงบประมาณในการทางานแลว้ ยงั เสยี เวลาและกาลังคนอีกดว้ ย
แลว้ ผสู้ อนอภปิ รายร่วมกบั ผู้เรียน
17. ผู้เรียนอภิปรายร่วมกันเก่ยี วกับคาถามชวนคดิ ในหนงั สอื เรียนวา่ กระบวนการแกป้ ัญหาในงานดา้ น
เกษตรและงานดา้ นอาหารน้นั เปน็ อยา่ งไร สามารถนาแนวทางการแก้ปญั หาน้ีไปใชก้ ับงานด้านอื่น ๆ ได้หรือไม่
18. ผู้สอนนาอภิปรายเพื่อเขา้ ส่กู ารจัดกิจกรรม จากบทเรยี นทผ่ี า่ นมา นกั เรียนทราบแล้ววา่ เทคโนโลยี
เปน็ สงิ่ ทม่ี นุษย์สรา้ งหรือพฒั นาขนึ้ ซง่ึ อาจเป็นไดท้ ง้ั ชิ้นงานหรือวธิ กี าร เพ่อื ใช้แกป้ ัญหา ตอบสนองความต้องการ
หรือเพิ่มความสามารถในการทางานของมนษุ ย์ ซง่ึ ในการแกป้ ัญหานัน้ จะมกี ารทางานผ่านกระบวนการออกแบบ
เชิงวศิ วกรรมเพ่อื ใหไ้ ดแ้ นวทางท่ีเหมาะสมท่ีสดุ
19. ผู้สอนส่มุ กรณีศกึ ษาเรื่องใดเรอ่ื งหน่งึ และอภิปรายร่วมกับผเู้ รยี นเกีย่ วกับกระบวนการออกแบบเชงิ
วิศวกรรมของแต่ละกรณศี กึ ษา ดงั นี้
- กรณีศึกษาท่ี 1 อปุ กรณ์ดกั จับยุงแบบครบวงจร
- กรณศี ึกษาที่ 2 ถงุ เพาะชา Reuse
- กรณีศึกษาท่ี 3 การปรบั ปรุงดนิ จากวัสดุเหลือใช้เพื่อการปลกู ขา้ วนาปรงั ในพ้ืนท่นี ้านอ้ ย
- กรณีศึกษาที่ 4 ยืดอายไุ ส้กรอกหมูดว้ ยสารแทนนินจากพืช
20. ผเู้ รียนแตล่ ะกลุ่มเลือกตวั อย่างกรณีศึกษามา 1 ตวั อย่าง จากนัน้ สรปุ ขัน้ ตอนการทางานตาม
กระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรมจากตัวอยา่ งกรณศี กึ ษาทีเ่ ลือก แล้วนาเสนอหน้าชน้ั เรยี น โดยบันทกึ ผลลงในใบ
กจิ กรรมท่ี 7.1
21. ผู้สอนและผูเ้ รียนอภิปรายสรปุ การทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมจากกรณีศกึ ษาที่
เลือก ดงั น้ี ระบุปญั หา รวบรวมข้อมูลและแนวคิดทีเ่ กย่ี วข้องกับปัญหา ออกแบบวิธีการแกป้ ญั หา วางแผนและ
ดาเนนิ การแกป้ ัญหา ทดสอบ ประเมินผล และปรับปรุงแก้ไขวธิ กี ารแก้ปัญหาหรอื ชนิ้ งาน นาเสนอวิธีการแก้ปัญหา
ผลการแก้ปญั หาหรอื ชิน้ งาน
22. ผูส้ อนร่วมอภิปรายกบั ผเู้ รียนเกีย่ วสถานการณ์ปัญหา โดยผู้สอนสามารถกาหนดสถานการณท์ ่เี กดิ ข้ึน
รอบตัวในโรงเรียน ในท้องถน่ิ หรอื ใช้ตวั อยา่ งสถานการณ์ 16 สถานการณ์ในหวั ข้อ ข้อเสนอแนะ เพ่อื จัดกิจกรรมให้
ผู้เรยี นไดล้ งมอื แก้ปญั หาตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยใหผ้ ู้เรยี นใชห้ นังสอื เรียนเนื้อหาบทท่ี 7
กรณศี ึกษาการทางานตามกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ประกอบการทากจิ กรรม
ชั่วโมงท่ี 7-8
23. ผสู้ อนกระตุ้นให้ผู้เรยี นกาหนดสถานการณ์เอง อาจจดั กิจกรรมโดยให้ผเู้ รยี นแบ่งกลุ่มทากิจกรรม
แล้วให้แต่ละกลุ่มออกสารวจพน้ื ท่ีนอกหอ้ งเรียน หรอื รอบ ๆ บริเวณโรงเรยี น หลังจากน้นั ผ้สู อนรว่ มอภปิ รายกลุม่
ยอ่ ยกบั ผเู้ รยี นแต่ละกลมุ่ ให้ผูเ้ รยี นระดมความคิดและอภิปรายร่วมกันจากการสารวจบริเวณตา่ ง ๆ รวมไปถึงการ
อภปิ รายเกี่ยวกับปญั หารอบตัว สงั เกตธรรมชาติ ปัญหาในท้องถิ่น ด้านเกษตรและอาหาร จากน้ันให้ผู้เรยี นแตล่ ะ
กล่มุ ระบปุ ญั หาทีพ่ บใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ แลว้ นามาตัดสินเลือกปญั หาทีก่ ลมุ่ สนใจมากท่สี ุด 1 ปัญหา
24. ผเู้ รยี นกาหนดที่มาและความสาคัญของปญั หา วตั ถปุ ระสงค์ และขอบเขตของปญั หาท่ีจะศกึ ษา โดย
ใชต้ วั อย่างคาถามในหนังสอื เรยี นบทท่ี 6 มาประกอบการต้ังคาถามเพื่อนาไปสู่การกาหนดขอบเขตของปญั หาที่
ผเู้ รียนแต่ละกลมุ่ ได้กาหนดไว้
ห น้ า | 24
25. ผู้เรียนบนั ทึกข้อมูลลงในใบบันทกึ กจิ กรรมย่อยท่ี 1 เรอื่ ง ระบุปญั หา จากนัน้ แตล่ ะกล่มุ นาเสนอเพ่อื
รว่ มอภิปรายแลกเปล่ยี นกับผู้เรียนกลุ่มอืน่ หากมีขอ้ เสนอแนะจากกลุ่มอ่นื ก็ให้ปรบั ปรงุ ให้สมบรู ณ์ เพอื่ นาไปสูก่ าร
รวบรวมข้อมลู ต่อไป
26. ให้ผูเ้ รียนแต่ละกลุ่มสืบคน้ และรวบรวมข้อมูลและแนวคดิ เพื่อใชเ้ ปน็ แนวทางในการแก้ปัญหา ตาม
หัวข้อดงั น้ี
- ข้อมลู หรอื ความรู้ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับแนวทางการแกป้ ัญหา พร้อมระบุแหล่งท่มี าของขอ้ มลู
- แนวทางแก้ปัญหาท่ีเคยมมี ากอ่ นหรอื ใกล้เคยี ง พรอ้ มระบแุ หลง่ ทม่ี าของข้อมลู (ถา้ มี) จากนนั้
บนั ทกึ ลงในใบกิจกรรมยอ่ ยท่ี 2 เรอื่ ง สบื ค้นและรวบรวมข้อมูล
27. ให้ผ้เู รยี นแต่ละกลมุ่ นาขอ้ มูลหรือแนวทางการแก้ปญั หาท่ีรวบรวมได้ มาทาการวเิ คราะห์
เปรียบเทยี บขอ้ ดี ข้อเสยี ของแต่และวิธี จากนั้นตดั สินเลือกวิธีหรือขอ้ มลู ท่ีเหมาะสมกับการแก้ปัญหา โดยคานงึ ถึง
เงือ่ นไขและทรัพยากรทีม่ อี ยู่
28. ผูเ้ รียนแต่ละกลมุ่ ออกแบบแนวทางการแก้ปญั หาด้วยวิธีการที่เหมาะสม เชน่ การรา่ งภาพ การเขยี น
ผังงานการเขยี นแผนภาพ ตามความสนใจของกลุ่ม พร้อมระบุวสั ดุ และเคร่ืองมือทีจ่ ะใช้ในการทางาน โดยบันทกึ
ลงในใบกจิ กรรมยอ่ ยท่ี 3 เร่ือง ออกแบบวธิ ีการแก้ปัญหา
29. ให้ผ้เู รยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลการออกแบบวธิ กี ารแกป้ ญั หาของกลมุ่ ตนเอง จากน้นั ผูส้ อนและ
ผู้เรยี นกลมุ่ อน่ื ๆ รว่ มอภปิ รายและใหข้ อ้ เสนอแนะเกย่ี วกับการออกแบบของกล่มุ ท่นี าเสนอ
30. ให้ผเู้ รยี นแต่ละกล่มุ วางแผนการแกป้ ัญหาใหค้ รอบคลุมการปฏิบัติงาน เชน่ กิจกรรมยอ่ ยท่ีจะทาเวลา
ที่ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ ผรู้ ับผิดชอบในแต่ละกิจกรรมยอ่ ย ซง่ึ สามารถเขียนออกมาเปน็ ตารางการปฏิบัตงิ าน หรือ
เขียนอธิบายเปน็ ลาดับขั้นตอนก็ได้ จากนั้นบนั ทกึ ผลลงในใบกจิ กรรมย่อยที่ 4 เรอ่ื ง วางแผนการแกป้ ัญหา
31. แตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลการวางแผนการทางาน เพ่ือแลกเปลยี่ นเรยี นร้กู บั กลุม่ อ่ืน ๆ จากน้ันปรับปรุง
แผนการทางานตามข้อเสนอแนะให้สมบูรณ์ย่ิงขนึ้
32. แตล่ ะกล่มุ ลงมือปฏบิ ัติตามทไ่ี ดว้ างแผนไว้ โดยผู้สอนควรให้คาแนะนาอยา่ งใกล้ชดิ หากมกี ารใชว้ สั ดุ
อปุ กรณ์มคี มท่ีสง่ ผลต่อความปลอดภยั ของผเู้ รยี น และอาจให้ผ้เู รยี นปฏบิ ัติงานนอกเวลาเรียน หากต้องใช้
ระยะเวลามาก
33. แตล่ ะกลุ่มกาหนดประเดน็ ในการทดสอบชน้ิ งานของกลุ่มตนเอง โดยผสู้ อนทบทวนการกาหนด
ประเด็นว่าควรสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคข์ องการสรา้ งชิน้ งาน สามารถวัดไดอ้ ย่างเป็นรปู ธรรมอาจกาหนดเป็นเชงิ
ปรมิ าณ หรือเปน็ การเปรยี บเทียบประสิทธิภาพกบั ชิน้ งานเดิม
34. ให้แตก่ ลุ่มทดสอบช้นิ งานตามประเดน็ ทกี่ าหนดไว้โดยในระหว่างการทดสอบให้บันทึกผลการทดสอบ
ในแตล่ ะประเด็นอยา่ งละเอียด เพอ่ื ใช้ในการประเมนิ การทางานของชิ้นงาน และเปน็ ขอ้ มลู ในการปรับปรงุ
ประสทิ ธภิ าพตอ่ ไป โดยบนั ทึกลงในใบกิจกรรมยอ่ ยท่ี 5 เร่ือง ทดสอบ ประเมนิ ผล และปรบั ปรงุ แก้ไข
35. ผู้เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลการทางาน รวมทัง้ ร่วมอภิปรายระหวา่ งกลมุ่ เพือ่ แลกเปล่ียนความร้ทู ไ่ี ด้
จากการแก้ปัญหา โดยให้ผเู้ รยี นเลอื กนาเสนอตามรูปแบบท่ีผู้เรยี นสนใจและเหมาะสมกับขอ้ มูล เช่น โปรแกรม
นาเสนองานแผ่นนาเสนอ (โปสเตอร์) หรอื ส่ือมัลติมีเดยี อนื่ ๆ หรอื อาจจัดเป็นนิทรรศการ เพ่อื เผยแพรผ่ ลงานของ
ผเู้ รยี น
ห น้ า | 25
8. การวดั และประเมินผล
กิจกรรม วธิ กี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ
ประเมนิ
ใบกิจกรรม ทาใบกิจกรรมและ
ด้านความรู้ ตรวจใบกิจกรรม แบบทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน
ผา่ นเกณฑร์ อ้ ยละ 70 ขึ้นไป
แบบทดสอบ มีทักษะกระบวนการ
ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้
ดา้ นทกั ษะ/ ประเมินทกั ษะ แบบประเมินทักษะ ขึน้ ไป
กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ มคี ะแนนคณุ ลกั ษณะ
คณุ ภาพระดับพอใช้ขน้ึ ไป
ดา้ นคุณลักษณะ สังเกตพฤตกิ รรม แบบประเมิน
ทางการเรยี นและ ดา้ นพฤตกิ รรม
การเข้ารว่ มกิจกรรม
ในชัน้ เรียน
9. ชนิ้ งาน/ภาระงาน
9.1 ใบกิจกรรม
9.2 แบบทดสอบ
10. ส่ือและแหล่งขอ้ มูล
10.1 เครื่องมอื ช่างพ้นื ฐาน www.youtube.com/watch?v=DtikLTpd1H8
10.2 วดี ทิ ศั นต์ วั อยา่ งการแก้ปัญหาโดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม
http://www.scimath.org/weblink/7774.php
10.3 หนงั สอื เรยี นรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ห น้ า | 1
คาอธิบายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระการเรยี นรู้พืน้ ฐาน
รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหัสวชิ า ว22104 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2
จานวนเวลา 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ เวลา 20 ชัว่ โมง / ภาคเรียน จานวน 0.5 หนว่ ยกติ
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศกึ ษาสาเหตหุ รือปัจจยั ท่ีทาใหเ้ กิดการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยี ตลอดจนคาดการณ์แนวโนม้ เทคโนโลยี
ในอนาคต เลอื กใช้เทคโนโลยีโดยคานงึ ถงึ ผลกระทบท่ีเกิดขนึ้ ตอ่ ชีวิต สังคม และส่งิ แวดลอ้ ม ประยุกตใ์ ช้ความรู้
ทกั ษะ และทรพั ยากร โดยวิเคราะห์ เปรยี บเทยี บและเลือกขอ้ มูลทจี่ าเปน็ เพื่อออกแบบวิธีการแกป้ ัญหาใน
ชุมชนหรอื ท้องถ่นิ ในดา้ นพลังงาน ส่ิงแวดล้อม การเกษตรและอาหาร และสรา้ งชนิ้ งานหรือพัฒนาวธิ ีการโดย
ใชก้ ระบวนการออกแบบเชิงวศิ วกรรม รวมทัง้ เลอื กใช้วัสดุ อุปกรณ์ เคร่อื งมือในการแก้ปญั หาได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
เหมาะสม และปลอดภยั
ตวั ชวี้ ัด
ว 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
1. คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยีทจี่ ะเกิดข้ึนโดยพิจารณาจากสาเหตุหรอื ปจั จัยทส่ี ง่ ผลตอ่ การ
เปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี และวเิ คราะห์ เปรยี บเทียบ ตัดสินใจเลอื กใชเ้ ทคโนโลยี โดยคานึงถึงผลกระทบท่ี
เกิดข้ึนตอ่ ชวี ิต สงั คม และสิ่งแวดลอ้ ม
2. ระบปุ ัญหาหรอื ความตอ้ งการในชุมชนหรือท้องถน่ิ สรุปกรอบของปญั หา รวบรวม วิเคราะห์ขอ้ มูลและ
แนวคิดทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับปัญหา
3. ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ญั หา โดยวิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบ และตัดสินใจเลอื กขอ้ มูลทจ่ี าเปน็ ภายใต้เงื่อนไข
และทรัพยากรที่มอี ยู่ นาเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาใหผ้ ู้อ่นื เข้าใจ วางแผนขน้ั ตอนการทางานและดาเนินการ
แกป้ ญั หาอย่างเป็นขน้ั ตอน
4. ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปัญหาหรอื ขอ้ บกพร่องท่ีเกิดขนึ้ ภายใตก้ รอบเง่ือนไข พรอ้ มทั้งหา
แนวทางการปรบั ปรุงแกไ้ ข และนาเสนอผลการแกป้ ญั หา
5. ใชค้ วามร้แู ละทักษะเกี่ยวกับวสั ดุ อุปกรณ์ เครือ่ งมอื กลไก ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์เพอ่ื แกป้ ญั หา
หรอื พัฒนางานไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั
รวมท้งั หมด 5 ตวั ชวี้ ัด
ห น้ า | 2
กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ โครงสร้างรายวิชา สาระการเรยี นรพู้ ื้นฐาน
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วิชา ว22103 จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
จานวนเวลา 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์ เวลา 20 ชัว่ โมง / ภาคเรยี น
มาตรฐ นา้ หนั
านการ ก
ชือ่ เรยี นรู้ คะแน
ลาดั หนว่ ย / เวลา น
บที่ การ ตวั ชี้วั สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (ชว่ั โ
มง)
เรียนรู้ ด รป
ผลการ
เรยี นรู้
1 วเิ คราะ ว 4.1 การวิเคราะห์สถานการณ์ปญั หา ทาใหท้ ราบถงึ ประเด็นปัญหา รวมท้ัง 42
ห์ ม.2/2 เงือ่ นไขหรือข้อมูลท่เี กี่ยวขอ้ งกบั ปญั หา เม่อื นาขอ้ มลู ที่ไดจ้ ากการ 0
ปญั หา วเิ คราะห์มาเขียนสรุปเปน็ กรอบของปัญหาจะช่วยใหป้ ญั หาน้ันมคี วาม
ชัดเจนย่งิ ขึ้น ซง่ึ กรอบของปัญหาน้ถี ือเป็นส่งิ สาคัญท่จี ะเป็นขอบเขตใน
การศกึ ษาหาแนวทางการแก้ปญั หาต่อไป
การรวบรวมขอ้ มลู ท่ีเก่ียวข้องกับการแก้ปญั หา เป็นการมงุ่ หาแนวทาง
หรือวิธกี ารที่จะนามาใช้ในการแก้ปัญหาอยา่ ง
เหมาะสม ขอ้ มูลที่สืบคน้ อาจมาจากหลายศาสตร์ และมวี ิธกี ารสืบคน้
ขอ้ มูลหลายวิธี อย่างไรก็ตามควรสบื ค้นจากแหลง่ ขอ้ มลู ท่ีนา่ เชื่อถือ และ
ต้องมกี ารอา้ งองิ แหลง่ ที่มาของข้อมูล นัน้ ด้วย
2 ออกแบ ว 4.1 การวิเคราะห์แนวทางการแกป้ ัญหาโดยพจิ ารณาเงือ่ นไขหรอื ทรพั ยากร 10 3
บและ ม.2/3 ทางเทคโนโลยรี ว่ มดว้ ย จะทาให้ได้แนวทางการแกป้ ัญหาทเี่ ป็นไปได้ 0
สรา้ ง ว 4.1 และเหมาะสมท่ีสุดกบั สถานการณ์ของปัญหานัน้ การออกแบบก่อน
ม.2/4 การสร้างช้ินงานหรือดาเนนิ การแกป้ ญั หา จะต้องคานงึ ถงึ หลกั การ
ว 4.1 ออกแบบผลิตภัณฑแ์ ละความคดิ สรา้ งสรรค์เพ่ือให้ได้ชน้ิ งานตามความ
ม.2/5 ตอ้ งการ การออกแบบนจ้ี ะทาให้ทราบรายละเอยี ดและมขี ้อมลู ในการ
สรา้ งหรอื ดาเนนิ การแก้ปญั หา รวมทั้งเปน็ การสอ่ื สารให้ผ้อู น่ื เขา้ ใจ
สรุปทบทวนภาพรวม(สอบกลางภาค) 11
0
3 เทคโนโ ว 4.1 การเลอื กใช้เทคโนโลยี รวมทั้งการคาดการณแ์ นวโน้มของเทคโนโลยีที่ 4 2
ลยี ม.2/1 จะเกดิ ขึ้นในอนาคต ตอ้ งคานงึ ถึงผลกระทบตอ่ ชวี ิตสังคม และตอ้ งเปน็ 0
ใน มติ รกบั ส่งิ แวดล้อม การเลอื กใช้เทคโนโลยีเพอื่ สนองความต้องการของ
ห น้ า | 3
มาตรฐ น้าหนั
านการ ก
ชื่อ เรยี นรู้ คะแน
ลาดั หนว่ ย / เวลา น
บที่ การ ตวั ชีว้ ั สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด (ชัว่ โ
มง)
เรียนรู้ ด รป
ผลการ
เรยี นรู้
อนาคต มนษุ ย์อย่างเหมาะสม จะชว่ ยในการวางแผนการทางานและเป็นข้อมลู
ในการเลือกใช้ทรัพยากรที่มีอย่อู ย่างจากัดให้เกิดประโยชน์สงู สดุ รวมทงั้
เป็นการพัฒนาขีดความสามารถของมนุษยใ์ นการสร้างเทคโนโลยแี หง่
อนาคตไดอ้ ยา่ งมีประสิทธภิ าพ
รวมระหวา่ งภาคเรยี น 19 8
0
สรุปทบทวนภาพรวม(สอบปลายภาค) 1 20
รวม 20 100
ห น้ า | 4
ตารางโครงสร้างกาหนดการสอนและแผนการจัดการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ สาระการเรยี นรูพ้ ้นื ฐาน
รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว22104 ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 2
จานวนเวลา 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์ เวลา 20 ช่วั โมง / ภาคเรียน จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
ชื่อหนว่ ย ตวั ชี้วัด/ผลการเรยี นรู้ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ่/ี เร่ือง
แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 1
ปฐมนเิ ทศและแนะนา ว 4.1 ม.2/2 ระบุปัญหาหรอื ความ เรอื่ ง มาแกป้ ัญหากันเถอะ
วธิ ีเรยี น รายวชิ า ต้องการในชมุ ชนหรอื ทอ้ งถนิ่ สรปุ กรอบ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 2
ของปัญหา รวบรวม วเิ คราะหข์ อ้ มลู และ เรอ่ื ง ออกแบบกนั ก่อน
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 แนวคดิ ท่เี กี่ยวข้องกบั ปญั หา แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 3
วเิ คราะห์ปัญหา ว 4.1 ม.2/3 ออกแบบวธิ ีการแกป้ ัญหา เรอ่ื ง วางแผน สรา้ งสรรค์
โดยวิเคราะหเ์ ปรยี บเทยี บ และตดั สินใจ และนาเสนอ
หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2 เลือกขอ้ มูลทีจ่ าเปน็ ภายใต้เง่ือนไขและ
ออกแบบและสรา้ ง ทรัพยากรทมี่ อี ยู่ นาเสนอแนวทางการ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 4
แก้ปญั หาให้ผอู้ ่ืนเข้าใจ วางแผนขน้ั ตอน เรื่อง คาดการณเ์ ทคโนโลยีในอนาคต
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 3 การทางานและดาเนินการแกป้ ญั หาอยา่ ง
เทคโนโลยีในอนาคต เปน็ ข้นั ตอน
ว 4.1 ม.2/4 ทดสอบ ประเมินผล และ
อธบิ ายปัญหาหรอื ข้อบกพร่องทเ่ี กดิ ข้ึน
ภายใตก้ รอบเง่อื นไข พรอ้ มทัง้ หาแนว
ทางการปรบั ปรงุ แก้ไข และนาเสนอผล
การแกป้ ญั หา
ว 4.1 ม.2/5 ใช้ความรแู้ ละทักษะ
เกยี่ วกับวสั ดุ อปุ กรณ์ เครอ่ื งมอื กลไก
ไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนกิ ส์เพ่ือแกป้ ัญหา
หรอื พฒั นางานได้อยา่ งถกู ตอ้ ง เหมาะสม
และปลอดภยั
สอบกลางภาคเรยี น
ว 4.1 ม.2/1 คาดการณแ์ นวโนม้
เทคโนโลยที ี่จะเกิดข้นึ โดยพิจารณาจาก
สาเหตุหรือปจั จยั ทส่ี ง่ ผลต่อการ
เปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี และ
ห น้ า | 5
ชือ่ หน่วย ตวั ช้วี ัด/ผลการเรียนรู้ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่/ี เร่อื ง
วเิ คราะห์ เปรยี บเทียบ ตัดสนิ ใจเลอื กใช้
เทคโนโลยี โดยคานึงถึงผลกระทบที่
เกดิ ขน้ึ ต่อชีวติ สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม
สรุปทบทวนภาพรวม(สอบปลายภาค)
ห น้ า | 6
การออกแบบการวดั และประเมนิ ผลปลายปี/ปลายภาคใหเ้ หมาะกับธรรมชาตวิ ชิ า
และสอดคล้องกับท่ีกาหนดไว้ในโครงสรา้ งรายวิชา
-----------------------------------------------------------------------------------------------------
การกาหนดโครงสร้างรายวชิ าและวางแผนการประเมนิ และการกาหนดสัดส่วนของคะแนน
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ สาระการเรียนรู้พน้ื ฐาน
รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวชิ า ว22104 ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 2
จานวนเวลา 1 ชั่วโมง/สปั ดาห์ จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
20 ช่ัวโมง/ภาคเรียน สัดสว่ นคะแนน ระหวา่ งภาค : ปลายภาค 80 : 20
ท่ี ชื่อหนว่ ยการเรียนรู้ มาตรฐานการ เวลา คะแนน หลักฐานการเรียนรู้
เรียนรู/้ ตัวช้ีวัด (ช่วั โมง) (ภาระงาน/ชนิ้ งาน
รวบยอด)
1 วเิ คราะหป์ ัญหา ว 4.1 ม.2/2 4 20
2 ออกแบบและสร้าง ว 4.1 ม.2/3 10 30
ว 4.1 ม.2/4
ว 4.1 ม.2/5
กลางภาค 1 10
3 เทคโนโลยีในอนาคต ว 4.1 ม.2/1 4 20
รวมระหวา่ งภาคเรยี น 19 80
ปลายภาค 20
รวม 40 100
ห น้ า | 7
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 1 เวลา 4 ชว่ั โมง
ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ วิเคราะห์ปัญหา
1. สาระ/ มาตรฐานการเรยี นรู้
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชวี ิตในสังคมทีม่ กี ารเปล่ยี นแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใชค้ วามรู้และทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ และศาสตร์อ่ืน ๆ เพอื่ แก้ปัญหาหรอื พฒั นางาน
อยา่ งมีความคิดสร้างสรรคด์ ว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใชเ้ ทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดย
คานึงถงึ ผลกระทบตอ่ ชีวิต สังคม และสิง่ แวดล้อม
2. ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้
ระบปุ ญั หาหรือความต้องการในชมุ ชนหรอื ท้องถน่ิ สรปุ กรอบของปัญหา รวบรวม วิเคราะห์ข้อมลู และ
แนวคดิ ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกับปญั หา
3. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การวิเคราะห์สถานการณป์ ัญหา ทาให้ทราบถึงประเด็นปญั หา รวมทั้งเงื่อนไขหรอื ข้อมูลท่เี กีย่ วขอ้ งกบั
ปญั หา เม่อื นาข้อมลู ท่ีได้จากการวเิ คราะห์มาเขียนสรุปเปน็ กรอบของปญั หาจะชว่ ยให้ปญั หานั้นมคี วามชัดเจน
ยง่ิ ข้นึ ซ่งึ กรอบของปัญหานถี้ ือเปน็ สิ่งสาคญั ทจ่ี ะเป็นขอบเขตในการศกึ ษาหาแนวทางการแกป้ ญั หาต่อไป
การรวบรวมขอ้ มลู ทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั การแกป้ ญั หา เป็นการมงุ่ หาแนวทางหรือวิธีการท่จี ะนามาใช้ในการแก้ปญั หา
อยา่ งเหมาะสม ขอ้ มูลทีส่ ืบคน้ อาจมาจากหลายศาสตร์ และมีวธิ กี ารสืบค้นข้อมูลหลายวิธี อยา่ งไรก็ตามควร
สบื ค้นจากแหลง่ ข้อมลู ท่ีน่าเชอ่ื ถือ และตอ้ งมกี ารอา้ งองิ แหล่งทม่ี าของข้อมลู นั้นด้วย
4. สาระการเรียนรู้
4.1 เทคโนโลยใี นการจัดการส่ิงแวดล้อม
4.2 การวิเคราะหส์ ถานการณ์ปัญหา
4.3 การรวบรวมขอ้ มลู เพ่อื แก้ปัญหา
5. สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
5.1 ความสามารถในการคิด
5.2 ความสามารถในการสอ่ื สาร
5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
5.4 ความสามารถในการทางานร่วมกบั ผู้อ่ืน
ห น้ า | 8
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 มงุ่ มนั่ ในการทางาน
6.2 มีวนิ ยั
6.3 ใฝ่เรียนรู้
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ช่ัวโมงที่ 1-2 (แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 1 เรือ่ ง มาแก้ปญั หากันเถอะ จานวน 4 ช่ัวโมง)
1. ผสู้ อนนาภาพเกย่ี วกับปัญหารถติดมาให้ผเู้ รยี นได้รว่ มวิเคราะห์วา่ มีสาเหตแุ ละปัจจัยอะไร และส่งผล
กระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไรบ้าง
2. ผสู้ อนอภิปรายกบั ผู้เรยี นต่อไปว่าจะรไู้ ด้อย่างไรวา่ อะไรคอื สาเหตุท่แี ท้จรงิ ของปัญหารถตดิ เพือ่ ให้
สามารถแกป้ ัญหาได้ตรงจุด หลังจากนัน้ ผู้สอนสรุปว่าเราจะตอ้ งทาความเข้าใจกับสถานการณ์ปัญหา แล้ววเิ คราะห์
ข้อมลู โดยอาจใชก้ ารตงั้ คาถามหรือวิธีการตา่ ง ๆ เพื่อใหไ้ ดก้ รอบของปัญหาทชี่ ัดเจนข้นึ ซึ่งเป็นส่งิ ทีผ่ ้เู รยี นจะได้
เรียนรู้หลังจากน้ีต่อไป
3. ผ้สู อนทบทวนความรู้เรอื่ งกระบวนการออกแบบเชงิ วิศวกรรม โดยใหผ้ เู้ รียนระดมความคดิ แก้ปญั หา
จากโจทย์สถานการณ์ในกรอบทบทวนความรูก้ ่อนเรียนในหนงั สือเรียน
4. ผู้เรยี นศึกษาหวั ขอ้ ปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มทเี่ กิดจากมนุษยแ์ ละธรรมชาติในหนงั สือเรยี น แล้วร่วมกัน
อภปิ รายเกย่ี วกับปญั หาส่งิ แวดลอ้ มอืน่ ๆ ท่ีพบ ผู้สอนอาจให้ผูเ้ รยี นทากจิ กรรมเสนอแนะท่ี 1 ปญั หาส่งิ แวดล้อม
รอบตัว โดยวิเคราะหว์ า่ เกดิ จากมนษุ ยห์ รอื ธรรมชาติ เพ่อื เพิ่มเติมความรู้ใหม้ ากขึ้น
5. ผเู้ รยี นศกึ ษาหัวข้อ 1.1 เทคโนโลยีในการจัดการส่ิงแวดลอ้ มในหนงั สือเรียน แลว้ ร่วมกนั อภิปรายสรปุ
เทคโนโลยีในการจัดการส่ิงแวดลอ้ ม
6. ผเู้ รยี นร่วมกันอภิปรายเกยี่ วกบั คาถามชวนคิดวา่ นอกจากเทคโนโลยกี ารจัดการสิง่ แวดล้อมในหนงั สือ
เรียนแลว้ ยังมีเทคโนโลยอี ะไรอีกบา้ งทผี่ ู้เรียนเคยพบเห็น
7. ผสู้ อนแบ่งกลุม่ ผู้เรียนตามความเหมาะสม เพ่อื ทากิจกรรมที่ 1.1 สารวจปัญหาสงิ่ แวดลอ้ มในโรงเรยี น
และเขียนแผนท่ีความคิดของปญั หาหาฝุ่นละอองในอากาศ
8. ผสู้ อนถามผ้เู รียนวา่ ในการวเิ คราะห์สถานการณ์ปัญหาเพอ่ื ใหไ้ ด้ปัญหาทแ่ี ท้จริงและตรงจดุ ของผูเ้ รียน
นัน้ มหี ลักคิดอยา่ งไร (ผเู้ รยี นตอบตามความคดิ ของตวั เอง) จากนน้ั ใหผ้ ู้เรยี นศึกษาหัวข้อ 1.2 การวิเคราะห์
สถานการณข์ องปัญหา โดยการใชก้ ารต้งั คาถาม 5W1H จากนน้ั ผสู้ อนอภปิ รายร่วมกับผู้เรยี นอีกครงั้ หนึง่ เกี่ยวกบั
การตงั้ คาถาม 5W1H ว่ามีอะไรบา้ ง แตล่ ะคาถามหมายถงึ อะไร เพ่ือใหผ้ ูเ้ รียนเกดิ ความเขา้ ใจมากขึ้น
9. ผ้เู รียนศกึ ษาการวิเคราะห์สถานการณ์ตัวอย่างในหนงั สือเรียนเกยี่ วกบั ปญั หาขยะในโรงเรียนโดยการใช้
คาถาม 5W1H และตวั อย่างการกาหนดกรอบของปัญหาของนนท์และน้าหวาน จากน้ันผเู้ รยี นและผสู้ อนอภปิ ราย
ร่วมกันเกีย่ วกบั การกาหนดกรอบของปัญหาของนนทแ์ ละน้าหวาน และเกรด็ น่ารขู้ องการบบี ขวดพลาสตกิ โดยอ้าง
ถงึ วิธกี ารแก้ปัญหาของนนท์ทตี่ ้องการลดปริมาณขวดพลาสติก จึงมีเกรด็ นา่ รขู้ องการบีบขวดพลาสติกดังกล่าว
10. ผ้เู รียนแตล่ ะกลมุ่ ทากิจกรรมที่ 1.2 กาหนดกรอบของปญั หา
ห น้ า | 9
11. ผู้เรียนนาเสนอกรอบของปญั หาของกลุ่มตนเองให้เพอื่ น ๆ ในห้องได้รับทราบ เพือ่ เป็นการ
แลกเปลยี่ นเรียนรแู้ ละเปิดมุมมองของการกาหนดกรอบของปัญหาให้เหน็ ถงึ ความหลากหลาย
12. ผสู้ อนร่วมสนทนากบั ผู้เรียนถงึ แนวทางดาเนินการในข้นั ตอ่ ไป และสรปุ รว่ มกนั วา่ จะต้องรวบรวม
ขอ้ มลู หรอื แนวคดิ ท่ีเกีย่ วข้องเพื่อหาแนวทางการแก้ปัญหาท่ีเหมาะสม จากน้ันผู้เรียนศึกษาตัวอย่างการกาหนด
ประเด็นการรวบรวมข้อมูลของน้าหวานในหนงั สือเรียน แลว้ รว่ มกนั อภิปรายวา่ ถ้าผู้เรียนเป็นนนท์ ซ่งึ ต้องการหา
วิธีการบบี อดั ขยะ จะรวบรวมข้อมูลในประเด็นใดบา้ ง
13. ผ้สู อนถามผ้เู รียนต่อว่า เม่อื ไดป้ ระเด็นที่ตอ้ งการรวบรวมขอ้ มลู แล้ว จะมีวธิ กี ารค้นหาข้อมูลเหล่านนั้
อย่างไร
14. ผู้สอนยกประเดน็ เกีย่ วกับการคน้ หาข้อมูลในอนิ เทอรเ์ น็ตถงึ วธิ กี ารใช้ คาขอ้ ความ หรือ คาสาคญั
(keyword) ในการคน้ หาขอ้ มลู ในประเดน็ ทส่ี นใจอย่างไร โดยให้ผ้เู รียนศึกษาการใช้คาสาคัญในการคน้ หาข้อมูลใน
หนงั สอื เรียนหัวข้อ 1.3 การรวบรวมขอ้ มลู เพอ่ื แกป้ ญั หาแลว้ รว่ มกนั สรุป
15. ผู้เรยี นทากิจกรรมกรอบชวนคิดในหนงั สอื เรียนเกี่ยวกับการกาหนดคาสาคัญในการสบื คน้ ขอ้ มลู เรอื่ ง
ภาวะโลกรอ้ นจากนน้ั ร่วมกนั อภิปรายว่าข้อมูลทีส่ ืบค้นมาไดม้ ีความนา่ เชอื่ ถอื หรือไมอ่ ยา่ งไร และมวี ธิ ีการเลือก
แหล่งข้อมูลท่ีน่าเชื่อถืออย่างไร
16. ผู้สอนอภิปรายรว่ มกับผ้เู รยี นเก่ยี วกับการใช้ขอ้ มูลจากหลายศาสตรม์ าใช้ในการแกป้ ญั หา
ตวั อย่างเชน่ การทาฝนเทียมจากนั้นให้ผู้เรียนทากิจกรรมท่ี 1.3 กาหนดประเดน็ ในการรวบรวมขอ้ มูล
ชั่วโมงท่ี 3-4
17. ผู้เรียนศกึ ษาตัวอยา่ งการรวบรวมขอ้ มูลของนนท์และนา้ หวาน โดยกลมุ่ เลขคู่ศึกษากรณขี องนนทแ์ ละ
กลมุ่ เลขคศี่ กึ ษากรณนี า้ หวาน แลว้ สุ่มกลุ่มออกมานาเสนอการศึกษา กรณีละหน่ึงกลมุ่ และกลุ่มอื่นสามารถซักถาม
เพม่ิ เตมิ ได้
18. ผสู้ อนอภปิ รายร่วมกับผ้เู รียนเพม่ิ เติมว่า นอกจากวิธกี ารของนนท์และนา้ หวานแลว้ ยังมวี ิธีการอนื่ อกี
หรือไม่ จากนัน้ รว่ มกนั สรุปประเด็นที่ไดจ้ ากการศึกษาตัวอย่างการรวบรวมขอ้ มลู และหาแนวทางการแกป้ ัญหาของ
นนท์และน้าหวาน
19. แตล่ ะกลุ่มทากิจกรรมที่ 1.4 รวบรวมขอ้ มูล โดยดาเนินการรวบรวมข้อมูลทเี่ กยี่ วขอ้ งจากประเด็น
การรวบรวมขอ้ มลู ท่แี ตล่ ะกลุ่มได้ทาในกจิ กรรมที่ 1.3
20. แตล่ ะกลมุ่ ทากจิ กรรมทา้ ยบทเรอื่ ง นาเสนอการวิเคราะหป์ ัญหาและผลการรวบรวมขอ้ มูล โดยแต่ละ
กล่มุ นาเสนอกจิ กรรมท่ีไดด้ าเนินการมาตั้งแต่กิจกรรมท่ี 1.1 ถงึ 1.4 แล้วเปิดโอกาสให้กลุม่ อ่ืนซกั ถาม
21. ผ้เู รยี นและผสู้ อนร่วมกนั สรุปสง่ิ ทไ่ี ด้เรียนรูใ้ นบทท่ี 1 ซ่งึ ควรได้ข้อสรุปว่า
- การวิเคราะห์สถานการณป์ ญั หา ทาให้ทราบถงึ ประเด็นปญั หา รวมทัง้ เง่ือนไขหรือขอ้ มลู ท่ี
เกยี่ วขอ้ งกับปัญหา เม่อื นาข้อมลู ทไ่ี ด้จากการวเิ คราะหม์ าเขยี นสรุปเป็นกรอบของปัญหาจะช่วยให้ปัญหานัน้ มี
ความชดั เจนยิ่งขึน้ ซึ่งกรอบของปัญหานถ้ี อื เปน็ สิ่งสาคัญที่จะเป็นขอบเขตในการศึกษาหาแนวทางการแกป้ ัญหา
ตอ่ ไป
ห น้ า | 10
- การรวบรวมขอ้ มูลท่ีเก่ียวขอ้ งกบั การแกป้ ัญหา เป็นการมุง่ หาแนวทางหรอื วิธกี ารที่จะนามาใช้ใน
การแกป้ ัญหาอยา่ งเหมาะสม ข้อมูลทตี่ อ้ งสืบคน้ อาจมาจากหลากหลายศาสตร์ และมวี ธิ กี ารสืบค้นขอ้ มูลหลายวธิ ี
อยา่ งไรกต็ ามควรสืบคน้ จากแหลง่ ข้อมูลทนี่ ่าเชอ่ื ถือ และตอ้ งมกี ารอ้างอิงแหลง่ ทีม่ าของขอ้ มูลนั้นด้วย
8. การวัดและประเมนิ ผล
กจิ กรรม วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
ประเมิน
ใบกิจกรรม ทาใบกิจกรรมและ
ด้านความรู้ ตรวจใบกิจกรรม แบบทดสอบ แบบทดสอบกอ่ นเรียน
ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 70 ขนึ้ ไป
แบบทดสอบ มที กั ษะกระบวนการ
ผา่ นเกณฑร์ ะดบั พอใช้
ดา้ นทักษะ/ ประเมนิ ทกั ษะ แบบประเมนิ ทักษะ ขึน้ ไป
กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ มีคะแนนคณุ ลักษณะ
คณุ ภาพระดับพอใชข้ นึ้ ไป
ดา้ นคุณลักษณะ สงั เกตพฤตกิ รรม แบบประเมนิ
ทางการเรียนและ ด้านพฤติกรรม
การเขา้ รว่ มกิจกรรม
ในช้ันเรียน
9. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
9.1 ใบกิจกรรม
9.2 แบบทดสอบ
10. สื่อและแหลง่ ข้อมลู
10.1 https://kwangdk.weebly.com/เทคนิคการสืบค้นขอ้ มลู ในรปู แบบตา่ ง ๆ ดว้ ย google search
10.2 หนังสอื เรียนรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 สถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ห น้ า | 11
หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ 2 เวลา 10 ช่ัวโมง
ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ ออกแบบและสร้าง
1. สาระ/ มาตรฐานการเรียนรู้
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เขา้ ใจแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยีเพื่อการดารงชีวติ ในสังคมท่ีมีการเปลีย่ นแปลงอย่าง
รวดเรว็ ใช้ความรู้และทักษะทางดา้ นวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อนื่ ๆ เพ่ือแกป้ ญั หาหรือพฒั นางาน
อยา่ งมคี วามคิดสร้างสรรค์ดว้ ยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยอี ยา่ งเหมาะสมโดย
คานงึ ถงึ ผลกระทบต่อชวี ิต สังคม และสงิ่ แวดล้อม
2. ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้
1. ออกแบบวธิ กี ารแก้ปญั หา โดยวิเคราะหเ์ ปรียบเทียบ และตัดสินใจเลอื กขอ้ มูลทจ่ี าเป็นภายใต้เงื่อนไข
และทรพั ยากรทม่ี ีอยู่ นาเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาใหผ้ ูอ้ ื่นเข้าใจ วางแผนขั้นตอนการทางานและดาเนนิ การ
แก้ปัญหาอยา่ งเป็นข้นั ตอน
2. ทดสอบ ประเมินผล และอธิบายปญั หาหรอื ข้อบกพรอ่ งทเี่ กดิ ขน้ึ ภายใต้กรอบเงื่อนไข พรอ้ มทง้ั หา
แนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา
3. ใชค้ วามร้แู ละทักษะเก่ยี วกบั วัสดุ อปุ กรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกสเ์ พื่อแกป้ ัญหา
หรอื พัฒนางานไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั
3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การวเิ คราะหแ์ นวทางการแกป้ ัญหาโดยพิจารณาเงื่อนไขหรอื ทรัพยากรทางเทคโนโลยีร่วมด้วย จะทาให้ได้
แนวทางการแกป้ ญั หาท่ีเป็นไปได้และเหมาะสมที่สุดกบั สถานการณ์ของปัญหานน้ั การออกแบบกอ่ นการสร้าง
ช้นิ งานหรอื ดาเนนิ การแกป้ ัญหา จะต้องคานึงถงึ หลักการออกแบบผลติ ภณั ฑแ์ ละความคิดสร้างสรรค์เพอื่ ให้ได้
ช้ินงานตามความต้องการ การออกแบบนจี้ ะทาให้ทราบรายละเอียดและมขี ้อมลู ในการสร้างหรอื ดาเนินการ
แกป้ ัญหา รวมท้งั เป็นการสอ่ื สารให้ผอู้ น่ื เขา้ ใจ
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 การวเิ คราะห์แนวทางแก้ปัญหา
4.2 การออกแบบแนวทางการแกป้ ญั หา
4.3 การสรา้ งชน้ิ งาน
4.4 การวางแผนการแกป้ ญั หา
4.5 การทดสอบ ประเมินผล ปรบั ปรุงแกไ้ ข และการนาเสนอ
ห น้ า | 12
5. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
5.1 ความสามารถในการคิด
5.2 ความสามารถในการส่ือสาร
5.3 ความสามารถในการแกป้ ัญหา
5.4 ความสามารถในการทางานรว่ มกับผู้อ่ืน
6. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
6.1 มุ่งมนั่ ในการทางาน
6.2 มวี นิ ยั
6.3 ใฝเ่ รียนรู้
7. กิจกรรมการเรียนรู้
ช่ัวโมงที่ 1-2 (แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 2 เรอื่ ง ออกแบบกนั ก่อน จานวน 4 ช่วั โมง)
1. ผสู้ อนถามวา่ จากท่ีผ้เู รยี นรวบรวมขอ้ มูลและไดแ้ นวทางในการแกป้ ญั หามาหลายแนวทางแล้ว ลาดับ
ต่อไปผเู้ รียนคดิ ว่าควรจะตอ้ งดาเนินการอยา่ งไร เพื่อใหส้ ามารถนาแนวทางนั้นมาใช้ในการแกป้ ัญหาได้จริง
หลงั จากนั้นผู้สอนและผ้เู รียนรว่ มกันสรปุ คาตอบอีกครง้ั
2. ผู้เรยี นศกึ ษาหัวขอ้ 2.1 การวิเคราะหแ์ นวทางการแกป้ ญั หาในหนงั สือเรียน เกี่ยวกับทรัพยากรทาง
เทคโนโลยี 7 ด้านแล้วรว่ มกนั อภปิ รายทรัพยากรทางเทคโนโลยีในแต่ละดา้ นเพอ่ื ทาความเข้าใจร่วมกนั
3. ผ้เู รียนแตล่ ะกลุ่มศึกษาตารางวิเคราะหท์ รพั ยากรทางเทคโนโลยีและผลการวิเคราะห์ตามแนวทางการ
แกป้ ญั หาของนนท์และนา้ หวาน แลว้ ลองวิเคราะหว์ า่ ภายใต้สภาพแวดล้อมหรอื บรบิ ทของกลมุ่ ตนเอง จะเลือก
แนวทางการแกป้ ญั หาใดใน 3 แนวทางของนนทแ์ ละน้าหวาน พรอ้ มใหเ้ หตผุ ลประกอบ ผู้สอนสุ่มเลือกบางกล่มุ
นาเสนอแลว้ อภปิ รายร่วมกนั
4. ผูส้ อนสรุปผลการวิเคราะหต์ ามแนวทางการแกป้ ัญหาของนนทแ์ ละนา้ หวาน โดยชปี้ ระเดน็ ให้เหน็ ว่า
แนวทางการแกป้ ัญหาของนนท์และนา้ หวานอาจเปล่ยี นไปตามบริบทของแตล่ ะท้องถ่ิน ซง่ึ มีปัจจัยที่สาคัญ คือ
ความแตกต่างของทรพั ยากรทางเทคโนโลยี และเปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรียนซกั ถาม
5. ผู้เรยี นทากิจกรรมที่ 2.1 วเิ คราะหแ์ ละเลือกแนวทางการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์แนวทางการแก้ปญั หา
ของกล่มุ ตนเองท่รี วบรวมได้จากกจิ กรรมท่ี 1.4
6. ผู้สอนสุ่มผู้เรียนบางกล่มุ นาเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาของกลมุ่ ตนเอง โดยใหผ้ เู้ รียนกลมุ่ อื่น ๆ แสดง
ความคิดเหน็ เกี่ยวกับแนวทางการแก้ปญั หา ผสู้ อนอาจเสนอแนะเพ่มิ เตมิ เกีย่ วกบั ทรพั ยากรทางเทคโนโลยที ผี่ ู้เรยี น
นามาใช้ในการพิจารณาเลือกแนวทางแก้ปญั หา
7. ผู้เรียนแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันศกึ ษาหัวขอ้ 2.2 การสรา้ งทางเลือกในการออกแบบ แล้วร่วมกันอภิปราย
ความสาคญั หรอื ประโยชน์ของการนาหลกั การออกแบบผลิตภัณฑ์ และความคดิ สร้างสรรค์ มาใช้ในการออกแบบ
ช้นิ งานหรอื วธิ กี ารในข้ันตอนต่อไป
8. ผ้สู อนใช้คาถามเพอ่ื นาไปสกู่ ารเรียนรใู้ นเรือ่ งตอ่ ไปว่า หลังจากทีแ่ ต่ละกลมุ่ ไดต้ ัดสินใจเลือกแนว
ทางการแกป้ ัญหา 1 แนวทางแลว้ ควรดาเนนิ การตอ่ ไปอย่างไร
ห น้ า | 13
9. ผู้สอนถามวา่ ถ้าตอ้ งการถา่ ยทอดความคิดของการออกแบบแนวทางการแก้ปัญหาเพอ่ื สือ่ สารใหผ้ ูอ้ ่นื
เข้าใจตรงกันสามารถทาในรปู แบบใดได้บ้าง
10. ผเู้ รียนศกึ ษาหัวขอ้ 2.3 การออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหา โดยให้ผเู้ รยี นจบั สลากกลุ่มละ 1 หวั ข้อ
ใน 3 หวั ข้อ คอื การร่างภาพ การเขียนแผนภาพ และการเขยี นผงั งาน
11. ผู้สอนสมุ่ ผู้เรยี นนาเสนอหัวข้อท่ีศึกษา โดยสุม่ หัวขอ้ ละ 1 กลมุ่ เม่ือนาเสนอครบทง้ั 3 หวั ขอ้ แลว้
ผเู้ รียนและผูส้ อนร่วมกนั อภิปราย
ช่ัวโมงท่ี 3-4
12. ผเู้ รยี นศกึ ษาการออกแบบอุปกรณ์บีบอัดขยะของนนท์และวธิ ีการออกมาตรการเพ่ือลดขยะพลาสติก
ของน้าหวานจากนั้นผูเ้ รยี นและผสู้ อนอภปิ รายร่วมกัน
13. ผู้สอนสรุปความคดิ รวบยอดและชี้ประเด็นใหเ้ ห็นวา่ การออกแบบที่ดี ท่จี ะได้วิธีการแก้ปัญหาทต่ี รง
กบั ความตอ้ งการควรคานึงถงึ หลักการออกแบบผลิตภัณฑแ์ ละทรพั ยากรทางเทคโนโลยี โดยออกแบบชิน้ งานหรอื
วธิ กี ารใหม้ มี ากกวา่ 1 ทางเลอื กเพอ่ื ใหไ้ ดแ้ บบหรือวิธีการท่ตี รงกับความต้องการไดม้ ากทีส่ ดุ นอกจากนี้การ
ออกแบบแนวทางการแกป้ ัญหาสามารถใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์เขา้ มาชว่ ยได้ โดยให้ผู้เรียนศึกษาเพิม่ เติมจาก
เกร็ดน่ารู้
14. ผู้เรียนรว่ มกนั ทากิจกรรม 2.2 ออกแบบช้ินงานหรอื วธิ ีการของกลุม่ ตนเอง
15. ผเู้ รยี นรว่ มกนั สรุปผลหลังทากิจกรรม 2.2 ในประเดน็ การถ่ายทอดความคิดของผู้เรียนแต่ละกลมุ่
และผูส้ อนให้ขอ้ เสนอแนะเพิ่มเตมิ
16. ผูเ้ รยี นศกึ ษาหวั ข้อ 2.4 การสรา้ งแบบจาลอง รวมถงึ ตวั อยา่ งการสรา้ งแบบจาลองอุปกรณบ์ ีบอดั ขยะ
ของนนท์ จากนน้ั ผ้สู อนและผู้เรียนรว่ มกันอภิปราย พร้อมกบั สรปุ ความคิดรวบยอด
17. ผเู้ รยี นแตล่ ะกลมุ่ ทากิจกรรมที่ 2.3 สรา้ งแบบจาลอง โดยสร้างแบบจาลองจากการออกแบบชิ้นงาน
หรอื วธิ กี ารในกจิ กรรมที่ 2.2
18. ผู้เรียนทากิจกรรมทา้ ยบท นาเสนอการออกแบบและแบบจาลอง ซง่ึ ผเู้ รียนสามารถกาหนดรูปแบบ
การนาเสนอผลงานของกลุ่มตนเองตามความสนใจและเหมาะสมกับแนวทางการแก้ปญั หา โดยมปี ระเดน็ การ
นาเสนอดงั น้ี
- ปัญหาคืออะไร
- แนวทางการแก้ปญั หามีอะไรบ้าง
- เลือกแนวทางการแก้ปญั หาใด เพราะอะไร
- รายละเอยี ดของการออกแบบชิน้ งานหรือวธิ กี าร
- แบบจาลองของชนิ้ งานหรือวิธกี ารแก้ปัญหา
19. ผู้สอนและผูเ้ รยี นร่วมกนั สรุปบทเรยี นรว่ มกนั
ช่ัวโมงที่ 5-6 (แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรื่อง วางแผน สรา้ งสรรค์ และนาเสนอ จานวน 6 ชวั่ โมง)
20. ผสู้ อนสนทนากบั ผู้เรยี นวา่ ถ้าจะสรา้ งชน้ิ งานหรือวิธีการใหเ้ รว็ และเกิดข้อผิดพลาดให้นอ้ ยท่ีสุด
จะต้องทาอยา่ งไร จากน้ันผสู้ อนและผเู้ รียนรว่ มกันสรุป
ห น้ า | 14
21. ผเู้ รียนและผู้สอนร่วมกันสรปุ ความคิดรวบยอดเร่อื ง การออกแบบและประโยชน์ของการออกแบบ
ก่อนลงมือแกป้ ัญหาโดยยกตวั อย่างโครงการปลกู หญา้ แฝกในพระราชดาริของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยู่หัวภมู ิ
พลอดลุ ยเดช จากหัวขอ้ การนาไปใช้ในหนงั สอื เรียน
22. ใหผ้ ู้เรียนนงั่ ตามกลุ่มเดมิ แล้วให้ผู้เรียนแตล่ ะกลุม่ ศกึ ษาการวางแผนของนนทแ์ ละนา้ หวาน หัวขอ้
3.1 การวางแผนการแก้ปัญหา จากน้ันรว่ มกนั สรปุ การวางแผนของนนท์และน้าหวาน
23. ผู้เรียนทากจิ กรรมท่ี 3.1 วางแผนการทางาน
24. ผเู้ รยี นแตล่ ะกลุ่มศึกษาหวั ขอ้ 3.2 สิง่ ทคี่ วรรูก้ ่อนลงมอื สร้างช้ินงาน เพอื่ ให้ผู้เรียนไดเ้ รยี นร้กู าร
เลอื กใช้เครอื่ งมอื การเกบ็ รกั ษาเครอ่ื งมอื และตระหนักถงึ ความปลอดภยั ในการทางานเปน็ สาคัญ
25. ผู้สอนเกริน่ นาวา่ ในการสรา้ งชิ้นงานจาเป็นจะตอ้ งมคี วามรูแ้ ละทกั ษะการใช้เคร่อื งมือทกุ คร้งั ดงั นัน้
ไม่วา่ ผเู้ รยี นจะไดแ้ นวทางการแก้ปัญหาดว้ ยชิ้นงานหรอื วิธกี าร จาเปน็ ตอ้ งมีความรู้เรอื่ งเครื่องมือเนอ่ื งจากใน
อนาคตอาจตอ้ งแก้ปญั หาดว้ ยการสรา้ งชน้ิ งาน
26. ผเู้ รยี นแตล่ ะกลมุ่ บอกเครือ่ งมือท่ตี นเองจาเปน็ ตอ้ งใชใ้ นการทางานเพ่อื แกป้ ญั หาของตนเอง และใน
กรณีทไี่ ม่จาเปน็ ต้องใช้เครอื่ งมอื ผูเ้ รยี นจะตอ้ งบอกเหตผุ ลว่าทาไมจงึ ไมจ่ าเป็นต้องใช้เคร่อื งมอื ในการทางาน
27. ผเู้ รียนศกึ ษาการลงมือสรา้ งชน้ิ งานและวิธกี ารของนนทแ์ ละนา้ หวาน ในหนงั สือเรียน
28. ผู้เรียนและผู้สอนอภิปรายรว่ มกนั เก่ยี วกบั ขั้นตอนการทางานของนนทแ์ ละน้าหวาน และหาข้อสรปุ
ว่านนท์และน้าหวานมขี น้ั ตอนการทางานท่เี หมอื นกันและแตกตา่ งกันอย่างไรบ้าง
29. ผเู้ รียนทากิจกรรมที่ 3.2 ลงมอื ปฏิบัตงิ าน
30. ผู้เรียนศกึ ษาหวั ขอ้ 3.3 การทดสอบ ประเมนิ ผล และปรับปรุงแกไ้ ข และศึกษาการกาหนดประเด็น
การทดสอบของนนทแ์ ละนา้ หวาน ในหนังสอื เรยี น
31. ผ้สู อนใช้คาถามกระตุ้นใหผ้ ู้เรยี นคิดและแสดงความคดิ เหน็ จากการศกึ ษาการกาหนดประเดน็ การ
ทดสอบของนนทแ์ ละน้าหวาน โดยอาจใช้ตัวอยา่ งคาถามดงั นี้
- นนทก์ าหนดประเด็นการทดสอบช้ินงานอยา่ งไรบา้ ง
- น้าหวานกาหนดประเด็นการทดสอบวิธีการแกป้ ญั หาอยา่ งไรบ้าง
- ถ้าผลการทดสอบไมไ่ ดต้ ามทก่ี าหนดไวจ้ ะต้องทาอยา่ งไร
- ในการทดสอบแตล่ ะคร้งั ควรมกี ารจดบันทึกหรือไม่ เพราะเหตใุ ด
32. ผูเ้ รยี นทากจิ กรรมที่ 3.3 ทดสอบการทางาน โดยขณะทผ่ี ู้เรียนดาเนินการทากิจกรรมตามแผนงาน
ของตนเอง ผสู้ อนควรดแู ลอย่างใกล้ชดิ เพอ่ื คอยใหก้ ารเสนอแนะ และสนับสนุนใหก้ จิ กรรมใหเ้ ป็นไปตาม
จุดประสงคแ์ ละเวลาทีก่ าหนด
33. ผสู้ อนเสนอแนะผเู้ รยี นเกย่ี วกับการตรวจสอบคุณภาพชน้ิ งานและตรวจสอบประสทิ ธภิ าพของวิธีการ
เพ่ือใชป้ ระเมนิ คุณภาพช้ินงานและประสทิ ธิภาพของวิธกี ารแก้ปัญหา ซ่งึ อาจเป็นแบบตรวจสอบรายการ
(checklist)
34. ผ้เู รียนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั เขียนรายงานสรปุ ผลการทากจิ กรรมตั้งแต่ต้นจนจบ ซ่งึ ผ้สู อนอาจกาหนด
รูปแบบการเขยี นรายงานหรอื หัวข้อให้เปน็ รูปแบบเดียวกนั
ห น้ า | 15
35. ผเู้ รยี นศึกษาหัวข้อ 3.4 การนาเสนอ จากนนั้ ร่วมกันอภปิ รายเร่ืองรูปแบบและวิธีการนาเสนอผลงาน
ซ่ึงควรสรุปได้วา่ ในการนาเสนอผลงานควรจะกาหนดหวั ขอ้ การนาเสนอใหช้ ัดเจน เพือ่ ให้ตรงกับจุดประสงคแ์ ละ
ครอบคลุมเนือ้ หาและกิจกรรมทีผ่ ู้เรยี นทาตั้งแตต่ ้นจนจบ และส่ือสารให้ผ้อู ื่นเกิดความเขา้ ใจตรงกัน สามารถนา
ขอ้ มลู บางสว่ นจากที่เขียนรายงานมาเป็นขอ้ มูลในการนาเสนอผลงานด้วยก็ได้
36. ผู้เรยี นทากิจกรรมท้ายบท เรอ่ื ง นาเสนอการแกป้ ัญหา โดยนาเสนอผลการทากจิ กรรมต้ังแตบ่ ทท่ี 1
ถงึ 3 พร้อมบนั ทกึ คาถามหรือข้อเสนอแนะท่ีไดจ้ ากผฟู้ งั
8. การวัดและประเมนิ ผล
กิจกรรม วธิ กี าร เครอื่ งมอื เกณฑ์การประเมิน
ประเมิน
ใบกิจกรรม ทาใบกิจกรรมและ
ด้านความรู้ ตรวจใบกจิ กรรม แบบทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน
ผ่านเกณฑร์ ้อยละ 70 ข้ึนไป
แบบทดสอบ มที กั ษะกระบวนการ
ผ่านเกณฑร์ ะดบั พอใช้
ดา้ นทกั ษะ/ ประเมินทกั ษะ แบบประเมนิ ทกั ษะ ขน้ึ ไป
กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ มคี ะแนนคณุ ลักษณะ
คุณภาพระดับพอใช้ข้นึ ไป
ด้านคณุ ลักษณะ สังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ
ทางการเรียนและ ดา้ นพฤติกรรม
การเขา้ ร่วมกิจกรรม
ในชั้นเรียน
9. ช้นิ งาน/ภาระงาน
9.1 ใบกจิ กรรม
9.2 แบบทดสอบ
10. ส่ือและแหล่งข้อมูล
10.1 http://designtechnology.ipst.ac.th/wp-content/uploads/sites/83/2017/
09/Drawing.pdf การวาดภาพเพอ่ื การสือ่ สาร
10.2 http://academic.kus.ku.ac.th/ctech/unit/unit_4.pdf การเขียนแบบ
10.3 https://www.youtube.com/watch?v=r7GqE10XeCE การใช้โปรแกรม sketchup ออกแบบ
โต๊ะทางาน
10.4 หนงั สอื เรยี นรายวิชาพน้ื ฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 2 สถาบันส่งเสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ห น้ า | 16
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3 เวลา 4 ชัว่ โมง
ชอ่ื หน่วยการเรียนรู้ เทคโนโลยีในอนาคต
1. สาระ/ มาตรฐานการเรียนรู้
สาระที่ 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพอื่ การดารงชวี ติ ในสงั คมที่มกี ารเปลี่ยนแปลงอย่าง
รวดเร็ว ใช้ความรแู้ ละทักษะทางด้านวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตรอ์ ืน่ ๆ เพ่ือแก้ปญั หาหรอื พฒั นางาน
อย่างมีความคิดสร้างสรรคด์ ้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสมโดย
คานงึ ถึงผลกระทบตอ่ ชวี ติ สังคม และสิง่ แวดลอ้ ม
2. ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้
คาดการณ์แนวโน้มเทคโนโลยที จ่ี ะเกิดขน้ึ โดยพจิ ารณาจากสาเหตุหรือปัจจัยทีส่ ง่ ผลต่อการเปล่ียนแปลง
ของเทคโนโลยี และวิเคราะห์ เปรยี บเทยี บ ตัดสนิ ใจเลอื กใช้เทคโนโลยี โดยคานึงถึงผลกระทบที่เกิดข้ึนตอ่ ชวี ิต
สังคม และสิ่งแวดลอ้ ม
3. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การเลือกใชเ้ ทคโนโลยี รวมทั้งการคาดการณ์แนวโนม้ ของเทคโนโลยที จ่ี ะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องคานงึ ถงึ
ผลกระทบต่อชวี ิตสงั คม และตอ้ งเปน็ มติ รกับสิง่ แวดล้อม การเลือกใชเ้ ทคโนโลยเี พื่อสนองความตอ้ งการของ
มนษุ ย์อยา่ งเหมาะสม จะชว่ ยในการวางแผนการทางานและเปน็ ข้อมลู ในการเลือกใช้ทรัพยากรท่ีมอี ยูอ่ ยา่ ง
จากัดให้เกดิ ประโยชนส์ งู สดุ รวมทง้ั เป็นการพัฒนาขดี ความสามารถของมนุษยใ์ นการสรา้ งเทคโนโลยีแห่ง
อนาคตไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ
4. สาระการเรียนรู้
4.1 การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี และการเลอื กใช้เทคโนโลยี
4.2 การคาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคต
5. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
5.1 ความสามารถในการคิด
5.2 ความสามารถในการส่อื สาร
5.3 ความสามารถในการแก้ปัญหา
5.4 ความสามารถในการทางานรว่ มกบั ผ้อู น่ื
ห น้ า | 17
6. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
6.1 มุ่งม่ันในการทางาน
6.2 มวี ินยั
6.3 ใฝเ่ รยี นรู้
7. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ช่ัวโมงที่ 1-2 (แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4 เร่อื ง คาดการณเ์ ทคโนโลยใี นอนาคต จานวน 4 ช่วั โมง)
1. ผู้สอนนาภาชนะใส่อาหารที่ทาจากโฟมให้ผ้เู รยี นสังเกต และรว่ มกันอภิปรายในประเดน็ การย่อยสลาย
ของภาชนะและบรรจภุ ัณฑ์จากโฟมทที่ กุ คนเคยเห็นกนั ตามทสี่ าธารณะหรอื แมน่ า้ ลาคลอง แล้วผู้สอนถามผเู้ รียนว่า
หากเราตอ้ งการจัดการขยะจากโฟมที่ตน้ ทาง ควรใช้วิธีการอยา่ งไร
2. ผู้สอนทบทวนความร้เู ดิมก่อนเรียน โดยใหผ้ ู้เรยี นบอกเทคโนโลยท่ีเป็นชนิ้ งานที่ทาจากธรรมชาติซึง่
สามารถใชแ้ ทนโฟมได้และเทคโนโลยีท่เี ปน็ วธิ กี ารเพ่ือลดและหลกี เล่ียงการใช้โฟม
3. ผู้เรยี นดคู ลิปวิดโี อการนาเปลอื กตน้ กลว้ ยมาประดิษฐ์เปน็ ของใช้และภาชนะใสอ่ าหาร จากน้นั ผเู้ รยี น
และผูส้ อนร่วมกันอภปิ รายสรุปความรู้ท่ีไดจ้ ากคลิปในประเดน็ ต่อไปน้ี
- สาเหตุใดที่ทาใหต้ ้องมกี ารใชภ้ าชนะจากวัสดุธรรมชาติ
- เทคโนโลยจี ากวัสดุธรรมชาติสง่ ผลกระทบตอ่ ชีวติ และสงั คม เศรษฐกจิ และสิ่งแวดลอ้ มอยา่ งไร
- เม่อื ผเู้ รียนมคี วามรู้มากขึน้ และเทคโนโลยีมีความกา้ วหนา้ มากขึ้น ผเู้ รียนจะสร้างหรอื พฒั นา
เทคโนโลยใี นการแกป้ ัญหาบรรจุภัณฑจ์ ากโฟมได้อยา่ งไร
- ผ้เู รยี นคิดวา่ มวี ัสดุจากธรรมชาติใดอกี บ้าง ท่ีสามารถนามาประดิษฐเ์ ป็นบรรจภุ ัณฑ์แทนโฟมได้
นอกจากตน้ กลว้ ย
- ปจั จุบนั บรรจภุ ณั ฑ์จากธรรมชาติมรี าคาแพง ผู้เรียนจะมแี นวทางในการแก้ปัญหานีอ้ ย่างไร เพ่อื ให้
สามารถนามาใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้
4. แบง่ กลมุ่ ผ้เู รยี นออกเป็น 3 กลุม่ โดยคละความสามารถและคละเพศ ใหแ้ ต่ละกลมุ่ จับสลากหวั ข้อเร่ือง
ทจ่ี ะศึกษาในหัวข้อ 4.1 การเปล่ียนแปลงเทคโนโลยแี ละการเลอื กใช้เทคโนโลยี ในหนงั สอื เรียน 3 เรื่อง คอื
กลมุ่ ท่ี 1 การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยกี ารกาจดั ขยะมูลฝอย
กลมุ่ ที่ 2 การเปลีย่ นแปลงเทคโนโลยีการบาบดั นา้ เสีย
กล่มุ ที่ 3 การเปล่ยี นแปลงเทคโนโลยีการควบคมุ มลพิษทางอากาศ
จากนนั้ รว่ มกันอภิปรายผลการศกึ ษาการเปลยี่ นแปลงเทคโนโลยแี ละการเลอื กใช้เทคโนโลยี
5. ผูเ้ รียนรว่ มกันอภิปรายกรอบชวนคดิ ในหวั ข้อ 4.1 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและการเลอื กใช้
เทคโนโลยี ดงั น้ี
5.1 กรอบชวนคิดในหวั ข้อ 4.1.1 การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยีการจดั การขยะมลู ฝอย เมอ่ื มีการ
ค้นพบความรู้ใหมม่ ากข้นึ และเทคโนโลยีมีความก้าวหนา้ มากขนึ้ ผเู้ รยี นจะสร้างหรือพฒั นาเทคโนโลยใี ดในการ
จดั การขยะมูลฝอยเพื่อให้เกิดผลกระทบในด้านลบตอ่ ชวี ิต สังคม และสง่ิ แวดล้อมให้นอ้ ยที่สุด
ห น้ า | 18
5.2 กรอบชวนคิดในหัวขอ้ 4.1.2 การเปล่ยี นแปลงของเทคโนโลยกี ารบาบัดนา้ เสีย เมอื่ มกี ารค้นพบ
ความรู้ใหมม่ ากขนึ้ และเทคโนโลยีมีความก้าวหนา้ มากข้ึน ผู้เรยี นจะคาดการณเ์ ทคโนโลยกี ารบาบัดนา้ เสียของ
โรงเรียนและชุมชนของผเู้ รียนว่าจะมีลกั ษณะอย่างไร เพือ่ บาบดั นา้ เสียให้มปี ระสิทธภิ าพมากท่สี ุด และลด
ผลกระทบด้านลบให้ได้มากทสี่ ุด
5.3 กรอบชวนคิดในหัวขอ้ 4.1.2 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยกี ารบาบัดนา้ เสยี โรงงานผลติ น้ามัน
พชื ตัง้ อยู่ในนคิ มอตุ สาหกรรมที่มีพืน้ ที่จากดั นา้ เสียจากโรงงานแห่งนมี้ กี ารปนเปือ้ นไขมันและนา้ มนั ลอยบนพืน้ ผิว
ของนา้ เสยี เป็นจานวนมากผู้เรยี นคดิ ว่าระบบบาบัดนา้ เสียแบบใดเหมาะสมกับโรงงานนี้
5.4 กรอบชวนคดิ ในหัวขอ้ 4.1.3 การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการควบคมุ มลพษิ ทางอากาศ เม่อื มี
การค้นพบความรู้ใหม่ ๆ มากขนึ้ และเทคโนโลยมี ีความก้าวหน้ามากขน้ึ เราจะคาดการณ์เทคโนโลยีการควบคมุ
มลพษิ อากาศในอนาคตว่ามีลกั ษณะอยา่ งไร เพอ่ื ให้เกดิ ประสทิ ธิภาพ และลดผลกระทบดา้ นลบใหไ้ ดม้ ากทสี่ ุด
6. แต่ละกลุม่ ทากจิ กรรมท่ี 4.1 เร่อื ง เลอื กใช้เทคโนโลยี โดยร่วมกนั วเิ คราะห์สถานการณ์ และอภิปราย
ถึงปญั หา กรอบของปัญหา แนวทางการแก้ไขปญั หาทหี่ ลากหลาย แลว้ เลือกเทคโนโลยีทกี่ ลมุ่ ตนเองคิดว่า
เหมาะสมกบั สภาพปัญหาตามสถานการณท์ กี่ าหนดให้ โดยคานงึ ถงึ ผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิง่ แวดลอ้ ม และ
อธิบายเหตุผลในการเลือกใชเ้ ทคโนโลยนี ้ันสุ่มตัวแทนกลมุ่ จานวน 1 กล่มุ มานาเสนอ
7. ผู้เรียนและผสู้ อนรว่ มกันอภปิ รายสรุปผลการทากิจกรรมท่ี 4.1 ในประเด็น กรอบของปญั หา
เทคโนโลยีที่เลือกใชใ้ นการแกป้ ญั หา และเหตุผลในการเลือกใช้เทคโนโลยีมาแกป้ ัญหา
8. ผ้เู รยี นทกุ กลมุ่ ศึกษาหัวข้อ 4.2 การคาดการณเ์ ทคโนโลยใี นอนาคต ในหนงั สือเรยี น โดยกาชบั ให้
ผเู้ รียนพิจารณาตารางการคาดการณ์เทคโนโลยีแต่ละประเภท เน้นการพิจารณาปัจจยั หรอื สาเหตุท่ีมีผลต่อการ
เปลย่ี นแปลงท้งั 4 ดา้ น คือ ความกา้ วหน้าของศาสตรต์ า่ ง ๆ มนุษยแ์ ละสังคม เศรษฐกจิ และสิง่ แวดลอ้ ม
9. ผู้เรยี นและผูส้ อนอภิปรายเกีย่ วกบั กรอบข้อความของดอ็ กเตอร์ ในหัวข้อ 4.2 ดังนี้
9.1 กรอบข้อความของด็อกเตอร์ในหัวข้อ 4.2.1 การคาดการณเ์ ทคโนโลยีการจัดการขยะมูลฝอย
ลองคาดการณว์ า่ เทคโนโลยกี ารจดั การขยะมูลฝอยจะมีพฒั นาต่อไปอย่างไร
9.2 กรอบขอ้ ความของด็อกเตอร์ในหวั ข้อ 4.2.2 การคาดการณ์เทคโนโลยีการบาบัดน้าเสีย ในอนาคต
เมื่อมีการขยายตวั ทางดา้ นเศรษฐกจิ มากยง่ิ ขนึ้ จานวนประชากรสูงข้นึ สง่ ผลให้เกดิ ปัญหามลพษิ ทางน้ามากขนึ้ เรา
จะคาดการณ์เทคโนโลยีทีจ่ ะเกดิ ข้ึนเพอ่ื ชว่ ยแกป้ ัญหามลพิษทางนา้ ได้อย่างไร
9.3 กรอบข้อความของด็อกเตอรใ์ นหวั ข้อ 4.2.3 การคาดการณ์เทคโนโลยกี ารควบคุมมลพิษทาง
อากาศ ในอนาคตมแี นวโนม้ ท่โี รงงานอตุ สาหกรรมจะมกี ารขยายตัวมากข้ึน ก่อให้เกดิ มลพษิ ทางอากาศตามมา
ลองมาคาดการณห์ รอื หาแนวทางในการพฒั นาเทคโนโลยกี ารควบคมุ มลพษิ ทางอากาศใหเ้ กิดผลกระทบตอ่
ส่ิงแวดล้อมนอ้ ยทีส่ ุด
10. ผู้เรียนแตล่ ะกลุ่มทากิจกรรมท้ายบท เรื่อง คาดการณ์เทคโนโลยีในอนาคต โดยแต่ละกล่มุ ค้นควา้
ขอ้ มูลเพิ่มเตมิ จากแหล่งเรียนร้ตู า่ ง ๆ ท่นี า่ เชอื่ ถอื พรอ้ มท้ังอ้างองิ แหล่งทม่ี าของข้อมูล
11. ผู้สอนสนทนากับผู้เรียนถึงปัญหาส่งิ แวดล้อมในขา่ วตามส่ือต่าง ๆ ทง้ั ในและต่างประเทศ เปดิ โอกาส
ใหผ้ เู้ รยี นแลกเปล่ียนเรียนรู้ให้ได้มากที่สุด แล้วให้พิจารณาวา่ ปัญหาในชุมชนใกล้ตัวของผเู้ รยี นมีอะไรบา้ ง และ
ชมุ ชนแกป้ ัญหาเหลา่ นัน้ อยา่ งไรผเู้ รียนมแี นวคิดทจ่ี ะแก้ปัญหานัน้ ให้ดีขึน้ อย่างไร จากนน้ั ทกุ กล่มุ ทากจิ กรรมทา้
ห น้ า | 19
ทายความคิด เรอื่ ง เลือกใชแ้ ละคาดการณเ์ ทคโนโลยี แต่ละกลุ่มเลอื กปญั หาที่สนใจ โดยกลุ่มเลขคีเ่ ลอื กวิธี
แกป้ ญั หาด้วยเทคโนโลยีทเี่ ป็นวิธกี ารและกลมุ่ เลขคู่เลอื กวธิ ีแกป้ ญั หาดว้ ยเทคโนโลยีที่เป็นชน้ิ งาน
12. ผ้เู รยี นแตล่ ะกลุม่ เขียนรายละเอยี ดแผนภาพการคาดการณ์เทคโนโลยขี องกลมุ่ ตนเองในกระดาษปรูฟ๊
แล้วใหแ้ ต่ละกลุ่มจัดแสดงผลงานไว้ซ่ึงจะแยกเปน็ 2 ส่วน คือ สว่ นท่ีเป็นวิธกี าร และส่วนท่เี ป็นชนิ้ งาน ทุกกลุ่มจะมี
ตัวแทนอยู่ประจาจดุ ท่ีแสดงผลงานกลุ่มละ 1 คน เพ่อื อธิบายและตอบขอ้ ซักถามให้กบั ผู้สอนและเพ่ือน ๆ ส่วน
ท้ายสุดผทู้ ี่เปน็ วทิ ยากรประจากลมุ่ ก็จะเดนิ เวียนเพอ่ื ศึกษาผลงานของกลุ่มอื่น ๆ โดยมีสมาชิกรายอ่ืนมาปฏิบัติ
หน้าทแ่ี ทน
13. ผ้เู รยี นและผูส้ อนร่วมกันประเมนิ ผลงานของทุกกลมุ่ โดยใช้กิจกรรม gallery walk ซง่ึ ทุกคนจะเดนิ
ศกึ ษางานจนครบทุกกล่มุ ผเู้ รียนพิจารณาว่ากล่มุ ใดเลือกใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมกับปัญหามากที่สดุ ให้ตดิ สติก
เกอร์ทผ่ี ลงานของกลุ่มน้นั ซึ่งผูเ้ รียนแต่ละคนจะมีสตกิ เกอรจ์ านวน 2 ชนิ้ เลือกติดกลุม่ วิธกี าร 1 ชน้ิ และเลอื กตดิ
กลุ่มช้ินงาน 1 ชิ้น
14. ผู้เรียนและผู้สอนรว่ มกันอภปิ รายสรุปผลการประเมนิ ของแต่ละกลมุ่ โดยสรุปคะแนนจากจานวนสตกิ
เกอรท์ ี่เพ่ือน ๆ ติดไว้ กลมุ่ ใดได้จานวนสติกเกอร์มากทีส่ ุดจะได้นาผลงานออกนาเสนอหน้าชัน้ ผู้สอนและผเู้ รยี นท้ัง
ชั้นรว่ มกนั สรปุ อีกครงั้ ว่าผลงานท่ที ุกฝา่ ยลงมติมาน้นั มีความเหมาะสมหรือมจี ดุ ที่ควรปรบั ปรงุ ตรงไหนอย่างไร หรอื
มผี ลงานของกลุม่ อ่นื ๆ ท่คี วรยกมาเป็นตัวอย่างในการพจิ ารณาเพม่ิ เติมอีกหรอื ไม่ สว่ นผลงานท่ไี ม่ไดร้ ับการโหวตก็
มีการแสดงข้อคดิ เห็นเพ่ิมเติมในการปรบั ปรุงแก้ไขใหเ้ หมาะสมมากยิง่ ขนึ้
8. การวัดและประเมนิ ผล
กจิ กรรม วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑก์ ารประเมิน
ประเมิน
ใบกิจกรรม ทาใบกิจกรรมและ
ดา้ นความรู้ ตรวจใบกจิ กรรม แบบทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรยี น
ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 70 ขึ้นไป
แบบทดสอบ มีทกั ษะกระบวนการ
ผ่านเกณฑ์ระดับพอใช้
ด้านทักษะ/ ประเมนิ ทักษะ แบบประเมนิ ทักษะ ขน้ึ ไป
กระบวนการ กระบวนการ กระบวนการ มีคะแนนคุณลกั ษณะ
คณุ ภาพระดับพอใช้ขึน้ ไป
ดา้ นคุณลักษณะ สังเกตพฤติกรรม แบบประเมนิ
ทางการเรียนและ ด้านพฤติกรรม
การเขา้ ร่วมกิจกรรม
ในช้นั เรยี น
ห น้ า | 20
9. ช้นิ งาน/ภาระงาน
9.1 ใบกจิ กรรม
9.2 แบบทดสอบ
10. สอ่ื และแหลง่ ข้อมลู
หนงั สอื เรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานวทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 2
สถาบันสง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
คาํ อธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหสั วิชา ว23104 การออกแบบและเทคโนโลยี 3 กลุม่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 3 เวลา 20 ช่ัวโมง จํานวน 0.5 หน่วยกิต
………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ศึกษาสาเหตหุ รอื ปัจจยั ที่ทาใหเ้ กิดการเปล่ยี นแปลงเทคโนโลยีและความสัมพันธ์ของเทคโนโลยกี บั
ศาสตร์อืน่ เพอื่ เป็นแนวทางแก้ปัญหา ตลอดจนคาดการณแ์ นวโน้มเทคโนโลยี ในอนาคต เลือกใชเ้ ทคโนโลยโี ดย
คานึงถึงผลกระทบทีเ่ กดิ ขน้ึ ต่อชีวติ สังคม และสิง่ แวดล้อม ประยกุ ต์ใช้ความรู้ ทกั ษะ และทรพั ยากร โดย
วิเคราะห์ เปรยี บเทียบและเลือกข้อมลู ท่ีจาเปน็ เพ่ือออกแบบวธิ กี ารแกป้ ญั หาในชุมชนหรอื ท้องถิ่นในดา้ น
พลังงาน สิ่งแวดล้อม พลงั งาน การขนส่ง การเกษตรและอาหาร และสรา้ งชน้ิ งานหรือพฒั นาวธิ ีการโดย ใช้
กระบวนการออกแบบเชงิ วศิ วกรรม รวมทง้ั เลือกใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือในการแกป้ ัญหาไดอ้ ย่างถูกตอ้ งกบั
ลักษณะของงาน เหมาะสม และปลอดภยั เพ่ือแก้ปัญหาหรอื พัฒนางาน
รหสั ตัวชี้วัด
ว 4.1 ม3/1, ม3/2, ม3/3, ม3/4, ม3/5
รวมทง้ั หมด 5 ตัวช้วี ดั
คำอธิบำยรำยวิชำ
กำรออกแบบและเทคโนโลยี 1 ว31104 กลมุ่ สำระกำรเรียนรวู้ ิทยำศำสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศกึ ษำปีท่ี 4 เวลำ 40 ช่วั โมง
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ศึกษา วเิ คราะห์แนวคิดหลกั ของเทคโนโลยี การเปลีย่ นแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยีทีเ่ กิดขึ้น
และความสัมพันธ์ของเทคโนโลยกี ับศาสตร์อนื่ ออกแบบ สรา้ ง หรือพฒั นาผลงานสาํ หรบั แกป้ ัญหาท่ีคํานึงถงึ
ผลกระทบตอ่ สังคมในประเด็นท่ีเก่ียวขอ้ งกับสุขภาพและการบริการ โดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม
ซึ่งใชค้ วามรู้ ทักษะ และเลอื กใช้วัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมอื กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนกิ ส์ เพื่อแก้ปญั หาไดอ้ ยา่ ง
ถกู ตอ้ ง เหมาะสม ปลอดภัย คํานึงถึงทรัพย์สินทางปัญญา มีการใชซ้ อฟต์แวร์ชว่ ยในการออกแบบและนําเสนอ
ผลงาน
ตวั ชวี้ ัด
4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี
1. วิเคราะหแ์ นวคดิ หลกั ของเทคโนโลยี ความสัมพันธก์ บั ศาสตร์อน่ื โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ หรือ
คณติ ศาสตร์ รวมทงั้ ประเมินผลกระทบที่จะเกดิ ขึ้นต่อมนษุ ย์ สังคม เศรษฐกิจ และสง่ิ แวดลอ้ ม เพ่ือ
เปน็ แนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี
2. ระบุปัญหาหรอื ความต้องการท่ีมผี ลกระทบต่อสังคม รวบรวม วิเคราะหข์ ้อมูลและแนวคิดที่
เกี่ยวขอ้ งกบั ปญั หาที่มีความซับซอ้ นเพอื่ สังเคราะหว์ ธิ กี าร เทคนคิ ในการแก้ปัญหา โดยคาํ นึงถงึ ความถูกต้อง
ด้านทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา
3. ออกแบบวธิ ีการแก้ปญั หา โดยวิเคราะหเ์ ปรยี บเทียบ และตัดสนิ ใจเลือกข้อมลู ที่จําเป็นภายใต้
เงอ่ื นไขและทรัพยากรทม่ี อี ยู่ นําเสนอแนวทางการแก้ปัญหาใหผ้ ูอ้ ื่นเข้าใจดว้ ยเทคนิคหรือวิธีการท่ี หลากหลาย
โดยใช้ซอฟตแ์ วรช์ ว่ ยในการออกแบบ วางแผนขั้นตอนการทาํ งานและดําเนินการแกป้ ญั หา
4. ทดสอบ ประเมนิ ผล วิเคราะหแ์ ละให้เหตุผลของปญั หาหรือข้อบกพรอ่ งที่เกิดขนึ้ ภายใตก้ รอบ
เง่อื นไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนําเสนอผลการแก้ปญั หา พร้อมทัง้ เสนอแนวทางการ
พฒั นาต่อยอด
5. ใชค้ วามรู้และทกั ษะเก่ยี วกับวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมอื กลไก ไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ และ
เทคโนโลยีท่ีซับซอ้ นในการแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน ได้อย่างถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภยั
รวมทงั้ หมด 5 ตัวชี้วดั
ห น้ า | 1
คาอธบิ ายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ สาระการเรียนรู้พ้ืนฐาน
รายวิชา การออกแบบและเทคโนโลยี 2 รหัสวชิ า ว32104 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5
จานวนเวลา 2 ชั่วโมง/สปั ดาห์ เวลา 40 ช่วั โมง / ภาคเรียน จานวน 1.0 หน่วยกิต
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ศกึ ษาและวิเคราะห์สถานการณห์ รือความต้องการที่คานึงถงึ ผ้ใู ช้ด้วยการคดิ เชิงออกแบบ และความรู้
ทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อทาความเข้าใจปญั หาอย่างลกึ ซง้ึ และรอบดา้ น
เพื่อพฒั นาวิธกี ารแกป้ ญั หาทีต่ รงความต้องการ พัฒนาโครงงานเพอื่ แกป้ ญั หาจากสถานการณ์ทตี่ นเองสนใจ
โดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม ศกึ ษาการพฒั นาผลงาน การสรา้ งประโยชน์จากผลงาน และการ
คุ้มครองทรพั ย์สินทางปัญญาเพือ่ นาความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ช้ในการพัฒนาหรือสรา้ งประโยชน์จากผลงานของตนเอง
และเผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์ผลงานของตนเองใหเ้ ปน็ ท่ีรูจ้ ักและก่อใหเ้ กิดประโยชน์
ตัวช้ีวัด
ว 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลย)ี
ประยุกตใ์ ชค้ วามรแู้ ละทกั ษะจากศาสตร์ตา่ ง ๆ รวมทั้งทรัพยากร ในการทาโครงงานเพ่ือแกป้ ญั หา
หรือพัฒนางาน
รวมทงั้ หมด 1 ตัวชีว้ ดั
ห น้ า | 2
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ โครงสร้างรายวชิ า สาระการเรียนรูพ้ ้นื ฐาน
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5
รายวชิ า การออกแบบและเทคโนโลยี รหสั วชิ า ว32104 จานวน 1.0 หนว่ ยกติ
จานวนเวลา 2 ช่วั โมง/สัปดาห์ เวลา 40 ช่วั โมง / ภาคเรยี น
ลาดับ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด เวลา น้าหนกั
ท่ี การเรยี นรู้ เรยี นรู้ / ตัวชี้วัด (ชว่ั โมง) คะแนน
ผลการเรยี นรู้ รป
1 ความร้กู บั ว 4.1 ม.5 การวิเคราะหส์ ถานการณป์ ัญหาอย่างรอบ 8 20
กระบวนการคิด ดา้ นภายใตก้ รอบความรู้ทางดา้ น
เพอื่ แก้ปัญหา วทิ ยาศาสตร์
คณติ ศาสตร์ และศาสตรอ์ ่ืน ๆ รวมท้งั การ
ใช้แนวคดิ เชงิ ออกแบบรว่ มกับการทางาน
ตามกระบวนการออกแบบ
เชงิ วศิ วกรรม จะชว่ ยใหผ้ เู้ รียนสามารถ
พิจารณากิจกรรมและปญั หาที่เกิดใน
สถานการณแ์ ละบรบิ ทตา่ ง ๆ ชว่ ยให้
ผู้เรยี นวเิ คราะหแ์ ละเขา้ ใจผู้ใชง้ านซึง่ เป็น
กลมุ่ บคุ คลผูน้ าเทคโนโลยีที่ถูกพฒั นาไปใช้
ในชีวติ ประจาวนั
2 การพัฒนา ว 4.1 ม.5 โครงงาน เปน็ การศกึ ษาท่เี ปิดโอกาสให้ 18 30
โครงงาน นักเรยี นศึกษาค้นควา้ หาความรแู้ ละลงมือ
ปฏิบัติด้วยตนเองในเร่อื งใดเร่อื งหนงึ่ ที่
ต้องการรูค้ าตอบให้ลึกซงึ้ โดยใช้
กระบวนการหรือวธิ กี ารท่ีมีระบบ ภายใต้
การดูแลและใหค้ าปรกึ ษาของครูหรอื
ผู้เช่ยี วชาญต้งั แต่การเลอื กหัวขอ้ เร่อื งทีจ่ ะ
ทาโครงงาน การกาหนดขอบเขตการ
วางแผนดาเนินงานและข้ัน ตอน และลง
มือปฏบิ ัตติ ามแผนท่ีวางไว้ จนได้ข้อสรปุ ท่ี
เป็นคาตอบในเร่ืองนั้น ๆ
สรุปทบทวนภาพรวม(สอบกลางภาค) 2 10
3 การพฒั นา ว 4.1 ม.5 การสร้างประโยชนจ์ ากผลงาน เปน็ การ 10 20
ตอ่ ยอดงาน พัฒนาผลงานท้งั ทีเ่ ปน็ ชิ้นงาน (ผลติ ภัณฑ์)