The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตให้เป็นคนดีและคนเก่ง ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยแห่งบูรณาการ ผสานองค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ปลูกฝั่งและสร้างจิตสำนึกให้กับนักศึกษาให้มีทักษะ “วิศวกรสังคม” ซึ่งมีคุณลักษณะ 4 ประการได้แก่ “นักคิด” สามารถคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผลเห็นปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย “นักสื่อสาร” มีทักษะการสื่อสารองค์ความรู้เพื่อการแก้ปัญหา “นักประสาน” สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้โดยปราศจากข้อขัดแย้งและ “นวัตกร” มีทักษะในการสร้างนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาบนฐานข้อมูลของชุมชน สร้างความเชื่อมโยงต่อชุมชนในการสร้างสรรค์พัฒนาท้องถิ่นและเพิ่มศักยภาพประชาชนให้สังคมเป็นสุขอย่างยั่งยืน<br>การดำเนินงานจะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานและบุคลากรที่จะช่วยในการขับเคลื่อนให้กิจกรรมต่างๆบรรลุเป้าหมายตามนโยบายของมหาวิทยาลัย กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มีภารกิจสำคัญในการที่จะพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมห้องเรียนโค้ชวิศวกรสังคม (Social Engineer Coach Classroom) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะวิศวกรสังคมทั้ง 4 ประการ และได้รับการพัฒนาเป็น Coach วิศวกรสังคมที่มีความชำนาญและเป็นต้นแบบของบุคลากรอื่นๆ และเพื่อให้บุคลากรเป็นคนดีและคนเก่งได้รับการส่งเสริมและแสดงออกถึงความรู้ความสามารถและศักยภาพในการพัฒนามหาวิทยาลัยและท้องถิ่นอย่างเต็มที่ โดยมีหัวข้อเรื่องการอบรมที่บุคลากรสามารถพัฒนางานเขียนวิชาการขึ้นมา ได้แก่ เรื่องการขยายผลกระบวนการวิศวกรสู่การจัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book, เรื่องเทคนิคการวางโครงร่างการเขียนบทความจากกระบวนการวิศวกรสังคม, เรื่องการจัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม, เรื่อง Coaching การให้คำปรึกษาและการดึงศักยภาพนักศึกษาสู่การเป็นวิศวกรสังคม และเรื่องการขยายผลทางวิชาการด้วยแนวคิดและทฤษฎีวิศวกรสังคม ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ดำเนินการจัดไปตั้งแต่วันที่ 12-15 กันยายน 2566 ณ โรงแรมลอฟท์ มาเนีย บูติค อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร และได้มีการผลิตบทความทางวิชาการจากบุคลากรที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวน 20 บทความ กองพัฒนานักศึกษาจึงได้จัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book เพื่อการขยายผลทางวิชาการด้วยแนวคิดและทฤษฎีวิศวกรสังคมต่อไป<br>ในการนี้กองพัฒนานักศึกษา ขอขอบคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่ได้ให้การสนับสนุนให้เกิดการดำเนินการจัดกิจกรรมห้องเรียนโค้ชวิศวกรสังคม (Social Engineer Coach Classroom) ขึ้น และขอขอบคุณดร.พลกฤต แสงอาวุธ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและเครือข่ายศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เป็นผู้อำนวยการดำเนินการจัดการอบรมให้กับบุคลากรในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบผลสำเร็จทุกประการ ขอขอบคุณวิทยากรที่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดทักษะองค์ความรู้ และขอขอบคุณบุคลากรที่เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่สามารถเขียนผลงานทางวิชาการเพื่อให้เกิดความชำนาญและเป็นต้นแบบของบุคลากรอื่นๆ ได้<br>ทั้งนี้หากวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book ฉบับนี้เกิดความผิดพลาดประการใด ทางคณะผู้จัดทำต้องขออภัย มา ณ ที่นี้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เนติฐ์ไน จีนสกุล, 2023-10-02 02:53:08

บทความแห่งการเรียนรู้โดยอาจารย์ และบุคลากรสู่ห้องเรียนวิศวกรสังคม รุ่น 1

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตให้เป็นคนดีและคนเก่ง ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยแห่งบูรณาการ ผสานองค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ปลูกฝั่งและสร้างจิตสำนึกให้กับนักศึกษาให้มีทักษะ “วิศวกรสังคม” ซึ่งมีคุณลักษณะ 4 ประการได้แก่ “นักคิด” สามารถคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผลเห็นปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย “นักสื่อสาร” มีทักษะการสื่อสารองค์ความรู้เพื่อการแก้ปัญหา “นักประสาน” สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้โดยปราศจากข้อขัดแย้งและ “นวัตกร” มีทักษะในการสร้างนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาบนฐานข้อมูลของชุมชน สร้างความเชื่อมโยงต่อชุมชนในการสร้างสรรค์พัฒนาท้องถิ่นและเพิ่มศักยภาพประชาชนให้สังคมเป็นสุขอย่างยั่งยืน<br>การดำเนินงานจะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานและบุคลากรที่จะช่วยในการขับเคลื่อนให้กิจกรรมต่างๆบรรลุเป้าหมายตามนโยบายของมหาวิทยาลัย กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มีภารกิจสำคัญในการที่จะพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมห้องเรียนโค้ชวิศวกรสังคม (Social Engineer Coach Classroom) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะวิศวกรสังคมทั้ง 4 ประการ และได้รับการพัฒนาเป็น Coach วิศวกรสังคมที่มีความชำนาญและเป็นต้นแบบของบุคลากรอื่นๆ และเพื่อให้บุคลากรเป็นคนดีและคนเก่งได้รับการส่งเสริมและแสดงออกถึงความรู้ความสามารถและศักยภาพในการพัฒนามหาวิทยาลัยและท้องถิ่นอย่างเต็มที่ โดยมีหัวข้อเรื่องการอบรมที่บุคลากรสามารถพัฒนางานเขียนวิชาการขึ้นมา ได้แก่ เรื่องการขยายผลกระบวนการวิศวกรสู่การจัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book, เรื่องเทคนิคการวางโครงร่างการเขียนบทความจากกระบวนการวิศวกรสังคม, เรื่องการจัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม, เรื่อง Coaching การให้คำปรึกษาและการดึงศักยภาพนักศึกษาสู่การเป็นวิศวกรสังคม และเรื่องการขยายผลทางวิชาการด้วยแนวคิดและทฤษฎีวิศวกรสังคม ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ดำเนินการจัดไปตั้งแต่วันที่ 12-15 กันยายน 2566 ณ โรงแรมลอฟท์ มาเนีย บูติค อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร และได้มีการผลิตบทความทางวิชาการจากบุคลากรที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวน 20 บทความ กองพัฒนานักศึกษาจึงได้จัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book เพื่อการขยายผลทางวิชาการด้วยแนวคิดและทฤษฎีวิศวกรสังคมต่อไป<br>ในการนี้กองพัฒนานักศึกษา ขอขอบคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่ได้ให้การสนับสนุนให้เกิดการดำเนินการจัดกิจกรรมห้องเรียนโค้ชวิศวกรสังคม (Social Engineer Coach Classroom) ขึ้น และขอขอบคุณดร.พลกฤต แสงอาวุธ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและเครือข่ายศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เป็นผู้อำนวยการดำเนินการจัดการอบรมให้กับบุคลากรในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบผลสำเร็จทุกประการ ขอขอบคุณวิทยากรที่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดทักษะองค์ความรู้ และขอขอบคุณบุคลากรที่เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่สามารถเขียนผลงานทางวิชาการเพื่อให้เกิดความชำนาญและเป็นต้นแบบของบุคลากรอื่นๆ ได้<br>ทั้งนี้หากวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book ฉบับนี้เกิดความผิดพลาดประการใด ทางคณะผู้จัดทำต้องขออภัย มา ณ ที่นี้

Keywords: วิศวกรสังคม,Social engineer

1


ก คำนำ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตให้เป็นคนดีและคนเก่ง ตามนโยบาย ของมหาวิทยาลัยแห่งบูรณาการ ผสานองค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ปลูกฝั่งและสร้างจิตสำนึกให้กับนักศึกษาให้มีทักษะ “วิศวกรสังคม” ซึ่งมีคุณลักษณะ 4 ประการได้แก่ “นักคิด” สามารถคิดวิเคราะห์เชิงเหตุ - ผลเห็นปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย “นักสื่อสาร” มีทักษะการสื่อสารองค์ ความรู้เพื่อการแก้ปัญหา “นักประสาน” สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้โดยปราศจากข้อขัดแย้งและ “นวัตกร” มีทักษะในการสร้างนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาบนฐานข้อมูลของชุมชน สร้างความเชื่อมโยงต่อ ชุมชนในการสร้างสรรค์พัฒนาท้องถิ่นและเพิ่มศักยภาพประชาชนให้สังคมเป็นสุขอย่างยั่งยืน การดำเนินงานจะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานและบุคลากรที่จะ ช่วยในการขับเคลื่อนให้กิจกรรมต่างๆบรรลุเป้าหมายตามนโยบายของมหาวิทยาลัย กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มีภารกิจสำคัญในการที่จะพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย จึงได้ ดำเนินการจัดกิจกรรมห้องเรียนโค้ชวิศวกรสังคม (Social Engineer Coach Classroom) ขึ้น โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะวิศวกรสังคมทั้ง 4 ประการ ผ่านกระบวนการพัฒนาเป็น Coach วิศวกรสังคมที่มีความชำนาญและเป็นต้นแบบของอาจารย์ บุคลากรในมหาวิทยาลัย และเพื่อให้บุคลากรเป็น คนดีและคนเก่งได้รับการส่งเสริมและแสดงออกถึงความรู้ความสามารถและศักยภาพในการพัฒนา มหาวิทยาลัยและท้องถิ่นอย่างเต็มที่ โดยมีหัวข้อเรื่องการอบรมที่บุคลากรสามารถพัฒนางานเขียนวิชาการ ขึ้นมา ได้แก่ เรื่องการขยายผลกระบวนการวิศวกรสู่การจัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book, เรื่องเทคนิคการวางโครงร่างการเขียนบทความจากกระบวนการวิศวกรสังคม, เรื่องการจัดทำวารสารวิศวกร สังคมในรูปแบบ E-Book ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม, เรื่อง Coaching การให้คำปรึกษาและการดึง ศักยภาพนักศึกษาสู่การเป็นวิศวกรสังคม และเรื่องการขยายผลทางวิชาการด้วยแนวคิดและทฤษฎีวิศวกร สังคม ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ดำเนินการจัดไปตั้งแต่วันที่ 12-15 กันยายน 2566 ณ โรงแรมลอฟท์ มา เนีย บูติค อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร และได้มีการผลิตบทความทางวิชาการจากบุคลากรที่เข้าร่วมกิจกรรม ในครั้งนี้จำนวนผู้เข้าอบรม 21 บทความ กองพัฒนานักศึกษาจึงได้จัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ EBook เพื่อการขยายผลทางวิชาการด้วยแนวคิดและทฤษฎีวิศวกรสังคมต่อไป ในการนี้กองพัฒนานักศึกษา ขอขอบคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม รักษาการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่ได้ให้การสนับสนุนให้เกิดการดำเนินการจัดกิจกรรมห้องเรียน


ข โค้ชวิศวกรสังคม (Social Engineer Coach Classroom) ขึ้น และขอขอบคุณดร.พลกฤต แสงอาวุธ รอง อธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและเครือข่ายศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เป็นผู้อำนวยการ ดำเนินการจัดการโครงการกิจกรรมเข้าปฏิบัติการอบรมให้กับบุคลากรในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบผลสำเร็จทุกประการ ขอขอบคุณวิทยากรที่ออกแบบกระบวนการ เรียนรู้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดทักษะองค์ความรู้ และขอขอบคุณบุคลากรที่เข้า ร่วมอบรมทุกท่านที่สามารถเขียนผลงานทางวิชาการเพื่อให้เกิดความชำนาญและเป็นต้นแบบของบุคลากร อื่นๆ ได้ ทั้งนี้หากวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book ฉบับนี้เกิดความผิดพลาดประการใด ทางคณะ ผู้จัดทำต้องขออภัย มา ณ ที่นี้ กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 11 ตุลาคม 2566


ค สารบัญ การส่งเสริมการขายผ้ามัดย้อมจากลูกจากด้วยการตลาดออนไลน์กรณีศึกษา ตำบลบางชนะ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี นิธิศ เสาแก้ว และนิกร สุวรรณโณ ........................................................................................................................................1 การใช้ทักษะวิศวกรสังคมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำกล้วยเพื่อสุขภาพในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ชวนพิศ เรืองจรัส และนงนภัส สุวรรณภักดี..........................................................................................................................5 บทบาทภาคประชาสังคมกับการใช้เครื่องมือวิศวกรสังคมในการพัฒนาเชิงพื้นที่ในการยกระดับ ศักยภาพทุนชุมชน ในโครงการ U2T เขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี สุพัฒพงศ์ แย้มอิ่ม และพสธร สุขเสน....................................................................................................................................8 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบจากกุ้งขาว โดยใช้กระบวนการทางวิศวกรสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี อรวรรณ สืบเสน และอติกานต์ รักษายศ.............................................................................................................................11 การประยุกต์ใช้ระบบอินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่งสำหรับระบบเติมอากาศเพื่อยกระดับการเลี้ยงปลาดุก สำหรับการผลิตปลาดุกร้า กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตำบลนาใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี คมกริษณ์ ศรีพันธ์ และพีรพงศ์ หนูช่วย...............................................................................................................................17 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกะปิ ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคมตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง นิภาพร นบนอบ และคันธรส สุขกุล....................................................................................................................................19 กระบวนการบริหารจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าเชิงพานิชย์: กรณีศึกษาภูมิปัญญาพืชกระท่อม อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ธุวพล ทองอินทราช และมาดล จรูญรัตน์............................................................................................................................25 การพัฒนาผลิตภัณฑ์แชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยใช้สมุนไพรในท้องถิ่นเพื่อส่งเสริมการมีรายได้ในชุมชนตำบลบางไทร อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี เมธาวี นวลเศษ และอโนชา คูเพ็งชั้ว...................................................................................................................................28 การสร้างเว็บไซต์แบบ 3 ภาษาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เกาะพยาม จังหวัดระนอง โดยใช้กระบวนการ วิศวกรสังคม อภิสรา ธนาพงษ์ภิชาติ และพงศกร ศยามล........................................................................................................................33 การยกระดับผลิตภัณฑ์ไข่เค็ม กลุ่มสัมมาชีพทุ่งเตาใหม่ ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยกระบวนการวิศวกรสังคม ชุตินันต์ แซ่ตั้ง และวริศรา นนทฤทธิ์...................................................................................................................................40 การบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด– 19ขององค์การบริหารส่วนตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปานเผด็จ นวนหนู และกชพรรณ นุ่นสังข์...........................................................................................................................43


ง การพัฒนาผลิตภัณฑ์หน่อไม้ดองลืมแล้งโดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคมในตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี วารวิชนี หวั่นหนู.................................................................................................................................................................46 แนวปฏิบัติที่ดีของการบริการวิชาการเพื่อพัฒนาท้องถิ่นและชุมชนสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ราตรี รัตนภิรมย์และนัฎฑิญา เกิดสมบัติ..........................................................................................................................49 การพัฒนาลูกปัดมโนราห์เพื่อสร้างสรรค์เป็นของที่ระลึกตามภูมิปัญญาชาวบ้านในตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี อุไรพร ใหม่อยู่, จันทร์จิรา เครือสาย, ฉัตรชัย ศิริแสง, เฉลิมนิจ ชุมเชื้อ, จุไรพร ชีพประสพ, สุชาติ ด้วงทองกุล, จิรายุทธ ทวิชศรี และสานิตย์ ทิพย์อักษร............................................................................................................................55 แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวบนฐานทรัพยากรชุมชน เพื่อออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ ตำบลหาดส้มแป้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง กันยากร อ่อนรักษ์และจิราพร เสนจันทร์...........................................................................................................................60 การพัฒนาศักยภาพและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการทักษะวิศวกรสังคมกรณีศึกษาแกงไตปลาแห้งพัชชา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ศุภโชค ปิยกาญจน์ และยุวลักษณ์ พุทธรักษา...................................................................................................................633 การส่งเสริมและพัฒนาการปลูกขมิ้นชันสมุนไพรปลอดสารพิษ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ณัฐพล พัฒนา และวิระพงษ์ ทองล่อง...............................................................................................................................677 กลไกการมีส่วนร่วมภาคประชาชนในการขับเคลื่อนงานวิศวกรสังคม อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี วิทวัส ขุนหนูและสิปปภาส ตัญจนะ.................................................................................................................................711 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวตังพริกแกงบ้านท่าสน ตำบลมะขามเตี้ย จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคม วรรณพิชญ์ จุลกัลป์และมินตรา ตรงต่อการ.......................................................................................................................74 การศึกษาศักยภาพเชิงพื้นที่เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น พื้นที่ตำบลควนศรีอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เสาวนันท์ ขวัญแก้ว.............................................................................................................................................................80 การส่งเสริมกระบวนการยอมรับนวัตกรรมปุ๋ยมูลไส้เดือนโดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคม ตำบลบางชนะ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี จารุโส สุดคีรีและจิรวรรณ พรหมทอง...............................................................................................................................85 คณะผู้จัดทำ........................................................................................................................................................................88


1 การส่งเสริมการขายผ้ามัดย้อมจากลูกจากด้วยการตลาดออนไลน์ กรณีศึกษา ตำบลบางชนะ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี Promoting the sale of Lukkha tie-dye fabric through online marketing Case study: Bang Chana Subdistrict, Mueang Surat Thani District Surat Thani Province นิธิศ เสาแก้ว1 และนิกร สุวรรณโณ2 1, 2 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 081-6625992, 2 E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 063-7939628 บทคัดย่อ บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและอุปสรรคการส่งเสริมการขายผ้ามัด ย้อมจากลูกจากด้วยการตลาดออนไลน์ ตำบลบางชนะ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2) ศึกษากระบวนการการส่งเสริมการขายผ้ามัดย้อมจากลูกจากด้วยการตลาดออนไลน์ ตำบลบางชนะ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานีและ 3) นำเสนอกระบวนการส่งเสริมการขายผ้ามัดย้อมจาก ลูกจากด้วยการตลาดออนไลน์ ตำบลบางชนะ อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานีกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้ผลิตสินค้า จำนวน 40 คน และกลุ่มจิตอาสาจำนวน 20 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบ สัมภาษณ์ผู้นำชุมชนและผู้ผลิตสินค้า โดยการสัมภาษณ์ Pre Test และ Post Test จิตอาสาที่จะเข้าอบรม เรื่องการตลาดออนไลน์ใช้การวิจัยแบบเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์รูปแบบการส่งเสริม การขายสินค้าชุมชนด้วยการตลาดออนไลน์ และแนวทางการส่งเสริมการขายสินค้าชุมชนด้วยการตลาด ออนไลน์ นำมาเป็นแนวทางในการส่งเสริมการขายสินค้าชุมชนด้วยการตลาดออนไลน์ และบูรณาการให้เข้า กับยุคปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า 1. สภาพปัญหาที่ส่งผลต่อการการส่งเสริมการขายสินค้าชุมชน ด้วยการตลาดออนไลน์มาก ที่สุดจากการสัมภาษณ์กลุ่มผู้นำชุมชนและผู้ผลิตสินค้า เป็นปัญหาภายในตัวบุคคลที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ การขายสินค้าชุมชนเนื่องจากปัญหาด้านความรู้ ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องการตลาดออนไลน์ 2. ชุมชนมีความพร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตนเองในด้านการตลาดออนไลน์ กล้าคิด กล้าทำ อยากรู้ อยากลอง อยากทำให้เกิดเป็นอาชีพ รวมถึงครอบครัวพร้อมจะสนับสนุน สรุปได้ว่าชุมชน เล็งเห็นความสามารถของอินเทอร์เน็ตในการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์


2 3. การนำเสนอกระบวนการส่งเสริมการขายด้วยการตลาดออนไลน์สามารถพัฒนาความรู้ ความเข้าใจให้ผู้ผลิตสินค้าในชุมชน เข้าใจเข้าถึงโลกปัจจุบัน เห็นความสำคัญของอินเตอร์เน็ตและรู้จักใช้ ประโยชน์อินเตอร์เน็ตในการเพิ่มยอดขายสิ้นค้า คำสำคัญ: ผ้ามัดย้อมจากลูกจาก; การตลาดออนไลน์ Abstract The purposes of this research article are to 1) study the current conditions and obstacles in promoting the sale of Lukkha tie-dyed fabric through online marketing in Bang Chana Subdistrict, Mueang Surat Thani District. Surat Thani Province 2) Study the process of promoting the sale of tie-dye fabric from Luk Chak through online marketing in Bang Chana Subdistrict, Mueang Surat Thani District. Surat Thani Province and 3) Presenting the process of promoting the sale of tie-dye fabric from Luk Chak through online marketing in Bang Chana Subdistrict, Mueang Surat Thani District. Surat Thani Province Target groups include 40 product manufacturers and 20 volunteer groups. The tool used to collect data was interviews with community leaders and product manufacturers. By interviewing pretest and post-test volunteers who will attend online marketing training. Use qualitative research. The data were analyzed by analyzing promotion patterns. Selling community products with online marketing and guidelines for promoting community product sales through online marketing Used as a guideline for promoting community product sales through online marketing. and integrated into the present. The study found that 1. The problem that affects the promotion of community goods with most online marketing. From group interviews, community leaders and product manufacturers are an internal individual problem that directly affects community product sales due to cognitive problems and lack of understanding of online marketing issues. 2. Communities are ready to learn and develop themselves in online marketing, to think, to do, to know, to try, to make a career. Including families willing to support, the


3 summary is that the community has highlighted the ability of the Internet to promote product sales. 3. Introducing a sales promotion process through online marketing can develop knowledge and understanding for product manufacturers in the community. Understand access to today's world. See the importance of the Internet and know how to use the Internet to increase sales. Keywords: Promotion of tie dye fabric from Luk Chak; Online marketing บรรณานุกรม กานดา รุณนะพงศา สายแก้ว. (2557). โซเชียลมีเดียหมายถึง. (ออนไลน์). เข้าถึงได้ https://www.gotoknow.org/posts/567331%255b2 (2561, 30 พฤษาคม). กาลัญ วรพิทยุต. (2558). การสร้าง Brand Identity ให้แบรนด์ไทย. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กิ่งพร ทองใบ ศิริโสภา เขตตานุรักษ์และกฤษฎารัตน์วัฒนสุวรรณ. (2541). การส่งเสริมการตลาด. พิมพ์ครั้งที่ 7. นนทบุรีมหาวิทยาลัยสโขทัยธรรมาธิราช. กุลนันทน์ ศรีพงษ์พันธุ์. (2556). อิทธิพลทางวัฒนธรรมที่มีต่อมิติทางด้านบุคลิกภาพตราสินค้า. หลักสูตร บริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยขอนแก่นเกรียงไกร กาญจนะโภคิน. (2550). การตลาดเชิงกิจกรรม (Event Marketing). (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : http://www.sara- dd.com/index.php?option=com_content&view=article&id=77:event (2561, 29 พฤษาคม)


4 ภาคผนวก ภาพที่ 1 ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำผ้ามัดย้อมจากลูกจาก ภาพที่ 2 สาธิตวิธีการทำผ้ามัดย้อมจากลูกจาก


5 การใช้ทักษะวิศวกรสังคมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำกล้วยเพื่อสุขภาพในจังหวัดสุราษฎร์ธานี Using social engineer skills to develop healthy banana juice products in Surat Thani province ชวนพิศ เรืองจรัส1 และนงนภัส สุวรรณภักดี2 1 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 2 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์ : 089-4735945, 2 E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์ : 088-8264476 บทคัดย่อ บทความวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบทของชุมชนโดยใช้ Timeline พัฒนาการ และ 2) ศึกษาและปรับปรุงกระบวนการผลิตน้ำกล้วยเพื่อสุขภาพร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านบางโพธิ์ อำเภอ พุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้ทักษะวิศวกรสังคม กลุ่มเป้าหมายในการศึกษาได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชน บ้านบางโพธิ์ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เครื่องมือประกอบด้วย Timeline พัฒนาการ ของ กระบวนการ วิศวกรสังคม และแผนการผลิตน้ำกล้วยผ่านวิธีใช้เครื่องมือ Timeline กระบวนการ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการใช้จุดเด่น-จุดด้อย ผลการศึกษาพบว่า 1) การใช้เครื่องมือ Timeline พัฒนาการ สามารถนำมาศึกษาบริบทของชุมชนบ้านบางโพธิ์ อำเภอ พุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานีเป็นอีกพื้นที่ที่มีจุดเด่นในการทำผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกล้วย ซึ่งในปี พ.ศ. 2562 ตำบลบ้านบางโพธิ์ได้รับรางวัลชนะเลิศการประกวดวิสาหกิจชุมชนดีเด่นระดับอำเภอ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ กล้วยฉาบต่อเนื่องถึงปัจจุบัน ทางชุมชนต้องการต่อยอดผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกล้วยเพื่อสร้างรายได้แก่ชุมชน 2) การใช้กระบวนการทักษะวิศวกรสังคมเป็นเครื่องมือที่สามารถช่วยเก็บข้อมูลพื้นฐานเพื่อนำมา พัฒนากระบวนการผลิตน้ำกล้วยเพื่อสุขภาพร่วมกับกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านบางโพธิ์ อำเภอพุนพิน จังหวัดสุ ราษฎร์ธานี ในขั้นตอนต่อไป คำสำคัญ: กล้วยน้ำว้า; เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ; วิศวกรสังคม


6 This research aims to 1) study the context of the community using the Developmental Timeline. Study and improve the production process of banana juice for health with Ban Bang Pho Community Enterprise Group, Phunphin District, Surat Thani Province. Using social engineer skills used in target groups included Ban Bang Pho Community Enterprise Group, Phunphin District, Surat Thani Province. The tool consists of a development timeline of the Social Engineer Process. Analyze data using SWOT analysis. The results of the study indicated that 1) using the timeline tool to develop it can be used to study the context of Ban Bang Pho community, Phunphin District, Surat Thani Province is another area that has a strong point in making banana products. The community wants to expand banana products to generate income for the community. 2) Using the social engineer skills process as a tool that can help collect basic data to develop the production process of healthy banana juice with Ban Bang Pho Community Enterprise Group, Phunphin District, Surat Thani Province In the next step. Keywords: Banana; Healthy drinks; Social engineer บรรณานุกรม Handique,J. Sandhan Bora SJ,Sit N. (2019). Optimization of banana juice extraction using combination of enzymes. J Food Sci Technol. 56 (8): 3732–3743. งานนโยบายพิเศษ กองพัฒนานักศึกษา. (2566). คู่มือวิศวกรสังคม จากนโยบายสู่การบูรณาการ ขับเคลื่อนภาคปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม ตามแบบฉบับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (พิมพ์ครั้งที่ 1) . กองพัฒนานักศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.


7 ภาคผนวก ภาพที่ 1 การบรรจุน้ำกล้วยลงบรรจุภัณฑ์


8 ภาพที่ 2 ผลิตภัณฑ์น้ำกล้วยเพื่อสุขภาพ บทบาทภาคประชาสังคมกับการใช้เครื่องมือวิศวกรสังคมในการพัฒนาเชิงพื้นที่ในการยกระดับศักยภาพ ทุนชุมชนในโครงการ U2T เขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี The Role of Civil Society and the Use of Social Engineering tools in Spatial Development in Raising the Potential of Community Capital in the U2T Project in Surat Thani Province. สุพัฒพงศ์ แย้มอิ่ม1 และพสธร สุขเสน2 1, 2คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 0814999833, 2 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 0817552505 บทคัดย่อ บทความวิชาการต้องการศึกษาและอธิบายให้เห็นถึงบทบาทภาคประชาสังคมกับการใช้เครื่องมือ วิศวกรสังคมในการพัฒนาเชิงพื้นที่ในการยกระดับศักยภาพทุนชุมชนในโครงการ U2T เขตพื้นที่จังหวัดสุ ราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นต้นแบบมหาวิทยาลัยบริการชุมชน ท้องถิ่น โดยใช้เครือง มือในการพัฒนาชุมชน ที่เรียกว่า “วิศวกรสังคม” (Social Engineer) คือคนที่ใส่ใจเรื่องราวต่าง ๆ ในสังคม และเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสังคมให้ดีขึ้น โดยใช้การสังเกต เก็บข้อมูล คิดวิเคราะห์ แบบมีเหตุและผล รวมทั้งการแก้ไขปัญหาแบบเป็นระบบ ในการลงพื้นที่ชุมชนท้องถิ่น เพื่อร่วมสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ใน การแก้ปัญหาและสร้างการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนไปสู่ความเป็นพลเมือง และสร้างชุมชนที่มีการ ยกระดับสามารถจัดการตนเองได้ บทบาทหน้าที่ของวิศกรสังคม 1.วิเคราะห์ศักยภาพชุมชน 2.ยกระดับองค์ ความรู้ในชุมชน 3.สร้างนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาชุมชน4.สร้างความยั่งยืนในการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่ บน ฐานข้อมูลของชุมชน ทักษะสำคัญของวิศวกรสังคม 1.ทักษะการคิดวิเคราะห์ เชิงเหตุ-ผล เห็นปัญหาเป็นสิ่ง ท้าทาย (นักคิด)2.ทักษะในการสื่อสารองค์ความรู้เพื่อการแก้ปัญหา (นักสื่อสาร)3.ทักษะในการทำงาน ร่วมกับผู้อื่น ระดมสรรพกำลัง ทรัพยากรเพื่อการแก้ปัญหา (นักประสานงาน)4.ทักษะการสร้างนวัตกรรม เพื่อแก้ปัญหาสังคม (นักสร้างนวัตกรรม) ผลการวิจัยพบว่า บทบาทภาคประชาสังคม กับการใช้เครื่องมือวิศวกรสังคมในการพัฒนาเชิงพื้นที่ ในการยกระดับศักยภาพทุนชุมชนในโครงการ U2T เขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี จึงเป็นทั้งผู้เรียนรู้และผู้


9 เอื้อให้เกิดกระบวนการจัดการเรียนรู้ของคนในท้องถิ่น ได้มานั่งพูดคุยเพื่อออกแบบกระบวนการ / วิธีการใน การจัดการปัญหาหรือยกระดับทุนของชุมชนไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มโดยเน้นไปที่การมีส่วนร่วมของคนใน ชุมชนผสานกับความรู้จากภายนอกที่วิศกรสังคมจะเชื่อมโยงลงไปสู่ท้องถิ่นเพื่อขับเคลื่อนคุณภาพชีวิตของ คนในพื้นที่ คำสำคัญ: บทบาทภาคประชาสังคม; วิศวกรสังคม; การพัฒนาเชิงพื้นที่; การยกระดับศักยภาพทุนชุมชน Abstract The role of civil society and the use of social engineering tools in spatial development in raising the potential of community capital in the U2T project in Surat Thani Province. Surat Thani Rajabhat University where it is a model university that serves local communities by using tools for community development called "Social Engineers" (Social Engineers) who are people who care about various matters in society and take part in creating a better society. By using observation, collecting data, thinking analytically with cause and effect. including systematic problem solving in visiting local community areas to join in creating new innovations to solve problems and create participation of people in the community towards citizenship. and create a community that is elevated and able to manage itself. Roles and duties of social engineers 1. To analyze community potential 2. To raise the level of knowledge in the community 3. To create innovations to solve community problems. 4. To create sustainability in solving spatial problems. on the community database Important skills of a social engineer 1. Analytical thinking skills, cause-effect, seeing problems as challenges. (Thinker) 2. Skills in communicating knowledge for problem solving. (Communicator) 3. Skills in working with others. Mobilize your strength Resources for solving problems (Coordinator) 4. Innovation creation skills to solve social problems (Innovator) Results of this study discover that, the role of civil society and the use of social engineering tools in spatial development in raising the potential of community capital in the U2T project in Surat Thani Province. Therefore, he is both a learner and a facilitator of


10 the learning management process for local people. We sat down and talked to design processes/methods for managing problems or raising the level of community capital to create added value, focusing on the participation of people in the community combined with external knowledge at social engineers. It will be linked down to the local area to drive the quality of life of the people in the area. Keywords: The role of Civil Society; Social Engineering; Spatial Development; Enhancing Community Capital Potential บรรณานุกรม ธีรยุทธ บุญมี(2547) . ประชาสังคม. สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.กรุงเทพฯ : สายธาร. สุพัฒพงศ์ แย้มอิ่ม (2565) .รัฐศาสตร์ : การค้นคว้าและวิธีการศึกษา.โรงพิมพ์ประยูรการพิมพ์ นครศรีธรรมราช สิริพรรณ นกสวน สวัสดี (2557: 258) หนังสือคำและแนวคิดประชาธิปไตยสมัยใหม่: Glossary of Concepts and Terms in Modern Democracy. เอนก เหล่าธรรมทัศน์ (2545). ประชาสังคม. สำนักพิมพ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.กรุงเทพฯ. ชลธิศ ธีระฐิติ (2546: 47-48). การสร้างและจรรโลงประชาธิปไตยในบทเรียนและประสบการณ์ของภาค ประชาสังคม. กรุงเทพฯ. Larry Diamond (1999) Development Democracy: Toward Consolidation, Baltimore: The Johns Hopkins University Press.


11 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบจากกุ้งขาว โดยใช้กระบวนการทางวิศวกรสังคมจังหวัดสุราษฎร์ธานี Development of grapefruit products from white grapes using social engineering processes, Surat Thani province อรวรรณ สืบเสน1 และอติกานต์ รักษายศ2 1 สาขาวิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 088-1765825, 2 กองการเจ้าหน้าที่ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 095-9919450, บทคัดย่อ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบจากกุ้งขาวโดยใช้กระบวนการ ทางวิศวกรสังคม 2) ประเมินคุณภาพอาหารของผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบจากกุ้งขาว โดยใช้การทดสอบประสาท สัมผัสทั้ง 5 คือ การมองเห็น การได้กลิ่น การรับรส การสัมผัส การได้ยิน และใช้การทดสอบเครื่องมือทาง วิทยาศาสตร์เพื่อหาโปรตีนและความปลอดเชื้อของผลิตภัณฑ์กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ชาวบ้าน ตำบลตะกรบ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 50 คน เครื่องมือประกอบด้วยแบบประเมินประสาทสัมผัส เครื่องวัดค่าวอเตอร์แอคติวิตี้ เครื่องวัดความชื้น วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยง มาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า 1. การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบจากกุ้งขาว โดยใช้กระบวนการทางวิศวกรสังคม Timeline กระบวนการ พบว่าทำให้ลดเวลาขั้นตอนในการเตรียมวัตถุดิบต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน ลดความสูญเสียของ วัตถุดิบในการผลิตข้าวเกรียบ 2. ผลจากการทดสอบโดยใช้ประสาทสัมผัสทั้ง 5 คือ การมองเห็น การได้กลิ่น การรับรส การสัมผัส และการได้ยิน ในกลุ่มผู้บริโภค ตำบลตะกรบ อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 50 คน พบว่าข้าว เกรียบจากกุ้งขาว ได้รับคะแนนความชอบมากที่สุด โดยแต่ละด้านมีคะแนนคือ ด้านสีมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.66 กลิ่นมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.53 รสชาติมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 เนื้อสัมผัส (กรอบ) มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.67 และ ความชอบโดยภาพรวมมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.71 และจากผลการทดสอบเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์เพื่อหา โปรตีนและความปลอดเชื้อของผลิตภัณฑ์ พบว่าปริมาณโปรตีนข้าวเกรียบกุ้งร้อยละ 27.38 ปริมาณโคลิ ฟอร์มและจำนวนจุลินทรีย์ทั้งหมด พบว่าข้าวเกรียบกุ้ง มีปริมาณโคลิฟอร์ม <3.0 MPN/g และจำนวน จุลินทรีย์ทั้งหมด <250 CFU/g มีคุณค่าทางโภชนาการอาหาร สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับชุมชน รวมทั้งผลิตเป็น


12 ขนมทางเลือกให้กับผู้บริโภค และเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดเชื้อ ในอนาคตสามารถนำกุ้งขาว มาแปรรูปเพื่อเพิ่ม มูลค่าและรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดี คำสำคัญ: ข้าวเกรียบ; กุ้งขาว; ผลิตภัณฑ์ Abstract This article is intended for 1 ) To study the development of grapefruit products from white grapes using social engineering processes 2) To evaluate the nutritional quality of white corn grain products, the target group was 5 0 people from the district of Chiya District, the province of Sulawesi. The tool consisted of a touch nerve assessment, a motor activity meter, a moisture gauge, and an analysis of data using statistical statistics. Averages. Standard deviations. The study found that 1. The development of white grain products using social engineering processes. The process timeline has been found to significantly reduce the process time of preparation of various raw materials. Reduce the loss of raw materials in grain production. 2 . The results of the 5 touch neuron tests were visual, odor, taste, touch, and hearing in a group of 50 consumers in Chittagong, Chiya, Sulawesi. It was found that grapefruit is the most popular. Each side is rated with an average color side of 4.66, an average smell of 4.53, an average taste of 4.71, a touch body (frame) averaging 4.67. And the overall preference was an average of 4.71, and from the results of a scientific tool test to find the protein and anesthesia of the product, it found a 27.38 percent grapefruit protein content, coliform content, and overall microbial count. It was found that grapefruits contained <3.0 MPN/g, and total microbials <250 CFU/g. They had nutritional value, created added value to the community, as well as produced as an alternative candy for consumers, and were non-infectious products. In the future, white grapes could be brought into processing to add value and income for the community as well. Keywords: Green rice; White rice; Products


13 บรรณานุกรม กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน. (2565). กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน. สืบค้น 10 ตุลาคม 2565 จาก https://www.dede.go.th โซเฟีย เมฆารัฐ รอมลี เจะดอเลาะ รักชนก ภูวพัฒน์ และอาสลัน หิเล. (2562). การพัฒนาผลิตภัณฑ์สูตร ข้าว เกรียบฟักทองปลาทูเสริมใบถั่วดาวอินคา. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, 11(1), 125-134. พรพรรณ ปัญญาภิรมย์. (2566). ส่องตลาด Snack ไทย ศึกขับเคี่ยวของขนมขบเคี้ยว. สืบค้น 7 มีนาคม 2566, จาก https://forbesthailand.com มูลนิธิเพื่อการพัฒนานโยบายสุขภาพระหวางประเทศ. (2556). รายงานประจำปี 2556 แผนงานวิจัย นโยบายอาหาร และโภชนาการ เพื่อการสร้างเสริมสุขภาพ. นนทบุรี: บริษัท เดอะ กราฟิโก ซิสเต็มส์ จำกัด. ศูนย์วิจัยกสิกรไทย. (2560). โอกาสทำเงินเกาะกระแสอาหารสุขภาพ. K SME Analysis, 2560, 1-9. สืบค้น 27 กุมภาพันธ์ 2566, จากฐานข้อมูลศูนย์วิจัยกสิกรไทย. ศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร. (2566). ตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย. ค้นหา 12 มิถุนายน 2566, จาก https://www.nfi.or.th สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. (2554). มาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชนข้าวเกรียบฟักทอง. สืบค้น 26 ธันวาคม 2560 จาก file:///C:/Users/USER/Downloads/Documents/tcps107_54.pdf อดิศรา ตันตสุทธิกุล และณฐมน เสมือนคิด. (2557) การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบฟักทองปลาปรุงรส. การเกษตรราชภัฏ, 11(1), 71-79. AOAC, (2016). Official Methods of Analysis. (20th ed). Washington, D.C. Caili, F., S. Huan, and Quanhong, L. (2006). A Review on Pharmacological Activities and Utilization Technologies of Pumpkin. Plant Foods for Human Nutrition, 61, 73–80.


14 ภาคผนวก ภาพที่ 1 กระบวนการทำข้าวเกรียบกุ้ง


15 ภาพที่ 2 ผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบกุ้ง


16 ภาพที่ 3 กระบวนการการแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวเกรียบจากกุ้งขาว โดยมีรายละเอียดการผลิตผ่านเครื่องมือ Timeline กระบวนการ


17 การประยุกต์ใช้ระบบอินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่งสำหรับระบบเติมอากาศเพื่อยกระดับการเลี้ยงปลาดุก สำหรับการผลิตปลาดุกร้า กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ตำบลนาใต้จังหวัดสุราษฎร์ธานี Enhancing catfish Farming Production for Community Enterprise Group in Natai Subdistrict, Baan Nadoem District, Surat Thani Province using aeration systems with Internet of Things (IoT) Technology คมกริษณ์ ศรีพันธ์1 และพีรพงศ์ หนูช่วย2 1,2 สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้าอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 091-8265492 2 [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 085-9404666 บทคัดย่อ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาเปรียบเทียบอัตราการตายของปลาดุกในบ่อผ้าใบโดยใช้ เทคโนโลยีเติมอากาศผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง และ 2) เพื่อศึกษาเปรียบเทียบอัตราการโตของปลา ดุกในบ่อผ้าใบโดยใช้เทคโนโลยีเติมอากาศผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง กลุ่มเป้าหมายได้แก่ กลุ่ม วิสาหกิจชุมชน หนองหญ้าปล้อง ตำบลนาใต้ อำเภอ บ้านนาเดิม จังหวัด สุราษฎร์ธานี เครื่องมือ ประกอบด้วยเทคนิคการค้นปัญหาด้วยฟ้าประทาน ไทม์ไลน์กระบวนการ และ MIC model ใช้การวิจัยแบบ เชิงปริมาณ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการเลี้ยงด้วยวิธีการดั้งเดิมมีอัตราการตายสูงกว่าวิธีการแบบที่พัฒนาขึ้นใหม่ 500 ตัวอย่าง หาสถิติจากค่าเฉลี่ยร้อยละการรอดตาย และอัตราการโตด้วยการวัดขนาดเปรียบเทียบ ระหว่างวิธีดั้งเดิมมีน้ำหนักเฉลี่ยจากวิธีการสุ่ม 3 ชุดข้อมูล ชุดละ 10 ตัว ผลการศึกษาพบว่า 1) อัตราการตายของปลาดุกในบ่อผ้าใบโดยใช้เทคโนโลยีเติมอากาศผ่านระบบ อินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่งด้วยวิธีการดั้งเดิมมีอัตราการตายสูงกว่าวิธีการแบบที่พัฒนาขึ้นใหม่ 18 เปอร์เซ็นต์ จาก 500 ตัวอย่าง และ 2) อัตราการโตของปลาดุกในบ่อผ้าใบโดยใช้เทคโนโลยีเติมอากาศผ่านระบบ อินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่งด้วยการวัดขนาดเปรียบเทียบระหว่างวิธีดั้งเดิมมีน้ำหนักเฉลี่ยจากวิธีการสุ่ม 3 ชุด ข้อมูล ชุดละ 10 ตัว น้อยกว่าวิธีการที่พัฒนาขึ้นใหม่ 10 เปอร์เซ็นต์ คำสำคัญ: เลี้ยงปลาดุกในบ่อผ้าใบพลาสติก; ระบบเติมอากาศ; อินเตอร์เน็ตทุกสรรพสิ่ง


18 Abstract This article is intended to: 1) study comparing the mortality rate of caterpillars in a canopy using air filling technology through the Internet of Things, and 2) To study comparing the rate of growth of a puddle in a can of cloth using air filling technology through the Internet of Everything. The sample group used in the study/target group is the community enterprise group. The tool consists of cloud-to-process timelines and MIC models that use magnetic research. Analysis of data by traditional methods has a higher mortality rate than the newly developed methods. 500 samples. Statistics are obtained from an average percentage of survival, and growth rates are measured by comparing the original methods with an average weight from three random methods and 10 sets of data. The study found that 1) the mortality rate of caterpillars in a can of cloth using airfill technology via an Internet system, all purchased by the original method, had an 18 percent higher death rate than the newly developed method from 500 samples, and 2) the rate of growth of a can in a can using air-fill technology via the Internet system, each item by comparison measurement between the original methods, weighs an average of 3 random methods of data sets per 10 sets, 10 percent less than the newly developed method. Keywords: Catfish farming; Pond with plastic canvas; Air filling systems; Internet of things


19 การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกะปิ ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง Product development from shrimp paste by social engineering process Pak Nam Subdistrict, Mueang Ranong District, Ranong Province นิภาพร นบนอบ1 และคันธรส สุขกุล2 1, 2สาขาวิชาสาธารณสุขชุมชน คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 084-6897514, 2 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 062-9519996 บทคัดย่อ บทความวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลสภาพปัญหาของกลุ่มธุรกิจการทำกะปิของ ชุมชนตำบลปากน้ำ 2) เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอสกะปิ และสร้างตราสินค้าให้กับผลิตภัณฑ์ และ 3) เพื่อ ถ่ายทอดองค์ความรู้โดยการอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอสกะปิ กลุ่มเป้าหมายได้แก่ ประชาชนในตำบลปากน้ำ จำนวน 21 คน เครื่องมือประกอบด้วย แบบบันทึกฟ้าประทานเพื่อศึกษาข้อมูล สภาพปัญหาเชิงลึก ไทม์ไลน์(Timeline) กระบวนการเพื่อทำแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ และแบบสอบถามความ พึงพอใจในการร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอสกะปิ โดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคม วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า 1) จากการสำรวจข้อมูลสภาพปัญหาของกลุ่มธุรกิจการทำกะปิของชุมชนตำบลปากน้ำ โดยใช้ แบบบันทึกฟ้าประทาน ผลการศึกษาพบว่าชุมชนมีความต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยการแปรรูปจาก กะปิที่มีอยู่เดิมเป็นผลิตภัณฑ์ “ซอสกะปิ” และพบปัญหาว่าสินค้าไม่มีตราสัญลักษณ์จึงมีความต้องการใน การสร้างตราสินค้าให้แก่ผลิตภัณฑ์ 2) จากการใช้กระบวนการวิศวกรสังคม เครื่องมือไทม์ไลน์กระบวนการเพื่อทำแผนพัฒนา ผลิตภัณฑ์ซอสกะปิ ผลที่ได้พบว่าแผนขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอสกะปิ สามารถทำให้ประหยัดเวลา และขั้นตอนในการผลิตได้ ลดปริมาณกะปิซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตได้ และกระบวนการผลิตสามารถ ทำได้ง่ายและต้นทุนต่ำ การสร้างภาพสัญลักษณ์ ใช้ตรา “เคย มอ สาม” สำหรับผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีแนวคิดจาก ชื่อหมู่บ้าน เป็นการใช้คำแสลงจาก หมู่ที่ 3 และทำให้ผู้บริโภคมีความสนุกสนานในการสงสัยว่าชื่อตรา มี


20 ความหมายอย่างไร และในการออกแบบภาพสัญลักษณ์ เป็นภาพแม่บ้านกำลังยิ้มอย่างมีชีวิตชีวา สื่อถึง ความพึงพอใจต่อผลิตภัณฑ์ซอสกะปิ เพิ่มเติมรายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพื่อให้ถูกต้องตามหลักเกณฑ์ของ สำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สามารถเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ได้ 3) ถ่ายทอดองค์ความรู้โดยการอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาผลิตภัณฑ์ซอสกะปิ แก่ ประชาชนในตำบลปากน้ำ จำนวน 21 คน ผลที่ได้พบว่าความพึงพอใจหลังเข้ารับการถ่ายทอดความรู้ด้าน ผลิตภัณฑ์ การออกแบบตราสัญลักษณ์ วิทยากร การมีความรู้เพิ่มมากขึ้นสามารถนำไปปฏิบัติได้ การ นำไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ สามารถนำไปต่อยอดความรู้และศึกษาเพิ่มเติมได้ นำไปสร้างรายได้หรือ เพิ่มยอดขายได้จริง มีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมาก (3.97±0.06) คำสำคัญ: ซอสกะปิ; ไทม์ไลน์(Timeline) กระบวนการ; วิศวกรสังคม Abstract The objectives of this study were 1) to study the problem condition of the shrimp paste business group of Pak Nam subdistrict community. 2) To develop shrimp paste sauce products and brand their products, and 3) to transfer knowledge through shrimp paste sauce product development workshops. The target group was 21 people in Pak Nam Subdistrict. The tool consists of a Pha Pra Tan in-depth interview questionnaire, a process timeline, and a satisfaction questionnaire. This study is using the social engineering process and analyzes data with descriptive statistics. The results of this studyfound that 1) From the survey on the problem condition of the shrimp paste business group of Pak Nam sub-district community using the Fa Pra Tan tool. The results of the study showed that the community has a desire to develop new products. By processing existing shrimp paste into the product "Shrimp Paste Sauce" and found that the product did not have a logo, so there was a need to brand the product.


21 2) From the use of social engineering processes Process timeline tool to make a shrimp paste product development plan. The result was found in the process plan for developing shrimp paste sauce products. It can save time and production steps. Reduce the amount of shrimp paste, which is the main raw material for production, and the production process can be easy and low cost. Creating pictograms uses the brand "Key Mor Sam" for the product, which is conceptualized from the village name that Moo 3. It can make fun for consumers to wonder if the brand name and the design of the symbol, depict a housewife smiling lively. Conveys satisfaction with shrimp paste sauce products. Additional product details to ensure compliance with the rules of the Food and Drug Administration (FDA) can increase the value of the product. 3) Transfer knowledge by conducting a workshop on product development of shrimp paste sauce to 21 people in Pak Nam Subdistrict. Emblem design, speakers, and having more knowledge can be put into practice. Occupational use It can be used to further knowledge and further study. It can actually generate revenue or increase sales. Overall satisfaction was high (3.97±0.06). Keywords: Shrimp paste sauce; Process-Timeline; Social Engineering บรรณานุกรม งานนโยบายพิเศษ กองพัฒนานักศึกษา. (2566). ทักษะและเครื่องมือวิศวกรสังคม. คู่มือวิศวกรสังคม จาก นโยบายสู่การบูรณาการขับเคลื่อนภาคปฏิบัติ อย่างเป็นรูปธรรม ตามแบบฉบับมหาวิทยาลัยราชภัฎ สุราษฎร์ธานีตั้งแต่ปี 2563-2565. ศศิอาภา บุญคง ขายทอง ชุนหสุวรรณ บุษกร สุทธิประภา และจันวิภา ภุมรินทร. (2564). การพัฒนาผลิต ภัณฑตนแบบกะปกึ่งสําเร็จรูป. Life Sciences and Environment Journal. 22(2), 148-157. ศาลากลางจังหวัดระนอง. (2565). ภาวะเศรษฐกิจจังหวัดระนอง. สืบค้นเมื่อ 13 กันยายน 2565. จาก https://ranongcities.com/2561/content/economy


22 Hassan S.F. (2023). Social Engineering Attack Techniques. International Journal of Progressive Research In Engineering Management And Science. 03(01), 18-20. Granato D., Barba F.J., Kovacevic D.B., Lorenzo J.M., Cruz A.G. and Putnik P. (2020). Functional Foods: Product Development, Technological Trends, Efficacy Testing, and Safety. Annual Review of Food Science and Technology. 11, 93-118. Akanbi, T. O. and Barrow, C. J. (2018). Compositional information is useful for the authentication of krill oil and the detection of adulterants. Food Analytical Methods. 11(1), 178-187. Hu, J., Lu, W., Lv, M., Wang, Y., Ding, R. and Wang, L. (2019). Extraction and purification of astaxanthin from shrimp shells and the effects of different treatments on its content. Revista Brasileira de Farmacognosia. 29(1), 24-29. Silva-Espinoza, M. A., Ayed, C., Foster, T., del Mar Camacho, M. and MartínezNavarrete, N. (2020). The impact of freeze-drying conditions on the physicochemical properties and bioactive compounds of a freeze-dried orange puree. Foods. 9(1), 32. Shi, L., Beamer, S.K., Yang, H. and Jaczynski, J. (2018). Micro-emulsification/encapsulation of krill oil by complex coacervation with krill protein isolated using isoelectric solubilization/precipitation. Food Chem. 244, 284-291.


23 ภาคผนวก ภาพที่ 1 ผลิตภัณฑ์ซอสกะปิตราสัญลักษณ์ “เคย มอ สาม”


24 ภาพที่ 2 Timeline กระบวนการการผลิตซอสกะปิ


25 กระบวนการบริหารจัดการทุนทางวัฒนธรรมเพื่อสร้างมูลค่าเชิงพานิชย์: กรณีศึกษาภูมิปัญญา พืชกระท่อม อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี Cultural Capital Management Process to Create Commercial Value: A Case Study of Kratom Plant Wisdom Ban Na San District Surat Thani Province ธุวพล ทองอินทราช1 และมาดล จรูญรัตน์2 1, 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 Email: [email protected] 2 Email: [email protected] บทคัดย่อ ทุนทางวัฒนธรรมถือเป็นมรดกสำคัญคู่กับชุมชนท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศมาเป็นเวลาช้านาน ซึ่งทุน ทางวัฒนธรรมดังกล่าวก็มีหลายลักษณะ ปรากฏอยู่ทั้งในรูปแบบของทุนทางวัฒนธรรมที่จับต้องได้ และทุน ทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นทุนทางวัฒนธรรมในลักษณะใดก็ตาม ความสำคัญอย่างหนึ่ง ของทุนทางวัฒนธรรมก็คือ เป็นสิ่งที่สามารถนำมาพัฒนาและต่อยอดเพื่อสร้างมูลในเชิงพานิชย์ และสามารถ ช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากของชุมชนท้องถิ่นได้ ภาคใต้จัดเป็นหนึ่งในภาคที่มีวัฒนธรรมและภูมิปัญญาที่ สะสมถ่ายทอดส่งต่อกันมาอย่างช้านานตั้งแต่ในอดีต โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นจังหวัด สำคัญของภาคใต้ทั้งในแง่ เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การศึกษา และวัฒนธรรมที่ย้อนไปถึงในยุคสมัย อาณาจักรศรีวิชัย ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่อำเภอไชยา นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ของอำเภอต่างๆ ในจังหวัดสุราษฎร์ ธานี ที่มีมรดกทางภูมิปัญญาอีหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งมี ภูมิปัญญาทางการเกษตรที่สำคัญ และสามารถมูลค่าเชิงพานิชย์ได้ ซึ่งนั้นก็คือ พืชกระท่อม ซึ่งภายหลังจาก ปลดล็อคทางกฎหมาย กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ แต่ยังขาดการบริหารจัดการองค์ความรู้ทางภูมิปัญญาที่เป็น ระบบ พื้นบนฐานของการมีส่วนร่วมของชุมชนด้วยนวัตกรรมทางสังคม เพื่อสร้างมูลค่าเชิงพานิชย์และ ส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากของชุมชน ผลการศึกษาพบว่า กระบวนการบริหารจัดการทุนทางวัฒนธรรมของ พืชกระท่อม การพัฒนาภูมิปัญญาของพืชกระท่อม และกลไกการถ่ายทอดองค์ความรู้การบริหารจัดการทุน ทางวัฒนธรรมของพืชเพื่อสร้างมูลค่าเชิงพานิชย์ เพื่อก่อให้เกิดการสร้างเศรษฐกิจฐานรากให้แก่ชุมชนได้ ต่อไป คำสำคัญ: ทุนทางวัฒนธรรม; มูลค่าเชิงพานิชย์; พืชกระท่อม


26 Abstract Cultural capital is an important heritage for local communities. throughout the country for a long time Such cultural capital has many characteristics. It appears both in the form of tangible cultural capital. and intangible cultural capital but no matter what kind of cultural capital it is One of the importance of cultural capital is It is something that can be developed and extended to create a basis for commerce. and can help raise the level of the local community's grassroots economy The southern region is considered to be one of the regions with accumulated culture and wisdom that has been passed on since the past. Especially Surat Thani Province This is an important province in the southern region in terms of economy, tourism, education, and culture that dates back to the Srivijaya Kingdom era. which is centered in Chaiya District There are also areas of various districts. In Surat Thani Province There are many areas of intellectual heritage. especially Ban Na San District Surat Thani Province which has important agricultural wisdom and can have commercial value That is kratom, which was later unlocked by law. become an economic crop but there is still a lack of systematic management of intellectual knowledge. Basics of community participation through social innovation to create commercial value and promote the grassroots economy of the community. The results of this study are the origin of the process of managing the cultural capital of the kratom plant. Improving the wisdom of Kratom and mechanisms for transferring knowledge on managing plant cultural capital to create commercial value. In order to continue creating a grassroots economy for the community. Keywords: Cultural Capital; Commercial Value; Kratom Plant บรรณานุกรม กิตติศักดิ์ เหมือนดาว. (2561). การเปรียบเทียบวิธีการสกัดสารไมทราไจนีนเพื่องานทางด้านนิติวิทยาศาสตร์ และฤทธิ์ในการต้านแบคทีเรียจากกระท่อม. วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต วิทยาลัย มหาวิทยาลัยศิลปากร.


27 จุไรทิพย์ หวังสินทวีกุล. (2560). พืชกระท่อม (Kratom). สงขลา. ศูนย์การศึกษาต่อเนื่องทางเภสัชศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. ฑิมภ์พร บุญดำเนิน. (2557). รายงานการวิจัย การศึกษาเปรียบเทียบอัตราส่วนของตัวทำละลายที่ใช้สกัด ไมทราไจนีนจากใบกระท่อม. นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์. เต็ม สมิตินันทน์. (2557). ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย. กรุงเทพฯ. สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการ อนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม.


28 การพัฒนาผลิตภัณฑ์แชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยใช้สมุนไพรในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการมีรายได้ในชุมชนตำบลบางไทร อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี Development of pet shampoo products using local herbs to promote income in the Bang Sai Subdistrict, Mueang District, Surat Thani Province เมธาวี นวลเศษ1 และอโนชา คูเพ็งชั้ว2 1,2คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 083-1079949, 2 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 090-1698985 บทคัดย่อ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาขั้นตอนการผลิตแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยใช้สมุนไพรที่มีอยู่ ในท้องถิ่น 2) พัฒนาผลิตภัณฑ์แชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยใช้สมุนไพรที่มีอยู่ในท้องถิ่น และ 3) ส่งเสริมการมี รายได้ในชุมชนตำบลบางไทรด้วยการใช้ช่องทางออนไลน์ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา/กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ แพทย์แผนโบราณในพื้นที่ตำบลบางไทร อำเภอเมืองฯ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 20 คน เครื่องมือ ประกอบด้วยแบบเก็บข้อมูลไทม์ไลน์พัฒนาการ และแบบเก็บข้อมูลไทม์ไลน์กระบวนการ โดยใช้ กระบวนการวิศวกรสังคม วิเคราะห์ข้อมูลแบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการศึกษา 1) ขั้นตอนการผลิตแชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงสามารถผลิตมพูเพื่อใช้ในสัตว์เลี้ยง ผลปรากฏว่าใช้ ได้ผลดี จึงนำสมุนไพรนั้นมาปรับสูตรเพื่อจะนำมาใช้กับสัตว์เลี้ยง 2) สมุนไพรที่ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงมีจำนวน 3 ชนิด ได้แก่ 1. สะเดา 2. เหงือกปลาหมอ และ 3. สำมะงา โดยนำมาเข้ากระบวนการผลิตเริ่มตั้งแต่การเก็บ การล้าง การต้ม การผสม การรอเซ็ตตัว และลงบรรจุภัณฑ์ 3) สร้างเพจ Facebook Shopee และ Tiktok ของร้านค้าที่เป็นช่องทางการจัดจำหน่ายและ ติดต่อกับกลุ่มลูกค้าผ่านทางช่องทางออนไลน์โดยเมื่อมีช่องทางการจัดจำหน่ายมากขึ้นจะสามารถส่งเสริม รายได้มากขึ้น คำสำคัญ: ผลิตภัณฑ์; แชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยง; สมุนไพร


29 Abstract This article aims to 1) study the production process of pet shampoo using herbs that are available locally, 2) develop pet shampoo products using herbs that are available locally, and 3) promote income in Bang Sai Subdistrict community using online channels The sample group used in the study/target group consisted of 20 traditional doctors in Bang Sai Subdistrict, Mueang District, Surat Thani Province. The tool consisted of a developmental timeline data collection form and process timeline data collection form. Using the social engineering process. Data were analyzed descriptively. Study results 1) Pet shampoo production process can produce roses for use in pets. The results seemed to be good, so the herb was adapted for use in pets. 2) There are 3 types of herbs used in the development of pet shampoo products: 1. neem, 2. Sea holly, and 3. Garden Quinine. They are brought into the production process starting from storage, washing, boiling, mixing, waiting for setting, and Packaging 3) Create Shopee and Tiktok Facebook pages of stores that are distribution channels and communicate with customer groups through the online channel. By having more distribution channels will be able to promote more revenue. Keywords: Products; Pet shampoo; Herbs บรรณานุกรม เกสรี กลิ่นสุคนธ์ และคณะ. (2556).การศึกษาการสะกดและฤทธิ์ต้านเชื้อราก่อโรคผิวหนังของน้ำมันหอม ระเหยทีทรี. ในการประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 51: สาขาส่งเสริม การเกษตรและคหกรรมศาสตร์, สาขาอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (น.376-383). กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.


30 งานนโยบายพิเศษ กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี. (2566). คู่มือวิศวกรสังคม จาก นโยบายสู่การบูรณาการขับเคลื่อนภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม ตามแบบฉบับมหาวิทยาลัย ราช ภัฏสุราษฎร์ธานี. สุราษฎร์ธานี. นันทวัน บุณยะประภัศร, และอรนุช โชคชัยเจริญ. (2539). สมุนไพรไม้พื้นบ้าน เล่ม 1. กรุงเทพฯ : สำนักงานข้อมูลสมุนไพรคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล. ประสาทพร บริสุทธิ์เพ็ชร และคณะ. (2551). การทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อของสมุนไพรในห้องปฏิบัติการ. ขอนแก่น : คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. รัตนา อินทรานุปกรณ์. (2547). การตรวจสอบและการสกัดแยกสารสำคัญจากสมุนไพร. กรุงเทพฯ : โรง พิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ราชกิจจานุเบกษา. (2558). ประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ฉบับที่ 4676 (พ.ศ. 2558) เรื่อง ยกเลิก และ กำหนดมาตรฐานผลิตภัณ ฑ์อุตสาหกรรมแชมพู. สืบค้นจาก http://www.ratchakitcha. soc.go.th/DATA/PDF/2558/E/076/2.PDF ราชกิจจานุเบกษา. (2561).ประกาศสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2561) เรื่อง กำหนด ม า ต ร ฐ า น อุ ต ส า ห ก ร ร ม เอ ส แ ช ม พู ผ ส ม ส มุ น ไพ ร . สื บ ค้ น จ า ก https://www.tisi. go.th/assets/website/pdf/tiss/12-2561.pdf


31 ภาคผนวก ภาพที่ 1 การสัมภาษณ์แพทย์แผนโบราณตำบลบางไทร ภาพที่ 2 การผสมและการกวนสมุนไพร


32 ภาพที่ 3 สมุนไพรที่ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยง จำนวน 3 ชนิด ได้แก่ สะเดา, เหงือกปลาหมอ และสำมะงา ภาพที่ 4 ผลิตภัณฑ์แชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงโดยใช้สมุนไพรในท้องถิ่น


33 การสร้างเว็บไซต์แบบ 3 ภาษาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกาะพยาม จังหวัดระนอง โดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคม Creating a trilingual website to promote ecotourism Koh Phayam, Ranong Province using social engineering processes อภิสรา ธนาพงษ์ภิชาติ1 และพงศกร ศยามล2 1 วิทยาลัยนานาชาติการท่องเที่ยว E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 099-4262896, 2 คณะวิทยาการจัดการ E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์ : 086-9007987 บทคัดย่อ บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้างเว็บไซต์แบบ 3 ภาษาและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิง อนุรักษ์เกาะพยาม จังหวัดระนอง 2) พัฒนาคุณภาพเนื้อหา และสื่อของเว็บไซต์ให้มีคุณภาพเป็นไปตาม เกณฑ์ที่กำหนดไว้ 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้เข้าชมเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแบบ 3 ภาษา (ไทย อังกฤษ จีน) เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกาะพยาม จังหวัดระนองซึ่งเป็นการวิจัยเป็นแบบ การวิจัยและพัฒนา (Research and Development) กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ตัวแทนชุมชน 5 คน บุคคล ทั่วไป 50 คน และผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์สัมภาษณ์ เชิงลึก (In-depth Interview) และแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยใช้ กระบวนการวิศวกรสังคม วิเคราะห์ ข้อมูลแบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า 1) ได้เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของตำบลเกาะพยาม อำเภอระนอง จังหวัดระนอง kohpayamdotcom.wordpress.com ที่มีคุณภาพ อยู่ในระดับดี 2) เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวของตำบลเกาะพยาม อำเภอระนอง จังหวัดระนอง มี คุณภาพด้านเนื้อหา อยู่ในระดับดี และคุณภาพด้านสื่อ อยู่ในระดับดี 3) ผลสำรวจความพึงพอใจของผู้เข้าใช้เว็บไซต์ อยู่ในระดับดี คำสำคัญ: เกาะพยาม; เว็บไซต์ 3 ภาษา


34 Abstract The research subject it 1) to create a 3-language website to promote eco-tourism on Koh Phayam, Ranong Province; 2) To study the satisfaction of visitors to a 3-language website for promoting eco-tourism in Koh Phayam, Ranong Province. Ranong, which is a research and development (Research and Development), The research scope is as follows. the researcher divided the sample into 3 groups as follows: 5 community representatives, 50 general public and 3 experts. The researcher presented the results of the data analysis into 4 parts by collecting data using an in-depth interview form (In-depth Interview) results of research can be described as developed website have passed the quality assessment by experts and the sample population in the media, the quality is at a very good. Keywords: Koh Phayam; Website 3 languages


35 บรรณานุกรม กิตติศักดิ์ แก้วนิลประเสริฐ. (2563). เว็บไซต์การท่องเที่ยวชุมชน กรณีศึกษาอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง. ตรัง: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตตรัง. เกาะพยาม จังหวัดระนอง. (2564). บริบทของเกาะพยาม ตำบลเกาะพยาม อำเภอระนอง จังหวัดระนอง. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก http://www.payamisland.com/index_t.php. สืบค้น วันที่ 18 มกราคม 2565. เข็มเพชร จันเป็ง. (2561). การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันสำหรับข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยววัดที่จังหวัดอุดรธานี ตามแนวทางการพัฒนาเว็บที่ทุกคนเข้าถึงได้สำหรับประเทศไทย สองศูนย์หนึ่งศูนย์. นครสวรรค์: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. งานพัฒนาองค์ความรู้สำหรับ SME (Knowledge Center). (2561). เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต. [ออนไลน์] เข้าถึงได้จาก https://www.sme.go.th/th/cms-detail.php?modulekey=118&id=1269. สืบค้นวันที่ 18 มกราคม 2565. เจนจิรา หวังหลี และคณะ. (2563). การพัฒนาเว็บไซต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จังหวัดตรัง. วารสารเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี, 1(1), 84-93. ญาณกร เขตศิริสุข. (2564). การพัฒนาเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ประเพณีท้องถิ่นจังหวัดร้อยเอ็ด. วารสาร บัณฑิตแสงโคมคำ, 6(1), 16-28. ฐิตาภรณ์ วรรณทิม และสุพรรณี เดชารัมย์. (2563). การพัฒนาเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดย ชุมชน บ้านป่าโมง ตำบลภูเงิน อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ. อุบลราชธานี: มหาวิทยาลัย อุบลราชธานี. ณิชนันทน์ จงใจสิทธิ์. (2560). การออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์หมู่บ้านวัฒนธรรมไทดำ บ้าน นาป่าหนาด ตำบลเขาแก้ว อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย. วารสารมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 36(3), 33-47. ธีรวุธ พุ่มเอี่ยม. (2562). การพัฒนาเว็บไซต์ทำเสนอวัดประดู่ลาย จ.กำแพงเพชร ด้วยภาพ 3 มิติ. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สทวท.), 6(1), 95-103. นงคราญ คำวิชัย. (2560). ระบบทำร่องในการทำเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสังคมออนไลน์มาใช้ในการจัด การและส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงเกษตร. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยแม่โจ้. นภสัวรรณ อินนา และคณะ. (2562). เว็บไซต์ สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดน่าน. กรุงเทพฯ: วิทยาลัย เทคโนโลยีอรรถวิทย์พณิชยการ.


36 บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 10. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. พิชญลักษณ์ พิชญกุล และสุขุม พันธุ์ณรงค์. (2563). การสร้างเว็บไซต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ อนุรักษ์เหมี้ยง ของหมู่บ้านแม่กำปอง. วารสาร BU Academic Review, 19(2), 57-72. เพ็ญนภา จุมพลพงษ์ และคณะ. (2560). การพัฒนาเว็บไซต์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของ จังหวัดลพบุรี. การประชุมวิชาการระดับชาติราชภัฏเพชรบุรีวิจัยศิลปวัฒนธรรม ครั้งที่ 4. มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบุรี. มณีรัตน์ สุขเกษม. (2559). แนวทางการพัฒนาศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยฟาร์อีสเทอร์น, 10(4), 97-112. มัทรี ยูมิน. (2557). โครงงาน การศึกษาข้อมูลเพื่อจัดทำเส้นทางท่องเที่ยว อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัด นครราชสีมา. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยสยาม. มินทร์ตรา ฉัตรแก้ว และคณะ. (2564). การพัฒนาเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กรณีศึกษาวัดของอำเภอเมือง จังหวัดลำพูน. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราช ภัฏศรีสะเกษ, 1(1), 39-47. มี ชั ย ทั พ ธ า นี . (2 5 6 3 ). อ ธิ บ า ย ขั้ น ต อ น ก า ร ส ร้ า ง เว็ บ ไซ ต์ . [อ อ น ไล น์] เข้ า ถึ งได้ จ า ก https://sites.google.com /site/kuchaipw/khan-txn-kar-srang-web. สืบค้นวันที่ 18 มกราคม 2565. ยุทธ ไกยวรรณ์ และกมลพรรณ ไกยวรรณ์. (2562). ระเบียบวิธีวิจัยทางด้านการโรงแรมและการ ท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รุจิรา จูเจริญ. (2559). การผลิตเว็บไซต์เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จังหวัดลำปาง. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่. เลิศพร ภาระสกุล. (2559). อิทธิพลของแรงจูงใจปัจจัยหลักที่มีต่อแรงจูงใจปัจจัยดึงของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวประเทศไทย. วารสารสุทธิปริทัศน์, 30(96), 75-92. สำนักงานจังหวัดระนอง. (2560). การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เกาะพยาม จังหวัดระนอง. ระนอง: สำนักงาน จังหวัดระนอง. สำนักงานพัฒนาการท่องเที่ยว. (2564). ความหมายของการท่องเที่ยว. กรุงเทพฯ: สำนักงานพัฒนาการ ท่องเที่ยว. สุมนา บุษบก และคณะ. (2563). การพัฒนาเว็บไซต์และสื่อมัลติมีเดียเพื่อเผยแพร่ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวโดย ชุมชน อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา. พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี ราชมงคลสุวรรณภูมิ.


37 องค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง. (2563). การท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์. ระนอง: องค์การบริหารส่วน จังหวัดระนอง. อภิชัจ พุกสวัสดิ์. (2556). การประชาสัมพันธ์เพื่อการสร้างภาพลักษณ์. กรุงเทพฯ : ศูนย์หนังสือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. อินทิรา โมราสวัสดิ์ และวัชรีญา บุญเจียม. (2562). เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์บ้านใหม่โฮมสเตย์ ตำบลสตึก อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์. บุรีรัมย์: มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. Ceballos-Lascurain, H., (1991). Tourism, eco-tourism and protected areas. In Kusler, (ed.) Ecotourism and Resource Conservation. Vol. 1. Eco-tourism and resource conservation project. Boo, Elizabeth. (1991). Ecotourism : The Potentials and Pitfalls. Washington D.C. : World Wildlife Fund-US. UNWTO. (1997). Tourism 2020 Vision. Madrid: UNWTO Wilcox and Cameron. (2 0 1 4 ). Public relations: Strategies and tactics. (7th ed.). Boston: Allyn & Bacon.


38 ภาคผนวก ภาพที่ 1 การลงพื้นที่สัมภาษณ์ข้อมูลเชิงลึก ภาพที่ 2 หน้าเว็บไซต์ที่ได้รับการพัฒนา https://kohpayamdotcom.wordpress.com


39 ภาพที่ 3 ภาพสถานที่ท่องเที่ยวในเว็บไซต์


40 การยกระดับผลิตภัณฑ์ไข่เค็ม กลุ่มสัมมาชีพทุ่งเตาใหม่ ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยกระบวนการวิศวกรสังคม Upgrading Salted Egg Products Thung Tao Mai Fellowship Group, Thung Tao Mai Subdistrict, Ban Na San District, Surat Thani Province By Process Social Engineer ชุตินันต์ แซ่ตั้ง1 และวริศรา นนทฤทธิ์2 1,2สังกัดถาบันวิจัยและพัฒนา 1 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 0813709696, 2 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 0813705557 บทคัดย่อ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษากระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ไข่เค็ม และ 2) แนวทางการ เผยแพร่ผลิตภัณฑ์ไข่เค็มของกลุ่มให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มสัมมาชีพทุ่งเตาใหม่ ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี และผู้บริโภคไข่เค็ม เครื่องมือจากการบูรณาการ ร่วมกับเครื่องมือวิศวกรสังคม ประกอบด้วย แบบบันทึก (ฟ้าประทาน) แบบสัมภาษณ์ (Timeline กระบวนการ) และการลงปฏิบัติจริง พร้อมสร้างเวทีแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ไข่เค็มกับกลุ่ม สัมมาชีพทุ่งเตาใหม่ โดยใช้กระบวนการทักษะวิศวกรสังคม และวิเคราะห์ข้อมูลแบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการศึกษา พบว่า 1) กลุ่มสัมมาชีพทุ่งเตาใหม่ ตำบลทุ่งเตาใหม่ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นการ รวมกลุ่มกันของแม่บ้านตำบลทุ่งเตาใหม่ และได้รับการสนับสนุนจากกรมพัฒนาชุมชนที่เข้ามาส่งเสริมจัด โครงการส่งเสริมผู้ผลิตไข่ในชุมชน มอบเป็ด จำนวน 20 ตัว ช่วงแรกชาวบ้านขายไข่เป็ดเพียงอย่างเดียว จำนวนไข่เป็ดจึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทางกลุ่มสัมมาชีพทุ่งเตาใหม่ จึงเกิดแนวคิดทำผลิตภัณฑ์ไข่เค็ม 2) การพัฒนากระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ไข่เค็มของกลุ่มสัมมาชีพทุ่งเตาใหม่ และได้รับใบรับรอง เพื่อแสดงว่าพืชอาหารของทางกลุ่มปลอดสารพิษจากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์ไข่เค็มมีความน่าเชื่อถือ 3) แนวทางการเผยแพร่ข้อมูลและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไข่เค็มในงานแสดงสินค้าตามสถานที่ต่างๆ ส่งผลให้เป็นที่รู้จักเพิ่มขึ้น คำสำคัญ: ยกระดับ; ผลิตภัณฑ์; ไข่เค็ม; กลุ่มสัมมาชีพทุ่งเตาใหม่


41 Abstract The purpose of this article is to 1 ) study the production process of salted egg products and 2) to disseminate the Group's salted egg products to be more well-known. The target groups are Thung Tao Mai Assembly Group, Thung Tao Mai Subdistrict, Ban Na San District, Surat Thani Province and salted egg consumers. Tools from integration with social engineering tools, consisting of memorandum (heaven phraphan), interview form (Timeline, process) and practical work, as well as creating a platform to exchange knowledge about salted egg products with the new Thung Tao Simulation Group. Using the social engineer skills process and analyzing descriptive analytic data. The results of the study showed that: 1) Thung Tao Mai Assembly Group, Thung Tao Mai Subdistrict, Ban Na San District, Surat Thani Province, is a group of housewives in Thung Tao Mai Subdistrict and supported by the Department of Community Development who came to promote the project to promote egg producers in the community. At first, villagers sold duck eggs alone. Therefore, the number of duck eggs is increasing, so the new Thung Tao Volunteer Group came up with the idea of making salted egg products. 2) Develop the production process of salted egg products of the new Thung Tao Textile Group and receive a certificate to show that the food crops of the group are nontoxic from the Department of Agriculture, Ministry of Agriculture and Cooperatives, resulting in reliable salted egg products. 3 ) Dissemination of information and sales of salted egg products at trade fairs at various locations, resulting in increased awareness. Keywords: Elevate; Product; Salted egg; Summacheeb Thung Tao Mai group


42 บรรณานุกรม กองพัฒนานักศึกษา. (2023). ข้อมูลผลิตภัณฑ์ชุมชน 40 ผลิตภัณฑ์, สืบค้นเมื่อ 12 กันยายน 2566. งาน นโยบายพิเศษ กองพัฒนานักศึกษา, (2566), คู่มือวิศวกรสังคม, มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ ธานี สุราษฎร์ธานี ภาคผนวก ภาพที่ 1 Timeline กระบวนการผลิตไข่เค็ม (ข้อมูลผลิตภัณฑ์ชุมชน 40 ผลิตภัณฑ์ สืบค้น : 12/09/2566) ภาพที่ 2 ต้นทุนและกำไรผลิตภัณฑ์ไข่เค็ม (ข้อมูลผลิตภัณฑ์ชุมชน 40 ผลิตภัณฑ์ สืบค้น : 12/09/2566)


43 การบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด– 19 ขององค์การบริหารส่วนตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี COVID-19 Pandemic Management of Maluan Subdistrict Administration Organization, Phunphin District, Surat Thani Province ปานเผด็จ นวนหนู1 และกชพรรณ นุ่นสังข์2 1,2คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 06-1009-7448, 2 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 09-5362-4497 บทคัดย่อ การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ (1) เพื่อศึกษาการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโค วิด – 19 ขององค์การบริหารส่วนตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานีและ (2) เพื่อสร้างกลยุทธ์ ในการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด – 19 ขององค์การบริหารส่วนตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัด สุราษฎร์ธานี เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก (In-Depth Interview) และการสนทนากลุ่ม (Focus group) เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ ใช้วิธีการเก็บข้อมูล จากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key informants) รวมทั้งสิ้น 14 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพ ทําการวิเคราะห์ข้อมูลแบบอุปนัย (Inductive analysis) คือสร้างข้อสรุปของข้อมูลจากการสนทนากลุ่ม และนําเสนอผลการวิเคราะห์ใน รูปแบบรายงานเชิงพรรณนาวิเคราะห์ (Descriptive Analysis) ผลการศึกษา พบว่า องค์การบริหารส่วนตำบลมะลวน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานีมีการ บริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โควิด – 19 ได้แก่ 1) การแจ้งเตือนภัยโควิด-19 สำหรับ ประชาชนตามระดับสถานการณ์ และให้ความรู้เกี่ยวกับโรคโควิด-19 2) การเฝ้าระวังและสอบสวนโรค 3) มี มาตรการป้องกันและสร้างความปลอดภัยในชุมชน 4) พิจารณาทบทวนปรับปรุงกฎหมายท้องถิ่นแต่ละฉบับ ที่เกี่ยวข้อง และ 5) การประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารในรูปแบบต่างๆ ผลการวิจัยสามารถใช้ปรับใช้ในการ สร้างกลยุทธ์การบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้กับหน่วยงานอื่นได้ คำสำคัญ: การบริหารจัดการ; โควิด-19; องค์การบริหารส่วนตำบล; องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น


44 Abstract The objectives of this study were (1 ) to study the management of the COVID-1 9 situation of the Maluan Subdistrict Administration Organization, Phunphin District, Surat Thani Province, and (2 ) to create strategies for managing the COVID-1 9 situation of the Maluan Subdistrict Administration Organization, Phunphin District, Surat Thani Province. Data were collected through in-depth interviews and focus group discussions. Using data collection methods from key informants, a total of 14 people analyzed qualitative data. Inductive analysis is to draw conclusions from group discussions and present the results in descriptive analysis. The results of the study showed that the Maluan Subdistrict Administration Organization, Phunphin District, Surat Thani Province, has managed the situation of the COVID-19 pandemic as follows: 1 ) COVID-1 9 alert for people according to the level of situation and education about COVID-1 9 2 ) Disease Surveillance and Investigation 3 ) Preventive measures and safety in the community 4 ) Review and revise each relevant local law, and 5) Publicize information in various forms. The findings can be used to create strategies to manage the COVID-19 situation for other agencies. Keywords: Management; COVID-19; Subdistrict Administrative Organization; Subdistrict Administrative Organization บรรณานุกรม Henri Fayol. (1964). General and Industrial Management. London: Pittman and Sons. จินตนา บุญบงการ และณัฏฐพันธ์ เขจรนันท์. (2549). จริยธรรมทางธุรกิจ. (พิมพ์ครั้งที่ 7). กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บวรศม ลีระพันธ์ และสมชัย จิตสุชน. (2564). เรายังทำอะไรเพิ่มเติมได้บ้างในสถานการณ์การระบาดที่เริ่ม ควบคุมได้ลำบากมากขึ้น. สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ). บทความวิชาการ. สืบค้นเมื่อ 14 กรกฎาคม 2565 จาก https://tdri.or.th/2021/06/covid-19-tightsituationpublic-health-system/


45 บุญเลิศ เย็นคงคา และคณะ. (2549). การจัดการเชิงกลยุทธ์. (พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพฯ: BK การพิมพ์. สุภางค์ จันทวานิช . (2561). วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ. (พิมพ์ครั้งที่ 24) กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุมาลี จิระจรัส. (2548). การจัดการเชิงกลยุทธ์. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. สุมาลี จุทอง. (2563). การจัดการภัยพิบัติโรคระบาด COVID-19 ในพื้นที่ชุมชนหมากน้อย. โครงการ รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง ฮาซันอักริม ดงนะเด็ง และคณะ. (2564). กลไกการจัดการสถานการณ์โควิด-19 ขององค์การบริหารส่วน ตำบลควนปริงอำเภอเมือง จังหวัดตรัง. วารสารการบริหารท้องถิ่น, 14(3), 291-308.


Click to View FlipBook Version