The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตให้เป็นคนดีและคนเก่ง ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยแห่งบูรณาการ ผสานองค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ปลูกฝั่งและสร้างจิตสำนึกให้กับนักศึกษาให้มีทักษะ “วิศวกรสังคม” ซึ่งมีคุณลักษณะ 4 ประการได้แก่ “นักคิด” สามารถคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผลเห็นปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย “นักสื่อสาร” มีทักษะการสื่อสารองค์ความรู้เพื่อการแก้ปัญหา “นักประสาน” สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้โดยปราศจากข้อขัดแย้งและ “นวัตกร” มีทักษะในการสร้างนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาบนฐานข้อมูลของชุมชน สร้างความเชื่อมโยงต่อชุมชนในการสร้างสรรค์พัฒนาท้องถิ่นและเพิ่มศักยภาพประชาชนให้สังคมเป็นสุขอย่างยั่งยืน<br>การดำเนินงานจะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานและบุคลากรที่จะช่วยในการขับเคลื่อนให้กิจกรรมต่างๆบรรลุเป้าหมายตามนโยบายของมหาวิทยาลัย กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มีภารกิจสำคัญในการที่จะพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมห้องเรียนโค้ชวิศวกรสังคม (Social Engineer Coach Classroom) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะวิศวกรสังคมทั้ง 4 ประการ และได้รับการพัฒนาเป็น Coach วิศวกรสังคมที่มีความชำนาญและเป็นต้นแบบของบุคลากรอื่นๆ และเพื่อให้บุคลากรเป็นคนดีและคนเก่งได้รับการส่งเสริมและแสดงออกถึงความรู้ความสามารถและศักยภาพในการพัฒนามหาวิทยาลัยและท้องถิ่นอย่างเต็มที่ โดยมีหัวข้อเรื่องการอบรมที่บุคลากรสามารถพัฒนางานเขียนวิชาการขึ้นมา ได้แก่ เรื่องการขยายผลกระบวนการวิศวกรสู่การจัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book, เรื่องเทคนิคการวางโครงร่างการเขียนบทความจากกระบวนการวิศวกรสังคม, เรื่องการจัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม, เรื่อง Coaching การให้คำปรึกษาและการดึงศักยภาพนักศึกษาสู่การเป็นวิศวกรสังคม และเรื่องการขยายผลทางวิชาการด้วยแนวคิดและทฤษฎีวิศวกรสังคม ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ดำเนินการจัดไปตั้งแต่วันที่ 12-15 กันยายน 2566 ณ โรงแรมลอฟท์ มาเนีย บูติค อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร และได้มีการผลิตบทความทางวิชาการจากบุคลากรที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวน 20 บทความ กองพัฒนานักศึกษาจึงได้จัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book เพื่อการขยายผลทางวิชาการด้วยแนวคิดและทฤษฎีวิศวกรสังคมต่อไป<br>ในการนี้กองพัฒนานักศึกษา ขอขอบคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่ได้ให้การสนับสนุนให้เกิดการดำเนินการจัดกิจกรรมห้องเรียนโค้ชวิศวกรสังคม (Social Engineer Coach Classroom) ขึ้น และขอขอบคุณดร.พลกฤต แสงอาวุธ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและเครือข่ายศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เป็นผู้อำนวยการดำเนินการจัดการอบรมให้กับบุคลากรในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบผลสำเร็จทุกประการ ขอขอบคุณวิทยากรที่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดทักษะองค์ความรู้ และขอขอบคุณบุคลากรที่เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่สามารถเขียนผลงานทางวิชาการเพื่อให้เกิดความชำนาญและเป็นต้นแบบของบุคลากรอื่นๆ ได้<br>ทั้งนี้หากวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book ฉบับนี้เกิดความผิดพลาดประการใด ทางคณะผู้จัดทำต้องขออภัย มา ณ ที่นี้

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by เนติฐ์ไน จีนสกุล, 2023-10-02 02:53:08

บทความแห่งการเรียนรู้โดยอาจารย์ และบุคลากรสู่ห้องเรียนวิศวกรสังคม รุ่น 1

มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานีมีเป้าหมายในการผลิตบัณฑิตให้เป็นคนดีและคนเก่ง ตามนโยบายของมหาวิทยาลัยแห่งบูรณาการ ผสานองค์ความรู้สู่การสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาชุมชนท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ปลูกฝั่งและสร้างจิตสำนึกให้กับนักศึกษาให้มีทักษะ “วิศวกรสังคม” ซึ่งมีคุณลักษณะ 4 ประการได้แก่ “นักคิด” สามารถคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผลเห็นปัญหาเป็นเรื่องท้าทาย “นักสื่อสาร” มีทักษะการสื่อสารองค์ความรู้เพื่อการแก้ปัญหา “นักประสาน” สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้โดยปราศจากข้อขัดแย้งและ “นวัตกร” มีทักษะในการสร้างนวัตกรรมเพื่อการแก้ปัญหาบนฐานข้อมูลของชุมชน สร้างความเชื่อมโยงต่อชุมชนในการสร้างสรรค์พัฒนาท้องถิ่นและเพิ่มศักยภาพประชาชนให้สังคมเป็นสุขอย่างยั่งยืน<br>การดำเนินงานจะประสบความสำเร็จได้นั้นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของหน่วยงานและบุคลากรที่จะช่วยในการขับเคลื่อนให้กิจกรรมต่างๆบรรลุเป้าหมายตามนโยบายของมหาวิทยาลัย กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มีภารกิจสำคัญในการที่จะพัฒนาบุคลากรของมหาวิทยาลัย จึงได้ดำเนินการจัดกิจกรรมห้องเรียนโค้ชวิศวกรสังคม (Social Engineer Coach Classroom) ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคลากรให้มีทักษะวิศวกรสังคมทั้ง 4 ประการ และได้รับการพัฒนาเป็น Coach วิศวกรสังคมที่มีความชำนาญและเป็นต้นแบบของบุคลากรอื่นๆ และเพื่อให้บุคลากรเป็นคนดีและคนเก่งได้รับการส่งเสริมและแสดงออกถึงความรู้ความสามารถและศักยภาพในการพัฒนามหาวิทยาลัยและท้องถิ่นอย่างเต็มที่ โดยมีหัวข้อเรื่องการอบรมที่บุคลากรสามารถพัฒนางานเขียนวิชาการขึ้นมา ได้แก่ เรื่องการขยายผลกระบวนการวิศวกรสู่การจัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book, เรื่องเทคนิคการวางโครงร่างการเขียนบทความจากกระบวนการวิศวกรสังคม, เรื่องการจัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book ด้วยกระบวนการวิศวกรสังคม, เรื่อง Coaching การให้คำปรึกษาและการดึงศักยภาพนักศึกษาสู่การเป็นวิศวกรสังคม และเรื่องการขยายผลทางวิชาการด้วยแนวคิดและทฤษฎีวิศวกรสังคม ซึ่งการจัดกิจกรรมดังกล่าวได้ดำเนินการจัดไปตั้งแต่วันที่ 12-15 กันยายน 2566 ณ โรงแรมลอฟท์ มาเนีย บูติค อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร และได้มีการผลิตบทความทางวิชาการจากบุคลากรที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จำนวน 20 บทความ กองพัฒนานักศึกษาจึงได้จัดทำวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book เพื่อการขยายผลทางวิชาการด้วยแนวคิดและทฤษฎีวิศวกรสังคมต่อไป<br>ในการนี้กองพัฒนานักศึกษา ขอขอบคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วัฒนา รัตนพรหม รักษาการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่ได้ให้การสนับสนุนให้เกิดการดำเนินการจัดกิจกรรมห้องเรียนโค้ชวิศวกรสังคม (Social Engineer Coach Classroom) ขึ้น และขอขอบคุณดร.พลกฤต แสงอาวุธ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและเครือข่ายศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ที่เป็นผู้อำนวยการดำเนินการจัดการอบรมให้กับบุคลากรในมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและประสบผลสำเร็จทุกประการ ขอขอบคุณวิทยากรที่ออกแบบกระบวนการเรียนรู้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ให้ผู้เข้ารับการอบรมเกิดทักษะองค์ความรู้ และขอขอบคุณบุคลากรที่เข้าร่วมอบรมทุกท่านที่สามารถเขียนผลงานทางวิชาการเพื่อให้เกิดความชำนาญและเป็นต้นแบบของบุคลากรอื่นๆ ได้<br>ทั้งนี้หากวารสารวิศวกรสังคมในรูปแบบ E-Book ฉบับนี้เกิดความผิดพลาดประการใด ทางคณะผู้จัดทำต้องขออภัย มา ณ ที่นี้

Keywords: วิศวกรสังคม,Social engineer

46 การพัฒนาผลิตภัณฑ์หน่อไม้ดองลืมแล้งโดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคม ในตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี Development of pickled bamboo shoot products using social engineering methods In the Surat Thani Province's Pakmak Subdistrict, Chaiya District วารวิชนี หวั่นหนู สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 089-7275684 บทคัดย่อ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ให้ชุมชนสามารถแปรรูปและพัฒนาผลิตภัณฑ์หน่อไม้ดองลืมแล้ง และ 2) เพื่อเพิ่มช่องทางการตลาดในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ชาวบ้านตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน 30 คน เครื่องมือประกอบด้วย แผนการสร้างนวัตกรรม MIC MODEL โดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคม วิเคราะห์ข้อมูลแบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า 1. ชุมชนแปรรูปหน่อไม้ดองลืมแล้งได้ถูกหลักอนามัย เก็บรักษาได้ยาวนานขึ้น และสามารถพัฒนา ผลิตภัณฑ์พร้อมโลโก้ของชุมชนให้ทันสมัย และดึงดูดความสนใจของผู้บริโภค 2. ชุมชนมีช่องทางการตลาดในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์มากขึ้น ได้แก่ ตลาดนัดชุมชน ตำบลปาก หมาก การสร้างกลุ่มร้านค้าในรวมร้านอร่อย ช่องทาง Facebook Marketplace และช่องทางออนไลน์ สามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชนเพิ่มมากขึ้น คำสำคัญ: การพัฒนาผลิตภัณฑ์; หน่อไม้; วิศวกรสังคม


47 Abstract This article is intended to: 1) support communities in processing and creating pickled bamboo shoot products; 2) support communities in processing and creating pickled bamboo shoot products. to expand the marketing channels used in product distribution. The communities in Pakmak Subdistrict, Chaiya District, and Surat Thani Province are the target group. 30, persons. The tool includes of. Model, MIC. applying the social engineering technique data analytics for purposes of description. The results of the study verified that 1. Communities that process pickled shoots disregard sanitary conditions and drought. Additionally, products with community logos can be created and kept current and captures the interest of customers. 2. The neighborhood offers more marketing outlets through which goods can be sold. Neighborhood flea market in the Pakmak district. To combine tasty stores, create a group of stores. For the community, the Facebook Marketplace and online sales channels can increase revenue. Keywords: Product development; Bamboo shoots; Social engineering บรรณานุกรม ศูนย์บรรณสารเเละสื่อการศึกษา มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์, สุจิตรา เมฆหมอก, อนุสรา เสนาทอง. (2565). หน่อไม้ดอง. (ออนไลน์). สืบค้นเมื่อ https://oer.learn.in.th/search_detail/result/288751 (2565, 25 พฤศจิกายน).


48 ภาคผนวก ภาพที่ 1 ผลิตภัณฑ์หน่อไม้ดองลืมแล้ง ตำบลปากหมาก ภาพที่ 2 วิทยากรสาธิตการขายหน่อไม้ดองลืมแล้งแบบออนไลน์ร่วมกับชาวบ้าน


49 แนวปฏิบัติที่ดีของการบริการวิชาการเพื่อพัฒนาท้องถิ่นและชุมชน สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี Best Practices of Academic Services for Local and Community Development Research and Development Institute, Suratthani Rajabhat University ราตรี รัตนภิรมย์1 และนัฎฑิญา เกิดสมบัติ2 1 สังกัดสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี Email: [email protected] เบอร์โทรศัพท์: 0817976421, 2 สังกัดคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี Email: [email protected] เบอร์โทรศัพท์: 0980150085 บทคัดย่อ บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) อำนวยความสะดวกให้กับคณาจารย์ของมหาวิทยาลัยในการการ บริการทางวิชาการเพื่อพัฒนาสังคม เริ่มต้นจากพื้นที่ตามยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 2) ศึกษากระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคโนโลยี/นวัตกรรมต่าง ๆ ตามความต้องการของชุมชนด้าน การพัฒนาสังคมและชุมชนตามนโยบายของมหาวิทยาลัยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และ 3) สร้าง นวัตกรรมแนวปฏิบัติที่ดีต้นแบบใหม่ ๆ ในการทำงานบริการวิชาการให้กับชุมชน โดยการสำรวจความ ต้องการและวิเคราะห์ความต้องการจากบุคลากร อาจารย์ และข้าราชการ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ ธานี จำนวน 100 คน โดยใช้เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์และใช้กระบวนการวิศวกร สังคม MIC Model ในการทำงานแบบลดขั้นตอนและมีแนวทางปฏิบัติที่ดีในการให้บริการวิชาการเพื่อ พัฒนาท้องถิ่น ใช้การวิจัยแบบเชิงคุณภาพ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์รูปแบบการลดขั้นตอน กระบวนการในการบริการอย่างมีประสิทธิภาพ และบูรณาการให้เข้ากับการทำงานในยุคปัจจุบัน ผลการศึกษาพบว่า 1) การอำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนในการปฏิบัติงานให้กับคณาจารย์ เพื่อการลงพื้นที่บริการ งานวิชาการและท้องถิ่น ในพื้นที่ยุทธศาสตร์ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี คือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดชุมพร และจังหวัดระนอง ซึ่งมีการนำข้อมูลในพื้นที่มาพัฒนาการเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่ชุมชน ท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคมเป็นหลักสำคัญทั้ง 3 พื้นที่ตามนโยบายของมหาวิทยาลัย


50 2) กระบวนการแนวปฏิบัติที่ดีของบริการวิชาการในการถ่ายทอดองค์ความรู้/เทคโนโลยี/นวัตกรรม ด้านการพัฒนาสังคมและชุมชนตามนโยบายของมหาวิทยาลัย บุคลากร อาจารย์ ข้าราชการ และคณาจารย์ มีความพร้อมที่ถ่ายทอดองค์ความรู้และลงพื้นที่เพื่อบริการวิชาการแก่ชุมชนและท้องถิ่นอย่างตั้งใจ และด้วย กระบวนการและแนวปฏิบัติในปัจจุบันมีขั้นตอนและวิธีการที่ซับซ้อน ทำให้กระบวนการทำงานล่าช้าไม่ เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนด บางกิจกรรมหรือโครงการยังไม่ได้ดำเนินการต้องขอคืนงบประมาณให้กับ มหาวิทยาลัย เพราะไม่สามารถดำเนินการได้ทันตามเวลาที่กำหนด 3) การสร้างนวัตกรรมแนวปฏิบัติที่ดีต้นแบบใหม่ ๆ เพื่อบริการงานวิชาการและนวัตกรรมตาม ความถนัดของตนเอง มากยิ่งขึ้น ในการทำงานบริการวิชาการให้กับชุมชน โดยการสำรวจความต้องการและ วิเคราะห์ความต้องการจากบุคลากร อาจารย์ และข้าราชการ ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี หลังจากผ่านการทดลองใช้แนวปฏิบัติที่ดีเพื่อพัฒนากระบวนและลดขั้นตอนในการปฏิบัติแล้ว ผู้วิจัยได้ทำ การสรุปประเมิน และได้ค้นพบองค์ความรู้สามารถสรุปปรับแก้ไขกระบวนการดังกล่าวข้างต้นนั้น หลังจากที่ ได้ทดลองใช้แนวปฏิบัติที่ดีมาแล้ว โดยการใช้ทักษะวิศวกรสังคมมาประยุกต์ใช้ในการศึกษาลดเวลาขั้นตอน กระบวนการปฏิบัติงานให้กระชับและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คำสำคัญ: แนวปฏิบัติที่ดี; การบริการวิชาการ Abstract The objectives of this project are: 1) to facilitate the university's faculty in providing academic services for social development; 2) The process of transferring knowledge/technology/innovation according to the needs of the community in terms of social development and community according to the university's policy is effective. 3) Create innovative new best practices in academic services for the community by surveying needs and analyzing needs from personnel, lecturers and government officials of Suratthani Rajabhat University. The data collection tools are interviews, pre tests and post tests, and social engineer processes are used in the MIC Model to work in a reduced manner and have good practices in providing academic services for local development. Use qualitative research Analyze data by analyzing the process reduction patterns in service efficiency and integrating them into today's work.


51 The study results 1) Facilitating and reducing operational procedures for faculty members for academic and local service areas in the strategic areas of Surat Thani Rajabhat University, namely Surat Thani Province, Chumphon Province and Ranong Province, where local information is used to develop and strengthen local communities by using the social engineering process as the main principle in all 3 areas according to the university's policy. 2) The process of best practice of academic services in the transfer of knowledge/technology/innovation in social and community development according to the university's policy. Staff, lecturers, government officials, and faculty are readily ready to transfer knowledge and field to provide academic services to communities and localities. This delays the work process for a specified period of time. Some activities or projects have not yet been carried out, the budget must be returned to the university. Because it cannot be carried out on time. 3) Create new models of good practice innovation to serve academic work and innovation according to one's own aptitude. To provide academic services to the community by surveying the needs and analyzing the needs of staff, professors and government officials of Suratthani Rajabhat University. After experimenting with best practices to improve processes and reduce operational procedures. The researcher has summarized, evaluated and discovered the body of knowledge that can summarize and modify the above process. After experimenting with good practices, using social engineer skills to apply in the study to reduce the time of the operation process to be more concise and efficient. Keywords: Best Practices; Academic Services บรรณานุกรม กองบ ริการวิชาการ มหาวิทยาลัยราชภัฏ สุราษฎ ร์ธานี. [ม.ป.ป.]. 13 กันยายน 2566 จาก https://das.sru.ac.th/history/


52 งานนโยบายพิเศษ กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. (2566). คู่มือวิศวกรสังคม จากน โยบ ายสู่การบู รณ าการขับ เคลื่อน ภ าคป ฏิ บั ติอย่างเป็ นรูป ธรรมตามแบ บ ฉบั บ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. สุราษฎร์ธานี นุชนาถ หนูหีต. (2565). คู่มือปฏิบัติงานหลัก เรื่อง งานโครงการบริหารจัดการการขับเคลื่อน ด้ า น ก า ร พั ฒ น า ท้ อ ง ถิ่ น . 13 กั น ย า ย น 2566 จ า ก https://das.sru.ac.th/ wp-content/uploads/2022/04/03-nudchanad.pdf ภูสิทธ์ ภูคำชะโนด. (2566). แนวคิดของวิศวกรสังคม. 13 กันยายน 2566 จาก https://elfhs.ssru.ac.th/ phusit_ph/pluginfile.php/42/block_html/content/PowerPoint-Unit%201.pdf วรพงค์ บุญช่วยแทน. (2558). แนวปฏิบัติที่ดีการบริการวิชาการ “การบริการวิชาการเพื่อสร้างชุมชน เข้มแข็ง”. 12 กัน ยายน 2566 จาก https://ks.rmutsv.ac.th/sites/ks.rmutsv.ac.th/files/ RMUTSV%20BP%20CoP3-2558.pdf


53 ภาคผนวก ภาพที่ 1 ขั้นตอนของการปฏิบัติงาน (Flow Chart) งานโครงการบริหารจัดการการขับเคลื่อนด้านการพัฒนาท้องถิ่น ที่มา https://das.sru.ac.th/wp-content/uploads/2022/04/03-nudchanad.pdf


54 ภาพที่ 2 การสร้างทีมงานขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่น ที่มา https://das.sru.ac.th/wp-content/uploads/2022/04/03-nudchanad.pdf


55 การพัฒนาลูกปัดมโนราห์เพื่อสร้างสรรค์เป็นของที่ระลึกตามภูมิปัญญาชาวบ้าน ในตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี Manohra Beads are Produced to Make Mementos Based on Folklore In Khun Thale Subdistrict, Mueang Surat Thani District, Surat Thani Province อุไรพร ใหม่อยู่, จันทร์จิรา เครือสาย, ฉัตรชัย ศิริแสง, เฉลิมนิจ ชุมเชื้อ, จุไรพร ชีพประสพ, สุชาติ ด้วงทองกุล, จิรายุทธ ทวิชศรีและสานิตย์ ทิพย์อักษร มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 077-913333 บทคัดย่อ บทความวิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาประวัติที่มาลูกปัดมโนราห์ 2) ใช้ทักษะวิศวกรสังคม ในการศึกษาต่อยอดผลงานตามภูมิปัญญาชาวบ้าน และ 3) พัฒนาลูกปัดมโนราห์สร้างสรรค์ของที่ระลึก ตามภูมิปัญญาชาวบ้าน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มแม่บ้านและชาวบ้าน จำนวน 150 แบ่งเป็น 5 กลุ่ม เครื่องมือที่ใช้คือ วิศวกรสังคมทั้ง 5 เครื่องมือ ประกอบด้วย 1) ฟ้าประทาน 2) นาฬิกาชีวิต 3) ไทม์ไลน์ (Timeline) พัฒนาการ 4) ไทม์ไลน์(Timeline) กระบวนการ และ 5) วิธีแผนการพัฒนานวัตกรรม (MIC Model) ผลการศึกษาพบว่า 1. ลูกปัดมโนราห์ที่นำมาทำเครื่องแต่งกายมโนราห์ตามตำนานละครชาตรีที่อ้างว่าได้รับวิวัฒนาการ จากโนราห์มีการยืนยันลักษณะการนำเอาลูกปัดมโนราห์มาทำเครื่องแต่งกาย พบว่า ลูกปัดมโนราห์มีการนำ ผ้ามาทำเป็นกรองคอแล้วใช้ลูกปัดร้อยต่อจากชายผ้า เป็นลวดลาย คลุมลำตัว คลุมไหล่ รอบอก ปิ้งคอ เมื่อเทียบเคียงกับการแต่งกายแบบยืนเครื่องละครรำ 2. ทักษะทางวิศวกรสังคมสามารถต่อยอดผลงานตามภูมิปัญญาชาวบ้าน คือเทคนิคการใช้เครื่องมือ วิศวกรสังคม ฟ้าประทาน โดยการสังเกตข้อมูลเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพในชุมชนเกี่ยวกับวิธีการเย็บลูกปัด มโนราห์ที่นิยมในปัจจุบัน วิธีการใช้นาฬิกาชีวิต การตั้งคำถาม ได้แก่ ทำอะไร ทำอย่างไร ทำไมถึงทำ เพื่อ ค้นหาวิธีการทำลูกปัดมโนราห์ที่มีประสิทธิภาพ วิธีการไทม์ไลน์พัฒนาการ เรียนรู้วิธีการเย็บลูกปัดมโนราห์ จากอดีตจนถึงปัจจุบัน เพื่อค้นหาทุน และศักยภาพ ส่งผลให้เข้าใจปัจจุบันและวางแผนอนาคต วิธีไทม์ไลน์ (Timeline) กระบวนการ มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเย็บและประกอบ รวมถึงการนำลูกปัดมโนราห์มาใช้ งาน ตามเอกลักษณ์ และอัตถลักษณ์เฉพาะของคนในชุมชนท้องถิ่น และวิธีแผนการพัฒนานวัตกรรม (MIC


56 Model) โดยประยุกต์ลูกปัดมโนราห์ เช่น การลดจำนวนลูกปัด การใช้เชือกแทนเอ็นร้อยการเลือกใช้สีสัน ของลูกปัด การจัดกลุ่มลูกปัด การออกแบบบรรจุภัณฑ์ 3. พัฒนาลูกปัดมโนราห์สร้างสรรค์ให้เป็นของที่ระลึกตามภูมิปัญญาชาวบ้านโดยประยุกต์ลูกปัด มโนราห์เป็นผลิตภัณฑ์ เช่น พวงกุญแจ สร้อยข้อมือ ต่างหู แหวน เข็มกลัด หมวก และกระเป๋า ตามภูมิ ปัญญาชาวบ้าน คำสำคัญ: ลูกปัดมโนราห์; ภูปัญญาชาวบ้าน; วิศวกรสังคม Abstract The purposes of this research article are to 1) study the history of the Manohra beads and 2) use social engineering skills. In furthering the study of works based on folk wisdom and 3) developing Manohra beads to create souvenirs based on folk wisdom. The target group includes 150 housewives and villagers, divided into 5 groups. Tools used these are the 5 tools of social engineering include 1) Fah Prathan 2) Clock of life 3) Development timeline 4) Process timeline and 5) MIC model. The results of the study found that 1. Manohra beads used to make Manohra costumes according to the Chatri drama legend that claims to have evolved. From Nora, there is confirmation of the manner of using Manohra beads to make clothing. It was found that Manohra beads were used to make a neck filter and then used beads to be strung from the hem of the cloth to create patterns to cover the body, shoulders, chest, and neck. When compared with standing costumes and dance costumes ทักษะทางวิศวกรสังคมสามารถต่อยอดผลงานตามภูมิปัญญาชาวบ้าน 2. The social engineer skill can be continuing from the folk wisdom by applying the techniques for using the Fah Prathan social engineering tools by observing quantitative and qualitative data. in the community about methods for sewing Manohra beads that are popular today How to use the body clock, asking questions such as what to do, how to do it, why to do it, in order to find an effective method of making Manohra beads. How to timeline development Learn how to sew Manohra beads from the past to the present. To find capital and potential, resulting in understanding the present and planning the future.


57 Process timeline method There have been changes in sewing and assembly styles. Including the use of Manohra beads according to the uniqueness and identity of the people in the local community. and the method of innovation development plan (MIC Model) by applying Manohra beads, such as reducing the number of beads. Using string instead of string, choosing the colors of beads, grouping beads. packaging design 3. Develop Manohra beads to create souvenirs according to local wisdom. By applying Manohra beads It is products such as keychains, bracelets, earrings, rings, brooches, hats and bags based on local wisdom. Keywords: Manohra beads; Folk wisdom; Social engineer บรรณานุกรม Songneam, S., Manichot, K., & Sonhom, V. (2022). การพัฒนาผลิตภัณฑ์โคม ไฟไทยจากลูกปัด มโนราห์. Journal of Home Economics Technology and Innovation, 1(1), 43-56. Songneam, S., Manichot, K., & Sonhom, V. (2022). การพัฒนาผลิตภัณฑ์โคมไฟไทยจากลูกปัด มโนราห์. Journal of Home Economics Technology and Innovation, 1(1), 43-56. Santajit, W., Ridhikerd, A., & Bureekhampun, S. (2019). การศึกษาอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมมโนราห์ เพื่อ ประยุกต์ใช้ในการออกแบบเครื่องประดับ. Journal of Industrial Education, 18(2), 127- 139. Rueangsri, W., Suanthong, P., Arunsutalangkan, P., Viratdhammachot, P., & Suriyo, P. S. (2022). การประยุกต์ใช้วัฒนธรรมมโนราห์เป็นฐานในการส่งเสริมการศึกษาของเด็กและเยาวชน นอกระบบการศึกษาในชุมชนบ้านปากลัด ตำบลทุ่งหลวง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี. Journal of Social Science Development, 5(2), 58-78. Rueangsri, W. (2020). “มโนราห์” บนฐาน การ จัดการวัฒนธรรม ร่วม: โนราเติมเมืองตรัง. Journal of Social Science and Cultural, 4(2), 12-27. Khwansuwan, W. (2017). การป ระยุกต์ รูปแบบ ลวดลายจากเครื่องแต่งกายมโนราห์ โดยใช้เทคนิคการพิมพ์ 3 มิติ. งานนโยบายพิเศษ กองพัฒนานักศึกษา. (2566). คู่มือวิศวกรสังคมจากนโยบายสู่การบูรณาการขับเคลื่อน ภาคปฏิบัติอย่างเป็นรูปประธรรมตามแบบฉบับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี.


58 ภาคผนวก ภาพที่ 1 กระบวนการเก็บข้อมูลโดยวิธีการสัมภาษณ์กลุ่มเป้าหมาย ภาพที่ 2 ออกแบบผลิตภัณฑ์ของที่ระลึก


59 ภาพที่ 3 ไทม์ไลน์พัฒนาการของที่ระลึก (พวงกุญแจลูกปัดมโนราห์) ในตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี ภาพที่ 4 ไทม์ไลน์(Timeline) กระบวนการของที่ระลึก (พวงกุญแจลูกปัดมโนราห์) ในตำบลขุนทะเล อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี จังหวัดสุราษฎร์ธานี


60 แนวทางการพัฒนาการท่องเที่ยวบนฐานทรัพยากรชุมชน เพื่อออกแบบเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ ตำบลหาดส้มแป้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง A Community-based Tourism Development Strategy to Design a New Tourist Route in Had Som Pan District, Rangan Province กันยากร อ่อนรักษ์1 และจิราพร เสนจันทร์2 1, 2สาขาวิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 Email: [email protected] บทคัดย่อ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาและหาแนวทางในการพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยว ในพื้นที่ตำบล หาดส้มแป้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน และ 2) จัดทำ เส้นทางการท่องเที่ยวใหม่สำหรับส่งเสริมการท่องเที่ยว ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนตำบลหาดส้ม แป้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง จำนวน 50 คน ได้แก่ วิสาหกิจ ชุมชนที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวชุมชน จำนวน 5 คน, ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องต่อการพัฒนาและยกระดับ การท่องเที่ยวเป็นกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับภาคการท่องเที่ยว จำนวน 10 คน ตัวแทนภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จำนวน 5 คน, ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ตำบลหาดส้มแป้น จำนวน 3 ชุมชนๆ ละ 10 คน โดยมีการจัดทำ SWOT Analysis เพื่อวิเคราะห์ จุดเด่น จุดด้อย โอกาส และ อุปสรรคของสถานที่ท่องเที่ยวในตำบลหาดส้มแป้น เพื่อค้นหาศักยภาพและแนวทางในการพัฒนาการ ท่องเที่ยวของตำบลหาดส้มแป้น ผลการศึกษาพบว่า 1) แนวทางจากการระดมความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ผู้นำชุมชน หน่วยงานภาครัฐ ตัวแทนกลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือภาคเอกชน เห็นตรงกันในการพิจารณาพื้นที่ท่องเที่ยว จำนวน 8 แห่ง ในการยกระดับและต่อยอดการพัฒนาผ่านกระบวนการมีส่วนร่วม โดยการถอดบทเรียนด้วย เครื่องมือ SWOT Analysis ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และภัยคุกคามของพื้นที่ที่มีผลต่อ การพัฒนาสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลหาดส้มแป้น ทางผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้เห็นแนวทางในการพัฒนา พื้นที่ดังกล่าวให้เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์และมีศักยภาพต่อการส่งเสริมและยกระดับเป็นสถานที่ท่องเที่ยวต่อไป


61 ในอนาคต โดยเฉพาะกลุ่มที่ผู้ที่สามารถขับเคลื่อนได้โดยตรง เช่น ตัวแทนหน่วยงานภาครัฐองค์การบริหาร ส่วนตำบลหาดส้มแป้น และภาคเอกชน เป็นต้น 2) เส้นทางสำหรับการท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลหาดส้มแป้นแบ่งออกเป็น 4 เส้นทาง เพื่อให้เกิดความ ครอบคลุมและหลากหลายแก่นักท่องเที่ยวเพื่อการประชาสัมพันธ์และสร้างสื่อการรับรู้ให้แก่นักท่องเที่ยว และบุคคลทั่วไปได้รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวในตำบลหาดส้มแป้น อำเภอเมืองระนอง จังหวัดระนองในอนาคต ถือเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่ควรค่าแก่การขับเคลื่อนและต่อยอดการพัฒนาทางด้านการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก สำหรับจังหวัดระนอง คำสำคัญ: การพัฒนาการท่องเที่ยว; เส้นทางการท่องเที่ยว; SWOT Analysis; ตำบลหาดส้มแป้น Abstract This article aims to 1) study and find ways to develop the tourist attractions in the area of Orange Beach, district, town, and province, through the process of community involvement. And 2) Develop new tourist routes to promote tourism through the process involving the community of the Orange Beach district of the city of Shannon, Shannon province. A sample group of 50 people was selected, including 5 community tourism enterprises, 10 private tourism developments and upgrading enterprises associated with the tourism sector, 5 local government and local government representatives, community leaders, and 3 or 10 communities in the Orange Beach area. By providing SWOT analysis to analyze the strengths, weaknesses, opportunities, and obstacles of tourist attractions in Orange Beach Key to find the potential and guidance in tourism. The study found that: 1) The approach of attracting local public opinion and participating stakeholders such as community leaders, government agencies, representatives of community enterprises, or the private sector. By taking lessons with the SWOT Analysis tool, which reflects the strengths, weaknesses, opportunities, and threats of the area that affect the


62 development of tourist attractions in the Orange Beach area, The disadvantaged parties have seen a way to develop the area as a strategic area and have the potential for further promotion and upgrading as a tourist destination in the future, especially for those who can be directly driven, such as representatives of government agencies, administrative departments, orange beaches, and the private sector, etc. 2) From feedback on the promotion of tourism by developing routes for tourism in the area of the orange beach keyboard and jointly designing various activities together. Through the process of public involvement in driving, planning, and designing, the tourism program has been developed into four routes to create a comprehensive and diverse tourist community for publicity and media awareness, so that tourists and individuals can get to know the sights of Orange Beach, Chun District, Chung City, and Chong Province in the future. Considered another area worth driving and highlighting tourism development for the province of Shannon. Keywords: Tourism development; Tourist Route; SWOT Analysis; Had Som Pan District


63 การพัฒนาศักยภาพและเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ผ่านกระบวนการทักษะวิศวกรสังคม กรณีศึกษาแกงไตปลาแห้งพัชชา จังหวัดสุราษฎร์ธานี Potential development and product value addition through social engineering skills Case Study of Patcha Fish-Kidney Paste, Surat Thani province ศุภโชค ปิยกาญจน์1 และยุวลักษณ์ พุทธรักษา2 1,2สำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 098-0158851, 2 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 092-9155032 บทคัดย่อ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) บูรณาการกระบวนการทักษะวิศวกรสังคมในการพัฒนาศักยภาพ การผลิตสินค้า และ 2) หาแนวทางในการเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์แกงไต ปลาแห้งพัชชา ของกลุ่มแม่บ้านปากหาร ตำบลบ้านยาง อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี เครื่องมือ ประกอบด้วย แบบบันทึกข้อมูลไทม์ไลน์พัฒนาการ และแบบบันทึกข้อมูลไทม์ไลน์กระบวนการ โดยใช้ กระบวนการทักษะวิศวกรสังคม วิเคราะห์ข้อมูลแบบพรรณนาวิเคราะห์ ผลการศึกษาพบว่า 1. การบูรณาการโดยใช้ทักษะวิศวกรสังคมสามารถเพิ่มศักยภาพในการผลิตแกงไตปลาแห้งพัชชาให้ มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ใช้เวลาในกระบวนการผลิตน้อยลงด้วยการใช้วัตถุดิบบางส่วนที่ผ่านกระบวนการ เตรียมมาแล้ว โดยสามารถสั่งซื้อวัตถุดิบจากทั้งผู้จำหน่ายในพื้นที่และจากในชุมชน เป็นการสร้างงานและ กระจายรายได้ นอกจากนั้นยังสามารถปรับปรุงขั้นตอนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยการยุบรวม ขั้นตอน ที่สามารถทำพร้อมกันมาทำในเวลาเดียวกัน 2. แนวทางจากการใช้ทักษะวิศวกรสังคมสามารถเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์แกงไตปลาแห้งพัชชาได้ ด้วยการออกแบบบรรจุภัณฑ์และฉลากสินค้าใหม่ให้สวยงามทันสมัย ดึงดูดสายตา และแสดงข้อมูลสำคัญให้ ครบถ้วน นอกจากนี้ทางกลุ่มแม่บ้านยังสามารถเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในรูปแบบออนไลน์ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียและแอพพลิเคชั่นซื้อขายออนไลน์ เพื่อเพิ่มโอกาสในการขายมากขึ้น คำสำคัญ: ไตปลาแห้งพัชชา; กลุ่มแม่บ้านปากหาร; ไทม์ไลน์กระบวนการ; วิศวกรสังคม


64 Abstract The objectives of this article are to 1) Integrate social engineering techniques into the development of production potential; and 2) Increase product value. The target market for the Pakhan housewives group's Patcha fish-kidney paste produced in Ban Yang, Khiri Rat Nikhom, Surat Thani. Both a process timeline data recording form and a development timeline data recording form are tools. employing techniques for social engineering. Analyze using a descriptive approach. Study results are 1. Integration using social engineering skills can boost the potential for more effective production of Patcha fish-kidney paste. Using part of the prepared raw materials will cut down on processing time. Local suppliers and communities can be used to purchase raw resources, generating employment and money. Additionally, by condensing activities that can be completed concurrently and simultaneously, production techniques can be made more effective. 2. Approaches from social engineering skills can increase the value of Patcha fishkidney paste by creating fresh labels and packaging. comprehensive and enticing information that is complete. Through social media and online selling platforms, the housewives group can also expand its online distribution channels. increase your chances of increasing sales. Keywords: Patcha fish-kidney paste; Pakhan housekeeping group; Process timeline; Social engineering บรรณานุกรม จิรวรรณ บุญเรือง, ผู้ให้สัมภาษณ์, 11 เมษายน 2565 สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ. (2556). คู่มือวิธีปฏิบัติในการผลิตแกงไตปลาแห้ง 1. สืบค้นเมื่อ 12 กันยายน 2565, จาก https://doi.nrct.go.th/ListDoi/Download/432339/ed7e47e6637


65 สุภิญญา สมคิดหมาย. (2566). คู่มือวิศวกรสังคมจากนโยบายสู่การบูรณาการขับเคลื่อนภาคปฏิบัติอย่างเป็น รูปประธรรมตามแบบฉบับมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี. สุราษฎร์ธานี: งานนโยบายพิเศษ กอง พัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี


66 ภาคผนวก ภาพที่ 1 กระบวนการผลิตแกงไตปลาแห้งพัชชา ที่มา: (จิรวรรณ บุญเรือง)


67 การส่งเสริมและพัฒนาการปลูกขมิ้นชันสมุนไพรปลอดสารพิษ จังหวัดสุราษฎร์ธานี Promotion and development of organic herb turmeric cultivation, Surat Thani province ณัฐพล พัฒนา1 และวิระพงษ์ ทองล่อง2 1, 2 สังกัดคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 061-4154558, 2 E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 083-6432971 บทคัดย่อ วิจัยนี้มีจุดประสงค์เพื่อ 1) เพื่อส่งเสริมให้ชาวบ้านในพื้นที่มีการปลูกขมิ้นชันเพิ่มมากขึ้นและ 2) เพื่อพัฒนากระบวนการผลิตให้สามารถจัดเก็บผลิตภัณฑ์ให้ได้นานยิ่งขึ้น กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ชุนชนบ้านเขา วง ตำบลบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี เครื่องมือประกอบด้วย แบบบันทึกสำรวจความคิดเห็น แบบบันทึก นาฬิกาชีวิต และกระบวนการไทม์ไลน์ (timeline) พัฒนาการจากกระบวนการทักษะวิศวกรสังคม โดยใช้ กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบสัมภาษณ์มีการวิเคราะห์ข้อมูลแบบเชิงพรรณนานำสถิติขั้นพื้นฐาน ผลการศึกษาพบว่า 1. ชาวบ้านในชุมชนตำบลเขาวง อำเภอบ้านตาขุนมีพื้นที่การปลูกขมิ้นชันเพิ่มมากขึ้น จากสมาชิก 18 คน เป็น 25 คน มีพื้นที่ปลูก ประมาณ 120 ไร่ 2. การพัฒนากระบวนการผลิต ซึ่งเป็นกระบวนการผลิตที่มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมเพื่อการ ผลิตที่มีคุณภาพมาใช้ยกระดับคุณภาพและราคาที่สูงขึ้น ในกระบวนกระบวนการผผลิต การตากแดดเป็น กระบวนการลดความชื่นซึ่งเป็นกระบวนการที่สำคัญที่สุด เนื่องจากหากมีความชื่นจะทำให้เกิดเชื้อราและ ขมิ้นได้รับความเสียหายจำเป็นที่จะต้องใช้โรงอบที่ทันสมัยประหยัดพลังงานและโรงที่เหมาะสมที่สุดคือโรง อบพลังงานแสงอาทิตย์ คำสำคัญ: ขมิ้นชัน; การส่งเสริมและพัฒนาการปลูกขมิ้นชัน; ปลอดสารพิษ


68 Abstract 1) Residents of Khao Wong Subdistrict, Ban Ta Khun District, the area of turmeric cultivation has increased from 18 members to 25 people, with a planting area of about 120 rai. 2) Production process development, which is a production process that uses technology and innovation for quality production to raise the quality and higher price. in the production process. Since if it is moist, it will cause mold and turmeric damage, it is necessary to use a modern, energy-saving baking plant, and the most suitable one is a solar oven. Keywords: turmeric, promotion and development of turmeric cultivation, nontoxic Keywords: Turmeric; Promotion and development of turmeric cultivation; Non-toxic บรรณานุกรม จันทนี ฤทธิกุล, ผู้ให้สัมภาษณ์, 5 กรกฎาคม 2563. ธนพงศ์ ปานรัตน์, ผู้ให้สัมภาษณ์, 29 กรกฎาคม 2563.


69 ภาคผนวก ภาพที่ 1 กระบวนการลงแขก เตรียมแปลงปลูกขมิ้นชันบ้านเขาวง ตำบลบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มา : ธนพงศ์ ปานรัตน์, เอกสารวิศวกรสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 29 กรกฎาคม 2563 ภาพที่ 2 แปลงปลูกขมิ้นชัน บ้านเขาวง ตำบลบ้านตาขุน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่มา : ธนพงศ์ ปานรัตน์, เอกสารวิศวกรสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 29 กรกฎาคม 2563.


70 ภาพที่ 3 อุปกรณ์การแปรรูปขมิ้นชัน ที่มา : ธนพงศ์ ปานรัตน์, เอกสารวิศวกรสังคม มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี, 29 กรกฎาคม 2563.


71 กลไกการมีส่วนร่วมภาคประชาชนในการขับเคลื่อนงานวิศวกรสังคม อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี Mechanisms for participation of the public sector in driving social engineering work, Tha Chana District, Surat Thani Province วิทวัส ขุนหนู1 และสิปปภาส ตัญจนะ2 1, 2คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 1 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 0917925587, 2 Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 0924105544 บทคัดย่อ บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอกลไกการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการ ขับเคลื่อนงานวิศวกรสังคม โดยสังเคราะห์ข้อมูลจากเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการมีส่วน ร่วมของของภาคประชาชนและนำมาประยุกต์ใช้ภายใต้บริบทการขับเคลื่อนงานวิศวกรสังคม อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานีพบว่า การขับเคลื่อนงานวิศวกรสังคมควรดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือจากกลไกทุก ภาคส่วนในพื้นที่ ได้แก่ ประชาชนในฐานะเป็นเจ้าของพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ ที่ว่าการ อำเภอท่าชนะ ผู้นำชุมชน และ วิศวกรสังคม เพราะกระบวนการดำเนินงานวิศวกรสังคมเป็นการนำประเด็น ในพื้นที่มาร่วมสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชน และการท่องเที่ยวในชุมชนโดยมีความมุ่งหวังยกระดับทางเศรษฐกิจ ให้กับประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนให้ประชาชน ในพื้นที่สามารถนำผลิตภัณฑ์และการท่องเที่ยวไปต่อยอด สำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต ทั้งนี้ กลไกการมีส่วนร่วมของทุกส่วนควรเริ่มตั้งแต่กระบวนการร่วม ตัดสินใจ ร่วมดำเนินงาน ร่วมรับผลประโยชน์ และร่วม ประเมินผล โดยคำนึงถึงการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกันเพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่ให้ปรากฎผลที่เป็นรูปธรรมและ สามารถนำไปใช้ประโยชน์ร่วมกันได้ คำสำคัญ: การมีส่วนร่วม; ภาคประชาชน; วิศวกรสังคม Abstract This academic article aims to present a mechanism for public participation in driving social engineering work. By synthesizing information from documents and research related to the public participation process and applying it within the context of driving


72 social engineering work in Tha Chana District, Surat Thani Province. Driving the work of social engineers should be carried out under the cooperation of all mechanisms in the area, including the people as owners of the area. Local government organizations in the area Tha Chana District Office, community leaders and social engineers. Because the social engineering process involves bringing together local issues to create community products and community tourism with the aim of raising the economic level for the people in the area. As well as allowing people in the area to bring products and tourism to further their careers in the future. In this regard, the participation mechanism of all parts should start from the joint decision-making process. joint operations Join in the benefits and participate in evaluation. Taking into account the exchange of knowledge together in order to develop the area to have concrete results that can be used for mutual benefit. Keywords: Participation; Public sector; Social engineering บรรณานุกรม กชกร เดชะคำภู และทิพาภรณ์ หอมดี. (2560). กลไกการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการพื้นที่สาธารณะ หาด แห่เกาะกลางแม่น้ำโขง. วารสารวิจัยเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่, 9(5), 347-360. จินตนา สุจจานันท์. (2549).การศึกษาและการพัฒนาชุมชน. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. พิมพ์ลิขิต แก้วหานาม, จริยา อินทนิล, อาริยา ป้องศิริ, มนชยา สภานุชาด และสุกัญญา น้อยผาง. (2565). การ สร้างกระบวนการและกลไกการมีส่วนร่วมในการจัดทำแผนชุมชนเพื่อส่งเสริมสินค้าพื้นถิ่น กรณีศึกษา พื้นที่ตำบลกุดหว้า อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์. Journal of Politics and Governance, 12(1), 168-188. ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม และพรรณทิพย์ เพชรมาก. (2551). การบริหารสังคมศาสตร์แห่งศตวรรษเพื่อ สังคมไทยและ สังคมโลก. กรุงเทพฯ: สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน. อุทัย บุญประเสริฐ. (2542). การศึกษาแนวทางการบริหารและการจัดการศึกษาของสถานศึกษาในรูปแบบ การ บริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: โครงการวิจัยภายใต้การสนับสนุนของสำนักงาน คณะกรรมการ การศึกษาแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี.


73 Cohen, J.M. , & Uphoff, N.T. (1981). Rural Development Participation: Concept and Measure for Project Design Implementation and Evaluation: Rural Development Committee Center for international Studies. New York: Cornell University Press. United Nations. (1981). Yearbook of International Trade Statistics. United Nations: UN Press.


74 การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวตังพริกแกงบ้านท่าสน ตำบลมะขามเตี้ย จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคม The development of Khao Tang Plik Kaeng Ban Tha Son Makham Tia Subdistrict, Surat Thani Province, using social engineering processes วรรณพิชญ์ จุลกัลป์1 และมินตรา ตรงต่อการ2 1 สาขาอาชีวอนามัยและความปลอดภัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 089-7246460 2 สาขาเทคโนโลยีไฟฟ้าอุตสาหกรรม คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี E-mail: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 081-6648339 บทคัดย่อ บทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวตังพริกแกงด้วยกระบวนการทางวิศวกรสังคมเพื่อ เพิ่มรายได้สู่ชุมชน กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพริกแกงบ้านท่าสน ตำบลมะขามเตี้ย จังหวัดสุ ราษฎร์ธานี จำนวน 30 คน เครื่องมือประกอบด้วยแบบบันทึกไทม์ไลน์ (Timeline) พัฒนาการ แบบ สัมภาษณ์นาฬิกาชีวิต และแบบสอบถามความพึงพอใจ โดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคม วิเคราะห์ข้อมูลโดย ใช้สถิติขั้นพื้นฐาน วิเคราะห์ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการศึกษาพบว่า การพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวตังพริกแกงด้วยกระบวนการทางวิศวกรสังคมทำให้กลุ่มวิสาหกิจฯ มีการ เพิ่มรายได้ให้กลุ่มวิสาหกิจฯ โดยคิดเป็นรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์รวม 12,486.73 บาทต่อเดือน ส่งผลให้ สมาชิกมีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่อครัวเรือนเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 2.26 การเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม วิสาหกิจฯ โดยมีมูลค่าเฉลี่ยกิโลกรัมละ 346.83 บาท เพิ่มมูลค่าจากเครื่องแกงแบบดั้งเดิมจากกิโลกรัมละ 150 บาท เป็น กิโลกรัมละ 196.83 บาท และ การพัฒนาทักษะกระบวนการพัฒนาและการทำการตลาด กลุ่มวิสาหกิจฯ ได้รับการพัฒนาทักษะกระบวนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวตังพริกแกงและการทำการตลาดทั้ง ในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ คำสำคัญ: กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพริกแกงบ้านท่าสน; ข้าวตังพริกแกง; วิศวกรสังคม; นาฬิกาชีวิต; ไทม์ไลน์ (Timeline) พัฒนาการ


75 Abstract Through social engineering, the goal of this article is to create curry-flavored rice products. in order to boost local income. The target group consists of 30 individuals from Plik Kaeng Ban Tha Son Community Enterprises in the Surat Thani Province's Makham Tia Subdistrict. The tool comprises of a life clock interview, a developmental timeline record, and a satisfaction survey created via social engineering. Apply fundamental statistical analysis to the analysis of data. It has been done thus using percentage, mean, and standard deviation. This was supported by the investigation's findings. The development of chili pepper products through social engineering processes has resulted in an increase in revenue for the group, estimated at 1 2,4 8 6 .7 3 baht per month. As a result, the average monthly income per household increased by 2.26. Adding value to the group's product by an average value of 346.83 baht per kilogram, increasing the value of the conventional milling machine from 150 baht per kilogram to 196.83 baht per kilogram. And developing process development and marketing skills, the enterprise group has developed process development skills and marketing in both online and offline formats. Keywords: Community Enterprise Group; Khao Tang Plik Kaeng; Social engineer; Life clock; Development timeline บรรณานุกรม Koojaroenpainsan, R. (2006). Distribution of marketing channels and logistics. Bangkok: Chulalongkorn University Printing House. (in Thai). Phuangsomjit, C. (2 0 1 4 ) . Participatory action research on research in educational administration. (Book 2 (Unit 6-10); 3 rd edition). Bangkok: Sukhothai Thammathirat Open University. (in Thai).


76 Suriyasarn, T., Thitiyapramote, N., Khamrach, c., & Langkhunsaen, S. (2022). Product development of germinated brown rice berry juice for health organic agriculture Wor-Kaew community enterprise group, Lampang Province. Area Based Development Research Journal, 14(2), 122-133. (in Thai). Thonburi University. (2017). New product development. Retrieved September 27, 2022, from:https://www.thonburi-u.ac.th/docnew/CE_143109. (in Thai). Wongpan, S., & Fung-Fuang, T. (2022). Development of marketing channels for Tai Khun products at Wat Chiang Yuen learning center, university of the third age Chiang Rai city, Chiang Rai Province. Area Based Development Research Journal, 14(3), 250- 266. (in Thai).


77 ภาคผนวก แผนภาพที่ 1 กรอบแนวความคิดในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวตังพริกแกงและสร้างรายได้ให้กลุ่ม ภาพที่ 1 การผลิตข้าวตังพริกแกงโดยชุมชน


78 ภาพที่ 2 ผลิตภัณฑ์ข้าวตังพริกแกง ภาพที่ 3 กระบวนการอบรมเชิงปฎิบัติการการถ่ายทอดองค์ความรู้การทำการตลาดออนไลน์ เพื่อจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้าวตังพริกแกง


79 ภาพที่ 4 การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ข้างตังพริกแกง (ก) Facebook ของกลุ่มวิสาหกิจฯ และ (ข) ตลาดจำหน่ายสินค้าโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล (U2T for BCG) ภาพที่ 5 การประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ข้าวตังพริกแกงผ่าน (ก) สื่อรายการโทรทัศน์ดิจิทัล และ (ข) นิทรรศการนำเสนอโครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล (U2T for BCG) มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (ก) (ข) (ก) (ข)


80 การศึกษาศักยภาพเชิงพื้นที่เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น พื้นที่ตำบลควนศรี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี Study of spatial potential for the development of local wisdom products Khuan Si Subdistrict area Ban Na San District Surat Thani Province เสาวนันท์ ขวัญแก้ว คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี Email: [email protected], เบอร์โทรศัพท์: 080-5280759 บทคัดย่อ บทความวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาศักยภาพเชิงพื้นที่เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญา ท้องถิ่น และนำเสนอแนวทางการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ของตำบลควนศรี อำเภอบ้านนาสาร จังหวัด สุราษฎร์ธานี โดยการวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ ทำการเก็บรวบรวมข้อมูลจากผู้ให้ข้อมูลสำคัญ จำนวน 60 คน จาก 8 ชุมชน ประกอบด้วย วิสาหกิจชุมชน จำนวน 40 คน องค์กร ภาคเอกชน จำนวน 5 คน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จำนวน 5 คน และผู้นำชุมชน จำนวน 10 คน โดยการสรุปข้อมูลจากบันทึก ภาคสนามที่เป็นส่วนบันทึกละเอียดหรือบันทึกพรรณนา การวิเคราะห์สรุป ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ จำแนกหรือจัดกลุ่ม และการวิเคราะห์ข้อมูลที่ทาการวิเคราะห์ส่วนประกอบ แล้ว ผลการศึกษาพบว่า ข้อมูลบริบทเชิงพื้นที่มีศักยภาพในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ระดับสูง เนื่องจากสภาพพื้นที่ทางภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่ต่อการนาผลผลิตทางการเกษตรมาแปรรูปเป็น ผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยเฉพาะไม้ผลที่มีชื่อเสียงคือ ลองกอง ทุเรียน เงาะ และมังคุด นอกจากนั้น พบว่าตำบลควนศรีตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับอำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ประชากรร้อยละ 96 ประกอบอาชีพ เกษตรกรรม รวมถึงการมีแหล่งน้าตามธรรมชาติที่สามารถรองรับการภาคเกษตรได้ตลอดปี สำหรับแนวทาง การพัฒนาผลิตภัณฑ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ประกอบด้วย ขั้นเตรียมการ โดยการจัดทำ แผนปฏิบัติการส่งเสริม การสร้างผลิตภัณฑ์ชุมชน การฝึกอบรมวิสาหกิจชุมชน การพัฒนากิจกรรมการ แปรรูปสินค้า การพัฒนาผู้มี ส่วนได้ส่วนเสีย และการจัดการแหล่งทุน และขั้นปฏิบัติการ โดยการจัดทำ บัญชีรายรับ-รายจ่าย การสร้าง ตลาด และการประชาสัมพันธ์ คำสำคัญ: การพัฒนาศักยภาพเชิงพื้นที่, ผลิตภัณฑ์ชุมชน, ภูมิปัญญาท้องถิ่น


81 Abstract This research article aims to study the spatial potential for the development of local wisdom products. and presenting guidelines for developing local wisdom products of Khuan Si Subdistrict Ban Na San District Surat Thani Province This research is qualitative research. Data were collected from 60 key informants from 8 communities, consisting of 40 community enterprises, 5 private sector organizations, 5 local administrative organizations, and 10 community leaders, by summarizing information from field notes that were part Detailed or descriptive notes Summary analysis of data obtained from classification or group analysis. and analysis of data that has been analyzed for components. The results of the study found that Spatial context information has high potential for developing local wisdom products because the geographic area is an area for processing agricultural products into local wisdom products. Especially famous fruit trees are longkong, durian, rambutan, and mangosteen. In addition, it was found that Khuan Si Subdistrict is located in the vicinity of Mueang Surat Thani District. 96 percent of the population works in agriculture. Including having natural water sources that can support the agricultural sector all year round. As for the guidelines for developing local wisdom products, it consists of the preparation stage. By creating an action plan to promote the creation of community products. Community enterprise training Development of product processing activities Stakeholder development and management of capital resources and operating stage By preparing income-expense accounts, creating markets and public relations. Keywords: Spatial Potential Development; Community Products; Local Wisdom บรรณนานุกรม เชาวนา เพชรรัตน์, พรรธชาดา โพธิ์เชิด และเบญจพร เขื่อนสุวงศ์. (2562). พลวัตการทาเกษตรไทย และนัย ต่อผลตอบแทนและความเสี่ยงของครัวเรือนเกษตร. [ออนไลน์] ได้จาก https://www.pier.or.th/abridged/2019/14/ [สืบค้นเมื่อ 24 ธันวาคม 2564].


82 จิตพนธ์ ชุมเกตุ. (2560). การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางการ จัดการ ชุมชนอย่างยั่งยืนของชุมชนไทยมุสลิม อำเภอชะอา จังหวัดเพชรบุรี. นครปฐม: คณะวิทยาการ จัดการ มหาวิทยาลัยศิลปากร. ภาคผนวก ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดในการวิจัย


83 ภาพที่ 2 บุคลากรในกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรสู่การทำน้ำผลไม้ของกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ภาพที่ 3 กิจกรรมสาธิตการแปรรูปผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร


84 ภาพที่ 4 จำหน่ายผลิตภัณฑ์ในงานแสดงสินค้าของมหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี


85 การส่งเสริมกระบวนการยอมรับนวัตกรรมปุ๋ยมูลไส้เดือน โดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคม ตำบลบางชนะ อำเภอเมือง จังหวัดสุราษฎร์ธานี The Promotion in Acceptance of Earthworm Manure Innovation Using the Social Engineer Process in Bang Chana Subdistrict, Mueang District, Surat Thani Province จารุโส สุดคีรี1 และจิรวรรณ พรหมทอง2 1 สังกัดสาขาวิชาการพัฒนาชุมชน คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี 2 สังกัดสาขาวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี E-mail: [email protected] เบอร์โทร: 064-6364594, E-mail: [email protected] เบอร์โทร: 087-9329971 บทคัดย่อ กระบวนการยอมรับนวัตกรรม เป็นกระบวนการที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา เมื่อจำเป็นต้องนำวิธีการ หรือนวัตกรรมใหม่ๆ ไปปรับใช้กับชุมชน ต้องสร้างกระบวนการในการตัดสินใจและ การยอมรับให้เกิดขึ้นกับกลุ่มเป้าหมายก่อน เพื่อให้เกิดการนำนวัตกรรมดังกล่าวไปปรับใช้อย่างยั่งยืน ในการ ดำเนินการของวิศวกรสังคมครั้งนี้จึงนำกระบวนการทางวิศวกรสังคมมาส่งเสริมกระบวนการยอมรับ นวัตกรรมปุ๋ยมูลไส้เดือน ซึ่งเป็นสิ่งใหม่มาใช้กับการปรับสภาพดินและการปลูกพืชสวนครัวเพื่อการลด รายจ่าย โดยการส่งเสริมกระบวนการยอมรับนวัตกรรมปุ๋ยมูลไส้เดือน 5 ขั้นตอน บทความนี้มีจุดประสงค์ เพื่อส่งเสริมกระบวนการยอมรับนวัตกรรมปุ๋ยมูลไส้เดือนแก่ประชาชนในชุมชนบางชนะ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมาย 5 ครัวเรือน เครื่องมือประกอบด้วย เครื่องมือวิศวกรสังคม MIC MODEL ใช้ในการวางแผนสร้างนวัตกรรม โดย การปรับเปลี่ยนขั้นตอนของกระบวนการพัฒนาชุมชน ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น และการส่งเสริมกระบวนการ ยอมรับวัตกรรมปุ๋ยมูลไส้เดือน 5 ขั้นตอน โดยใช้การสังเกตแบบมีส่วนร่วม ผลการศึกษาพบว่า การส่งเสริมกระบวนการนวัตกรรมปุ๋ยมูลไส้เดือน โดยใช้กระบวนการวิศวกรสังคม แก่ประชาชนในชุมชนบางชนะ ด้วยเครื่องมือวิศวกรสังคม MIC MODEL มีผลการดำเนินการขั้นตอนต่อไปนี้


86 ขั้นตอน M- Modify กระบวนการวิศวกรสังคมได้ปรับ และยุบรวมกระบวนการพัฒนาชุมชน ให้ ลดลงเหลือ 3 ขั้นตอนดังนี้ 1) การศึกษาชุมชน และค้นพบปัญหา 2) การพัฒนาแนวทางในการแก้ไขปัญหา 3) การดำเนินกิจกรรมแก้ไขปัญหา และการประเมินผลกิจกรรม/กระบวนการยอมรับนวัตกรรมปุ๋ยมูล ไส้เดือน ขั้นตอนดังกล่าวช่วยเพิ่มความคล่องตัว และตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น ขั้นตอน I- Improve กระบวนการวิศวกรสังคมช่วยสร้างนวัตกรรมปุ๋ยมูลไส้เดือน 2 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการพัฒนาอุปกรณ์คัดแยกให้สามารถแยก ปุ๋ยมูลไส้เดือน ตัวไส้เดือน เศษอาหารที่เหลือ ให้เสร็จในครั้ง เดียว และ 2) ด้านการเตรียมวัตถุดิบในการทำปุ๋ยมูลไส้เดือน ขั้นตอน C- Create กระบวนการวิศวกรสังคม ได้ส่งเสริมกระบวนการการยอมรับนวัตกรรมปุ๋ยเพื่อ นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน 5 ขั้นตอน ดังต่อไปนี้ 1) ขั้นสร้างความรู้เกี่ยวกับนวัตกรรม โดยปฏิกิริยาของ กลุ่มเป้าหมายมีความสนใจกิจกรรมการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการทำปุ๋ยมูลไส้เดือน และพร้อมรับอุปกรณ์ที่ ได้รับการสนับสนุน 2) ขั้นสร้างแรงจูงใจให้กลุ่มเป้าหมาย ด้วยการส่งเสริมปัจจัยการทำปุ๋ยมูลไส้เดือน มีผล ต่อปฏิกิริยาการจูงใจให้กลุ่มเป้าหมายนำความรู้ไปใช้เลี้ยงไส้เดือน และเป็นครัวเรือนต้นแบบการทำปุ๋ยมูล ไส้เดือนเพื่อการลดรายจ่าย 3) ขั้นส่งเสริมการตัดสินใจ กลุ่มเป้าหมายที่ยอมรับนวัตกรรมปุ๋ยมูลไส้เดือนไป ทำต่อ โดยสามารถหาวัตถุดิบหลักที่มีอยู่ในชุมชนเพื่อนำมาใช้ในการผลิต 4) ขั้นนำนวัตกรรมไปใช้ มี ครัวเรือนกลุ่มเป้าหมายสมัครใจนำความรู้ไปปฏิบัติการเลี้ยงไส้เดือนเพิ่มขึ้น และ 5) ขั้นยอมรับนวัตกรรม กลุ่มเป้าหมายตัดสินใจใช้นวัตกรรมปุ๋ยมูลไส้เดือนเพื่อการลดรายจ่ายในการปลูกผักสวนครัวและเพื่อการ ปรับสภาพดินให้เหมาะสม คำสำคัญ: ปุ๋ยมูลไส้เดือน; การส่งเสริมกระบวนการยอมรับนวัตกรรม Abstract Process for Accepting InnovationIt is a process that is essential to problem-solving skills success. When it is imperative to introduce novel techniques in developments to the community. For the target audience, the decision-making and acceptance process must first be developed. To apply such technologies in an environmentally friendly way. Social engineering is being employed in this action to promote the acceptance of the development of earthworm fertilizer. In an attempt to cut price tags, this is new in horticulture and soil conditioning. By promoting the innovation of accepting earthworm


87 manure in 5 steps. This article's goal is to encourage people in the community to accept the innovation of earthworm fertilizer. Households have been included in the target 5 group. Tools include: MIC MODEL Social Engineer Tools By changing the steps of the community development process to be simpler, it is employed in innovation planning. Participatory observation is used to promote the 5-step process of acceptance of earthworm fertilizer innovation. Keywords: Earthworm manure; Promoting innovation acceptance processes บรรณานุกรม งานนโยบายพิเศษ กองพัฒนานักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (2566) คู่มือวิศวกรสังคมจาก นโยบายสู่การบูรณาการขับเคลื่อนภาคปฎิบัติ อย่างเป็นรูปธรรมตามแบบฉบับมหาวิทยาลัย ราชภัฏสุราษฎร์ธานี. สุราษฎร์ธานี: สุราษฎร์ธานี ปัญญา เลิศไกร. (2552). รูปแบบการพัฒนานวัตกรรมการปลูกปาล์มน้ำมันในพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช. วรภัทร์ ภู่เจริญ. (2550). การบริหารนวัตกรรมอย่างยั่งยืนและพอเพียง. กรุงเทพมหานคร อริยชน.


88 คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา : ผศ.ดร.วัฒนา รัตนพรหม รักษาราชการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ดร.พลกฤต แสงอาวุธ รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษาและเครือข่ายศิษย์เก่า คณะทำงานพิจารณากลั่นกรอง : รศ.ดร อพันตรี พูลพุทธา ภาควิชาวิจัยและพัฒนาการศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม รศ.ดร อัฐพล อินต๊ะเสนา ภาควิชาหลักสูตรและการสอน คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ดร. อัญชลีแสงอาวุธ สาขาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ดร.ฤกษ์ฤดี นาควิจิตร สาขาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี อาจารย์อยับ ซาดัดคาน สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และ สังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี คณะผู้จัดทำ : ดร. อัญชลีแสงอาวุธ สาขาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี ดร.ฤกษ์ฤดี นาควิจิตร สาขาหลักสูตรและการสอน คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี นายเทพพิทักษ์ ยศหมึก หัวหน้างานกิจกรรมและพัฒนานักศึกษา นางนาตยา ชณาชล หัวหน้างานบริหารทั่วไป


89 ผู้เรียบเรียง : ดร.เนติฐ์ไน จีนสกุล ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายระบบบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล อาจารย์อรรถกร ภัทรจิตติกรกุล ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายระบบดูแลนักศึกษาด้วยหัวใจ และสัมพันธ์ศิษย์เก่า ผู้ออกแบบรูปเล่ม : ดร.เนติฐ์ไน จีนสกุล ผู้ช่วยรองอธิการบดีฝ่ายระบบบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัล


Click to View FlipBook Version