The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชารู้ทันข่าวและข่าวปลอม fake news

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by งานครูพิมพ์นารา, 2022-05-23 22:25:58

แผนการจัดการเรียนรู้วิชารู้ทันข่าวและข่าวปลอม fake news

แผนการจัดการเรียนรู้วิชารู้ทันข่าวและข่าวปลอม fake news

แผนการจัดการเรียนรู้

สาระการพฒั นาสงั คม
รายวชิ า สค0200036
รู้ทนั ขา่ วและข่าวปลอม (Fake News)

จำนวน 2 หน่วยกติ

ระดบั ประถมศกึ ษา/มัธยมศกึ ษาตอนตน้ /มธั ยมศึกษาตอนปลาย

หลักสูตรการศกึ ษานอกระบบ
ระดบั การศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551

ศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอแม่ใจ
สำนกั งาน กศน.จงั หวัดพะเยา

สำนักงานปลัดกระทรวงศกึ ษาธิการ กระทรวงศกึ ษาธิการ

บนั ทึกข้อความ

ส่วนราชการ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอแม่ใจ

ท่ี ศธ 0210.4708 / วันที่ 18 เดือน พฤษภาคม พ.ศ. 2564

เรือ่ ง ขออนุมตั กิ ารจัดทำแผนการจดั การเรียนรู้ สาระการพฒั นาสงั คม รายวิชา รู้ทันขา่ วและข่าวปลอม
(Fake News) รหัสวิชา สค0200036 ระดบั ประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษาตอนต้น มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
เรยี น ผอู้ ำนวยการศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำเภอแมใ่ จ

เร่ืองเดิม ตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายให้ข้าพ เจ้า นางสาวพิมพ์นารา เข่ือน เชียงสา
ตำแหน่งครูผู้ช่วย นางสาวสายฝน ศิรติ ัน ตำแหน่งครู นางสาวสุกัญญา ประสงค์ ตำแหน่งครูผสู้ อนคนพิการ
จัดท ำแผน ก ารเรียน รู้ รายวิชารู้ทัน ข่าวและข่าวป ลอ ม (Fake News) รหั สวิชา สค0 20003 6
ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หลักสูตรการศึกษานอกระบบ
ระดับการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 ประจำภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565 น้ัน

ข้อเท็จจริง บัดน้ี ข้าพเจ้านางสาวพิมพ์นารา เข่ือนเชียงสา และคณะ ได้จัดทำแผนการเรียนรู้
รายวชิ ารทู้ ันข่าวและข่าวปลอม (Fake News) รหัสวิชา สค0200036 ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษา
ตอนต้น ระดับมธั ยมศึกษาตอนปลาย หลกั สูตรการศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช
2551 เสร็จเรยี บรอ้ ยแล้ว ดังรายละเอียดเอกสารท่ีแนบมาพรอ้ มน้ี

ข้อพิจารณา จึงเรยี นมาเพอื่ โปรดทราบ

(นางสาวพิมพ์นารา เขือ่ นเชียงสา)
ครูผู้ชว่ ย

ขอ้ เสนอแนะและความคดิ เหน็ ของหวั หนา้ สถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ลงชือ่ ………………………………………….
(นางสิรญิ ญา เรอื งขจรเมธี)
ตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอแมใ่ จ

คำอธบิ ายรายวชิ า สค0200036
สาระการพฒั นาสงั คม ระดับประถมศกึ ษา/มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ /มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

จำนวน 2 หนว่ ยกิต (80 ชว่ั โมง)

มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐานท่ี 5.4 มคี วามรู้ ความเข้าใจ เห็นความสำคญั ของหลักการพฒั นา และสามารถพฒั นาตนเอง
ครอบครัว ชุมชน/สงั คม

ศกึ ษาและฝกึ ทกั ษะเกย่ี วกับเร่อื งดังตอ่ ไปน้ี
1. ข่าวและข่าวปลอม (Fake News)ความรูเ้ บือ้ งต้นเกี่ยวกบั ข่าว ขา่ วปลอม (Fake News)

กระบวนการเกิดขา่ วปลอม(Fake News) ความแตกต่างระหวา่ งขา่ วจริงและขา่ วปลอม (Fake News)
ผลกระทบของข่าวปลอม(Fake News) และการตรวจสอบกอ่ นการแชร์

2. การรูเ้ ทา่ ทันข่าวการร้เู ท่าทนั ขา่ วปลอม ( Fake News) และการรบั มือกับข่าวปลอม
(Fake News)

3. บทลงโทษการนำเขา้ ขอ้ มลู อนั เปน็ เท็จในโลกสังคมออนไลน์บทลงโทษการนำเข้าข้อมูลฮนั เป็นเทจ็
ในโลกสังคมออนไลน์ และกรณีศึกษา : การรูเ้ ทา่ ทันขา่ วปลอม (Fake News)

การจัดประสบการณ์การเรียนรู้
บรรยายสรุป กำหนดประเด็นศกึ ษาคน้ ควา้ ร่วมกนั ศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง พบกลุม่ อภปิ รายผล

การศกึ ษาคน้ คว้า สรุปผลการศึกษาเรยี นรทู้ ีไ่ ดร้ ่วมกนั ฝกึ ปฏบิ ตั วิ ิเคราะห์ กรณีศึกษา จดั ทำรายงานผลการ
วเิ คราะหก์ รณศี ึกษาสง่ ครูผู้สอน นำเสนอผลการวเิ คราะห์กรณศี กึ ษา และบนั ทกึ ผลการเรยี นร้ทู ีไ่ ด้ลงใน
เอกสารการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง (กรต.)

การวัดและประเมินผล
ประเมินความก้าวหนา้ ขณะจดั ประสบการณืเรียนรูด้ ้วยวธิ กี ารสงั เกต ซกั ถาม การตอบคำถาม การ

ตรวจรายงานผลการวิเคราะหก์ รณศี กึ ษา และตรวจเอกสารการเรยี นรดู้ ้วยตนเอง (กรต.) และประเมินผลรวม
หลังจัดประสบการณ์เรียนรู้เสร็จสนิ้ ด้วยวิธกี ารให้ตอบแบบทดสอบวัดความรู้

รายละเอียดคาํ อธบิ ายรายวชิ า สค0200036 รู้ทันข่าวและข่าวปลอม
สาระการพัฒนาสังคม จํานวน 2 หนวยกิต (80 ชัว่ โมง)

มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู้ ความเขา้ ใจ เหน็ ความสำคัญของหลกั การพัฒนา และสามารถพัฒนาตนเอง
ครอบครวั ชมุ ชน/สงั คม

ท่ี หวั เร่ือง ตวั ชวี้ ดั เนือ้ หา จานวน
(ช่วั โมง)
ขา่ วและขา่ วปลอม 1.บอกความหมาย ความสำคัญ คณุ ลกั ษณะ องคป์ ระกอบ 1.ความรเู้ บอ้ื งต้นเกีย่ วกับขา่ ว
30
(Fake News) และประเภทของขา่ วได้ 1.1 ความหมาย ความสำคญั ของข่าว

2.ตระหนกั ถึงความสำคัญของขา่ ว 1.2 คณุ ลักษณะของข่าว

3.บอกความหมาย ลักษณะ และประเภทของขา่ วปลอม 1.3 องคป์ ระกอบของข่าว

(Fake News) ได้ 1.4 ประเภทของข่าว

1. 4.อธิบายกระบวนการเกิดขา่ วปลอม 2. ข่าวปลอม (Fake News)
(Fake News) 2.1 ข่าวปลอม (Fake News)

5.สามารถเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหว่างขา่ วจริงและ 2.2 ลกั ษณะของข่าวปลอม (Fake News)

ข่าวปลอม(Fake News) ได้ 2.3 ประเภทของขา่ วปลอม (Fake News)

6.บอกผลกระทบของข่าวปลอม (Fake News) 3. กระบวนการเกดิ ขา่ วปลอม (Fake News)

7.ตระหนักถึงผลกระทบท่ีเกิดขนึ้ จากขา่ วปลอม (Fake 4. ความแตกต่างระหวา่ งขา่ วจริงและขา่ วปลอม

News) ท่ีเกิดข้นึ ในปัจจุบนั (Fake News)

8. สามารถวิเคราะห์ขา่ วทเ่ี กิดข้ึนได้ว่าเปน็ ขา่ วจรงิ หรอื ข่าว 5. ผลกระทบของข่าวปลอม (Fake News)
ปลอม 6. การตรวจสอบก่อนการแชร์

1. บอกความหมายของการร้เู ท่าทันขา่ วได้ 1. การรู้เทา่ ทันข่าวปลอม (Fake News)

การรทู้ นั ขา่ ว 2. วิเคราะหว์ ัตถปุ ระสงค์การสรา้ งขา่ วปลอม (Fake 1.1 ความหมายของร้เู ท่าทนั ข่าว

2. News) ได้ 1.2 วตั ถปุ ระสงคข์ องการสร้ างข่าวปลอม (Fake

บทลงโทษการ 3. วิเคราะหส์ าเหตขุ องการเช่ือขา่ วปลอม (Fake News) News)
นำเขา้ ข้อมูล อนั
เปน็ เทจ็ ในโลก รูปแบบตา่ งๆ ที่เกดิ ขึ้นในปจั จบุ นั และคิดสรา้ งสรรค์ 1.3 สาเหตุของการเชื่อข่าวปลอม (Fake News) 20

3. สังคมออนไลน์ แนวทาง การป้องกนั ตนเองใหร้ ูเ้ ทา่ ทนั ข่าวปลอม (Fake 1.4 การสรา้ งทักษะรูเ้ ทา่ ทนั ขา่ ว 30

News) ได้ 2. การรบั มือกับขา่ วปลอม (Fake News)

4. อธิบายลกั ษณะและรปู แบบของเนอื้ หาข่าวปลอม (Fake 2.1 ลกั ษณะและรปู แบบเน้ือหา

News) ได้ 2.2 การจัดการขา่ วปลอม (Fake News)

5. สามารถจดั การรบั มือกบั ข่าวปลอม (Fake News) ได้

1. อธิบายบทลงโทษ ทีเ่ กดิ ขน้ึ จากการนาเขา้ ขอ้ มูลอันเป็น 1. บทลงโทษการนำเข้าข้อมลู อันเป็นเท็จในโลก

เทจ็ ในสังคมออนไลน์ในแตล่ ะกรณไี ด้ สงั คมออนไลน์

2. วิเคราะห์กรณีศึกษา : การรู้เท่าทนั ข่าวปลอม (Fake 1.1 การนำเข้าขอ้ มลู บดิ เบือนหลอกลวง

News) ได้ 1.2 การนำเข้าขอ้ มูลอันเป็นความผิดเกีย่ วกับความ

3. เข้าใจการรับมอื กับ ข่าวปลอม (Fake News) มนั่ คงหรอื การกอ่ การร้าย

ที่เกดิ ขึ้นและตระหนกั ถึงปัญหาทเ่ี กิดข้ึนในสังคม 1.3 การนำเข้าภาพตัดต่อ

จากขา่ วปลอม (Fake News) ทเี่ กิดขนึ้ ในปจั จบุ นั 1.4 การให้ความรว่ มมือ ยินยอม รูเ้ หน็ เป็นใจใน

การนำเข้าข้อมูลอนั เปน็ เทจ็

1.5 การทำลายข้อมูลเทจ็

2. กรณีศึกษา : การรู้เท่าทัน ข่าวปลอม (Fake

News)

หลกั สตู รรายวชิ า สค0200036 รทู้ นั ขา่ วและข่าวปลอม (Fake News)

สาระการพัฒนาสังคม ระดบั ประถมศกึ ษา/มัธยมศกึ ษาตอนตน้ /มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย

จำนวน 2 หนว่ ยกิต (80 ช่ัวโมง)

ความเปน็ มา
หลกั การ

เป็นหลกั สตู รรายวิชาเลอื กทสี่ ามารถให้ผ้เู รียนเลือกเรียนได้ตามความสนใจ

จดุ ประสงค์ของหลักสตู ร
1. เพื่อสามารถวิเคราะหข์ า่ วทีเ่ กดิ ขนึ้ ได้ว่าขา่ วจริงหรอื ข่าวปลอม
2. เพ่อื เขา้ ใจการรบั มอื กบั ข่าวปลอม ท่ีเกดิ ขึ้นและตระหนกั ถึงปญั หาทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสังคมไทยจากข่าว
ปลอมทีเ่ กิดข้ึนในปจั จบุ ัน
3. เพอ่ื นำความรู้ท่ีได้ไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจำวัน

ระยะเวลาเรียนและจานวนหน่วยกติ
ในแตล่ ะระดบั ใช้เวลาเรียน 80 ชวั่ โมง มคี ่าเท่ากบั 2 หนว่ ยกติ ทงั้ นผี ้ ้เู รียนต้องลงทะเบียนเรียน

ในสถานศึกษาอยา่ งน้อย 1 ภาคเรียน

โครงสร้างเนือ้ หา
ประกอบด้วยเนอื้ หาจำนวน 3 เรื่อง โดยแยกเปน็ เนื้อหาดังต่อไปน้ี

เร่อื งท่ี 1 ขา่ วและข่าวปลอม (Fake News)
1.ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วกบั ข่าว
1.1 ความหมาย ความสำคัญของข่าว
1.2 คณุ ลกั ษณะของข่าว
1.3 องคป์ ระกอบของข่าว
1.4 ประเภทของข่าว
2. ข่าวปลอม (Fake News)
2.1 ข่าวปลอม (Fake News)
2.2 ลักษณะของข่าวปลอม (Fake News)
2.3 ประเภทของขา่ วปลอม (Fake News)
3. กระบวนการเกิดขา่ วปลอม (Fake News)
4. ความแตกต่างระหว่างข่าวจรงิ และข่าวปลอม (Fake News)
5. ผลกระทบของข่าวปลอม (Fake News)
6. การตรวจสอบกอ่ นการแชร์

เรอื่ งท่ี 2 การรทู้ ันขา่ ว
1. การรเู้ ทา่ ทันขา่ วปลอม (Fake News)
1.1 ความหมายของรู้เท่าทันขา่ ว
1.2 วัตถุประสงคข์ องการสร้ างข่าวปลอม (Fake News)
1.3 สาเหตขุ องการเชือ่ ขา่ วปลอม (Fake News)
1.4 การสร้างทักษะร้เู ทา่ ทนั ขา่ ว
2. การรับมือกับข่าวปลอม (Fake News)
2.1 ลักษณะและรปู แบบเนอ้ื หา
2.2 การจดั การข่าวปลอม (Fake News)

เรอ่ื งท่ี 3 บทลงโทษการนำเข้าขอ้ มลู อันเปน็ เทจ็ ในโลกสงั คมออนไลน์
1. บทลงโทษการนำเข้าขอ้ มูล อันเปน็ เทจ็ ในโลกสังคมออนไลน์
1.1 การนำเข้าข้อมูลบิดเบือนหลอกลวง
1.2 การนำเข้าขอ้ มลู อันเปน็ ความผดิ เก่ียวกับความมน่ั คงหรือการก่อการรา้ ย
1.3 การนำเขา้ ภาพตดั ตอ่
1.4 การให้ความร่วมมือ ยนิ ยอม รเู้ หน็ เป็นใจในการนำเขา้ ข้อมลู อนั เป็นเทจ็
1.5 การทำลายขอ้ มลู เทจ็
2. กรณีศึกษา : การรู้เทา่ ทัน ขา่ วปลอม (Fake News)

สือ่ การเรียนรู้
- หนังสือเรียน
- ใบความรู้
- คอมพิวเตอร์
- สอ่ื อเิ ล็คทรอนิกส์
- หอ้ งสมดุ ประชาชน

กระบวนการเรียนรู้
บรรยายสรปุ กำหนดประเด็นศกึ ษาค้นควา้ ร่วมกนั ศกึ ษาค้นคว้าดว้ ยตนเอง พบกลุ่ม อภิปรายผล

การศึกษาค้นควา้ สรปุ ผลการศกึ ษาเรยี นรูท้ ีไ่ ด้ร่วมกนั ฝกึ ปฏบิ ัตวิ ิเคราะห์ กรณีศึกษา จัดทำรายงานผลการ
วเิ คราะห์กรณศี กึ ษาส่งครูผูส้ อน นำเสนอผลการวเิ คราะห์กรณีศึกษา และบันทึกผลการเรียนรู้ทไ่ี ดล้ งใน
เอกสารการเรียนร้ดู ว้ ยตนเอง (กรต.)

แหล่งเรียนรู/้ แหลง่ ศกึ ษาเพม่ิ เตมิ
1.อนิ เตอรเ์ น็ต
2.หอ้ งสมดุ ประชาชน

การวดั ผลประเมินผล
อตั ราสว่ นคะแนน 60 :40

คะแนนเกบ็ ระหวา่ งภาคเรียน 60 คะแนน
1. ใบงาน 20 คะแนน
2. บันทึกการเรยี นรู้ 20 คะแนน
3. แบบทดสอบยอ่ ย 20 คะแนน
4. คะแนนสอบปลายภาค 40 คะแนน

เกณฑ์การผา่ น
ตอ้ งได้ระดบั ผลการเรยี น เกรด 1 ขึ้นไป โดยอัตราส่วนคะแนนดังนี้

-ไดค้ ะแนนร้อยละ 80-100 ได้เกรด 4 หมายถึง ดีเยีย่ ม
-ได้คะแนนร้อยละ 75-79 ไดเ้ กรด 3.5 หมายถึง ดีมาก

-ได้คะแนนรอ้ ยละ 70-74 ไดเ้ กรด 3 หมายถงึ ดี
-ได้คะแนนรอ้ ยละ 65-69 ได้เกรด 2.5 หมายถึง คอ่ นขา้ งดี
-ไดค้ ะแนนรอ้ ยละ 60-64 ไดเ้ กรด 2 หมายถึง ปานกลาง

-ไดค้ ะแนนร้อยละ 55-59 ไดเ้ กรด 1.5 หมายถึง พอใช้
-ไดค้ ะแนนร้อยละ 50-54 ไดเ้ กรด 1 หมายถงึ ผา่ นเกณฑข์ ้ันตำ่ ทีก่ ำหนด

-ได้คะแนนรอ้ ยละ 0-49 ได้เกรด 0 หมายถึง ตำ่ กว่าเกณฑ์ข้นั ต่ำทก่ี ำหนด

แผนการจดั การเรยี นรู้
กศน.ตำบล......................................กศน.อำเภอแม่ใจ วิธเี รยี น (กรต)
สาระ การพฒั นาสังคม รายวชิ า สค0200036 ร้ทู นั ข่าวและข่าวปลอม
ระดับ Ο ประถมศึกษา Ο มัธยมศกึ ษาตอนต้น Ο มัธยมศกึ ษาตอนปลาย
เรื่อง ขา่ วและขา่ วปลอม จำนวน 30 ช่ัวโมง คร้ังที่....วนั ท่ี......เดือน............พ.ศ.......ภาคเรยี นท.่ี ...../......

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี 5.4 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสำคัญของหลักการพัฒนา และสามารถพัฒนาตนเอง
ครอบครัว ชมุ ชน/สงั คม

ผลการเรียนร้ทู ่ีคาดหวัง
1. บอกความหมาย ความสำคญั คุณลกั ษณะ องคป์ ระกอบ ผลกระทบ ประเภทของขา่ ว
และข่าวปลอมได้
2. อธิบายกระบวนการเกิดข่าวปลอม (Fake News) ในรปู แบบต่างๆได้
3. เปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งข่าวจริงและขา่ วปลอม (Fake News) ได้
4. วเิ คราะหข์ า่ วท่ีเกิดขน้ึ ไดว้ ่าเปน็ ขา่ วจริงหรือข่าวปลอม (Fake news)

สาระการเรยี นรเู้ ร่อื ง
เรอ่ื งท่ี 1 ข่าวและขา่ วปลอม (Fake News)

1.ความรู้เบือ้ งตน้ เก่ียวกับขา่ ว
1.1 ความหมาย ความสำคญั ของขา่ ว
1.2 คุณลักษณะของขา่ ว
1.3 องค์ประกอบของข่าว
1.4 ประเภทของขา่ ว

2. ขา่ วปลอม (Fake News)
2.1 ขา่ วปลอม (Fake News)
2.2 ลกั ษณะของขา่ วปลอม (Fake News)
2.3 ประเภทของขา่ วปลอม (Fake News)

3. กระบวนการเกิดข่าวปลอม (Fake News)
4. ความแตกต่างระหวา่ งขา่ วจรงิ และข่าวปลอม (Fake News)
5. ผลกระทบของขา่ วปลอม (Fake News)
6. การตรวจสอบก่อนการแชร์

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. เพ่ือใหผ้ ู้เรยี นเข้าใจความสำคัญ คุณลักษณะ องคป์ ระกอบ และประเภทของขา่ ว และขา่ วปลอม
2. เพื่อใหผ้ ้เู รียนเข้าใจความแตกต่างระหวา่ งข่าวจริงและข่าวปลอม (Fake News) และผลกระทบ
ของขา่ วปลอม (Fake News)

สอ่ื /วัสดุอุปกรณก์ ารเรยี นการสอน
- หนังสอื เรยี น
- ใบความรู้
- สอ่ื อิเลค็ ทรอนิกส์
- ห้องสมุดประชาชน

แหลง่ เรียนรู้
1.อนิ เตอรเ์ นต็
2.ห้องสมุดประชาชน

การจัดการเรยี นรู้

1.การศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง

ศึกษา ค้นคว้าจากใบความรู้ เอกสารและสื่อทุกประเภทท่ีเกี่ยวข้องจากแหล่งเรียนรู้ วิเคราะห์

อภิปรายแลกเปล่ียนเรียนรู้ สาธิต ฝึกปฏิบัติ สรุป บันทึกการเรียนรู้ ใบงาน / แบบฝึกหัด รายงาน

ทดสอบย่อย ตรวจสอบ ประเมินตนเอง จัดทำช้ินงาน/ผลงาน วางแผนจัดทำโครงการจัดนทิ รรศการ ศึกษาดู

งาน ฯลฯ

เกณฑ์การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้

สง่ิ ที่ตอ้ งการวัด วธิ ีวัดผลและประเมินผล เกณฑ์การตัดสนิ
วิธกี าร เครอ่ื งมือ

1. บอกความหมาย ครูชแี้ จงกรอบรายละเอยี ด 1. ใบงาน/ คะแนนระหว่างภาคเรียน

ความสำคัญ คณุ ลกั ษณะ รายวชิ า ร้ทู ันข่าวและขา่ วปลอม แบบฝึกหดั 1. ใบงาน 20 คะแนน

องคป์ ระกอบ ผลกระทบ พร้อมท้ังแจกใบงาน สอ่ื ให้ 2. แบบบนั ทกึ การ 2. บันทกึ การเรียนรู้ 20

ประเภทของข่าว และข่าวปลอม ผู้เรียนศกึ ษาคน้ คว้า เรียนรู้ คะแนน

ได้ 1. ครสู นมนากบั ผเู้ รยี นถึงวิธี 3. คะแนนทดสอบ 3. แบบทดสอบย่อย 20

2. อธิบายกระบวนการ การศึกษาดว้ ยตนเอง ยอ่ ย คะแนน

เกิดข่าวปลอม (Fake News) ใน 2. ครูบอกแหล่งเรียนร้ทู ใี่ ช้ใน 4. อน่ื ๆ คะแนนสอบปลายภาค

รปู แบบต่างๆได้ การศกึ ษาหาขอ้ มูล เรียน

3. เปรยี บเทยี บความ 3. ครูมอบหมายงานใหผ้ ู้เรยี นไป 40 คะแนน

แตกตา่ งระหวา่ งข่าวจริงและข่าว ทำการศึกษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง

ปลอม (Fake News) ได้ 4.ครตู ดิ ตามให้คำปรึกษา แนะนำ

4. วิเคราะหข์ า่ วที่ ทบทวนหลกั ฐานการเรยี นรทู้ ีต่ ้อง

เกิดขึ้นได้ว่าเปน็ ขา่ วจริงหรือข่าว สง่

ปลอม (Fake news) 5. นัดหมายส่งงานทมี่ อบหมาย

6. ครูใหข้ ้อเสนอแนะเพ่มิ เติม

อื่นๆ (เพ่มิ เตมิ )

.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ข้อเสนอแนะ / ความเหน็ ของผบู้ ริหาร
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่อื ..................................................

(นางสริ ญิ ญา เรืองขจรเมธี)
ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอแม่ใจ

ใบความรทู้ ่ี 1
รายวิชา รู้ทันข่าวและขา่ วปลอม (Fake News) สค0200036

ความรเู้ บือ้ งต้นเก่ียวกบั ขา่ ว

ร้ทู ันขา่ วและขา่ วปลอม (Fake News)
สอ่ื และเทคโนโลยที ีเ่ ปลย่ี นแปลง

ในปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารของผู้อ่านได้เปล่ียนไป เนื่องจากส่ือและเทคโนโลยี มีการ
พัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการบริโภคข่าวสารผ่านทางสอ่ื สังคมออนไลน์ เชน่ เฟซบุ๊ก ทวติ เตอร์ หรือ ไลน์ มากขึ้น
และในสื่อโซเชียลผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั่วไปยังสามารถแสดงบทบาทเป็นผู้นำเสนอข่าวเองได้ โดยมีผู้อ่าน
จำนวนไมน่ อ้ ยใหค้ วามสนใจและคอยตดิ ตาม เน่ืองจากนำเสนอข่าวที่รวดเร็ว เขา้ ถงึ ได้งา่ ย

ถึงแม้ว่าความรวดเร็วในการรายงานข่าวทางออนไลน์จะช่วยทำให้ผู้อ่านรับข้อมูลข่าวสารอย่าง
ทันท่วงที แต่ปัญหาท่ีเกิดข้ึนคือข่าวออนไลน์บางส่วนไม่ได้รับการกลั่นกรองคุณภาพและความถูกต้อง
เนื่องจากเป็นสื่อท่ีเปิดกว้าง และไม่ได้ถูกจำกัดว่าเป็นข่าวนำเสนอจากสื่อมวลชนกระแสหลักแต่เพียงอย่าง
เดยี วอีกตอ่ ไป

นอกจากนี้ ข่าวท่ีนำเสนอผ่านทางหน้านิวส์ฟีดของโซเชียลมีเดียยังสามารถถูกส่งต่อหรือแบ่งปันให้
ผู้อื่นอ่านต่อได้ในวงกว้าง ซึ่งส่งผลทำให้เกิดการแพร่กระจายของข่าวสารอย่างรวดเร็วและสร้างอิทธิพลต่อ
ความคิดของคนในสังคมเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุน้ีจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีสร้างข่าวปลอมเข้ามา
ปะปนกับข่าวอื่นๆ บนโลกออนไลน์ จนทำให้ผู้อ่านหลงเช่ือข่าวปลอม ข่าวลือ หรือ ข่าวบิดเบือนเพราะไม่
รู้เท่าทันสื่อเหล่าน้ี พลเมืองดิจิทัลจึงควรมีทักษะในการรู้เท่าทันข่าว มีวิจารณญาณแยกแยะได้ว่าข่าวใดเป็น
ข่าวปลอม มีทักษะในการวิเคราะห์และตรวจสอบเพ่ือที่จะได้ข้อมูลท่ีถูกต้องในการแสดงความคิดเห็น รู้จัก
ประเมนิ และเลอื กใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ เพอ่ื สร้างการเปล่ยี นแปลงให้เกิดสงั คมประชาธิปไตยท่ีผคู้ น
แลกเปล่ียนขอ้ มลู ข่าวสารและแสดงความคิดเหน็ บนขอ้ เท็จจรงิ และเหตุผล

ข่าว (news) คอื อะไร?

ข่าว ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542 ให้ความหมายว่า คำบอกเล่าเรื่องราวซ่ึง
โดยปรกติมักเป็นเร่ืองเกิดใหม่หรือเป็นท่ีสนใจ, คำบอกกล่าว, คำเล่าลือ คำว่า ข่าว ถ้ามองในแง่ของการ
สื่อสารข้อมูล ก็จัดว่าเป็นข้อมูลชนิดหนึ่งท่ีจะต้องมี ผู้ท่ีทำให้เกิดข่าว ผู้ส่งข่าว ส่ือกลางที่ใช้ในการส่ง
ข่าว และผู้รับข่าว ในระหว่างสงครามข่าวส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลของฝ่ายตนเอง และฝ่ายตรงข้าม

คณุ ลักษณะของข่าวทมี่ ีคณุ ภาพ

1. มคี วามถกู ตอ้ งครบถว้ น(Accurracy) ทกุ รายละเอยี ดของขา่ วไมว่ ่าจะเป็นช่ือแหลง่ ข่าวตำแหน่ง
หรือความคดิ เหน็ จะตอ้ งถูกรายงานอยา่ งถกู ต้องครบถว้ น เปน็ ขอ้ เท็จจรงิ ไมถ่ ูกบดิ เบือน

2. มคี วามสมดลุ และเปน็ ธรรม (Balance and Fairness) ผ้รู ายงานข่าวตอ้ งนำเสนอขา่ วทกุ แงท่ ุก
มมุ อยา่ งสมดลุ เชน่ เรอื่ งท่เี สนอความขดั แยง้ กต็ อ้ งนำเสนอความคิดเหน็ ของทง้ั สองฝ่ายทีโ่ ต้แย้งกนั อยา่ ง
สมดลุ และเปน็ ธรรม

3. มีความเทย่ี งตรง (Objectivity) รายงานข่าวอย่างตรงไปตรงมาอยา่ งปราศจากอคตใิ ดๆ ไม่
สอดแทรกความคดิ เห็นสว่ นตัวของผรู้ ายงานข่าวเข้าไปในข่าว

4. เขา้ ใจง่าย กะทัดรดั และชัดเจน (Simplicity, Concise, and Clear) การรายงานข่าวต้อง
เขา้ ใจงา่ ย ให้ผ้อู า่ นสามารถจับประเดน็ ได้เร็ว ด้วยประโยคกะทดั รัด แจ่มแจง้

5. ความใหมส่ ดทันต่อเหตุการณ์ (Recentness) ขา่ วท่นี ำเสนอต้องใหม่ สด ทันเหตกุ ารณ์
เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจบุ ัน หนังสือพมิ พ์แตล่ ะฉบับจึงแข่งขนั กนั ในเร่อื งความรวดเรว็ ของการนำเสนอ
ขา่ ว ใหถ้ ึงมือผูอ้ ่านเร็วทีส่ ุด

6. ขา่ วตอ้ งมี 5W 1H ได้แก่ Who What Where When Why และ How เพ่อื อธบิ ายวา่ ใคร ทำ
อะไร ท่ไี หน เมอื่ ใด ทำไมจงึ เกิดเหตกุ ารณ์นนั้ ขน้ึ และเหตกุ ารณ์นนั้ เกดิ ข้ึนอย่างไร

องคป์ ระกอบของข่าว

โครงสรา้ งของขา่ วและการใช้ภาษา ข่าวประกอบดว้ ยส่วนสำคัญ 4 ส่วน มีลกั ษณะการใช้ภาษา
ดงั น้คี ือ

1. พาดหัวขา่ ว (Headline ) การพาดหวั ขา่ ว คือ การนำประเด็นสำคญั ของข่าวมาพาดหวั
หนงั สอื พิมพ์ เพ่ือให้ผ้อู ่านทราบวา่ วันนี้เกดิ อะไรขน้ึ บา้ ง โดยใช้ตัวอกั ษรตวั ใหญ่กว่าธรรมดา ใชเ้ พียงข้อความ
สนั้ ๆ แตส่ ามารถเสนอสาระสำคญั ให้แกผ่ ูอ้ ่านไดพ้ จิ ารณาเลือกอ่านรายละเอียดข่าวที่ตนสนใจได้ ทั้งยงั
สามารถบอกภาพลกั ษณข์ องหนงั สอื พมิ พฉ์ บบั น้ันๆ ดว้ ย

2. ความนำข่าว (Leads) หรือวรรคนำ เป็นสว่ นทเ่ี ขยี นข้ึนเพ่อื เรียกความสนใจจากผูฟ้ ัง และเสนอ
ขอ้ มูลท่นี า่ สนใจรองจากหัวข่าว โดยไมจ่ ำเปน็ ต้องคำนึงถงึ ลำดบั เวลาที่เกิดข้ึนของข้อเท็จจริง อีกทงั้ เป็นส่วนท่ี
เขียนยากทสี่ ุดอกี ด้วย

3. สว่ นเช่ือมความนำข่าวกับเนือ้ เรอ่ื ง (Neck) มลี ักษณะเป็นข้อความสั้นๆ ที่เชื่อมระหวา่ งความนำ
ขา่ วกับเนือ้ เรอ่ื ง เพ่อื ให้การเขยี นข่าวน้นั เชอื่ มโยงอยา่ งต่อเนอื่ ง อาจจะมีหรือไม่มีกไ็ ด้

4. เนอื้ เรอ่ื งหรือเนอ้ื ขา่ ว (Body) คือ ส่วนทอ่ี ธิบายหรือขยายรายละเอียดของสว่ นประกอบอืน่ ๆ
ข้างตน้ เพ่อื ให้ผูอ้ ่านทราบเรื่องราวและเขา้ ใจลำดับความสำคัญของเหตุการณ์ท่เี กดิ ขึ้นอยา่ งชดั เจน

ประเภทของข่าว

การแบง่ ประเภทของขา่ วสามารถพจิ ารณาไดห้ ลายแงม่ ุมดว้ ยกนั ไดแ้ ก่
1. ประเภทของขา่ วซง่ึ พิจารณาในแงร่ ะดับขา่ ว ซึ่งแบ่งเปน็ “ ขา่ วหนัก ” ซงึ่ เนน้ เน้อื หาสาระความรู้

มากกว่าความบันเทิง และ “ ข่าวเบา ” ซง่ึ เนน้ ความบันเทงิ หรือผลตอ่ อารมณ์ความร้สู ึกของผ้อู า่ นเปน็ หลัก
2. ประเภทของขา่ วซงึ่ พิจารณาในแง่ระดบั ความรูส้ ึกตอบสนองของผู้อ่านได้แก่ ขา่ วท่ีผู้อา่ นรสู้ กึ

ตอบสนองได้ทนั ที แต่เปน็ การตอบสนองในระยะสั้นๆ ไดแ้ ก่ ขา่ วบันเทิง อาชญากรรม อบุ ัติเหตุ และขา่ วท่ี
ผู้อ่านรู้สึกตอบสนองชา้ เพราะตอ้ งใช้ความคิดพจิ ารณา ไดแ้ ก่ ข่าวการเมือง เศรษฐกิจ การศกึ ษา

3. ประเภทของข่าวซง่ึ พจิ ารณาจากวธิ ีการนำเสนอข่าว ซ่งึ แบง่ เป็น ข่าวทเ่ี สนอโดยเนน้ เหตุการณ์ คือ
เสนอเฉพาะขอ้ เท็จจรงิ และข่าวที่เสนอโดยเน้นที่กระบวนเก่ยี วเน่ืองของขา่ ว คือเน้นการอธบิ าย ตีความ ใช้
ลลี าการเขยี นแบบสารคดี เพือ่ ให้รายละเอียดท่ีเร้าใจ ดึงดดู ความสนใจผอู้ ่าน

ในปัจจุบันเรามีข่าวสารหลากหลายประเภทมากมาย ตามแต่ที่ผู้คนจะต้องการรู้ ได้แก่
1. ข่าวการเมอื ง จะเป็นการเคลือ่ นไหวของพรรคการเมอื ง นกั การเมือง กระบวนการต่างๆทาง
การเมอื ง
2.ข่าวสงั คม จะเปน็ ขา่ วทเ่ี ก่ียวข้องกบั บคุ คลท่ีเปน็ ทจ่ี ับตามองของสังคม เช่น กลมุ่ ไฮโซ นกั ธุรกิจ
3.ข่าวเศรษฐกิจ จะเปน็ ขา่ วความเคลือ่ นไหวทางเศรษฐกจิ การเงิน ราคาสินค้า ดัชนีท่ีใช้วดั ค่าทาง
เศรษฐกจิ ต่างๆ
4.ขา่ วอาชญากรรม เป็นข่าวอีกประเภทหนง่ึ ท่ีมีคนนิยมอ่าน จะเกีย่ วข้องกบั คดีอาชญากรรมตา่ งๆ
การเข้าจบั กมุ คนร้าย
5.ข่าวบันเทิง เปน็ ข่าวยอดนิยมของคนไทย เนอ่ื งจากจะเปน็ เรือ่ งราวในวงการบนั เทิงของดารา
นักร้อง ศิลปนิ ผู้ท่ีเปน็ ที่ชนื่ ชอบ รวมถงึ เรือ่ งคาวๆของวงการด้วย
6.ขา่ วกีฬา เปน็ ข่าวท่ีรายงานเก่ยี วกบั เร่อื งกฬี าต่างๆ ยง่ิ ถา้ มีการแขง่ ขันกีฬาใหญๆ่ เช่น โอลมิ ปกิ
หรอื ฟุตบอลโลก ขา่ วเหลา่ น้จี ะเป็นทต่ี อ้ งการอยา่ งมาก
7.ข่าวไอที เปน็ ข่าวที่รวบรวมรูปแบบท้ังหมดของเทคโนโลยี เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพทม์ ือถอื
อปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
นอกจากน้ีก็ยังมีข่าวบางประเภทที่มีอยู่ในสังคม เช่น ข่าวลือ ซ่ึงมักเกิดกรณีที่มีเร่ืองที่คลุมเครือ
หรือมีเหตุระหองระแหง ต่างๆ

ขา่ วปลอม (Fake News)

ขา่ วปลอม คือ อะไร?

ขา่ วปลอม (Fake news) คือ ข่าวทไี่ มจ่ ริง ซึ่งอาจจะมขี อ้ เท็จจรงิ เพยี งเลก็ น้อยตลอดถงึ ไม่มีขอ้ มลู ความ
จรงิ เลยกไ็ ด้ ไมม่ แี หล่งขอ้ มลู ที่ตรวจสอบได้ หรอื กุเนือ้ หาเรือ่ งราวขน้ึ มาเอง ซึ่งมีการนำไปใชใ้ นหลายลักษณะ
เชน่ สรา้ งแรงจงู ใจทางการเมือง การพาดหัวให้คนคลิกเข้าไปอา่ น

ปัจจยั ท่ีทำใหห้ ลงเชอ่ื ขา่ วปลอม
เนอื้ หาของขา่ วปลอมส่วนใหญ่ มักจะแนบเนยี นแยกไม่คอ่ ยออก ประกอบกบั ยคุ ข้อมูลข่าวสาร บางครั้งทำ

ใหเ้ ราตัง้ คำถามกับเน้ือหาทอ่ี า่ นน้อยลง ตอ่ ไปน้ีจะเป็นสาเหตุหลัก ๆ ทที่ ำใหเ้ ราหลงเชือ่ ข่าวปลอม
1.ตกหลุมพราง ขา่ วปลอมที่มเี นอ้ื หาตรงกับความเชือ่ ของเรา จะสร้างความสนใจและอยากมีส่วนรว่ ม

เกดิ การแชร์ บอกตอ่ ตรงกนั ขา้ ม ถ้าเรื่องไหนมีเนอื้ หาขดั กับความเช่อื ของเรา จะเกดิ ปฏิกริ ยิ าอยากตอบกลับ
ด้วยการแชร์ตอ่ หรอื แสดงความรสู้ ึกตอ่ เนือ้ หานัน้ ๆ ทำใหข้ า่ วปลอมได้รับความสนใจมากข้ึน

2.ไมส่ ามารถแยกแยะข่าวบนหนา้ เว็บ ปจั จบุ ันมกี ารปลอมแปลงหน้าต้าเว็บ เพจใหก้ ลมกลนื และมี
หนา้ ตาคล้ายกับสอื่ หลักในปัจจบุ ัน ทำใหเ้ กิดความสับสนแยกแยะไมอ่ อก

3.เปน็ กลไกของความเช่ือ ขอ้ มูลข่าวสารทีถ่ ูกส่งตอ่ โดยคนในครอบครวั หรือคนใกล้ชิด จะทำใหผ้ ู้รับสาร
ไม่ทันระวงั เพราะคดิ ว่า คนนัน้ ๆ ได้มีการกลั่นกรองก่อนส่งตอ่ มาแล้ว เช่นเดียวกับคนมีช่ือเสียง ทีม่ ีคน
ตดิ ตามจำนวนมาก

4.ข่าวปลอมเล่นกบั ความรู้สกึ ส่วนใหญ่เปน็ พาดหัวทีห่ วอื หวา เน้ือข่าวทเ่ี ร้าอารมณ์ กระตนุ้ คนอ่านแล้ว
เกดิ การสง่ ตอ่

5.ผ้อู ่านมีชว่ งความสนใจสั้น เพราะเวลาน้อย แต่ข่าวสารมีมากในแต่ละวนั จึงเปน็ อกี กลุ่มทม่ี กั จะอ่าน
แคพ่ าดหวั หรือข้อความในยอ่ หน้าแรก แตเ่ น้อื หาปลอมอาจมกี ารสอดแทรกอยใู่ นบางบรรทดั ท่เี ราไมไ่ ด้อ่านก็
ได้

ลักษณะของข่าวปลอม

1. มาจากเวบ็ ไซตท์ ีไ่ มค่ ุ้นชอ่ื

2. ฟาดหวั เร้าอารมณ์หรอื ไมเ่ ปน็ ทางเดยี วกบั เนอื้ ข่าว

3. ไม่มชี อื่ ผูเ้ ขยี นข่าว

4. URL ดูแปลกๆ หรอื เข้ากนั ไม่ไดก้ บั แหลง่ ข่าว

5. อาจลงวันทเี่ กา่ ๆ หรือไม่ไดบ้ อกวนั ทเี่ ลย

6. ไม่สามารถกดลงิ้ ย้อนไปหาแหล่งขา่ วต้นสังกดั ได้

ประเภทของขา่ วปลอม

ขา่ วปลอมมี 3 ประเภทหลกั ๆ ไดแ้ ก่

1. การแชร์ข่าวปลอมโดยไมไ่ ดต้ ้งั ใจ แชร์เพราะความไมร่ ู้ ผ้สู ง่ สารไม่มเี จตนาป่นั ป่วนหรือทำร้ายใคร

แตแ่ ชร์เพราะความไมร่ ู้

2. ขา่ วปลอมทตี่ ัง้ ใจป่ันปว่ น ใหร้ า้ ย มีเจตนาโจมตีผู้อืน่ บิดบังความจริง เปน็ ขา่ วปลอมทตี่ ้ังใจ

ปัน่ ปว่ น ใหร้ ้าย โจมตีผ้อู น่ื มเี จตนาที่จะชกั นำความคดิ ของสังคม และปดิ บังความจริง

3.ข่าวปลอมที่สร้างความเกลยี ดชงั เป็นข่าวท่มี ีข้อเทจ็ จริงอยบู่ า้ งแตเ่ จตนาสรา้ งขน้ึ เพอ่ื ดูถูก เหยียด
หยาม สรา้ งความเกลยี ดชงั ให้ผู้ตกเป็นข่าว ข่าวประเภทนสี้ ่งผลกระทบร้ายแรงท่ีสดุ เชน่ การลา่ แมม่ ดในโลก
ออนไลน์การสือ่ สารท่สี รา้ งความเกลยี ดชัง มกี ารแบง่ เขาแบง่ เรา

กระบวนการเกดิ ขา่ วปลอม (Fake News)

กระบวนการเกิดข่าวปลอม

ข่าวปลอมน้นั มมี ีชอ่ งทางท่มี าอยา่ งไร โดยท่ัวไป ลักษณะและการหลอกลวงทเี่ กิดขน้ึ บนโลกออนไลน์ มีดงั น้ี

1.ขา่ วปลอมท่ีเกิดขึน้ สว่ นใหญจ่ ะเพม่ิ องคป์ ระกอบเพอื่ สรา้ งความนา่ เชอื่ ประเดน็ ความน่าสนใจโดย
สว่ นใหญ่จะเป็นขา่ วเชิงลบ เพือ่ สร้างกระแสและเป็นประเดน็ ในวงกวา้ ง และสรา้ งความอยากรอู้ ยากเหน็ ของ
คนท่ัวไป เช่น “คดิ อยา่ งไรกับสถานการณน์ ี้” หรือ “พบสมุนไพรไทยช่วยตา้ นโควิด-19”

2.ข่าวปลอมที่เกดิ ข้นึ จะชกั นำไปในเรื่องของความเช่ือเพอ่ื เล่นกบั ความรสู้ ึกของบุคคล เพราะ
โดยทั่วไปพฤติกรรมของคนมกั แบง่ การรบั ร้อู อกเปน็ สองด้าน เช่น ชอบอะไร ไมช่ อบอะไร มที ัง้ เชงิ บวกและเชิง
ลบ

3.เป็นขา่ วทม่ี ีผลกระทบกบั ความเชื่อมนั่ แบง่ แยกมมุ มองและส่อื สารไปกบั เฉพาะกลุ่ม โดยเป็น
ขา่ วสารหรือข้อมูลตามสถานการณใ์ นปจั จบุ นั ท่เี กิดข้นึ ซงึ่ ในบางครง้ั อาจจะเป็นขา่ วสารหรอื ขอ้ มลู เก่าทเ่ี คย
เกิดขึ้นมาแลว้ นำมาสร้างกระแสใหม่ เพ่ือสร้างผลกระทบต่อคนทอี่ ยู่ในเหตกุ ารณน์ ้ันๆ อกี คร้งั

4.เปน็ ขา่ วทีม่ าจากผเู้ ช่ยี วชาญที่ถกู อา้ งขึ้นมา สอ่ื สังคมออนไลน์ สำนกั ข่าวท่มี ีชือ่ ใกล้เคียงหรอื มีคน
กดไลกเ์ พจเฟซบุค๊ หลายหมืน่ หลายแสนคน โดยเล่าเรือ่ งราวถึงความเกง่ กาจสามารถ หรอื ประสบความสำเรจ็
ตา่ งๆ นานา และชวนเชอื่ ให้ลงทนุ หรอื นำเสนอแนวความคิดใหห้ ลงเชื่อ

5.ข่าวทเ่ี กยี่ วกบั การประชาสมั พันธ์ทางการตลาดท่ีหาแหล่งทม่ี าไมไ่ ด้ เช่น การลดราคาต่างๆ การทำ
โปรโมชนั่ ของสนิ ค้าหรือผลิตภัณฑ์ โดยหลอกผู้ทีห่ ลงเชอื่ กดเข้าไปเพ่อื กรอกข้อมลู ตา่ งๆ ทีอ่ าจจะเป็นขอ้ มูล
สำคญั

6.การปลอมแปลง แอบอา้ งบคุ คล เราจะเหน็ ขา่ วตา่ งๆ ทอ่ี อกมาว่ามคี นถกู หลอกให้โอนเงินเป็นแสน
เป็นลา้ นออกมาตลอดเวลา จากการคุยกับสาวสวยหน่มุ หลอ่ บนโลกออนไลน์ ซ่งึ กวา่ เหยอ่ื จะรู้ตวั กน็ าน บางคน
ถอดใจทจี่ ะตามเงินคืน เพราะไม่รวู้ ่าบัญชีท่ีโอนเงินไปน้นั เป็นของคนทห่ี ลอกลวงจริงๆ หรอื เป็นแค่คนท่รี บั เปดิ
บัญชีทว่ั ไป และยงั ใช้เวลานานในการดำเนนิ คดี

วิธีสงั เกตข่าวจรงิ ข่าวปลอม ในโลกออนไลน์

การเสพสื่ออยา่ งสร้างสรรค์ บนโลกโซเซยี ล มีทั้งข่าวจริงและข่าวปลอม บางครัง้ เรายงั ไมส่ ามารถ
แยกแยะไดม้ ากนกั ตอ้ งตั้งคำถามเสมอทจ่ี ะไม่แชร์อะไรที่ไม่ตั้งคำถาม หรือคดิ ก่อนวา่ ส่ิงนเี้ ป็นจรงิ หรอื ไม่

1. อย่าหลงเช่อื หัวขอ้ ข่าว ขา่ วปลอมมักมีข้อความพาดหัวทสี่ ะดุดตาที่ใช้ตัวหนาและเครือ่ งหมายอัค
เจรยี ์ (!) หากหัวขอ้ ข่าวฟังดหู วอื หวาและไม่น่าเป็นไปได้ ขา่ วน้ันกน็ ่าจะเป็นขา่ วปลอม

2. พิจารณาลงิ ก์อยา่ งถี่ถ้วน ลิงก์ปลอมหรือลงิ ก์ทีด่ ูคล้ายลิงก์จรงิ อาจเปน็ สัญญาณเตอื นของขา่ ว
ปลอม เวบ็ ไซตข์ า่ วปลอมจำนวนมากปรับเปลี่ยนลิงกเ์ ลก็ ๆ น้อยๆ เพือ่ เลียนแบบแหล่งขา่ วจรงิ คุณสามารถไป
ท่ีเว็บไซตแ์ ละเปรยี บเทียบลิงก์นน้ั กบั ลิงก์ของแหล่งขา่ วท่ไี ดร้ บั การยอมรบั และนา่ เชอ่ื ถือได้

3. ตรวจสอบแหลง่ ขา่ ว ตรวจสอบใหแ้ น่ใจว่าเรอ่ื งราวน้ันเขียนขน้ึ โดยแหลง่ ขา่ วทค่ี ุณเชื่อถอื และมี
ชือ่ เสยี งดา้ นการใหข้ ้อมูลที่ถกู ต้อง หากเรอ่ื งราวนนั้ มาจากแหล่งขา่ วที่คณุ ไม่ร้จู ัก ใหต้ รวจสอบที่ส่วน
“เกี่ยวกับ” ของเพจแหลง่ ขา่ วน้นั เพ่ือเรียนร้เู พ่ิมเติม

4. สงั เกตสง่ิ ท่ผี ิดปกติ เว็บไซต์ข่าวปลอมหลายแห่งมกั สะกดคำผดิ หรือมีการจัดวางรูปแบบท่ีดูไม่เป็น
มืออาชีพ หากคุณเหน็ ลักษณะเหล่านีค้ วรอา่ นข่าวอย่างระมดั ระวงั

5. พจิ ารณารูปภาพ ข่าวปลอมมักมีรูปภาพหรือวดี โี อทถ่ี ูกบดิ เบือน บางครง้ั รูปภาพอาจเปน็ รูปจริง
แต่ไม่เกีย่ วขอ้ งกับบรบิ ทของเรื่องราว คณุ สามารถคน้ หารูปภาพน้นั เพือ่ ตรวจสอบยนื ยนั แหลง่ ที่มาของรูปภาพ
ได้

6. ตรวจสอบวนั ท่ี ข่าวปลอมอาจมีลำดับเหตุการณท์ ไี่ มส่ มเหตุสมผลหรอื มกี ารเปลี่ยนแปลงวนั ทีข่ อง
เหตุการณ์

7. ตรวจสอบหลักฐาน ตรวจสอบแหลง่ ขอ้ มูลของผเู้ ขยี นเพือ่ ยืนยนั วา่ แหล่งขอ้ มูลนน้ั ถกู ต้อง ขา่ วท่ไี ม่
มหี ลกั ฐานหรอื อา้ งอิงผู้เชีย่ วชาญท่ีไม่ระบชุ ่อื อาจช้ีใหเ้ หน็ วา่ ขา่ วดังกลา่ วเปน็ ข่าวปลอม

8. เปรยี บเทียบข่าวจากแหลง่ อื่นๆ หากไม่มแี หล่งข่าวอ่นื ทรี่ ายงานเรอ่ื งเดยี วกนั กอ็ าจเป็นสัญญาณ
บง่ ชีว้ ่าขา่ วนั้นอาจเปน็ ขา่ วปลอม ถา้ ข่าวนัน้ มีการรายงานจากหลายแหลง่ ขา่ วที่คุณเช่ือถือกเ็ ป็นไปไดว้ ่าขา่ วน้นั
จะเปน็ ขา่ วจริง

9. ขา่ วนั้นเปน็ มกุ ตลกหรอื ไม่ บางคร้ังเราก็แยกข่าวปลอมออกจากมุกตลกหรือข่าวเสียดสีไดย้ าก
ตรวจสอบดวู า่ เรอ่ื งนัน้ มาจากแหลง่ ทม่ี าทขี่ นึ้ ชื่อเร่ืองลอ้ เลียนและเสยี ดสีขา่ วหรอื ไม่ และพจิ ารณาว่า
รายละเอียด ตลอดจนน้ำเสียงในการเลา่ เรอื่ งฟงั ดเู ป็นไปเพ่อื ความสนุกสนานหรือไม่

10. บางเรื่องก็จงใจสร้างขนึ้ ใหเ้ ปน็ ขา่ วปลอม ใช้วจิ ารณญาณในการอ่าน และแชร์เฉพาะข่าวท่ีคุณ
แนใ่ จว่าเช่อื ถือไดเ้ ทา่ น้ัน

ผลกระทบของขา่ วปลอม (Fake News)

ผลกระทบของขา่ วปลอม
ข่าวปลอมมีผลกระทบต่อผอู้ า่ น ท้ังความคดิ ความเชอื่ ดา้ นการเงนิ สขุ ภาพ ความรสู้ ึก ทศั นคติ

วิชาชีพ และขยายไปถงึ ก่อใหเ้ กดิ ความรุนแรงได้
1.ผรู้ บั ไดข้ อ้ มลู ไม่ถูกต้อง ทำใหต้ ดั สนิ ใจผิดพลาด อาจสง่ ผลเสียต่อชวี ติ และทรัพย์สนิ เช่น แชร์

ข้อมูลวา่ ด่ืมน้ำมะนาวชว่ ยรกั ษาโรคมะเรง็ ได้ ผูป้ ว่ ยอาจเลิกไปรักษาด้วยวิธเี คมีบำบดั กับหมอ ทำให้มะเร็ง
ลุกลามถึงขั้นเสยี ชีวติ

2.ผ้รู ับเกดิ ความตระหนกตกใจ เช่น ขอ้ มูลเทจ็ เกี่ยวกับภยั พิบตั ิ หรอื โรคระบาดต่าง ๆ อาจทำให้
ผู้คนแตกตื่น แห่กักตุนของกนิ ของใช้ หรือไปเข้าคิวฉีดวัคซีนป้องกนั โรคซงึ่ ไม่เกิดขึน้ จรงิ ข่าวการเมอื งหรอื
นโยบายของรฐั ท่อี าจทำให้ห้นุ ขึน้ หรอื ลง นักลงทุนเทขายหนุ้ หรือซ้อื เพ่อื เก็งกำไร

3.ผู้ถูกแอบอ้างไดร้ ับความเสยี หาย เช่น ถูกล้อเลียน ดหู ม่ิน กลัน่ แกลง้ รังแก (bully) เพราะขอ้ มูล
เทจ็ ท่ีเกิดจากการตดั ต่อใหด้ ตู ลกขบขนั ถกู เกลียดชังจากข้อมลู เทจ็ เชงิ ใสร่ ้ายป้ายสี หรือตัวอยา่ งขา่ วดาราดงั
ปว่ ยหนกั ใกลเ้ สียชีวิต ทำใหป้ ระชาชนสงสาร มิจฉาชพี ฉกฉวยโอกาสเรยี่ ไรเงนิ ชว่ ยเหลือครอบครัวดาราดัง

4.ข้อมลู ท่ีทำให้เกดิ ความขัดแย้งในสังคม เชน่ ข้อมลู เทจ็ ทางดา้ นการเมือง ข่าวสถานการณร์ ะหวา่ ง
ประเทศ อาจนำไปสคู่ วามไม่สงบสุขในสงั คม สร้างปัญหาระหว่างประเทศได้
การตรวจสอบกอ่ นการแชร์

"Fake News" หรือ "ข่าวปลอม" แพรร่ ะบาดหนกั ข้นึ จนกลายเป็นเหตุให้เกดิ ความวุน่ วายในโลก
โซเชียลกนั อยู่เป็นระยะ ทำไมเราถึงต้องทะเลาะกนั บนพืน้ ที่ส่อื ทีน่ ำเสนอขา่ วปลอมด้วย? นนั่ เป็นเพราะ"ข่าว
ปลอม” สามารถแพร่กระจายไดอ้ ยา่ งรวดเร็วและเป็นวงกว้าง

วิธใี นการสังเกตุข่าวให้ชวั ร์ก่อนแชร์

1. ทีม่ า / แหล่งอ้างองิ ใครเขียน ใครเผยแพร่ นา่ เชอ่ื ถือหรอื ไม่?

สิง่ ทีท่ ่ีเราตอ้ งดู ก็คือ ข่าวน้คี นเขียนคือใคร เผยแพรท่ างไหน มีความรู้ความเช่ียวชาญ หรอื ความเกย่ี วขอ้ งใน
ด้านน้ันจรงิ หรอื ไม่ เนือ้ หาขา่ วมกี ารอ้างองิ จากเว็บหรอื แหล่งทน่ี ่าเช่ือถอื หรอื ไม่ เพราะมีเวบ็ ไซตท์ ่ีขอ้ มลู ไม่นา่ เชื่อถือ
อยูม่ ากมาย โดยเราสามารถดขู ่าวจากหลายๆ ช่องทางประกอบกันได้ หากเป็นเร่อื งทมี่ าจากองคก์ รทีช่ อื่ ไม่
คนุ้ เคย ควรตรวจสอบเพ่ือความแนใ่ จอีกครั้งหนงึ่
2. หวั ข้อขา่ ว / คำที่ใช้ ใส่อารมณเ์ กินจรงิ เนน้ "เรียกรอ้ งความสนใจ"

ข่าวปลอมมักมีการพาดหวั ท่สี ะดุดตา อา่ นแลว้ ใหค้ วามรูส้ ึกใสอ่ ารมณเ์ วอร์เกินจรงิ เนน้ ใชต้ วั หนาและ
เครอื่ งหมายตกใจ! (อศั เจรีย์) เพ่ือเรยี กร้องความสนใจ เนน้ กระตนุ้ ให้คนอยากกดเขา้ ไปดูหรือแชรไ์ ปด่า หากขอ้ ความ
พาดหัวมคี วามหวือหวาจนเกนิ ไป ทท่ี ำให้เรารูส้ กึ วา่ ไม่นา่ เป็นไปได้ ข่าวนั้นอาจจะเปน็ ขา่ วปลอม ใหล้ องพจิ รณาใหด้ ี
วา่ ขา่ วทเ่ี รากำลงั จะแชรน์ นั้ เราอยากแชรไ์ ปเพอ่ื อะไร
3. สังเกตชอ่ื Link และ URL จะผดิ แปลก จงใจเลยี นแบบใหเ้ ขา้ ใจผิด

ลิงกข์ องขา่ วท่ีแชร์มาอาจจะมี URL คลา้ ยกับ URL ของสำนักข่าวที่นา่ เช่ือถอื โดยมีเวบ็ ไซต์ขา่ วปลอม
จำนวนมากทีเ่ ปล่ียนแปลง URL เพยี งเล็กนอ้ ยเพอ่ื เลยี นแบบแหลง่ ขา่ วจรงิ ต้องเข้าไปอ่านเน้อื หาและช่อื ใหแ้ นช่ ดั
4. รปู ภาพประกอบไม่ตรงกับเน้ือหาขา่ ว

เปน็ วธิ ตี รวจสอบท่ีง่ายๆ ด้วยสมมตฐิ านท่ีว่า เม่ือเน้ือหาข่าวมนั ปลอม รปู ภาพประกอบข่าวก็ตอ้ งปลอมและ
ไม่ตรงกบั เร่อื งจรงิ ในข่าวเชน่ เดยี วกัน เราสามารถตรวจท่มี าของ "รูปภาพประกอบ" ได้จาก Google เพยี งคลิกขวาท่ี
รูปภาพในข่าว จะมหี วั ข้อใหเ้ ลอื กวา่ คน้ หารปู ภาพจาก Google ซ่งึ Google จะบอกได้หมดว่ารปู ภาพน้ีเผยแพรใ่ น
อินเตอรเ์ น็ตเมอ่ื ไหร่ และถึงบางครั้งรปู ภาพอาจเปน็ รปู จรงิ แตไ่ มเ่ กยี่ วขอ้ งกบั บรบิ ทของเรอื่ งราว เพอ่ื ความ

มั่นใจ ลองนำภาพไปตรวจสอบทมี่ าของภาพดังกล่าวผ่านการคน้ หารูปแบบต่างๆ
5. การเขียนและสะกดคำ "ผิด"

ผสู้ อื่ ขา่ วที่ดหี รือสำนกั ข่าวออนไลน์ทม่ี ตี ัวตนและมคี ุณภาพจะไม่ผดิ พลาดเรอื่ งตวั สะกดของคำ หรือประโยค
ตา่ งๆ ด้วยเหตุผลทว่ี า่ จะมีการพสิ จู น์อักษรก่อนการเผยแพร่ทกุ คร้งั เพือ่ ความถูกตอ้ งและความไม่คลาดเคลือ่ นของ
ข้อความ (Message) ที่จะส่งออกไป
6. ตรวจสอบจากแหลง่ ข่าวอ่นื เปรยี บเทยี บ

สังเกตหรือตรวจสอบอกี คร้ังจากแหล่งอน่ื ๆ หรอื ตรวจสอบแหล่งขอ้ มูลของผเู้ ขยี นเพ่ือยนื ยนั วา่ ถกู ตอ้ ง หาก
ไม่มีหลักฐานหรือความนา่ เช่อื ถือของผู้เชี่ยวชาญทีไ่ มม่ ชี ือ่ เสยี ง อาจระบุได้วา่ ข่าวดงั กลา่ วเป็นข่าวปลอม ตรวจสอบ
ข่าวจากรายงานขา่ วของทม่ี าอ่นื ๆ หากไมม่ แี หลง่ ทมี่ าอ่ืนที่รายงานเรอ่ื งราวเดียวกนั อาจระบไุ ดว้ า่ ขา่ วดงั กล่าวเปน็
ข่าวปลอม หากมกี ารรายงานข่าวโดยหลายแหลง่ ขา่ วทคี่ ณุ เชื่อถอื ได้ มีแนวโน้มว่าข่าวดังกลา่ วจะเปน็ ข่าวจรงิ

7. การจดั วางภาพและกราฟิก
สังเกตสิง่ ผิดปกตใิ นเนื้อหาข่าวหรือเว็บไซต์ เช่น วนั ทีล่ ำดบั เหตกุ ารณ์ การจดั วางภาพกราฟิก โดยขา่ วปลอม

อาจมลี ำดบั เหตกุ ารณท์ ไี่ ม่สมเหตผุ ล หรอื มกี ารเปล่ยี นแปลงวนั ทขี่ องเหตกุ ารณต์ า่ งๆ ทีเ่ กิดข้ึนจริง รวมทง้ั มกี ารจดั
วางกราฟิกหรือเลยเ์ อาตท์ ไี่ ม่เป็นมอื อาชพี ผิดไปจากเลย์เอาตข์ องสำนกั ข่าวจริง

8. มีโฆษณาสง่ิ ผิดกฎหมาย บนหนา้ เว็บไซต์
สังเกตสง่ิ ผิดปกติในเนอ้ื หาขา่ วหรอื เวบ็ ไซต์ เช่น เมอ่ื คลกิ เขา้ ไปดูในเวบ็ ไซตอ์ าจมีโฆษณาของสงิ่ ผิดกฎหมาย

ปรากฏอยเู่ ต็มหน้าเวบ็

9. ดจู ุดประสงค์ในการเผยแพร่ข่าว
ทำไมเราอยากแชร์? อา่ นข่าวนแ้ี ลว้ เรารู้สกึ อย่างไร ผู้เขยี นตอ้ งการอะไร หรือมเี ปา้ หมายยังไง เชน่ ต้องการ

สร้างความตื่นตระหนก? หรือ ให้ข่าวทำลายชอ่ื เสียง หรือมจี ดุ ประสงค์อน่ื ๆ แอบแฝงจากการให้ข่าวนี้

ทั้งนี้ จากขอ้ สังเกตท้ังหมดอาจจะบอกไมไ่ ด้ 100% ว่าขา่ วนั้นเป็นเรอื่ งจริงหรอื ไม่ ดงั นี้ ผู้ใช้ส่อื ทุกคนจึงควร
มภี ูมิคุ้มกันตนเองในการรับข่าวสารข้อมูล ตรวจสอบให้รอบด้าน เลอื กเชื่อ เลือกใช้ เลือกแชร์ พัฒนาตนเองให้เป็น
พลเมอื งเท่าทันสื่อ ไม่ตกเป็นเหยอื่ ของข่าวลวง ข้อมูลเทจ็ หรือผู้อยู่เบื้องหลังท่ีต้องการแสวงหาประโยชนจ์ ากความ
ตน่ื รบั ขอ้ มลู ข่าวสารของเราเอง และทางท่ีดีคือไม่แชร์ในสงิ่ ท่ีไม่ม่ันใจ เพอื่ ปอ้ งกันผลกระทบร้ายแรงที่อาจเกิดขนึ้ ต่อผู้
แชรโ์ ดยไมร่ ูต้ วั

ใบงานท่ี 1
รายวชิ า รู้ทันข่าวและข่าวปลอม (Fake News) สค0200036

ความรูเ้ บือ้ งต้นเกีย่ วกับขา่ ว

จงตอบคำถามต่อไปนใี้ ห้ถกู ต้อง
1. อธิบายความหมาย ความสำคญั และคุณลักษณะของข่าว
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
2. อธิบายองค์ประกอบของขา่ ว
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

3. อธิบายประเภทของข่าว

.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

4. อธิบายความหมาย ลักษณะ และประเภทของขา่ วปลอม (Fake News)
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................

5. อธบิ ายวธิ กี ารสงั เกตข่าวจรงิ ขา่ วปลอม บนโลกออนไลน์

.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................

เฉลยใบงานที่ 1
รายวชิ า รูท้ ันข่าวและขา่ วปลอม (Fake News) สค0200036

ความรเู้ บือ้ งตน้ เกี่ยวกับข่าว

จงตอบคำถามตอ่ ไปนใี้ ห้ถูกต้อง
1. อธบิ ายความหมาย ความสำคัญ และคุณลกั ษณะของข่าว
ข่าว ตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน 2542 ให้ความหมายว่า คำบอกเล่าเร่ืองราวซ่งึ โดยปรกติ
มักเป็นเร่ืองเกิดใหม่หรือเป็นท่ีสนใจ, คำบอกกล่าว, คำเล่าลือ คำว่า ข่าว ถ้ามองในแง่ของการสื่อสาร
ข้อมูล ก็จัดว่าเป็นข้อมูลชนิดหน่ึงท่ีจะต้องมี ผู้ที่ทำให้เกิดข่าว ผู้ส่งข่าว ส่ือกลางท่ีใช้ในการส่งข่าว และ
ผู้รับข่าว ในระหว่างสงครามข่าวส่วนใหญ่จะเป็นข้อมูลของฝ่ายตนเอง และฝ่ายตรงข้าม

คุณลกั ษณะของขา่ ว

1. มีความถูกต้องครบถว้ น(Accurracy) ทกุ รายละเอยี ดของขา่ วไมว่ า่ จะเป็นชื่อแหล่งขา่ วตำแหนง่
หรือความคดิ เห็น จะต้องถูกรายงานอยา่ งถูกตอ้ งครบถว้ น เป็นขอ้ เท็จจรงิ ไม่ถูกบิดเบือน

2. มีความสมดลุ และเป็นธรรม (Balance and Fairness) ผรู้ ายงานขา่ วต้องนำเสนอข่าวทกุ แง่ทกุ
มุมอยา่ งสมดลุ เชน่ เรื่องทเี่ สนอความขดั แยง้ กต็ ้องนำเสนอความคิดเหน็ ของท้งั สองฝ่ายทโี่ ต้แยง้ กนั อยา่ ง
สมดลุ และเป็นธรรม

3. มคี วามเทย่ี งตรง (Objectivity) รายงานข่าวอย่างตรงไปตรงมาอย่างปราศจากอคตใิ ดๆ ไม่
สอดแทรกความคดิ เหน็ สว่ นตวั ของผู้รายงานข่าวเขา้ ไปในข่าว

4. เขา้ ใจงา่ ย กะทดั รดั และชัดเจน (Simplicity, Concise, and Clear) การรายงานข่าวตอ้ ง
เข้าใจง่าย ให้ผอู้ า่ นสามารถจับประเด็นไดเ้ ร็ว ดว้ ยประโยคกะทัดรดั แจ่มแจ้ง

5. ความใหมส่ ดทันตอ่ เหตกุ ารณ์ (Recentness) ข่าวท่นี ำเสนอตอ้ งใหม่ สด ทนั เหตกุ ารณ์
เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน หนังสือพมิ พ์แต่ละฉบับจงึ แขง่ ขนั กนั ในเรื่องความรวดเร็วของการนำเสนอ
ขา่ ว ให้ถึงมอื ผู้อ่านเรว็ ทีส่ ดุ

6. ขา่ วต้องมี 5W 1H ไดแ้ ก่ Who What Where When Why และ How เพอ่ื อธบิ ายวา่ ใคร ทำ
อะไร ท่ีไหน เม่อื ใด ทำไมจงึ เกดิ เหตกุ ารณ์นน้ั ขนึ้ และเหตุการณน์ ้ันเกิดขนึ้ อยา่ งไร

7. เนอ้ื เรอ่ื งหรือเน้อื ขา่ ว (Body) คอื สว่ นท่ีอธิบายหรือขยายรายละเอียดของส่วนประกอบอน่ื ๆ
ข้างต้นเพือ่ ให้ผ้อู ่านทราบเรือ่ งราวและเขา้ ใจลำดับความสำคญั ของเหตกุ ารณ์ที่เกดิ ขนึ้ อย่างชัดเจน

2. อธบิ ายองค์ประกอบของข่าว
องคป์ ระกอบของข่าว

โครงสร้างของขา่ วและการใช้ภาษา ข่าวประกอบดว้ ยสว่ นสำคัญ 4 ส่วน มีลกั ษณะการใช้ภาษา
ดงั นค้ี ือ

1. พาดหัวขา่ ว (Headline ) การพาดหัวขา่ ว คอื การนำประเดน็ สำคัญของขา่ วมาพาดหัว
หนงั สือพมิ พ์ เพือ่ ใหผ้ ู้อ่านทราบวา่ วนั นี้เกดิ อะไรขนึ้ บ้าง โดยใช้ตัวอกั ษรตัวใหญก่ ว่าธรรมดา ใชเ้ พียงขอ้ ความ
ส้ันๆ แต่สามารถเสนอสาระสำคญั ให้แกผ่ อู้ า่ นไดพ้ ิจารณาเลอื กอ่านรายละเอียดข่าวท่ตี นสนใจได้ ท้ังยงั
สามารถบอกภาพลกั ษณข์ องหนังสือพมิ พ์ฉบับน้นั ๆ ด้วย

2. ความนำข่าว (Leads) หรือวรรคนำ เป็นส่วนท่ีเขียนข้นึ เพือ่ เรยี กความสนใจจากผฟู้ ัง และเสนอ
ขอ้ มูลทน่ี า่ สนใจรองจากหวั ขา่ ว โดยไม่จำเป็นตอ้ งคำนงึ ถงึ ลำดบั เวลาทเ่ี กดิ ข้ึนของข้อเท็จจริง อีกทง้ั เปน็ สว่ นท่ี
เขยี นยากทส่ี ุดอกี ดว้ ย

3. สว่ นเชือ่ มความนำข่าวกบั เนือ้ เรื่อง (Neck) มีลักษณะเปน็ ขอ้ ความสนั้ ๆ ท่ีเชื่อมระหว่างความนำ
ขา่ วกบั เน้อื เรื่อง เพอ่ื ให้การเขียนขา่ วนนั้ เช่อื มโยงอยา่ งตอ่ เนื่อง อาจจะมีหรือไมม่ กี ไ็ ด้

3.อธิบายประเภทของข่าว
ประเภทของขา่ ว

ในปัจจุบันเรามีข่าวสารหลากหลายประเภทมากมาย ตามแต่ท่ีผู้คนจะต้องการรู้ ได้แก่

1. ข่าวการเมอื ง จะเปน็ การเคล่อื นไหวของพรรคการเมอื ง นกั การเมือง กระบวนการต่างๆทาง
การเมอื ง

2.ข่าวสังคม จะเปน็ ข่าวทเี่ กีย่ วข้องกบั บคุ คลที่เป็นที่จบั ตามองของสังคม เชน่ กลุ่มไฮโซ นักธรุ กจิ

3.ขา่ วเศรษฐกจิ จะเปน็ ขา่ วความเคล่ือนไหวทางเศรษฐกจิ การเงิน ราคาสนิ ค้า ดัชนีท่ีใช้วัดค่าทาง
เศรษฐกิจต่างๆ

4.ขา่ วอาชญากรรม เป็นขา่ วอกี ประเภทหนงึ่ ท่ีมีคนนิยมอา่ น จะเกย่ี วขอ้ งกับ คดีอาชญากรรมต่างๆ
การเขา้ จบั กมุ คนรา้ ย

5.ข่าวบนั เทงิ เป็นขา่ วยอดนิยมของคนไทย เนือ่ งจากจะเปน็ เรอื่ งราวในวงการบนั เทงิ ของดารา
นกั ร้อง ศิลปนิ ผูท้ ีเ่ ป็นที่ชื่นชอบ รวมถงึ เรอื่ งคาวๆของวงการดว้ ย

6.ข่าวกฬี า เป็นข่าวท่ีรายงานเก่ยี วกบั เร่ืองกฬี าตา่ งๆ ยิ่งถา้ มกี ารแขง่ ขนั กฬี าใหญ่ๆ เชน่ โอลมิ ปิก
หรือ ฟตุ บอลโลก ข่าวเหล่านจ้ี ะเปน็ ทต่ี ้องการอยา่ งมาก

7.ข่าวไอที เปน็ ข่าวทร่ี วบรวมรปู แบบท้ังหมดของเทคโนโลยี เชน่ คอมพวิ เตอร์ โทรศัพทม์ ือถือ
อปุ กรณ์อเิ ลก็ ทรอนิกส์ เป็นตน้

นอกจากน้ีก็ยังมีข่าวบางประเภทที่มีอยู่ในสังคม เช่น ข่าวลือ ซ่ึงมักเกิดกรณีที่มีเรื่องท่ีคลุมเครือ
หรือมีเหตุระหองระแหง ต่างๆ

4. อธบิ ายความหมาย ลกั ษณะ และประเภทของขา่ วปลอม (Fake News)

ข่าวปลอม คือ อะไร?
ขา่ วปลอม (Fake news) คือ ข่าวทไี่ ม่จริง ซ่ึงอาจจะมีข้อเทจ็ จริงเพียงเลก็ น้อยตลอดถึงไมม่ ขี อ้ มลู ความ

จริงเลยกไ็ ด้ ไมม่ แี หลง่ ขอ้ มูลท่ีตรวจสอบได้ หรือกุเน้ือหาเรื่องราวข้ึนมาเอง ซง่ึ มกี ารนำไปใช้ในหลายลกั ษณะ
เช่น สร้างแรงจงู ใจทางการเมอื ง การพาดหัวให้คนคลกิ เข้าไปอ่าน

ลักษณะของขา่ วปลอม
1. มาจากเวบ็ ไซตท์ ่ไี มค่ ุ้นช่ือ
2. ฟาดหัวเร้าอารมณ์หรือไม่เป็นทางเดยี วกับเนือ้ ขา่ ว
3. ไมม่ ชี ่อื ผ้เู ขียนข่าว
4. URL ดูแปลกๆ หรอื เข้ากันไมไ่ ดก้ ับแหลง่ ข่าว
5. อาจลงวนั ทเี่ ก่าๆ หรอื ไมไ่ ด้บอกวันที่เลย
6. ไมส่ ามารถกดลงิ้ ยอ้ นไปหาแหลง่ ขา่ วต้นสงั กดั ได้

ประเภทของข่าวปลอม
ขา่ วปลอมมี 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่
1. การแชรข์ า่ วปลอมโดยไม่ได้ต้งั ใจ แชร์เพราะความไม่รู้ ผ้สู ง่ สารไมม่ เี จตนาปน่ั ปว่ นหรือทำรา้ ยใคร

แต่แชรเ์ พราะความไม่รู้
2. ข่าวปลอมที่ตั้งใจปั่นปว่ น ใหร้ า้ ย มเี จตนาโจมตีผ้อู น่ื บดิ บังความจรงิ เป็นข่าวปลอมที่ต้งั ใจ

ป่ันปว่ น ให้ร้าย โจมตีผู้อืน่ มเี จตนาท่ีจะชกั นำความคดิ ของสังคม และปดิ บงั ความจริง
3.ขา่ วปลอมทีส่ ร้างความเกลียดชงั เปน็ ขา่ วที่มีขอ้ เทจ็ จรงิ อยบู่ ้างแตเ่ จตนาสรา้ งขึน้ เพอ่ื ดถู กู เหยียด

หยาม สรา้ งความเกลียดชงั ให้ผู้ตกเป็นข่าว ข่าวประเภทนี้สง่ ผลกระทบรา้ ยแรงทส่ี ดุ เช่น การล่าแมม่ ดในโลก
ออนไลนก์ ารสื่อสารทีส่ รา้ งความเกลยี ดชงั มกี ารแบ่งเขาแบง่ เรา

5. อธิบายวิธีการสงั เกตขา่ วจรงิ ขา่ วปลอม บนโลกออนไลน์
การเสพสอ่ื อยา่ งสร้างสรรค์ บนโลกโซเซยี ล มที ั้งข่าวจริงและข่าวปลอม บางครั้งเรายงั ไมส่ ามารถ
แยกแยะไดม้ ากนัก ตอ้ งตั้งคำถามเสมอที่จะไม่แชรอ์ ะไรท่ีไม่ตง้ั คำถาม หรือคดิ ก่อนวา่ สง่ิ นี้เปน็ จริงหรอื ไม่

1. อย่าหลงเชอ่ื หัวข้อข่าว ขา่ วปลอมมกั มขี ้อความพาดหวั ท่สี ะดดุ ตาที่ใชต้ วั หนาและเครื่องหมายอัค
เจรีย์ (!) หากหวั ข้อข่าวฟงั ดหู วือหวาและไม่น่าเป็นไปได้ ข่าวนัน้ กน็ า่ จะเป็นขา่ วปลอม

2. พิจารณาลงิ กอ์ ยา่ งถ่ีถ้วน ลิงกป์ ลอมหรอื ลิงก์ทด่ี คู ล้ายลงิ ก์จรงิ อาจเป็นสญั ญาณเตอื นของข่าว
ปลอม เว็บไซตข์ ่าวปลอมจำนวนมากปรับเปลีย่ นลิงก์เลก็ ๆ นอ้ ยๆ เพอื่ เลียนแบบแหล่งขา่ วจรงิ คณุ สามารถไป
ท่เี ว็บไซต์และเปรียบเทียบลิงก์นน้ั กบั ลงิ กข์ องแหล่งข่าวท่ีได้รับการยอมรับและน่าเช่อื ถือได้

3. ตรวจสอบแหลง่ ข่าว ตรวจสอบให้แนใ่ จว่าเรือ่ งราวนน้ั เขียนขน้ึ โดยแหลง่ ข่าวทคี่ ุณเช่ือถอื และมี
ชอ่ื เสียงดา้ นการใหข้ ้อมูลท่ีถกู ตอ้ ง หากเรอ่ื งราวน้ันมาจากแหล่งข่าวที่คณุ ไมร่ จู้ ัก ให้ตรวจสอบท่ีส่วน
“เกี่ยวกบั ” ของเพจแหล่งข่าวน้ันเพือ่ เรยี นร้เู พ่มิ เตมิ

4. สังเกตส่ิงท่ีผิดปกติ เว็บไซตข์ ่าวปลอมหลายแหง่ มักสะกดคำผิดหรือมีการจัดวางรปู แบบท่ีดไู ม่เปน็
มืออาชีพ หากคุณเห็นลกั ษณะเหล่าน้คี วรอา่ นขา่ วอย่างระมัดระวัง

5. พิจารณารปู ภาพ ข่าวปลอมมักมีรูปภาพหรือวีดีโอทถ่ี ูกบิดเบอื น บางคร้งั รูปภาพอาจเป็นรูปจรงิ
แต่ไม่เกี่ยวข้องกบั บรบิ ทของเรอ่ื งราว คุณสามารถคน้ หารูปภาพน้ันเพื่อตรวจสอบยนื ยนั แหล่งท่ีมาของรปู ภาพ
ได้

6. ตรวจสอบวันท่ี ขา่ วปลอมอาจมีลำดับเหตุการณท์ ไี่ มส่ มเหตสุ มผลหรอื มีการเปลย่ี นแปลงวนั ที่ของ
เหตกุ ารณ์

7. ตรวจสอบหลกั ฐาน ตรวจสอบแหลง่ ขอ้ มลู ของผูเ้ ขียนเพ่ือยนื ยันวา่ แหลง่ ขอ้ มลู นั้นถูกตอ้ ง ขา่ วทไี่ ม่
มีหลกั ฐานหรืออ้างองิ ผเู้ ชย่ี วชาญท่ไี มร่ ะบชุ อ่ื อาจชี้ใหเ้ ห็นว่าขา่ วดังกล่าวเปน็ ข่าวปลอม

8. เปรยี บเทียบข่าวจากแหลง่ อน่ื ๆ หากไมม่ แี หล่งข่าวอน่ื ท่ีรายงานเรอื่ งเดียวกัน ก็อาจเป็นสัญญาณ
บง่ ชี้วา่ ขา่ วนัน้ อาจเปน็ ขา่ วปลอม ถ้าข่าวน้ันมีการรายงานจากหลายแหล่งข่าวที่คุณเช่อื ถอื กเ็ ปน็ ไปได้ว่าขา่ วนน้ั
จะเปน็ ขา่ วจริง

9. ขา่ วนน้ั เปน็ มกุ ตลกหรือไม่ บางคร้งั เรากแ็ ยกข่าวปลอมออกจากมุกตลกหรอื ข่าวเสียดสไี ดย้ าก
ตรวจสอบดวู า่ เรอื่ งน้ันมาจากแหลง่ ท่ีมาทข่ี นึ้ ชอ่ื เรือ่ งลอ้ เลยี นและเสียดสีข่าวหรอื ไม่ และพจิ ารณาวา่
รายละเอียด ตลอดจนน้ำเสยี งในการเลา่ เรอ่ื งฟงั ดเู ปน็ ไปเพ่ือความสนกุ สนานหรือไม่

10. บางเรอื่ งกจ็ งใจสรา้ งขึ้นใหเ้ ปน็ ข่าวปลอม ใช้วจิ ารณญาณในการอา่ น และแชรเ์ ฉพาะขา่ วที่คณุ
แน่ใจว่าเช่อื ถือได้เทา่ นน้ั

บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอน

1. พบกลุ่มนกั ศกึ ษา
- ระดับ............................................... จำนวน...............คน ผ้ขู าดการพบกลมุ่ ..............คน
เหตผุ ลท่ีขาดพบกลุ่ม..............................................................................................................

ครูผสู้ อนไดแ้ ก้ไขอยา่ งไร........................................................................................................
ผลเปน็ อยา่ งไร........................................................................................................................
2. ขั้นตอนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (แยกตามระดบั กลมุ่ ผู้เรียน)
- ระดบั ................................................วิชาที่สอน ...............................................................
เนอื้ หา/เร่ือง.........................................................................................................................
2.1 ชนั้ นำเขา้ สูบ่ ทเรียน............................................................................................................

............................................................................................................................. ..............
............................................................................................................... ............................
2.2 เทคนิค/วิธีการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู.้ ................................................................................
...........................................................................................................................................

............................................................................................................................. ..............
2.3 สื่อประกอบการเรยี นร้/ู แหล่งเรยี นรู้...................................................................................
2.4 วิธกี ารประเมินผลการเรียนรู้...............................................................................................

............................................................................................................................. ..............
.............................................................................................................. .............................
2.5 ผลการเรยี นของผู้เรียน.......................................................................................................
...........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............
2.6 ปญั หาท่ีพบจากการจัดการเรียนการสอน...........................................................................
............................................................................................................................. ..............

...........................................................................................................................................
2.7 ครูได้ทำการแกไ้ ขปัญหาเบอื้ งต้นอย่างไร ผลเปน็ อยา่ งไร....................................................

............................................................................................................................. .............
...........................................................................................................................................
2.8 ขอ้ เสนอแนะ/ข้อคดิ เห็นของครูต่อการจัดกิจกรรมการเรยี นร/ู้ กลุ่มผู้เรยี น.........................
...........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............

ลงชอื่ .....................................................ผู้สอน
(..................................................)

ฝา่ ยวิชาการ/ผ้นู เิ ทศ/ผู้ทไี่ ดร้ ับมอบหมาย บนั ทึกผบู้ รหิ าร

............................................................................................................................. .........................................................................

.....................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................... ...................................................................................

............................................................................................................................. .........................................................................

............................................................................................................................. .........................................................................

................................................................................................................................................... ...................................................

.

ลงช่ือ................................................................ผู้นเิ ทศ ลงช่อื ........................................ผูบ้ รหิ าร

(................................................................) (..................................................)

แผนการจัดการเรียนรู้
กศน.ตำบล......................................กศน.อำเภอแม่ใจ วิธีเรียน (กรต)
สาระ การพฒั นาสงั คม รายวชิ า สค0200036 รู้ทันขา่ วและข่าวปลอม
ระดบั Ο ประถมศกึ ษา Ο มธั ยมศึกษาตอนตน้ Ο มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
เรื่อง การรเู้ ทา่ ทนั ขา่ ว จำนวน 20 ช่ัวโมง ครั้งท่ี....วันท.่ี .....เดือน............พ.ศ.......ภาคเรียนท่ี....../......

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี 5.4 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสำคัญของหลักการพัฒนา และสามารถพัฒนาตนเอง
ครอบครวั ชมุ ชน/สงั คม

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. บอกความหมายของการร้เู ทา่ ทนั ข่าวได้
2. วิเคราะห์วตั ถุประสงคข์ องการสรา้ งขา่ วปลอม (fake News) ได้
3. วิเคราะห์สาเหตุของการเชอ่ื ข่าวปลอม (Fake News) ท่ีเกดิ ขึน้ ในปัจจุบัน ได้
4. อธิบายลกั ษณะ รปู แบบ ของเนื้อหาข่าวปลอม (Fake news) ได้
5. สามารถจัดการรบั มอื กับขา่ วปลอม (Fake News) ได้

สาระการเรยี นร้เู รือ่ ง
เร่อื งท่ี 2 การรู้เท่าทันขา่ ว

1. การรู้เทา่ ทันขา่ วปลอม (Fake News)
1.1 ความหมายของรเู้ ท่าทันขา่ ว
1.2 วัตถปุ ระสงคข์ องการส้รางขา่ วปลอม (Fake News)
1.3 สาเหตขุ องการเชื่อขา่ วปลอม (Fake News)
1.4 การสรา้ งทกั ษะรูเ้ ทา่ ทนั ข่าว

2. การรบั มือกับข่าวปลอม (Fake News)
2.1 ลักษณะและรปู แบบเน้ือหา
2.2 การจดั การขา่ วปลอม (Fake News)

จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. เพ่ือใหผ้ ้เู รียนเข้าใจ การรู้เท่าทันขา่ ววตั ถปุ ระสงค์ของการสรา้ งข่าวปลอม (fake News)สาเหตขุ อง
การเชื่อข่าวปลอม (Fake News) ท่ีเกดิ ข้ึนในปัจจุบนั
2. เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นร้แู ละเขา้ ใจ ลักษณะ รูปแบบ ของเน้อื หาข่าวปลอม (Fake news) และสามารถ
จดั การรบั มือกบั ข่าวปลอม (Fake News) ได้

ส่อื /วสั ดอุ ุปกรณ์การเรียนการสอน
- หนังสอื เรยี น
- ใบความรู้
- คอมพิวเตอร์
- สื่ออิเล็คทรอนิกส์
- หอ้ งสมุดประชาชน

แหลง่ เรยี นรู้
1.อินเตอร์เนต็
2.ห้องสมุดประชาชน

การจัดการเรียนรู้

1.การศกึ ษาเรียนรู้ด้วยตนเอง

ศึกษา ค้นคว้าจากใบความรู้ เอกสารและสื่อทุกประเภทท่ีเก่ียวข้องจากแหล่งเรียนรู้ วิเคราะห์

อภิปรายแลกเปล่ียนเรียนรู้ สาธิต ฝึกปฏิบัติ สรุป บันทึกการเรียนรู้ ใบงาน / แบบฝึกหัด รายงาน

ทดสอบย่อย ตรวจสอบ ประเมินตนเอง จัดทำชิ้นงาน/ผลงาน วางแผนจัดทำโครงการจัดนิทรรศการ ศึกษาดู

งาน ฯลฯ

เกณฑ์การวัดผลประเมนิ ผลการเรียนรู้

สิ่งทต่ี อ้ งการวดั วิธีวัดผลและประเมินผล เกณฑก์ ารตัดสนิ
วิธกี าร เครื่องมอื

1. บอกความหมาย ครชู ้ีแจงกรอบรายละเอียด 1. ใบงาน/ คะแนนระหวา่ งภาคเรยี น

ของการรเู้ ทา่ ทนั ข่าวได้ รายวิชา รู้ทันข่าวและขา่ ว แบบฝกึ หดั 1. ใบงาน 20 คะแนน

2. วิเคราะห์ ปลอมพร้อมท้งั แจกใบงาน ส่อื 2. แบบบนั ทกึ การ 2. บนั ทกึ การเรยี นรู้ 20

วัตถุประสงค์ของการสร้าง ใหผ้ เู้ รียนศึกษาคน้ ควา้ เรยี นรู้ คะแนน

ขา่ วปลอม (fake News) ได้ 1. ครูสนมนากับผู้เรยี นถงึ วิธี 3. คะแนนทดสอบ 3. แบบทดสอบยอ่ ย 20

3. วิเคราะหส์ าเหตุ การศึกษาด้วยตนเอง ยอ่ ย คะแนน

ของการเช่ือข่าวปลอม (Fake 2. ครูบอกแหลง่ เรยี นรู้ทใ่ี ช้ใน 4. อืน่ ๆ คะแนนสอบปลายภาค

News) ท่เี กิดขึ้นในปัจจุบัน การศกึ ษาหาข้อมูล เรียน

ได้ 3. ครูมอบหมายงานให้ผู้เรียน 40 คะแนน

4. อธบิ ายลักษณะ ไปทำการศกึ ษาคน้ คว้าดว้ ย

รปู แบบ ของเนื้อหาขา่ วปลอม ตนเอง

(Fake news) ได้ 4.ครตู ดิ ตามใหค้ ำปรกึ ษา

5. สามารถจดั การ แนะนำ ทบทวนหลักฐานการ

รบั มอื กับขา่ วปลอม (Fake เรยี นรู้ที่ต้องส่ง

News) ได้ 5. นัดหมายสง่ งานท่ีมอบหมาย

6. ครใู หข้ ้อเสนอแนะเพิ่มเติม

อ่ืนๆ (เพ่ิมเตมิ )
.............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ / ความเห็นของผู้บรหิ าร
.............................................................................................................................................................................

............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................
(นางสริ ญิ ญา เรอื งขจรเมธี)

ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอแม่ใจ

ใบความร้ทู ี่ 2
รายวชิ า รู้ทันข่าวและข่าวปลอม (Fake News) สค0200036

การรู้เท่าทันข่าว

1. การรเู้ ท่าทันขา่ วปลอม (Fake News)

สื่อและเทคโนโลยีท่ีเปลี่ยนแปลง ในปัจจุบันพฤติกรรมการบริโภคข่าวสารของ
ผู้อ่านต้องเปลี่ยนไปอย่างมาก เนื่องจากสื่อและเทคโนโลยีได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว มีการ
บริโภคขา่ วสารผา่ นทางสื่อสังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุก๊ ทวิตเตอร์ หรือไลน์ มากขึน้ และใน
สื่อโซเชยี ลผู้ใช้งานอินเทอรเ์ น็ตท่ัวไปยังสามารถแสดงบทบาทเป็นผู้นำเสนอข่าวเองได้ โดย
มีผู้อ่านจำนวนไม่นอ้ ยใหค้ วามสนใจและคอยติดตาม เน่ืองจากนำเสนอข่าวทีร่ วดเร็วแปลก
ใหม่ หวอื หวาและเรา้ อารมณ์

ถงึ แม้วา่ ความรวดเร็วในการรายงานข่าวทางออนไลน์จะช่วยทำให้ผู้อ่านรับข้อมูล
ขา่ วสารอย่างทันท่วงที แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือข่าวออนไลน์บางส่วนไม่ได้รับการกล่นั กรอง
คุณภาพและความถูกต้องเน่ืองจากเป็นสื่อที่เปิดกว้าง และไม่ได้ถูกจำกั ดว่าเป็นข่าว
นำเสนอจากส่อื มวลซนกระแสหลักแต่เพียงอย่างเดียวอีกต่อไป นอกจากน้ี ข่าวที่นำเสนอ
ผา่ นทางหนา้ นิวสฟ์ ิตของโซเชียลมเี ดียยังสามารถถูกส่งตอ่ หรอื แบ่งปนั ใหผ้ ู้อื่นอ่านตอ่ ไดใ้ น
วงกวา้ ง ซ่ึงส่งผลทำให้เกิดการแพร่กระจายของข่าวสารอยา่ งรวดเร็วและสรา้ งอิทธิพลต่อ
ความคิดของคนในสังคมเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุน้ีจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ไม่หวังดีสร้าง
ชำวปลอมเข้ามาปะปนกับข่าวอื่นๆ บนโลกออนไลน์ จนทำให้ผู้อ่านหลงเช่ือข่าวปลอม
ข่าวลือ หรอื ข่าวบดิ เบือนเพราะไม่รเู้ ท่าทันส่ือเหลา่ น้ี

พลเมอื งดิจทิ ัลจงึ ควรมที ักษะในการรเู้ ทา่ ทนั ขา่ ว มวี จิ ารณญาณยกแยะได้ว่าข่าวใต
เป็นข่าวปลอมมีทักษะในการวิเคราะห์และตรวจสอบเพื่อท่ีจะได้ข้อมูลท่ีถูกต้องในการ
แสดงความคิดเห็น รู้จักประเมินและเลือกใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพ่ือสร้างการ
เปล่ียนแปลงให้เกิดสังคมประชาธิปไตยที่ผู้คนแลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสารและแสดงความ
คดิ เห็นบนข้อเท็จจริงและเหตผุ ล

1.1 ความหมายของการรเู้ ทา่ ทนั ข่าว

การรู้เท่าทันข่าว คือทักษะในการคิดวิเคราะห์ข่าวสารเพ่ือท่ีจะตรวจสอบและ
ประเมินความน่าเช่ือถือของข่าวสารและข้อมูล รู้ว่ข่าวน้ันน่าเช่ือถือหรือไม่ รู้ว่าข่าวน้ัน
เขียนข้ึนด้วยจุดประสงค์การแยกแยะข้อเท็จจริงออกจากความคิดเห็นและการชี้นำของ
ผู้สร้างและเซียนข่าว ไม่ใช้อคติในการรับข่าวสาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรู้จักการตรวจสอบ
ขา่ วปลอมท่ีมักเผยแพร่ทางสอ่ื อินเทอร์เน็ต เพอื่ ได้ไม่ตกเป็นเหย่ือของผูไ้ ม่หวังดพี ฤตกิ รรม
การใช้สือ่ สงั คมออนไลน์ในการรับรู้และเช่ือข่าวสารโดยขาดทกั ษะการรู้เท่าทันข่าวน้ันเป็น
เรือ่ งสำคัญท่ีไม่สมควรจะมองข้าม ขา่ วสารท่ไี ม่มีความจริงหรือที่เรียกว่าข่าวปลอม (Fake
news) ที่เผยแพร่ทางส่ือสังคมออนไลน์นั้น สามารถจะส่งผลกระทบต่อสังคมโดยรวมได้

เน่ืองจากข่าวปลอมมีการบิดเบือน ใส่ร้าย และชี้นำ จนอาจทำให้ประชาชนเกิดความ

สับสน และขัดแย้งจนอาจส่งผลให้เกิดความว่นุ วายในสังคมได้

ปัจจุบนั ยังไม่มีคำจำกัดความทแี่ นน่ อนของข่าวปลอม (Fake news ผใู้ หค้ ำนิยามก็

ตคี วามหมายของข่าวปลอมแตกต่างกนั ออกไป อยา่ งไรกต็ าม ความหมายกว้าง ๆ ของข่าว

ปลอมคือ "ข่าวท่ีไม่จริง" เนื้อหาของข่าวปลอมอาจมีข้อเท็จจริงเพียงเล็กน้อยหรือเพียง

บางส่วนแต่ขาดบริบทของรายละเอยี ดหรืออาจเป็นข่าวท่ไี ม่มีมูลความจรงิ เลย เนอ้ื หาของ

ข่าวเป็นเร่ืองที่กุข้ึนมาหรือไม่มีข้อเท็จจริง ไม่มีแหล่งข่าวหรือคำพูดที่ตรวจสอบได้ ข่าว

ปลอมบางประเภทก็อาจมีเน้ือข่าวท่ีตรวจสอบได้จริง แต่มีลักษณะการเขียนด้วยอคติ จง

ใจให้ร้าย หรือไม่ใส่รายละเฮียดที่สำคัญต่อเหตุการณ์ลงในเนื้อข่าวหรือนำเสนอจาก

มุมมองด้านเดียว บางคร้ังข่าวปลอมก็เป็นโฆษณาชวนเช่ือท่ีจงใจเขียนข้ึนมาเพื่อช้ีนำคน

อ่าน โดยมีแรงจูงใจ ทางการเมือง หรืออาจเป็นเพียงแค่ "พาดหัว ยั่วให้คลิก"

(Clickbait) ท่ีเขียนล่อให้คนเข้ามาอ่านเพื่อเพิ่มยอดวิวโดยมีแรงจูงใจทางการเงินอยู่

เบอ้ื งหลงั

1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของการสรา้ งขา่ วปลอม (Fake News)

ปัจจุบันข่าวปลอมถูกสร้างโดยใครก็ได้ท่ีสามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตเน่ืองจากเทศ
โนโลยีปัจจุบันทำให้การสร้างข่าวท่ีดูเหมือนจริงทำได้ง่ายย่ิงข้ึน ไม่ว่าจะเป็นการตัดต่อ
ภาพ ทำวิดีโอ สร้างเวบ็ ไซตห์ รือแพลตฟอร์มที่ดูเหมอื นขา่ วจรงิ ๆ และข่าวเหลา่ น้ไี ม่จำเปน็

ต้องผา่ นกระบวนการตรวจสอบความถกู ต้องหรอื กล่นั กรอง จากกองบรรณาธิการ
ย่ิงไปกว่านั้นความเป็นนิรนามของส่ือออนไลน์ทำให้คนเหล่านี้ปกปิดตัวตนที่แท้จริงได้
และเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตยังทำให้ข่าวปลอมง่ายต่อการเข้าถึงและแพร่สะพัดได้อย่าง
รวดเร็วและเป็นวงกว้าง เรื่องท่ีสำคญั ไม่น้อยไปกว่าใครเปน็ คนสร้างข่าว คือแรงจูงใจของ
พวกเขา การสร้างข่าวปลอมของนักสร้างข่าวเกิดจากหตุผลและแรงจูงใจได้มากมาย เช่น
ความเกลียดชงั คับแค้นใจ เผยแพรอ่ ุดมการณ์ ใส่ร้ายคู่แข่ง ขายสินคา้ และบริการอยา่ งไรก็
ตาม แรงจงู ใจหลกั ของการสรา้ งขา่ วปลอมมี 3 อย่างคือ

1. ลอ้ เลียนเสียดสี ผู้สร้างข่าวปลอมตอ้ งการให้เกดิ ความขบชัน โดยการล้อเลียน

หรือเสียดสผี มู้ ีอำนาจ คนท่ีมีชอ่ื เสยี ง หรอื เหตุการณ์ปจั จบุ ัน เน่ืองจากเปน็ การ

ง่ายกว่าที่ทำให้ผู้อ่านสนใจท่ีตัวบุคคล แทนที่จะเป็นการเสนอความเห็นหรือ

อภิปรายเรอื่ งนโยบายทขี่ บั ช้อน เช่น ข่าวล้อเลยี นในหนังสือพมิ พผ์ จู้ ัดกวน

2. สร้างอิทธิพลต่อความคิดความเชื่อ ผู้สร้างข่าวปลอมอาจมีอคติ หรอื มีทัศนคติ

ท่ีเอนเอยี งเลือกขา้ ง จงึ ต้องการช้นี ำผู้อ่านใหค้ ล้อยตามโดนการบิดเบือนข้อมูล

เนื้อหาข่าวอาจจะเป็นการช่ืนชมบุคคลหรือฝ่ายท่ีตนเองชอบเกินจริง หรือใส่

รา้ ยฝ่ายตรงข้าม เช่น การพาดหวั ขา่ วที่ใส่ "ความเห็นสว่ นตัว" ลงไปในลกั ษณะ

ชนี้ ำผูอ้ า่ น ถงึ แมเ้ นอ้ื หาของข่าวนั้นจะมีความจริงอยู่บา้ ง

3. สร้างรายได้ ท่ีสำคัญข่าวปลอมสามารถสร้างรายได้ให้คนทำได้ ในการแช่งชัน

ทางการเมืองหรือทางธุรกิจ อาจมีผู้ว่าจ้างให้คนทำข่าวปลอมเพื่อสร้างรายได้

ใส่ร้ายฝ่ายตรงข้ามดว้ ยการบิดเบอื นข้อมูลและเผยแพร่ในโลกออนไลน์ ในโลก

อินเทอร์เน็ต ข่าวท่ีมีคนเข้าไปอ่านมากจะทำรายได้จากโฆษณา ยิ่งคนเข้าไป

อา่ นข่าวมากเท่าไหร่ ก็ยง่ิ เพิ่มโอกาสท่ีโมษณาในหน้านั้นจะถูกเห็น และทำให้

ผู้ดูแลเว็บไซต์น้ันๆ มีรายได้ ผู้ดูแลจึงมักใช้พาดหัวข่าวในลักษณะคลิกเบท

นบางกรณี ผู้สร้างขา่ วปลอมหลอกให้ผู้อา่ นซมคลิปข่าวปลอมเป็นจำนวนหลัก

หม่ืน แล้วเว็บไซต์ เหล่านี้ได้ควบคุมบัญชีเฟซบุ๊กของผู้หลงเข้าไปเพื่อไปใช้

ประโยชน์ทางการค้าพอกดดูคลิป ก็จะต้องลงชอ่ื เข้าใชเ้ ฟซบกุ๊ พอกดอนุญาต

ในเฟซบุ๊ก คนสร้างเว็บปลอมนั้นก็จะใช้เฟซบุ๊กของเหยื่อเป็นบอท (หุ่นยนต์)

และนำไปเป็นใชเ้ ป็นสว่ นหนึง่ ของกองทัพไลค์ของเขา เพือ่ ขายไลค์อีกต่อหน่งึ

1.3 สาเหตุของการเช่ือขา่ วปลอม (Fake News)

มีเหตุผลมากมายท่ีผู้อ่านหลงเชื่อข่าวปลอม ส่วนใหญ่มักจะลืมตั้งคำถามที่สำคัญ
เมื่อกำลงั อ่านข่าว อกี ท้ังข่าวปลอมยังถูกสรา้ งได้แนบเนียนจนเราไม่ผิดสงั เกตผู้อ่านข่าวที่
ไม่ร้เู ทา่ ทันข่าวปลอมมกั หลงเช่อื ดว้ ยสาเหตตุ ่อไปนี้

1. ตกหลุมพราง ผู้อ่านมีแนวโน้มท่ีจะแซร์ข่าวปลอมท่ีตรงกับความคิดความเชื่อ
ของตนเองอยู่แล้วคนสร้างข่าวปลอมตั้งใจแต่แรกท่ีจะหลอกผู้อ่านข่าว พวกเขาจึงสร้าง
ข่าวปลอมทเ่ี รา้ อารมณตี งึ ความสนใจกลุ่มเปา้ หมายเพอื่ ให้เกิดความรูส้ ึกรว่ มไปกบั การช้ีนำ
ของผ้สู ร้าง ผู้อา่ นทีม่ ีประสบการณ์ร่วมพรอ้ มท่จี ะเชื่อและแชร์ตอ่ โดยเฉพาะเมื่อเป็นขา่ วท่ี
ตรงข้ามกับช่ัวตรงข้ามของตน พวกเขารู้สึกว่าต้องมีปฏิกิริยาตอบกลับอย่างใดอย่างหนึ่ง
ต่อประเด็นเน้ือหาที่ข่าวนำเสนอด้วยการกดชอบ/ ไมช่ อบ สง่ ต่อ แซร์ หรอื แสดงความเห็น
ต่อข่าวนัน้ ทำให้ขา่ วปลอมได้รบั ความสนใจมากขน้ึ

2. ไม่สามารถแยกแยะข่าวบนหนา้ เว็บ จากท่ีเม่ือก่อนข่าวสารไดก้ ารเผยแพรผ่ ่าน
สื่อด้ังเดิมอย่างหนังสือพิมพ์ วิทยุ หรือโทรทัศน์ซ่ึงมีกระบวนการการคัดกรองข่าวอยู่แล้ว
และผู้รับสารมักจะคุ้นเคยกับส่ือเหล่าน้ีเป็นอย่างตึ จึงพอจะแยกแยะได้ว่าข่าวใดเป็นข่าว
ปลอมหรือไม่ใส่ใจมากนัก แต่ในปัจจุบันท่ีผู้อ่านข่าวส่วนใหญ่รับข้อมูลข่าวสารผ่านส่ือ
ออนไลน์ ซ่ึงเป็นส่ือทข่ี ่าวปลอมถูกทำให้กลมกล่ินกับข่าวจริง ไม่วา่ จะเป็นรูปแบบการจัด
หน้า หรอื การแอบอา้ งเปน็ แหล่งข่าว จึงทำให้ผู้อา่ นสับสนและยากท่จี ะแยกแยะข่าวปลอม

3. เป็นกลไกของความเช่ือ เม่ือมีเพ่ือนหรือคนในครอบครัวส่งต่อข่าวมาให้อ่าน
ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ ผู้อ่านมักจะไม่ตระหนักหรือใช้วิจารณญาณในการตรวจสอบ
ข่าวน้ัน ๆ ก่อน เพราะคิดว่าผู้ส่งคงกล่ันกรองมาเรียบร้อยแล้ว ในกรณีข่าวท่ีเขียนโดย
คอลัมนิสต์จากสำนักข่าว บล็อกเกอร์ หรือผู้ดูแลแฟนเพจรายงานข่าวในเฟซบุ๊กก็
เชน่ เดียวกัน หากเปน็ บคุ คลที่ผอู้ ่านขา่ วชนื่ ชมและติดตาม พวกเขาก็จะพร้อมท่ีจะเช่ือข่าว
ที่นำเสนอมาได้อย่างง่ายดาย หากข่าวนั้นตรงกันกับความคิดความเชื่อของพวกเขา เช่น
ข่าวท่นี ำเสนอผ่านแฟนเพจ Drama Addict หรอื CSI LA

4. ข่าวปลอมเล่นกับความรู้สึก ผู้สร้างข่าวปลอมฉลาดที่จะเล่นกับความรู้สึกของ
ผอู้ า่ น ด้วยการเน้นพาดหัวที่หวือหวา เนื้อข่าวทีเ่ ร้าอารมณ์ เช่น ความไม่ยตุ ิธรรมในสังคม
การเอาเปรียบทางซนชั้นข่าวลับลวงพราง พวกเขารู้ว่าคนอ่านจะถูกกระตุ้นอารมณ์ให้มี
ปฏิกิริยาต่อข่าวน้ัน ๆ เช่นการกดเข้าไปอ่าน กดไลค์ แสดงความเห็นและช่วยแชร์ข่าว
ออกไป

5. ผู้อา่ นมีชว่ งความสนใจสน้ั อีกหนึ่งกลวิธีทใี่ ช้ในการเผยแพรข่ า่ วปลอมหรือขา่ วท่ี
มีคุณภาพต่ำคือ การหาผลประโยชน์จากพฤติกรรม 'นักอ่านเวลาน้อย' เน่ืองจากข้อมูล
ขา่ วสารที่เราได้รับในแต่ละวัน มีจำนวนมหาศาล ผู้คนจึงมักใช้เวลาอ่านเพียงพาดหัวข่าว
หรือข้อความในย่อหน้าแรกก่อนแชร์เรื่องราว นั้นต่อ ผู้ประสงค์ร้ายจึงฉวยโอกาสน้ีด้วย
การเขียนพาดหัวข่าวและย่อหน้าแรกที่ตรงไปตรงมาและประกอบด้วยข้อเท็จจริง โดย
เรือ่ งราวส่วนท่ีเหลือเป็นข่าวปสอมและข้อมลู ทีไ่ มเ่ ป็นความจริง

1.4 การสรา้ งทักษะการรูเ้ ท่าทัน
ถึงแม้ว่าปัญหาข่าวปลอมจะได้รับการดูแลและจัดการจากภาคส่วนต่าง ๆ เช่น
การใช้วิจารณญาณในการรับข่าวสาร เปิดรับแหล่งข่าวท่ีสามารถแยกแยะข้อเท็จจริงกับความ
คิดเห็นลงโทษของภาครัฐ การกำกับดูแลกันเองของภาคอุตสาหกรรม การให้ความรู้และ
ขอ้ เท็จจรงิ ของ เม่ือผู้รบั ขา่ วสารเท่ทนั ขา่ ว ก็จะทำให้ตดจำนวนภาคประชาสงั คมและสอ่ื มวลชนที่
เป็นมืออาชีพ การแชร์และแพรก่ ระและการวางเผยแพร่เน้ือหาในส่ือสังคมออนไลน์ นโยบายการ
ใช้งานของกระจายของข่าวปลอมได้ แต่ส่ิงที่น่ากังวลคือความไม่รู้เท่าหัน เฟซบุ๊ก ประเทศไทย
รว่ มกบั คณะนิเทศศาสตร์จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย, สำนักงานคณะกรรมการการเลือกต้ัง (กกต),
หลุมพรางของผู้สร้างข่าวปลอม กระทรวงดิจิทัลเพ่ือเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้นผู้รับข่าวสารเอง
ควรมีทักษะ (ดีอี และศูนย์ซัวร์ก่อนแชร์ สำนักข่าวไทย อสมห. ได้ให้คำแนะนำผู้ใช้งาน
อินเทอรเ์ นต็ ในการเรียนรวู้ ธิ สี ังเกตขา่ วปลอม ดังตอ่ ไปนี้
1. ตรวจสอบวันท่ีข่าวปลอมอาจมีสำดับเหตุการณ์ท่ี ไม่สมเหตุสมผลหรือมีการ
เปลี่ยนแปลง
ทเ่ี น้ือพาถกู ที่พิมพ์ เพราะเรามักพบเหน็ ผู้คนแขร์ 'ขา่ ว' เกา่ อย่บู ่อยครง้ั บนโซเชียลมเี ดีย
2. ตรวจสอบหลักฐานตรวจสอบแหล่งข้อมูลของผู้เขียนเพ่ือยืนยันว่าแหล่งข้อมูลนั้นถูกต้อง

ข่าวที่ไม่มีหลักฐานหรอื อ้างอิงผู้เช่ียวชาญที่ไม่ระบุชื่ออาจชี้ให้เห็นว่าข่าวตังกล่าวเป็นข่าว

ปลอม

3. สังเกตสิง่ ทีผ่ ิดปกติเว็บไซต์ข่าวปลอมหลายแห่งมักสะกดคำผดิ หรอื มีการจัดวางรูปแบบที่ดู

ไมเ่ ปน็ มอื อาชีพ หากเห็นลกั ษณะเหลา่ นค้ี วรอา่ นขา่ วอย่างระมัดระวงั

4. อย่าหลงเช่ือหัวข้อข่าวข่าวปลอมมีกมีข้อความพาดหัวที่สะดุดตาท่ี ใช้ตัวหนาและ

เครื่องหมายอัศเจรีย์ !) หากหัวข้อข่าวฟังดูหวือหวาและไม่น่าเป็นไปได้ ข่าวน้ันก็น่าจะเป็น

ข่าวปลอม ข่าวปลอมและข่าวท่ีมีคุณภาพต่ำมักมีการพาดหัวข่าวที่กระตุ้นความรู้สึก

เพ่ือใหเ้ กดิ จำนวนการคลิกมากทส่ี ดุ เทา่ ทจี่ ะเป็นไปได้

5. พิจารณารูปภาพข่าวปลอมมักมีรูปภาพหรือวีดีโอท่ีถูกบิดเบือน บางคร้ังรูปภาพอาจเป็น

รูปจริงแต่ไม่เกี่ยวข้องกับบริบทของเร่ืองข่าวเราสามารถค้นหารูปภาพนั้นเพื่อตรวจสอบ

ยืนยันแหลง่ ที่มาของรูปภาพได้

6. ข่าวนั้นเป็นมุกตลกหรือไม่บางคร้ังเราก็แยกข่าวปลอมออกจากมุกตลกหรือข่าวเสียดสีได้
ยากตรวจสอบดูว่าเรื่องน้ันมาจากแหล่งท่ีมาที่ข้ึนซื่อเรื่องล้อเลียนและเสียดสีข่าวหรือไม่ และ
พจิ ารณาวา่ รายละเอยี ด ตลอดจนน้ำเสียงในการเล่าเร่อื งพงั ดเู ป็นไปเพือ่ ความสนุกสนานหรอื ไม่

7. ตรวจสอบข้อมูลสนับสนุนตรวจสอบเสมอว่าข้อมูลประกอบในบทความ สนับสนุนเน้ือหา
หลักของเรื่องราวอยา่ งสมเหตุสมผลหรือไม่ ท้ังนี้ต้องระวงั ข้อมูลท่ีไมส่ มบูรณ์หรอื ข้อมูลท่ีถูกหยิบ
มาเพียงแค่บางส่วนหรือออกนอกบริบทสามารถนำมาเป็นเครื่องมือเพื่อบิดเบือนข้อเท็จจริงได้
นอกจากน้ี เน้ือหาของข่าวปลอมมักประกอบด้วยภาษาที่กระตุ้นอารมณ์และบางครั้งอาจเป็น
ภาษาท่ใี ช้คำรนุ แรง
รวมถงึ ใช้วิธกี ารเขียนทีผ่ ิดหลกั ภาษาและมกี ารสะกดคำผดิ

8. ตรวจสอบแหล่งข่าว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเรื่องราวน้ันเขียนข้ึน โดยแหล่งข่าวท่ี
น่าเชื่อถือและมีชื่อเสียงด้านการให้ข้อมูลท่ีถูกต้อง หากเรื่องราวน้ันมาจากแหล่งข่าวที่เราไม่รู้จัก
ให้ตรวจสอบ
ทส่ี ่วน "เกี่ยวกับ" ของเพจแหล่งข่าวนนั้ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติม ตรวจสอบเน้ือหาอ่ืนๆท่ีถูกนำเสนออยู่
บนเว็บไซต์ แงม่ ุมในการนำเสนอข่าว และรายละเอยี ดตดิ ต่ออ่นื ๆ ทป่ี รากฏบนเว็บไชต์

9. ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับผู้เขียนศึกษาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับผู้เขียนว่าเป็นบุคคลที่น่า
เชื่อหรือมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ และเป็นบุคลากรที่อยู่ในแวดวงการรายงานข่าวมาเป็นระยะเวลา
มากน้อยอยา่ งไร ลองอ่านเรอ่ื งราวอืน่ ๆ ทเ่ี ขียนโดยผูเ้ ขียนคนเดยี วกนั

10. เปรียบเทียบข่าวจากแหล่งอื่นๆหากไมม่ ีแหล่งข่าวอ่ืนทรี่ ายงานเร่ืองเดียวกันก็อาจเป็น
สัญญาณบ่งชี้วา่ ข่าวนนั้ อาจเปน็ ข่าวปลอม ถา้ ขา่ วน้นั มกี ารรายงานจากหลายแหลง่ ข่าวท่ีน่าเชอ่ื ถือ
กเ็ ป็นไปได้ว่าขา่ วนนั้ จะเป็นข่าวจรงิ

11. พิจารณาลงิ ก์อย่างถถี่ ้วนระวงั เว็บไซตป์ ลอมท่แี สร้งวา่ เป็นองค์กรขา่ วที่ดนู ่าเชื่อถือ
ข่าวปลอมจำนวนมากเลียนแบบรูปลกั ษณ์ของแหล่งข่าวหรือมีตัวสะกดท่ีตัดแปลงให้คล้ายกบั
เว็บไซตข์ ่าวหลัก ควรไปทีเ่ วบ็ ไซตแ์ ละเปรียบเทียบลิงกน์ น้ั กบั ลงิ ก์ของแหล่งข่าวที่ได้รบั การ
ยอมรับและนา่ เชอ่ื ถือได้

12. อย่าใช้อคติคนเรามแี นวโน้มทจี่ ะเชื่อขอ้ มูลซง่ึ สอดคล้องกบั ความเชอ่ื ส่วนตัวของเรา
ก่อนท่จี ะตดั สินว่าเร่อื งราวใดๆ "ไม่เปน็ ความจริง' ควรไตร่ตรองให้ดีว่าอคตสิ ่วนตัวของเราไม่ได้เขา้
มามีอิทธพิ ลต่อการพิจารณาเน้ือหาดงั กล่าวในขณะน้นั

13. บางเรือ่ งก็จงใจสร้างขน้ึ ให้เป็นข่าวปลอมควรแชร์ขา่ วที่มั่นใจวา่ เปน็ ขา่ วท่เี ชอ่ื ถือได้
เทา่ นั้นด้วยการคิดวเิ คราะห์และพิจารณาบรบิ ทอยา่ งละเอียดถ่ถี ว้ นการร้จู ักสังเกดส่ิงผดิ ปกตทิ ่ี
รปู แบบข่าวปลอมมักใชจ้ ะชว่ ยให้เราร้เู ทา่ ทันและมวี ิจารณญาณในการรบั ข่าวสาร

2. การรับมือกับข่าวปลอม (Fake News)
ข่าวจรงิ
*มาจากแหล่งข่าวที่น่าเชือ่ ถอื
* พาดหัวมีทิศทางเดียวกับเนอ้ื ขา่ ว
* มีช่อื ผู้รบั ผิดชอบหรือผู้เขยี นขา่ ว

ㆍ บอกวนั ท่ีทีล่ งข่าว

ㆍURL เข้ากนั ได้กับแหล่งข่าว

*เมือ่ กคเข้าไปดูสงิ ค์อน่ื ๆ สามารถยอ้ นไปทแ่ี หล่งข่าวต้นสงั กดั ได้
ขา่ วปลอม

. มาจากเว็บไซตท์ ่ไี ม่คุ้นชือ่
* พาดหัวเร้าอารมณ์หรือไม่ไปทางเตียวกบั เนอื้ ข่าวไมม่ ชี อ่ื ผู้เชียนขา่ ว

ㆍ UAL ดแู ปลก ๆ หรือเข้ากนั ไม่ได้กบั แหล่งข่าวอาจลงวนั ท่เี ก่า ๆ หรือไมใ่ ต้

บอกเลย
. ไม่สามารถกดลิ้งคย์ อ้ นไปหาแหลง่ ข่าวต้นสังกดั ได้

ทักษะการรู้เท่าทันข่าว เป็นเรื่องสำคัญที่พลเมืองดิจิทัลควรได้รับการเรียนรู้และฝึกฝน
เพราะวา่ ในยคุ ขอ้ มูลขา่ วสาร ผูร้ ับข่าวต้องรจู้ ักประเมินได้ว่าอะไรจรงิ หรือไม่จรงิ แสะรูจ้ ักวิเคราะห์
ขอ้ มูลข่าวสารที่ได้รับมาอย่างระมัดระวัง รจู้ ักแยกแยะขอ้ เทจ็ จริงออกจากความคดิ เห็น และรู้จัก
ตรวจสอบข้อมูลท่ีได้รับมาจากหลาย ๆ แหล่ง เพ่ือที่จะได้กล่ันกรองข้อมูลท่ีน่าเชื่อถือและ
หลากหลายในการประกอบการคิด ตัดสินใจ และเสตงออกทางความคิดเห็นในฐานะพลเมืองใน
สังคมประชาธปิ ไตย

2.1 ลกั ษณะและรูปแบบเนอ้ื หาของข่าวปลอม (Fake News)
สำหรับลกั ษณะเน้ือหาของข่าวปลอมนั้น First Draft News ซ่ึงเป็นองค์กรที่ต้ังขึ้นมาเพ่ือ

ต่อสู้กับข่าวปลอม ร่วมกับโซเซียลมีเดีย และ Publisher อีกกว่า 30 ราย รวมถึง เฟซบุ๊ก, ทวิต
เตอร์,New York Times หรือ BuzzFeed ได้จดั รูปแบบเนื้อหาของข่าวปลอมไว้ 7 แบบโดยเรียง
ตามระดบั ความรนุ แรงจากนอ้ ยไปหามาก ดงั นี้

เนื้อหาล้อเลียนเสียดสี (Satire or Parody)ข่าวล้อเลียน ไม่ได้มีเจตนาในการสร้างความ
เข้าใจผิดหรือต้องการให้ผู้อา่ นหลงเชอ่ื แต่ต้องการล้อเลียน หรือทำให้ขบขัน มักเป็นการลอ้ เลียน
เหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน หรือล้อเลียนคนมีช่ือเสียง โดยมักมีการจัดหน้าเลียนแบบห รือ
รูปแบบให้เหมือนข่าวจริง จนบางคร้ัง ผู้อ่านหลงเช่ือว่าเป็นข่าวจริงได้ เช่น บทความใน "ผู้จัด
กวน" หรอื ในเว็บไชต์ "ข่าวปด" จริง ๆข่าวล้อเลียนไม่ใช่ข่าวปลอม แต่การทผ่ี ู้อ่านอาจขาดความรู้
ความเข้าใจ จึงทำให้ข่าวล้อเลียนมีคุณลักษณะถูกจัดว่าเป็นข่าวปลอมได้เชน่ กัน ชาวประเภทนี้มี
ระดบั ความรนุ แรงนอ้ ยทีส่ ดุ

เน้ือหาไม่ตรงพาดหัว (False connection)เรียกอีกอย่างว่า พาดหัว ย่ัวให้คลิก
(Clickbait) คือข่าวมีการเชื่อมโยงเน้ือหาทผี่ ิด พาดหัวข่าวรูปภาพ หรือคำบรรยาย ไม่ได้เช่ือมโยง
กับเน้ือหาข่าวจริงๆ เป็นการโยงสองสิ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลยแต่ถูกนำมากล่าวถึงในข่าวเดียวกัน
หรือทำให้มาเช่ือมโยงกัน โดยพาดหัวมักจะเป็นการเร้าอารมณ์ตึงตูดให้คนเข้ามาอ่าน เนื่องจาก
ปัจจุบัน ผู้อ่านมักจะมีช่วงความสนใจท่ีสั้นลงจึงทำให้สำนักข่าวออนไลน์ เน้นพาดหัวข่าวให้หวือ
หวา หรือใช้รปู ท่ไี มใ่ ดเ้ กีย่ วขอ้ งโดยตรงกบั ข่าวเพอื่ ดึงความสนใจใหค้ นกดเข้ามาอ่าน

เน้ือหาช้ีนำ (Misleading) เป็นข่าวที่มีเนื้อหาข้อเท็จจริงแต่จงใจบิดเบือนเร่ืองราวหรือใส่
ร้ายผู้อ่ืนให้เข้าใจผิดโดยการช้ีนำไปในทางใดทางหน่ึง เป็นการเขียนช่าวโตยใช้อคติของผู้เขียน
เช่น ข่าวรัฐบาลปลดล็อกกัญชาเสรีท่ีนักข่าวเจตนาช้ีนำให้คนอ่านเข้าใจผิดว่ารฐั บาลจะทำให้การ
เสพกัญชาถูกกฎหมายท้ังท่ีในความจริงเป็นการเปดิ โอกาสให้สามารถนำกัญซาไปใช้ประโยชน์ทาง
การแพทย์

เน้ือหาที่ผิดบริมท (False Context) เป็นข่าวที่มีเน้ือหาข้อมูลจริงแต่นำบริบทอื่นที่ไม่
เก่ียวกับเนื้อหาน้ันมาเชื่อมโยงทำให้คนตีความผิด เช่น เน้ือหาของข่าวเป็นเร่ืองจริงแต่นำ
ภาพประกอบจากแหลง่ อ่ืนมาประกอบ เชน่ ขา่ วกู้ภยั จบั งเู หลอื มเข้าบา้ น เน้ือชา่ วเป็นเรือ่ งจรงิ แต่
นำภาพประกอบงูอนาคอนดาจากภาพยนตร์มาประกอบ ซึ่งทำให้คนเข้าใจผิดว่างูเหลือมท่ีถูกจับ
น้นั ตวั ใหญม่ าก

เนือ้ หาแอบอ้าง (Impostor) คอื ข่าวท่ีมกี ารแอบอ้างบคุ คล แหล่งขอ้ มูลหรือแหล่งขา่ วที่ไม่
จริง หรืออ้างตัวเปน็ แหล่งขา่ วที่น่าเช่ือถือ ข่าวปลอมประเภทน้ีมักเป็นขา่ วออนไลน์ทสี่ ร้างรูปแบบ
ให้เหมือนสำนักขา่ วจริง ๆ หรือแอบอา้ งชอ่ื สำนักขา่ วที่มีช่ือเสียง ซ่ึงทำความสับสนให้ผู้อา่ นอย่าง
มาก เช่นแอบอ้างเป็นสำนักข่าว (NN โดยใช้รูปแบบและช่ือโดเมนท่ีใกล้เคียงกับของเว็บไซต์ของ
CNN

เนื้อหาหลอกลวง (Manipulated) คือข่าวตัดต่อ หรือข่าวท่ีมีเน้ือหาข้อมูลหรือภาพข่าว
จริง ๆ แต่ถูกตัดแปลงด้วยการปลอมหรือตัดต่อ เพื่อสร้างเรื่องหลอกลวง เช่น ภาพซอง อดีต
ประธานาธิบดีสหรัฐ George W. Bush อ่านนิทานกับเด็กในโรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่เขากลับถือ
หนังสือกลับหัว แต่ความจริงแลว้ มนั เปน็ ภาพตัดต่อท่สี ร้างข้นึ มา และในภาพจรงิ นั้นเขาถือหนงั สือ
ถกู ต้อง

เน้ือหากุข้ึนมา (Fabricated ) คือข่าวท่ีกุเร่ืองข้ึนมาทั้งหมด เป็นข้อมูลเท็จ 100% มี
เจตนาที่จะหลอกลวงหรือใส่ร้ายข่าวถูกสร้างขึ้นมาโดยผู้ไม่หวังดี โดยอาจจะทำเองหรือจ่ายเงิน
จ้างให้ผูอ้ ื่นทำเพ่ือหวังผลให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง เช่น การนำเสนอขา่ วว่า ผู้มีช่อื เสียงบาง
คนได้เสียชีวิตแล้วทั้งท่ีเจ้าตัวยังมีชีวิตอยู่ ส่วนใหญ่ข่าวกุมักมีเน้ือหาเก่ียวกับการเมือง เช่น ข่าว
รัฐมนตรีด่มื กาแฟแก้วละหมื่นสองพันบาท ขา่ วประเภทน้ีมรี ะดบั ความรนุ แรงมากทสี่ ดุ

2.2 การจัดการขา่ วปลอม (Fake News)
ทางภาครฐั ก็ได้ตระหนักถึงมลร้ายของข่าวปลอม จึงได้ออกมาตรการบังตับทางกฎหมาย

เพ่ือลงโทษผู้กระทำผิด และได้ให้ความรู้ความเข้าใจดันกฎหมายเพื่อท่ีจะเตือนไม่ให้ผู้ใช้งาน
อินเทอร์เน็ตตกเปน็ เหยื่อของผู้ไม่หวังดี เนื่องจากการนำขอ้ มูลปลอม ข่าวปลอม ไม่ว่ำจะเป็นการ
ปลอมทั้งหมด หรือแค่บางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสู่ระบบคอมฟิวเตอร์หรือแม้นแต่การ
แชร์ หรือสง่ ต่อขอ้ มลู อันเปน็ เท็จเหลา่ นั้น ลว้ นมีความผดิ ตาม ท.ร.บคอมฟิวเตอร์ ซง่ึ เป็นความผิด
ที่ไมส่ มารถยอมความได้

สื่อสังคมออนลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไสน์ อยู่ในสถานะผู้เผยแทร่เนื้อหาติจิหัล
จากการศึกษาพบว่าข่าวปล่อมถูกเผยแพร่ผา่ นสื่อเหล่านี้เป็นอยา่ งมาก บา้ นสมเดจ็ โพลรายงานว่า
ระบุผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในกรุงเทพมหานครเจอข่วปลอมจากส่ือเฟซบุ๊กมากท่ีสุด คือ ร้อยละ
54.2 เพ่ือลดจำนวนการแพร่กระจายข่าวปลอม ผู้ให้บริการส่ือสังคมออนไลน์จึงได้มีแนวปฏิบัติ
ต่าง ๆ เพ่ือผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพ เช่น เฟซบุ๊กลดจำนวนการเข้าถึงเนื้อหาที่เป็นข่าว
ปลอมและคลิกเบท ทวิตเตอร์มีการลบทวีตที่พิสูจน์ใด้ว่าเป็นฝีมือบอทรวมถึงการลบแฮคเคานท์
ปลอม

อีกหน่ึงวิธีในการจัดการกับข่าวปลอมและป้องกันความสับสนในช้อมูลข่าวสารที่มีอยู่
มากมายบนโลกอินเทอร์เน็ต คือการเสนอข้อมูลข่าวสารที่ประกอบด้วยข้อเท็จจริงผ่านการ
ตรวจสอบแล้วเพื่อตอบโต้ข้อมูลเท็จท่ีกำลังเผยแพร่อยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ ปัจจุบันภาครัฐและ
เอกชนได้พยายามเสนอข้อมูลข่าวสารท่ีชื่อไต้ เพ่ือลตความสับสนท่ีเกิดจากการนำเสนอของข่าว
ปลอมและเปดิ โอกาสให้ประชาชนสอบถาม ตรวจสอบข่าวทกี่ ำลัง เผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์ เช่น
ศูนย์ชัวรก์ อ่ นแซร์ ของสำนักขา่ วไทย อสมท.

ใบงานท่ี 2 การรเู้ ท่าทนั ขา่ ว

1. อธบิ ายสาเหตุหลักๆ ของการเช่อื ข่าวปลอม (Fake News) มาพอสังเขป
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................

2. เราจะมวี ิธีการจัดการกบั ขา่ วปลอมอย่างไร จงอธบิ าย
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................

3. จงบอกลักษณะและรปู แบบเน้อื หาของขา่ วปลอม (Fake News)

.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................
.............................................................................................................................................

เฉลยใบงานท่ี 2 การร้เู ทา่ ทนั ข่าว

1. อธิบายสาเหตุหลกั ๆ ของการเช่ือขา่ วปลอม (Fake News) มาพอสงั เขป

1. ตกหลมุ พราง ผ้อู ่านมีแนวโนม้ ทจี่ ะแซร์ขา่ วปลอมทีต่ รงกับความคดิ ความเชื่อของตนเอง
อยู่แล้วคนสร้างข่าวปลอมตั้งใจแต่แรกท่ีจะหลอกผู้อ่านข่าว พวกเขาจึงสร้างข่าวปลอมท่ี
เรา้ อารมณีตึงความสนใจกลุ่มเป้าหมายเพื่อให้เกิดความรู้สึกรว่ มไปกบั การชี้นำของผู้สร้าง
ผอู้ ่านที่มีประสบการณ์ร่วมพร้อมท่จี ะเชื่อและแชร์ต่อ โดยเฉพาะเมื่อเปน็ ข่าวท่ตี รงขา้ มกับ
ชั่วตรงข้ามของตน พวกเขารู้สึกว่าต้องมีปฏิกิริยาตอบกลับอย่างใดอย่างหน่ึงต่อประเด็น
เน้อื หาที่ข่าวนำเสนอด้วยการกดชอบ/ ไมช่ อบ ส่งต่อ แซร์ หรือแสดงความเห็นต่อข่าวนั้น
ทำให้ขา่ วปลอมไดร้ บั ความสนใจมากข้ึน
2. ไม่สามารถแยกแยะข่าวบนหน้าเว็บ จากที่เม่ือก่อนข่าวสารได้การเผยแพร่ผ่านส่ือ
ด้งั เดิมอยา่ งหนังสือพิมพ์ วทิ ยุ หรือโทรทศั น์ซึ่งมกี ระบวนการการคดั กรองข่าวอยแู่ ลว้ และ
ผรู้ ับสารมักจะคนุ้ เคยกบั สื่อเหล่านเี้ ป็นอย่างตึ จงึ พอจะแยกแยะได้วา่ ขา่ วใดเป็นข่าวปลอม
หรอื ไม่ใส่ใจมากนัก แต่ในปัจจุบันที่ผู้อ่านข่าวส่วนใหญ่รบั ข้อมูลขา่ วสารผ่านสื่อออนไลน์
ซึง่ เป็นสื่อทีข่ ่าวปลอมถูกทำให้กลมกล่ินกับข่าวจริง ไม่วา่ จะเป็นรูปแบบการจัดหน้า หรือ
การแอบอา้ งเปน็ แหลง่ ขา่ ว จงึ ทำให้ผอู้ ่านสบั สนและยากท่ีจะแยกแยะข่าวปลอม
3. เป็นกลไกของความเช่ือ เมือ่ มีเพือ่ นหรอื คนในครอบครัวสง่ ต่อขา่ วมาให้อ่านผา่ นทางสื่อ
สังคมออนไลน์ ผู้อ่านมักจะไม่ตระหนักหรือใช้วิจารณญาณในการตรวจสอบข่าวน้ัน ๆ
กอ่ น เพราะคิดวา่ ผู้ส่งคงกล่นั กรองมาเรียบรอ้ ยแล้ว ในกรณีข่าวท่ีเขยี นโดยคอลัมนสิ ต์จาก
สำนักข่าว บล็อกเกอร์ หรือผู้ดูแลแฟนเพจรายงานข่าวในเฟซบุ๊กก็เช่นเดียวกัน หากเป็น
บคุ คลที่ผู้อ่านข่าวช่ืนชมและติดตาม พวกเขาก็จะพร้อมท่ีจะเช่ือข่าวที่นำเสนอมาได้อย่าง
ง่ายดาย หากข่าวน้ันตรงกันกับความคิดความเช่ือของพวกเขา เช่น ข่าวท่ีนำเสนอผ่าน
แฟนเพจ Drama Addict หรือ CSI LA
4. ข่าวปลอมเล่นกับความรู้สึก ผู้สร้างข่าวปลอมฉลาดท่ีจะเล่นกับความรู้สึกของผู้อ่าน
ด้วยการเน้นพาดหัวที่หวือหวา เน้ือข่าวที่เร้าอารมณ์ เช่น ความไม่ยุติธรรมในสังคม การ
เอาเปรียบทางซนช้ันข่าวลับลวงพราง พวกเขารู้ว่าคนอ่านจะถูกกระตุ้นอารมณ์ให้มี
ปฏิกิริยาต่อข่าวนั้น ๆ เช่นการกดเข้าไปอ่าน กดไลค์ แสดงความเห็นและช่วยแชร์ข่าว
ออกไป
5. ผู้อ่านมีช่วงความสนใจสั้น อีกหน่ึงกลวิธีท่ีใช้ในการเผยแพร่ข่าวปลอมหรือข่าวที่มี
คุณภาพต่ำคือ การหาผลประโยชน์จากพฤติกรรม 'นักอ่านเวลาน้อย' เน่ืองจากข้อมูล
ขา่ วสารที่เราได้รับในแต่ละวัน มีจำนวนมหาศาล ผู้คนจึงมักใช้เวลาอ่านเพียงพาดหัวข่าว
หรือข้อความในย่อหน้าแรกก่อนแชร์เร่ืองราว น้ันต่อ ผู้ประสงค์ร้ายจึงฉวยโอกาสนี้ด้วย
การเขียนพาดหัวข่าวและย่อหน้าแรกที่ตรงไปตรงมาและประกอบด้วยข้อเท็จจริง โดย
เรอ่ื งราวส่วนท่เี หลือเปน็ ข่าวปสอมและขอ้ มลู ท่ีไมเ่ ปน็ ความจรงิ

2. เราจะมีวิธกี ารจัดการกบั ขา่ วปลอมอยา่ งไร จงอธิบาย

ทางภาครัฐก็ได้ตระหนักถึงมลร้ายของข่าวปลอม จึงได้ออกมาตรการบังตับทาง
กฎหมายเพื่อลงโทษผู้กระทำผิด และได้ให้ความรู้ความเข้าใจดันกฎหมายเพ่ือท่ีจะเตือน
ไม่ให้ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตตกเป็นเหยื่อของผู้ไม่หวังดี เนื่องจากการนำข้อมูลปลอม ข่าว
ปลอม ไม่ว่ำจะเป็นการปลอมท้ังหมด หรือแค่บางส่วน หรือข้อมูลอันเป็นเท็จ เข้าสูร่ ะบบ
คอมฟิวเตอร์หรือแม้นแต่การแชร์ หรือส่งต่อข้อมูลอันเป็นเท็จเหล่านั้น ล้วนมีความผิด
ตาม ท.ร.บคอมฟวิ เตอร์ ซึ่งเปน็ ความผิดท่ีไมส่ มารถยอมความได้

สอ่ื สังคมออนไลน์ เช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ และไสน์ อยู่ในสถานะผู้เผยแพรเ่ นื้อหา
ดิจทิ ัล จากการศึกษาพบวา่ ข่าวปล่อมถกู เผยแพร่ผ่านส่ือเหล่าน้เี ปน็ อย่างมาก บ้านสมเด็จ
โพลรายงานว่าระบุผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตในกรุงเทพมหานครเจอข่าวปลอมจากส่ือเฟซบุ๊ก
มากทสี่ ุด คือ ร้อยละ 54.2 เพื่อลดจำนวนการแพร่กระจายข่าวปลอม ผ้ใู ห้บรกิ ารสื่อสังคม
ออนไลน์จึงได้มีแนวปฏิบัติต่าง ๆ เพ่ือผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูลที่มีคุณภาพ เช่น เฟซบุ๊กลด
จำนวนการเข้าถึงเน้ือหาที่เป็นข่าวปลอมและคลกิ เบท ทวิตเตอร์มีการลบทวีตที่พิสูจน์ใด้
วา่ เปน็ ฝมี ือบอทรวมถึงการลบแฮคเคานท์ปลอม

อกี หนึ่งวิธใี นการจัดการกับข่าวปลอมและป้องกันความสับสนในช้อมูลข่าวสารที่มี
อย่มู ากมายบนโลกอินเทอร์เน็ต คือการเสนอข้อมูลข่าวสารทปี่ ระกอบด้วยข้อเท็จจรงิ ผ่าน
การตรวจสอบแล้วเพื่อตอบโต้ข้อมูลเท็จท่ีกำลังเผยแพร่อยู่ในช่วงเวลานั้น ๆ ปัจจุบัน
ภาครฐั และเอกชนไดพ้ ยายามเสนอขอ้ มลู ข่าวสารท่ีชอ่ื ไต้ เพอ่ื ลดความสับสนท่ีเกดิ จากการ
นำเสนอของข่าวปลอมและเปิดโอกาสให้ประชาชนสอบถาม ตรวจสอบข่าวที่กำลัง
เผยแพรอ่ ยใู่ นโลกออนไลน์ เชน่ ศนู ย์ชวั ร์กอ่ นแซร์ ของสำนกั ข่าวไทย อสมท.

3. จงบอกลักษณะและรปู แบบเน้ือหาของข่าวปลอม (Fake News)

สำหรับลักษณะเนื้อหาของข่าวปลอมน้ัน First Draft News ซ่ึงเป็นองค์กรท่ีตั้งขนึ้ มา
เพ่ือต่อสู้กบั ขา่ วปลอม รว่ มกับโซเซยี ลมีเดีย และ Publisher อีกกว่า 30 ราย รวมถึง เฟซบกุ๊ ,
ทวิตเตอร์,New York Times หรือ BuzzFeed ได้จดั รูปแบบเน้ือหาของข่าวปลอมไว้ 7 แบบ
โดยเรยี งตามระดบั ความรุนแรงจากนอ้ ยไปหามาก ดังนี้

1. เนื้อหาล้อเลียนเสียดสี (Satire or Parody)ข่าวล้อเลียน ไม่ได้มีเจตนาในการสร้าง
ความเข้าใจผิดหรือต้องการใหผ้ ู้อ่านหลงเช่ือ แต่ต้องการล้อเลียน หรอื ทำให้ขบขัน มัก
เป็นการล้อเลียนเหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน หรือล้อเลียนคนมีช่ือเสียง โดยมักมี
การจดั หน้าเลียนแบบหรือรูปแบบให้เหมือนขา่ วจริง จนบางคร้ัง ผ้อู ่านหลงเช่ือวา่ เป็น
ขา่ วจริงได้ เช่น บทความใน "ผู้จัดกวน" หรือในเว็บไชต์ "ข่าวปด" จริง ๆข่าวล้อเลียน
ไม่ใช่ข่าวปลอม แต่การที่ผู้อ่านอาจขาดความรู้ความเข้าใจ จึงทำให้ข่าวล้อเลียนมี
คุณลักษณะถูกจัดว่าเป็นข่าวปลอมได้เช่นกัน ชาวประเภทน้ีมีระดับความรุนแรงน้อย
ที่สดุ

2. เน้ือหาไม่ตรงพาดหัว (False connection)เรียกอีกอย่างว่า พาดหัว ยั่วให้คลิก
(Clickbait) คือข่าวมีการเชื่อมโยงเนื้อหาท่ีผิด พาดหัวข่าวรูปภาพ หรือคำบรรยาย
ไมไ่ ด้เช่ือมโยงกบั เนอ้ื หาขา่ วจรงิ ๆ เป็นการโยงสองสิ่งไม่ได้เก่ยี วข้องกันเลยแตถ่ กู นำมา
กล่าวถึงในข่าวเดยี วกนั หรือทำให้มาเชื่อมโยงกัน โดยพาดหวั มกั จะเป็นการเร้าอารมณ์
ตงึ ตูดให้คนเข้ามาอา่ น เน่ืองจากปัจจบุ ัน ผอู้ ่านมักจะมีช่วงความสนใจทสี่ ั้นลงจึงทำให้
สำนักข่าวออนไลน์ เน้นพาดหัวขา่ วใหห้ วือหวา หรือใช้รูปที่ไม่ใด้เกี่ยวขอ้ งโดยตรงกับ
ข่าวเพื่อดึงความสนใจให้คนกดเขา้ มาอา่ น

3. เนื้อหาชีน้ ำ (Misleading) เป็นขา่ วที่มเี น้ือหาขอ้ เท็จจริงแต่จงใจบิดเบอื นเรอื่ งราวหรือ
ใส่ร้ายผู้อื่นให้เข้าใจผิดโดยการชี้นำไปในทางใดทางหนึ่ง เป็นการเขยี นช่าวโตยใชอ้ คติ
ของผูเ้ ขียน เช่น ขา่ วรัฐบาลปลดลอ็ กกัญชาเสรที ี่นักข่าวเจตนาช้ีนำให้คนอา่ นเข้าใจผิด
ว่ารัฐบาลจะทำให้การเสพกัญชาถูกกฎหมายทั้งท่ีในความจริงเป็นการเปิดโอกาสให้
สามารถนำกญั ซาไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์

4. เนอ้ื หาท่ีผิดบริมท (False Context) เป็นข่าวท่ีมีเนื้อหาข้อมูลจรงิ แต่นำบริบทอ่ืนที่ไม่
เก่ียวกบั เนือ้ หานน้ั มาเชื่อมโยงทำให้คนตคี วามผิด เช่น เน้ือหาของขา่ วเปน็ เรอ่ื งจริงแต่
นำภาพประกอบจากแหล่งอ่ืนมาประกอบ เช่น ข่าวกู้ภัยจับงูเหลือมเข้าบ้าน เน้ือช่าว
เป็นเรื่องจริง แต่นำภาพประกอบงูอนาคอนดาจากภาพยนตรม์ าประกอบ ซึ่งทำให้คน
เขา้ ใจผิดว่างเู หลอื มท่ถี กู จับนนั้ ตวั ใหญ่มาก

5. เนื้อหาแอบอ้าง (Impostor) คอื ข่าวที่มีการแอบอ้างบคุ คล แหล่งขอ้ มูลหรอื แหล่งขา่ ว
ท่ีไม่จริง หรืออ้างตัวเป็นแหล่งข่าวท่ีน่าเชื่อถือ ข่าวปลอมประเภทนี้มักเป็นข่าว
ออนไลน์ท่ีสร้างรูปแบบให้เหมือนสำนักข่าวจริง ๆ หรือแอบอ้างชื่อสำนักข่าวท่ีมี

ชื่อเสียง ซึ่งทำความสับสนให้ผู้อ่านอยา่ งมาก เชน่ แอบอ้างเป็นสำนักข่าว (NN โดยใช้
รปู แบบและชอื่ โดเมนทใี่ กล้เคียงกับของเว็บไซตข์ อง CNN
6. เน้ือหาหลอกลวง (Manipulated) คือข่าวตัดต่อ หรือข่าวท่ีมีเนื้อหาข้อมูลหรือภาพ
ข่าวจริง ๆ แต่ถูกตัดแปลงด้วยการปลอมหรือตัดต่อ เพื่อสร้างเร่ืองหลอกลวง เช่น
ภาพซอง อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ George W. Bush อ่านนิทานกับเด็กในโรงเรียน
แห่งหน่ึง แต่เขากลับถือหนังสือกลับหัว แต่ความจริงแล้วมันเป็นภาพตัดต่อท่ีสร้าง
ขึ้นมา และในภาพจรงิ นัน้ เขาถือหนังสอื ถกู ตอ้ ง
7. เนื้อหากุข้ึนมา (Fabricated ) คือข่าวที่กุเรื่องข้ึนมาทั้งหมด เป็นข้อมูลเท็จ 100% มี
เจตนาท่ีจะหลอกลวงหรือใส่ร้ายข่าวถูกสร้างข้ึนมาโดยผู้ไม่หวังดี โดยอาจจะทำเอง
หรือจ่ายเงินจ้างให้ผู้อื่นทำเพื่อหวังผลให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง เช่น การ
นำเสนอข่าวว่า ผู้มีชอื่ เสียงบางคนได้เสยี ชีวิตแลว้ ทั้งท่ีเจ้าตัวยังมีชีวิตอยู่ ส่วนใหญ่ข่าว
กุมักมีเนื้อหาเกี่ยวกับการเมือง เช่น ข่าวรัฐมนตรีดื่มกาแฟแก้วละหมื่นสองพันบาท
ข่าวประเภทนมี้ รี ะดับความรนุ แรงมากที่สุด

บนั ทึกผลหลังสอน
ผลการสอน

1. พบกล่มุ นกั ศึกษา
- ระดับ............................................... จำนวน...............คน ผ้ขู าดการพบกล่มุ ..............คน
เหตุผลที่ขาดพบกลมุ่ ..............................................................................................................

ครผู สู้ อนไดแ้ ก้ไขอยา่ งไร........................................................................................................
ผลเปน็ อย่างไร........................................................................................................................
2. ขน้ั ตอนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (แยกตามระดับกลมุ่ ผู้เรียน)
- ระดบั ................................................วชิ าท่สี อน ...............................................................
เนือ้ หา/เรื่อง.........................................................................................................................
2.1 ชัน้ นำเขา้ สูบ่ ทเรียน............................................................................................................

...........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............
2.2 เทคนคิ /วิธีการจดั กิจกรรมการเรียนร.ู้ ................................................................................
............................................................................................................................. ..............

...........................................................................................................................................
2.3 สื่อประกอบการเรยี นร/ู้ แหลง่ เรียนร.ู้ ..................................................................................
2.4 วธิ กี ารประเมินผลการเรยี นรู้...............................................................................................

................................................................................................................................. ..........
...........................................................................................................................................
2.5 ผลการเรียนของผ้เู รียน.......................................................................................................
...........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............
2.6 ปัญหาที่พบจากการจดั การเรยี นการสอน...........................................................................
............................................................................................................................. ..............

...........................................................................................................................................
2.7 ครไู ด้ทำการแกไ้ ขปัญหาเบ้ืองตน้ อย่างไร ผลเปน็ อย่างไร....................................................

................................................................................................................................... .......
............................................................................................................................. ..............
2.8 ข้อเสนอแนะ/ข้อคดิ เห็นของครูตอ่ การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้/กลุม่ ผเู้ รยี น.........................
...........................................................................................................................................
...........................................................................................................................................

ลงชอ่ื .....................................................ผสู้ อน
(..................................................)

ฝา่ ยวิชาการ/ผู้นิเทศ/ผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย บันทึกผูบ้ รหิ าร

................................................................................................................................................... ...................................................

............................................................................................................................. ........................................................................

......................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................... ...................................................................................

............................................................................................................................. .........................................................................

............................................................................................................................. .........................................................................

.

ลงชอื่ ................................................................ผู้นิเทศ ลงช่ือ........................................ผบู้ รหิ าร

(................................................................) (..................................................)

แผนการจดั การเรียนรู้
กศน.ตำบล......................................กศน.อำเภอแมใ่ จ วธิ เี รียน (พบกล่มุ )
สาระ การพฒั นาสังคม รายวชิ า สค0200036 รู้ทนั ขา่ วและข่าวปลอม
ระดบั Ο ประถมศึกษา Ο มัธยมศึกษาตอนต้น Ο มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย
เรือ่ ง บทลงโทษการนำเข้าข้อมลู อนั เปน็ เทจ็ ในโลกสงั คมออนไลน์ จำนวน 6 ช่ัวโมง
ครั้งท.ี่ ...วนั ท.ี่ .....เดอื น............พ.ศ.......ภาคเรยี นที่....../......

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานที่ 5.4 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสำคัญของหลักการพัฒนา และสามารถพัฒนาตนเอง
ครอบครัว ชมุ ชน/สงั คม

ผลการเรยี นรู้ท่ีคาดหวัง
1. อธิบายบทลงโทษ ท่ีเกิดขนึ้ จากการนาเขา้ ข้อมูลอันเปน็ เทจ็ ในสงั คมออนไลนใ์ นแตล่ ะกรณไี ด้
2. วิเคราะห์กรณศี ึกษา : การรเู้ ท่าทันขา่ วปลอม (Fake News) ได้
3. เข้าใจการรับมอื กบั ข่าวปลอม (Fake News) ท่เี กดิ ขนึ้ และตระหนกั ถงึ ปญั หาทเี่ กดิ ขึน้ ในสังคม
จากข่าวปลอม (Fake News) ทเี่ กิดข้ึน ในปจั จุบัน

สาระการเรียนรเู้ รอื่ ง
เรือ่ งท่ี 3 บทลงโทษการนำเขา้ ข้อมลู อนั เปน็ เทจ็ ในโลกสังคมออนไลน์

1. บทลงโทษการนำเข้าข้อมูล อนั เป็นเท็จในโลกสังคมออนไลน์
1.1 การนำเขา้ ข้อมูลบิดเบอื นหลอกลวง
1.2 การนำเข้าข้อมูลอันเปน็ ความผิดเก่ียวกับความมน่ั คงหรอื การกอ่ การร้าย
1.3 การนำเข้าภาพตัดต่อ
1.4 การให้ความรว่ มมอื ยินยอม รเู้ หน็ เป็นใจในการนำเข้าข้อมลู อันเปน็ เทจ็
1.5 การทำลายข้อมลู เทจ็

2. กรณีศึกษา : การรเู้ ทา่ ทนั ข่าวปลอม (Fake News)
จุดประสงค์การเรียนรู้

1. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นรู้บทลงโทษ ทเี่ กดิ ขึน้ จากการนาเข้าขอ้ มลู อันเปน็ เทจ็ ในสังคมออนไลนใ์ นแตล่ ะ
กรณีได้

2. เพ่ือให้ผูเ้ รยี นเขา้ ใจการรับมือกบั ขา่ วปลอม (Fake News) ทีเ่ กดิ ขึ้นและตระหนกั ถงึ ปัญหาที่
เกิดขนึ้ ในสังคม จากขา่ วปลอม (Fake News) ทีเ่ กิดขึน้ ในปัจจบุ นั

สอ่ื /วัสดุอุปกรณก์ ารเรียนการสอน
- หนงั สอื เรยี น
- ใบความรู้
- คอมพวิ เตอร์
- ส่อื อเิ ลค็ ทรอนกิ ส์
- ห้องสมดุ ประชาชน

แหลง่ เรยี นรู้
1.อินเตอร์เนต็
2.ห้องสมุดประชาชน

การจดั การเรียนรู้
1.การพบกลุม่

ขนั้ ท่ี 1 กำหนดสภาพปญั หาการเรียนรู้

- ครทู บทวนเนอื้ หาจากสัปดาห์ทีผ่ ่านมา

- ครอู ธบิ ายจุดประสงค์การเรยี นในเรือ่ งบทลงโทษการนำเขา้ ข้อมูล อันเป็นเท็จในโลกสงั คมออนไลน์

ข้ันท่ี 2 แสวงหาขอ้ มูลและจดั การเรียนรู้

- ให้ผ้เู รยี นสบื ค้นขอ้ มูลเรอ่ื งบทลงโทษการนำเข้าข้อมลู อนั เป็นเท็จในโลกสังคมออนไลน์จากส่อื

อนิ เทอรเ์ น็ต

- ครูมอบหมายงานให้ผู้เรยี นจัดทำรายงานวิเคราะห์ยกตวั อย่างกรณศี กึ ษา เร่อื งการรเู้ ทา่ ทันขา่ วปลอม

(Fake New) ท่เี กดิ ขน้ึ และตระหนกั ถงึ ปัญหาทีเ่ กิดข้ึนในสังคม

ข้นั ที่ 3 การปฏิบตั ิและการนำไปใช้

- สรปุ ผลการศกึ ษาคน้ ควา้ และจัดทำเป็นรายงานสง่ ตามกำหนดเวลา

ข้ันที่ 4 การประเมนิ ผลการเรยี นรู้

- ใบงาน

- การสังเกต/ซักถาม

เกณฑก์ ารวัดผลประเมินผลการเรียนรู้

สิ่งทตี่ อ้ งการวัด วธิ ีวดั ผลและประเมนิ ผล เกณฑ์การตัดสนิ
วิธกี าร เครือ่ งมือ

1. อธิบายบทลงโทษ ที่ 1.ครูทบทวนเนื้อหาจากสัปดาหท์ ่ี 1. ใบงาน/ คะแนนระหวา่ งภาคเรียน

เกิดขึ้นจากการนาเขา้ ขอ้ มูลอนั ผ่านมา แบบฝึกหัด 1. ใบงาน 20 คะแนน

เปน็ เทจ็ ในสังคมออนไลน์ในแต่ละ 2.ครอู ธิบายจุดประสงคก์ ารเรียน 2. แบบบันทกึ การ 2. บันทกึ การเรียนรู้ 20

กรณไี ด้ ในเรือ่ งบทลงโทษการนำเข้า เรียนรู้ คะแนน

2. วเิ คราะห์กรณีศึกษา : ขอ้ มูล อนั เป็นเท็จในโลกสังคม 3. คะแนนทดสอบ 3. แบบทดสอบย่อย 20

การรเู้ ทา่ ทนั ขา่ วปลอม (Fake ออนไลน์ ยอ่ ย คะแนน

News) ได้ 3.ให้ผ้เู รียนสืบค้นขอ้ มลู เรื่อง 4. อน่ื ๆ คะแนนสอบปลายภาค

3. เข้าใจการรับมอื กับ บทลงโทษการนำเข้าข้อมลู อัน เรยี น

ขา่ วปลอม (Fake News) ที่ เปน็ เทจ็ ในโลกสังคมออนไลนจ์ าก 40 คะแนน

เกดิ ขึน้ และตระหนักถึงปัญหาท่ี สอ่ื อินเทอร์เน็ต

เกดิ ขน้ึ ในสังคม 4.ครมู อบหมายงานให้ผ้เู รยี น

จากข่าวปลอม (Fake จัดทำรายงานวิเคราะหย์ กตัวอย่าง

News) ที่เกิดขึน้ ในปัจจุบนั กรณีศึกษา เรอ่ื งการรู้เทา่ ทนั ขา่ ว

ปลอม (Fake New) ท่ีเกดิ ขนึ้

และตระหนักถึงปญั หาท่ีเกดิ ขนึ้

ในสังคม

5.สรปุ ผลการศึกษาคน้ ควา้ และ

มอบหมายรายงานใหผ้ ูเ้ รยี น

ศึกษาและจัดทำตอ่

อ่นื ๆ (เพมิ่ เตมิ )
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ / ความเหน็ ของผู้บรหิ าร
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................
(นางสิริญญา เรืองขจรเมธี)
ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอแม่ใจ

บันทึกผลหลังสอน
ผลการสอน

1. พบกลุ่มนักศกึ ษา
- ระดับ............................................... จำนวน...............คน ผขู้ าดการพบกลุ่ม..............คน
เหตุผลท่ีขาดพบกล่มุ ..............................................................................................................

ครูผสู้ อนได้แก้ไขอยา่ งไร........................................................................................................
ผลเป็นอย่างไร........................................................................................................................
2. ข้นั ตอนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ (แยกตามระดบั กลุ่มผ้เู รยี น)
- ระดบั ................................................วชิ าที่สอน ...............................................................
เนอ้ื หา/เรื่อง.........................................................................................................................
2.1 ชัน้ นำเข้าสู่บทเรยี น............................................................................................................

............................................................................................................................. ..............
................................................................................................................................... ........
2.2 เทคนิค/วิธกี ารจดั กจิ กรรมการเรียนรู.้ ................................................................................
............................................................................................................................. ..............

............................................................................................................................. ..............
2.3 สือ่ ประกอบการเรยี นร/ู้ แหลง่ เรยี นรู้...................................................................................
2.4 วธิ ีการประเมินผลการเรยี นร.ู้ ..............................................................................................

................................................................................................................................. ..........
...........................................................................................................................................
2.5 ผลการเรยี นของผเู้ รยี น.......................................................................................................
...........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ..............
2.6 ปัญหาที่พบจากการจดั การเรียนการสอน...........................................................................
............................................................................................................................. ..............

...........................................................................................................................................
2.7 ครไู ด้ทำการแก้ไขปัญหาเบอื้ งต้นอย่างไร ผลเปน็ อยา่ งไร....................................................

................................................................................................................................... .......
............................................................................................................................. ..............
2.8 ขอ้ เสนอแนะ/ขอ้ คดิ เห็นของครตู อ่ การจดั กิจกรรมการเรยี นรู/้ กลมุ่ ผเู้ รยี น.........................
........................................................................................................................... ................
................................................................................................................................ ...........

ลงชอ่ื .....................................................ผสู้ อน
(..................................................)

ฝา่ ยวชิ าการ/ผ้นู ิเทศ/ผ้ทู ี่ได้รบั มอบหมาย บันทึกผู้บรหิ าร

......................................................................................................................................................................................................

............................................................................................................................. ........................................................................

......................................................................................................................................................................................................

................................................................................................................... ...................................................................................

............................................................................................................................. .........................................................................

............................................................................................................................. .........................................................................

.

ลงชื่อ................................................................ผูน้ ิเทศ ลงช่อื ........................................ผบู้ รหิ าร

(................................................................) (..................................................)

แผนการจัดการเรียนรู้
กศน.ตำบล......................................กศน.อำเภอแม่ใจ วธิ ีเรียน (กรต)
สาระ การพฒั นาสังคม รายวิชา สค0200036 รทู้ ันขา่ วและขา่ วปลอม
ระดับ Ο ประถมศึกษา Ο มธั ยมศึกษาตอนตน้ Ο มัธยมศึกษาตอนปลาย
เรอ่ื ง บทลงโทษการนำเข้าข้อมลู อันเปน็ เทจ็ ในโลกสังคมออนไลน์ จำนวน 24 ชั่วโมง
ครง้ั ท.ี่ ...วนั ท่.ี .....เดอื น............พ.ศ.......ภาคเรียนท่ี....../......

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐานท่ี 5.4 มีความรู้ ความเข้าใจ เห็นความสำคัญของหลักการพัฒนา และสามารถพัฒนาตนเอง
ครอบครัว ชมุ ชน/สังคม

ผลการเรยี นรู้ท่คี าดหวัง
1. อธิบายบทลงโทษ ทีเ่ กิดขนึ้ จากการนาเข้าข้อมูลอันเปน็ เทจ็ ในสังคมออนไลนใ์ นแตล่ ะกรณไี ด้
2. วิเคราะห์กรณศี ึกษา : การรูเ้ ทา่ ทนั ขา่ วปลอม (Fake News) ได้
3. เขา้ ใจการรบั มอื กับ ข่าวปลอม (Fake News) ทเี่ กิดขึ้นและตระหนกั ถงึ ปัญหาท่เี กดิ ข้ึนในสังคม
จากข่าวปลอม (Fake News) ที่เกิดข้ึน ในปจั จุบนั

สาระการเรียนรเู้ รือ่ ง
เรอ่ื งที่ 3 บทลงโทษการนำเข้าขอ้ มลู อนั เปน็ เท็จในโลกสังคมออนไลน์

1. บทลงโทษการนำเข้าข้อมูล อันเป็นเทจ็ ในโลกสังคมออนไลน์
1.1 การนำเขา้ ข้อมลู บิดเบือนหลอกลวง
1.2 การนำเข้าข้อมูลอนั เปน็ ความผิดเกย่ี วกบั ความม่ันคงหรอื การกอ่ การร้าย
1.3 การนำเขา้ ภาพตัดต่อ
1.4 การให้ความร่วมมอื ยินยอม รเู้ หน็ เป็นใจในการนำเข้าขอ้ มูลอันเปน็ เท็จ
1.5 การทำลายข้อมลู เทจ็

2. กรณศี ึกษา : การรเู้ ทา่ ทนั ขา่ วปลอม (Fake News)

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. เพอ่ื ใหผ้ ูเ้ รียนรู้บทลงโทษ ทีเ่ กิดข้ึนจากการนาเข้าข้อมูลอนั เป็นเท็จในสงั คมออนไลนใ์ นแต่ละกรณี
ได้
2. เพอ่ื ให้ผู้เรยี นเข้าใจการรับมอื กบั ข่าวปลอม (Fake News) ท่ีเกิดขึน้ และตระหนักถึงปญั หาที่
เกิดข้นึ ในสงั คม จากขา่ วปลอม (Fake News) ทเ่ี กดิ ขึน้ ในปัจจุบัน

สอ่ื /วสั ดอุ ปุ กรณก์ ารเรยี นการสอน
- หนงั สือเรียน
- ใบความรู้
- คอมพิวเตอร์
- สือ่ อิเลค็ ทรอนกิ ส์
- ห้องสมุดประชาชน

แหล่งเรยี นรู้
1.อินเตอร์เนต็
2.หอ้ งสมดุ ประชาชน

การจดั การเรยี นรู้

1.การศึกษาเรยี นรู้ด้วยตนเอง

ศึกษา ค้นคว้าจากใบความรู้ เอกสารและส่ือทุกประเภทท่ีเก่ียวข้องจากแหล่งเรียนรู้ วิเคราะห์

อภิปรายแลกเปล่ียนเรียนรู้ สาธิต ฝึกปฏิบัติ สรุป บันทึกการเรียนรู้ ใบงาน / แบบฝึกหัด รายงาน

ทดสอบย่อย ตรวจสอบ ประเมนิ ตนเอง จัดทำชิ้นงาน/ผลงาน วางแผนจดั ทำโครงการจัดนทิ รรศการ ศึกษาดู

งาน ฯลฯ

เกณฑ์การวัดผลประเมินผลการเรียนรู้

สิง่ ทต่ี อ้ งการวัด วธิ ีวดั ผลและประเมินผล เกณฑก์ ารตัดสนิ
วธิ กี าร เครือ่ งมือ

1. อธบิ ายบทลงโทษ ท่ี ครชู ้ีแจงกรอบรายละเอยี ด 1. ใบงาน/ คะแนนระหว่างภาคเรียน

เกิดขึ้นจากการนาเข้าขอ้ มูลอนั รายวชิ า รทู้ ันขา่ วและขา่ วปลอม แบบฝึกหดั 1. ใบงาน 20 คะแนน

เปน็ เทจ็ ในสงั คมออนไลนใ์ นแตล่ ะ พรอ้ มท้ังแจกใบงาน สือ่ ให้ 2. แบบบนั ทึกการ 2. บันทกึ การเรียนรู้ 20

กรณไี ด้ ผ้เู รียนศกึ ษาค้นควา้ เรียนรู้ คะแนน

2. วิเคราะห์กรณีศึกษา : 1. ครสู นมนากบั ผ้เู รียนถึงวิธี 3. คะแนนทดสอบ 3. แบบทดสอบย่อย 20

การรูเ้ ท่าทันข่าวปลอม (Fake การศกึ ษาด้วยตนเอง ยอ่ ย คะแนน

News) ได้ 2. ครูบอกแหล่งเรียนรูท้ ใ่ี ช้ใน 4. อนื่ ๆ คะแนนสอบปลายภาค

3. เข้าใจการรับมือกบั การศึกษาหาขอ้ มูล เรยี น

ข่าวปลอม (Fake News) ท่ี 3. ครูมอบหมายงานให้ผู้เรยี นไป 40 คะแนน

เกิดขึ้นและตระหนกั ถึงปญั หาที่ ทำการศึกษาคน้ ควา้ ด้วยตนเอง

เกิดขึ้นในสงั คม 4.ครตู ิดตามใหค้ ำปรึกษา แนะนำ

จากข่าวปลอม (Fake ทบทวนหลกั ฐานการเรียนร้ทู ีต่ ้อง

News) ท่ีเกดิ ขนึ้ ในปัจจุบนั ส่ง

5. นัดหมายส่งงานท่ีมอบหมาย

6. ครใู หข้ อ้ เสนอแนะเพิ่มเติม

อน่ื ๆ (เพิ่มเตมิ )
.............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
ข้อเสนอแนะ / ความเหน็ ของผ้บู รหิ าร
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่ือ..................................................
(นางสริ ิญญา เรืองขจรเมธ)ี
ผูอ้ ำนวยการ กศน.อำเภอแม่ใจ

ใบความรู้ท่ี 3
รายวชิ า รทู้ ันข่าวและข่าวปลอม (Fake News) สค0200036

บทลงโทษการนำเข้าข้อมูลอนั เปน็ เท็จในโลกสังคมออนไลน์

บทลงโทษการนำเข้าข้อมูลอนั เปน็ เท็จในโลกสังคมออนไลน์
3.1 การนำเขา้ ขอ้ มูลบิดเบือนหลอกลวง

ความหมายของคำว่า "ข้อมูลคอมพวิ เตอรอ์ ันเป็นเท็จหรือข้อมูลบิดเบือนหลอกลวง" โดยแท้จริงแล้ว
หมายถึง "ข้อมูลคอมพิวเตอร์ท่ีถูกปลอมแปลงข้ึนมา" เช่นเดียวกับการปลอมแปลงเอกสาร กล่าวคือ การ
พิจารณาว่าข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ ให้พิจารณาในฐานะ "วัตถุ" ว่ามันถูก
ปลอมแปลงข้ึนหรือไม่ เช่นการปลอมแปลงหน้าเว็บไซต์เพื่อหลอกลวงเอาข้อมูลส่วนบุคคล เป็นต้น แต่เม่ือ
กฎหมายเลือกใช้คำว่าข้อมลู อนั เป็นเทจ็ แทนคำว่า "ขอ้ มลู คอมพิวเตอรท์ ถ่ี ูกทำปลอมขึ้น" จึงทำใหก้ ฎหมายถูก
นำมาใช้จับผิดการแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ว่าเป็นเรื่องเท็จหรือเป็นเร่ืองจริง ท้ังน้ีหากย้อนดู
ข้อเสนอของภาคประชาชนในนามกลุ่ม 'เครือข่ายพลเมืองเน็ต' จะพบว่า ท่ผี ่านมา ประชาชนเคยเสนอใหแ้ ก้ไข
มาตรา 14 โดยมุ่งหมายให้ใช้เฉพาะความผิดในเชิงระบบ เพ่ือป้องกันการใช้เพื่อดำเนินคดีปิดกั้นการแสดง
ความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ โดยมีข้อเสนอใหแ้ ก้ไของคป์ ระกอบความผดิ ใหม่ให้มีลักษณะเฉพาะเจาะจงมาก
ข้ึน โดยให้ยกเลิกมาตรา 14 ของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ปี 2560 ท้ังมาตรา และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้
แทน "ผู้ใดโดยทุจริต หลอกลวงผู้อ่ืนด้วยการนำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เผยแพร่ หรือส่งต่อ
ข้อมูลคอมพวิ เตอร์ โดยรู้อยแู่ ล้ววา่ เปน็ ข้อมลู คอมพิวเตอร์ทีท่ ำปลอมขึ้นท้ังหมดหรอื แต่สว่ นหน่งึ ส่วนใด ถ้าได้
กระทำไปเพ่ือให้ผู้หน่ึงผู้ใดหลงเชื่อว่าเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์ท่ีแท้จริง เพื่อให้ได้ไปซ่ึงทรัพย์สินจากผู้ถูก
หลอกลวงหรือบคุ คลทีส่ าม หรือเพือ่ ให้ผถู้ กู หลอกลวงหรือบคุ คลที่สาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ ผนู้ ั้น
กระทำความผดิ ฐานปลอมข้อมูลคอมพิวเตอร์ ตอ้ งระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี หรือปรับไม่เกินหนงึ่ แสนบาท
หรือทั้งจำทงั้ ปรับ"

จากบทบัญญัติข้างต้น มีการยกเลิกข้อความที่เป็นปัญหาท่ีเปิดช่องให้ตีความได้กว้างขวาง อย่าง
"ข้อมลู คอมพิวเตอรอ์ ันเป็นเทจ็ " และให้ใช้คำว่า "ข้อมูลคอมพิวเตอร์ท่ีทำปลอมขึ้น" เพอ่ื ให้ตรงกบั ความหมาย
คำว่าของ "forgery" หรือ "การปลอม" ในอนุสญั ญาวา่ ดว้ ยอาชญากรรมบนอนิ เตอร์เน็ต

3.2 การนำเขา้ ข้อมลู อันเปน็ ความผิดเก่ยี วกบั ความมน่ั คงหรือการกอ่ การร้าย
นอกจากนี้ ยังมีการเพ่ิมข้อความว่า "เพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินจากผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลที่สาม"

และ " เพ่ือให้ผู้ถูกหลอกลวงหรือบุคคลท่ีสาม ทำ ถอน หรือทำลายเอกสารสิทธิ" เข้าไปเป็นองค์ประกอบ
ความผิด แทนข้อความว่า "น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน" หรอื "น่าจะเกิดความเสียหายต่อ
ความมั่นคงของประเทศ" ทำให้การกระทำความผิดตามมาตรา 14 ของพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ จำกัดอยู่ที่การ
ปลอมแปลงข้อมลู เพ่อื ใหไ้ ด้ทรพั ย์สนิ หรอื สทิ ธขิ องบุคคลอน่ื ไมเ่ ก่ยี วกบั การแสดงความคิดเหน็ บนโลกออนไลน์
อย่างไรก็ดี ต่อให้มีการแก้ไขมาตรา 14 ให้เอาผิดเฉพาะการปลอมแปลงข้อมูล แต่ก็ไม่ใช่ว่า ผู้คนจะโพสต์
ข้อความที่เป็นการละเมิดต่อบุคคลอื่นอย่างไรก็ได้โดยไม่มีกฎหมายมาจำกัดกรอบ ผู้เสียหายยังคงสามารถ
ดำเนินคดกี ับผกู้ ระทำความผิดได้ โดยอาศัยกฎหมายอาญาฐานหม่ินประมาทโดยการโฆษณาตามมาตรา 328
หรือฟ้องรอ้ งเอาผิดทางแพ่งเพ่ือเรียกร้องค่าเสียหายได้ ซ่ึงการแสดงความคิดเห็นภายใต้กฎหมายอาญาและ
กฎหมายแพ่งจะไดร้ ับการคุ้มครองถ้าเป็นการแสดงความคิดเหน็ ในลกั ษณะติชมด้วยความสุจริต เป็นความจริง
และเป็นการวิพากษว์ ิจารณท์ ี่เปน็ ประโยชนส์ าธารณะ

ในความผดิ มาตรา 14 จะระบโุ ทษการนำข้อมูลท่ีเปดิ พ.ร.บ.เขา้ สู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซ่ึงแบง่ ออกเป็น
5 ข้อความผิดดว้ ยกันคือ

1. โพสต์ข้อมูลปลอม ทุจริต หลอกลวง (อย่างเช่น ข่าวปลอม โฆษณาธุรกิจลูกโซ่ที่หลอกลวงเอาเงินลูกค้า
และไม่มกี ารส่งมอบของใหจ้ รงิ ๆ เป็นตน้ )

2. โพสต์ขอ้ มูลความผดิ เกยี่ วกับความมงั่ คงปลอดภยั
3. โพสต์ข้อมูลความผิดเก่ียวกับความม่ันคง ก่อการรา้ ย

4. โพสตข์ ้อมลู ลามก ทป่ี ระชาชนเข้าถงึ ได้
5. เผยแพร่ ส่งตอ่ ขอ้ มูล ทร่ี ู้แล้วว่าผิด (เชน่ กด Share ข้อมูลท่ีมีเน้ือหาเข้าข่ายความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ก็
มีความผิด)

ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพวิ เตอร์
พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 ระบุว่า ผู้ใดกระทํา

ความผิดทร่ี ะบุไวด้ ังตอ่ ไปน้ี ตอ้ งระวางโทษจาํ คุกไมเ่ กินห้าปี หรือปรบั ไมเ่ กนิ หนึ่งแสนบาท หรอื ท้งั จาํ ทง้ั ปรับ
1. โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ท่ีบิดเบือนหรือ

ปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรอื ข้อมลู คอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการทน่ี ่าจะเกดิ ความเสียหายแก่

ประชาชน อันมิใชก่ ารกระทําความผิดฐานหมิน่ ประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้โพสตข์ ้อความที่จะมี
ความผิดตามมาตรา 14 (1) ต่อเมื่อสิ่งท่ีนำเสนอนั้นเป็น ‘ความเท็จ’ โดยมีเจตนา ‘ทุจริตหรือหลวงลวง’ ซ่ึง

ขอ้ มลู นั้นอาจก่อใหเ้ กดิ ความเสียหายแก่ประชาชน
หมายความว่า ผู้โพสต์ข้อความจะต้องรู้อยู่แล้วว่าส่ิงที่ตัวเองโพสต์นั้นเป็นความเท็จ ไม่ใช่ความจริง

นอกจากนี้ คำว่า "โดยทุจริต" มีคำนิยามอยใู่ นมาตรา 2 ของประมวลกฎหมายอาญา หมายถึง "เพื่อแสวงหา

ประโยชนท์ ี่มคิ วรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรบั ตนเองหรือผู้อื่น" ดังนั้นหากข้อความท่ีโพสต์เป็นความจริง
ก็ไม่ถือว่ามีความผิด หรือต่อให้ข้อความดังกล่าวเป็นความเท็จ แต่ถ้าผู้โพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็น

ไม่ได้มีเจตนาทุจริตแต่แรก ก็ไม่เป็นความผิดตาม มาตรา 14(1) ได้เลย เนื่องจากขาดองค์ประกอบความผิด
เรื่องเจตนา อีกทั้ง กฎหมายยังตีกรอบไม่ให้ใชใ้ นลักษณะเดยี วกับความผิดฐานหมิ่นประมาทอกี ดว้ ย

2. นาํ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซง่ึ ข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเทจ็ โดยประการทน่ี ่าจะเกิดความเสียหาย

ต่อการรักษาความม่ันคงปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของ
ประเทศ หรอื โครงสร้างพื้นฐานอันเป็นประโยชน์สาธารณะของประเทศ หรือก่อให้เกิดความตืน่ ตระหนกแก่

ประชาชน ผู้โพสต์ข้อความที่จะมีความผิดตามมาตรา 14(2) น้ันจะต้องเป็นกรณีท่ีข้อความหรือข้อมูลนั้นเป็น
‘ความเท็จ’ และข้อมูลนั้นจะต้องก่อให้เกิดความเสียหายต่อการรักษาความม่ันคงปลอดภัย ทั้งในทาง
สาธารณะ เศรษฐกิจ หรือจะต้องก่อให้เกิดความต่ืนตระหนกแก่ประชาชน หากการแสดงความคิดเห็นหรือ

นำเสนอข้อมูลไม่ได้ก่อให้เกิดผลท่ีว่า แม้เป็นความเท็จก็ไม่อาจเป็นความผิดได้ เนื่องจากขาดองค์ประกอบ
ความผิด

สรุปคือการโพสต์หรอื แชร์ “ข้อมลู อันเป็นเทจ็ ” ท่ีจะทำให้บุคคลมีความผดิ ตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
ไมว่ ่าจะเปน็ มาตรา 14 (1)(2) นั้น คนท่ีโพสตจ์ ะตอ้ งมเี จตนา รู้อยู่แล้วว่าขอ้ มลู เหล่านนั้ เป็นเท็จ แตก่ ็ยังโพสต์
ไปเช่นนั้น ถ้าหากข้อมูลที่โพสต์ไปน้ันเป็นความจริง เช่น คลิปวีดีโอท่ีถ่ายจากเหตุการณ์จริง หรือเป็นความ

คดิ เห็น เช่น การติชมรัฐบาล การวิพากษ์วิจารณ์โดยสุจริต ก็ไม่เข้าองค์ประกอบ "ข้อมูลอันเป็นเท็จ" และไม่
อาจเอาผดิ ตามมาตรา 14 (1) (2) ได้

3. นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความม่ันคงแห่ง
ราชอาณาจกั รหรือความผิดเก่ียวกับการก่อการร้ายตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้โพสต์ข้อความจะมคี วามผิด
ตามมาตรา 14(3) ต่อเม่ือข้อความดังกล่าวเปน็ ความผิดท่ีเกี่ยวกับความม่นั คงแห่งราชอาณาจักร มาตรา 107-

135 หรือเปน็ ความผิดท่เี กี่ยวกบั การกอ่ การรา้ ย มาตรา 135/1-135/4 ตามประมวลกฎหมายอาญา
4. นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซ่ึงข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ท่ีมีลักษณะอันลามกและขอ้ มูลคอมพิวเตอร์

นน้ั ประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ ผู้โพสต์ข้อความท่จี ะมีความผิดตามมาตรา 14(3) ต่อเม่ือข้อความดังกล่าวมี
เนอ้ื หาลามก อนาจาร และประชาชนทัว่ ไปสามารถเขา้ ถงึ เนื้อหาท่ีวา่ น้นั ได้


Click to View FlipBook Version