51 點,“坡尾”即陸地之盡頭。每年的正月十五,是水尾聖娘回娘家 的日子,屆時村民用轎子扛著聖娘從坡尾村開始巡遊,一路巡遊 至北港村,一路上村民殺雞宰羊放鞭炮恭迎水尾聖娘,場面極為 壯觀。由於雕刻聖娘像的那根木頭曾被用來搭建豬窩,所以水尾 聖娘厭惡豬肉,祭祀聖娘的時候絕不可使用豬肉。 水尾聖娘信仰在文昌市東郊鎮起源後,便迅速傳播至周邊地 區,而後更是傳播至東南亞各國。
52 เจ้ำแม่ทับทิม เจ้าแม่ทับทิม ค ื อส่ิงศกัดิส์ิทธิ์ทางทะเลของชาวไหหล าที่อาศัยอยู่ริมทะเลทาง ทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะไหหล า และชาวไหหล าที่อาศัยอยู่ในเอเซีย ตะวันออกเฉียงใต้ศรัทธาอย่างมาก ในความศรัทธาท่านไม่เหมือนแบโจ้ว แบโจ้วซึ่ง เป็นบุคคลที่เป็นมนุษย์ในประวัติศาสตร์ คือจากมนุษย์ในประวัติศาสตร์กลายเป็นสิ่ง ศกัดิสิ์ทธิ์แต่เจ้าแม่ทับทิมคือสิ่งศกัดิส์ิทธิ์ตามธรรมชาติของชาวไหหล าพื้นเมือง เจ้าแม่ทับทิมก็คือหนันเทียนฟูเหริน (南天夫人) กลายเป็นสิ่งศกัดิส์ทิธิ์ในการ เล่าลือในสังคมจีน และเกี่ยวพันกับชาวประมงอย่างแน่นแฟ้น มีความศกัดิส์ทิธิ์ ปกป้องอาชีพชาวประมงในการเดินเรือทางทะเล เช่นเดียวกับเจ้าแม่มาจู่ (媽 祖) ที่ ป้องกันการเดินทางทางทะเล แต่ท่านทั้งสองไม่ใช่ส่ิงศกัดิสิ์ทธิ์องค์เดียวกัน ถ้ามองถึง ระดับหนึ่ง เจ้าแม่ทับทิมยิ่งเหมือนอยู่ร่างเดียวกันที่ผสมผสานป็นหนึ่งเดียวจากร่าง ของหนันเทียนฟูเหริน (南天夫人) กับเทียนโหวเซี้ยบ้อ เจ้าแม่แห่งสายน ้า (天后聖母 )และเจ้าแม่มาจู่ (媽祖)
53 อันที่จริงศาลเจ้าที่สักการะบูชาเจ้าแม่ทับทิม ไม่จ าเป็นที่ต้องตั้งนามว่าศาลเจ้า แม่ทับทิม อาจจะเรียกเป็นชื่ออื่นก็ได้ และบางศาลเจ้าสักการะบูชาเจ้าแม่ทับทิม และ สักการะบูชาส่ิงศกัดิส์ิทธิ์อื่นด้วยกันก็มีให้เห็น ยกตัวอย่างเช่นชาวไหหล าที่อยู่ในต่าง ประเทศ ก็น าเจ้าแม่ทับทิมกับเจ้าแม่มาจู่ จัดวางอยู่ในศาลเจ้าเดียวกันให้ชาวบ้าน สักการะบูชา ไม่ว่าศาลเจ้านี้จะขนานนามเป็นชื่อศาลอื่นอย่างไร แต่ในป้ายที่ตั้งให้ สักการะบูชาก็จะแกะสลักชื่อของเจ้าแม่ทับทิมไว้แน่นอน มีการเล่าลือกันว่าในปีพ.ศ.2048-2064 ของรัชสมัยหมิงช่วงปีเจิ้งเต๋อร์(明朝正 德年間) ท่าเรือชิงหลัน (清瀾港) ฝั่งทิศตะวันออก ปัจจุบันคืออ าเภอตงเจียวใน (今東 郊鎮) ชาวประมงในหมู่บ้านไป่ ก่าง (北港村) มีนามว่าพานหมิ่นหลี่ (潘敏理) ได้เจอ เรื่องมหัศจรรย์กล่าวคือ วันหนึ่งเขาไปจับปลาที่หว่าพูวาน (瓦鋪灣) เมื่อหว่านแหลง ไปในน ้าจับปลาไม่ได้สักตัวเลยแต่กลับได้ท่อนไม้ติดในแหเท่านั้น เขาก็โยนท่อนไม้ทิ้ง ลงในทะเล แล้วก็หว่านแหลงไปใหม่ ในที่สุดก็ได้ท่อนไม้เดิมนี้ติดในแหอีก เขาจึงพูด กับท่อนไม้นี้ว่า “ท่อนไม้เอ๋ย หากเธอให้ฉันจับปลาได้ ฉันก็จะน าเธอไปแกะสลักเป็นสิ่ง ศกัดิส์ิทธิ์และสร้างศาลเจ้าขึ้นมาให้ชาวบ้านบูชากราบไหว้” พูดแล้วก็แปลกดี เมื่อ ทอดแหลงไปอีก ก็จับปลาได้อย่างมากมาย เขาดีใจมาก เมื่อเขาน าท่อนไม้นี้กลับถึง บ้าน ก็โยนท่อนไม้นี้ทิ้งไว้นอกบ้าน และลืมค าอธิฐานที่เคยรับปากไว้ ภรรยาของเขาน า เงินที่ขายปลาได้ส่วนหนึ่งไปซื้อลูกหมูมาสองตัว เมื่อก่อสร้างเล้าหมูอยู่เห็นว่ายังขาด ไม้หนึ่งท่อน นายพานหมิ่นหลี่ก็น าท่อนไม้ที่ได้มาจากทะเลน ามาท าเป็นคานที่กั้น ประตูทางเข้าของเล้าหมู ผ่านไปไม่นาน หมูทั้งสองตัวก็ตายโดยไม่รู้สาเหตุ และต่อมาเขาจับปลาไม่ได้อีก เลย มาวันหนึ่งนายพานหมิ่นหลี่ได้ฝันว่า เห็นเจ้าแม่ยืนอยู่ข้างเตียง และพูดกับเขาว่า “เธอรู้ไหมว่าฉันเป็นใคร? ฉันก็คือเจ้าแม่ที่อยู่บนฟ้า ฉันมีกายที่สะอาด แต่เธอบังอาจ น าฉันไปสร้างเป็นคานกั้นทางประตูทางเข้าของเล้าหมู เธอเคยกล่าวว่า หากฉัน สามารถช่วยให้เธอจับปลาได้ เธอก็จะน าฉันไปแกะสลักเป็นสิ่งศักดิสิท์ธิ์ให้ผู้คนบูชา
54 กราบไหว้ เธอเป็นคนลืมบุญคุณ เธอควรรับรู้ว่าที่หมูของเธอตายก็เป็นการลงโทษเธอ ที่ก่อไว้” เมื่อพานหมิ่นหลี่รับฟังแล้วก็ตื่นขึ้นมาทันที แล้วลงกราบบนพื้นว่า “ฉันผิด แล้ว แต่ตอนนี้ฉันจับปลาไม่ได้อีกเลย ปัจจุบันฉันอยากจะแกะสลักท่านให้ผู้คนมาบูชา กราบไหว้ก็ล าบากเหลือเกิน หากท่านมีปาฏิหาริย์จริง ก็ควรให้ฉันจับปลาได้อีกครั้ง ฉันก็จะท าตามค าที่ฉันเคยอธิฐานไว้” เจ้าแม่ทับทิมก็รับปากเขาว่า “พรุ่งนี้เธอไปจับ ปลาที่ทะเล ก็จะจับปลาได้แน่นอน” เมื่อกล่าวเสร็จ เจ้าแม่ก็ไม่ปรากฏให้เห็นแล้ว ตื่น ขึ้นมาก็ไม่เห็นเจ้าแม่อยู่ข้างเตียงอีก เช้าตรู่วันรุ่งขึ้นเขาก็ออกไปจับปลาในทะเล ใน ที่สุดเขาก็จับปลาได้มากมาย น าปลาไปขายทันทีเมื่อได้เงินมาแล้วก็นัดพบผู้คนใน หมู่บ้านปรึกษาหารือเรื่องสร้างศาลเจ้า และตกลงกันว่าจะสร้างศาลเจ้าอยู่ทางทิศ ตะวันตกของหมู่บ้านเพื่อจะให้ชาวบ้านบูชากราบไหว้ เมื่อศาลเจ้ายังไม่ได้ก่อสร้างก็ ตั้งกระถางธูปไว้ก่อน แต่ผ่านไปสามวันกระถางธูปก็เกิดหายไปโดยไม่รู้สาเหตุ ต่อมา พบว่ากระถางธูปไปตั้งวางอยู่ที่สถานที่ในป่ าสุ่ยหวุ่ย (水尾地方) ปัจจุบันก็คือ หมู่บ้านพอหวุ่ย (今坡尾村) ทุกคืนก็ได้กลิ่นหอมจากธูปที่โชยมา ต่อมาได้ให้ซินแสดูฮวงจุ๊ยมาตรวจดู ซินแสบอกว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่ดีมาก ดังนั้นจึงได้สร้างศาลเจ้าแม่ทับทิมที่นี่ และได้ว่าจ้างช่างไม้ให้มาแกะสลักท่อนไม้ที่ ทอดแหได้มาโดยแกะสลักตามรูปแบบในฝัน เนื่องจากเป็นสถานที่อยู่ในสุ่ยหวุ่ย (水 尾) ดังนั้น จึงตั้งชื่อว่า “ศาลเจ้าแม่ทับทิม (水尾聖娘廟)” ในปีนั้น วันที่ 15 เดือนสิบ เป็นวันดีงามที่ท าพิธีกราบไหว้เจ้าแม่ทับทิม ดังนั้นวันนี้จึงถือก าหนดเป็นการร าลึกวัน คล้ายวันเกิดเจ้าแม่ทับทิม ผู้คนในหมู่บ้านไป่ กั่ง (北 港 村) ล้วนเป็นชาวบ้านแซ่พาน (潘 氏) ตอนนั้น ชาวบ้านแซ่พานส่วนหนึ่งได้ย้ายไปตั้งถิ่นฐานในป่ าที่สุ่ยหวุ่ยเพื่อเฝ้าศาลเจ้า แล้วก็ ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นกลายเป็นหมู่บ้าน มีนามว่า หมู่บ้านพอหวุ่ย (坡尾村) ในหมู่บ้าน นี้ ชาวบ้านส่วนใหญ่จะเป็นคนแซ่พาน (潘) หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ริมฝั่งของทะเล ค าว่า สุ่ยหวุ่ย (水尾) ความหมายก็คือสุดทางของทะเล ค าว่าพอหวุ่ย (坡尾) ความหมายก็
55 คือสุดทางของแผ่นดิน ทุกๆปีของวันที่15 ของเดือนสิบก็คือวันที่เจ้ามาทับทิมกลับไปที่ บ้านแม่ ถึงวันนั้นชาวบ้านก็จะแห่เจ้าแม่ไปทั่วเมือง แห่จนถึงหมู่บ้านไป่ กั่ง (北港村) ระหว่างทางชาวบ้านก็จะน าอาหาร ไก่ แพะ และจุดประทัดต้อนรับเจ้าแม่ทับทิม เอิกเกริกมาก เนื่องจากท่อนไม้ที่แกะสลักเป็นเจ้าแม่ทับทิมนั้นเคยน ามาท าเป็นเล้าหมู เจ้าแม่ ทับทิมจะขยะแขยงเนื้อหมูมาก ดังนั้นเมื่อท าพิธีกราบไหว้เจ้าแม่ จึงห้ามน าเนื้อหมูมา กราบไหว้เป็นอันขาด ความศรัทธานับถือเจ้าแม่ทับทิมเริ่มต้นจากอ าเภอตงเจียว (東郊鎮) เมืองเหวิน ชาง(文昌市)และขยายไปยังปริมณฑลอย่างรวดเร็ว ต่อมาก็ได้เผยแพร่ไปยังประเทศ ต่างๆในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้
56 泰京三清水尾聖娘廟簡介 神廟是瓊僑社團的雛形,瓊僑最早創建的神廟,當數泰國首 都曼谷的三清水尾聖娘廟,建於清朝道光二十一年(1841 年),依據海南省文昌的廟宇格式建造,數百年來香火鼎盛。 距離始建於明正德年間(1505-1521 年)的第一所水尾聖娘 廟之中國海南省東郊水尾聖娘,三清水尾聖娘廟的創建已經是三 百多年後的事情了。 據瞭解,在中國境外的水尾聖娘信仰,乃是由海南省文昌籍 華僑所承傳出去。當時,下南洋謀生的文昌人,一般在海南省清 瀾港(東郊鎮)和鋪前港出發,而從清瀾港出發者,則先到東郊 水尾聖娘廟祈福,祈禱水尾聖娘保佑平安到達南洋。 三清水尾聖娘廟位於曼谷三清區湄南河濱,據韓老先生說, 當年南下的海南人就是在此上岸,群體聚居與工作,之後先賢從 海南島尋找工人及購買建築材料,一瓦一磚地建造了三清水尾聖 娘廟。 此廟在泰國的名聲很大,創建百餘年至今,歷經當地華僑多 次集資重建,並由泰國海南會館負責管理,此廟的匾額、題字、
57 楹聯或金柱上的聯語極多,估計至少有 30 個,而且許多內容與 佛家和道家結緣,顯示水尾聖娘承傳過程所展現的多元化性質。 香火鼎盛 高官藝人膜拜 “肇基南海,丕顯三清”八個字,充份說明此廟為水尾聖娘文 化發揚光大,彰顯崇高且神聖的地位。廟宇主祀水尾聖娘,廟廳 內設置唯一的神龕供奉水尾聖娘,左右兩個護法,其貌不似水尾 聖娘左右主要輔助將軍“雲靈將軍”及“誥慶大元帥”,反而與媽祖左 右護法“千里眼”和“順風耳”比較接近。 對於神龕同時供奉水尾聖娘和天后聖母,在先人的觀念裡, 水尾聖娘與天后聖母(媽祖)是“姐妹關係”,“姐姐”是水尾聖娘, 天后聖母則是“妹妹”。 至於貌似“千里眼”和“順風耳”的媽祖護法,韓老先生直言是水 尾聖娘的護衛。 泰國水尾聖娘廟同時供奉天后聖母與水尾聖娘,乃是很平常 的事,當地華僑尚可分辨媽祖和水尾聖娘的差距,但對泰國非華 僑而言,他們基本上是把這兩個“海神”混為一談。 過去信眾皆是以海南和潮州為主的泰國華裔,但近年來,最 多的反而是非華僑的泰國人。他們(泰國非華僑)以前不膜拜的, 但後來聽說本廟很靈驗,他們紛紛跑來膜拜了,就連泰國高官和 著名藝人都來拜呢!” 大眾同鄉對三清水尾聖娘的信仰崇敬,至為普遍,從廟中懸 掛的對聯,及琳瑯滿眼的彩牌,與香火之盛,就可見到同鄉對水 尾聖娘虔誠敬拜的程度,尤其是每年聖娘誕辰之期,同鄉演梨酬 答神恩,往往一連兼甸閱月。排八仙還願更達四、五百次數,八 仙封金總共十餘萬銖之钜。” 報導:張玳維
58 ศำลเจ้ำแม่ทับทิมสำมเสน ศำลเจ้ำแม่ทับทิมแห่งแรกในประเทศไทย ศาลเจ้าเป็นรูปแบบหนึ่งในการรวมกลุ่มของชุมชนทางสังคมของชาวไหหล าโพ้น ทะเล กล่าวได้ว่าศาลเจ้าแห่งแรกของชาวไหหล าคือศาลเจ้าแม่ทับทิมสามเสน เริ่ม สร้างเมื่อ พ.ศ.2384 รัชสมัยชิง ปีต้าวกวง 21 (清朝道光二十一年) สร้างในรูปแบบ ศาลเจ้าเมืองเหวินชาง มณฑลไหหล า ร้อยกว่าปีมานี้เจริญรุ่งเรืองตลอดกาล แต่ห่างจากการก่อสร้างศาลเจ้าแม่ทับทิมในเมืองตงเจียวของมณฑลไหหล า ในช่วงปีพ.ศ.2048-2064 รัชสมับหมิง ปีเจิ้งเต๋อ (明正德年間) ศาลเจ้าแม่ทับทิม สามเสนถือว่าก่อสร้างหลังกว่าสามร้อยปีแล้ว ตามค าบอกเล่าความศรัทธาเจ้าแม่ทับทิมในต่างแดนเริ่มจากชาวไหหล าโพ้น ทะเลของเมืองเหวินชางมณฑลไหหล าเผยแพร่ออกไป ในสมัยนั้นชาวเหวินชางที่เดิน ทางไปท ามาหากินไปแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้เริ่มเดินทางจากท่าเรือชิงหลัน (清 瀾港) อ าเภอตงเจียว (東郊鎮) และท่าเรือพู่เฉียน (鋪前港) และผู้ที่เดินทางจาก
59 ท่าเรือชิงหลัน มักจะไปกราบไหว้ขอพรจากเจ้าแม่ทับทิมตงเจียว ขอพรจากเจ้าแม่ ทับทิมให้พวกเขาเดินทางไปเอเซียตะวันออกเฉียงใต้อย่างปลอดภัย ศาลเจ้าแม่ทับทิมสามเสนตั้งอยู่ที่สามเสนเขตดุสิตริมแม่น ้าเจ้าพระยา สมัยนั้น ชาวไหหล าที่มาเมืองไทยก็ได้ขึ้นฝั่งที่นี่ พวกเขาได้อาศัยอยู่ด้วยกันและท ามาหากิน ด้วยกันที่นี่ ต่อมาก็ว่าจ้างชาวไหหล าที่เกาะไหหล าและซื้อวัสดุก่อสร้างน าเข้ามาด้วย อิฐกับกระเบื้องก็น าเข้ามาก่อสร้างเป็นศาลาศาลเจ้าแม่ทับทิมสามเสน ศาลเจ้านี้โด่งดังมากในประเทศไทยสร้างมาร้อยกว่าปีแล้ว และชาวจีนโพ้นทะเล ได้บริจาคเงินทองเพื่อน ามาบูรณะซ่อมแซมศาลเจ้าหลายครั้ง โดยมีสมาคมใหหน า แห่งประเทศไทยเป็นผู้ควบคุมดูแล บนผนังในศาลเจ้าจะพบเห็นป้ายต่างๆที่แขวนไว้ จ านวนไม่น้อยกว่า30ชิ้น มีอักษรหนังสือที่เขียนขึ้นมีเนื้อความเกี่ยวโยงกับค าสอนของ ศาสนาพุทธกับศาสนาเต๋า ภายในศาลเจ้าจะได้พบเห็นทั้งเจ้าแม่ทับทิมและเจ้าแม่มาจู่ จากค าบอกเล่าต่อๆ กันมาว่าเจ้าแม่ทับทิมกับเจ้าแม่มาจู่ เป็นพี่น้องกัน เจ้าแม่ทับทิมเป็นพี่สาว ส่วนเจ้าแม่ มาจู่เป็นน้องสาว จึงนิยมสักการะบูชากราบไหว้ทั้งเจ้าแม่ทับทิมกับเจ้าแม่มาจู่ไป พร้อมๆกัน ชาวจีนโพ้นทะเลสามารถแยกแยะความแตกต่างของเจ้าแม่ทับทิมกับเจ้า แม่มาจู่ได้แต่ผู้คนที่ไม่ใช่ชาวจีนโพ้นทะเลบางคนจะเข้าใจว่าทั้งเจ้าแม่สององค์เป็นสิ่ง ศักดสิทิ์ธิ์แห่งทะเลองค์เดียวกัน เมื่อก่อนคนที่มากราบไหว้ในศาลเจ้าแม่ทับทิม ส่วนใหญ่จะเป็นชาวจีนเชื้อสาย ชาวไหหล ากับเชื้อสายชาวแต้จิ๋ว แต่ช่วงหลายปีนี้ส่วนใหญ่จะเป็นชาวไทยพื้นเมือง มากกว่า ก่อนนั้นพวกเขาก็ไม่ได้มากราบไหว้ขอพร ต่อมาเมื่อได้รับค ากล่าวขานว่าเจ้า แม่ทับทิมมีความศักดิสิท์ธิ์มากจึงมากราบไหว้ขอพรกันมากมาย รวมทั้งข้าราชการ ผู้ใหญ่ที่มีต าแหน่งสูงๆและพวกศิลปินดาราที่มีชื่อเสียงก็มากราบไหว้ขอพรเช่นกัน เจ้าแม่ทับทิมเป็นเทพศกัดิส์ิทธิ์เป็นท่ีเคารพนับถือของชาวจีนเชื้อสายไหหล าและ ผู้คนทั่วไปจ านวนมาก เมื่อเข้ามาภายในศาลเจ้าจะได้พบเห็นจากค าอวยพรที่เขียน
60 เป็นตัวอักษรภาษาจีน เป็นคู่ ด้วยพู่กันจีน และค าให้พรต่างๆที่เขียนเป็นตัวอักษร ภาษาจีนด้วยพู่กันจีนเช่นกัน ถูกน ามาแขวนไว้บนก าแพงและแขวนไว้ที่เพดานจ านวน มาก และจะได้พบเห็นผู้คนเข้าไปจุดธูปบูชากราบไหว้จ านวนมาก ในช่วงเทศกาล คล้ายวันเกิดเจ้าแม่ทับทิม จะมีชาวไหหล าที่ศรัทธามาร่วมเป็นเจ้าภาพน างิ้วไหหล า มาแสดงในบริเวณศาลเจ้าให้ชมกันเป็นเวลาแรมเดือนติดต่อกัน นอกจากนี้จะเห็น ผู้คนเข้าแถวรอคอยกราบไหว้เทพเจ้าโป๊ ยเซียนตามที่ได้บนบานศาลกล่าวไว้
61 108 兄弟公 海南人出洋謀生的唯一交通工具是海上的帆船,海上風高浪 急,前途風雲莫測,然而,為生計所迫的窮人卻不得不鋌而走險。 順利抵達目的地的,不在少數,算是幸運之人。還有一些人,則 長眠于大海,永遠無法實現自己的夢想了。 “108 兄弟”就是這樣一群不幸者。 “108 兄弟”是 19 世紀一群海南籍海上商人,他們被貪婪的越 南海岸巡警殺害,並被拋入海中。108 兄弟被殺後變成了海神, 扶弱救危,顯聖海上,被封為“昭應英烈 108 忠魂”。後人建廟祭 祀稱“昭應廟”、“孤魂廟”或“兄弟公廟”。“108 兄弟公”遂成為海南島 土生土長的海神。 海南人在越南、馬來西亞、新加坡、泰國和印尼沿海地區, 即海南人迄今到達過的幾乎所有地方,都為“兄弟公“單獨建廟或 在其他寺廟中拜祭他們。
62 108 กงทเ ี่ป็ นพ ี น่้ องกัน เรือส าเภาเป็นพาหนะที่ชาวไหหล าใช้ในการออกเดินทางทางทะเลไปท ามาหา กิน ในท้องทะเลมีลมแรงมีคลื่นใหญ่ ผู้คนที่เดินทางออกทะเลไปท ามาหากินจึงมีวิถี ชีวิตที่ไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับภัยธรรมชาติคาดคะเนไม่ได้ว่าจะประสบอะไรกันบ้าง แต่ ส าหรับคนจนไม่มีทางเลือกในการท ามาหากิน จึงจ าเป็นที่ต้องใช้ชีวิตอยู่บนความ เสี่ยงกับภัยธรรมชาติและผู้คนก็มีไม่น้อยที่ท ามาหากินได้ราบรื่น จึงถือว่าเป็นคนโชค ดี แต่ก็มีบางคนก็ได้เสียชีวิตไปหลับยาวในทะเล ไม่มีโอกาสที่จะท าความฝันให้เป็น ความจริงได้อีก พนี่้อง 108 คน ก็คือพวกที่โชคไม่ดีเช่นนี้ พนี่้อง 108 คน เป็นพ่อค้าชาวไหหล าที่ท าการค้าในทะเลในศตวรรษที่19 พวก เขาโดนต ารวจน ้าชาวเวียดนามที่โลภมากฆ่าตายและโยนศพทิ้งลงไปในทะเล พนี่้อง 108 คน ที่โดนฆ่าตายก็กลายเป็นสิ่งศกัดิส์ิทธิ์ในทะเล ช่วยเหลือผู้คนที่ อ่อนแอที่ตกทุกข์ได้ยากและเผชิญอยู่กับความอันตรายในท้องทะเล จากค าบอกเล่า ได้เกิดปาฏิหาริย์ช่วยเหลือผู้คนให้รอดพ้นอันตรายให้เห็นบ่อยครั้งในท้องทะเล ชาวบ้านจึงยกให้เป็น “108 วีระบุรุษที่ศกัดิส์ิทธิ์และวิญญาณที่ซื่อสัตย์” คนรุ่นหลังได้ สร้างศาลเจ้าขึ้นมากราบไหว้และตั้งนามว่า “ศาลเจ้าเจาอิ้ง” (昭應廟) หรือศาลเจ้า กงที่เป็นพี่น้องกัน (兄弟公廟)จึงเป็นสิ่งศกัดสิ์ิทธิ์ในทะเลของชาวไหหล าพื้นเมือง ชาวไหหล าที่อาศัยอยู่ในเขตริมทะเลของประเทศเวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย และอินโดนีเซีย ก็ได้สร้างวัดเจาอิ้งเพื่อบูชากราบไหว้
63 瓊劇 瓊劇,是海南省獨有的地方戲劇種類,是從清朝開始在海南 社會出現的地方戲劇。 在民國以前尚未有電影觀賞的清朝之前,海南島的老百姓的 娛樂項目之一就是欣賞瓊劇為主。早期的瓊劇都是在空曠場地搭 棚,搭舞台演出瓊劇,讓觀眾在舞台前的座椅排排坐觀賞演出。 瓊劇,又稱:瓊州劇、海南戲,是海南省海口市、定安縣等 地方的傳統戲劇。 根據史料記載,清代咸豐年間,瓊劇吸納外來戲曲藝術的基 礎上逐步發展的,清光緒二十三年(1897 年)前後,軍戲和青 樓戲衰落,併入瓊劇班,形成文武大班體制,瓊劇中分出文戲佬 倌與武戲佬倌兩大系統。民國時期,瓊劇編演文明戲,變革唱腔, 趨向寫實體系,以迎合當時社會人士的口味。 瓊劇的特點,是粗狂質樸的唱腔,音調寬廣,聽起來優雅舒 展,旋律悠揚寬闊,既有高亢激越,又不乏委婉纏綿。 根據《海南島志》記載,戲劇之在海南,在元代已有手托木 頭班之演唱,來自潮州。明之初中葉,土人仿之,而土劇遂興。 此外,也有記載,瓊州土劇的前身是雜劇,來源於福建。在《海 南漢人戲劇概論》中記載,瓊劇起源於海南當地民間歌謠,是一 種土生土長的藝術。 是以,瓊劇的發生與形成也不能簡單地歸因於某一要素,而 應從多元化的文化背景中去理解各種要素的影響和作用。
64 งว ิ ้ไหหล ำ งวิ้ไหหลา เป็นการแสดงพื้นเมืองชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในเกาะไหหล าเท่านั้น ซึ่งเริ่มมี ขึ้นในสังคมไหหล าของสมัยรัชสมัยชิง ในสมัยนั้นยังไม่มีการฉายภาพยนต์ประชาชน ในเกาะไหหล ายามว่างจะเข้าชมงิ้วเป็นหลัก สมัยก่อนนั้นโรงงิ้วจะถูกสร้างขึ้นในสนาม โล่งแจ้ง ภายในโรงงิ้วจะมีเวทีที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นสถานที่แสดงงิ้ว และจะมีเก้าอี้ที่ตั้ง เป็นแถวๆหน้าเวทีเพื่อให้ผู้ชมนั่งชมการแสดง งิ้วไหหล าเป็นละครพื้นเมืองของเมืองไหเค่า เมืองติ้งอาน เป็นละครท้องถิ่นชนิด หนึ่งในประวัติศาสตร์ได้บันทึกไว้ว่า ในรัชสมัยชิงปีเสียนเฟิ ง(咸豐年)งิ้วไหหล าได้รับ อิทธิพลจากศิลปะละครพื้นเมืองของต่างถิ่น แล้วค่อยๆพัฒนาขึ้นมา ในช่วงรัชสมัยปีที่ 23 ของกษัตริย์กวงสวี้(พ.ศ.2340) ละครทหารกับละครชิงโหลว (軍戲和青樓戲) ได้ ตกต ่าลงจึงได้ผสมเข้ากับคณะงิ้วไหหล า หลังจากเมืองจีนเป็นยุคประชาธิปไตย งิ้ว ไหหล าได้พัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง วิธีการร้องงิ้วก็พัฒนาขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง จะฟัง ง่ายและเข้าใจเนื้อร้องได้มากขึ้น เพื่อจะได้ตอบสนองรสชาติการฟังของผู้เข้าชม จุดเด่นของงิ้วไหหล า คือวิธีการร้องเสียงร้องกังวาน ราบเรียบ ฟังง่าย ฟังแล้วรู้สึก ไพเราะน่าฟัง สบายหูสบายใจ มีทั้งเสียงสูง เสียงกังวาน และเสียงอ่อนหวาน ในหนังสือ “ประวัติของเกาะไหหล า” ได้บันทึกไว้ว่าเริ่มจากรัชสมัยหยวน (元代) ก็เริ่มมีคณะแสดงโดยใช้ไม้ประกอบตัวละครขึ้น ซึ่งน าเข้าจากเมืองแต้จิ๋ว พอถึงช่วง กลางของรัชสมัยหมิง (明朝) ก็มีชาวพื้นเมืองได้เลียนแบบขึ้น จึงมีละครพื้นเมืองขึ้น
65 และยังมีการบันทึกอย่างอื่นอีกว่า ละครพื้นเมืองชาวไหหล าก่อนนั้นเป็นละครจับฉ่าย (雜劇) ซึ่งเผยแพร่มาจากมณฑลฝูเจี้ยน และยังมีการบันทึกในหนังสือ “การวิเคราะห์ ละครไหหล าของชาวฮั่น”ว่างิ้วไหหล ามาจากการร้องเพลงของชาวพื้นเมือง เป็นศิลปะ ของชาวพื้นเมือง งิ้วไหหล าไม่ได้ถูกสร้างขึ้นด้วยเหตุผลเดียวแต่มันมาจากวัฒนธรรม หลายๆแขนงรวมกันพัฒนาขึ้นมา
66 海南話 海南話,亦稱瓊州話,隸屬閩南語系。主要分布於海南島除 西北部以外的北部及東、南、西南部沿海一帶,佔海南人口的 80%,海南話以文昌話為標準方言。 宋代末期,由於戰亂,大量閩南人南下避亂,這些閩南人先 到達潮汕平原,後來跨越珠江三角洲,進入雷州半島和海南島, 將閩南語傳播到這些地區。此後,由於長期受到周邊少數民族語 言和中原官話的影響,海南話的音韻體系與閩南語產生了很大的 差異,形成一種獨特的語言。海南話與雷州話之間大體可以互相 通話,但仍有著不少的差異。 根據語音特徵,海南話內部可分為兩區四片,即北部西片、 北部東片及東南片,南部東片、南部西片。方言片區,分為下列 片區:府城片、文昌片、瓊海片、屯昌片、安定片、萬寧片、崖 縣片、昌感片。 至於瓊海片,瓊海話是指流行於瓊海市全境、文昌市和定安 縣南部邊境、屯昌縣東部邊境、萬寧市北部邊境的海南話。 電台方面,海南廣播電視台民生廣播以普通話和海南話(文 昌話)雙語播出,海南的三亞、瓊海等第電台也有海南話新聞播 出。可見海南方言在海南省民間還是甚為流行的。
67 ภำษำไหหล ำ ภาษาไหหล ายังมีนามว่า ภาษาฉี-หยงโจว (瓊州話) ภาษาไหหล าอ่านว่า เข่ง จิว ถือว่าอยู่ในกลุ่มภาษาฝูเจี้ยน (閩南) เผยแพร่อยู่ในทางเหนือ ทางตะวันออก ทาง ใต้และทางตะวันตกเฉียงใต้ที่ใกล้กับพื้นที่ชายฝั่งทะเล (ไม่รวมทางตะวันตกเฉียง เหนือ) รวมเป็น 80% ของชาวไหหล าที่พูดภาษาไหหล าบนเกาะไหหล า และถือภาษา เหวินชาง (文昌話) เป็นภาษามาตราฐาน ช่วงปลายรัชสมัยซ่ง (宋代末期) เนื่องจากเกิดสงครามชาวฝูเจี้ยนจ านวนมาก ได้ย้ายถิ่นฐานไปยังที่ราบของฉาวซัน (潮汕平原) ต่อมาก็ข้ามมาอาศัยที่สามเหลี่ยม ปากแม่น ้าเพิร์ล (珠江三角洲) เข้ามาที่คาบสมุทรเหล่ยโจว (雷州 LEIZHOU) กับ เกาะไหหล า และได้น าภาษาฝูเจี้ยนเผยแพร่ในแถบนี้ด้วย หลังจากนั้นได้รับภาษา พื้นเมืองของชาวกลุ่มน้อยที่อยู่รอบเกาะและภาษาจีนกลาง จึงมีการเปลี่ยนส าเนียง การพูดภาษาไหหล าไปเรื่อยๆจนพัฒนาเป็นภาษาเอกลักษณ์ของตนเอง ภาษาพื้นเมืองฉี-หยงไห่ หรือภาษาเข่งไห่ (瓊海話) คือภาษาไหหล าที่พูดกันใน เมืองเข่งไห่ทั้งเมือง และในเขตแดนทางใต้ของเมืองเหวินชาง (文昌) อ าเภอติ้งอาน ( 定安) รวมถึงเขตแดนทางตะวันออกของอ าเภอถุนชัง (屯昌) และเขตแดนทางเหนือ ของเมืองว่านหนิง (萬寧) สถานีโทรทัศน์ไหหล าใช้ภาษาจีนกลาง และภาษาไหหล า (ภาษาเหวินชาง) สอง ภาษาออกอากาศ นอกจากนี้สถานีโทรทัศน์ของเมืองซันย่า (三 亞) และเมืองฉี-หยง ไห่ (瓊 海) ก็ยังมีภาษาพื้นเมืองไหหล าออกอากาศด้วย จะเห็นได้ว่าภาษาพื้นเมือง ไหหล ายังมีความนิยมมากในมณฑลไหหล า
68 泰國華僑華人概述 早在素可泰王朝 (泰族建立的第一個王朝) 時代,開始有中國 人移居泰國。素可泰王朝 (1279-1299) 時代中國人移居暹羅,大 致有兩種類型:其一,不願向元兵投降並避其追殺而逃到暹羅的 政治移民。其二,素可泰王朝第三位國王蘭甘亨大帝在位時期 (1287-1317),暹羅國內政治統一,局勢穩定,經濟發展,貿易 昌盛。國都素可泰城北面 50 英里處的著名宋加洛燒瓷窯,就是 蘭甘亨大帝時代聘請中國元代 500 名匠人來燒制瓷器的處所。除 上述兩類中國移民 (政治移民與技術移民) 外,可能還有少數華商 在暹羅境內作短期停留或中長期僑居國都設於泰國中部阿瑜陀耶 城 (華僑慣稱“大城”) 的阿瑜陀耶王朝 (1350-1767),在明代中泰兩 國交往密切,三保太監鄭和七下西洋(1405-1433), 明代後期私人 海上貿易發展的推動下,中國東南沿海人民先後移居暹羅日多。 與素可泰王朝時代中國人移居暹羅相比,阿瑜陀耶王朝時代中國 人移居暹羅比较多。阿瑜陀耶王朝末代國力衰弱,國都大城於 1767 年 4 月 8 日被緬甸軍隊攻陷。在大城即將被攻陷之際,華裔 守將鄭信見大勢已去,遂偕 500 華泰子弟兵沖出緬軍包圍圈,東 奔羅勇,招募當地華泰人加入部隊計 5000 之眾,分乘船 500 艘 沿海道進入湄南河,攻佔吞武里,乘勝克服大城。鄭信同年在吞 武里登基,這就是泰國歷史上的吞武里王朝(1767-1782)。 1782 年,鄭信的大將卻克里取得王位,創建泰國歷史上第四 個王朝——卻克里王朝,中國史書仍稱該王國為暹羅國。由於卻 克里王朝拉瑪一世 (1782-1809 年在位) 把國都遷到吞武里對岸 (中隔湄南河)的曼谷,按照泰國人以國都之名為王朝之名的歷史 習慣,所以人們通稱卻克里王朝為曼谷王朝(1782 年至今)。 在泰皇庇蔭下,迄今的華人大體上過著安居樂業的生活,時 下的華裔大部分都是第三、第四代了,他們都得到與泰國一般公 民同樣享用的公民權益與生活方式。
69 ชำวจีนโพ้นทะเล และชำวไทยเชื อ ้ สำยจ ี น ก่อนถึงสมัยสุโขทัยมีชาวจีนมาอาศัยอยู่ดินแดนอาณาจักรไทยแล้วสองกลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่หนึ่งซึ่งเป็นนักการเมืองที่ไม่ยอมสวามิภักดิ์ต่อทหารมองโกเลีย และกลัว โดนฆ่าตายจึงหนีมาอยู่อาณาจักรไทย อีกกลุ่มเข้ามาในรัชสมัยพ่อขุนรามค าแหง ครองราชย์(พ.ศ.1822-1842) บ้านเมืองในสมัยสุโขทัย (素可泰) มีความมั่นคง สงบ สุข ข้าวปลาอาหารสมบูรณ์มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้ากัน พระเจ้าแผ่นดินพ่อขุน รามค าแหงได้จ้างช่างปั้นดินเผาชาวจีนในรัชสมัยหยวน (元 代) มาผลิตเครื่องสังค โลก และสอนชาวสุโขทัยผลิตเครื่องสังคโลก นอกจากนี้ยังมีพ่อค้าชาวจีนเข้ามาท า การค้ากับชาวสุโขทัยด้วย สมัยอยุธยา (阿 瑜 陀 耶 王 朝) พ.ศ.1893-2310 ราชวงศ์ผู้ครองอาณาจักร อยุธยากับราชวงศ์หมิงของประเทศจีนมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น ในปีพ.ศ.1948- 1976 เจิ้งเหอขันทีซัมปอน าเรือทหารเดินเรือมาแถบมหาสมุทรตะวันตกเจ็ดครั้ง ก็ได้ แวะมาอาณาจักรอยุธยาด้วย หลังจากนั้นประเทศจีนกับอาณาจักรอยุธยามีการค้า ขายมากยิ่งขึ้น ชาวจีนที่อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศจีนก็ย้ายถิ่นฐานมา อาณาจักรอยุธยามากยิ่งขึ้นด้วย ปลายสมัยอยุธยา ราชวงศ์อ่อนแอ ในวันที่ 8 เมษายน พ.ศ.2310 เมืองหลวง อยุธยาโดนทหารพม่าตีแตก ก่อนโดนทหารพม่าเข้ายึดพระยาตากสินได้น าทหาร ของท่าน 500 นาย ตีฝ่ าแหวกล้อมของทหารพม่าออกมาได้ แล้วน าทหารออกไปทาง ทิศตะวันออก ในเวลาต่อมาพระยาตากสินได้รวบรวมก าลังสร้างกองทัพขึ้นประกอบ ด้วยทหาร 5,000 นาย และเรือ 500 ล า เคลื่อนก าลังเข้าทางแม่น ้าเจ้าพระยามาที่ กรุงธนบุรี จากกรุงธนบุรีน าทัพเข้าตีทหารพม่าที่ยึดเมืองอยุธยา จนทหารพม่าพ่าย แพ้ถอยออกจากเมืองอยุธยา แต่ตัวเมืองโดนทหารพม่าเผาจนย่อยยับ พระยาตาก
70 จึงตั้งกรุงธนบุรีขึ้นเป็นเมืองหลวงแทน และสถาปนาราชวงศ์กรุงธนบุรีตั้งตนขึ้นเป็น พระมหากษัตริย์ มีพระนามว่าพระเจ้าตากสิน ครองราชย์ในปีพ.ศ.2310-2325 พ.ศ.2325 ทหารเอกของพระเจ้าตากสินมีนามว่าเจ้าพระยาจักรีในเวลาต่อมา ได้สถาปนาตั้งราชวงศ์จักรี (節基皇朝) และขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์และ ได้ย้ายเมืองหลวงจากกรุงธนบุรีมาที่กรุงเทพ นับจากปีพ.ศ.2325 จนถึงปัจจุบัน ใต้ร่มพระบารมีของพระเจ้าแผ่นดินราชวงศ์จักรี ชาวไทยเชื้อสายจีนอยู่ใน ประเทศไทยรุ่นที่สามถึงรุ่นที่สี่แล้ว และได้รับสิทธิเท่าเทียมกับชาวไทยพื้นเมืองอย่าง เสมอภาคทุกด้าน จึงควรรู้คุณของแผ่นดิน
71 符福臨先生 泰國海南會館創辦人雲竹亭先生(左)符福臨先生(右) 符福臨先生:出生於清朝同治八年,籍貫文昌抱羅鎮茂山園 村。家庭清寒,為謀生計前往暹羅曼谷謀生。抵曼谷後,無一技 之長,乃在沿湄南河二岸划小渡舟以日作日吃果腹,後遇貴人大 力相助,開設木材板製作渡舟,生意興隆,接著製作運榖船和駁 載船,發展順利,乃改行經營火鋸業(鋸木廠),一帆風順,而成 為當時赫赫有名的商界巨賈。 當年初創泰興棧造船廠,後再創泰興利火鋸廠,泰興木行兼 建築公司,泰興盛,同泰興泰興隆民信局兼營環球布疋業,國外 則有新加坡的永泰興,香港 的泰興利及九龍的泰興利火鋸廠,海 口市的泰興利,廣州市的泰興祥,汕頭市的德興隆等十餘家,可 見其事業的龐大,富甲泰邦。先生於一九三 0 年逝世於曼谷,享 壽六十四歲。 符先生事業有成則不忘公益,乃回饋社會,吾屬於民初在本 京興建育民學校籌建時,先生贊助建校費泰幣一萬銖(為當時捐 助金額最高者),此外還本京育民學校所有的地皮中先生也捐獻 若干地皮(育民學校所擁有的地皮均為當時吾屬各熱心教育之長 者分別捐獻善款。),由此可見先生對海南會館及鄉親所做出之 巨大奉獻一斑。
72 นำยผู่ พกหล่ิ ม รูปโลหะของบุคคลส าคัญ 2 ท่าน ตั้งไว้บริเวณด้านหน้าอาคารของสมาคมให หน าแห่งประเทศไทย คือรูปปั้นของนายโกศล ฮุนตระกูล (ซ้าย) และนายพกหลิ่ม ฟู ตระกูล (แซ่ผู่) (ขวา) ผู้ก่อตั้งสมาคมใหหน าแห่งประเทศไทย นายผู่พกหลิ่ม (符福臨) เกิดในสมัยราชวงศ์ชิง ปีที่แปดของปีถงจื้อ(清朝同 治) บรรพบุรุษอาศัยอยู่ในเกาะไหหล าเมืองเหวินชาง อ าเภอเป้าหลอ ต าบลเม่าซาน หยวน(抱羅鎮茂山園村) ครอบครัวยากจน ตอนหนุ่มๆก็เดินทางมาประเทศไทย เพื่อท ามาหากินเลี้ยงชีพ เมื่อมาถึงประเทศไทย ไม่มีความสามารถด้านใดด้านหนึ่ง จึง ประกอบอาชีพแจวเรือรับจ้างส่งคนข้ามฟากในแม่น ้าเจ้าพระยา ต่อมาได้พบผู้มีบุญ ช่วยออกทุนผลิตไม้แผ่นสร้างเรือข้ามฟากกิจการดีมาก ต่อมาจึงผลิตไม้แผ่นสร้างเรือ ขนสินค้า การค้าเจริญรุ่งเรือง จึงขยายกิจการสร้างโรงเลื่อย กิจการธุรกิจของท่าน ประสบความ ส าเร็จ เจริญรุ่งเรืองจนเป็นพ่อค้าดังที่ร ่ารวยเงินทอง ธุรกิจในประเทศไทยท่านได้ก่อตั้งบริษัทผลิตเรือไท่ซิงจั้น (泰 興 棧 造 船 廠) ต่อมาก่อตั้งโรงเลื่อยไท่ซิงลี่(泰興利火鋸廠) บริษัทค้าไม้ และก่อสร้างไท่ซิง (泰興
73 木行兼建築) บริษัทไท่ซิงเซิ่ง (泰興盛) ถงไท่ซิง (同泰興) และส านักสารสนเทศ พลเรือนไท่ซิงหลง และน าเข้าสินค้าผ้าจากต่างประเทศ (泰興隆民信局兼營環 球布疋業) ส่วนธุรกิจในต่างประเทศท่านได้ก่อตั้งหลายบริษัท ได้แก่ บริษัทหย่งไท่ ซิง (永泰興) ที่ประเทศสิงคโปร์ บริษัทไท่ซิงลี่ (泰興利) ที่ฮ่องกง โรงเลื่อยไท่ซิงลี่ (泰興利火鋸廠) ที่เกาลูน บริษัทไท่ซิงลี่ (泰興利) ที่เมืองไห่โข่ว เกาะไหหล า บริษัทไท่ซิงเสียง (泰興祥) ที่เมืองกว่างโจว และบริษัทเต๋อซิงหลง(德興隆) ที่ซัวเถา เป็นต้น กิจการธุรกิจของท่านกว้างขวางใหญ่โต และประสบความส าเร็จมาก ท่านเป็น เศรษฐีใหญ่คนหนึ่งของประเทศไทยในสมัยนั้น ท่านเสียชีวิตในปี พ.ศ.2473 รวมอายุ 64 ปี ท่านผู่พกหลิ่มเมื่อด าเนินธุรกิจมีความเจริญรุ่งเรืองแล้ว ท่านยังมีจิตเมตตาที่จะ ช่วยเหลือสังคม ในช่วงต้นศตวรรษที่19 (ช่วงปีพ.ศ.2450-พ.ศ.2490)ชาวจีนไหหล าได้ ร่วมแรงร่วมใจกันก่อสร้างโรงเรียนยกหมิ่น เพื่อเป็นการตอบแทนสังคมท่านพกหลิ่มจึง ได้บริจาคเงินจ านวนหนึ่งหมื่นบาท ซึ่งเป็นผู้บริจาคด้วยจ านวนเงินสูงสุดในสมัยนั้น นอกจากนั้นแล้ว ท่านผู่พกหลิ่มได้บริจาคที่ดินจ านวนหนึ่งให้เป็นที่ส าหรับสร้าง โรงเรียนยกหมิ่นด้วย จะเห็นได้ว่าท่านผู่พกหลิ่มเป็นผู้สร้างผลประโยชน์ต่อสมาคม ไหหล าและชาวจีนไหหล าอย่างมากมายมหาศาล
74 泰國海南會館簡介 泰國海南會館於 1946 年 2 月 17 日成立,是泰國海南鄉團的 最高領導機構,會所設於泰京曼谷素里翁路 324 號。 泰國海南會館的宗旨是:增進鄉親友誼與了解,促進慈善及 公益事務,促進中泰文化交流,增進會員福利等。 該會館現有會員 8 千人,首屆理事長為雲竹亭先生,順序繼 任理事長為雲逢椿、陳來瓊、符大應、符紹登、陳昌耀、雲昌任、 潘子明、歐宗清、鄭有英、吳多祿、張其璠,陳修炳、王瓊南、 馮裕德、馮爾真、雲昌樑先生、現任理事長符祥笈先生。 早先旅暹海南籍鄉僑先後組織:瓊州公所、南溟商會、曼谷 會文社、瓊島公所、華僑職工聯合會等社團,為未形成統一組織。 泰國海南會館前身可追溯至清同治年間,早期在泰國事業有 成的先賢雲策臣、陳元國等人以集合同鄉,謀求發展,致力公益 事業為宗旨,成立“瓊州公所”,並以曼谷挽叻昭應廟為集合辦公 地點。光緒戊戌年間,康有為和梁啟超先生倡議維新變法以後, 海外華僑深受新思潮之影響,同時孫中山先生曾來泰國宣傳革命, 推翻滿清,建立民國活動,瓊屬鄉賢林格蘭先生為響應孫中山先 生號召,同馮裕元等率眾從事相關活動,陪同到耀華力路一帶向 華僑演說鼓吹推翻滿清政府,建立中華新中國的宣傳。後來瓊州
75 公所由雲策臣先生之公子雲竹亭先生接掌所務,雲竹亭先生秉承 其父遺志,發揚光大。 1945 年日軍投降後,全泰僑團紛紛向泰政府申請復館,經熱 心海南鄉賢努力和多方僑領接洽,決定由瓊州公所(即育民學 校)、瓊島會所即工商聯合隊三機構各派代表若干人,組成籌備 委員會籌組新的社團,定名為“泰國海南會館”,遂於 1946 年 2 月 17日召開第一次會員大會,選舉產生第一屆理監事會,一致推選 雲竹亭先生為理事長。並決定以素里翁路育民公學前面大廈為永 久會址。而鄉僑先後購置的公共產業,如育民公學、越堆海南山 莊、會文社等全部產權均註冊登記為會館所有,嗣後興建金牛嶺 山莊,並積極推展各項有關公義及會員福利活動。迄今會館會務 蒸蒸日上,有目共睹,已是泰華九屬會館傳統大僑團之一。
76 สมำคมใหหน ำแห่งประเทศไทย สมาคมใหหน าแห่งประเทศไทยตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2489 เป็น สมาคมที่เป็นผู้น าสูงสุดขององค์กรไหหล าในประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ 324 ถนนสุรวงศ์ แขวงสี่พระยา เขตบางรัก กรุงเทพฯ จุดประสงค์ของการก่อตั้งสมาคมฯเพื่อกระชับไมตรีจิตชาวไหหล าให้แน่นแฟ้น และเข้าใจซึ่งกันและกันให้มากยิ่งขึ้น ร่วมกันท างานกุศลและผลประโยชน์ส่วนรวมให้ มากขึ้น กระชับความสัมพันธ์ด้านวัฒนธรรมระหว่างประเทศไทยกับประเทศจีน และ ให้สมาชิกได้รับสวัสดิการมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันสมาคมใหหน าแห่งประเทศไทยมีสมาชิกจ านวนมากกว่าแปดพันคน นายกสมาคมท่านแรกคือ นายโกศล ฮุนตระกูล (หยุนจู๋ถิง : 雲竹亭) ต่อมาผู้ที่ได้รับ เลือกเป็นนายกสมาคมตามล าดับคือ นายผ่งซวง แซ่ฮุน (หยุนฝงชุน : 雲逢椿) นาย จรัส ชลวิบูลย์(เฉินไหลฉี-หยง : 陳來瓊) นายอเนก ผู้สันติ(ฝูต้าอิ้ง : 符大應) นาย แดง ผู้พัฒน์(ฝูเซ่าเติง : 符紹登) นายสัญญา ตันศิริคงคล (เฉินชังเย่า: 陳昌耀) นาย ยิ้ม ฮุนตระกูล (หยุนชังเยิ่น : 雲昌任) นายประสิทธิ์รกัประชา (พันจื่อหมิง : 潘子明) นายทรงศกัดิ์เอาฬาร(โอวจงชิง : 歐宗清) นายวันชัย จิราธิวัฒน์(เจิ้งอิ่วอิง: 鄭有英) นายดิลก มหาด ารงค์กุล (อู๋ตวอลู่ : 吳多祿) นายชวลิต จารุทรรศนกุล (จางฉีฝาน : 張
77 其璠) นายจตุรงค์ ด่านชัยวิโรจน์(เฉินซิวปิ่ง : 陳修炳) ดร. สันติ วยากรณ์วิจิตร (หวังฉี-หยง หนาน : 王瓊南) นายบุญเลิศ ชาติวิวัฒน์พรชัย (ฝงยวี่เต๋อ: 馮裕德) นาย สุจินต์ จินดาศกัดิช์ยั (ฝงเอ่อเจิน : 馮爾真) นายนที เมฆรุ่งโรจน์(หยุนชังเหลียง : 雲 昌樑)และท่านนายกสมาคมปัจจุบัน คือนายมานะผล ภู่สมบุญ (ฝูเสียงจิ: 符祥笈) ในอดีตสมาคมของชาวไหหล าโพ้นทะเลมีหลายสมาคมได้แก่สมาคมฉี-หยงโจวกงสว่อ (瓊州公所) สมาคมการค้าหนานหมิง (南溟商會) สมาคมสมาคมฮุ่ยเหวินเซ่อ กรุงเทพฯ (曼谷會文社) สมาคมฉี-หยงต่าวกงสว่อ (瓊島公所) สมาคมกรรมกร และพนักงานชาวจีนโพ้นทะเล (華僑職工聯合會) ฯลฯ แต่ไม่ได้รวมกันเป็นสมาคม อันหนึ่งอันเดียวกัน สมาคมของชาวไหหล าโพ้นทะเลที่ตั้งขึ้นแรกๆนั้น ตั้งในสมัยราชวงค์ชิง ช่วงปี ถงจื้อ (清 同 治 年 間) สมัยนั้นพ่อค้าชาวไหหล าโพ้นทะเลที่เป็นพ่อค้าอันดับใหญ่ๆ ได้แก่ ท่านหยุนเช่อเฉิน (雲策臣) และท่านเฉินหยวนกว๋อ (陳元國) เป็นต้น ได้รวม พลังชาวไหหล าโพ้นทะเลเข้าด้วยกัน เพื่อพัฒนาอาชีพการงานให้ดียิ่งขึ้น และช่วยงาน สังคม จึงได้ก่อตั้งสมาคมฉี-หยงโจวกงสว่อ (瓊州公所) และใช้สถานที่ศาลเจ้าเจาอิ้ง เมี่ยว เขตบางรัก กรุงเทพฯ(曼谷挽叻昭應廟) เป็นสถานที่ท างาน และจัดการประชุม ในระหว่างปีอู้ซวีของราชวงค์ชิง (光緒戊戌) ท่านคังอิ่วหวุย (康有為) และท่าน เหลียงฉี่เชา (梁 啟 超) ได้เสนอแนะให้เปลี่ยนแปลงนโยบายการปกครองแบบระบบ ใหม่ (維 新 變 法) ที่ชาวญี่ปุ่ นน าเข้ามาจากยุโรป ชาวจีนโพ้นทะเลได้รับอิทธิพล ความคิดเปลี่ยนแปลงนโยบายนี้มากพอสมควร และในเวลาเดียวกันท่านดร.ซุนยัด เซ็น (孫中山) ก็เคยมามาประเทศไทยเพื่อโฆษณาชวนเขื่อให้ชาวจีนโพ้นทะเล สนับสนุนก่อการปฏิวัติล้มล้างรัฐบาลที่ปกครองโดยชาวแมนจูเรีย และก่อตั้งประเทศ ระบอบประชาธิปไตยขึ้นบนแผ่นดินจีนแทน ชาวจีนไหหล าโพ้นทะเลได้แก่ท่านหลินเก๋ อหลัน (林格蘭) และท่านเฝิงยวี่หยวน (馮裕元) ได้ติดตามดร.ซุนยัดเซ็นไปแถว เยาวราชชักชวนชาวจีนโพ้นทะเลแถบนั้นให้มาร่วมล้มล้างรัฐบาลแมนจูเรีย หลังจาก
78 นั้นไม่นาน นายกสมาคมฉี-หยงโจวกงสว่อ (瓊州公所) ได้เลือกท่าหยุนจู๋ถิง (雲竹亭 ) ซึ่งเป็นลูกชายของท่านหยุนเช่อเฉิน รับเป็นนายกสมาคมฯบริหารกิจกรรมสมาคม และได้ด าเนินกิจกรรมตามนโยบายแบบวิถีของบิดา ท าให้สมาคมเจริญรุ่งเรืองยิ่งขึ้น ปี พ.ศ.2488 หลังจากทหารญี่ปุ่ นยอมประกาศพ่ายแพ้สงคราม สมาคมชาวจีน โพ้นทะเลต่างๆทั่วเมืองไทยก็ขอจดทะเบียนก่อตั้งสมาคมขึ้นมาใหม่แทนสมาคมที่ถูก ปิดไป ฝ่ายชาวจีนไหหล าโพ้นทะเลที่เป็นผู้น าในสังคมก็ได้นัดประชุมหารือก่อตั้ง สมาคมชาวไหหล าขึ้นมาใหม่ มีมติให้สมาคมฉี-หยงโจวกงสว่อ (瓊州公所) และฉี- หยงต่าวฮุ่ยสว่อ (瓊島會所) ส่งตัวแทนหลายคนจัดตั้งคณะกรรมการมาประชุม ด้วยกันเพื่อปรึกษาก่อตั้งสมาคมของชาวไหหล าขึ้นมาใหม่ มีมติให้ตั้งชื่อสมาคมใหม่ แทนสมาคมเก่าโดยใช้ชื่อ สมาคมใหหน าแห่งประเทศไทย และได้จัดงานประชุม สมาชิกใหญ่ครั้งแรกขึ้นในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2489 ได้เลือกคณะกรรมการ กับ คณะกรรมการควบคุมดูแลกิจกรรม (理監事會) รุ่นแรก และได้เลือกท่าน หยุนจู๋ถิง เป็นนายกสมาคมฯคนแรก และมีมติให้ใช้อาคารหน้าโรงเรียนยกหมิ่นกงสวยเป็น สถานที่ตั้งของสมาคมฯอย่างถาวร และน าทรัพย์สินส่วนรวมที่ได้รับบริจาคมาก่อน หน้านี้เช่นโรงเรียนยกหมิ่นกงสวย (育民公學) สุสานจินหนิวหลิ่ง (金牛嶺山莊) ฮุ่ย เหวินเซ่อ(會 文 社) น าไปจดทะเบียนรวมเป็นทรัพย์สินของสมาคมฯ และได้ด าเนิน กิจการเพื่อส่วนรวมของสมาคมอย่างจริงจัง จนถึงปัจจุบันกิจการสมาคมฯ เจริญรุ่งเรืองยิ่งๆขึ้น เป็นหนึ่งใน 9 สมาคมใหญ่ของชาวจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย
79 泰國符氏祖祠創立六十周年感言 今年是泰國符氏祖祠創立六十周年,回溯六十年前的1956年, 在符大應宗叔公等人在曼谷京都是隆路符汝舟和符幹雙宗叔 公開 設的餐廳開會正式發起創立泰國符氏祖祠,從以往最早出版 的特 刊中,查悉創立祖祠發起人名單,有符大桐、符紹伊、符照光、 符福東、符大光、符福春、符和鑑、符大佑、符鴻昌、符汝舟、 符幹雙、符冠球、符和昇、符嶽五、符和茂、符氣興、符應樞、 符國運、符建欽、符和瑞等宗長九十九人,六十年後的今天,他 們 都已作古,惟他們為祖祠發起購地皮進而建築龐大祠堂,乃有 今 日設於北欖府三隆鎮,佔地寬敞宏大而堂皇美觀的祖祠,功不 可沒。 祖祠的設立,祠務是由理事會負責推展的,理事會成員有一 百四十位,另分青年組,獎學金組、祭祀典禮組、祠務基金祖、 會員聯絡組、社福祖等等,分工合作推行。主要的祠務是年年各 舉行一次春祭和秋祭的祭祖大典活動,尤其是每年的春祭大典, 是在元宵節過後的頭一個星期日舉行春祭活動,從早上八時半開 始各種祭祀程式,祭祀程式是在二樓恭奉列祖列宗的祖宗牌位台 前進行,包括恭請主祭、協祭、禮生進行祭祀儀式,包括上香、 恭奉祭品、三跪九叩的祭拜禮,以及讀祝文等,儀式繁複,所佔 的時間相當長,至中午之前才結束,然後上菜聚餐,每次都有一
80 百餘席之譜。在整個程式中,另外還安排頒發宗親子女獎學金和 敬老金。 理事會每兩年改選一次,理事會組織由理事長、副理事長、 中泰文秘書、財政、聯絡、常務以及理事組成。對外活動:每年 都有組團到海南島返鄉參加清明節祭祖大典活動,以及參加設於 文昌市的世界符氏大宗祠舉行的世界宗親代表大會,此外幾乎每 年都有組團參加各國符氏宗親會舉辦的各項慶祝或紀念成立各周 年的活動。符氏祖祠每年的祭祖活動,意義深遠:一來,讓前來 參加祭祖活動的宗親們見面噓寒問暖,互相交談,增進感情的交 流,以及增加或促成商機等等。二來,讓前來的宗親子女對慎追 遠的意義增加認識。三來,透過理事會促進宗親之間的宗誼,進 而促進商機,互相照顧生意。四來,理事會對宗親的婚喪喜慶事 宜給於適當的協助。 泰國符氏祖祠,每屆滿十周年就出版一本紀念特刊,不但介 紹每十年一階段的祠務等活動概況,同時也刊登各國家地區宗長 們的祝詞及獻詞,以及題詞,增廣見識。由於泰國大部分的宗親 後裔幾乎都不諳中文,而在特刊上儘量翻譯有關的重要文章,讓 他們方便閱讀有關內容。筆者仍不厭其煩的建議,祖祠理事會應 該認真商議,如何促成宗親子女有機會學習家鄉方言以及學習中 文,開設補習班是勢所必行的,開班教學場所,如果嫌設於三隆 縣的符氏祖祠地址太遠,則不妨在曼谷市區找個交通方便的適當 地點開班也是適當的選項之一。後浪推前浪,從現成的泰國教育 環境和宗親生活的實況中推進以及改進祠務是不可避免的。 今年該祖祠創立屆滿六十周年,該祖祠理事會符祥笈理事長 特召開會議,議決定於本年九月份舉行該祖祠創立屆滿六十周年 慶祝系列活動,邀請國內外宗親會組織代表團參加慶典,同時成 立特刊籌備小組出版六十周年紀念特刊,屆時將會出現來自中國 大陸各省宗親會、東南亞各國家地區宗親會組織龐大代表團出席 的國際性慶祝大會活動。 執筆 /符 徵
81 ควำมในใจต่อกำรก่อตัง ้ ม ู ลน ิ ธ ิ ผู่ ตโี ้ ต ๋ วเส่ครบรอบ 60 ปี ปีนี้เป็นปีที่ครบรอบ 60 ปีของมูลนิธิผู่ตี้โต๋วเส่ หวนคิดถึง 60 ปีก่อนใน พ.ศ.2499 นายเอนก ผู้สันติ (ฝูต้าอิ้ง : 符大應) และพรรคพวกหลายท่านได้นัดหมายญาติพี่น้อง ตระกูลผู่มาประชุมกันที่ภัตตาคารของนายหนี่จิว ดิสภานุรัตน์ (ฝูหยู่โจว : 符汝舟) และนายเล็ก ภูวเศรษฐ(ฝูก้านซวง : 符幹雙) แถวถนนสีลม และได้มีมติร่วมกันก่อตั้ง มูลนิธิผู่ตี้โต๋วเส่ (มูลนิธิตระกูลผู่แห่งประเทศไทย) จากการตรวจทราบจากหนังสือ ร าลึกครบรอบปีหลายๆเล่ม ได้ทราบถึงรายชื่อผู้ก่อตั้งมูลนิธิผู่ตี้โต๋วเส่ ได้แก่ นายเอนก ผู้สันติ (ฝูต้าอิ้ง : 符大應) นายได้ถ่ง อุ่นโกมล (ฝูต้าถง : 符大桐) นายเต็กวุ้น ภูริวัฒน ชัย (ฝูเซ่าอี๋: 符紹伊) นายวิโรจน์ ภูธนกิจ (ฝูเจ้ากวง : 符照光) นายอุดม ภู่วิจิตร (ฝู ฝูตง: 符福東) นายกวี ภูริปัญโญ (ฝูต้ากวง : 符大光) นายพกซุน ส่องศรีโชติ (ฝูฝูชุน : 符福春) นายก าจร ฟูตระกูล (ฝูเหอเจี้ยน : 符和鑑) ฝูต้าอิ้ว (符大佑) นายฮงซ่าง พงศ์ปริตร (ฝูหงชัง: 符鴻昌) นายหนี่จิว ดิสภานุรัตน์ (ฝูหยู่โจว: 符汝舟) นายเล็ก ภูว เศรษฐ (ฝูก้านซวง : 符幹雙) นายก้วนคิว แซ่ผู่ (ฝูก้วนฉิว : 符冠球) นายวรสิงห์ ฟู ตระกูล (ฝูเหอเซิง : 符和昇) นายบุญตัน ภู่ตระกูล (ฝูเย่อู่ : 符嶽五) นายตุ้ยเข่ง ฟูพันธ์ อนันต์ (ฝูเหอเม่า : 符和茂) นายคี้เฮง ผู้พิพัฒน์หิรัญกุล (ฝูชี่ซิง : 符氣興) ฝูอิ้งซู(符
82 應樞) นายก๊กยุ้น แซ่ผู่ (ฝูก๋วอยุ่น : 符國運) ฝูเจี้ยนชิน นายเอ้งคี ภูมิวิชชุมเวช (ฝู เหอรุ่ย : 符和瑞) ฯลฯ และอีกหลายท่านรวม 99 ท่าน ปัจจุบันท่านทั้งหลายเหล่านี้ก็จากโลกนี้ไปแล้ว ก่อนนั้นพวกท่านทั้งหลายได้ รวมกันบริจาค และจัดหาเงินมาซื้อที่ดินและก่อสร้างมูลนิธิผู่ตี้โต๋วเส่ขึ้นมา ณ ต าบล ส าโรงเหนือ อ าเภอเมืองจังหวัดสมุทรปราการ เป็นสถานที่โอ่โถง งดงาม ซึ่งเป็น ผลงานดีเด่นที่ร าลึกและตรึงใจอยู่ในใจของญาติพี่น้องตระกูลผู่ทุกๆคน มูลนิธิผู่ตี้โต๋วเส่ก่อตั้งขึ้นมา บริหารงานโดยคณะกรรมการกว่าร้อยท่าน ได้แบ่ง หน้าที่ในการบริหารจัดการออกเป็นฝ่ ายต่างๆ ได้แก่ฝ่ายเยาวชน ฝ่ายรางวัลการศึกษา เพื่อมอบรางวัลให้นักเรียนที่เป็นลูกหลานของญาติพี่น้องตระกูลผู่ที่มีผลการเรียน ดีเด่น ฝ่ายจัดพิธีไหว้บรรพบุรุษ ฝ่ ายดูแลกองทุนด าเนินกิจการของมูลนิธิฯ ฝ่าย ประชาสัมพันธ์และฝ่ายจัดการด้านสวัสดิการ เป็นต้น กิจกรรมหลักของมูลนิธิฯที่จัดขึ้นทุกปีได้แก่ การจัดพิธีไหว้บรรพบุรุษเทศกาล ตรุษจีน และพิธีไหว้บรรพบุรุษเทศกาลไหว้พระจันทร์ พิธีกราบไหว้บรรพบุรุษเทศกาล ตรุษจีน จะจัดขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิจะอยู่ในวันที่หลังวันหง่วนเซียว (元宵節) เทศกาล โคมไฟ พิธีไหว้จะจัดขึ้นในเช้าวันอาทิตย์จะเริ่มท าพิธีตั้งแต่เช้าเวลา 8.30 น. สถานที่ จัดท าพิธีไหว้อยู่บนชั้นสองของอาคาร บริเวณหน้าแท่นวางป้ายบรรพบุรุษ ผู้ท าพิธีจะ แบ่งหน้าที่เป็นผู้ไหว้หลัก ผู้ช่วยผู้ไหว้ในพิธีไหว้จะมีการจุดธูปเทียนบูชากราบไหว้ น า เครื่องเซ่นไหว้ที่ประกอบด้วยอาหารคาวหวาน และดอกไม้ ขึ้นถวายบรรพบุรุษ และ กราบไหว้ด้วยการคุกเข่าสามครั้งลงกราบเก้าครั้ง นอกจากนี้มีการอ่านค าสรรเสริญ บรรพบุรุษ พิธีมีหลายขั้นตอนใช้เวลาพอสมควร จนถึงเวลาก่อนเที่ยงเล็กน้อยจึงเสร็จ สิ้นพิธีหลังจากนั้นก็รับประทานอาหารด้วยกัน ทุกครั้งก็มีจ านวนมากถึงร้อยกว่าโต๊ะ ในวันที่ท าพิธีไหว้บรรพบุรุษ ได้จัดให้มีพิธีมอบรางวัลให้นักเรียนที่เป็นลูก หลาน ของญาติพี่น้องตระกูลผู่ที่มีผลการเรียนดีเด่น นอกจากนี้มีการมอบเงินให้ผู้แก่สูงอายุ ด้วย
83 ตามวาระของคณะกรรมการมูลนิธิฯทุกๆสองปีจะมีการจัดประชุมขึ้นเพื่อจัดการ แต่งตั้งคณะกรรมการมูลนิธิฯชุดใหม่เข้ามาบริหารงาน ได้แก่ ประธานกรรมการ รอง ประธานกรรมการ เลขาธิการฝ่ายภาษาจีน เลขาธิการฝ่ายภาษาไทย เหรัญญิก ผู้ ประสานงาน กรรมการบริหาร และกรรมการ เป็นต้น นอกจากนี้มีการจัดกิจกรรมอื่นๆ เช่น การจัดกิจกรรมน าคณะญาติพี่น้องเดินทาง ไปไหว้บรรพบุรุษที่เกาะไหหล าในเทศกาลเช็งเม้งของทุกปี การจัดกิจกรรมน าคณะ กรรมการเข้าร่วมประชุมตระกูลผู่ไหหล าสากลที่จัดขึ้น ณ เมืองเหวินชาง ประเทศจีน และจัดกิจกรรมน าคณะกรรมการและญาติพี่น้องเดินทางไปร่วมงานฉลองหรืองาน ร าลึกครบรอบปีของมูลนิธิหรือสมาคมตระกูลผู่ของประเทศต่างๆในแถบทวีปเอเซีย เป็นประจ าเกือบทุกปี เป็นต้น การจัดกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการจัดพิธีไหว้บรรพบุรุษของมูลนิธิผู่ตี้โต๋วเส่ของ ทุกๆปีนั้นมีก่อให้เกิดผลที่ได้หลายประการได้แก่ ประการแรกให้โอกาสญาติพี่น้อง ที่มาร่วมงานได้มีโอกาสพบปะทักทายพูดคุยกัน กระชับความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นยิ่ง ขึ้น ประการที่สองให้ลูกหลานของตระกูลผู่ได้เรียนรู้ความหมายของการกราบไหว้ บรรพบุรุษ ประการที่สามสร้างโอกาสให้มีการปรึกษาพูดคุยเรื่องการค้าขายด้วย เพื่อ จะได้ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน และประการสุดท้ายคณะกรรมการได้ช่วยจัดงาน แต่งงานหรืองานศพของญาติพี่น้องตระกูลผู่ให้ด้วย เมื่อมูลนิธิผู่ตี้โต๋วเส่ครบรอบทุกสิบปีแต่ละครั้งมูลนิธิฯจะจัดให้มีงานเลี้ยงฉลอง และจัดพิมพ์หนังสือฉบับพิเศษเพื่อเป็นที่ระลึก เนื้อหาภายในหนังสือเป็นเรื่องราวและ กิจกรรมต่างๆชองมูลนิธิฯที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสิบปีที่ผ่านมา รวมถึงพิมพ์ค าอวยพร ของมูลนิธิ หรือสมาคมตระกูลผู่ของประเทศต่างๆในแถบทวีปเอเซียที่ส่งสารอวยพร มาให้ เนื่องจากพี่น้องตระกูลผู่ส่วนมากในประเทศไทยไม่รู้ภาษาจีน จึงมีการแปล เนื้อหาเป็นภาษาไทย เพื่อให้ผู้อ่านได้ทราบและเข้าใจเนื้อหาอย่างถูกต้องครบถ้วน บ่อยครั้งที่ข้าพเจ้าเสนอให้มูลนิธิผู่ตี้โต๋วเส่จัดการให้ผู้สันทัดภาษาไหหล า และ
84 ภาษาจีนกลางสอนภาษาให้แก่ลูกหลานพี่น้องตระกูลผู่ หากว่าไปสอนที่สถานที่มูลนิธิ ผู่ตี้โต๋วเส่รู้สึกว่าไกลไปก็ควรหาเช่าสถานที่ที่อยู่ในตัวเมืองกรุงเทพฯก็จะดี นี่เป็นวิธี หนึ่งที่ให้ลูกหลานตระกูลผู่จะเข้าถึงกิจการของมูลนิธิฯได้ง่ายขึ้น และเป็นการ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่วันหนึ่งก็ต้องจัดการอยู่ดี ปีพ.ศ.2560 ปีที่มูลนิธิผู่ตี้โต๋วเส่ครบรอบ 60 ปีท่านมานะผล ภู่สมบุญ ประธาน กรรมการมูลนิธิผู่ตี้โต๋วเส่ได้เรียกประชุมวาระพิเศษ และมีมติให้จัดงานที่เกี่ยวข้อง หลายงานในเดือนกันยายน เพื่อฉลองมูลนิธิฯครบรอบ 60 ปี เช่นเชื้อเชิญญาติพี่น้อง ตระกูลผู่ที่อยู่ต่างประเทศ จัดคณะพี่น้องตระกูลผู่เดินทางมาเข้าร่วมงานฉลอง และ จัดตั้งคณะ อนุกรรมการจัดพิมพ์หนังสือครบรอบ 60 ปีฉบับพิเศษ เมื่อถึงวันงาน นอกจากจะมีคณะพี่น้องตระกูลผู่ของมูลนิธิหรือสมาคมต่างๆที่เดินทางมาจากหลายๆ มณฑลของประเทศจีนจ านวนมากมาร่วมงานแล้ว ยังมีคณะใหญ่ของพี่น้องตระกูลผู่ ของมูลนิธิหรือสมาคมตระกูลผู่ของประเทศต่างๆในแถบทวีปเอเซียหลายประเทศ มาร่วม งานครั้งนี้ด้วย เขียนโดย วุฒิกร ภัทรากิตติคุณ
85 瓊籍華僑華人紮根泰國 醒目的中文招牌、騎樓的建築風格,鱗次櫛比的商鋪中銷售 著海南菜、華文書報……置身於曼谷耀華力路,如果不看中文字 下的泰文,很可能會將這裡誤認為是海口的新華南路。 泰國,在這個 51.3 萬平方公里土地上生活的 6800 多萬人口 中,有 600 多萬華人華僑,其中祖籍海南的華人華僑有 150 萬人 左右。上千年來,他們乘坐船隻,沿著海上絲綢之路,漂洋過海, 在泰國紮下了根。 在曼谷生活的瓊籍華人華僑在融入當地社會與生活中時,也 帶來了不少海南文化,兩種文化互相融合,衍生出一派散發著 “泰香”的海南味。“泰籍海南味”,是曼谷不少街巷中真實的一面。 例如,你可以在曼谷的大街小巷裡嘗到海南雞飯與泰式醬料的混 搭滋味。 不僅海南話說出了瓊泰一家親,仔細聽聽泰語,也能發現與 海南的相似之處。“泰語把‘豬腳’叫‘腳豬’,把‘大哥’叫‘哥大’。”瓊 籍泰國華僑歐陽豔豔說。細心的人可以發現這與海南的臨高話、 黎話中的“倒裝”現象如出一轍。 其實,臨高話與泰語同屬侗台語族。北京大學外國語學院教 授薄文澤介紹,侗台語族語言有泰語、壯語、侗語、水語、黎語
86 等數十種語言,“被人津津樂道的‘臨高話倒裝現象’,其實在台語 其他語種都有”。 海南的文昌雞、貴州的茅臺酒、北京的臭豆腐,在曼谷唐人 街(China Town)中國商品應有盡有。這座富有華夏風采的“中國城”, 矗立在泰京城西,由三聘街、耀華力路、石龍軍路三條大街及許 多街巷連接而成,商業繁榮,已有 220 多年歷史,經營者幾乎全 是華人華僑。 在泰國的海南人,靠靈活的頭腦和艱苦創業精神,闖出了自 己的一片天地。其中有不少瓊籍後裔走上政壇,如黃聞波、林書 清、陸志瓊三人先後擔任泰國國家副總理。在商界出現了“洋行 大王”鄭有英,“飲料大王”許書標,“酒店大王”王金玉,“紡織大王” 吳乾基,“森林大王”陳修炳、陳明安,“人造花大王”歐宗清等一大 批瓊籍企業家。 (资料: 况昌勳蔡瀟岳嵬)
87 ชำวจีนไหหล ำโพ้นทะเล และล ู กหลำนทต ี่ัง ้ รกรำกในประเทศไทย เมื่อเราเดินอยู่บนถนนเยาวราช เราจะรู้สึกตื่นหูตื่นตาที่ได้เห็นห้องแถวสร้างติดๆ กันเต็มไปหมด และมีป้ายการค้าเป็นภาษาจีนทั้งนั้น และยังเห็นร้านขายอาหาร ไหหล า รวมถึงร้านขายหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาจีน หากว่าไม่สังเกตดูข้างล่างของป้าย ที่มีภาษาไทยก ากับ ก็อาจจะเข้าใจผิดว่าเราก าลังเดินบนถนนซินหัวหนัน ในเมืองไห เค่า (海口的新華南路) บนเนื้อที่5หมื่น1พัน3ร้อยตารางเมตรของประเทศไทย จ านวนประชากร 68 ล้าน คนนั้น มีชาวลูกจีนประมาณ 6 ล้านคน ในจ านวนนี้ มีชาวไหหล าประมาณ 1 ล้าน 5 แสนคน เกือบจะ 1 พันปีมาแล้วที่บรรพบุรุษของพวกเขาได้เดินทางตามเส้นทางสาย ไหมทางทะเล (海上絲綢之路)ข้ามน ้าข้ามทะเลมาตั้งถิ่นฐานในประเทศไทย ชาวจีนไหหล าและชาวลูกจีนไหหล าที่ตั้งถิ่นฐานในกรุงเทพฯ ก็หลอมรวมเข้ากับ ชีวิตชาวไทยในสังคมอย่างกลมกล่อม พวกเขาก็ได้น าวัฒนธรรมชาวไหหล าเข้ามา ประเทศไทยไม่น้อยด้วย วัฒนธรรมสองอย่างนี้หลอมรวมเข้าด้วยกัน มีกลิ่นไอของชาว ไทยเชื้อสายไหหล าแพร่กระจายออกมา ตัวอย่างเช่น คุณจะมีโอกาสรับประทานข้าว มันไก่ไหหล าและน ้าจิ้มรสชาติไหหล าปนรสชาติไทยด้วย
88 ไม่เพียงแต่พูดภาษาไหหล าแล้วจะท าให้มีความรู้สึกว่าเป็นพี่น้องกัน หากตั้งใจ ฟังภาษาไทย ก็จะเห็นได้ว่ามีความคล้ายคลึงกัน เช่นค าว่า “หมูขา” (猪脚) เรียกว่า “ขาหมู” (腳豬) ค าว่า “ใหญ่พี่” (大哥) เรียกว่า “พี่ใหญ่” (哥大) หากคนที่ตั้งใจฟังจะ พบว่าคล้ายคลึงกับภาษาไหหล าเมืองหลินเกา (臨高話) ไก่ไหหล า(海南文昌雞) เหล้าเหมาไถ (茅臺酒) ของเมืองกุ้ยโจว (貴州) เต้าหู้ เหม็น (臭豆腐)ของกรุงปักกิ่ง (北京)จะเห็นได้ในร้านค้าที่ขายสินค้าจีนทั่วไปในแถว ไชน่าทาวน์ ไชน่าทาวน์ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของกรุงเทพฯ ล้อมรอบด้วยถนนส าเพ็ง ถนนเยาวราช และถนนเจริญกรุง ถนนสามสายหลัก และซอยจ านวนมากในแถบ บริเวณนั้น ที่นี่มีการค้าขายเจริญรุ่งเรือง และมีประวัติยาวนานกว่า 220 ปีมาแล้ว ผู้ประกอบการค้าส่วนมากเป็นชาวจีนโพ้นทะเลและลูกหลานชาวจีน ชาวจีนไหหล าที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ใช้สมองอันปราดเปรื่อง คล่องแคล่ว และจิตวิญญาณที่มีความขยันอดทน สร้างอนาคตที่ดีงามให้แก่ตนเอง ในรุ่นหลังๆ ของชาวไหหล าเหล่านี้มีจ านวนไม่น้อยที่อยู่ในแวดวงการเมือง เช่นนายบุญชู โรจน เสถียร (หวงเหวินปอ : 黃聞波) นายบัญญัติ บรรทัดฐาน (หลินซูชิง : 林書清) นาย โสภณ เพชรสว่าง (ลู่จื้อฉี-หยง : 陸志瓊) ทั้งสามท่านเคยด ารงต าแหน่งส าคัญทาง การเมืองในอดีตหลายต าแหน่ง ในด้านแวดวงการธุรกิจระดับใหญ่ มีหลายท่านได้แก่ นายวันชัย จิราธิวัฒน์ (เจิ้งอิ่วอิง : 鄭有英) เป็นเจ้าของธุรกิจห้างร้านสรรพสินค้า (洋 行大王) นายเฉลียว อยู่วิทยา (สี่ซูเปียว: 許書標 ) เป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องดื่ม (飲料 大王) นางชนัตถ์ ปิยะอุย (หวางจินยวี่ : 王金玉) เป็นเจ้าของธุรกิจโรงแรม (酒店大 王) นายสุกรี โพธิรัตนังกูร (อู๋เฉียนจี : 吳乾基) เป็นเจ้าของธุรกิจสิ่งทอ (紡織大王) นายจตุรงค์ ด่านชัยวิโรจน์ (เฉินซิวปิ่ง : 陳修炳)และท่านเฉินหมิงอาน (陳明安) เป็น เจ้าของธุรกิจป่ าไม้ (森林大王) นายทรงศกัดิ์เอาฬาร (โอวจงชิง : 歐宗清) เป็น เจ้าของธุรกิจดอกไม้กระดาษ (人造花大王) เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นนักธุรกิจชาวไหหล า ทั้งนั้น
89 世界海南符氏教育基金會 換屆新機構及章程修改意見 一、基金會組成機構 1、基金會設名譽會長若干名,主要由海南省、臺灣、香港地 區、新加坡、馬來西亞、泰國等國家或地區有關領導人,德 高望重的符氏宗親擔任。 2、創會會長 1 名,即旅居泰國華僑符致炳宗長。 3、理事會會長 1 名(提議符祥笈擔任),理事會執行會長若干 名,執行副會長若干名,由具有相當經濟實力且德高望重的 宗親擔任,以其捐資金額多少排列名單。 4、理事會常務理事若干名,以捐資基金會金額多少來確定人 員。擬每位常務理事捐資金額應在 2000 元人民幣以上,多無 上限。 5、理事會理事若干名,每位捐資金額應在 1000 元至 2000 元人 民幣之間。 6、會員。以符氏宗親個人、海內外團體、企事業單位組成。以 自願為原則參加基金會,每位會員捐資至少為 100 元人民 幣,多無上限。 7、監事會。設監事會主席 1 名,副主席 2 名,監事 4 名。職責 為檢查、監督理事會籌集、管理、使用基金情況。 二、基金會通過換屆並修改章程確定後,編印新一屆基金會組成 機構,以及教育基金會章程。具體工作按新章程執行。 三、關於基金會會員制度的說明 1、符氏教育基金會,會員由符氏宗親一位或一個團體、企事業 單位為一會員,即一人或一單位會員制。 2、凡各位符氏宗親或團體與企事業單位參加基金會者,發給符 氏教育基金會會員證一本。會員證中注明會員名稱、捐資金 額、通訊方式等。會員證中附有《世界海南符氏教育基金會 章程》。
90 3、基金會章程中確定,基金主要用於助學即獎勵每年高考錄取 的符氏大學生,繼續深造的研究生,以及在學特困生的資 助。 4、會員成員中的符氏宗親,男女平等。會員的子女符合獎勵的 助學者,持大學錄取通知書(或影本),會員證領取獎學 金。 5、會員為女性符氏宗親者,如其子女為非符姓氏者,同樣接受 符氏教育基金會發給獎學金。同時,其子女也可在自願的前 提捐資 100 元人民幣,辦理入會手續,領取符氏教育基金會 會員證。其非符姓氏的後代子孫同樣可以領取獎學金。 6、符氏宗親未入會者,其子女同樣可持大學錄取通知書(或影 本)領取獎學金,但在領取獎學金時須補辦入會手續,同時 補交捐資 100 元人民幣,並領取會員證。
91 สมำคมตระก ู ลผู่ สำกล สมาคมตระกูลผู่สากล เป็นองค์กรใหม่จดทะเบียนที่ประเทศสิงคโปร์ มี ส านักงานตั้งอยู่ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน การเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงสร้างขององค์กรใหม่ และกฎระเบียบข้อบังคับของ กองทุนการศึกษาของสมาคมตระกูลผู่สากล 1. โครงสร้างสมาคมตระกูลผู่สากล 1.1 สมาคมตระกูลผู่สากลได้พิจารณาแต่งตงั้ประธานกิตติมศกัดิห์ลายท่าน แต่ ละท่านล้วนเป็นผู้น าจาก มณฑลไหหล า ไต้หวัน ฮ่องกง สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย และภูมิภาคอื่นๆ ท่านเป็นญาติพี่น้องตระกูลผู่และเป็นผู้ที่มีคนเคารพนับถือมาก 1.2 ท่านอารีย ์ ภสู่มบุญ ท่านเป็นชาวจีนโพ้นทะเลที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เป็นผู้ร่วมก่อตั้งสมาคมตระกูลผู่สากล 1.3 ต าแหน่งรองประธานสมาคมตระกูลผู่สากล ได้พิจารณาแต่งตั้งหลายท่าน และประธานฝ่ายบริหารต่างๆของสมาคมตระกูลผู่สากล ได้พิจารณาแต่งตั้งตาม โครงสร้างหลายท่านเช่นกัน โดยพิจารณาจากบุคคลผู้ที่มีฐานะทางเศรษฐกิจดี และ เป็นผู้ที่มีคนเคารพนับถือมาก โดยจัดเรียงรายชื่อตามจ านวนเงินที่บริจาคบ ารุง สมาคม นายมานะผล ภสู่มบุญ ได้รับการพิจารณาแต่งตั้งให้เป็นรองประธานสมาคม และ ประธานฝ่ายบริหารการกุศล 1.4 กลุ่มคณะกรรมการ ที่บริจาคเงินบ ารุงสมาคมตั้งแต่ 2,000 หยวนขึ้นไป 1.5 กลุ่มคณะกรรมการ ที่บริจาคเงินบ ารุงสมาคมตั้งแต่ 1,000 หยวนถึง 2,000 หยวน
92 1.6 สมาชิก เป็นผู้มีคุณสมบัติเป็นบุคคลตระกูลผู่ หรือองค์กร หรือสถาบัน ทั้งใน ประเทศและต่างประเทศ มีความประสงค์เข้าร่วมด้วยความสมัครใจ และบริจาคเงิน บ ารุงสมาคมตั้งแต่ 100 หยวนขึ้นไป 1.7 ต าแหน่งในคณะกรรมการก ากับดูแล จะพิจารณาแต่งตั้งประธาน คณะกรรมการก ากับดูแล 1 ท่าน รองประธาน 2 ท่าน และกรรมการด าเนินการ ก ากับดูแล 4 ท่าน โดยมีภาระกิจหลักในการตรวจสอบ และก ากับดูแลบริหารจัดการ ระดมทุน และการใช้เงินทุนของสมาคม 2.เมอื่สมาคมด าเนินการแก้ไขเปลยี่นแปลงโครงสร้างใหม่ของสมาคม และ ข้อบังคับของกองทุนการศึกษาของสมาคมแล้วเสร็จ จะรวบรวมและตีพิมพ์ ออกมาหลังจากประกาศแล้วการดา เนินการจะเริ่มมผีลตามข้อบังคับใหม่ 3.ระบบสมาชิกของสมาคม 3.1 สมาชิกมี 2 ประเภทได้แก่ สมาชิกรายบุคคล และสมาชิกรายกลุ่มบุคคล 3.2 สมาชิกแบบรายบุคคล หรือรายกลุ่มบุคคล แต่ละรายจะได้รับบัตรสมาชิก หนึ่งใบ ภายในบัตรจะระบุชื่อสมาชิก จ านวนเงินที่บริจาคบ ารุงสมาคม และวิธีการ ติดต่อสื่อสาร และจะได้รับเอกสาร “ข้อบังคับกองทุนการศึกษาของสมาคมตระกูลผู่ สากล” 3.3ข้อบังคับของสมาคมก าหนดไว้ว่า เงินกองทุนส่วนใหญ่จะใช้จ่ายเพื่อช่วย เหลือนักเรียน และให้ทุนการศึกษา เพื่อมอบรางวัลให้แก่นักเรียนตระกูลผู่ที่เข้ารับ การศึกษาที่มหาวิทยาลัยในแต่ละปี นักศึกษาที่เรียนต่อปริญญาโท และให้ความ ช่วยเหลือด้านการเงินส าหรับนักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
93 3.4 สมาชิกของตระกูลผู่ ทั้งชาย และหญิง มีสิทธิได้รับรางวัลเท่าเทียมกัน สมาชิกที่มีบุตรหลานม ี สิทธิ์ไดร้บั ทุนการศึกษา จะต้องแสดงหลักฐาน ได้แก่เอกสาร การเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัย (ตัวจริงหรือส าเนา) และบัตรสมาชิก 3.5 ส าหรับญาติพี่น้องตระกูลผู่ที่เป็นผู้หญิง และมีบุตรที่ไม่ได้ใช้แซ่ผู่เป็น นามสกุล ก็สามารถขอรับทุนการศึกษาจากกองทุนการศึกษาจากสมาคมตระกูลผู่ สากลได้เช่นกัน และบุตรของพวกเขา (ที่ไม่ได้ใช้แซ่ผู่เป็นนามสกุล) สามารถเข้าเป็น สมาชิกโดยสมัครใจ บริจาคเงินบ ารุงสมาคม 100 หยวน และท าตามขั้นตอนการ ลงทะเบียน จะได้รับบัตรสมาชิกกองทุนการศึกษาตระกูลผู่สากล นอกจากนี้ลูก หลานของพวกเขา (ที่ไม่ได้ใช้แซ่ผู่เป็นนามสกุล) จะขอรับทุนการศึกษาได้เช่นกัน 3.6 ส าหรับผู้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของกองทุนการศึกษาสมาคมตระกูลผู่สากล บุตรของพวกเขาสามารถแจ้งขอรับทุนการศึกษา พร้อมกับแสดงเอกสารการเข้าศึกษา ในมหาวิทยาลัย (ตัวจริงหรือส าเนา) โดยจะต้องผ่านขั้นตอนสมัครเป็นสมาชิก บริจาค เงินบ ารุงสมาคม 100 หยวน และรับบัตรสมาชิกมาก่อน
94 為什麼基金會的名稱很重要? 大約 60 年前,符氏祖祠基金會在泰國誕生。由泰國符氏家 族的祖先建立,許多事情會隨著時間而改變。雖然基金會的變化 沒有像商業組織那樣一直在競爭中變化那麼快。但符氏的根基依 然穩固。在我們的付出、合作、關愛和關懷下,我們代代相傳, 祖父,父親,兄弟姐妹一直傳下去。 符氏祖祠基金會名稱需要改變?為什麼要改變?那麼會發生 什麼變化呢? 基金會的名稱是指用於代表基金會本身。即傳達了基金會的 身份特徵,在基金會的基礎上利用媒體進行基金會的各種活動和 法律行為可能不像一般個體相信名字好而去做法事加持會提升主 人的命運。至於一個好的基金會的名字,不僅要清楚地傳達身份 和使命,還應該與時俱進、易記、易讀、易寫。 “符氏祖祠基金會” 名字的優缺點 符氏祖祠基金會是一個以海南話音譯和發音的名稱。它除了 是與創始集團意圖相對應的原始名稱外,也是一種對海南話的保 存,但是泰文和英文的音譯本身毫無意義,海南話作為地方語言 使用溝通的人較少。用其作為基金會的名稱,能夠理解基金會名 稱含義的人會越來越少。未來,基金會的成員,包括其他海南姓 氏的兄弟姐妹,將是在泰國出生和長大的新一代。是不會用海南 話交流的。因此,符氏祖祠基金會名稱的使用很難記、寫、讀。 通過社交網絡或互聯網搜索基金會的名稱很困難,並且受到的關 注範圍很窄。因此,新一代人對基金會網站信息的訪問量將減少。 尤其是英文名 Phoo Tee Touw-se,除了難於拼寫外,並沒有表明身 份或基金會的含義?在哪裡?讓它的印象在全球化無國界時代變 得模糊。因此,名稱變更對於我們的接受和調整以適應當前和未 來的情況很重要。
95 那麼基金會的名稱將如何更改? 理事會在 2015 年 11 月 14 日的會議上決定更改基金會的名 稱。並將在 2015 年 12 月 20 日的下一次會議上投票。目前基金 會在國內和國際都有聯絡交流,所以需要有泰文、中文和英文的 名字。於是找了些資料,寫在這篇文章裡。只有泰文和英文部分 的名字讓弟兄們閱讀參考。 符 = Pu 或Phu或Phu? = Phoo / Foo / Fu / FU? 首先,我們必須考慮字母,泰語中將使用哪些字母。和什麼 英文字母 “ผู่” 在泰語詞典中沒有任何含義。 並且發音與普通話拼音的 發音不符, 但它與海南話的發音相匹配,並且使用了很長時間被 大眾所理解,並為大多數兄弟所接受。 “ภู่ ” 根據泰語詞典的意思是一種昆蟲 ,雖然意思和中文意思 沒有關係,但它通常用作兄弟姐妹姓氏的前綴。 此外,發音與普 通話的拼音發音不符,也不和海南話的發音相匹配。 “ภ ”ู 根據泰語詞典意思是大山,雖然意思和中文意思沒有關係, 但它通常用作兄弟姐妹姓氏的前綴。 此外,發音與普通話的拼音 發音不符。和海南話的發音相也不匹配。 “Phu”/ “Phoo” 沒有出現在互聯網和維基百科上,發音與海南話 的發音非常接近。 但它與普通話的拼音發音不符。
96 “Foo” 沒有出現在互聯網和維基百科上,儘管發音與海南話的 發音不匹,但是很接近普通話拼音的發音。 “Fu ” 出現在互聯網和維基百科上是中國的一個姓氏(一些中 國姓氏的常見讀音,如傅、符、付、扶、伏、富等),雖然發音 不符, 但它符合普通話拼音的發音。 注意如果用大寫字母“FU”是 美國英文中罵人的縮寫。(a common pronunciation for some Chinese surnames, such as 傅, 符, 付, 扶, 伏, 富, etc. ) 基金會的泰文名稱? 英文名稱? 通過搜索,附表中列出了各種基金會或氏族協會的詳細信 息。
97 可見,姓氏大多不使用音譯。並且大多數泰語名稱都有類似 的格式,即泰國……家族協會/基金會……英文名稱泰國大家族以及 其 他 如 : 在 馬 來 西 亞 、 歐 洲 和 美 洲 等 使 用 Family、Clan、 Clansmen 等不同方式的形容詞。 延伸文字應用 Family /Clan /Clansmen /Tribe? 您可以從各種互聯網的簡要搜索比較表中看到,包括: http//:dict.longdo.com,http//:dictionary.com, www.differecebetween.com Family 它是家庭意義上的最小單位。應該是屬於同一家庭的 一群人一起使用,或有直接血緣關係的人群,如父親、母親、孩 子、祖父母、祖母、叔叔、阿姨、阿姨等。 Tribe 在氏族的意義上,它是一個比氏族更大的單位。 那是 一群共同生活的氏族, 或者有共同的傳統 或尊重同一位領導人 的群體。 Clansmen 詞源源自氏族+男性,可能指氏族的男性成員。 足以用數學符號(Subset)得出結,進行比較後更容易理解, 如下: Family ⊆ Clan ⊆ Tribe => “家族” ⊆ 符氏 ⊆ 中國海南血統 Clansmen ⊆ Clan = 符家族雖然以繼承配偶姓氏為傳統,以冠夫 姓為基礎,許多活動只為所男性保留。但現在女權更加開放,女 人的知識並不比男人少。於是,開啟了很多更為廣泛的活動,族 男(Clansmen)的作用就越來越少了。
98 選擇什麼的名稱合適 ? 1 .符氏基金會 มูลนิธิตระกูลผู่ Fu Foundation 這是一個簡短、簡潔、易於記憶的名稱,但具有廣泛的含義。 可能缺乏更準確、更清楚地表明真實身份的意義。泰文名稱有姓 氏一詞,使其意思清晰明了。英文名稱缺少後綴來表達Fu是表達
99 一個什麼?可能誤理解為香港桌球運動員 Marco Fu,英文名稱缺 少後綴表達那個姓氏,外人可能不知道這是一個姓氏。除非符氏 非常龐大盛名遠播,可能就不需要再具體解釋。此外,英文名稱 的意思非常廣泛,會被誤以為是一個基金會總部,並且在馬來西 亞 Fu Foundation of Malaysia 等國家設有分支機構。 2 .符氏基金會 มูลนิธิตระกูลผู่ Fu Clan Foundation 這是一個簡短、緊湊、易於記憶的名稱。在英文名稱中添加 了 Clan 。 向外界明確表達這是符氏家族基金會,此外,英文名 稱的意思就非常廣泛,會跟第一条一样被誤以為是一個基金會總 部,並且在馬來西亞 Fu Foundation of Malaysia 等國家設有分支機構。 3 .泰國符氏基金會 มูลนิธิตระกูลผู่แหง่ ประเทศไทย Fu Clan Foundation of Thailand 這是一個相當長的全名。 但比以上兩個序列中的名稱具有更 完整和清晰的含義。 它還具有與泰國和國外的其他基金會類似的 形式。 4 .泰國符氏基金會.มูลนิธิตระกูลผู่ประเทศไทย Fu Clan Foundation Thailand 當省略介詞“แห่ง”使名稱更短、更簡潔,同時保持原意。 符氏家族將繼續延續下去,代代延傳……所以符氏家族基金會 的名字,對於兄弟姐妹們來說意義重大。 因此,請各位兄弟姐妹 慎重考慮本次基金會的更名。 作者 :ผู้เขียน นายประวิทย์ ชนม์ธนวัฒน์ 符 策 顺 Pravit Chonthanawat 2015 年 11 月 21 日
100 ชื อ่ม ู ลน ิ ธ ิ นั้ นสำ คัญไฉน? เกือบ 60 ปีที่มูลนิธิผู่ตี้โต๋วเส่ถือก าเนิดเกิดขึ้นที่ในประเทศไทย โดยการก่อตั้งของ คณะบรรพบุรุษแซ่ผู่ในประเทศไทย หลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา แม้นว่า การเปลี่ยนแปลงของมูลนิธิจะไม่เร็วเหมือนองค์กรธุรกิจที่ต้องแข่งขันกันตลอดเวลา แต่มูลนิธิของชาวแซ่ผู่ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง ภายใต้ความเสียสละ ความ ร่วมมือ ความรัก ความห่วงใย ของพวกเราสืบทอดมารุ่นต่อรุ่น จากรุ่นกง รุ่นเด รุ่นน่ง และต่อๆไป ชือ่มูลนิธิผู่ตีโ้ต ๋ วเส่จำ เป็ นต้องเปลีย่น? ทำ ไมต้องเปลีย่น? แล้วจะ เปลีย่นเป็ นอะไร? ชื่อมูลนิธิหมายถึงสิ่งที่ใช้เรียกแทนตัวมูลนิธิ อันสื่อถึงตัวตนมูลนิธิได้ทันที ใช้ จ าแนกลักษณะของมูลนิธิ ตลอดจนใช้สื่อในการท ากิจกรรมและนิติกรรมต่างๆของ มูลนิธิ อาจจะไม่เหมือนชื่อบุคคลที่เชื่อว่าชื่อที่ดีนั้นจะต้องเสริมชะตาชีวิตให้กับ เจ้าของ ส่วนชื่อมูลนิธิที่ดีนั้นนอกจากจะต้องสื่อถึงตัวตนและภาระกิจที่ชัดเจนแล้วยัง น่าจะต้องทันสมัย จดจ า อ่าน และเขียนง่ายด้วย ข้อเด่นข้อด้อยของชือ่“มูลนิธิผู่ตีโ้ต ๋ วเส่” มูลนิธิผู่ตโี้ต๋วเส่ Phoo Tee Touw-se Foundationเป็นชื่อที่เขียนทับศัพท์และ ออกเสียงตามภาษาไหหล า ซึ่งนอกจากเป็นชื่อเดิมที่ตรงตามเจตนารมณ์ของคณะผู้