The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รูปทรงของขนมไทย ( ภาษาไทย & ภาษาอังกฤษ )

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Kusuma Ritthichaidamrongkul, 2020-10-09 06:59:39

รูปทรงของขนมไทย ( ภาษาไทย & ภาษาอังกฤษ )

รูปทรงของขนมไทย ( ภาษาไทย & ภาษาอังกฤษ )

ผจู้ ดั ทำ

นำงสำวกสุ มุ ำ ฤทธิชยั ดำรงกลุ รหสั นักศึกษำ 624143001
นำงสำวนิอสั มำ กำระเกตุ รหสั นักศึกษำ 624143011
นำงสำวสพุ ตั รำ อกั ษรทอง รหสั นักศึกษำ 624143017
นำงสำวฮนุ เซมี ชยั สิน รหสั นักศึกษำ 624143023
นำยพงศอ์ มร บญุ แรม รหสั นักศึกษำ 624143027
นำยอบั ดลุ ฮำกีม เจะ๊ น๊ะ รหสั นักศึกษำ 624143035

สำขำคณิ ตศำสตร์

เสนอ

ดร.สมุ ำลี พงศต์ ิยะไพบลู

รำยงำนนี้เป็นส่วนหน่ึงของรำยวิชำภำษำและวฒั นธรรมสำหรบั ครู
ในศตวรรษท่ี 21 ( 1022204 )
มหำวิทยำลยั รำชภฏั เพชรบรุ ี
จงั หวดั เพชรบรุ ี

ความเป็นมาเกย่ี วกบั

วฒั นธรรมการทาขนมไทย

ในสมยั โบรำณคนไทยจะทำขนมเฉพำะวำระสำคญั
เท่ำนัน้ เป็นต้นว่ำ งำนทำบญุ งำนแต่ง เทศกำลสำคญั หรือ
ต้อนรับแขกสำคัญ เพรำะขนมบำงชนิ ดจำเป็ นต้องใช้
กำลงั คนอำศัยเวลำในกำรทำพอสมควร ส่วนใหญ่เป็ น
ขนบประเพณี เป็ นต้นว่ำ ขนมงำน เนื่องในงำนแต่งงำน
ขนมพื้นบ้ำน เช่น ขนมครก ขนมถ้วย ฯลฯ ส่วนขนมในรวั้
ในวงั จะมีหน้ำตำสวยงำม ประณีตวิจิตรบรรจงในกำรจดั
วำงรปู ทรงขนมสวยงำม

ในสมยั รชั กำลท่ี 1 มีกำรพิมพต์ ำรำอำหำรออกเผยแพร่
รวมถึงตำรำขนมไทยด้วย จึงนับได้ว่ำวฒั นธรรมขนมไทยมี
กำรบนั ทึกเป็ นลำยลกั ษณ์อกั ษรครงั้ แรก ตำรำอำหำรไทย

เล่มแรกคือ “ แม่ครวั หวั ป่ ำก์ ”

ต่อมำเม่ือกำรค้ำเจริญขึ้นในตลำดมีขนมนำนำชนิ ดมำ
ขำย และนับว่ำเป็นยคุ ท่ีขนมไทยเป็นที่นิยม

การแบ่งประเภทของขนมไทย

แบง่ ตำมวิธีกำรทำให้สกุ ได้ดงั นี้

1 ขนมที่ทำให้สกุ ด้วยกำรกวน

ส่วนมำกใช้กระทะทอง กวนตงั้ แต่เป็ นน้ำเหลว
ใสจนงวด แล้วเทใส่พิมพห์ รือถำดเม่ือเยน็ จึงตดั เป็น
ชิ้น เช่น ตะโก้ ขนมลืมกลืน ขนมเปี ยกปูน ขนมศิลำ
อ่อน และผลไม้กวนต่ำงๆ รวมถึงข้ำวเหนียวแดง
ข้ำวเหนียวแก้ว และกะละแม

2 ขนมท่ีทำให้สกุ ด้วยกำรน่ึง

ใช้ลงั ถึง บำงชนิ ดเทส่วนผสมใส่ถ้วยตะไล
แล้วนึ่ง บำงชนิ ดใส่ถำดหรือพิมพ์ บำงชนิ ดห่อ
ด้วยใบตองหรือใบมะพร้ำว เช่น ช่อม่วง ขนม
ชัน้ ข้ำวต้มผดั สำล่ีอ่อน สังขยำ ขนมกล้วย
ขนมตำล ขนมใส่ไส้ ขนมเทียน ขนมน้ำดอกไม้
ข้ำวเกรียบปำกหม้อ

การแบ่งประเภทของขนมไทย

แบง่ ตำมวิธีกำรทำให้สกุ ได้ดงั นี้

3 ขนมท่ีทำให้สกุ ด้วยกำรเชื่อม

เป็ นกำรใส่ส่วนผสมลงในน้ำเชื่อมที่กำลงั เดือด
จนสกุ ได้แก่ ทองหยอด ทองหยิบ ฝอยทอง เมด็ ขนุน
กล้วยเช่ือม จำวตำลเชื่อม

4 ขนมท่ีทำให้สกุ ด้วยกำรทอด

เป็ นกำรใส่ส่วนผสมลงในกระทะท่ีมีน้ำมนั
รอ้ นๆ จนสกุ เช่น กลว้ ยทอด ขำ้ วเมำ่ ทอด ขนม
กง ขนมค้ำงคำว ขนมฝักบวั ขนมนำงเลด็

การแบง่ ประเภทของขนมไทย

แบง่ ตำมวิธีกำรทำให้สกุ ได้ดงั นี้

5 ขนมที่ทำให้สกุ ด้วยกำรนึ่งหรืออบ

ได้แก่ ขนมหม้อแกง ขนมหน้ำนวล ขนมกลีบ
ลำดวน ขนมทองม้วน สำล่ีแขง็ นอกจำกนี้ อำจรวม
ขนมครก ขนมเบอื้ ง ขนมดอกลำเจียกท่ีใช้ควำมร้อน
บนเตำไว้ในกล่มุ นี้ด้วย

6 ขนมท่ีทำให้สกุ ด้วยกำรต้ม

ขนมประเภทนี้ จะใช้ หม้อหรือกระทะต้ มน้ ำใ ห้
เดือด ใส่ขนมลงไปจนสุกแล้วตกั ขึ้น นำมำคลุกหรือ
โรยมะพร้ำว ได้แก่ ขนมถวั่ แปบ ขนมต้ม ขนมเหนียว
ขนมเรไร นอกจำกนี้ยงั รวมขนมประเภทน้ำ ท่ีนิ ยม
นำมำต้มกบั กะทิ หรือใส่แป้งผสมเป็ นขนมเปี ยก และ
ขนมท่ีกินกบั น้ำเช่ือมและน้ำกะทิ เช่น กล้วยบวชชี มนั
แกงบวด สำคเู ปี ยก ลอดช่อง ซ่ำหริ่ม

&

รปู ทรงขนมไทยที่เกี่ยวข้องกบั คณิตศำสตร์

จำนวน 5 ประเภท คือ

1. ขนมเปี ยกปนู

หลำยคนกค็ งสงสยั ว่ำทำไม ต้องชื่อ เปี ยก ทำไมต้องช่ือ
ปูน แล้วทำไมถึงมีสีดำ ที่มีชื่อว่ำขนมเปี ยกปูน ก็เพรำะ
เคร่ืองปรงุ ขนมไทยชนิดนี้มีน้ำปนู ใสเป็นส่วนประกอบอยู่ด้วย
ต้องกวนให้เข้ำกันตอนท่ียังเปี ยก ๆ อันเป็ นที่มำของช่ือ

“ขนมเปี ยกปูน” ส่วนสีดำเม่ือมของขนมชนิ ดนี้ วิธีกำรทำ

แบบดงั้ เดิมเขำนำกำบมะพร้ำวมำเผำไฟให้กลำยเป็ นสีเถ้ำ
ถ่ำนสีดำ จำกนั้นเอำเถ้ำถ่ำนกำบมะพร้ำวนั้นมำบดและ
ละลำยน้ำ จำกนัน้ กก็ รองเอำเฉพำะน้ำสีดำมำผสมเข้ำไป กไ็ ด้
เป็ นขนมเปี ยกปูนรสชำติดีมีสีดำตดั กบั มะพร้ำวขดู โรยหน้ำสี
ขำว

วิธีทำขนมเปี ยกปนู

ส่วนผสม

1. แป้งข้ำวเจ้ำ 4 ถว้ ยตวง

2. แป้งมนั 2 ช้อนโตะ๊

3. น้ำปนู ใส 1 ถว้ ยตวง

4. น้ำตำลโตนดหรือน้ำตำลมะพรำ้ ว 3 ถว้ ยตวง

5. น้ำเปล่ำ 8 ถว้ ยตวง

6. มะพรำ้ วทึนทึก 2 ถว้ ยตวง

7. ใบตำลเผำไฟหรือกำบมะพรำ้ วเผำไฟ 3 กำบ

วิธีกำรเตรียมวตั ถดุ ิบน้ำใบตำลเผำ

นำใบตำลสดมำเผำไฟจนไหม้เป็ นถ่ำนสีดำจำกนัน้
นำไปแช่ในน้ำสะอำดแล้วนำมำกรองด้วยผ้ำขำวบำงจะได้
น้ำท่ีมีสีดำเพื่อนำไปใช้เป็ นส่วนผสม

น้ำปนู นำปนู แดงละลำยน้ำในอตั รำส่วนปนู แดงต่อน้ำ
เป็ น 1:7 ทิ้งไว้ให้ปูนแดงตกตะกอนจำกนัน้ แยกเอำเฉพำะ
ส่วนน้ำปนู ที่ใสมำใช้เป็นส่วนผสม

วิธีทำ

1. ผสมแป้งทงั้ สองชนิ ดเข้ำด้วยกนั ผสมน้ำปูนใส
น้ำเปล่ำ และน้ำตำลกรองด้วยผำ้ ขำวบำง

2. กำบมะพร้ำวท่ีเผำแล้วละลำยน้ำท่ีเหลือ กรอง
ด้วยผำ้ ขำวบำง ผสมลงในแป้งให้มีสีดำ

3. กวนแป้งในกระทะทอง หรืออะลูมิเนียมสำหรบั
ทำขนมก็ได้ กวนจนเหนียว เกือบแห้ง ซ่ึงอำจจะใช้เวลำ
แตกต่ำงกนั ตำมสูตรนี้แนะนำให้เคี่ยวเตำถ่ำน และจะใช้
เวลำประมำณ 2 ชวั่ โมง

4. ตักใส่ถำดพิมพ์ ทิ้งไว้ให้เยน็ จะตดั เป็ นชิ้นหรือ
แกะออกจำกพิมพก์ ไ็ ด้

5. ใช้มะพร้ำวขดู เป็ นเส้น คลุกกบั เกลือป่ นเล็กน้อย
โรยบนขนมเป็นอนั เสรจ็

เคลด็ ลบั ในกำรปรงุ

1. กำรกวนจะต้องกวนตลอดเวลำเพ่ือป้ องกันไม่ให้
ส่วนผสมไหม้

2. กำรใช้ใบตำลสดมำเผำเพ่ือให้ได้ถ่ำนสีดำจะให้กล่ินรส
ตลอดจนเนื้อสัมผสั ของขนมเปี ยกปูนท่ีดีกว่ำกำรใช้เปลือก
มะพรำ้ วเผำ

ครอบครวั จะทำรบั ประทำนกนั เองจึงได้มีกำรคิด
ที่จะปรบั ปรงุ แต่งอำหำรไว้เพ่ือกำรบริโภคเองใน
ครอบครวั และสำหรบั เลีย้ งในงำนบญุ ต่ำงๆเช่น
งำนบวช งำนแต่ง งำนบญุ ขนึ้ บำ้ นใหม่

รปู ทรงขนมไทยที่เก่ียวข้องกบั คณิตศำสตร์

จำนวน 5 ประเภท คือ

2. ขนมกรวย

“ขนมกรวย” มีช่ือเรียกอีกอย่ำงว่ำขนมหำงหนู หรือขนม
หำงจิ้งจก

“ขนมกรวย” เป็ นขนมไทยโบรำณของชำวไทยพทุ ธ และ
ชำวไทยมสุ ลิม

ที่เรียกว่ำขนมกรวย เพรำะ เรียกตำมภำชนะท่ีบรรจุ
ภำชนะที่บรจเุ ป็นรปู กรวยจึงเรียกว่ำ “ขนมกรวย”

วิธีทำขนมกรวย

ส่วนผสมขนมกรวย ส่วนที่ 1

1. แป้งขำ้ วเจ้ำ 1/2 ถ้วยตวง
2. แป้งถวั่ เขียว 1 ช้อนโตะ๊
3. น้ำ 3/4 ถ้วยตวง
4. น้ำตำลปึ ก 1/3 ถ้วยตวง

ส่วนผสมขนมกรวย ส่วนที่ 2

1. หวั กะทิ 1/3 ถ้วยตวง
2. แป้งข้ำวเจ้ำ 1 1/2 ช้อนโตะ๊
3. เกลอื ป่ น 1/4 ช้อนชำ

ใบตองตำนีฉีกกว้ำงขนำด พอดีๆแล้วแต่ชอบ ม้วนให้
เป็นกรวยปลำยแหลมปิ ดสนิท ใช่เขม็ กลดั ทำงมะพร้ำวกลดั
ปิ ดด้ำนข้ำง เพ่ือไม่ให้กรวยคลำยออกจำกกนั ขนมไทย
โบรำณ นิยมใช้ใบตองในกำรห่อขนม

วิธีทำ

1. นำส่วนผสมที่ 1 นวดแป้งข้ำวเจ้ำกบั แป้งถวั่
เขียวให้เข้ำกนั โดยเติมน้ำลงทีละน้อย นวดต่อไปสกั
10 นำที แล้วใส่น้ำตำลปึ ก นวดต่อไปจนเข้ำกนั ดี แล้ว
เติมน้ำส่วนท่ีเหลอื พกั ไว้

2. นำส่วนผสมที่ 2 ผสมส่วนหน้ำกะทิ คนแป้ง
กบั กะทิและเกลอื ให้เขำ้ กนั

3. ตงั้ รงั ถึงให้น้ำเดือด อย่ำใส่น้ำมำก เพรำเวลำ
น้ำเดือดอำจโดนขนมได้

4. เสียบกรวยใบตองท่ีทำไว้ลงในรูของรงั ถึง
โดยเหลือรวู ่ำงให้ไอน้ำพลุ่ง ขึ้นข้ำงบนได้ด้วย หยอด
ส่วนผสมที่ 1 ลงในกรวยประมำณ 3/4 ของ กรวย
ยกขึ้นน่ึงประมำณ 5 นำที จำกนัน้ หยอดส่วนผสมท่ี 2
ให้เต็มปำกกรวยพอดี แล้วนำไปนึ่งต่อประมำณ 3-5
นำที จนสกุ

5. พกั ไว้จนเยน็ สนิทจึงเสิรฟ์

รปู ทรงขนมไทยท่ีเกี่ยวข้องกบั คณิตศำสตร์

จำนวน 5 ประเภท คือ
3. ขนมสำคไู ส้หมู

ท่ีเรียกช่ือว่ำ “สำคู” เพรำะว่ำ ทำมำจำกเมด็ สำคูหรือ
แป้งสำคู

และท่ีมีลกั ษณะเป็ นทรงกลมเพรำะว่ำให้สะดวกต่อกำร
ปัน้ และบริโภค

วิธีทำขนมสำคไู ส้หมู

ส่วนท่ี 1 ผดั ไส้

1. น้ำมนั รำข้ำว 2 ช้อนโตะ๊
2. รำกผกั ชี+กระเทียม+พริกไทย (ตำ) 3 ช้อนโตะ๊
3. หอมแดงสบั 1/4 ถ้วย
4. หมบู ด 300 กรมั
5. น้ำตำลปี๊ บ 150 กรมั
6. ซีอิ๊วขำว 1 ช้อนโตะ๊
7. เกลือ 2 ช้อนชำ
8. หวั ไชโป๊ ว 100 กรมั

ส่วนท่ี 2 ตวั สำคู

1. สำคู 1 ถ้วย
2. น้ำอ่นุ ใส่พอท่วมสำคู

วิธีทำ

1. ใส่น้ำมนั รำข้ำวลงไปในกระทะ ตำมด้วยรำก
ผกั ชี กระเทียม และพริกไทย ท่ีตำละเอียดแลว้

2. ใส่หอมแดงสบั และหมูบด ผดั จนหมูสุก แล้ว
ปรงุ รสด้วยน้ำตำลป๊ี บ ซีอิ๊วขำว และเกลอื

3. ใส่หวั ไชโป๊ วสบั ลงไป แล้วผดั ให้เข้ำกนั ตกั ใส่
จำนพกั ไวก่อน

4. ผสมเมด็ สำคกู บั น้ำอ่นุ แล้วปัน้ ไส้หมูให้พอดี
คำแลว้ ห่อด้วยเมด็ สำคู

5. นำไปนึ่ง 5 นำที จนเม็ดสำคูใส เสิร์ฟคู่กับ
พริกขีห้ นูสวนกบั ผกั สด

รปู ทรงขนมไทยที่เก่ียวข้องกบั คณิตศำสตร์

จำนวน 5 ประเภท คือ

4. ขนมเทียน

“ขนมเทียน ” มีควำมหมำยคือ กำรมีชีวิตที่รำบร่ืน และ
ด้วยรปู ร่ำงขนมที่เป็นกรวยแหลมเหมือนเจดียใ์ นวดั จึงถือว่ำ
เป็นขนมมงคลท่ีใช้ในวนั สำคญั ทงั้ ของชำวไทยและชำวจีน

โดยเฉพำะเทศกำลสงกรำนต์ แต่เดิมมีไส้มะพร้ำวและไส้
ถวั่ เขียว แต่ในปัจจุบนั มีกำรดดั แปลงไส้ออกไปหลำกหลำย
มำก ชำวจีนใช้ขนมเทียนในกำรไหว้บรรพบุรุษช่วงวนั ตรุษ
และวันสำรท ไส้เป็ นถัว่ เขียวกวนบด ถ้ำแบบเค็มจะใส่
พริกไทยและเกลือ แบบหวำนใส่มะพร้ำวและน้ำตำลลงไปเพิ่ม
ถำ้ ตวั แป้งทำด้วยแป้งถวั่ เรียกขนมเทียนแก้ว

วิธีทำขนมเทียน

ส่วนผสมไส้ขนมเทียน

1. ถวั่ เขียวฝ่ ำซีก 1 ถ้วย
2. น้ำมนั พืช 3 ช้อนโตะ๊
3. กระเทียมเจียว หรือ หอมแดงเจียว 1/4 ถ้วย
4. รำกผกั ชี 2 รำก
5. เกลือ 1 ช้อนชำ
6. น้ำตำลปี บ 3 ชต.
7. น้ำตำลทรำย ตำมชอบ
8. พริกไทย ตำมชอบ

ส่วนผสมแป้ง

1. แป้งข้ำวเหนียว 400 กรมั
2. แป้งข้ำวจ้ำว 100 กรมั
3. น้ำกระทิ 3 ถ้วย
4. น้ำตำลปี บ 1 ถ้วย
(ถ้ำจะทำขนมเทียนสีดำ ใช้แป้งข้ำวเหนียวดำ 1 ถ้วย
ผสมแป้งข้ำวเหนียวขำว 3 ถ้วย)

วิธีทำ

1. เทแป้ งใส่ชำม ละลำยน้ำตำลบีบกับน้ ำอุ่น
เลก็ น้อย แลว้ ค่อยนวดผสมไปกบั แป้ง

2. ค่อยๆเทกะทิใส่แลว้ นวดให้เข้ำกนั ทิ้งไว้ 3-4 ช.ม.
3. นำถวั่ เขียวซีกไปแช่น้ำไว้ 3 ชม.
4. นำถวั่ ไปน่ึงให้สกุ
5. นำถวั่ ท่ีนึ่งสกุ แล้วเข้ำเครือ่ งบดให้ละเอียด พกั ไว้
6. ตงั้ กระทะเจียวกระเทียมพอเหลอื ง
7. ใส่ถวั่ ท่ีเตรียมไว้ (ข้อ.5) ในกระทะ ใส่น้ำตำล
เกลอื พริกไทย ชิมรสตำมชอบผดั ไปจนแห้ง
8. นำมำปั้นเป็ นก้อนกลม ขนำดไม่เล็กไม่ใหญ่
ประมำณ 10 กรมั
9. นำแป้งที่หมกั ไว้ (ข้อ.2) จนได้ที่แล้ว มำปัน้ เป็ น
ก้อน (ประมำณ 30 กรมั ) ห่อไส้ที่เตรียมไว้
10. ห่อใบตองให้สวยงำม นำไปน่ึงด้วยไฟแรง 30
นำที

วิธีกำรห่อขนมเทียน

1. ทำน้ำมนั บนใบตอง แล้วซ้อนใบตอง 2 ชนั้ ทำ
เป็นรปู กรวย ไส้แป้งท่ีปัน้ ไวล้ งไป

2. ใช้นิ้วโป้งทงั้ 2 ขำ้ งกดใบตองลงเพ่ือให้แป้งลงไป
ในกรวย พรอ้ มทำท่ำพนมมือ (จะทำให้ขนมเทียนเป็นทรง
พีระมิด)

3. จำกนัน้ พบั ใบตองทงั้ 2 ขำ้ งเข้ำหำกนั ให้เป็น
ปลำยแหลม (ตดั ใบตองไมด่ ีจะมีปัญหำตรงนี้แหละ)

4. พบั ใบตองกลบั มำปิ ดฐำนขนม จะเหลือปลำยยืน่
ออกมำ ให้มว้ นสอดเข้ำช่องในฐำนขนม

รปู ทรงขนมไทยที่เก่ียวข้องกบั คณิตศำสตร์

จำนวน 5 ประเภท คือ

5. ขนมข้ำวหลำม

ในสมยั โบรำณอำหำรและของทุกอย่ำงที่ใส่กระบอกและ
นำไปเผำไฟ เพื่อปรงุ อำหำรสำหรบั กำรเดินทำง
จะเรียกว่ำ “หลำม” เช่น ปลำหลำม ยำหลำม ดังนั้น ข้ำว
เหนียวผสมกะทิและเครื่องปรงุ รสในกระบอกจึงเรียกว่ำ “ข้ำว
หลำม”

วิธีทำขนมข้ำวหลำม

ส่วนผสม

1. ข้ำวสำรเหนียว 1/2 ลิตร

2. น้ำตำลทรำย 400 กรมั

3. กะทิ 3 ถ้วย

4. ถวั่ ดำถวั่ ดำต้มสกุ 2 ถ้วย

5. เกลือป่ น 2 ช้อนโตะ๊

6. ไผข่ ้ำวหลำม 12 กระบอก

7. กำบมะพรำ้ ว 12 ชิ้น

วสั ดอุ ปุ กรณ์
1. ไม้ไผอ่ ่อน
2. มีดปลอกข้ำวหลำม
3. รำวเหลก็
4. ถ่ำน 5 กิโลกรมั
5. ช้อน
6. หม้อ
7. ไม้คีบถ่ำน

วิธีทำ

1. ตัดไผ่ข้ำวหลำมให้ยำวประมำณ 12 นิ้ ว ล้ำง
เฉพำะด้ำนนอกกระบอก ให้สะอำด ควำ่ กระบอกลง พกั ไว้
ให้แห้ง

2. ผสมกะทิ น้ำตำล และเกลือ รวมกนั แล้วคนให้เข้ำ
กนั จนน้ำตำลละลำย

3. ล้ำงข้ำวสำรให้สะอำดจนกระทงั่ น้ำใส นำข้ำวใส่
ตะกร้ำเพ่ือให้สะเดด็ น้ำ ใส่ถวั่ ดำต้มสกุ ลงในข้ำว คลุกเคล้ำ
ให้เข้ำกนั

4. นำข้ำวที่ผสมถวั่ ดำแล้วใส่ลงในกระบอก 1 กำมือ
กระแทกเบำๆ ทำสลบั กนั ต่อไปเรื่อยๆ จนเต็มกระบอก
เลอื กด้ำนบนกระบอกไวป้ ระมำณ 2 นิ้ว สำหรบั ปิ ดจกุ

5. นำกำบมะพรำ้ วม้วนมำปิ ดกระบอกข้ำวหลำม
6. เผำข้ำวหลำมพอประมำณ 30-45 นำที สังเกต
กระบอกมีสีเหลอื งทวั่ แสดงว่ำขำ้ วหลำมสกุ
7. ทิ้งไว้ให้อุ่น ปอกเปลือก และเหลำให้เปลือกข้ำว
หลำมบำงลง เพื่อให้แกะรบั ประทำนได้งำ่ ย

วิธีกำรย่ำงไฟ

1. ติดไฟเตำ เมอ่ื ไฟติดได้ท่ีแลว้ จึงนำกระบอกข้ำว
หลำมที่เตรยี มไวม้ ำวำงเรยี งในลกั ษณะตงั้ เอนขนึ้ ให้พิงกบั
แนวหลกั ท่ีทำจำกท่อนเหลก็

2. ควรพลิกข้ำวหลำมอยำ่ งต่อเนื่อง เพ่ือให้ข้ำว
หลำมสกุ อยำ่ งทวั่ ถึง และไม่ให้ขำ้ วหลำมไหม้บริเวณใด
บริเวณหนึ่ง

3. หำกกะทิเดือดมำก ต้องคอยดึงจกุ ขำ้ วหลำมออก
แล้วเทกะทิใส่เข้ำไปใหม่

4. กำรยำ่ งข้ำวหลำมจะต้องอำศยั ระยะเวลำในกำร
ยำ่ งถึง 1 ชวั่ โมง ข้ำวหลำมจึงจะออกมำดนู ่ำรบั ประทำน



รูป ทรงเรขาคณติ

รปู ทรงเรขำคณิต

เป็ นรูปท่ีประกอบด้วยจุด เส้นตรง ส่วน
โค้งต่ำง ๆ และถ้ำอยู่ในระนำบเดียวกนั เรำก็
เรียกว่ำรูประนำบ แต่ถ้ำหำกเป็ นรูปทรงท่ีมี
ควำมหนำ ควำมลึก ควำมสูง เรำกเ็ รียกว่ำรูป
สำมมิติ

ประ

เภท
ของ

รปู ทรง

เรขาคณติ

ทรงส่เี หล่ียมมมุ ฉาก

ทรงสี่เหล่ียมมุมฉำก คือ รูปทรงสำม
มิติที่ทุกด้ำนเป็ นรปู เหล่ียมมุมฉำก และด้ำน
ตรงข้ำมเท่ำกนั ทุกประกำรและขนำนกนั

รูปทรงของขนมไทยท่ีมีลกั ษณะ
เป็ นทรงส่ีเหล่ียมมุมฉำก เช่น ขนมชนั้
ขนมลูกเต๋ำ ขนมตะโก้ ขนมหม้อแกง
เป็ นต้น

ซึ่งถ้ำเทียบกบั ขนมไทยท่ียกมำเป็น
ตัวอย่ำงข้ำงต้น ขนมไทยที่มีลกั ษณะ
เป็ นทรงส่ีเหลี่ยมมุมฉำก คือ ขนมเปี ยก
ปนู

ทรงกลม

ทรงกลม คือ รปู เรขำคณิตสำมมิติหรือ
ทรงสำมมิติที่มีผิวโคงเรียบ และจุดทุกจุดบน
ผิ ว โ ค ง อ ยู่ห่ ำ ง จ ำ ก จุด ค ง ท่ี จุด ห น่ึ ง เ ป็ น
ระยะทำงเท่ำกนั จดุ คงท่ีนัน้ เรียกว่ำ เส้นผ่ำน
ศนู ยก์ ลำงของทรงกลม และระยะทำงท่ีเท่ำกนั
นัน้ เรียกว่ำ รศั มีของทรงกลม

รูปทรงของขนมไทยที่มีลกั ษณะ
เป็ นทรงกลม เช่น ขนมพระพำย ขนม
โคกะทิ ขนมดำวล้อมเดือน ขนมต้มไส้
มะพรำ้ วอ่อน เป็นต้น

ซึ่งถำ้ เทียบกบั ขนมไทยที่ยกมำเป็น
ตัวอย่ำงข้ำงต้น ขนมไทยที่มีลกั ษณะ
เป็นทรงกลม คือ ขนมสำคไู ส้หมู

ทรงพีระมดิ

พีระมิด คือ รปู ทรงเรขำคณิต 3 มิติท่ีมี
พืน้ ที่ฐำนเป็นรปู หลำยเหลี่ยม
(สำมเหลี่ยม สี่เหล่ียม ห้ำเหล่ียม ….. รูป n
เหลี่ยม) และมียอดเป็นจดุ ยอดแหลม

รูปทรงของขนมไทยท่ีมีลกั ษณะเป็ น
ทรงพีระมิด เช่น ขนมใส่ไส้ ข้ำวต้มน้ำวุ้น
ขนมจงั้ เป็นต้น

ซ่ึงถ้ำเทียบกบั ขนมไทยที่ยกมำเป็น
ตัวอย่ำงข้ำงต้น ขนมไทยที่มีลกั ษณะ
เป็นทรงพีระมิด คือ ขนมเทียน

ทรงกระบอก

ทรงกระบอก คือ รูปทรงเรขำคณิ ต 3
มิติที่มีพืน้ ที่ฐำนเป็นวงกลมทงั้ สองด้ำน

รูปทรงของขนมไทยท่ีมีลกั ษณะเป็ น
ทรงกระบอก เช่น ขนมทองมว้ น ขนมโพรง
แสม ขนมลำ เป็นต้น

ซึ่งถ้ำเทียบกบั ขนมไทยท่ียกมำเป็น
ตัวอย่ำงข้ำงต้น ขนมไทยท่ีมีลกั ษณะ
เป็นทรงกระบอก คือ ขนมข้ำวหลำม

ทรงกรวย

ทรงกรวย คือ รูปทรงในเรขำคณิ ต3
มิติ ท่ีมีรปู ร่ำงเป็ นกรวย ส่วนปลำยด้ำนหนึ่ง
จะแหลม ที่อยู่ต่อกนั ระหว่ำงจุดยอดและจุด
ใดๆบนขอบฐำนเป็ นส่วนเส้นตรงท่ีเรียกว่ำ
สงู เอียง

รูปทรงของขนมไทยท่ีมีลกั ษณะเป็ น
ทรงกรวยไมค่ ่อยนิยมนำมำทำเป็นขนม

ซึ่งถำ้ เทียบกบั ขนมไทยที่ยกมำเป็น
ตัวอย่ำงข้ำงต้น ขนมไทยท่ีมีลกั ษณะ
เป็นทรงกรวย คือ ขนมกรวย



ทรงสเ่ี หล่ียมมุมฉาก

ทรงกลม





ทรงพรี ะมดิ





× ×

× ×


ทรงกระบอก

ทรงกรวย

π
π


π ℎ



1. กล่องกระดำษรปู ส่ีเหลี่ยมลกู บำศกท์ ี่มีขนำด
ภำยในกวำ้ ง 21 เซนติเมตร บรรจขุ นมพระพำยหน่ึงชิ้น
ได้พอดี

จงแสดงว่ำปริมำตรของอำกำศภำยในกล่องท่ี
อย่ลู ้อมรอบขนมพระพำยนัน้ ก่ีลกู บำศกเ์ ซนติเมตร
(กำหนดให้ )

....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................



2. ขนมชนั้ ทรงสี่เหล่ียมมมุ ฉำก กว้ำง 10
เซนติเมตร ยำว 15 เซนติเมตร สงู 5 เซนติเมตร ถ้ำ
ต้องกำรบรรจขุ นมชนั้ ลงในกล่องที่มีปริมำตร 2,250
ลกู บำศกเ์ ซนติเมตรได้พอดี จะต้องใช้ขนมชนั้ ทงั้ หมด
กี่ชิ้น

ก. 2 ชิ้น
ข. 3 ชิ้น
ค. 4 ชิ้น
ง. 5 ชิ้น

เฉลย ข.

รปู ท่ีกำหนด
จำกรปู ขนมไทยที่กำหนดให้ คล้ำยกบั รปู ทรงชนิดใด
เพรำะเหตใุ ด

....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................
....................................................................................................................

เฉลย
พีระมิดฐำนสี่เหลี่ยม เพรำะ พีระมิดคือวตั ถทุ รง

สำมมิติซึ่งฐำนเป็นรปู หลำยเหล่ียม มีหน้ำทกุ หน้ำ (ผิว
ข้ำง) เป็นรปู สำมเหล่ียมโดยมีจดุ ยอดรว่ มกนั ที่จดุ หนึ่ง
ทงั้ นี้ยอดไม่อย่ใู นระนำบเดียวกบั ฐำน



Background about

Thai dessert culture

In ancient times, Thai people would make desserts
only for important occasions, such as merit making,
wedding favors, important festivals or welcoming important
guests. Because some desserts need a lot of manpower to
make a lot of time to make, most of them are customary,
such as wedding desserts, local desserts such as Kanom
Krok, Thai dessert, etc. The dessert in the fence in the
palace will look beautiful. Exquisitely delicately arranged in
a beautiful shape of dessert

In the reign of King Rama 1, food cookbooks were
published. Including Thai dessert texts Therefore, it can be
counted that the Thai dessert culture has been recorded in
writing for the first time. The first Thai food cookbook is
"gourmet chef"

Later, when the trade grew in the market, many kinds of
snacks were sold. And counted as the era when Thai desserts
were popular

Assortment of Thai desserts

Divided by the method of ripening as follows

1 Desserts cooked by stirring

Most of them use a gold pan. Stirring from a clear
liquid until the period Then poured into a mold or a tray
when cool, then cut into pieces such as Tako, dessert,
forgetting to swallow rhombic, soft stone dessert, and
various fruits. Including red sticky rice Glass sticky rice
and coconut milk

2 Steamed desserts

Use some crates to pour the ingredients into the
pinwheel cups and steam. Some types of tray or print Some
types are wrapped in banana leaves or coconut leaves, such
as chong luang, layered desserts, fried rice porridge, soft
custard, custard, banana dessert, palm dessert, candy filled
with candle, nam dok mai, rice cracker.

Assortment of Thai desserts

Divided by the method of ripening as follows

3 Desserts cooked by welding

The ingredients are added to the syrup that
is boiling until cooked, including Thong Yod,
Thong Yip, Foi Thong, Jackfruit seed, Banana
nut, Sugar connection.

4 Desserts cooked by frying

It is to put the ingredients in a pan with
hot oil until cooked, such as fried bananas,
Khao Mao Chom, Khanom Kong, Bat Bat,
Nang Led dessert.

Assortment of Thai desserts

Divided by the method of ripening as follows

5 Desserts that are cooked by steaming or baking

These include Kanom Moe Kaeng, Kanom
Nuan Khanom, Lamduan Kaeo, Thong Muan, and
Hard Salee In addition, it may include Kanom
Khru Kg Kaeng, Lam Chiak dessert that uses
heat on the stove as well.

6 Desserts cooked by boiling

This type of dessert will use a pot or pan to boil
water. Add the snacks until cooked and scoop up. To
be mixed or sprinkled with coconut, such as nuts,
bread, boiled snacks, sticky snacks, Raerai snacks,
also including liquid snacks Popular to be boiled with
coconut milk Or put flour mixed into wet snacks And
desserts that are eaten with syrup and coconut milk

&

Thai dessert shapes related to mathematics

There are 5 types of

1. Rhombic

Many people are still wondering why the name is wet,
why the name mortar and why it is black. Called rhombic
Because this Thai dessert seasoning contains lime juice
as an ingredient Must be stirred together when it's still
wet, which is where the name comes from. "Rhombic"

The black part when the milk of this kind Traditional
method, he used the coconut shell to burn it to a black
ash color. Then take the ashes from the coconut bract and
grind and melt the water Then filtered only the black water
and mixed it in. It is a good tasting rhombic dessert with
black color, contrasting with grated coconut and white
top.

How to make rhombic

ingredient

1. rice flour 4 cups
2. tapioca flour 2 tablespoons

3. lime juice 1 cup

4. palm sugar or coconut sugar 3 cups

5. Water 8 cups

6. coconut milk 2 cups

7. Palm leaves or coconut flakes, 3 kabs

Method for preparing raw palm leaf juice

Bring fresh palm leaves to burn the fire until it
burns to a black charcoal, then soak it in clean water
and then apply it with a thin white cloth to get black
water for use as a mixture.

Lime Water: Dissolve lime water at a ratio of 1: 7,
leave the lime to precipitate, then separate the clear
lime water to be used as a mixture.


Click to View FlipBook Version