The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ultradrama3082514, 2021-08-31 22:20:37

เอกสารประกอบการเรียนศิลปะการละครเบื้องต้น

ละครดั้งเดิม

Keywords: ศิลปะการละคร

๒๐๓๐๐-๐๑๐๒ ศลิ ปะการละครเบอ้ื งต้น ๑-๐-๑
จดุ ประสงค์รายวิชา
เพือ่ ให้

๑. มีความรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกบั กาเนิด ท่มี ารูปแบบและพฒั นาการของการละครตะวันตกตั้งแตย่ ุค
เร่มิ แรกจนถึง ปัจจบุ นั

๒. มีวินัยความรับผดิ ชอบ อดทนและขยันหมัน่ เพยี รในการเรียน มีน้าใจเออ้ื เฟ้ือต่อผูอ้ นื่ ตระหนัก
และเห็นคุณคา่ ในศลิ ปะการละคร

สมรรถนะรายวิชา อธิบาย วิเคราะหจ์ าแนก เปรียบเทียบ และวิจารณ์เก่ยี วกบั กาเนดิ ทมี่ า รูปแบบ
และพฒั นาการของการละคร ตะวันตกตง้ั แต่ยุคเร่ิมแรกจนถงึ ปัจจุบัน คาอธบิ ายรายวิชา กาเนดิ ท่ีมา
รูปแบบและพฒั นาการของการละครตะวันตก ยุคกรีก โรมนั ยคุ กลาง ยุคฟืน้ ฟูศิลปะวทิ ยาการ ในอติ าลียุค
ทองของการละครองั กฤษและสเปน ละครนโี อคลาสสคิ ฝร่งั เศส การละครตะวันตกในศตวรรษที่ ๑๘ จนถงึ
การละครในปัจจบุ นั

การละครกรกี -โรมัน

ที่มา

มาจากการบูชาเทพเจ้าไดโอไนซุส หรือ เทพเจ้าแห่งเหล้าองุ่น ซึ่งเป็นตัวแทนของความอุดมสมบูรณ์ในพิธีนั้น

จึงเกิดมีการร้องราทาเพลงเป็นหมู่ ที่เรียกว่า ดิธีแรมบ์ ซึ่งมีการประกวดรอ้ งราทาเพลงเป็นหมู่ Charal Dance ต่อมา

เกิดการแสดงเดยี่ วแยกออกมาและมีการโต้ตอบระหว่างกลุ่มคอรัส

นกั การละครที่สาคญั คือ เธสพีส

เธสพีสเป็นผู้มีบทบาทในการขับร้องเพลงดิธีแรมบ์ โดยเขาเป็นนักการละครเพียงคนเดียว ที่ชนะการประกวด

การขบั ร้องเพลงดิธีแรมบ์

ลักษณะของละครของเธสพีส จะมีผูแ้ สดงเพียง 1 คน กบั กล่มุ คอรัส 50 คน นกั แสดงนั้นจะเล่นทุกบท

ในทอ้ งเร่ือง ใชก้ ารเปลี่ยนหนา้ กากในการเปลี่ยนบทและมีกล่มุ คอรัสเปน็ ตวั เชอ้ื มโยงเรื่องราวและเปลย่ี นบท กลุ่มคอรัส

จะรอ้ งเพลงเป็นการเสรมิ เรอ่ื งเข้าไปหรือวิพากษว์ ิจารณ์ตัวละครในเร่ือง

ขอ้ เสยี ไม่สามารถแสดงความขดั แย้งของตัวละครได้

ต่อมา จึงเพิ่มนักแสดงเป็น 2 คนและ 3 คน ในที่สุด ซึ่งเป็นแบบแผนการละครกรีก คือ นักแสดง 3 คน

กลมุ่ คอรสั 50 คนและลดลงมา 15 คน

นกั เขียนบทละครที่สาคัญของกรีก

1. เอสคลลิ ุส 2. โซโฟคลสิ 3. ยูรพดี ิส 4. อริสโตเตลิ 5. มิแนนเดอร์

ประเภทละครกรีก

ชนดิ ของละคร ลักษณะของละคร จดุ มงุ่ หมายที่ผู้ชมจะได้รบั

1.ละครแทรจิดี (โศกนาฏกรรม) ละครเศรา้ จบลงด้วยความตาย มงุ่ ใหเ้ หน็ ถึงแก่นแท้ของชวี ิตและ

ชาระลา้ งจติ ใจใหบ้ รสิ ุทธิ์

2.ละครคอเมดี (สุขนาฏกรรม) แสดงใหเ้ ห็นถึงความไมส่ มบูรณแ์ บบ ความสนุกสนาน

ของมนษุ ย์

3.ละครเซเทอร์ ตลกขบขน ลอ้ เลยี นตานานกรีก กระตุน้ ให้คนดมู ีอารทณร์ ่ืนเริงข้ึน

หลงั จากทีด่ ลู ะครแทรจดิ ีมา 3 เร่ือง

1.ละครแทรจิดี(โศกนาฏกรรม)

ลักษณะของละครแทรจิดี

เป็นละครที่จบลงด้วยความโศกเศร้า ตัวละครมีลักษณะสูงส่งน่ายกย่องสรรเสริญมากกว่าคนทั่วไป ต่อสู้ต่อ

ชะตากรรมซึ่งเทพเจ้าเป็นผู้ลิขิต มีความพ่ายแพ้และประสบหายนะจากการต่อสู้ของตนเอง(เพราะอานาจของชะตา

กรรมมักเป็นสิ่งที่ไม่มีทางหลีกเลี่ยง) และ จากความพ่ายแพ้ของตัวเอก แทรจิดีมุ่งหวังให้เกิดความเข้าใจชีวิต จากการ

ต่อส้ขู อง ตัวเอก คอื เกิดความรูส้ กึ บรสิ ทุ ธ์ทิ างใจ(CATHASIS)

เรอื่ งทีใ่ ชแ้ สดง เป็นเร่ืองที่เป็นการสรรเสริญและเล่าเรื่องราววรี กรรมของเทพเจ้าไดโอไนซุส หรือเรือ่ งราวทเ่ี กี่ยวข้อง

กับการขัดแยง้ ของมนุษย์ ในเรื่องความดีความชวั่ บุตรกบั บิดามารดา หนา้ ที่กับความรับผิดชอบรูส้ ึกสว่ นตวั มาเป็นแกน

ในการดาเนินเรื่อง เชน่ เรือ่ ง โรมโิ อกับจูเลียต มาดามบัตเตอร์ฟลาย โจโจ้ซงั

https://www.youtube.com/watch?v=dkA6klK-hVg

2. ละครคอมเมดี(สุขนาฏกรรม)
มีลักษณะตรงกันข้ามกับโศกนาฏกรรม โดยมีลักษณะเป็นละครประเภทตลกขบขัน ถือกาเนิดจากพิธีเฉลิม
ฉลองเทพเจ้าไดโอไนซูส ของกรีก เช่นเดียวกับละคร Tragedy แต่พัฒนามาจากการขับร้องเพลงเพื่อความสนุกสนาน
เฮฮา ของบรรดาผตู้ ิดตามขบวนแห่เทพเจ้าไดโอไนซสู
ต่อมามกี ารพัฒนาจนกลายเป็นละครตลก ละคร Comedy ของกรกี นยิ มแสดงใหเ้ หน็ ความไม่สมบรู ณ์แบบของ
มนุษย์ ความผิดพลาดในการกระทา ข้อบกพร่องต่าง ๆ ตลอดจนลักษณะที่น่าขบขันในตัวมนุษย์และเรื่ องราว เช่น
เรื่องเกี่ยวกับการเมือง ปัญหาสงครามและสันติภาพ ทัศนะในแง่ต่าง ๆ การโจมตีเสียดสีตัวบุคคล หรือการกระทาของ
บคุ คล จึงเปน็ เร่ืองที่แต่งขนึ้ ใหม่ มากกว่านาเค้าโครงมาจากตานานเหมือนละคร Tragedy จงึ มลี กั ษณะเปน็ วรรณกรรม
การละครที่ไม่มีความงดงามในแง่ภาษาและภาพที่ปรากฏบนเวที ให้ความสุขแก่ผู้ชมจากการหัวเราะฉากตลกต่าง ๆ
และใหต้ วั เอกพบกับความสมหวังในตอนจบของเรอ่ื ง
ดงั นน้ั ตวั ละครท่สี ร้างขึ้นจึงมีเรอื่ งราว พฤติกรรมท่ีทาให้คนดูหวั เราะมากกวา่ รอ้ งไห้ ละครแนวนจ้ี ึงมกี ารสร้าง
ข้นึ ต่างรูปแบบโดยวางโครงเร่ืองท่ีต่างกันไป เชน่ วางโครงเรอ่ื งให้ดูสนุกสนานตลกขบขันจากสถานการณ์ (Situation
Comedy) ใหม้ สี ถานการณ์บางอยา่ งเกดิ ข้นึ ทาใหต้ ัวละครไม่ทันตัง้ ตัวจนไมส่ ามารถควบคมุ ได้เปน็ เหตใุ ห้นาไปสู่
เหตุการณ์ หรือเร่ืองตา่ ง ๆท่ยี ุ่งวุ่นวาย มกี ารแก้ปญั หาในส่ิงที่เราไม่เคยทานิยมเรียกกนั วา่ ละครแนว “ชิทคอม”(sit-
com) ขณะเดยี วกันกม็ ีละครสขุ นาฏกรรมทีเ่ รยี กวา่ Comedy of Manners เปน็ การเสยี ดสีพฤติกรรมการกระทาของ
มนุษยท์ ่ีมักมีความเพี้ยนเลอะเทอะ แต่ชอบตกแตง่ กริ ยิ ามารยาทใหเ้ ป็นผดู้ ี
https://www.youtube.com/watch?v=pHWySDe3yH0

3.ละครเซเทอร์

เซเทอร์ ตามตานานเทพปกรณัมกรีก เป็นมนุษย์ในวยั หนุ่ม มักมหี ูเปน็ หูม้า มีเขาเล็กเหมือนแพะ มีขาเป็นแพะ
มกั ท่องเทยี่ วในปา่ และภเู ขา บางตาราบอกว่าเปน็ เทพารกั ษ์ อีกท้ังยงั เป็นผตู้ ิดตามของเทพไดโอไนซสั อีกด้วย

ลกั ษณะของละครเซเทอร์ เป็นละครตลกขบขัน ล้อเลียนตานานกรีก ใช้กลุ่มคอรัสแต่งกายเปน็ ตัวเซเทอร์
ในการประกวดบทละคร ศตวรรษที่ 5 นักเขียนบทละครต้องเขียนละครแทรจิดี 3 เรื่อง ที่มีเรื่องราวติดต่อกัน
และจบลงด้วย ละครเทเซอร์ 1 เรอ่ื ง มงุ่ หมายเพือ่ กระตนุ้ ใหค้ นดูมีอารมณร์ ่นื เริงจากการชมละครแทรจิดี ถงึ 3 เรื่องใน
วันเดยี ว

คร้งั ที่ 1 งานทีม่ อบหมาย เลอื ก 1 ขอ้ 5. มแิ นนเดอร์
1. นกั ปราชญ์ชาวกรกี 5 คน เลือก 1 คน

1. เอสคลิลสุ 2. โซโฟคลสิ 3. ยูรพีดิส 4. อริสโตเตลิ
2. เร่ืองท่ีใช้แสดงละครคอมเมดี้
- เวนชิ วานชิ https://www.youtube.com/watch?v=e1SadcAc8oc
- ชาลีแชปปลิน

หรอื ภาพยนตร์/ละคร ของไทย ท่ีมลี ักษณะตรงตามละครท่ีกาหนด

การจดั แสดงละครของกรีก :

จัดแสดงในเทศกาล ซติ ีไ้ ดโอไนซิส ในเดือนเมษายน เพอ่ื ฉลองให้กับเทพเจา้ ไดโอไนซสุ มีกจิ กรรม ดังนี้

มีการประกวดบทละครและการแสดงละครดีเดน่ ประจาปี เธสพสิ
การตดั สนิ การประกวดทาโดยคณะกรรมการทรี่ ับแตง่ ตง้ั
ในระยะแรกการจัดการแสดงได้รับการอุปถัมภ์จากราษฏรที่มีฐานะร่ารวย(ถือเป็นเกียรติยศที่ได้
รับภาระน้ี)
ไดร้ บั การยกเวน้ ภาษี
ต่อมารฐั เป็นผ้รู บั ภาระเนอ่ื งจากใช้เงนิ จานวนมาก จนไมม่ ใี ครรบั ภาระนี้
รัฐถอื วา่ เปน็ วาระสาคญั ในการบารงุ ศาสนา
ประชาชนให้ความสนใจในการชมละครกันมาก จนเกดิ มีโรงละคร

ลักษณะโรงละครกรีก

➢ เปน็ โรงละครกลางแจ้ง
➢ สร้างบนเนินเขา
➢ มพี ้นื ท่ีตรงกลางเปน็ พ้นื ราบเป็นวงกลม เรียกว่า ออร์เคสตรา เปน็ พื้นทสี่ าหรับ

คอรสั ใช้แสดง(15-50)
➢ ทน่ี ง่ั คนดูมีลกั ษณะครงึ่ วงกลมโอบลอ้ ม ออเคสตรา ใช้เนินเขาทบุ ให้เรียบรอ้ ย เปน็ ทีน่ ่ัง ต่อมาใชไ้ ม้
➢ บริเวณด้านหลัง ออเคสตร้า ที่เปิดโล่งเรียกว่า สกินเน่ เป็นบริเวณสาหรับนักแสดงเข้าออกเปลี่ยน

เสอ้ื ผา้
➢ มีกลไกประกอบเพื่อช่วยในการสร้างเทคนิคพิเศษ เช่น การเหาะเหินเดินอากาศ ฉากเคลื่อนที่ได้

ประตูกลใตพ้ ้นื ออรเ์ คสตรา



ละครโรมัน

▪ เป็นการแสดงในเทศกาลของศาสนาเพอื่ บูชาเทพเจา้ ตา่ ง ๆ
▪ ไม่มีโรงละครถาวร มโี รงละครชว่ั คราวทส่ี รา้ งข้ึนใกลโ้ บสถ์

ลกั ษณะโรงละครโรมนั
ประกอบด้วยทน่ี ง่ั คนดูเป็นแถวๆ โอบลอ้ มออรเ์ คสตรา้ เปน็ รูปคร่ึงวงกลม เวทยี กพ้นื จากระดบั

ออรเ์ คสตรา้ ประมาณ 5 ฟุต ดา้ นหลังเวทีมีฉากตดิ อยูเ่ ป็นฉากหลัง เวทีมีลักษณะแคบและยาว
มชี ่องประตูเข้าออกไมน่ อ้ ยกวา่ 3 ประตูทางด้านหลัง และดา้ นขา้ งอีกข้างละ 1 ประตู
มฉี ากตกแต่งอย่างวิจติ รด้วยเสาตน้ โตๆ มีรูปปั้นและลายสลัก ทสี่ าคัญคอื โรงละครโรมนั มีลักษณะ
พิเศษ คือ เรม่ิ มกี ารใช้ม่านหนา้ เวที ทิ้งลงมาเพือ่ เปิดและดึงข้ึนเมอ่ื เรม่ิ จบการแสดง มหี ลงั คา
ออกมาบังสว่ นทเ่ี ป็นเวที มีม่านบังแดดคลุมอยู่เหนอื ที่น่ังคนดู

โรงละครโรมนั ถาวร สร้างท่ีเมืองปอมเปอิน 55 ปีกอ่ นครสิ ตกาล มีการสรา้ งโรงละครถาวรแห่ง
แรกข้นึ สร้างข้ึนโดยปอมเปยม์ หาราช จดุ ประสงคห์ ลักของโครงสร้างน้ไี ม่ได้มีไวส้ าหรับการแสดง
ละคร แต่เพ่ือให้ผปู้ กครองในปจั จบุ นั และอนาคตเปน็ สถานทซี่ ึ่งพวกเขาสามารถรวบรวมประชาชน
และแสดงใหเ้ หน็ ถึงความโออ่ ่าและอานาจเหนือมวลชน ดว้ ยทีน่ ัง่ สาหรับผชู้ ม 20,000 คน
โครงสรา้ งอันโออ่ า่ นมี้ เี วทีกวา้ ง 300 ฟตุ และมชี ายคาสามชน้ั ขนาบข้างด้วยรูปป้ันท่วี ิจิตรบรรจง
โรงละครปอมเปย์ยังคงใช้อยถู่ ึงต้นศตวรรษท่ี 6 แตถ่ กู ร้อื มนั หนิ ในยุคกลาง แทบไมม่ อี ะไรของ
โครงสรา้ งอนั กว้างใหญ่นี้ปรากฏอยูเ่ หนอื พน้ื ดินในปัจจุบนั [12] [3] ต่อมาโรงละครใช้เปน็ ทีแ่ ขง่ ขัน
เกมกรฑี า การแสดงเน้นที่ความตน่ื เตน้ น่าสยดสยองความหรูหราใหญ่โตของการจดั ฉากและการจดั
แสดง





ละครโรมนั ประเภทตา่ ง ๆ

1.คอเมดโี รมนั พฒั นามาจาก คอเมดขี องกรีก
2.แทรจดิ โี รมัน ใช้เร่ืองราวจากตานานของกรกี
3.แฟบูลาอาเทลลานา ตลกส้ันๆ เป็นละครทไ่ี ด้รับความนยิ มสูงสดุ ในบรรดาละครประเภทตา่ งๆ
4.มายม์ ละครเร่ ละครตลกโปกฮา ใชผ้ ู้หญิงแสดง ไมส่ วมหน้ากกาก เรื่องท่แี สดงเกี่ยวกับชวี ติ จริง
ของคนในเมอื งท่ผี ดิ ทานองคลองธรรม จึงเกิดการตอ่ ต้านจากคริสตศ์ าสนิกชน
5. แพนโทมายม์ มกี ารร่ายราด้วยท่าทางท่ีมีความหมายโดยใชน้ ักแสดงคนเดียว ซง่ึ เปลี่ยน
บทบาทไปตามการเปล่ยี นหนา้ กาก มคี อรัสบรรยายเรอื่ งราว มกั จะเป็นเร่อื งที่เคร่งเครยี ด ได้มาจาก
ตานานปรัมปรา มีเครอ่ื งดนตรีประกอบการรา่ ยรา ไดแ้ ก่ ขลุย่ และเครอ่ื งตี

ความเสอ่ื มของละครโรมนั

➢ เกิดจากการตอ่ ตา้ นของคริสตศ์ าสนกิ ชนทม่ี ีตอ่ ความไรศ้ ีลธรรมและความฟอนเฟะ
ของการแสดงของโรมัน

➢ นักแสดงถูกดถู กู
➢ มีโสเภณถี ูกเกณฑ์มาแสดง
➢ มีฉากทารุณโหดรา้ ย อนาจาร
➢ ตอ่ มาจกั รพรรดิจัสติเนียนประกาศห้ามแสดงละคร ใน คศ.533 เปน็ ต้นมา

ครัง้ ท่ี 2 งานทมี่ อบหมาย
1.ค้นควา้ โรงละครยุคโรมัน
2.ละครประเภทตา่ ง ๆของโรมนั เลอื กมา 1 ประเภท

บทท่ี 2
การละครในยุคกลาง

หลังจากความเสื่อมของอาณาจักรโรมัน นักแสดงก็ถูกต่อต้านจาก
คริสต์จักร ไม่เป็นที่ยอมรับและจัดการแสดงอะไรไม่ได้เลย โดยเฉพาะในช่วง
ศตวรรษที่ 6-10 แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีการแสดงบางประเภทกระจายอยู่ทั่ว
ยุโรป เช่น กายกรรม เต้นรา ละครใบ้ ละครสัตว์ เล่นกล ร้องเพลงพื้นเมือง การ
เล่านิทาน และการแสดงในพิธีกรรมพวกนอกศาสนา อย่างพิธีฉลองฤดูใบไม้ผลิ
จนกระทั่ง ในศตวรรษที่ 10 การแสดงได้ถูกนามาเป็นส่วนหนึ่งของพิธีกรรมทาง
ศาสนา จึงไดร้ บั การยอมรับอกี คร้ังหน่งึ
การแสดงที่ว่านี้ คือ การแสดงฉากสั้น ๆ ประกอบเรื่องราวในพระคัมภีร์ไบเบิล
จัดการแสดงขึ้นในโบสถ์ โดยเฉพาะเรื่องราวเกี่ยวกับเทวดาประกาศข่าวเร่ืองการ
ฟ้ืนคืนพระชนม์ชีพของพระเยซูเจ้า หลังจากถกู ตรงึ ไมก้ างเขน โดยจัดฉากไว้ตาม
มุมต่าง ๆ ในโบสถ์ นกั แสดงกเ็ ล่นไปตามฉากทจี่ ัดไว้

ในราว ค.ศ. 1200 เร่ิมมกี ารแสดงนอกโบสถพ์ ร้อม ๆ กับการแสดงในโบสถ์
เมือ่ มคี วามนยิ มมากขึ้น พวกฆราวาสกเ็ ขา้ มามบี ทบาทในการจัดการแสดงด้วย
การสนบั สนุนของคริสต์จักร

ลกั ษณะการแสดงมที ัง้ ทเี่ ป็นเวทที ี่อยูก่ ับท่ี และเวทีเคล่ือนท่ี รูปแบบของเวที
แบบที่อยู่กับที่นั้น จะมีขนาดหรือรูปทรงอย่างไรก็แล้วแต่ความเหมาะสมที่จะจัด
ไมม่ ีขอ้ กาหนดตายตัว ส่วนเวทเี คล่อื นท่ี จะเป็นฉากเวทีตดิ ล้อ แต่ละเวทีสามารถ

เอามาต่อกันเป็นขบวน แล้วเคลื่อนที่ไปตามจุดต่าง ๆ ของเมือง สร้างความ
สนกุ สนานให้ชาวเมอื งมาก

ละครในยคุ กลาง สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท คอื

1. ละครศาสนา แสดงเพอ่ื ประกอบพธิ ีกรรมทางศาสนา เรยี กวา่ Liturgical Play เล่า
เร่อื งราวทีม่ อี ยใู่ นพระคมั ภีรไ์ บเบิล เรยี กวา่ Mystery Play แสดงเร่อื งราวของนักบญุ ผพู้ ลี
ชพี เพอื่ ศาสนา มกั เล่นในวันฉลองนกั บญุ แตล่ ะองคน์ ัน้ ๆเรียกวา่ มิระเคลิ เพล(Miracle
Play) นอกจากน้ยี ังมลี ะครท่ีเลา่ เรอ่ื งราวเก่ยี วกบั คนธรรมดาที่ตอ้ งตอ่ สกู้ บั ทางเลอื ก
ระหว่างความดแี ละความชว่ั ซึ่งเรยี กละครประเภทนวี้ า่ Morality Play

2. ละครฆราวาส จาแนกไดด้ ังน้ี
- ละคนพ้ืนเมอื ง แสดงเรอ่ื งราวผจญภยั ของวรี บุรุษทม่ี ชี อื่ เสียง เช่น โรบนิ ฮูด

ความสนกุ สนานอยทู่ ่ีการต่อสู้ การเต้นราทส่ี วยงาม การแสดงฟันดาบ เนือ้ หาในละคร
ไดม้ าจากความเชื่อนอกศาสนา ใชน้ กั แสดงสมัครเล่น และมักแสดงในเทศกาลใหญ่ ๆ เชน่
คริสต์มาส

- ละคร Farce ละครตลกท่ีไมเ่ ก่ยี วกับศาสนา ไมม่ จี ดุ ประสงค์ทีจ่ ะส่งั สอนทาง
ศลี ธรรม Farce แสดงให้เห็นสันดานดิบของมนษุ ยท์ ีม่ แี ตค่ วามเหน็ แกไ่ ด้ และเป็นการใช้
ไหวพริบเล่ห์เหลย่ี มใหเ้ ข้ากับผลประโยชน์ของตน

- ละคร interlude แสดงโดยคณะละครเร่ ไดร้ ับการว่าจ้างให้มาแสดงตามปราสาท
ราชวงั ของขนุ นาง มกั แสดงคน่ั ระหว่างงานเล้ยี งฉลอง มที ั้งเรอ่ื งน่าเศรา้ และเร่อื งตลก แต่
ไมเ่ กี่ยวกบั ศีลธรรมทางศาสนา

https://www.youtube.com/watch?v=ZEP1VbRTIoc

ภาพยนตร์เรือ่ งนก้ี ล่าวถึงโจรปา่ ผู้มีช่อื เสยี งจากการปล้นคนรวย เพอ่ื แจกจา่ ยใหค้ นจน
โรบนิ ฮู้ด หรือ โจรแหง่ ล็อกสเล่ย์ เมอื่ โรบินเดินทางกลบั บ้าน หลงั จากหายไปนาน
เขาพบว่าครอบครัว และทรัพย์สมบัติของเขาโดนทาลาย โดยนายอาเภอเมืองน้อตต้ิง
แฮม ผ้มู จี ติ ใจหยาบช้า ชายผูน้ ้ียงั ขม่ ขเู่ อารดั เอาเปรยี บประชาชน บนเกาะองั กฤษอีกด้วย
โรบินตั้งปณิธานว่า เขาจะต้องแก้แค้นให้กับ พ่อที่ถูกฆ่า เขาได้รับความช่วยเหลือเป็น
อย่างดี จากเพื่อนตัวเล็ก ชาวมอริช หลังจากเขาได้พบกับ ลิ้ตเติ้ล จอห์น และต่อสู้จนได้
ชัยชนะ เขาสามารถพาตัวเอง เข้าเป็นหัวหน้าของกลุ่มโจรป่า ถึงแม้ วิล สกาเล็ท คน
สาคัญคนหนึ่งของกลุม่ จะไม่เชื่อใจเขานักกต็ าม โรบินไดส้ ร้างความวนุ่ วายโกลาหล ให้กับ
นายอาเภอและ ทเ่ี ขาตกหลมุ รัก แมเรยี น

สรุปประเภทละครในยคุ กลาง

1. ละครศาสนา ลักษณะของละคร
Liturgical Play แสดงเพอื่ ประกอบพธิ กี รรมทางศาสนา
Mystery Play เรื่องราวทมี่ อี ยูใ่ นพระคมั ภีร์ไบเบลิ
Miracle Play แสดงเรื่องราวของนกั บุญผพู้ ลชี ีพเพื่อศาสนา มกั เล่นในวัน
ฉลองนกั บุญแต่ละองคน์ น้ั ๆ
2. ละครฆราวาส
ละคนพนื้ เมอื ง ลกั ษณะของละคร
ละคร Farce แสดงเรื่องราวผจญภยั ของวรี บรุ ุษทม่ี ีช่ือเสยี ง เช่น โรบินฮดู
ละครตลกทไ่ี มเ่ กี่ยวกับศาสนาแสดงใหเ้ หน็ สันดานดิบของ
ละคร interlude มนษุ ย์ท่มี แี ตค่ วามเหน็ แก่ได้
แสดงโดยคณะละครเร่ ได้รับการว่าจ้างให้มาแสดงตาม
ปราสาทราชวังของขุนนาง

ลกั ษณะเวทลี ะครเคลื่อนท่ี

งานที่มอบหมาย
21 กรกฎาคม 64

บทท่ี 3
ยุคฟ้ืนฟูศิลปวทิ ยาในประเทศอติ าลี

การฟื้นฟศู ลิ ปวทิ ยา เรียกว่า เรอเนซองส์ (Renaissance) การเกดิ ใหม่
อิตาลี เป็นประเทศแรกในทวปี ยุโรปทเ่ี กดิ การฟนื้ ฟศู ลิ ปวทิ ยากอ่ นประเทศอนื่
ส่งิ ทมี่ ีการฟื้นฟู คอื โรงละคร การวางรูปเวที การจดั วางฉากและการจดั การแสดง
ส่งิ ใหม่ๆทเ่ี กิดข้ึน ทาใหเ้ กดิ เป็นประเพณนี ยิ ม (Conventions) ทางดา้ นสถาปัตยกรรม
โรงละคร การจัดฉากหรหู รา การใชเ้ ทคนคิ พิเศษ กลายเปน็ แนวทางทกี่ ารละครในยโุ รป
ถือปฏิบตั ิตลอดมา

อิทธพิ ลทมี่ ตี อ่ การฟ้นื ฟศู ิลปวิทยาต่อการละคร
- ผู้คนเรม่ิ เบนความสนใจออกจากคาสอนของครสิ ต์ศาสนา
- ผู้คนเรมิ่ ไมเ่ ชือ่ ในความสขุ ในโลกหนา้ หนั มาใส่ใจชวี ติ ปจั จุบนั มากข้ึน
- การศกึ ษาในยุคกลางเรมิ่ ไมม่ อี ะไรใหศ้ กึ ษา คนจงึ หันกลับไปศกึ ษาขอ้ เขียนยุคโบราณ
- มีการประดิษฐแ์ ท่นพมิ พ์ทาใหก้ ารศึกษาแพรห่ ลายไปอยา่ งรวดเรว็
- ทฤษฎีวิจารณ์ละครของฮอเรสและอรสิ โตเตลิ ซง่ึ เปน็ รากฐานของละครนโี อคลาสสคิ

ในยุคน้ีผคู้ นสนใจดา้ นวรรณกรรมและหลักการประพันธ์ โดยเฉพาะหนงั สอื ที่เกยี่ วกบั
สถาปตั ยกรรมชอื่ เดอ อาคีเทคทูรา เขยี นโดย วทิ รูวอิ สุ เปน็ ขอ้ มูลเก่ียวกบั การวางรปู
โรงละคร ซ่งึ นกั การละครยคุ เรอเนซองส์ ยึดถอื เป็นหลักการจัดการแสดง

องค์กรที่มบี ทบาทในการฟ้นื ฟศู ลิ ปวทิ ยาดา้ นนี้ คอื ราชสานกั และสถาบันทาง

วิชาการ



ลกั ษณะบทละครยคุ เรอเนซองส์

- ฟ้นื ฟูบทละครโบราณ
- แตง่ ใหมโ่ ดยเลยี นแบบละครยคุ โบราณ

แบ่งเป็น 3 ประเภท คอื

1. คอเมดี ไดร้ ับอิทธพิ ลมาจากยคุ โรมัน
2. แทรจดิ ี ไดร้ บั อทิ ธพิ ลมาจากยคุ กรีและโรมนั นยิ มเกีย่ วกบั เรอ่ื งการลา้ งแค้น
3.พาสเตอรัล ไดร้ ับอทิ ธพิ ลมาจากละครเซเทอรข์ องกรีก เนน้ อารมณอ์ อ่ นหวานเกี่ยวกบั ความรกั
ต่างจากของกรีกท่ีเป็นเรื่องตลกลอ้ เลยี นเพื่อผ่อนคลายความตงึ เครยี ดในการชมแทรจิดี

การแสดงประเภทอนื่ ๆ
เนื่องจากผูค้ นยงั มีรสนยิ มในการชมละครทสี่ ืบทอดมาจากยคุ กลางทม่ี ีการจัดการแสดง

วิจติ รมโหฬาร การแต่งกายพสิ ดาร มีขบวนแหแ่ ละเหตกุ ารณ์มหศั จรรย์ จึงมกี ารแสดงท่ี
ตอบสนองความตอ้ งการน้ี คอื

1. การแสดงสลับฉาก อนิ เตอรเ์ มทซี
2. โอเปร่า

อินเตอรเ์ มทซี มกั จะแสดงเร่ืองราวกรกี โรมนั และใช้เทคนคิ พเิ ศษเขา้ ชว่ ยมกี ารใช้ดนตรีและ

ระบาประกอบเปน็ สว่ นสาคญั การแสดงทีส่ ลบั ฉากจะเลน่ เป็นเอกเทศ ไม่เก่ียวขอ้ งกับเนอื้ เรอ่ื ง
ของละครภายหลงั ได้รับความนยิ มมากกวา่ ละคร จึงมีการแสดงต่างหากเป็นตอนๆไมต่ ้องค่ันอยู่
ระหวา่ งละครเรอื่ งใหญ่

โอเปรา่

เป็นละครทร่ี วมเอาดนตรี การขบั ร้อง และระบามาผูกเป็นเรอื่ งราว นยิ มจดั ฉากหรหู รา มี
เหตกุ ารณ์มหศั จรรย์ แพรห่ ลายไปในยโุ รปอย่างรวดเรว็



พฒั นาการของโรงละครและเวทีละคร

ในระยะแรก เปน็ เวทีง่ายๆ มีเสาและมา่ น เพอ่ื ปิดเปดิ เวที ทางเข้าออกของตัวละคร
จากหนงั สอื ของวิทรูวิอุส ทาใหม้ ีเวที เพอสเปคทฟิ คอื ภาพเชิงลกึ 3 มิต(ิ กว้าง ลกึ )
จากหลักการนี้ ในยคุ เรอเนซองส์ ทาให้คิดว่า เป็นประหน่ึงเวทมนต์ในการจัดฉากละคร
และพัฒนามาเปน็ การเปลย่ี นฉากด้วยกลไกต่าง ๆอย่างรวดเร็วใหเ้ หมือนการเนรมิต
ลักษณะโรงละครทีไ่ ดม้ าตรฐานสรา้ งข้นึ เป็นแหง่ แรกคอื โรงละครฟารน์ ิเซ่ ที่เมอื งปาร์
มา

โดยมกี รอบเวทีทีเ่ รียกว่า โปรซเิ นยี ม มหี น้าทหี่ ลกั 2 ประการ คอื ช่วยให้คนดมู องเหน็
ภาพเพอสเปคทิฟ ไดช้ ัดเจนขน้ึ และให้คนดูสนใจในการเปล่ยี นฉากเนรมิตในพรบิ ตา
โดยไม่ตอ้ งปดิ มา่ น

ลกั ษณะของโรงละครอติ าลี

เป็นลกั ษณะของโรงละครฟาร์นเิ ซ่ ท่ีนงั่ คนดูเปน็ U เชฟ ตดิ กบั ผนงั แบ่งเป็นBOX ซ้อน
กัน เปน็ ช้นั ๆ ท่ีน่งั ราคาแพง เพราะมคี วามเป็นสัดส่วน สาหรับผ้มู ฐี านะรา่ รวย
เหนือBoxข้ึนไปเป็นระเบียงยาว เปน็ ท่มี รี าคาต่าสดุ สาหรับพวกคนรบั ใช้
สว่ นบรเิ วณตรงกลางทเี่ รียกว่า ออรเ์ คสตรา้ ทิง้ ว่างไว้ สาหรับผชู้ มเดินไปมาได้
ใตพ้ ้นื เวที มีกลไกและประตูกล มฉี ากวาดด้านหลงั เรียกวา่ แบลคดรอป

เทคนิคการเปลย่ี นฉาก
1. การใช้ฉากรปู แทง่ ปริซมึ มแี กนกลางหมุนได้ แต่ละดา้ นของสามเหล่ยี มวาดเป็นฉาก
ตา่ ง ๆกัน เมอ่ื หมนุ แกนฉากจะเปลย่ี นไป
2. ใชฉ้ ากเปน็ แผ่นวาดขนานไปกับหน้าเวที ในลกั ษณะของหลืบขา้ งเวที ซอ้ นกนั
3.มีการใช้ล้อเลอ่ื นใตเ้ วที
วตั ถปุ ระสงคข์ องการเปล่ียนฉาก เพ่ือ ให้การเปลี่ยนฉากรวดเร็วโดยไมต่ ้องปดิ มา่ น

สรปุ

สิง่ ท่ีมีการฟ้นื ฟูในยคุ น้ี คอื เรอ่ื งของเวที การใชเ้ ทคนิคเปลย่ี นฉาก การใช้เทคนคิ พิเศษและ
เกดิ คอมเมเดยี เดลลาร์เต

สรุปประเภทของละครยุคฟ้นื ฟูศิลปะวิทยาในอติ าลี

ประเภท ลกั ษณะการแสดง
1.ละครคอมเมดี โรมนั
2.ละครแทรจิดี นยิ มเกี่ยวกบั เรือ่ งการลา้ งแคน้

3.ละครพลาสเตอรัล คล้ายเซเทอร์ ต่างกันตรงเรือ่ งท่ีแสดงความรกั อ่อนหวาน

การแสดงประเภทอ่ืน ๆ ท่ไี ดร้ ับอทิ ธิพลมาจากการแสดงยคุ กลาง

ประเภท ลกั ษณะการแสดง
1.อินเตอเมทซี มกี ารใชด้ นตรีและระบาประกอบเป็นส่วนสาคญั การแสดงที่
สลับฉากจะเล่นเป็นเอกเทศ ไม่เกี่ยวขอ้ งกับเน้ือเร่อื งของ
2.โอเปรา่ ละคร
ละครทร่ี วมเอาดนตรี การขบั รอ้ ง และระบามาผกู เปน็
ลกั ษณะโรงละคร เรื่องราว นยิ มจดั ฉากหรูหรา มเี หตุการณ์มหัศจรรย์

พัฒนาการ รายละเอียด
ระยะแรก ในระยะแรก เป็นเวทงี ่ายๆ มเี สาและม่าน เพือ่ ปิดเปิดเวที
เพอสเปคทฟิ ทางเข้าออกของตวั ละคร
จากหนงั สอื ของวทิ รวู อิ สุ ทาใหม้ ีเวที เพอสเปคทิฟ คอื ภาพ
การเปล่ียนฉาก เชงิ ลึก 3 มติ ิ( กวา้ ง ลึก) เป็นประหน่ึงเวทมนตใ์ นการจัดฉาก
โปรซเิ นียม ละคร
การเปล่ยี นฉากด้วยกลไกต่าง ๆอยา่ งรวดเรว็ ใหเ้ หมอื นการ
เนรมติ
กรอบเวที ช่วยให้เห็นภาพชัดเจนและการเปลยี่ นฉากที่
รวดเรว็

งานท่ีมอบหมาย

ใหน้ ักเรียนไปคน้ คว้า
“คอมเมเดียเดลลารเ์ ต”

นาเสนอดว้ ยโปรแกรมแคนวา
หรอื สร้างEBOOKหรอื อน่ื ๆ

เป็นคะแนนเกบ็ กลางภาค
สง่ วนั จันทร์ ท่ี 8 สงิ หาคม 2564
ส่งมาในGoolgle Form นะคะ

เดยี๋ วจะแนบลงิ คใ์ ห้



บทที่ 4
ยคุ ทองของการละครองั กฤษและสเปน
การฟ้ืนฟูศลิ ปวทิ ยา เรม่ิ เกิดที่ อิตาลี และจึงแพรห่ ลายไปในทวปี ยุโรป
มี 2 ประเทศ ที่มลี ักษณะแตกตา่ งออกไป และกลายมาเปน็ มรดกทางการละครแก่
ชาวโลก คอื องั กฤษและสเปน
ยุคทองของการละครองั กฤษ
การละครสมยั เอลิสบธี ัน Elizabethan Theatre ในอังกฤษ

สมเดจ็ พระราชนิ นี าถเอลิซาเบธท่ี 1 แห่งองั กฤษ

รัชสมัยของพระองค์เป็นทรี่ ู้จกั กนั วา่ “สมยั เอลิซาเบธ” ทมี่ ีชอ่ื เสยี งเหนอื ส่งิ ใดว่าเปน็
ยคุ เรอเนสซองซอ์ งั กฤษ ท่นี าโดยนักเขยี นบทละครผมู้ ชี ่อื เสียงเช่น วลิ เลยี ม เชคสเปยี ร์ และ
ครสิ ตโ์ ตเฟอร์ มารโ์ ลว์

เริ่มปลายศตวรรษท่ี 15 จากอิตาลี สู่องั กฤษ
ยุคทองของการละครองั กฤษทีเ่ รยี กวา่ Elizabethan Theatre เริ่มเกิดขน้ึ ใน

ปลายศตวรรษท่ี 15 ได้รบั อิทธิพลเกี่ยวกบั การฟื้นฟูศิลปวิทยามาจากอิตาลี
และ มารงุ่ เรือง ปลายศตวรรษที่ 16 เน่ืองจากนกั วิชาการในสถาบันการศกึ ษาหัน
มาศกึ ษาวเิ คราะหบ์ ทละครและนามาแสดงเป็นละครตามแบบอิตาลี

อย่างไรกต็ ามอทิ ธพิ ลของยุคกลางก็ยงั คงเขม้ แขง็ ในการละครยุคน้ี โดยเฉพาะ
การละครพื้นเมืองท้องถิ่น ซงึ่ แสดงโดยนักแสดงอาชีพ ท่มี กั จะเล่าเรอื่ งปฏิหารยิ ์ ภูตผิ ี
ปศี าจ สิง่ มหศั จรรย์ ลี้ลับ ทาใหก้ ารละครองั กฤษยคุ น้ีมลี ักษณะเฉพาะตัว

ลกั ษณะของโรงละคร
มอี ยู่ 2 แบบคอื
1. โรงละครสาธารณะ (Public Theatre)
เป็นโรงละครกลางแจ้ง อยา่ งนอ้ ยมีอยู่ 9 แห่งทส่ี ร้างก่อน ค.ศ. 1615 บางแหง่ จุคนได้
ถงึ 2,000-3,000 คน มีรปู ทรงตา่ ง ๆ กนั ทง้ั ทรงกลม ทรงจตุรสั หรอื ทรงห้าเหลยี่ ม แต่
มีลักษณะร่วมคอื มีลานกว้างกลางโรงละคร ไม่มหี ลงั คา ลอ้ มรอบสามด้านด้วยคนดู
เป็นชั้น ๆ 3 ช้ันซอ้ นกัน ส่วนนมี้ หี ลังคา เวทียกสูงยื่นออกไปตรงกลางลาน คนดู
ด้านล่างยนื ดูได้สามดา้ นรอบเวที ดา้ นหลังเวทมี ีเสาและประตทู างเข้าออกของนกั แสดง
และมบี ริเวณแสดงสงู ขนึ้ ไปอกี ช้นั หรือสองชนั้ มีการตกแตง่ ฉากน้อยหรือไม่มีเลย มี
เพียงเคร่ืองประกอบฉากบางช้นิ ที่จาเป็นเท่าน้ัน







โรงละครสาธารณะ



2. โรงละครไปรเวท (Private Theatre)
ท่ีจริงกเ็ ป็นโรงละครท่ีให้คนท่วั ไปเขา้ ชมเหมอื นกนั แต่มีขนาดเล็กกว่า จคุ นดูนอ้ ยกวา่
เก็บคา่ ตัว๋ สงู กวา่ กลุ่มคนดูมกั จะเป็นคนมฐี านะ โรงละครประเภทนีจ้ ดั ขึน้ ในอาคารมี
หลงั คา ไม่มีพื้นทย่ี นื ดู มที น่ี ่งั จัดเปน็ แถวหน้าเวทีและด้านขา้ งเวทีล้อมเวทที งั้ สามด้าน
เวทียกสงู แต่ไมม่ ีกรอบเวที

เวทีละครในยคุ อลซิ าบีธนั
แบ่งออกเป็น 3 ส่วน
1.เวทีสว่ นหน้า เป็นเวทีท่ีใกล้ชดิ คนดูมากทสี่ ุด ยกระดับจากพน้ื 2-3 ฟตุ ไม่มมี า่ น
2.เวทีส่วนใน ลักษณะจะคล้ายห้องเล็ก ๆหลังม่าน
3.เวทสี ว่ นบน อยเู่ หนือเวทีธรรมดา จะมีม่านปดิ อยูส่ ่วนใหญ่จะใชเ้ ม่ือตวั ละครปรากฏ
ตัวในหอ้ งช้ันบน บนกาแพง ภูเขา หรอื ดาดฟ้าเรือ

นอกจากนย้ี งั มีประตกู ลทพ่ี ้นื เวที ใชส้ าหรับปรากฎตัวของปีศาจหรือเทพเจ้า

ตวั อย่างนักการละครท่ีสาคัญในยคุ น้ี
✓Thomas Kyd (ค.ศ. 1558-1584)
✓Christopher Marlowe (ค.ศ. 1564-1593)
✓John Lyly (ค.ศ. 1554-1616)

บุคคลที่ไดร้ บั ยกยอ่ งว่าเปน็ นกั เขยี นบทละครท่ียิ่งใหญท่ ี่สดุ ในยคุ นค้ี ือ William
Shakespeare (ค.ศ. 1564-1616)
ซึ่งเขียนบทละครทง้ั หมด 38 เรื่อง แบง่ เปน็ 3 ประเภท คือ
1. ละครประวัตศิ าสตร์
2. คอเมดี
3. แทรจดิ ี ซึ่งเร่ืองทมี่ ีชอื่ เสยี งคือ 1โรมโิ อ จูเลียต 2แฮมเลต็ 3แมคเบ็ธ 4คงิ เลยี ร์

นอกจากน้ียงั มี เบน็ จอนสนั (Ben Johnson ค.ศ. 1572-1637) เปน็ ผทู้ ีป่ ระสบ
ความสาเรจ็ มากที่สุดในการเขยี นบท ละครคอมเมดี

การแสดงในราชสานัก
การแสดงในราชสานกั ในสมัยน้ี มักจะเกิดขึน้ ในวาระพเิ ศษ เช่น วันอภิเษก วันประสูติ
หรอื รับรองอาคันตุกะ เรยี กว่า " คอร์ท-แมสค์ (Court Masque) ไดร้ ับอทิ ธพิ ลมาจาก
การแสดงของอติ าลี คือ อินเตอร์เมทซี โดยเฉพาะในดา้ นเทคนิค ฉากเวที จึงเป็นการ
แสดงทีต่ อ้ งมคี า่ ใช้จ่ายมหาศาล เร่ืองราวมักจะเปน็ เร่อื งเปรียบเทยี บให้เหน็ ความสาคัญ
ของบคุ คลทไ่ี ด้รับเกียรตจิ ัดงานให้ โดยใชเ้ รอ่ื งราวของตวั ละครในตานานเกา่ แกห่ รอื
บคุ คลสาคญั ในประวัตศิ าสตร์ นอกจากน้นั ยังมกี ารเต้นราระหว่างข้าราชสานกั และผู้ชม
การแสดงอีกดว้ ย

ยคุ ทองของการละครสเปน ระหว่างปลาย ค.ศ. 16 (ค.ศ. 1580-1680)
ไดร้ ับการขนานนามว่าเปน็ ยุคทองวรรณกรรมการละครของสเปน
โรงละครสาธารณะของสเปนในยุคนี้ สรา้ งอยู่ระหวา่ งบริเวณลานกวา้ งซึง่

ลอ้ มรอบดว้ ยตวั อาคาร โดยใช้ระเบียงตึกและหอ้ งรมิ นอกตวั ตกึ เป็นทนี่ ั่งคนดูและมที ่ี
ยืนดแู ละมา้ น่งั อยตู่ รงกลาง เวทีเปิดโลง่ โดยไม่มกี รอบเวที การจัดเวทีมีลักษณะง่ายๆ
ไม่ซบั ซอ้ นยุ่งยาก

โรงละครสเปน

นักเขยี นบทละครท่มี ีช่ือเสยี ง
ไดแ้ ก่ โลเป เดอ เวกา และกาลเดรอง เดอลา บารก์ า
พัฒนาการละครองั กฤษและสเปน
ไดพ้ ัฒนาขนบนิยมทางการละครขึ้นมาจนมัน่ คง พัฒนาอยา่ งช้า ๆ จากประเพณี
ด้งั เดิม โดยไมแ่ บ่งแยกระหวา่ งราชสานกั และสามัญชน
คณุ ค่าของละคร
อยู่ทกี่ ารมุ่งใหค้ นดูทุกชนช้นั ไม่จากัดในหมู่แคบ ๆ ของกลุ่มชนชั้นสงู ท่มี ี
การศึกษาเท่าน้ัน

บทท่ี 5
การละครนโี อคลาสสคิ ในฝร่ังเศส

คาวา่ Neo แปลวา่ ใหม่ หรอื New สว่ น Classic มาจากช่อื เรียกศิลปะกรีก
ยคุ คลาสสคิ ซง่ึ เปน็ ยคุ ที่ศิลปะมคี วามสวยงามอยา่ งมาก ดังนนั้ ลกั ษณะของศลิ ปะแบบ
นโี อคลาสสิกจึงมีแนวคดิ และการสร้างงานลอกเลยี นจากศลิ ปะยคุ โบราณแทบทุกอยา่ ง

ศตวรรษท่ี 17 ได้เกดิ การเปล่ยี นแปลงทางการละครครั้งใหญใ่ นฝรัง่ เศส
• ประเทศฝร่ังเศสยงั คงรกั ษาลักษณะการละครตามแบบ ยุคกลาง
• การเม่ืองเรม่ิ ม่นั คงขึน้
• ผ้คู นเรม่ิ ต้องการยกระดบั วัฒนธรรม
• เร่ิมมกี ารเผยแพร่ การจดั เวทีและบทละคร ของอติ าล่ี

เกดิ อะไรขึ้นบา้ ง
• มีการสรา้ งโรงละครทีม่ เี วทีแบบกรอบรปู หรือโพรซเี น่ียม ตามแบบอิตาลี
• จดั ตัง้ สถาบนั วิชาการของฝรง่ั เศส(Academie Francaise) คอื กลุ่มคนที่สนใจวรรณคดี

และภาษา มาพบปะสังสรรค์อย่างไม่เปน็ ทางการ ตอ่ มาได้รับการสนับสนุนจากทางการ
ฝรัง่ เศส ใหก้ อ่ ต้ังเป็นสถาบนั อยา่ งเปน็ ทางการ

บทบาทสาคัญของสถาบนั วชิ าการของฝร่งั เศส
• ในการนาละครฝร่งั เศสไปสกู่ ารละครนโี อคลาสสคิ
• แรกเริ่มมกี ารวางกฏเกณฑ์ของละครนโี อคลาสสิค โดยยดึ บทวิจารณข์ องนักวจิ ารณก์ าร

ละครอติ าเลยี่ นทใี่ ชก้ ฏเกณฑข์ องกรีกและโรมนั เปน็ หลกั
• ต่อมามนี ักวจิ ารณ์ในสมยั หลงั ๆ มีการตคี วามถงึ หลกั เกณฑ์ ทแ่ี ตกต่างไปจากเดมิ จงึ เปน็

ทีม่ าของคาวา่ นโี อคลาสสคิ แตกตา่ งจากสมัยคลาสสคิ ของกรกี โรมัน ทีเ่ ปน็ ต้นตารบั

อดุ มคติของนีโอคลาสสคิ (Neoclassical ideals)
คอื กฎเกณฑ์ของนักวิจารณ์การละครยุคใหม่ ที่ไดผ้ ลกั ดนั ให้บรรดาผทู้ ี่สร้างงานละครใน

ขณะนน้ั เลยี นแบบผลงานของศลิ ปนิ กรกี โรมัน ซ่ึงนามาจาก อริสโตเตลิ และโฮเรซ มีหลักการ
ดังน้ี

1. ความสมจรงิ ในละคร (Decorum and Verisimilitude) ได้แก่ พฤติกรรมของ
ตัวละคร ที่ทุกตัวละครต้องประพฤติหรือแสดงพฤติกรรมบนพื้นฐานของอายุ อาชีพ เพศ
สถานภาพและนสิ ัยของตัวละคร และทีส่ าคัญส่ิงทตี่ อ้ งห้ามในบทละครตามอุดมคตนิ ีโอคลาสสคิ
ต้องไม่มีสิ่งที่เหนือธรรมชาติและสิ่งที่ไม่มีตัวตน เช่น ภูตผีปีศาจ ความสมจริงในกลุ่มนีโอ
คลาสสิคนั้น หมายถึง ตัวละครอันมีลักษณะบุคลิกตามแบบฉบับ (Stock Character) ความ
สมจริงตอ้ งเป็นความจริงทค่ี งทนถาวรและเป็นสากล คอื เปน็ จรงิ ในทกุ เวลาและทุกสถานท่ี

2. การแบ่งแยกประเภทของละครโดยเด็ดขาด ทาใหม้ ลี ะครเพยี ง 2 ชนิด ทย่ี อมรบั ว่า
เป็นแบบแผนที่ถูกตอ้ ง คือ แทรเจดีและคอมเมดี แทรเจดีจะเป็นเรื่องราวชนชัน้ สูง ภาษาที่ใช้
สูงส่ง จบลงด้วยความโศกเศร้า คอมเมดีเป็นละครสนุกสนาน ของชนชั้นกลาง เป็นเรื่องราว
วิถีชีวติ ใช้ภาษาพูดสามัญที่ใช้ในชวี ิตประจาวนั
**** ในยคุ น้ีไม่นยิ มนาเอาละคร 2 ประเภท มาปนกนั ถือวา่ ไม่ไดม้ าตรฐาน

3. จดุ มงุ่ หมายของการละคร เชอื่ ว่า ละครให้แง่คิดในดา้ นการส่ังสอนศีลธรรมแกม่ นษุ ย์
ควบคูไ่ ปกับการให้ความเพลิดเพลินไปด้วย เพื่อให้การสั่งสอนได้ผลและต้องแสดงให้เหน็ ผลของ
การกระทาความดี เช่น การได้รับรางวัล หรือการได้รับการลงโทษ เมื่อกระทาผิด เพื่อเป็นคติ
สอนใจแกผ่ ูช้ ม

4. ความเหมาะสมในด้านการสรา้ งตัวละคร การวางตัวละครต้องใหเ้ หมาะสมกับ
ความเหมาะสมใหส้ อดคลอ้ งกับ เพศ อายุ อาชีพ

5. เอกภาพสามประการ คอื เอกภาพของการละคร 3 ประการ
คอื 1.เอกภาพของเวลา คือ ใชร้ ะยะเวลาตามความเป็นจริงในบทละคร ไมเ่ กิน 12 ช่วั โมง

2.เอกภาพของสถานท่ี คือ ต้องเกิดในสถานท่แี หง่ เดยี วเท่านั้น แตส่ ามารถมหี ลายฉากได้ในเมือง
หนง่ึ 3.เอกภาพของนาฏการ คือ ละครควรมเี ร่ืองหลกั เพยี งเร่อื งเดยี วและมีตัวละครไมม่ ากนกั
******เพราะจะขัดต่อความเป็นจริง
นักเขียนคนสาคญั ของยุค
1.ปิแอร์ คอร์แนย์ เรื่อง เดอะซิค มีการวิพากษ์ เรื่องความสมจริง แต่สถาบันวิชาการของ
ฝรั่งเศสเขา้ มายตุ ิขอ้ โตแ้ ยง้ น้ี
2.ซอง ราซนี เปน็ ผนู้ าละครแทรเจดขี องฝรัง่ เศสไปถึงจุดสูงสุด เร่ือง อนั โดมาค เบเรนีซ เพดรา
ลักษณะเด่น คือ มีเหตุการณ์น้อย มีความขัดแย้งทางจิตวิทยาภายในตัวละคร ทาให้ละครของ
เขามีพลงั มาก
3.โมลิแยร์ มีชื่อเสียงมากในละครคอเมดี เป็นผู้ที่ทาให้คอเมดี ทัดเทียมละครแทรจิดีและเป็นที่
นิยม เร่อื ง ตารต์ ูฟ คนตระหน่ี โรคมายา

********การละครฝร่งั เศส เร่มิ ตกต่าลงหลังจากที่ โมลิแยร์ เสยี ชีวิตลง

สรปุ การละครฝรง่ั เศส

สิ่งทเ่ี กิดขนึ้ รายละเอียด

ไดร้ บั อิทธิพล ยุคกลาง

สถาบนั วิชาการของฝรงั่ เศส กลุ่มคนทส่ี นใจวรรณกรรมและบทละคร

ละครนีโอคลาสสคิ แทรเจดี

คอมเมดี

โรงละคร เลียนแบบอติ าลี โพรซเี น่ียม

อดุ มคติของนีโอคลาสสิค 5 ประการ

นักเขียนท่สี าคญั 3 คน







ภาพวาดของ Jean-Baptiste Nolin [Public domain], via Wikimedia Commons
(ภาพนพ้ี มิ พล์ งในวารสาร Le Magasin pittoresque ฉบบั ปที ่ี 1840 หนา้ 33).
เล่าเหตกุ ารณ์เมอื่ วันท่ี 18 ตุลาคม 1685 เมอ่ื Constantine Phaulkon นาคณะทตู

ฝรง่ั เศสมี Alexandre de Chaumont [อเล็กซ็องเดรอะ เดอ โชมง] (Alexandre เป็น
ชอื่ ตวั .Chevalier เป็นยศหรือตาแหน่งขนั้ ตา่ สุดในตระกลู ผู้ดเี ก่าของ

ฝรง่ั เศส. Chaumont เปน็ ชื่อถ่ินในฝรัง่ เศส ครอบครวั ทเ่ี ปน็ เจ้าของดินแดนถน่ิ น้ัน เมื่อ


Click to View FlipBook Version