เรียกชื่อกจ็ ะเจาะจงวา่ คนน้นั ทมี่ าจากถ่นิ นนั้ ใช้คา de [เดอ] + ชือ่ ถน่ิ . คนไทยนายศมา
เรียก โดยตดั ชื่อตัวออกเปน็ Chevalier de Chaumont [เชอวาลเิ ย่ เดอ โชมง]) เปน็ ผู้
อัญเชญิ พระราชสาส์นพระเจ้าหลยุ สท์ ี่สิบสไี่ ปถวายพระนารายณ.์ ภาพนใี้ นท้องพระโรง
ศรสี รรเพชญ์ทอี่ ยุธยา(sic.), Phaulkon หมอบท่พี ้นื ยกมอื ซ้ายข้ึนให้สญั ญาณแก่ทตู
ฝรงั่ เศสยกพานวางพระราชสาสน์ พระเจ้าหลยุ สข์ ึ้นสงู ๆถวายพระนารายณ์. พระนารายณ์
เสดจ็ ออกตรงหนา้ ตา่ ง ตอ้ งทรงก้มพระองคล์ งไปหยบิ พระราชสาสน์ นน้ั . บาทหลวงทีเ่ หน็
ในภาพคอื François-Timoléon de Choisy [ฟรอ็ งซัว-ตโี มเล-อง เดอ ชวั ซ]ี และคนท่ี
ยืนถัดไปข้างในคอื Louis Laneau [ลยุ ลาโน่].
บทท่ี 7
ละครสมยั ใหม่ (The Modern Theatre)
ยุคเรม่ิ ต้นของละครสมยั ใหม่ (พ.ศ. 2418 – 2490) (ประมาณสมยั รชั กาลที่ 4-5 ของ
ไทย)
ในภาวการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจ ซึ่งกาลังอยู่ในภาวะยุ่งเหยิงจากการ
ปฏิวัตอิ ตุ สาหกรรมของประเทศทางยโุ รปในขณะน้ัน มีผลตอ่ เนอื่ งมาถึงความแออดั ของ
ผู้คนในเมือง จากการที่กรรมกรในชนบทอพยพเข้ามาอยู่กันหนาแน่นตามเมือง
ใหญ่ ความอดอยากและอตั ราของอาชญากรรม พุ่งสงู ขนึ้ ทาใหเ้ กดิ .....
✓ แนวความคิดเพอ้ ฝนั แบบละคร โรแมนติค และ ความไม่สมจริงแบบละคร
เมโลดรามา ดจู ะไมส่ อดคล้องกบั เหตุการณท์ ี่เปน็ อยู่
✓ ศลิ ปะการละครเรม่ิ เปลย่ี นแปลงมาสกู่ ารแสวงหาความเป็นจรงิ มากขนึ้ ด้วย
วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์ คอื การใช้เหตุผลมาอธิบายและพิสูจนด์ ว้ ยตาได้
จงึ เกดิ ละครในรูปแบบใหม่ท่ีละทิ้งธรรมเนียมเดิมขึ้น โดยมคี วามเชอ่ื วา่ ...
“พันธกุ รรมและสภาพแวดลอ้ ม เป็นเครอื่ งกาหนดการดารงชีวิตของมนุษย์
และเปน็ ปัจจัยสาคัญในการกาหนดลักษณะนิสัยและการกระทาทงั้ หมดของ
เรา”
(1) ละครแนวสจั จนิยม (Realism)
ละครสมยั ใหม่ ท่ีเรยี กกนั วา่ แนวสัจจนิยมหรอื แนวสมจริง (Realism)
• นกั เขียนพยายามเสนอความจรงิ อยา่ งตรงไปตรงมา
• หลกี เลี่ยงประวัติศาสตรใ์ นอดีตและการมองมนษุ ยอ์ ยา่ งเลอเลศิ ในแนวโรแมนตคิ
ดา้ นการแสดง
• มีการใช้ไฟฟ้าแทนแสงจากเทียนและตะเกียงน้ามัน ทาให้สามารถปรับระดับแสง
ได้ดีขึ้นและจัดฉากเป็นสามมิติ และเน้นรายละเอียดทุกชิ้น เนื่องจากเชื่อว่า
สภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยที่กาหนดนิสัยและการกระทาของมนุษย์ จึงมีการให้
ความสาคัญต่อการสร้างฉากมาก
• ตัวละครเอกอาจจะเป็นชาวนา เสมียน โจร ขอทาน โสเภณี ฯลฯ เทคนิคการ
แตง่ ตัวก็เปลี่ยนตามไปดว้ ย การเสนอละครเร่อื งหน่ึงไม่ใช่การสมมตขิ ึ้นเทา่ นั้น แต่
ตัวละครทกุ ตัวมชี ีวติ ความเปน็ อยู่เช่นนน้ั จรงิ ๆ
นักการละครบางทา่ น ให้ความสาคญั ของละคร ให้เปน็ เหมอื น “เสย้ี วหนึ่งของชวี ิต”
คือ ไม่ปรงุ แตง่ ความคดิ เหน็ สว่ นตัวเขา้ ไปในละครเลย เสนอเรอ่ื งราวอย่างเปน็ กลางโดย
วธิ กี ารทางวทิ ยาศาสตร์ สะทอ้ นความเปน็ จริงทางสังคม เชน่ ชวี ติ ของชนชน้ั กรรมากร
ทป่ี ระสบความทกุ ขย์ าก จึงเรียกละครน้วี า่ ธรรมชาตนิ ิยม ซ่งึ เป็นปลายยคุ ของละครสจั จ
นยิ ม
ในฐานะหนึ่งในผูก้ อ่ ตงั้ ความทนั สมยั ในโรงละคร Henrik Ibsen
มกั ถกู เรยี กวา่ "บดิ าแหง่ สจั นิยม"
และเป็ นนักเขยี นบทละครทท่ี รงอทิ ธพิ ลทสี่ ุดอนั ดบั สองตลอดกาล รองจาก
Shakespeare
นกั เขยี นบทละครแนวสจั จนยิ มคนสาคญั คอื เฮน็ รคิ อบิ เสน็ (Henrik Ibsen พ.ศ.
2369 – 2449 ตรงกับสมยั รชั กาลที่ 3-5) ชาวนอร์เวย์ ละครของเขาแสดงให้เหน็ ความ
ขดั แย้งระหวา่ งหนา้ ที่ ทคี่ นเรามตี อ่ ตนเองและตอ่ ผูอ้ ่ืน โดยพยายามหาเหตุผลให้แก่การ
กระทาของตวั ละครอยา่ งถ่ถี ้วนรอบคอบ การดาเนินเรื่องจะพฒั นาไปอย่างสมเหตุสมผล
คาพดู ฉาก และเครอ่ื งแต่งกาย พถิ พี ถิ นั เลอื กมา เพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั ลกั ษณะของตวั
ละคร
โรงละครนอรเ์ วย์
กจิ กรรมของโรงละครนอรเ์ วย์และช่อื เสยี งทยี่ ิง่ ใหญ่ทสี่ ดุ นนั้ เกยี่ วขอ้ งกบั ชอ่ื G. Ibsen
(1828-1906) เขาเติบโตขน้ึ มาในครอบครัวของพอ่ คา้ ทางานเป็นเภสชั กรฝกึ หัด เขียน
ละครเยาวชนเรอ่ื งแรกของเขาเรอ่ื ง "Catiline" ในปี พ.ศ. 2392 ในปี ค.ศ. 1850-1851
Ibsen อาศยั อยู่ในคริสเตียนและมสี ว่ นรว่ มอยา่ งแขง็ ขนั ในดา้ นวารสารศาสตร์ ในปี ค.ศ.
1852 เขาได้รับเชิญใหด้ ารงตาแหน่งผ้กู ากับศลิ ป์ ผ้กู ากบั และนกั เขียนบทละครทโ่ี รง
ละครนอรว์ ีเจยี นในเบอรเ์ กน
(2) ละครแนวตอ่ ต้านสัจจนยิ ม (Anti – realism)
ก. ละครสัญลักษณนิยม (Symbolism) เปน็ ละครทใ่ี ชว้ ตั ถหุ รือการกระทาทเี่ ป็น
สัญลักษณ์ ซง่ึ จะกระตนุ้ และโยงความรูส้ ึกนึกคดิ ของคนดเู ขา้ กับญาณพิเศษท่ีนักเขยี น
รูส้ กึ เกีย่ วกบั ความเป็นจรงิ ละครชนดิ นี้ พยายามมองให้ลึกลงไปถึง สัจธรรมทไี่ มอ่ าจจับ
ตอ้ งได้ เช่น ความหมายของชีวติ และความตาย จึงมกั ดลู ึกลบั ลางเลอื น และสรา้ งปม
ปรศิ นาไวใ้ หข้ บคดิ
ละครไมใ่ ชแ่ คล่ อกเลียนแบบ "ความจริง" ทป่ี ระสาทสมั ผสั ได้ เขาเชอ่ื ว่า "ความจริง"ใน
ละครมนั มากกวา่ นัน้ เกนิ จะบรรยายด้วยเหตผุ ล และลกึ ลบั ซบั ซอ้ นเกนิ กวา่ จะเข้าใจได้
ฉะนัน้ คนดูตอ้ งจินตนาการค้นหา "ความจริง" ด้วยตวั เอง โดยนาเสนอละครผา่ น
สัญลักษณท์ แี่ ฝงอยู่ในองคป์ ระกอบต่าง ๆ ของละคร ไมว่ า่ จะเป็น ฉาก ตัวละคร การ
กระทา หรอื บทพดู
ละครแนวน้ีเชือ่ ว่าโลกเตม็ ไปด้วยสิง่ มหศั จรรยแ์ ละอานาจเร้นลับท่ีมนษุ ยเ์ ข้าไม่ถึงหรอื
เข้าใจได้จรงิ ๆ ความรสู้ กึ อารมณข์ องละครจงึ ออกมาแบบแปลก ๆ ไมเ่ หมือนจริง คนดู
ตอ้ งตคี วามส่ิงท่เี หน็ ทีไ่ ดย้ นิ ไดฟ้ งั กอ่ นถึงจะเข้าใจ
การนาเสนอจึงเน้นให้ภาพออกมาเป็น "กลาง ๆ" (Neutral) ไม่เจาะจงวา่ เป็นยุคสมยั ไหน
สถานที่ไหน มงุ่ ไปทีอ่ ารมณ์ และบรรยากาศ ฉากและเคร่ืองแตง่ กายกส็ อ่ื สารเปน็
"สญั ลักษณ"์ ตรงกับเน้ือหาของเรอื่ ง
Maurice Maeterlinck
ชาวเบลเยยี ม นกั เขียนบทละคร และนักเขยี นเรยี งความทไี่ ดร้ บั รางวลั โนเบล
สาขาวรรณกรรมในปี 2454
ละครประเภทน้ที ่ีเด่นมาก คือ ละครเบลเย่ียมเร่อื ง "The Blue Bird" (1908) ของ
Maurice Maeterlinck แสดงครัง้ แรกในปเี ดยี วกันวนั ท่ี 30 กันยายน ณ Moscow
Theatre Art เปน็ ละครได้รับความนยิ มอยา่ งสูงถงึ ขนาดถูกนาไปผลติ เปน็ ภาพยนตร์
หลายตอ่ หลายคร้ัง ละครโทรทศั น์ วทิ ยุ และเป็นโอเปรา (1919) โดย Albert Wolff
นกั แตง่ เพลงชาวฝรั่งเศส
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับเด็กพี่น้องสองคน คอื Mytyl และ Tyltyl ที่พยายามมองหา
"ความสุข" ซึ่งมี "นกสฟี า้ " เป็นเหมือนตัวแทนของความสุข แมว้ ่าท้ังสองจะยากจน แตก่ ม็ ี
ทัศนคตทิ ีด่ ใี นการดารงความสขุ ใหต้ วั เอง สาระสาคญั ของเรอื่ งอยทู่ ี่ความสขุ ท่หี าไดง้ ่าย ๆ
จากสง่ิ รอบตัว โดยเฉพาะความรกั ความอบอุ่นจากครอบครัว ในตอนทา้ ย เมือ่ เด็ก ๆ ได้
ตระหนกั ถงึ ความสุขท่ีแท้จริงแลว้ เดก็ ชายไดม้ อบ "นกสฟี ้า" (ความสขุ ) ใหก้ บั เดก็ ท่กี าลัง
เจ็บปว่ ยอยู่
ทุกวันนี้ การเลา่ เรือ่ งดว้ ยสญั ลักษณถ์ กู นามาใชอ้ ยเู่ ปน็ ประจา แต่กเ็ ปน็ เร่ืองยาก
เพราะจะใช้สญั ลักษณ์ในละครให้แนบเนยี น ตอ้ งมีชั้นเชงิ สงู ทาใหค้ นดูเขา้ ใจได้ ไม่นาพา
ใหค้ นดูตคี วามผดิ หรอื ไม่ยดั เยียดความหมายให้กบั สิ่งต่าง ๆ แล้วบอกว่าน่คี อื สัญลักษณ์
ละครสมยั ใหมห่ ลายเรื่องกใ็ ช้สญั ลักษณใ์ นการสอ่ื สาร เชน่ "ตุ๊กตาแกว้ ยนู คิ อน" ในละคร
เรือ่ ง "Glass Menagerie" ของ T.Williams, "เสือดาว" ในละครเรือ่ ง "The Visit" ของ
Friedrich Dürrenmatt, หรือ "หนงั สอื " ในละครเรอ่ื ง "A Doll House" ของ H.Ibsen
เป็นตน้
ข. ละครเอ็กซเ์ ปรสช่ันนสิ ม์ (Expressionism
ศิลปะช่วงประมาณปี พ.ศ.2400 ที่มุ่งแสดงความรู้สึกมากกว่าแสดงให้เหมือนจริง) เป็น
ละครที่เสนอความเป็นจริงตามความคิดของตัวละคร ซึ่งอาจไม่ตรงกับความเป็นจริงท่ี
ปรากฏแก่สายตาคนทั่วไป โดยใช้ฉากท่ีมีสภาพไมเ่ หมอื นจรงิ ใช้คาพดู ที่ไม่เป็นเหตุเป็น
ผลนัก หรือใช้ข้อความสั้นๆ ห้วนๆ ฉากแบบเอ็กซ์เปรสชั่นนิสม์ มีลักษณะพิเศษท่ี
สะท้อนความรู้สึกภายในของตัวละคร เน้นรูปลักษณะภายนอก สีสัน และขนาดที่
ผิดปกติไป
ในละครแนวเอกซเปรสชันนิสม์นั้น (expressionism) นักเขียนพยายาม
แยกตัวออกจากแนวเหมือนชีวิต หรือ การเสนอของความเป็นจริงเฉพาะที่เห็นได้จาก
ลักษณะภายนอก นักเขียนต้องการให้ละคร "แสดงออก" (express) ถึงแก่นของ
ความรู้สกึ โดยขยายออกมาใหช้ ัดเจนเกนิ กว่าเท่าทจี่ ะมองเห็นได้ด้วยสายตาของคนทวั่ ไป
ละครแนวเอกซเปรสชันนิสม์ มีจุดประสงค์เพือ่ ดงึ ดูดเอาสิ่งที่อยู่ภายใจตัวมนุษย์ออกมา
เสนอพร้อมๆ กับลักษณะภายนอกของเขา โดยไม่ต้องการเพียงเสนอออกมาในรูปของ
คาพูดที่แสดงความคิดคานึง แต่ต้องการเสนอออกมาเป็นภาพชัดเจน ฉากและการ
แสดงออกตามแนวเอกซเปรสชนั นสิ ม์จึงอาจออกมาในรปู ที่บดิ เบือนไปจากความจริงหรือ
เสนอสิ่งที่มีลักษณะชดั เจนจนเกินเหตุ เพื่อแสดงความรู้สึกภายในตวั ละคร เช่น ตัวละคร
ถูกล้อมรอบด้วยลูกกรงขัง หรือถูกตีตรวนเพราะในขณะนั้นกาลังมีความรู้สึกว่า ขาด
อิสรภาพ ไม่อาจไปไหนมาไหนได้ตามใจปรารถนา
เนือ่ งจากตัวละครแสดงถงึ ความรสู้ กึ ภายใน ลักษณะตัวละครในแนวเอกซเปรส
ชันนสิ มจ์ งึ ไม่จาเปน็ จะตอ้ งอาศยั เหตผุ ลทเี่ ขา้ ใจได้ และไม่ตอ้ งการความน่าเชอื่ ของ
เหตกุ ารณแ์ ละการกระทาของตวั ละคร การดาเนินเรือ่ งกม็ กั ไมค่ ่อยเปน็ ไปตามเหตกุ ารณ์
ท่สี ืบเน่ืองกบั ไปตามลาดบั เวลา และมกั จะแสดงลกั ษณะทเี่ ปน็ การขยายความให้เกดิ จรงิ
เสมอ
บทละครเรื่อง ความตายของเซลส์แมน (Death of a Salesman) มีแนวการ
เสนอเรื่องซึง่ เป็นการผสมผสานระหว่างแนวเหมือนชีวิต และแนวเอกซเปรสชันนิสม์ คอื
ผูเ้ ขยี นเสนอท้ังฉากท่แี สดงเรื่องราวในชีวติ ของ วิลล่ี โลแมน ซงึ่ ตีแผ่ออกมาให้ผู้ชมได้เห็น
เปน็ ภาพ ซึ่งมใิ ชเ่ ป็นเพยี งกาเล่าเร่ืองธรรมดา
ลักษณะของแนวเอกซเปรสชันนิสม์นี้ มักสอดแทรกอยู่ในละครสมัยปัจจุบัน
หลายๆ เรื่อง เพราะเป็นการทาให้ผู้ชมเข้าใจสิ่งที่ซ่อนอยู่ภายในตัวละครได้ดียิ่งขึ้น ซึ่ง
แสดงให้เหน็ จติ วิทยาของตวั ละครได้ชัดเจน (จาก"ละครแนวต่างๆ" ของนพมาส ศริ กิ ายะ
2524)
ฉากแบบเอกซเปรสชนั นสิ ม์ มลี ักษณะพเิ ศษท่สี ะทอ้ น
ใหเ้ หน็ ความร้สู กึ ภายในของตวั ละคร โดยเหน็ ท่ี
รปู ลักษณภ์ ายนอก สีสัน และขนาดทผี่ ดิ ไป
นกั เขยี นและบทละคร
ออกัสต์ สตรนี ดเ์ บริ ์ก (August Strindberg)
เกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม ค.ศ.1849 เป็นลูกของคาร์ลออสการ์สตรินด์เบิร์ก(Carl
OscarStrindberg)และเอลิโอนอราอลู รกิ ้า นอรล์ งิ (Eleonora Ulrika Norling)
ในวัยเด็กเขาเกิดในครอบครัวที่ยากลาบาก สตรินด์เบิร์ก เริ่มฉายแววความสามารถใน
การประพันธ์ของเขา ด้วยการเขียนบทละครประวัติศาสตร์(Historical dramas) ที่มีห้า
องก์ชื่อ“Mäster Olof”(ภายหลังบทละครเรื่องนี้ได้รับการยกย่องว่าเป็นบทละคร
สมัยใหม่เรื่องแรกของสวีเดน) ตีพิมพ์ในปีค.ศ.1872ซึ่งที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก
เชคสเปียร์(Shakespeare)และเฮนริคอิบเซน (Henrik Ibsen)
ผลงาน : ละครเรอ่ื ง“A Dream Play”แปลเปน็ ภาษาไทยในชื่อว่า“นิมติ มายา”(สรา้ งบท
มาจาก A Dream Play)
ค. ละครเพ่อื สงั คม (Theatre for Social Action) หรือละครเอพคิ
(Epic Theatre)
• เป็นละครที่กระตนุ้ ความสานึกทางสังคม นาไปสูก่ ารเปลย่ี นแปลงแก้ไขสังคมใหด้ ี
ขึ้น โดยไมค่ านงึ ถงึ ความเปน็ กลางแบบธรรมชาติ หรอื การบันทกึ ความเป็นจรงิ
แบบตรงไปตรงมา แตน่ กั เขียนบทละครอาจโนม้ เอียงมีอคตจิ นเหน็ ไดช้ ดั
จดุ สาคัญ คอื ตอ้ งการใหผ้ ูช้ ม ชมอยา่ งไตร่ตรองมากกว่าจะใหเ้ หน็ คลอ้ ยตามเรอ่ื ง
ไป ผ้ชู มจะถูกทาใหต้ ระหนักอยู่ทุกขณะท่กี าลงั ชมละครว่า นนั่ คือการแสดง
ทัง้ สนิ้ เป็นเสนอออกมาใหไ้ ดร้ ู้ไดเ้ ห็นเทา่ นั้น หาใช่ความเป็นจรงิ ไม่ ผชู้ มจะตอ้ ง
คดิ พิจารณาตาม ดว้ ยวจิ ารณญาณทรี่ อบคอบ
• ละครแนวน้ี มีบทบาทสาคัญมากต่อสงั คมโลกและการละครเวทสี มยั ใหม่
นักเขียนบทละครคนสาคญั
แบรโ์ ทลท์ เบรชท์ (Berthold Brecht พ.ศ.2441 – 2499) ชาวเยอรมนั
เป็นผู้ผลิตละคร นักเขียนบทละคร ได้รบั ยกยอ่ งวา่ เป็นเชกสเปียร์ ยคุ ปัจจบุ นั
• ใชว้ ธิ ีเตอื นคนดูให้ต่ืนจากความเชอื่ ไปตามอารมณ์ร่วมของละคร ว่าเป็นชวี ติ จริง
ดว้ ย การรอ้ งเพลง การอา่ นประสานเสียง การเตน้ รา การบรรยาย เพอื่ ใหค้ นดูได้
คิดมากกวา่ ทีจ่ ะรสู้ ึกร่วมกับละครของเขา เพอื่ จะได้ขจัดอารมณ์รว่ มทจ่ี ะเกิดขนึ้
ให้มนี ้อยทส่ี ุด เพ่ือจะได้ใชค้ วามคิดมากกวา่ อารมณ์
ซ่ึงตรงกันขา้ มกับละครแนวสจั จนิยมและธรรมชาตินิยม ท่ีต้องการโน้มน้าวใหค้ นดู
เชอ่ื ว่าสง่ิ ท่เี กดิ ขึน้ บนเวทนี ้ัน คอื ชีวติ จริง
บทละครทมี่ ีชอื่ เสยี งของเขา เชน่ คนดีแหง่ เสฉวนแมค่ ูราซกับลูกของเธอ
ชีวิตของกาลเิ ลโอ เปน็ ต้น
สรุปการละครสมัยใหม่
ประเภท ลักษณะ นักเขียนสาคญั
1.ละครแนวสัจจนิยม (Realism) นกั เขยี นพยายามเสนอความจริง เฮน็ รคิ อบิ เส็น
แนวสัจจนิยมหรือแนวสมจริง อยา่ งตรงไปตรงมา ใหค้ วามสาคญั (Henrik Ibsen
ของละคร ให้เป็นเหมือน “เสี้ยวหนึง่
2.ละครแนวตอ่ ตา้ นสจั จนยิ ม ของชีวติ ” คือ ไม่ปรุงแต่งความ
(Anti – realism) คิดเหน็ ส่วนตวั เข้าไปในละครเลย
ก. ละครสัญลักษณนยิ ม เสนอเร่ืองราวอย่างเป็นกลางโดย
(Symbolism) วิธีการทางวิทยาศาสตร์ สะท้อน
ความเปน็ จริงทางสงั คม
ข. ละครเอก็ ซเ์ ปรสชนั่ นิสม์
(Expressionism ตรงกันข้ามกบั ความเปน็ จรงิ
เป็นละครที่ใชว้ ตั ถหุ รือการกระทาที่ Maurice Maeterlinck
เปน็ สัญลักษณ์ ซ่ึงจะกระตุน้ และโยง (มอริซ มาแตรร์ ง่ิ )
ความร้สู ึกนึกคดิ ของคนดูเขา้ กับญาณ
พเิ ศษทีน่ ักเขียนรู้สกึ เก่ยี วกับความ
เป็นจริง นาเสนอละครผ่าน
สญั ลกั ษณท์ ี่แฝงอยู่ในองคป์ ระกอบ
ตา่ ง ๆ ของละคร ไม่ว่าจะเป็น ฉาก
ตวั ละคร การกระทา หรือบทพดู ฉาก
และเครื่องแตง่ กายกส็ ือ่ สารเป็น
"สญั ลกั ษณ์" ตรงกับเน้ือหาของเรือ่ ง
ท่ีม่งุ แสดงความรูส้ ึกมากกว่าแสดงให้ ออกสั ต์ สตรีนด์เบิร์ก
เหมือนจริง) เป็นละครที่เสนอความ (August Strindberg)
เปน็ จริงตามความคิดของตวั ละคร ซ่งึ
อาจไมต่ รงกับความเป็นจรงิ ที่ปรากฏ
แก่สายตาคนท่วั ไป โดยใชฉ้ ากที่มี
สภาพไม่เหมือนจรงิ ใชค้ าพดู ทีไ่ ม่
เป็นเหตุเป็นผลนัก หรือใช้ข้อความ
ค.ละครเพ่ือสงั คม (Theatre for สน้ั ๆ ห้วนๆ ฉากแบบเอ็กซเ์ ปรสช่นั แบร์โทลท์ เบรชท์ (Berthold
Social Action) หรอื ละครเอพคิ นิสม์ มลี กั ษณะพิเศษทส่ี ะท้อน Brecht
(Epic Theatre) ความรสู้ ึกภายในของตวั ละคร เน้น
รปู ลกั ษณะภายนอก สีสัน และ
ขนาดท่ีผดิ ปกติไป
เปน็ ละครที่กระตุ้นความสานึกทาง
สงั คม นาไปสู่การเปลย่ี นแปลงแกไ้ ข
สังคมใหด้ ขี ้ึน โดยไมค่ านึงถึงความ
เป็นกลางแบบธรรมชาติ
ต้องการให้ผชู้ ม ชมอยา่ งไตร่ตรอง
มากกวา่ จะใหเ้ หน็ คล้อยตามเรื่องไป
ผชู้ มจะถูกทาใหต้ ระหนกั อย่ทู ุก
ขณะทกี่ าลงั ชมละครว่า นนั่ คือการ
แสดง