แผนการจัดการเรียนรู้
วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค 13101
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องรูปเรขาคณิต
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องเศษส่วน
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองบ่อ
นางสาวมลฤดี ไชยจิตร
รหัสประจำตัวนักศึกษา 62040140130
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาขาวิชาคณิตศาสตร์
การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1
รหัสวิชา ED16401
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
แผนการจัดการเรียนรู้
วิชาคณิตศาสตร์พื้นฐาน ค 13101
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่องรูปเรขาคณิต
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องเศษส่วน
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านหนองบ่อ
นางสาวมลฤดี ไชยจิตร
รหัสประจำตัวนักศึกษา 62040140130
นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สาขาวิชาคณิตศาสตร์
การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1
รหัสวิชา ED16401
คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
ก
คำนำ
แผนการจัดการเรยี นรู้ รายวชิ าคณติ ศาสตร์ รหัสวิชา ค 13101 ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 3 เลม่ 1 น้ี จัดทำข้ึน
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ และให้นักเรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/
ตวั ชีว้ ดั ท่กี ำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบบั ปรบั ปรุง 2560) ผู้จัดทำจึง
ไดศ้ ึกษาสาระการเรยี นรู้ เทคนคิ วิธกี ารสอน การวดั ประเมนิ ผล มาจดั ทำแผนการจดั การเรยี นร้ใู นครั้งนี้
แผนการจัดการเรียนรู้ในเล่ม 3 นี้ประกอบด้วย ทำไมต้องเรียนคณิตศาสตร์ เรียนรู้อะไรในคณิตศาสตร์
สาระและมาตรฐานการเรียนรู้ คุณภาพผู้เรียนเมื่อจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์สำคัญของผู้เรียน ตัวชี้วัดสาระการเรียนรู้แกนกลาง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 คำอธิบาย
รายวิชาพื้นฐาน โครงสร้างรายวิชา แผนการประเมินผลการเรียน การวิเคราะห์ตัวชี้วัดเพื่อกำหนดน้ำหนกั คะแนน
โครงสรา้ งกำหนดการสอน แผนการจดั การเรยี รู้ หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 เร่ือง รปู เรขาคณติ และหนว่ ยการเรียนรู้ที่ 5
เรอื่ ง เศษสว่ น เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นบรรลุมาตรฐานการเรยี นรไู้ ด้อยา่ งเตม็ ศักยภาพอยา่ งแทจ้ ริง
จึงหวังเป็นอย่างย่ิงว่าแผนการจดั การเรียนรู้ฉบบั น้ี จะสามารถนำไปใช้ประกอบการเรียนการสอนรายวิชา
คณติ ศาสตร์ นำไปสู่การพฒั นาทถี่ กู ต้องและเกิดแกผ่ ูเ้ รยี นเปน็ อยา่ งดี
มลฤดี ไชยจติ ร
10 ตลุ าคม 2565
ข
สารบญั
เร่ือง หน้า
คำนำ............................................................................................................................................................... ก
สำรบัญ............................................................................................................................................................ ข
แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ที่ 17 เรอ่ื ง กำรหำผลลบโดยกำรตัง้ ลบ(ไม่มกี ำรกระจำย).............................................1
แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ที่ 18 เร่ือง รปู ท่ีมแี กนสมมำตรหลำยแกน....................................................................9
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ท่ี 19 เรื่อง กำรอ่ำนและกำรเขยี นเศษสว่ น(1)………………………………………………………24
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี 20 เรือ่ ง กำรเปรียบเทียบเศษสว่ นที่มีตัวสว่ นเทำ่ กัน…………………………………………36
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่ 21 เรอ่ื ง กำรเรียงลำดับเศษส่วนที่มตี วั สว่ นเท่ำกนั ....................................................50
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี 22 เรอ่ื ง กำรบวกเศษส่วนทีม่ ีตัวส่วนเท่ำกัน………………………………………………………65
แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ที่ 23 เรอ่ื ง กำรลบเศษสว่ นทมี่ ตี ัวส่วนเท่ำกนั ………………………………………………………..77
แผนกำรจัดกำรเรยี นรู้ ที่ 24 เรื่อง โจทยป์ ัญหำกำรบวกและกำรลบเศษสว่ น……………………………………………88
1
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 17
กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ โรงเรยี นบา้ นหนองบ่อ
วชิ าคณิตศาสตร์พืน้ ฐาน รหสั วชิ า ค13101 ชัน้ ประถมศกึ ษา
หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 รปู เรขาคณติ
เรื่อง การหาผลลบโดยการต้ังลบ(ไมม่ กี ารกระจาย) เวลาเรียน 4 ชั่วโมง
ครผู ู้สอน นางสาวมลฤดี ไชยจติ ร เวลา 2 ช่ัวโมง
วันที่ 15 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2565
1.มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวิเคราะห์รปู เรขาคณิต สมบตั ขิ องรปู เรขาคณติ ความสัมพันธ์ระหว่างรูป
เรขาคณติ และทฤษฎบี ททางเรขาคณติ และนำไปใช้
2. ตวั ช้วี ดั
มาตรฐาน ค 2.2 ป.3/1 ระบุรูปเรขาคณิตสองมติ ิทม่ี ีแกนสมมาตรและจำนวนแกนสมมาตร
3.สาระสำคญั
การพบั กระดาษรปู เรขาคณิตสองมติ ติ ามแนวต่าง ๆ หากทั้งสองข้างของรอยพับทบั กนั สนิทพอดี
แสดงวา่ รูปนน้ั เป็นรูปท่ีมีแกนสมมาตร และรอยพับนัน้ คอื แกนสมมาตร
4.จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สามารถระบรุ ูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตรได้
2. สามารถบอกลกั ษณะของรูปเรขาคณิตทม่ี ีแกนสมมาตรได้
3. สรปุ ความรเู้ กี่ยวกับรปู เรขาคณิตท่ีมีแกนสมมาตรและไม่มแี กนสมมาตรได้
5.สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
รูปท่ีมแี กนสมมาตร
6.กระบวนการจดั การเรยี นรู้
6.1 ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน (ชั่วโมงที่ 1 )
คุณครใู ห้นักเรียนทำกิจกรรมฝึกสมาธเิ ตรยี มความพร้อมก่อนเรยี น โดยแสดงภาพเกม ดูสีไม่อา่ นคำ”
บนจอ แล้วใหน้ ักเรยี นบอกชื่อสีทอ่ี ยูใ่ นตวั อกั ษร โดยไมอ่ ่านคำศัพท์
2
6.2 ขั้นนำเสนอความรู้
1. คุณครสู อน เรื่อง รปู เรขาคณติ (รูปที่มีแกนสมมาตร) โดยให้นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ กล่มุ ละ 3-4 คน
แล้วแจกใบงาน แกนสมมาตร” (ดาวน์โหลดใบงานจาก QR code ในหนังสือเก่งคณิต คดิ เลขเปน็ เล่ม 1
หนา้ 147) จากน้นั ตัดรูปเรขาคณิตในใบงาน โดยตดั ตามรูปรา่ งของรูปเรขาคณติ จำนวน 20 รปู
และแจกกระดาษขนาด A4 กลุม่ ละ 1 แผ่น
2. ให้นกั เรยี นทกุ กลมุ่ หยบิ รปู เรขาคณิตขน้ึ มา 1 รปู เชน่ รูปหวั ใจ
และใหแ้ ตล่ ะกลุม่ ลองพบั ครึง่ จากด้านบนมาด้านลา่ งและลองพับครงึ่ จากดา้ นซ้ายมาด้านขวา
รว่ มกนั สังเกตว่าเมื่อพับรปู เรขาคณิตแต่ละแบบแลว้ จะมีลักษณะอย่างไร เม่ือพบั แล้วทับกันสนิทหรือไม่
คณุ ครูอธบิ ายว่า รปู ทีเ่ ม่ือพบั แลว้ สองข้างทบั กันสนิทนั้น เรียกวา่ รปู ที่มีแกนสมมาตร
จากน้ันคุณครใู หแ้ ต่ละกลุม่ ขีดเส้นประตรงรอยพบั ที่ทำให้รูปทับกนั ไดส้ นทิ แล้วอธบิ ายเพิ่มเติมว่า
รอยพับหรือเสน้ ประนี้ เรียกว่า แกนสมมาตร
3. ให้นกั เรยี นแต่ละกลุ่มหยบิ รูปทีไ่ ม่มีแกนสมมาตร เช่น รปู ใบไม้ ให้นักเรียนลองพับคร่ึงในลกั ษณะ
ตา่ ง ๆ เช่น พบั จากด้านบนมาลา่ ง ดา้ นซ้ายมาด้านขวา แนวทแยง ปรากฎว่าในการพบั ทกุ รปู แบบ
ก็ไม่สามารถพับให้สองขา้ งของรอยพับทบั กนั สนทิ ได้ จากน้ันอธบิ ายว่ารปู ลักษณะดังกลา่ ว คือ
รปู ท่ไี ม่มแี กนสมมาตร
4. ให้นกั เรยี นแบง่ กระดาษ A4 ทคี่ ุณครูแจกให้เป็นสองฝง่ั แลว้ เขียนบนกระดาษฝ่ังซ้ายว่า
มีแกนสมมาตร” ฝง่ั ขวาเขยี นว่า ไมม่ แี กนสมมาตร” แล้วใหน้ ักเรียนลองพับรปู ท่เี หลือ พิจารณารว่ มกนั ว่า
รูปใดมีแกนสมมาตรหรือไมม่ ีแกนสมมาตร แลว้ แยกติดลงในกระดาษ A4 ให้ถกู ต้อง
5. หลงั จากน้นั ร่วมกนั เฉลย โดยคณุ ครูบอกช่ือรปู เช่น รูปดาว แล้วใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันตอบว่า
มีแกนสมมาตรหรือไม่มีแกนสมมาตร
6. คุณครใู หน้ กั เรียนเปิดหนงั สอื เก่งคณติ คดิ เลขเป็น เลม่ 1 หน้า 144 -146 โดยพจิ ารณารูปเรขาคณติ
ทก่ี ำหนดให้ ว่ารูปใดทพ่ี บั แล้วทง้ั สองดา้ นจะทบั กันพอดี รูปใดบ้างเป็นรูปที่มแี กนสมมาตรและรปู ใดท่ี
ไม่มแี กนสมมาตร
6.3 ขนั้ ลงมือเรยี นรู้ (ชั่วโมงท่ี 2)
1.ทำแบบฝกึ หัดในหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเปน็ เล่ม 1 หน้า 148-150
6.4 ข้นั สรุปความรู้
1. คณุ ครูนำสอื่ จากกิจกรรมข้ันนำเสนอความรู้ติดบนกระดาน แลว้ ตัง้ คำถามทบทวนกับนกั เรียนว่า
เราจะรไู้ ดอ้ ย่างไรว่ารปู ใดบ้างเป็นรูปทีม่ ีแกนสมมาตร และรปู ใดบา้ งเป็นรูปที่ไม่มแี กนสมมาตร
ซง่ึ สามารถสรปุ ร่วมกันไดว้ า่ รปู ท่มี ีแกนสมมาตร คอื
3
รปู ที่พบั ตามเส้นประแลว้ ท้ังสองดา้ นทับกนั สนิทพอดีและรูปทไ่ี ม่มีแกนสมมาตรคือรูปท่ีพบั ตามเสน้ ประแล้วทง้ั สอง
ดา้ นไมส่ ามารถทับกันได้สนิทพอดี
2. สรุปร่วมกับนกั เรียนวา่ รูปท่มี ีแกนสมมาตร เม่ือพบั ตามเสน้ ประแลว้ ทง้ั สองขา้ งทบั กันสนิทพอดี
และรปู ที่ไม่มแี กนสมมาตร เม่ือพับตามเส้นประแลว้ ทง้ั สองขา้ งทับกนั ไมส่ นิท
3. จากนน้ั คุณครูแจกใบงาน รูปท่ีมีแกนสมมาตร” ให้นกั เรยี นตัดใบงานเตรยี มไว้ แลว้ เขยี นสรุป
ความเข้าใจเร่ือง รปู เรขาคณติ สองมติ ิ (รปู ท่มี แี กนสมมาตร) ลงในใบงาน พร้อมวาดรปู
เสร็จแลว้ ติดลงในสมุด
6.5 ขัน้ ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้
1. คณุ ครแู จกใบงาน วาดรปู ต่อ” ให้นักเรยี นตัดใบงานเตรียมไว้
2. นักเรียนวาดรปู ต่อจากเสน้ ท่กี ำหนดให้ในใบงาน ให้เปน็ รูปทมี่ แี กนสมมาตร โดยมีเส้นประเป็น
แกนสมมาตร จนครบทกุ ใบ จากนัน้ ใหอ้ อกแบบรปู เอง โดยวาดรูปทมี่ ีแกนสมมาตรและมีเส้นประเป็นแกนสมมาตร
ในใบงานทีเ่ หลือ
3. เมื่อวาดเสรจ็ แลว้ ระบายสีใหส้ วยงาม พรอ้ มตั้งชื่อภาพ จากน้นั ให้นกั เรียนจับคกู่ บั เพื่อนข้าง ๆ
ถาม-ตอบกนั วา่ รูปที่ไดน้ น้ั เหมือนกันหรือไม่ ร่วมกันแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
7.เคร่อื งมอื - ส่ือการเรยี นรู้
1. ใบงาน แกนสมมาตร” (ดาวนโ์ หลดใบงานจาก QR code ในหนงั สอื )
2. ใบงาน รูปทม่ี แี กนสมมาตร”
3. ใบงาน วาดรปู ต่อ”
4. กระดาษ A3
5. หนังสือชุด เกง่ คณิต คิดเลขเปน็ ป.3 เล่ม 1
4
8.การวดั และประเมินผล วธิ วี ดั ผล เครื่องมือ เกณฑ์ประเมนิ
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1.สามารถระบุรปู เรขาคณติ ประเมินผลจากคะแนน ใบงาน วดั และประเมินผลการ
สองมติ ิท่ีมแี กนสมมาตรได้ การทำแบบฝึกหัด รูปท่ีมแี กนสมมาตร” ทำแบบฝกึ หัด ได้ระดบั
ดี ขึน้ ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
/ใบงาน ของนกั เรยี น ใบงาน
รปู ที่มีแกนสมมาตร” วดั และประเมนิ ผลการ
2.สามารถบอกลักษณะของ ประเมนิ ผลจากคะแนน ทำแบบฝกึ หัด ไดร้ ะดบั
ใบงาน “วาดรปู ต่อ” ดี ข้ึนไปถือว่าผ่านเกณฑ์
รูปเรขาคณิตท่มี แี กน การทำแบบฝึกหัด
วัดและประเมินผลการ
สมมาตรได้ /ใบงาน ของนกั เรียน ทำแบบฝึกหดั ไดร้ ะดับ
ดี ขนึ้ ไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
3.สรุปความร้เู กย่ี วกบั รูป ประเมินผลจากคะแนน
เรขาคณติ ท่มี ีแกนสมมาตร การทำแบบฝึกหัด
และไม่มแี กนสมมาตรได้ /ใบงาน ของนกั เรียน
5
6
7
8
เกณฑก์ ารประเมินผลการทำแบบฝึกหดั
ประเด็น 3 21
1. ความถูกต้องด้าน เนื้อหาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนอื้ หาสาระของ
เน้ือหา แบบฝึกหัดถูกตอ้ ง
ครบถ้วน แบบฝกึ หดั ถูกต้องเป็น แบบฝกึ หัดไมถ่ ูกตอ้ ง
บางประเด็น
เปน็ ส่วนใหญ่
2. ความครบถว้ น ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝึกหดั ได้น้อย
ครบถ้วน มากกว่าครึง่ ของ กว่าครงึ่ ของจำนวน
3. การเขยี นสือ่ จำนวนทงั้ หมด ท้ังหมด
ความหมาย
เขียนส่อื ความได้ เขยี นสอ่ื ความไม่ เขยี นสื่อความไดน้ ้อย
4. เสรจ็ ตามเวลาที่ ถกู ต้องตามอกั ขรวิธี ถูกต้องตามอักขรวิธี ไม่ตรงประเด็น
กำหนด ตรงประเด็นและเขา้ ใจ 2-3 แห่ง ตรงประเด็น
งา่ ย
สง่ แบบฝกึ หัดตาม ส่งแบบฝกึ หดั ช้ากว่า สง่ แบบฝึกหดั ชา้ กว่า
เวลาท่ีกำหนด เวลาทก่ี ำหนด 1 วัน เวลาทีก่ ำหนด 3 วนั
เกณฑก์ ารประเมินผลการทำแบบฝึกหัด
9 - 12 ดีมาก
5 – 8 ดี
0 - 4 พอใช้
9
แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 18
กลุม่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ โรงเรียนบ้านหนองบ่อ
วิชาคณติ ศาสตร์พื้นฐาน รหสั วิชา ค13101 ชัน้ ประถมศกึ ษา
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 4 รูปเรขาคณติ
เรอ่ื ง รูปที่มแี กนสมมาตรหลายแกน เวลาเรียน 4 ชั่วโมง
ครผู สู้ อน นางสาวมลฤดี ไชยจติ ร เวลา 2 ชั่วโมง
วนั ที่ 19 เดือน กรกฎาคม พ.ศ. 2565
1.มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 2.2 เข้าใจและวเิ คราะหร์ ูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณติ ความสมั พันธ์ระหวา่ งรูป
เรขาคณติ และทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนำไปใช้
2. ตวั ชว้ี ัด
มาตรฐาน ค 2.2 ป.3/1 ระบรุ ูปเรขาคณิตสองมติ ิทมี่ ีแกนสมมาตรและจำนวนแกนสมมาตร
3.สาระสำคญั
การพับกระดาษรปู เรขาคณิตสองมติ ิตามแนวตา่ ง ๆ หากทั้งสองขา้ งของรอยพับทับกนั สนิทพอดี
แสดงว่ารูปนัน้ เปน็ รปู ทมี่ แี กนสมมาตร และรอยพบั น้ันคอื แกนสมมาตร
และรูปเรขาคณิตสองมติ ิบางรูปมีแกนสมมาตรมากกวา่ 1 แกน
4.จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. สามารถระบจุ ำนวนแกนสมมาตรของรูปเรขาคณิตได้
2. อธิบายลักษณะของรปู เรขาคณิตที่มีแกนสมมาตรมากกว่า 1 แกนได้
5.สาระการเรียนรู้แกนกลาง
รูปท่มี แี กนสมมาตร
6.กระบวนการจดั การเรยี นรู้ (ช่ัวโมงที่ 1 )
6.1 ข้นั นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. คุณครใู หน้ กั เรยี นเลน่ เกม โดยแจกใบงาน “ตารางบิงโก” และใบงาน “รูปเรขาคณติ ”
ให้นกั เรียนทกุ คน แตล่ ะคนตดั รูปภาพเรขาคณติ แล้วเลอื กมาติดในตารางบิงโก
แต่ละคนไม่จำเป็นตอ้ งติดเหมือนกนั (ใหน้ ักเรียนทำในเวลาวา่ งเตรียมไว้)
10
2. คุณครนู ำรปู เรขาคณิตใสแ่ ก้วหรอื กล่อง จากนั้นให้นักเรียนสมุ่ หยบิ ขนึ้ มาครั้งละ 1 ใบ
พร้อมบอกว่าได้รปู อะไร เช่น วงกลม คณุ ครชู ภู าพท่ถี ูกสุ่มให้นกั เรียนทุกคนดู
หากตารางบิงโกของใครมีรปู ภาพนน้ั ให้กากบาททบั เลน่ แบบนเ้ี ชน่ น้ีไปเรื่อย ๆ
3. เมื่อนกั เรยี นกากบาททับรูปภาพได้ครบ 4 ช่อง ในแนวทแยง แนวตง้ั
หรือแนวนอนที่อยใู่ นแถวเดยี วกัน(อยา่ งใดอย่างหน่งึ ) ใหต้ ะโกนวา่ บิงโก! แล้วเลน่ ต่อไปอีกประมาณ 2-3 รอบ
หรือจนกว่าจะมคี นที่บิงโก คนต่อไป
6.2 ขน้ั นำเสนอความรู้
1. คณุ ครูทบทวนเรือ่ ง รูปที่มีแกนสมมาตร โดยใชส้ ่อื จริง ไดแ้ ก่ ผ้าเช็ดหน้า (รปู ส่ีเหล่ยี ม) เปน็ ต้น
แลว้ รว่ มกันอภิปรายในประเด็นตอ่ ไปน้ี เช่น ผ้าเช็ดหน้าผืนนี้มีลักษณะเหมือนรปู เรขาคณิตชนิดใด นกั เรยี นคิด
ว่ารปู น้ีเป็นรปู ท่ีมแี กนสมมาตรหรือไม่ มวี ิธคี ิดอยา่ งไร
2. คุณครูสอน เร่ือง รูปเรขาคณติ (รปู ที่มีแกนสมมาตรหลายแกน) โดยใหน้ ักเรียนแบง่ กลุ่ม กลมุ่ ละ 4
คน แล้วแจกใบงาน “รปู ที่มีแกนสมมาตรหลายแกน” แต่ละกลมุ่ ตัดรูปเรขาคณิตใน
ใบงานท่ีไดเ้ ตรียมไว้ท้ังหมด 20 รูป (ให้นกั เรียนตดั ในเวลาว่าง) และแจกกระดาษขนาด A4 กลมุ่ ละ 1 แผ่น
(ครพู ร้ินต์ใบงานโดยใชก้ ระดาษ A4 เพื่อใชส้ ำหรับสาธิตให้นกั เรยี นดู แล้วตดิ บนกระดาน )
3. คณุ ครูแบง่ กระดานเปน็ 6 ส่วน เขยี นตวั เลข 1-6 กำกบั แตล่ ะส่วน
และให้นักเรียนแตล่ ะกล่มุ หยิบรูปข้นึ มา 1 รูป เช่นรูปลูกศร ตง้ั คำถามว่า
“นกั เรยี นคิดว่ารปู น้เี ปน็ รปู ท่ีมีแกนสมมาตรหรอื ไม่ ทราบได้อย่างไร” ให้แตล่ ะกลุ่มพบั คร่งึ รูปในลักษณะตา่ ง ๆ
เชน่ พับจากดา้ นบนมาลา่ ง ด้านซ้ายมาขวา แนวทแยง เปน็ ตน้
หากเปน็ รปู ท่ีมีแกนสมมาตรให้เขียนเสน้ ประแสดงแกนสมมาตรตรงรอยพบั โดยคณุ ครูทำไปพร้อมกบั นักเรียน
แลว้ อธบิ ายเพมิ่ ว่า รูปนีส้ ามารถพบั ใหส้ องขา้ งของรอยพับทับกนั สนิทได้ 1 แบบ รูปน้ีจึงมแี กนสมมาตร 1 แกน
จากน้นั นำรูปไปติดบนกระดานในส่วนหมายเลข 1
4. ใหแ้ ต่ละกลุ่มหยิบรูปสเ่ี หล่ียมผืนผ้าข้ึนมา คุณครถู ามวา่ รูปน้เี ป็นรปู ทม่ี ีแกนสมมาตรหรือไม่ ทราบได้
อย่างไรให้แตล่ ะกลุ่มพบั ครึง่ ในลักษณะตา่ ง ๆตามกระบวนการเดิมซ่ึงนักเรยี นจะสังเกตได้ว่ารูปน้ีสามารถพบั ใหส้ อง
ข้างของรอยพับทับกันสนทิ ได้ 2 แบบ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนเส้นประแสดงแกนสมมาตรตรงรอยพับท้ัง 2 รอย
(คณุ ครูอาจเขยี นให้ดูก่อน) และอธิบายวา่ รูปเรขาคณติ ที่พับแล้วสองขา้ งนน้ั ทับกันไดส้ นิท 2 แบบ
จะเรียกวา่ รปู ทมี่ ีแกนสมมาตร 2 แกน จากน้ันนำไปตดิ บนกระดานในส่วนหมายเลข 2
5. ใหน้ ักเรียนแบง่ กระดาษ A4 เปน็ 6 สว่ น แตล่ ะส่วนเขยี นตัวเลข 1-6 ด้านบน
แตล่ ะกลุม่ ชว่ ยกนั พบั รูปเรขาคณติ ที่เหลือเพื่อพิจารณาว่าแตล่ ะรปู มีแกนสมมาตรก่ีแกน แลว้ ตดิ ลงบนกระดาษ A4
ท่ีเขยี นตวั เลขจำนวนแกนสมมาตรไว้
11
6. จากน้ันรว่ มกันเฉลย โดยคุณครูใหน้ กั เรยี นสงั เกตวา่ รปู เรขาคณิตชนดิ เดียวกนั (เชน่
รปู สี่เหลย่ี มผนื ผา้ สี่เหลย่ี มจัตุรัสเปน็ ตน้ ) มีแกนสมมาตรเท่ากันหรอื ไมร่ ูปเรขาคณติ ชนิดใดบา้ งทม่ี ีแกนสมมาตร
เท่ากบั จำนวนดา้ น ใหแ้ ยกรปู นั้นออกมา
7. จากนัน้ คุณครูใหน้ ักเรยี นสังเกตรูปทแี่ ยกออกมา แลว้ อภิปรายรว่ มกนั ว่า
รูปเรขาคณิตที่แยกออกมานน้ั จะมคี วามยาวดา้ นเท่ากนั ทกุ ด้าน เช่น รูปสามเหลย่ี มท่มี คี วามยาวเทา่ กันทุกด้าน
(หรอื เรยี ก รปู สามเหลีย่ มดา้ นเท่า) รปู ส่ีเหล่ยี มท่มี ีความยาวเทา่ กันทุกด้าน (หรือเรยี ก รปู สีเ่ หลย่ี มด้านเท่า)
เป็นตน้ ซง่ึ แต่ละรูปน้ันมีแกนสมมาตรกี่แกน ใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันตอบ
(ตวั อย่างคำตอบ)
-รปู สามเหล่ียมด้านเทา่ มีแกนสมมาตร 3 แกน
-รูปส่เี หล่ียมดา้ นเท่า มีแกนสมมาตร 4 แกน เปน็ ต้น
คุณครแู ละนักเรียนรว่ มกนั สรุปวา่ รูปเรขาคณิตทีม่ ดี ้านเท่ากันทุกดา้ น
จะมีแกนสมมาตรเทา่ กับจำนวนด้านท่เี ท่ากนั
จากนั้นสังเกตรูปทีม่ แี กนสมมาตรและจำนวนแกนสมมาตรเพิม่ เติมจากหนังสือเก่งคณติ คิดเลขเป็น เลม่ 1 หน้า
151-152
6.3 ข้ันลงมือเรียนรู้
1. คณุ ครูใหน้ กั เรยี นทำกจิ กรรมรปู ทม่ี แี กนสมมาตรหลายแกน โดยดาวน์โหลดใบงานจาก QR code
ในหนงั สือเก่งคณิต คดิ เลขเป็น เล่ม 1 หนา้ 153 แจกใหน้ ักเรยี นทุกคน โดยตัดรูปเรขาคณติ จากใบงาน
เตรียมไว้ จำนวน 12 รูป
2. นักเรียนพับรูปเรขาคณิตท่ีตดั ไว้ แลว้ พิจารณาวา่ แต่ละรูปมแี กนสมมาตรกี่แกน พร้อมเขยี นเสน้ ประ
แสดงแกนสมมาตรของรปู ทำจนครบทกุ รูป จากนัน้ จับคูก่ ับเพอ่ื นพูดคุยแสดงความคิดเห็น
รว่ มกนั วา่ ของเรากับของเพื่อนเหมือนหรอื ตา่ งกนั อย่างไร
3. ทำแบบฝกึ หดั ในหนงั สือเก่งคณติ คิดเลขเป็น เลม่ 1 หน้า 153-155
6.4 ขนั้ สรปุ ความรู้ (ชว่ั โมงที่ 2)
1. คุณครแู จกใบงาน “สรุปรูปทมี่ ีแกนสมมาตร” ให้นกั เรียนคนละ 1 แผ่น
2. นักเรยี นเขยี นสรุปเรือ่ ง รปู เรขาคณติ ท่ีมแี กนสมมาตรและไม่มีแกนสมมาตร ตามเข้าความเขา้ ใจของ
ตนเอง เช่น รูปที่มแี กนสมมาตร เม่อื พับตามเสน้ ประแล้วทั้งสองข้างทบั กันสนิทพอดี และรปู ท่ีไม่มแี กน สมมาตร
เมื่อพับตามเสน้ ประแล้วทงั้ สองขา้ งทบั กันไม่สนทิ
3. จากนั้นแบ่งหวั ข้อออกเปน็ 3 หวั ข้อ คอื รูปท่ีมีแกนสมมาตร 1 แกน รูปทม่ี ีแกนสมมาตรหลายแกน
และรปู ท่ไี ม่มีแกนสมมาตร วาดภาพรปู เรขาคณิตหรือคณุ ครถู า่ ยเอกสารรูปเรขาคณติ จากแบบฝึกใน
หนงั สือ ให้นกั เรยี นตดั รปู ตดิ ก็ได้
12
4. เมือ่ ทำเสรจ็ แลว้ นักเรียนทุกคนสรุปรว่ มกันอีกครั้ง และทํา Math Review ในหนังสือเรยี นเก่งคณติ
คิดเลขเปน็ เลม่ 1 หน้า 156 เพ่ือทบทวนและเน้นย้ำความเขา้ ใจ เรอ่ื ง รปู เรขาคณิต
ทมี่ แี กนสมมาตรและไมม่ แี กนสมมาตร
6.5 ขน้ั ประยุกต์ใช้ความรู้
1. คณุ ครูให้นักเรียนแบ่งกลมุ่ กล่มุ ละ 3- 4 คน แลว้ แจกใบงาน “บันไดรูปเรขาคณิต”
และลูกเตา๋ ให้แต่ละกล่มุ กลุม่ ละ 1 ชดุ
2. คนแรกโยนลกู เตา๋ (คนละ 1 ครัง้ ) แลว้ เดินไปตามช่อง โดยดจู ำนวนแตม้ บนลูกเตา๋
หากตกชอ่ งทีเ่ ปน็ รปู เรขาคณิตนกั เรียนต้องตอบให้ได้ว่ารปู นั้นเป็นรูปที่มแี กนสมมาตรหรือไม่
ถา้ มตี ้องระบจุ ำนวนแกนสมมาตรดว้ ย ถา้ ตอบผิดหรือตอบไม่ได้ให้เดินถอยหลงั 3 ช่อง
3. ให้ผเู้ ลน่ คนถดั ไปทอยลูกเต๋าและเล่นไปเร่ือย ๆ จนครบทุกคน แล้วเริ่มทผ่ี เู้ ลน่ คนแรกใหม่ เลน่ ผลัด
เปลี่ยนกันไปเรื่อย ๆ ตามลำดับเหมือนเดิม ตวั เดินของผเู้ ล่นคนใดไปถึงจดุ สิ้นสดุ ก่อนจะเป็นผู้ชนะ
เคร่อื งมือ - ส่ือการเรยี นรู้
1. สือ่ จริง เช่น ผ้าเชด็ หนา้
2. ใบงาน “ตารางบงิ โก”
3. ใบงาน “รปู เรขาคณิต”
4. ใบงาน “รูปท่มี ีแกนสมมาตรหลายแกน”
5. ใบงานจาก QR code ในหนังสือเก่งคณติ คิดเลขเป็น เล่ม 1
6. ใบงาน “บันไดรูปเรขาคณิต”
7. ใบงาน “สรปุ รปู ทีม่ แี กนสมมาตร”
8. ลกู เตา๋
9. กระดาษ A3
10. หนังสอื ชดุ เกง่ คณติ คิดเลขเป็น ป.3 เลม่ 1
13
8.การวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ วี ดั ผล เคร่ืองมือ เกณฑ์ประเมนิ
1.สามารถระบุจำนวนแกน ประเมินผลจากคะแน ใบงาน “รูปเรขาคณิต” วัดและประเมนิ ผลการทำ
สมมาตรของรูปเรขาคณิต นการทำแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด ได้ระดับ ดี ขน้ึ
ได้ /ใบงาน ของนกั เรียน ใบงาน ไปถือวา่ ผ่านเกณฑ์
“บันไดรูปเรขาคณติ ”
2.อธิบายลักษณะของรูป ประเมินผลจากคะแน ใบงาน วดั และประเมนิ ผลการทำ
เรขาคณิตทมี่ แี กนสมมาตร นการทำแบบฝึกหดั “รปู ที่มีแกนสมมาตรหลาย แบบฝกึ หดั ได้ระดบั ดี ข้ึน
มากกว่า 1 แกนได้ /ใบงาน ของนักเรยี น ไปถือว่าผา่ นเกณฑ์
แกน”
ใบงาน
“สรปุ รูปท่มี แี กนสมมาตร”
14
15
16
17
เกณฑก์ ารประเมินผลการทำแบบฝกึ หัด
ประเด็น 3 21
1. ความถูกต้องด้าน เนือ้ หาสาระของ เนอ้ื หาสาระของ เนื้อหาสาระของ
เนอื้ หา แบบฝึกหัดถูกต้อง
ครบถ้วน แบบฝึกหัดถูกตอ้ งเป็น แบบฝึกหัดไมถ่ ูกตอ้ ง
บางประเดน็
เปน็ สว่ นใหญ่
2. ความครบถว้ น ทำแบบฝึกหดั ได้ ทำแบบฝึกหัดได้ ทำแบบฝกึ หัดได้น้อย
ครบถว้ น มากกว่าครงึ่ ของ กว่าคร่งึ ของจำนวน
3. การเขยี นสือ่ จำนวนทั้งหมด ทั้งหมด
ความหมาย
เขียนสือ่ ความได้ เขยี นสอื่ ความไม่ เขยี นส่ือความไดน้ ้อย
4. เสรจ็ ตามเวลาท่ี ถูกต้องตามอักขรวธิ ี ถูกต้องตามอักขรวธิ ี ไมต่ รงประเด็น
กำหนด ตรงประเดน็ และเข้าใจ 2-3 แหง่ ตรงประเด็น
งา่ ย
ส่งแบบฝกึ หดั ตาม ส่งแบบฝึกหัดช้ากวา่ ส่งแบบฝึกหัดชา้ กว่า
เวลาที่กำหนด เวลาทกี่ ำหนด 1 วัน เวลาที่กำหนด 3 วนั
เกณฑก์ ารประเมนิ ผลการทำแบบฝึกหดั
9 - 12 ดมี าก
5 – 8 ดี
0 - 4 พอใช้
18
19
20
21
22
23
24
แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 19
กลมุ่ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ โรงเรยี นบา้ นหนองบ่อ
วชิ าคณิตศาสตรพ์ ืน้ ฐาน รหสั วิชา ค13101 ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 3
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 5 เศษส่วน เวลาเรียน 20 ชว่ั โมง
เรอื่ ง การอ่านและการเขยี นเศษส่วน(1) เวลา 3 ช่ัวโมง
ครูผ้สู อน นางสาวมลฤดี ไชยจิตร วนั ท่ี 21 เดอื นกรกฎาคม พ.ศ. 2565
1. มาตรฐาน
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน
ผลทเี่ กดิ ข้ึนจากการดำเนนิ การ สมบตั ขิ องการดำเนนิ การ และนำไปใช้
2. ตัวชี้วดั
มาตรฐาน ค 1.1 ป.3/3 บอก อา่ น และเขียนเศษสว่ นแสดงปรมิ าณส่ิงต่าง ๆ และแสดงสิง่ ตา่ ง ๆ ตาม
เศษสว่ นทีก่ ำหนด
3.สาระสำคญั
เมอ่ื แบง่ รปู 1 รูปออกเป็นส่วนเทา่ ๆ กนั สามารถเขยี น เศษสว่ น โดยใช้ สญั ลักษณ์ “ − “
เปน็ เสน้ ค่นั ระหวา่ งจำนวนสองจำนวน จำนวนท่ีเขยี นไว้บนเสน้ คน่ั เรียกว่า ตัวเศษ
และจำนวนท่เี ขียนไวด้ า้ นล่างเส้นค่ัน เรียกว่าตวั สว่ น
4.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
4.1 สามารถบอกเศษส่วนทีต่ ัวเศษนอ้ ยกว่าหรอื เทา่ กบั ตวั ส่วนได้
4.2 สามารถอา่ นและเขียนเศษส่วนท่ตี ัวเศษน้อยกว่าหรือเท่ากับตวั ส่วนได้
4.3 แสดงพฤติกรรมมีระเบียบวนิ ัย
5. สาระการเรียนรู้แกนกลาง
เศษสว่ นทตี่ ัวเศษน้อยกวา่ หรือเทา่ กับตัวสว่ น
25
6.กระบวนการจัดการเรียนรู้
6.1 ขั้นนำเขา้ ส่บู ทเรียน (ชั่วโมงท่ี1 )
6.1.1 คุณครูใหน้ ักเรียนจับคเู่ ลน่ เกมโดยแจกใบงาน คู่ฉันอยไู่ หน” ตัดเตรียมไว้ แล้ววาง
คละไวบ้ นโต๊ะ
6.1.2 นกั เรียนแตล่ ะค่ชู ่วยกนั จับคู่รปู โดยนำมาต่อกนั ให้เป็นรูปเรขาคณิตที่สมบรู ณ์ เสร็จแล้วรบี
ยกมอื ข้นึ คู่ใดทต่ี อ่ ภาพเสร็จกอ่ นจะเป็นผูช้ นะ
6.2 ขัน้ นำเสนอความรู้
6.2.1 คุณครใู ช้ส่ือของจรงิ คือ ดินน้ำมนั ประกอบการสอนเรอ่ื ง เศษส่วน (การแบ่งออกเป็นสว่ น
เท่า ๆกัน) และการอ่านและการเขียนเศษส่วน (1) โดยให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน แล้วแจกดินนำ้ มนั
ให้แต่ละกลุ่ม กลุ่มละ 3 กอ้ น จากนั้นคุณครูถามนกั เรียนว่าหากคุณครูต้องการแบง่ ดินนำ้ มัน
เป็นสองชิน้ (2 สว่ น) เท่า ๆ กัน คุณครูสามารถแบ่งแบบไหนไดบ้ า้ ง
6.2.2 ให้แตล่ ะกลุม่ ชว่ ยกนั แบ่งดนิ นำ้ มันก้อนแรกออกเปน็ 2 ช้นิ เทา่ ๆ กัน (ไมจ่ ำเปน็ ต้องเหมือนกัน)
เมื่อแบ่งเสร็จใหแ้ ตล่ ะกล่มุ นำเสนอว่ากลมุ่ ของตัวเองแบง่ แบบใด แตล่ ะกลุ่มรว่ มกันตรวจสอบ แลว้ สนทนากับ
นกั เรยี นว่า เราสามารถแบ่งดินนำ้ มนั 1 กอ้ น ออกเปน็ 2 ส่วนเทา่ ๆ กันไดห้ ลายแบบ แต่ละแบบมสี ว่ นท่ี
เท่ากันทุกสว่ น
6.2.3 จากน้ันคุณครแู สดงดินนำ้ มันที่แบ่งออกเปน็ 2 ช้นิ บนจอ อธิบายเพิ่มวา่
ดนิ น้ำมนั 1 ก้อน แบง่ เปน็ 2 ช้ิน เท่า ๆ กัน ดนิ นำ้ มนั แตล่ ะชน้ิ เปน็ 1 ใน 2 ของดนิ นำ้ มัน 1 ก้อน
เขียนเศษส่วนแสดงจำนวนของดินนำ้ มันแตล่ ะชิ้นเป็น 1 อ่านว่า เศษหนงึ่ สว่ นสอง
2
พร้อมติดบตั รเศษสว่ นและอธิบายอกี วา่ 1 คือ ตวั เศษแสดงจำนวนชิ้นสว่ นทเี่ ราพดู ถึงหรือแยกออกมา
จะเขียนไวด้ ้านบนของเสน้ ค่ัน และ 2 คอื ตัวส่วนแสดงจำนวนของช้นิ สว่ นท่เี ทา่ ๆ กนั ทั้งหมด
เขียนไว้ดา้ นล่างของเส้นค่ัน
6.2.4 คณุ ครูกำหนดให้นกั เรียนแบ่งดนิ น้ำมนั ท่ีเหลอื อีก 2 ก้อน ให้เท่า ๆ กนั
สอนดว้ ยกระบวนการเดยี วกับขอ้ ท่ี 3 จากนนั้ ให้นักเรียนเปดิ หนงั สือเกง่ คณิต คดิ เลขเป็น เล่ม 1 หน้า 157
และ 159-160 โดยพิจารณา รูปแลว้ ชอ้ี ่านพรอ้ มกนั จากน้ันครใู หน้ กั เรียนทำแบบฝกึ หัดในหนงั สือเก่งคณิต
คิดเลขเป็น เลม่ 1 หน้า 161และ162
(ชัว่ โมงท่ี 2 )
6.2.5 คณุ ครูสอน เร่ือง เศษสว่ น (การอา่ นและการเขียนเศษสว่ น 2) ใชบ้ ตั รภาพพซิ ซา่ ท่ีแบ่งเปน็ 8
แสดงภาพบนจอ ใหน้ กั เรียนดูแลว้ ชว่ ยกันนับวา่ พซิ ซ่าถาดน้ีแบ่งออกเป็นกส่ี ่วน แตล่ ะ
ส่วนเทา่ กันหรือไม่ สนทนากบั นักเรียนวา่ พิซซ่า 1 ถาดนี้ แบง่ เป็น 8 ส่วน เทา่ ๆ กัน ซง่ึ ถ้าคุณครกู ิน
26
ไป 3 ชิ้น (หรือ 3 ส่วน) นกั เรียนคดิ ว่าจะเขียนเศษสว่ นแสดงจำนวนพิซซ่าชิน้ ท่ีกินไป หรือสว่ นทรี่ ะบาย
สไี ดอ้ ย่างไร
6.2.6 อธบิ ายว่ามสี ่วนที่ระบายสี 3 ส่วนจากทัง้ หมด 8 สว่ น เราสามารถเขยี นเป็นเศษสว่ นไดค้ ือ 3
8
ให้นักเรียนอ่านพร้อมกันว่า เศษสามสว่ นแปด ซง่ึ 3 เปน็ ตัวเศษ 8 เป็นตวั สว่ น และถามนักเรยี นวา่ ตัวเศษ
และตวั สว่ นคอื อะไร (ตวั เศษ คอื จำนวนทเ่ี ราต้องการพูดถึง (สว่ นท่รี ะบายส)ี ตวั ส่วนคือ จำนวนสว่ นทงั้ หมด
6.2.7 เปลี่ยนโจทย์เพอื่ ยกตวั อยา่ งเพม่ิ เติมโดยติดบตั รภาพตา่ ง ๆ ตามหนังสือเก่งคณิต คิดเลขเป็น
เล่ม 1 หน้า 163-164 สอนด้วยกระบวนการเดียวกนั กับข้อที่ 5-6 เพื่ออธบิ ายใหน้ ักเรียนเข้าใจมากข้นึ
6.2.8 เมอ่ื นกั เรียนเร่ิมเขา้ ใจการอ่านและการเขยี นเศษสว่ นแล้ว คุณครตู ดิ บตั รภาพบนกระดาน
แล้วสุม่ ให้นักเรยี นออกมาเขยี นเศษสว่ น หรือคุณครูตดิ บตั รเศษสว่ น ให้นกั เรยี นออกมาระบายสีแสดงเศษส่วน
พร้อมระบตุ วั เศษและตวั ส่วน
6.3 ขนั้ ลงมือเรยี นรู้ (ชวั่ โมงท่ี 3 )
6.3.1 ใหน้ กั เรยี นทำกิจกรรมท่ี 1 แบง่ ถาดพิซซา่ ” ในหนังสือเก่งคณติ คิดเลขเปน็ เล่ม 1 หน้า 165
6.3.2 ทำแบบฝกึ หัดในหนงั สือเก่งคณติ คิดเลขเปน็ เล่ม 1 หน้า 166-168
6.4 ข้ันสรปุ ความรู้
ให้นกั เรยี นทำกจิ กรรมที่ 2 ใช่เศษส่วนหรอื ไม่” ในหนงั สอื เกง่ คณติ คดิ เลขเปน็ เลม่ 1 หน้า 165
6.5 ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้
6.5.1 คณุ ครูใหน้ ักเรยี นจับคู่ แลว้ แจก “ โดมิโนเศษสว่ น” ใหค้ ่ลู ะ 1 ชดุ
6.5.2 นกั เรียนตกลงกันว่าใครจะวางเป็นคนแรกและคนทสี่ องโดยคนแรกดโู ดมโิ นเศษสว่ นทวี่ างกอ่ น
หนา้ แลว้ เขยี นเศษส่วนหรือวาดภาพพร้อมระบายสีแสดงเศษสว่ น จากน้นั ให้คนทสี่ องวาดต่อ ๆ
กันจนเสรจ็
3. ใครตอบผิดน้อยท่สี ุดเปน็ ผู้ชนะ
7.เครือ่ งมอื - สื่อการเรยี นรู้
7.1 ส่ือของจริง ดนิ นำ้ มัน
7.2 บัตรภาพ บัตรตวั เลข
7.3 ใบงาน คู่ฉันอยู่ไหน”
7.4 ใบงาน แบง่ ถาดพซิ ซา่ ” (ดาวน์โหลดใบงานจาก QR cod)
7.5 ใบงาน ใชเ่ ศษสว่ นหรือไม”่ (ดาวนโ์ หลดใบงานจาก QR cod)
7.6 ชุดโดมิโน โดมิโนเศษสว่ น”
7.7 หนังสอื ชุด เกง่ คณิต คิดเลขเป็น ป.3 เลม่ 1
27
8.การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ วิธีวัดผล เคร่ืองมอื เกณฑป์ ระเมนิ
ทำใบงานถูกต้อง
1.สามารถบอกเศษส่วนทตี่ วั ประเมินผลจากคะแนนการทำ แบบฝึกหดั ในหนังสือเก่งคณติ
เศษนอ้ ยกว่าหรือเทา่ กบั ตัวสว่ น แบบฝึกหดั /ใบงาน ของนักเรียน คิดเลขเป็น เล่ม 1 รอ้ ยละ 70
ได้ -ใบงาน “ใช่เศษสว่ นหรอื ไม่”
ทำใบงานถกู ต้อง
2.สามารถอา่ นและเขียน ประเมนิ ผลจากคะแนนการทำ -ชดุ โดมิโน โดมิโนเศษสว่ น” รอ้ ยละ 70
แบบฝึกหดั ในหนงั สือเก่งคณติ
เศษส่วนทีต่ วั เศษน้อยกว่าหรือเ แบบฝกึ หดั /ใบงาน ของนักเรียน คิดเลขเปน็ เล่ม 1
-ใบงาน “แบ่งถาดพิซซา่ ”
ท่ากบั ตวั ส่วนได้
3. แสดงพฤติกรรมการมี สงั เกตพฤตกิ รรมการมีระเบียบวินยั แบบสังเกตพฤติกรรมการมี ผ่านเกณฑ์ระดับคุณภาพดี
ระเบียบวินัย
รายบคุ คล ระเบียบวนิ ยั รายบคุ คล
28
29
30
31
32
33
34
35
36
แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 20
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ โรงเรียนบ้านหนองบ่อ
วิชาคณติ ศาสตรพ์ ้ืนฐาน รหสั วิชา ค13101 ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 3
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 5 เศษส่วน เวลาเรียน 20 ชั่วโมง
เรื่อง การเปรยี บเทียบเศษส่วนที่มีตวั ส่วนเท่ากัน
ครูผสู้ อน นางสาวมลฤดี ไชยจติ ร เวลา 4 ช่ัวโมง
วนั ท่ี 26 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2565
1.มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ค 1.1 เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน
ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ จากการดำเนนิ การ สมบตั ขิ องการดำเนินการ และนำไปใช้
2. ตัวช้ีวดั
มาตรฐาน ค 1.1 ป.3/4 เปรยี บเทยี บเศษส่วนท่ตี ัวเศษเทา่ กัน โดยท่ีตวั เศษน้อยกวา่ หรือเท่ากบั ตัวสว่ น
3.สาระสำคัญ
การเปรียบเทียบเศษสว่ นท่มี ตี ัวสว่ นเทา่ กัน ใหเ้ ปรยี บเทียบตัวเศษ โดยตัวเศษของเศษสว่ นใดจำนวนมากกวา่
เศษสว่ นน้นั จะมากกว่า และการเปรียบเทียบเศษส่วนที่มตี วั เศษเท่ากัน ใหส้ งั เกตทต่ี วั สว่ น
เศษส่วนใดมีตวั สว่ นจำนวนมากกวา่ เศษส่วนนน้ั จะน้อยกวา่
4.จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
4.1 สามารถอธบิ ายวธิ ีการเปรยี บเทยี บเศษส่วนท่ีมตี ัวส่วนเท่ากนั
โดยท่ตี วั เศษน้อยกวา่ หรือเท่ากับตวั ส่วนได้
4.2 สามารถอธบิ ายวิธกี ารเปรียบเทียบเศษส่วนท่ีมีตวั ส่วนไม่เท่ากนั
โดยทีต่ ัวเศษน้อยกวา่ หรอื เทา่ กบั ตัวสว่ นได้
4.3 สามารถเปรียบเทียบเศษส่วนที่มตี วั สว่ นเท่ากัน โดยทต่ี ัวเศษน้อยกว่าหรอื เทา่ กบั ตัวส่วนได้
4.4 สามารถเปรียบเทยี บเศษสว่ นท่ีมีตัวสว่ นไม่เท่ากนั โดยที่ตวั เศษน้อยกวา่ หรอื เท่ากับตวั สว่ นได้
4.5 แสดงพฤติกรรมการมรี ะเบยี บวนิ ัย
5.สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
การเปรยี บเทียบและเรยี งลำดับเศษสว่ น
37
6.กระบวนการจดั การเรียนรู้
6.1 ขนั้ นำเขา้ ส่บู ทเรยี น (ชัว่ โมงที่ 1 )
6.1.1 นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 3 คน เตรียมปากกาหรือดินสอสีไม้คนละสี จากนั้นคุณครแู จกใบงาน
“เจอก่อน วงก่อน” ให้นักเรียนกลมุ่ ละ 1 แผน่
6.1.2 คณุ ครูจะบอกเศษสว่ นใหน้ ักเรียนแข่งกันวงกลมเศษส่วนตามเสียงทไ่ี ด้ยินเช่นครูพดู ว่า
เศษสองส่วนสาม นักเรยี นตอ้ งวงกลม โดยคุณครใู ห้สัญญาณเร่มิ ต้นและหมดเวลา นับวงกลมสี
สใี ดมจี ำนวนมากที่สดุ จะเปน็ ผู้ชนะ (กจิ กรรมนย้ี ังเปน็ การทบทวนเก่ยี วกับการอา่ นและการเขียนเศษส่วนได้)
6.2 ขัน้ นำเสนอความรู้
6.2.1คณุ ครูสอนเร่ืองการเปรียบเทยี บเศษส่วนที่มตี วั สว่ นเทา่ กนั โดยแสดงภาพบนจอสตรอวเ์ บอร์รีและ
เค้กชาเขยี วบนกระดาน ยกตัวอย่างสถานการณ์ เช่น การขายเคก้ สตรอวเ์ บอรร์ ีและเค้กชาเขยี วของคณุ พลอย
โดยช้ภี าพวงกลมท่แี บ่งเปน็ 6 สว่ น เทา่ ๆ กัน แลว้ ระบายสี 4 ส่วน ให้นักเรียนดูภาพแลว้ บอกเศษส่วน
พรอ้ มบอกว่าเศษส่วนนั้นแสดงจำนวนเคก้ สตรอวเ์ บอรร์ ที คี่ ุณพลอยขายได้ (ส่วนท่ีระบายสี)
จากน้ันตดิ บตั รเศษสว่ น
6.2.2 จากนนั้ คุณครชู ภี้ าพวงกลมท่ีแบง่ เปน็ 6 ส่วน เทา่ ๆ กนั แล้วระบายส2ี สว่ นใหน้ ักเรียนดูภาพแล้ว
บอกเศษส่วน พร้อมบอกวา่ เศษส่วนนั้นแสดงจำนวนเค้กชาเขยี วท่คี ณุ พลอยขายได้ (ส่วนที่ระบายส)ี
จากนัน้ ตดิ บัตรเศษสว่ น ถามนกั เรยี นวา่ แต่ละคนคดิ ว่าคุณพลอยขายเคก้ รสใดได้มากกวา่ กันเพราะอะไร
6.2.3 คณุ ครูอธบิ ายเพมิ่ เติม โดยให้นกั เรียนสงั เกตเค้กแตล่ ะก้อนวา่ มขี นาดและรูปรา่ ง 1 ก้อนเทา่ กนั
และแบ่งเปน็ 6 ส่วน เท่า ๆ กัน ซึ่งเราสามารถนำมาเปรียบเทียบกันไดโ้ ดยดทู ี่ตัวเศษ (สว่ นทรี่ ะบายส)ี ถา้ ตวั
เศษของเศษส่วนใดมากกวา่ เศษสว่ นน้นั จะมากกวา่ ดงั นั้น 4 มากกว่า 2 จากนนั้ ติดแถบประโยค
66
หรอื บัตรเศษสว่ น สรปุ การเปรียบเทียบเศษส่วนที่มตี ัวสว่ นเทา่ กนั บนกระดาน
6.2.4 คณุ ครยู กตัวอยา่ งเพมิ่ เติมบนกระดาน โดยใช้กระบวนการเดยี วกนั ใช้โจทย์ในหนงั สือเกง่ คณติ
คดิ เลขเป็น เล่ม 1 หน้า 170 เพ่อื ใหน้ ักเรยี นเข้าใจมากข้นึ
(ชวั่ โมงที่ 2 )
6.2.5 คุณครสู อนเรือ่ ง การเปรียบเทยี บเศษส่วนทีม่ ีตวั เศษเท่ากัน โดยใหน้ ักเรียนดูภาพพิซซา่ 2
ถาดท่ีขนาดเท่ากนั โดยถาดท่ี 1 แบง่ พซิ ซ่าเปน็ 4 ช้ินเทา่ ๆ กัน ถาดท่ี 2 แบ่งพซิ ซ่าเป็น 6 ชิ้นเทา่ ๆ กนั
แสดงภาพบนจอ แล้วถามนกั เรียนวา่ ถา้ ให้นักเรยี นหยบิ พิซซ่าคนละ 1 ช้นิ
แตล่ ะคนจะเลอื กหยิบพิซซา่ ถาดไหน เพราะอะไร และคิดว่าพิซซา่ ถาดไหนชิน้ ใหญ่กว่ากัน
38
6.2.6 คุณครูใหน้ ักเรยี นสงั เกตภาพพร้อมอธบิ ายวา่ พซิ ซา่ ในแตล่ ะถาดน้ันมขี นาดและรปู รา่ งเทา่ กนั
ซงึ่ ในแตล่ ะถาดแบง่ เปน็ ช้นิ (ส่วน) เทา่ ๆ กัน คือ
-ถาดท่ี 1 แบ่งพซิ ซ่าเป็น 4 ชน้ิ เทา่ ๆ กนั แต่ละชนิ้ คอื 1 ใน 4 ของถาด
-ถาดท่ี 2 แบ่งพซิ ซ่าเปน็ 6 ชน้ิ เทา่ ๆ กัน แต่ละช้ิน คือ 1 ใน 6 ของถาด
จะเห็นว่า และ มตี วั เศษเท่ากัน ดังน้ันตัวเศษเทา่ กันใหส้ งั เกตดูที่ตัวสว่ น ถา้ ตัวส่วนของ
เศษสว่ นใดมากกวา่ เศษสว่ นนนั้ จะนอ้ ยกว่า จะได้ มากกวา่ พิซซา่ ถาดที่ 1
ช้นิ ใหญ่กว่าพิซซา่
ถาดท่ี 2 แสดงขนั้ ตอนการเปรยี บเทียบเศษส่วน (ดงั ภาพ)
6.2.7 อธิบายหรือยกตวั อย่างเพ่มิ เตมิ บนกระดานหรือแสดงบนจอ โดยใช้กระบวนการเดียวกนั
แล้วใช้โจทยใ์ นหนงั สอื เก่งคณิต คิดเลขเปน็ เลม่ 1 หนา้ 174 เพือ่ ให้นกั เรียนเข้าใจมากขึ้น
6.3 ขนั้ ลงมือเรยี นรู้ (ชัว่ โมงที่ 3)
6.3.1 ใหน้ กั เรียนทำกิจกรรมเร่อื ง การเปรยี บเทียบเศษส่วนทมี่ ตี ัวสว่ นเทา่ กนั
โดยแจกใบงานจากกจิ กรรมที่ 1 “ธงเปรียบเทยี บเศษส่วน”
6.3.2 นกั เรยี นทำกจิ กรรมเร่ือง การเปรยี บเทียบเศษส่วนที่มีตัวเศษเท่ากัน
โดยแจกใบงานจากกิจกรรมท่ี 2 “เปรียบเทยี บเศษส่วน” ในหนังสอื เก่งคณิต คิดเลขเปน็ เลม่ 1 หน้า 175
(ดาวนโ์ หลดใบงานจาก QR code)
6.3.3 ทำแบบฝกึ หัดในหนังสือเกง่ คณติ คิดเลขเป็น เลม่ 1 หน้า 171-172 และ 176-177
6.4 ขั้นสรุปความรู้ (ช่ัวโมงท่ี 4 )
6.4.1 คณุ ครแู จกใบงาน สรุปการเปรียบเทียบเศษสว่ น” ใหน้ ักเรยี นตดั ตามรอยแล้วติด
ใบงานลงในสมดุ
6.4.2 เขียนสรปุ วธิ กี ารเปรยี บเทยี บเศษส่วนลงในสมดุ แล้วเติมตวั เลขลงในช่องวา่ งให้ถูกต้อง
6.4.3เสรจ็ แลว้ สรุปรว่ มกนั ท้งั หอ้ งว่าการเปรยี บเทียบเศษส่วนท่ตี วั ส่วนเท่ากันและการเปรยี บเทียบเศษ
สว่ นที่ตวั เศษเท่ากนั มวี ธิ ีสงั เกตอยา่ งไร แตกต่างกันหรือไม่
6.5 ขนั้ ประยกุ ต์ใชค้ วามรู้
6.5.1 คณุ ครใู หน้ ักเรียนแบง่ กล่มุ กลุ่มละ 3 คน แล้วแจกใบงาน เศษส่วนที่มากกว่า”
(ใบงานทา้ ยแผนฯ) ให้แตล่ ะกลุ่ม ตดั ใบงานตามรอย เพือ่ ทำเป็นการ์ด และแจกให้ทกุ คนในกลุ่ม คนละเท่า ๆ กัน
(ขณะท่ีแจกการด์ ตอ้ งคว่ำหน้าการด์ )
39
6.5.2 นักเรียนตกลงกนั วา่ ใครจะวางการด์ เป็นคนแรก สอง สาม ตามลำดับ โดยคนแรกเลอื กวางการ์ด
เศษสว่ นในมอื ของตัวเองลงไปก่อน1ใบแลว้ คนต่อไปจะเลือกการ์ดในมือที่มีเศษส่วนมากกวา่ การ์ดใบ
แรกทล่ี งไป
6.5.3 วางตอ่ กนั ไปเรื่อย ๆ หากไม่มี ตอ้ งใหค้ นถัดไปวางแทน
และคนทวี่ างการ์ดที่มีเศษส่วนมากที่สุดในแต่ละรอบ จะสามารถเลือกการ์ดในมือของตัวเองวางได้อีก 1 ครั้ง
(ซึ่งสามารถกำหนดวา่ จะให้คนถดั วางการด์ เศษส่วนทีม่ ากกว่าหรือน้อยกวา่ กไ็ ด้) เล่นไปเร่ือยๆ จนการ์ดหมด
การ์ดใครหมดก่อนเป็นผชู้ นะ
7.เคร่อื งมอื - ส่อื การเรียนรู้
7.1 บตั รภาพ บตั รตวั เลข
7.2 ใบงาน เจอกอ่ น วงก่อน”
7.3 ใบงาน ธงเปรยี บเทยี บเศษส่วน”
7.4 ใบงาน เปรียบเทียบเศษส่วน”
7.5 ใบงาน สรุปการเปรียบเทยี บเศษส่วน”
7.6 ใบงาน เศษส่วนทม่ี ากกว่า”
7.7 หนังสอื ชดุ เกง่ คณติ คิดเลขเปน็ ป.3 เลม่ 1
40
8.การวัดและประเมินผล เครอ่ื งมอื เกณฑ์
แบบฝึกหัดในหนงั สือเก่งคณติ ถกู ต้องรอ้ ยละ 70
จุดประสงค์ คิดเลขเป็น เล่ม 1
-ใบงาน “ธงเปรยี บเทียบเศษสว่ น” ถูกต้องรอ้ ยละ 70
เมอ่ื เรยี นจบบทเรยี นนักเรียนสามารถ ถูกต้องรอ้ ยละ 70
แบบฝกึ หัดในหนังสือเกง่ คณติ ถูกต้องร้อยละ 70
1 สามารถอธบิ ายวธิ ีการเปรียบเทยี บเศษสว่ น คดิ เลขเป็น เลม่ 1 ผา่ นเกณฑร์ ะดบั
ท่ีมตี ัวส่วนเทา่ กนั โดยท่ีตวั เศษน้อยกวา่ หรือ ใบงาน “เปรียบเทียบเศษส่วน”
เท่ากบั ตัวส่วนได้ ใบงาน คณุ ภาพดี
2 สามารถอธบิ ายวิธีการเปรยี บเทยี บเศษส่วน “สรุปการเปรยี บเทียบเศษสว่ น”
ท่มี ีตวั สว่ นไมเ่ ท่ากนั
โดยท่ีตัวเศษนอ้ ยกวา่ หรอื เทา่ กบั ตัวสว่ นได้
3 สามารถเปรยี บเทียบเศษสว่ นที่มีตวั ส่วนเทา่ กัน
โดยทต่ี วั เศษนอ้ ยกว่าหรอื เท่ากับตัวสว่ นได้
4สามารถเปรียบเทียบเศษส่วนทม่ี ตี ัวส่วนไมเ่ ทา่ กนั ใบงาน “เศษสว่ นที่มากกว่า”
โดยทตี่ ัวเศษนอ้ ยกวา่ หรอื เทา่ กบั ตัวส่วนได้
5 แสดงพฤตกิ รรมการมรี ะเบียบวินยั แบบสังเกตพฤติกรรมการมรี ะเบยี บ
วนิ ัยรายบคุ คล
41
42
43
44
45
46