The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาหลักพืชกรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kotsusansri, 2022-09-23 04:29:54

แผนการสอนวิชาหลักพืชกรรม

แผนการสอนวิชาหลักพืชกรรม

ส่ือของจริง - เ ลด็ ถ่ เ ยี ที่จะเ ะเป็นถ่ ก และ ดุ ุปกรณ์ท่ีใ ใ้ นก รเ ะถ่ ก
การประเมินผล

1. ส่ิงทจี่ ะวดั
1.1 ด รู้ เ ้ ใจ
1.2 ด ฤติกรร ก รเรียน
1.3 เกต ฤติกรร ก รเรียน

2. วิธีการวัด
2.1 ตร จแบบทด บก่ นเรียน หล เรียน
2.2 ตร จ นที่ บห ย
2.3 เกต ฤติกรร ก รเรียน

3. เครื่องมือวัด
3.1 แบบทด บ
3.2 กิจกรร ที่ บห ย
3.3 แบบ เกต ฤติกรร

4. เกณฑ์การวัดและการประเมินผล

4.1 เกณฑก์ ร ด

4.1.1 ให้ ้ ถูก ้ ละ 1 ะแนน ้ ผิด 0 ะแนน

4.1.2 ให้ ะแนน ฤติกรร ก รเรียน

5 ห ยถึ กที่ ุด

4 ห ยถึ ก

3 ห ยถึ ป นกล

2 ห ยถึ น้ ย

1 ห ยถึ น้ ยที่ ุด

4.2 เกณฑก์ รประเ ิน

4.2.1 นกเรียนได้ ะแนนจ กก รท แบบทด บ ไ ่ต่ ก ่ ร้ ยละ 50

4.2.2 นกเรียนได้ ะแนนจ กกิจกรร ก รเรียน ไ ่ต่ ก ่ ร้ ยละ 80

4.2.3 นกเรียนได้ ะแนน ฤติกรร ก รเรียน ไ ่ต่ ก ่ ร้ ยละ 60

แบบฝึ กหดั
หน่วยที่ 3 ปัจจยั และสภาพแวดล้อมท่ีมีอทิ ธพิ ลต่อการเจริญเติมโตของพืช

คาชี้แจง จ ต บ ถ จ ก ้ ต่ ไปน้ีใหไ้ ดใ้ จ ถูกต้ บรู ณ์

1. พนั ธุกรรมมอี ทิ ธพิ ลต่อการเจริญเติบโตของพืชอย่างไร
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
2. ปัจจยั ทางสภาพแวดล้อมมีอทิ ธิพลต่อการเจริญเติบโตของพืชได้แก่อะไรบ้าง
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
3. แสงมอี ทิ ธิพลต่อการขยายพนั ธ์ุด้วยเมลด็ อย่างไร
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
4. บอกความหมายของพืชวันส้ันและพืชวันยาว
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

เฉลยแบบฝึ กหัด
หน่วยท่ี 3 ปัจจยั และสภาพแวดล้อมที่มอี ทิ ธพิ ลต่อการเจริญเติมโตของพืช

1. พนั ธุกรรมมีอทิ ธพิ ลต่อการเจริญเตบิ โตของพืชอย่างไร

พนั ธุกรรม (genetic ) เป็นต บ ุ น ด รูปร่ ี น ก รใหผ้ ลผลิต ต้ นท นต่ โร และ
แ ล ฯลฯ ก รท่ี จะ รถเจริ เติบโตได้ ู ุดแ ไ่ หน หร ใหผ้ ลผลิตได้ ู ุดเ ยี ใดน้น จะ
ถกู บ ุ โดย ยนี (gene) ซ่ึ ยบู่ นโ รโ โซ ภ ยในเซลล์ จะเห็นได้ ่ ตน้ ้ โ ดกบ ะ ร้ น้น แ ้ ่
จะปลกู ในดิน นิดเดีย กนและ ีก รปฏิบติบ รุ รกษ เห นกนทุก ย่ แต่ ท้ นิดน้ีกไ็ ่ จ
เจริ เติบโตเท่ เทีย กนได้ ท้ น้ีเ ร ะ นธุกรร ท้ น้ีแตกต่ กน

2. ปัจจยั ทางสภาพแวดล้อมมอี ทิ ธพิ ลต่อการเจริญเตบิ โตของพืชได้แก่อะไรบ้าง

1. อณุ หภูมิ (temperature) ณุ หภู ิเป็นปจจยหน่ึ ท่ี ี หรบก รเจริ เติบโตและ ฒน ก ร

แตล่ ะ กซ่ึ รถแบ่ ได้ 3 ระดบ ุณหภู ิต่ ุด ณุ หภู ิป นกล และ ุณหภู ิ ู ุด

2. แสง (Light) แ เป็นปจจย ท่ี ี ิทธิ ลต่ ก รด ร ี ติ ิ่ ี ี ติ หล ย นิด เ ่น ใ ใ้ น

กระบ นก ร เ ร ะหด์ ้ ยแ ก รหุบและบ น ด กและใบ หล ย นิด

3. นา้ ,ความชื้น (Water, moisture)เป็น ่ิ ท่ีจ เป็นต่ ก รด ร ี ติ ก รเจริ เติบโต กและ

บ นก รเกิด ก รเปลี่ยนแปล ภ ยในด้ ย เ ่น

3.1 ่ ยละล ย กเกล แร่ต่ ๆในดินให้ ยใู่ นรูป รละล ยที่ร ก ดูดเ ไปใ ไ้ ด้

3.2 เป็น ตถุดิบให้ ปรุ ห รได้

3.3 ท ใหเ้ ซลลต์ ่ ๆ ที่ ยภู่ ยใน เต่

3.4 ่ ยรด ร้ นใหแ้ ก่ โดยที่ จะ ยน้

3.5 เป็นต ่ ยน เ ห รทีปรุ แล้ ่ ไปเล้ีย ่ นต่ ๆ ได้

4. อากาศ (Light and Climate) ก ศ ประก บด้ ยก๊ ซที่ 3 ย่ ก๊ ซไนโตรเจน 78% ก๊ ซ

กซิเจน 21% ก๊ ซ ร์บ นได กไซด์ 0.03%

5. ดิน (Soil) เน้ ดินแบ่ กได้ 3 ประเภท

5.1 ดนิ เหนียว นุภ ดินเลก็ จบต กน ย่ หน แน่น ่ ่ ระห ่ เ ด็ ดินน้ ยจึ ุ้ น้ ไ ไ้ ด้ ก

5.2 ดินร่วน ดิน ิดน้ี ี ่ ่ ระห ่ เ ด็ ดิน กน้ ซึ ผ่ นได้ ะด ก แตก่ ร ุ้ น้ น้ ยก ่ ดิน

เหนีย

5.3 ดนิ ทราย เป็นดินท่ี ีเ ด็ ให ่ หย บ ุ้ น้ ไดไ้ ด่ ีจึ ไ เ่ ห ะ แก่ก รปลูก

6. ธาตุอาหารและส่ิงมชี ีวิต (Nuetrient and Biofactor)

ธ ตแุ บ่ กเป็นกลุ่ ให ่ ๆ 2 กลุ่

6.1 Macronutrient ห ยถึ ธ ตุ ห รท่ีต้ ก รใ เ้ ่ ก รเจริ เติบโตในปริ ณ ก ประ ณ
2-20 ก.ก./ไร่ ไดแ้ ก่ N P K C H O Ca Mg S

6.2 Micronutrient ห ยถึ ธ ตุ ห รท่ี ต้ ก รใ ใ้ นปริ ณน้ ยแตจ่ ะ ดธ ตุใดธ ตุหน่ึ
ไ ่ได้ ี Mn Zn Cu Mo B Cl Fe

สิ่งมชี ีวิต (Biofactor) เช่น
1. จุลินทรียบ์ นิด เป็น เหตุ โร บ นิดจบตรึ ไนโตรเจนใหเ้ ป็นป๋ ยุ หรบ ได้
2. แ ล บ นิด ีประโย นใ์ นก รผ เก ร และ บ ุ แ ล ศตรู ่นๆบ นิดท่ีท ล ย ผล
3. แ ล บ นิดท เ ียห ยใหก้ บ และผลผลิต เ ่น หนู กระร ก บ นิด ่ ยในก ร

ก จดศตรู ่น ๆ เ ่น กบ ก กิ้ ก่ บ นิด ่ ยในก รกระจ ย นธุ์ เ ่น นก

3. แสงมีอทิ ธิพลต่อการขยายพนั ธ์ุด้วยเมลด็ อย่างไร
3.1 การงอกของเมลด็ ซ่ึ เ ลด็ ี ต้ ก รแ ในก ร กท่ีแตกต่ กน แบ่ กได้ 4 นิด

1. เ ลด็ ที่ต้ ก รแ
2. เ ลด็ ที่ บแ
3. เ ลด็ ไ ต่ ้ ก รแ
4. เ ลด็ ท่ีแ ไ ่ ีผลต่ ก ร ก
3.2 การเจริญเติบโตของต้นกล้า
แ ี ิทธิ ลต่ ก รเจริ เติบโต ตน้ กล้ ก ตน้ กล้ ท่ีไดร้ บแ ไ ่ จะ ีลกษณะซีด
ล ตน้ ยดย ใบจะ ย ยให ่ผดิ ปกติ ่ นตน้ กล้ ที่ไดร้ บแ เ ีย ล ตน้ จะเจริ เติบโตต ปกติ

4. บอกความหมายของพืชวันส้ันและพืชวนั ยาว
4.1 พืชวนั ส้ัน (short day plant) หมายถึง พืชทีต่ ้องการช่วงความยาวของแ ้นก ่ ่ กิ ฤตจึ

กด ก เ ่น ถ่ เหล ถ่ เ ยี ตร เบ ร่ี นเทศ เบ จ ศ ต กระจ ย ริ ต์
4.2 นย (Long Day Plant ) ห ยถึ ที่ต้ ก ร ่ แ ย ก ่ ่ น กิ ฤตจึ จะ ก

ด ก เ ่น แ ร ท ผกก ดห ุดซ้ น ผก จีน ด เร

แบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียน
หน่วยที่ 3 ปัจจยั และสภาพแวดล้อมที่มอี ทิ ธิพลต่อการเจริญเติมโตของพืช

้ีแจ ท เ ร่ ห ย กล ล ต บท่ีถกู ต้ ที่ ุดเ ีย ้ ละ 1 ต บ

1. ธ ตุ ห ร ใน ้ ใด ิไดจ้ ดเป็น ห รหลก

ก. ไนโตรเจน . แ กนีเซีย .ฟ ฟ ร . โปแต เซีย

2. แหล่ ธ ตุ ห ร ที่ ท่ี ุด จ กที่ใด

ก. ดิน . น้ . กศ . ถูกทุก ้

3. ป์ ระก บ ดิน ้ ใดที่ได้ จ กก ร ล ยต หิน หร แร่

ก. ินทรีย ตถุ . นินทรีย ตถุ . น้ . ก ศ

4. ย น น ่ เ ล ในก รรบแ ี ิทธิ ลต่ ย่ ไร

ก. ก ร กด ก . ก ร ร้ ห บ นิด

. ก รเกิด ร์โบไฮเดรท . ถูกทุก ้

5. ุณหภู ิจะ ีผลต่ บ นก รต่ ๆ ย่ ไร

ก. บ นก รห ยใจ . บ นก ร บน้

. บ นก ร เ ร ะห์แ . ถูกทกุ ้

6. “ ก ศ” จดเป็นปจจยในก รเจริ เติบโต ีกปจจยหน่ึ ้ ใดกล่ ถูกต้

ก. ก ศเป็นแหล่ ธ ตุ C, O, N

. รถเจริ เติบโตได้ ้ ก ่ ท่ี ยใู่ นท่ีล บ

. ล ย รถ ่ ยในด้ นก ร ย ย นธุ์ บ นิด เ ่น ย

. ถูท้ ้ ก และ

7. ธ ตุ Mg ธ ตุ ะไร

ก. ฟ ฟ ร . เหลก็ .โ ลิบดีน . แ กนีเซีย

8. ธ ตุ P ธ ตุ ะไร

ก. ฟ ฟ ร . เหลก็ .โ ลิบดีน . แ กนีเซีย

9. ดิน ปจจยในก รเจริ เติบโต เร รถ แบ่ ดิน กไดก้ ี่ประเภท

ก. 1 ประเภท . 2 ประเภท . 3 ประเภท . 4 ประเภท

10.

. .ถ

. เป็นกรดด่ ดิน . ประ ิทธิภ ในก รระบ ยน้

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียน
หน่วยที่ 3 ปัจจัยและสภาพแวดล้อมท่ีมอี ทิ ธิพลต่อการเจริญเตมิ โตของพืช

้ีแจ ท เ ร่ ห ย กล ล ต บที่ถูกต้ ที่ ุดเ ีย ้ ละ 1 ต บ

1. ธ ตุ ห ร ใน ้ ใด ิไดจ้ ดเป็น ห รหลก
. แ กนีเซีย

2. แหล่ ธ ตุ ห ร ท่ี ท่ี ุด จ กท่ีใด
ก. ดิน

3. ป์ ระก บ ดิน ้ ใดท่ีได้ จ กก ร ล ยต หิน หร แร่
. นินทรีย์ ตถุ

4. ย น น ่ เ ล ในก รรบแ ี ิทธิ ลต่ ย่ ไร
. ถูกทกุ ้

5. ณุ หภู ิจะ ีผลต่ บ นก รต่ ๆ ย่ ไร
. ถูกทุก ้

6. “ ก ศ” จดเป็นปจจยในก รเจริ เติบโต ีกปจจยหน่ึ ้ ใดกล่ ถกู ต้
. ถูท้ ้ ก และ

7. ธ ตุ Mg ธ ตุ ะไร
. แ กนีเซีย

8. ธ ตุ P ธ ตุ ะไร
ก. ฟ ฟ ร

9. ดิน ปจจยในก รเจริ เติบโต เร รถ แบ่ ดิน กไดก้ ี่ประเภท
. 3 ประเภท

10. ีดินแตกต่ กนในแตล่ ะ ้น ดินเน่ จ ก
. ปริ ณ ินทรีย ตถุ

ใบงานท่ี 3 หน่วยท่ี 3

วชิ า หลักพืชกรรม รหัส 20501-2001 สอนคร้ังท่ี 5-7

ชื่อหน่วย ปัจจยั และสภาพแวดล้อมทีม่ ีอทิ ธิพลต่อการ จานวนคาบรวม 9

เจริญเตมิ โตของพืช

ช่ืองาน ปัจจัยและสภาพแวดล้อมทีม่ อี ิทธิพลต่อการเจริญเติมโตของพืช จานวนคาบ 9

สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์ รายการสอน

1. เ ่ ใหท้ ร บถึ ปจจยที่ ี ทิ ธิ ลต่ ก รเจริ เติบโต 1. ก รผลิตก๋ยุ ฉ่ ย

2. ก รเ ะถ่ ก

2. เ ่ ใหท้ ร บถึ ปจจยท่ีเกี่ย ้ กบก รปลกู 3. ก รเกิด ห ้ แ รก

จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

1. นกเรียน รถ ธิบ ย ิธีก รผลิตก๋ยุ ฉ่ ย ,ก รเ ะ

ถ่ ก

เครื่องมือ/อุปกรณ์ วัสดุ

(จานวน, ขนาด) (จานวน, ขนาด)

1. จ บ ดุ จ บถ ก 1. ป๋ ุยห ก

2. ้ นปลูก 2. ป๋ ุย ิทย ศ ตร์ ูตรต่ ๆ

3. บ รดน้ 3. ดิน
4. ้ ร นดิน 4. ตน้ กุย ่ ยในแปล ปลกู

5. ถ ฉีดย ก จด 5. ภ นะ ร บป้ กนแ

6. ุดป้ กน รเ ี วัสดุ (ผลติ ถ่ัวงอก)

7. เ ร่ ผ ดินปลกู 1. ถ่ เ ีย

8. เ ร่ ย่ ย ดุปลกู 2. ภ นะเ ะ (ตะกร้ ล ติก)

3. น้
4. ผ้ บ

5. ้แี กลบ, แกลบดิบ

ลาดบั ข้นั การปฏบิ ตั ิงาน

1. น้ ้ ้นต นก รผลิตกยุ ่ ย ก รผลิตถ่ ก ก รเกิดห ้ แ รก

2. ให้นกเรียนศึกษ ปุ กรณ์ท่ีเตรีย ไ ้ ทบท น ้นต น ก รผลิตกยุ ่ ย ก รผลิตถ่ ก ก รเกิดห ้ แ รก

3. ให้นกเรียนศึกษ แบ่ กลุ่ ต ิ้น น กเป็น 3 กลุ่

- ก รผลิตกยุ ่ ย

- ก รผลิตถ่ ก

- ก รเกิดห ้ แ รก

4. ให้นกศึกษ ่ นและท เ ้ ใจในเ ก ร “เ ก ร ่ นเ ิ่ เติ ประก บก รปฏิบติต ใบ น”

5. รูทบท น ้นต นก รปฏิบติหล จ กน้นให้นกศึกษ ล ปฏิบติ ต ้นต น และดูแลจนเก็บผลผลิตจ หน่ ย

และบนทึกก รปฏิบติโดยละเ ยี ดทุก ้นต น

เอกสารอ่านเพม่ิ เติมประกอบการปฏิบตั ิตามใบงาน

หลกั การพื้นฐานทั่วไปในการเพาะถ่วั งอก

ปัจจัยท่สี าคัญที่การเพาะถวั่ งอกมี 6 อย่างด้วยกนั คือ

1. เ ลด็ ถ่

2. ภ นะเ ะ

3. น้

4. ดุเ ะ

5. ภู ิ ก ศ

6. แ ่

1. เ ลด็ ถ่ ท่ีน เ ะเป็นถ่ กท่ีนิย บริโภ ท่ี ุด เ ลด็ ถ่ เ ีย เ ลด็ ถ่ เ ยี ท่ี รถน เ ะ

เป็นถ่ ก นน่ ี 2 นธุ์ ถ่ เ ยี ผิ น (เปล กเ ลด็ ีเ ยี )และเ ลด็ ถ่ เ ีย ผิ ด เ ลด็ จะต้ ไ ่

เก่ เก็บเ ร ะ ตร ก ร กจะลดล เร่ ยต ระยะเ ล ที่เก็บไ เ้ ลด็ ต้ ะ ดไ ่ ีเ ้ จุลินทรียแ์ ละ

จ น เ ลด็ ท ะ ด ย่ ดีก่ นเ ะ โดยก รแ ่เ ลด็ ถ่ ในน้ ่นุ 50 – 60 ศ เซลเซีย หร

ผ น้ เด ดจด 1 ่ น กบน้ เยน็ 1 ่ นแ ่ทิ้ ไ จ้ นน้ เยน็ แล้ แ ่ต่ ไปน น 6 – 8 ่ โ ิธีน้ีน กจ ก

จะฆ่ เ ้ โร แล้ ย กระตุน้ ใหถ้ ่ ก ไดเ้ ร็ ้ึนด้ ย

2. ภ นะ ภ นะเ ะท หน้ ที่ร รบเ ลด็ ถ่ กป้ กนแ ่ ปรบ ภ ้นและ ณุ หภู ิท่ี

เห ะ กบก ร ก จ กด บเ ต ก ร ก ถ่ ท ใหถ้ ่ ก ีลกษณะล ตน้ บ ้น ภ นะเ ะ ร ีป ก

แ บเ ่ จ กด ก ร ก ถ่ ภ นะดินเผ จะเก็บ ้นไดด้ ีก ่ ภ นะ ล ติก แต่ภ นะ ล ติก ทน

น้ หนกเบ ร ถกู ท ะ ด ่ ย โดยปกติเ ลด็ ถ่ เ ล็ดถ่ 1 ่ น จะโตเป็นเป็นถ่ กประ ณ 5 - 6

เท่ โดยน้ หนก ด น้น น ด ภ นะ รจะ เห ะกบปริ ณ เ ลด็ ถ่ ท่ีเ ะด้ ยภ นะเ ะ ร ี ีทึบ

เ ่ ป้ กน แ ่ หร เป็นภ นะท่ี ีฝ ปิ ด ภ นะเ ะจะต้ ีรูระบ ยน้ ท้ ด้ นล่ และด้ น ้ น ด

จะต้ เลก็ ก ่ เ ลด็ ถ่ ภ นะเ ะจะต้ ะ ด

เ รล้ ท ะ ด ่ ต กแดดใหแ้ ห้ หร ล กน ร้ น ฆ่ เ ้ โร แล้ ผ่ึ แห้ หล จ กใ ้ นแล้ ทุก

ร้

3. น้ น้ เป็นปจจยท่ี หรบก รเ ะ จจะเป็นน้ จ กแหล่ ธรร ติ น้ บ ด ลหร น้ ประป ที่

ะ ด และ ี ณุ หภู ิปกติ เ ลด็ ถ่ จะต้ ไดร้ บน้ ะ ดและปริ ณ ที่ เ ยี ่ เ ตล ดก รเ ะ 2 - 3

น ห ก ดน้ จะท ใหก้ ร กก ะ ก ไ ่เติบโต บูรณ์เ ะน้ เป็นปจจยท่ีท ให้ถ่ กเจริ เติบโต ระบ ย

ร้ นที่เกิด ้ึนระห ่ ก ร ก ร้ นภ ยในภ นะจะท ใหถ้ ่ เน่ รรดน้ ะ ด ่ เ ทุก 2 -3

่ โ ห กภ นะเป็น ล ติกและรดน้ ะ ดทุก 3 - 4 ่ โ ห ก

ภ นะเป็น ล ติกและรดน้ จะรดจนก ่ ท่ีไหล กจ กภ นะ เ ร ะ ี ณุ หภู ิเท่ กบน้ ท่ีใ ร้ ดน้ กถ่ จะ

เน่ ห กรดน้ น้ ยไปถ่ จะร กย แตกฝ ยน กจ กน้ี รต้ ภ นะเ ะไ ใ้ นท่ีแห้ ระบ ยน้ และ ก ศไดด้ ี

4. ดุเ ะ จจะใ ้ ดุเ ะเ ่ ่ ยกบ ้น เ ่ิ น้ หนกกดทบท ให้ถ่ ก บ ้ น ดุเ ะ

ไดแ้ ก่ทร ยแกลบเผ ฟ ้ ฟ น้ ฯลฯ ก รใ ้ ดุเ ะต้ ศย น

5. ภู ิ ก ศฤดูฝนฝนตก ก ้นใน ก ศ ู ภ ะก รเจริ เติบโต ถ่ จะ ้ และเน่ ่ ยปริ ณ
น้ ท่ีใ ร้ ดก็จะน้ ยล

6.แ ่ ท ใหถ้ ่ ี ีเ ีย ล ตน้ ผ ย และ ีกลิ่นถ่ ด น้นภ นะ รทึบแ หร ีด ีเ ีย ีน้
เ ินหร จจะ ีฝ ปิ ดหร ต้ ภ นะไ ใ้ นที่ ดไ ่ ีแ

วธิ ีการเพาะถ่วั งอกในถังพลาสติก
อุปกรณ์
1. ถ ล ติก ีเ ยี ทึบแ ีฝ ปิ ด น ดก ้ 7 นิ้ 6 นิ้ เจ รูท่ีกน้ น ดเลก็ ก ่ เ ด็

ถ่ เ ีย ประ ณ 12 รู
2. เ ลด็ ถ่ เ ีย หนกประ ณ 200 กร
3. แผน่ ฟ น้ ตดเป็นแผน่ กร น ดให ก่ ่ ก ้ ถ เลก็ น้ ย 1 แผน่
4. น้ ุ่น (น้ เด ด 1 ่ น ผ กบน้ ณุ หภู ิปกติ 1 ่ น)
5. น้ ะ ด หรบรดน้ ถ่ ทกุ 3-4 ่ โ

ข้นั ตอน/วธิ ีการเพาะ
1. การเตรียมเมล็ดถว่ั
- เล กเ ลด็ ถ่ ท่ีไ ่เก่ เก็บเศษ กปรกและเล กเ ลด็ ที่ไ ่ บูรณ์ทิ้
- แ ่ถ่ ในน้ ุ่น และแ ่ต่ ไปจนน้ เยน็ ประ ณ 6-8 ่ โ เ ลด็ ถ่ จะ ้ึนเกบ็ เ ลด็ ท่ีล ยน้

ทิ้ ไป
- ล้ ถ่ ให้ ะ ด

2. การเตรียมภาชนะและวัสดเุ พาะ
- ภ นะเ ะจะต้ ะ ด แห้ ผ่ นก รต กแดด หร ฆ่ เ ้ แล้
- ฟ น้ ะ ดผ่ นก รฆ่ เ ้ ด้ ยน้ ร้ น แล้ ต กแดดใหแ้ ห้

3. นาถ่ัวเขียวจากข้อ 1 ใ ่ในถ เ ะเกล่ียใหเ้ กน
4. วางฟองน้าปิ ดทบั บนเมลด็ ถ่ัว
5. รดน้าบนฟองนา้ ให้ท่วั จจะใ ฝ้ กบ รดน้ หร ยย ก็ได้
6. ปิ ดฝาถงั เพาะ ไ ใ้ นที่ร่ ไ ร่ ้ น และ ้นแห้ จ บน ่ ล้ จ นในล น
7. รดน้าทกุ ๆ 3-4 ชั่วโมง โดยรดน้ ใหท้ ่ บนฟ น้ ใหน้ ้ ไหลผ่ น กทุกรูด้ นล่ รรด 2 ร้ ร้ แรก
เ ่ ระบ ย ร้ น ร้ ท่ี 2 เ ่ ใหถ้ ่ ุ่ น้ ห กเ ล กล นท่ีไปท นหร กล น จจะ ถ เ ะเปิ ดฝ
ไ ใ้ น ่ ล้ แล้ ปล่ ยใหน้ ้ ่ ยหยดตล ดเ ล
8. รดน้าตามข้อ 7 น น 3 น นท่ี 2 ถ่ กจะถ ดปล ก รรบประท นใน นท่ี 3 หร 4 ห กย ไ ่
รบประท น ใหน้ ถ่ ใ ่ในตเู้ ยน็ หร เกบ็ ถ่ กใ ่ในถุ ล ติก ห กทิ้ ไ ถ้ ่ จะ กยดย ก
9. เกบ็ ถ่วั งอกออกจากถงั ท ะ ดทุก ร้ ท่ีใ ้ แล้ ถ่ กเ ะกินเ ไดใ้ นบ้ นด้ ย ธิ ี ่ ยๆ
ล เ ะดูห กท ไดด้ ีแล้ จะเ ะ ยก็เ ิ่ ร ยได้ ีกด้ ย

บนั ทกึ หลงั การสอน

1. ข้อสรปุ หลงั การจัดการเรียนรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………….………………………………………….......................................

2. ปญั หาอุปสรรคทีพ่ บ
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………..……………………………….................................

3. แนวทางแก้ปญั หาและหรือพัฒนา
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………..…………………………….................................

ล ่ ………………………………….ผู้ น
(น ก รรณ แ นศรี)

แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยที่ 4
ช่ือวิชา หลกั พืชกรรม รหัส 20501-2001 สอนคร้ังที่ 8-9
ช่ือหน่วย เคร่ืองมือพืชกรรม ช่ัวโมงรวม 6
ช่ือเร่ือง เครื่องมือพืชกรรม จานวนช่ัวโมง 6

หัวข้อเรื่องและงาน
1. ห ย เ ร่ กรร
2. เ ร่ กรร
3. ประเภท เ ร่ กรร
4. หลกในก รใ เ้ ร่ กรร
5. หลกก รเก็บรกษ เ ร่ กรร

สาระสาคญั
ก รปลกู เริ่ ต้ แต่ ้นต นก รเตรีย ดิน ก รปลูก ก รดูแลรกษ จนถึ ก รเกบ็ เก่ีย และก ร

จดก รหล ก รเกบ็ เก่ีย ถ้ ีก รใ ้ ดุ ปุ กรณ์ เ ร่ เ ร่ ทุนแร ท่ีเห ะ แล้ จะ ่ ยท ให้
ไดผ้ ลผลิตดีท้ ในด้ นปริ ณและ ณุ ภ ลด ยุ่ ย กในก รจดก ร ดุ ปุ กรณ์และเ ร่
กรร ี ก ยหล ยประเภท ในแต่ละประเภทจะใ ใ้ น นต่ ๆ ไดแ้ ก่ ใ ใ้ น นก รเ ตกรร ใ ใ้ น
ก รปฏิบติบ รุ รกษ ใ ใ้ นก รเก็บเกี่ย ผลผลิต และใ ใ้ นก รบริก ร ่น ๆ เ ่ ใหผ้ ลผลิต ยใู่ น
ภ ที่ดี ้นึ หร แปรรูปผลผลิต ก รเล กใ ้ ดุ ุปกรณ์ และเ ร่ ท่ีถกู ต้ เห ะ กบ นจะท
ให้ รถ นทร ย กรธรร ติและ ิ่ แ ดล้ ก รใ ้ ดุ ุปกรณ์ และเ ร่ ทกุ ร้ ผใู้ ้
จะต้ ี ธิ ีเกบ็ รกษ ที่ถกู ต้ เ ่ ให้ ดุ ุปกรณ์ และเ ร่ น้น ๆ ยใู่ น ภ ที่ดี ร้ ท่ีจะใ ้

นไดต้ ล ดเ ล ซ่ึ ในหน่ ยเรียนน้ี ีก รบรู ณ ก รจดก รเรียนรู้โดยใ โ้ ร ก ร(PBL:Project

Based Learning) ร่ กบร ย ิ ก รปลกู ไร้ดิน ในห ้ ดุ ปุ กรณ์ท่ีใ ใ้ นก รปลูก ไร้ดิน

สมรรถนะท่ีพงึ ประสงค์

1. เ ้ ใจ ห ย เ ร่ กรร

2. ี รู้เกี่ย กบ เ ร่ กรร

3. ี รู้เร่ ประเภท เ ร่ กรร

4. ี รู้เก่ีย กบหลกในก รใ เ้ ร่ กรร

5. ี รู้เก่ีย กบหลกก รเกบ็ รกษ เ ร่ กรร

6. นกเรียนใ เ้ ล ่ ในก รศึกษ ห รู้เกี่ย กบเ ร่ กรร เ ่ ไ ่ให้นกเรียนไป

ห ก นุ่ หร ยุ่ เก่ีย กบย เ ติด

ด้านพทุ ธพิ สิ ัย กรร ได้
1. ธิบ ย ห ย เ ร่ กรร ได้
2. บ ก เ ร่ กรร ได้
3. บ กประเภท เ ร่ กรร ได้
4. บ กหลกในก รใ เ้ ร่ กรร ได้
5. บ กหลกก รเกบ็ รกษ เ ร่

ด้านจิตพสิ ัย
1. ี รบผิด บ
2. ี ซ่ ตย์
3. ี ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
4. ี ยน ดทน
5. ี นุษย นธท์ ี่ดีในก รปฏิบติ นร่ กบผู้ ่น

ด้านทักษะพสิ ัย
1. รถใ ้ ดุ ุปกรณ์ และเ ร่ ไดถ้ กู ต้ เห ะ กบ น
2. รถเก็บ บ รุ รกษ ดุ ุปกรณ์ และเ ร่ ไดถ้ กู ิธี

บูรณาการหลกั การหลกี เลย่ี งยาเสพตดิ กบั การเรียนรู้

หน่วยที่ 4 เครื่องมือพืชกรรม

บอกโทษและอนั ตรายของยาเสพตดิ บอกวิธีการหลกี เลยี่ งยาเสพตดิ

1. โทษภัยต่อครอบครัว 1. ใชเ้ วลำว่ำงศกึ ษำคน้ ควำ้ เนอื้ หำสำระใน
หน่วยเรยี นหรือศกึ ษำควำมรูต้ ำ่ ง ๆท่มี ีประโยชน์
• ท ล ย ุ ในบ้ น ่ ผลกระทบต่ ภ ต่อตนเองและผอู้ นื่
จิตใจ ิกใน ร บ ร เป็นเหตใุ หเ้ กิด
ป ห ต่ ๆ 2. ไ ่ ดู ยุ กบผเู้ ย ในท่ีลบต หร ร่
• ู เ ียร ยได้ ร บ ร เน่ จ ก ี นทน กบกลุ่ ผใู้ ย้ เ ติด
ร ยจ่ ยจ กก รซ้ ย เ ติด หร บ บดรกษ ผทู้ ่ี
ติดย เ ติด 3. ไ ่กระท ตนเป็นผรู้ บฝ ก น ่ หร หยบิ ยน่
• ่ แ ่ ผปู้ ก ร ดที่ ่ึ ในย เจบ็ ป่ ยหร ย เ ติดใหก้ บผู้ ่น
รภ
• ท ล ย ่ เ ีย ศต์ ระกูล และเป็นที่ร เกียจ

• ท ให้ ร บ ร เด ดร้ น เ ร ะ นใน
ร บ ร ที่ ปี ห ย เ ติด กจะก่

กรร

(ต่อ)

บูรณาการหลกั การหลกี เล่ยี งยาเสพตดิ กบั การเรียนรู้

หน่วยที่ 4 เครื่องมือพืชกรรม

บอกโทษและอนั ตรายของยาเสพตดิ บอกวิธกี ารหลกี เลยี่ งยาเสพตดิ

2. โทษภยั ต่อชุมชนและสังคม 4. เล ก บเ ่ นท่ีดี ห กิจกรร ท่ี ีประโย น์
ท ในเ ล ่ แนะน เ ่ นใหเ้ ลิกย เ ติด
• ก่ ใหเ้ กิดป ห กรร ต่ ๆใน ุ น ถ้ ห กเ ่ นหล ผดิ รแจ้ ให้ผปู้ ก ร รู

• เป็นบ่ เกิดให้ ุ นเ ่ โทร ถูก จ รยท์ ร บ
ทลย
5. ย่ ดิ ่ ตนเ เลิกย เ ติดไดแ้ ล้ ห กจะ
• ท ล ยเย น นเป็นก ล ในก ร ใ น้ ิดหน่ ย ไ ่ตดิ ีก
ฒน ุ นและ
6. ไ ่เ ้ ไปในแหล่ ท่ี ีก รซ้ ย
• ท ให้ก ร ฒน ุ น และ ในด้ นต่ ย เ ติด ย ย นึกถึ ผลเ ีย ก รใ ย้
ๆเป็นไป ย่ เ ่ ้ เ ติด

• ู เ ียร ยได้ ุ นและ

• ทร ย์ ิน นใน ุ นและ เ ียห ย
เน่ จ ก ฤติกรร ท จิตประ ท

• ก่ ให้เกิดป ห บุ ตเิ หตุเน่ จ กฤทธ์ิ ย

• ก่ ให้เกิดป ห โร เ ด ์

(ต่อ)

บูรณาการหลกั การหลกี เลี่ยงยาเสพติดกบั การเรียนรู้

หน่วยที่ 4 เคร่ืองมือพืชกรรม

บอกโทษและอนั ตรายของยาเสพตดิ บอกวธิ ีการหลีกเลีย่ งยาเสพตดิ

3. โทษภยต่ ประเทศ ติ 7. ห น่ ให้ก ล ใจตนเ ในก รกระท ดีที่
ท ย่ ่ เ
• บ่ นท ล ยเศรษฐกิจ และ น่
ประเทศ ติ

• รฐบ ลต้ ู เ ียก ล เจ้ หน้ ที่และ ่ ใ จ้ ่ ย
ในก รป้ กนปร บปร และรกษ ผตู้ ิดย เ
ติดจ น น ก

• ู เ ียทร ย กร นุษยท์ ี่ ี ณุ ภ

• เ ่ิ ภ ระก รเ ียภ ษี ประ น เ ร ะ 8. โลกในแ ด่ ี ี ห ใน ี ิต ไ ่
รฐบ ลต้ น ภ ษี ประ นไปใ จ้ ่ ยใน ท้ ถ ย
ก รแกไ้ ป ห ย เ ติด

• ก ร ฒน เศรษฐกิจ ประเทศเป็นไป ย่
เ่ ้

• ู เ ียแร นในก รปฏบิ ติ นท ใหป้ ระเทศ
ดร ยได้

• ประเทศ ติต้ เ ่ เ ีย ่ เ ีย และ
เกียรติภู ิ ใน ยต ต่ ประเทศ

• จท ใหเ้ กิด ้ ดแย้ ท ก รเ หร 9. เ ่ ีป ห ก็ รปรึกษ ่ แ ่ ผปู้ ก ร
ไ ่ บระห ่ ประเทศ หร บุ ลที่ไ ้ ใจ

• ประเทศ ติ ฒน ไป ย่ เ ่ ้

(ต่อ)
บูรณาการหลกั การหลกี เล่ียงยาเสพติดกบั การเรียนรู้

หน่วยท่ี 4 เคร่ืองมือพืชกรรม

การป้องกนั ปัญหายาเสพติด

การป้องกนั ตนเอง

1. ไ ท่ ดล เ ่ิ ที่รู้ ่ ีภย เ ร ะ จจะท ใหต้ ิดได้ ่ ย
2. เล ก บเ ่ นที่ดี ย ย หลีกเลี่ย เ ่ นท่ี บ กจู ไปในท เ ่ เ ีย
3. รู้จกใ ้ จิ รณ ณในก รแกป้ ห แต่ห ก ่ ไ ่ รถแกไ้ เ ได้ ก็ รจะปรึกษ กบ ่ แ ่
หร ติผใู้ ห ท่ ี่ไ ใ้ จได้
4. ก ร ร้ ทกษะ ี ิต โดยเฉ ะทกษะก รปฏิเ ธเ ่ ถูกเ ่ น ก นให้เ ิ่ เ ติดต้ รูจ้ ก
ปฏิเ ธ ย่ นุ่ น ล โดยก ร ้ีแจ ผลเ ีย ่ิ เ ติดต่ ก รเรียนและ น ต ก รรู้จกปฏิเ ธ ย่
จริ จ และจิตใจแน่ แน่จะท ใหเ้ ่ นเกร ใจไ ่กล้ น ีก

ป้ กนตนเ ท ไดโ้ ดย..
• ศึกษ ห รู้ เ ่ ให้รูเ้ ท่ ทนโทษ ิษภย ย เ ติด
• ไ ท่ ดล ใ ย้ เ ติดทุก นิดและปฏเิ ธเ ่ ถูก ก น
• ระ ดระ เร่ ก รใ ย้ เ ร ะย บ นิด จท ให้เ ติดได้

• ใ เ้ ล ่ ให้เป็นประโย น์ ติด ห กแกไ้ ไ ไ่ ด้ รปรึกษ
• เล ก บเ ่ นดี ที่ ก นกนไปในท ร้ รร ์
• เ ่ ีป ห ี ติ รห หนท แกไ้ ที่ไ ่ ้ เก่ีย กบย เ
ผใู้ ห ่

(ต่อ)

บูรณาการหลกั การหลกี เล่ยี งยาเสพตดิ กบั การเรียนรู้

หน่วยท่ี 4 เครื่องมือพืชกรรม

การป้องกนั ปัญหายาเสพตดิ

การป้องกนั ในโรงเรียน
รู รให้ รู้เกี่ย กบโทษและ นตร ย ิ่ เ ติดใหก้ บนกเรียน จดให้ ีกิจกรร นนทน ก รใน

โร เรียนให้เ ีย และ นบ นุนให้นกเรียนไดร้ ่ กิจกรร นนทน ก รต่ ๆและ นใหเ้ ดก็ รู้จกใ เ้ ล
่ ใหเ้ กิดประโย น์

การป้องกนั ชุมชน
ก รป้ กน ุ นจ กป ห ่ิ เ ติดท ไดห้ ล ย ิธี เ ่น
1. ก รให้ รู้ โดยก ร บร แก่ทุก นใน ุ นใหเ้ หน็ โทษหร นตร ยจ ก ิ่ เ ติด
2. เ ริ กิจกรร ย ่ โดยก ร ่ เ ริ ี แก่ ุ นย ่ เ ่น ก รเยบ็ เ ้ ผ้ ก รท ร เท้ เป็น

ตน้
3. ต้ ศูนยร์ บแจ้ เบ ะแ เกี่ย กบ ิ่ เ ติด เ ่ บ ่ ีก รซ้ ยหร เ ่ิ เ ติดภ ยใน ุ น
4. เ ้ ร่ โ ร ก ร ุ นปล ด ่ิ เ ติดต่ ๆ ท้ ท่ที ร ก รจด ้ึน และ ุ น ดิ ริเริ่ ้ึน เ
ป้ กน ุ น ท ไดโ้ ดย
• ่ ย ุ นในก รต่ ต้ นย เ ติด

• เ ่ ทร บแหล่ เ แหล่ ้ หร ผลิตย เ ติด รแจ้ ใหเ้ จ้ หน้ ท่ีทร บทนที ที่...
* นก น ป.ป. . โทร. 02-2459414 หร 02-2470901-19 ต่ 258 โทร ร 02-2468526
*ศนู ยร์ บแจ้ ่ ย เ ติด นก นต ร จแห่ ติ โทร. 1688

(ต่อ)
บูรณาการหลกั การหลกี เลย่ี งยาเสพตดิ กบั การเรียนรู้

หน่วยที่ 4 เคร่ืองมือพืชกรรม

การป้องกนั ปัญหายาเสพติด

รัฐบาล

1. ก รใหก้ รศึกษ แก่ประ น ย่ ท่ ถึ
2. แกไ้ ป ห เศรษฐกจิ และ ย่ จริ จ และจด รร บประ ณในก รป้ กนและปร บปร
ิ่ เ ติด
3. จดบุ ล กรและหน่ ย นในก รป้ กนและปร บปร ่ิ เ ติดใหเ้ ยี และด เนินก ร ย่
ต่ เน่
4. ก รบ บใ ก้ ฎห ย ย่ จริ จ บ ร้ เจ้ หน้ ท่ีต ร จบ นท่ีดูแลด้ น ่ิ เ ติดก็ปล่ ยปละ
ละเลย หร ท ก ร ้ ิ่ เ ติดเ ียเ ท ให้ก รปร บปร ไ ่ไดผ้ ลเท่ ที่ ร ด น้นรฐบ ลจึ รเ ท้
ดกบผกู้ ระท ผดิ และล โทษผกู้ ระท ผดิ ย่ จริ จ และต่ เน่

เนื้อหาสาระ

4. เคร่ืองมือพืชกรรม
4.1 ความหมายของเคร่ืองมือพืชกรรม
4.2 ความสาคัญของเครื่องมือพืชกรรม
4.3 ประเภทของเคร่ืองมือพืชกรรม
4.3.1 เครื่องมือและอุปกรณ์ทใ่ี ช้แรงคน
4.3.1.1 เ ร่ เ ตกรร
4.3.1.2 เ ร่ ท่ีใ ใ้ นก รปฏิบติบ รุ รกษ
4.3.1.3 เ ร่ ที่ใ ใ้ นก รเกบ็ เกี่ย ผลผลิต
4.3.1.4 เ ร่ บริก ร เิ ศษ
4.3.2 เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้แรงงานจากสัตว์
4.3.3 เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้พลงั งานจากเครื่องยนต์
4.3.4 เคร่ืองมือและอุปกรณ์ที่ใช้พลงั งานธรรมชาติ
4.3.5 เครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้พลงั งานไฟฟ้า
4.4 หลกั ในการใช้เครื่องมือพืชกรรม
4.5 ่

กจิ กรรมการเรียนการสอน

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของนกั เรียน

ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน 1.นกเรียนฟ ก รเรียก น ่ ร่ นทน เร่
1. ตร จ บเ ็ ร ย ่ นกเรียนที่เ ้ เรียน ย เ ติดท่ีเป็นป ห ต่ ปจจุบน
นทน เกี่ย กบป ห ย เ ติดใน ปจจุบน 2.นกเรียน นทน เน้ ห ร่ กบ รู ร้ จด
2. รู-นกเรียนร่ กน นทน เร่ ห ย บนทึก และท แบบทด บก่ นเรียน

และ ประเภท และก รใ ้ น

เ ร่ เกษตรกรร และท แบบทด บก่ น

เรียน 3. ฟ รู ธิบ ย
ข้นั สอน

3. รู ธิบ ยเน้ ห ระในหน่ ยก รเรียนและ

ดแทรกเร่ โทษและ นตร ย ย เ ติด 4. นกเรียนแบ่ กลุ่ ต รใจ
5. ศึกษ เ ก รและท นในใบ นท่ีให้
ิธีก รหลีกเล่ีย และก รป้ กนป ห ย เ ติด

4. รูดูแล บ ุ ก รจดแบ่ กลุ่ 1.

5. แจกใบ รู้ใบ น (ใหน้ กศึกษ ต ใบ น2).

ให้ แนะน ในก รจดกิจกรร กลุ่ ต ใบ น 3. 6. ซกถ ป ห ้ ย ร้ จดบนทึกย่

ข้ันสรุป และท แบบฝึกหด

6. รุป ต บ ้ ย น้ ้ เ ิ่ เติ และให้ 4. 7. นกเรียนท แบบทด บหล เรียน

นกเรียนท แบบฝึกหด 8. ต้ ใจฟ ก ร บ น รู

ข้นั ประเมิน

7. ท แบบทด บหล เรียน

8. บห ย นใหน้ กเรียนไปศึกษ ในหน่ ยที่

5 รู้เบ้ ตน้ เกี่ย ก รปลูกและก รดูแลรกษ

งานท่มี อบหมายหรือกจิ กรรม

ก่อนเรียน

1. ้ีแจ ่ เร่ รรถนะที่ ึ ประ ์
2. นทน กถ แ ด ิดเห็น เน้ ห และใหน้ กเรียน ศึกษ เ ก รเก่ีย กบโทษและ

นตร ย ย เ ติด ธิ ีก รหลีกเล่ีย ย เ ติด และก รป้ กนป ห ย เ ติด
3. ท แบบทด บก่ นเรียน

ขณะเรียน

1. นกเรียนแบ่ กลุ่ ท น และ ท แบบฝึกหด

2. ใหน้ กเรียนไดท้ ร บถึ ห ย เ ร่ และ ุปกรณ์ กรร

3. ใหผ้ เู้ รียนทร บถึ ประเภท เ ร่ กรร หลกและ ธิ ีก รใ เ้ ร่

4. แจกใบ นใหผ้ เู้ รียนศึกษ ร ยละเ ียดและต บ ถ ต่ ๆ ไดด้ ้ ย เ ้ ใจ

หลงั เรียน

1. นกเรียนท แบบทด บหล เรียน

2. นกเรียนท ะ ดห้ จดโต๊ะ เก้ ้ีใหเ้ รียบร้ ย

3. บห ย นใหน้ กเรียนไปศึกษ ในหน่ ยท่ี 5 รู้เบ้ ตน้ เกี่ย ก รปลูกและก รดูแลรกษ

ส่ือการเรียนการสอน
สื่อส่ิงพมิ พ์

1. เ ก รใบ รู้และใบ น
2. แบบทด บก่ นเรียน-หล เรียน

สื่อโสตทศั น์
1. Power Point เ ร่ และ ุปกรณ์

สื่อจริง
ุปกรณ์ท่ีใ ใ้ น นเกษตร

การประเมินผล

1. สิ่งท่ีจะวดั
1.1 ด รู้ เ ้ ใจ
1.2 ด ฤติกรร ก รเรียน
1.3 เกต ฤติกรร ก รเรียน

2. วธิ กี ารวัด
2.1 ตร จแบบทด บก่ นเรียน หล เรียน
2.2 ตร จ นที่ บห ย
2.3 เกต ฤติกรร ก รเรียน

3. เครื่องมือวดั
3.1 แบบทด บ
3.2 กิจกรร ที่ บห ย
3.3 แบบ เกต ฤติกรร

4. เกณฑ์การวัดและการประเมินผล

4.1 เกณฑก์ ร ด

4.1.1 ให้ ้ ถูก ้ ละ 1 ะแนน ้ ผิด 0 ะแนน

4.1.2 ให้ ะแนน ฤติกรร ก รเรียน

5 ห ยถึ กที่ ุด

4 ห ยถึ ก

3 ห ยถึ ป นกล

2 ห ยถึ น้ ย

1 ห ยถึ น้ ยที่ ุด

4.2 เกณฑก์ รประเ ิน

4.2.1 นกเรียนได้ ะแนนจ กก รท แบบทด บ ไ ต่ ่ ก ่ ร้ ยละ 50

4.2.2 นกเรียนได้ ะแนนจ กกิจกรร ก รเรียน ไ ่ต่ ก ่ ร้ ยละ 80

4.2.3 นกเรียนได้ ะแนน ฤติกรร ก รเรียน ไ ่ต่ ก ่ ร้ ยละ 60

แบบฝึ กหดั
หน่วยท่ี 4 เครื่องมือพืชกรรม

คาชี้แจง จ ต บ ถ ต่ ไปน้ีใหไ้ ดใ้ จ ถกู ต้ บูรณ์

1. ให้บอกความหมายและความสาคัญของเคร่ืองมือพืชกรรมว่ามีอะไรบ้าง
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
2. บอกประเภทของเครื่องมือพืชกรรมว่ามอี ะไรบ้าง
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
3. ให้บอกหลกั ในการใช้เคร่ืองมือพืชกรรมว่ามอี ะไรบ้าง
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
4. ให้บอกหลกั การเกบ็ รักษาเครื่องมือพืชกรรมว่ามีอะไรบ้าง
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

ล ่ ………………………………….ผู้ น
(น ก รรณ แ นศรี)

เฉลยแบบฝึ กหัด
หน่วยท่ี 4 เครื่องมือพืชกรรม

1. ให้บอกความหมายและความสาคัญของเคร่ืองมือพืชกรรมว่ามอี ะไรบ้าง
ความหมายของเคร่ืองมือพืชกรรม
เ ร่ กรร ห ยถึ ดุ ปุ กรณ์ เ ร่ ต่ ๆ ที่น ใ ป้ ระก บ ี ก ิกรร

เ ร่ ที่ใ แ้ ร น น แร น ต ์ แร นเ ร่ ยนต์ และแร จ ก ล นไฟฟ้ เ ่ ใหก้ รประก บ
ี ก ิกรร ประ บผล เร็จ ไดแ้ ก่ จ บ เ ีย ล่ ไถ เ ร่ ห ่ นป๋ ยุ ระหด ิดน้ เ ร่ กะเท ะเ ลด็

เป็ นตน้
ความสาคญั ของเคร่ืองมือพืชกรรม
ก รเกษตรเป็นปจจย ้นฐ นในก รด ร ยู่ นุษย์ ในปจจุบน ตร ก รเ ิ่ จ น น

ประ กรเป็นไป ย่ ร ดเร็ ก รเกษตรจึ ย ยต ไปด้ ย เ ่ ร รบ ต้ ก รในก รบริโภ
ประ กร ก รเ ่ิ ผลผลิตท ก รเกษตรน้น รถท ไดโ้ ดยก ร ย ย ้นท่ีก รเกษตรเ ่ิ ้ึน หร เ ่ิ
ประ ิทธิภ ในก รผลิตต่ ้นท่ีให้ ู ้นึ แตเ่ น่ จ ก ้นท่ี ีจ กดจึ ต้ หน เ ิ่ ประ ิทธิภ ก รผลิต

ก รน เ ร่ ทุนแร ซ่ึ จเป็น ดุ ปุ กรณ์ เ ร่ หร เ ร่ จกรกลต่ ๆ ใ ้

2. บอกประเภทของเคร่ืองมือพืชกรรมว่ามีอะไรบ้าง
เ ร่ กรร รถแบ่ ต แหล่ แร นท่ีใ ก้ บเ ร่ นิดต่ ๆ กได้ 5 ประเภท

2.1 เครื่องมือและอปุ กรณ์ท่ีใช้แรงคน เป็นเ ร่ ที่ นดบแรก ๆ ก รปลูก ใ ก้ ร
นประณีตที่ใ เ้ ร่ ทนุ่ แร ย่ ่นไ ไ่ ด้ แบ่ ได้ ด น้ี

1. เ ร่ เ ตกรร
2. เ ร่ ที่ใ ใ้ นก รปฏิบติบ รุ รกษ
3. เ ร่ ท่ีใ ใ้ นก รเกบ็ เกี่ย ผลผลิต
4. เ ร่ บริก ร ิเศษ
2.2 เครื่องมือและอุปกรณ์ทใ่ี ช้แรงงานจากสัตว์ ใ แ้ ร น ต เ์ ป็นแหล่ ล น เ ่น ้ ้
ย ฐู เ ร่ และ ปุ กรณ์จ กไถ ร ด ลกู กลิ้ กระด นล ก
2.3 เครื่องมือและอุปกรณ์ท่ีใช้พลงั งานจากเครื่องยนต์ เห ะ หรบเกษตรกรที่ ี ้นท่ี น ดให ่
ถ้ ้นท่ีน้ ยจะไ ่ ุ้ ่ ไดแ้ ก่ รถไถเดินต รถแทรกเต ร์ เ ร่ ูบน้ เล่ ยยนต์ เ ร่ ตดห ้ รถ
ย นเก็บเก่ีย ผลผลิต ไร่ เร รดน้ และเ ร่ ฉีด น่ รเ ี

2.4 เครื่องมือและอปุ กรณ์ทใี่ ช้พลงั งานธรรมชาติ ไดแ้ ก่ ก หนล ท่ีใ ้ ล ล ในก ร ูบน้ หร ดิ
น้ และเ ร่ ท น้ ร้ น

2.5 เครื่องมือและอุปกรณ์ท่ีใช้พลงั งานไฟฟ้า ไดแ้ ก่ เ ร่ ตดห ้ ไฟฟ้ เ ร่ ูบน้
ไฟฟ้ เ ร่ ป๊ น้ ุปกรณ์ใหน้ ้ แบบ ตโน ติ เ ร่ ย่ ยดินและผ ดินปลกู เ ร่ ี เ ร่ น ด
เ ร่ กะเท ะเ ลด็ เ ร่ บด ห ร ต ์ เป็นตน้

3. ให้บอกหลกั ในการใช้เครื่องมือพืชกรรมว่ามอี ะไรบ้าง
3.1 ต้ ศึกษ ห รู้เกี่ย กบ ธิ ีใ ้ โดยศึกษ จ ก ู่ หร ผรู้ ู้
3.2 ใ เ้ ร่ ใหถ้ ูกต้ และเห ะ กบ น
3.3 ต้ ตร จ ภ เ ร่ กรร ให้ ยใู่ น ภ ที่ บรู ณ์ ร้ ใ ้ นทุก ร้ และก่ น

น ไปใ ้ น ถ้ ห ก รุดต้ ซ้ แซ ใหเ้ รียบร้ ยก่ นใ ้ ถ้ เป็นเ ร่ ท่ี ี จะต้ ลบให้


3.4 ใน ณะใ ต้ ้ ตร จและ ย เกต ่ ี ะไรผิดปกติบ้ ถ้ ผิดปกติต้ รีบแกไ้ ทนที
3.5 ไ ่ รใ เ้ ร่ ด้ ย ประ ทและเลินเล่
3.6 ย่ ใ เ้ ร่ หกโห รระ ก รแตกหกเ ียห ย
3.7 รแต่ ก ยใหร้ ดกุ และเห ะ ในก รปฏิบติ น
3.8 ก่ นน เ ร่ นิดใด กไปใ ้ ต้ น เ ร่ ในก รซ่ ไปด้ ยเ
3.9 ก รใ เ้ ร่ ทุก ร้ โดยต้ นึ ถึ ก ร นุรกษท์ ร ย กรธรร ติและ ่ิ แ ดล้ เ
3.10 เ ่ ใ เ้ ร็จแล้ ก่ นน เ ้ ต้ ตร จดู บก ร่ ีก ร้ ถ้ ีก็รีบแกไ้ เ ่ ะด กใน
ก รใ ้ นในโ ก ต่ ไป

4. ให้บอกหลกั การเกบ็ รักษาเคร่ืองมือพืชกรรมว่ามอี ะไรบ้าง
4.1 ไ ่ รใหเ้ ร่ ทกุ นิดต กแดด ต กฝน รเกบ็ ไ ใ้ นโร เร นป้ กนแดดและฝนได้
4.2 ระ ก รเกิด นิ ร โล ด้ ยน้ นหล ก รใ ้ น
4.3 รจด ใหเ้ ป็นระเบียบเรียบร้ ยต กล่ ที่ ่ "หยบิ ก็ ่ ย ห กร็ ู้ ดูก็ ต "
4.4 ีก ร ดจ รบี ่ นที่ ีก รเ ียด ี เ ่ ลดก ร ึกหร เ ร่
4.5 ร ีบ ีร ยก รเ ร่ ไ ้ เ ่ ะด กในก รใ แ้ ละ ่ ยเต น จ
4.6 ถ้ ไ จ่ เป็นจริ ๆ ไ ่ รใหผ้ ู้ ่นหยบิ ย เ ร่ เ ร ะจะท ให้ ึกหร หร เ ียห ยเร็ ้นึ

แบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียน

หน่วยที่ 4 เคร่ืองมือพืชกรรม

้ีแจ ท เ ร่ ห ย กล ล ต บท่ีถกู ต้ ที่ ุดเ ยี ้ ละ 1 ต บ

1. ้ ใดกล่ ผดิ เก่ีย กบประโย น์ ก รใ เ้ ร่ กรร

ก. ่ ยทนุ่ แร ลด เหน่ ยย ก เกษตรกร

. ่ ยเ ่ิ ปริ ณผลผลิต

. ประหยดเ ล

. เ ียเ ล ในก รท น

2. เ ร่ กรร รถแบ่ ต แหล่ แร นไดก้ ี่ ประเภท

ก. 3 ประเภท . 4 ประเภท . 5 ประเภท . 6 ประเภท

3. "เ ยี " จดเป็นเ ร่ ในประเภทใด

ก. ก รเ ตกรร . ก รบ รุ รกษ

. ก รเกบ็ เก่ีย ใ แ้ ร น ต ์ . ก รเก็บเกี่ย ใ แ้ ร น น

4. “กรรไกรตัดแต่ง” จดเป็นเ ร่ นิดใด

ก. เ ร่ เ ตกรร

. เ ร่ เกบ็ เกี่ย

. เ ร่ บริก ร ิเศษ

. เ ร่ ปฏิบติบ รุ รกษ

5. “ไถ” ท่ีใ แ้ ร น ต ล์ กจู เ ีย ต เดีย กใ ก้ บ ต ์ กใด

ก. ้

.โ

. กระบ

. ล่

6. ้ ใด ลกษณะ “คราด”

ก. กุ เจ ะหลุ ปลกู

. ตดห ้

. ร ดห ้ ปรนหน้ ดิน

. เกบ็ ผลผลิต

7. “เครื่องหว่านเมลด็ ” จดเป็นเ ร่ นิดใด

ก. เ ร่ เ ตกรร

. เ ร่ เกบ็ เก่ีย

. เ ร่ บริก ร ิเศษ

. เ ร่ ปฏิบติบ รุ รกษ

8. เ ร่ ท่ีใ แ้ ร จ กธรร ติ ้ ใด

ก. ไถห ห ู

. รถแทรกเต ร์

. ก หนล

. ถกู ทุก ้

9. ้ ใดกล่ ผดิ เก่ีย กบหลกในก รใ เ้ ร่ กรร

ก. ต้ ศึกษ ห รู้เกี่ย กบ ธิ ีใ ้ โดยศึกษ จ ก ู่ หร ผรู้ ู้

. ใ เ้ ร่ ใหถ้ ูกต้ และเห ะ กบ น

.ต้ ตร จ ภ เ ร่ กรร ให้ ยใู่ น ภ ที่ บูรณ์ ร้ ใ ้ นทุก ร้
. ไ ่ ี ้ ถูก

10. ้ ใด หลกก รเกบ็ รกษ เ ร่ กรร

ก. ไ ่ รใหเ้ ร่ ทกุ นิดต กแดด ต กฝน รเก็บไ ใ้ นโร เร นป้ กนแดดและฝนได้

. ระ ก รเกิด นิ ร โล ด้ ยน้ นหล ก รใ ้ น
. รจด ใหเ้ ป็นระเบียบเรียบร้ ยต กล่ ท่ี ่ "หยบิ ก็ ่ ย ห ก็รู้ ดูก็ ต "

. ถกู ทุก ้

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียน
หน่วยท่ี 4 เคร่ืองมือพืชกรรม

้ีแจ ท เ ร่ ห ย กล ล ต บท่ีถูกต้ ที่ ุดเ ีย ้ ละ 1 ต บ

1. ้ ใดกล่ ผดิ เก่ีย กบประโย น์ ก รใ เ้ ร่ กรร
. เ ียเ ล ในก รท น

2. เ ร่ กรร รถแบ่ ต แหล่ แร นไดก้ ี่ ประเภท
. 5 ประเภท

3. "เ ยี " จดเป็นเ ร่ ในประเภทใด
. ก รเก็บเกี่ย ใ แ้ ร น น

4. “กรรไกรตดั แต่ง” จดเป็นเ ร่ นิดใด
. เ ร่ ปฏิบติบ รุ รกษ

5. “ไถ” ที่ใ แ้ ร น ต ล์ กจู เ ยี ต เดีย กใ ก้ บ ต ์ กใด
. กระบ

6. ้ ใด ลกษณะ “คราด”
. ร ดห ้ ปรนหน้ ดิน

7. “เคร่ืองหว่านเมลด็ ” จดเป็นเ ร่ นิดใด
. เ ร่ บริก ร ิเศษ

8. เ ร่ ท่ีใ แ้ ร จ กธรร ติ ้ ใด
. ก หนล

9. ้ ใดกล่ ผดิ เกี่ย กบหลกในก รใ เ้ ร่ กรร
. ผดิ ทกุ ้

10. ้ ใด หลกก รเกบ็ รกษ เ ร่ กรร
. ถกู ทุก ้

ใบงานท่ี 4 หน่วยท่ี 4
วชิ า หลกั พืชกรรม รหัส 2501-2001 สอนคร้ังท่ี 8-9

ช่ือหน่วย เครื่องมือพืชกรรม จานวนคาบรวม 6

ชื่องาน เครื่องมือพืชกรรม จานวนคาบ 6

สมรรถนะทีพ่ งึ ประสงค์ รายการสอน

สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์ 1. ห ย เ ร่ กรร
1. เ ้ ใจ ห ย เ ร่ กรร 2. เ ร่ กรร
2. ี รู้เก่ีย กบ 3.ประเภท เ ร่ กรร
4. หลกในก รใ เ้ ร่ กรร
เ ร่ กรร 5. หลกก รเก็บรกษ เ ร่ กรร
3. ี รู้เร่ ประเภท เ ร่ 6. หลกก รหลีกเล่ีย ย เ ติด

กรร
4. ี รู้เกี่ย กบหลกในก รใ เ้ ร่
กรร
5. ี รู้เกี่ย กบหลกก รเกบ็ รกษ

เ ร่ กรร
6. นกเรียนใ เ้ ล ่ ใหเ้ กิดประโย นไ์ ่

ไปยุ่ เกี่ย กบย เ ติด

ด้านพทุ ธิพสิ ัย
1.บ ก ่ เ ร่ กรร ประเภทต่ ๆ

ได้
2. บ ก ธิ ีก รใ ้ นเ ร่ กรร แต่

ละประเภทได้
3. บ กหลกก รเกบ็ รกษ เ ร่ กรร

ได้

ด้านจติ พสิ ัย
1. ี รบผดิ บ
2. ี ซ่ ตย์
3. ี ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
4. ี ยน ดทน
5. ี นุษย นธท์ ี่ดีในก รปฏิบติ น

ร่ กบผู้ ่น

ด้านทกั ษะพสิ ัย

1. รถใ ้ ดุ ุปกรณ์ และเ ร่

ไดถ้ กู ต้ เห ะ กบ น

2. รถเก็บ บ รุ รกษ ดุ ปุ กรณ์

และเ ร่ ไดถ้ กู ธิ ี

เครื่องมือ/อปุ กรณ์ วสั ดุ

(จานวน, ขนาด) (จานวน, ขนาด)

ต ย่ เ ร่ ท่ีเป็น จริ และ ใบ น 12 ุด

ภ ประก บ

ลาดบั ข้นั การปฏบิ ัติงาน

ข้นั ที่ 1ให้นกเรียนศึกษ ร ยระเ ียด เ ร่ กรร ในเ ก รประก บก รเรียน หร ในเ ป็

ไซต์

ข้นั ท่ี 2 ปฏิบติต ใบ นที่ รูแจก

ข้นั ท่ี 3 ท ใหเ้ ร็จเรียบร้ ยในเ ล ท่ีก หนด

ข้นั ที่ 4 เตรีย น เ น หน้ ้นเรียน

บนั ทกึ หลงั การสอน

1. ขอ้ สรปุ หลงั การจัดการเรยี นรู้
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………….………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………….………………………….......................................

2. ปัญหาอุปสรรคที่พบ
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………............................................
......................................................................................................................................................

3. แนวทางแกป้ ัญหาและหรอื พัฒนา
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………............................................
......................................................................................................................................................
......................................................................................................................................................

ล ่ ………………………………….ผู้ น
(น ก รรณ แ นศรี)

แผนการจดั การเรียนรู้ หน่วยที่ 5
สอนคร้ังท่ี 10-16
ชื่อวชิ า หลกั พืชกรรม รหสั 2501-2001 ชั่วโมงรวม 21
จานวนชั่วโมง 21
ชื่อหน่วยความรู้เบื้องต้นเกีย่ วการปลกู และก รปฏิบติดูแลรกษ

ชื่อเร่ือง ความรู้เบื้องต้นเกย่ี วการปลกู และการปฏิบัติดูแลรักษาพืช

หวั ข้อเรื่องและงาน
1. ธิ ีก รเตรีย นธุ์
2. ธิ ีก รเตรีย แปล ปลูก
3. ิธีก รปลกู
4.ประเภท ป๋ ุย
5. ิธีก รใ ่ป๋ ยุ ใหแ้ ก่
6. ิธีก รใหน้ ้ แก่
7. ิธีก ร ลุ ดินแปล ปลูก
8. ธิ ีก รป้ กนก จดศตรู
9. ิธีก รเก็บเก่ีย และก รจดก รผลผลิต

สาระสาคัญ
ก รปลกู ไ ่ ่ จะเป็นก รปลูกไ ด้ กไ ป้ ระดบ ไ ย้ นตน้ ไร่ น ล้ นแล้ แต่ต้ รู้หลก

ิธีก รปลูก และก รดูแลรกษ เ ่ ใหเ้ ห ะ กบ นิด เ ร ะ แต่ละ นิด ีหลกก รปลูกและ
ก รดูแลรกษ ที่แตกต่ กน กไป ีก ย่ ก รปลูก รถปลกู ไดห้ ล ยรูปแบบท้ ปลกู แบบบนดิน
และปลูกแบบไร้ดิน ด น้นหน่ ยเรียนน้ีจึ ีก รบูรณ ก รจดก รเรียนรู้ โดยใ โ้ ร ก ร (PBL: Project
Based Learning) ร่ กบร ย ิ ก รปลูก ไร้ดิน ในห ้ ก รปลูกและก รดูแลรกษ เ ่ ใหน้ กเรียน ี

รู้ เ ้ ใจเกี่ย กบกระบ นก รปลกู ย่ิ ก ้ึน

สมรรถนะทีพ่ งึ ประสงค์
1. ี รู้เร่ ธิ ีก รเตรีย นธุ์
2. เ ้ ใจ ้นต น ิธีก รเตรีย แปล ปลูก
3. ี รู้เร่ ธิ ีก รปลูก
4. ี รู้เร่ ประเภท ป๋ ุย
5. เ ้ ใจ ธิ ีก รใ ่ป๋ ุยใหแ้ ก่
6. เ ้ ใจ ธิ ีก รใหน้ ้ แก่

7. เ ้ ใจ ิธีก ร ลุ ดินแปล ปลูก
8. ี รู้เก่ีย กบ ิธีก รป้ กนก จดศตรู
9. รู้หลก ิธีก รเก็บเก่ีย และก รจดก รผลผลิต

10. นกเรียน ี รู้จ กก รบรู ณ ก รจดก รเรียนรู้โดยใ โ้ ร ก ร(PBL:Project Based Learning)

ระห ่ ิ หลก กรร กบร ย ิ ก รปลูก ไร้ดิน

ด้านพุทธิพสิ ัย
1. รถเตรีย ดินและปลกู ไ ด้ กล แปล ได้
2. รถเตรีย ดินในหลุ ปลกู ได้
3. รถผ ดิน หรบปก และเ ะกล้ ไ ไ้ ด้
4. รถผ ดิน หรบปลูกไ ก้ ระถ ได้
5. รถใ ่ป๋ ุย ได้
6. รถเล กตดแต่ ก่ิ ท่ีเห ะ ได้

ด้านจิตพสิ ัย
1. ี รบผิด บ
2. ี ซ่ ตย์
3. ี ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน
4. ี ยน ดทน
5. ี นุษย นธ์ท่ีดีในก รปฏิบติ นร่ กบผู้ ่น

ด้านทักษะพสิ ัย
1. ี รถผ ดินปลกู นิดต่ ๆไดจ้ นเกิดเป็น ี
2. รถจ แนก นิด ป๋ ุยไดถ้ ูกต้
3. รถตดแต่ กิ่ ให้เกิดรูปทร ที่ ย
4. นกเรียนน รู้ที่ไดจ้ กก รจดก รเรียนรู้โดยใ โ้ ร ก ร(PBL:Project Based Learning) ระห ่

ร ย ิ หลก กรร ร่ กบร ย ิ ก รปลกู ไร้ดิน เ ่ จดท โ ร ก ร เป็นก รฝึกประ บก รณ์ในก ร
ท นร่ กนเป็นที และเกิดร ยไดร้ ะห ่ เรียน ีก รจดบนทึกก รปฏิบติ นโดยใ ร้ ูปแบบก รเ ยี น
โ ร ก ร กท. โดยหลกก รเ ียนโ ร ก รไดบ้ ูรณ ก รร่ กบร ย ิ ภ ษ ไทย ้นฐ น ในห ้ ก ร
บนทึกก รปฏิบติ น เ ่ ให้นกเรียนใ ห้ ลกก รเ ยี นภ ษ ไทยไดถ้ ูกต้

เนื้อหาสาระ

5.1 วิธีการเตรียมพนั ธ์ุพืช
5.1.1 การเลือกเมลด็ พนั ธ์ุ เมลด็ พนั ธ์ุทดี่ ี
5.1.2 การคัดเลือกกงิ่ พนั ธ์ุหรือท่อนพนั ธ์ุ ก่ิงพนั ธ์ุหรือท่อนพนั ทด่ี ี
5.1.3 การเตรียมเมลด็ พนั ธ์ุก่อนปลูก
5.1.3.1 การเพาะเมลด็
1. ข้นั ตอนการเพาะเมลด็ ในกระบะเพาะ
2. ข้นั ตอนการเพาะในแปลงเพาะ
5.1.4 การเตรียมกง่ิ พนั ธ์ุหรือท่อนพนั ธ์ุ
5.1.5 การเตรียมกง่ิ พนั ธ์ุไม้ดอกไม้ประดับ
1. การขยายพนั ธ์ุโดยการตัดชา (Cutting)
- ความสาคญั และข้อดขี องการปักชา
2. การขยายพนั ธ์ุโดยการการตอน (Layering)
- ข้อดหี รือประโยชน์ของการขยายพันธ์ุโดยการตอน
- ข้อเสียในการใช้กง่ิ ตอนคือ
- แบบต่าง ๆ ของการตอน
1. การตอนยอด ( Tip layering)
2. การตอนโดยวธิ ีง่าย ๆ (Simple layering)
3. การตอนกง่ิ แบบงเู ลือ้ ย ( Compound layering )
4. การตอนกง่ิ โดยการขุดร่อง (Trenchlayering)
5. การตอนกง่ิ โดยวธิ ีสุมโคน ( Mound หรือ Stool layering )
6. การต้อนกง่ิ โดยวิธีตอนอากาศ ( Air layering )
- ข้นั ตอนการตอนกงิ่ โดยวิธีตอนอากาศ
3. การขยายพนั ธ์ุโดยการตดิ ตา
- ระยะเวลาที่เหมาะสมในการติดตา
- ข้นั ตอนการติดตา
- สาธติ การตดิ ตาแต่ละแบบ
3.1 T – budding
3.2 Plate budding
3.3 Chip budding

4. การขยายพนั ธ์ุโดยการต่อกงิ่
- ข้นั ตอนการต่อกงิ่

5. การขยายพนั ธ์ุโดยการแบ่ง และแยก
5.1 การแบ่งแยก Bulblet
5.2 การใช้ Bulblet
5.3 การแยก Scalel
5.4.การตดั ชา Bulb โดยการ Scoring
5.5 การ Scooping

5.2 วิธีการเตรียมแปลงปลกู พืช
- จดุ ประสงค์ของการเตรียมดิน
- วิธกี ารเตรียมดนิ

5.3 วิธีการปลกู พืช
- วิธีการปลูกพืช จาแนกออกเป็ น 4 อย่าง ดังนี้
1. การปลกู ด้วยเมลด็ การปลูกด้วยเมลด็
2. การปลูกด้วยต้นกล้า
3. การปลูกด้วยท่อนพนั ธ์ุ
4. การปลกู ด้วยกงิ่ พันธ์ุ

5.4 ประเภทของป๋ ยุ
- ป๋ ยุ (Fertilizer)
- ประเภทของป๋ ุย ป๋ ุยแบ่งออกได้ 3 ประเภท คือ
1. ป๋ ยุ อนนิ ทรีย์หรือป๋ ุยเคมี ( Inorgaric fertilizer )
1.1 ป๋ ุยเด่ยี วหรือแม่ป๋ ยุ (Single fertilizer)
1.2 ป๋ ยุ ผสม ( Mixed fertilizer)
2. ป๋ ุยอนิ ทรีย์ (Organic fertilizer)
2.1 ป๋ ุยคอก (Farm manures)
2.2 ป๋ ยุ หมกั ( Compost)
2.3 ป๋ ุยพืชสด (Green manures)
3. น้าสกดั ชีวภาพ (ป๋ ุยน้าชีวภาพ)
3.1 น้ากดั ชีวภาพทีผ่ ลติ จากพืช
3.2 น้าสกดั ชีวภาพทีผ่ ลติ จากสัตว์

5.5 วธิ ีการใส่ป๋ ยุ ให้แก่พืช

- การใส่ป๋ ุย
1. การใส่ป๋ ุยแบบแถวก่อนปลูก
2. เป็ นการใส่ป๋ ุยให้กบั พืชทงี่ อกและเจริญเตบิ โตแล้ว
3. เป็ นการใส่ป๋ ุยให้กบั พืชท่งี อกและเจริญเตบิ โตแล้ว
4. การใส่ป๋ ยุ เป็ นวงรอบต้นพืช
5. การใส่ป๋ ุยพร้อมกบั การให้นา้
6. การใส่ป๋ ุยทางใบ

5.6 วิธีการให้น้าแก่พืช

1. วิธกี ารให้น้าทางผิวดนิ
2. วธิ ีการให้นา้ ทางใต้ดนิ
3. วธิ กี ารให้น้าแบบหยด
4. วิธกี ารให้นา้ แบบฝอยหรือระบบฝนเทียม

5.7 วิธีการคลุมดินแปลงปลูกพืช
5.8 วิธกี ารป้องกันกาจัดศัตรูพืช

5.8.1 โรคพืช
1. เกดิ จากส่ิงไม่มีชีวติ (nonpathogenic disease)
2. เกดิ จากส่ิงมชี ีวติ (pathogenic disease)

5.8.2 แมลงศัตรูพืช
- วิธกี ารป้องกนั กาจัดแมลงศัตรูพืช
1. วธิ ีกล (mechanical method)
2. วธิ ีทางกายภาพ
3. วธิ กี ารเขตกรรม
4. การใช้พนั ธ์ุต้านทาน (resistant variety)
6. วธิ ที างพนั ธุกรรม
7. การใช้สารสกดั จากธรรมชาตคิ วบคุมแมลงศัตรูพืช
8. การควบคุมโดยชีววิธี (biological method
9. การควบคุมด้วยสารเคมี (chemical method)

8.3 วัชพืช (weed)
- การควบคมุ วชั พืช ีหล ย ธิ ี ไดแ้ ก่

1. การป้องกนั
2. การกาจดั
3. การป้องกนั กาจดั โดยวธิ ีการจดั การ
4. การควบคุมทางชีวภาพ เป็นก รใ ้ ิ่ ี ี ติ บ ุ
5. การควบคมุ ด้วยสารเคมี

5.9 วธิ ีการเกบ็ เกี่ยวและการจัดการผลผลติ

- การเกบ็ เกย่ี ว

- หลกั การเกบ็ เกยี่ วผลผลติ
- ดัชนกี ารเกบ็ เกีย่ ว แตล่ ะ นิดแตกต่ กนไป ไดแ้ ก่

1. การเกบ็ เกยี่ วผลไม้
2. การเกบ็ เกย่ี วผกั
3. การเกบ็ เกย่ี วพืชไร่
4. การเกบ็ เกยี่ วไม้ดอก

- วิธกี ารเกบ็ เกี่ยว
- การเตรียมผลผลติ ก่อนการจาหน่าย

กจิ กรรมการเรียนการสอน

ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนหรือกจิ กรรมของนักเรียน

ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน

1. ตร จ บเ ็ ร ย ่ นกเรียนท่ีเ ้ เรียน 1. นกเรียนฟ ก รเรียก น ่
2. รูแจกเ ก รประก บก รเรียน 2. นกเรียนศึกษ เ ก รประก บก รเรียน
ข้นั สอน
3. รู ธิบ ย 3.นกเรียนฟ รู ธิบ ยและซกถ ้ ย

เ ่น ธิ ีก รเตรีย นธุ์

ิธีก รเตรีย แปล ปลูก ิธีก รปลูก

ประเภท ป๋ ุย ิธีก รใ ่ป๋ ยุ ใหแ้ ก่

ิธีก รใหน้ ้ แก่ ธิ ีก ร ลุ ดินแปล ปลกู
ธิ ีก รป้ กนก จดศตรู และ ธิ ีก รเก็บเก่ีย

และก รจดก รผลผลิต ต เน้ ห ระ

4. ดูแล บ ุ ก รจดแบ่ กลุ่ เ ่ ใหน้ กเรียน 4. นกเรียนแบ่ กลุ่ 2-3 น
ปฏิบติ นต แผนท่ี ไ ้

5. แจกใบ น (ใหศ้ ึกษ รู้เบ้ ตน้ เก่ีย 5. นกเรียนศึกษ ้ ูลจ กเ ก รและดูผู้ น ธิต
ก รปลูกและก รดูแลรกษ โดย รูให้ แนะน ิธีก รปฏิบติและนกเรียนปฏิบติต ้นต นก ร
ธิต
ธิต ธิ ีก รปฏิบติต ใบ น)
ข้ันสรุป

6. รูและนกเรียน รุปหน่ ยก รเรียนที่ 5 6. จดบนทึกย่ และท แบบฝึกหด
ร่ กน ร้ ท แบบฝึกหด

ข้นั ประเมินผล

7. ประเ ินผลก รเรียน นกเรียนโดยใ ้

แบบทด บหล เรียน และผลก รปฏิบติ น 7. นกเรียนท แบบทด บหล เรียน
8. ใหน้ กเรียนท ร ย นเร่ ห ยและ

ก ร ย ย นธุ์ ยกต ย่ ก ร 8. นกเรียนฟ ก ร บห ย น รูเ ่ ท ่ ใน
ย ย นธุ์ 1 ธิ ี ปด ห์ต่ ไป
9. รูบนทึก ้ ลู กิจกรร ก รเรียน หล ก ร

น 9. นกเรียนจดบนทึกห ้ ท่ีจะไปศึกษ ล่ หน้
10. บห ยใหน้ กเรียนไปศึกษ ในหน่ ยที่
6 เร่ ก รตล ด ผล

งานท่มี อบหมายหรือกจิ กรรม

ก่อนเรียน
1. นทน ซกถ แ ด เห็น
2. ้ีแจ ่ เร่ รรถนะท่ี ึ ประ ์ และห ้ เร่ เน้ ห

ขณะเรียน
1. แบ่ ผเู้ รียนเป็นกลุ่ กลุ่ ละ3-4 น
2. ใหผ้ เู้ รียนไดท้ ร บถึ ิธีก รเตรีย นธุ์ ิธีก รเตรีย แปล ปลูก ธิ ีก รปลูก ประเภท
ป๋ ุย ธิ ีก รใ ่ป๋ ยุ ใหแ้ ก่ ธิ ีก รใหน้ ้ แก่ ธิ ีก ร ลุ ดินแปล ปลกู ิธีก รป้ กนก จด

ศตรู และ ิธีก รเก็บเก่ีย และก รจดก รผลผลิต
3. รุปเกี่ย กบ รู้เบ้ ตน้ เกี่ย ก รปลูกและก รดูแลรกษ โดยซกถ ผเู้ รียนเป็นร ยบุ ล ต

เน้ ห ระที่ น
4. แจกใบ นใหผ้ เู้ รียนปฏิบติต ใบ น และศึกษ ร ยละเ ียดเ ่ ท แบบฝึกหดด้ ย ต้ ใจ

หลงั เรียน
1. เปรียบเทียบผลก รปฏิบติ น
2. นกเรียนท ะ ดห้ จดโตะ๊ เก้ ้ี ให้เรียบร้ ย
3. บห ยใหน้ กเรียนท ร ย น ่ ปด ห์ต่ ไป
4. ใหน้ กเรียนท โ ร ก รปก ไ ด้ กไ ป้ ระดบ
5. บห ย นใหน้ กเรียนไปศึกในหน่ ยท่ี 6 ใน ปด ห์ต่ ไป

ส่ือการเรียนการสอน

ส่ือสิ่งพมิ พ์
1. เ ก รประก บก รเรียน
2.ใบ น 5.1, 5.2, 5.3, 5.4, 5.5, 5.6, 5.7

ส่ือโสตทัศน์

1. ่ Power point

ส่ือของจริง
1. ที่ใ ใ้ นก ร ธิตก ร ย ย น นธุ์

2. ดุ ปุ กรณ์ท่ีใ ใ้ นก ร ธิตก ร ย ย น นธุ์

3. แปล ปฏิบติ น

การประเมินผล

1. ส่ิงท่ีจะวัด

1.1 ด รู้ เ ้ ใจ

1.2 ด ฤติกรร ก รเรียน

1.3 เกต ฤติกรร ก รเรียน

2. วธิ กี ารวดั

2.1 ตร จแบบทด บก่ นเรียน หล เรียน

2.2 ตร จ นที่ บห ย

2.3 เกต ฤติกรร ก รเรียน

3. เครื่องมือวดั

3.1 แบบทด บ

3.2 กิจกรร ท่ี บห ย

3.3 แบบ เกต ฤติกรร

4. เกณฑ์การวัดและการประเมนิ ผล

4.1 เกณฑก์ ร ด

4.1.1 ให้ ้ ถูก ้ ละ 1 ะแนน ้ ผิด 0 ะแนน

4.1.2 ให้ ะแนน ฤติกรร ก รเรียน

5 ห ยถึ กท่ี ุด

4 ห ยถึ ก

3 ห ยถึ ป นกล

2 ห ยถึ น้ ย

1 ห ยถึ น้ ยที่ ุด

4.2 เกณฑก์ รประเ ิน

4.2.1 นกเรียนได้ ะแนนจ กก รท แบบทด บ ไ ่ต่ ก ่ ร้ ยละ 50

4.2.2 นกเรียนได้ ะแนนจ กกิจกรร ก รเรียน ไ ่ต่ ก ่ ร้ ยละ 80

4.2.3 นกเรียนได้ ะแนน ฤติกรร ก รเรียน ไ ่ต่ ก ่ ร้ ยละ 60

แบบฝึ กหดั
หน่วยที่ 5 ความรู้เบื้องต้นเก่ียวการปลกู และการดูแลรักษา

คาชี้แจง จ ต บ ถ ต่ ไปน้ีใหไ้ ดใ้ จ ถูกต้ บูรณ์

1. ใหบ้ ก ิธีก รเตรีย ท่ น นธุ์ ่ ีกี่ ธิ ี ะไรบ้
.....................................................................................................................................................................
2. ใหบ้ ก ิธีก รเตรีย แปล ปลูก ่ ี ะไรบ้
.....................................................................................................................................................................
3. ใหบ้ ก ิธีก รปลูก ่ ี ะไรบ้
......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
4.ให้ ธิบ ย ธิ ีก รใ ่ป๋ ุยให้ ่ ี ะไรบ้
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
5.ให้ ธิบ ย ธิ ีก รท น้ ห ก ี ภ จ ก
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
6.ให้ ธิบ ย ิธีก รท น้ ี ภ จ ก ต ์
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
7.ใหบ้ ก ธิ ีก รใหน้ ้ แก่
.....................................................................................................................................................................
8.ใหบ้ ก ิธีก ร ลุ ดินแปล ปลูก
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
9.ใหบ้ ก ิธีก รป้ กนก จดศตรู
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................
10.ใหบ้ ก ธิ ีก รเก็บเก่ีย และก รจดก รผลผลิต
.....................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................

เฉลยแบบฝึ กหดั
หน่วยท่ี 5 ความรู้เบือ้ งต้นเกยี่ วการปลูกและการดแู ลรักษา

1. ให้บอกวิธกี ารเตรียมพนั ธ์ุพืชว่ามกี ว่ี ธิ ีอะไรบ้าง

1.1 การเตรียมเมลด็ พนั ธ์ุก่อนปลกู ควรปฏิบตั ิดังนี้
1. ก รทด บ ก เ ลด็ เป็นก รตร จ บ ณุ ภ เ ลด็ เ ่ ใหท้ ร บเป ร์เซ็นต์ ก
2. ลุกเ ลด็ ด้ ย รเ ีป้ กนและก รก จดศตรู
3. ก รท ล ยระยะ กต เ ลด็
4. เตรีย เ ลด็ นธุใ์ หเ้ ยี กบจ น น ้นท่ีท่ีจะปลูก
5. ไร่บ นิด ลุกเ ลด็ ด้ ยเ ้ แบ ทีเรีย ไรโซเบีย

1.2 การเตรียมกงิ่ พนั ธ์ุหรือท่อนพนั ธ์ุ
ก รเตรีย ก่ิ นธุ์หร ท่ น นธุ์ ไร่ รปฏิบติด น้ี
1. ก รตดก่ิ นธุห์ ร ท่ น นธุ์ เ ่น ท่ น นธุ์ ้ ยตดใหแ้ ต่ละท่ น นธุ์ ีประ ณ 3 ต ท่ น นธุ์

น ปะหล ตดใหแ้ ตล่ ะท่ น ี ย ประ ณ 20 เซ็นติเ ตร
2. แ ่ด้ ยย กนเ ้ ร หร น้ ร้ น ในกรณีท่ี ีโร ระบ ดหร เ ้ โร จติด กบท่ น นธุ์

1.3 การเตรียมกงิ่ พนั ธ์ุไม้ดอกไม้ประดับ
น กจ กก รปลกู ด้ ยเ ลด็ นธุแ์ ล้ ย รถเตรีย ก่ิ นธุไ์ ดโ้ ดยก ร ย ย นธุ์แบบไ ใ่ เ้ ศ

ถ้ เป็นไ ด้ กไ ป้ ระดบที่ปลูกด้ ยเ ลด็ ไดย้ ก หร ไ ่ ีเ ลด็ รใ ้ ิธีท่ีเห ะ ก ่ ไดแ้ ก่ ก รปก
ก รแยกหน่ หร ห ก รต น ก รติดต ก รท บกิ่

2. ให้บอกวธิ ีการเตรียมแปลงปลกู พืชว่ามอี ะไรบ้าง

วธิ กี ารเตรียมดิน ้ึน ยกู่ บ ิธีก รปลูก นิด ก รใหน้ ้ และ ภ ้นที่ ธิ ีก รเตรีย ดิน ีหล ย

ิธี ด น้ี

1. การเตรียมดินแบบไม่ยกร่องปลูก เริ่ จ กก รไถดะทิ้ ไ ป้ ระ ณ 7 -10 น แล้ จึ ไถแปรต ด้ ย

จ น ร น ้นที่จึ ร้ ท่ีจะปลกู ก รไถ รไถใน ณะที่ดินย ้น รแต่ไ แฉะ ต้ ไถ

ร ด น ้นท่ี

2. การเตรียมดินแบบยกร่อง เห ะกบดินท่ีปลกู แล้ ใหน้ ้ แบบร่ ลูกฟกู เ ่น ้ โ ด ถ่ เ ีย ถ่

ลิ ที่ต้ ปลกู ใหล้ ึกเ ่ ป้ กนก รหกล้ เ ่น ้ ย ต้ ในร่ แล้ กลบ แต่ น ปะหล ต้ ปลกู

บน นร่ ลูกฟกู

3. การเตรียมดินปลูกข้าว ี ิธีหล ย ธิ ีแตกต่ กนไป ้ึน ยกู่ บ ภ ้นที่ เศรษฐกิจ เ ่น ก ร

เตรีย ดินที่น ด น เกษตรกรจะไถใน ณะที่ดินแห้ เห ะ จไถด้ ยแร น ต ์ เหลก็ หร

รถแทรกเต ร์ แล้ ปล่ ยน้ ทิ้ ไ ใ้ ห้ ล ยต ้ไี ถ ่ นนุ่ แล้ ตีเท กด้ ยไถจ บห ุน หร ร ด
จ กแร น ต ห์ ร ยเหลก็ หรบก รเตรีย ดินเ ่ ปลูก ้ ไร่ ถ้ เป็นป่ เปิ ดให ่ จะใ ้ ิธีเผ ตน้ ไ ้
แล้ ปลูก แต่ถ้ เป็น ้นที่ท่ี ี ก็ใหก้ จดก่ นจึ หย ดเ ลด็

3. ให้บอกวิธกี ารปลูกพืชว่ามีอะไรบ้าง
วิธกี ารปลูกพืช
ก่ นก รปลกู ด้ ยเ ลด็ ก่ิ นธุ์หร ท่ น นธุ์ ต้ นึ ถึ ิ่ ต่ ไปน้ี

1. ระยะปลูก ห ยถึ ระยะห่ ระห ่ ตน้ และระยะห่ ระห ่ แถ
2. ตร ก รปลกู ห ยถึ จ น นเ ลด็ กิ่ นธุห์ ร ท น นธุต์ ่ หลุ หร ต่ ้นท่ี
วิธกี ารปลูกพืช จาแนกออกเป็ น 4 อย่าง ดังนี้
1. การปลกู ด้วยเมลด็ การปลูกด้วยเมลด็ แบ่ กได้ ด น้ี

1.1 ก รปลกู โดยก รห ่ น เป็น ิธีที่ ะด กร ดเร็ และต้ ศย น แต่จะ ีป ห เร่
รบก น เน่ จ กเ ้ ไปจดก รไดย้ ก

1.2 ก รปลูกแบบโรยเป็นแถ ก รปลกู แบบน้ีจะ ีระยะห่ ระห ่ แถ แน่น น เ ่ ตน้ กแล้ จึ
ถ นแยกทีหล

1.3 ก รปลูกแบบเป็นหลุ ก รปลูกแบบน้ีจะ ีระยะห่ ระห ่ ตน้ และระยะห่ ระห ่ แถ ที่
แน่น น ต้ ย ดเ ลด็ เกินไ ป้ ระ ณร้ ยละ 25 แล้ ถ นแยกทีหล

2. การปลกู ด้วยต้นกล้า หรบเ ลด็ ที่ ี น ดเลก็ กและร แ รท ก รเ ะก่ น โดย จจะ
เ ะล ในกระบะเ ะ หร เ ะในถ ด ล ติก

3. การปลูกด้วยท่อนพันธ์ุ บ นิดปลูกด้ ยท่ น นธุ์ เ ่น ้ ย นเทศ น ปะหล
4. การปลูกด้วยกงิ่ พันธ์ุ บ นิดปลูกด้ ยกิ่ นธุ์ เ ่น ะน ทเุ รียน ู่

4.ให้อธิบายวธิ กี ารใส่ป๋ ุยให้พืชว่ามอี ะไรบ้าง
่๋ แ ่ 6 ธ

1. การใส่ป๋ ุยแบบแถวก่อนปลกู เป็นก รใ ่ป๋ ยุ เป็นแถ ไปต แน ท่ีจะปลกู โดยใ จ้ บเบิกร่ เลก็ ๆ
เป็นแถ ต แน ที่จะปลกู ใ ่ป๋ ุยท่ีกน้ ร่ แล้ กลบดินปิ ดป กร่ ป๋ ุยจะ ยหู่ ่ จ กแถ เ ลด็ 2-3
นิ้ และลึกก ่ เ ลด็ 1 นิ้

2. เป็ นการใส่ป๋ ุยให้กบั พืชท่งี อกและเจริญเติบโตแล้ว ก รใ ่ป๋ ยุ โดยวิธี Top dressing โดยวธิ กี ารหว่าน
ป๋ ุยให้ทั่วพื้นท่ี ใ ก้ บที่ท่ีปลกู โดย ธิ ีห ่ น เ ่น น ห ่ น หร ใ ก้ บแปล ปลูกห ้ ห ร ต ์

3. เป็ นการใส่ป๋ ุยให้กบั พืชทง่ี อกและเจริญเติบโตแล้ว ก รใ ่ป๋ ุยโดยการโรยเป็ นแถว น นไปกบแถ
ใ ก้ บ ท่ีปลกู เป็นแถ เ ่น ้ โ ด ฝ้ ย

4. การใส่ป๋ ุยเป็ นวงรอบต้นพืช เป็นก รใ ่ป๋ ุยใหก้ บไ ย้ นตน้ โดยก ร ดุ ร่ ร บ ๆ ตน้ ใหห้ ่ จ กโ น

ตน้ ประ ณรศ ี ร่ กิ่ ก้ นและใบ ลึกประ ณ 20 ซ . ใ ่ป๋ ยุ ล ในร่ แล้ กลบ เ ่น ะ ่ ล ไย

ฯลฯ

5. การใส่ป๋ ยุ พร้อมกบั การให้น้า ก รเ ป๋ ยุ ละล ยน้ ใหแ้ ก่ แต่จะใ ไ้ ดก้ บป๋ ุยบ นิด ท่ี ี

ณุ บติละล ยน้ ไดเ้ ท่ น้น เ ่น ป๋ ยุ ยเู รีย และไดผ้ ลดีกบ ท่ีโตแล้

6. การใส่ป๋ ยุ ทางใบ เป็น ิธีก รน เ ป๋ ยุ ละล ยน้ แล้ น ย ไปฉีด น่ ล ไปบนใบ โดยตร

ก รท แบบน้ีจะใหผ้ ลเร็ ดี ก ้ รระ เ ้ น้ ป๋ ยุ เน จ กป๋ ยุ ที่ใหแ้ ก่ โดย ิธีน้ีจะ

ผ กบ ่ นต่ ๆ โดยเฉ ะใบโดยตร ซ่ึ จท ใหใ้ บไห แ้ ละต ยได้ ถ้ เ ้ น้

ป๋ ยุ กเกินไป

5.ให้อธิบายวิธกี ารทาน้าหมักชีวภาพจากพืช

ส่วนผสม
1. ย ด เกบ็ ในต นเ ้ ตรู่จะ ดุ ด้ ยธ ตุ ห ร เ ่น ย ด ร้ เ ลด็ ะเด ย ด ้ีเหลก็ ย ด

ริก ใบ ระแหน่ กระถิน ไ ยร บยกษ์ ห ้ ย ดผกต่ ๆ ร ท้ ผลไ ้ เ ่น ู่ ้ ท่ีติดผล ก
เกินไป ปริ ณ 1 ถ หร 15 ลิตร

2. น้ ะ ด 15 ลิตร หร ท่ ผก
3. EM 1/2 ลิตร (500 ซีซี)
4. ก กน้ ต ล 1/2 ลิตร (500 ซีซี)
5. ถุ ล ติก 1 ถุ
* ห กไ ่ ีน้ ต ลใหใ้ น้ ้ ต ลทร ยแด ปริ ณ 2 กิโลกร ผ น้ น้ ๆ
วธิ ที า
1. บ ผก ผลไ ้ ใหเ้ ป็น ิ้นเลก็ ๆ ย ปริ ณ 2 เซนติเ ตร
2. น ผก ผลไ ้ บล ในถ ล ติก หร โ ่
3. ผ EM และก กน้ ต ลในน้ ะ ดท่ีเตรีย ไ ้ แล้ เทผ ล ในถ หร โ ่
4. ปิ ดถ หร โ ่ ด้ ย ล ติกด เ เ กหร ย รดไ ้
5. ปิ ดฝ และ หนก ๆ ทบไ ้ ไ ใ่ ห้ ก ศเ ้
6. เกบ็ ไ ใ้ น ุณหภู ิปกติ ไ ่ใหถ้ ูกแ
7. ประ ณ 2-3 น เ ย่ ถ เบ ๆ เ ่ ระบ ยแก๊ ในถ
8. ใ ผ้ ้ กร น้ กดใ ่ ด ล ติก
9. 3

6.ให้อธิบายวิธกี ารทาน้าชีวภาพจากสัตว์

วธิ ีทาน้าหมกั จากปลา
1. น เศษซ กปล (ห กระดูก ไ ้ ) ล ในโ ่ ดินหร โ ่ ล ติก หร จใ ศ้ ตรู ่น ๆ แทน

ได้ เ ่น ห ยเ ร่ี ใน ตร เท่ ๆ กน
2. เติ น้ ต ลร ยแด ปริ ณเท่ กบเศษปล โดยน้ หนก ( ตร 1:1)
3. ห กทิ้ ไ ป้ ระ ณ 2-3 น แล้ เหล ท่ี ยใู่ นต ปล ก็จะซึ ก จ กเน้ ปล กล ยเป็น
เหล ภ ยหล จ กห กประ ณ 7-10 น จะ ีไ นล ย ก เหน รละล ย ใหใ้ ่จุลินทรีย์

ท้ ถ่ิน 2 ก
4. เ ่ ก รห กเกิด บรู ณ์ น้ ห กจะ ีกล่ินเปร้ีย และ ีกลิ่นเห น็ ปกติใ เ้ ล ประ ณ 21 น ก็

ใ ไ้ ดแ้ ล้ ก รใ น้ ้ ห กจ กปล จะใ ไ้ ดโ้ ดยก รเจ จ น้ 1,000 เท่ หล จ กน้นก็ รถน ไปฉีด
น้ หร รดบนดินใหก้ บตน้ เ ่ ใ เ้ ป็นแหล่ ธ ตุ ห รไนโตรเจนใหก้ บ กระดูกปล ที่เหล จ ก
ก รห ก เ ่ น ผ กบน้ ห ก ้ กล้ ใน ตร 10 เท่ กระดูก ท ใหไ้ ดแ้ ลเซีย ฟ เฟตท่ี
ี ุณภ

7.ให้บอกวธิ ีการให้น้าแก่พืช

วิธีการให้นา้ ท่ีนิยมปฏบิ ัติในประเทศไทย แบ่งออกได้เป็ น 4 วิธี
1. ธิ ีก รใหน้ ้ ท ผิ ดิน เป็น ิธีก รใหน้ ้ แก่ โดยให้น้ หร ไหลไปบนผิ ดินหร ซึ ล ไป

ในดิน ก รใหน้ ้ ิธีน้ี ีหล ยรูปแบบ แตท่ ่ีนิย ท่ ไป ก รใหน้ ้ แบบ เป็น ่ ที่ ีแปล ใหน้ ้ และ ้นดิน
ล้ ร บ เ ่ บ บก รไหล น้

2. ิธีก รใหน้ ้ ท ใตด้ ิน เป็น ธิ ีก รใหน้ ้ แก่ โดยก รยกระดบน้ ใตด้ ินใหถ้ ึ เ ตร ก น้ จะ
ไหลไป ู่จุดต่ ๆ ในเ ตร ก ท่ีปลกู โดยก รดูดซบ ธิ ีเ ิ่ ระดบน้ ใตด้ ิน จท โดยก รใหน้ ้ ใน ูหร
ใหน้ ้ ไหลเ ้ ไปในท่ ท่ีฝ ไ ใ้ ตด้ ิน ธิ ีน้ีล ทุน ู ก

3. ิธีก รใหน้ ้ แบบหยด เป็นก ร ่ น้ ล ู่ ้นดินบริเ ณที่ ีร ก ปลูก ยู่ ่ เ ด้ ยจ น น
น้ ที่ ก ทีละน้ ย น้ ที่ให้แก่ จ ยใู่ นรูป เ ด็ น้ เลก็ ๆ ซ่ึ ฉีด ก จ กห ฉีด น ดเลก็ ที่
ต้ ก รแร ดนไ ่ ก หร เป็นหยดน้ หร ยน้ เลก็ ๆ ่ ยลดป ห โร หร แ ล ที่เกี่ย เน่ จ ก
ก รเปี ยก ้น ใบ ิธีน้ี ี ้ เ ียท่ี ก ร ุดตนที่ห จ่ ยน้

4. ธิ ีก รใหน้ ้ แบบฝ ยหร ระบบฝนเทีย เป็นก รกระท โดยน้ ที่จะให้ น้นถกู ูบจ กแหล่
น้ ผ่ นไปย ้นท่ีเ ะปลกู ด้ ยแร ดน ู และใหน้ ้ ่นเป็นฝ ย ก ท ห ฉีดหร ต รูที่เจ ะไ ต้
ท่ ให้ ้นึ ไปใน ก ศ แล้ ปล่ ยใหน้ ้ แ ร่กระจ ยล บน ้นท่ีเ ะปลกู

8.ให้บอกวิธีการคลมุ ดนิ แปลงปลูกพืช
ก ร ุ ดินห ยถึ ก รใ ้ ดุ ย่ ใด ย่ หน่ึ ปก ลุ ผิ หน้ ดิน จเป็น ล ติก ฟ ้

ตน้ ถ่ ตน้ ธ แกลบ ้เี ถ้ แกลบ ้ีเล่ ย ตล ดจนใบไ แ้ ละห ้ แห้ ก รเล กใ ้ ดุใด ้นึ ยกู่ บ
ปริ ณ ร ประ ิทธิภ ก รใ ้ ่ ี เ ีย เห ะ และตร ต่ ตถปุ ระ ห์ ร ไ เ่ ยี ใด
ก ร ลุ ดิน จ ลุ ก่ นปลูกหร หล ปลกู ก็ได้

9.ให้บอกวธิ ีการป้องกนั กาจัดศัตรูพืช
1. วิธกี ล (mechanical method) เป็น ธิ ีก รใ เ้ ร่ ย่ ่ ยๆ เ ่ ท ล ยหร ป้ กนศตรู

ิธีก รน้ีเห ะกบก รก ิกรร น ดเลก็ และ ีแร น ่ ต ย่ เ ่น จบเ ย่ ใหห้ ล่นแล้ จบท ล ย ก ร
ใ ้ จบแ ล ท ล ย ก รใ เ้ ร่ ร บร ก รใ เ้ ร่ ดูดแ ล ก รร่ นแล้ แยก กใ ก้ บก ร
แยกแ ล ศตรู กจ กเ ลด็ ธ ก รใ ก้ บดก และก รใ ก้ ล่ิน บท เ ศ

2. วธิ ที างกายภาพ ไดแ้ ก่ ก รเผ ด้ ยไฟ ก รใ เ้ ร่ เ ีย ก รใ ้ ร้ น ก รใ ก้ ระแ ไฟฟ้
3. วธิ กี ารเขตกรรม (cultural method) เป็น ิธีก รจด ภ แ ดล้ ใหไ้ ่เห ะ ต่ ก ร
เจริ เติบโต และแ ร่ระบ ด ศตรู โดย ศย ิธีก รเ ตกรร ต่ ๆ เ ่น

3.1 ก รไถ ร นต กหน้ ดินไ ก้ ่ นก รปลูก
3.2 ก รปล่ ยน้ ท่ แปล ก่ นก รเตรีย ดิน ใหแ้ ล ศตรู ่น ๆ เ ่น หนู และ
ถูกน้ ท่ ต ยไปก่ น
3.3 ก รปลูก ห นุ เ ียน (crop rotation) เป็นก รตดท ล ย ี ติ แ ล และ
3.4 ก รไถ ร นหล ก รเกบ็ เกี่ย เ ่ ท ล ยท่ี ยู่ ศย หนู ปู และ
3.5 ก รก จด ด้ ยก รถ ก ถ หร ร น
3.6 ก รเล ก ้นที่ปลูกในท่ีซ่ึ ไ ป่ ร กฏก รระบ ด ศตรู ก่ น
3.7 ก รเล กฤดูหร ่ เ ล ปลูกท่ีเห ะ เ ่ หลีกเล่ีย ก รระบ ด ศตรู
3.8 ก รบ รุ ตน้ ปลูกใหแ้ ็ แร ทนท นต่ ก รท ล ย หร แก่ แย่ ศตรู
4. การใช้พนั ธ์ุต้านทาน (resistant variety) โดยก ร ดเล กหร ก รผ นธุ์ เ ่ ห นธุท์ ี่
แ ็ แร ต้ นท นต่ ศตรู
5. วธิ ที างกฎหมาย (legal control) เป็น ธิ ีก รท กฎห ยโดยก รห้ และระบโุ ทษ หรบ
ผฝู้ ่ ฝน เ ่น กฎห ยกกกน และ ระร บ ติกกกน
6. วธิ ีทางพนั ธุกรรม เป็นก รท ใหแ้ ล ี ผิดปกติ เ ่น ก รใหเ้ กิด ผ่ เหล่ ก รท ให้
แ ล เป็นห น
7. การใช้สารสกดั จากธรรมชาติควบคมุ แมลงศัตรูพืช รเ ีที่ กดจ ก เ ่น โลต่ ิ้น ไ รีทร
ย ูบ ะเด ตะไ ร้ห ่ เป็นตน้

8. การควบคมุ โดยชีววธิ ี (biological method) เป็น ธิ ีก รใ ศ้ ตรูธรร ติให้ บ ุ ศตรู โดย
ศยหลกก ร ดุลธรร ติ เ ่นก รใ ต้ ห้ ต เบียน หร เ ้ โร ในก ร บ ุ แ ล ศตรู ก รใ ้
แ ล และปล ในก รก จด น้ ธิ ีก รน้ีไ เ่ ป็น นตร ยต่ ภ แ ดล้ ในแ ่ ลภ ะ

9. การควบคุมด้วยสารเคมี (chemical method) เป็น ธิ ีก รใ ้ รเ ีเ ่ ก จด ท ล ย หร ป้ กน
ศตรู โดยตร ิธีน้ีเป็น ธิ ีที่นิย เ ร ะ ะด กร ดเร็ และ ีประ ิทธิภ ู รถแกป้ ห เฉ ะ
หน้ ไดด้ ี แต่กเ็ ป็น ธิ ีก รท่ี ี นตร ยต่ ผใู้ ้ และต่ ิ่ แ ดล้ กถ้ ห กใ ้ ย่ ไ ่ถูกต้ ใ ผ้ ดิ ธิ ี

10.ให้บอกวธิ ีการเกบ็ เกย่ี วและการจัดการผลผลติ
หลกั การเกบ็ เกย่ี วผลผลติ
1. นิด แตล่ ะ นิดจะ ุ แก่ไ ่ ร้ กน ในบ ร้ นิดเดีย กนแก่ไ ่ ร้ กน
2. ภ ะ ก ศ ุณหภู ิ ้น ก ศ ีผลต่ ก รแก่ ต ปกติ ุณหภู ิ ู เร่ ระยะ

ก รแก่ ุณหภู ิต่ จะยดก รแก่
3. ระยะท ไป ู่ตล ด ผลผลิตบ ย่ ถ้ เกบ็ ผลผลิตที่แก่เต็ ท่ีก ่ จะถึ ตล ด จเกิด

เ ียห ยได้
ดัชนีการเกบ็ เกย่ี ว แต่ละ นิดแตกต่ กนไป ไดแ้ ก่
1. การเกบ็ เกย่ี วผลไม้ เ ล เกบ็ เกี่ย ้นึ ยกู่ บ นิด นธุ์ และต้ จิ รณ ถึ ระยะท ที่จะ

่ ผลไ ไ้ ปถึ ตล ด ก รเกบ็ เกี่ย ผลต้ เก็บเกี่ย ท่ีแก่ เห ะ ถ้ เกบ็ ผลไ ่แก่เต็ ที่ผลไ จ้ ะ ี น ดเลก็ ี
ไ ่ ย เปร้ีย เน้ หย บ แ ็ กลิ่นแปรเปลี่ยนไป และจะท ใหเ้ กิดโร ท ล ย ุณภ ผลได้ แก่

ผลไ ้ เกตได้ เ ่น
1.1 ก รเปล่ียน ี ผล
1.2 รูปร่ และลกษณะ ผล
1.3 หน เน้ จะน้ ยล
1.4 ปริ ณกรดและน้ ต ลในผล โดยใ ้ ธิ ีก รทดล ิ หร ก ร ดด้ ยเ ร่ ด

ห น ท่ีเรียก ่ hand refractometer
2. การเกบ็ เกย่ี วผกั ก รเก็บเก่ีย ผกเร็ เกินไป จไดผ้ ลผลิตท่ี ุณภ ไ ่ดี แต่ถ้ ะล จน ้ ก็

จท ใหผ้ กเน่ เ ีย บ นิด เกต ยกุ รเกบ็ เกี่ย ที่เห ะ ย ก ด น้นจึ ต้ ห ยกุ รเกบ็ เกี่ย ที่
เห ะ ซ่ึ จ จิ รณ ไดจ้ ก

2.1 ก รใ ป้ ระ ท ผ ไดแ้ ก่ ก ร ิ ร ก รฟ เ ีย ก รด กลิ่น และ ่น ๆ
2.2 ก รประ ณ ยนุ บจ ก นปลกู จนถึ ก รเกบ็ เก่ีย ยกุ รเก็บเกี่ย ้ึน ยกู่ บ นิด
นธุ์ ่ เป็น นธุ์หนกหร เบ และต้ จิ รณ ภ ฤดูก ลตล ดจน ดุ บรู ณ์ด้ ย

3. การเกบ็ เกย่ี วพืชไร่ ้ จิ รณ ในก รเกบ็ เก่ีย ไร่ ีด น้ี
3.1 ยุ เป็นลกษณะประจ นธุ์ นิดน้น ๆ
3.2 นบ ยตุ ้ แต่ กด ก ิธีน้ีจะแ ่นย ก ่ ิธีแรก
3.3 ก ร เกตก รเปลี่ยนแปล ท รีร ิทย ใน ้ ระยะก รเก็บเก่ีย ที่เห ะ เรียก ่

ระยะ ลบ ลึ

4. การเกบ็ เกยี่ วไม้ดอก ยกุ รตดด กที่เห ะ หรบไ ด้ ก ในแต่ละ นิดน้น ี
แตกต่ กน ท้ น้ี ้ึน ยกู่ บ นธุแ์ ละฤดูปลกู ด้ ย

วิธกี ารเกบ็ เกย่ี ว ี ธิ ีก รด ต่ ไปน้ี
1. ก รเก็บเกี่ย ด้ ยแร น น
2. ก รเกบ็ เก่ีย ด้ ยแร น ต ์
3. ก รเกบ็ เก่ีย ด้ ยเ ร่ ยนต์

การเตรียมผลผลติ ก่อนการจาหน่าย ก รเตรีย ผลผลิตด น้ี
1. ก รตกแต่ ก รตกแต่ ุณภ ภ ยน ก ี จ เป็นเ ร ะจะท ให้ ณุ ภ ี นดี ้ึน

เป็นท่ีต้ ก ร ตล ดและผบู้ ริโภ
2. ก ร ระล้ เป็นก รท ะ ดผลผลิต โดยก ร จด ่ิ กปรกท่ีติด จ กผลผลิต

จใ ้ ิธีก รเ ็ด ก รล้
3. ก ร ด ห ยถึ ก ร ด น ด ี น้ หนก ผลผลิตท่ี ี ณุ ภ ดี กจ กผลผลิตที่ ี

ณุ ภ ท่ีไ ด่ ี
4. ก รบรรจุ ห ยถึ ก รน ผลผลิตที่ได้ บรรจุในภ นะที่ รถป้ กนก ร

กระทบกระเท นได้ เ ่ นน ผลผลิตน้น ก ู่ตล ด
5. ก ร น ่ ก ร น ่ ผลผลิต ีจุด ุ่ ห ยที่จะน ผลผลิตจ กแหล่ ผลิตไปถึ

ผบู้ ริโภ ในเ ล นร ดเร็ ่ ใ จ้ ่ ยต่ และผลผลิตย ภ ดี ไ บ่ บ ้ ไ เ่ ียห ย ลกษณะ น ่ ท่ีใ ้
ในปจจุบน ไดแ้ ก่ ท รถยนต์ รถไฟ เร เป็นตน้

แบบทดสอบก่อนเรียน-หลงั เรียน
หน่วยท่ี 5 เร่ือง ความรู้เบื้องต้นเกยี่ วการปลกู และการดูแลรักษา

้ีแจ ท เ ร่ ห ย กล ล ต บท่ีถกู ต้ ที่ ุดเ ีย ้ ละ 1 ต บ

1. ้ ใด เหตภุ ยน ก เ ลด็ ที่ท ใหเ้ ลด็ ไ ่ ก

ก. เปล กหน แ ็ . เปล ก ีร ห น

. เปล ก รุ ระ . ตน้ ่ นเจริ ไ เ่ ต็ ที่

2. ท่ น นธุ์ ้ ยท่ีเห ะ จะน ไปปลกู ร ีต ย่ น้ ยประ ณกี่ต

ก. 1 ต . 2 ต . 3 ต . 4 ต

3. ท่ น นธุ์ น ปะหล ที่จะน ไปปลกู รตดให้ ี ย ประ ณกี่เซ็นติเ ตร

ก. 5 เซ็นติเ ตร . 10 เซ็นติเ ตร

. 15 เซ็นติเ ตร . 20 เซ็นติเ ตร

4. ใน ้ ใดนิย ย ย นธุ์โดยก รตด

ก. ะน . หน้

. เทียนท . ห กน ล

5. ะน นิย ย ย นธุด์ ้ ย ธิ ีใด

ก. ติดต . ต นก่ิ . ท บกิ่ . แยกหน่

6. ้ ใด ก รกระท ท่ีจด ่ เป็นก ร ย ย นธุ์

ก. ซ้ กุหล บ ี ู จ กตล ด 5 กระถ

. ต นกิ่ นปฏิ ทธ์ ได้ 3 กิ่

. โ ยตน้ โก น จ กเร นเ ะ 5 กิ่

. เ ่ นให้ห กน ล 10 ตน้

7. ้ ใด จุดประ ์ ก รเตรีย แปล

ก. เ ่ เตรีย แปล เ ะใหเ้ ห ะ ต่ ก รปลูก

. เ ่ ท ล ยและป้ กนก จด

. ปรบเน้ ดินใหโ้ ปร่ ร่ นซุย ก ศและน้ ถ่ ยเทได้ ะด ก

. ถกู ทกุ ้

8. ก รปลกู ด้ ยเ ลด็ ท ไดก้ ี่ ธิ ี

ก. 2 ิธี . 3 ิธี

. 4 ธิ ี . 5 ธิ ี

9. ป๋ ุยห ยถึ

ก. ห รเ ริ

. ตถทุ ่ีป้ กนแ ล ศตรู

. ตถุใดๆก็ต ท่ี ีธ ตุ ห ร เป็น ป์ ระก บ

. ไ ่ ี ้ ถกู

10. ป๋ ุยจ แนก กไดก้ ่ีประเภท

ก. 1 ประเภท . 2 ประเภท . 3 ประเภท . 4 ประเภท

1.1 ้ ใด ธ ตุ ห รหลกที่จ เป็นต่

ก. Mg . Mn . NPK . Fe

12. ตถุประ ์ ก รใ ป๋ ุย

ก. เ ่ิ ธ ตุ ห รใหก้ บ . เ ่ จ กดโร

. ป้ กนแ ล ศตรู . ไ ่ ี ้ ถูก

13. ป๋ ยุ ท่ีไดจ้ กก ร เ ร ะหท์ เ ี ้ ใด

ก. ป๋ ุย ินทรีย์ . ป๋ ุย นินทรีย์ . ป๋ ุย ด . ถูกทุก ้

15. ุณภ ป๋ ยุ ก ้ึน ยกู่ บ ้ ใด

ก. นิด ต ์ . นิด ห รที่ ต ก์ ิน . ยุ ต ์ . ถูกทุก ้

16. หลกในก รใ ่ป๋ ุย ้ ใด

ก. ใ ่ในบริเ ณร บเ ต ร ก . ใ ่ต ใจ บ

. ใ ่ทีละ ก . ไ ่ ี ้ ถูก

17. ูตรป๋ ยุ บนกระ บหร ภ นะที่บรรจุป๋ ยุ เ ี โดยปกติแล้ ีต เล ยกู่ ่ีต

ก. 1 ต . 2 ต . 3 ต . 4 ต

18. ป๋ ุยใน ้ ใดจดเป็น “ป๋ ยุ นินทรีย”์

ก.ป๋ ยุ ยเู รียหร ป๋ ุยน้ ต ล . ป๋ ุย ด . ป๋ ุยห ก .ป๋ ุย ก

19. ก รใหน้ ้ ในน ้ นิย ให้ ิธีใด

ก. ธิ ีก รใหน้ ้ ท ผิ ดิน . ิธีก รใหน้ ้ ท ใตด้ ิน

. ธิ ีก รใหน้ ้ แบบหยด . ิธีก รใหน้ ้ แบบฝ ยหร ระบบฝนเทีย

20. ้ ใดกล่ ผดิ เก่ีย กบศตรู

ก. หน นเจ ะฝกถ่ . ผเี ้ ผ เก รด กไ ้

. ร น้ ้ บนใบแต ก . ร ก ะละก ี ก รเน่


Click to View FlipBook Version