เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
ปีการศึกษา 2563
หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช 2551
สำ� นกั งำนส่งเสริมกำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศกึ ษำตำมอัธยำศยั จังหวดั เลย
ส�ำนักงำนสง่ เสริมกำรศกึ ษำนอกระบบและกำรศึกษำตำมอัธยำศัย
ส�ำนกั งำนปลดั กระทรวงศกึ ษำธกิ ำร
กระทรวงศึกษำธกิ ำร
ค�ำน�ำ
เอกสารพัฒนาทักษะวิชาการผู้เรียนรายบุคคล ฉบับนี้ เป็นเอกสารท่ีจัดท�ำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียน
ไดศ้ กึ ษาเรียนรดู้ ว้ ยตนเอง ใหเ้ กิดการพฒั นาทักษะทางวิชาการ และยกระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นในการเรียนรู้ตาม
หลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 มรี ายละเอยี ดสรปุ เนอื้ หาตามสาระการเรยี นร ู้
แบบทดสอบหลังเรียนและแบบบันทึกการพัฒนาทักษะวิชาการผู้เรียนรายบุคคล เพ่ือให้ผู้เรียนได้ประเมินและพัฒนา
ตนเองอย่างตอ่ เน่ืองใหม้ พี ้นื ฐานความร้เู พียงพอกับการศกึ ษาตามระดับ
คณะผู้จัดท�ำ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารเล่มน้ีจะเป็นประโยชน์ต่อนักศึกษา ในการศึกษาเรียนรู้ตามหลักสูตร
การศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 และขอขอบคณุ ทกุ ทา่ นทม่ี สี ว่ นรว่ มในการทำ� เอกสาร
เล่มนใ้ี ห้ส�ำเร็จ ลลุ ่วงดว้ ยดี
สา� นักงาน กศน.จงั หวัดเลย
สารบัญ
ค�ำน�ำ
สารบัญ
คำ� ชีแ้ จงการใชเ้ อกสารพฒั นาทกั ษะวิชาการผู้เรียนรายบุคคล
ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2563
รายวชิ าทักษะการเรียนร ู้ รหัสวชิ า ทร31001 1
สรปุ เน้อื หาสำ� คญั จากบทเรียน 1
แบบทดสอบรายวชิ าทกั ษะการเรยี นรู้ ทร31001 4
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า พท31001 6
สรุปเนอ้ื หาสำ� คัญจากบทเรียน 6
แบบทดสอบรายวชิ าภาษาไทย พท31001 9
รายวชิ าภาษาองั กฤษเพอื่ ชวี ติ และสงั คม รหสั วิชา พต31001 11
สรุปเนอ้ื หาสำ� คัญจากบทเรยี น 11
แบบทดสอบรายวิชาภาษาอังกฤษเพ่อื ชีวิตและสังคม พต31001 15
รายวิชาคณติ ศาสตร์ รหสั วชิ า พค31001 17
สรปุ เน้ือหาสำ� คญั จากบทเรยี น 17
แบบทดสอบรายวชิ าคณิตศาสตร์ พค31001 21
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร ์ รหสั วชิ า พว31001 23
สรุปเนือ้ หาสำ� คญั จากบทเรยี น 23
แบบทดสอบรายวิชาวทิ ยาศาสตร ์ พว31001 27
รายวชิ าชอ่ งทางการขยายอาชพี รหัสวชิ า อช31001 29
สรุปเนื้อหาสำ� คัญจากบทเรยี น 29
แบบทดสอบรายวิชาชอ่ งทางการขยายอาชีพ อช31001 31
รายวชิ าทักษะการขยายอาชพี รหัสวิชา อช31002 33
สรุปเนอ้ื หาส�ำคัญจากบทเรยี น 33
แบบทดสอบรายวชิ าทกั ษะการขยายอาชีพ อช31002 35
รายวิชาพฒั นาอาชีพใหม้ คี วามม่ันคง รหัสวชิ า อช31003 37
สรปุ เนือ้ หาส�ำคัญจากบทเรยี น 37
แบบทดสอบรายวชิ าพัฒนาอาชพี ให้มีความมน่ั คง อช31003 40
รายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง รหสั วชิ า ทช31001 42
สรุปเน้ือหาส�ำคญั จากบทเรียน 42
แบบทดสอบรายวิชาเศรษฐกจิ พอเพียง ทช31001 44
สารบญั (ต่อ)
หนา้
รายวิชาสุขศึกษา พลศึกษา รหสั วชิ า ทช31002 46
สรุปเนอื้ หาสำ� คัญจากบทเรยี น 46
แบบทดสอบรายวิชาสขุ ศึกษา พลศกึ ษา ทช31002 50
รายวชิ าศลิ ปศึกษา รหัสวิชา ทช31003 52
สรปุ เน้ือหาส�ำคญั จากบทเรยี น 52
แบบทดสอบรายวิชาศลิ ปศึกษา ทช31003 55
รายวิชาสังคมศึกษา รหสั วชิ า สค31001 57
สรปุ เนื้อหาส�ำคัญจากบทเรยี น 57
แบบทดสอบรายวชิ าสังคมศกึ ษา สค31001 60
รายวิชาศาสนาและหน้าที่พลเมือง รหสั วิชา สค31002 62
สรปุ เนื้อหาสำ� คญั จากบทเรียน 62
แบบทดสอบรายวชิ าศาสนาและหนา้ ที่พลเมอื ง สค31002 65
รายวิชาการพฒั นาตนเอง ชมุ ชน สงั คม รหสั วชิ า สค31003 67
สรปุ เนอ้ื หาส�ำคญั จากบทเรียน 67
แบบทดสอบรายวิชาการพฒั นาตนเอง ชุมชน สงั คม สค31003 70
เฉลยแบบทดสอบ 73
แบบบนั ทึกการพัฒนาทักษะวิชาการผูเ้ รยี นรายบคุ คล ระดบั มัธยมศึกษาตอนปลาย 75
เกณฑ์การประเมนิ ผลการพัฒนาทักษะวชิ าการผ้เู รยี นรายบคุ คล ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 76
บรรณานกุ รม
คณะผู้จดั ท�ำ
ค�ำช้แี จงการใชเ้ อกสารพฒั นาทกั ษะวิชาการผู้เรยี นรายบุคคล
ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปีการศกึ ษา 2563
เอกสารพฒั นาทกั ษะวิชาการผูเ้ รยี นรายบคุ คล ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปีการศกึ ษา 2563 เล่มนี ้ จัดท�ำ
ขึ้นเพื่อพัฒนาผู้เรียน ให้มีความรู้ความสามารถทางด้านวิชาการในรายวิชาบังคับ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบ
ระดบั การศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช 2551
ในการศึกษาเอกสารเลม่ นี้ผู้เรียนควรปฏบิ ตั ิ ดังน้ี
1. ผ้เู รยี นส�ำรวจวชิ าทีต่ นเองลงทะเบยี นเรียนในปกี ารศกึ ษา 2563
2. ผู้เรยี นศกึ ษาเนอ้ื หารายวิชาทต่ี นเองลงทะเบียนเรียน หรอื รายวชิ าอน่ื ๆ ท่ตี อ้ งการเรียนรู้
3. หลงั จากศกึ ษาในรายวิชาน้ัน ๆ แล้วผูเ้ รยี นต้องท�ำแบบทดสอบ แล้วน�ำมาเฉลยแบบทดสอบ
4. ผู้เรียนบันทึกคะแนนผลการทดสอบรายวิชาในแบบบันทึกการพัฒนาทักษะวิชาการผู้เรียนรายบุคคล
(อยู่ทา้ ยเลม่ )เพ่ือเปน็ แนวทางในการพัฒนาตนเองตอ่ เนอ่ื ง
5. ใหผ้ เู้ รยี นศกึ ษาเพม่ิ เตมิ ในรายวชิ าตา่ ง ๆ ไดจ้ ากแบบเรยี นตามหลกั สตู รการศกึ ษานอกระบบระดบั การศกึ ษา
ข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช 2551 ระดับมัธยมศึกษาตอนตน้ แหล่งเรยี นร้ ู และส่ือออนไลนอ์ ่ืน ๆ
สรปุ เน้ือหารายวิชาทักษะการเรยี นรู้ รหสั วชิ า ทร31001
จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. นักศึกษาสามารถบอกความหมายและความส�ำคัญของการเรียนรดู้ ว้ ยตนเองได้
2. นกั ศกึ ษาสามารถกำ� หนดเปา้ หมายและวางแผนการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง บนทกั ษะของการแสวงหาความรู้ ทกั ษะ
ในการแก้ปัญหา และเทคนคิ การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองได้
3. นกั ศกึ ษามเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองและบอกปจั จยั ทที่ ำ� ใหส้ ามารถเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองใหป้ ระสบความ
ส�ำเรจ็ ได้
ขอบเขตเน้อื หา
การเรยี นรใู้ นสาระทกั ษะการเรยี นรู้ เปน็ สาระเกย่ี วกบั รายวชิ าการเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง รายวชิ า การใชแ้ หลง่ เรยี นรู้
รายวิชาการจัดการความรู้ รายวชิ าการคิดเป็น และรายวิชาการวิจยั อยา่ งงา่ ย ในสว่ นของรายวิชา การเรียนรู้ด้วยตนเอง
เป็นสาระการเรียนรู้เก่ียวกับการพัฒนาทักษะการเรียนรู้ ในด้านการเรียนรู้ด้วยตนเอง เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ศึกษา
ค้นคว้า ฝกึ ทกั ษะในการเรียนร้ดู ้วยตนเอง เพอ่ื มงุ่ เสรมิ สร้างให้ผเู้ รยี นมนี สิ ยั รักการเรียนร้ซู ่งึ เป็นทกั ษะพ้ืนฐานของบคุ คล
แหง่ การเรยี นรทู้ ยี่ ง่ั ยนื เพอ่ื ใชเ้ ปน็ เครอ่ื งมอื ในการชน้ี ำ� ตนเองในการเรยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งตอ่ เนอ่ื งตลอดชวี ติ การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง
(Self-Directed Learning) เปน็ แนวทางการเรยี นรหู้ นงึ่ ทสี่ อดคลอ้ งกบั การเปลยี่ นแปลงของสภาพปจั จบุ นั ๆ ไดด้ ว้ ยตนเอง
เพื่อทต่ี นเองสามารถด�ำรงชีวิตอยใู่ นสังคมทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลงอยตู่ ลอดเวลาได้อย่างเป็นปกตสิ ุข
บทที่ 1 การเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง (Self-Directed Learning) เปน็ แนวทางการเรยี นรหู้ นงึ่ ทส่ี อดคลอ้ งกบั การ เปลยี่ นแปลง
ของสภาพปจั จบุ นั
การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง เปน็ หลกั การทางการศกึ ษาทมี่ แี นวคดิ พน้ื ฐานมาจากทฤษฎขี องกลมุ่ มนษุ ยน์ ยิ ม(Human-
ism) ซง่ึ เชื่อว่า มนษุ ย์ทกุ คนมธี รรมชาติเปน็ คนดี มเี สรภี าพและความเปน็ ตนเอง มีความเป็นปจั เจกชน มศี กั ยภาพ และ
การรบั รู้ตนเอง มีความเปน็ จริงในสิ่งทต่ี นสามารถเป็นได้ มกี ารรบั รู้ มคี วามรบั ผิดชอบและความเป็นมนษุ ย์ ดังนั้น การที่
ผู้เรยี นสามารถเรยี นรู้ดว้ ยตนเองไดน้ ับวา่ เปน็ คุณลกั ษณะท่ดี ี ซง่ึ มีอยใู่ นตวั บคุ คลทุกคน ผู้เรียนควรจะมีคณุ ลักษณะของ
การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองจดั เปน็ กระบวนการเรยี นรตู้ ลอดชวี ติ ยอมรบั ในศกั ยภาพของผเู้ รยี นวา่ ผเู้ รยี น
ทกุ คนมคี วามสามารถทจ่ี ะเรยี นรสู้ ง่ิ ตา่ ง ๆ ไดด้ ว้ ยตนเอง เพอ่ื ทต่ี นเองสามารถทดี่ ำ� รงชวี ติ อยใู่ นสงั คมทม่ี กี ารเปลยี่ นแปลง
อยตู่ ลอดเวลาได้อยา่ งเปน็ ปกติสุข
บทที่ 2 การใชแ้ หล่งเรียนรู้
ความรู้หรือข้อมูลสารสนเทศเกิดข้ึนและพัฒนาอย่างต่อเน่ืองตลอดเวลา และมีการเผยแพร่ถึงกัน โดยใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศภายในไม่กี่วินาที ท�ำให้มนุษย์ต้องเรียนรู้กับส่ิงที่เปล่ียนแปลงใหม่ๆ เพื่อให้ สามารถรู้เท่าทัน
เหตกุ ารณ์ และนำ� มาใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ตอ่ การด�ำรงชีวติ ได้อย่างมคี วามสขุ
ความหมายของแหลง่ เรียนรู้ แหล่งเรียนรู้ หมายถงึ บรเิ วณศนู ย์รวม บ่อเกิด แห่ง หรือท่ี ท่ีมสี าระเน้อื หาเปน็
ขอ้ มูล ความรู้ ความส�ำคัญของแหลง่ เรียนรู้ แหล่งเรยี นร้มู ีบทบาทสำ� คญั ในการพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของประชาชน เปน็
แหลง่ ที่มขี ้อมูล ความรู้ ตามวตั ถุประสงคข์ องแหลง่ เรียนรู้น้นั เชน่ สวนสตั ว์ ให้ความรเู้ รื่องสัตว์ พิพิธภัณฑ์ใหว้ ามรเู้ ร่อื ง
โบราณวัตถุสมัยต่าง ๆ และเป็นส่ือการเรยี นรสู้ มยั ใหม่ท่ีความรู้ก่อให้เกิดทกั ษะ และชว่ ยการเรยี นรสู้ ะดวกรวดเร็ว เช่น
อินเทอร์เนต็
เอกสารพฒั นาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 1
ปีการศกึ ษา 2563
บทที่ 3 การจัดการความรู้
แนวคดิ เกย่ี วกับการจัดการความรู้ ความหมายของการจดั การความรู้ การจดั การ (Management) หมายถึง
กระบวนการในการเขา้ ถงึ ความรู้ และการถา่ ยทอด ความรทู้ ต่ี อ้ งดำ� เนนิ การรว่ มกนั กบั ผปู้ ฏบิ ตั งิ าน ซง่ึ อาจเรม่ิ ตน้ จากการ
บง่ ชค้ี วามรทู้ ต่ี อ้ งการใชก้ ารสรา้ ง และแสวงหาความรู้ การประมวลเพอ่ื กลนั่ กรองความรู้ การจดั การความรใู้ หเ้ ปน็ ระบบ
การสรา้ งชอ่ งทางเพอื่ การสอ่ื สารกบั ผเู้ กยี่ วขอ้ ง การแลกเปลย่ี นความรู้ การจดั การสมยั ใหมก่ ระบวนการทางปญั ญา เปน็
สง่ิ สำ� คญั ในการคดิ ตดั สนิ ใจ และสง่ ผลใหเ้ กดิ การกระทำ� การจดั การจงึ เนน้ ไปทก่ี ารปฏบิ ตั คิ วามรู้ (Knowledge) หมายถงึ
ความรทู้ ่คี วบคู่กับการปฏบิ ัติ
การจัดการความรู้เป็นการเรียนรู้จากการปฏิบัติ น�ำผลจากการปฏิบัติมาแลกเปล่ียนเรียนรู้กัน เสริมพลังของ
การแลกเปลยี่ นเรยี นรดู้ ว้ ยการชนื่ ชม ทำ� ใหเ้ ปน็ กระบวนการแหง่ ความสขุ ความภมู ใิ จ และการเคารพเหน็ คณุ คา่ ซง่ึ กนั และกนั
ทักษะเหล่าน้ีไปสกู่ ารสร้างนิสยั คดิ บวก มองโลกในแงด่ ี และสร้างวฒั นธรรมในองค์กรท่ีผูค้ นสมั พนั ธก์ นั ด้วยเรอ่ื งราวดี ๆ
บทที่ 4 คิดเป็น
การคิดเป็น คือ การใชข้ ้อมูลอยา่ งน้อย 3 ประการมาประกอบการตัดสนิ ใจ ขอ้ มูลด้านวิชาการ ขอ้ มลู เก่ียวกับ
ตนเอง ขอ้ มลู เกย่ี วกบั สงั คมและสงิ่ แวดลอ้ ม การทเี่ ปน็ ผรู้ จู้ กั ปญั หา เรอื่ งทกุ ข ์ รจู้ กั สาเหตแุ หง่ ทกุ ข์ ซงึ่ มอี ยใู่ นตนเองและ
สภาพแวดล้อม รู้จักคิดวิเคราะห์หาวิธีบ�ำบัดทุกข์ และใช้วิธีที่เหมาะสมในการดับทุกข์จึงจะเกิดความสุขแนวความคิด
เร่ืองคดิ เป็นมอี งค์ประกอบทีส่ �ำคญั ในเชงิ ปรัชญา 3 ส่วน กล่าวคอื เป้าหมายสูงสดุ ของชีวติ มนุษย์ คอื ความสุข มนษุ ย์
จงึ แสวงหาวธิ กี ารต่าง ๆ เพ่ือท่จี ะมุ่งไปสู่ความสุขนนั้ แตเ่ นื่องจากมนษุ ย์มีความแตกต่างกนั โดยพืน้ ฐานทัง้ ทางกายภาพ
อารมณ์ สงั คม จติ ใจและสภาวะแวดลอ้ ม ทำ� ใหค้ วามตอ้ งการของคนแตล่ ะคนมคี วามแตกตา่ งกนั การใหค้ ณุ คา่ และความ
หมายของความสขุ ของมนษุ ยจ์ งึ แตกตา่ งกนั การแสวงหาความสขุ ทแ่ี ตกตา่ งกนั นน้ั ขน้ึ อยกู่ บั การตดั สนิ ใจของคน แตล่ ะคน
การตัดสินใจน้ันจ�ำเป็นจะต้องใช้ข้อมูลอย่างรอบด้าน ซ่ึงโดยหลักการของการคิดเป็น มนุษย์ควรจะใช้ข้อมูลอย่างน้อย
3 ดา้ น คอื ขอ้ มลู ตนเอง ซง่ึ เปน็ ขอ้ มลู เกยี่ วกบั ตนเอง ทง้ั ทางดา้ นกายภาพ สขุ ภาพอนามยั ความพรอ้ มตา่ ง ๆ ขอ้ มลู สงั คม
ซ่งึ เปน็ ขอ้ มลู เก่ยี วกับสภาพแวดล้อม ครอบครวั สังคม วฒั นธรรม ความเชอ่ื ประเพณี ค่านยิ มตลอดจนกรอบคุณธรรม
จรยิ ธรรม และข้อมูลทางวชิ าการ คือความรูท้ ี่เกย่ี วข้องกับเรือ่ งทีต่ ้องคดิ ตัดสนิ ใจนั้น ๆ วา่ มีหรอื ไม่เพยี งพอท่ีจะน�ำไป
ใช้หรือไม่ การใช้ข้อมูลอยา่ งรอบดา้ นนี้ จะชว่ ยใหก้ ารคิดตัดสนิ ใจเพ่อื แสวงหาความสขุ ของมนษุ ย์เป็นไปอย่างรอบคอบ
เรียกวธิ กี ารคิดตัดสนิ ใจนวี้ า่ “คดิ เปน็ ” และเป็นความคดิ ทีม่ พี ลวตั คอื ปรบั เปลี่ยนไดเ้ สมอ เมือ่ ขอ้ มลู เปลยี่ นแปลงไป
เป้าหมายชีวติ เปล่ยี นไป
บทที่ 5 ความหมาย ความสำ� คญั ของการวจิ ยั
ความหมาย ความสำ� คญั ของการวจิ ยั เมอื่ ไดย้ นิ คำ� วา่ “การวจิ ยั คนสว่ นใหญจ่ ะรสู้ กึ วา่ เปน็ เรอื่ งทท่ี ำ� ยาก มขี นั้ ตอน
มาก ต้องใช้เวลานาน ต้องมคี วามรู้ในการสรา้ งเครือ่ งมือการวจิ ัย และการใชส้ ถิติต่างๆ ท�ำใหห้ ลายคนไมอ่ ยากท�ำวจิ ัย
ขอ้ เทจ็ จริงคือ การวจิ ยั มีหลายระดบั ตัง้ แต่ระดบั ยากๆ ซับซ้อน ทตี่ ้องใชค้ วามรทู้ างวชิ าการด้านต่างๆ และใช้เวลาเปน็ ปี
ในการทำ� วิจัยแตล่ ะเรื่องจนถงึ การวิจยั ทีง่ า่ ย ดงั นั้นการวจิ ัยจงึ ไมใ่ ช่เรอื่ งยาก อย่างท่ีคดิ เสมอไป คำ� ถามคือ การวิจัยคือ
อะไร ท�ำไมต้องท�ำวิจัย ท�ำแล้วได้ประโยชน์อย่างไร การวิจัยเป็นการหาค�ำตอบที่อยากรู้ที่สงสัยท่ีเป็นปัญหาข้อข้องใจ
แตค่ ำ� ตอบน้นั ตอ้ งเช่อื ถอื ได้ ไม่ใช่การคาดเดา หรอื คดิ สรุปไปเองโดยใช้ความร้สู ึก วิธีการหาค�ำตอบจึงตอ้ งเป็นกระบวน
การข้ันตอน อย่างเป็นระบบ ผลที่ไดจ้ ากการท�ำวจิ ัย นอกจากจะไดร้ ับค�ำตอบที่ต้องการร้แู ลว้ ผู้วจิ ัยเองกไ็ ดป้ ระโยชน์
จากการท�ำ วิจยั คือ การเปน็ คนชา่ งคดิ ชา่ งสงั เกต ศึกษาคน้ ควา้ หาความร้แู ละเขียนเรียบเรยี งอยา่ งเป็นระบบ
หมายเหตุ : ใหน้ ักศึกษา ไดศ้ กึ ษาเพ่ิมเติมจากหนงั สือแบบเรยี นรายวิชาทกั ษะการเรียนรู้ ทร31001
2 เอกสารพฒั นาทักษะวชิ าการผู้เรียนรายบคุ คล ระดบั มธั ยมศกึ ษาปลาย
ปีการศึกษา 2563
แบบทดสอบรายวชิ าทกั ษะการเรียนรู้ ทร31001
จงเลือกคำ� ตอบท่ีถกู ตอ้ งท่ีสุดเพียงค�ำตอบเดียว
1. การเรียนรดู้ ้วยตนเองมคี วามส�ำคญั ต่อนกั ศึกษาอย่างไร 6. การเรียนรู้แบบใด ที่นักศึกษาสามารถน�ำไปใช้ให้เกิด
ก. ประหยัดเวลาในการเรียนรู้ ประโยชน์ได้มากทสี่ ุด
ข. ไมต่ อ้ งมคี รกู ส็ ามารถเรียนรู้ได้
ค. ไม่ตอ้ งเสยี ค่าใช้จ่ายในการเรยี น ก. การเรยี นร้โู ดยกลมุ่
ข. การเรียนรดู้ ว้ ยตัวเอง
ง. ช่วยใหผ้ เู้ รยี นพฒั นาและเพิม่ ศกั ยภาพ ค. การเรียนร้ดู ้วยตนเอง
2. ขอ้ ใดไมใ่ ชค่ วามหมายของการเรยี นรูด้ ้วยตนเอง
ก. ผูเ้ รียนรเิ รมิ่ เรยี นรู้ตามความตอ้ งการ ง. การเรียนรู้จากสถาบนั การศกึ ษา
7. การเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองเพอ่ื ใหก้ ารเรยี นรบู้ รรลจุ ดุ มงุ่ หมาย
ข. กระบวนการเรียนรู้ทผี่ ู้เรยี นริเรมิ่ เรยี นรู้ ควรมเี ทคนคิ ในข้อใด
ค. เปน็ การประเมนิ ผลการเรียนโดยครูเท่านน้ั ก. อรุณา เปน็ คนมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์
ง. ผู้เรยี นจดั การแสวงหาแหล่างทรัพยากรของ ข. อุมารินทร์ มงุ่ มนั่ เรียนรู้จากสถาบนั ทางไกล
การเรยี นรู้ ค. อมุ าพร สบื คน้ ขอ้ มลู ดว้ ยตนเอง อยา่ งตอ่ เนอ่ื ง
3. ข้อความตอ่ ไปนี้สอดคล้องกับขอ้ ใด “การทบทวนความ จากสถาบนั การศกึ ษา
ส�ำเรจ็ ในอดีตจะสร้างเสรมิ ความภูมใิ จ กำ� ลงั ใจ เจตคติทีด่ ี ง. อรณุ ี เลอื กคบเพอ่ื นท่เี รยี นเก่ง
เกดิ ความเชอ่ื มน่ั และนบั ถอื ตนเอง” 8. ขอ้ ใดไมใ่ ชอ่ งคป์ ระกอบของการเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง
ก. เป้าหมายของชีวติ
ข. เวลาของชวี ติ ก. การใช้อนิ เทอรเ์ นต็ อยา่ งเดียวในการเรียนรู้
ดว้ ยตนเอง
ค. รู้เขา รู้เรา ข.การแสวงหาแหลง่ วิทยากร
ง. คุณค่าของตน
ค.การก�ำหนดจดุ มงุ่ หมายในการเรยี น
4. ลักษณะของบุคคลทเ่ี รยี นรู้ดว้ ยตนเอง ขอ้ ใดถกู ตอ้ ง ง.การวิเคราะห์ความต้องการของกล่มุ ผู้เรียน
ก. รตั น์ ชอบลอกการบา้ นเพ่อื นเป็นประจ�ำ 9. กสุ มุ า เปน็ ผบู้ กพรอ่ งทางการไดย้ นิ แตอ่ ยากเรยี นรู้ เรอ่ื ง
ข. พมิ พ์ ทำ� นำ�้ กลว้ ยหอมป่ันตามทคี่ รูแนะน�ำ การนวด ควรเลือกวธิ ีการเรยี นรู้ ในขอ้ ใดเหมาะสมทส่ี ดุ
ท้ังกระบวนการ ก. ฝกึ นวดดว้ ยตนเอง
ค. นิสา สองน้องให้รูจ้ ักวธิ สี บื ค้นข้อมูล
จากอนิ เทอร์เน็ต ข. อา่ นจากตำ� ราการนวด
ค. ดูคลปิ การนวดจากยูทปู
ง. น�้ำผึ้ง ศึกษาข้อมูลเพ่ือวางแผนการท่องเที่ยว ง. นวดกับหมอนวดและฝกึ นวด
ทางอนิ เทอร์เนต็ 10. การที่ผู้เรียนจะประสบความส�ำเร็จในการเรียนได้น้ัน
5. ทา่ นควรเรมิ่ ตน้ แกไ้ ขปญั หาอยา่ งไร หากคนในครอบครวั ขอ้ ใดมคี วามสำ� คญั เป็นลำ� ดับแรก
ตดิ ยาเสพตดิ ก. ความรับผิดชอบในการเรยี นรู้ด้วยตนเองของ
ก. หาสาเหตขุ องปญั หาว่าเกดิ จากอะไร
ข. หาทางสืบให้รูว้ ่าซื้อยาเสพตดิ จากที่ใด ผเู้ รียน
ข. เพ่อื นในหอ้ งเรยี น
ค. ท�ำความเข้าใจว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหา ค. ฐานะทางการเงนิ
ทวั่ ไปในปจั จบุ นั ง. การประเมินผล
ง. ให้ออกจากบ้านไปอย่ทู อี่ ่ืน
เอกสารพฒั นาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 3
ปีการศกึ ษา 2563
11. ข้อใดไม่ใช่วิธีการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง 16. Mind Map คอื ข้อใด
อยา่ งเหมาะสม ก. การท�ำแผนการสอน
ก. คิดหาวิธกี ารด�ำเนินงานตามโครงการท่วี างไว้ ข. การท�ำแผนทีบ่ า้ น
ข. การตัดสินใจดว้ ยตนเองว่าเป็นไปตาม ค. การทำ� แผนผงั ความคิด
จดุ มงุ่ หมายหรอื ไม่ ง. การทำ� แผนการดำ� เนินงาน
ค. การสงั เกตการปฏบิ ตั ขิ องตนเองวา่ เปน็ ไปตาม 17. ข้อใดไม่ใช่ปัจจัยด้านความพร้อมของการเรียนรู้ด้วย
เป้าหมายหรือไม่ ตนเองทนี่ �ำไปใชใ้ นการแก้ปัญหา
ง. การตอบสนองความพึงพอใจ มีการพัฒนา ก. การมคี วามรบั ผิดชอบต่อการเรียนรู้ของตน
ปรบั ปรุงการปฏบิ ตั งิ านของตนเอง ข. การมคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ เรยี นรเู้ รอ่ื งคนอนื่ เสมอ
12. ข้อใดเป็นการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากแหล่ง ค. การมคี วามรบั ผดิ ชอบในหนา้ ทท่ี ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
เรียนรใู้ นท้องถน่ิ ง. การเปิดโอกาสในการเรยี นรู้ มีทักษะในการ
ก. อ๋อย ไปหอ้ งคอมพิวเตอรเ์ พือ่ สืบคน้ ขอ้ มูล แกไ้ ขปญั หา
ข. แอ๋ม ไปอ่านหนงั สอื คู่มอื ฟิสิกสท์ ่ี 18. ถา้ เพือ่ นของทา่ นทะเลาะกนั และทา่ นเปน็ ความกลาง
ศนู ยว์ ิทยาศาสตร์ ทา่ นจะแกไ้ ขปญั หาน้อี ยา่ งไร
ค. อุม๋ ไปค้นควา้ สรรพคณุ ของยาสามญั ประจ�ำ ก.เขา้ ไปห้ามแลว้ แยกเพื่อนออกจากกนั
บา้ นทีส่ ถานศึกษา ข.รีบบอกผ้ปู กครองของเพอื่ นใหม้ าหา้ ม
ง. ออ๋ ม เรียนท�ำปยุ๋ หมกั กับกลุ่มเกษตรกร ค.ระมดั ระวงั ตวั ไมเ่ ขา้ ไปใกลอ้ าจถูกท�ำร้ายได้
ในหมบู่ า้ น ง.ฟงั ความท้งั สอง ผา่ ยและใชเ้ หตผุ ลในการแก้ไข
13. ข้อใดเป็นวิธีการฝึกฝนตนเองให้เป็นนักพูดที่มี ปญั หาว่าเกดิ จากอะไร
ประสิทธิภาพ 19. สมพร มีความสนใจการท�ำปุ๋ยอินทรีย์และทดลอง
ก. เตรียมเนอ้ื หาที่จะพูดไว้ลว่ งหนา้ ปฏบิ ตั ิจริงจนประสบผลสำ� เร็จเกดิ จากปจั จัยตามขอ้ ใด
ข. พูดใหเ้ รว็ เพ่ือไม่ให้เป็นการเสยี เวลา ก. สร้างบรรยากาศสง่ิ แวดลอ้ มทส่ี ะดวกสวยงาม
ค. ทกั ทายกับผฟู้ งั เสมือนเป็นญาติสนิท เอ้ือตอ่ การเรยี นรตู้ ลอดชวี ิต
ง. ใช้ภาษาอังกฤษสอดแทรกในการพูดทุกครั้ง ข. มีความเขา้ ใจตนเอง ใฝร่ ู้ ใฝศ่ กึ ษาหาความรตู้ อ่
14. ข้อใดเป็นหลักการในการพูดแสดงความคิดเหน็ สิ่งแวดล้อมรอบตัวอย่เู สมอ
ก. พูดตรงไป ตรงมา ค. มีแหล่งเรียนรู้ท่ีพร้อมและสะดวกส�ำหรับการ
ข. พูดอย่างมีเหตผุ ล เรยี นรู้
ค. พดู ดว้ ยน�้ำเสยี งออ่ นหวาน ง. มบี รรยากาศแวดลอ้ มทเี่ ออื้ อำ� นวยตอ่ การเรยี นรู้
ง. พูดดว้ ยถ้อยคำ� สุภาพ น่มุ นวล 20. นักศึกษาสามารถผลิตแท่นอัดก้อนเพาะเห็ดนางฟ้า
15. "ปลานลิ ปลาทับทิม ปลาตะเพยี น ปลาดุก ปลาช่อน และเห็ดนางรมได้ เป็นลักษณะความพร้อมในการเรียนรู้
ปลาน้ำ� จดื " จากข้อมูลดังกลา่ วข้อใดเปน็ ค�ำส�ำคัญหรือ ดว้ ยตนเองตามองค์ประกอบข้อใด
คำ� หลัก ก.รักการเรยี นรู้
ก. ปลาดุก ข.มอี ตั มโนทัศน์
ข. ปลานลิ ค.มคี วามรับผิดชอบ
ค. ปลาน�้ำจืด ง.มคี วามคิดสร้างสรรค์
ง. ปลาตะเพียน
4 เอกสารพฒั นาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดับมัธยมศกึ ษาปลาย
ปีการศกึ ษา 2563
สรปุ เน้อื หารายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา พท31001
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นกั ศึกษาบอกความส�ำคัญและบอกคุณค่าของสอ่ื ในการฟัง การดูและการพดู ในการเรยี นและในชวี ติ
ประจำ� วนั ได้
2. นักศกึ ษาสามารถวิจารณค์ วามสมเหตสุ มผล การล�ำดบั ความและความเปน็ ไปได้ของเรอ่ื งท่ฟี งั การดูและ
การพูดได้
3. นกั ศกึ ษาสามารถนำ� เสนอความรู้ ความคิดเหน็ ที่ไดจ้ ากการฟัง การดแู ละการพดู ได้
4. นักศกึ ษาบอกศลิ ปะการพูดทเ่ี ป็นทางการและไม่เป็นทางการได้อย่างเหมาะสมกับโอกาสและบุคคล
5. นักศกึ ษาสามารถวิเคราะห์ ประเมินค่าการใชภ้ าษาพดู จากสื่อ ตา่ ง ๆ ได้
6. นกั ศึกษาบอกวธิ ปี ฏบิ ัตติ นเป็นผ้มู มี ารยาทในการฟัง การดแู ละการพูด ในโอกาสตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ งและ
สามารถน�ำไปใช้ในการเรียนและในชวี ติ ประจำ� วนั ได้
ขอบเขตเน้อื หา
ภาษาไทยเปน ภาษาทบี่ ง บอกถงึ เอกลกั ษณค วามเปน็ ไทยมาชา นาน ตงั้ แตโ บราณจนถงึ ปจ จบุ นั ภาษาไทยเปน ภาษา
ทส่ี ภุ าพ ไพเราะ ออ นหวาน และสง่ิ ทสี่ าํ คญั คอื เปน ภาษาทใ่ี ชใ นการสอื่ สารของมนษุ ยใ นชวี ติ ประจาํ วนั หากมกี ารพดู ภาษาไทย
ใหถกู ตองเหมาะสมตามกาลเทศะแลว จะแสดงถึงกิรยิ ามารยาท ท่ีเรียบรอ ย นอบนอ ม มสี มั มาคารวะ จะทําใหค นอ่ืน
มีความรักใครในตัวเรานอกจากน้ี ภาษาไทยยังสามารถนํามาดัดแปลงแตงเปนคํากลอน แตงเปนเพลงไดอยางไพเราะ
เพราะพรง้ิ ฉะนนั้ เพอ่ื ใหผ เู รยี นเกดิ ทกั ษะอยา งถกู ตอ งและเหมาะสมในการสอ่ื สารกบั ผอู น่ื อยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ รจู กั แสวงหา
ความรแู ละประสบการณ รกั การอา น การเขยี น การพดู การบนั ทกึ ความรแู ละขอ มลู ขา วสารทไ่ี ดร บั เกดิ ความภาคภมู ใิ จ
ในความเปนเจา ของภาษา และเหน็ คณุ คา ของบรรพบรุ ษุ ที่ไดส รางสรรคผลงานไวผเู รียนควรทจ่ี ะรซู ึ้งถงึ คณุ คา ตลอดจน
รกั และหวงแหนภาษาไทยเพื่อใหค งอยูคกู ับคนไทยตลอดไป
บทท่ี 1 การฟัง การดู
สรุป มารยาทในการฟงั และดไู ด้ ดังน้ี
1. ฟังและดูด้วยความตั้งใจ ตามองดผู พู้ ูดไมแ่ สดงออกดว้ ยอาการใด ๆ ท่บี อกถงึ ความไมส่ นใจ
2. ไม่ท�ำความรำ� คาญแกผ่ อู้ ื่นที่ฟงั และดูด้วย
3. ไมแ่ สดงกริยาไมเ่ หมาะสมใด ๆ เช่น โห ฮา ฯลฯ
4. ถา้ จะแสดงความคดิ เหน็ หรอื ถามปญั หาขอ้ ขอ้ งใจ ควรจะขออนญุ าตกอ่ นหรอื เมอ่ื ทปี่ ระชมุ เปดิ โอกาสใหถ้ าม
และแสดงความคิดเห็น
5. ไม่ควรเดินเขาหรือเดินออกขณะท่ีผู้พูดก�ำลังพูดหรือก�ำลังแสดงหากจ�ำเป็นจริง ๆ ควรจะท�ำความเคารพ
ประธานกอ่ น
บทท่ี 2 การพูด
ผู้มมี ารยาทดีในการพดู
ผู้พูดเป็นผู้ที่ถ่ายทอดความรูสึกความคิดเห็น ขอเท็จจริง ตลอดจนทัศนคติของตนไปสู่ผู้ฟง โดยสื่อทางภาษา
เสยี ง อากปั กริ ิยา และบคุ ลกิ ภาพ ใหป้ ระสทิ ธภิ าพทสี่ ดุ ผ้พู ูดจะตองมีมารยาทและคุณธรรมในการพดู และผพู ูดเองต้อง
มีการเตรียมตัว มีความรู และประสบการณในเร่ืองที่จะพูดอย่างดีเร่ืองและสาระท่ีพูดต้องมีประโยชนตอผู้ฟังควรเป็น
เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 1
ปีการศึกษา 2563
เรือ่ งทนั สมัย เนอื้ หาชัดเจน ผพู้ ดู ตองขยายความคิดและยกตวั อย่างใหช้ ดั เจน
บทท่ี 3 การอา่ น
มารยาททว่ั ๆ ไปในการอ่าน มดี งั น้ี
1. ไมค่ วรอา่ นเรื่องทเี่ ปน็ สว่ นตัวของบคุ คลอ่นื เชน จดหมาย สมุดบันทกึ
2. ในขณะทม่ี ีผู้อ่านหนังสือไมควรชะโงกไปอา นขา งหลงั ใหเปน ทร่ี ำ� คาญและไม่ควรแยง่ อ่าน
3. ไมอา นออกเสียงดงั ในขณะทีผ่ อู ่ืนตองการความสงบ
4. ไมแ กลงอา นเพอ่ื ลอ เลยี นบคุ คลอ่นื
5. ไมควรถอื วสิ าสะหยิบหนงั สืออื่นมาอา นโดยไมไ ดร บั อนุญาต
6. ไมอ านหนงั สอื เมื่ออยใู นวงสนทนาหรือมกี ารประชมุ
7. เมอ่ื อา นหนงั สอื ในหอ งสมดุ หรอื สถานทซี่ ง่ึ จดั ไวใ หอ า นหนงั สอื โดยเฉพาะ ไมส ง เสยี งดงั ควรปฏบิ ตั ติ ามระเบยี บ
กฎเกณฑของสถานท่เี หลา นนั้ อยางเครง ครดั
บทที่ 4 การเขียน
หลกั การเขยี น การเขยี น คอื การแสดงความรู ความคดิ อารมณค วามรสู กึ และความตอ งการของผสู้ ง่ สารออกมา
เปน ลายลกั ษณอ กั ษรเพอ่ื ใหผ รู บั สารอา นเขา ใจไดร บั ความรู ความคดิ อารมณ ความรสู กึ และความตอ้ งการตา ง ๆ เหลา นน้ั
การเขียนเปนพฤติกรรมของการสงสารของมนุษย ซึ่งมีความสําคัญไมยิ่งหยอนไปกวาการสงสารดวยการพูดและ
การอาน เพราะการเขียนเปนลายลักษณอักษรหรือตัวหนังสือจะคงทนถาวรและกวางขวางกวาการพูดและการอาน
การทเี่ ราไดทราบความรูค วามคดิ และวิทยาการตา ง ๆ ของบคุ คลในยุคกอน ๆ ก็เพราะมนษุ ยร ูจกั การเขยี น
บทที่ 5 หลกั การใชภาษา
ความหมายของภาษา ภาษา เปนคําท่เี รายนื มาจากภาษาสันสกฤต ถาแปลตามความหมายของคาํ ศพั ทภ าษา
แปลวา ถอ ยคําหรอื คําพดู ที่ใชพดู จากนั ค�ำวา ภาษาตามรากศพั ทเ ดมิ จงึ มีความหมายแคบคือหมายถงึ คําพูดแตเพยี ง
อยางเดยี ว
ขอ้ สงั เกตและจดจำ� ในการเขียนภาษาไทย
1. หลกั การประวิสรรชนียใ์ นภาษาไทย - ค�ำทข่ี นึ้ ตน้ ด้วยกระ/กะ ในภาษาไทยให้ประวสิ รรชนีย์ เช่น กระเชา้
กระเซ้า กระแส กระโปรง กระทรวง กระทะ กระพรบิ กะปิ เปน็ ต้น
2. ค�ำทเี่ ปน็ คำ� ประสมท่ีคำ� หนา้ ก่อนเปน็ เสยี งอะ ให้ประวิสรรชนีย์ - เชน่ ตาวนั เปน็ ตะวนั , ฉันน้ัน เปน็ ฉะน้ัน,
ฉันน้ี เป็นฉะนี้, หมากม่วง เปน็ มะม่วง, สาวใภ้ เป็น สะใภ,้ วับวบั เป็น วะวับ, เรอ่ื ยเรอื่ ย เปน็ ระเรื่อย เป็นตน้
3. คำ� ทย่ี มื มาจากภาษาบาลี สนั สกฤต ตวั ท้ายท่ีออกเสียง อะ ตอ้ งประวสิ รรชนยี ์
- เชน่ ศลิ ปะ มรณะ สาธารณะ วาระ เปน็ ตน้
4. ค�ำที่พยญั ชนะต้น ออกเสยี งอะ แตไ่ ม่ใช่อักษรนำ� ต้องประวสิ รรชณยี ์
- เชน่ ขะมกุ ขะมอม ขะมกั เขม้น ทะเล่อทะลา่ เปน็ ต้น
บทท่ี 6 ภาษาไทยกบั ช่องทางการประกอบอาชีพ
ภาษาไทยเปน ภาษาทบี่ ง บอกถงึ เอกลกั ษณค วามเปน็ ไทยมาชา นาน ตง้ั แตโ บราณจนถงึ ปจ จบุ นั ภาษาไทยเปน ภา
ษาท่สี ุภาพ ไพเราะ ออ นหวาน และส่งิ ที่สาํ คญั คอื เปนภาษาท่ีใชใ นการสอื่ สารของมนุษยใ นชวี ิตประจําวนั หากมีการพูด
ภาษาไทยใหถ กู ตอ งเหมาะสมตามกาลเทศะแลว จะแสดงถงึ กริ ยิ ามารยาททเี่ รยี บรอ ย นอบนอ ม มสี มั มาคารวะ จะทาํ ใหค นอน่ื
มีความรักใครในตัวเรานอกจากนี้ ภาษาไทยยังสามารถนํามาดัดแปลงแตงเปนคํากลอน แตงเปนเพลงไดอยางไพเราะ
เพราะพริ้ง ฉะน้ัน เพ่ือใหผูเรียนเกิดทักษะอยางถูกตองและเหมาะสมในการส่ือสารกับผูอ่ืนอยางมีประสิทธิภาพ รูจัก
2 เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดับมัธยมศกึ ษาปลาย
ปีการศกึ ษา 2563
แสวงหาความรูแ ละประสบการณ รักการอา น การเขยี น การพูด การบนั ทกึ ความรูและขอมลู ขา วสารที่ไดร บั เกดิ ความ
ภาคภมู ใิ จในความเปน เจา ของภาษา และเหน็ คณุ คา ของบรรพบรุ ษุ ทไี่ ดส รา งสรรคผ ลงานไวผ เู รยี นควรทจี่ ะรซู งึ้ ถงึ คณุ คา
ตลอดจนรักและหวงแหนภาษาไทยเพื่อใหคงอยคู กู ับคนไทยตลอดไป
ภาษาไทยกับชองทางการประกอบอาชีพ
ภาษาเปน เคร่อื งมือในการสื่อสารระหวา งผสู งสาร (ผพู ูด ผเู ขยี น) กบั ผูรบั สาร (ผฟู ง ดู ผูอ า น) ที่มนษุ ยใ ชใ น
การดําเนนิ ชีวิตประจาํ วัน โดยเริม่ ตง้ั แตว ัยเด็กทเ่ี รม่ิ หัดพูด เพื่อสอื่ สารกบั พอ แม พน่ี อ ง บุคคลใกลเ คียง ตอ มาเมอ่ื อยใู น
วยั เรยี น เรมิ่ เขา สรู ะบบโรงเรยี นตง้ั แตอ นบุ าล ระดบั ประถมศกึ ษา ระดบั มธั ยมศกึ ษา ผเู รยี นในวยั นเ้ี รมิ่ ใชภ าษาทมี่ รี ะบบ
ระเบียบ มีหลักเกณฑการใชภาษาทีส่ ลับซับซอ น ยากงา ยตามระดบั
หมายเหตุ : ให้นกั ศึกษา ไดศ้ กึ ษาเพ่ิมเติมจากหนังสอื แบบเรียนรายวิชาภาษาไทย พท31001
เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 3
ปีการศึกษา 2563
แบบทดสอบรายวชิ าภาษาไทย พท31001
จงเลือกค�ำตอบท่ีถกู ตอ้ งท่ีสดุ เพียงคำ� ตอบเดียว
ขอ้ 1. ขอ้ ความในข้อใดทที่ ำ� ให้ผ้ฟู งั ปฏิบัตติ ามได้ทันที ค.ซปุ เปอรค์ รอป เอสเซน็ สห์ ยดสที องเพยี ง 1 หยด
ก. ห้ามเดนิ ลัดสนาม ลดเลอื นร้วิ รอยไดภ้ ายใน 1 สัปดาห์
ข. อย่าไปเดินลดั สนาม
ค. อยา่ หา้ มเดินลัดสนาม ง.วอส์ซ ผงซักฟองพลังซักซุปเปอร์ซักผ้าได้ขาว
หมดจดแมค้ ราบเลอื ด
ง. ห้ามไม่ใหเ้ ดินลดั สนาม
ข้อ 2. การโฆษณาสนิ คา้ ในขอ้ ใดจูงใจใหผ้ ซู้ อื้ ตดั สนิ ใจ แพทย์สมาคมอเมริกันและระหว่างประเทศได้
ซื้อมากทสี่ ดุ นำ� เสนองานวจิ ยั เรอื่ งฟนั เปดิ เผยวา่ คนทวั่ ไปมกั ไมส่ นใจ
ก. รถกระบะคู่ใจ ซงิ เกิลแคป บรรทกุ หนกั เม่ือฟันหักหรือหลุด ท้ังๆ ที่การรักษาสุขภาพปากและ
ข. รถยกรถขุดทรงพลัง กร้าวแกร่งทุกพื้นท่ี ฟัน มีความส�ำคัญกับสุขภาพในระยะยาว การสูญเสีย
ทนทาน ไมม่ ีวนั ตาย ตลอดอายุการใช้งาน ฟันอาจทำ� ใหป้ ญั ญาเส่ือมและสมองเสือ่ มในผ้ใู หญ่ได้
ค. เจลบ�ำรุงผิวสูตรเข้มข้น กลิ่นหอมกรุ่นคนื รายงานวจิ ยั ไดค้ น้ พบวา่ ผใู้ ดทป่ี ลอ่ ยใหส้ ญู เสยี
ความชุม่ ชน้ื แกผ่ วิ หนงั ลบเลือนรว้ิ รอยอยา่ งถาวร ฟนั ไปไม่น้อยกว่า 1 ใน 4 จะเสยี่ งกับอาการสมองเส่ือม
ง. โรงเรยี นอนบุ าลนำ� สมยั ดแู ลบตุ รหลานของทา่ น สูงกว่าคนอน่ื
ใหม้ ีสุขภาพด ี ปัญญาเลศิ สอบเขา้ ได้ทกุ สถาบัน ขอ้ 5.จากข้อความข้างตน้ ขอ้ ใดสรุปความได้ตรงท่ีสดุ
ขอ้ 3. การโฆษณาในข้อใดมคี วามนา่ เชอื่ ถอื ท่สี ุด
ก. ผลกระทบของสขุ ภาพปากและฟัน
ก.คอลลาเจนแคป คอลลาเจนจากปลาทะเล ข. การรกั ษาสุขภาพฟัน
นำ้� ลกึ ชว่ ยลดอาการปวดขอ้ ปวดเขา่ และชะลอรวิ้ รอยแหง่ วยั ค. สมองเส่อื มในผู้ใหญ่
เพยี งวันละ 2 แคปซลู ต่อวัน รับประทานต่อเน่ืองตาม ง. การกั ษาสุขภาพปาก
คำ� แนะนำ� ขา้ งกล่อง
ข.ยูธครมี ครมี บำ� รงุ ผวิ หนา้ หนา้ กระจา่ งใส ลด
ฝา้ ลดกระ ลดริว้ รอยเห่ยี วย่น ผลิตจากดินใต้ทะเลลึก ธรรมดาปุถุชนคนของโลก
มีสขุ โศกเกดิ ดบั ดับสงั ขาร
ค.ซปุ เปอรค์ รอป เอสเซน็ สห์ ยดสที องเพยี ง 1 หยด จะหาคนผดุ ผ่องก่องตระการ
ลดเลือนร้ิวรอยไดภ้ ายใน 1 สปั ดาห์
ง.วอส์ซ ผงซักฟองพลังซักซุปเปอร์ซักผ้าได้ขาว เฉกบัวบานใสพิสุทธ์หิ ยุดเสยี ที
หมดจดแม้คราบเลือด ขอ้ 6. ขอ้ ใดไม่สอดคล้องกบั ค�ำประพันธข์ ้างตน้
ข้อ 4. โฆษณาในขอ้ ใดมคี วามน่าเช่ือถือน้อยที่สุด
ก. ไม่มใี ครสมบรู ณแ์ บบ
ก.คอลลาเจนแคป คอลลาเจนจากปลาทะเลน้ำ� ข. ทกุ คนต้องเวยี นวา่ ยตายเกดิ
ลกึ ช่วยลดอาการปวดขอ้ ปวดเข่าและชะลอร้วิ รอยแหง่ วัย ค. คนเราไมค่ วรล่มุ หลงอยใู่ นกเิ ลส
เพียงวันละ 2 แคปซูลต่อวัน รบั ประทานตอ่ เนือ่ งตามค�ำ ง. ในโลกไมม่ คี นบรสิ ุทธิไ์ รม้ ลทนิ
แนะนำ� ขา้ งกล่อง
ข.ยูธครมี ครมี บ�ำรุงผวิ หน้า หนา้ กระจ่างใส ลด
ฝา้ ลดกระ ลดร้วิ รอยเห่ียวย่น ผลติ จากดนิ ใต้ทะเลลึก
4 เอกสารพฒั นาทกั ษะวชิ าการผู้เรียนรายบคุ คล ระดบั มัธยมศกึ ษาปลาย
ปีการศกึ ษา 2563
ข้อ 7.”ขออยา่ ยอมแพ้ อยา่ ออ่ นแอแมจ้ ะแพ้พ่าย จงลุก ข้อ 11.ขอ้ ใดมขี ้อคิดเหน็ และข้อเทจ็ จริง
ข้ึนสไู้ ป จดุ หมายไมไ่ กลเกนิ รอ” ใจความสำ� คญั ของขอ้ ความนี้ ก.รฐั มนตรวี า่ การกระทรวงพาณชิ ย ์ แกป้ ญั หาการ
ตรงกับข้อใด จดสิทธิบัตร “สารสกัดจากัญชา” โดยต้ังคณะกรรมการ
ก. จงลุกขน้ึ สู้ ตรวจสอบการรับค�ำขออยา่ งละเอียด
ข. อย่ายอมแพ้ ข.สมคิด ยอมรับผลกระทบสงครามการค้าแรง
ค. อย่าออ่ นแอ กวา่ ทคี่ าด แตเ่ ชอ่ื มน่ั ประเทศไทยและตลาดหนุ้ จะผา่ นพน้
ง. สู้ไปสูจ่ ดุ หมาย พายุรอบน้ไี ด้
ค.เรามักเชื่อม่ันว่าคนเราเกิดมาบ้างร่�ำรวย บ้าง
น่านวันนี้มิใช่จังหวัดที่ใครๆ จะผ่านเลยได้อีกต่อไป ยากจน เป็นเพราะ “กรรม” ในอดีตชาตทิ ่ีทำ� มาไม่เทา่ กัน
แม้หนทางจะไกลแตส่ ง่ิ ทรี่ ออยู่ ณ จุดหมายปลายทาง ง.ปีนี้ผลการประกอบการของกลุ่มซีพีเอฟมีก�ำไร
คอื ความประทับใจอันแสนหลากหลาย ที่พรอ้ มมอบ กวา่ หม่นื สามพันลา้ นบาท เพิ่มข้ีนจากปที ีแ่ ลว้ 7%
ให้ทุกคนภายใต้นยิ าม “น่าน..... ความงามแหง่ ขุนเขา ข้อ 12.ขอ้ ใดเป็นการแสดงขอ้ คดิ เห็น
เมืองเก่าท่ีมีชีวิต” เมืองแสนน่ารักท่ีจะต้องย้อนกลับ ก.มีข้อมูลว่าทุกวันนี้มนุษย์ละเลยการดูแล
ไปครง้ั แล้วครัง้ เลา่ ธรรมชาตริ อบตวั
ข้อ 8.ข้อใดเปน็ ใจความสำ� คัญของขอ้ ความข้างต้น ข.สาเหตหุ ลายประการที่ทำ� ให้โลกร้อนข้ีน ๆ คอื
ก.น่านเปน็ เมอื งท่ีหลากหลายคนเคยผ่านเลยไป การเผาป่า เผาขยะ
ข.น่านเป็นเมืองไกลในขนุ เขาที่งดงาม ค.มกี ารใชถ้ งุ พลาสตกิ ทย่ี อ่ ยสลายยากมากเกนิ ไป
ค.นา่ นเปน็ เมอื งท่ีมีคุณตานา่ ไปเยอื น รวมถงึ การทำ� ลายปา่ ไมด้ ้วย
ง.นา่ นเปน็ เมืองท่ีมีชีวติ ชีวา ง.ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนต้องร่วมมือกันดูแล
ข้อ 9. ขอ้ ใดเปน็ ข้อคดิ เห็น ธรรมชาตเิ พอ่ื ลดปญั หาสงิ่ แวดล้อม
ก.แสงแดดมีท้ังความรอ้ นและแสงสวา่ ง ข้อ 13.เรอ่ื งที่ฟงั ในข้อใดมสี าระส�ำคญั เชอื่ ถือได้
ข.ดวงอาทิตย์ข้ึนจากทางตะวันออก ตกทางทิศ ก.ฟังประวัติบคุ คล
ตะวนั ตก ข.ฟังการนำ� เสนอผลงาน
ค.สงั เกตวา่ คนจะอว้ นจะผอมขน้ึ อยกู่ บั การกนิ เปน็ ค.ฟังสาระส�ำคัญของการอภปิ ราย
ส่วนใหญ่ ง.ฟังประกาศจากหน่วยงานราชการ
ง.จากการศกึ ษาขอ้ มลู ทางวทิ ยาศาสตรใ์ นปจั จบุ นั ข้อ 14.ขอ้ ใดมีการใช้เหตผุ ล
พบวา่ สง่ิ ทที่ ำ� ใหม้ นษุ ยเ์ ราสามารถมอี ายยุ นื ยาวมี 4 ปจั จยั ก.กลุ่มอุตสาหกรรมกระตุ้นทุนการผลิตสูง แต่ใช้
คอื กรรมพนั ธส์ุ ง่ิ แวดลอ้ ม โภชนาการและการออกกำ� ลงั กาย เทคโนโลยีสมัยใหมร่ ะดบั ตำ่�
ขอ้ 10.ขอ้ ใดเป็นการแสดงข้อคดิ เหน็ ข.นักเล่นหุ้นติดตามข่าวท่ีเกิดจากความผันผวน
ก.โครงสรา้ งของฟนั ประกอบด้วยเคลือบฟัน ของคา่ เงนิ และราคาทองทกุ วนั
เนอื้ ฟนั และโพรงประสาทฟนั ค.การปลูกพืชท่ีไม่เหมาะสมกับพ้ืนที่เกิดจาก
ข.คนเรามีสีฟันไม่เหมือนกันข้ึนอยู่กับโครงสร้าง เกษตรกรไทยขาดความรูใ้ หม่ๆ
ฟัน พนั ธุกรรมและปัจจัยอนื่ ๆ ง.นักวิชาการศึกษาวิเคราะห์เก่ียวกับการพัฒนา
ค.การมีฟันขาวถือเป็นการสร้างบุคลิกภาพที่ดี เศรษฐกิจหลังจากท่ีไทยเขา้ สู่ประชาคมอาเซียน
อยา่ งหนงึ่ เพราะจะช่วยเสริมความมั่นใจได้
ง.คนท่มี อี ายุนอ้ ยเคลือบฟันจะหนา ฟันจึงดขู าว
เม่ืออายมุ ากข้ึนเคลือบฟนั บางลง ฟนั จึงมสี เี หลืองมากขึน้
เอกสารพฒั นาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 5
ปีการศกึ ษา 2563
ข้อ 15.หน่อยตัดสินใจเลิกใช้ถุงพลาสติกหลังจากฟัง ข้อ 19.ความคิดเห็นของสื่อในข้อใดที่ตั้งอยู่บนพื้นฐาน
รายการวทิ ย ุ เร่ือง วธิ ลี ดภาวะโลกร้อน หนอ่ ยปฏิบัตติ น ขอ้ มูลตัวเลข
ตามข้อใด ก. ถงึ เวลาหรอื ยงั ทปี่ ระเทศไทยจะตอ้ งมกี ฎหมาย
ก. การพจิ ารณาเหตุผลจากสง่ิ ทฟ่ี ัง ควบคมุ การชกมวย หา้ มเดก็ ชกมวยอย่างเด็ดขาด
ข. การประเมนิ ค่าส่ิงทีไ่ ดจ้ ากการฟัง ข. ต่างชาติสิ้นสงสัย เร่ืองการยืดโรดแมปคืน
ค. การปฏิบตั ติ ามข้อมูลท่ไี ด้จากการฟัง ประชาธิปไตย ผิดกับเวทีในประเทศที่ต้องเร่งเคลียร์สร้าง
ง. การนำ� แนวทางจากสงิ่ ที่ฟงั ไปประยุกต์ใช้ ความกระจ่าง
หากเกษตรกรไมส่ ามารถหลกี เลย่ี งการใชพ้ นื้ ทที่ ่ี เรอ่ื งการเลอื กตง้ั
มีความเสี่ยงหรือพ้ืนท่ีลาดชันสูงก็ควรต้องหาแนวทาง ค. คำ� กล่าววา่ “คุกมีไวข้ งั คนจน” ไม่ใชเ่ ร่อื งทีพ่ ูด
ป้องกันด้วยการช่วยกันปลูกพืชคลุมดินหรือปลูกพืช กันเล่น ๆ แต่เป็นความจริงในสังคมไทยท่ีมีผู้ต้องหาและ
แบบขน้ั บนั ได เพอื่ ชะลอการไหลของนำ�้ และลดการสญู จ�ำเลย ประมาณ 63,000 คน ที่ถูกคมุ ขังเพราะไม่มเี งนิ
เสยี หนา้ ดนิ ประกันตัว
ง.ตอ้ งถอื เปน็ “โศกนาฏกรรมแหง่ ความยากจน”
ขอ้ 16.ข้อใดเปน็ จดุ ประสงคข์ องผู้พดู ในข้อความข้างต้น โดยแท้ กรณนี กั มวยเดก็ อายุ 13 ปี ถกู คู่ตอ่ สู้น็อค ลม้ หวั
ก. ให้ความรู้เรอื่ งการอนุรักษด์ ิน กระแทกพื้นอยา่ งแรงจนหมดสตถิ กู นำ� ส่งโรงพยาบาลและ
ข. ช้แี จงเรื่องการใช้พน้ื ทเ่ี กษตรกรรม เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ค. แนะนำ� เรือ่ งการปอ้ งกันภยั ธรรมชาติ ขอ้ 20. ข้อความใดเปน็ ภาษาทางการ
ง. วจิ ารณ์เรอื่ งความสูญเสียของเกษตรกร 1) หอ้ งคนไขไ้ มใ่ ชส่ ถานที่ทจี่ ะอ้อยองิ่ อยู่นาน ๆ
ข้อ 17.ไข้อใดเป็นการพูดแสดงความคิดเหน็ ในเชิงบวก 2) การเยยี่ มคนไข้เพียงสิบหรือสบิ ห้านาทีนบั วา่ เหมาะสม
ก.เสอ้ื สวยกเ็ หมาะกบั คนสวย ๆ ถา้ มน่ั ใจจะซอ้ื ไป 3) และพอมแี ขกคนใหมม่ าเยยี่ มผอู้ ยกู่ อ่ นควรขอตวั ลาทนั ที
กไ็ ด้แต่ไมร่ บั คืน 4) เพราะท่ีทางในห้องไม่กว้างขวางผู้มาเยี่ยมไม่น่าจะอยู่
ข.ไม่ได้เจอกนั นาน เธอดูสมบูรณข์ ้ึนและ กนั เป็นกลมุ่
สวยภมู ฐิ าน ก.1)
ค.บ้านหลังใหมข่ องเธอถึงจะเปน็ บ้านสองชน้ั แต่ ข.2)
กแ็ คบ ค.3)
ง.รองเท้าสวยและเก๋มาก แต่ไม่เหมาะกบั วยั ง.4)
อยา่ งเราๆ นัก
ข้อ 18.ข้อใดมีเน้ือหาแสดงความคิดเหน็
ก.อนั เหลา่ ศัตรูหมู่ร้าย จงแพพ้ า่ ยอย่ารอต่อติด
ข.ชะรอยเป็นบพุ เพนิวาสา เทวาอารักษม์ าชกั ให้
ค.กกู ไ็ มค่ รนั่ ครา้ มขามใคร จะหกั ใหเ้ ปน็ ภสั มธ์ ลุ ผี ง
ง.เจา้ จงยกพลขนั ธไ์ ปบรรจบ สมทบทพั อเิ หนาให้
จงได้
6 เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดับมธั ยมศกึ ษาปลาย
ปีการศึกษา 2563
สรุปเน้อื รายวิชาภาษาอังกฤษเพอื่ ชวี ติ และสงั คม รหสั วิชา พต31001
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
นกั ศกึ ษา มคี วามรู้ ความเขา้ ใจ ทกั ษะและเจตคตเิ กย่ี วกบั ภาษาทา่ ทาง การฟงั พดู อา่ น เขยี น ภาษาตา่ งประเทศ
ด้วยประโยคทีซ่ ับซ้อนมากขนึ้ ในชวี ติ ประจ�ำวัน และงานอาชีพของตน ถูกต้องตามหลักภาษาวฒั นธรรม และกาลเทศะ
ของเจา้ ของภาษา
ขอบเขตเน้อื หา
การออกเสียงเช่อื มโยง (Linking Sound) วิธกี ารอ่านออกเสยี งเชือ่ มโยงระหวา่ งค�ำในภาษาอังกฤษทถี่ กู ต้อง
ตามกฎเกณฑข์ องภาษาองั กฤษ การออกเสยี งตามระดบั เสยี งสงู -ตำ�่ (Intonation) วธิ กี ารออกเสยี งของประโยคลกั ษณะ
ต่าง ๆ ซึ่งจะต้องออกเสยี งสูง-ตำ�่ ใหถ้ กู ต้องเพื่อใหส้ ่ือความหมายท่ผี ู้พูดตอ้ งการ ประโยคประเภทเดียวกนั ถา้ ออกเสยี ง
สงู -ตำ�่ ตา่ งกนั จะใหค้ วามรสู้ กึ ทตี่ า่ งกนั รวมไปถงึ การตคี วามหมายจากนำ�้ เสยี งของผอู้ นื่ วา่ มคี วามรสู้ กึ ดใี จ เสยี ใจ พงึ พอใจ
ไมพ่ งึ พอใจซาบซึ้ง ผดิ หวัง ปรารถนาดี ชื่นชมหรือเหน็ ใจ และการใชน้ ้ำ� เสยี งแสดงความรสู้ กึ ของตัวเองในโอกาสต่างๆ
บทท่ี 1 Everyday English
การจะพูดภาษาใดน้ันต้องเริ่มต้นด้วยการออกเสียงให้ถูกต้องก่อนแล้วจึงหัดพูดเป็นประโยค เราเรียนภาษา
อังกฤษมาเป็นเวลานานแต่ไม่ไดเ้ รยี นเพอ่ื การพดู
ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในลักษณะ ภาษา intonation ซึง่ หมายถงึ การใชเ้ สยี งสูงตำ่� ขนึ้ อยูก่ ับประโยคท่ใี ช้ ตา่ ง
กับภาษาไทยที่ใช้วรรณยกุ ต์เป็นตัวก�ำกบั ของเสยี งสูงต่�ำ ประโยคในรปู แบบตา่ งกัน จะใชเ้ สียงสูงต่�ำแตกตา่ งกนั ตวั อย่าง
เช่น When do you want to be paid? (คณุ ต้องการช�ำระเงินเม่ือไร)
บทท่ี 2 Should You Do ?
การใชพ้ จนานกุ รมในการอา่ นภาษาองั กฤษ สว่ นมากเรอื่ งทนี่ กั ศกึ ษาอา่ นมกั จะมคี ำ� ทนี่ กั ศกึ ษาไมเ่ คยรจู้ กั มากอ่ น
ปะปนอยดู่ ว้ ย ตามปรกตนิ กั ศกึ ษาไมจ่ ำ� เปน็ ตอ้ งเขา้ ใจคำ� ทกุ ๆ คำ� ในยอ่ หนา้ ใดยอ่ หนา้ หนง่ึ เพอื่ ทจ่ี ะเขา้ ใจสง่ิ ทผ่ี เู้ ขยี นเขยี น
ในย่อหน้านั้นอยา่ งไรก็ตาม คำ� บางคำ� ทีส่ �ำคญั มาก หากไม่ทราบความหมายของคำ� น้ันวิธหี นง่ึ ทจ่ี ะหาความหมายของค�ำ
ท่ีเข้าใจกค็ อื ดใู นพจนานกุ รม เราเหน็ วา่ นกั ศกึ ษาจ�ำเปน็ ตอ้ งร้วู ิธีใช้พจนานกุ รมอย่างมีประสทิ ธิภาพ
บทที่ 3 Hello Could You Tell Me ?
การรู้จักประโยคต่างๆที่ใช้ในการสนทนาโต้ตอบหรือติดต่อสื่อสารทางโทรศัพท์เป็นทักษะเบื้องต้นที่ส�ำคัญ
ส�ำหรับการนำ� ไปประยุกต์ใชใ้ นการประกอบอาชพี และการดำ� เนินชวี ิตประจำ� วัน ตัวอย่างประโยคท่ใี ชใ้ นการสนทนาใน
สถานการณ์ต่างๆส่ิงท่ีส�ำคัญในการพูดโทรศัพท์คือการใช้ค�ำและน้�ำเสียงท่ีสุภาพเรียบร้อย ควรใช้ค�ำต่อไปนี้ในประโยค
ดว้ ย ไม่วา่ จะเป็น 'Could you' และ 'Please' และอย่าลืมจบการสนทนาดว้ ยค�ำวา่ 'Thank you' และ 'Goodbye'!
บทท่ี 4 Culture Differences
การใช้ภาษาในการสอ่ื สารสามารถสอื่ ความไดโ้ ดยตรงชัดเจนมากกวา่ การส่อื สารโดยภาษากาย อย่างไรกต็ าม
การพูดจะต้องเป็นไปโดยถูกต้องตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมเมื่อสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษจึงต้องใช้ภาษาใน
การส่อื สารได้เหมาะสมตามมารยาททางสังคมและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษาด้วยเช่นกัน
บทที่ 5 News & News Headline
ในการเขียนข่าว การพาดหัวข่าวหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ จะมีวิธีการเขียนแกรมม่าแบบแปลกๆ Headline
พาดหวั ขา่ ว คอื ขอ้ ความสำ� คญั ทบี่ ง่ ชถ้ี งึ ขา่ วเรอ่ื งนนั้ ๆและทำ� หนา้ ทเ่ี รยี กรอ้ งความสนใจจากผพู้ บเหน็ จงึ ใชส้ ำ� นวนภาษา
ประโยคหรือวลที ่สี ้ัน กะทดั รดั ไดใ้ จความ น่าสนใจ
เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 7
ปีการศกึ ษา 2563
บทที่ 6 Self-Sufficiency Economy
เศรษฐกจิ พอเพยี ง คือ ปรัชญาทีพ่ ระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว รชั กาลท่ี 9 ทรงมีพระราชดำ� รัสชีแ้ นะแนวทาง
การด�ำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทย เป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการด�ำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ต้ังแต่
ระดบั ครอบครวั ระดบั ชมุ ชนจนถงึ ระดบั รฐั ทง้ั ในการพฒั นาและบรหิ ารประเทศใหด้ ำ� เนนิ ไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะ
การพฒั นาเศรษฐกจิ เพอื่ ใหก้ า้ วทันตอ่ โลกปจั จบุ นั
บทท่ี 7 Have You Exercise Today ?
ผูเรียนอานเนื้อหาการดูแลสุขภาพจาก Web site แลวตอบแบบสอบถามวามีความเขาใจ เกี่ยวกับเรื่องท่ีอน
เพยี งใด
Modal Verb คอื กรยิ าชว่ ยซึง่ นำ� มาใชร้ ว่ มกบั ค�ำกริยาหลักและตอ้ งคำ� นึงถงึ สถานการณ์ดว้ ย เพราะค�ำกริยา
เหล่านีจ้ ะมคี วามหมายตามแตส่ ถานการณท์ ่ใี ช้ หรอื เปน็ Auxiliary Verb น่ันเอง (เพยี งบางตวั ไม่ทั้งหมด) ไปใชร้ ่วมกับ
กรยิ าตวั อนื่ เพอื่ ใหเ้ ปน็ วลกี รยิ า (Verb Phrase) ขนึ้ มา กรยิ าชว่ ยนจี้ ะตามหลงั ดว้ ยกรยิ า (กรยิ าชอ่ ง 1) เสมอ ไดแ้ ก่ Can,
Could, Will, Would, Shall, Should, May,Might , Must, Ought to, had better etc.
บทท่ี 8 Shall We Save Energy ?
พลงั งานเปน สงิ่ ทมี่ คี ณุ คา และมปี ระโยชนอ ยา งอเนกอนนั ตต อ ชวี ติ มนษุ ยบ นโลกน้ี แตม นษุ ยต อ งเรยี นรวู ธิ ใี ชพ ลงั
งานอยา งรคู ณุ คา ดว ย เนอื่ งจากพลงั งานมวี นั ทจี่ ะหมดไปหากไมร จู กั วธิ ใี ช นอกจากนนั้ ปญ หาเรอื่ งพลงั งานยงั เปน ประเดน็
สาํ คัญระดบั โลกการเรียนรู ถอยคาํ สํานวน และการใชภ าษาอังกฤษเกยี่ วกับการอนรุ กั ษพ ลงั งานเปนส่ิงจําเปน
บทท่ี 9What Have I Done ?
บทสนทนาเก่ียวกับการไปตัดเสื้อ, การอา่ นออกเสยี ง คำ� ศัพท์ วลี สำ� นวนทเี่ กยี่ วขอ้ งกับการตัดเส้อื โครงสร้าง
have something done ใช้เมอื่ ไมไ่ ดท้ ำ� กรยิ าเอง แตใ่ ห้คนอื่นท�ำ
บทที่ 10 What is Your E-mail Address ?
E-mail มาจากคำ� ว่า Electronic Mail เรยี กเป็นภาษาไทยว่า ไปรษณียอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์ ปัจจุบันนไี้ ดร้ ับความ
นิยมอย่างมาก เนอ่ื งจากรวดเร็ว ประหยัด ไมต่ อ้ งเสียค่าใชจ้ ่าย สามารถติดต่อได้ท่ัวโลก และสามารถส่งถึงหลายคนใน
เวลาเดียวกนั ได้
บทท่ี 11 Natural Disaster ?
ภัยธรรมชาติ คือ ภัยอันตรายตางๆท่ีเกิดขึ้นตามธรรมชาติและมีผลกระทบตอชีวิตความเปนอยูของมนุษย์
Compound Sentence (ประโยคความรวม) คอื ประโยคเดยี่ ว 2 ประโยคขนึ้ ไป รวมกนั เปน ประโยคเดยี วกนั Complex
Sentence (ประโยคใจความซอน) คือ ประโยค Simple Sentence มา รวมกนั โดยใชคําเชอ่ื มทไ่ี มใ ชกลมุ คาํ ของ and,
but, or, soเชน when, while, until, as soon as, ...
บทที่ 12 Let’s Travel ?
ปจั จบุ นั นก้ี ารถามหาและการบอกทศิ ทางเพอื่ การเดนิ ทางมคี วามจาํ เปน ตอ ชวี ติ ประจาํ วนั มากขนึ้ โดยเฉพาะผทู ม่ี ี
อาชพี เกย่ี วขอ งกบั การทอ งเทย่ี ว ผเู รยี นตอ งเรยี นรเู ขา ใจใน การนาํ คาํ ศพั ทส าํ นวนภาษาองั กฤษทเี่ กย่ี วขอ งกบั การสอบถาม
และการบอกทิศทางเพอื่ การเดนิ ทางไปใชในชวี ติ ประจําวนั ใหม ที ักษะ
บทที่ 13 Will It Rain Tomorrow ?
ดนิ ฟา อากาศเปน ธรรมชาตทิ เ่ี กดิ ขน้ึ ในชวี ติ ประจาํ วนั ทท่ี กุ คนตอ งเรยี นรู คาํ ศพั ท สาํ นวนภาษาองั กฤษทเ่ี กย่ี วกบั
การพยากรณอ ากาศ (Weather Forecast)การสอบถามขอ มลู เกย่ี วกบั ดนิ ฟา อากาศ(Asking and Giving Information)
ทัง้ ในและตางประเทศ
8 เอกสารพฒั นาทกั ษะวชิ าการผู้เรียนรายบุคคล ระดบั มธั ยมศกึ ษาปลาย
ปีการศึกษา 2563
ประโยคท่เี กย่ี วข้องกบั การพยากรณ์อากาศและส�ำนวนอื่นๆ เกี่ยวกบั ดนิ ฟา้ อากาศ
- Seems like it is going to rain. ,Sunny out. ,Warm today. ฯ
บทที่ 14 Global Warming ?
ภาวะโลกรอ้ น หมายถงึ การเปลย่ี นแปลงภมู อิ ากาศทเี่ กดิ จากการกระทำ� ของมนษุ ย์ ทท่ี ำ� ใหอ้ ณุ หภมู เิ ฉลย่ี ของโลก
เพิ่มสูงขน้ึ เราจึงเรยี กวา่ ภาวะโลกรอ้ น (Global Warming) กิจกรรมของมนุษยท์ ี่ทำ� ใหเ้ กดิ ภาวะโลกรอ้ น คอื กิจกรรม
ทท่ี ำ� ใหป้ รมิ าณกา๊ ซเรอื นกระจกในบรรยากาศเพม่ิ มากขน้ึ ไดแ้ ก่ การเพม่ิ ปรมิ าณกา๊ ซเรอื นกระจกโดยตรง เชน่ การเผาไหม้
เชอ้ื เพลงิ และ การเพมิ่ ปรมิ าณกา๊ ซเรอื นกระจกโดยทางออ้ ม คอื การตดั ไมท้ ำ� ลายปา่ Word studies (คำ� ศพั ทท คี่ วรทราบ)
global warming = ภาวะโลกรอ น, phenomena = ปรากฎการณธ รรมชาติ, deforestation = การทาํ ลายปาฯ
บทท่ี 15 Urgently Wanted ?
การอานโฆษณาตําแหนงงานวางจากหนังสือพิมพท่ีเปนภาษาอังกฤษใหรูและเขาใจไดดีนั้น ผูเรียนจําเปนตอง
เรียนรแู ละเขาใจ คาํ ศัพทส าํ นวนภาษาอังกฤษทีใ่ ช้ในโฆษณารับสมคั รงาน
(Job Advertisement)กระชบั สอื่ ความตอ้ งการ มีรายระเอยี ดต่างๆใหผ้ ู้สนใจรบั ทราบ
การเขียนประวัติส่วนตัว หรือ Resume คือการเขียนคุณสมบัติของตัวเองเพื่อให้ผู้ว่าจ้างอ่านและเกิดความ
ประทบั ใจ พงึ พอใจ
บทท่ี 16 ภาษาอังกฤษสําหรบั พนกั งานนวดแผนไทย
การใหบ รกิ ารนวดแผนไทยแกช าวตา งประเทศ ถอื เปน การเผยแพรภ มู ปิ ญ ญาไทย ในการใหบ รกิ ารนวดแผนไทย
แกช าวตา งชาตนิ น้ั เราสามารถนาํ ประโยคสนทนาภาษาองั กฤษมาใชก บั ผรู บั บรกิ ารชาวตา งชาตไิ ดโ ดยการกลา วทกั ทาย
กนั การเชอื้ เชิญลูกคา และการใหขอมลู ตา งๆ เกี่ยวกับการนวดแผนไทย
ดตู วั อยา งตอ ไปนี้
Good morning, would you like a massage, sir? (กดู มอรน ิง่ วดู ยู ไลคฺเอ มะซาจเฺ ซอร) สวัสดี(ตอนเชา)
คะ คณุ ตอ งการรบั บรกิ ารนวดไหมคะการใหข อ มลู ตา งๆ เกย่ี วกบั การนวดแผนไทย แกล กู คา เปน สง่ิ จาํ เปน เพราะการนวด
แผน ไทยเปน การนาํ เอาภมู ปิ ญ ญาของไทยไปเผยแพรแ กช าวโลก พนกั งานนวดแผนไทยสามารถ สรา งรายไดแ กต นเองได
บทที่ 17 ภาษาองั กฤษส�ำหรบั พนกั งานขาย
ในชวี ติ ประจำ� วนั กจิ กรรมการซอื้ ขายมมี ากมายมาวา จะเปน การซอ้ื ขายสนิ คา เครอ่ื ง อปุ โภค บรโิ ภค การซอ้ื ของ
ทร่ี ะลกึ การซอ้ื ตว๋ั โดยสารประเภทตา งๆ ผเู รยี นจำ� เปน ตอ งเรยี นรู ศพั ทส ำ� นวน ทเี่ หมาะสมและแตกตา งกนั ไป ซง่ึ ประกอบ
ดว ยการถามราคาของสินคา ขนาด ระยะทาง ระยะเวลา ทางเลือก รวมทั้งการตอ รองราคา การบอกผลการตัดสนิ ใจ ซง่ึ
กจิ กรรมการ ซอื้ ขายอาจเกดิ ขน้ึ แบบเปน ทางการ และไมเ ปน ทางการ ตอ งเลอื กใชภ าษาใหถ กู ตอ ง บรรลุ วตั ถปุ ระสงค์ ใน
การซื้อขาย ผซู อ้ื ตอ งรูจ ักใชส าํ นวนภาษาเพอ่ื ถามขอ มลู และผขู ายตองใชส าํ นวนภาษาเพือ่ การใหขอ มูลไดถ กู ตอง แสดง
ความพรอมในการอํานวยความสะดวกแกลูกคาในแตละสถานการณ์ เช่นตัวอยางบทสนทนาในการทักทายและไตถาม
ความตองการ รวมทง้ั การอาํ นวยความ สะดวกแกล ูกคาอยางสุภาพ โดยใชค ําทักทายใหเหมาะสมกับชวงเวลา
พนักงานขาย : Good morning. Can I help you?
ลกู คา : I want to buy some souvenirs.
พนักงานขาย : Please come and look around
หมายเหตุ : ใหน้ กั ศกึ ษา ไดศ้ กึ ษาเพมิ่ เตมิ จากหนงั สอื แบบเรยี นรายวชิ าภาษาองั กฤษเพอื่ ชวี ติ และสงั คม พต31001
เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 9
ปีการศกึ ษา 2563
แบบทดสอบวชิ าภาษาอังกฤษเพ่อื ชวี ิตและสังคม รหัสวิชา พต31001
จงเลอื กค�ำตอบท่ีถกู ตอ้ งท่สี ุดเพยี งค�ำตอบเดยี ว
1. Steve : John, is that your mom? She looks a. Congratulations!
so young and so beautiful! b. How lucky he is!
2 H . o21 Ww J .. o hW dhi c honahaccieHca....:sJSw.haoasaoYotancSyw.poeepwhnamtgorpvspenodrgdrp,ereyobvrore:ptd yieso:hescoYoiJltiaisffessasieocettisthS t hsreeei,eetstnle rt.?srh,evsShia sees hstedfeteiaebhsdlaea.a.ttlhltSca?wt.yothhdbdbaonteheyu....fuaebsrdcddfsli.omwfeirtresiadasrnlaadotsmikrcfpyamteusisapomsyss?tyoueltiaglaclSidsalontka ihb cotebeelsdeledl? go?oocko.sdaspco6 ap.yr re eoccu.oinsASSoefagyuuhtvnleiacdmeesscea..aa.errbnyICnnwI'h'omdt:moehel:h…insaceiTangso…glkshltogrha.…ba.arsd.rtne…tyuadakt…lyot.uayoe…dttoihdif…iohusuen…aeala!vtspar…d!erp At….rhtolydhi…aicnaemte… t.tle' i.s…ucdich…ohou..usfos er for
b. I don't believe you.
3. Which sentence is correct intonation? c. Pleased to meet you.
a. I like papaya. d. Not at all. It's been a pleasure.
b. Are you sure? 7. Peter : That was one of the best meal
c. You can do it. I've ever tasted ! Thank you for
d. How old are you? your kind invitation.
4. 4. AnAnnan:a…:……………………………fo…r y…ouforrnyeowurjnoebw! job! a. I'm so sorry.
b. I'm not sure.
c. I'm glad you like it.
BeBne:nT:hTahnaknkyoyuouveveryrymmuucchh. . d. I'm afraid I can't agree.
a. caII'm..gIIo'mgst uo srtpurripseridse d b. IC'monsgorastbdau..dlICa'mtoionsngosrastaudlMs8ah.t aieo lMneissea?lineet'hsemhoothspeirtahla. sWahnatacshcioduelndt,yaonudsnayowto
c. d.
5. 5 .A 3 .: Ba,cIcAihde:eaBnr,td.I thheaatrdyothuartbyroouthr ebrrohtahderahacadra car a ccidentba. .. That's awful.
B : YesB, h:eYeissi,nhtehies hinotshpeithaol snpoitwa.l now. c. That's brilliant! news.
That was a good
A : ……A……: ………………………T…o…da…y …I a…m TgodinagytIoam going to see hdim. I. hope your mom will get well soon.
seeBh:imTh.ank you so much.
B : Thank you so much.
a. Congratulations! b. How lucky he is!
106. เอกcส. าI'รmพัฒgนlaาdทกั tษoะhวeชิ าaกrาtรhผaู้เรt.ียนรายบคุ คล ระดับมdัธ.ยIม'mศกึ sษoาrปryลาtยo hear that.
ปีการศึกษา 2563
Susan has stayed at Alice's house for one week.
9. A : I think I've got a flu. I've got a fever and a. Don't buy Durian.
a terrible headache. b. Don't eat Durian here.
B : I'm sorry to hear that. ……………………………. c. Don't cut Durian here.
A : Thank you so much. d. Don't take Durian inside.
16.
a. How terrible!
b. Get well soon. What does the symbol on this garment mean?
c. That's fantastic! a. Do not dry. b. Do not iron.
d. Congratulations! c. Do not wash. d. Wash only by hand.
s 1o0u. pW?hadbcat....iHPsCFureotythaotetskhtuoffeinorcstrikntil6gisnt0rthetemoedpiieawnonuapftttasceenorisn.o. bkaoiniplgsa. tno .mato1187 ..WhataK1 1Wp. e87a11rthSooe...8711aydpht..87tWoua..oWpyckhu etr ahto ct aawodKabp.tafueneK.rtp.rlcSooecleyrttydpahSooebabncuaydpehcuo.adckfhuauocofnetyckitranuoc etyw ondtfa cofdw euocnat uryhhlsf enleyceiirlfslbaol.edibynecubbwaro.bdefhecuoocaf.nifhorantorocfenhindkfranoiei dnuscndf t yghhsducw teiidyhhsslsdaeii.islrwrgdmnenwracniene?r.anngdbrininosciginoigngknse?isgingc?n.c?b. obodoko. kmedicinde
11. According to the picture, what does this Whata Wlk.a i pnbhaidea.llltWpoaWikfhlbilmna ho dtaa ev k.tdabeoipkn.i.?fciidpntlimlnabidloebl.efoltdiemasfitbcmec il ndeoe etnidccci.iicnsbelieirn.bqcneto.iuaestniibdadscclb eotceoltneorncttnheecedrenlrcaetndo.bde.leidtqptlhouotaeotiwbdhtoedhveelcearl.?bcal.ebiqlleiuqaliubdaiobdvoev?e?d. p
traffic sign mean? Th"l2aTioHsr0hwcaee1ash"lr1dTo (rW2..la1oHia0ilias09hevul21igooav2thkw.Cken..eaar09hnnn2y1en0ayTidaiTHvrlDn..el09t/ldahpfvcRsyayhatTg2TorE..Ani,eyahnesarih0OoisTMfsaNdtensna2"lTesdiatihor1dHhnhtRsnXasthr0hasIG.ll2Ta"tow0ribcaiAefiCHledaschIsa1etsoTpas0rhgsu)ChE..ewsnlcaiaeAoi0elialnnana1adpllhtsiglewooRad..avdTkhsl.aCrsnLclg0ifliaeSeornnnlryigocooenaeiaeeTavdkSk.eemCanHbDrousannldlnnmabysehenapficRsyTnndlGouteTHonEDltoAlge,sonerldgaehdtpfacdhRisyatwOdoisoMTokuuEaiNAtnhn,esebaiaefenth…radnae.nOoIisaltonSXMl.taaNfsnblIGrneesotihinbglfhrCdrdncSsohtPItnXpraoyt…aeleIGurChwEdeotWuaibifCeibcdaesAtoedcslkhfIatdwpaltleiuhRCieheE.do.ahseen..n…oonisTeLAcaleaSdrSltaieledf,oRoesepgudoolhsSkasrLcboaotesSrlrttnT…fbnnenalanneserenlSkhnGvueteaWboo:hsoonrgbiieamde…edltwwnnp…onfGoutedcuaanthiAoeoonrgirnt…dneeondt…wgeaolianSolig.uSutflhosee…tgatd…sassrinidthtPan…looSlnor.g…dehftrmert-nfWgy.erusoeuil.sgftPlW…eo…cemardwoooTpn…oosTetoepisfiGt…ncdh,frtooaopguoaahoten…oTriuoadi…sf.e…vrodntcftlancdpgulh2herlWnenkoeP-k…dffies.thla4nblwWly…bdoherdasWaeosoionWuiiwe,ngo"ndlwtgoei…nooataafctiati…ieint2NadilsiatdtndnhraepvtonTnvctlhte… y0t-rdlo.lsieendtlh.lyogWbennsesah1emeptr-.Tsa.nt.igo2aW tGsde0cn"rimraaoiooTli dleiix.lnuuognsanav(rcrnaodbNoeivp1rvrinnkltedTlosesvritfaon..saio2eyrnddrsonkhhoenWeinnesooo0ri.g"l?iydnneoaes2ytvtosgdnWnnf/iNia"n2raiaotoatehirdcfNio0lainnraso onslaieosra.1rsoolntoi2asdnsansii0rl.lortpitail2umsgdhny)a(nivdblp1etriilulgTenea(elipoa..db2rrlnp1risdriltennroomi0ooa..gi2rnochtvgdnnne/dnooh0ged2eatevgdbnn.e/hdcfi0uia2saIoatloiossha1cdcvsfiA0oirosotlssii0yto
a. No passing
b. School zone 19.
c. Intersection ahead
d. Pedestrian crossing
12. What kind of service is provided here?
13. a. Tourism
b. Medical
c. Hospitality
14. d. Entertainment
Which word has a prefix?
a. lovely b. funny 20 .
15. c. retirement d. impossible
Which word has a suffix?
a. beautiful b. correct
c. unhappy d. rearrange
If you see this sign in front of the hoเอteกlส'sารdพoัฒoนrา.Wทhกั aษtะcaวdcai..sชิ...HSาtHSHuกheueาeneaWnรanavWผwnvhvyyู้เyyeayรhr ียatcaarrนati..aicashnรiiHSin..neาsftauhยHSferfatalบneauhllelsilbคุnklvnelawssค.yeynv weลSywyroateaรvrirttaiะoahenhดtinerfhnบัarsgtefมlhtallrsrwธัielkollยsieiknปGมneีกgศoduาdbกึv olw รfษe..vศoaาrHSeกึตvfttreษhrอeTotaาeนshnvป2aeGgy5ลilG6uาarwdbaย3lnuf..iidbndnlofHS..df?foatHSerTfloatlehsrTnvoaa1hwygnv1ialygiarwtialhnarwiiandnnsiidf?ndtnardf?olalnsllgswwithaithvset
What does it mean?
17
สรปุ เนือ้ หารรายาวยชิ วาชิคณาคติ ณศาิตสตศรา์ สรหตสัรว์ ิชราหพัสคว31ชิ 0า01พค31001
จ จจ ร ดุดุ ิงปปไดรระ้ ะสส213ง.ง..ค213นคมน..์ก.นกัคีน์กกัามักศวรศักาีคศกเาึ ึกศรวรึกมษษกึเาียษรรามษนาู้สยีาคสราราสนู้วาสู้มคามาราามวมมาู้ราารเถารขมถรอถา้เถแธขอใแสบจิ ้าธสดเาใิบกยจดงาี่ยคคเงยกวคววคี่ยกาาววมวับมาากหมจสมับมสำ�ัมหนัมาจพมยวพาันแานนันธยลแวธข์แะนลข์อหละแองาะกลงจผหจาะำ�ลารานกลผดนวาพัล�ำวรนธลเนดนตท์ ัพตา่านิเี่ ธกเา่งนกท์งดิๆาิน่ีจเๆรกใกานิดกเใาลรนจกระขาราบกยเระลบกกบบขวากจบยกร�ำำ�จกบ ลนา กกวังนวทกาานวรลี่มนจลังกีเรจบทลางิรกข่ีมไริงดาชลีเไรลด้ก้ีบคข้ำ�กณู ชลา้ีกังรแเาคปลลูณะน็ ังกจเแปาำ� รล็นนหะวจากนารานตจรำ�วรหนรนากวตรนยจรจะรารกนเงิซยวไตดนะ้
แแขแ เเขแบซลลลลอออื้ตะะะะบบงกกคกเแตเขาาวาขล้นรรารตตะใไแมไจเหมมกนลเน�ำจน่เเ่้เาะนอื้า่ททหารคื้อจหวนา่่าตใวะนหกกาหวผุ าเแนัันานลป้เมหลแน็นคคะอตลา่า่า่กัตุผจะสสารลกะัมัมราเาบบดสปอรูร�ำูรว่ั็นตดณเณนรนาา์เ์ินนตสกรนิ่วาีโนกกราณตรจมร�ำจีโิตนากิวนณแนวลมจนะริตจกิงิราแิงรสลนสมะำ�มบกไบัตปาตัิขรใชขินอ้ องา จงไกจป�ำานาใรนชวใ้วนชน้เจกคจรารริงรือ่เิงใกเงชกี่ยม้เี่ยวคอื วกแรกับื่อลบั กะงกมาการือารบรแบอวลวกอะกแกกแลแาละบระกบอกาผอารลกรคคิตแูณูณภบัณบสสผฑมมลบ์บิสตัตัตถภิกิกิตัณาาิเรรบฑเเท้อืท์ ส่าง่าตกถกน้ันิตันิ
เลเขลยขกยกก�ำกลาังลทงั ม่ีทเี ่มีลีเขลชขีก้ ชำ� ก้ีลาังลเปงั ็นเปจ็น�ำนจาวนนวตนรรตกรยระก ย กะารกบาวรกบ ว กการกลาบร ล กบารคกูณาร ค กูณารหกาารร ห จา�ำรนวจนาทนี่มวนเี ลทข่มี ชเี ี้กลำ�ขลชังีก้ เาปล็นัง
จเป�ำ็นนจวนานตวรนรกตยรระกแยละะแจล�ำะนจวานนจวรนงิ ทจรอ่ี ิงยทใู่ ี่อนยรใู่ปู นกรรปู ณกฑรณ์ ฑ์
เซเตซตกากราดร�ำดเานเนิ กินากราขรอขงอเงซเตซตแผแนผภนาภพาพเวเนวน-์นอ์-อยอเยลเอลรอแ์รล์แะลกะการาแรแกกป้ ป้ญั ญั หหาา
กากราใรหใเ้หห้เตหุผตลผุ ลกากราใรหใ้เหห้เตหผุ ตลุผแลบแบอบุปอนุปัยนแัยลแะลนะรินนิรยันยั กากราอร้าอง้าเงหเหตผุตลุผล
อตัอรัตารสาว่ สน่วตนรตโี กรีโณกมณติ มแิ ิตลิแะลกะากรนารำ� ไนปาใไชป้ อใชตั ้รอาัตสว่รานสต่วรนโี กตณรีโมกติณิ อมตัิตริ าอสัตว่ รนาสต่วรนโี กตณรีโมกติ ณขิ มอิตงมิขมุอง3ม0ุมองศา 453อ0งอศงาศาแล4ะ5
6อ0งศอางศแลาะกา6ร0นอ�ำงอศตั ารากสาว่รนตาอรีโัตกรณาสมว่ ิตนิไตปรใชีโกใ้ นณกมาติ ริไแปกใป้ชใ้ญั นหกาเรกแยี่ กว้ปกญั บั หกาเรกห่ยี าวรกะบั ยกะาทราหงาแรละะยคะวทาามงสแงู ละความสูง
กากราใรชใ้เชค้เรค่ือรงื่อมงือมแือลแะลกะากราอรอกอแกบแบผบลผิตลภิตัณภัณฑ์ฑก์ ากราสรรส้ารง้ารงูปรูปททาางเงรเรขขาาคคณณิติตโดโดยยใใชช้เ้คเครรื่อ่ืองงมมือือแแลละะกกาารออกแบบ
ผลิตภัณฑ์
สถสติถเิตบิเอื้บง้ือตงน้ ตก้นารกวาเิ รควริเาคะรหาข์ะอ้หม์ขลู ้อเมบูลอื้ เงบตื้อนงกตา้นรหกาครา่หกาลคา่างกขลอางงขขอ้ อมงลู ขโ้อดมยูลใชโค้ดา่ยเใฉชล้คยี่ ่าเเลฉขลคี่ยณเลติ ขมคธั ณยิตฐานแมลัธะยฐฐาานนนแยิลมะ
แฐลานะนกายิ รมนแ�ำเลสะนกอาขรนอ้ มาเลู สนอขอ้ มลู
ควคาวมานมา่นจา่ ะจเะปเ็นป็นกฎกเฎกเณกณฑ์เฑบ์เื้อบงื้อตงน้ ตเ้นกเ่ียกว่ยี กวบักกบั ากรานรับนับควคาวมานมน่าจ่าะจเะปเปน็ ็นขขอองเงหเหตตกุ กุาราณรณ์ ์
บทที่ 1 จ�ำานวนและการดาำ� เนนิ การ
1. จานวนนับหรือจานวนธรรมชาติ (Natural Number) เป็นจานวนแรกท่ีมนุษย์รู้จัก และใช้ประโยชน์
ประกอบดว้ ยตวั เลข 1, 2, 3, … เมือ่ ให้ N แทนเซตของจานวนนบั ดังนนั้ N = 1, 2, 3, …
2. จานวนเต็ม (Integer) เป็นจานวนท่ีประกอบด้วยจานวน 3 ลักษณะ คือ จานวนเต็มบวก ท่ี
ประกอบด้วยตัวเลข 1, 2, 3, … จานวนเต็ม ที่ประกอบด้วยตัวเลข 0 เพียงตัวเดียว และจานวนเต็ม ที่
ประกอบดว้ ยตวั เลข -1, -2, -3, …
3. จานวนตรรกยะ (Rational Numbers) เป็นจานวนท่ีเขยี นได้ 3 ลักษณะคือ
เศษส่วน เช่น 1 , 3 หรอื 7 ทศนยิ มไม่รจู้ บซ้า เช่น 0.2000…= 0.2 หรือ 1.6666…= 1.6·
24 9
4. จานวนอตรรกยะ ( Irrational number ) คอื จานวนท่ีไม่สามารถเขียนในรปู เศษส่วนของจานวนเตม็ ที่
ตัวส่วนไม่เปน็ ศนู ย์ แตเ่ ขยี นไดใ้ นรูปทศนยิ มไม่ซ้าและสามารถกาหนดค่าโดยประมาณได้ เชน่ 2 มคี า่ ประมาณ
1.414
5. การแก้สมการ
ตัวอยา่ งท่ี 1 จงแก้สมการ X – 5 = 2 โดยใช้คุณสมบัตขิ องการเทา่ กันดังน้ี
วธิ ที า X – 5 = 2
เอา 5 บวกเขา้ ทั้งสองขา้ ง จะได้
12 เอกสารพฒั นาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดับมัธยมศกึ ษาปลาย
ปีการศึกษา 2563
17
17
X–5+5 = 2 +5 = 7
ตคราตวจอคบาขตต6อตคอ.วังราบสอกตวโมยาจดอ่ากรคยบงแาาแทขรกวตท6ตี่อิธ้อXอน.วัทีง2สบสอกคา–มโมยาา่จกด5ตา่กรงายงแัวแาXรแทแร=กวกท่ีปิธ–อ้อ้ X2นีท2รสส5คา–มมX่า+จกก5ตงาXXา5ดัวแรเรอแ=้วก+ยาป้อ22รสX72มX+ก<ใลนาXX2ดบรสว้+อมย5อก<2กX7ารท==+<ั้งใ5นสX2อส–งม5ขก<522้าางร==จ++ะ5255Xได–จ้ ะ52ไ=ด=้ +725 จ7ะได้ 7 – 5 = 2 ซึง่ เปน็ จริง
–5 = 2 ซึ่งเป็นจรงิ ดังน้นั 7 ดังนัน้ 7 เป็น
เป็น
เอา 2 ลบXอ+อก2ทั้ง-ส2องข้างจ<ะได้ 5–2
X + 2 -2 <X 5–<2 3
ตรวจคาตอบโดยแทนค่าตXัวแปร X< ดว้ ยจา3นวนจริงทนี่ ้อยกว่า จะไดป้ ระโยคที่เปน็ จรงิ ดังน้ัน จานวนทุกจานวนทน่ี ้อย
ตรวจคาตกอวบ่าโดย3แทคนอื ค่าตวัอแบปขรองXอสดมว้ กยาจรานนี้ วนจรงิ ที่นอ้ ยกวา่ จะไดป้ ระโยคทเี่ ป็นจรงิ ดงั นนั้ จานวนทกุ จานวนที่นอ้ ย
กว่า 3 คบือทคทาต่ี 2อบเลขขอยงอกสกมากลาังรทนี่ม้ ีเลขชก้ี าลังเป็นจานวนตรรกยะ
บทที่ 2 เลขยกกาลเลังขทยีม่ กีเกลาขลชังีก้ หาลมงัาเยปถน็ ึงจกาานรวในชต้สรัญรลกักยษะณ์เขียนแทนจานวนที่เกิดขึ้นจากการคูณจานวนเดิม ซ่ึงเท่ากันซ้าๆ กัน
เลหขลยายกคกราั้งลังดังหตมัวาอยยถ่าึงงรกูปาแรบใชบ้สเัญลขลยักกษกณาล์เขงั ียนแทนจานวนที่เกิดขึ้นจากการคูณจานวนเดิม ซึ่งเท่ากันซ้าๆ กัน
หลายครัง้ ดังตวั อย่างรปู แบaบเnล=ขยaกxกาaลxงั a x …………………x a (n ตวั )
a n = a x a nx อa่าxนว…า่ …“…เ…อย…ก…ก…าลxงั aเอ(น็n”ตเัวป) ็นเลขยกกาลงั ท่มี ี a เปน็ ฐานและ n เปน็ เลขช้กี าลงั
การบวกaกn าอร่าลนบวก่าา“รเคอณูยกแกลาละกงั เาอร็นห”ารเปเลน็ ขเลยขกยกกากลาังลทงั ม่ี ทเี ี่มลีขaช้กีเปาน็ลฐังเาปนน็ แจลาะนnวนเปตน็รรเลกขยชะก้ี าลัง
การบวก กบาทรนลยิบากมา1รคถณู ้า แaลเะปก็นาจราหนาวรนเใลดขๆยแกลกะาaลงั ท≠่ีม0เี ลแขลชะี้กาmลงั ,เปnน็ เปจาน็ นจวานตวนรรเตก็มยบะวก แล้ว am an = amn
บทนิยาม บ1ทถน้ายิ าaมเป2็นถจ้านaวนเปใดน็ ๆจาแนลวะนaใดๆ≠แ0ละแaละ≠m0,แnละเปm็นจ,านnวเนปเต็น็มจบานววกนแเตล็มว้ บaวmกแลa้วna=m amann = amn
บทนิยาม บ2ทถนา้ ยิ าaมเป3็นจถาา้นวaนใดเๆปน็แลจะานaว≠นใ0ดๆแลแะละma, n≠เป0็นแจลาะนวmนเต, ม็nบเวปกน็ แจลาว้นaวนmเตม็ aบnวก=แaล้วmn(am )n = amn
บทนยิ าม บ3ทนถา้ิยาaม 4เปถ็นา้ จาaน,วนbใดเปๆน็ แจลานะวนaใด≠ๆ0แลแะลaะ ,mb, ≠n เ0ปแน็ ลจะานnวนเปเตน็ ม็ จบานวกวนแเลต้ว็ม (แaลmว้ )n(a=b)an =mn an .bn
บทนิยาม บ4ทถทา้ ่ี 3aเ,ซbตเป็นจานวนใดๆ และa , b ≠ 0 และ n เปน็ จานวนเต็ม แลว้ (ab)n = an .bn
บทท่ี 3 เซเซตตจากดั คือ เซตทสี่ ามารถระบุจานวนสมาชิกได้ เช่น A = { 1,2,3} มีสมาชิก 3 ตัว
เซตจากดั เคซือตอเซนตันทตส่ี์ คาอืมาเรซถตรทะ่ไีบมุจส่ าานมวานรสถมระาชบิกจุ ไาดน้ วเชน่นสมAาช=กิ {ได1้,2เช,3น่ } Bม=ีส{มาyช|กิ y3เปตน็ วั จานวนนบั และ 2 ‹ x ‹9}
เซตอนนั ตเ์ซคตือวเ่าซงตทค่ีไือม่สเซามตาทร่ไี ถมรม่ ะีสบมจุ าาชนิกวนจสะใมชาส้ ชญัิกไลดกั ้ ษเชณน่ ์ หBร=อื {{ y} เ|ชy่นเปA็น=จา{นyวน| นyับเปแน็ ลจะาน2ว‹นxน‹บั 9}และ 2 ‹ x ‹3}
เซตว่าง คยือเู นเียซนตขทอี่ไงมเซ่มตสี Aมาแชลกิะ Bจะคใือชเ้สซญัตทลีป่ักษระณก์อหบรดือ้วย{ส}มเาชชน่ ิกAท่ีเ=ป็น{สyมา| ชyิกเขปอ็นงจAานหวรนือนขอับงแBละใ2ช้ส‹ญั xล‹กั3ษ} ณ์ A B
ยูเนียนของอเซนิ ตเตAอรแเ์ลซะกชBั่นคขอื อเซงตAทแ่ีปลระะกBอคบอื ดเซ้วยตสทม่ีปารชะิกกทอี่เบปด็นว้ สยมสามชาิกชขกิ อทง่ีเปAน็ หสรมอื าขชอกิ งทB้ังขอใงชส้Aญั แลลักะษBณใช์ ส้Aญั ลกั Bษณ์ A B
อนิ เตอร์เซบกชทัน่ ทข่ี อ4งอAัตแรลาะสBว่ นคตอื รเซโี ตกทณี่ปมรติะกิแอลบะดกว้ายรสนมาาไชปกิ ใทชเี่้ปน็ สมาชกิ ท้ังของ A และ B ใช้สญั ลักษณ์ A B
บทที่ 4 อสัตมรบาสัตว่ิสนามตเรหีโกลณยี่ มมมติ มุ ิแฉลาะกการนาไปใช้
สมบตั สิ ามเหลยี่ มมถมุ า้ ฉใาหก้ ABC เป็นรูปสามเหลยี่ มมุมฉากท่มี มี มุ ฉากท่ี c และมี a , b , c เป็นความยาวของด้านตรงขา้ มมุม A , B
ถ,า้ Cใหต้ AามBCลาเดปบั น็ รปู สามเหลี่ยมมุมฉากทม่ี ีมมุ ฉากที่ c และมี a , b , c เปน็ ความยาวของดา้ นตรงข้ามมมุ A , B
, C ตามลาดับ
ด้าน AB เป็นดา้ นที่อยู่ตรงข้ามมุมฉากยาว c หนว่ ย เรยี กว่า ด้านตรงขา้ มมุมฉาก
ดา้ น BAaCBเปดดเน็ป้าา้ นนดน็ า้ดBน้าACทนCท่ีอเยี่อปูต่ยเ็นปรตู่ ดงน็รขา้งดา้นข้ามทา้นมมอี่ทุมมยี่อุมตู่Aยฉร่ตู ายงรกขางย้าวขมา้าaวมมหมุมcนุมAห่วนBยยว่ ายยวเารวยีaเรกbหยีวนกา่หวว่ นด่าย่ว้าดยนเ้าตรนเยีรรตงกียขรวกง้าา่ วขม่าดา้มมา้ มุดนม้าAตุมนรฉปงารขกะ้าชมิดมมุมุมAA
c ดา้ น
c a
ด้าน AC เปน็ ดา้ นที่อยูต่ รงข้ามมุม B ยาว b หนว่ ย เรยี กวา่ ดา้ นประชิดมมุ A
เอกสารพฒั นาทักษะวชิ าการผู้เรียนรายบคุ คล ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 13
ปีการศึกษา 2563
18
c2 a2 b2
b
ถ้า ABC เปน็ รูปสามเหล่ียมมุมฉาก ซ่ึงมมี มุ เป็นมมุ ฉาก
cแทนความยาวด้านตรงขา้ มมุมฉาก
a และ bแทนความยาวของด้านประกอบมุมฉาก
จะไดค้ วามสัมพันธร์ ะหว่างความยาวของด้านทง้ั สามของรูปสามเหล่ียมมมุ ฉากดังต่อไปนี้
ความยาวของดา้ นตรงขา้ มมมุ A
Sin A = ความยาวของดา้ นตรงขา้ มมมุ ฉาก
ความยาวของดา้ นประชดิ มมุ A
Cos A = ความยาวของด้านตรงข้ามมมุ ฉาก
ความยาวของด้านตรงขา้ มมมุ A
Tan A = ความยาวของด้านประชดิ มมุ A
บทท่ี 5 สถติ เบื้องตน้
การหาคา่ กลางของข้อมลู ทาใหไ้ ดท้ ัง้ ขอ้ มลู ท่ีแจกแจงความถี่และขอ้ มูลทไ่ี ม่ไดแ้ จกแจงความถี่
5.1 คา่ เฉลี่ยเลขคณติ (Arithmetic mean)
ใช้สัญลักษณ์ คือ x
การหาค่ากลางของข้อมลู ทาใหไ้ ดท้ ั้งข้อมลู ที่แจกแจงความถีแ่ ละข้อมูลทไ่ี ม่ไดแ้ จกแจงความถี่
การหาค่าเฉลี่ยเลขคณติ ของขอ้ มลู ที่ไม่แจกแจงความถ่ี
ให้ x1 , x2 , x3 , …,xn เป็นข้อมูล N คา่
หรือ x x
n
5.2 มัธยฐาน (Median)
ใชส้ ัญลกั ษณ์ Med คือ คา่ ทม่ี ีตาแหนง่ อยู่ก่งึ กลางของขอ้ มูลท้งั หมด เมอื่ ไดเ้ รียงขอ้ มลู ตามลาดับ ไมว่ ่าจาก
นอ้ ยไปมาก หรือจากมากไปน้อย
1) เรยี งข้อมลู ทีม่ อี ย่ทู ้งั หมดจากนอ้ ยไปมาก หรอื มากไปนอ้ ยก็ได้
N 1
2) ตาแหน่งมัธยฐาน คือ ตาแหน่งกงึ่ กลางข้อมูล ดังน้นั ตาแหนง่ ของมัธยฐาน = 2 เมือ่ N คือ จานวน
ข้อมลู ท้ังหมด
3) มัธยฐาน คอื คา่ ทีม่ ีตาแหนง่ อยกู่ ึ่งกลางของขอ้ มูลทงั้ หมด
5.3 ฐานนยิ ม (Mode)
ใช้สัญลักษณ์ Mo คอื คา่ ของข้อมลู ทีม่ ีความถสี่ งู สุด หรือค่าท่มี จี านวนซา้ ๆ กนั มากท่ีสดุ สามารถ
หาได้จากกรณีขอ้ มลู ตอ่ ไปนี้
หลักการคิด ให้ดูว่าข้อมูลใดในข้อมูลที่มีอยู่ท้ังหมด มีการซ้ากันมากท่ีสุด (ความถี่สูงสุด) ข้อมูลน้ันเป็นฐานนิยมของ
ขอ้ มูลชุดน้ัน
14 เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดบั มัธยมศกึ ษาปลาย
ปีการศึกษา 2563
19
บทที่ 6 ความน่าจะเปน็
1. แซมเปลิ สเปซ (Sample Space ) เป็นเซตทีม่ สี มาชกิ ประกอบด้วยสง่ิ ทต่ี อ้ งการ ทั้งหมด
จากการทดลองอย่างใดอย่างหน่ึง บางครั้งเรียกวา่ Universal Set เขียนแทนด้วย S เช่น ในการโยนลูกเต๋าถา้ ตอ้ งการ
ดูว่าหนา้ อะไรจะขนึ้ มาจะได้ S = 1, 2, 3, 4, 5, 6
2. แซมเปลิ พ้อยท์ (Sample Point) คือ สมาชกิ ของแซมเปิลสเปซ (Sample Space )
เชน่ S = H , T คา่ Sample Point คอื H หรอื T
3. เหตกุ ารณ์ (event) คอื เซตที่เป็นสับเซตของ Sample Space หรือเหตกุ ารณ์ทเ่ี รา
สนใจ จากการทดลองสุ่ม
4. การทดลองส่มุ (Random Experiment) คอื การกระทาทเ่ี ราทราบว่าผลทงั้ หมดที่อาจจะเกิดขนึ้ มี
อะไรบ้าง แต่ไม่สามารถบอกได้อย่างถูกตอ้ งแน่นอนวา่ จะเกดิ ผลอะไรจากผลทงั้ หมดทเี่ ป็นไปได้เหลา่ นน้ั
5. ความน่าจะเปน็ = จานวนผลของเหตกุ ารณ์ท่สี นใจ
จานวนเหตกุ ารณท์ ั้งหมดของการทดลองสุ่ม
หมายเหตุ : ใหน้ กั ศกึ ษา ไดศ้ ึกษาเพมิ่ เตมิ จากหนังสอื แบบเรยี นรายวิชาคณติ ศาสตร์ พค31001
แบบทดสอบรายวิชาคณิตศาสตร์ พค31001
จงเลือกคาตอบท่ีถูกต้องทีส่ ดุ เพียงคาตอบเดียว
รายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ รหัสวิชา พว31001
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักศึกษาสามารถอธิบายธรรมชาตแิ ละความสาคัญของวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีได้
2. นักศึกษาสามารถอธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์และเจตคตทิ างวิทยาศาสตร์
3. นกั ศกึ ษาสามารถนาความรู้ และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรไ์ ปใชแ้ กป้ ัญหาต่าง ๆ ได้
4. นักศกึ ษาเกิดเจตคติทางวทิ ยาศาสตร์และมีจิตวิทยาศาสตร์
5. นักศึกษาสามารถอธิบายความหมาย ความสาคัญ และความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีต่อชีวิต และสังคม นา
ความรู้ และเลอื กใช้เทคโนโลยใี นชวี ติ ประจาวนั ได้อยา่ งเหมาะสม
เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 15
ปีการศกึ ษา 2563
แบบทดสอบวิชาคณิตศาสตร์ รหัสวิชาพค31001
จงวเลิชือากคคณำ� ติตศอาบสทต่ถี รกู ์ ตอ้ งทรี่สหดุ สั เวพชิ ยี างพคคำ� ต3อ1บ00เด1ยี ว ระดบั มธั ยมศึกษาตอนปลาย
1.ข้อใดไม่ใชจ่ ำนวนเตม็ 6. จานวนเตม็ บวกมีสมบตั ิปดิ ภายใต้การดำ� เนนิ การใด
ก. การบวกและการลบ
ก. 5 ข. การบวกและการคณู
6 ค. การลบและการหาร
777...ขขขอ้อ้ อ้ ใใใดดดตตงกขขกคคงงตขกคง.่ออ่........อ่....กไไ33333333ไ3333ปปาป∙∙ร∙∙นน++++∙∙น++ค(((((ี้้เเี(้เี2222ปปณู2((((2ป((22นน็็22++2น็2แ++++จจลจ++++++รร5555ะร55ิงิงงิ))ก))5555)ดด)55ดา))))==วว้้==))=ว้=รยย====ยห==สส33((ส3า(มม33((((มร3∙∙((∙บบ3322บ32+((++(ตััต55ตั++∙∙5+∙กิกิ 22ิก552∙∙5ำำ∙))22ำ))222)รร)2ร))++เเ))++)+เ)+ปปป+++ลล((33ล(333่ียย่ี 553ี่ย5นนน∙∙∙หห55ห5มม))ม)ูู่่ ู่
ข. √4
ค. ±√25
ง. 52
2. จำนวนในขอ้ ใดตอ่ ไปนีเ้ ป็นจำนวนอตรรกยะ
ก. 3.14
4 53ก ...ารจจจ6543ใ���ำำำ....ดนนนจจจจวววำำำำนนนนนนคคคงขงกงกขขก...จจจวววว......... กกกนนนนรรรกกกกขงคขกขกคขกกกงคคงขงกกกงิงิงิ....าาาจเจจ...าาา.....าาา..าาา...12.ตมมมรรรกกกรรรรรรรรรรรร7กกกกกกกก√กก.กคคค็ม2สีีสสี4บบบบบบลลลงิงิงิำำำำำำำำำำำำำำณณณูููมมมบ1มมรรรบบบ5ววววววรรรรรรรรรรรคคค1ีสีสสีบบบวบกกกบบบกกกบบบลลลแแแแแแบณูณูณูกมมมแแแแแแตตตััับบบววววลลลวววลลลวมบบบกกลลลกกกกลลลกกกิิิกะะะแแแะะะแแแกสีะะะแแแะะะแแแแตัตัตัาาากกกลลลกกกลลลแมรรรกกกกกกลลลลลลลิกกิิกาาาะะะาาาะะะลเสสรรราาาบาาาะะรรระะะะะกำำกำกกกกปะลลหหหรรรรรรหหหรรรกกกกกกกตัำำำำำำกลคคคลลลัับบสเสาาารรรำำำำาาาำำำรรริปปำ่ียบบบูณููณณรรรลรลหรรหหรรรรรรรหหหททรดินลคคคลลลลบับัำำำำำำีี่ภภ่คภ่ยีหบบบูณบูณูณรรรรรรททูณาาำนมยยีภ่ี่ภยห่ภู ใใำำใตตมาตยยก้้กยู่ภ้กใใตตใาาำำตรรก้้กยร้กดดดใำำตา�ำ�ำรรำรเเก้ดดเนนนดำำำนิินำ�นิรเเนนเกกดกนนินิาาำำินรรเกกรนใใใำำดดินดรรกใใดดำร 1 ข ตต91ใ118891191198ด1.0อ้ออ่่00....11 0..1.. ใไไ....ขขผ.ถ.ขผผดปปถถถผถถถอ้้อลถ้า้อลล้ำ้ำนน้าลำ้้ำำ้ใใบ้ำใบบดดaีถถี้้บaaดaวaaaววตตaูกกูงขคกกขควคคกขกขงงขงกคคคขกคงขกขกคคกกขขงคคตกแคงขกคขกคงคขกขงกคกกแแ.แ..ออ่่ตต.........กแแแ..........................่อ...ขแล.............ขขลล55aล0aไไ-a442aaaออ้้ขล5ลลaa0055aa--aa22ไ4aอละ2a05a-a2ปป3ออ55ะะ5522ะb233ปอ5งงะ5ะะbb222≠∙∙3งะ+≠b2∙++งงนน++bง+น+((bbค∙∙++bbคค(≠bb∙bb+ค้้ีเีเb22b((เี้า่23bbปป(่ำ่ำbbเb2((bปbbเเำ่bเ22(ป((bเเเbb2ปปป22(∙∙็นน็เb33Xa≠ปปป2∙น็22XX322ปน็2Xaa277++็น็น ็นaจจ7b+็นน็น็จ++็นทจ+bb∙∙))ททรรจจจb∙)ทรจจจ�ำจ77+77่ีสิงงิำำ�ำสส่ีี่77ิง==ำ77ำำ++่สีนดด=7ำ+นนอ))น))ดออนนน))))อaนวว้ว้)ดวว้ววaaดด ว==วว==((aดนยย=ว=(นน==ยคนน55=คคนน5คนสสจสจจลจลลจจจ((((มมลรจ((((รรมอ้ร5∙5∙22(้อ้อรรรงิ∙52้อบบร55งิิงงิบง522ิงงิงิซงง2ิงซซงััตตกซกกัต∙∙∙∙))ซ++่งึกซซ∙∙)่งึ่ึง+ิิกกับซึง่บับั2277กิ ่ึงับ27ึ่งงึ่aำำึง่∙∙aaส 22))ำ))สส∙a2))ส รร77มร=a7มม))==aa++++สสม)=a++สกกกลล++ก≠bล+าbbำำ((55bบบััำ(5รับ77รร55bbb7แร5ททแแbทแ|ล||ลลX∙∙ี่ี่|แXXแแล∙่ีXแ้ว77ว้้ว+ลลล7้ว++ขล+ขข))1ขว้ว้้ว)11้อ้ว1้ออ้ ข|ขข้อ||ข=ใ|==ใใ้อ=้ออ้ใดดดอ้3ด33ใใใ3ใตตดดดตคดคคอ่่อคตตอ่ือตืืออไไอือ่อ่ไปปอ่ขขปขไไไนน้ออ้ปปนอ้ป้ีถีถ้ใในนถี้ในดดดูกูก้ีถ้ีถกู ีถ้ ตตูกกูตูกอ้้อตตอ้ ตงง้ออ้ง้องงง
ค. กำรลบและกำรหำร ระดบั มัธยมศ 11กคคขกข1ขคกกึ 22......ษ2...---..----233า.คค--231122ค12ปำ่่ำำ่ลXXาXยงทท.ท4่สีสี่ ่สี อออดดดคคคลลลอ้อ้ อ้ งงงกกกัับบบั สสสมมมกกกำำำรรร
16 เอกงส.ากรำพรัฒคนูณาทแักลษะะกวำชิ ราหกาำรรผู้เรียนรายบคุ คล √√√((( −−− 111)))===|||XXX---222||| คคคืออื ือขขขอ้้อ้อใใใดดด
ปีการศกึ ษา 2563
ข. 0 ข. √ 4
ค. 2 ค.5√ 2
ง. 4 ง. 4√ 2
12.คา่ X ท่สี อดคลอ้ งกับสมการ √((x-1) )√=|X(- 2 | −คอื 1)=|X-21|7ค.5อื ข√1้อ3ใ2ดมคี ่ำตรงกับข้อใด
ข้อใด 12.คำ่ X ท่สี อดคล้องกบั สมกำร
ก. -2 ก. 0
ข. -1 ข. 1
111111(1111654334ค4653......จวจ....√ขขขจำา�ำข√ข้อ้อนมำ้อน อ้อ้ใใ นเวใ ดด วข งคใใด กคงกขขกขคงคงกนว นดด21ตต. า้...งกงขคกคคขงขก.ต..........น231ใ-61−12ใตต4ใ่อ่อ...√(26...น.32.....2(20่อ(31จ√ใน-61−-9-2อ่อ่(62ไไ3น2(2.0(3,.ไข8.√)2-,ปป3ข1√- 9)-2341,ไไป3 ). ,.√ข658้อ2 ,ปป√35314้อ)314,นน5 1) )น 1√65 ้อใ=139 =√35424ใ=นน531) ้ถี้ีเ,-3ด17 เ้ีใ0=431ด29ป==124=3402ปีถ้เี้กู-,3ดเ√7ม√042√ปเ=√1,็นป026ูก2,็น,ป−ตเ√ม√-คีπ√3+√,0น็ป67จ็น22,−ต้อจ(็น-(คี3π่ำ3,5+(078จำ็น24จอ้2(ง�ำ,(ต23จ่ำ25(3น8…ำ4,,จำน2ง√,1ต25รำ�25,3น…)ว,,น)ำ3√)1ว1นง5ร,5,น)ว,น)9,วก38น)1ง,ว,น2น9,นวก8ับ2นน,2นน6บับัต24ขบัต,,,36ับตร4.ทขอ้3,ร,ท13ร7ร.ทอ้3ใรกุ,11ุก,กรด7กใุก4จ1,1จกยด8ย4จำ,1…�ำยะ8นะำ…น,ะท9นทว,วทุก9นวกุนุกจนจจำำ� นำนนววนวนน(ค(ควำวมำมเขเขำ้ ใำ้ จ1(2เใ211xกจ)09089-ิน)211.....2110893)เเเ2เงคขกซซ(890...ซซ0x....ตต...เ2เ1ตตงคขก + ซ ซค .ขข2เเงขคก3.ขข..33ซซขกคงคงกข1ตต ือ.0ออ .คง,... ออ),.8.. 61ตต. ..3...ขขข6.. ,3งง1 .งคกกคขงขงง,7133 √=0,.3,ขข-ออ,้อจจ3,61.8…..1√จจ 6√ขงคกงคกข-3..…..0..0 1,√6√.0., ,1 ออ36ำ��ำงง,7ใ1,38.3..√1-1ำ6ำ,ม0......,-26.,,ด61…111จจนน√3,-งง,7…1033013√น1น,√√,2,,1-ีค.-,,362261…1จจ1,-1ำำ√.ม-0ค-…010วว1,2,√√71วว.,1่ำ3369,,6,น1น1-,12,ำำ,ม26นน1คี,อื-.,2,3นน322,ต1,13.0,,-,11นน,2,71วว.21คี-.-,ข่ำนน92026,น,,น.ร,70-2616,37นน13วว.2ตำ่19อ้,6,บับั,ง7262บัับ,-,3นน30ตนน1ร-7,,ก6ใ2ทท2-3ทท0ดนนงร7,7บัับ6,ับ2,-ีหสี่่กง่สีีห่7บัับ1,3ททจ-กอบัาอ,ำ3,ททำส่ี่ีห21รบัดรจด,นส่ีีห่,อล1,ำลคจ.ำค2.วอรด,ำงน.งลำ2,ล.นลตร.ดคต,น้อ.ว,3้อล.งข.วัคลัว.น.วง0งต,.งด้อดล3อ้.กนกขต,วัว้ใ3ว้อ้0งบัขอ้ับดดวัยกย0งอ้สใดสว้ กบัด3มใย้ว3มบัดสแยกแกส3มตาตำ3แมกรม่ร่มแตกำีคีค(ตรม่ำx่าxำ่ รม่-ีคไ-ไ11มxีคมำ่ )-)x่ไ่ำ(เ่(1xมก-xไ1)+ม+่เนิ(ก)x1่เ1(3ก+ินx))0+นิ(13x1)30ค-(2)x0ือ(ค-)xข(2คอื-xอ้2)ือ+ข(ใ)xขอ้3(ด+xอ้ใ)+3ดใ=3)ด)=0=ค0
ขก.5√.4√ 4
คข.5√.5√ 2 4
ง.ค4√.5√ 2 2
ง. 4√ 2
1177.5.5√1√3132กข2มก.. มคี.10ีคำ่0ตำ่ ตรงรกงกับบัขข้ออ้ใดใด
คข. .31 เอกสารพฒั นาทักษะวชิ าการผู้เรียนรายบคุ คล ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 17
ปีการศึกษา 2563
ง.ค√ . 33
ง. √ 3
สรุปเนื้อหารายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ รหสั วิชา พว31001
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
1. นักศกึ ษาสามารถอธิบายธรรมชาตแิ ละความสำ� คญั ของวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้
2. นักศึกษาสามารถอธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรแ์ ละเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์
3. นักศึกษาสามารถนำ� ความรู้ และกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ไปใช้แก้ปัญหาต่างๆได้
4. นักศึกษาเกดิ เจตคติทางวทิ ยาศาสตร์และมจี ติ วิทยาศาสตร์
5. นักศกึ ษาสามารถอธบิ ายความหมาย ความส�ำคัญ และความสมั พนั ธข์ องเทคโนโลยีต่อชวี ิต และสังคม นำ�
ความรู้ และเลอื กใช้เทคโนโลยใี นชวี ติ ประจ�ำวันได้อยา่ งเหมาะสม
6. นักศกึ ษาสามารถอธบิ ายประเภท เลือกหัวข้อ วางแผน วธิ ีทำ� นำ� เสนอและประโยชน์ของโครงงานได้
7. นกั ศกึ ษานำ� ความรู้เกยี่ วกับวทิ ยาศาสตร์ กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และโครงงานไปใช้ได้
ขอบเขตเนอ้ื หา
ธรรมชาติของวิทยาศาสตร์กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ เจตคติทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และโครงงานวิทยาศาสตร์ลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตแต่ละ
ชนดิ มลี กั ษณะเฉพาะตวั ทำ� ใหส้ ง่ิ มชี วี ติ แตกตา่ งกนั เชน่ ลกั ษณะสผี วิ ลกั ษณะเสน้ ผม ลกั ษณะสตี า สแี ละกลน่ิ ของดอกไม้
รสชาตขิ องผลไม้ เสยี งของนกชนดิ ตา่ งๆ ลกั ษณะเหลา่ นจี้ ะถกู สง่ ผา่ นจากพอ่ แมไ่ ปยงั ลกู ได้ หรอื สง่ ผา่ นจากคนรนุ่ หนง่ึ ไป
ยังรุ่นตอ่ ไป ยีน และ DNA เป็นสว่ นหน่ึงของโครโมโซม โครโมโซมหนงึ่ ๆ มียนี ควบคุมลกั ษณะตา่ งๆ เปน็ พนั ๆ ลักษณะ
ยนี (gene) คอื หนว่ ยพนั ธกุ รรมทค่ี วบคมุ ลกั ษณะตา่ งๆ จากพอ่ แมโ่ ดยผา่ นทางเซลลส์ บื พนั ธไ์ุ ปยงั ลกู หลาน ยนี จะอยเู่ ปน็
คบู่ นโครโมโซม โดยยนี แตล่ ะคจู่ ะควบคมุ ลกั ษณะทถ่ี า่ ยทอดทางพนั ธกุ รรมเพยี งลกั ษณะหนงึ่ เทา่ นน้ั เซลล์ พนั ธกุ รรมและ
ความหลากหลายทางชวี ภาพ เทคโนโลยชี ีวภาพ ทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล้อม
บทท่ี 1 ทักษะทางวทิ ยาศาสตร์และกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ธรรมชาติของวิทยาศาสตรแ์ ละทกั ษะทางวิทยาศาสตร์ทกั ษะทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วย
1. การสังเกต เปน็ วิธกี ารไดม้ าของขอ้ สงสัย รบั รขู้ ้อมูล พจิ ารณาข้อมลู จากปรากฏการณท์ างธรรมชาติท่ีเกดิ ข้นึ
2. ต้ังสมมติฐาน เปน็ การการระดมความคิด สรุปสง่ิ ทค่ี าดว่าจะเป็นค�ำตอบของปญั หาหรือ ขอ้ สงสยั นนั้ ๆ
3. ออกแบบการทดลอง เพื่อศึกษาผลของตัวแปรท่ีต้องศึกษาโดยควบคุมตัวแปรอื่นๆ ท่ีอาจมีผลต่อตัวแปรที่
ต้องการศึกษา
4. ดำ� เนินการทดลอง เปน็ การจักกระท�ำกับตัวแปรทก่ี ำ� หนดได้แก่ ตวั แปรต้น ตวั แปรตาม และตัวแปรท่ตี ้อง
ควบคุม
5. รวบรวมข้อมลู เป็นการบันทกึ รวบรวมผลการทดลองหรือผลจากการกระทำ� ของตวั แปรทกี่ ำ� หนด
6. แปลและสรปุ ผลการทดลอง
บทท่ี 2 สง่ิ มีชวี ิตและสง่ิ แวดล้อม
เซลล์ (Cell) หมายถงึ หนว่ ยทีเ่ ลก็ ท่สี ุดของสิง่ มีชวี ติ ซึ่งจะท�ำหน้าทีเ่ ปน็ โครงสรา้ งและหนา้ ที่ของการประสาน
และการเจรญิ เตบิ โตของสงิ่ มีชีวติ
18 เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดบั มัธยมศกึ ษาปลาย
ปีการศกึ ษา 2563
บทท่ี 2 ส่ิงมีชวี ิตและส่ิงแวดล้อม
เซลล์ (Cell) หมายถึง หน่วยท่ีเล็กท่ีสุดของสิ่งมีชีวิต ซ่ึงจะทาหน้าท่ีเป็นโครงสร้างและหน้าท่ีของการ
ประสานและการเจรญิ เติบโตของส่ิงมีชีวติ
แผนผงั โครงสร้างของเซลล์
เซนทรโิ อล แวควิ โอล ไซโทพลาซึม นิวคลโี อลสั
ไมโทคอนเดรยี ไลโซโซม นิวเคลียส ไรโบโซม
เวสิเคลิ
เอนโดพลาสมิกเรติคูลัม
แบบผิวขรขุ ระ
กอลจแิ อปพาราตัส
เอนโดพลาสมิกเรติคลู มั แบบผิวเรยี บ ไซโทสเกลเลตอน
การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม
ลักษณะทางพนั ภธาพกุ เซรลรลมโ์ ดยสัตวท์ ั่วไป ประกอบด้วยออรแ์ กเนลล์ต่าง ๆ
สง่ิ มชี วี ติ แตล่ ะชนดิ มลี กั ษณะเฉพาะตวั ทำ� ใหส้ ง่ิ มชี วี ติ แตกตา่ งกนั เชน่ ลกั ษณะสผี วิ ลกั ษณะเสน้ ผม ลกั ษณะสตี า
สแี ละกลน่ิ ของดอกไม้ รสชาตขิ องผลไม้ เสยี งของนกชนดิ ตา่ งๆ ลกั ษณะเหลา่ นจี้ ะถกู สง่ ผา่ นจากพอ่ -แม่ ไปยงั ลกู ได้ หรอื
สง่ ผ่านจากคนรนุ่ หน่งึ ไปยังรุ่นต่อไป
ยนี และ DNA
ยีน เปน็ ส่วนหนึง่ ของโครโมโซม โครโมโซมหน่ึงๆ มียีนควบคมุ ลกั ษณะตา่ งๆ เป็นพนั ๆ ลักษณะ ยีน (gene) คอื
หนว่ ยพนั ธกุ รรมทคี่ วบคมุ ลกั ษณะตา่ งๆ จากพอ่ แมโ่ ดยผา่ นทางเซลลส์ บื พนั ธไ์ุ ปยงั ลกู หลาน ยนี จะอยเู่ ปน็ คบู่ นโครโมโซม
โดยยีนแตล่ ะค่จู ะควบคมุ ลกั ษณะทีถ่ ่ายทอดทางพันธกุ รรมเพียงลักษณะหน่ึงเทา่ นนั้
บทที่ 3 สารเพอ่ื ชีวติ
ธาต ุ สารเป็นสารบรสิ ุทธท์ิ ่ีมโี มเลกลุ ประกอบด้วยอะตอมชนดิ เดียวกัน มีธาตทุ ีค่ ้นพบแล้ว 109 ธาตุ เปน็ ธาตทุ ี่
อยู่ในธรรมชาติ 89 ธาตุ เชน่ โซเดยี ม (Na) แมกนเี ซียม (Mg) คาร์บอน (C) ออกซเิ จน (O) เปน็ ต้น จะแบง่ ธาตุออกเป็น
3 กลุม่ ดงั นี้
1. โลหะ (metal) เปน็ กลุม่ ธาตุทีม่ สี มบตั ิเปน็ ตัวน�ำไฟฟ้าได้ นำ� ความร้อนทดี่ ี เหนยี ว มจี ดุ เดือดสงู ปกตเิ ปน็
ของแข็งทีอ่ ณุ หภมู หิ อ้ ง (ยกเว้น ปรอท) เชน่ แคลเซียม อะลูมเิ นียม เหลก็ เป็นต้น
2. อโลหะ (non-metal) เป็นกลมุ่ ธาตทุ ี่มสี มบัติไม่น�ำไฟฟา้ มีจดุ ¬หลอมเหลวและจดุ เดอื ดต�ำ่
เปราะบาง และมีการแปรผนั ทางด้านคุณสมบัตทิ างกายภาพมากกว่าโลหะ
3. กงึ่ โลหะ (metalloid)เปน็ กลมุ่ ธาตทุ มี่ สี มบตั กิ ำ้� กงึ่ ระหวา่ งโลหะและอโลหะ เชน่ ธาตซุ ลิ คิ อน และเจอเมเนยี ม
มสี มบตั บิ างประการคลา้ ยโลหะ เช่น นำ� ไฟฟา้ ได้บ้างท่อี ุณหภมู ปิ กติ และน�ำไฟฟ้าไดม้ ากขึน้
ธาตุกมั มนั ตภาพรังสี กัมมนั ตภาพรงั สี (Radioactivity) หมายถึงรังสที แี่ ผอ่ อกมาไดเ้ องจากธาตบุ างชนดิ
ธาตกุ ัมมนั ตภาพรงั ส ี หมายถึง ธาตุท่ีมีในธรรมชาติทแี่ ผร่ งั สอี อกมาได้เอง ชนิดของกัมมนั ตภาพรังสีมี 3 ชนดิ
คอื
1. รงั สแี อลฟา (alpha, a) คอื นวิ เคลยี สของอะตอมธาตฮุ เี ลยี ม 4He2 มปี ระจไุ ฟฟา้ +2 มมี วลมาก ความเรว็ ตำ่�
อำ� นาจทะลุทะลวงนอ้ ย มพี ลงั งานสูงมากท�ำใหเ้ กดิ การแตกตัวเปน็ อิออนได้ดที สี่ ุด
2. รงั สเี บต้า (Beta, b) มี 2 ชนิด คือ อเิ ลคตรอน 0e-1 (ประจุลบ) และ โฟซติ รอน 0e+1
เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 19
ปีการศึกษา 2563
1. รังสีแอลฟา (alpha, a) คือ นิวเคลียสของอะตอมธาตุฮีเลียม 4He2 มีประจุไฟฟ้า +2 มีมวลมาก ความเร็ว
ต่ า อ า น า จ ท ะ ลุ ท ะ ล ว ง น้ อ ย มี พ ลั ง ง า น สู ง ม า ก ท า ใ ห้ เ กิ ด ก า ร แ ต ก ตั ว เ ป็ น อิ อ อ น ไ ด้ ดี ท่ี สุ ด
2. รังสเี บตา้ (Beta, b) มี 2 ชนดิ คอื อิเลคตรอน 0e-1 (ประจลุ บ) และ โฟซิตรอน 0e+1
เบ(กปอาทกรรทะซทจี่์ ะ4บุ ลวบ( ทแุท3ปกระ.ทะร)งลละทแรมุทจวังลี่คีะงบุส4ะวไลวีแดพา3วแกกม้ส.งล )รมเไู งงัรรงดมมมง็วงัแส้ีคาาาสสงูกลวนแีงู(มาgะมเกมาaพพไามกmเมก่ือรม ล่เ็ว ใชmาบไกังสมวี ี่ยงล(aูงเ่ิตgงามบเ้,aคเนาg่ียบmยี)กงเนงพmใเคกบใกือนือ่บัaลนส,ชค้เรใคgนนังวีว)ียสสาาิตคงีทมมนกอืเแี่ไารบัมมมรว็ ค่มแ่เังแหวีปสมสาลรีทเ่งมหะ็กไ่ี เมจลแรุไม่ก็็วลฟแแปีะฟสลสรง้าะะนจสาหุไนมมฟาไาฟฟมย้าไฟถฟ้าหึงฟมโ้าเฟา ปย ตเ็นถปอคึง็นนลคโหฟื่นลรแตื่นือมอแคน่เมวหหอ่เลหรน็กลอื ตไ็กคัมฟไวขฟฟออ้ฟานงทา้ตแ่ีมทัมสีคม่ีขงวคีอาวงมาแมถสมี่สถงีอูงส่ี มกางู ีอนกว�ำ่าาวนรจ่าังารในสจงั สีในเี อกกาซร์
แรง (Fแoรrงce(F)oหrcมeา)ยหถมึงาสย่ิงถทงึ ี่มสาง่ิ กทรมี่ ะาทการหะรทือำ� พหยรอืายพายมากยารมะทกราะตท่อำ�วตัตอ่ ถวุแตั ลถ้วแุ ทลาว้ ใทหำ�้วใัตหถว้ ุเตั กถิดเุ กาดิ รกเาปรลเป่ียลนยี่แนปแลปงลสงภสาภพาพ เชน่
เช่น ถา้ มถีแ้ารมงแี มรางกมราะกทราะกทับำ� วกัตบถวุซตั ึ่งถกุซาง่ึ ลกัง�ำเลคังลเ่อืคนลท่ือนี่ อทา่ี จอทาจาใทหำ� ว้ ใตัหถ้วุนตั ถนั้ นุเคั้นลเค่ือลนื่อทนเ่ี รทว็ เ่ีขรึน้็วขชึ้น้าชล้างลหงรหือรหือยหุดยนดุ ่ิงนหงิ่ รหือรเือปเลปี่ยลนย่ี ทนิศททศิ าทงาง แรง
แรงเปน็ ปเปรน็ิมปาณรมิ เวากณเตเวอกรเ์ตคอือรต์ คอ้ ืองบตอ้ กงบขอนกาขดนแลาดะแทลศิ ะททาศิงทมาีหงนม่วีหยนเป่วน็ ยนเปวิ น็ตนั วิ ตนั
ความเรคว็ วาแมลเะรอว็ ตั แรลาะเรอ็วัตรขาณเระว็ ทขีร่ ถณยะนทตรี่ ์กถายลนงั ตว์กงิ่ �ำเลรังาวจิง่ะเหราน็ จเขะ็มเหบ็นอเกขค็มวบาอมกเครว็ บามนเขร้นึว็ บเรนื่อขยนึ้ ๆเรื่อย ๆ
แสดงวา่ รแถสเดคงลวื่อ่านรถทเี่ดคว้ลยื่อนอทัต่ีดราว้ เยร็วอเตัพริม่ าขเรึ้นว็ เแพตมิ่ เ่ ขมนึ้่ือพแิจตาเ่ มรณ่ือพาถิจงึาทรณิศทาถางึ ที่ริศถทวา่างงทไ่รีปถดว้ว่ายงไจปะดกว้ ลย่าจวไะดก้วล่า่าเวคไลดอื่ ้วน่าเทค่ีดล้วื่อยนอทัต่ีดรว้ายเรอว็ ัตราเรว็
ทเี่ ทา่ กันทตี่เลทอ่าดกนั ตลอด
อตั ราเรว็ = ระยะทางทีเ่ คลอ่ื นที่ / เวลาท่ใี ช้
หรือ V = S/T
สนามของแรง หมายถึง บรเิ วณท่เี ม่อื นำ� วัตถุไปวางไวแ้ ล้วเกดิ แรงกระทำ� กบั วัตถุน้ัน ซึ่งจะมีค่ามากหรอื น้อยขึ้น
อยกู่ บั ขนาดของสนาม ขนาดและตำ� แหนง่ ของวตั ถุ ในทน่ี จ้ี ะศกึ ษาสนามของแรง 3 แบบดว้ ยกนั คอื สนามโนม้ ถว่ ง สนาม
แม่เหล็ก และสนามไฟฟ้า
สนามไฟฟา้ (Electric field) เปน็ บรเิ วณโดยรอบประจุ เมอ่ื นำ� ประจุอกี ประจหุ น่ึงไปวาง ณ ต�ำแหนง่ ตา่ ง ๆ
กัน จะเกิดแรงไฟฟา้ กระทำ� ต่อประจุทน่ี �ำไปวางไว้ ส�ำหรับเสน้ สนามไฟฟา้ สนามไฟฟา้ จะบอกทศิ ทางของแรงทีก่ ระทำ�
ต่อประจุทดสอบทเี่ ป็นบวก
บทที่ 5 เทคโนโลยอี วกาศ
โลกเปน็ ดาวเคราะหด์ วงหนงึ่ ในระบบสรุ ยิ ะทเ่ี กดิ ขน้ึ ประมาณ 4,600 ลา้ นปมี าแลว้ บรวิ ารของดาวเคราะห์ ดาว
เคราะหน์ อ้ ย ดาวหาง และเศษวตั ถขุ นาดเลก็ ๆ จำ� นวนมาก โคจรรอบดวงอาทติ ย์ เรยี กวา่ ระบบสรุ ยิ ะ บรเิ วณทเี่ ปน็ ระบบ
สุรยิ ะในปจั จบุ ันเคยเป็นเนบวิ ลาท่มี แี กส๊ ไฮโดรเจนและธาตุตา่ งๆ เปน็ องค2์ ประกอบหลกั แก๊สและระบบธาตเุ หลา่ นม้ี า
จากเนบวิ ลาดง้ั เดิมและเนบวิ ลาใหม่ที่เกดิ จากซเู ปอรโ์ นวา
โครงสร้างทั้งชัน้ นอกและชั้นใน
1. ชนั้ เปลอื กโลก (crust) เปน็ ผวิ ดา้ นนอกทป่ี กคลมุ โลก สว่ นทบี่ างทส่ี ดุ ของชนั้ เปลอื กโลกอยทู่ ม่ี หาสมทุ รแปซฟิ กิ
ทางตะวนั ออกของฟลิ ิปปนิ ส์ และสว่ นที่หนาท่สี ดุ อยู่ท่แี นวยอดเขา ช้นั เปลอื กโลกแบ่งเปน็ 2 บรเิ วณ คอื
1) เปลอื กโลกภาคพืน้ ทวปี หมายถึง ส่วนทเ่ี ปน็ แผ่นดินท้ังหมด
2) เปลอื กโลกใตม้ หาสมทุ ร หมายถงึ สว่ นของเปลือกโลกท่ปี กคลุมด้วยนำ�้
3) ชน้ั เนอ้ื โลก (mantle) อยถู่ ดั ลงไปจากชน้ั เปลอื กโลก สว่ นมากเปน็ ของแขง็ มคี วามลกึ ประมาณ2,900 กโิ ลเมตร
นับจากฐานลา่ งสดุ ของเปลอื กโลกจนถงึ ตอนบนของแกน่ โลก เป็นหินหนืดร้อนจัด ประกอบดว้ ยธาตุเหลก็ ซิลิคอน และ
อะลมู เิ นยี ม แบ่งเปน็ 3 ชน้ั คือ
4) ช้ันแกน่ โลก (core) แบง่ เป็น 2 ส่วน คอื
4.1) แก่นโลกชนั้ นอก อยทู่ ่ีความลกึ 2,90025,100 กิโลเมตร เชอ่ื ว่าประกอบดว้ ยสารเหลวรอ้ นของ
โลหะเหล็กและนิกเกิลเป็นสว่ นใหญ่ มคี วามร้อนสูงมาก มคี วามถว่ งจ�ำเพาะ 12
20 เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดบั มธั ยมศกึ ษาปลาย
ปีการศึกษา 2563
แแขขเเเ22เแแเเคคหหททตต,,ออลล99รรลลคคอ่่องงะะาา00ก็ก็โโโโยยออะะนนลล00ใูู่ใ่ววหหซซหหโโนนกกกกลลิิลล์แแ์ะะสสด ส ขิิโโยยาาิคิคลลเเภภลลศศอหหภาีีออะะออาาเเรงววลลาววนนมมพพกกาดพกกัตัตกก็็ ตตศแแลลาแแาาแแแถถรราวขข้้ออศศลลขลลุุททนนสเง็็ง44งง4เะะค็งะะออ้้ตััเเทบบโโ)).เเออปปรนนงง2ททเนนรคจจาชชนะะฟฟ็็นนิิกก)แ์ืื่่ออรราาะโนั้ั้นลลื่อเเาา้้กกลน44ททงงกกแหกกูมูมแแง44บบจจะาา..โกฐฐรรแ์ลิิล11จเิเิกก..ลรราาาาอ22นนาารร่นลเเ))ากก่น่นนนงงยวปป))นนศศียยีกโะออแแมมโโาาีกอลแแ็็นนนนลลมมวมลลยยกกหหคคีีาวกกกตัสส่่าา์์เเีคกกา่่า่่นนศววลลกแแปปช่่นนงงถว่่วงงวาาโโัักกบบสสนั้((็็นนนโโทุามมลลกccศซซลลกกุุดด่่งงใมใเเอ้ooดดกกลึ่งง่ึกกนเเาาคคหหขขดงปปrrนัันชชนนอ้เรรชชรรญญeeฟออปันัั้้็นน็นนงแแททาาอนน้ั้ั่่ืืออ))งงา้โ็นแ่่ไไลลนนาายใใงงทมมเเบปปแแ33ลนนกะะงงปป่ทูมมออคคีีรบบาสสววะออาชชลลกกืืี่คออทงววออิทิทกูกู่่่่งงอรณุุณ้นั้ันืือออวขขาาเเรยยนาาณุยยออปปามมยกกหหรยูู่่ททรราา�ำคคยยม็นน็ศหา่รรโโปปภภาศศีี่่คคหอืือูู่่ททลลงลออ้้นภยยููมมรราาวว22ลกกีี่่คคกึนนซเ์บบััขขมูสสาาิสิสักปจจววงึ่สสสสมมออแแิสตตูงูงก5น็นาานนงงููมม่ว่วลลกกบบูงรร,มมามมำ�เนนถถ1มาาึึ์ไไ์กกทท้้คเเรไลลปปาากกึึ0งงขขาปทฤฤรคค55กกึึกกตต0กใใตต่อืสษษออาชช,,อืือออ211กกมมง22ู่งาาอฎฎ้ใ้ใ6นน00มวาาจจนนีคีค,,าีคีค99,00ิบบทรรอืสส3กกววจวว0022เเปูงงูข7นนยาาสาาหหาา0066ถถมม0รยรราูงขขมม,,็็22นนึงงึบัขข33ศถถถาออเเ55กขขยชช77ยแึงวว่่า66งง,,โิ00ออขือ่ือ่สงงาาก,,11แแ600ลจจยยอใใงงตท้00กกกก,00เหหาา0มมขขบมร00ฤ่่นน00ิิโโเเ้สส้0ออนน์ไลลตเพพษโโขปกก0ออออบบเเุุษษรลลาาฎมมติิโโใดดงงเเะะกกอยยชลลคีศศตตขขกมคคง์์้เเใวาารรตตา11เเีสลลมมชชนศาเเปปร22กกว่ซซออ้้มม่่ตตววามกเ็็นนาานหลลงงเีียยสสรรเาซรรชกกหหปเเน็่่ววขขรศศซซลเเอ่ืัับบิินนนนขรยยขชชยียีึกกึเใะสสซปปยหหอื่ื่าาออหสสษษก่ิ่งิงยีายยรรงววนนส้าาททอยมสะะใใ่่าาืืดดอคคหห่ีพี่พบกกขปปนดรร้้นนออ้้อเเเบบรรุษ้้ออคหหหคคบบบะะเเยนนลม็็หหววนนกกเเเ์อ้หหจจ้าา้ขือน็็นรรออชททงััดดตมมนาาใใบบ่วกนนาายยกออืืแยดดปปบังงธธนนลลากขดด้้ววรรสรรระะแแ่นยยย้้าาะะงรร่ิศเเกกาโนนสสทกกมมออึกลย่่นนาาดดพ่ีออชชียยษกใโโรราาาาหบบดดบลลชาเเรรตตหหกก้เขขดดคเ้นั าาหหิิ ชชลล้้ออวว้นนศศน็น็นััน้้ยยววงงคาาอรใดดรรนนธธสสวกนา้้ออาาาาออตต้ายธตตนนววกกทรรแรลุุ์์ตราะมง่อเอดชยยี้าาูใ่ นนดติ
11.. กก ลลอ้้องงโโททรร1ทท.รรกรรลศศ้อนนง์ชช์ โนนทดิิดรทสสระะรททศ้อ้อนนน์ชแแนสสิดงงส((ะRRทeeffอ้ llนeeccแttสttงee(llReeessfcclooeppctee))telescope)
22.. กก ลล้อ้องงโโททรร2ทท.รรกรรลศศอ้ นนง์ช์ชโนนทิิดดรทหหรกกัั รเเหหศนแแสส์ชงงนิด((RRหeeักffเrrหaaccแttสttงee(llReeessfccrooappctee))telescope)
ดาวเทียมและยานอวกาศ
ประเภทของดาวเทียมบางประเภท เช่น
1. ดาวเทยี มอตุ ุนิยมวิทยา
2. ดาวเทียมสงั เกตการณด์ าราศาสตร์
3. ดาวเทียมชีวภาพ
4. ดาวเทยี วทางการทหาร
5. ดาวเทยี มสำ� รวจทรัพยากรโลก
6. ดาวเทียมสอื่ สารโทรคมนาคม
7. ดาวเทยี มสังเกตการณด์ วงอาทติ ย์
8. ดาวเทยี มหอ้ งทดลองทางวิทยาศาสตร์ เช่น ห้องทดลอง LDEF
หมายเหตุ : ให้นกั ศึกษา ไดศ้ ึกษาเพิ่มเติมจากหนังสอื แบบเรยี นรายวชิ าวิทยาศาสตร์ พว3100
เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 21
ปีการศกึ ษา 2563
แบบทดสอบรายวชิ าวทิ ยาศาสตร์ รหัสวิชา พว31001
จงเลือกค�ำตอบท่ีถูกทีส่ ดุ เพยี งค�ำตอบเดยี ว ข้อ 6 ขอ้ ใดใชเ้ ทคโนโลยีท่เี หมาะสมในการจดั การแก้
ปัญหาขยะในเมือง
ข้อ 1 ข้อใดใช้อธบิ ายปัญหาหรอื คาดคะเนค�ำตอบได้อยา่ ง ก. การขุดดนิ ฝงั กลบ
มเี หตุผล ข. การเผาขยะทสี่ ามารถ
ก. สมมตฐิ าน ค. การนำ� ขยะกลับมาใชป้ ระโยชน์
ข. การทดลอง ง. มาเปลยี่ นการนำ� ขยะไปทง้ิ ในทร่ี กรา้ งวา่ งเปลา่
ค. การสรปุ ความ ข้อ 7 บคุ คลใดใชอ้ ปุ กรณว์ ทิ ยาศาสตรไ์ ดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง
ง. การลงความเหน็ ก. มะลิ ใชก้ ระดาษกรองเม็ดทราย
ข้อ 2 การคาดคะเนค�ำตอบของปญั หาเป็นข้นั ตอนใดของ ข. สมศรี ใชบ้ ๊กิ เกอรว์ ดั ปริมาณน�้ำแข็ง
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ค. คมิ ใชเ้ วอรเ์ นียวัดความหนาของท่อเหลก็
ก. การระบปุ ัญหา ง. สมาร์ท ใชบ้ ิวเรตตว์ ัดปริมาตรของผงโซเดียม
ข. การต้ังสมมตฐิ าน คลอไรด์
ค. การศึกษาค้นควา้ และรวบรวมขอ้ มูล ข้อ 8 ถ้วยยูเรก้าใช้หาปริมาตรของส่งิ ใด
ง. การออกแบบการทดลองและปฏบิ ตั กิ ารทดลอง ก. ของแขง็ ไม่มีรูปทรงเรขาคณติ
ข้อ 3 ลักษณะนิสัยของนักวทิ ยาศาสตร์ข้อใดที่ท�ำใหง้ าน ข. ของแขง็ รปู ทรงเรขาคณิต
ประสบความสำ� เร็จ ค. ของแข็งทอี่ ณุ หภูมหิ ้อง
ก. รกั การอ่าน ง. ของเหลวทก่ี ลายเป็นไอ
ข. ชอบคน้ คว้า ขอ้ 9 โครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทใดไม่จำ� เป็นตอ้ งมี
ค. ชอบจดบนั ทกึ ตวั แปร
ง. มคี วามพยายามและอดทน ก. โครงงานประเภททดลอง
ข้อ 4 ถา้ พบว่า มียุงลายจ�ำนวนมากในชมุ ชนควรดำ� เนนิ ข. โครงงานประเภทสง่ิ ประดิษฐ์
การใดเป็นข้ันตอนแรกเพ่ือแกป้ ญั หาอย่างยง่ั ยืน ค. โครงงานประเภทส�ำรวจรวบรวมข้อมลู
ก. ใชส้ ารเคมฉี ัดพน่ บริเวณบ้าน ง. โครงงานประเภทสิง่ ประดิษฐแ์ ละสำ� รวจ
ข. แจง้ ให้ประชาชนซือ้ ยากันยงุ ขอ้ มลู
ค. สำ� รวจหาแหลง่ เพาะพันธุ์ยงุ ข้อ 10 ก�ำธร สนใจศกึ ษาอตั ราสว่ นของดนิ ผสมทใี่ ชใ้ น
ง. ทำ� ลายแหลง่ เพาะพนั ธ์ยุ ุง การปลกู เฟริ น์ สไบนางควรทำ� โครงงานประเภทใด
ข้อ 5 ข้อใดเลือกใช้เทคโนโลยีได้อยา่ งเหมาะสม ก. สำ� รวจ ข. ทฤษฎี
ก. สมหญงิ ตั้งครรภอ์ ายุ 1 เดือน ใช้เครอื่ ง ค. ทดลอง ง. ประดษิ ฐ์
อัลตราซาวด์ตรวจหาเพศของเด็ก ข้อ 11 การเลอื กหัวข้อ เร่ืองเพ่อื ทำ� โครงงานวทิ ยาศาสตร์
ข. สมศกั ด์ิ น�ำกล้วยไมพ้ ันธ์ุหายากมาขยายพันธุ์ ควรเร่มิ ต้นดว้ ยเรื่องประเภทใด
โดยวิธีเพาะเล้ยี งเน้อื เยอ่ื ก. นยิ มทำ� กันในปจั จุบนั
ค. สมชาย ซ้ือเล่ือยตดั ไม้ไฟฟ้ามาเลม็ หญ้าใน ข. เป็นประโยชน์และใกล้ตัว
สนามหน้าบ้าน ค. แปลก ๆ ใหม่ ๆ ยังไมม่ ีใครทำ�
ง. สมถวิล ขยายพันธ์โุ ค กระบือ ดว้ ยวธิ ีการตัด ง. มผี จู้ ัดทำ� ไวแ้ ลว้ เพ่อื การต่อยอด
ตอ่ พันธุกรรม
22 เอกสารพฒั นาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดับมธั ยมศกึ ษาปลาย
ปีการศกึ ษา 2563
ข้อ 12 ขอ้ ใดไมไ่ ด้เปน็ องค์ประกอบในการตดั สินใจเลอื ก ขอ้ 16 สว่ นประกอบท่ีชว่ ยควบคมุ การเข้าออกของสาร
โครงงาน ต่าง ๆ ระหวา่ งเซลลแ์ ละสงิ่ มีชวี ติ ท่ีทกุ เซลลจ์ ะตอ้ งมคี อื
ก. ค่านิยม ขอ้ ใด
ข. คา่ ใชจ้ ่าย ก. ผนงั เซลล์
ค. ความคิดสร้างสรรค์ ข. เหยอื่ หมุ้ เซลล์
ง. ความรคู้ วามสามารถ ความสนใจ ค. คลอโรพลาสต์
ข้อ 13 การเขยี นรายงานโครงงานทีถ่ ูกตอ้ งควรเรยี งล�ำดบั ง.ไมโทคอนเดรยี
ตามขอ้ ใด ขอ้ 17 พิจารณารูปต่อไปนี้ จากรูปเป็นเซลลข์ องสง่ิ มีชวี ติ
ก. บทน�ำ วธิ กี ารทดลอง ผลการทดลอง ประเภทใด
สรปุ ผลการทดลอง ก. พชื ข.สัตว์
ข. เอกสารที่เกี่ยวข้อง วธิ ีการทดลอง ค. ไวรัส ง. แบคทีเรยี
ผลการทดลองและสรุปผลการทดลอง ข้อ 18 เยอื่ หมุ้ เซลลม์ หี น้าท่ีอย่างไร
ค. เอกสารทเี่ กยี่ วข้อง บทน�ำวธิ ีการทดลอง ก. ลำ� เลยี งสารตา่ ง ๆ
ผลการทดลอง และเอกสารทเ่ี กี่ยวขอ้ ง ข. ป้องกันและใหค้ วามแข็งแรงแก่เซลล์
ง. บทนำ� เอกสารทเ่ี กยี่ วข้อง วธิ ีการทดลอง ค. ชว่ ยควบคุมการเข้าออกของสารตา่ ง ๆ
ผลการทดลอง และสรุปผลการทดลอง ง. ชว่ ยในการเจรญิ เติบโตและการด�ำรงชีวติ
ขอ้ 14 การสกัดสธี รรมชาติจากดิน สามารถน�ำไปใช้ ของเซลล์
ประโยชนต์ อ่ การพัฒนาโครงงานวิทยาศาสตรใ์ ด ข้อ 19 ขอ้ ใดไมถ่ กู ตอ้ งเกยี่ วกับการถา่ ยทอดพลังงาน
เหมาะสมท่สี ดุ ก. ผผู้ ลติ เปน็ จดุ เริ่มต้นของโซ่อาหารทุกชนดิ
ก. การใชส้ ีธรรมชาติผสมปนู ซีเมนต์ ข. ระบบนเิ วศทมี่ ีสายใยอาหารซบั ซ้อนมาก
ข. การยอ้ มผ้าพืน้ เมืองดว้ ยสีธรรมชาติ แสดงวา่ ระบบนเิ วศนนั้ มคี วามสมดลุ
ค. การศกึ ษาการให้สีของดนิ ชนิดตา่ ง ๆ ค. จุลนิ ทรยี ์มบี ทบาทในการย่อยสลายวาร
ง. การส�ำรวจความหลากหลายของดนิ อินทรียแ์ ต่ไม่ได้มีส่วนในการถา่ ยทอดพลังงาน
ข้อ 15 ถา้ นักศกึ ษาตอ้ งการนำ� เสนอข้อมลู แนวโนม้ การ ง. โซ่อาหารทม่ี ีจำ� นวนสง่ิ มีชีวิตมาก สงิ่ มชี ีวิต
เจริญเตบิ โตของไก่ควรใช้การน�ำเสนอรปู แบบใด ทา้ ย ๆ โซอ่ าหารยิง่ พลังงานนอ้ ยลง
เหมาะสมท่สี ดุ ขอ้ 20 หากเซลล์พืชไมม่ หี นังเซลล์ จะส่งผลต่อเซลล์
ก. แผนภมู ิรปู ภาพ อย่างไร
ข. แผนภูมิวงกลม ก. เซลลจ์ ะมีรปู รา่ งไม่คงตัว
ค. กราฟแทง่ ข. เซลล์มีความแข็งแรงมาก
ง.กราฟเสน้ ค. ไม่มีผลตอ่ กระบวนการแพร่
ง. มีผลตอ่ ไปมานำ้� ในการแพร่
เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 23
ปีการศึกษา 2563
รายวชิ าช่องทางการขยายอาชพี รหสั วิชา อช31001
จุดประสงค์การเรียนรู้
1.นักศกึ ษาสามารถอธิบายความส�ำคัญ และความจ�ำเป็นในการขยายอาชีพได้
2.นักศึกษาสามารถอธิบายลักษณะขอบขา่ ยกระบวนการผลิตงานอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และโลก เพื่อ
นำ� มาวเิ คราะห์ขยายอาชีพได้
ขอบเขตเนอื้ หา
การขยายอาชีพเป็นขั้นตอนต่อเน่ืองท่ีส�ำคัญของการพัฒนาอาชีพ เพราะเมื่ออาชีพถูกพัฒนาข้ึนในทางท่ีดีกว่า
การขยายไปสู่ตลาดธุรกิจย่อมมีความจ�ำเป็น เพื่อความก้าวหน้าในเชิงอาชีพที่ท�ำอยู่โดยขยายกิจกรรมที่เก่ียวข้อง และ
มคี วามสมั พนั ธก์ นั ออกไปเป็นขอบข่ายอาชีพท่ีสรา้ งรายได้ ใช้ทนุ และทรัพยากรจากอาชพี หลักใหเ้ กดิ คุณคา่ สรา้ งความ
เข้มแข็ง และความย่ังยืนในอาชีพได้การขยายอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และโลก เป็นการวิเคราะห์ความเป็นไป
ได้สง่ิ ตอ่ ไปน้ี ไดแ้ ก่ การลงทุน การตลาด กระบวนการผลติ การขนส่ง การบรรจหุ ีบห่อ การแปรรูป และผลกระทบต่อ
ชุมชนและสงิ่ แวดล้อม
บทที่ 1 การงานอาชพี
ความสำ� คัญและความจำ� เปน็ ในการขยายอาชีพ
ความส�ำคัญในการขยายอาชีพ การขยายอาชีพเป็นขั้นตอนต่อเนื่องท่ีส�ำคัญของการพัฒนาอาชีพ เพราะเม่ือ
อาชีพถูกพัฒนาขึ้นในทางที่ดีกว่า การขยายไปสู่ตลาดธุรกิจย่อมมีความจ�ำเป็น เพื่อความก้าวหน้าในเชิงอาชีพที่ท�ำอยู่
โดยขยายกจิ กรรมทีเ่ กย่ี วข้อง และมีความสมั พันธก์ นั ออกไปเป็นขอบขา่ ยอาชพี ที่สรา้ งรายได้ ใชท้ นุ และทรัพยากรจาก
อาชพี หลกั ใหเ้ กิดคณุ คา่ สรา้ งความเขม้ แขง็ และความย่งั ยนื ในอาชีพได้
ความจ�ำเป็นในการขยายอาชีพ ความจ�ำเป็นในการขยายอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และโลก เป็นการ
วเิ คราะหค์ วามเปน็ ไปไดส้ งิ่ ตอ่ ไปน้ี ไดแ้ ก่ การลงทนุ การตลาด กระบวนการผลติ การขนสง่ การบรรจหุ บี หอ่ การแปรรปู
และผลกระทบต่อชมุ ชนและส่งิ แวดล้อม
คณุ ธรรม จริยธรรมในการขยายอาชพี
คุณธรรมจริยธรรมในการขยายอาชีพ นับว่ามีผลต่อความมั่นคงของอาชีพ ผู้ขายกับผู้ซื้อจะต้องมีคุณธรรม
จริยธรรมต่อกัน จึงจะค้าขายร่วมกันได้เป็นเวลานาน คุณธรรม จริยธรรม หมายถึง การประพฤติปฏิบัติที่ดี ที่ชอบ
ทง้ั กาย วาจาและใจ การประพฤตปิ ฏบิ ตั ิเปน็ ไปดว้ ยความจริงใจ ไม่เสแสรง้ เป็นไปโดยธรรมชาตขิ องแต่ละบคุ คล
จรรยาบรรณและคณุ สมบตั ขิ องผูป้ ระกอบธรุ กิจ หมายถงึ มาตรฐานในการตดั สินใจที่จะประพฤตปิ ฏบิ ัตอิ ยา่ ง
มีคณุ ธรรมในการปฏบิ ตั ิหนา้ ทีต่ ่าง ๆ ท่แี ตล่ ะคนในสงั คมต้องรับผิดชอบ
บทท่ี 2 ชอ่ งทางการขยายอาชพี
ช่องทางการขยายอาชีพ คือ หน้าท่ีการงานที่พึงประสงค์ต่อสังคมและสร้างผลตอบแทนที่เป็นรายได้ตรงตาม
ความต้องการเพื่อด�ำรงชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันมีการแข่งขันกันมาก อาชีพต่างๆจ�ำเป็นต้องมีความรู้ความ
สามารถ ความชำ� นาญ ทัง้ ภาคทฤษฎี และปฏิบัติ เช่น
1. การหาขอ้ มูลจากเอกสารในแหล่งต่างๆ
2. สอ่ื จากวิทยุ โทรทัศน์ หนงั สือพิมพ์
3. ศึกษาจากแหลง่ เรยี นรใู้ นอาชีพนัน้ ๆ
24 เอกสารพฒั นาทักษะวชิ าการผู้เรียนรายบุคคล ระดับมธั ยมศกึ ษาปลาย
ปีการศึกษา 2563
4. หาความรเู้ ก่ียวกบั ภมู ปิ ญั ญาจากปราชญใ์ นชุมชน
5. มีการทดลอง วเิ คราะห์ เพือ่ จดั การอาชพี น้ัน
บทที่ 3 การตดั สินใจเลอื กขยายอาชพี
ความสำ� คญั ของการตลาด
1. ผู้มีความรู้ด้านการตลาดสามารถเข้าใจกระบวนการต่างๆท่ีผู้ผลิตสินค้าใช้เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดเพื่อให้
ผบู้ ริโภคเกิดการรับรู้ ความสนใจ ตัดสินใจซ้อื สินคา้ และบริการ
2. การตลาดท�ำให้เกิดการแลกเปล่ียนสินค้าและบริการ ในอดีตการตลาดมีความส�ำคัญไม่มากนักเพราะคน
ส่วนใหญ่ดำ� รงชีวติ แบบพอยังชพี มกี ารแลกเปล่ียนสินคา้ และบริการโดยตรงไมผ่ ่านสอื่ กลาง คือ เงนิ ตรา และการตลาด
3. การตลาดชว่ ยพฒั นาเศรษฐกจิ การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศเป็นผลมาจากการซื้อขายแลกเปล่ียนสนิ ค้า
และบริการอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ ไม่เกิดการเอารัดเอาเปรียบระหวา่ งผผู้ ลติ หรือพอ่ ค้า กับผบู้ ริโภค
ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
ทรัพยากรธรรมชาติของโลกท่ีจ�ำเป็นต่อการด�ำรงชีวิตของประชากรมนุษย์แบ่งออกเป็น 4 ประเภท คือ
ทรพั ยากรทใ่ี ชแ้ ลว้ ไมห่ มดสน้ิ ทรพั ยากรธรรมชาตทิ ใี่ ชแ้ ลว้ ทดแทนได้ ทรพั ยากรธรรมชาตทิ สี่ ามารถนำ� มาใชใ้ หมไ่ ด้ และ
ทรัพยากรธรรมชาตทิ ีใ่ ช้แล้วหมดสิน้ ไป
แรงงานเป็นปัจจัยส�ำคัญอย่างหนึ่งในการผลิต ในที่น้ีหมายถึงลักษณะทางกายภาพและจิตใจ ในด้านกายภาพ
นน้ั เก่ยี วกับเรื่องสขุ ภาพและอนามัย ความแข็งแรงสมบรู ณ์ในการท�ำงาน สว่ นดา้ นจิตใจนนั้ หมายถึงทศั นคติอุดมการณ์
ความขยันหมั่นเพียรความรู้สึกรับผิดชอบในการผลิต ลักษณะของแรงงานแบ่งออกเป็น 3 ประเภทคือ 1. แรงงานคน
2. แรงงานสัตว์ 3. แรงงานเครือ่ งจักรกลการเกษตร
เงนิ ทุน เครื่องจกั รกลการเกษตรต่างๆโรงเรียน ส่ิงกอ่ สร้างที่ใช้ในการผลิตและเก็บรกั ษาผลผลติ รวมทั้งปจั จยั
การผลิตที่เป็นพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ปุ๋ย สารเคมี เป็นต้น ทุนมีความส�ำคัญมากต่อการผลิตและทุนยังมีความสัมพันธ์กับ
แรงงาน เทคโนโลยีสาระสนเทศ
ลกั ษณะเดน่ ทีส่ ำ� คญั ของเทคโนโลยีสาระสนเทศ มดี งั นี้
เทคโนโลยีสาระสนเทศช่วยเพิ่มผลผลิตลดต้นทุนและเพ่ิมประสิทธิภาพในการท�ำงาน ในการประกอบการทาง
ดา้ นเศรษฐกิจการค้า และการอุตสาหกรรมจำ� เปน็ ตอ้ งหาวิธีในการเพ่มิ ผลผลิต ลดตน้ ทุน และเพิ่มประสิทธภิ าพในการ
ท�ำงาน คอมพิวเตอรแ์ ละระบบสอ่ื สารเข้ามาชว่ ยท�ำใหเ้ กิดระบบอตั โนมัติ
เทคโนโลยสี าระสนเทศเปลยี่ นรปู แบบการบรกิ ารเปน็ แบบกระจาย เมอื่ มกี ารพฒั นาระบบขอ้ มลู และการใชข้ อ้ มลู
ได้ดกี ารบรกิ ารต่างๆ เม่อื มกี ารพัฒนาระบบข้อมูลและการใชข้ อ้ มูลได้ดีการบริการตา่ งๆ
เทคโนโลยสี าระสนเทศเปน็ สง่ิ ทจี่ ำ� เปน็ สำ� หรบั การดำ� เนนิ การในหนว่ ยงานตา่ งๆ ปจั จบุ นั ทกุ หนว่ ยงานตา่ งพฒั นา
ระบบรวบรวมจัดเก็บข้อมูลเพือ่ ใช้ในองค์กร
เทคโนโลยสี าระสนเทศเกี่ยวข้องกับคนทุกระดับ พฒั นาการดา้ นเทคโนโลยีสาระสนเทศทำ� ให้ชวี ติ ความเป็นอยู่
ของคนเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีนั้นจะเห็นได้จากการพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์การใช้ตารางค�ำนวณและใช้อุปกรณ์ส่ือสาร
โทรคมนาคมแบบตา่ งๆ เปน็ ต้น
หมายเหตุ : ใหน้ กั ศกึ ษา ไดศ้ กึ ษาเพ่มิ เติมจากหนังสือแบบเรยี นรายวิชาช่องทางการขยายอาชีพ
เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรียนรายบุคคล ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 25
ปีการศกึ ษา 2563
แบบทดสอบรายวชิ าช่องทางการขยายอาชีพ รหสั วชิ า อช31001
จงเลอื กคำ� ตอบที่ถูกทีส่ ดุ เพียงค�ำตอบเดยี ว 5. เงินทนุ คงที่ความแตกต่างจากเงนิ ทนุ หมุนเวียน
อย่างไร
1. ข้อใดให้ความหมายของการขยายขอบขา่ ยอาชพี ได้ ก. เงินทนุ คงท่เี ปน็ คา่ ใชจ้ ่ายรายวนั สว่ นเงนิ
ถูกต้องท่สี ดุ ทนุ หมนุ เวยี นจา่ ยเพยี งครงั้ เดยี ว
ก. การขยายอาชพี จากการทอ่ งเทย่ี ว ข. เงินทนุ คงท่เี ปน็ ต้นทุนจม คนื ทุนชา้ สว่ นเงิน
ข. การขยายอาชพี จากการกบั การสง่ เสริม ทนุ หมนุ เวยี นคนื กำ� ไรเป็นระยะๆ
สขุ ภาพและอนามัย ค. เงินทนุ คงที่ คือแรงงาน คา่ ซอ้ื วัตถดุ บิ ค่า
ค. กจิ กรรมที่มีอยู่สามารถขยายอาชพี ท่ี ขนส่ง ค่าขนส่ง สว่ นเงนิ ทุนหมนุ เวยี น คือค่าจดั ตง้ั โรงงาน
เกย่ี วข้องและสมั พันธ์ออกไปเปน็ ขอบข่ายอาชีพทีส่ ร้าง ง. เงินทนุ คงทเ่ี ป็นเงนิ ทีใ่ ชใ้ นการบริหารด�ำเนิน
รายได้ กิจการ สว่ นเงินทุนหมุนเวยี นเป็นเงินทุนในการจัดหา
ง. การขยายอาชีพขอบข่ายอาชพี จากการตลาด ทรพั ยส์ นิ ถาวร
2. การขยายอาชพี มีความสำ� คัญตอ่ ตนเอง ครอบครวั 6. ขอ้ ใดเปน็ เทคนคิ การลดความยงุ่ ยากสลบั ซบั ซ้อนของ
ชมุ ชน สังคม ประเทศ โลก ด้านใดเรียงล�ำดบั ความสำ� คัญ การผลิต
ไดถ้ ูกต้อง ก. เตรยี มเครอ่ื งมอื สนบั สนนุ งานแตล่ ะข้นั ตอน
ก. เพื่อตนเองและครอบครัว , เพ่ือชุมชนและ ข. ประมาณเวลาทีจ่ �ำเปน็ ในการปฏิบัตแิ ต่ละ
สังคม,ประเทศชาติ,โลก ขัน้ ตอน
ข. เพือ่ สงั คม,ตนเอง,ครอบครวั ,ประเทศชาติ, ค. เรยี งลำ� ดบั ข้นั ตอนวา่ อะไรควรท�ำกอ่ น อะไร
โลก ควรท�ำหลงั
ค. เพื่อตนเอง,ชุมชน,โลก,ประเทศชาติ, ง. วางแผนว่าใครจะเปน็ ผูก้ ระทำ� กจิ กรรมใน
ครอบครวั ,สงั คม แตล่ ะข้ันตอน
ง. เพอ่ื ประเทศชาติ,โลก,ตนเอง,ครอบครัว, 7. กลุ่มอาชีพใหมด่ ้านความคดิ สร้างสรรคใ์ ช้
ชุมชน,สงั คม กระบวนการใดทท่ี �ำให้ประสบความสำ� เรจ็ ในการ
3. การประกอบอาชีพในชมุ ชน สงั คม และ ประเทศไทย ประกอบอาชพี
ส่วนใหญป่ ระกอบอาชีพ ใด ไดม้ ากที่สุด
ก. อาชีพอุตสาหกรรม ก. การเพิ่มมลู คา่ ของสินคา้
ข. อาชพี เกษตรกรรม ข. การวางแผนการจำ� หนา่ ยสนิ คา้
ค. อาชีพหตั ถกรรม ค. การใชท้ รัพยากรในปริมาณทมี่ าก
ง. ถูกทกุ ขอ้ ง. การใชแ้ นวคิด สตปิ ญั ญาสร้างงาน
4. การพัฒนาวิธกี ารและศักยภาพในการแขง่ ขันตาม 8. การจัดการผลิต หมายถงึ
กระบวนการผลิตในระดบั โลกต้องคำ� นงึ ถึงข้อใดเป็น ก. การวางแผนการผลิตระยะ
สำ� คญั ข. การบริหารจัดการในการขายสินค้า
ก. แหลง่ วัตถุดิบ ค. การเตรยี มทรพั ยากรเพอ่ื เพ่ิมผลผลิต
ข. บรบิ ทภมู ิภาค ง. กระบวนการแปรสภาพวัตถุดิบเป็นสนิ ค้า
ค. ความต้องการของตลาด
ง. ประเพณแี ละวฒั นธรรม
26 เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดบั มัธยมศกึ ษาปลาย
ปีการศกึ ษา 2563
9. ขอ้ ใดคอื ความสำ� คัญของการผลิต 15. ผ้บู รหิ ารระดับใดมีหนา้ ทเ่ี ร่อื งการตลาด
ก. ทำ� ให้มงี านท�ำที่ความมัน่ คง ก. ระดบั สูง
ข. ท�ำใหม้ กี ารขยายอาชพี ข. ระดบั กลาง
ค. ทำ� ให้เกดิ สินค้าและบรกิ าร ค. ระดับลา่ ง
ง. ทำ� ใหเ้ กดิ ทักษะความชำ� นาญในอาชพี ง. ระดบั พนักงาน
10. ขอ้ ใดเป็นการปฏบิ ตั ิตามกฎหมายแรงงานท่ีถกู ตอ้ ง 16. ปจั จุบันธรุ กจิ อะไรทเ่ี ติบโตควบคู่กบั การผลิต
ก. บริษัทเอกชนก�ำหนดเวลาให้พนักงานพัก ก. การขนสง่ สินคา้
ระหวา่ งท�ำงานครง่ึ ชัว่ โมง ข. การลงทุน
ข. โรงงานแห่งหนึ่งให้พนกั งานท�ำงาน 50 ชวั่ โมง ค. การแปรรูป
ต่อสปั ดาห์ ง. การตลาด
ค. ร้านขายของให้ลูกจา้ งท�ำงานวันละไม่เกนิ 8 17. แผนประเภทใดท่ีเกิดผลชดั เจนทสี่ ดุ
ชวั่ โมง ก. แผนระยะส้นั
ง. รา้ นหมูกระทะจ้างเด็กอายตุ ่ำ� กวา่ 15 ปเี ขา้ ข. แผนระยะกลาง
ทำ� งาน ค. แผนระยะยาว
11. สุนสิ า เป็นเจ้าของโรงงานผลติ เครื่องดื่มชูก�ำลัง แต่ ง. แผนพัฒนา
ไมม่ ีการวางแผนการผลิตสนิ ค้า 18. แผนท่ใี หญ่ทสี่ ุดครอบคลุมแผนอ่นื ๆ คอื ขอ้ ใด
ก. ยอดขายไม่เป็นทีน่ ่าพอใจ ก. แผนที่กจิ กรรม
ข. พนักงานบรษิ ัทได้รบั โบนัสลดลง ข. แผนที่ยทุ ธศาสตร์
ค. จ�ำหน่ายสนิ ค้าไม่ได้ตามเป้าหมาย ค. แผนกลยทุ ธ์
ง. สนิ ค้ามคี ุณภาพไม่ตรงตามความตอ้ งการ ง. แผนท่ีแมบ่ ท
12. ข้อใดเปน็ วิธกี ารจดั การตลาด 19. จะทำ� อย่างไรให้ธรุ กิจมีกำ� ไรมากที่สุด
ก. การขนส่งสนิ คา้ ก. เพิ่มราคาสนิ ค้า
ข. การบรรจุภณั ฑ์สนิ คา้ ข. เพิม่ การประชาสมั พันธ์
ค. การแลกเปล่ียนสนิ ค้า ค. เพ่มิ คุณภาพสนิ คา้
ง. การกำ� หนดราคาสนิ คา้ ง. ลดการสูญเสียลงเหลือต่�ำสดุ
13. ขอ้ ใดเปน็ สามารถน�ำมาใช้กำ� หนดทิศทางการตลาด 20. แดง วเิ คราะหร์ ายการสินค้าได้แล้ว ขนั้ ตอนตอ่ ไปที่
ในอนาคตได้ ต้องปฏิบตั ิคือข้อใด
ก. การสำ� รวจข้อมลู ผ้บู รโิ ภค ก. การจดั ท�ำงบการเงิน
ข. การส�ำรวจต้นทนุ การผลิต ข. การปรับปรุงบญั ชี
ค. การศกึ ษา โฆษณาทไ่ี ด้รบั ความนิยม ค. การผ่านรายการจากสมุดบัญชีขนั้ ตน้
ง. การศึกษาปญั หาในการจดั การการตลาด ง. การบนั ทึกรายการลงในสมดุ บญั ชขี น้ั ต้น
14. ขอ้ ใดคอื ข้อเสยี ของการซ้อื ขายผ่านระบบออนไลน์
ก. มีการลงทนุ น้อย
ข. ขายสินคา้ ได้ตลอด 24 ชว่ั โมง
ค. ตรวจสอบยอดส่งั ซอื้ ได้สม�่ำเสมอ
ง. ไมม่ หี นา้ ร้านท�ำใหไ้ ม่เห็นตวั สนิ คา้
เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 27
ปีการศึกษา 2563
สรุปเน้ือหารายวิชาทกั ษะการขยายอาชีพ รหัสวชิ า อช31002
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. นักศึกษาสามารถอธิบายความจ�ำเป็นในการฝึกทักษะอาชีพ กระบวนการผลิต กระบวนการตลาดท่ีใช้
นวัตกรรม เทคโนโลยี เพอ่ื การขยายอาชพี ได้
2. นักศกึ ษาสามารถอธบิ ายความหมาย ความส�ำคัญของการจดั การอาชีพ และระบบการจดั การ เพ่ือการขยาย
อาชพี โดยพฒั นาต่อยอด ประยกุ ต์ใชภ้ มู ปิ ญั ญา และคำ� นงึ ถงึ ความหลากหลายทางชีวภาพ
ขอบเขตเนื้อหา
มีความรู้ ความเขา้ ใจทักษะ ในอาชพี เพือ่ สร้างความมนั่ คงบนพืน้ ฐานความรู้ ในกระบวนการผลิตกระบวนการ
ตลาด ที่ใชน้ วตั กรรมเทคโนโลยที เ่ี หมาะสม มคี วามหลากหลายทางชีวภาพ พัฒนาต่อยอดและประยุกตใ์ ชภ้ มู ปิ ญั ญา
บทที่ 1 ทักษะในการขยายอาชพี
แหล่งเรียนรแู้ ละสถานท่ีฝกึ ทักษะในการขยายอาชีพ การถา่ ยทอดภูมิปัญญาจากเจา้ ขององคค์ วามรู้ไปส่บู คุ คล
ท่ีรับการถ่ายทอด ส่วนใหญ่จะให้ความส�ำคัญกับเทคนิค ขั้นตอน วิธีการของการท�ำงานหรือการแก้ปัญหาการต่อยอด
ภูมิปัญญายกระดับความรู้ให้สูงขึ้น เป็นกระบวนการข้ันตอนการวิเคราะห์ภูมิปัญญาท้องถ่ิน เพ่ือให้มีความรู้เกิดความ
กระจา่ งในองคค์ วามรขู้ องภมู ปิ ญั ญานำ� ไปสกู่ ารวเิ คราะห์ ระบทุ ฤษฎแี นวคดิ ยคุ ใหมใ่ ชย้ กระดบั ความรใู้ หส้ งู ขนึ้ การสรา้ ง
ความหลากหลาย การสร้างความหลากหลายในอาชีพ เป็นภูมิปัญญาเพ่ือใช้สร้างภูมิคุ้มกันให้กับการด�ำรงชีวิตตาม
หลักทฤษฎใี หมข่ องพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ร.9
บทที่ 2 การทำ� แผนธรุ กจิ เพื่อการขยายอาชพี
แผนธุรกจิ คือแผนงานทางธุรกจิ ที่แสดงกจิ กรรมตา่ งๆ ทต่ี อ้ งปฏบิ ัติในการลงทุนประกอบการ โดยมีจดุ เร่ิมต้น
จากจะผลิตสินค้าและบริการอะไร มีกระบวนการปฏิบัติอย่างไรและผลจากการปฏิบัติออกมาได้มากน้อยแค่ไหน ใช้
งบประมาณและก�ำลงั คนเท่าไร เพ่ือให้เปน็ สนิ คา้ และบริการแก่ลูกคา้ และจะบรหิ ารธรุ กจิ อย่างไรธุรกิจจึงจะอยูร่ อด
การวเิ คราะหช์ มุ ชน หมายถงึ การนำ� ขอ้ มลู ทวั่ ไปของชมุ ชนทเี่ ราอาศยั อาจจะเปน็ หมบู่ า้ น ตำ� บลหรอื อำ� เภอ มา
พิจารณา โดยจำ� แนกข้อมูลตา่ งๆ เพอ่ื ใหท้ ราบถึงประเดน็ ปัญหา ความตอ้ งการทีแ่ ท้จรงิ ของชมุ ชน เพ่อื จะน�ำมาก�ำหนด
แนวทางการขยายอาชพี ใหต้ อบสนองตรงกับความตอ้ งการของคนในชุมชน
บทท่ี 3 การจัดการความเส่ยี ง
สภาวะที่จะท�ำให้เกิดความเสียหาย หมายถึง สภาพเงื่อนไขที่เป็นสาเหต่ีท�ำให้เกิดความเสียหายเพิ่มสูงขึ้น
โดยสภาวะต่างๆ ทัง้ ทางดา้ นกายภาพและจิตส�ำนกึ
องคป์ ระกอบการจดั การความเสย่ี ง มาตรการขจัดหรือลดความรุนแรง อนั ตรายของภยั ท่ตี อ้ งประสบมาตรการ
ที่ป้องกันผู้รับภัยมิให้ต้องประสบภัยโดยตรง มาตรการลดความรุนแรงของสถานการณ์ฉุกเฉินมาตรการกู้ภัย และ
มาตรการกลบั คืนสภาพ
การวเิ คราะหป์ จั จยั ความเสย่ี งทางธรุ กจิ จะใชธ้ รุ กจิ เราเปน็ ตวั ตงั้ แลว้ มองสง่ิ แวดลอ้ มรอบธรุ กจิ และตวั ธรุ กจิ เอง
ว่ามีอะไรบ้างเป็นจุดส�ำคัญ ประโยชน์ของการวิเคราะห์ปัจจัยความเส่ียง ประกอบด้วย สามารถสร้างเสริมความเข้าใจ
การดำ� เนนิ การของธรุ กจิ และจดั ทำ� แผนธรุ กจิ ทใี่ กลเ้ คยี งความเปน็ จรงิ มากขน้ึ ในเรอ่ื งการประมาณการคา่ ใชจ้ า่ ยและระยะ
เวลาดำ� เนนิ การ ในการเพมิ่ พนู ความเขา้ ใจความเสยี่ งในธรุ กจิ มากขน้ึ ซงึ่ มอี สิ ระในการพจิ ารณาความเสย่ี งของธรุ กจิ และ
ท�ำใหย้ อมรบั ความเสี่ยงได้มากข้ึน
28 เอกสารพัฒนาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดับมัธยมศกึ ษาปลาย
ปีการศกึ ษา 2563
บทท่ี 4 การจดั การผลติ หรือบริการ
การใชน้ วัตกรรมและเทคโนโลยีการผลิต เปน็ การพัฒนาความสามารถในการผลิต ผลิตภัณฑข์ องมนุษย์ ช่วยใน
การแก้ปญั หาและสนองความต้องการของมนษุ ยอ์ ย่างสรา้ งสรรค์
นวตั กรรม หมายถงึ ความคดิ การปฏบิ ตั ิ หรอื สงิ่ ประดษิ ฐใ์ หม่ ทย่ี งั ไมเ่ คยมใี ชม้ ากอ่ นหรอื เปน็ การพฒั นาดดั แปลง
มาจากของเดิมทม่ี ีอยแู่ ล้ว
กระบวนการเทคโนโลยใี นการผลติ กระบวนการเทคโนโลยใี นการผลติ เปน็ กระบวนการทเ่ี กยี่ วกบั การแกป้ ญั หา
โดยการใชค้ วามคิดรเิ รมิ่ สรา้ งสรรคแ์ ละรอบคอบ
บทที่ 5 การจัดการการตลาด
การจัดการการตลาด การด�ำเนินกิจกรรมต่างๆ ด้านธุรกิจ ซ่ึงจะต้องมีการวางแผนการผลิต การโฆษณาการ
ประชาสมั พนั ธ์ การวจิ ยั การตลาด การสง่ เสรมิ การขาย การทำ� ฐานขอ้ มลู ลกู คา้ การกระจายสนิ คา้ การกำ� หนดราคา การ
จัดจ�ำหนา่ ย ตลอดจนการด�ำเนินการทกุ อย่างเพอ่ื สนองความตอ้ งการ และบรกิ ารให้แกผ่ ูซ้ ื้อหรอื ผบู้ รโิ ภคพอใจ
การนำ� แผนไปปฏบิ ตั แิ ละการควบคมุ เปน็ กระบวนการทผ่ี ทู้ ำ� การตลาด ตอ้ งดำ� เนนิ งานตามแผนการตลาดทว่ี าง
ไว้ ดว้ ยความม่ันใจว่าสามารถบรรลุวตั ถุประสงคไ์ ด้
บทที่ 6 บญั ชีธุรกจิ
บัญชธี รุ กิจ ระบบประมวลขอ้ มูลทางการเงนิ การจดบันทึกรายการคา้ ตา่ งๆทีเ่ กยี่ วกับการรบั - จา่ ยเงิน สิ่งของ
และสิทธิทม่ี ลู ค่าเปน็ เงินไว้ในสมุดบญั ชีอยา่ งสมำ�่ เสมอ
ความสำ� คญั ของการทำ� บัญชี เป็นเครือ่ งมือวัดความส�ำเร็จในการดำ� เนนิ ธุรกิจ เปน็ เครื่องมือชว่ ยในการวางแผน
และตัดสินใจในธรุ กจิ และเปน็ เคร่อื งมอื ในการวางแผนก�ำไร
ประเภทและขั้นตอนของการท�ำบัญชีธุรกิจ บัญชีการเงิน หมายถึง การเพ่ิมข้ึนของประโยชน์เชิงธุรกิจในรอบ
ระยะเวลาบัญชี ในรปู แบบของกระแสเขา้ หรอื การเพ่มิ ข้นึ ของสนิ ทรพั ย์
บัญชสี นิ ทรพั ย ์ หมายถึง ทรพั ยากรทม่ี ีอย่ใู นความควบคุมของกจิ การ
บญั ชรี ับ – จ่าย หมายถึง การจดบันทึกรายการขอ้ มลู ด้านการเงนิ ของการปฏิบัตงิ าน ทง้ั ท่ีเก่ยี วกบั รายการทร่ี บั
เข้ามาและรายการทีต่ ้องจา่ ยออกไป
บทท่ี 7 การขับเคลื่อนธรุ กิจเพ่อื การขยายอาชีพ
สิ่งท่ีต้องวิเคราะห์ในแผนปฏิบัติการขยายธุรกิจ ความถูกต้องน่าเช่ือถือของข้อมูลพื้นฐานท่ีจะน�ำมาใช้ก�ำหนด
แผน ข้อมูลที่ได้มามีความเท่ียงตรงเพียงพอ การตรวจติดตามคุณภาพการท�ำงานมี การทบทวนโครงการ/กิจกรรม
จัดท�ำแผนการตรวจติดตาม ทำ� ความเขา้ ใจร่วมกันให้ชัดเจน และประเมนิ คุณภาพการท�ำงาน เขา้ ระบบการท�ำงาน
บทท่ี 8 โครงการขยายอาชพี
โครงการ แผนงานยอ่ ย แผนการดำ� เนินงานหรอื กิจกรรมทจี่ ะนำ� ไปปฏิบัติ โดยมีวัตถปุ ระสงคใ์ นการด�ำเนนิ งาน
ท่ีชดั เจน มีระยะเวลาเร่ิมตน้ มีระเบยี บแบบแผนในการปฏิบัติ ซ่ึงประกอบดว้ ย
ประโยชน์ของโครงการ ช่วยอ�ำนวยความสะดวกแก่ผู้อ่าน ช่วยประหยัดเวลาแก่ผู้อนุมัติช่วยให้การปฏิบัติงาน
ตามโครงการเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป็นการแสดงถงึ ประสบการณก์ ารท�ำงานของผู้เขยี นโครงการแผนปฏิบตั กิ าร คือ
เครื่องค้�ำประกันว่าเป้าหมายในการท�ำงาน มีโอกาสบรรลุเป้าหมาย การตรวจสอบโครงการ หมายถึง โครงการและ
ตวั ชว้ี ัดซงึ่ ใชส้ ำ� หรับตรวจสอบความคืบหน้าของโครงการ ตลอดอายุของโครงการ
หมายเหตุ : ใหน้ ักศึกษา ได้ศึกษาเพม่ิ เติมจากหนังสือแบบเรียนรายวชิ าทกั ษะการขยายอาชีพ อช31002
เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 29
ปีการศกึ ษา 2563
แบบทดสอบรายวิชาทกั ษะการขยายอาชีพ รหัสวิชา อช31002
จงเลือกค�ำตอบท่ีถูกทีส่ ดุ เพียงค�ำตอบเดยี ว 6. กระบวนการท�ำงานควบคุมคุณภาพขนั้ ตอนใดส�ำคญั
ทสี่ ดุ ท่ีจะท�ำให้เกิดการขยายอาชพี
1. ข้อใดเปน็ เหตุผลส�ำคญั ที่ผปู้ ระกอบอาชีพนยิ มนำ� ก. D (Do) การท�ำงานตามแผน
เทคโนโลยีมาใช้ในการขยายอาชีพ ข. P (Plan) การวางแผนปฏบิ ัตกิ าร
ก. ประหยัดคา่ ใชจ้ ่าย ค. A (Action) ปฏบิ ัติการแกไ้ ขขอ้ บกพร่อง
ข. ท�ำงานไดอ้ ย่างรวดเร็วถกู ต้อง ง. C (Check) ตดิ ตามตรวจสอบหาขอ้ บกพร่อง
ค. ไม่ยุ่งยากในการด�ำเนนิ งาน 7. ข้อใดเป็นประโยชน์สงู สุดของการฝกึ ทักษะอาชีพ
ง. ท�ำงานไดต้ ามวัตถุประสงค์ ก. มีความมานะอดทน
2. ข้อใดอธิบายความจ�ำเปน็ ในการฝกึ ทักษะอาชพี ไดด้ ี ข. มที กั ษะการปฏบิ ัติงาน
ที่สดุ ค. มีความคิดรเิ ร่มิ สร้างสรรค์
ก. เพื่อใหเ้ ข้าใจถงึ การประกอบธุรกจิ ต่างๆ ง. มีความรเู้ ฉพาะในงานอาชพี
ข. เพื่อใหก้ ารขยายอาชพี เรม่ิ ต้นไดเ้ หมาะสม 8. ข้อใดคอื เป้าหมายของการจดั การอาชพี
เฉพาะกับตนเอง ก. เขา้ ใจถงึ อาชีพนั้นๆ
ค. เพื่อประเมนิ ความเป็นไปได้ในการประกอบ ข. ผใู้ ชบ้ ริการเหน็ ถึงความส�ำคญั
ธรุ กจิ ต่างๆ ค. บรรลุวัตถปุ ระสงคข์ องกิจการ
ง. เพอื่ ใหร้ ้แู ละเขา้ ถึงรายละเอียดของการสรา้ ง ง. สามารถสร้างภูมิคุ้มกนั ใหแ้ ก่ผู้บรหิ ารได้
อาชีพใหก้ บั คนในชุมชน 9. ข้อ ใดคอื สาเหตสุ ำ� คัญทีส่ ุดของการใช้ เทคโนโลยใี น
3. ขอ้ ใดเน้นการใชเ้ ทคโนโลยีเพ่อื การขยายอาชพี การส่งเสรมิ การขยายอาชีพ
ก. วันชยั เปิดขายสนิ คา้ ทางเว็บไซต์ ก. ไม่ทำ� ลายสง่ิ แวดลอ้ ม
ข. อรุณ ใชเ้ ครือ่ งคดิ เลขในการคิดเงนิ ข. ประหยัดคา่ ใช้จ่าย
ค. ชยั ยศ โฆษณาสนิ คา้ ทางวทิ ยุชมุ ชน ค. ท�ำงานได้อย่างรวดเร็ว
ง. ดเิ รก ใชเ้ ครอ่ื งบนั ทึกเงินสดสำ� หรับรา้ นคา้ ง. ประหยดั พลงั งาน
4. ข้อใดใช้นวัตกรรมเทคโนโลยเี พ่อื การขยายอาชีพ 10. บุคคลใดวางแผนระบบการจัดการอาชีพเพือ่ การ
ก.จ้างคนงานเพ่ิม ขยายอาชีพไดด้ ที ส่ี ดุ
ข.ซ้ือเครื่องมือเพม่ิ ก. มานะ ศกึ ษาข้ันตอนวิธกี ารแปรรูปทุเรยี นใน
ค.เพม่ิ วตั ถดุ ิบในการผลติ การส่งออก
ง.ประชาสัมพันธ์ผา่ นสอื่ ออนไลน์ ข. หนนู า มคี วามร้ดู ้านการทำ� ปุย๋ หมกั ชวี ภาพ
5. ข้อใดหมายถงึ การจดั การอาชพี ไดด้ ี ค. มาลี เรียนรงู้ านได้รวดเร็วและมปี ระสทิ ธิภาพ
ก. การพัฒนาอาชีพให้มคี วามมนั่ คง ง. สมปอง ท�ำมะมว่ งดองขายในตลาด
ข. การขยายงานอาชีพใหม้ คี วามหลากหลาย
ค. กระบวนการทีท่ �ำใหเ้ กดิ การขยายงานอาชีพ
ง. กระบวนการท�ำงานอาชีพท่มี ปี ระสทิ ธิภาพ
30 เอกสารพฒั นาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดับมธั ยมศกึ ษาปลาย
ปีการศกึ ษา 2563
11. ขอ้ ใดมีความสำ� คญั มากทีส่ ดุ ท่จี ะทำ� ให้การขยาย 17. เพราะเหตุใดจึงควรมกี ารสำ� รวจและเลือกสถานท่ีใน
อาชพี ตรงตามความต้องการของลูกคา้ การฝกึ ทักษะอาชพี
ก. ผลิตสนิ คา้ ราคาถกู ก. ไมเ่ สยี ค่าใช้จา่ ยสงู
ข. การเปลย่ี นอาชพี อยา่ งสม่�ำเสมอ ข. ตรงกบั ความตอ้ งการ
ค. มกี ารพฒั นาสนิ ค้าอย่างสม่�ำเสมอ ค. เกิดความสะดวกสบาย
ง. จดั หาสถานที่ขายให้สะดวกกบั ลกู ค้า ง. ไม่เสยี เวลาในการเดนิ ทาง
12 การสรา้ งความหลากหลายทางชวี ภาพสามารถตอ่ ย 18. แหลง่ เรยี นรู้และสถานทฝ่ี กึ ทักษะในการขยายอาชีพ
อดการขยายอาชพี ไดอ้ ย่างไร มคี วามแตกต่างกนั อยา่ งไร
ก. ผลผลติ เพมิ่ มรี ายได้ อาชพี มนั่ คงยั่งยืน ก. แหลง่ เรยี นร้เู ปน็ สถานประกอบการสถานที่
ข. มอี าชพี ทสี่ ามารถท�ำรายได้ ฝึกทกั ษะเปน็ แหล่งข้อมลู ขา่ วสาร
ค. ผลผลิตมีความหลากหลาย ข. แหลง่ เรยี นรเู้ ปน็ แหลง่ ข้อมลู ข่าวสารสถานท่ี
ง. มีรายไดท้ ่สี งู ข้ึนกว่าเดิม ฝึกทกั ษะเป็นสถานประกอบการ
13. ขอ้ ใดคือแหลง่ เรียนร้ใู นท้องถิ่น ค. แหล่งเรยี นรเู้ ป็นศูนยฝ์ ึกอาชพี สถานทีฝ่ กึ
ก. วดั ทักษะไมใ่ ชฝ่ กึ อาชพี
ข. มมุ รกั การอ่าน ง. ไมม่ คี วามแตกตา่ ง
ค. หอ้ งคอมพิวเตอร์ 19. การฝกึ ทกั ษะอาชพี ใหป้ ระสบความส�ำเรจ็ ต้องเร่ิมต้น
ง. ห้องสมุดเคลอื่ นที่ จากสงิ่ ใด
14. ข้อใดเป็นแหลง่ เรยี นรู้ทางวิชาการในชมุ ชน ก. การวางแผน
ก. สวนสาธารณะ ข. การระดมทนุ
ข. โบราณสถาน ค. การพฒั นาคน
ค. กศน.ต�ำบล ง. การพัฒนาผลติ ภัณฑ์
ง. สวนสตั ว์ 20. ขอ้ ใดเปน็ กระบวนการวางแผนการฝกึ ทักษะอาชพี ได้
15. ขอ้ ใดเป็นแหลง่ เรยี นรูด้ ้านอาชีพในชมุ ชน ถกู ต้อง
ก. ประพจน์ มาดโู รงโม่หนิ ก. ศึกษาความรู้เกยี่ วกับอาชพี ทตี่ นเองสนใจ
ข. สมใจ ไปดงู านสนิ ค้า OTOP ในเมือง และถนดั
ค. นักศกึ ษา กศน. มาดงู านแปรรปู ขม้นิ ชันใน ข. ตดั สนิ ใจเลือกอาชพี ท่ีตนเองสนใจและถนดั
หมบู่ ้าน ค. ศกึ ษาความร้เู ก่ียวกบั อาชีพตามผ้อู น่ื
ง. ไพลิน นำ� นักศกึ ษามาเยีย่ มชมโรงงานไฟฟ้า ง. ตัดสินใจเลอื กอาชีพตามผูอ้ ่นื
16. ถ้าตอ้ งการเรียนรู้การรกั ษาโรคดว้ ยสมุนไพรใน
ท้องถ่นิ ควรไปศึกษาจากแหลง่ รูใ้ ด
ก. กศน.ต�ำบล
ข. ปราชญ์ชาวบา้ น
ค. ศนู ย์ฝกึ อาชีพชมุ ชน
ง. โรงพยาบาลสง่ เสริมสขุ ภาพชมุ ชน
เอกสารพฒั นาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย 31
ปีการศกึ ษา 2563
สรุปเนื้อหารายวชิ าพัฒนาอาชีพใหม้ ีความม่ันคงอาชพี รหสั วชิ า อช31003
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักศึกษามคี วามรู้ ความเขา้ ใจ หลักการพัฒนาตนเอง ชุมชน สังคม
2. นักศึกษาสามารถวเิ คราะหแ์ ละอธบิ ายข้อมลู ของตนเอง ครอบครวั ชุมชนสังคมดา้ นต่างๆได้
3. นักศกึ ษาเหน็ ความสำ� คญั เกิดความตระหนกั และมีส่วนร่วมในการจัดทำ� แผนพัฒนาชมุ ชนสงั คม
4. นกั ศึกษาสามารถอธิบายและก�ำหนดแนวทางการพฒั นาตนเองครอบครัว ชุมชน สังคมได้
5. นักศกึ ษาสามารถอธบิ าย บทบาท หน้าท่ขี องผนู้ �ำชุมชน และผูต้ ามทด่ี ีในชุมชนได้
6. นกั ศึกษาสามารถบอกวิธกี ารขบั เคลอื่ นแผนพัฒนาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชนสังคม ได้อยา่ งเหมาะสมกับ
ท้องถ่ินและสังคม
ขอบเขตเนอื้ หา
การประกอบอาชีพทม่ี ีการพัฒนาสนิ ค้าหรือบรกิ าร หรอื ผลิตภณั ฑใ์ ห้ตรงกบั ความต้องการของลกู ค้าอยู่ตลอด
เวลา มีส่วนครองตลาดไดตามความต้องการของผู้ผลิต และเกิดความม่ันคงในอาชีพ เป็นกระบวนการส่งเสริมพัฒนา
ให้บุคคล มีศักยภาพในการท�ำธุรกิจให้มีความก้าวหน้าในอาชีพ โดยมีแนวทางการวิเคราะห์ปัจจัย ที่ใช้ในการพัฒนา
ศักยภาพธุรกจิ เพื่อความม่ันคงในอาชพี เชน่ อาชีพและทิศทางของอาชีพที่จะท�ำนโยบายการพฒั นาอาชีพ การวางแผน
การพัฒนาอาชีพ กลยุทธ์การพัฒนาอาชีพการประเมิน และการพัฒนาอาชีพ ความหมาย ความส�ำคัญ ของข้อมูล
ประโยชน์ของขอ้ มูลตนเอง ชุมชน สงั คม เทคนิคและวิธกี ารจดั เกบ็ ขอ้ มลู เชน่ การจดั เวทปี ระชาคม การส�ำรวจข้อมลู
โดยใช้แบบสอบถาม การสืบค้นข้อมลู จากแหลง่ ต่างๆ ฯลฯ การวิเคราะห์ข้อมลู เพื่อการจัดท�ำแผนพฒั นาตนเอง ชุมชน
สังคม และการนำ� ไปใชบ้ ทบาทหนา้ ท่ขี องผู้น�ำ ผู้ตาม ด้านการจัดทำ� แผนพัฒนาตนเอง ชุมชน สงั คม และการขบั เคลอ่ื น
แผนพฒั นาตนอง ชุมชน สังคม สู่การปฏบิ ัติ
บทท่ี 1 ความหมาย ความสำ� คัญและความจำ� เป็นของการพฒั นาอาชพี เพอ่ื ความมัน่ คง
1.1 ความหมายของการพฒั นาอาชีพ
การพฒั นาอาชีพ หมายถงึ การประกอบอาชพี ท่มี ีการพฒั นาสนิ คา้ หรอื บริการ หรือ ผลติ ภณั ฑใ์ ห้ตรงกับความ
ตอ้ งการของลูกค้าอยูต่ ลอดเวลา มีสว่ นครองตลาดไดต ามความต้องการของผู้ผลติ และเกดิ ความมนั่ คงในอาชีพ เปน็ ก
ระบวนการส่งเสริมพัฒนาให้บุคคล มีศักยภาพในการท�ำธุรกิจให้มีความก้าวหน้าในอาชีพ โดยมีแนวทางการวิเคราะห์
ปัจจัย ที่ใช้ในการพัฒนาศักยภาพธุรกิจเพ่ือความมั่นคงในอาชีพ เช่น อาชีพและทิศทางของอาชีพท่ีจะท�ำนโยบายการ
พัฒนาอาชพี การวางแผนการพฒั นาอาชีพ กลยทุ ธ์การพัฒนาอาชีพการประเมิน และการพัฒนาอาชีพ
1.2 ความสำ� คัญและความจำ� เปน็ ของการพฒั นาอาชีพ
ในการพัฒนาอาชพี ทกุ สายอาชีพสามารถพฒั นาไดห มด มคี วามก้าวหน้าไดท้ ุกแหง แนวทางการพัฒนาอาชพี
มหี ลักพื้นฐานทัว่ ไปท่คี นประกอบอาชีพน้นั ๆ ควรจะรูและปฏิบตั ิ คอื ตอ งรจู กั อาชีพของตนเองให้ดพี อ รูทิศทางของ
อาชีพของตน รโู ลกท่เี ปลยี่ นแปลงตลอดเวลา วางแผนชีวิตและการทำ� งาน กำ� หนดนโยบายการพฒั นาอาชพี ของตนเอง
ต้งั เป้าหมาย แบง ระยะให้เหน็ เปน็ รูปธรรมธรรม วางกลยทุ ธ์พ ฒั นาอาชพี ลงมอื ปฏิบตั ิ ประเมินผล ปรบั ปรงุ และพฒั นา
การพัฒนาอาชพี มีความสำ� คญั และความจำ� เป็น ดงั นี้
1) ช่วยใหม้ สี นิ คา้ ทด่ี ีตรงตามความต้องการของผบู้ รโิ ภค
2) ชว่ ยให้ผผู้ ลิตผลติ ไดมกี ารคิดคน้ ผลติ ภณั ฑ์ หรอื สนิ คา้ ไดต้ ลอดเวลา
32 เอกสารพฒั นาทักษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดบั มัธยมศกึ ษาปลาย
ปีการศึกษา 2563
3) ช่วยให้มกี ารนำ� นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ในกระบวนการผลติ ท�ำให้สนิ ค้ามีคณุ ภาพขนึ้
4) ชว่ ยใหเ้ ศรษฐกจิ ชุมชนและเศรษฐกิจของประเทศดขี ึน้
5) ชว่ ยใหบ้ คุ คลมคี วามสามารถจะประกอบอาชพี ตอ่ ไป ทำ� ใหเ้ กดิ ความมน่ั คง ในอาชพี ของตนเอง และ
ก้าวสคู่ วามก้าวหน้าในอาชพี ท่ีประกอบอยูตอ่ ไป
บทท่ี 2 การจดั ทำ� แผนการพัฒนาการตลาดเพอ่ื ความม่ันคงในอาชีพ
การกำ� หนดทศิ ทางการตลาด เปา้ หมาย กลยทุ ธ์ ในการขยายอาชพี จดุ แขง็ (Strengths) หมายถงึ งานทเี่ ราถนดั
ท�ำแล้วมคี วามสุข งานทีโ่ ดดเดน ชุมชนชน่ื ชอบ ทรพั ยากรและเครอื่ งมอื มคี วามพรอ ม จุดอ่อน(Weakness) หมายถงึ
งานทีเ่ ราไมสบายใจที่จะทำ� ตองการรบั ความชว่ ยเหลือ จากคนอื่นมที กั ษะ บางอย่างเรายังไมม ั่นใจ และขาดทรพั ยากร
ในการท�ำงานให้บรรลุเป้าหมาย โอกาส (Opportunities) หมายถึง โอกาสที่ก�ำลังเกิดข้ึนท่ีจะท�ำให้เราประสบความ
สำ� เรจ็ มีเครื่องมือใหม่ท่ไี ดรบั การสนบั สนุน มสี ่วนแบง่ ของตลาดทีเ่ รามองเห็น และมีบคุ ลากรมีศักยภาพท�ำให้งานส�ำเรจ็
ไดง า่ ยขึ้น อปุ สรรค (Threats) หมายถึง ใครคอื คูแ ข่งขนั ทท่ี ำ� ให้ดีกวา่ เรา สภาพแวดล้อมเปลีย่ น จะท�ำใหแ้ ผนโครงการ
เรามีปัญหา และความขัดข้องจะเกิดจากเราเอง ความม่ันคงในอาชีพเป็นการจัดการทางจิตใจของผูประกอบการและ
ระบบงานให้การประกอบอาชพี ด�ำเนนิ ไปอย่างมีความแน่นอน ทนทาน ลม่ สลายไดยาก โดยอาศยั พ้ืนฐาน ของการคดิ
เป็นองค์ประกอบของการพัฒนาอาชีพสูความมน่ั คง โดยใช้ หลกั ปรัชญา “คิดเปน็ ” โดยมีขอ้ มูลด้านต่าง ๆ ดังน้ี
1. ดา้ นตนเอง อยบู่ นฐานของคณุ ธรรม
2. ดา้ นสังคม อย่บู นฐานของการพฒั นา
3. ด้านวิชาการ อยูบ่ นฐานของการลดความเส่ยี งในผลผลติ
ซ่ึงเป็นกระบวนการท่ีต้องใช้ข้อมูลเข้ามาคิดวิเคราะห์สร้างสรรค์และตัดสินใจอย่างเป็นระบบ จะน�ำอาชีพไป
สคู วามมน่ั คงได สว นการนำ� “หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง” มาเปน็ แนวทางในการพฒั นา อาชพี สคู วามมน่ั คง ภาย
ใต้ 3 หว ง 2 เงอ่ื นไข ไดแก ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล และมภี มู ิคุ้มกนั ในตัวทดี่ ี และเงอ่ื นไขของความรคู คู ณุ ธรรม
บทที่ 3 การพัฒนาธุรกจิ เชงิ รกุ เพอื่ ความมน่ั คงในอาชีพ
ความจ�ำเปน็ และคุณค่าของธุรกจิ เชงิ รุก
ธรุ กจิ เชงิ รกุ หมายถงึ การบรหิ ารจดั การธรุ กจิ แบบมแี บบแผนเปน็ ระบบการพฒั นางานทด่ี ี อำ� นวยประโยชนใ์ ห้
ผู้ประกอบการ สามารถวางแผนตดิ ตามและควบคุมให้ก ารด�ำเนนิ งานในทุกดา้ นไดอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
ความจำ� เปน็ และคณุ คา่ ของธรุ กจิ เชงิ รกุ ธรุ กจิ เชงิ รกุ เปน็ ความพยายามทจ่ี ะหาวธิ กี ารใหไ้ ดเ ปรยี บทางการแขง่ ขนั
ทางธรุ กจิ เปน็ การพฒั นาสนิ คา้ ใหต้ รงกบั ความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค สนิ คา้ ไดร้ บั การตอ่ เนอื่ งตลอดเวลา ผบู้ รโิ ภคมโี อกาส
เลอื กซอ้ื สนิ คา้ ไดอ้ ยา่ งหลากหลาย เปา้ หมายทสี่ ำ� คญั ทสี่ ดุ ของธรุ กจิ เชงิ รกุ คอื การชว่ งชงิ สว่ นแบง่ การตลาดจากคแู ขง่ ขนั
มาเปน็ ของตนให้ไดม ากทสี่ ดุ
บทท่ี 4 การแทรกความนยิ มเขา้ สคู่ วามตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค
ความตอ้ งการของผบู้ รโิ ภค หมายถงึ ความอยากไดใ นสนิ คา้ และบรกิ ารซงึ่ ทำ� ให้ เกดิ ความพอใจเมอ่ื ความตอ้ งการ
และความอยากไดร บั การตอบสนอง ทง้ั จากประโยชนใ ชส้ อยในตวั สนิ คา้ และบรกิ าร และอรรถประโยชนจ ากการบรโิ ภค
สินคาน้ัน ความต้องการของผูบริโภค แบงออกได 2 ประเภทใหญ่ ๆ คอื
1. ความตอ้ งการทางด้านร่างกาย คือ ความหิว การนอน การพกั ผอ่ น ความอบอนุ
2. ความต้องการดา้ นอารมณห์ รอื จิตวิทยา คอื ความปลอดภยั ความรัก การยอมรับ ความพอใจ ความงาม
การพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคง การพัฒนาอาชีพเข้าสู่ความม่ันคง ผู้ที่ประสบความส�ำเร็จจะมีลักษณะการ
ทำ� งานทขี่ ้นึ อยู่ก บั องค์ประกอบอยา่ งนอ้ ย 3 ประการ ดังนี้
เอกสารพฒั นาทักษะวชิ าการผู้เรียนรายบคุ คล ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 33
ปีการศกึ ษา 2563
1. การลดความเสีย่ งในผลผลิต
2. ความมงุ่ มั่นพัฒนาอาชีพ
3. การยดึ หลักคุณธรรม
การวิเคราะห์ความเป็นไปไดของแผนการตลาด การผลิตหรือบริการ เป็นการแปลงความคิดให้อยู่ในรูปแบบ
ของการจดั ทำ� แผนปฏบิ ตั กิ ารโดยมจี ดุ มงุ่ หมายหรอื วตั ถปุ ระสงคข์ อง การจดั ทำ� แผนใหบ้ รรลผุ ลสำ� เรจ็ ตามเปา้ หมายทต่ี งั้
ไว และน�ำไปสู่การเขยี นโครงการพฒั นา 42 อาชีพซึง่ ใชร้ ปู แบบการเขียนโครงการตามขั้นตอนและมีการตรวจสอบความ
เป็นไปไดของโครงการพัฒนาอาชีพด้วยกระบวนการวิเคราะห์ปัจจัยน�ำเข้าเป็นเร่ืองทรัพยากรในการบริหารโครงการ
วิเคราะห์วิธีการและข้ันตอนที่ใช้ในการบริหารจัดการ และการวิเคราะห์ผลผลิตหรือผลลัพธ์ที่เกิดข้ึน เพ่ือการปรับปรุง
โครงการพัฒนาอาชพี โดยใช้ หลกั การประเมนิ ขอ้ มลู นำ� เขา้ ประเมินกระบวนการ และประเมินผลงาน
หมายเหตุ : ให้นกั ศกึ ษา ไดศ้ กึ ษาเพิม่ เตมิ จากหนงั สือแบบเรยี นรายวิชาพัฒนาอาชีพให้มคี วามมัน่ คง อช31003
34 เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดบั มธั ยมศกึ ษาปลาย
ปีการศกึ ษา 2563
แบบทดสอบรายวิชาพัฒนาอาชีพให้มคี วามมัน่ คงอาชพี รหัสวชิ า อช31003
จงเลือกคำ� ตอบถูกตอ้ งที่สุดเพยี งค�ำตอบเดยี ว ข้อ 5 นายเกษตร ตดั สนิ ใจปลูกสตรอว์เบอร์ร่ีในพ้ืนท่ี
จงั หวดั เชยี งใหม ่ แสดงวา่ เขาวเิ คราะหศ์ กั ยภาพทางดา้ นใด
ข้อ 1. การพฒั นาอาชีพใหม้ คี วามม่ันคงมคี วาม ก. ด้านท�ำเลท่ตี ง้ั ในแต่ละพ้นื ท่ี
สอดคลอ้ งกับขอ้ ใด ข. ด้านพ้ืนท่ที �ำตามลกั ษณะภมู ิอากาศ
ก. การพฒั นาสินค้าหรือผลติ ภณั ฑ์ใหต้ รงกบั ค. ด้านทรัพยากรมนษุ ยใ์ นแตล่ ะพน้ื ท่ี
วัฒนธรรมทอ้ งถิ่น ง. ดา้ นศลิ ปวัฒนธรรม ประเพณีแต่ละพน้ื ท่ี
ข. การพฒั นาสนิ คา้ หรือผลิตภัณฑใ์ ห้ตรงกับ ขอ้ 6 การกำ� หนดทศิ ทางการตลาด หมายถึงข้อใด
ความต้องการของลูกค้า ก. การดำ� เนนิ ธรุ กิจให้ไดก้ ำ� ไรสูงสุด
ค. การพฒั นาสินค้าหรือผลิตภณั ฑใ์ ห้ตรงกับ ข. การจดั การขายสินคา้ ให้สนองความตอ้ งการ
สภาพภูมิอากาศในท้องถ่นิ ของผ้บู ริโภค
ง. การพัฒนาสินค้าหรอื ผลติ ภณั ฑ์ใหต้ รงกับ ค. การกำ� หนดกลยุทธ์ทางการตลาดใหส้ ามารถ
ความต้องการของสถานประกอบการ ขายสินคา้ ใหไ้ ดก้ ำ� ไรสูงสุด
ข้อ 2. ถ้าทา่ นต้องการขยายตลาดในการท�ำธุรกิจควร ง. การกำ� หนดกลยุทธท์ างการตลาดให้ตอบ
คำ� นึงถึงขอ้ ใด สนองความต้องการของผบู้ รโิ ภค
ก. ทนุ วัตถดุ ิบ การคมนาคม ขอ้ 7. บุคคลใดกำ� หนดเปา้ หมายทางการตลาดได้
ข. ทนุ ผูบ้ รโิ ภค การกระจายสินค้า สมบูรณท์ ีส่ ดุ
ค. ทนุ แรงงาน การแขง่ ขนั ทางการตลาด ก. สุนันท ์ ตั้งเปา้ หมายว่าต้องเพม่ิ สาขาร้าน
ง. ทุน แรงงาน วสั ดอุ ปุ กรณ์ และการ ขนมปังใหไ้ ดม้ ากท่ีสดุ
ประกอบการ ข. จติ รา ต้งั เป้าหมายว่าตอ้ งเพมิ่ การจำ� หนา่ ย
ข้อ 3 การวเิ คราะหศ์ ักยภาพทางธุรกิจมคี วามจ�ำเป็น ทุเรียนใหม้ ากข้นึ 20 เปอรเ์ ซ็น ภายใน 2 ปี
อย่างไร ค. อรัญญา ตัง้ เป้าหมายวา่ จะพฒั นาหลักสตู ร
ก. เพอื่ ก�ำหนดทิศทางในการดำ� เนนิ ธุรกจิ ให้มี การทำ� เต้าเจยี้ วไปเรื่อยโดยไม่กำ� หนดเวลา
ความม่ันคงข้ึน ง. วริ ัตน์ ต้งั เป้าหมายว่าจะโฆษณาเพ่อื
ข. เพื่อแกไ้ ขข้อบกพร่องในการด�ำเนินการพัฒนา ประชาสัมพนั ธ์สนิ คา้ โดยไมม่ กี ำ� หนดเวลา
อาชีพ ขอ้ 8 การกำ� หนดเปา้ หมายทางการตลาด ควรดำ� เนิน
ค. เพอ่ื สรา้ งความมน่ั ใจในการประกอบอาชีพ การตามขอ้ ใดมากที่สดุ
ง. เพอ่ื นำ� ไปขยายอาชีพใหก้ ว้างขวางข้นึ ก. การประเมินทางเลือกในการแบง่ ส่วนตลาด
ขอ้ 4 การวิเคราะหต์ ำ� แหนง่ ทางธุรกจิ ระยะใดมีการ แล้วน�ำมาก�ำหนดเปา้ หมายตลาด
เจรญิ เติบโตได้มากที่สดุ ข. การก�ำหนดพ้นื ทท่ี างการตลาด ท่สี ามารถ
ก. ระยะเริ่มต้น จ�ำหนา่ ยสนิ คา้ ได้
ข. ระยะทรงตัว ค. การตง้ั เป้าหมายในการขายสินคา้ ใหไ้ ด้ตาม
ค. ระยะสรา้ งตัว กำ� หนด
ง. ระยะตกต�ำ่ หรือสร้างข้ึน ง. การกำ� หนดปรมิ าณสนิ คา้ ทจี่ ะขายไดใ้ นแตล่ ะปี
เอกสารพฒั นาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย 35
ปีการศกึ ษา 2563
ข้อ 9 การกำ� หนดกลยุทธท์ างการตลาดมีประโยชน์ ข้อ 15 การก�ำหนดคณุ ภาพการผลิตหมายถงึ ขอ้ ใด
อย่างไร ก. การทำ� ให้สนิ ค้าและบริการเป็นทพ่ี อใจของผูบ้ รโิ ภค
ก. ท�ำให้ทราบผลการดำ� เนินงานในอนาคต ข. การผลติ สินคา้ และบริการสูผ่ ูบ้ ริโภคอยา่ งเพียงพอ
ข. ทำ� ให้ทราบวา่ จะกำ� หนดวสิ ยั ทศั น์อยา่ งไร และมั่นคง
ค. ท�ำให้ทราบว่าจะกำ� หนดทศิ ทางการตลาด ค. การพฒั นาปัจจัยการผลิตให้เอ้ือต่อการผลิตสินค้า
อยา่ งไร บริการและเพยี งพอ
ง. ทำ� ให้มีแนวทางในการปฏบิ ัติงานสูค่ วาม ง. การพฒั นาการผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารใหส้ ามารถใช้ใน
ส�ำเรจ็ ได้ ชวี ติ ประจำ� วันไดอ้ ย่างต่อเน่ือง
ข้อ 10 โรงงานผลติ เครอื่ งปรับอากาศสามารถผลติ สนิ คา้ ข้อ 16 ปจั จัยการผลติ สนิ ค้าและบรกิ ารทใ่ี ชใ้ นการ
ให้สามารถเคลื่อนท่ไี ดส้ ะดวกในการใชง้ าน ตรงกับ ประกอบการ มีอะไรบา้ ง
กลยุทธ์ทางการตลาดในข้อใด ก. ทด่ี ิน ทนุ
ก. การขยายตลาด ข. ทดี่ ิน ทุน แรงงาน บคุ ลากร
ข. การพฒั นาสินค้า ค. ทด่ี นิ ทุน แรงงาน การประกอบการ
ค. การแทรกความนิยมสผู่ บู้ รโิ ภค ง. ท่ีดิน ทุน แรงงาน ทรัพย์สนิ วสั ดุอุปกรณต์ า่ ง ๆ
ง. การสร้างรูปลกั ษณ์คุณภาพสนิ คา้ 17 ขอ้ ใดเปน็ ทนุ คงทใี่ นการประกอบการผลิตสนิ ค้า
ขอ้ 11 ขอ้ ใดเป็นความสำ� คัญของเป้าหมายกลยุทธ์ทม่ี ี ก. วัสดุ อุปกรณ์ วัตถุดบิ
ตอ่ ลูกคา้ ข. โรงเรือน เครอ่ื งจักร ท่ดี นิ
ก. การสร้างความนา่ เชื่อถอื ของธรุ กจิ ค. วัตถุดบิ แรงงาน ป๋ยุ ยาฆา่ แมลง
ข. การสร้างแรงจงู ใจแกบ่ คุ ลากร ง. ยาฆ่าแมลง ป๋ยุ อปุ กรณ ์ ยานพาหนะขนส่ง
ค. การเพิ่มผลผลติ ของสินค้า ขอ้ 18 ข้อใดคือความส�ำคญั อันดบั แรกในการกำ� หนด
ง. การสร้างและพฒั นาบคุ ลากร เป้าหมายการผลติ หรือบรกิ าร
ข้อท่ี 12 ในการขยายการประกอบอาชีพสู่ความสำ� เรจ็ ก. ความต้องการแรงงาน
จะตอ้ งมีองคป์ ระกอบตามข้อใด ข. ความตอ้ งการของลูกค้า
ก. ปัจจยั น�ำเขา้ ลูกคา้ ผลผลติ ค. ความต้องการทนุ การผลิต
ข. ปจั จัยน�ำเขา้ การแปรรปู ผลผลติ ง. ความต้องการปริมาณงานผลติ
ค. การลงทนุ ลกู คา้ ผลผลิต การพัฒนาตนเอง ขอ้ 19 ขอ้ ใดคอื เปา้ หมายการผลติ
ง. เป้าหมายความส�ำเร็จ วัตถปุ ระสงค์ ก. มีต้นทุนการผลิตต่ำ�
ความต้องการของลูกค้า ข. ส่งสนิ คา้ ได้ตามกำ� หนด
ขอ้ ท ี่ 13 ข้อใดเปน็ กระบวนการส�ำคัญเปน็ อนั ดับแรก ค. ผลติ สนิ ค้าที่ไดค้ ุณภาพ
กอ่ นการดำ� เนนิ ธรุ กิจของผปู้ ระกอบการยคุ ใหม่ ง. ผลติ สนิ คา้ ได้ตามปรมิ าณท่ตี อ้ งการ
ก. การวจิ ยั การตลาด ข้อ 20 การกำ� หนดคณุ ภาพในมาตรฐานของผลติ ภณั ฑ์
ข. การส่งเสรมิ การขาย หรอื สนิ คา้ เปน็ การปฎิบตั ิเก่ยี วกับคุณภาพในข้อใด
ค. การโฆษณาประชาสัมพันธ์ ก. การจัดการคณุ ภาพ
ง. การกำ� หนดกลยทุ ธ์ทางการตลาด
ขอ้ 14 ขอ้ ใดเปน็ กิจกรรมทตี่ ้องดำ� เนนิ การในการ ข. การบริหารคณุ ภาพ
ก�ำหนดทิศทางการพฒั นาการตลาด ค. การประกันคุณภาพ
ก. การโฆษณา ง. การควบคุมคุณภาพ
ข.การประชาสมั พันธ์
ค.การท�ำฐานขอ้ มลู ลกู ค้า
ง. การกำ� หนดวสิ ัยทัศน์ พันธกจิ
36 เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดับมธั ยมศกึ ษาปลาย
ปีการศกึ ษา 2563
สรปุ เนื้อหารายวิชาเศรษฐกิจพอเพยี ง รหสั วชิ า ทช31001
จุดประสงค์การเรียนรู้
1. นักศกึ ษาสามารถบอกความเปน็ มา ความหมาย และแนวคดิ ของหลกั แนวคิดของเศรษฐกิจพอเพียงได้
2. นักศึกษามคี วามร้คู วามเขา้ ใจในแนวคิดของหลกั เศรษฐกจิ พอเพียง
ขอบเขตเนอื้ หา
การพฒั นาประเทศตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง การวเิ คราะหส์ ถานการณโ์ ลก ความสำ� คญั ของการพฒั นา
ประเทศในกระแสโลกาภิวฒั น์ การเลอื กแนวทางของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยกุ ตใ์ ช้ได้อย่างเหมาะสม
บทท่ี 1 ความพอเพียง
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี งมมี ติ ิ 4 ด้าน
1. มติ ิด้านเศรษฐกิจ : เศรษฐกจิ พอเพยี งเป็นเศรษฐกจิ แบบพออยพู่ อกิน ใหม้ คี วามขยันหมน่ั เพยี ร ประกอบ
สัมมาอาชีพ เพอ่ื ใหพ้ ง่ึ ตนเองไดใ้ หพ้ น้ จากความยากจน
2. มติ ดิ า้ นจติ ใจ : ยดึ เสน้ ทางสายกลาง (มชั ฌมิ าปฏปิ ทา) เนน้ ทจี่ ติ ใจทรี่ จู้ กั พอ คอื พอดี พอประมาณ และพอใจ
ในสิง่ ทม่ี ี
3. มิตดิ า้ นสังคม : สังคมทม่ี ีความสขุ สงบ ประชาขนมคี วามเมตตาเออื้ อาทรช่วยเหลือ ซ่ึงกันและกนั
4. มติ ิดา้ นวัฒนธรรม : เศรษฐกิจพอเพยี งมงุ่ ใหเ้ กิดวัฒนธรรมหรอื วิถีชวี ิตท่ีประหยัด อดออม มชี ีวิตท่เี รียบงา่ ย
ไมฟ่ ุม่ เฟอื ย
บทที่ 2 ชมุ ชนพอเพียง
การบรหิ ารจดั การชมุ ชน หมายถงึ การนำ� วธิ กี ารตา่ ง ๆ มาใชเ้ พอื่ ชว่ ยในการดำ� เนนิ งานในชมุ ชนเปน็ ไปตามแผน
ชุมชนที่กำ� หนด เน้นการดำ� เนินการดงั น้ี
1. การมีสว่ นร่วมของประชาชน
2. การปฏิบตั ิเพือ่ กระท�ำสิง่ ตา่ ง ๆ
3. การวดั ผลความส�ำเร็จของชุมชน
พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ทรงไดพ้ ระราชทาน ทฤษฎใี หม่ เป็นแนวทางท่ีได้ทรงคดิ ใน
การคำ� นวณตามหลกั วชิ าการบรหิ ารทรพั ยากรธรรมชาตใิ หเ้ กดิ ประโยชนส์ งู สดุ โดยกำ� หนดสง่ิ ทเี่ กษตรกรควรปฏบิ ตั ิ เพอื่
แกป้ ญั หาหรืออุปสรรค โดยเฉพาะปญั หาการจดั การนำ้� ให้เพียงพอต่อการเพาะปลูกพชื และเล้ียงสตั วไ์ ดต้ ลอดปี
บทที่ 3 การแก้ปัญหาชุมชน
ปัญหาชุมชน แต่ละชุมชนจะมีปัญหาท่ีแตกต่างกันออกไปข้ึนอยู่กับบริบทของชุมชนเช่น ด้านการศึกษาด้าน
สขุ ภาพอนามยั ดา้ นสงั คมการเมอื งการปกครองดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม และทรพั ยากรธรรมชาต ิ และดา้ นศาสนาศลิ ปวฒั นธรรม
การพฒั นาชมุ ชน เป็นการแกป้ ัญหาชุมชนทเ่ี ป็นรูปแบบและขั้นตอน ชุมชนจะต้องมคี ณะทำ� งานทมี่ าจากหลายภาคสว่ น
เขา้ มามีส่วนร่วมในการแก้ปญั หาของชุมชนด้วยตนเอง จดั ล�ำดับ และแนวทางการแก้ไขมารว่ มพจิ ารณาปัญหา
การมีส่วนร่วมแก้ปัญหาหรือพัฒนาชุมชน ประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือแก้ปัญหาชุมชนการประยุกต์ใช้
ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรียนรายบุคคล ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 37
ปีการศึกษา 2563
- โดยพนื้ ฐานกค็ ือการพ่งึ พาตนเองเปน็ หลกั
- การสรา้ งสามัคคีในการเกิดขน้ึ บนพื้นฐานของความสมดลุ
- ครอบคลมุ ทัง้ ด้านจิตใจสงั คมเทคโนโลยีทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ มรวมถงึ เศรษฐกจิ
บทที่ 4 สถานการณ์ของประเทศกับความพอเพยี ง
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มงุ่ เน้นใหเ้ กดิ การพจิ ารณาอย่างรอบคอบ มีความรอบครอบ ระมดั ระวงั ในการ
วางแผน และการดำ� เนินงานทกุ ขน้ั ตอน เพ่อื มใิ หเ้ กดิ ความเสียหายต่อการพฒั นา
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 9 เน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับทุก
ขน้ั ตอน โดยยดึ หลกั รว่ มกนั คดิ รว่ มกนั ทำ� และรว่ มกนั รบั ผดิ ชอบในลกั ษณะเปน็ เครอื ขา่ ยการพฒั นายดึ หลกั ปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ ปรชั ญานำ� ทางในการพัฒนาประเทศใหเ้ ขา้ สูส่ ังคมที่ยดึ หลักทางสายกลาง แบง่ เป็น 4 ด้าน ได้แก่
ด้านสงั คมด้านเศรษฐกจิ ด้านทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม และดา้ นการบริหารจัดการทรัพยากร
บทที่ 5 สถานการณโ์ ลกกบั ความพอเพียง
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งเปน็ ปรชั ญาทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช (ร.9) ทรงชแี้ นวทาง
ในการด�ำเนินชีวิตให้กบั ประชาชน โดยให้ด�ำเนินชีวติ แบบพออยพู่ อกิน พอใช้ ร้จู ักพึง่ ตนเอง เป็นการดำ� รงชีวติ ในทาง
สายกลางด้วยการนำ� ทรัพยากรทมี่ อี ย่มู าใชใ้ ห้เกิดประโยชนส์ งู สุด
1. การประยุกตใ์ ช้เศรษฐกิจพอเพยี งระดบั ชมุ ชน ชมุ ชนพอเพยี ง ประกอบด้วย บุคคล/ครอบครัว ต่างๆ ทมี่ ี
ความพอเพยี งแลว้ มคี วามรู้ และคณุ ธรรมเปน็ กรอบในการดำ� เนนิ ชวี ติ จนสามารถพง่ึ ตนเองได้ บคุ คลเหลา่ นมี้ ารวมกลมุ่
กนั ท�ำกจิ กรรมต่างๆ ทีม่ ีสอดคลอ้ งเหมาะสมกบั สถานภาพ ภูมสิ ังคมของแต่ละชุมชน
2. การประยกุ ตใ์ ชเ้ ศรษฐกจิ พอเพยี งระดบั เกษตร ไดแ้ ก่ เกษตรทฤษฎใี หม ่ แนวพระราชดำ� รสิ ง่ เสรมิ ใหเ้ กษตรกร
พ่ึงตนเองได้ ซง่ึ มีการรวมกล่มุ กัน ในการเช่อื มโยงเครอื ขา่ ยด้านต่างๆ เพื่อให้เกิดความกา้ วหนา้ ไปอย่างสมดลุ กบั สภาพ
แวดล้อมในแตล่ ะท้องถน่ิ ทมี่ กี ารพัฒนาอย่างตอ่ เนื่อง เป็นขน้ั ตอน ประยกุ ตใ์ ชค้ วามรู้ภูมปิ ัญญา ทรัพยากรต่างๆ ท่มี อี ยู่
อยา่ งเหมาะสม บนพืน้ ฐานของคณุ ธรรม ความซื่อสัตยส์ ุจริตขยันหมนั่ เพยี ร
3. การประยุกต์ใช้เศรษฐกิจพอเพียงระดับนักธุรกิจ นักธุรกิจพอพียง ค�ำนึงถึงความม่ันคงและยั่งยืนของการ
ดำ� เนนิ ธรุ กิจ มากกวา่ การแสวงหาผลประโยชน์ระยะสน้ั
บทท่ี 6 การประกอบอาชพี ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพอ่ื การสร้างรายได้
อยา่ งมน่ั คง มั่งค่งั และยงั่ ยืน
การประกอบตามหลกั เศรษฐกิจพอเพยี ง เพื่อการสรา้ งรายได้ อยา่ งมั่นคง มง่ั คัง่ และยงั่ ยนื ม่งุ เนน้ ใหผ้ ูเ้ รียนมี
การพิจารณาอยา่ งรอบด้าน มีความรอบคอบ และระมดั ระวงั ในการวางแผน ในการดำ� เนนิ งานทุกขนั้ ตอน เพื่อมใิ หเ้ กดิ
ความเสยี หายตอ่ การพัฒนา ข้อควรคำ� นงึ ในการตดั สินใจประกอบอาชพี การตัดสินใจประกอบอาชพี โดยใชข้ ้อมูลอยา่ ง
เหมาะสมมคี วามร้วู ิชาชีพนัน้ ๆ มที นุ แรงงาน และสถานที่ มวี ธิ ีการปฏิบัตงิ านและจัดการอาชพี มกี ลวธิ กี ารขาย การ
ตลาด มกี ารจดั การการเงิน การจัดท�ำบัญชรี ายรับ–รายจ่าย เพ่ือใหท้ ราบผลการประกอบการ มีมนุษย์สัมพนั ธ์และมจี ิต
บรกิ าร มคี ณุ ธรรมในการประกอบอาชพี แนวทางการประกอบอาชพี ใหป้ ระสบผลสำ� เรจ็ มคี วามรู้ คอื ตอ้ งรอบรู้ รอบคอบ
และระมดั ระวัง มคี ณุ ธรรมที่สง่ เสรมิ การประกอบอาชพี ใหป้ ระสบความสำ� เร็จ คือความซ่อื สัตย์ สุจริตขยัน อดทน
หมายเหตุ : ให้นกั ศึกษา ไดศ้ กึ ษาเพ่ิมเติมจากหนังสือแบบเรยี นรายวชิ าเศรษฐกิจพอเพยี ง ทช31001
38 เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบุคคล ระดบั มัธยมศกึ ษาปลาย
ปีการศึกษา 2563
แบบทดสอบรายวิชาเศรษฐกจิ พอเพยี ง รหัสวิชา ทช31001
จงเลอื กคำ� ตอบทีถ่ ูกต้องท่สี ุดเพยี งค�ำตอบเดยี ว 5. ข้อใดคอื แนวคดิ ทีส่ �ำคญั ของหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง
1.เพราะสาเหตุใดรัฐบาลจึงไดน้ อ้ มน�ำ หลักปรัชญาของ ก. การพง่ึ ชมุ ชน เพือ่ พฒั นาชมุ ชนใหเ้ ข้มแขง็
เศรษฐกิจพอเพยี งมาใช้ ข. การพ่งึ ตนเอง เพ่ือพัฒนาชวี ติ ใหม้ คี วามสขุ
ก. ภาวะขาดแคลนสนิ ค้า ค. การพ่ึงพารฐั และเอกชน เพอื่ พัฒนาเศรษฐกิจ
ข. ภาวะวกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ ตกต่ำ� โดยรวม
ค. ภาวะสินคา้ อตุ สาหกรรมมรี าคาสงู ง. การพง่ึ องคก์ รของรัฐ เพอื่ พฒั นาความเปน็ อยู่
ง.ภาวะเศรษฐกจิ มีการขยายตัวเกิดขน้ึ ของประชาชน
2 ขอ้ ใดคอื แนวทางการดำ� เนนิ ชีวติ ภายใต้สถานการณ์ 6.แนวคดิ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งเนน้ เรื่อง
ของประเทศ โดยใชห้ ลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ใด
ก. เป็นผมู้ คี วามรอบครอบ ใช้เหตผุ ลตามหลกั ก. การพฒั นาด้านการเงนิ การจัดการและการ
วชิ าการมาประกอบการตัดสินใจ ภายใต้ความร้แู ละ ตลาด
คณุ ธรรม ข. การพฒั นาชุมชนสังคมโดยใชร้ ะบบเศรษฐกจิ
ข. เปน็ ผ้มู ีความคิดนอกกรอบ กล้าคดิ กล้าท�ำ เป็นฐาน
สงิ่ ใหมๆ่ ใหก้ ับครอบครวั ชมุ ชน สังคม ค. การด�ำเนินชีวติ ทมี่ ุ่งเนน้ พัฒนาตนเองใหเ้ ปน็
ค. เป็นนกั จดั การด้านเศรษฐกิจ กล้าตัดสนิ ใจ ผู้น�ำการเปลย่ี นแปลง
ลงทุนระยะยาวและระยะสั้น ง. การด�ำเนินชีวติ และปฏิบัตติ นให้สามารถอยู่
ง. เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรม และใช้เหตุผลใน ในสังคมไดอ้ ยา่ งมีความสขุ
การตัดสนิ ใจ 7. ขอ้ ใดเปน็ แนวคดิ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอ
3. ข้อใดคือความหมายของคำ� ว่า “เศรษฐกิจพอเพียง” เพียง
ก. ดำ� รงชีวติ อยา่ งม่นั คงยงั่ ยืน ก. สนอง เปลย่ี นโทรศพั ท์มอื ถือเพือ่ ใหร้ องรบั
ข.ดำ� รงชวี ติ โดยการพ่ึงพาครอบครวั 4G เพอ่ื ขยายกลุม่ ผู้ซื้อปลอดสารพษิ
ค. ด�ำรงชีวติ ตามนโยบายรฐั บาล ข. สมปอง ปลกู ผกั ปลอดสารพษิ เหลอื จากการ
ง. ด�ำรงชีวิตโดยการพึง่ พาเศรษฐกิจของประเทศ บริโภคแลว้ นำ� ไปใหเ้ พ่ือนบ้าน
4.การมีคณุ ธรรมเป็นเครือ่ งมือยดึ เหน่ียว เตรียมตวั ให้ ค. สนาม รับซื้อผกั ปลอดสารพษิ แล้วนำ� ไป
พร้อมรบั ผลกระทบ และการเปลยี่ นแปลงด้านตา่ ง ๆ ที่ จ�ำหนา่ ยเพ่อื หวงั ผลกำ� ไร
เกดิ ขน้ึ โดยค�ำนึงถงึ ความเป็นไปได้ของสถานการณต์ า่ ง ๆ ง. สยาม ปลกู ผกั ปลอดสารพษิ ไม่ได้ผลจงึ เตรียม
ท่ีคาดวา่ จะเกิดขนึ้ ในอนาคตท้งั ไกลและใกล้ ใช้ปยุ๋ เคมี
ขอ้ ความนี้ ความหมายตรงกบั ขอ้ ใด
ก. ความมีเหตผุ ล
ข. ความพอประมาณ
ค. การมีภมู ิคุ้มกันในตวั ท่ีดี
ง. การมีจติ ส�ำนกึ ในด้านคณุ ธรรมจรยิ ธรรม
เอกสารพัฒนาทกั ษะวชิ าการผู้เรยี นรายบคุ คล ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 39
ปีการศึกษา 2563