กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนวิเชียรมาตุ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา 1 รหัสวิชา พ33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วย ชีวิตและครอบครัว จำนวน 9 คาบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง สาเหตุของความขัดแย้ง เวลา 1 คาบ ชื่อครูผู้สอน นายยุทธชัย แก้วสารทอง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๓ เลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศ และครอบครัว พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๔ วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียน หรือ เยาวชนในชุมชน และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ ความรู้ (K) 1.บอกสาเหตุของความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นกับครอบครัวได้ 2.วิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียนหรือเยาวชนในชุมชน ได้ ทักษะที่สำคัญ (P) 1. เลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ไขปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว 2.มีทักษะในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างนักเรียน หรือชุมชน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 3. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) 1. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
4. สาระสำคัญ ปัญหาความขัดแย้งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากการไม่ลงรอยกัน ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ระหว่างนักเรียนและ ครอบครัว หรือเยาวชนในชุมชน อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะปัญหา ภายในครอบครัว และอาจบานปลายกลายเป็นปัญหาสังคมในอนาคต ดังนั้นเราจึงควรฝึกฝนและเลือกใช้ ทักษะที่เหมาะสมในการจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวเพื่อลดความขัดแย้งและปัญหาต่างๆ ที่ อาจจะเกิดขึ้นตามมา 5. สาระการเรียนรู้ 1. ความหมายของความขัดแย้ง 2. สาเหตุของความขัดแย้งระหว่างบุคคล 3. สาเหตุของความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นกับครอบครัว 6. ภาระงาน / ชิ้นงาน 1. การทำแผนงานสรุปความคิดรวบยอด เรื่อง สาเหตุ ผลกระทบและแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อลด ความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว 2. การเลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้นี้ใช้วิธีการสอนแบบโครงสร้างความรู้หรือแผนผังความคิด เป็นการ ฝึกให้ผู้เรียนรวบรวมข้อมูลหรือความรู้จากการศึกษาค้นคว้า การอ่าน การฟังคำบรรยาย แล้วนำข้อมูลมา จัดกลุ่ม เขียนเป็นภาพแสดงให้เห็นถึงโครงสร้างความคิด กระบวนการคิด และความสัมพันธ์ของ กระบวนการคิด โดยใช้รูปภาพ หรือแผนภาพ เช่น แผนผังความคิด (Mind Mapping) ขั้นกระตุ้นความสนใจ (๕ นาที) ๑. ครูให้นักเรียนหยิบสลากกระดาษแผ่นเล็กๆ คนละ ๑ แผ่น ซึ่งเป็นกระดาษที่มีสีแตกต่างกัน ทั้งหมด ๖ สี โดยให้ผู้ที่จับได้สีเดียวกับรวมตัวกันเป็นกลุ่ม หลังจากนั้นครูแจกกระดาษสีแผ่น ใหญ่ที่มีสีเดียวกันกับกลุ่ม กลุ่มละ ๑ แผ่น กำหนดกติกาให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวางอวัยวะ ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายให้อยู่ในกระดาษแผ่นดังกล่าวให้ได้ครบทุกคน ซึ่งในแต่ละรอบ ให้นักเรียนพับกระดาษให้เล็กลงเรื่อยๆ กลุ่มใดสามารถรวมตัวกันและมีอวัยวะของทุกคนอยู่ บนกระดาษแผ่นที่เล็กที่สุดจะเป็นฝ่ายชนะเกมนี้ ๒. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งเป็นการฝึกร่วมมือร่วมแรงกัน แก้ไขปัญหาโดยใช้ทักษะต่างๆ เชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (๑๐ นาที) ๓. นักเรียนดูวีดิทัศน์ตัวอย่างละครเรื่อง “วัยแสบสาแหรกขาด” (https://www.youtube.com/ watch?v=yGDW-tzsnUU) นักเรียนและครูร่วมกัน วิเคราะห์ว่าพฤติกรรมของเด็กแต่ละคนในเรื่อง เกิดจากความขัดแย้งที่มีสาเหตุมาจาก อะไรบ้าง
ขั้นสอน (๓๐ นาที) ๔. นักเรียนแบ่งกลุ่มเป็น ๖ กลุ่ม แต่ละคนในกลุ่มเขียนปัญหาความขัดแย้งระหว่างตัวเองกับคน ในครอบครัวลงในกระดาษ รวบรวมปัญหาของแต่ละคนและให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกัน วิเคราะห์ว่าความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง มีผลกระทบต่อวัยรุ่น และครอบครัวอย่างไร และเลือกปัญหาความขัดแย้งมา ๑ ปัญหาที่เกิดกับสมาชิกส่วนใหญ่ ในกลุ่มมากที่สุด ร่วมกันอภิปรายและหาแนวทางแก้ไขปัญหาเขียนเป็นความคิดรวบยอดของ กลุ่ม ๕. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้น และแนวทางการ แก้ปัญหาที่สมาชิกในกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์และสรุปออกมาเป็นความคิดรวบยอดมานำเสนอ หน้าชั้นเรียน ขั้นสรุป (๕ นาที) ๖. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปและอภิปรายปัญหาความขัดแย้งที่แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ ร่วมกันเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเพิ่มเติม ๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันสมมติเรื่องราวเพื่อจำลองสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากปัญหาความ ขัดแย้งเกี่ยวกับวัยรุ่นและครอบครัวที่กลุ่มนักเรียนเลือกออกมานำเสนอ โดยจะต้องใช้ทักษะ ต่างๆ ในการแก้ปัญหาเพื่อลดความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น ๑) ทักษะการสื่อสารที่สร้างสรรค์ ๒) ทักษะการตัดสินใจและแก้ไขปัญหา โดยนักเรียนแต่ละกลุ่มจะต้องออกมาแสดงบทบาทสมมุติที่แสดงให้เห็นถึงการใช้ทักษะต่างๆ ใน การแก้ปัญหาเพื่อลดความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นและครอบครัวหน้าชั้นเรียนในคาบถัดไป ขั้นตรวจสอบผลการเรียนรู้ ๘. ตรวจสอบและประเมินงานนำเสนอสาเหตุและแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อลดความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว ๙. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเข้าใจของนักเรียนโดยใช้คำถามในการเชื่อมโยงข้อมูลและ สรุปความรู้ความเข้าใจของนักเรียน 8. ศาสตร์การสอน/สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้ ใช้วิธีการสอนแบบ Active learning โดยใช้การถาม – ตอบ (Questioning)/โปรแกรม PowerPoint เรื่อง สาเหตุของความขัดแย้ง
9. การวัดและประเมินผล 9.1 การประเมินตามตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้/จุดประสงค์ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ / จุดประสงค์ วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การผ่าน ความรู้ ความ เข้าใจ (K) 1.บอกสาเหตุของ ความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นกับ ครอบครัวได้ 2.วิเคราะห์สาเหตุ และผลกระทบของ ความขัดแย้งที่อาจ เกิดขึ้นระหว่าง นักเรียนหรือ เยาวชนในชุมชนได้ ๑. ตรวจแผนงาน สรุปความคิดรวบ ยอด เรื่อง สาเหตุ ผลกระทบและแนว ทางการแก้ปัญหา เพื่อลดความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัว ๒. สังเกต พฤติกรรมการ ทำงาน ๑. แบบประเมิน แผนงานสรุป ความคิดรวบยอด เรื่อง สาเหตุ ผลกระทบและแนว ทางการแก้ปัญหา เพื่อลดความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัว ๒. แบบประเมิน พฤติกรรมการ ทำงาน -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐ ทักษะ/ กระบวนการ (P) 1. เลือกใช้ทักษะที่ เหมาะสมในการ ป้องกัน ลดความ ขัดแย้ง และแก้ไข ปัญหาเรื่องเพศและ ครอบครัว 2.มีทักษะในการ แก้ไขปัญหาความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้น ระหว่างนักเรียน หรือชุมชน การถาม – ตอบ ๑. แบบประเมิน รายบุคคล ๒. แบบประเมิน งานกลุ่ม -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐
9.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน สมรรถนะที่สำคัญ ๑. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต ๑. ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน ๑. แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญของ นักเรียน 3 เยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจน และสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน 2 ดีพฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและ บ่อยครั้งให้ 2 คะแนน 1 ผ่าน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน 0 ไม่ผ่านไม่เคยปฏิบัติพฤติกรรม นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับผ่านขึ้นไป 9.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เกณฑ์การประเมิน 1 ปรับปรุง 2 พอใช้ 3 ดี นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับพอใช้ขึ้นไป
9.4 การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน ประเมินตามขอบเขต การประเมินและ ตัวชี้วัดที่แสดงถึง ความสามารถในการ อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนตาม ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4-6 ประเมินด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมินเกณฑ์ คุณภาพ(Rubric)มี ลักษณะเป็นเกณฑ์ แบบแยกส่วนแบ่ง คะแนนคุณภาพ ออกเป็น 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพแบ่งออกเป็น 4 ระดับคือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ผลการประเมินระดับ ผ่าน
10. บันทึกหลังสอน (ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/........) ผลการจัดการเรียนรู้ นักเรียนห้อง ................ มีจำนวน....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) จำนวน.............คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่................................................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน ( นายยุทธชัย แก้วสารทอง ) ตำแหน่ง ครู …………./……………./………… ความเห็นของกรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................................. ลงชื่อ.............................................................. (...นายยุทธชัย แก้วสารทอง....) ( นายสมโชค ศรีพล ) กรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………./……………./………… …………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....นายยุทธชัย แก้วสารทอง.............แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจรรมได้นำกระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.......................................รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารงานวิชาการ ( นางอัมพร สงวนศักดิ์) …………./……………./………… ความคิดเห็น ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................ผู้อำนวยการโรงเรียน ( นายยงยุทธ ปูขาว ) …………./……………./…………
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนวิเชียรมาตุ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา 1 รหัสวิชา พ33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วย ชีวิตและครอบครัว จำนวน 9 คาบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง การแก้ปัญหาความขัดแย้ง เวลา 1 คาบ ชื่อครูผู้สอน นายยุทธชัย แก้วสารทอง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๓ เลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศ และครอบครัว พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๔ วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียน หรือ เยาวชนในชุมชน และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา จุดประสงค์การเรียนรู้ ความรู้ (K) 1.วิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียนและครอบครัวได้ 2.บอกแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างวัยรุ่นและครอบครัวได้ ทักษะที่สำคัญ (P) 1. สามารถออกแบบสถานการณ์ในการเลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว 2.แสดงแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 2. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) 1. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
3. สาระสำคัญ ปัญหาความขัดแย้งของวัยรุ่นที่เกิดขึ้นในสังคมล้วนมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่มี อิทธิพลต่อวัยรุ่นมากคือปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นภายในครอบครัว โดยส่วนใหญ่ปัญหาที่เกิดขึ้นมักมี ความแตกต่างกันไปในแต่ละครอบครัว แต่ล้วนส่งผลกระทบต่อจิตใจของวัยรุ่นโดยตรง เนื่องจากสถาบัน ครอบครัวถือได้ว่าเป็นสถาบันที่ใกล้ชิดกับบุคคลใดบุคคลหนึ่งตั้งแต่เด็กจนเติบโตมาเป็นวัยรุ่น ดังนั้น ความขัดแย้งต่างๆที่เกิดขึ้นจึงอาจฝังใจและก่อให้เกิดปัญหาลุกลามตามมาในอนาคต จึงควรเลือกใช้ทักษะ ที่เหมาะสมในการลดความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว 4. สาระการเรียนรู้ 1. ผลของความขัดแย้งต่อวัยรุ่นและครอบครัว 2. แนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว 3. ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว 5. ภาระงาน / ชิ้นงาน 1. บอกแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างนักเรียน หรือเยาวชนในชุมชนได้ 2. การออกแบบบทบาทสมมติ สถานการณ์ในการเลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลด ความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว 3. ปฏิบัติตามแนวทางการเลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่น และครอบครัว 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้นี้ใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) หมายถึง วิธีสอนที่ใช้ บทบาทสมมติขึ้นจากความเป็นจริงมาเป็นเครื่องมือในการสอนโดยที่ครูสร้างสถานการณ์สมมติและ บทบาทขึ้นมาให้นักเรียนได้แสดงออกตามที่ตนคิดว่าควรจะเป็น มีการนำการแสดงออกทั้งทางด้านความรู้ ความคิด และพฤติกรรมของผู้แสดงมาใช้เป็นพื้นฐานในการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจให้แก่นักเรียน ในเรื่องความรู้สึกและพฤติกรรม และปัญหาต่างๆได้อย่างเหมาะสม ขั้นกระตุ้นความสนใจ (๕ นาที) ๑. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมากลุ่มละ ๕ คนเพื่อร่วมเล่นเกม “ปริศนาคำใบ้บนแผ่นหลัง” โดยมีกติกา คือ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มยืนเรียงเป็นแถวตอนหันหน้าเข้ากระดานและให้คน สุดท้ายของแถวมาพบครูหลังห้องเพื่อรับคำใบ้ไป ต่อจากนั้นให้ไปใบ้คนรองสุดท้ายโดยใช้ ท่าทางเพียงอย่างเดียว และให้ใบ้คนถัดไปเรื่อยๆโดยการเขียนข้อความหรือภาพลงบนแผ่น หลังจนถึงคนแรก และให้คนแรกตอบว่าคำใบ้นั้นคือคำว่าอะไร กลุ่มใดตอบถูกต้องและใช้ เวลาน้อยที่สุดจะเป็นผู้ชนะในเกมนี้ ๒. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ประยุกต์ใช้ทักษะ การสื่อสารอย่างสร้างสรรค์เชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (๕ นาที) ๓. นักเรียนช่วยกันจัดโต๊ะ เก้าอี้ และสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้เหมาะสมกับการแสดง บทบาทสมมติในเรื่อง การเลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว ขั้นสอน (๒๕ นาที) ๓. นักเรียนกลุ่มที่ ๑ – ๓ เตรียมตัวออกมาแสดงบทบาทสมมติหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับการเลือกใช้ ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นและความครัว โดยหยิบ สลากเพื่อออกมาแสดงตามลำดับ ๔. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายการเลือกใช้ทักษะในการป้องกันและลดปัญหาความขัดแย้ง ของแต่ละกลุ่ม และสรุปประเด็นสำคัญของกิจกรรม ขั้นสรุป (๕ นาที) ๖. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปและอภิปรายปัญหาความขัดแย้งที่แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ ร่วมกันเพิ่มเติมและเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาเมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นในชีวิตจริง (๑๐ นาที) ๗. ครูสุ่มนักเรียนอย่างน้อย ๓ คน สรุปประเด็นสำคัญจากกิจกรรมในวันนี้ และเพิ่มเติมแนว ทางการแก้ไขปัญหาในประเด็นอื่นๆ เพื่อเพิ่มความเข้าใจในบทเรียน และย้ำเตือนนักเรียนกลุ่มที่ ๔ – ๖ เตรียมตัวมานำเสนอต่อในคาบถัดไป ขั้นตรวจสอบผลการเรียนรู้ ๘. ตรวจสอบและประเมินงานการแสดงบทบาทสมมติ ในหัวข้อเรื่อง การเลือกใช้ทักษะที่ เหมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว ๙. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเข้าใจของนักเรียนโดยใช้คำถามในการเชื่อมโยงข้อมูลและสรุป ความรู้ความเข้าใจของนักเรียน 7. ศาสตร์การสอน/สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้ ใช้วิธีการสอนแบบ Active learning โดยใช้การถาม – ตอบ (Questioning)/โปรแกรม PowerPoint เรื่อง การแก้ปัญหาความขัดแย้ง
8. การวัดและประเมินผล 8.1 การประเมินตามตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้/จุดประสงค์ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ / จุดประสงค์ วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การผ่าน 1.วิเคราะห์สาเหตุ และผลกระทบของ ความขัดแย้งที่อาจ เกิดขึ้นระหว่าง นักเรียนและ ครอบครัวได้ 2.บอกแนวทาง แก้ไขปัญหาความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้น ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัวได้ ๑. การถาม - ตอบ ๑. แบบประเมิน รายบุคคล ๒. แบบประเมิน การทำงานกลุ่ม ๒. แบบประเมิน พฤติกรรมการ ทำงาน -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐ ทักษะ/ กระบวนการ (P) 1. สามารถ ออกแบบ สถานการณ์ในการ เลือกใช้ทักษะที่ เหมาะสมในการ ป้องกันและลด ความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัว 2.แสดงแนวทาง แก้ไขปัญหาความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้น ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัว ๑. การถาม – ตอบ ๒. แบบประเมิน งานกลุ่มการแสดง บทบาทสมมติเรื่อง การเลือกใช้ทักษะที่ เหมาะสมในการ ป้องกันและลด ความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัว ๑. แบบประเมิน รายบุคคล ๒. แบบประเมิน งานกลุ่มการแสดง บทบาทสมมติเรื่อง การเลือกใช้ทักษะที่ เหมาะสมในการ ป้องกันและลด ความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัว -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐
8.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน สมรรถนะที่สำคัญ ๑. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต ๑. ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน ๑. แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญของ นักเรียน 3 เยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจน และสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน 2 ดีพฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและ บ่อยครั้งให้ 2 คะแนน 1 ผ่าน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน 0 ไม่ผ่านไม่เคยปฏิบัติพฤติกรรม นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับผ่านขึ้นไป 8.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เกณฑ์การประเมิน 1 ปรับปรุง 2 พอใช้ 3 ดี นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับพอใช้ขึ้นไป
8.4 การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน ประเมินตามขอบเขต การประเมินและ ตัวชี้วัดที่แสดงถึง ความสามารถในการ อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนตาม ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4-6 ประเมินด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมินเกณฑ์ คุณภาพ(Rubric)มี ลักษณะเป็นเกณฑ์ แบบแยกส่วนแบ่ง คะแนนคุณภาพ ออกเป็น 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพแบ่งออกเป็น 4 ระดับคือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ผลการประเมินระดับ ผ่าน
9. บันทึกหลังสอน (ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/........) ผลการจัดการเรียนรู้ นักเรียนห้อง ................ มีจำนวน....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) จำนวน.............คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่................................................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน ( นายยุทธชัย แก้วสารทอง ) ตำแหน่ง ครู …………./……………./………… ความเห็นของกรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................................. ลงชื่อ.............................................................. (...นายยุทธชัย แก้วสารทอง....) ( นายสมโชค ศรีพล ) กรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………./……………./………… …………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....นายยุทธชัย แก้วสารทอง.............แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจรรมได้นำกระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.......................................รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารงานวิชาการ ( นางอัมพร สงวนศักดิ์ ) …………./……………./………… ความคิดเห็น ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................ผู้อำนวยการโรงเรียน ( นางยุภา พรเศรษฐ์ ) …………./……………./…………
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนวิเชียรมาตุ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา 1 รหัสวิชา พ33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วย ชีวิตและครอบครัว จำนวน 9 คาบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง การแก้ปัญหาความขัดแย้ง เวลา 1 คาบ ชื่อครูผู้สอน นายยุทธชัย แก้วสารทอง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๓ เลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศ และครอบครัว พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๔ วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียน หรือ เยาวชนในชุมชน และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา จุดประสงค์การเรียนรู้ ความรู้ (K) 1.วิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียนและครอบครัวได้ 2.บอกแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างวัยรุ่นและครอบครัวได้ ทักษะที่สำคัญ (P) 1. สามารถออกแบบสถานการณ์ในการเลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว 2.แสดงแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 2. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) 1. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
3. สาระสำคัญ ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันเกิดขึ้นมาจากหลายสาเหตุ และมีความรุนแรงที่แตกต่าง กัน ซึ่งในปัจจุบันปัญหาความขัดแย้งที่พบและก่อให้เกิดผลกระทบต่อวัยรุ่นเป็นอย่างมาก คือปัญหาความ ขัดแย้งในเรื่องเพศและครอบครัว จึงต้องมีการเลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน แก้ไขและลดความ ขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น เช่น การใช้ทักษะการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ การทำความเข้าใจกับปัญหาและ การใช้ทักษะในการตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหา เป็นต้น 4. สาระการเรียนรู้ 1. ผลของความขัดแย้งต่อวัยรุ่นและครอบครัว 2. แนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว 3. ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว 5. ภาระงาน / ชิ้นงาน 1. บอกแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างนักเรียน หรือเยาวชนในชุมชนได้ 2. การออกแบบบทบาทสมมติ สถานการณ์ในการเลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลด ความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว 3. ปฏิบัติตามแนวทางการเลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่น และครอบครัว 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้นี้ใช้วิธีการสอนแบบแสดงบทบาทสมมติ (Role Playing) หมายถึง วิธีสอนที่ใช้ บทบาทสมมติขึ้นจากความเป็นจริงมาเป็นเครื่องมือในการสอนโดยที่ครูสร้างสถานการณ์สมมติและ บทบาทขึ้นมาให้นักเรียนได้แสดงออกตามที่ตนคิดว่าควรจะเป็น มีการนำการแสดงออกทั้งทางด้านความรู้ ความคิด และพฤติกรรมของผู้แสดงมาใช้เป็นพื้นฐานในการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจให้แก่นักเรียน ในเรื่องความรู้สึกและพฤติกรรม และปัญหาต่างๆได้อย่างเหมาะสม ขั้นกระตุ้นความสนใจ (๕ นาที) ๑. นักเรียนหยิบสลากกระดาษแผ่นเล็กๆคนละ ๑ แผ่นที่ครูเตรียมมา จากนั้นเขียนนิสัยด้านที่ดี และด้านที่แย่ของตนเองลงไปในแผ่นกระดาษโดยไม่ต้องเขียนชื่อตัวเองลงไป ๒. เมื่อเขียนเสร็จให้นักเรียนนำกระดาษของตนเองสลับกับเพื่อน และเมื่อทุกคนมีกระดาษของ เพื่ออยู่ในมือแล้วให้นักเรียนอ่านทำความเข้าใจ ๓. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งกิจกรรมจะทำให้นักเรียนได้ เรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมของแต่ละคนว่ามีนิสัยที่ไม่เหมือนกัน ดังนั้นเราจึงควรคบเพื่อนแบบ เอาใจเขามาใส่ใจเราเพราะแต่ละคนมีนิสัยที่ไม่เหมือนกัน
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (๑๕ นาที) ๔. เมื่อเสร็จกิจกรรมข้างต้น ครูให้นักเรียนพิจารณาตนเองว่าเรามีข้อเสียอะไรบ้าง ๕. นักเรียนบอกแนวทางปรังปรุงและพัฒนาตนเอง พร้อมทั้งเตรียมในจากแสดงบทบาทสมมติ ต่อจากคาบที่แล้ว ขั้นสอน (๒๕ นาที) ๖. นักเรียนกลุ่มที่ ๔ – ๖ เตรียมตัวออกมาแสดงบทบาทสมมติหน้าชั้นเรียนเกี่ยวกับการ เลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว ต่อจาก คาบที่แล้ว ๗. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายการเลือกใช้ทักษะในการป้องกันและลดปัญหาความ ขัดแย้งของแต่ละกลุ่ม และสรุปประเด็นสำคัญของกิจกรรม ขั้นสรุป (๕ นาที) ๘. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปและอภิปรายปัญหาความขัดแย้งที่แต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ ร่วมกันเพิ่มเติมและเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาเมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นในชีวิตจริง (๑๐ นาที) ๙. ครูสุ่มนักเรียนอย่างน้อย ๓ คน สรุปประเด็นสำคัญจากกิจกรรมในวันนี้ และเพิ่มเติม แนวทางการแก้ไขปัญหาในประเด็นอื่นๆ เพื่อเพิ่มความเข้าใจในบทเรียน ขั้นตรวจสอบผลการเรียนรู้ ๑๐. ตรวจสอบและประเมินงานนำเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเพื่อลดความขัดแย้งระหว่าง วัยรุ่นและครอบครัว ๑๑. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเข้าใจของนักเรียนโดยใช้คำถามในการเชื่อมโยงข้อมูล และสรุปความรู้ความเข้าใจของนักเรียน 7. ศาสตร์การสอน/สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้ ใช้วิธีการสอนแบบ Active learning โดยใช้การถาม – ตอบ (Questioning)/โปรแกรม PowerPoint เรื่อง การแก้ปัญหาความขัดแย้ง
8. การวัดและประเมินผล 8.1 การประเมินตามตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้/จุดประสงค์ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ / จุดประสงค์ วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การผ่าน 1.วิเคราะห์สาเหตุ และผลกระทบของ ความขัดแย้งที่อาจ เกิดขึ้นระหว่าง นักเรียนและ ครอบครัวได้ 2.บอกแนวทาง แก้ไขปัญหาความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้น ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัวได้ ๑. การถาม - ตอบ ๑. แบบประเมิน รายบุคคล ๒. แบบประเมิน การทำงานกลุ่ม ๒. แบบประเมิน พฤติกรรมการ ทำงาน -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐ ทักษะ/ กระบวนการ (P) 1. สามารถ ออกแบบ สถานการณ์ในการ เลือกใช้ทักษะที่ เหมาะสมในการ ป้องกันและลด ความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัว 2.แสดงแนวทาง แก้ไขปัญหาความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้น ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัว ๑. การถาม – ตอบ ๒. แบบประเมิน งานกลุ่มการแสดง บทบาทสมมติเรื่อง การเลือกใช้ทักษะที่ เหมาะสมในการ ป้องกันและลด ความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัว ๑. แบบประเมิน รายบุคคล ๒. แบบประเมิน งานกลุ่มการแสดง บทบาทสมมติเรื่อง การเลือกใช้ทักษะที่ เหมาะสมในการ ป้องกันและลด ความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นและ ครอบครัว -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐
8.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน สมรรถนะที่สำคัญ ๑. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต ๑. ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน ๑. แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญของ นักเรียน 3 เยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจน และสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน 2 ดีพฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและ บ่อยครั้งให้ 2 คะแนน 1 ผ่าน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน 0 ไม่ผ่านไม่เคยปฏิบัติพฤติกรรม นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับผ่านขึ้นไป 8.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เกณฑ์การประเมิน 1 ปรับปรุง 2 พอใช้ 3 ดี นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับพอใช้ขึ้นไป
8.4 การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน ประเมินตามขอบเขต การประเมินและ ตัวชี้วัดที่แสดงถึง ความสามารถในการ อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนตาม ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4-6 ประเมินด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมินเกณฑ์ คุณภาพ(Rubric)มี ลักษณะเป็นเกณฑ์ แบบแยกส่วนแบ่ง คะแนนคุณภาพ ออกเป็น 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพแบ่งออกเป็น 4 ระดับคือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ผลการประเมินระดับ ผ่าน
9. บันทึกหลังสอน (ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/........) ผลการจัดการเรียนรู้ นักเรียนห้อง ................ มีจำนวน....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) จำนวน.............คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่................................................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน ( นายยุทธชัย แก้วสารทอง ) ตำแหน่ง ครู …………./……………./………… ความเห็นของกรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................................. ลงชื่อ.............................................................. (...นายยุทธชัย แก้วสารทอง....) ( นายสมโชค ศรีพล ) กรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………./……………./………… …………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....นายยุทธชัย แก้วสารทอง.............แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจรรมได้นำกระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.......................................รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารงานวิชาการ ( นางอัมพร สงวนศักดิ์ ) …………./……………./………… ความคิดเห็น ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................ผู้อำนวยการโรงเรียน ( นางยุภา พรเศรษฐ์ ) …………./……………./…………
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนวิเชียรมาตุ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา 1 รหัสวิชา พ33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วย ชีวิตและครอบครัว จำนวน 9 คาบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหา เรื่องเพศและครอบครัว เวลา 1 คาบ ชื่อครูผู้สอน นายยุทธชัย แก้วสารทอง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๓ เลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศ และครอบครัว พ ๒.๑ ม. ๔-๖/๔ วิเคราะห์สาเหตุและผลของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียน หรือ เยาวชนในชุมชน และเสนอแนวทางแก้ไขปัญหา จุดประสงค์การเรียนรู้ ความรู้ (K) 1.บอกสาเหตุของความขัดแย้งระหว่างวัยรุ่นกับครอบครัวได้ 2.วิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียนหรือเยาวชนในชุมชน ได้ ทักษะที่สำคัญ (P) 1. เลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ไขปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว 2. เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างนักเรียน หรือเยาวชนในชุมชน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 2. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) 1. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
3. สาระสำคัญ ปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันทั้งที่เกิดขึ้นระหว่างบุคคล หรือเกิดขึ้นระหว่างคนใน ครอบครัว ล้วนก่อให้ให้เกิดผลกระทบตามมาอย่างมากมาย ทุกคนจึงจำเป็นต้องมีทักษะในการลดความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้น และสามารถหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม สามารถจัดการกับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ทันท่วงทีและสามารถใช้ทักษะชีวิตในการดำเนินชีวิตเพื่อลดความ ขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้นในสังคม 4. สาระการเรียนรู้ 1. แนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างวัยรุ่นและครอบครัว 2. ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว 5. ภาระงาน / ชิ้นงาน 1. วิเคราะห์สาเหตุและผลกระทบของความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นระหว่างนักเรียนหรือเยาวชนในชุมชน 2. กิจกรรมการนำเสนอผลการวิเคราะห์สถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งและการเลือกใช้ ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแย้งระหว่างบุคคล 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้นี้ใช้วิธีการสอนแบบการถามตอบ เป็นการสอนเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักคิดและ รู้จักหาคำตอบด้วยตนเอง ซึ่งในการตั้งคำถามผู้ตั้งคำถามจะต้องใช้ความคิดในการตั้งคำถาม ขณะเดียวกัน ผู้ตั้งคำถามจะต้องมีคำตอบอยู่ในใจ การสอนแบบถามตอบ เป็นการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนคิด วิเคราะห์ วิจารณ์และผู้เรียนจะเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาในการสื่อสาร และเป็นการส่งเสริมกระบวนการคิด ขั้นกระตุ้นความสนใจ (๕ นาที) ๑. นักเรียนใช้สมาร์ทโฟนของตนเองเข้าไปในเว็บไซต์ของกรมสุขภาพจิต และเข้าไปทำแบบ ประเมินความเครียดออนไลน์จากในเว็บไซต์ดังกล่าว (เข้าถึงได้จาก https://www.dmh.go.th/test/qtest5/) เพื่อประเมินตนเองว่าในช่วงเวลานี้นักเรียนมี ความเครียดอยู่ในระดับใด และคะแนนที่ได้อยู่ในเกณฑ์ที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจิตของ ตนเองหรือไม่ ๒. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับกิจกรรมดังกล่าวเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนในเรื่องของ แนวโน้มของสุขภาพจิตตนเองที่อยู่ในระดับที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งกับคนรอบข้างได้ หรือไม่ และนักเรียนจะมีการจัดการแก้ปัญหาดังกล่าวได้อย่างไร ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (๕ นาที) ๓. นักเรียนอ่านสถานการณ์เกี่ยวกับความขัดแย้งในครอบครัว (ใบงานที่ ๒.๓) ในเล่มแบบฝึกหัด หน้าที่ ๑๖ และลองวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าว หาแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ด้วยตนเอง
๔. ครูสุ่มนักเรียน ๒ – ๓ คนร่วมอภิปรายและแสดงความคิดเห็นกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อม ทั้งเสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหา ขั้นสอน (๒๕ นาที) ๕. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ ๖ คนเพื่อร่วมกิจกรรมการสร้างความเข้าใจผู้อื่น โดยครูจะมี สถานการณ์ให้กลุ่มละ ๓ สถานการณ์ และให้สมาชิกแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์ว่าการ กระทำของบุคคลของทั้ง ๓ สถานการณ์ เกิดจากสาเหตุใด และนักเรียนมีวิธีการอย่างไรเพื่อ ช่วยให้ไม่เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นจากสถานการณ์ดังกล่าว โดยมีสถานการณ์ดังนี้ - สถานการณ์ที่ ๑ : พ่อแม่มีเรื่องบ่นหรือว่าเราทุกวัน จนเราเบื่อ - สถานการณ์ที่ ๒ : มีเพื่อนคนหนึ่งไม่ยอมร่วมทำกิจกรรมกับเพื่อนๆในห้องเรียน ทำให้ เพื่อนๆไม่ชอบและกล่าวหาว่าเขาเป็นคนเห็นแก่ตัว - สถานการณ์ที่ ๓ : เพื่อนหลายคนในห้องเรียนไม่รู้เรื่อง ตอบคำถามอาจารย์ไม่ได้ ทำให้อา จาย์อารมณ์ไม่ดี พาลให้คะแนนพวกเราไม่ดีไปด้วย ๖. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันวิเคราะห์สถานการณ์ดังกล่าว และสรุปผลการวิเคราะห์ลงใน กระดาษ เตรียมตัวมานำเสนอหน้าชั้นเรียน ขั้นสรุป (๕ นาที) ๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมานำเสนอผลการวิเคราะห์หน้าชั้นเรียน โดยจะต้องสรุปสาเหตุ ของการกระทำของแต่ละบุคคลและเสนอแนวทางการลดความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น เพื่อนเป็น แนวทางการใช้ชีวิตให้แก่สมาชิกคนอื่นๆในห้องเรียนในการจัดการปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใน ชีวิตประจำวัน ๘. สรุปประเด็นสำคัญจากกิจกรรมในวันนี้ และเพิ่มเติมแนวทางการแก้ไขปัญหาในประเด็นอื่นๆ เพื่อเพิ่มความเข้าใจในบทเรียน ขั้นตรวจสอบผลการเรียนรู้ ๙. ตรวจสอบและประเมินงานกิจกรรมการนำเสนอผลการวิเคราะห์สถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิด ความขัดแย้งและการเลือกใช้ทักษะที่เหมาะสมในการป้องกันและลดความขัดแย้งระหว่างบุคคล ๑๐. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเข้าใจของนักเรียนโดยใช้คำถามในการเชื่อมโยงข้อมูลและ สรุปความรู้ความเข้าใจของนักเรียน 7. ศาสตร์การสอน/สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้ ใช้วิธีการสอนแบบ Active learning โดยใช้การถาม – ตอบ (Questioning)/โปรแกรม PowerPoint เรื่อง การแก้ปัญหาความขัดแย้ง
8. การวัดและประเมินผล 8.1 การประเมินตามตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้/จุดประสงค์ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ / จุดประสงค์ วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การผ่าน 1.บอกสาเหตุของ ความขัดแย้ง ระหว่างวัยรุ่นกับ ครอบครัวได้ 2.วิเคราะห์สาเหตุ และผลกระทบของ ความขัดแย้งที่อาจ เกิดขึ้นระหว่าง นักเรียนหรือ เยาวชนในชุมชนได้ ๑. การถาม - ตอบ ๑. แบบประเมิน รายบุคคล ๒. แบบประเมิน การทำงานกลุ่ม ๒. แบบประเมิน พฤติกรรมการ ทำงาน -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐ ทักษะ/ กระบวนการ (P) 1. เลือกใช้ทักษะที่ เหมาะสมในการ ป้องกัน ลดความ ขัดแย้ง และแก้ไข ปัญหาเรื่องเพศและ ครอบครัว 2. เสนอแนวทาง แก้ไขปัญหาความ ขัดแย้งที่เกิดขึ้น ระหว่างนักเรียน หรือเยาวชนใน ชุมชน ๑. การถาม – ตอบ ๑. แบบประเมิน รายบุคคล ๒. แบบประเมิน การนำเสนอ -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐
8.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน สมรรถนะที่สำคัญ ๑. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต ๑. ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน ๑. แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญของ นักเรียน 3 เยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจน และสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน 2 ดีพฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและ บ่อยครั้งให้ 2 คะแนน 1 ผ่าน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน 0 ไม่ผ่านไม่เคยปฏิบัติพฤติกรรม นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับผ่านขึ้นไป 8.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เกณฑ์การประเมิน 1 ปรับปรุง 2 พอใช้ 3 ดี นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับพอใช้ขึ้นไป
8.4 การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน ประเมินตามขอบเขต การประเมินและ ตัวชี้วัดที่แสดงถึง ความสามารถในการ อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนตาม ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4-6 ประเมินด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมินเกณฑ์ คุณภาพ(Rubric)มี ลักษณะเป็นเกณฑ์ แบบแยกส่วนแบ่ง คะแนนคุณภาพ ออกเป็น 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพแบ่งออกเป็น 4 ระดับคือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ผลการประเมินระดับ ผ่าน
9. บันทึกหลังสอน (ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/........) ผลการจัดการเรียนรู้ นักเรียนห้อง ................ มีจำนวน....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) จำนวน.............คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่................................................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน ( นายยุทธชัย แก้วสารทอง ) ตำแหน่ง ครู …………./……………./………… ความเห็นของกรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................................. ลงชื่อ.............................................................. (...นายยุทธชัย แก้วสารทอง....) ( นายสมโชค ศรีพล ) กรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………./……………./………… …………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....นายยุทธชัย แก้วสารทอง.............แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจรรมได้นำกระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.......................................รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารงานวิชาการ ( นางอัมพร สงวนศักดิ์ ) …………./……………./………… ความคิดเห็น ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................ผู้อำนวยการโรงเรียน ( นางยุภา พรเศรษฐ์ ) …………./……………./…………
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนวิเชียรมาตุ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา 1 รหัสวิชา พ33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วย ชีวิตและครอบครัว จำนวน 9 คาบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง เพศวิถีศึกษา เวลา 1 คาบ ชื่อครูผู้สอน นายยุทธชัย แก้วสารทอง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ พ ๒.๑ ม.๔-๖/๑วิเคราะห์อิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคม และวัฒนธรรมที่มีผลต่อพฤติกรรม ทางเพศและการดำเนินชีวิต พ ๒.๑ ม.๔-๖/๒ วิเคราะห์ค่านิยมในเรื่องเพศตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมอื่นๆ จุดประสงค์การเรียนรู้ ความรู้ (K) 1.อธิบายความหมายของเพศวิถีศึกษาได้ และมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิที่บุคคลจะได้รับการ เรียนรู้เรื่องเพศ 2.อธิบายความหมายของพฤติกรรมทางเพศได้ และวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้พฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น แตกต่างกันได้ 3.มีทักษะในการป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัวอย่างเหมาะสม ทักษะที่สำคัญ (P) 1. ปฏิบัติตามค่านิยมเรื่องเพศที่เหมาะสมกับวัยรุ่นตามแนวทางปฏิบัติที่ดีงามของวัฒนธรรมไทย คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 2. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) 1. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
3. สาระสำคัญ วัยรุ่นทุกคนมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมในการดูแลสุขภาพและพัฒนาการ ที่ส่งผลกระทบ พฤติกรรมที่ปลอดภัย การเรียนรู้เรื่องเพศวิถีจะทำให้นักเรียนได้รับความรู้ที่ถูกต้องชัดเจน บนพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ มีทัศนคติและทักษะในการลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตทางเพศ รวมทั้งมีทักษะในการ ป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว 4. สาระการเรียนรู้ ๑. ความหมายของเพศวิถีศึกษา ๒. บุคคลที่มีสิทธิที่จะได้รับการเรียนรู้เรื่องเพศ ๓. วิถีชีวิตทางเพศ ๔.พฤติกรรมทางเพศ ๕. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมทางเพศในวัยรุ่น ๖. ทักษะในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว 5. ภาระงาน / ชิ้นงาน 1. วิเคราะห์อิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคม และวัฒนธรรมที่มีผลต่อพฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น 2. เปรียบเทียบค่านิยมในเรื่องเพศระหว่างวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมต่างชาติได้ถูกต้องตรงประเด็น 3.ปฏิบัติตามค่านิยมเรื่องเพศที่เหมาะสมกับวัยรุ่นตามแนวทางปฏิบัติที่ดีงามของวัฒนธรรมไทย 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้นี้ใช้วิธีการสอนแบบการถามตอบ เป็นการสอนเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้จักคิดและ รู้จักหาคำตอบด้วยตนเอง ซึ่งในการตั้งคำถามผู้ตั้งคำถามจะต้องใช้ความคิดในการตั้งคำถาม ขณะเดียวกัน ผู้ตั้งคำถามจะต้องมีคำตอบอยู่ในใจ การสอนแบบถามตอบ เป็นการสอนส่งเสริมให้ผู้เรียนคิด วิเคราะห์ วิจารณ์และผู้เรียนจะเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาในการสื่อสาร และเป็นการส่งเสริมกระบวนการคิด ขั้นกระตุ้นความสนใจ (๕ นาที) ๑. นักเรียนชมคลิปรายการ “เทยเที่ยวไทย” เป็นรายการที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการพาไปเที่ยว แหล่งท่องเที่ยวต่างๆของประเทศไทย จุดเด่นของรายการคือ พิธีกร เป็นสาวประเภท2 นักเรียนและครูร่วมกันวิเคราะห์ถึงพฤติกรรมที่แสดงออกของพฤติกรรมที่แสดงออกทางเพศ ๒. ครูสุ่มนักเรียนออกมาหน้าชั้นเรียนเพื่อแสดงความคิดเห็น เพื่อดูเจคติของนักเรียนที่มีต่อเพศ ทางเลือก เพื่อสร้างความเข้าใจถึงพฤติกรรมที่แสดงออกที่แตกต่างกันในแต่ละเพศ หรือการ ทำความเข้าในเรื่อง “เพศวิถีศึกษา” และเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ที่สำคัญคือครูมีหน้าที่ อธิบายให้นักเรียนยอมรับความแตกต่างระหว่างบุคคล และเข้าใจในบริบทของบุคคลที่มี ความหลากหลายทางเพศ
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (๑๕ นาที) ๓. นักเรียนทำแบบตรวจเช็คพฤติกรรมทางเพศของตนเอง เพื่อตรวจสอบตัวเองว่านักเรียนมี พฤติกรรมทางเพศไปในแนวทางใด และพฤติกรรมทางเพศดังกล่าวส่งผลดีหรือผลเสียต่อ ตนเองและผู้อื่นหรือไม่อย่างไร ๔. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายถึงพฤติกรรมทางเพศที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล และผล ของพฤติกรรมดังกล่าวต่อการดำเนินชีวิตประจำวัน ขั้นสอน (๒๕ นาที) ๕. ครูใช้สื่อ PowerPoint เพื่อแสดงให้เห็นปัจจัยที่ส่งผลให้พฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่นแต่ละ คนมีความแตกต่างกัน อันได้แก่ ปัจจัยทางด้านชีวภาพ ครอบครัว เพื่อน การศึกษา สังคม และวัฒนธรรม จากนั้นร่วมกันวิเคราะห์และสรุปว่ามีปัจจัยใดอีกบ้างที่มีอิทธิพลต่อ พฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น ๖. ครูยกตัวอย่างข่าวหรือภาพเหตุการณ์ที่เกี่ยวกับการแสดงออกทางเพศของบุคคลต่างๆ และ ให้นักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ว่ามีปัจจัยใดบ้างที่ส่งเสริมให้บุคคลแสดงออกถึงพฤติกรรมทาง เพศดังกล่าว ขั้นสรุป (๕ นาที) ๗. นักเรียนเลือกพฤติกรรมทางเพศของตนเองมาคนละ ๑ พฤติกรรมและลองวิเคราะห์ว่า พฤติกรรมดังกล่าวของนักเรียนได้รับอิทธิพลหรือมีปัจจัยใดบ้างมาเกี่ยวข้องและส่งเสริมให้เกิด การแสดงออกของพฤติกรรมนั้นของนักเรียน ๘. ครูสุ่มถามนักเรียน ๓-๔ คน ถึงปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดพฤติกรรมที่นักเรียนได้เขียนไว้ นักเรียน และครูร่วมกันสรุปประเด็นสำคัญของบทเรียน ขั้นตรวจสอบผลการเรียนรู้ ๙. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเข้าใจของนักเรียนโดยใช้คำถามในการเชื่อมโยงข้อมูลและสรุป ความรู้ความเข้าใจของนักเรียน ศาสตร์การสอน/สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้ ใช้วิธีการสอนแบบ Active learning โดยใช้การถาม – ตอบ (Questioning)/โปรแกรม PowerPoint เรื่อง เพศวิถี
8. การวัดและประเมินผล 8.1 การประเมินตามตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้/จุดประสงค์ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ / จุดประสงค์ วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การผ่าน 1.อธิบาย ความหมายของเพศ วิถีศึกษาได้ และมี ความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องสิทธิที่บุคคล จะได้รับการเรียนรู้ เรื่องเพศ 2.อธิบาย ความหมายของ พฤติกรรมทางเพศ ได้ และวิเคราะห์ ปัจจัยที่ทำให้ พฤติกรรมทางเพศ ของวัยรุ่นแตกต่าง กันได้ 3.มีทักษะใน การป้องกัน ลด ความขัดแย้ง และ แก้ปัญหาเรื่องเพศ และครอบครัวอย่าง เหมาะสม ๑. การถาม - ตอบ ๑. แบบประเมิน รายบุคคล ๒. แบบประเมิน การทำงานกลุ่ม ๒. แบบประเมิน พฤติกรรมการ ทำงาน -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐ ทักษะ/ กระบวนการ (P) 1. ปฏิบัติตาม ค่านิยมเรื่องเพศที่ เหมาะสมกับวัยรุ่น ตามแนวทางปฏิบัติ ที่ดีงามของ ๑. การถาม – ตอบ ๑. แบบประเมิน รายบุคคล ๒. แบบประเมิน การนำเสนอ -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐
วัฒนธรรมไทย 8.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน สมรรถนะที่สำคัญ ๑. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต ๑. ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน ๑. แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญของ นักเรียน 3 เยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจน และสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน 2 ดีพฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและ บ่อยครั้งให้ 2 คะแนน 1 ผ่าน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน 0 ไม่ผ่านไม่เคยปฏิบัติพฤติกรรม นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับผ่านขึ้นไป 8.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เกณฑ์การประเมิน 1 ปรับปรุง 2 พอใช้ 3 ดี นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับพอใช้ขึ้นไป
8.4 การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน ประเมินตามขอบเขต การประเมินและ ตัวชี้วัดที่แสดงถึง ความสามารถในการ อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนตาม ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4-6 ประเมินด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมินเกณฑ์ คุณภาพ(Rubric)มี ลักษณะเป็นเกณฑ์ แบบแยกส่วนแบ่ง คะแนนคุณภาพ ออกเป็น 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพแบ่งออกเป็น 4 ระดับคือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ผลการประเมินระดับ ผ่าน
9. บันทึกหลังสอน (ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/........) ผลการจัดการเรียนรู้ นักเรียนห้อง ................ มีจำนวน....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) จำนวน.............คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่................................................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน ( นายยุทธชัย แก้วสารทอง ) ตำแหน่ง ครู …………./……………./………… ความเห็นของกรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................................. ลงชื่อ.............................................................. (...นายยุทธชัย แก้วสารทอง....) ( นายสมโชค ศรีพล ) กรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………./……………./………… …………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....นายยุทธชัย แก้วสารทอง.............แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจรรมได้นำกระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.......................................รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารงานวิชาการ ( นางอัมพร สงวนศักดิ์ ) …………./……………./………… ความคิดเห็น ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................ผู้อำนวยการโรงเรียน ( นางยุภา พรเศรษฐ์ ) …………./……………./…………
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนวิเชียรมาตุ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา 1 รหัสวิชา พ33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วย ชีวิตและครอบครัว จำนวน 9 คาบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรื่อง เพศวิถีศึกษา เวลา 1 คาบ ชื่อครูผู้สอน นายยุทธชัย แก้วสารทอง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ พ ๒.๑ ม.๔-๖/๑วิเคราะห์อิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคม และวัฒนธรรมที่มีผลต่อพฤติกรรม ทางเพศและการดำเนินชีวิต พ ๒.๑ ม.๔-๖/๒ วิเคราะห์ค่านิยมในเรื่องเพศตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมอื่นๆ จุดประสงค์การเรียนรู้ ความรู้ (K) 1.อธิบายความหมายของเพศวิถีศึกษาได้ และมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิที่บุคคลจะได้รับการ เรียนรู้เรื่องเพศ 2.อธิบายความหมายของพฤติกรรมทางเพศได้ และวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้พฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น แตกต่างกันได้ 3.มีทักษะในการป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัวอย่างเหมาะสม ทักษะที่สำคัญ (P) 1. มีทักษะในการป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัวอย่างเหมาะสม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 2. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) 1. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
3. สาระสำคัญ วัยรุ่นทุกคนมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมในการดูแลสุขภาพและพัฒนาการ ที่ส่งผลกระทบ พฤติกรรมที่ปลอดภัย การเรียนรู้เรื่องเพศวิถีจะทำให้นักเรียนได้รับความรู้ที่ถูกต้องชัดเจน บนพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ มีทัศนคติและทักษะในการลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตทางเพศ รวมทั้งมีทักษะในการ ป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว 4. สาระการเรียนรู้ ๑. ความหมายของเพศวิถีศึกษา ๒. บุคคลที่มีสิทธิที่จะได้รับการเรียนรู้เรื่องเพศ ๓. วิถีชีวิตทางเพศ ๔.พฤติกรรมทางเพศ ๕. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมทางเพศในวัยรุ่น ๖. ทักษะในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว 5. ภาระงาน / ชิ้นงาน 1. อธิบายความหมายของเพศวิถีศึกษาได้ และมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิที่บุคคลจะได้รับการ เรียนรู้เรื่องเพศ 2. อธิบายความหมายของพฤติกรรมทางเพศได้ และวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้พฤติกรรมทางเพศของ วัยรุ่นแตกต่างกันได้ 3.มีทักษะในการป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัวอย่างเหมาะสม 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้นี้ใช้วิธีการสอนแบบถาม – ตอบ (Questioning) เป็นการสอนเพื่อส่งเสริมให้ ผู้เรียนรู้จักคิดและรู้จักหาคำตอบด้วยตนเอง ซึ่งในการตั้งคำถามผู้ตั้งคำถามจะต้องใช้ความคิดในการตั้ง คำถาม ขณะเดียวกันผู้ตั้งคำถามจะต้องมีคำตอบอยู่ในใจ การสอนแบบถามตอบ เป็นการสอนส่งเสริมให้ ผู้เรียนคิด วิเคราะห์ วิจารณ์และผู้เรียนจะเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาในการสื่อสาร และเป็นการส่งเสริม กระบวนการคิด ขั้นกระตุ้นความสนใจ (๕ นาที) ๑. นักเรียนชมวีดิทัศน์ตัวอย่างละครเรื่อง "ชายไม่จริง หญิงไม่แท้ จะมีรักแท้ได้ไหม" เข้าถึงได้ จาก https://www.youtube.com/watch?v=pZJkirbSwfs ๒. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิดจากครูที่ว่า “ นักเรียนรู้สึกอย่างไรกับบุคคลที่เป็นเพศ ชายแต่มีพฤติกรรม ท่าทาง และการแต่งกายเหมือนผู้หญิง ” โดยสุ่มนักเรียน ๒ - ๓ คน ออกมาแสดงความคิดเห็นในประเด็นดังกล่าวและเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน
ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (๑๕ นาที) ๓. นักเรียนลองยกตัวอย่างบุคคลที่มีชื่อเสียงที่เป็นบุคคลที่มีลักษณะของกลุ่มรักร่วมเพศ (LGBT) และร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่าพฤติกรรมใดบ้างที่บ่งบอกว่ากลุ่มคนเหล่านั้นมี ลักษณะของกลุ่มรักร่วมเพศ (LGBT) และมีปัจจัยใดบ้างที่มีอิทธิพลต่อค่านิยมทางเพศใน สังคมปัจจุบัน ๔. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายถึงพฤติกรรมทางเพศที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล และผล ของพฤติกรรมดังกล่าวของการดำเนินชีวิตประจำวัน ขั้นสอน (๒๕ นาที) ๕. ครูใช้สื่อ PowerPoint เพื่อแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างทางเพศในสังคมปัจจุบันในมุมมอง ต่างๆ เพื่อให้นักเรียนเกิดทักษะในการป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ปัญหาเรื่องเพศและ ครอบครัวอย่างเหมาะสม ๖. นักเรียนแบ่งกลุ่ม ๖ กลุ่ม เพื่อร่วมกิจกรรมการโต้วาที ในญัตติที่ว่า “เป็นเพศหญิง ดีกว่าเพศ ชาย?” โดยให้แต่ละกลุ่มออกมาหยิบสลาก ถ้าหยิบได้กลุ่มที่ ๑ - ๓ จะได้เป็นฝ่ายเสนอ ส่วนกลุ่มที่ ๔ – ๖ จะเป็นฝ่ายค้าน ขั้นสรุป (๕ นาที) ๗. นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นคว้าหาข้อมูลเกี่ยวกับญัตติในการโต้วาทีที่ครูมอบหมาย และสรุป ประเด็นสำคัญ เพื่อเตรียมเข้าร่วมกิจกรรมการโต้วาทีของสมาชิกภายในชั้นเรียนในคาบถัดไป ขั้นตรวจสอบผลการเรียนรู้ ๘. ตรวจสอบการเรียนรู้ และความเข้าใจของนักเรียนโดยใช้คำถามในการเชื่อมโยงข้อมูลและสรุป ความรู้ความเข้าใจของนักเรียน 7. ศาสตร์การสอน/สื่อการสอน/แหล่งเรียนรู้ ใช้วิธีการสอนแบบ Active learning โดยใช้การถาม – ตอบ (Questioning)/โปรแกรม PowerPoint เรื่อง เพศวิถี
8. การวัดและประเมินผล 8.1 การประเมินตามตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้/จุดประสงค์ ตัวชี้วัด หรือผลการเรียนรู้ / จุดประสงค์ วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑ์การผ่าน ๑. อธิบาย ความหมายของเพศ วิถีศึกษาได้ และมี ความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องสิทธิที่บุคคล จะได้รับการเรียนรู้ เรื่องเพศ ๒. อธิบาย ความหมายของ พฤติกรรมทางเพศ ได้ และวิเคราะห์ ปัจจัยที่ทำให้ พฤติกรรมทางเพศ ของวัยรุ่นแตกต่าง กันได้ ๑. การถาม - ตอบ ๑. แบบประเมิน รายบุคคล ๒. แบบประเมิน การทำงานกลุ่ม ๒. แบบประเมิน พฤติกรรมการ ทำงาน -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐ ทักษะ/ กระบวนการ (P) ๑. มีทักษะในการ ป้องกัน ลดความ ขัดแย้ง และ แก้ปัญหาเรื่องเพศ และครอบครัวอย่าง เหมาะสม ๑. การถาม – ตอบ ๑. แบบประเมิน รายบุคคล ๒. แบบประเมิน การนำเสนอ -การประเมินระดับ คุณภาพ ๕ = ดีมาก ๔ = ดี ๓ = ปานกลาง ๒ = พอใช้ ๑ = ควรปรับปรุง -นักเรียนจะต้อง ผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพการ ประเมินระดับ ปานกลาง -ผ่านขั้นต่ำไม่น้อย กว่าร้อยละ ๖๐
8.2 การประเมินสมรรถนะสำคัญ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน สมรรถนะที่สำคัญ ๑. ความสามารถใน การใช้ทักษะชีวิต ๑. ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน ๑. แบบประเมิน สมรรถนะสำคัญของ นักเรียน 3 เยี่ยม พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจน และสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน 2 ดีพฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและ บ่อยครั้งให้ 2 คะแนน 1 ผ่าน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน 0 ไม่ผ่านไม่เคยปฏิบัติพฤติกรรม นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับผ่านขึ้นไป 8.3 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน ตรวจด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ เกณฑ์การประเมิน 1 ปรับปรุง 2 พอใช้ 3 ดี นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ประเมิน ระดับพอใช้ขึ้นไป
8.4 การอ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียน ประเด็นการประเมิน วิธีวัดและ ประเมินผล เครื่องมือวัดและ ประเมินผล เกณฑ์การให้คะแนน ประเมินตามขอบเขต การประเมินและ ตัวชี้วัดที่แสดงถึง ความสามารถในการ อ่าน คิด วิเคราะห์ และเขียนตาม ระดับชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4-6 ประเมินด้วยการ สังเกตการร่วม กิจกรรมในชั้นเรียน แบบประเมินเกณฑ์ คุณภาพ(Rubric)มี ลักษณะเป็นเกณฑ์ แบบแยกส่วนแบ่ง คะแนนคุณภาพ ออกเป็น 4 ระดับ คือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง นักเรียนจะต้องผ่านเกณฑ์ระดับ คุณภาพแบ่งออกเป็น 4 ระดับคือ ดีเยี่ยม ดี ผ่าน ปรับปรุง ผลการประเมินระดับ ผ่าน
9. บันทึกหลังสอน (ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/........) ผลการจัดการเรียนรู้ นักเรียนห้อง ................ มีจำนวน....................คน ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม......................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ไม่ผ่านจุดประสงค์การเรียนรู้โดยรวม..................คน คิดเป็นร้อยละ.............................. ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านความรู้ (K) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่..................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านทักษะ (P) จำนวน.............................คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินจุดประสงค์ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์(A) จำนวน.............คน ได้แก่เลขที่.................................................................................................................................... นักเรียนที่ไม่ผ่านการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) จำนวน............................คน ได้แก่เลขที่................................................................................................................................... ปัญหา/อุปสรรค ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข/ข้อเสนอแนะ ..................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ลงชื่อ......................................................................ครูผู้สอน ( นายยุทธชัย แก้วสารทอง ) ตำแหน่ง ครู …………./……………./………… ความเห็นของกรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ ............................................................................................................................................................ .......................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................................. ลงชื่อ.............................................................. (...นายยุทธชัย แก้วสารทอง....) ( นายสมโชค ศรีพล ) กรรมการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ …………./……………./………… …………./……………./…………
ความเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ได้ทำการตรวจแผนการจัดการเรียนรู้ของ....นายยุทธชัย แก้วสารทอง.............แล้วมีความคิดเห็นดังนี้ 1. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ ดีมาก ดี พอใช้ ควรปรับปรุง 2. การจัดกิจรรมได้นำกระบวนการเรียนรู้ เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญมาใช้ในการสอนได้อย่างเหมาะสม ยังไม่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3. เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่ นำไปใช้ได้จริง ควรปรับปรุงก่อนนำไปใช้ 4. ข้อเสนอแนะอื่นๆ ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.......................................รองผู้อำนวยการโรงเรียนกลุ่มบริหารงานวิชาการ ( นางอัมพร สงวนศักดิ์ ) …………./……………./………… ความคิดเห็น ...................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................................................................... ลงชื่อ.............................................ผู้อำนวยการโรงเรียน ( นางยุภา พรเศรษฐ์ ) …………./……………./…………
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา โรงเรียนวิเชียรมาตุ รายวิชา สุขศึกษาและพลศึกษา 1 รหัสวิชา พ33101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 ชื่อหน่วย ชีวิตและครอบครัว จำนวน 9 คาบ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 เรื่อง เพศวิถีศึกษา เวลา 1 คาบ ชื่อครูผู้สอน นายยุทธชัย แก้วสารทอง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต ตัวชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ พ ๒.๑ ม.๔-๖/๑วิเคราะห์อิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคม และวัฒนธรรมที่มีผลต่อพฤติกรรม ทางเพศและการดำเนินชีวิต พ ๒.๑ ม.๔-๖/๒ วิเคราะห์ค่านิยมในเรื่องเพศตามวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมอื่นๆ จุดประสงค์การเรียนรู้ ความรู้ (K) 1.อธิบายความหมายของเพศวิถีศึกษาได้ และมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิที่บุคคลจะได้รับการ เรียนรู้เรื่องเพศ 2.อธิบายความหมายของพฤติกรรมทางเพศได้ และวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้พฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น แตกต่างกันได้ ทักษะที่สำคัญ (P) 1. มีทักษะในการป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัวอย่างเหมาะสม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 2. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน (C) 1. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
3. สาระสำคัญ วัยรุ่นทุกคนมีสิทธิที่จะรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสมในการดูแลสุขภาพและพัฒนาการ ที่ส่งผลกระทบ พฤติกรรมที่ปลอดภัย การเรียนรู้เรื่องเพศวิถีจะทำให้นักเรียนได้รับความรู้ที่ถูกต้องชัดเจน บนพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ มีทัศนคติและทักษะในการลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตทางเพศ รวมทั้งมีทักษะในการ ป้องกัน ลดความขัดแย้ง และแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว 4. สาระการเรียนรู้ ๑. ความหมายของเพศวิถีศึกษา ๒. บุคคลที่มีสิทธิที่จะได้รับการเรียนรู้เรื่องเพศ ๓. วิถีชีวิตทางเพศ ๔.พฤติกรรมทางเพศ ๕. ปัจจัยที่ส่งผลต่อพฤติกรรมทางเพศในวัยรุ่น ๖. ทักษะในการป้องกัน ลดความขัดแย้งและแก้ปัญหาเรื่องเพศและครอบครัว 5. ภาระงาน / ชิ้นงาน 1. อธิบายความหมายของเพศวิถีศึกษาได้ และมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องสิทธิที่บุคคลจะได้รับการ เรียนรู้เรื่องเพศ 2. อธิบายความหมายของพฤติกรรมทางเพศได้ และวิเคราะห์ปัจจัยที่ทำให้พฤติกรรมทางเพศของ วัยรุ่นแตกต่างกันได้ 3.กิจกรรมการโต้วาทีในญัตติที่ว่า “ เพศหญิงดีกว่าเพศชาย” 6. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้นี้ใช้วิธีการสอนแบบโต้วาที (Discussion Debate Method) ขั้นกระตุ้นความสนใจ (๕ นาที) ๑. สุ่มนักเรียน ๒ - ๓ คน แสดงความคิดเห็นในหัวข้อ “ ความแตกต่างทางเพศด้านใดบ้างที่ นักเรียนคิดว่ามีความแตกต่างกันมากที่สุด” เพราะเหตุใด ๒. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายถึงประเด็นดังกล่าว และเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียน ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน (๑๕ นาที) ๓. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันจัดโต๊ะและเก้าอี้ในห้องเรียนเพื่อจัดกิจกรรมโต้วาที โดยจัดโต๊ะเป็น ๒ ฝั่ง แบ่งเป็นฝ่ายเสนอและฝ่ายค้าน และให้ตัวแทนกลุ่มทั้งฝ่ายเสนอและฝ่ายค้านออกมา จับสลากแบ่งคู่ในการโต้วาที ซึ่งจะมีการจัดโต้วาทีจนครบทุกคู่ รวมทั้งหมด ๓ คู่ ขั้นสอน (๒๕ นาที) ๔. ตัวแทนกลุ่มของแต่ละคู่ออกมาเตรียมพร้อมในกิจกรรมการโต้วาทีในญัตติที่ว่า “เป็นเพศ หญิง ดีกว่าเพศชาย ” โดยส่งตัวแทนกลุ่ม กลุ่มละ ๔ คน ออกมาประจำที่หน้าชั้นเรียน ซึ่ง