43 เลขที่ คะแนน ก่อน เรียน (20) ระหว่างเรียน คะแนน รวม ระหว่าง เรียน (60) คะแนน หลัง เรียน (20) แผนที่ 1 (10) แผนที่ 2 (10) แผนที่ 3 (10) แผนที่ 4 (10) แผนที่ 5 (10) แผนที่ 6 (10) S.D. 1.72 0.66 0.71 0.52 0.71 0.67 0.83 1.78 1.04 ร้อยละ 55.63 91.25 88.75 91.56 88.75 95.63 88.75 90.78 86.88 จากตารางที่ 2 แสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี มีประสิทธิภาพ 90.78/86.88 สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80/80 ตารางที่ 3 แสดงประสิทธิภาพของผลการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชาย หนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้าน หมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จำนวน 32 คน จำนวน นักเรียน (N) คะแนนแบบฝึกทักษะ (E1) คะแนนทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนรู้หลังเรียน (E2) คะแนนเต็ม คะแนน เฉลี่ย ร้อยละ คะแนนเต็ม คะแนน เฉลี่ย ร้อยละ 32 60 54.47 90.78 20 17.38 86.88 จากตารางที่ 3 แสดงให้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานีที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นมีประสิทธิภาพผ่านเกณฑ์ที่ตั้งไว้ E1/E2 = 80/80 และสูงกว่า เกณฑ์มาตรฐาน ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 32 คน โดยได้คะแนนจาก การทำแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน สำหรับการเก็บรวบรวมข้อมูลในครั้งนี้ ผู้วิจัยให้นักเรียน กลุ่มตัวอย่างทำแบบทดสอบก่อนเข้าสู่บทเรียนเพื่อวัดความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ที่จัดการเรียนการสอนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน โดยใช้แบบทดสอบเป็นฉบับเดียวกันทั้งก่อนเรียนลังหลังเรียน จากนั้นนำคะแนนผู้เรียนมาวิเคราะห์ ปรากฏผลดังตารางต่อไปนี้
44 ตารางที่ 4 แสดงผลรวมคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และร้อยละของคะแนน ก่อนเรียน และหลังเรียนรายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี จำนวน 32 คน เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน เลขที่ คะแนนก่อนเรียน (20) คะแนนหลังเรียน (20) ผลต่างคะแนน (MD) 1 10 17 7 2 13 17 4 3 13 16 3 4 9 17 8 5 13 19 6 6 11 16 5 7 13 16 3 8 9 18 9 9 11 18 7 10 11 19 8 11 11 16 5 12 10 17 7 13 8 16 8 14 10 19 9 15 12 18 6 16 11 18 7 17 12 18 6 18 9 17 8 19 8 18 10 20 11 17 6 21 12 17 5 22 13 17 4 23 14 19 5 24 8 16 8 25 12 17 5 26 14 19 5 27 13 17 4 28 12 19 7 29 10 17 7 30 10 17 7
45 เลขที่ คะแนนก่อนเรียน (20) คะแนนหลังเรียน (20) ผลต่างคะแนน (MD) 31 12 16 4 32 11 18 7 รวม 356 556 200 X 11.13 17.38 - S.D. 1.72 1.04 - ร้อยละ 55.63 86.88 - จากตารางที่ 4 แสดงให้เห็นว่าผลการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ได้คะแนนทดสอบก่อนเรียนเฉลี่ยเท่ากับ 11.13 คิดเป็น ร้อยละ 55.63 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.72 และได้คะแนนทดสอบหลังเรียน เฉลี่ย 17.38 คิดเป็นร้อยละ 86.88 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.04 แสดงว่าผู้เรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และมีคะแนนหลังเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ จากนั้นผู้วิจัยนำคะแนนของการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนไปวิเคราะห์ หาดัชนีประสิทธิผล ปรากฏดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 5 แสดงคะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบที่แบบไม่อิสระ และระดับนัยสำคัญทางสถิติของการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โดยเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียน และหลังเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 (N=32) ผลการทดสอบ X S.D. t-test Sig. ก่อนเรียน 11.13 1.72 19.69 0.05 หลังเรียน 17.38 1.04 มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 จากตารางที่ 5 แสดงให้เห็นว่าการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 11.13 คะแนน และ 17.38 คะแนน ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนักเรียน สูงกว่าก่อนเรียนมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
46 ดังนั้น การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 80 ทำให้นักเรียน มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน โดยใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน เป็นวิธีการสอนที่ช่วยให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในเนื้อหาอย่างละเอียด ทำให้ประสิทธิภาพในการเรียน และเข้าใจในเนื้อหาที่เป็นเนื้อเรื่อง บทอ่าน บทคววามเพิ่มมากขึ้น
บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่มโดยใช้ กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานีมีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ที่มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์ 80/80 ผู้วิจัยได้ทำการศึกษาจากหนังสือเรียนรายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2551 และเพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ก่อนเรียน และหลังเรียนสามารถสรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ได้ดังนี้ 5.1 สรุปผลการวิจัย ผลการศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี สรุปได้ว่า 5.1.1 การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี มีประสิทธิภาพ 91.25/86.88 สูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ตามที่ตั้งไว้ 5.1.2 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้5 ขั้นตอน ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ก่อนเรียนและหลังเรียน ได้คะแนนทดสอบก่อนเรียน เฉลี่ยเท่ากับ 11.13 คิดเป็นร้อยละ 55.63 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.72 และได้คะแนน ทดสอบหลังเรียนเฉลี่ย 17.38 คิดเป็นร้อยละ 86.88 โดยมีส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.04 แสดงว่าผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน และมีคะแนนหลังเรียนไม่น้อย กว่าร้อยละ 80 ตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ และเมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาภาษาไทยหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .05
48 5.2 อภิปรายผลการวิจัย การวิจัยทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับวรรณกรรม เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการ เรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs) ยังไม่พบงานวิจัยที่ชัดเจน จากการสืบค้นข้อมูลส่วนใหญ่พบการศึกษา ตามแนววิธีทาง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้5 ขั้นตอน ร่วมกับเนื้อหาอื่นๆ เช่น วยุรี วงศ์สมศรี (2560) ได้ศึกษาเกี่ยวกับ การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย สาระที่ 4 หลักการใช้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs) และญาธิป อุปถัมภ์ และยาใจ พงษ์บริบูรณ์ (2565) ได้ศึกษาเกี่ยวกับ การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านเพื่อความ เข้าใจกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการเรียนรู้ แบบ 5 ขั้น (5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด จากข้อมูลดังกล่าวเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และเป็นแนวทางในการจัดการเรียนการสอนวรรณกรรม เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 4 ในรายวิชาภาษาไทย ให้ผู้เรียนมีองค์ความรู้และคุณภาพของผู้เรียน ตามที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ตลอดจนเป็นการเสริมสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เรียน ผ่านการเรียนรู้วรรณกรรม เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน เพื่อให้ผู้เรียน มีความสามารถในการอ่านจับใจความสำคัญ และเกิดทักษะในการเรียนรู้ด้านการอ่านวรรณกรรม มากยิ่งขึ้น ผู้วิจัยจึงมีความสนใจที่จะทำการศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่มโดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เพื่อนําผลการศึกษาวิจัยไปใช้พัฒนาผู้เรียนให้เกิดทักษะการเรียนรู้ด้านการอ่านวรรณกรรม เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม และเรื่องอื่นๆ มากยิ่งขึ้น 5.3 ข้อเสนอแนะ จากการศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี รวมถึงเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องในการวิจัยในครั้งนี้ ทำให้มีแนวทางในการวิจัยค้นคว้าเพิ่มเติม และข้อเสนอแนะ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน ดังนี้ 5.2.1 ศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย ในสาระที่ 5 วรรณคดี และวรรณกรรม หรือบทความเรื่องอื่นๆ ที่มีการใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน 5.2.2 ศึกษาเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5STEPs) ร่วมกับเทคนิค 5W1H รายวิชาภาษาไทย ในเนื้อหาอื่นๆ 5.2.3 ผู้สอนรายวิชาภาษาไทยสามารถนำผลการวิจัยนี้ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ในชั้นเรียน ที่มีการเรียนรู้เกี่ยวกับวรรณคดีและวรรณกรรม โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน เพื่อเสริมความรู้ ให้กับผู้เรียนมากยิ่งขึ้น
บรรณานุกรม กรมวิชาการ. (2544). หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การ รับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์. กมลชนก แจ่มจำรัส. (2556). การเปรียบเทียบความสามารถด้านการอ่านจับใจความ ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างการเรียนโดยวิธี SQ4R และวิธีปกติ. มหาบัณฑิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง. กระทรวงศึกษาธิการ. (2561). หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด. กรองทิพย์ สุราตะโก. (2559). ผลการใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ร่วมกับเทคนิค 5W1H และผัง ฟิกที่มีต่อ ความสามารถในการอ่านเชิงวิเคราะห์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยทักษิณ. เกศแก้ว เพ็งวงษ์. (2561). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนวิชาการออกแบบและ พัฒนาเว็บไซต์ของ นักศึกษา ปวส. 2/1 โดยใช้ หลักการจัดการเรียนรู้แบบ GPAS 5 Steps ภาควิชาคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ. กรุงเทพฯ: วิทยาลัยเทคโนโลยีพณิชยการราชดำเนิน. จิรวัฒน์ เพชรรัตน์ และอัมพร ทองใบ. (2556). การอ่านและการเขียนทางวิชาการ. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์. จุไรรัตน์ ลักษณะศิริ และบาหยัน อิ่มสำราญ. (2547). การใช้ภาษาไทย. กรุงเทพฯ: พี.เพรส. ฉวีลักษณ์ บุณยะกาญจน. (2523). จิตวิทยาการอาน. กรงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช. ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2564). การตรวจสอบประสิทธิภาพ E1/E2 ที่ถูกต้อง. ค้นเมื่อ 3 กันยายน 2566, จาก https://www.kruachieve.com/. ชุติมา ยอดตา. (2561). การพัฒนาการจัดการเรียนรู้แบบ SQ4R เพื่อเสริมสร้างความสามารถ การอ่านจับใจความ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาหลักสูตรและการเรียนการสอน. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. ชลธิชา กลัดอยู่. (2542). จิตวิทยาการอ่าน. กรุงเทพฯ: ไทยวัฒนาพานิช.
50 บรรณานุกรม (ต่อ) ญาธิป อุปถัมภ์ และยาใจ พงษ์บริบูรณ์. (2565). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านเพื่อความ เข้าใจกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โดยใช้การจัดการ เรียนรู้แบบ 5 ขั้น (5 STEPs) ร่วมกับแผนผังความคิด. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. ฐะปะนีย์ นาครทรรพ. (2549). การสอนภาษาไทยระดับมัธยมศึกษา. พิมพ์ครังที่ 2. วิทยานิพนธ์ ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร. ทิศนา แขมมณี. (2555). ศาสตร์การสอน : องค์ความรู้เพื่อการจัดการกระบวนการเรียนรู้ที่มี ประสิทธิภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. ธัญญารัตน์ สุขเกษม, กิตติมา พันธ์พฤกษา และ นพมณี เชื้อวัชรินทร์. (2560). ผลการจัดการ เรียนรู้แบบกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPS) ร่วมกับการใช้คำถามเชิง วิเคราะห์ เรื่อง วิวัฒนาการที่มีต่อการคิดวิเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ และ ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยบูรพา. _______. (2562). ผลการจัดการเรียนรู้แบบกระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน (5 STEPs) ร่วมกับการใช้คำถามเชิงวิเคราะห์ เรื่อง วิวัฒนาการที่มีต่อการคิดวิเคราะห์ทาง วิทยาศาสตร์และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4. บัณฑิตศึกษาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ธิดา โมสิกรัตน์ และ นภาลัย สุวรรณธาดา. (2544). การอ่าน เอกสารการสอนชุดวิชาภาษาไทย 1. พิมพ์ครั้งที่ 9. นนทบุรี: มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. นิตยา พรมพื้น. (2562). ผลการใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5 ชั้น (5 STEPs) ต่อ ความสามารถในการคิดวิเคราะห์หน่วยการเรียนรู้เรื่อง ปัญหาเศรษฐกิจใน ระดับประเทศ สาระเศรษฐศาสตร์ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3. สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 19 จังหวัดเลย. บรรเทา กิตติศักดิ์. (2546). หนังสือเรียนภาษาไทย ชั้นประถมศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภา ลาดพร้าว. ประพนธ์ เรืองณรงค์. (2545). การพัฒนาความสามารถด้านการอ่านเชิงวิเคราะห์. กรุงเทพฯ: ประสานมิตร. ประพันธศิริ สุเสารัจ. (2551). การพัฒนาการคิด. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : ห้างหุ้นส่วนจำกัด 9119 เทคนิคพริ้นติ้ง.
51 บรรณานุกรม (ต่อ) พรพิมล คำนวณศิลป์. (2562). การพัฒนาชุดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการคิดแก้ปัญหา อย่างสร้างสรรค์วิชาภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6. ระนอง: โรงเรียนสตรีระนอง. พนิตนันท์ บุญพามี. (2542). เทคนิคการอ่านเบื้องต้นสำหรับบรรณารักษ์. นครราชสีมา: สถาบัน ราชภัฏนครราชสีมา. พันธุ์ทิพา หลาบเลิศบุญ. (2542). ภาษาไทย. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย. พิมพันธ์ เดชะคุปต์ และ พเยาว์ ยินดีสุข. (2557). การจัดการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. มณีรัตน์ กันหาวรรณะ. (2557). การพัฒนาการอ่านและการเขียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษา ปีที่ 6 ที่อ่านและเขียนไม่คล่อง โดยใช้ชุดฝึกแจกลูกและสะกดคำ โรงเรียนบ้านโคกใหญ่ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1. สถาบันวิจัยและพัฒนา. มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย. ฤดีกมลสวัสดิ. (2564). จับใจความหัวใจสำคัญของการอ่าน. สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา. สืบค้นเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2566. จาก https://bsru.net/. วยุรี วงศ์สมศรี. (2560). การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้วิชาภาษาไทย สาระที่ 4 หลักการใช้ ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 ขั้น (5 STEPs). โรงเรียนขามแก่นนคร สำนักงานจังหวัดขอนแก่น. วิสูตร โพธิ์เงิน และคณะ. (2564). ผลการใช้รูปแบบการยกระดับคุณภาพการเรียนการสอน ตามแนวคิด gpas 5 steps เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ของนักเรียนในยุค ไทยแลนด์ 4.0 ระดับชั้นประถมศึกษา. ปริญญาการศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศิลปากร. แววมยุรา เหมือนนิล. (2556). การอ่านจับใจความ. พิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น. ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์. (2565). GPAS 5 Steps โมเดลการคิดขั้นสูงเรียนรู้แบบ Active leaning. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2566, จาก https://www.sobkroo.com/articledetail.asp. ศิริวรรณ ตรีเพ็ชร์. (2558). 21st Century Skills และโรงเรียนมาตรฐานสากลในโรงเรียนสตรี ศรีสุริโยทัย. สืบค้นเมื่อ 9 สิงหาคม 2566, จาก Available : https://sites.google.com. สมนึก ภัททิยธนี. (2558). การวัดผลการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 10. กาฬสินธุ์: ประสานการพิมพ์.
52 บรรณานุกรม (ต่อ) สมศักดิ์ คงเที่ยง. (ม.ป.ป.). หลักการบริหารการศึกษา. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยรามคําแหง. สมหวัง พิธิยานุวัฒน์. (2544). วิธีวิทยาการประเมินศาสตร์แห่งคุณค่า. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์แห่ง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สุนันทา มั่นเศรษฐวิทย์. (2532). หลักและวิธีการสอนอ่านภาษาไทย. กรุงเทพฯ: คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. สุภาภรณ์ อุ้ยนอง. (2561). ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน. ค้นเมื่อ 22 กุมภาพันธ์ 2566, จาก http://supapornouinong.blogspot.com/2018/04/blog-post_25.html. สุมิตร สำแดงสาร. (2550). การพัฒนาชุดการเรียนด้วยตนเองเรื่องการทำโครงงาน วิทยาศาสตร์ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสิชลคุณาธารวิทยา จังหวัด นครศรีธรรมราช. สำนักบัณฑิตศึกษา. มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช. GotoKnow. (2564). ทฤษฎีความพึงพอใจ. ค้นเมื่อ 22 ธันวาคม 2566, จาก https://www.gotoknow.org/posts/492000.
ภาคผนวก
ภาคผนวก ก รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ
55 รายชื่อผู้เชี่ยวชาญ 1. ว่าที่ร้อยเอก อดิศักดิ์ สาคมิตร ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านหมากแข้ง จังหวัดอุดรธานี 2. นางสาวปรียาภรณ์ มาสาซ้าย ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านหมากแข้ง จังหวัดอุดรธานี 3. นางรินรดา จันทะวัน ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะชำนาญการพิเศษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โรงเรียนบ้านหมากแข้ง จังหวัดอุดรธานี
ภาคผนวก ข บันทึกข้อความขอความอนุเคราะห์เป็นผู้เชี่ยวชาญ
57
58
59
60
ภาคผนวก ค ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแผนการจัดการเรียนรู้
62 ผลการวิเคราะห์ระดับคุณภาพแผนการจัดการเรียนรู้แสดงความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ คำชี้แจง : ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ + 1 แน่ใจว่าแผนการจัดการเรียนรู้นั้นได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ 0 ไม่แน่ใจว่าแผนการจัดการเรียนรู้นั้นได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ - 1 แน่ใจว่าแผนการจัดการเรียนรู้นั้นไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 – 7 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 หัวใจชายหนุ่ม ชื่อวิจัย การพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ รายวิชาภาษาไทย เรื่อง หัวใจชายหนุ่ม โดยใช้กระบวนการ เรียนรู้ 5 ขั้นตอน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผู้วิจัย นายภูวเนตร จันทร์เต็ม สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี แผนการจัดการเรียนรู้ ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ IOC ความหมาย คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม
ภาคผนวก ง ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้
64 ผลการวิเคราะห์ค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ของแบบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้ คำชี้แจง : ให้ทำเครื่องหมาย √ ลงในช่องความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ + 1 แน่ใจว่าข้อสอบนั้นได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ 0 ไม่แน่ใจว่าข้อสอบนั้นได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ - 1 แน่ใจว่าข้อสอบนั้นไม่ได้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ได้ระบุไว้ ข้อสอบ ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ IOC ความหมาย คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 1. ใครคือผู้แต่งวรรณกรรมเรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ก. พระยาศรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจารยางกูร) ข. กรมหมื่นพิทยาลงกรณ์ ค. พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ง. พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า เจ้าอยู่หัว +1 0 +1 0.67 สอดคล้อง เหมาะสม 2. ข้อใดคือลักษณะคำประพันธ์ ของเรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ก. ร้อยแก้ว ข. โคลงสี่สุภาพ ค. อินทรวิเชียรฉันท์ 11 ง. กาพย์ยานี 11 0 +1 +1 0.67 สอดคล้อง เหมาะสม 3. ผู้เขียนจดหมายในเนื้อเรื่อง หัวใจชายหนุ่มคือใคร ก. นายประเสริฐ ข. นายประพันธ์ ค. นายสมศักดิ์ ง. นายเสมือน 0 +1 +1 0.67 สอดคล้อง เหมาะสม 4. คุณค่าด้านสังคมที่เราพบใน เรื่องหัวใจชายหนุ่มคือข้อใด ก. การแต่งงานของหนุ่มสาวที่มา จากการชอบพอกันแค่เพียงเปลือก นอก ไม่ได้รู้จักและเข้าใจกันอย่าง แท้จริงย่อมไม่ยั่งยืน +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม
65 ข้อสอบ ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ IOC ความหมาย คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ข. แสดงให้เห็นความขัดแย้งของคน รุ่นเก่าที่เคร่งครัดกับวัฒนธรรม โบราณ ค. สะท้อนสภาพสังคมไทยในสมัย รัชกาลที่ ๖ ซึ่งแตกต่างกับสมัยรัตนโกสินทร์ ตอนต้นเป็นอย่างมาก ง. มีสำนวนภาษาในการเขียน จดหมาย และใช้คำทับศัพท์ภาษาอังกฤษ จำนวนมากในเรื่อง 5. สำนวนที่ได้จากเรื่องหัวใจชาย หนุ่มที่ว่า “ชิงสุกก่อนห่าม” มีความหมายตรงกับข้อใด ก. ยอมตามโดยไม่ขัดขืน ข. สิ่งที่ยังไม่สมควรแก่วัย หรือยังไม่ถึงเวลา ค. ประพฤติตนเหมือนนักบวช โดยเว้นจากการมีเพศสัมพันธ์ ง. ลักษณะการแต่งงานที่ผู้ใหญ่ จัดการให้โดยที่เจ้าตัวไม่รู้จักหรือเคย รักกันมาก่อน +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม 6. “การอ่าน” มีความหมายว่า อย่างไร ก. ออกเสียงเพื่อให้ผู้อื่นได้รับรู้ เรื่องราวที่ตนต้องการ ข. มีความรู้สึกนึกคิดกับสิ่งที่พบเห็น ในขณะนั้น ค. ออกเสียงตามตัวหนังสือ ดูหรือ ทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวหนังสือ สังเกตหรือพิจารณาให้เข้าใจ ง. การแสดงท่าทางต่างๆ เพื่อสื่อ ความหมาย +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม
66 ข้อสอบ ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ IOC ความหมาย คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 7. กระบวนการอ่านในข้อใด เรียงลำดับความเข้าใจได้ถูกต้อง ก. ง. รู้ความหมาย - มองเห็น ตัวอักษร - เลือกความหมายที่เหมาะสม - เข้าใจสาร ข. รู้ความหมาย – เลือกความหมาย ที่เหมาะสม - มองเห็นตัวอักษร - เข้าใจสาร ค. มองเห็นตัวอักษร - เลือกความหมายที่เหมาะสม - รู้ความหมาย - เข้าใจสาร ง. มองเห็นตัวอักษร - รู้ความหมาย - เลือกความหมายที่เหมาะสม - เข้าใจสาร 0 +1 +1 0.67 สอดคล้อง เหมาะสม 8. การอ่านข้อใดมีวัตถุประสงค์ เพื่อความรู้ ก. การอ่านข่าว การอ่านบทความ ทางวิชาการ ข. การอ่านบทความทางวิชาการ การอ่านนวนิยาย ค. การอ่านเรื่องสั้น การอ่านหนังสือ เรียน ง. การอ่านกวีนิพนธ์ การอ่านบท ละคร +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม 9. ข้อใดคือหลักการอ่านเพื่อกรอง ใจความสำคัญ ก. เป็นการอ่านทุกบรรทัด อย่างละเอียด ข. เป็นการอ่านที่ไม่ข้ามคำใด คำหนึ่งไป ค. เป็นการอ่านข้อความทั้งหมด +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม
67 ข้อสอบ ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ IOC ความหมาย คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 อย่างคร่าวๆ โดยรวดเร็ว เพื่อกรอง ใจความสำคัญ ง. เมื่ออ่านจบสามารถประเมิน คุณค่าจากเรื่องได้ 10. ข้อใดหมายถึงการอ่านอย่าง ละเอียด ก. เป็นการอ่านข้อความทั้งหมด อย่างคร่าวๆ โดยรวดเร็ว เพื่อกรองใจความสำคัญ ข. เมื่ออ่านจบสามารถประเมิน คุณค่าจากเรื่องได้ ค. การอ่านบทความทางวิชาการ การอ่านนวนิยาย ง. เมื่ออ่านจบต้องสามารถตอบได้ว่า ข้อใดเป็นจริง ข้อใดเป็นเท็จ +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม 11. ข้อใดเป็นความหมายของ การอ่านจับใจความสำคัญ ก. อ่านเพื่อความรู้ ข. อ่านเพื่อความบันเทิง ค. อ่านเพื่อหาสาระสำคัญของเรื่อง ง. อ่านเพื่อค้นหาแนวทางใน การดำเนินชีวิต +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม 12. สิ่งที่ประพันธ์ยอมรับ วัฒนธรรมไทยไม่ได้มากที่สุดคือข้อ ใด ก. ไม่ยอมให้ลูกสาวออกมานอกบ้าน ข. การคลุมถุงชน ค. ผู้หญิงมีสิทธิเท่าเทียมผู้ชาย ง. มารยาทในการแต่งกายของผู้หญิง 0 +1 +1 0.67 สอดคล้อง เหมาะสม 13. จากวรรณกรรมเรื่อง หัวใจ ชายหนุ่ม ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง 0 +1 +1 0.67 สอดคล้อง เหมาะสม
68 ข้อสอบ ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ IOC ความหมาย คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ก. ประพันธ์มีความเห็นว่า การหย่า ร้างก่อให้เกิดความอับอายแก่คน ทั่วไป ข. ประพันธ์มีความเห็นว่า การหย่า ร้าง เป็นเรื่องส่วนตัวของสามีภรรยา ค. ประพันธ์มีความเห็นว่า การหย่า ร้างทำให้ฝ่ายชายมีความอับอาย มากกว่าฝ่ายหญิง ง. ประพันธ์เสนอวิธีแก้ไขปัญหาจาก การหย่าร้างว่า สามีภรรยาควรครอง คู่กันไป แม้เพียงในนามเท่านั้น 14. ผู้หญิงที่สวยที่สุดในความคิด ของประพันธ์ต้องมีลักษณะเช่น อย่างไร ก. ทำงานเก่ง ช่างเอาใจ เข้าสังคม ได้ ข. แต่งตัวสวย พอแม่ร่ำรวย ค. เขียนหนังสือเก่ง อ่านและพูด อังกฤษได้ เต้นรำเป็น และแต่งตัวดี ง. ให้เกียรติสามี ทำงานนอกบ้านได้ 0 +1 +1 0.67 สอดคล้อง เหมาะสม 15. “ฉันมีเวลาได้สบายแต่เมื่ออยู่ นอกบ้านของตัวเท่านั้น” เพราะอะไร ก. เพราะในบ้านคับแคบ และร้อนอบอ้าว ข. เพราะนอกบ้านมีสิ่งสวยๆ งามๆ น่าชม ค. เพราะกลับบ้านภรรยาขี้บ่น อารมณ์ไม่ดี ง. เพราะนอกบ้านมีสิ่งรื่นรมย์ 0 +1 +1 0.67 สอดคล้อง เหมาะสม 16. “โอยามะมะรู” หมายถึงข้อง ใด 0 +1 +1 0.67 สอดคล้อง เหมาะสม
69 ข้อสอบ ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ IOC ความหมาย คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 ก. เส้นทางเดินเรือในทะเลแดง ข. ท่าเทียบเรือขนาดใหญ่ ค. เรือโดยสารเดินสมุทร ง. บริเวณช่องแคบที่เรือผาน 17. “ภายหลังฉันเดินผ่านร้านเจ้า คุณภักดีไปกับแม่อุไร ซุนฮูหยิน ออกฉิวค้อนเสียสามสี่วง, แล้วเลย ไม่ต้องพูดกับฉันอีกเลย” คำที่ขีด เส้นใต้ ตรงกับข้อใด ก. บีบขยำโดยแรง ข. ขาดแยกออกจากกัน ค. รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาทันที ง. ทำให้ได้รับความอับอาย +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม 18. สำนวน “ขุดอู่” มีความหมาย ตรงข้ามกับข้อใด ก. ลอยนวล ข. คลุมถุงชน ค. เข้าท้ายครัว ง. หมอบราบคาบแก้ว +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม 19. “และเดินทางห่างออกจากถิ่น ที่เคยได้รับความสุข” ข้อความที่ ขีดเส้นใต้หมายถึงสถานที่แห่งใด ก. ประเทศไทย ข. ประเทศอังกฤษ ค. ประเทศสิงค์โปร์ ง. จังหวัดเพชรบุรี 0 +1 +1 0.67 สอดคล้อง เหมาะสม
70 ข้อสอบ ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ IOC ความหมาย คนที่ 1 คนที่ 2 คนที่ 3 20. “แต่ถึงแม้เมื่อได้รู้จักกับหล่อน แล้ว หล่อนจะพอใจในตัวฉัน หรือไม่ก็ยังไม่รู้ได้ เพราะหล่อนเป็น ผู้ที่มีผู้ชายตอมมานานแล้ว” คำที่ ขีดเส้นใต้มีความหมายตรงกับข้อ ใด ก. วน ข. จับ ค. เกาะ ง. รุมล้อม +1 +1 +1 1 สอดคล้อง เหมาะสม
ภาคผนวก จ แผนการจัดการเรียนรู้
71 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 หัวใจชายหนุ่ม เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่าน เวลา 1ชั่วโมง ผู้สอน นายภูวเนตร จันทร์เต็ม โรงเรียนบ้านหมากแข้ง วันที่สอน 6 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 เวลา 11.00 – 11.50 น. 8 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 เวลา 09.20 – 10.10 น. 9 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 เวลา 08.30 – 09.20 น. 9 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 เวลา 09.20 – 10.10 น. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน 1.2 ตัวชี้วัด ท 1.1ม.4-6/7 อ่านเรื่องต่างๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิดผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน 2. สาระสำคัญ ทักษะการสื่อสารของมนุษย์ ประกอบไปด้วย การฟัง การอ่าน การพูด และการเขียน การฟัง และการอ่านเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับในการสื่อสารเพื่อศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม การฟังเป็นทักษะซึ่ง อาจมีข้อจำกัดเรื่องเวลา สถานที่และความคงทนของสาร ส่วนการอ่านเป็นทักษะที่สำคัญในการ แสวงหาความรู้ ทั้งนี้ด้วยสื่อที่ใช้สำหรับการอ่านมีความคงทนมากกว่า ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลา และสถานที่ ดังนั้นจึงถือได้ว่า ทักษะการอ่านมีความจำเป็นและมีความสำคัญสำหรับผู้ที่แสวงหาความรู้ และเพิ่มพูนประสบการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักเรียน นักศึกษา เพราะความสำเร็จ ทางการศึกษาย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถและพื้นฐานทางการอ่านที่ดี 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 3.1 ผู้เรียนสามารถบอกความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านได้ (K) 3.2 ผู้เรียนสามารถเขียนอธิบายความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านได้(P) 3.3 ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม (A) 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.1 มีวินัย 4.2 ใฝ่เรียนรู้ 5.3 มุ่งมั่นในการทำงาน
72 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการคิด 5.2 ความสามารถในการสื่อสาร 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. สาระการเรียนรู้ 6.1 ความหมายของการอ่าน 6.2 ความสำคัญของการอ่าน 6.3 วัตถุประสงค์ของการอ่าน 3.4 รูปแบบการอ่าน 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 steps) 7.1 ขั้นนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นระบุคำถาม - นักเรียนคิดว่าการอ่าน ควรมีความรู้พื้นฐานในการอ่านหรือไม่ - นักเรียนคิดว่า จุดมุ่งหมายในการอ่านมีความสำคัญต่อการอ่านเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือไม่ 7.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นแสวงหาสารสนเทศ 1. เมื่อผู้เรียนตอบคำถามจากขั้นนำเข้าสู่บทเรียนแล้ว ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษา ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่าน จากหนังสือหลักภาษาและการใช้ภาษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และจากสื่ออินเทอร์เน็ต ขั้นสร้างองค์ความรู้ 1. ผู้เรียนศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านแล้วเขียนคำตอบลงใน ใบงานที่ 2 เรื่อง ความรู้เบื้อต้นเกี่ยวกับการอ่าน 2. เมื่อผู้เรียนทุกคนทำใบงานที่ 2 เสร็จแล้ว ผู้สอนสุ่มผู้เรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน จำนวน 2 คน 3. ตัวแทนผู้เรียนรวบรวมใบงานที่ 2 และผู้สอนตรวจคำตอบของผู้เรียนว่ามีข้อผิดพลาด อย่างไร พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้สอน ขั้นสื่อสาร 1. ผู้เรียนร่วมกิจกรรม “ล้วงลับ จับไข่” โดยผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 8 - 9 คน ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจับไข่มาหนึ่งลูก ซึ่งจะมีข้อความต่อไปนี้ในไข่ - ความหมายของการอ่าน - ความสำคัญของการอ่าน
73 - วัตถุประสงค์ของการอ่าน - รูปแบบการอ่าน จากนั้นให้ผู้เรียนร่วมกันสรุปความหาคำตอบจากสื่อต่างๆ ในหัวข้อที่กลุ่มของตนเองเลือก เมื่อกลุ่มใดพร้อมที่จะนำเสนอแล้วให้ยกมือขึ้น และออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน 2. ผู้เรียนกลุ่มที่เหลือในชั้นเรียนร่วมกันพิจารณาให้คะแนนเพื่อนกลุ่มที่ออกมานำเสนอ 3. ผู้เรียนรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้สอน ขั้นตอบแทนสังคม 1. ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านเสร็จแล้ว ให้ผู้เรียนนำใบงานที่ 2 เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านของตนเอง ที่ผู้สอนตรวจแล้วส่งคืนให้ ไปติดที่บอร์ดหน้าชั้น เรียนของตนเอง 7.3 ขั้นสรุป 1. ผู้เรียนสรุปเนื้อหาที่เรียนร่วมกับผู้สอน เพื่อสร้างความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาส ให้สอบถามเพิ่มเติม 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียนภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 8.2 ใบงานที่ 2 เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่าน 8.4 PowerPoint เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่าน 9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน 1. ผู้เรียนสามารถบอก ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับการอ่านได้ (K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. ผู้เรียนสามารถเขียน อธิบายความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับการอ่านได้ (P) การตอบคำถาม และใบงาน คำถามในชั้นเรียน ใบงานที่ 2 เรื่อง ความรู้เบื้องต้น เกี่ยวกับการอ่าน ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป 3. ผู้เรียนมีส่วนร่วมใน การทำกิจกรรมและมี ความกระตือรือร้นใน การทำกิจกรรม (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป
74 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 หัวใจชายหนุ่ม เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง การอ่านจับใจความ เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายภูวเนตร จันทร์เต็ม โรงเรียนบ้านหมากแข้ง วันที่สอน 9 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 เวลา 14.20 – 15.10 น. 10 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 เวลา 14.20 – 15.10 น. 10 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 เวลา 09.20 – 10.10 น. 10 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 เวลา 10.10 – 11.00 น. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่างๆเขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่าง มีประสิทธิภาพ 1.2 ตัวชี้วัด ท 1.1 ม.4-6/3 วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องที่อ่านในทุกๆ ด้านอย่างมีเหตุผล ท 1.1 ม.4-6/7 อ่านเรื่องต่างๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิดผังความคิด บันทึก ย่อความ และรายงาน ท 2.1 ม.4-6/1 เขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียง ถูกต้องมีข้อมูล และสาระสำคัญ 2. สาระสำคัญ การอ่านจับใจความสำคัญ คือ การอ่านโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเก็บสาระสำคัญ ความรู้ข้อมูล ที่น่าสนใจ และแนวความคิดหรือทัศนะของผู้เขียนของเรื่องที่อ่าน อีกทั้งยังเป็นการอ่านที่ต้องการ แยกแยะเรื่องที่อ่านให้ได้ว่าส่วนใดเป็นใจความหรือข้อความที่สำคัญที่สุด และส่วนใดเป็นข้อความ ประกอบ การจับใจความจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจว่าผู้เขียนต้องการสื่ออะไรอย่าง โดยผู้อ่านต้องใช้ ความสามารถทางภาษา ประสบการณ์หรือภูมิหลังในด้านการแปล ความหมายของคำข้อความ เพื่อ จับใจความได้รวดเร็วขึ้น ใจความสำคัญ จึงหมายถึงหมายถึงใจความที่เป็นแก่นของย่อหน้าที่สามารถ ครอบคลุมเนื้อความในย่อหน้านั้นจะเป็นใจความหรือประโยคเดี่ยวๆ ได้โดยไม่ต้องมีประโยคอื่น ประกอบ ในแต่ละย่อหน้าจะมีประโยคใจความสำคัญเพียงประโยคเดียว อย่างมากไม่เกิน 2 ประโยค เป็นใจความสำคัญและเด่นที่สุดในย่อหน้า
75 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 3.1 ผู้เรียนสามารถบอกใจความสำคัญของเรื่องได้ (K) 3.2 ผู้เรียนสามารถอ่านจับใจความสำคัญของเรื่องได้(P) 3.3 ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม (A) 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.1 มีวินัย 4.2 ใฝ่เรียนรู้ 5.3 มุ่งมั่นในการทำงาน 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการคิด 5.2 ความสามารถในการสื่อสาร 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. สาระการเรียนรู้ 6.1 การอ่านจับใจความสำคัญ 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 steps) 7.1 ขั้นนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นระบุคำถาม 1. นักเรียนคิดว่าการอ่านจับใจความสำคัญ มีความจำเป็นต่อการอ่านเรื่องราวต่างๆ หรือไม่ 7.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นแสวงหาสารสนเทศ 1. เมื่อผู้เรียนตอบคำถามจากขั้นนำเข้าสู่บทเรียนแล้ว ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษา หลักการอ่านจับใจความสำคัญ จากหนังสือหลักภาษาและการใช้ภาษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และจากสื่ออินเทอร์เน็ต ขั้นสร้างองค์ความรู้ 1. ผู้เรียนศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการอ่านจับใจความสำคัญแล้วเขียนคำตอบลงในใบงานที่ 3 เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ 2. เมื่อผู้เรียนทุกคนทำใบงานที่ 3 เสร็จแล้ว ผู้สอนสุ่มผู้เรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน จำนวน 2 คน 3. ตัวแทนผู้เรียนรวบรวมใบงานที่ 3 และผู้สอนตรวจคำตอบของผู้เรียนว่ามีข้อผิดพลาด อย่างไร พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้สอน
76 ขั้นสื่อสาร 1. ผู้เรียนร่วมกิจกรรม “จดหมายฉบับสุดท้าย” โดยผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 10 กลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจับจดหมายมาหนึ่งฉบับ ซึ่งจะมีเนื้อหาตามเนื้อเรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ในแต่ละฉบับ จากนั้นให้ผู้เรียนร่วมกันสรุปใจความสำคัญ ในหัวข้อที่กลุ่มของตนเอง จับได้เมื่อกลุ่มใดพร้อมที่จะนำเสนอแล้วให้ยกมือขึ้น และออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน 2. ผู้เรียนกลุ่มที่เหลือในชั้นเรียนร่วมกันพิจารณาให้คะแนนเพื่อนกลุ่มที่ออกมานำเสนอ 3. ผู้เรียนรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้สอน ขั้นตอบแทนสังคม 1. ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องการอ่านจับใจความสำคัญเสร็จแล้ว ให้ผู้เรียนนำใบงานที่ 3 เรื่อง ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับการอ่านของตนเอง ที่ผู้สอนตรวจแล้วส่งคืนให้ ไปติดที่บอร์ดหน้า ชั้นเรียนของตนเอง 7.3 ขั้นสรุป 1. ผู้เรียนสรุปเนื้อหาที่เรียนร่วมกับผู้สอน เพื่อสร้างความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาส ให้สอบถามเพิ่มเติม 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียนภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 8.2 หนังสือเรียนภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 8.3 ใบงานที่ 3 เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ 8.4 PowerPoint เรื่อง การอ่านจับใจความสำคัญ 9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน 1. ผู้เรียนสามารถบอก ใจความสำคัญของเรื่อง ได้ (K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. ผู้เรียนสามารถอ่าน จับใจความสำคัญของ เรื่องได้ (P) การตอบคำถาม และใบงาน คำถามในชั้นเรียน ใบงานที่ 3 เรื่อง การอ่านจับใจความ สำคัญ ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป 3. ผู้เรียนมีส่วนร่วมใน การทำกิจกรรมและมี ความกระตือรือร้นใน การทำกิจกรรม (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป
77 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 หัวใจชายหนุ่ม เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง การอ่านแปลความ เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายภูวเนตร จันทร์เต็ม โรงเรียนบ้านหมากแข้ง วันที่สอน 13 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 เวลา 11.00 – 11.50 น. 15 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 เวลา 09.20 – 10.10 น. 16 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 เวลา 08.30 – 09.20 น. 16 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 เวลา 09.20 – 10.10 น. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่างๆเขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ 1.2 ตัวชี้วัด ท 1.1 ม.4-6/2 ตีความ แปลความและขยายความเรื่องที่อ่าน ท 2.1 ม.4-6/1 เขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียง ถูกต้อมีข้อมูล และสาระสำคัญ 2. สาระสำคัญ การอ่านแปลความ หมายถึงการแปลเรื่องราวเดิมให้ออกมาเป็นคำใหม่ ภาษาใหม่หรือ แบบใหม่ ความมุ่งหมายของการแปลความอยู่ที่ความแม่นยำของภาษาใหม่ว่า ยังคงรักษาเนื้อหา และความสำคัญของเรื่องราวเดิมไว้ครบถ้วนหรือไม่ สำหรับการแปลความบทร้อยกรองเป็นร้อยแก้ว หรือการถอดคำประพันธ์ร้อยกรองเป็นร้อยแก้วนั้น ควรอ่านข้อความและหาความหมายของศัพท์แล้ว เรียบเรียงเนื้อเรื่องหรือเนื้อหาเป็นร้อยแก้วให้สละสลวย โดยที่เนื้อเรื่องหรือเนื้อหานั้นยังคงเดิม และครบถ้วน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 3.1 ผู้เรียนสามารถแปลความจากเรื่องที่อ่านได้ (K) 3.2 ผู้เรียนสามารถเขียนแปลความหมายจากเรื่องที่อ่านได้(P) 3.3 ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม (A)
78 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.1 มีวินัย 4.2 ใฝ่เรียนรู้ 5.3 มุ่งมั่นในการทำงาน 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการคิด 5.2 ความสามารถในการสื่อสาร 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. สาระการเรียนรู้ 6.1 การอ่านแปลความ 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 steps) 7.1 ขั้นนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นระบุคำถาม 1. นักเรียนคิดว่าการอ่านแปลความมีจุดมุ่งหมายเพื่ออะไร และมีรูปแบบการอ่านอย่างไร 7.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นแสวงหาสารสนเทศ 1. เมื่อผู้เรียนตอบคำถามจากขั้นนำเข้าสู่บทเรียนแล้ว ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษา หลักการอ่านแปลความ จากหนังสือหลักภาษาและการใช้ภาษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และจากสื่ออินเทอร์เน็ต ขั้นสร้างองค์ความรู้ 1. ผู้เรียนศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการอ่านแปลความแล้วเขียนคำตอบลงในใบงานที่ 4 เรื่อง การอ่านแปลความ 2. เมื่อผู้เรียนทุกคนทำใบงานที่ 4 เสร็จแล้ว ผู้สอนสุ่มผู้เรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน จำนวน 2 คน 3. ตัวแทนผู้เรียนรวบรวมใบงานที่ 4 และผู้สอนตรวจคำตอบของผู้เรียนว่ามีข้อผิดพลาด อย่างไร พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้สอน ขั้นสื่อสาร 1. ผู้เรียนร่วมกิจกรรม “จดหมายถึงเธอ...” โดยผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 10 กลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจับจดหมายมาหนึ่งฉบับ ซึ่งจะมีเนื้อหาตามเนื้อเรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ในแต่ละฉบับ จากนั้นให้ผู้เรียนร่วมกันแปลความ ในหัวข้อที่กลุ่มของตนเองจับได้เมื่อ กลุ่มใดพร้อมที่จะนำเสนอแล้วให้ยกมือขึ้น และออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน
79 2. ผู้เรียนกลุ่มที่เหลือในชั้นเรียนร่วมกันพิจารณาให้คะแนนเพื่อนกลุ่มที่ออกมานำเสนอ 3. ผู้เรียนรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้สอน ขั้นตอบแทนสังคม 1. ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องการอ่านแปลความแล้ว ให้ผู้เรียนนำใบงานที่ 4 เรื่อง การอ่านแปลความ ที่ผู้สอนตรวจแล้วส่งคืนให้ ไปติดที่บอร์ดหน้าชั้นเรียนของตนเอง 7.3 ขั้นสรุป 1. ผู้เรียนสรุปเนื้อหาที่เรียนร่วมกับผู้สอน เพื่อสร้างความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาส ให้สอบถามเพิ่มเติม 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียนภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 8.2 หนังสือเรียนภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 8.3 ใบงานที่ 4 เรื่อง การอ่านแปลความ 8.4 PowerPoint เรื่อง การอ่านแปลความ 9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน 1. ผู้เรียนสามารถแปล ความจากเรื่องที่อ่านได้ (K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. ผู้เรียนสามารถเขียน แปลความหมายจาก เรื่องที่อ่านได้ (P) การตอบคำถาม และใบงาน คำถามในชั้นเรียน ใบงานที่ 4 เรื่อง การอ่านแปลความ ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป 3. ผู้เรียนมีส่วนร่วมใน การทำกิจกรรมและมี ความกระตือรือร้นใน การทำกิจกรรม (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป
80 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 หัวใจชายหนุ่ม เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง การอ่านตีความ เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายภูวเนตร จันทร์เต็ม โรงเรียนบ้านหมากแข้ง วันที่สอน 16 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 เวลา 14.20 – 15.10 น. 17 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 เวลา 14.20 – 15.10 น. 17 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 เวลา 09.20 – 10.10 น. 17 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 เวลา 10.10 – 11.00 น. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ 1.2 ตัวชี้วัด ท 1.1 ม.4-6/2 ตีความ แปลความและขยายความเรื่องที่อ่าน ท 1.1 ม.4-6/3 วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องที่อ่านในทุกๆ ด้านอย่างมีเหตุผล ท 2.1 ม.4-6/1 เขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียง ถูกต้องมีข้อมูล และสาระสำคัญ 2. สาระสำคัญ การอ่านตีความหรือการอ่านวินิจสารเป็นการอ่านอย่างพิจารณาถี่ถ้วนด้วยความเข้าใจเพื่อให้ ได้ประโยชน์ หรือเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของผู้เขียน จะเป็นการอ่านออกเสียงหรืออ่านในใจก็ได้ แต่จุดสำคัญอยู่ที่การใช้สติปัญญาตีความหมายของคำและข้อความ ทั้งหมดรวมทั้งสิ่งแวดล้อมทุก อย่างที่เกี่ยวข้องกับข้อความที่อ่าน ดังนั้นจึงต้องอาศัยการใช้เหตุผลและความรอบคอบ ในการพิจารณาทั้งถ้อยคำและสิ่งแวดล้อมทั้งหมดที่ผู้อ่านจะตีความสารใดๆ ได้กว้างหรือแคบ ลึกหรือ ตื้นขนาดไหน ย่อมขึ้นอยู่กับประสบการณ์ส่วนตัวและความเฉียบแหลมของวิจารณญาณ เป็นการอ่าน ที่ผู้อ่านพยายามเข้าใจความหมายในสิ่งที่ผู้เขียนมิได้กล่าวไว้โดยตรง ผู้อ่านพยายามสรุปลงความเห็น จากรายละเอียดของเรื่องที่อ่าน 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 3.1 ผู้เรียนสามารถตีความของคำหรือข้อความจากเรื่องที่อ่านได้ (K) 3.2 ผู้เรียนสามารถเขียนตีความจากคำหรือข้อความของเรื่องที่อ่านได้(P) 3.3 ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม (A)
81 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.1 มีวินัย 4.2 ใฝ่เรียนรู้ 5.3 มุ่งมั่นในการทำงาน 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการคิด 5.2 ความสามารถในการสื่อสาร 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. สาระการเรียนรู้ 6.1 การอ่านตีความ 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 steps) 7.1 ขั้นนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นระบุคำถาม 1. นักเรียนเคยอ่านหนังสือนวนิยาย เรื่องสั้น การ์ตูน แล้วมีความรู้สึกคล้อยตามตัวละครใน เรื่องหรือไม่ 2. นักเรียนคิดว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการอ่านของนักเรียนเหมือนกับความรู้สึกของคนอื่น หรือไม่ อย่างไร 7.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นแสวงหาสารสนเทศ 1. เมื่อผู้เรียนตอบคำถามจากขั้นนำเข้าสู่บทเรียนแล้ว ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษา หลักการอ่านตีความ จากหนังสือหลักภาษาและการใช้ภาษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และจากสื่ออินเทอร์เน็ต ขั้นสร้างองค์ความรู้ 1. ผู้เรียนศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการอ่านตีความแล้วเขียนคำตอบลงในใบงานที่ 5 เรื่อง การอ่านตี 2. เมื่อผู้เรียนทุกคนทำใบงานที่ 5 เสร็จแล้ว ผู้สอนสุ่มผู้เรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน จำนวน 2 คน 3. ตัวแทนผู้เรียนรวบรวมใบงานที่ 5 และผู้สอนตรวจคำตอบของผู้เรียนว่ามีข้อผิดพลาด อย่างไร พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้สอน
82 ขั้นสื่อสาร 1. ผู้เรียนร่วมกิจกรรม “จดหมายถึงเธอ...” โดยผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 10 กลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจับจดหมายมาหนึ่งฉบับ ซึ่งจะมีเนื้อหาตามเนื้อเรื่อง หัวใจชายหนุ่ม ในแต่ละฉบับ จากนั้นให้ผู้เรียนร่วมกันตีความ ในหัวข้อที่กลุ่มของตนเองจับได้เมื่อกลุ่ม ใดพร้อมที่จะนำเสนอแล้วให้ยกมือขึ้น และออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน 2. ผู้เรียนกลุ่มที่เหลือในชั้นเรียนร่วมกันพิจารณาให้คะแนนเพื่อนกลุ่มที่ออกมานำเสนอ 3. ผู้เรียนรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้สอน ขั้นตอบแทนสังคม 1. ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องการอ่านตีความแล้ว ให้ผู้เรียนนำใบงานที่ 5 เรื่อง การอ่านตีความ ที่ผู้สอนตรวจแล้วส่งคืนให้ ไปติดที่บอร์ดหน้าชั้นเรียนของตนเอง 7.3 ขั้นสรุป 1. ผู้เรียนสรุปเนื้อหาที่เรียนร่วมกับผู้สอน เพื่อสร้างความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาส ให้สอบถามเพิ่มเติม 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียนภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 8.2 หนังสือเรียนภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 8.3 ใบงานที่ 5 เรื่อง การอ่านตีความ 8.4 PowerPoint เรื่อง การอ่านตีความ 9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน 1. ผู้เรียนสามารถ ตีความของคำหรือ ข้อความจากเรื่องที่ อ่านได้ (K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. ผู้เรียนสามารถเขียน ตีความจากคำหรือ ข้อความของเรื่องที่ อ่านได้ (P) การตอบคำถาม และใบงาน คำถามในชั้นเรียน ใบงานที่ 5 เรื่อง การอ่านตีความ ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป 3. ผู้เรียนมีส่วนร่วมใน การทำกิจกรรมและมี ความกระตือรือร้นใน การทำกิจกรรม (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป
83 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 หัวใจชายหนุ่ม เวลา 10 ชั่วโมง เรื่อง การอ่านขยายความ เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน นายภูวเนตร จันทร์เต็ม โรงเรียนบ้านหมากแข้ง วันที่สอน 20 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 เวลา 11.00 – 11.50 น. 22 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2 เวลา 09.20 – 10.10 น. 23 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/3 เวลา 08.30 – 09.20 น. 23 พฤศจิกายน 2566 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/4 เวลา 09.20 – 10.10 น. 1. มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด 1.1 มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจ แก้ปัญหาในการดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบวนการเขียนเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่างๆเขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นคว้าอย่างมี ประสิทธิภาพ 1.2 ตัวชี้วัด ท 1.1 ม.4-6/2 ตีความ แปลความและขยายความเรื่องที่อ่าน ท 1.1 ม.4-6/3 วิเคราะห์และวิจารณ์เรื่องที่อ่านในทุกๆ ด้านอย่างมีเหตุผล ท 1.1 ม.4-6/6 ตอบคําถามจากการอ่าน ประเภทต่างๆ ภายในเวลาที่กำหนด ท 2.1 ม.4-6/1 เขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ ได้ตรงตามวัตถุประสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียง ถูกต้องมีข้อมูล และสาระสำคัญ 2. สาระสำคัญ การอ่านขยายความ คือ การอธิบายเพิ่มเติมให้ละเอียดขึ้นภายหลังจากได้ตีความแล้ว ซึ่งอาจ ใช้วิธียกตัวอย่างประกอบหรือมีการอ้างอิงเปรียบเทียบเนื้อความให้กว้างขวางออกไปจนเป็นที่เข้าใจ ชัดเจนยิ่งขึ้น 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ (เชิงพฤติกรรม) 3.1 ผู้เรียนสามารถขยายความจากเรื่องที่อ่านได้ (K) 3.2 ผู้เรียนสามารถเขียนขยายความของเรื่องที่อ่านได้(P) 3.3 ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมและมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม (A)
84 4. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 4.1 มีวินัย 4.2 ใฝ่เรียนรู้ 5.3 มุ่งมั่นในการทำงาน 5. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 5.1 ความสามารถในการคิด 5.2 ความสามารถในการสื่อสาร 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. สาระการเรียนรู้ 6.1 การอ่านขยายความ 7. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการเรียนรู้ 5 steps) 7.1 ขั้นนําเข้าสู่บทเรียน ขั้นระบุคำถาม 1. นักเรียนคิดว่า นักเรียนมีวิธีการเรียบเรียงความคิด เพื่อช่วยให้เกิดความเข้าใจและจดจำ เนื้อหาที่นักเรียนอ่านได้อย่างไร 7.2 ขั้นกิจกรรมการเรียนการสอน ขั้นแสวงหาสารสนเทศ 1. เมื่อผู้เรียนตอบคำถามจากขั้นนำเข้าสู่บทเรียนแล้ว ผู้สอนเปิดโอกาสให้ผู้เรียนศึกษา หลักการอ่านขยายความ จากหนังสือหลักภาษาและการใช้ภาษา ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และจากสื่ออินเทอร์เน็ต ขั้นสร้างองค์ความรู้ 1. ผู้เรียนศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับการอ่านขยายความแล้วเขียนคำตอบลงในใบงานที่ 6 เรื่อง การอ่านขยายความ 2. เมื่อผู้เรียนทุกคนทำใบงานที่ 6 เสร็จแล้ว ผู้สอนสุ่มผู้เรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน จำนวน 2 คน 3. ตัวแทนผู้เรียนรวบรวมใบงานที่ 6 และผู้สอนตรวจคำตอบของผู้เรียนว่ามีข้อผิดพลาด อย่างไร พร้อมรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้สอน ขั้นสื่อสาร 1. ผู้เรียนร่วมกิจกรรม “จดหมายถึงเธอ...” โดยผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 10 กลุ่ม กลุ่มละ 3 – 4 คน ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มจับจดหมายมาหนึ่งฉบับ ซึ่งจะมีเนื้อหาตามเนื้อเรื่อง
85 หัวใจชายหนุ่ม ในแต่ละฉบับ จากนั้นให้ผู้เรียนร่วมกันอ่านขยายความ ในหัวข้อที่กลุ่มของตนเองจับได้ เมื่อกลุ่มใดพร้อมที่จะนำเสนอแล้วให้ยกมือขึ้น และออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน 2. ผู้เรียนกลุ่มที่เหลือในชั้นเรียนร่วมกันพิจารณาให้คะแนนเพื่อนกลุ่มที่ออกมานำเสนอ 3. ผู้เรียนรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพิ่มเติมจากผู้สอน ขั้นตอบแทนสังคม 1. ผู้เรียนเรียนรู้เรื่องการอ่านขยายความแล้ว ให้ผู้เรียนนำใบงานที่ 6 เรื่อง การอ่านขยาย ความที่ผู้สอนตรวจแล้วส่งคืนให้ ไปติดที่บอร์ดหน้าชั้นเรียนของตนเอง 7.3 ขั้นสรุป 1. ผู้เรียนสรุปเนื้อหาที่เรียนร่วมกับผู้สอน เพื่อสร้างความเข้าใจเพิ่มมากขึ้น พร้อมเปิดโอกาส ให้สอบถามเพิ่มเติม 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 หนังสือเรียนภาษาไทย หลักภาษาและการใช้ภาษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 8.2 หนังสือเรียนภาษาไทย วรรณคดีและวรรณกรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 8.3 ใบงานที่ 6 เรื่อง การอ่านขยายความ 8.4 PowerPoint เรื่อง การอ่านขยายความ 9. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การประเมิน 1. ผู้เรียนสามารถ ขยายความจากเรื่องที่ อ่านได้ (K) การตอบคำถาม คำถามในชั้นเรียน ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป 2. ผู้เรียนสามารถเขียน ขยายความของเรื่องที่ อ่านได้ (P) การตอบคำถาม และใบงาน คำถามในชั้นเรียน ใบงานที่ 6 เรื่อง การอ่านขยายความ ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป 3. ผู้เรียนมีส่วนร่วมใน การทำกิจกรรมและมี ความกระตือรือร้นใน การทำกิจกรรม (A) การสังเกตพฤติกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม ผ่านเกณฑ์การ ประเมินร้อยละ 80 ขึ้นไป
86
87
88
89
90
91