โรงเรียนอนุบำลเชียงคำน “ปทมุ มำสงเครำะห์”
สำนกั งำนเขตพื้นทีก่ ำรศกึ ษำประถมศึกษำเลย เขต 1
คำนำ
การวางแผนเป็นกิจกรรมทีส่ าคญั ประการหนง่ึ ของกระบวนการบรหิ ารการศึกษาการวางแผนท่ีดจี ะ
ช่วยให้การดาเนินงานของหน่วยงานประสบความสาเร็จอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังช่วยให้การ
ปฏิบัตงิ านของบุคลากรมีคณุ ภาพไดม้ าตรฐานยง่ิ ข้ึน
จากความสาคัญดงั กล่าว โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” จึงได้ระดมความคิดจาก
คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน จัดทาแผนพัฒนาการศึกษาระยะกลาง 3 ปี 2562-2565
เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารและจัดการศึกษาของโรงเรียน แผนพัฒนาการศึกษาดังกล่าว
ประกอบด้วย
บทท่ี 1 บทนา
บทท่ี 2 เอกสารทีเ่ ก่ียวข้อง
บทท่ี 3 วธิ ีดาเนินการ
บทท่ี 4 ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูล
บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ
หวังเป็นอย่างย่ิงว่าแผนพัฒนาการศึกษาฉบับน้ี จะช่วยให้การดาเนินงานของโรงเรียนบรรลุ
วตั ถปุ ระสงค/์ เปา้ หมายทกุ ประการ ขอขอบคุณคณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาและผมู้ ีสว่ นเก่ยี วข้องท่ี
ใหค้ วามรว่ มมือจดั ทาแผนพฒั นาการศกึ ษาจนสาเร็จเรยี บรอ้ ยดว้ ยดี
(นายสมชาย คาพมิ พ์)
ผูอ้ านวยการโรงเรยี นอนุบาลเชยี งคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”
สำรบัญ
บทสรุป บทนำ หน้ำ
คำนยิ ม 1. ความเปน็ มา ก
บทที่ 1 2. วตั ถปุ ระสงค์ ข
3. เป้าหมายเชงิ นโยบาย
บทท่ี 2 4. ขอบเขตของแผนพัฒนาการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน 1
5. ประโยชนท์ ี่จะได้รบั 1
บทท่ี 3 6. นิยามศัพท์ 1
บทท่ี 4 เอกสำรทีเ่ กย่ี วขอ้ ง 3
1. สภาพท่ัวไปของโรงเรียน 3
บทท่ี 5 2. ภารกจิ ของโรงเรียน 3
3. ข้อมลู ทางการศึกษา
4. ผลการดาเนินงานท่ีผา่ นมา 4
5. กฎหมายนโยบายและแผนทเี่ กย่ี วข้อง 6
วธิ ีดำเนนิ กำร 9
1. การวิเคราะหผ์ ู้มสี ่วนไดเ้ สยี (Stakeholders Analysis) 16
2. ขน้ั ตอนการดาเนนิ การ 20
ผลกำรวิเครำะหข์ ้อมลู
1. หลกั SWOT Analysis 42
2. รูปแบบการวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ ม 43
3. ผลการวเิ คราะหส์ ถานภาพของโรงเรียน
4. การกาหนดกราฟรูปไข่แสดงทิศทางการพัฒนา 45
5. ทิศทางการพฒั นาของโรงเรยี น 46
6. การกาหนดกลยุทธ์ ตวั ชวี้ ัดความสาเร็จ และเปา้ หมาย 56
7. การควบคมุ กลยทุ ธ์ 57
สรุปผล อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ 58
1. สรปุ ผล 59
2. อภิปรายผล 71
3. ขอ้ เสนอแนะ
73
74
76
สำรบัญ (ตอ่ ) หน้ำ
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก
- คาสง่ั แตง่ ตัง้ คณะกรรมการจดั ทาแผนพัฒนาการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน
พ.ศ. 2563-2565 โรงเรียนอนบุ าลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”
บทสรปุ
จากการศึกษาสภาพปัจจุบัน การดาเนนิ งานตามนโยบายของหน่วยงานต้นสังกัด การดาเนินงาน
ตามภารกิจและนโยบายของโรงเรียนในรอบปีที่ผ่านมา ผลการดาเนินงานในภาพรวมเป็นที่น่าพอใจ แต่
การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาจาเป็นต้องมีการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง การวิเคราะห์บริบทของ
โรงเรียน การวางแผนและการกาหนดกลยุทธ์ การนาแผนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ จึงเป็นเครื่องมือท่ีช่วยให้
เห็นภาพในการบริหารโรงเรียนให้ประสบผลสาเร็จ และมุ่งสู่ผลสัมฤทธ์ิอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อนาไปสู่
ผลลัพธ์ท่ีโรงเรียนต้องการ เป็นเคร่ืองมือท่ีจะสื่อสารให้เราได้ทราบถึงทิศทางและการเชื่อมโยงเป้าหมาย
ต่างๆ ในแต่ละด้านอย่างเปน็ รปู ธรรมและถา่ ยทอดกลยทุ ธ์ไปส่คู รแู ละบุคลากรให้มีความเขา้ ใจอย่างชัดเจน
ทาให้ผบู้ รหิ าร และบุคลากรสามารถนากลยทุ ธ์ไปปฏบิ ัติใหเ้ กดิ ผลอยา่ งแท้จริง
ผลการวิเคราะห์สถานภาพของโรงเรียนจากกราฟรูปไข่ ตาแหน่งไข่อยู่ในตาแหน่ง “ดาวรุ่ง”
(Stars) หรือเอื้อและแข็ง หมายถึง โรงเรยี นมีสมรรถนะภายในเข้มแขง็ และสภาพภายนอกท่ีเอื้อต่อการ
ดาเนินกิจการ จึงเป็นสภาวะที่เหมาะสมในการกาหนดกลยุทธ์ เพ่ือขยายงานและสร้างความเจริญเติบโต
ต่อไป ขณะเดียวกันส่วนท่ีเป็นปัญหาอุปสรรคและจุดอ่อนจะต้องระดมทรัพยากรระดมสมอง รวมทั้ง
เทคนิควิธีการนามาพัฒนาปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง มีการควบคุมกากับติดตาม รายงานและประเมินผล
อย่างตอ่ เน่ือง
โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” ได้จัดทาแผนพัฒนาการศึกษาระยะกลาง 3 ปี
พ.ศ.2553-2565 โดยกาหนดวิสยั ทศั น์ “เสมอภาคทางการศึกษา พัฒนาส่สู ากล ชมุ ชนมีสว่ นร่วม”
พันธกจิ (Mission)
พัฒนาและส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ คุณธรรม ตาม
มาตรฐานการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน และนาไปสูส่ ากล โดยทกุ ภาคส่วนมสี ่วนรว่ ม
ปณิธาน
มุ่งม่ันพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาสูค่ วามเปน็ เลิศ
กลยุทธ์
กลยุทธ์ท่ี 1 การจดั การศึกษาเพื่อความมั่นคงของมนุษยและของชาติ
กลยทุ ธ์ที่ 2 การจัดการศึกษาเพ่อื เพิ่มความสามารถในการแขงขันของประเทศ
กลยุทธท์ ี่ 3 การพัฒนาและเสริมสรางศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย
กลยุทธ์ท่ี 4 การสรางโอกาสในการเขาถึงบริการการศึกษาทมี่ คี ุณภาพ มีมาตรฐาน และลดความ
เหล่ือมลา้ ทางการศึกษา
กลยุทธ์ท่ี 5 การจัดการศึกษาเพือ่ พัฒนาคุณภาพชวี ติ ที่เปนมิตรกับสง่ิ แวดลอม
กลยทุ ธ์ท่ี 6 ดานการปรบั สมดุลและพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การศกึ ษา
คาดหวังว่าการนาแผนพัฒนาการศึกษาฉบับนี้สู่ การป ฏิบัติจะทาให้โรงเรียน อนุบาลเชียงคาน
“ปทมุ มาสงเคราะห์” มกี ารจดั การศึกษาทมี่ ีคุณภาพและประสิทธิผล
ข
คำนยิ ม
โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” เป็นหน่วยงานราชการท่ีตั้งอยู่ในภูมิภาค ตาม
พระราชบัญญตั ิระเบียบการบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2546 มีอานาจหนา้ ที่ตามกฎหมายในการ
จัดการและส่งเสริมการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ดังน้ัน การจัดทาแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงเป็นภารกิจ
ที่สาคัญอันดับแรก เพราะแผนเป็นเครื่องมือในการกาหนดทิศทางของการพัฒนาการศึกษาข้ันพ้ืนฐานให้สอดรับ
กับนโยบายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษท่ี 2 (พ.ศ. 2552–2561) แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ระยะที่ 12 (พ.ศ.2560–2579) นโยบายของรฐั บาล แผนการบริหารราชการแผน่ ดิน พ.ศ. 2559–2564 แผนปฏบิ ัติ
ราชการส่ีปี (พ.ศ. 2559–2564) ของสานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสานักงานเขตพื้นท่ี
การศกึ ษาประถมศึกษาเลย เขต 1 เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณท์ ่ีเปล่ียนไปและการปรับแก้ไขระเบยี บกฎหมาย
ที่เก่ียวข้องหลายฉบับ รวมทั้งแนวคิดในการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมา
สงเคราะห์”
ซึ่งในการจัดทาแผนครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือและการมีส่วนร่วมจากทุกฝ่ายอย่างดียิ่ง แม้จะมี
ข้อจากัดด้านเวลาและข้อจากัดด้านงบประมาณ แต่ก็สาเร็จได้ด้วยความมุ่งม่ันต้ังใจของทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้อง
โดยเฉพาะคณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ตลอดท้ังผู้รับผิดชอบในโรงเรียนอนุบาล เชียง
คาน “ปทุมมาสงเคราะห์” ที่มีส่วนร่วมทาให้แผนพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.252563-2565 สาเร็จ
ลลุ ว่ งด้วยดี จึงขอขอบพระคุณทุกท่านมา ณ โอกาสน้ี
หวังเป็นอย่างยิ่งว่า เอกสารฉบับน้ีจะเป็นแนวทางในการผลักดันให้มีการจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานอย่าง
เป็นรูปธรรม เพ่อื ไปส่เู ปา้ หมายแห่งความสาเรจ็
(นายสมชาย คาพมิ พ)์
ผ้อู านวยการโรงเรียนอนบุ าลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”
1
บทที่ 1
บทนำ
1. ควำมเปน็ มำ
ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้กาหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพ
การศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาทุกระดับและได้กาหนดในกฎกระทรวงว่าดว้ ยระบบ
หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 ให้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานจัดให้มีระบบการ
ประกันคุณภาพภายในให้จัดทาแผนพัฒนาการจัดการศึกษาที่มุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของ
สถานศึกษา โดยยึดสภาพปัญหา ความต้องการ และให้ความสาคัญกับการใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นปัจจัย
หลัก และหลกั การมีส่วนรว่ มของชุมชนและหน่วยงานทีเ่ กี่ยวข้องทกุ ภาคส่วน
โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” เป็นสถานศึกษาข้ันพื้นฐานประเภทที่ 1 ตาม
กฎกระทรวงและประกาศของคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานว่าด้วยการกระจายอานาจ พ.ศ.2550
รับผิดชอบผลผลิตในการจัดการศึกษา จานวน 2 ประการ คือ ผู้จบการศึกษาก่อนประถมศึกษา และผู้จบ
การศึกษาภาคบังคับ มีความมุ่งมั่นท่ีจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นที่เช่ือถือและศรัทธาแก่ผู้รับบริการ
และสนองเจตนารมณพ์ ระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 จงึ ไดจ้ ัดทาแผนพฒั นาการจดั การศกึ ษา
เชิงกลยุทธ์ระยะกลาง (4ปี) ข้ึน โดยใช้ช่ือว่า “แผนพัฒนาการจัดการศึกษาโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน
“ปทุมมาสงเคราะห์” ปี 2563-2565 เพ่ือเป็นเคร่ืองมือในการบริหารจัดการพัฒนาคุณภาพการการศึกษา
ของโรงเรยี นต่อไป
2. วัตถุประสงค์
เพือ่ ใชเ้ ป็นเครื่องมอื ในการบรหิ ารจัดการและพัฒนาการจดั การศกึ ษาด้านคณุ ภาพ ดา้ นการมสี ่วน
รว่ ม และด้านโอกาสทางการศกึ ษาตามมาตรฐานการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน และจดุ เน้นของโรงเรียน
3. เปำ้ หมำยเชงิ นโยบำย
3.1 เป้าเหมายเชิงนโยบายตามมาตรฐานการศึกษา การกาหนดมาตรฐานการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
ของโรงเรียนสอดรับการพัฒนาการจัดการศึกษาด้านคุณภาพ ด้านการมีส่วนร่วม และด้านโอกาสทาง
การศึกษา ดงั น้ี
มาตรฐานการศึกษา ระดบั การศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พ.ศ.2561 มจี านวน 3 มาตรฐาน ได้แก่
มาตรฐานที่ 1 คุณภาพของผูเ้ รียน
1.1 ผลสมั ฤทธิท์ างวิชาการของผเู้ รียน
1.2 คุณลักษณะทพ่ี งึ ประสงค์
2
มาตรฐานที่ 2 กระบวนการบริหารและการจัดการ
มาตรฐานที่ 3 กระบวนการจัดการเรยี นการสอนที่เน้นผ้เู รยี นเป็นสาคัญ
แตล่ ะมาตรฐานมีรายละเอียด ดังน้ี
มำตรฐำนที่ 1 คุณภำพของผูเ้ รียน
1.1 ผลสัมฤทธิ์ทางวิชาการของผูเ้ รยี น
1) มคี วามสามารถในการอา่ น การเขยี น การสื่อสาร และการคดิ คานวณ
2) มคี วามสามารถในการคิดวิเคราะห์ คดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ อภปิ รายแลกเปล่ียน
ความคิดเหน็ และแกป้ ัญหา
3) มีความสามารถในการสร้างนวัตกรรม
4) มคี วามสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร
5) มผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นตามหลักสูตรสถานศึกษา
6) มีความรู้ ทักษะพน้ื ฐาน และเจตคติท่ดี ีต่องานอาชพี
1.2 คุณลกั ษณะทีพ่ ึงประสงคข์ องผเู้ รยี น
1) การมคี ุณลักษณะและค่านิยมทดี่ ตี ามท่สี ถานศึกษากาหนด
2) ความภมู ใิ จในทอ้ งถ่ินและความเปน็ ไทย
3) การยอมรบั ท่จี ะอยรู่ ่วมกันบนความแตกตา่ งและหลากหลาย
4) สุขภาวะทางร่างกาย และจติ สังคม
มำตรฐำนที่ 2 กระบวนกำรบรหิ ำรและกำรจดั กำร
2.1 มเี ป้าหมายวสิ ัยทัศนแ์ ละพนั ธกิจท่ีสถานศกึ ษากาหนดชัดเจน
2.2 มีระบบบริหารจดั การคุณภาพของสถานศึกษา
2.3 ดาเนินงานพัฒนาวิชาการทเี่ น้นคณุ ภาพผ้เู รียนรอบด้านตามหลกั สูตรสถานศึกษา
และทกุ กลุ่มเปา้ หมาย
2.4 พัฒนาครูและบุคลากรใหม้ ีความเช่ยี วชาญทางวิชาชีพ
2.5 จดั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพและสังคมท่ีเออ้ื ต่อการจัดการเรยี นรู้อยา่ งมีคุณภาพ
2.6 จดั ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือสนับสนุนการบริหารจดั การและการจดั การเรียนรู้
มำตรฐำนที่ 3 กระบวนกำรจัดกำรเรยี นกำรสอนท่ีเนน้ ผูเ้ รยี นเป็นสำคัญ
3.1 จดั การเรยี นรผู้ ่านกระบวนการคดิ และปฏบิ ัติจริง และสามารถนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ได้
3.2 ใช้ส่ือ เทคโนโลยสี ารสนเทศและแหลง่ เรียนรู้ทีเ่ ออ้ื ต่อการเรยี นรู้
3.3 มีการบริหารจัดการช้ันเรียนเชิงบวก
3.4 ตรวจสอบและประเมินผ้เู รียนอยา่ งเปน็ ระบบและนาผลมาพัฒนาผู้เรียน
3.5 มกี ารแลกเปลยี่ นเรียนรู้และให้ข้อมลู สะท้อนกลับเพ่ือพฒั นาและปรบั ปรุงการจัดการเรยี นรู้
3
4. ขอบเขตของแผนพฒั นำกำรจดั กำรศกึ ษำ
ใช้พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” ตาม
มาตรฐานขั้นพ้ืนฐานของโรงเรียน จานวน 3 มาตรฐาน และจุดเน้นการพัฒนา จานวน 21 จุดเน้น ภายใน
3 ปี (ปี พ.ศ. 2563-2565)
5. ประโยชนท์ จี่ ะได้รับ
โรงเรยี นมีแผนพัฒนาการจดั การศกึ ษาเปน็ เครื่องมือในการบริหารจัดการและพฒั นาการศึกษาให้
มคี ณุ ภาพตามเป้าหมาย สอดรับกับปรัชญา ปณธิ าน วสิ ัยทศั น์ และอตั ลกั ษณข์ องโรงเรยี น ทาให้ได้รับความ
เช่อื ถือศรทั ธาจากผ้รู บั บรกิ าร
6 นยิ ำมศพั ท์
6.1 โรงเรยี น หมายถึง โรงเรยี นอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”
6.2 เป้าหมายเชิงนโยบาย หมายความวา่ ส่ิงท่ตี ้องการใหเ้ กิดขน้ึ ในอนาคตโดยกาหนดแนวทาง
ให้ดาเนินการ
6.3 ปรัชญา หมายความวา่ อดุ มการณค์ วามเปน็ จรงิ ท่ตี ้องการพฒั นาให้เกิดข้ึนในอนาคต
6.4 ปณิธาน หมายความวา่ ความมุง่ มั่นต้ังใจท่จี ะทาใหบ้ รรลถุ ึงเป้าหมายท่วี างไว้
6.5 วิสยั ทศั น์ หมายความว่า ภาพความสาเรจ็ ในอนาคตท่ีอยากเป็น
6.6 พันธกิจ หมายความว่า แนวทางของหน่วยงานท่ีจะปฏิบัติให้บรรลุเป้าหมายความสาเร็จท่ี
กาหนดไวใ้ นวิสยั ทศั น์
6.7 อัตลักษณ์ หมายความว่า สิง่ ท่ีเปน็ ลกั ษณะพิเศษหรือความโดดเดน่ ทางท่ดี ขี องสถานศกึ ษา
6.8 กลยทุ ธอ์ งค์กร หมายความว่า กลุม่ กลยุทธร์ ะดบั แผนงานตา่ งๆ
6.9 กลยุทธร์ ะดบั แผนงาน หมายความวา่ กลุ่มกลยุทธ์ระดบั โครงการต่างๆ
6.10 กลยทุ ธ์ระดับโครงการ หมายความว่า กลุม่ ของกิจกรรมตา่ งๆ
6.11 เป้าประสงค์ หมายความวา่ ความคาดหวงั ที่ต้องการให้เกิดข้นึ โดยสอดรบั กบั พันธกิจและ
วสิ ยั ทัศน์
6.12 เปา้ หมายรายปี หมายความวา่ ส่ิงที่ตอ้ งการใหเ้ กดิ ในปที กี่ าหนด
6.13 ตวั ชีว้ ัดความสาเร็จ หมายความว่า ส่ิงบง่ บอกความสาเร็จของงานท่ปี ฏิบตั ไิ ด้
4
บทที่ 2
เอกสำรทเี่ กย่ี วข้อง
1. สภำพทั่วไปของโรงเรยี นอนบุ ำลเชียงคำน “ปทมุ มำสงเครำะห์”
โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” ตั้งอยูเลขที่ 406 หมู่ที่ 1 ถนนศรีเชียงคาน
ตาบลเชียงคาน อาเภอเชียงคาน จังหวัดเลย รหัสไปรษณีย 42110 โทรศัพท 0-4282-1044 โทรสาร
0-4282-1094 เว็บไซต์ anubanchiangkhan.loei1.go.th ห่างจากสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา
ประถมศึกษาเลย เขต 1 ระยะทาง 41 กิโลเมตร
เปดสอนตั้งแตระดับอนุบาล 1 ถึง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีเขตบริการ 2 หมู่ คือ บ้านเชียงคาน
หมทู่ ่ี 1 และบา้ นทา่ นาจันทร์ หมูท่ ี่ 6
1.1 ประวตั โิ รงเรียน
โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” เดิมชื่อ โรงเรียนประชาบาลตาบลเมือง 3 สตรี
วิทยาคาร ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 เดือนเมษายน พ.ศ. 2482 โดยขุนประพันธ์พิพัฒนพงษ์ (เลื่อน นิลประพันธ์)
นายอาเภอเชียงคาน และนายพงษ์ รม่ โพธท์ิ อง ศึกษาธิการอาเภอเชียงคานเป็นผู้จดั ตงั้ (ปัจจบุ ันเป็นท่ีตั้ง
สานักงานสาธารณสุขอาเภอเชียงคาน) เป็นอาคารเรียนชั่วคราวทรงมนิลา พ้ืนดิน หลังคามุงหญ้าแฝก
เปดิ เรียนวนั แรกเม่อื วันที่ 8 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2482 มีนักเรียนทง้ั หมด 162 คน สอนตง้ั แต่ช้ันมลู ถึง
ช้ัน ป.4 แบง่ เปน็ 6 ห้องเรยี น มีนายทับทมิ วิวฒั นประทุม เป็นครใู หญ่ มีครูทง้ั หมด 8 คน
เม่ือวันท่ี 26 เดือน มิถุนายน พ.ศ. 2484 ได้ย้ายมาอยู่ท่ีปัจจุบัน โดยอาศัยที่ว่าการอาเภอ
เชยี งคานเกา่ เป็นอาคารเรยี น
วันที่ 16 ตุลาคม 2493 ย้ายช้ันประถมศึกษาปีท่ี1-3 ไปเรียนท่ีศาลาวัดมหาธาตุ และช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 4 ไปเรียนที่วัดท่าคก เน่ืองจากอาคารเรียนทรุดโทรมมาก พระครูพินิตสังฆกรรม(พระ
มหาบุญหนกั ปทุมมา) จึงไดบ้ ริจาคเงินจานวน 38,148 บาท (สามหม่นื แปดพันหน่งึ ร้อยส่ีสิบแปดบาทถว้ น)
สมทบกับเงินงบประมาณ 28,000 บาท (สองหม่ืนแปดพันบาทถ้วน) รวมเป็นเงิน 66,148 บาท (หกหม่ืน
หกพันหนงึ่ รอ้ ยส่ีสบิ แปดบาทถว้ น) สร้างอาคารเรียนถาวร เม่อื วนั ที่ 24 มิถนุ ายน 2500 ได้เปลย่ี นชื่อเป็น
โรงเรียนบ้านเชยี งคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” โดยใช้ช่ือสกุลของผอู้ ุปการะคร้ังแรกเปน็ ชื่อโรงเรียน บนเน้ือท่ี
55 ไร่ 1 งาน 28 ตารางวา ต่อมามีชุมชนและส่วนราชการเข้ามาขอใช้พ้ืนที่ปัจจุบันมีพื้นท่ี จานวน 23 ไร่
0 งาน 7.5 ตารางวา ใช้จดั การศึกษาเป็นอาคารเรียนอาคารประกอบ จานวน 5 ไร่ สนามกฬี า 4 ไร่ พื้นที่
เกษตร 7 ไร่ แหล่งเรียนรู้ 7.75 ไร่
ปีการศึกษา 2547 ได้อาคารเรียน แบบ สปช.1/2528 จานวน 1 หลัง 3 ชั้น 15 ห้องเรียน ช่ือ
อาคารมาตา มหาคณุ จานง ณ ศลี วันต์ งบประมาณ 6,8656,021 บาท โดยไดร้ ับการบริจาคจาก ฯพณฯ
ดร.เชาว์ ณ ศลี วันต์ องคมนตรี บุตร และนายไชย ณ ศลี วันต์ หลาน ตามความดารขิ อง ท่านพระอาจารย์
5
อินทร์ถวาย สันตุสสโก วัดป่านาคาน้อย อาเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี มอบแก่กระทรวงศึกษาธิการ เม่ือ
วนั ท่ี 18 มิถนุ ายน 2547
ปีการศึกษา 2556 สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ได้คัดเลือกให้เป็นโรงเรียน
อนุบาลประจาเขตพื้นท่ีการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ครู และบุคลากรในโงเรียน
ผู้ปกครอง นักเรียน ได้ร่วมกันพิจารณาเปลี่ยนช่ือโรงเรียนใหม่ ช่ือว่า โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมา
สงเคราะห์” ตามประกาศสานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 เม่ือวันท่ี 22 มกราคม
2556
ปีการศึกษา 2557 ได้รับคัดเลือกจากมูลนิธิยุวสถิรคุณให้เป็นสถานศึกษาพอเพียงท่ีมีการจัดการ
เรียนรู้ ระดบั ประเทศ
ปีการศึกษา 2558 ได้อาคารเรียนปฐมวัย (อาคารดรุณมีสวัสดิ์รัตนรังสี) จานวน 1 หลัง 6
ห้องเรียน จากคุณไชย ณ ศีลวันต์ และได้รับแต่งต้ังเป็นโรงเรียนเครือข่ายยุวทูตความดีจากมูลนิธิยุสทูต
ความดี กระทรวงการตา่ งประเทศ และได้รบั งบประมาณกอ่ สรา้ งอาคารเรยี น แบบ สปช.105/29 ปรับปรุง
2 ช้ัน 4 ห้องเรียน (ใต้ถุนโล่ง) บันไดข้ึน 2 ข้าง จานวน 1 หลัง งบประมาณ 3,843,100 บาท จาก
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร
ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนได้อาคารโรงฝึกงาน จานวน 1 หลัง จากสานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน
1.2 ลกั ษณะภูมปิ ระเทศ
ภูมิประเทศโดยท่ัวไปของอาเภอเชียงคานเชียงคาน มีภูเขาล้อมรอบ ลักษณะเป็นแอ่งกระทะมี
แมน่ ้าโขงไหลผ่าน
1.3 ลักษณะภูมิอำกำศ
อำเภอเชียงคำน อยู่ใต้อิทธพิ ลของลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ และลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ
ชว่ งเดอื นมิถนุ ายน–ตุลาคม จะมีลมมรสมุ หรือแนวปะทะโซนร้อน พาดผา่ นทาให้มีฝนตกติดต่อกันหลายวัน
และบางครั้งจะมพี ายุหมุนเขตรอ้ น เคลอ่ื นพาดผ่านเป็นครั้งคราว ซึ่งจะมีฝนตกหนัก และจะมีอากาศหนาว
มากในช่วงเดอื นพฤศจิกายนถงึ เดอื นกุมภาพันธ์
1.4 สภำพชมุ ชน
(1) สังคมและวัฒนธรรม
ชุมชนบ้านเชียงคาน หมู่ท่ี 1 ในเขตเทศบาล มีจานวนครัวเรือน 1,175 ครัวเรือน
มปี ระชากรท้ังสน้ิ 3,121 คน เป็นชาย 1,357 คน เป็นหญิง 1,764 คน นอกเขตเทศบาล มีจานวนครวั เรือน
326 ครัวเรือน มีประชากรทั้งส้ิน 854 คน เป็นชาย 442 คน เป็นหญิง 412 คน ชุนชนบ้านท่านาจันทร์
หมู่ท่ี 6 มีจานวนครวั เรือน 398 ครัวเรือน มีประชากรทั้งสิ้น 1,007 คน เป็นชาย 521 คน เป็นหญิง 486
คน ชุมชนนับถอื ศาสนาพุทธ มคี วามโอบอ้อมอารี รกั ษาขนบธรรมเนยี มประเพณีวัฒนธรรมท้องถ่ิน เช่น
6
การทาบุญประเพณีต่างๆ แต่มีชุมชนแออัดท่ีมีท้ังชาวต่างถ่ินและชาวต่างด้าวอพยพเข้ามาทามาหากินทา
ให้เกิดความเสี่ยงด้านยาเสพติด การพนัน การลักขโมย บางครอบครัวไปทางานต่างถิ่นปล่อยให้ลูกอยู่กับ
ญาติพนี่ ้องทาให้ครอบครวั ขาดความอบอุ่น บางครอบครัวไปทางานไม่มีเวลาอบรมเล้ียงดูลกู บางครอบครัว
ผ้ปู กครองขาดความร้คู วามเขา้ ใจในหลักสูตรการสอนไม่สามารถให้ความรู้แก่บุตรหลานได้ แต่ผู้ปกครองให้
ความสนใจในด้านการศกึ ษาและใหก้ ารสนับสนุนอย่างต่อเนือ่ ง
(2) เศรษฐกิจ
ประชากรส่วนใหญ่มีอาชีพทางการเกษตร ทาไร่ ทาสวน ทานา และประมง ฐานะ
ปานกลาง รายได้เฉล่ีย 45,000 บาท/ปี สามารถส่งเสริมสนับสนุนให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษาของ
โรงเรยี นได้เป็นอย่างดี
(3) เทคโนโลยี
ชุมชนมีการใช้เทคโนโลยี เช่น โทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์เคล่ือนที่ คอมพิวเตอร์ รถยนต์ รถ
ไถนา ทาให้มีการส่ือสารและได้รับข่าวสารทันต่อเหตุการณ์ แต่ก็มีความเสี่ยงในการใช้เทคโนโลยีที่ไม่
เหมาะสม เชน่ ใชค้ อมพิวเตอร์ในการเล่นเกมสแ์ ละส่อื ลามกอนาจาร
(4) กำรเมือง
ชุมชนมีวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตย เคารพกฎหมาย ยึดม่ันในชาติ ศาสนา และ
พระมหากษตั ริย์ เป็นชมุ ชนเมอื ง และบางสว่ นเปน็ ชุมชนชนบท มีองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ คอื เทศบาล
และองค์การบริหารส่วนตาบล มีความสนใจด้านการเมือง เห็นจากการใช้สิทธ์ิในการเลือกต้ังระดับท้องถิ่น
เช่นเลือกต้ังผู้ใหญ่บ้าน กานัน สมาชิก อบต. สมาชิกเทศบาล และการเลือกต้ังระดับชาติ เช่นเลือกตั้ง
สมาชกิ สภาผูแ้ ทนราษฎร มผี ้มู าใชส้ ิทธ์ิ ประมาณ รอ้ ยละ 80
2. ภำรกิจและโครงสรำ้ งของโรงเรยี นอนุบำลเชียงคำน “ปทมุ มำสงเครำะห์”
โรงเรียนมภี ารกิจ และอานาจหนา้ ทใ่ี นการจดั การศึกษา ดังนี้
1. จดั การศกึ ษาแก่เด็กวัยเรียนอยา่ งทั่วถึงตามพระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542
มาตรา 10
2. พฒั นานกั เรยี นใหม้ ีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน
3. พฒั นานักเรียนใหม้ ีคณุ ธรรม จริยธรรม และลกั ษณะอันพึงประสงค์
4. พฒั นาบุคลากรให้สามารถปฏบิ ตั ิหนา้ ที่ได้อย่างมปี ระสิทธภิ าพตามเกณฑ์มาตรฐาน
5. บรหิ ารจดั การศึกษาตามหลักธรรมาภบิ าล ส่งเสรมิ การมีส่วนร่วม
6. บรหิ ารจดั การศึกษาตามมาตรฐานการศึกษา
7. บรหิ ารจัดการศกึ ษาตามาตรา 39 ของ พ.ร.บ.การศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 แก้ไขเพ่มิ เติม
(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 (สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน. 2550 : 167-170) ดังน้ี
7.1 การบรหิ ารวิชาการ มีภารกิจ ดังนี้
1) การพัฒนาหรือการดาเนนิ การเกยี่ วกับการใหค้ วามเห็นการพัฒนาสาระหลกั สูตรท้องถ่นิ
7
2) การวางแผนงานด้านวชิ าการ
3) การจัดการเรยี นการสอนในสถานศกึ ษา
4) การพัฒนาหลกั สตู รของสถานศกึ ษา
5) การพฒั นากระบวนการเรียนรู้
6) การวดั ผล ประเมินผล และดาเนินการเทยี บโอนผลการเรียน
7) การวจิ ัยเพ่ือพฒั นาคณุ ภาพการศึกษาในสถานศกึ ษา
8) การพัฒนาและส่งเสริมใหม้ ีแหลง่ เรยี นรู้
9) การนเิ ทศการศึกษา
10) การแนะแนว
11) การพัฒนาระบบประกนั คุณภาพภายในและมาตรฐานการศึกษา
12) การสง่ เสริมชมุ ชนใหม้ คี วามเขม้ แขง็ ทางวิชาการ
13) การประสานความร่วมมอื ในการพฒั นาวิชาการกับสถานศกึ ษาและองค์กรอืน่
14) การส่งเสริมและสนับสนุนงานวชิ าการแกบ่ ุคคล ครอบครวั องคก์ ร หนว่ ยงาน
สถานประกอบการและสถาบันอนื่ ทจ่ี ดั การศึกษา
15) การจดั ระเบยี บและแนวปฏบิ ตั ิเก่ียวกับงานดา้ นวิชาการของสถานศึกษา
16) การคัดเลือกหนงั สือ แบบเรยี นเพือ่ ใชใ้ นสถานศึกษา
17) การพัฒนาและใชส้ อื่ เทคโนโลยเี พ่ือการศึกษา
7.2 การบริหารงบประมาณ มีภารกิจ บริหารแผนงานและงบประมาณให้บรรลพุ นั ธกจิ
ของสถานศึกษา ดังนี้
1) การจดั ทาแผนงบประมาณและคาขอต้ังงบประมาณเพ่ือเสนอคณะกรรมการ
การศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน
2) การจดั ทาแผนปฏิบตั กิ ารใช้จา่ ยเงิน ตามทไี่ ดร้ บั จัดสรรงบประมาณ
3) การอนมุ ัติการใชจ้ ่ายงบประมาณท่ไี ดร้ ับจัดสรร
4) การขอโอนและการขอเปลยี่ นแปลงงบประมาณ
5) การรายงานผลการเบกิ จ่ายงบประมาณ
6) การตรวจสอบตดิ ตามและรายงานการใชง้ บประมาณ
7) การตรวจสอบติดตามและรายงานการใชผ้ ลผลิตจากงบประมาณ
8) การระดมทรัพยากรและการลงทุนเพ่ือการศกึ ษา
9) การปฏิบัตงิ านอ่นื ใดตามท่ีได้รับมอบหมายเก่ยี วกับกองทนุ เพื่อการศกึ ษา
10) การบรหิ ารจดั การทรัพยากรเพื่อการศึกษา
11) การวางแผนพัสดุ
8
12) การกาหนดแบบรปู รายการ หรอื คุณลักษณะเฉพาะของครภุ ัณฑห์ รือ
สิ่งกอ่ สรา้ งท่ีใช้เงนิ งบประมาณเพ่ือเสนอต่อเลขาธกิ ารคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน
13) การพัฒนาระบบข้อมลู และสารสนเทศเพ่ือการจัดทาและจดั หาพัสดุ
14) การจดั หาพัสดุ
15) การควบคมุ ดูแล บารงุ รักษาและจาหน่ายพสั ดุ
16) การจดั หาผลประโยชนจ์ ากทรัพยส์ ิน
17) การเบิกเงินจากคลงั
18) การรับเงิน การเกบ็ รักษาเงนิ และการจา่ ยเงนิ
19) การนาเงินส่งคลัง
20) การจดั ทาบัญชกี ารเงนิ
21) การจดั ทารายงานทางการเงินและงบการเงิน
22) การจดั ทาและจัดหาแบบพมิ พ์บญั ชี ทะเบยี นและรายงาน
7.3 การบรหิ ารงานบคุ คล มีภารกจิ สง่ เสรมิ สนับสนุนและพฒั นาครแู ละบุคลากรให้มี
ประสิทธิภาพเหมาะสมกับการจดั การศึกษา ดังน้ี
1) การวางแผนอัตรากาลัง
2) การจัดสรรอัตรากาลงั ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา
3) การเปล่ียนตาแหน่งใหส้ งู ขึ้น การยา้ ยชา้ ราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา
4) การดาเนนิ การเกยี่ วกบั การเลื่อนข้นั เงินเดือน
5) การลาของบุคลากรสงั กัดสถานศกึ ษาที่ไมม่ ีระเบียบกาหนดไว้โดยเฉพาะ
6) การประเมินผลการปฏิบตั ิงาน
7) การดาเนินการทางวนิ ัยและการลงโทษ
8) การสง่ั พกั ราชการและการสง่ั ให้ออกจากราชการไว้ก่อน
9) การรายงานการดาเนินการทางวนิ ัยและการลงโทษ
10) การออกจากราชการ
11) การจัดระบบและการจัดทาทะเบยี นประวตั ิ
12) การจัดทาบัญชรี ายช่อื และให้ความเห็นเกยี่ วกบั การเสนอขอพระราชทาน
เครื่องราชอิสรยิ าภรณ์
13) การส่งเสรมิ การประเมินวิทยฐานะขา้ ราชการครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
14) การส่งเสริมและยกยอ่ งเชิดชูเกียรติ
15) การส่งเสรมิ มาตรฐานวชิ าชีพและจรรยาบรรณวิชาชพี
16) การสง่ เสรมิ วินยั คณุ ธรรมและจริยาธรรมสาหรบั ข้าราชการครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษา
17) การสง่ เสรมิ การขอรับใบอนญุ าตประกอบวชิ าชพี ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา
9
18) การพัฒนาข้าราชการครูและบคุ ลากรทางการศึกษา การดาเนินการทีเ่ ก่ียวข้อง
กับการบริหารงานบุคคลใหเ้ ป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนัน้
7.4 การบรหิ ารทั่วไป มภี ารกิจคอื สนบั สนุนและอานวยความสะดวกให้กับครู ผปู้ กครอง ชุมชน
จดั การศึกษาอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ และเกิดประสิทธผิ ล บรรลตุ ามมาตรฐานการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน ดังน้ี
1) การพฒั นาระบบและเครือขา่ ยข้อมูลสารสนเทศ
2) การประสานงานและพฒั นาเครอื ข่ายการศกึ ษา
3) การวางแผนการบริหารงานการศึกษา
4) งานวิจยั เพ่ือพัฒนานโยบายและแผน
5) การจดั ระบบการบริหารและพฒั นาองค์กร
6) การพฒั นามาตรฐานการปฏิบตั ิงาน
7) งานเทคโนโลยเี พื่อการศึกษา
8) การดาเนินงานธรุ การ
9) การดูแลอาคารสถานทแี่ ละสภาพแวดล้อม
10) การจัดทาสามะโนผเู้ รียน
11) การรับนักเรยี น
12) การเสนอความเห็นเก่ยี วกับเรือ่ งการจัดตั้ง ยุบ รวมหรอื เลิกสถานศกึ ษา
13) การประสานการจดั การศึกษาในระบบ นอกระบบและตามอัธยาศยั
14) การะดมทรพั ยากรเพื่อการศึกษา
15) การทศั นศึกษา
16) งานกิจการนักเรยี น
17) การประชาสัมพันธ์งานการศกึ ษา
18) การส่งเสริม สนับสนุนและประสานการจดั การศกึ ษาของบุคคล ชุมชน องค์กร
หนว่ ยงานและสถาบนั สังคมอ่ืนท่จี ดั การศึกษา
19) งานประสานราชการกับส่วนภูมภิ าคและส่วนทอ้ งถิ่น
20) การรายงานผลการปฏิบตั ิงาน
21) การจดั ระบบควบคมุ ภายในหนว่ ยงาน
22) แนวทางการจัดกจิ กรรมเพ่อื ปรับเปลย่ี นพฤติกรรมในการลงโทษนกั เรยี น
3. ขอ้ มลู ทำงกำรศกึ ษำ ( ณ วันท่ี 10 มิถนุ ายน 2562 )
1) นกั เรียน นักเรยี นทีเ่ ข้ามาเรียนในโรงเรียนน้ี มที ้ังนักเรยี นในเขตบรกิ ารและนอกเขตบรกิ าร คือ
1) เขตบริการ ไดแ้ ก่ บ้านเชยี งคาน หมูท่ ่ี 1 และบ้านทา่ นาจนั ทร์ หมู่ที่ 6
มนี ักเรียน 257 คน
10
2) นอกเขตบรกิ าร ได้แก่ ตาบลบุฮม, ตาบลปากตม, ตาบลเชยี งคาน หมู่ท่ี 2,
ตาบลนาซ่าว, ตาบลเขาแกว้ , ตาบลหาดทรายขาว รวมทง้ั ส้นิ 31 หมู่บ้าน
มนี ักเรียน 715 คน
มนี ักเรียนในเขตและนอกเขตบรกิ าร รวมทั้งส้นิ 9 คน
เน่ืองจากนักเรียนมาจากหลายหมู่บ้าน สถานภาพของครอบครัว ฐานะและสภาพแวดล้อมท่ี
แตกต่างกัน ส่งผลให้นักเรียนบางคนมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ พิการและด้อยโอกาส ทาให้มีปัญหา
ทางด้านการเรียน ด้านพฤติกรรมบ้างพอสมควร แต่ถือเป็นความท้าทายที่ครูและบุคลากรทางการศึกษา
ทุกคนจะช่วยกนั พฒั นานกั เรยี นใหม้ ีคณุ ภาพและมาตรฐาน สมดังทพี่ ่อแมผ่ ู้ปกครองคาดหวัง
ตำรำงท่ี 1 จานวนนกั เรียนจาแนกเปน็ ระดบั ชัน้ และเพศ ปกี ารศกึ ษา 2562
ชน้ั จำนวนนกั เรียน จำนวน หมำยเหตุ
ชำย หญงิ รวม หอ้ งเรยี น
อ.1 10 13 23 1
อ.2 32 21 53 2
อ.3 37 31 68 2
ป.1 71 65 136 4
ป.2 58 45 103 3
ป.3 77 54 131 3
ป.4 59 64 123 3
ป.5 74 57 131 3
ป.6 57 72 129 3
รวม 475 422 897 25
แหล่งข้อมลู : ขอ้ มูล 10 มถิ นุ ายน 2562 งานบริหารทัว่ ไป โรงเรยี นอนบุ าลเชยี งคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”
2) ครแู ละบคุ ลำกรทำงกำรศึกษำ
โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” มีครูและบุคลากรทางการศึกษาส่วนใหญ่เป็น
ผู้หญิง และมีอายุเฉลี่ย 53 ปีข้ึนไป เป็นคนในพื้นท่ีและมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติหน้าท่ีที่
รบั ผิดชอบ มีความตระหนักในการจัดการเรียนการสอน แต่ครูไม่ได้สอนตามวิชาเอก มีครูผู้หญิงมากกว่า
ครผู ชู้ าย ในดา้ นสขุ ภาพของครูบางส่วนมปี ัญหาด้านสขุ ภาพ จงึ ทาใหป้ ระสทิ ธิภาพในการสอนลดลง
11
ตำรำงท่ี 2 จานวนครแู ละบุคลากรทางการศึกษาแยกตามวฒุ ิ ปีการศกึ ษา 2562
วฒุ ทิ างการศึกษา/เพศ
ประเภท ตาแหนง่ วทิ ยฐานะ ป.โท ป.บณั ฑิต ป.ตรี ต่ำกวำ่ ป.ตรี รวมทั้งสน้ิ
ช ญช ญช ญช ญช ญร
ผูอ้ านวยการ ชานาญการพิเศษ 1 11
โรงเรยี น ชานาญการพเิ ศษ 22
ผู้บริหาร รองผู้อานวยการ 2
โรงเรียน
การสอน ครู ไมม่ วี ิทยฐานะ 1 11
การสอน ครู ชานาญการ 1 14 156
5 19 6 23 29
ชานาญการพิเศษ 1 4
ลกู จ้างประจา 222
ลกู จ้างช่ัวคราว 121 3257
รวม 2 5 2 1 8 25 2 3 14 34 48
แหลง่ ขอ้ มลู : ขอ้ มูล 10 มถิ ุนายน 2562 งานบริหารบคุ คล โรงเรยี นอนบุ าลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”
3) งบประมำณ ปีงบประมำณ 2562
เงนิ งบประมาณได้จากทางราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ ชมุ ชน และผ้ปู กครอง
ตำรำงที่ 3 งบประมาณ ปีงบประมาณ 2562
ท่ี ประเภทรายจ่าย จานวน/บาท หมายเหตุ
1 เงินอุดหนุนรายหัว 4,246,156
2 เงนิ อุดหนนุ อาหารกลางวนั 3,708,000
3 เงินบริจาค -
4 เงินรายไดส้ ถานศกึ ษา 1,319,642.95
5 เงินสนบั สนนุ การจดั การศกึ ษา -
แหลง่ ข้อมลู : รายงานการเงิน 10 มิถนุ ายน 2562 งานบริหารงบประมาณ
4) อำคำรสถำนที่ โรงเรียนอนุบาลเชยี งคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” มีพนื้ ที่ จานวน 23 ไร่ - งาน
7.5 ตารางวา ใช้จัดการศึกษาเป็นอาคารเรียนอาคารประกอบ จานวน 5 ไร่ สนามกีฬา 4 ไร่ พื้นที่พืชผัก
สวนครวั 7 ไร่ แหลง่ เรียนรู้ 7.75 ไร่
12
ตำรำงที่ 4 จานวนอาคารเรียน อาคารประกอบ ปกี ารศึกษา 2562
ที่ อำคำร จำนวน หมำยเหตุ
หลงั ห้อง/ท่นี ัง่
1 อาคารเรียน 6-
2 อาคารอเนกประสงค์ 2-
3 โรงฝกึ งาน 2-
4 บ้านพกั นกั การภารโรง 2-
5 ส้วม 8-
6 ห้องคอมพิวเตอร์ -1
7. หอ้ งสมุด -1
8. หอ้ งวทิ ยาศาสตร์ -1
9. ห้องคณิตศาสตร์ -1
10. หอ้ งภาษาไทย -1
11. ห้องศนู ยว์ ัฒนธรรม -1
12. หอ้ งศลิ ปะ -1
13. หอ้ งนาฏศิลป์ -1
14. หอ้ งพัฒนาผู้เรียน -1
15. หอ้ งสหกรณร์ า้ นค้า -1
16. ห้องพลศกึ ษา -1
17. ห้องพระพทุ ธศาสนา -1
18. ห้องวดั และประเมินผล -1
19. หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารทางภาษา สปช. -1
20. ห้องปฏบิ ัติการทางภาษา กาลังเอก - 1
21. หอ้ งพยาบาล -1
22. ห้องประชมุ -1
23. ห้องอาเซยี นศึกษา -1
24. หอ้ งสานกั งาน -4
25. ห้องศนู ยป์ ฐมวยั ตน้ แบบ -2
26. ห้องคหกรรม -1
27. ห้องธนาคารขยะ -1
28. ห้องศาสตร์พระราชา -1
29. หอ้ งพัสดุ -1
30. หอ้ งการงานอาชพี -1
แหล่งข้อมลู : รายงานการตรวจสอบพสั ดุ ปงี บประมาณ 2562 วันที่ 10 มถิ ุนายน 2562
แผนผังบรเิ วณของสถำนศึกษำ โรงเรียนอนบุ ำล
ส้วม ครัว อาคาร ศูนย์
อนุบาล ไฮสโคป
อาคารโรงอาหาร
สนาม ศูนยป์ ฐมวยั
บาสเกต สระน้า
บอล
ห้องพล
เรือน ศึกษา โรงรถ
เพาะ หอ้ งศาสตร์
ชา พระราชา
อาคารอเนกประสงค์ อาคาร สปช. 105/29
นาฎศิลป์ / ศิลปะ โรงน้าดื่ม ผกั กางมงุ้
แปลงสาธิต
การเกษตร
13
ลเชียงคำน “ปทุมมำสงเครำะห์” ปกี ำรศึกษำ 2562
N สนามฟตุ บอล
ภารโรง อาคารสามช้นั มาตา มหาคุณ จานงค์ อาคาร
คหกรรม ภารโรง ณ ศีลวนั ต์ สปช.2/28 สานกั
งาน
สว้ ม สว้ ม ส้วม 105/29
อาคาร สปช. 105/29 ส้วม
หอ้ ง ป.6 และห้องพเิ ศษ
อาคาร สปช. 105/29
14
5) สื่อ วสั ดุ อุปกรณแ์ ละแหล่งเรยี นรู้
5.1 แหล่งเรยี นรใู้ นโรงเรยี น
1) หอ้ งคอมพิวเตอร์
2) บ่อเลีย้ งปลาในกระชงั
3) บอ่ เลีย้ งปลา
4) คอกเลีย้ งหมูป่า
5) ผักกางมุ้ง
6) เรือนเพาะเหด็
7) สวนสมนุ ไพร
8) ห้องสมุด
9) ห้องปฏิบตั ิการวทิ ยาศาสตร์
10) หอ้ งปฏบิ ัติการคณิตศาสตร์
11) ห้องปฏบิ ัติการทางภาษา
12) ห้องคหกรรม
13) ธนาคารขยะรีไซเคลิ
14) ห้องพระพุทธศาสนา
15) ฐานการเรยี นรู้นา้ หมกั ชีวภาพ
16) เล้าไก่ไข่
17) เรือนเพาะชา
18) ฐานการเรยี นรู้ BBL
5.2 แหลง่ เรียนรู้นอกโรงเรียน
1) วัดโพนชยั
2) วัดศรคี ณุ เมือง
3) การประปาสว่ นภมู ภิ าค
4) การทาข้าวหลาม
5) วดั ภูช้างนอ้ ย
6) บ้านไม้เกา่ ริมโขง
7) ศูนยว์ ิจัยและพฒั นาประมงน้าจดื จงั หวัดเลย
8) แกง่ คดุ คู้
9) พระพทุ ธบาทภูควายเงนิ
10) การทาผา้ หม่ นวม
15
ตำรำงท่ี 5 จานวนคอมพิวเตอร์ทใ่ี ช้บรหิ ารจัดการและจัดการเรยี นการสอน ปกี ารศึกษา 2562
ท่ี รำยกำร จำนวน/เคร่ือง หมำยเหตุ
1 ใช้บรหิ ารจดั การ 15 อตั ราเฉลย่ี
2 ใชจ้ ัดการเรยี นการสอน 85 คอมพวิ เตอร์ : นกั เรียน
รวม 100 1 : 40
แหล่งข้อมลู : ข้อมูลสารสนเทศ งานบริหารวชิ าการ โรงเรียนอนบุ าลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”
6) กำรบริหำรจัดกำร
บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตามหลักธรรมาภิบาล การบริหารแบ่ง
ออกเปน็ 4 ฝา่ ย ได้แก่
1) งานบรหิ ารวิชาการ
2) งานบรหิ ารงานบุคคล
3 งานบริหารงานงบประมาณ
4) งานบรหิ ารงานท่วั ไป
แผนภูมิท่ี 1 แผนภูมิการจัดโครงสรา้ งการบริหารของโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”
ปกี ารศึกษา 2562
นายสมชาย คาพมิ พ์
ผู้อานวยการโรงเรียน
นายสุวรรณ มงั บูแ่ วน่
รองผอู้ านวยการโรงเรยี น
งำนบริหำรวิชำกำร งำนบริหำรบคุ คล งำนบริหำรงบประมำณ งำนบรหิ ำรท่ัวไป
นางอารุณ มงั บแู่ วน่ หัวหนา้ นางศิวนาถ คุณาธปิ หวั หนา้ นางสาววัชรี สมวัน หวั หน้า นายพิทกั ษ์ แสงสดี า หวั หนา้
นางวาสนา วงษว์ ชิรโชติ นางสาวฉลวย สุวรรณพรรค นายสมบรู ณ์ ทพิ รส นางเกษรา บบั ภาสังข์
นางสรวงสดุ า แกว้ อุดร นางสาวขนษิ ฐา นันทะนา นางอรณุ ี สมวนั นายประวทิ ย์ ศริ ภิ าษณ์
นางลาพนู สวุ รรณศรี นางราตรี บงแก้ว นางสาวศิวพร พันธ์มกุ
นางสาวแกว้ เกิด หงษา นางสธุ กิ านต์ ยึนประโคน นางละมัย ศรีอรรคพรหม
นายธวัชชยั นามวงศษ์ า นางสาวภทั ริกา อาจจุลฬา นางสุดาภรณ์ สนธมิ ูล
นางขนิษฐา เจยี มไทยสงค์ นางสาวอญั ญานี ทองคา นายวรี ะยุทธ เรอื งธรรม
นางฐติ าภา จันมา นางสาววรารตั น์ กลุ วงษ์ นายอภินนั ท์ หาดทะวายการ
นางสาวกชพร กาเหนิด นางสาวชตุ ินนั ท์ ศิริชัยวริ ิยะ
นางสาวกติ ตรา มหาสภุ าพ นางเสาวนิตย์ ศริ ิภาษณ์
นางสาวสุนษิ า นาผล นางนิววรรณ ทิมเขียว
นายบญุ ชู เครอ่ื งกลาง
16
4. ผลกำรดำเนนิ งำนทผี่ ำ่ นมำ
1) การรับเด็กเข้าเรียนทุกระดบั ชน้ั
โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” จัดการศึกษาข้ันพื้นฐานตั้งแต่ช้ันอนุบาลปีที่ 1
ถงึ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 6 รับเด็กเขา้ เรยี น 3 ปกี ารศกึ ษายอ้ นหลัง ตามตารางที่ 6 ดงั นี้
ตำรำงที่ 6 อัตราการรับเดก็ เขา้ เรียนปฐมวยั ปกี ารศึกษา 2560-2562
ปี อนุบำล 1 ชัน้ ป.1 หมำย
กำรศกึ ษำ เหตุ
ในเขต นอก รบั รอ้ ย ในเขต นอก รบั รอ้ ย ในเขต นอก รบั ได้ ร้อย
บริกำร เขต ได้ ละ บริกำร เขต ได้ ละ บรกิ ำร เขต ละ
บริกำร บรกิ ำร บรกิ ำร
2560 - - - - 23 71 94 100 27 78 102 100
2561 12 16 28 100 15 46 61 100 21 79 100 100
2562 10 13 23 100 13 40 53 100 26 86 112 100
แหลง่ ข้อมลู : ข้อมูลสารสนเทศ งานบริหารทั่วไป โรงเรียนอนบุ าลเชยี งคาน “ปทมุ มาสงเคราะห”์
2) อัตราร้อยละของผเู้ รยี นท่ีจบการศึกษาในระยะเวลาที่หลกั สตู รกาหนด
โรงเรียนจดั การศึกษา 2 ระดับ ซึ่งมีผูเ้ รยี นจบการศึกษาระดับกอ่ นประถมศึกษาและการศกึ ษา
ภาคบังคบั ตงั้ แตป่ ีการศึกษา 2560-2562 เปรียบเทียบ 3 ปียอ้ นหลงั ตามตารางท่ี 7 และ 8 ดงั น้ี
ตำรำงที่ 7 อัตราร้อยละของผเู้ รยี นทีจ่ บการศึกษาระดบั ก่อนประถมศึกษาในระยะเวลาท่หี ลักสูตรกาหนด
ปีเข้าเรยี น – จบ จานวนเข้าเรยี น จบ รอ้ ยละ หมายเหตุ
2558 - 2560 70 70 100
2559 – 2561 104 104 100
2560 - 2562 68 68 100
ตำรำงที่ 8 อัตราร้อยละของผู้เรยี นที่จบการศึกษาภาคบังคบั ภายในระยะเวลาท่หี ลกั สูตรกาหนด
ปเี ขา้ เรยี น – จบ จานวนเขา้ เรยี น จบ รอ้ ยละ หมายเหตุ
2560 109 109 100
2561 129 129 100
2562 129 129 100
แหลง่ ขอ้ มูล : ข้อมูลสารสนเทศ งานบริหารท่ัวไป โรงเรียนบ้านเชยี งคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”
17
3) อตั ราร้อยละการออกกลางคนั ของผ้เู รยี น
การออกกลางคนั ของผเู้ รยี นเปรยี บเทยี บ 4 ปีย้อนหลัง ตามตารางที่ 9 ดังนี้
ตำรำงที่ 9 เปรียบเทียบอตั ราการออกกลางคัน ปีการศึกษา 2560-2562
ปีการศกึ ษา จานวน ออกกลางคัน รอ้ ยละ หมายเหตุ
2560 909 - 0
2561 933 - 0
2562 897 - 0
แหล่งขอ้ มูล : ขอ้ มลู สารสนเทศ งานบรหิ ารท่ัวไป โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”
4) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหวา่ งปีการศึกษา 2560-2562
แผนภมู ทิ ี่ 2 เปรียบเทียบค่าเฉลีย่ ร้อยละผลการทดสอบความสามารถพน้ื ฐานขงผเู้ รยี น (NT)
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3
2560 2561 2562
18
แผนภมู ทิ ่ี 3 เปรยี บเทียบค่าเฉลย่ี รอ้ ยละผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพืน้ ฐาน (O-NET)
นักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 6
5) ผลการประเมนิ คณุ ภาพการศึกษา
โรงเรียนไดร้ บั การประเมินคุณภาพจาก สมศ. รอบ 3 ปีการศกึ ษา 2554 และโรงเรียนได้ประเมิน
คณุ ภาพภายในปีการศึกษา 2560-2562 ซึง่ นาผลการประเมินมาเปรียบเทยี บ 4 ปยี อ้ นหลัง ตามตารางที่ 10
ตำรำงที่ 10 เปรียบเทียบผลการประเมินคณุ ภาพการศึกษา ปีการศึกษา 2560-2562 ระดับชัน้ ปฐมวัย
จำนวนมำตรฐำนอยใู่ นระดับ หมำยเหตุ
ปีกำรศึกษำ ดเี ย่ียม ดี ดี พอใช้ ปรบั ปรงุ
มำก
2560 11 - - - - ปี 2549 เป็นผลการประเมนิ
2561 3 - - - - ภายนอก
2562 3 - - - -
ตำรำงที่ 11 เปรียบเทียบผลการประเมนิ คณุ ภาพการศึกษา ปีการศึกษา 2560-2562 ระดับชั้นประถมศกึ ษา
จำนวนมำตรฐำนอยใู่ นระดับ หมำยเหตุ
ปกี ำรศกึ ษำ ดีเย่ียม ดี ดี พอใช้ ปรับปรงุ
มำก
2560 4 - - - - ปี 2554 เปน็ ผลการประเมิน
2561 4 - - - - ภายนอก รอบ 3
2562 3 - - - -
แหลง่ ขอ้ มลู : ขอ้ มลู สารสนเทศ งานวิชาการ โรงเรยี นอนุบาลเชยี งคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”
19
6) รอ้ ยละของนักเรียน ช้นั ป. 3 ที่อา่ นออกเขียนได้ ตามตารางท่ี 12 ดงั นี้
ตำรำงท่ี 12 เปรยี บเทียบร้อยละนกั เรียน ชั้น ป.3 ที่อา่ นออกเขยี นได้ ปกี ารศกึ ษา 2560-2562
ปีกำรศกึ ษำ จำนวนนักเรยี น อ่ำนออกเขียนได้ รอ้ ยละ หมำยเหตุ
2560 122 103 84.42
2561 127 109 93.70
2562 132 114 86.36
แหลง่ ขอ้ มูล : ขอ้ มูลสารสนเทศ งานวิชาการ โรงเรียนอนบุ าลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”
7) ร้อยละนักเรยี นทส่ี ามารถใชเ้ ทคโนโลยเี ปน็ เครอื่ งมือการเรียนรู้ ปีการศกึ ษา 2560-2562
ตามตารางท่ี 13 ดังนี้
ตำรำงที่ 13 เปรยี บเทียบรอ้ ยละของนักเรียนทส่ี ามารถใช้เทคโนโลยีเป็นเครอื่ งมือการเรยี นรู้
ปกี ำรศึกษำ จำนวนนกั เรียน ใช้เทคโนโลยี รอ้ ยละ หมำยเหตุ
2560 909 672 73.92
2561 933 740 79.31
2562 897 753 83.94
แหล่งขอ้ มลู : ข้อมูลสารสนเทศ โรงเรียนอนบุ าลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”
8) รอ้ ยละนกั เรียนทม่ี ลี กั ษณะอันพงึ ประสงคต์ ามหลกั สตู รการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน
ผู้เรียนท่ีเรียนจบการศึกษาชั้นสูงสุดของโรงเรียน คือ ช้ัน ป.6 มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ตามหลักสตู ร ซ่ึงได้เปรยี บเทยี บ 3 ปยี อ้ นหลงั ตามตารางที่ 14 ดังนี้
ตำรำงท่ี 14 เปรยี บเทียบรอ้ ยละนกั เรียนชน้ั ป.6 มีลกั ษณะอันพงึ ประสงคต์ ามหลักสูตรการศึกษาข้ันพื้นฐาน
ระหวา่ งปกี ารศกึ ษา 2560-2562
ปีกำรศึกษำ จำนวนนกั เรียน มีคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ รอ้ ยละ หมำยเหตุ
2560 109 109 100
2561 129 129 100
2562 129 129 100
แหล่งขอ้ มูล : ขอ้ มูลสารสนเทศ งานวชิ าการ โรงเรยี นอนบุ าลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”
9) ร้อยละของผูเ้ รยี นมคี ุณธรรมจริยธรรม และค่านิยม ทพ่ี ึงประสงค์
โรงเรียนได้ส่งเสริมพัฒนาให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จิตสานึกในความเป็นชาติไทย และวิถีชีวิตตาม
หลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง เปรียบเทยี บ 3 ปยี ้อนหลัง ตามตารางที่ 15 ดังนี้
20
ตำรำงท่ี 15 เปรยี บเทียบร้อยละของผเู้ รียนไดร้ ับการพฒั นาให้มีคุณธรรม จติ สานกึ ความเปน็ ชาติไทย
และวิถีชวี ติ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ปีการศึกษา 2560-2562
ปีกำรศึกษำ นกั เรยี นทงั้ หมด จำนวน ร้อยละ หมำยเหตุ
ได้รับกำรพัฒนำ
2560 909 909 100
2561 933 933 100
2562 897 897 100
แหลง่ ขอ้ มูล : ข้อมลู สารสนเทศ งานบรหิ ารทัว่ ไป โรงเรียนอนบุ าลเชยี งคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”
10) รอ้ ยละของครูและบคุ ลากรทางการศึกษาทไ่ี ด้รับการพัฒนาให้มคี ุณภาพและสามารถ
ปฏิบตั งิ านได้ตามมาตรฐาน
ตำรำงท่ี 16 เปรยี บเทียบร้อยละของข้าราชการครูทไ่ี ด้รับการพฒั นาใหม้ ีคุณภาพและสามารถปฏิบตั งิ าน
ได้ตามมาตรฐานหรอื เกณฑ์กาหนด ปีการศึกษา 2560-2562
ปกี ำรศกึ ษำ จำนวนครทู ัง้ หมด มีคุณภำพตำมมำตรฐำน ร้อยละ หมำยเหตุ
2560 41 41 100
2561 39 39 100
2562 37 37 100
แหลง่ ข้อมลู : ข้อมูลสารสนเทศ งานบริหารบคุ คล โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”
5. นโยบำยทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั กำรศกึ ษำ
5.1 สืบสำนพระรำชปณิธำนในหลวงรัชกำลท่ี 9 ดำนกำรศึกษำ
1. ครูต้องสอนให้นกั เรียนมีน้าใจ เช่น คนเรียนเก่งช่วยสอนเพ่ือนทเ่ี รยี นล้าหลังมใิ ช่สอนให้คดิ แต่
จะแข่งขนั (Compete) กับเพอื่ นเพ่ือให้คนเก่งได้ลาดับดีๆ เชน่ สอบไดท้ ่ีหน่งึ ของช้ัน แต่ตอ้ งให้เด็กแข่งขัน
กบั ตนเอง” (11 มิ.ย.2555)
2.“ครูไม่จาเปน็ ต้องมคี วามรู้ทางเทคโนโลยมี าก แต่ตอ้ งปลูกฝงั ความดีให้นกั เรียนช้ันต้น อบรมบ่ม
นิสัยใหเ้ ป็นพลเมอื งดเี ดก็ โตกท็ าไดเ้ ชน่ กัน” (6 ม.ิ ย.2555)
3.“เราตอ้ งฝึกหัดใหน้ ักเรียนรจู้ ักทางานร่วมกันเปน็ กล่มุ เปน็ หมคู่ ณะมากขึ้น จะไดม้ ีความสามัคคี
ร้จู กั ดแู ลชว่ ยเหลือซง่ึ กนั และกันเอ้อื เฟอ้ื เผื่อแผ่ความรู้และประสบการณ์แก่กนั ” (5 ก.ค.2555)
4.“ทาตวั อย่างไรให้นกั เรียนเปน็ คนดนี กั เรียนรักครูครูรกั นักเรยี น” (9 ก.ค.2555)
5.“เรื่องครูมีความสาคัญไม่น้อยกว่านักเรียนปัญหาหน่ึง คือ การขาดครูเพราะจานวนไม่พอและ
ครูย้ายบ่อย ดังนั้น ก่อนคัดเลือกเด็กที่จะพัฒนาต้องพัฒนาครูก่อน ให้พร้อมก่อนที่จะสอนเด็กให้ได้ผล
21
ตามที่ต้องการ จึงจะต้องคัดเลือกครูและพัฒนาครูต้องต้ังฐานะในสังคมของครูให้เหมาะสมและปลูก
จิตสานกึ โดยใช้หลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง” (11 มิ.ย. 2555)
5.2 พระบรมรำโชบำยดำนกำรศกึ ษำในสมเด็จพระเจำอยูหวั มหำวชริ ำลงกรณ บดินทร เทพยวรำงกรู
กำรศึกษำต้องมุง่ สร้ำงพน้ื ฐำนให้แก่ผูเ้ รยี น 4 ดำ้ น คอื
1. ทศั นคตทิ ่ีถกู ต้องต่อบ้านเมือง ได้แก่
1.1 ความรคู้ วามเข้าใจต่อชาติบา้ นเมือง
1.2 ยดึ มัน่ ในศาสนา
1.3 ม่ันคงในสถาบนั พระมหากษตั ริย์
1.4 มคี วามเอื้ออาทรต่อครอบครัวและชมุ ชนของตน
2. มพี ืน้ ฐานชวี ิตที่ม่นั คง – มีคุณธรรม
2.1 รจู้ ักแยกแยะส่ิงที่ผิด – ชอบ / ชว่ั – ดี
2.2 ปฏบิ ัติแต่สงิ่ ทีช่ อบ สิ่งที่ดีงาม
2.3 ปฏเิ สธส่งิ ทผี่ ดิ สงิ่ ที่ช่วั
2.4 ชว่ ยกันสร้างคนดีใหแ้ กบ่ ้านเมอื ง
3. มงี านทา – มีอาชีพ
3.1 การเลีย้ งดูลูกหลานในครอบครัว หรือการฝกึ ฝนอบรมในสถานศึกษาต้องมงุ่ ใหเ้ ด็ก
และเยาวชนรักงาน สงู้ าน ทางานจนสาเร็จ
3.2 การฝึกฝนอบรมท้ังในหลักสตู รและนอกหลกั สตู รต้องมีจุดมงุ่ หมายใหผ้ ูเ้ รยี นทางาน
เปน็ และมีงานทาในทส่ี ุด
3.3 ต้องสนบั สนุนผู้สาเร็จหลกั สูตรมอี าชีพ มงี านทาจนสามารถเล้ยี งตวั เองและ
ครอบครัว
4. เปน็ พลเมืองดี
4.1 การเปน็ พลเมืองดีเปน็ หนา้ ท่ขี องทกุ คน
4.2 ครอบครวั –สถานศึกษาและสถานประกอบการต้องสง่ เสริมให้ทุกคนมโี อกาสหนา้ ท่ี
เปน็ พลเมืองดี
4.3 การเปน็ พลเมืองดีคอื “เห็นอะไรทจ่ี ะทาเพอ่ื บ้านเมืองไดก้ ต็ ้องทา” เช่น งานอาสา
สมัคร งานบาเพ็ญประโยชน์งานสาธารณกศุ ลให้ทาด้วยความมีน้าใจและความเอื้ออาทร
22
5.3 กรอบยุทธศำสตร์ชำติระยะ 20 ป (พ.ศ.2561-2580)
คณะกรรมการจัดทายุทธศาสตร์ชาติได้ดาเนินการยกร่างกรอบยุทธศาสตร์แห่งชาติระยะ 20 ปี
(พ.ศ.2561-2580) เพ่ือใช้เป็นกรอบแนวทางการพัฒนาประเทศในระยะ 20 ปี โดยกาหนดวิสัยทัศน์
เป้าหมาย และยุทธศาสตร์ ดังนี้
วสิ ัยทศั น
“ประเทศไทยมีความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วด้วยการพัฒนาตามหลักปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพียง” และเปน็ คติพจน์ประจาชาตวิ า่ “มนั่ คง มง่ั คัง่ ย่งั ยืน”
กรอบยทุ ธศำสตร์ชำตริ ะยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561-2580) มี 6 ยุทธศำสตร์
ยุทธศำสตรท์ ่ี 1 ดำ้ นควำมมนั่ คง
มเี ป้าหมาย ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมคี วามสุข
- มุ่งเน้นการบริหารจัดการสภาวะแวดล้อมของประเทศให้มีความม่ันคง ปลอดภัย
เอกราชอธิปไตย และมคี วามสงบเรียบร้อยในทกุ ระดบั
- มุ่งเน้นการพัฒนาคน เคร่ืองมือ เทคโนโลยีและระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ให้มีความ
พร้อมสามารถรับมอื กบั ภยั คุกคามและภัยพบิ ตั ิทกุ รปู แบบ
ยุทธศำสตรท์ ่ี 2 ดำ้ นกำรสร้ำงควำมสำมำรถในกำรแขง่ ขนั
มีเป้าหมายการพัฒนาท่ีมุ่งเน้นการยกระดับศักยภาพของประเทศในหลากหลายมิติบน
พื้นฐานแนวคิด 3 ประการ
1.“ต่อยอดอดีต” มองกลับไปท่ีรากเหง้าทางเศรษฐกิจ อัตลักษณ์วัฒนธรรม ประเพณีวิถี
ชีวิต และจุดเด่นทางทรัพยากรธรรมชาติท่ีหลากหลาย นามาประยุกต์ผสมผสานกับเทคโนโลยี
และนวัตกรรม เพ่ือให้สอดรบั บริบทของเศรษฐกิจและสังคมโลกสมัยใหม่
2.“ปรับปัจจบุ ัน” เพื่อปูทางสู่อนาคต ผา่ นการพฒั นาโครงสร้างพ้ืนฐานของประเทศใน
มติ ติ า่ งๆ โครงสร้างวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและดจิ ทิ ลั ปรบั สภาพแวดล้อมให้เอื้อตอ่ การพฒั นา
อุตสาหกรรมและบริการอนาคต
3.“สร้างคณุ ค่าใหม่ในอนาคต” ดว้ ยการเพ่มิ ศักยภาพของผู้ประกอบการ เพ่ือตอบสนอง
ความตอ้ งการของตลาด ขยายโอกาสทางการค้าและการลงทุนในเวทีโลก
ยุทธศำสตร์ที่ 3 ด้ำนกำรพัฒนำและเสรมิ สรำ้ งศกั ยภำพทรัพยำกรมนษุ ย์
มีเป้าหมาย การพัฒนาที่สาคัญเพื่อพัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดีเก่ง
และมีคณุ ภาพ โดยมีความพร้อมทัง้ กาย ใจ สติปญั ญา
- มีพัฒนาการที่ดีรอบด้านและมีสุขภาวะที่ดีในทุกช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อ
สงั คมและผอู้ ่นื มัธยสั ถอ์ ดออม โอบอ้อมอารีมีวินัย รักษาศลี ธรรมและเป็นพลเมืองดีของชาติ
- มีทักษะที่จาเป็นในศตวรรษท่ี 21 มีทักษะส่ือสารภาษาอังกฤษและภาษาท่ีสาม และ
อนุรักษ์ภาษาทอ้ งถ่ิน
23
- มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองอย่างเนื่องตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทยที่มี
ทกั ษะสูงเป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ เกษตรกรยุคใหม่และอื่นๆโดยมสี มั มาอาชีพตามความ
ถนัดของตนเอง
ยทุ ธศำสตร์ที่ 4 ดำ้ นกำรสร้ำงโอกำสและควำมเสมอภำคทำงสงั คม
มเี ป้าหมาย การพัฒนาทใี่ ห้ความสาคัญกบั การดึงเอาพลงั ของภาคส่วนตา่ งๆ ทั้ง
ภาคเอกชน ประชาชน สงั คม ชมุ ชน ทอ้ งถ่นิ มาร่วมขบั เคลื่อน
- เตรยี มความพร้อมของประชากรไทย ทั้งในมติ ิสุขภาพ เศรษฐกิจ สงั คม และ
สภาพแวดล้อมให้เปน็ ประชากรท่ีมคี ุณภาพ สามารถพ่ึงตนเอง และมปี ระโยชนแ์ ก่ครอบครวั
ชมุ ชน สงั คม
ยทุ ธศำสตรท์ ี่ 5 ดำ้ นกำรสรำ้ งกำรเติบโตบนคณุ ภำพชีวิตทีเ่ ปน็ มติ รกับสิ่งแวดล้อม
มีเป้าหมาย การพัฒนาที่สาคัญเพ่ือนาไปสู่การบรรลุเป้าหมายการพัฒนาท่ีย่ังยืนในทุก
มิติท้ังด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม ธรรมาภิบาล โดยเป็นการดาเนินการบนพ้ืนฐานการ
เติบโตร่วมกัน ไม่ว่าจะเป็นทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ให้ความสาคัญกับการ
สรา้ งสมดุลทงั้ 3 ดา้ น
ยทุ ธศำสตรท์ ่ี 6 ด้ำนกำรปรับสมดุลและพฒั นำระบบกำรบริหำรจดั กำรภำครัฐ
มเี ป้าหมาย “ภาครฐั ของประชาชนเพอ่ื ประชาชนและประโยชน์ส่วนรวม”
- ม่งุ ผลสมั ฤทธ์ิและผลประโยชน์ส่วนรวม มคี วามทันสมยั และพร้อมทปี่ รบั ตัวให้ทนั ตอ่
การเปลี่ยนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา นานวัตกรรม เทคโนโลยมี รี ะบบการทางานทเ่ี ป็นดจิ ิทลั
เขา้ มาประยุกต์ใช้อยา่ งค้มุ ค่า และปฏิบัติงานเทียบได้กบั มาตรฐานสากล
5.4 แผนกำรศกึ ษำแหงชำติ พ.ศ. 2560 – 2579
สำนกั งำนเลขำธกิ ำรสภำกำรศกึ ษำ กระทรวงศึกษำธกิ ำร
แนวคิดกำรจัดกำรศกึ ษำ
แนวคิดการจัดการศึกษา (Conceptual Design) ตามแผนการศึกษาแห่งชาติประกอบด้วย
หลักการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน (Education for All) หลักการจัดการศึกษาเพ่ือความเท่าเทียมและ
ท่ัวถึง (Inclusive Education) หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy) และ
หลักการมีส่วนร่วม ของทุกภาคส่วนของสังคม (All for Education) อีกท้ังยึดตามเป้าหมายการพัฒนาที่
ย่ังยืน (Sustainable Development Goals : SDGs 2030) ประเด็นภายในประเทศ (Local Issues)
โดยนายุทธศาสตร์ชาติ (National Strategy) มาเป็นกรอบความคิดสาคัญในการจัดทาแผนการศึกษา
แหง่ ชาติวสิ ัยทัศนจ์ ุดมงุ่ หมาย เป้าหมายยทุ ธศาสตร์และตัวชี้วดั ดงั นี้
วสิ ยั ทัศน์
“คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ ดารงชีวิตอย่างเป็นสุข
สอดคลอ้ งกับหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและเปล่ียนแปลงของโลกศตวรรษท่ี 21”
24
พันธกิจ
1. พัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่คนไทยทุกคนเข้าถึงโอกาสในการศึกษาและการ
เรียนรู้ตลอดชีวิตสร้างความเสมอภาคด้านการศึกษาแก่ผู้เรียนทุกกลุ่มเป้าหมายยกระดับคุณภาพและ
ประสิทธิภาพของการจัดการศึกษาทุกระดับ และจัดการศึกษาท่ีสอดคล้องและรองรับกระแสการ
เปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21
2. พัฒนาคุณภาพของคนไทยให้เป็นผู้มีความรู้คุณลักษณะและทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21
สามารถพัฒนาศักยภาพและเรยี นรู้ได้ดว้ ยตนเองอย่างตอ่ เน่ืองตลอดชวี ติ
3. สร้างความมั่นคงแก่ประเทศชาติโดยสร้างสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และสังคม
คณุ ธรรม จรยิ ธรรมท่คี นไทยทกุ คนอยูร่ ว่ มกนั อย่างปลอดภัยสงบสขุ และพอเพียง
4. พัฒนาศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทยเพ่ือการก้าวข้ามกับดัก
ประเทศรายได้ปานกลางสู่การเป็นประเทศในโลกที่หนึ่ง และลดความเหลื่อมล้าในสังคมด้วยการเพ่ิมผลิต
ภาพ ของกาลังแรงงาน (productivity) ให้มีทักษะและสมรรถนะท่ีสอดคล้องกับความต้องการของตลาด
งาน และการพัฒนาประเทศ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่เป็นพลวัตของโลกศตวรรษที่ 21 ภายใต้ยุค
เศรษฐกิจ และสงั คม 4.0
วตั ถุประสงค์
1. เพอ่ื พัฒนาระบบและกระบวนการจัดการศึกษาที่มคี ุณภาพและมีประสทิ ธิภาพ
2. เพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นพลเมืองดีมีคุณลักษณะ ทักษะและสมรรถนะท่ีสอดคล้องกับ
บทบญั ญัติของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย พระราชบัญญตั ิการศกึ ษาแห่งชาตแิ ละยุทธศาสตร์ชาติ
3. เพื่อพัฒนาสังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้และคุณธรรม จริยธรรม รู้รักสามัคคีและ
รว่ มมือผนกึ กาลงั มงุ่ สู่การพัฒนาประเทศอย่างยง่ั ยนื ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
4. เพื่อพัฒนาประเทศไทยก้าวข้ามกับดักประเทศท่ีมีรายได้ปานกลาง และความเหล่ือมล้า
ภายในประเทศ
เป้ำหมำยด้ำนผู้เรียน (Learner Aspirations) โดยมุ่งพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้มีคุณลักษณะและ
ทกั ษะการเรยี นร้ใู นศตวรรษที่ 21 (3Rs8Cs)
เป้ำหมำยของกำรจัดกำรศกึ ษำ 5 ประกำร ดังน้ี
1. ประชากรทุกคนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานอย่างทว่ั ถงึ (Access) มีตัวช้ีวัด ท่ี
สาคญั เช่น ประชากรกลมุ่ อายุ 6 - 14 ปีทุกคนไดเ้ ขา้ เรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น
หรือเทียบเท่าท่ีรัฐต้องจัดให้ฟรีโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายผู้เรียนพิการได้รับการพัฒนาสมรรถภาพหรือบริการ
ทางการศกึ ษาท่เี หมาะสมทุกคน และประชากรวัยแรงงานมีการศึกษาเฉลี่ยเพ่ิมข้นึ เปน็ ต้น
2. ผู้เรียนทุกคน ทุกกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการการศึกษาท่ีมีคุณภาพตามมาตรฐานอย่างเท่า
เทียม (Equity) มตี วั ชี้วัดทสี่ าคัญเช่น ผู้เรยี นระดบั การศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานทุกคนได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย
ในการศกึ ษา 15 ปีเป็นต้น
25
3. ระบบการศกึ ษาท่ีมคี ุณภาพ สามารถพัฒนาผูเ้ รียนให้บรรลุขีดความสามารถเตม็ ตามศกั ยภาพ
(Quality) มีตัวช้ีวัดที่สาคัญ เช่น นักเรียนมีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน
(O-NET) แต่ละวิชาผ่านเกณฑ์คะแนนร้อยละ 50 ข้ึนไปเพิ่มข้ึน และคะแนนเฉล่ียผลการทดสอบโครงการ
ประเมินผล นักเรียนร่วมกับนานาชาติ (Programme for International student Assessment: PISA)
ของนกั เรียน อายุ 15 ปีสงู ขึ้น เป็นต้น
4. ระบบการบริหารจัดการศึกษาทีม่ ีประสิทธภิ าพ เพอ่ื การลงทุนทางการศึกษาท่คี ุ้มค่าและบรรลุ
เป้าหมาย (Efficiency) มีตัวช้ีวัดที่สาคัญ เช่น ร้อยละของสถานศึกษาขนาดเล็กที่ไม่ผ่านเกณฑ์การ
ประเมิน คุณภาพภายนอกลดลง มีระบบการบริหารงานบุคคลครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มี
ประสิทธิภาพและ เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งมีกลไกส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนสนับสนุนทรัพยากร
เพื่อการจดั การศกึ ษา เป็นตน้
5. ระบบการศึกษาที่สนองตอบและก้าวทันการเปล่ียนแปลงของโลกที่เป็นพลวัตและบริบทที่
เปล่ียนแปลง (Relevancy) ตัวชี้วัดที่สาคัญ เช่น อันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศด้าน
การศึกษาดีข้ึน สัดส่วนผู้เรียนอาชีวศึกษาสูงขึ้นเมื่อเทียบกับผู้เรียนสามัญศึกษา และจานวน
สถาบันอดุ มศึกษาทต่ี ิดอันดับ 200 อันดบั แรกของโลกเพ่มิ ข้นึ เปน็ ตน้
ยุทธศำสตร์ เป้ำหมำย และตวั ชว้ี ัด
ยุทธศำสตร์ที่ 1 : กำรจัดกำรศึกษำเพ่ือควำมมั่นคงของสังคมและประเทศชำติ มีเป้าหมาย
ดังนี้
1.1 คนทุกช่วงวัยมีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดม่ันการปกครองระบอบ
ประชาธปิ ไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเป็นประมขุ
1.2 คนทุกช่วงวัยในเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่พิเศษ
ไดร้ บั การศกึ ษาและเรยี นรอู้ ยา่ งมีคุณภาพ
1.3 คนทุกช่วงวัยได้รบั การศึกษา การดูแลและปอ้ งกันจากภัยคุกคามในชวี ิตรูปแบบใหม่
ยุทธศำสตร์ที่ 2 : กำรผลิตและพัฒนำกำลังคน กำรวิจัยและ นวัตกรรม เพ่ือสร้ำงขีด
ควำมสำมำรถในกำรแช่งขนั ชองประเทศ มเี ป้าหมายดังนี้
2.1 กาลังคนมีทักษะท่ีสาคัญ จาเป็นและมีสมรรถนะตรงตามความต้องการของตลาด
งานและการพัฒนาเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศ
2.2 สถาบันการศึกษาและหน่วยงานท่ีจัดการศึกษาผลิตบัณฑิตท่ีมีความเชี่ยวชาญและ
เป็นเลิศเฉพาะดา้ น
2.3 การวิจัยและพัฒนาเพื่อสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สร้างผลผลิตและมูลค่าเพ่ิม
ทางเศรษฐกิจ
26
ยุทธศำสตร์ที่ 3 : กำรพัฒนำศักยภำพคนทุกช่วงวัยและกำรสร้ำงสังคมแห่งกำรเรียนรู้
มีเปา้ หมายดงั น้ี
3.1 ผู้เรียนมีทักษะและคุณลักษณะพ้ืนฐานของพลเมืองไทย และทักษะและคุณลักษณะ
ทจ่ี าเป็นในศตวรรษที่ 21
3.2 คนทุกช่วงวัยมีทักษะ ความรู้ความสามารถ และสมรรถนะตามมาตรฐานการศึกษา
และมาตรฐานวชิ าชพี และพฒั นาคุณภาพชีวติ ได้ตามศักยภาพ
3.3 สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการเรียนรู้ตาม
หลกั สตู รอยา่ งมีคุณภาพและมาตรฐาน
3.4 แหลง่ เรียนรู้ส่ือตาราเรยี น นวัตกรรม และสื่อการเรียนรู้มคี ณุ ภาพและมาตรฐานและ
ประชาชนสามารถเขา้ ถงึ ได้โดยไม่จากดั เวลาและสถานท่ี
3.5 ระบบและกลไกการวัดการตดิ ตาม และประเมนิ ผลมีประสทิ ธิภาพ
3.6 ระบบการผลิตครอู าจารยแ์ ละบุคลากรทางการศึกษาไดม้ าตรฐานระดบั สากล
3.7 ครอู าจารยแ์ ละบุคลากรทางการศกึ ษาได้รบั การพฒั นาสมรรถนะตามมาตรฐาน
ยุทธศำสตร์ที่ 4 : กำรสร้ำงโอกำสควำมเสมอภำคและควำมเท่ำเทียมทำงกำรศึกษำ
มเี ป้าหมายดังนี้
4.1 ผ้เู รียนทกุ คนไดร้ บั โอกาสและความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ
4.2 การเพ่มิ โอกาสทางการศกึ ษาผา่ นเทคโนโลยีดิจทิ ัลเพื่อการศึกษาสาหรับคนทุกช่วงวยั
4.3 ระบบข้อมูลรายบุคคลและสารสนเทศทางการศึกษาท่ีครอบคลุม ถูกต้องเป็น
ปัจจบุ นั เพอ่ื การวางแผนการบริหารจดั การศกึ ษาการติดตามประเมนิ และรายงานผล
ยุทธศำสตร์ที่ 5 : กำรจัดกำรศึกษำเพ่ือสร้ำงเสริมคุณภำพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม
มีเปา้ หมายดังนี้
5.1 คนทุกช่วงวัย มีจิตสานึกรักษ์ส่ิงแวดล้อม มีคุณธรรม จริยธรรมและนาแนวคิดตาม
หลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงสูก่ ารปฏิบัติ
5.2 หลักสูตรแหล่งเรียนรู้และสื่อการเรียนรู้ที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ
สง่ิ แวดล้อม คณุ ธรรม จริยธรรม และการนาแนวคดิ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งสู่การปฏบิ ตั ิ
5.3 การวิจัยเพื่อพฒั นาองค์ความรู้และนวัตกรรมดา้ นการสร้างเสริมคุณภาพชวี ิต
ทเ่ี ปน็ มิตรกับสง่ิ แวดล้อม
ยุทธศำสตร์ที่ 6 : กำรพฒั นำประสทิ ธภิ ำพของระบบบรหิ ำรจัดกำรศกึ ษำ มีเปา้ หมายดังน้ี
6.1 โครงสร้าง บทบาท และระบบการบริหารจัดการการศึกษามีความคล่องตัวชัดเจน
และสามารถตรวจสอบได้
6.2 ระบบการบริหารจัดการศึกษามีประสิทธิภาพและประสิทธิผลส่งผลต่อคุณภาพและ
มาตรฐานการศึกษา
27
6.3 ทุกภาคส่วนของสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาท่ีตอบสนองความต้องการของ
ประชาชนและพืน้ ท่ี
6.4 กฎหมายและรูปแบบการบริหารจัดการทรัพยากรทางการศึกษารองรับลักษณะท่ี
แตกตา่ งกันของผเู้ รียน สถานศกึ ษาและความตอ้ งการกาลงั แรงงานของประเทศ
6.5 ระบบบรหิ ารงานบุคคลของครอู าจารย์และบุคลากรทางการศึกษา มีความเป็นธรรม
สรา้ งขวัญกาลงั ใจและส่งเสริมใหป้ ฏิบตั ิงานได้อยา่ งเต็มตามศักยภาพ
5.5 นโยบำยกระทรวงศึกษำธิกำร
เพ่ือให้การดาเนินการจัดการศึกษาและบริหารจัดการศึกษา ของกระทรวงศึกษาธิการใน
ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 มีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติเป้าหมายของแผนแม่บทภายใต้
ยุทธศาสตร์ชาติ วัตถุประสงค์ของแผนการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และนโยบายของรัฐบาล
โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน เร่ืองการเตรียมคนสู่ศตวรรษที่ 21 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
(นายณัฎฐพล ทีปสวุ รรณ) จงึ ประกาศนโยบาย จดุ เนน้ ของกระทรวงศกึ ษาธกิ าร ปีพ.ศ. 2563 ดงั นี้
หลกั กำร
1. ให้ความสาคัญกับประเด็นคุณภาพและประสิทธิภาพ ในทุกมิติท้ังผู้เรียน ครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษา ข้าราชการพลเรือน และผ้บู รหิ ารทกุ ระดับ ตลอดจนสถานศึกษา ทุกระดับทุกประเภท และ
เป็นการศึกษาตลอดชวี ิต
2. บูรณาการการทางานร่วมกันระหว่างส่วนราชการหลัก องค์การมหาชนในกากับของ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้มีความคล่องตัวรวมทั้งหน่วยงานสังกัดกระทรวงศึกษาธิการใน
พื้นท่ี ภูมิภาคให้สามารถปฏิบัติงานร่วมกันได้เพื่อดาเนินการปฏิรูปการศึกษาร่วมกับภาครัฐ ภาคเอกชน
และภาคประชาชน ตามนโยบายประชารฐั
ระดับกอ่ นประถมศึกษำ
เน้นประสานงานกับส่วนราชการ และชุมชนในการเตรียมความพร้อมผู้เรียนในด้านสุขภาพและ
โภชนาการ และจดั ประสบการณ์การเรยี นร้ทู ีเ่ ชือ่ มโยงกบั ระบบโรงเรียนปกติ
ระดบั อนุบำล
เน้นการสร้างความร่วมมือกับพ่อ แม่ ผู้ปกครอง และชุมชน เพ่ือออกแบบกิจกรรมการพัฒนา
ทักษะท่ีสาคัญด้านต่างๆ เช่น ทักษะทางสมอง ทักษะความคิดความจา ทักษะการควบคุมอารมณ์ทักษะ
การรจู้ ักและประเมนิ ตนเอง
ระดบั ประถมศกึ ษำ
มงุ่ คานงึ ถงึ พหขุ องปัญญาของผ้เู รยี นรายบุคคลท่หี ลากหลายตามศักยภาพ ด้วยจุดเน้น ดังน้ี
1. ปลกู ฝังความเปน็ ระเบยี บ วนิ ัย ทัศนคติท่ถี ูกต้อง โดยใช้กระบวนการลูกเสอื และยุวกาชาด
2. เรียนภาษาไทย เนน้ เพ่ือใหเ้ ปน็ เครื่องมือในการเรียนรู้วชิ าอ่นื
28
3. เรียนภาษาอังกฤษและภาษาพ้ืนถ่ิน (ภาษาแม่) เน้นเพื่อการสอ่ื สาร
4. เรียนรู้ด้วยวิธีการ Active Learning เพื่อพัฒนากระบวนการคิด การเรียนรู้จากประสบการณ์
จริง หรือจากสถานการณ์จาลองผ่านการลงมือปฏิบัติและเปิดโลกทัศน์มุมมองร่วมกัน ของผู้เรียนและครู
ดว้ ยการจัดการเรยี นการสอนใช้เชงิ แสดงความคดิ เหน็ ให้มากขนึ้
5. สร้างแพลตฟอรม์ ดิจิทลั เพื่อการเรียนรแู้ ละดิจิทัล เปน็ เครอ่ื งมอื ในการเรยี นรู้
6. จัดการเรยี นการสอนเพอื่ ฝึกทักษะการคิดแบบมีเหตผุ ลและเป็นข้ันตอน (Coding)
7. พัฒนาครใู ห้มคี วามชานาญในการสอนภาษาอังกฤษ และภาษาคอมพวิ เตอร์ (Coding)
8. จัดให้มีโครงการ 1 ตาบล 1 โรงเรียนคุณภาพ โดยเน้นปรับสภาพแวดล้อมท้ังภายในและ
ภายนอกบริเวณโรงเรียนใหเ้ ออ้ื ต่อการสรา้ งคณุ ธรรม จริยธรรม และจติ สาธารณะ
ระดบั มธั ยมศึกษำ
ม่งุ ต่อยอดระดบั ประถมศกึ ษา ด้วยจุดเน้น ดังนี้
1. จัดการเรียนรู้ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีวิศวกรรม คณิตศาสตร์ (STEM) และ
ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาที่สาม)
2. จัดการเรียนรูท้ ่ีหลากหลาย เพ่ือสร้างทักษะพื้นฐานท่ีเชื่อมโยงสู่การสร้างอาชีพ และการมีงาน
ทา เช่น ทกั ษะดา้ นกีฬาทส่ี ามารถพัฒนาไปสู่นักกีฬาอาชีพ ทักษะภาษาเพ่อื เป็นมัคคุเทศก์
กำรขับเคล่ือนสูก่ ำรปฏิบัติ
1. ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ต้องปรับปรุงแผนปฏิบัติราชการให้สอดคล้องกับ
นโยบายของรัฐบาล และวางแผนการใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นรายไตรมาส รวมทั้งใช้จ่ายงบประมาณให้
เปน็ ไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับท่เี ก่ียวขอ้ ง
2. จัดทาฐานข้อมลู (Big Data) ของกระทรวงศกึ ษาธิการ ให้ครบถว้ น ถกู ต้อง ทนั สมัย
3. ใช้เทคโนโลยีและดิจิทัล เป็นเครื่องมือในการพัฒนางานทั้งระบบ เน้นการเรียนรู้และการ
บริหารจัดการ
4. ปรับปรุงโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ ให้เกิดความคล่องตัว หากติดขัดในเรื่องข้อ
กฎหมาย ให้ผู้บริหารระดับสงู ร่วมหาแนวทางการแกไ้ ข รว่ มกัน
5. ให้หน่วยงานระดับกรม กาหนดแผนงานสนับสนุนทรัพยากร งบประมาณ อัตรากาลังตาม
ความต้องการจาเป็น ใหแ้ กห่ นว่ ยงานในพืน้ ท่ีภูมิภาค
6. ใช้กลไกกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา มาบูรณาการดาเนินงานร่วมกับหน่วยจัด
การศกึ ษา
7. เร่งทบทวน (ร่าง) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.....โดยปรับปรุงสาระสาคัญให้เอื้อต่อ
การขับเคลอื่ นนโยบายของรัฐบาล
29
8. ในระดับพ้ืนทหี่ ากเกิดปัญหาข้อตดิ ขัดการปฏบิ ัตงิ าน ต้องศึกษา ตรวจสอบข้อมูล/ข้อเท็จจริงท่ี
เกิดขึ้น เช่น จานวนเด็กในพื้นท่ีน้อยลง ซึ่งจาเป็นต้องมีการควบรวมโรงเรียน ให้พิจารณาส่ือสาร อธิบาย
ทาความเขา้ ใจทช่ี ัดเจนกบั ชุมชน
9. วางแผนการใช้อัตรากาลังครูโดยเฉพาะครูระดับอนุบาล และครูระดับอาชีวศึกษา ให้มี
ประสิทธิภาพและจัดทาแผนการประเมินครูอย่างเป็นระบบ รวมท้ังจัดทาหลักสูตรการพัฒนาครูให้มีองค์
ความรู้และทกั ษะในด้านพหุปญั ญาของผเู้ รียน
10. ให้ศึกษาธิการจังหวัด จัดทาแผนการศึกษาของแต่ละจังหวัด นาเสนอต่อคณะกรรมการ
ศกึ ษาธิการจังหวดั และขบั เคลอ่ื นสู่การปฏิบัตอิ ยา่ งเปน็ รปู ธรรม
11. ให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ และศึกษาธิการภาค มีบทบาทหน้าท่ีตรวจราชการ
ตดิ ตาม ประเมินผล ในระดบั นโยบาย และจดั ทารายงานเสนอตอ่ รัฐมนตรีวา่ การกระทรวงศึกษาธกิ าร
5.6 นโยบำยสำนกั งำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำข้ันพ้นื ฐำน ปงบประมำณ พ.ศ. 2563
1. นโยบำยสำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขนั้ พนื้ ฐำน
สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน ไดก้ าหนดนโยบายประจาปีงบประมาณ พ.ศ.2563
โดยยึดหลักของการพัฒนาที่ย่ังยืน และการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ในอนาคต เป็น
แนวทางในการจัดการศึกษาจัดการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561 –
2580 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2565) แผนการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.
2560 – 2579 และมุ่งสู่ Thailand 4.0 ดังน้ี
นโยบายท่ี 1 ด้านการจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของมนษุ ย์และของชาติ
นโยบายที่ 2 ดา้ นการจดั การศึกษาเพอื่ เพม่ิ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ
นโยบายที่ 3 ดา้ นการพฒั นาและเสริมสร้างศกั ยภาพทรพั ยากรมนุษย์
นโยบายที่ 4 ด้านการสรา้ งโอกาสในการเขา้ ถึงบริการการศกึ ษาท่ีมีคณุ ภาพ มมี าตรฐาน
และลดความเหล่ือมล้าทางการศกึ ษา
นโยบายที่ 5 ด้านการจดั การศกึ ษาเพื่อพฒั นาคุณภาพชวี ิตทเ่ี ป็นมิตรกับสง่ิ แวดล้อม
นโยบายท่ี 6 ด้านการปรบั สมดลุ และพัฒนาระบบการบริหารจัดการศกึ ษา
นโยบำยท่ี 1 ดำนกำรจดั กำรศึกษำเพอื่ ควำมมน่ั คงของมนุษยและของชำติ
ตวั ช้ีวัดท่ี
1. ร้อยละของผู้เรียนที่มีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความรักในสถาบันหลักของชาติยึดม่ันการ
ปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั รยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ
2. รอ้ ยละของผูเ้ รียนท่ีมพี ฤติกรรมทแี่ สดงออกถึงการมีทศั นคติที่ดีต่อบ้านเมืองมีหลักคดิ ท่ีถูกต้อง
เป็นพลเมืองดีของชาติมีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมที่พึงประสงค์ มีคุณธรรม อัตลักษณ์ มีจิตสาธารณะ
30
มจี ิตอาสา รับผิดชอบต่อครอบครัวผู้อ่ืน และสังคมโดยรวม ซือ่ สัตย์สุจริต มธั ยัสถ์อดออม โอบอ้อมอารี มี
วนิ ัยและรักษาศีลธรรม
3. ร้อยละของผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ และมีความพร้อมสามารถรับมือ กับภัยคุกคามทุก
รปู แบบที่มีผลกระทบต่อความมน่ั คง เช่น ภัยจากยาเสพติด ความรุนแรง การคุกคามในชีวิตและทรัพย์สิน
การค้ามนุษย์อาชญากรรมไซเบอรแ์ ละภยั พบิ ตั ติ ่าง ๆ เป็นตน้
4. จานวนสถานศึกษาที่น้อมนาพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระ
ปรเมนทรรามาธบิ ดีศรสี ินทร มหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง ไปพฒั นาผูเ้ รียนให้มคี ณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคต์ ามท่ีกาหนดไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
5. จานวนสถานศึกษาท่ีจัดบรรยากาศสิ่งแวดล้อมและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนแสดงออก
ถงึ ความรักในสถาบันหลกั ของชาติยึดม่ันการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น
ประมขุ มที ศั นคตทิ ีด่ ตี อ่ บา้ นเมอื ง มีหลกั คิดทถ่ี ูกต้อง เป็นพลเมืองดขี องชาตมิ ีคุณธรรม จรยิ ธรรม
นโยบำยที่ 2 ดำนกำรจัดกำรศกึ ษำเพ่อื เพ่มิ ควำมสำมำรถในกำรแขงขันของประเทศ
ตวั ชว้ี ดั ท่ี
1. จานวนผู้เรยี นมีความเป็นเลิศทางด้านวชิ าการ มที ักษะความรู้ทสี่ อดคล้องกับทักษะท่ีจาเป็นใน
ศตวรรษที่ 21
2. ผู้เรียนระดับมธั ยมศึกษาผ่านการประเมินสมรรถนะท่ีจาเป็นด้านการรู้เรื่องการอ่าน (Reading
Literacy) ด้านการรู้เรื่องคณิตศาสตร์ (Mathematical Literacy) และด้านการรู้เร่ือง วิทยาศาสตร์
(Scientific Literacy) ตามแนวทางการประเมิน PISA
3. ร้อยละของผเู้ รยี นทีม่ ศี ักยภาพได้รบั โอกาสเขา้ สเู่ วทีการแข่งขนั ระดบั นานาชาติ
นโยบำยท่ี 3 ดำนกำรพัฒนำและเสรมิ สรำงศกั ยภำพทรัพยำกรมนุษย
ตัวชี้วดั ที่
1. ผู้เรียนทุกระดับมีสมรรถนะสาคัญตามหลักสูตรมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 (3R8C)
รอ้ ยละของผเู้ รยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 ท่มี ีคะแนนผลการทดสอบความสามารถพ้ืนฐานระดับชาติ
(NT) ผา่ นเกณฑ์ท่กี าหนด
2. ร้อยละของผู้เรียนที่มีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพื้นฐาน (O-NET)
มากกว่ารอ้ ยละ 50 ในแตล่ ะวิชาเพ่ิมข้นึ จากปีการศึกษาที่ผ่านมา
3. ร้อยละผู้เรียนท่ีจบการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีทักษะการเรียนรู้ที่
เช่ือมโยงสู่อาชพี และการมีงานทา ตามความถนัด และความตอ้ งการของตนเอง มีทักษะอาชพี ที่สอดคล้อง
กับความตอ้ งการของประเทศ วางแผนชีวติ และวางแผนทางการเงินท่เี หมาะสมและนาไปปฏิบตั ไิ ด้
4. ผเู้ รียนทกุ คนมีทกั ษะพื้นฐานในการดารงชวี ิตสามารถดารงชีวิตอยู่ในสงั คมไดอ้ ย่างมคี วามสขุ มี
ความยืดหย่นุ ทางด้านความคดิ สามารถทางานรว่ มกบั ผอู้ น่ื ไดภ้ ายใต้สังคมท่เี ปน็ พหุวฒั นธรรม
31
5. ผู้เรียนทุกคนมีศักยภาพในการจัดการสุขภาวะของตนเองให้มีสุขภาวะที่ดีสามารถดารงชีวิต
อยา่ งมีความสุขท้ังดา้ นรา่ งกายและจติ ใจ
6. ครูมีการเปล่ียนบทบาทจาก “ครูผู้สอน” เป็น “Coach” ผู้ให้คาปรึกษาข้อเสนอแนะ การ
เรยี นรู้หรอื ผอู้ านวยการการเรยี นรู้
นโยบำยท่ี 4 ดำนกำรสรำงโอกำสในกำรเขำถงึ บริกำรกำรศึกษำท่ีมีคณุ ภำพ มีมำตรฐำน และลดควำม
เหลอื่ มล้ำทำงกำรศึกษำ
ตัวชวี้ ดั ท่ี
1. ผเู้ รยี นทุกคนสามารถเขา้ เรียนในสถานศึกษาที่มีคุณภาพเป็นมาตรฐานเสมอกัน
2. ผู้เรียนทุกคนได้รบั จัดสรรงบประมาณอุดหนุนอย่างเพียงพอและเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพ
ข้อเท็จจริงโดยคานึงถึงความจาเป็นตามสภาพพื้นที่ภูมิศาสตร์สภาพทางเศรษฐกิจ และที่ตั้งของ
สถานศกึ ษา และความต้องการจาเปน็ พเิ ศษสาหรบั ผพู้ ิการ
3. ผู้เรียนได้รับการสนับสนุน วัสดุอุปกรณ์และอุปกรณ์ดิจิทัล (Digital Device) เพื่อใช้เป็น
เคร่อื งมอื ในการเรียนรอู้ ยา่ งเหมาะสม เพียงพอ
4. ครูได้รับการสนับสนุน วัสดุอุปกรณ์และอุปกรณ์ดิจิทัล (Digital Device) เพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือ
ในการจดั กิจกรรมการเรยี นรใู้ หแ้ กผ่ ู้เรียน
5. สถานศึกษาได้รับการพัฒนาให้มีมาตรฐานอย่างเหมาะสมตามบริบท ด้านประเภท ขนาดและ
พืน้ ท่ี
6. สถานศึกษานาเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาใช้เป็นเคร่ืองมือในการจัดกิจกรรม
การเรยี นรูใ้ หแ้ ก่ผูเ้ รียนไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
7. สถานศึกษามีระบบการดูแลชว่ ยเหลอื และคุ้มครองนักเรียนและการแนะแนวท่ีมีประสิทธิภาพ
8. สถานศึกษาที่มีระบบฐานข้อมูลประชากรวัยเรียนและสามารถนามาใช้ในการวางแผนจัดการ
เรยี นรู้ให้แกผ่ ู้เรียนได้อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
นโยบำยท่ี 5 ดำนกำรจัดกำรศกึ ษำเพื่อพัฒนำคณุ ภำพชีวิตทีเ่ ปนมิตรกบั สิ่งแวดลอม
ตัวชวี้ ดั ท่ี
1. สถานศึกษาในสังกัดมีนโยบายและจัดกิจกรรมให้ความรู้ที่ถูกต้องและสร้างจิตสานึกด้านการ
ผลิตและบริโภคท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนาไปปฏิบัติใช้ท่ีบ้านและชุมชนเช่น การส่งเสริมอาชพี ท่ีเป็นมิตร
กบั สิง่ แวดลอ้ ม การลดใชส้ ารเคมจี ากปยุ๋ และยาฆา่ แมลง ฯลฯ
2. สถานศกึ ษามีการนาขยะมาใชป้ ระโยชน์ในรูปผลิตภัณฑ์และพลงั งานเพ่ือลดปรมิ าณขยะและมี
การสง่ เสรมิ การคัดแยกขยะในชมุ ชนเพ่ือลดปริมาณกาซคารบ์ อนท่ีโรงเรยี นและชมุ ชน
3. สถานศึกษามกี ารบูรณาการเรื่องการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมและการนาขยะมาใช้ประโยชน์
รวมทง้ั สอดแทรกในสาระการเรยี นรทู้ เ่ี กย่ี วขอ้ ง
32
4. นักเรยี นเรียนรู้จากแหล่งเรยี นรูม้ ีการขยายผลแหล่งเรียนรู้นักเรยี น โรงเรยี น ชุมชนเรยี นรู้ด้าน
การลดใช้พลังงานการจัดการขยะและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และตัวอย่างรูปแบบ
ผลิตภณั ฑ์ท่เี ป็นมิตรกับสงิ่ แวดลอ้ ม เช่น โรงงานอุตสาหกรรมสเี ขียว ฯลฯ
5. นักเรียน สถานศึกษามีการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซต์ในการ
ดาเนินกิจกรรมประจาวันในสถานศึกษาและที่บ้าน และข้อมูลของ Carbon Footprint ในรูปแบบ QR
CODE และ Paper less
6. ครูมีความคิดสร้างสรรค์สามารถพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และดาเนินการจัดทางานวิจัยด้านการ
สร้างสานกึ ดา้ นการผลติ และบรโิ ภคท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมได้
7. ครูและนักเรียนสามารถนาส่ือนวัตกรรมท่ีผ่านกระบวนการคิดมาประยุกต์ใช้ในโรงเรียนการ
จัดการเรยี นร้แู ละประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวันและชมุ ชนได้ตามแนวทาง Thailand 4.0
8. สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาสถานศึกษามีการปรับปรุงและพัฒนาบคุ ลากรและสถานท่ีใหเ้ ป็น
สานักงานสีเขียวต้นแบบมีนโยบายการจัดซื้อจัดจ้างที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ของ
นกั เรียนและชมุ ชน
นโยบำยท่ี 6 ดำนกำรปรับสมดลุ และพฒั นำระบบกำรบรหิ ำรจัดกำรศกึ ษำ
ตัวช้วี ัดท่ี
1. สถานศึกษาได้รับการกระจายอานาจการบริหารจัดการศึกษาอย่างเป็นอิสระสถานศึกษา
สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา และสานักงานส่วนกลาง ได้รับการพัฒนาให้เป็นหน่วยงานที่มีความทันสมัย
ยดื หยุ่น คล่องตัวสูง พร้อมท่ีจะปรับตัวให้ทัน ต่อการเปล่ยี นแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา เป็นหน่วยงานที่มี
หน้าท่ีสนับสนุน ส่งเสริม ตรวจสอบ ติดตาม เพื่อให้สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาได้อย่างมี
ประสทิ ธิภาพครอบคลุมทุกตาบล
2. สถานศึกษา สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา และสานักงานส่วนกลาง นานวัตกรรมและ
เทคโนโลยดี จิ ทิ ัล (Digital Technology) มาใช้ในการบริหารจดั การและตดั สนิ ใจ ท้งั ระบบ
3. สถานศึกษา และหน่วยงานในสังกัดทุกระดับมีความโปร่งใส ปลอดการทุจริตและประพฤติมิ
ชอบ บริหารจดั การตามหลักธรรมาภิบาล
4. สถานศึกษา หน่วยงานในสังกัด ทุกระดับ ผ่านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการ
ดาเนินงานของหนว่ ยงานภาครฐั (Integrity & Transparency Assessment : ITA)
5. สถานศึกษาทุกแห่งและหน่วยงานในสังกัดมีระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิชาการ ผู้เรียน ครู
บุคลากรทางการศึกษา สถานศกึ ษา หนว่ ยงานในสังกัด
6. สถานศึกษาทุกแห่งมีข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลท่ีสามารถเช่ือมโยงกับข้อมูลต่างๆ นาไปสู่การ
วเิ คราะห์เพื่อวางแผนการจดั การเรียนรสู้ ู่ผเู้ รียนได้อย่างมีประสิทธภิ าพ (Big Data Technology)
7. สถานศึกษา สานักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสานักงานส่วนกลางมีแพลตฟอร์มดิจิทัล
(Digital Platform) เพอ่ื สนับสนุนภารกิจดา้ นบรหิ ารจดั การศกึ ษา
33
8. สถานศึกษาทุกแห่งมีระบบข้อมูลสารสนเทศที่สามารถใช้ในการวางแผนการจัดการศึกษาได้
อย่างมีประสทิ ธิภาพ
2. วิสยั ทศั น พันธกิจ เปำหมำย สำนักงำนคณะกรรมกำรกำรศกึ ษำขัน้ พืน้ ฐำน
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ได้ตระหนักถงึ ความสาคญั ของยุทธศาสตรช์ าตเิ ป็น
อย่างยิ่ง เพราะเป็นแนวทางในการพัฒนาประเทศที่ย่ังยืน โดยเฉพาะอย่างย่ิง ยุทธศาสตร์ชาติด้านการ
พัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ซ่ึงเป็นยุทธศาสตร์ที่เน้นการวางรากฐานการพัฒนา
ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาและยกระดับคนในทุกมิติและในทุก
ช่วงวัย ให้เป็นทรพั ยากรมนษุ ย์ที่ดี เก่ง และมีคณุ ภาพ พรอ้ มขับเคล่ือนการพัฒนาประเทศไปข้างหนา้ ได้
อย่างเต็ม ศักยภาพ ซงึ่ “คนไทยในอนาคต จะตอ้ งมีความพรอ้ มท้ังกาย ใจ สติปัญญา มีพัฒนาการทีด่ ีรอบ
ด้าน และมีสุขภาวะท่ีดใี นทกุ ช่วงวัย มีจิตสาธารณะ รบั ผดิ ชอบต่อสังคมและผ้อู ื่น มธั ยัสถ์อดออม โอบออ้ ม
อารี มีวินัย รักษาศลี ธรรม และเป็นพลเมอื งดีของชาติมหี ลักคิดท่ีถกู ต้อง มีทักษะที่จาเป็นในศตวรรษที่ 21
มีทักษะส่ือสารภาษาอังกฤษและภาษาท่ี 3 และอนุรักษ์ภาษาท้องถ่ิน มีนิสัยรักการเรียนรู้และการพัฒนา
ตนเองอย่างต่อเน่ืองตลอดชีวิต สู่การเป็นคนไทย ท่ีมีทักษะสูง เป็นนวัตกร นักคิด ผู้ประกอบการ
เกษตรกรยคุ ใหม่และอ่นื ๆ โดยมสี ัมมาชีพตามความถนัดของตนเอง” ดงั น้นั เพื่อใหก้ ารพัฒนาประเทศไปสู่
เป้าหมาย “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเีน่อง สังคมเป็นธรรม ฐาน
ทรัพยากรธรรมชาตยิ ่ังยืน” สานกั งานคณะกรรมการ การศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน จึงไดก้ าหนดนโยบายสานักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐานปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ.
2561– 2580) แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 แผนการปฏิรูปประเทศ นโยบายรัฐบาลท่ีได้
แถลงน โยบ ายต่อรัฐสภ า เมื่อวัน ท่ี 25-26 กรกฎ าคม 2562 และน โยบ ายและจุดเน้ น ของ
กระทรวงศึกษาธิการ ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 โดยได้กาหนดวิสัยทัศน์พันธกิจ เป้าประสงค์และ
มาตรการและแนวทางในการดาเนินการ ดังนี้
วสิ ัยทศั น
“สร้างคณุ ภาพทุนมนษุ ยส์ ู่สังคมอนาคตทีย่ ั่งยนื ”
พนั ธกิจ
1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความม่ันคงของสถาบันหลักของชาติและการปกครอง ในระบอบ
ประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรงเป็นประมุข
2. พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถความเป็นเลิศทางวิชาการเพื่อสร้างขีดความสามารถในการ
แขง่ ขัน
3. พฒั นาศกั ยภาพและคณุ ภาพผเู้ รยี นใหม้ ีสมรรถนะตามหลักสูตรและคุณลักษณะในศตวรรษที่ 21
4. สร้างโอกาสความเสมอภาคลดความเหล่ือมีล้าให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษาอย่าง
ท่วั ถงึ และเทา่ เทยี ม
34
5. พัฒนาผบู้ รหิ าร ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาใหเ้ ป็นมืออาชีพ
6. จัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง และเป้าหมายการพฒั นาท่ยี ่งั ยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
7. ปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาทุกระดับ และจัดการศึกษาโดยใช้
เทคโนโลยีดิจิทลั (Digital Technology) เพ่ือพฒั นามุ่งสู่ Thailand 4.0
เปำหมำย
1. ผู้เรียนมีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดม่ันการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติท่ีถูกต้องต่อบ้านเมือง มีหลักคิดท่ีถูกต้อง และเป็นพลเมืองดี
ของชาติมีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมท่ีพึงประสงคม์ ีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสงั คมและผู้อื่น ซื่อสัตย์
สจุ ริต มธั ยสั ถ์อดออม โอบอ้อมอารมี ีวนิ ยั รักษาศีลธรรม
2. ผู้เรียนทมี่ ีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตรศ์ ิลปะ ดนตรีกีฬา ภาษา และอื่นๆ
ได้รบั การพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพ
3. ผู้เรียน เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้คิดริเร่ิมและสร้างสรรค์นวัตกรรม มีความรู้มีทักษะ มี
สมรรถนะตามหลักสูตร และคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 มีสุขภาวะท่ีเหมาะสมตามวัย มี
ความสามารถในการพ่ึงพาตนเอง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเป็นพลเมือง พลโลกท่ีดี
(Global Citizen) พรอ้ มก้าวสู่สากล นาไปสูก่ ารสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ
4. ผู้เรียนท่ีมีความต้องการจาเป็นพิเศษ (ผู้พิการ) กลุ่มชาติพันธ์ุกลุ่มผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มท่ีอยู่
ในพน้ื ทีห่ า่ งไกลทรุ กันดาร ได้รับการศกึ ษาอย่างท่ัวถึง เทา่ เทียม และมีคณุ ภาพ
5. ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้มีความรู้และจรรยาบรรณ
ตามมาตรฐานวชิ าชีพ
6. สถานศึกษาจัดการศึกษาเพื่อการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable
Development Goals: SDGs) และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
7. สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สถานศึกษา มี
สมดุลในการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ มีการกากับ ติดตาม ประเมินผล มีระบบข้อมูลสารสนเทศ ท่ีมี
ประสิทธิภาพ และการรายงานผลอย่างเป็นระบบ ใช้งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการขับเคล่ือน
คุณภาพการศึกษา
5.7 นโยบำยจงั หวดั เลย
วสิ ยั ทศั น
“เมืองน่าอยู่ เมืองแห่งการท่องเที่ยว การค้า และการลงทนุ ภายใตก้ ารพฒั นาทยี่ ่งั ยืน”
35
พนั ธกิจ
1. พัฒนาโครงสร้างพนื้ ฐานและสงิ่ อานวยความสะดวก
2. พฒั นามาตรฐานการท่องเท่ยี ว
3. ส่งเสรมิ การอนุรกั ษ์และฟ้นื ฟทู รพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ้ มอย่างยงั่ ยืน
4. ยกระดบั คณุ ภาพและผลิตผลทางการเกษตร
5. ส่งเสริมการคา้ ชายแดนและการลงทนุ
6. เสริมสรา้ งสังคมใหน้ ่าอยู่และยกระดับการใหบ้ รกิ าร
7. เสรมิ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน ในการปอ้ งกันและแกไ้ ขปัญหาความมน่ั คง
คำนยิ ม
คา่ นยิ ม : Loei value (คา่ นยิ มจังหวดั เลย) = LOEI
1. L: Lifelong learning (เรียนรู้ตลอดชีวิต) = ศึกษาเรียนรู้สร้างทักษะอยู่เสมอ แล้วนามา
พฒั นาตนเอง พฒั นาจังหวัดเลย และสังคมอย่างต่อเน่อื ง
2. O : Ownership (ความเป็นเจ้าของ) = มีจิตสานึก มีความรัก หวงแหน มีความเป็นเจ้าของ
ร่วมกัน และภาคภมู ิใจในบทบาททรี่ บั ผดิ ชอบต่อจงั หวดั เลย
3. E : Excellence (ความเป็นเลศิ ) = มุ่งม่นั ในการปฏิบตั ิหน้าท่ีการให้บริการท่ีดีเกิดผลสัมฤทธิ์ท่ี
เปนเลศิ
4. I : Integrity (คณุ ธรรม) = พอเพียง มีวินัย สุจรติ จิตอาสา
เปำประสงครวม
เพอ่ื พฒั นาและส่งเสริมการท่องเที่ยว การลงทุน อตุ สาหกรรมการผลิตและบริการภายในจงั หวดั
และพฒั นาสิ่งแวดลอ้ มให้เป็นเมอื งท่นี ่าอยู่อย่างยง่ั ยืน
ตวั ชวี้ ดั
ร้อยละของดชั นีวดั ความสุข มวลรวมชุมชน ของจังหวัดเลย(Gross Village Happiness : GVH)
ค่าเปา้ หมาย ≥ 75 % ต่อปี
ประเดน็ ยุทธศำสตร
ยทุ ธศาสตร์ท่ี 1 : การสง่ เสริมการทอ่ งเที่ยวเชิงนิเวศควบคู่กับการอนรุ ักษ์ฟนื้ ฟู
ทรพั ยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดลอ้ ม
ยทุ ธศาสตร์ที่ 2 : การสง่ เสรมิ และพฒั นาประสทิ ธภิ าพการผลิตและสรา้ งมูลค่าเพิม่ สินค้าเกษตร
ยุทธศาสตร์ท่ี 3 : การส่งเสรมิ และสนบั สนนุ เทคโนโลยีหรือนวัตกรรมการผลติ และการบริการเชงิ
สร้างสรรค์
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 4 : การพัฒนาคุณภาพชวี ิตและการบรหิ ารจัดการภาครัฐเพื่อยกระดับสูส่ ากล
ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 5 : การเสรมิ สรา้ งและรักษาความม่ันคง
36
เปำประสงคตำมประเดน็ ยทุ ธศำสตรของจังหวัดเลย
1) เพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับนักท่องเท่ียว
2) เพ่ือพัฒนาสนิ ค้าเกษตรให้แข่งขันได้
3) เพ่ือพัฒนาอตุ สาหกรรมการผลติ และการบริการให้เตบิ โตและแข่งขนั ได้
4) เพื่อยกระดบั คุณภาพชีวติ สูม่ าตรฐานสากล และสร้างความพอใจให้แก่ผ้ใู ชบ้ ริการ
5) เพ่ือเสริมสร้างความมนั่ คงและความสงบเรียบร้อยแบบมีส่วนรว่ ม
5.8 นโยบำยสำนกั งำนศกึ ษำธกิ ำรจงั หวดั เลย
วิสยั ทัศน
"ผูเ้ รยี น มคี ุณภาพ มีคุณธรรม มีทกั ษะชวี ิต ดารงตนในสงั คมได้อยา่ งมีความสุขและยัง่ ยืน"
พันธกจิ
1. ยกระดับคุณภาพการศกึ ษา ขยายโอกาสในการเข้าถงึ การศกึ ษาทกุ ระดบั และการศึกษาในพืน้ ที่
2. ส่งเสรมิ และพฒั นาศักยภาพการมีงานทาและการประกอบอาชพี ของประชาชน
3. จดั และสง่ เสริมการศึกษาทกุ ระดับอย่างทั่วถึง มีคุณภาพ ตามมาตรฐานการศึกษาและสร้าง
สงั คมแหง่ การเรียนรตู้ ลอดชีวิต
4.พฒั นาระบบเทคโนโลยดี จิ ทิ ลั เพ่ือการศึกษาทุกระดบั ทุกช่วงวัย
5. สง่ เสริมและพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรยี นรู้แหลง่ เรียนร้เู พอื่ สร้างคุณภาพชวี ติ ตามหลัก
ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
6. พัฒนาระบบบริหารจดั การ งานวจิ ยั นวตั กรรม มงุ่ จดั การศกึ ษาให้มคี ุณภาพโดยยึดหลักธรรมาภิบาล
5.9 ทศิ ทำงกำรพฒั นำของสำนกั งำนเขตพื้นท่กี ำรศกึ ษำประถมศกึ ษำเลย เขต 1
สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 ได้กาหนดทิศทางในการพัฒนา การศึกษา
ข้ันพื้นฐานไว้ตามแผนพัฒนาการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.2563-2565 โดยกาหนดทิศทางการจัดการศึกษา
ประเด็นกลยุทธ์ เป้าประสงค์ ตวั ช้วี ดั ความสาเร็จและเป้าหมาย ดังนี้
วสิ ัยทศั น
“สรางคนดมี ีคณุ ภาพ มีทักษะชีวติ สูอนาคตท่ีย่งั ยืน”
พันธกิจ
1. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติและการปกครองในระบอบ
ประชาธปิ ไตยอันมพี ระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นประมุข
2. พัฒนาผู้เรียนให้มีความสามารถความเป็นเลิศทางวิชาการเพื่อสร้างขีดความสามารถ ในการ
แขง่ ขนั
37
3. พัฒนาศักยภาพและคุณภาพผู้เรียนให้มีสมรรถนะตามหลักสูตรและคุณลักษณะผู้เรียนใน
ศตวรรษที่ 21
4. สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหล่ือมล้า ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษา
อยา่ งทัว่ ถงึ และเทา่ เทียม
5. พฒั นาผู้บริหาร ครแู ละบุคลากรทางการศึกษาให้เป็นมืออาชีพ
6. จัดการศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง และเป้าหมายการพฒั นาทีย่ ่งั ยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
7. ปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาทุกระดับ และจัดการศึกษาโดยใช้
เทคโนโลยีดจิ ิทัล (Digital Technology) เพอ่ื พัฒนาม่งุ สู่ Thailand 4.0
เปำหมำย
1. ผู้เรียนมีความรักในสถาบันหลักของชาติและยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีทัศนคติที่ถูกต้องต่อบ้านเมือง มีหลักคิดที่ถูกต้อง และเป็นพลเมืองดี
ของชาติมีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมท่ีพึงประสงค์มีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อสังคมและผู้อื่น ซ่ือสัตย์
สจุ ริต มัธยสั ถ์อดออม โอบอ้อมอารีมีวินยั รักษาศลี ธรรม
2. ผู้เรียนทีม่ ีความสามารถพิเศษด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ศิลปะ ดนตรีกีฬา ภาษา และอ่ืนๆ
ได้รบั การพัฒนาอย่างเตม็ ตาม.ศกั ยภาพ
3. ผู้เรียน เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้คิดริเริ่มและสร้างสรรค์นวัตกรรม มีความรู้มีทักษะ มี
สมรรถนะตามหลักสูตร และคุณลักษณะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 มีสุขภาวะที่เหมาะสมตามวัย มี
ความสามารถในการพง่ึ พาตนเอง ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปน็ พลเมือง พลโลกที่ดี
(Global Citizen) พร้อมก้าวสสู่ ากล นาไปส่กู ารสรา้ งความสามารถในการแขง่ ขนั ของประเทศ
4. ผู้เรียนที่มีความต้องการจาเป็นพิเศษ (ผู้พิการ) กลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มผู้ด้อยโอกาส และกลุ่มที่อยู่
ในพ้ืนท่หี า่ งไกลทุรกนั ดาร ไดร้ ับการศึกษาอยา่ งทัว่ ถงึ เท่าเทียม และมีคณุ ภาพ
5. ผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้มีความรู้และจรรยาบรรณ
ตามมาตรฐานวิชาชีพ
6.ส ถ า น ศึ ก ษ า จั ด ก า ร ศึ ก ษ า เพื่ อ ก า ร บ ร ร ลุ เป้ า ห ม า ย ก า ร พั ฒ น า อ ย่ า ง ยั่ ง ยื น ( Sustainable
Development Goals: SDGs) และสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อม ตามหลักปรัชญา
ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
7. สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สถานศึกษา มี
สมดุลในการบริหารจัดการเชิงบูรณาการ มีการกากับ ติดตาม ประเมินผล มีระบบข้อมูลสารสนเทศ ที่มี
ประสิทธิภาพ และการรายงานผลอย่างเป็นระบบ ใช้งานวิจัย เทคโนโลยีและนวัตกรรม ในการขับเคลื่อน
คุณภาพการศกึ ษา
38
5.10 นโยบำยสำนกั งำนเขตพนื้ ท่ีกำรศกึ ษำประถมศกึ ษำเลย เขต 1
สานักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1 ได้กาหนดนโยบายประจาปีงบประมาณ
พ.ศ. 2563 โดยยึดหลักของการพัฒนาท่ียั่งยืน และการสร้างความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ใน
อนาคต เป็นแนวทางในการจัดการศึกษาจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ.
2561- 2580 แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2565) แผนการศึกษา แห่งชาติ พ.ศ.
2560 – 2579 และมุ่งสู่ Thailand 4.0 ดงั นี้
นโยบายที่ 1 ด้านการจัดการศกึ ษาเพื่อความมั่นคงของมนุษย์และของชาติ
นโยบายท่ี 2 ดา้ นการจดั การศึกษาเพ่ือเพิ่มความสามารถในการแขง่ ขันของประเทศ
นโยบายท่ี 3 ด้านการพัฒนาและเสริมสร้างศกั ยภาพทรัพยากรมนุษย์
นโยบายที่ 4 ดา้ นการสรา้ งโอกาสในการเข้าถึงบริการการศึกษาที่มคี ณุ ภาพ มมี าตรฐานและลด
ความเหลอ่ื มล้าทางการศึกษา
นโยบายที่ 5 ดา้ นการจัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคณุ ภาพชีวิตทีเ่ ป็นมติ รกบั สง่ิ แวดล้อม
นโยบายที่ 6 ด้านการปรับสมดลุ และพัฒนาระบบการบรหิ ารจดั การศึกษา
5.11 นโยบำยของโรงเรยี น
ได้ดาเนินการบริหารจดั การศึกษาให้สอดคล้องกบั นโยบายของหน่วยงานตน้ สงั กดั ดงั น้ี
1) ดา้ นโอกาสทางการศึกษา
เปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้นาบุตรหลานในเขตบริการมาเข้าเรียนในแต่ละปีสามารถเกณฑ์เด็ก
ได้รอ้ ยละ 100 และเปดิ โอกาสใหผ้ ูป้ กครองนอกเขตบริการไดน้ าบุตรหลานมาเข้าเรยี นไดต้ ามศักยภาพ
2) ด้านคุณภาพการศึกษา
พัฒนาผู้เรียนให้ได้มาตรฐานการศึกษาส่งผลให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนสูงข้ึนและมี
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ เปา้ หมายของหลกั สูตรการศกึ ษาข้ันพืน้ ฐาน
3) ดา้ นบคุ ลากร
พัฒนาครแู ละบุคลากรให้เปน็ มืออาชพี สง่ ผลใหผ้ เู้ รยี นมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
4) ดา้ นการมีสว่ นร่วม
บริหารจัดการแบบมีส่วนร่วมโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานตามหลักธรรมาภิบาล ทาให้โรงเรียนมี
สื่อ วัสดุอุปกรณ์ มีอาคารสถานท่ี ที่เอ้ือต่อการจัดกิจกรรมการการเรียนการสอน มีนโยบายและทิศ
ทางการพฒั นาที่ชัดเจน สง่ ผลใหผ้ ูเ้ รียนได้เรียนรู้อยา่ งมีความสขุ ไดร้ บั การพฒั นาเตม็ ตามศักยภาพ
39
5.12 ยทุ ธศำสตรก์ ำรพัฒนำ เขตพนื้ ทก่ี ำรศกึ ษำประถมศึกษำ เลย เขต 1
ดร.รอง ปญั สงั กำ
“ถกู ต้อง รวดเรว็ ทันสมยั ได้ประโยชน์”
[email protected] [email protected] AIS : 0987470802 LINE ID : phunsungka
“มงุ่ ส่มู าตรฐาน บริการเกนิ คาด”
“ย้มิ ไหว้ ทักทาย ชมเชย สพป.เลย เขต 1”
----------------------------------------
1. นกั เรียนชั้น ป.1 อ่านออก เขียนได้ 100% และ นักเรียน ป.6 อา่ นคลอ่ ง เขียนคลอ่ ง 100 % “โครงการทา้
พิสูจน์”
2. นกั เรียนทกุ คนผา่ นการคดั กรองหาความพิการ ครูมแี ผน IIP & IEP ครไู ด้รบั การอบรมการ คัดกรอง
(ครู ป.3, ป.6, ม.3)
3. นักเรยี นทุกคน ผา่ นการคัดกรองตามระบบดแู ล ช่วยเหลอื นักเรียน
4. นกั เรียนได้รับการเยย่ี มบา้ น 100%
5. ครใู ช้สื่อและนวตั กรรมในการจดั การเรยี นรู้ ตามหนว่ ยการเรยี นรู้แบบองิ มาตรฐาน
6. ครูทุกคน ไดร้ ับการนิเทศระดับช้ันเรยี น อยา่ งน้อยภาคเรียนละ 2 ครง้ั
7. โรงเรยี นดาเนินงานตามระบบประกนั คุณภาพ ภายใน ครบ 8 องค์ประกอบ 100%
8. โรงเรยี นมี Website และใช้ระบบ E-Office สพป. ใช้ AMSS เต็มรปู แบบ, มี E-News และมีกล่มุ LINE
9. โรงเรยี นจดั บรรยากาศการเรียนตามแนวคดิ BBL ครสู อนแบบ PBL (Project Based Learning) CBL
(Creativity Based Learning)
10. โรงเรยี นใช้หลักธรรมาภบิ าลในการบรหิ ารจดั การ มโี รงเรยี นสุจริต / โรงเรียนใสสะอาด / ประเมนิ
คุณธรรมและความโปร่งใส (Integrity and Transparency Assessment : ITA)
11. ยกระดับค่าเฉลยี่ NT ชัน้ ป.3 และ O-Net ชน้ั ป.6 และ ม.3 ใหส้ ูงขนึ้
12. ปลกู ฝงั คา่ นิยม 12 ประการครบถ้วน และสอดคลอ้ งกบั ชว่ งวยั
13. เดก็ พิการรอ้ ยละ 80 ได้รับโอกาส ในการพฒั นาอย่างเตม็ ศกั ยภาพ
14. ครูไดร้ บั การพฒั นา และได้รบั การยกย่อง เชดิ ชูเกียรติ
15. ผ้บู รหิ ารในโรงเรียนท่มี ผี ลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน ตา่ กลุ่ม 10% ล่าง ได้รับการพฒั นา
16. มที ีมวชิ าการในระดบั เขตและระดับกล่มุ เครือขา่ ยโรงเรียน ระดบั ละ 11 ทีม
17. ศน.นิเทศอย่างหลากหลาย (ร่วมพฒั นา, ออนไลน์, แนวใหม่, เต็มรูป, F.C.C. ฯลฯ)
18. ผู้บริหาร ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา มสี ุขภาพจิต สุขภาพกายท่ีดี และมีความสุข ในการทางาน
19. เร่ืองรอ้ งเรียนเปน็ ศูนย์ (Zero) มหี น่วยเฝา้ ระวังทางวนิ ยั
20. ผบู้ ริหาร ศน. ครู บคุ ลากรทางการศึกษา ได้รางวัล OBEC AWARD คิดเปน็ ร้อยละ 10
21. สพป.มคี ลังข้อสอบทม่ี คี ุณภาพ
40
22. ครูนาผลการสอบมาวเิ คราะห์เปน็ รายข้อ รายบคุ คล และนาไปสอนซอ่ มเสริม
23. ครูใชร้ ูปแบบการประเมนิ อยา่ งหลากหลาย ครอบคลุมในความเปน็ มนษุ ย์
24. โรงเรียนคุณธรรม นักเรยี นมวี ินยั คุณธรรม จริยธรรม (สัมมาคารวะ, 5 หอ้ งชีวิต, โตะ๊ เรยี น, ห้องนา้ ,
ห้องเรียน, ความสะอาด ฯ)
25. ใชร้ ะบบ Quality ในการใหค้ วามดี ความชอบ มากกว่าระบบคิว (ประเมนิ 80 : 20)
26. มีผบู้ รหิ ารและครูยอดเยยี่ ม ปลี ะ 26 ทา่ น (13+13)
27. ระบบการพิจารณาย้ายครูใช้ทงั้ วิชาเอก และประสบการณ์
28. ใช้ ASEAN Curriculum เตม็ รปู แบบ ASEAN Language Laos / Vietnamese / Chinese
29. ครวู เิ คราะห์มาตรฐานและตัวชีว้ ดั ในการเขยี นแผนการสอน
30. ครูมบี นั ทึกการสอนแทน กรณี ไม่อยู่, ไปราชการ, ป่วย, ลา, ขาด
31. ใช้ตารางสอนแบบยืดหยุ่น ป.3 / ป.6 / ม.3 (Flexible Subject Time Table) or (Flexible Schedule)
32. ใชก้ ารสอนทางไกลผ่านดาวเทียมเท่าที่จาเป็น เทา่ นน้ั (ห้ามใช้สอน ป.1 และวิชาเอกของตน)
33. ครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษาทุกคน จัดทาแผนพัฒนาตนเอง ID.Plan (Individual Development Plan)
/ มคี ปู องพฒั นา
34. ครแู ละนกั เรยี นใช้ ICT ในการแสวงหา ความรู้
35. จดั การศึกษาทางเลอื กในโรงเรียน ท่มี ีความพร้อม อยา่ งน้อยกลมุ่ รร. ละ 1 แหง่
36. จัดต้งั กองทนุ ชว่ ยเหลอื นักเรียน
37. สร้างบ้านให้นักเรยี นยากจน อาเภอละ 1 หลงั รวม 5 หลัง
38. ใหม้ ศี ูนยพ์ ฒั นาทรพั ยากรบคุ คล
39. จัด MOU กับองค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่ และจัดต้งั อาสาสมัครการศึกษา (อสศ.)
40. สพป. “มุง่ สูม่ าตรฐาน บริการเกินคาด”
41. เพม่ิ บทบาทและพฒั นาศักยภาพ กรรมการ 5 บอร์ด
42. มโี รงเรียนแกนนาโรงเรยี นดี 5 วิถี อยา่ งน้อย กลุ่มละ 1 โรงเรยี น
43. มีเวทีแลกเปล่ียนเรียนรสู้ าหรับทกุ คน
44. มคี ่ายลูกเสือ อาเภอละ 1 แหง่
45. จดั ตลาดนัดวชิ าการ ไดแ้ ก่ นิทรรศการผลงาน การแสดงของนักเรียน จาหน่ายสินค้า OSOP (อาเภอละ 1 จดุ )
46. มกี ารพัฒนาครูและบคุ ลากร ตามรูปแบบ TEPE Online
47. MOU โรงเรียนใสสะอาด ปราศจากคอรัปช่ัน
48. ใช้ AHHA Education มาใชใ้ นการ จัดการเรียนรู้ ภาษาองั กฤษ และนา CEFR มาใชเ้ ปน็ กรอบในการ
ประเมนิ (นกั เรียน ม.3 อา่ นไดเ้ ขียนได้ 100%)
49. ผ้บู ริหาร ครูและบคุ ลากรทางการศึกษา ทกุ คน มีรูปแบบ (Model) ในการพฒั นา (ODOM, OPOP, OSOM)
50. ช่วงชัน้ ที่ 1 เน้นวชิ า คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และสังคมศึกษา
41
51. จดั การเรยี นรู้วิชาชีพ (ทน่ี าไปประกอบอาชีพได้) ในระดับชนั้ มัธยมศึกษา
52. โรงเรยี นเขา้ รว่ มโครงการโรงเรยี นสขุ ภาวะ จติ ศึกษา 100% สุขอนามัย สวสั ดภิ าพ สวัสดิการของ
นกั เรยี นตอ้ งมาที่หน่ึง
53. ใช้รูปแบบการสอนภาษาไทย “การแจกลูก สะกดคาแบบโบราณ” กับนักเรยี นชัน้ ป.1
54. ครูสอนแล้วสอบ โดยใช้รปู แบบ NT. ; O-Net และ PISA (กระดาษคาตอบ, ฝนดว้ ยดนิ สอ)
55. พฒั นาสานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษา สู่องค์การแห่งการเรียนรู้ (LO.)
56. ลดเวลาเรียน เพม่ิ เวลารู้ กับกรู ูอย่างหลากหลาย
57. โรงเรียนสขี าว (Vice-free School)
58. โรงเรยี นปลอดขยะ
59. สถานศึกษาแห่งการวิจัย
60. โรงเรียนเป็นโรงเรยี นอัตโนมัติ AS:Automatic School สพป.เป็นองคก์ รอัตโนมตั ิ AO:Automatic
Organization
42
บทท่ี 3
วิธดี ำเนนิ กำร
การจัดทาแผนพัฒนาการศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้แผนพัฒนาการศึกษาเป็นเครื่องมือ
ในการบริหารจัดการและพัฒนาการศึกษาข้ันพื้นฐานของโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”
และเพื่อเป็นกรอบหรือแนวทางในการนาไปใช้ในการวางแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียน ใน
ห้วงระหว่างปี พ.ศ.2559-2562 การวางแผนให้ชัดเจนและมีความสมบรู ณ์ครบถ้วนตามหลกั การวางแผน
จึงมีความสาคัญอย่างย่ิง ดังนั้น จึงกาหนดกระบวนการและข้ันตอนในการวางแผนครั้งน้ี โดยใช้
กระบวนการวางแผนกลยทุ ธ์ ไว้ 4 ขั้นตอน ดงั นี้
ขัน้ ตอนที่ 1 การสารวจสภาพของหน่วยงานและโรงเรียน เป็นวิธขี องการดาเนินงานเพอื่ กาหนด
จดุ อ่อน จดุ แข็ง หรอื สง่ิ ท่ีเปน็ มาตรฐาน และสง่ิ ท่ีไมไ่ ดม้ าตรฐานของหนว่ ยงานและโรงเรียน
ขั้นตอนท่ี 2 การกาหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ วัตถุประสงค์และเป้าหมาย เป็นการกาหนดความ
มุ่งหวัง ทิศทาง และความสาเรจ็ ในอนาคต
ขั้นตอนท่ี 3 การกาหนดยุทธศาสตร์การดาเนนิ งาน เป็นการกาหนดมาตรการของการดาเนินงาน
อย่างเป็นระบบ
ข้ันตอนท่ี 4 การกาหนดภารกิจของโรงเรียนเป็นการกาหนดงาน / โครงการ / กิจกรรม ให้
สอดคล้องกบั ภารกิจและสภาพปัญหา หรือสิ่งท่ีตอ้ งพฒั นาและนโยบายท่ีเกี่ยวข้อง
การวางแผนกลยุทธ์นอกจากจะกาหนดสาระของแผนกลยุทธ์ อันได้แก่ พันธกิจ จุดหมาย
วัตถุประสงค์ นโยบาย และกลวิธีหรือมาตรการอันเป็นยุทธศาสตร์แล้ว การวางแผนกลยุทธ์จะต้องมี
องคป์ ระกอบและกระบวนการทีส่ าคัญดังนี้
1. กำรวเิ ครำะห์ผู้มีส่วนได้เสีย (Stakeholders Analysis)
การวิเคราะห์เร่ืองผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders Analysis) ท่ีเกี่ยวข้องกับองค์กรมีส่วน
ช่วยในการกาหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจและเป้าประสงค์หลักของโรงเรียนได้ถูกต้อง เน่ืองจากโรงเรียนไม่
เพยี งแต่มีความผูกพนั กับหน่วยงานต้นสงั กัดและผู้รับบริการเท่าน้ัน แต่ยงั มีผู้มีส่วนได้สว่ นเสียอื่นๆ อีกด้วย
ผู้มีส่วนได้เสียต่อองคก์ ร (Stakeholder Influence) ซ่ึงมอี ิทธิพลต่อการวางแผนและการดาเนินงานของ
โรงเรยี น จาแนกได้เปน็ 3 กลมุ่ ดงั นี้
1.1 ผมู้ ีสว่ นไดเ้ สียภายในองค์กร (Internal Stakeholders) ได้แก่ ครู ผบู้ ริหาร และนกั เรยี น
1.2 ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในการรับบริการ (Marketplace Stakeholders) เช่น ผู้ปกครอง
นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพนื้ ฐาน คณะกรรมการภาคี 4 ฝ่าย ผรู้ ับจา้ ง และขายครภุ ัณฑ์และ
วัสดุในการจดั ซื้อจัดจา้ งตามระเบียบพสั ดุ เป็นตน้
1.3 ผู้มสี ่วนได้เสียในสังคมแต่อยู่นอกองค์กร (External Stakeholders) เชน่ คณะกรรมการ
คุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมการอาหารและยา สถาบันการเงิน สหกรณ์ร้านค้า สภาอุตสาหกรรม
43
องค์กรพัฒนาเอกชน และสื่อมวลชน รวมทั้งกลุ่มการเมืองท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการ ตลอดจน
ศาลยุติธรรม และศาลปกครอง เปน็ ต้น ซึ่งทาหน้าที่ในการกากบั ดูแล และป้องกันและแก้ไขข้อขดั แย้ง/
ข้อรอ้ งเรียนระหว่างผใู้ หบ้ รกิ ารและผู้รับบรกิ าร เพ่อื ให้เกดิ ความเป็นธรรมทัง้ สองฝา่ ย
2. ขน้ั ตอนกำรดำเนินกำร
โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” จึงได้กาหนดขั้นตอนการดาเนินการในการ
จดั ทาแผนกลยทุ ธ์ครงั้ นี้ ไว้ดงั น้ี
2.1 การเตรียมงานโดยฝา่ ยงานบรหิ ารทัว่ ไปและแผน
2.1.1 เสนอแต่งตง้ั คณะทางาน (Internal Stakeholders) ภายในโรงเรยี น เพ่ือเสนอขอ
ความเหน็ ชอบจากผู้อานวยการโรงเรยี น
2.1.2 เสนอรายช่ือผู้มีส่วนได้เสียจากภายนอก ประกอบด้วย ผู้มีส่วนได้เสียโดยตรงในการ
รับบริการ (Marketplace Stakeholders) และผู้มีส่วนได้เสียในสังคมแต่อยู่นอกองค์กร (External
Stakeholders) คือ คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ครูและบุคลากรทางการศึกษา เพื่อเสนอขอ
ความเห็นชอบจากผอู้ านวยการโรงเรียนอนบุ าลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”
2.1.3 รวบรวมกฎหมายทเ่ี กย่ี วข้องกับหน่วยงานและโรงเรยี น โดยเฉพาะมาตราที่เก่ยี วข้อง
จากรฐั ธรรมนูญ พระราชบญั ญตั ิ พระราชกฤษฎกี า และกฎกระทรวงทเี่ ก่ียวข้อง
2.1.4 รวบรวมนโยบายของรฐั บาล โดยเฉพาะคาแถลงนโยบาย แผนบริหารราชการ
แผ่นดนิ และมติคณะรฐั มนตรีทเี่ ก่ียวข้องกับหนว่ ยงาน นโยบายสานักงานคณะกรรมการการศึกษา ข้นั
พ้ืนฐานและนโยบายจงั หวดั
2.1.5 รวบรวมรายงานผลงานที่หนว่ ยงานตอ้ งรบั ผิดชอบ ท่ีต้องรายงานสานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาเลย เขต 1 หนว่ ยงานท่ีเกีย่ วข้องและการรายงานต่อสาธารณะ
2.1.6 รวบรวมข้อมูลเชงิ ปริมาณจากรายงานสถติ ทิ เ่ี ก่ยี วข้องกบั การวเิ คราะห์
สภาพแวดล้อมภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกของโรงเรียน
2.1.7 รวบรวมข้อมลู เชิงคณุ ภาพจากเอกสารทเ่ี ก่ยี วข้องกบั การวิเคราะห์สภาพแวดลอ้ ม
ภายในและสภาพแวดล้อมภายนอกของโรงเรยี น
2.2 ประชุมเชิงปฏิบตั กิ ารคณะทางานและคณะกรรมการท่ีไดร้ ับแตง่ ตั้งในข้อ 1.1 และ1.2
เพือ่ วิเคราะหส์ ภาพแวดล้อม (SWOT Analysis) ตามข้ันตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
2.2.1 วิเคราะห์สภาพแวดลอ้ มร่วมกนั ระหว่างผ้บู ริหาร ครแู ละตวั แทนของผูป้ ฏิบัติงาน
2.3 ประชมุ คณะทางานเพือ่ จดั ทาร่างทิศทางและกลยุทธ์ของหน่วยงานโดยคณะทางาน
2.3.1 ประเมินสถานภาพจากผลการวิเคราะห์สภาพแวดลอ้ ม
2.3.2 จัดทารา่ งวิสยั ทศั น์ พนั ธกิจ และเปา้ ประสงค์หลักของโรงเรียน
2.3.3 จัดทาร่างกลยทุ ธร์ ะดบั ยทุ ธศาสตร์และกลยุทธ์