The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนกลยุทธ์ 2563-2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pan_mook, 2021-09-17 03:30:38

แผนกลยุทธ์ 2563-2565

แผนกลยุทธ์ 2563-2565

44

2.4 ประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ข้อคิดเห็นในการจัดวางทิศทางและการกาหนดกลยุทธ์ของ
ผู้มีส่วนได้เสีย 3 กลุ่ม โดยผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภายในหน่วยงาน (Internal Stakeholders) ผู้มีส่วนได้ส่วน
เสียโดยตรงในการรับบริการ (Marketplace Stakeholders) และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในสังคมแต่อยู่นอก
องคก์ ร (External Stakeholders) ตามขัน้ ตอนดงั นี้

2.4.1 ให้ข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและการประเมินสถานภาพของ
หน่วยงาน

2.4.2 ให้ขอ้ คดิ เห็นเก่ยี วกับร่างวิสัยทศั น์ พันธกิจ และเปา้ ประสงคห์ ลกั
2.4.3 ใหข้ ้อคดิ เหน็ เก่ียวกับรา่ งยุทธศาสตรแ์ ละกลยทุ ธ์
2.5 ประชุมคณะทางานเพื่อสรุปผลการจัดวางทิศทางและกลยุทธ์ของโรงเรียน ตามขั้นตอน
ดงั น้ี
2.5.1 จัดทาสรุปผลการประเมินสถานภาพจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม
2.5.2 จดั ทาสรปุ ผลการกาหนดวสิ ยั ทศั น์ พันธกจิ และเป้าประสงคห์ ลักของโรงเรียน
2.5.3 จดั ทาสรุปผลการกาหนดยทุ ธศาสตร์ กลยุทธ์ และผลผลติ
2.5.4 กาหนดตัวชี้วัดระยะยาวระดับยุทธศาสตร์ และระดับกลยุทธ์ (และตัวช้ีวัดรายปี -
ถ้ามี) รวมท้งั ตัวชวี้ ดั ระดับผลผลติ รายปีที่แสดงประสทิ ธิภาพของผลผลิต
2.6 เผยแพรแ่ ผนกลยทุ ธต์ ่อสาธารณะ ตามขั้นตอนดังน้ี
2.6.1 จดั พมิ พแ์ ผนกลยุทธ์แจกจ่ายผู้มสี ว่ นไดเ้ สยี ทัง้ 3 กล่มุ
2.6.2 จัดทา Website เผยแพร่แผนกลยุทธ์ พร้อม E-mail เพื่อให้ประชาชนและผู้สนใจ
สามารถใหข้ ้อคดิ เหน็ เพ่ิมเตมิ กลับมายงั หน่วยงานได้

45

บทท่ี 4
ผลกำรวิเครำะหข์ ้อมลู

ในการวิเคราะห์สถานภาพของโรงเรียนบ้านเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”โดยใช้เทคนคิ SWOT
Analysis มาเป็นเคร่ืองมือในการวิเคราะห์บริบทของโรงเรียน ท้ังสภาพแวดล้อมภายใน (ปัจจัยภายใน)
และสภาพแวดล้อมภายนอก (ปัจจัยภายนอก) ให้ชัดเจน ถูกต้องครบถ้วนเพื่อให้ได้ทิศทางในการพัฒนา
การศึกษาขั้นพื้นฐานตามภารกิจที่รับผิดชอบได้มาตรฐานคุณภาพตามกาหนด จึงขอนาเสนอผลการ
วิเคราะห์ตามลาดับ ดังน้ี

1. หลัก SWOT Analysis
2. รปู แบบการวิเคราะหส์ ภาพแวดล้อม
3. กระบวนการวิเคราะห์สถานภาพของโรงเรียน
4. การกาหนดกราฟรปู ไข่แสดงทศิ ทางการพฒั นา
5. การจัดทาตารางสัมพนั ธ์เพอ่ื แสดงทิศทางและกาหนดกลยุทธ์
6. ทศิ ทางการพัฒนาของโรงเรียนอนบุ าลเชยี งคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”

1. หลัก SWOT Analysis ย่อมาจาก Strength Weaknesses Opportunities และThreats
โดยมคี วามหมาย ตามแผนภูมิที่ 4 ดงั น้ี

แผนภูมทิ ี่ 4 กระบวนการวิเคราะหบ์ ริบทของโรงเรียน (SWOT Analysis)

ช่วยใหบ้ รรลุ ทำให้ไมบ่ รรลุ
วัตถุประสงค์ วตั ถปุ ระสงค์

ปจั จยั จุดแข็ง จดุ ออ่ น
ภำยใน (Strengths-S) (Weaknesses-W)

ปจั จยั โอกำส อุปสรรค
ภำยนอก (Opportunities-O) (Threats-T)

(โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” 2562)

46

องค์ประกอบของการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมของโรงเรียน โดยใช้เครื่องมือ SWOT Analysis
ประกอบด้วย สภาพแวดล้อมภายนอกท่ีเป็นโอกาส (Opportunities) หรืออุปสรรค (Threats) และ
สภาพแวดล้อมภายในทีเ่ ป็นจดุ แข็ง (Strengths) หรือจุดอ่อน (Weaknesses) โดยทาการวิเคราะห์เฉพาะ
ปจั จัยท่ีมีอิทธิพล/สภาพปัจจุบัน ปัญหาต่อการปฏิบัติงานตามภารกิจของโรงเรียน ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ
โรงเรียนที่เป็นประโยชน์ต่อการวางแผนการบริหารการศึกษา และพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้บรรลุ
วัตถุประสงค์ ดงั ตอ่ ไปนี้

1.1 สภาพแวดลอ้ มภายใน ประกอบด้วย
จดุ แขง็ (Strengths: S) หมายถงึ ปัจจัยหลักของสภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนท่ีเป็นจุดแข็ง ข้อดี
หรือขอ้ เด่นท่จี ะทาใหโ้ รงเรียนประสบผลสาเรจ็ บรรลวุ ตั ถุประสงค์
จดุ อ่อน (Weaknesses: W) หมายถึง ปัจจัยหลกั ของสภาพแวดล้อมภายในโรงเรยี นทีเ่ ปน็ จุดออ่ น
ขอ้ ดอ้ ยหรอื จุดที่ควรพัฒนาสง่ ผลเสยี ตอ่ การดาเนินงานของโรงเรยี นท่ยี ังไมบ่ รรลวุ ัตถปุ ระสงค์
1.2 สภาพแวดลอ้ มภายนอก ประกอบดว้ ย
โอกาส (Opportunities: O) หมายถึง ปัจจัยหลักของสภาพแวดล้อมภายนอกโรงเรียนที่เป็น
โอกาส เอ้ืออานวยหรอื สนับสนนุ โรงเรียนให้ประสบผลสาเรจ็ บรรลุวัตถุประสงค์
อุปสรรค (Threats: T) หมายถึง ปัจจัยหลักของสภาพแวดล้อมภายนอกโรงเรียนที่เป็นอุปสรรค
ภัยคุกคามหรือข้อจากัดท่ีจะทาให้การดาเนินงานของโรงเรียนไม่ประสบผลสาเร็จหรือยังไม่บรรลุ
วตั ถุประสงค์
2. รปู แบบกำรวเิ ครำะห์สภำพแวดล้อม
2.1 กำรวิเครำะห์สภำพแวดล้อมภำยนอก (External Environment) เป็นการวิเคราะห์
สภาพที่เป็นโอกาส (Opportunities) หรืออุปสรรค (Threats) โดยพิจารณาถึงแนวโน้มของปัจจัยท่ีมี
อิทธิพลต่อความคงอยู่และการขยายตัวของภารกิจโรงเรียน มีท้ังปัจจัยที่เป็นโอกาสและปัจจัยที่เป็น
อุปสรรคท่ีส่งผลต่อการบริหารจัดการของโรงเรียน ซ่ึงไม่สามารถควบคุมได้หรือควบคุมได้ในระยะสั้น ๆ
การวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอกทางด้านการศึกษาสามารถใช้หลักการวเิ คราะห์ทีเ่ รียกว่า CSTEP ซึ่ง
มปี จั จัยทตี่ อ้ งนามาวิเคราะห์ ดังน้ี
แบบ CSTEP คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกท่ีนาปัจจัย 4 ด้านท่ีส่งผลต่อการบริหาร
จดั การโรงเรยี นใหบ้ รรลุวัตถุประสงค์มาวิเคราะห์ ไดแ้ ก่
1) ด้านพฤติกรรมลูกค้า (Customer Behaviors : C) เป็นกลุ่มประชากรวัยเรียน เด็กปกติ
เด็กด้อยโอกาส เด็กพิการ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ได้แก่ ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
ประชากร หน่วยงาน
2) ด้านสังคมและวัฒนธรรม (Socio–cultural Factors : S) เป็นการวิเคราะห์ในเร่ือง
โครงสร้างประชากร ระบบการศึกษา ค่านิยม ความเชื่อ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี แนวคิด

47

อนุรักษ์ คุณภาพชีวิต การอนามัย สภาพและกระแสสังคมและชุมชน ที่ล้อมรอบหน่วยงาน ความตอ้ งการ
ของประชาชน ปญั หาของสังคม เครอื ขา่ ยความรว่ มมอื ระหวา่ งหน่วยงานภาครฐั ฯลฯ

3) ด้านเทคโนโลยี (Technological Factors : T) เป็นการวิเคราะห์ในเร่ืองความก้าวหน้าทาง
เทคโนโลยี เทคโนโลยสี ารสนเทศ เทคโนโลยีการบรหิ าร ภูมิปญั ญาทอ้ งถนิ่ ฯลฯ

4) ด้านเศรษฐกิจ (Economic Factors : E) เป็นการวิเคราะห์ในเร่ืองสภาพและแนวโน้ม
เศรษฐกจิ สภาพเศรษฐกิจของผู้ปกครอง ภาวะทางการเงิน

5) ด้านการเมืองและกฎหมาย (Political and Legal Factors : P) เป็นการวิเคราะห์ในเร่ือง
รัฐธรรมนูญ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พระราชบัญญัติการศึกษาภาคบังคับ มาตรฐานการศกึ ษา
หลักสูตร นโยบายรัฐบาล นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานตน้ สังกดั มีกฎระเบยี บท่ีเกี่ยวข้อง
กับการบริหารจัดการหนว่ ยงาน ฯลฯ

1.2 กำรวิเครำะห์สภำพแวดล้อมภำยใน (Internal Environment) เป็นการวิเคราะห์ถึง
แนวโน้มของตัวแปรปัจจัยท่ีเป็นจุดแข็ง (Strengths : S) และจุดอ่อน (Weaknesses : W) ที่หน่วยงาน
สามารถควบคุม/บริหารจัดการได้และมีอิทธิพลโดยตรงท่ีแสดงถึงศักยภาพของหน่วยงานท่ีส่งผลต่อการ
กาหนดกลยุทธ์ของหน่วยงาน การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในทางด้านการศึกษาเดิมนิยมใช้ประเด็น
สาคญั มาวเิ คราะห์ ที่เรียกว่า 7S รายละเอียดดังน้ี

แบบ 7S คือ การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนโดยนาปัจจัย 7 ด้าน มาวิเคราะห์
ประกอบด้วย

1) ด้านโครงสร้าง(Structure : S1 ) เป็นการวิเคราะห์โครงสร้างองค์กร เก่ียวกับความสัมพันธ์
ระหว่างอานาจหนา้ ท่ี เชน่ การรวมอานาจหน้าท่ี การกระจายอานาจของผบู้ ริหาร

2) ด้านกลยุทธ์ขององค์กร (Strategy : S2 ) เป็นการวิเคราะห์ในเรื่องการวางแผนกลยุทธ์ของ
องค์กรเพ่ือตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมท้ังภายในและภายนอก โดยมีเป้าหมายเพ่ือมุ่งพัฒนาองค์กรให้มี
คณุ ภาพท้งั การให้บริการและคุณภาพของผเู้ รยี น

3) ด้านระบบในการดาเนินงานขององค์กร (Systems : S3) เป็นการวิเคราะห์ในเร่ือง
กระบวนการและลาดับในการทางานที่ต้องเป็นระบบให้สอดคล้องกันไปในทิศทางเดียวกันกับเร่ืองอื่นๆ
โดยเฉพาะกับกลยทุ ธแ์ ละโครงสร้างองค์กร

4) ด้านแบบแผนหรือพฤติกรรมในการบริหารจัดการ (Style) : S4) เป็นการวิเคราะห์ในเร่ืองการ
บริหารจัดการของผู้บริหารและความเป็นผู้นาของผู้บริหาร เพราะผู้นาจะต้องเป็นต้นแบบให้กับบุคลากร
ในองค์กร

5) ด้านบุคลากร/สมาชกิ ในองค์กร (Staff : S5) เป็นการวิเคราะห์ในเรื่องการบริหารจัดการบุคล
การคดั เลอื กบคุ ลากร การจัดคนใหเ้ ขา้ กับงาน ค่าตอบแทน การลงโทษและการพัฒนาบุคลากร

6) ด้านทักษะ ความรู้ ความสามารถขององค์กร(Skills : S6) เป็นการวิเคราะห์ในเร่ืองทักษะ
ความสามารถ ความโดดเด่น ความชานาญหรือเชีย่ วชาญของครแู ละบคุ ลากร

48

7) ด้านค่านิยมร่วมกันของสมาชิกในองค์กร(Shared Values :S7) เป็นการวิเคราะห์ในเรื่อง
ค่านิยมร่วมในองค์กร วฒั นธรรมองค์กร เพอื่ สรา้ งความเป็นอันเดียวกันภายในองคก์ าร

สรุป การวิเคราะห์สถานภาพโรงเรียนท่ีเป็นสภาพแวดล้อมภายนอก 5 ด้าน (CSTEP) และ
สภาพแวดล้อมภายใน 7 ดา้ น (7S ) ดงั แผนภมู ิท่ี 5

สภาพแวดล้อมภายนอก สภาพแวดล้อมภายใน

โอกาส อปุ สรรค จุดแขง็ จุดอ่อน
(Opportunity) (Threat) (Strength) (Weakness)

C : ดา้ นพฤตกิ รรมของลกู คา้ S1 : ด้านโครงสร้าง
S : ดา้ นสังคมและวัฒนธรรม S2 : ด้านกลยุทธ์ขององค์กร
T : ด้านเทคโนโลยี S3 : ด้านระบบในการดาเนินงานขององค์กร
E : ดา้ นเศรษฐกิจ S4 : ด้านบคุ ลากร/สมาชกิ ในองค์กร
P : ดา้ นการเมอื งและกฎหมาย S5 : ด้านบคุ ลากร/สมาชกิ ในองค์กร
S6 : ดา้ นทักษะ ความรู้ ความสามารถขององค์กร
S7 : ด้านคา่ นยิ มร่วมกันของสมาชกิ ในองค์กร

แผนภูมิที่ 5 การวิเคราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอกและภายใน

3. ผลกำรวิเครำะห์สถำนภำพของโรงเรยี น
3.1 คณะวางแผนของโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” ร่วมกันระดมความคิด
วเิ คราะห์ปจั จัยภายนอกท้ัง 5 ด้าน (CSTEP) และปัจจัยภายใน 7 ดา้ น (7S ) โดยกาหนดประเดน็ สาคัญแต่
ละดา้ นทีส่ ่งผลต่อการปฏบิ ัติงานของโรงเรียน
3.2 สรปุ ประเด็นท่คี ล้ายกนั หรอื ซา้ ซ้อน ใหเ้ หลอื ประเด็นสาคัญเพียงประเดน็ เดยี ว
3.3 วเิ คราะห์ประเดน็ สาคญั จากขอ้ 3.2 สรุปเปน็ โอกาส/อุปสรรค สาหรับปจั จัยภายนอกและเป็น
จดุ แขง็ /จุดอ่อน สาหรับปัจจยั ภายใน
3.4 คณะวางแผนแต่ละคนพิจารณาให้คะแนนประเด็นสาคัญแต่ละประเด็น ตามระดับความ
รุนแรงของผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของโรงเรียนจนครบทุกด้าน ทั้งปัจจัยภายนอกและปัจจัยภายใน
และหาค่าคะแนนเฉลี่ยแตล่ ะคน แต่ละประเด็น โดยกาหนดเกณฑใ์ ห้คะแนน 5 ระดบั ดงั น้ี

49

5 คะแนน หมายถึง เป็นปัจจัยที่ส่งผลตอ่ การปฏิบัติงานของโรงเรยี นมากทส่ี ดุ
4 คะแนน หมายถงึ เปน็ ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลต่อการปฏบิ ตั งิ านของโรงเรยี นมาก
3 คะแนน หมายถงึ เป็นปัจจัยท่สี ง่ ผลต่อการปฏบิ ตั งิ านของโรงเรียนปานกลาง
2 คะแนน หมายถึง เป็นปจั จยั ที่สง่ ผลตอ่ การปฏบิ ัติงานของโรงเรยี นน้อย
1 คะแนน หมายถงึ เปน็ ปจั จัยที่ส่งผลต่อการปฏบิ ตั งิ านของโรงเรียนน้อยทส่ี ุด
ดงั ตาราง 17 และ 17

จากการวเิ คราะห์นโยบายและภารกิจของหน่วยงานตน้ สังกัดและโรงเรียน สรุปได้ว่า การศึกษามี
จุดมุ่งเน้นเพ่ือพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษา ปลูกผังคุณธรรม พัฒนาโอกาสทางการศึกษา
พัฒนาครูและบุคลากร พัฒนาประสิทธิภาพการบริหารจัดทางการศึกษาและส่งเสริมการมีส่วนร่วมของ
ทกุ ภาคส่วน

จากการวิเคราะห์นโยบายและภารกิจของหน่วยงานต้นสังกัด สรุปได้ว่าการจัดการศึกษามี
จดุ มุ่งหมายเพื่อพัฒนาโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพมาตรฐาน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุก
ภาคส่วน ดังน้ันโรงเรียนจาเป็นต้องจัดทาแผนพัฒนาให้สอดคล้องกับภารกิจและนโยบายของหน่วยงาน
ต้นสังกัดดังกล่าว คือ เน้นเรื่อง โอกาส คุณภาพ และการมีส่วนร่วม ในการพัฒนานักเรียน ครู
โรงเรียน และการบรหิ ารจดั การให้มคี ณุ ภาพตามมาตรฐาน

ตำรำง 17 ผลวเิ คราะห์แตล่ ะประเดน็ ของปจั จัยภายนอกโรงเรียนอนุบาลเชยี งคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”

1) ปัจจยั ภำยนอก ประกอบด้วย

1.1) พฤติกรรมลูกคำ้ (C)

โอกำส อุปสรรค

1. มรี ะบบดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียนอย่างเป็นระบบ 1. นกั เรียนบางสว่ นมีความบกพร่องทางการเรียนรู้

2. นักเรยี นทกุ คนได้รบั การศึกษาและการบริการ ส่งผลตอ่ การพฒั นาการจัดการศึกษา

อยา่ งทวั่ ถึงทกุ คน และได้รบั การพฒั นาตาม 2. นกั เรยี นบางส่วนขาด ความใฝเ่ รียนรู้ ขาดความ

ศกั ยภาพ กระตือรือร้นในการเรียน

3. มพี ีเ่ ลี้ยงนักเรยี นพิการอยา่ งเพียงพอในการดแู ล 3. ผู้ปกครองของนักเรียนบางส่วนไมอ่ ยู่ในเขต

นักเรียน บริการ ส่งผลตอ่ การมสี ่วนรว่ มในการจัด

4. ชุมชนและผู้ปกครองใหค้ วามร่วมมือสนบั สนนุ การศกึ ษา

การจดั การศกึ ษา 4. ผ้ปู กครองนักเรียนไปทางานต่างจังหวัดหรอื ต่าง

5. มีคณะกรรมการสถานศกึ ษาท่ีเข้มแข็ง ถน่ิ นกั เรียนอาศัยกบั ตายายสง่ ผลตอ่ การดูแลดา้ น

6. ชุมชนนบั ถือศาสนาพทุ ธ มวี ัฒนธรรม พฤติกรรมและการเรียนของนักเรียน

ขนบธรรมเนยี มประเพณีที่ดีงาม เป็นแบบอย่าง

ทด่ี ีและเอ้ือต่อการจัดการศกึ ษา

50

โอกำส อุปสรรค
7. สถานศึกษามหี นว่ ยงาน/องค์กรท้องถ่นิ ภายนอก

มาช่วยสนบั สนนุ ในการจัดการศกึ ษา

1.2) สงั คมและวัฒนธรรม (S) อุปสรรค
โอกำส 1. วฒั นธรรมการเล้ยี งดลู กู
2. ผปู้ กครองบางส่วนขาดความรู้ความเข้าใจใน
1. โรงเรยี นไดร้ บั การยอมรับ จากภาครัฐและ
เอกชน โดยให้การสนับสนนุ กิจกรรมของ การเรยี นการสอน
โรงเรียนอย่างต่อเนือ่ ง 3. ถนนหน้าโรงเรยี นแคบ ไม่มที ่ีจอดรถรบั -สง่

2. ผปู้ กครองมคี า่ นิยมส่งบตุ รหลานเขา้ เรยี นใน นักเรียน
โรงเรียนทีม่ ชี อื่ เสียง 4. โรงเรียนอยู่ในแหล่งชมุ ชนที่มีภาวะเส่ียง
5. ผู้ปกครองในชุมชนไปทางานต่างถน่ิ ทาให้
3. ชุมชนและหนว่ ยงานท้องถิ่นร่วมกนั อนรุ กั ษ์
ประเพณวี ัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถน่ิ นักเรยี นถูกทอดท้งิ ขาดความอบอ่นุ
6. ชมุ ชนตั้งอยตู่ ิดชายแดนประเทศลาว ทาใหม้ ี
4. ผู้ปกครองสว่ นใหญ่เหน็ ความสาคญั ดา้ น
การศึกษาและให้การสง่ เสริมสนับสนนุ นกั เรียน ความเสย่ี งเกย่ี วกับปัญหายาเสพติด
ด้านการศึกษา

5. มีแหลง่ เรียนรแู้ ละภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่ ที่
หลากหลายและพอเพยี งเอ้อื ต่อการจดั กิจกรรม
การเรยี นรูข้ องนักเรียน

1.3) เทคโนโลยี (T) อุปสรรค
โอกำส 1. ชุมชนขาดการควบคุมการให้บริการด้าน

1. ความก้าวหนา้ ทางด้านเทคโนโลยี (คอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยี เช่น รา้ นอินเตอร์เน็ต เกมส์
อินเตอร์เน็ต) ทาใหน้ ักเรียนมีแหลง่ สบื คน้ ขอ้ มูล 2. งบประมาณในการจัดการศึกษามีน้อย ทาให้

2. การใหบ้ รกิ ารสื่อเทคโนโลยี และแหล่งเรยี นรู้ สอ่ื และอปุ กรณ์ท่ีใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน
เพื่อการสืบค้นข้อมลู แก่ครู นักเรียน ไมเ่ พียงพอ
3. การเข้าถึงเทคโนโลยีสารสนเทศได้ง่ายทาให้
3. มคี วามต้องการบริโภคเทคโนโลยี สง่ ผลให้ นักเรียนใช้เวลาในการใช้เทคโนโลยีมากจนเกิด
โรงเรยี นตอ้ งปรับหลกั สูตรให้สอดคล้องกับความ ผลกระทบต่อการเรียนรดู้ ้านอ่ืน
ต้องการ

4. คอมพวิ เตอร์มรี าคาถูกลง ทาให้ โรงเรียน
สามารถจดั ซ้ือจัดหามาใชใ้ นการจัดระบบ
สารสนเทศ

5. โรงเรยี นตั้งอยูใ่ นเขตชมุ ชนเมืองทาให้มีความ

51

โอกำส อปุ สรรค
ทนั สมัยและความก้าวหนา้ ทางด้านเทคโนโลยี
6. ชมุ ชนมกี ารใชเ้ ทคโนโลยี เช่น โทรทัศน์ วทิ ยุ
มือถือ โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ ทาให้ได้รบั ขา่ วสาร
ทันเหตกุ ารณ์ สง่ ผลให้ผเู้ รียนมคี วามรู้
ความสามารถขน้ั พน้ื ฐานได้

1.4) เศรษฐกิจ (E)

โอกำส อปุ สรรค

1. เศรษฐกิจในชุมชนอยู่ในระดับดีเอื้อประโยชน์ใน 1. ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทาให้ผู้ปกครองจานวน

การพฒั นาการศกึ ษาของโรงเรยี น หนงึ่ ไมส่ ามารถสนบั สนนุ กิจกรรมของโรงเรยี นได้

2. เป็นชุมชนที่สามารถพ่ึงพาตนเองได้ 2. คา่ ครองชพี ในทอ้ งถ่ินสงู ประชากรมีรายได้ตา่

3. สภาพเศรษฐกิจมีความคล่องตัว ประชากรมี

รายได้ทาให้ส่งบุตรหลานเข้ามาเรียนในเมือง

มากขนึ้

4. โรงเรียนได้รับการสนับสนุนจากผู้ปกครอง

องค์กรภาครัฐ เอกชนและองค์กรท้องถ่นิ

1.5) กำรเมือง (P)

โอกำส อุปสรรค

1. รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเรียนฟรี 15 ปอี ยา่ งมี 1. นโยบายของรฐั บาลทเี่ ปล่ียนแปลงบ่อย ทาให้

คุณภาพ เพื่อลดคา่ ใช้จา่ ยของผปู้ กครอง การการดาเนินงานต้องปรบั เปล่ยี นตามรฐั บาล

2. พรบ.ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาส่งเสริม 2. นโยบายการจดั สรรงบประมาณรายหวั ของ

ความกา้ วหน้าทางวชิ าชพี สง่ ผลใหค้ รมู เี งินเดือน รฐั บาลยังไม่เพียงพอกบั การบรหิ ารจดั การภายใน

และวิทยฐานะสูงขนึ้ ทาให้ครูมีขวัญกาลงั ใจและ โรงเรียน

ความมงุ่ มน่ั ในการพัฒนาการศกึ ษา 3. การเมืองเปลี่ยนแปลงบ่อยสง่ ผลต่อนโยบายการ

3. นโยบายต้นสงั กดั จานวน 60 ขอ้ มีการกาหนด จดั การศกึ ษา ทาให้การจัดการศกึ ษาไม่ต่อเน่ือง

แนวทางการปฏิบตั ิงานทเี่ ป็นประโยชนต์ อ่ บรรลเุ ปา้ หมายเท่าที่ควร

ครผู สู้ อน และนักเรียน 4. นโยบายต้นสังกดั จานวน 60 ข้อ โรงเรียนไม่

4. การประกันคุณภาพภายนอกโดย สมศ.กระตนุ้ สามารถปฏบิ ัติได้ทกุ ขอ้

ใหโ้ รงเรียนบรหิ ารจดั การได้มาตรฐานส่งผลให้ 5. ทอ้ งถน่ิ ใหก้ ารสนบั สนนุ และความร่วมมอื ด้าน

ระดบั คุณภาพการศกึ ษาสงู ขนึ้ การศกึ ษาน้อย และไม่ตรงตามเวลาทีก่ าหนด

5. พ.ร.บ.การศึกษาแหง่ ชาตกิ าหนดให้โรงเรียน 6. พ.ร.บ.ขา้ ราชการครแู ละบุคลากรทางการศึกษา

จดุ แขง็ 52
สามารถจัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ
และตามอัธยาศยั ส่งผลใหโ้ รงเรียนสามารถจดั จดุ อ่อน
การศึกษาไดส้ อดคล้องกับสภาพผู้เรยี น กาหนดหลกั เกณฑใ์ หม้ ีการเล่อื นให้มีวิทยฐานะไม่
สอดคลอ้ งกบั สภาพจรงิ สง่ ผลใหค้ รแู ละบุคลากร
ทางการศกึ ษาบางสว่ นไมม่ ีคณุ ภาพ
7. รัฐบาลกาหนดให้จา่ ยเงินอุดหนนุ รายหวั ที่เทา่ กัน
สง่ ผลให้มีปจั จัยสนบั สนนุ นกั เรยี นดอ้ ยโอกาสไม่
เพียงพอ

ตำรำง 18 ผลวเิ คราะห์แตล่ ะประเดน็ ของปจั จยั ภายในโรงเรยี นอนุบาลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”

2.) ปัจจัยภำยใน ประกอบด้วย

2.1) ด้ำนโครงสรำ้ ง (S1)

จุดแข็ง จดุ ออ่ น

1. โครงสร้างการบริหารงานของโรงเรียน มี -

การศกึ ษาเปน็ ระบบสามารถบริหารจดั การได้

มาตรฐานเนือ่ งจากดาเนินงานตามระเบียบ

กฎหมายกาหนด

2. โรงเรียนกาหนดบทบาท อานาจหน้าที่

มอบหมายงานบุคลากรทุกระดบั ชดั เจน

เนอื่ งจากจัดบคุ ลากรใหป้ ฏบิ ตั ิงานได้ตรงความรู้

ความสามารถและสมรรถนะของตาแหน่งหน้าท่ี

สอดคลอ้ งกับระเบียบ ตามท่ีกฎหมายกาหนด

2.2) ดำ้ นกลยุทธ์ขององคก์ ร(S2)

จดุ แขง็ จุดอ่อน

1. โรงเรียนมีการกาหนดวสิ ัยทัศน์ พันธกจิ 1. โรงเรียนมีการดาเนินการปรับแผนงาน/โครงการ

เปา้ ประสงค์ กลยทุ ธ์ ตวั ชวี้ ดั ชัดเจน สอดคลอ้ ง /กิจกรรม และงบประมาณ เนื่องจากหน่วยงาน

กบั บริบทของโรงเรียนเนื่องจากใช้กระบวนการมี ต้นสังกัด มีนโยบายให้โรงเรียนดาเนินการ

สว่ นร่วมและดาเนนิ การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อม เพม่ิ เติม

ภายนอกและภายในด้วยเทคนคิ SWOT ท่ี

สอดคลอ้ งกับบรบิ ทและสภาพจริงของโรงเรยี น

53

จดุ แข็ง จดุ อ่อน
2. โรงเรยี นมแี ผนงานมี โครงการ/กิจกรรม ที่

สอดคลอ้ งกบั กลยุทธ์และเป้าประสงค์และบริบท
ของโรงเรยี นรวมถึงหน่วยงานทีเ่ กย่ี วข้อง
เน่ืองจากมีกระบวนการวางแผนอยา่ งเป็นระบบ
และมีสว่ นรว่ มของผู้มีส่วนได้สว่ นเสีย
3. โรงเรียนดาเนินการถา่ ยทอดกลยทุ ธ์ไปสู่ การ
ปฏิบตั ิทั้งในระดับกลุ่มงานและระดับบุคคลได้
อย่างทัว่ ถึงเนื่องจากใชก้ ระบวนการ วธิ ีการและ
ชอ่ งทางท่หี ลากหลาย

2.3) ด้ำนระบบในกำรดำเนนิ งำนขององคก์ ร(S3)

จุดแข็ง จุดอ่อน

1. โรงเรียนมกี ารให้บริการแก่ประชากรวัยเรยี นใน 1. มีนกั เรียนจากนอกเขตบริการเขา้ มาศึกษาเป็น

เขตบรกิ ารอยา่ งทว่ั ถงึ จานวนมาก สง่ ผลต่อพฤติกรรม ระเบยี บวนิ ยั

2. โรงเรยี นมีหลกั สูตรสถานศกึ ษาให้ผเู้ รียนได้ เวลาในการมาโรงเรยี นของผู้เรยี น

เรียนรแู้ ละมีคุณภาพตามหลักสูตร 2. บางโครงการมีการดาเนนิ งานท่ีไม่ประสบ

3. โรงเรียนมรี ะบบประกันคุณภาพภายในของ ผลสาเรจ็

สถานศึกษาและมกี ารกากบั ติดตาม ประเมนิ 3. บุคลากรบางส่วนขาดความรับผดิ ชอบต่อ

อยา่ งเปน็ ระบบ กจิ กรรม

4. โรงเรียนมกี ารจัดสภาพแวดล้อมและบริการที่ 4. การจดั การเรียนรู้ของครูเนน้ การบรรยายและ

สง่ เสรมิ ให้ผู้เรยี นมีการเรยี นรู้ และพฒั นาองค์ การท่องจามากกวา่ ใหผ้ ูเ้ รียนลงมอื ปฏิบัติจรงิ

ความรูต้ ามธรรมชาติอยา่ งสมดลุ 5. โรงเรียนขาดการประเมินติดตามการใชห้ ลกั สตู ร

5. โรงเรยี นมีการจดั กิจกรรมโดยใชโ้ ครงงานคณุ ธรรม

เพ่อื พัฒนาสภาพแวดลอ้ มอยา่ งเป็นระบบ

6. โรงเรียนมกี ิจกรรมโรงเรียนปลอดขยะที่ให้

ผู้เรยี นได้เรยี นรู้ สง่ ผลให้ผู้เรยี นได้เรียนรูแ้ ละ

พัฒนาตามธรรมชาติ

7. ครมู ีการออกแบบและจดั กิจกรรมเพื่อสง่ เสริม

คณุ ภาพผ้เู รียนที่มีสว่ นรว่ มทั้งภายในและ

ภายนอกโรงเรยี น

8. โรงเรียนมกี ารพฒั นาหลักสูตรอย่างเปน็ ระบบ

และเน้นผเู้ รยี นเปน็ สาคัญ

54

2.4) ดำ้ นแบบแผนหรอื พฤตกิ รรมในกำรบริหำรจดั กำร(S4)
จดุ แขง็ จดุ อ่อน

1. ผบู้ รหิ ารมวี สิ ยั ทัศนส์ ามารถบรหิ ารงานได้อย่าง 1. โรงเรียนมีระบบสารสนเทศท่ีไม่เป็นปัจจุบันและ
เป็นระบบและบรรลเุ ปา้ หมายการจดั การศึกษา ขาดประสิทธภิ าพ

2. ผบู้ ริหารโรงเรยี น มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม ภาวะ
ผนู้ าสามารถบรหิ ารจดั การศึกษาเชงิ กลยทุ ธ์ได้
อยา่ งมีประสิทธภิ าพ

3. บคุ ลากรส่วนใหญ่ในโรงเรยี นปฏิบัตหิ น้าที่ตาม
ภารกิจท่ไี ด้รับมอบหมายมปี ระสิทธภิ าพได้
มาตรฐาน

4. มีการวางแผนการปฏิบัตงิ านอย่างเปน็ ระบบ
ดาเนินงานตามแผนและนเิ ทศกากับตดิ ตาม
อยา่ งต่อเนือ่ ง

5. ผู้อานวยการโรงเรยี นได้กระจายอานาจตัดสินใจ
ใหบ้ ุคลากรได้ใชศ้ ักยภาพท่ีมีอยา่ งเต็มความรู้
ความสามารถและสมรรถนะท่กี าหนด

6. สง่ เสรมิ ให้บคุ ลากรพฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนื่อง
ด้วยการจดั ทาแผนพฒั นาตนเอง ID PLAN

7. ผู้อานวยการโรงเรยี นมีทักษะการสงั่ การ การ
ควบคุม การจูงใจสะท้อนถึงวฒั นธรรม
หนว่ ยงาน

8. โรงเรยี นมีการกาหนดนโยบาย ได้ชดั เจน โดย
การมีสว่ นร่วมของทกุ ฝา่ ยและสามารถนามา
ปฏบิ ตั ิไดจ้ รงิ

9. บุคลากรในโรงเรียนจดั การภารกจิ ท่ไี ดร้ ับ
มอบหมายอย่างเต็มศักยภาพมปี ระสทิ ธิภาพได้
มาตรฐานเนือ่ งจากไดค้ ดิ ค้นนวตั กรรมระบบงาน
เทคนิคการทางานเปน็ ทีมและมคี า่ นิยมเพือ่ ให้มี
การปฏบิ ัตงิ านมงุ่ ผลสัมฤทธิ์ สู่วสิ ัยทัศน์

55

2.5) ดำ้ นบคุ ลำกร/สมำชกิ ในองค์กร (S5)
จุดแขง็ จดุ ออ่ น

1. บุคลากรมีความร้คู วามสามารถ ประสบการณ์ 1. ครูมภี าระงานนอกเหนอื จากการสอนมาก
เหมาะสมกับการปฏบิ ตั ิงานตามหน้าที่

2. ครูเรยี นจบระดบั ปรญิ ญาตรีทุกคน และพฒั นา
ตนเองอยเู่ สมอ

3. บุคลากรทุกคนมีความตระหนักรคู้ ุณคา่ ของ
องค์กรเห็นประโยชน์ตอ่ สว่ นรวมมากกวา่

4. ผบู้ รหิ ารและครูทุกคนไดร้ บั การยอมรับจาก
ผู้ปกครองและชมุ ชนในการจัดการศึกษา

5. บคุ ลากรทุกคนมีความศรัทธาในวิชาชพี ครู

2.6) ด้ำนทักษะ ควำมรู้ ควำมสำมำรถขององคก์ ร (S6)

จดุ แขง็ จดุ อ่อน

1. บุคลากรมีความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยีใน 1. ครูขาดทักษะการใช้ส่อื การเรียนการสอน

การปฏบิ ัติงานในหน้าที่ นวตั กรรม และภาษาต่างประเทศ

2. ครมู ีศักยภาพในการพฒั นาผูเ้ รยี นสูค่ วามเปน็

เลศิ ทางวชิ าการ

2.7) ดำ้ นค่ำนยิ มรว่ มกันของสมำชกิ ในองค์กร (S7)

จุดแขง็ จุดออ่ น

1. โรงเรยี นมกี ารกาหนดนโยบาย ได้ชดั เจน โดย 1. โครงสร้างการบรหิ ารงานของโรงเรยี นเปน็

การมีส่วนร่วมของทุกฝา่ ยและสามารถนามา อุปสรรค ต่อการทางานของบุคลากรในโรงเรยี น

ปฏบิ ัตไิ ดจ้ รงิ 2. คณะกรรมการสถานศึกษา สมาคมครู ผู้ปกครอง

2. นโยบายของโรงเรียนส่งเสริมนกั เรยี นใหม้ ี กาหนดนโยบาย และไมส่ อดคลอ้ งกับโรงเรียน

ความรู้ความสามารถตามศักยภาพของครูและ

ผูเ้ รยี น

3. การจดั บรรยากาศในชัน้ เรียนมีสอื่ เทคโนโลยี

เพียงพอต่อการเรียนการสอน

สรุปผลกำรประเมิน

จำกกำรวเิ ครำะหส์ ภำพแวดล้อมของโรงเรียนระหว่ำ

ตำรำงท่ี 20 ตำรำงสรุปผลกำรประเมินสถำนภำพโรงเรียน

ปจั จัย น้ำหนกั คะแนนเฉลยี่ คะแนนจรงิ สรปุ

ภำยนอก คะแนน โอกำส อปุ สรรค โอกำส อปุ สรรค

C 0.30 3.00 2.75 0.90 0.83 0.08

S 0.15 2.00 3.17 0.30 0.48 -0.18

T 0.15 3.25 3.50 0.49 0.53 -0.04

E 0.20 4.00 2.50 0.80 0.50 0.30

P 0.20 2.50 2.67 0.50 0.53 -0.03

สรปุ ปจั จัยภำยนอก +2.99 -2.86 +0.13
เฉลยี่ ปัจจยั ภำยนอก +0.06

จากตาราง 20 สรปุ ไดว้ ่า คะแนนเฉลี่ยสภาพปัจจัยภายนอกเท่ากบั 0

56

นสถำนะภำพโรงเรยี น

ำงปจั จัยภำยนอก/ปัจจัยภำยใน สำมำรถสรุปผลกำรประเมิน ดงั น้ี

ปัจจยั นำ้ หนกั คะแนนเฉล่ยี คะแนนจริง สรปุ

ภำยใน คะแนน จุดแข็ง จดุ อ่อน จุดแขง็ จดุ อ่อน 0.68
-0.05
S1 0.15 4.50 0.00 0.68 0.00 0.07
-0.21
S2 0.15 2.67 3.00 0.40 0.45 0.07
0.08
S3 0.15 3.25 2.80 0.49 0.42 0.03
+0.65
S4 0.12 3.22 5.00 0.39 0.60

S5 0.17 3.40 3.00 0.58 0.51

S6 0.15 3.50 3.00 0.53 0.45

S7 0.11 3.25 3.00 0.36 0.33

สรุปปัจจยั ภำยใน +3.41 -2.76

เฉลีย่ ปัจจัยภำยใน +0.32

0.13 และคะแนนเฉลย่ี สภาพปจั จยั ภายในเทา่ กบั 0.65 ซึง่ เปน็ จุดแขง็ และเอ้ือ

57
4. กำรกำหนดกรำฟรูปไขแ่ สดงทศิ ทำงกำรพัฒนำ
นาผลการประเมินสถานภาพของโรงเรียนจากตาราง 20 มากาหนดเป็นกราฟรูปไข่ แสดงทิศทาง
การพัฒนาการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐานของโรงเรยี นอนุบาลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์” ดังแผนภูมทิ ่ี 6
แผนภูมทิ ่ี 6 กราฟแสดงทิศทางการพัฒนาของโรงเรยี นตาแหน่งดาวร่งุ ( stars )

จากแผนภูมิท่ี 6 แสดงว่า ทิศทางการพัฒนาการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียนอนุบาล
เชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” มีปัจจัยเอ้ือและมีจุดเด่นในการพัฒนาการศึกษาขัน้ พ้ืนฐานในทิศทางท่ีจะ
ส่งผลท่ีดีกว่าปีท่ีผ่านมา จึงเป็นโอกาสที่โรงเรียนจะต้องวางแผนและกาหนดกลยุทธ์ในการพัฒนาให้
สอดคล้องกบั ปจั จยั เออ้ื และจดุ เด่นที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสดุ ต่อไป

58

5. ทศิ ทำงกำรพัฒนำของโรงเรยี นอนบุ ำลเชียงคำน “ปทมุ มำสงเครำะห์”
จากการวเิ คราะห์สถานภาพของโรงเรยี นอนุบาลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์” นามากาหนดทศิ
ทางการพัฒนาได้ดงั น้ี

5.1 อัตตลกั ษณ์ การออม
เอกลักษณ์ การประหยดั

5.2 ปรัชญำ
จัดการศึกษาอย่างทั่วถึง มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ส่งเสริมการใช้แหล่งเรียนรู้ ประสาน

ความร่วมมอื ยึดถอื คุณธรรม นอ้ มนาปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

5.3 ปณธิ ำน (Wish)
มุ่งมน่ั พฒั นาคุณภาพการศกึ ษาสู่ความเป็นเลิศ

5.4 วสิ ยั ทัศน์ (Vision)
เสมอภาคทางการศกึ ษา พฒั นาสูส่ ากล ชมุ ชนมสี ว่ นรว่ ม

5.5 พันธกิจ (Mission)
5.5.1 พฒั นาผเู้ รยี นใหม้ ีคณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษา
5.5.2 ส่งเสรมิ ให้ผ้เู รียนมีคุณธรรม นาความรู้ มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ โดยยึดหลักปรัชญา

เศรษฐกิจพอเพยี ง
5.5.3 พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาตามแนวหลักสูตรแกนกลาง พ.ศ. 2551 ที่บูรณาการกับ

การปลูกจิตสานึกรกั ชาติ วัฒนธรรมประเพณขี องท้องถิน่
5.5.4 พัฒนาบคุ ลากรในสถานศึกษาใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐานวชิ าชพี
5.5.5 จัดระบบการกระจายอานาจด้านการบริหารงานวิชาการ การบริหารงานบุคคล การ

บริหารงานงบประมาณ และการบรหิ ารงานทวั่ ไป
5.5.6 ทกุ ภาคสว่ นมสี ว่ นรว่ มในการจัดการศกึ ษา

5.6 เปำ้ ประสงค์ (Corporate Objectives)
5.6.1 ผเู้ รียนทุกคนมคี ณุ ภาพตามมาตรฐานการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน และพฒั นาสู่ความเป็นสากล
5.6.2 ผู้เรียนทุกคน มีคุณธรรมและวัฒนธรรมองค์กร 5 สานึกในความเป็นชาติไทย ความเป็น

พลเมอื งในระบอบประชาธปิ ไตย และวถิ ีชวี ิตตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
5.6.3 ผเู้ รยี นทุกคนได้รับโอกาสในการศึกษาข้ันพืน้ ฐานอย่างทั่วถึง และตามศักยภาพ
5.6.4 ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รบั การพฒั นาเป็นมืออาชพี

59

5.6.5 สถานศกึ ษามปี ระสทิ ธภิ าพในการบรหิ ารจดั การศกึ ษาเขม้ แขง็ ตามหลักธรรมาภิบาล
5.7 กำรกำหนดกลยทุ ธ์

5.7.1 กลยทุ ธท์ ี่ 1 การจัดการศึกษาเพ่ือความม่ันคงของมนุษยและของชาติ
5.7.2 กลยทุ ธท์ ่ี 2 การจัดการศึกษาเพื่อเพ่ิมความสามารถในการแขงขันของประเทศ
5.7.3 กลยุทธ์ที่ 3 การพัฒนาและเสรมิ สรางศักยภาพทรพั ยากรมนษุ ย
5.7.4 กลยทุ ธท์ ี่ 4 การสรางโอกาสในการเขาถึงบริการการศกึ ษาที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน และ
ลดความเหล่อื มล้าทางการศกึ ษา
5.7.5 กลยุทธ์ท่ี 5 การจัดการศกึ ษาเพื่อพฒั นาคุณภาพชีวติ ทเี่ ปนมิตรกบั ส่ิงแวดลอม
5.7.6 กลยุทธ์ที่ 6 ดานการปรับสมดุลและพฒั นาระบบการบรหิ ารจดั การศึกษา

5.8 แนวทำงกำรพฒั นำในอนำคต
จากผลการประเมินสถานภาพสถานศกึ ษา โรงเรยี นจึงต้องพฒั นาในสง่ิ ท่ีเป็นโอกาสและจดุ แข็งให้

คงอยู่ดียิ่งๆ ขึ้นไป ในขณะเดียวกันส่วนท่ีเป็นอุปสรรคและจุดอ่อนจะต้องระดมสมองเทคนิควิธีการมา
พัฒนาปรับปรุงและเปล่ียนแปลง มีการควบคุมกากับติดตาม รายงานและประเมินผลอย่างต่อเนื่อง แนว
ทางการพัฒนามีดังน้ี

1) นาผลการประเมนิ ภายนอกรอบที่ 3 (สมศ.) มาตรฐานท่ี 5 พัฒนาให้อยู่ในระดับดีมาก
2) ใหค้ วามร้เู กย่ี วกับอบายมขุ และยาเสพตดิ แนวทางการปอ้ งกันแกไ้ ขแก่นักเรียน
3) ให้ความรู้ด้านสื่อเทคโนโลยีที่เหมาะสม ป้องกันสื่อลามกอนาจารหรือ การเล่นเกม
คอมพวิ เตอร์
4) ใหม้ ีการสอนซ่อมเสริม และใหม้ ตี ิวเตอร์การสอบ O-net และ NT เพ่ือให้มีผลสัมฤทธ์เิ ปน็ ทนี่ ่า
พอใจ
5) จัดกิจกรรมการเรียนการสอนอย่างหลากหลายโดยเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญส่งเสริมให้ผู้เรียน
แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง มีทักษะในการวเิ คราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหา และการ
ตัดสินใจ
6) เรง่ รัดการแกป้ ญั หาการอา่ นออกเขยี นได้ของนักเรยี น
7) ส่งเสริมสนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้ารับการอบรม สัมมนาหรือศึกษาดูงาน
อยา่ งต่อเนอื่ ง
8) สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับชุมชน เข้าร่วมกิจกรรม บริการชุมชนและขอความร่วมมือในการ
พัฒนาการจัดการศึกษา
9) เนน้ ระบบดแู ลช่วยเหลอื นักเรียน กิจกรรมแนะแนว และการออกเยี่ยมบา้ นนักเรียน

60

6. กำหนดกลยุทธ์ ตวั ช้ีวดั ควำมสำเร็จและเปำ้ หมำย

มำตรกำรและแนวดำเนินกำร

กลยุทธท์ ี่ 1 กำรจัดกำรศึกษำเพ่อื ควำมมั่นคงของมนษุ ยและของชำติ
ตวั ชี้วัด
1. รอ้ ยละของผเู้ รียนท่ีมีพฤติกรรมท่ีแสดงออกถึงความรักในสถาบนั หลักของชาตยิ ดึ มัน่ การปกครอง
ระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมขุ
2. ร้อยละของผู้เรียนที่มีพฤติกรรมท่ีแสดงออกถึงการมีทัศนคติท่ีดีต่อบ้านเมืองมีหลักคิดที่ถูกต้องเป็น
พลเมืองดีของชาติมีคุณธรรม จริยธรรม มีค่านิยมท่ีพึงประสงค์มีคุณธรรม อัตลักษณ์มีจิตสาธารณะ มีจิต
อาสา รับผิดชอบต่อครอบครัว ผู้อื่น และสังคมโดยรวม ซ่ือสัตย์สุจริต มัธยัสถ์อดออม โอบอ้อมอารีมีวินัย
และรกั ษาศีลธรรม
3. ร้อยละของผู้เรียนมีความรู้ความเข้าใจ และมีความพร้อมสามารถรับมือ กับภัยคุกคามทุกรูปแบบที่มี
ผลกระทบต่อความมนั่ คง เช่น ภยั จากยาเสพตดิ ความรนุ แรง การคุกคามในชวี ติ และทรัพยส์ นิ การค้า
มนุษย์อาชญากรรมไซเบอรแ์ ละภยั พิบตั ิต่าง ๆ เป็นต้น
4. สถานศึกษาน้อมนาพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสิ
นทร มหาวชิราลงกรณฯ พระวชิรเกลา้ เจ้าอยู่หัว และหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพยี ง ไปพัฒนาผู้เรยี น
ใหม้ ีคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ตามท่ีกาหนดไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ
5. สถานศึกษาจัดบรรยากาศส่ิงแวดล้อม และจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนแสดงออกถึงความรักใน
สถาบันหลักของชาติยึดมั่นการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มี
ทศั นคตทิ ีด่ ีต่อบา้ นเมือง มีหลักคิดท่ถี ูกตอ้ ง เป็นพลเมืองดขี องชาติมีคณุ ธรรม จริยธรรม

รำยกำร/ตัวชวี้ ัด หน่วย ขอ้ มลู ค่ำเป้ำหมำย กลยทุ ธ/์ ฝ่ำย
ปฐี ำน โครงกำร รับผิดชอบ
วัด 2562 2563 2564 2565

1.1 ร้อยละของผเู้ รียนท่ีมี ร้อยละ 70 75 80 85 -วนั สาคญั นางละมัย

พฤติกรรมท่แี สดงออกถึงความ สัมพันธ์ชุมชน นายเศรษฐศกั ดิ์
รกั ในสถาบันหลกั ของชาตยิ ดึ -ประชาธิปไตย นายธวัชชัย

มนั่ การปกครองระบอบ

ประชาธิปไตยอันมี

พระมหากษัตรยิ ์

ทรงเป็นประมขุ

61

รำยกำร/ตัวช้วี ัด หน่วย ขอ้ มูล คำ่ เป้ำหมำย กลยทุ ธ์/ ฝ่ำย
ปีฐำน โครงกำร รับผิดชอบ
วัด 2562 2563 2564 2565

1.2 ร้อยละของผู้เรยี นท่ีมี ร้อยละ 70 75 80 85 -วนั สาคญั นางละมัย

พฤติกรรมท่แี สดงออกถงึ การมี สัมพันธ์ชมุ ชน นายเศรษฐศกั ดิ์
ทศั นคติทด่ี ีต่อบา้ นเมืองมหี ลกั -ประชาธปิ ไตย นายธวัชชัย

คิดท่ถี ูกตอ้ งเปน็

พลเมืองดีของชาตมิ ีคณุ ธรรม

จริยธรรม

1.3 รอ้ ยละการจัดบรรยากาศ รอ้ ยละ 70 75 80 85 -วนั สาคัญ นางละมัย

ส่งิ แวดล้อม และจัดกิจกรรม สมั พนั ธช์ ุมชน นายเศรษฐศกั ด์ิ
การเรียนรใู้ หผ้ เู้ รยี น แสดงออก -ประชาธิปไตย นายธวัชชัย

ถึงความรักในสถาบนั หลักของ

ชาตยิ ึดม่ันการปกครองระบอบ

ประชาธปิ ไตย อันมีพระมหา

กษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ มี

ทศั นคติที่ดตี ่อบ้านเมือง มหี ลัก

คิดท่ีถูกต้อง เป็นพลเมืองดีของ

ชาติ มคี ณุ ธรรม จริยธรรม

1.4 ร้อยละการจัดกิจกรรมท่ี รอ้ ยละ 70 75 80 85 -วนั สาคัญ นางละมัย

น้อมนาพระบรมราโชบายด้าน สัมพนั ธช์ ุมชน นายเศรษฐศกั ด์ิ
การศึกษาของในหลวงรชั กาลท่ี -ประชาธิปไตย นายธวัชชยั
10 และหลักปรัชญาของ -สถานศึกษา น.ส.วชั รี

เศรษฐกิจพอเพียงไปพฒั นา พอเพียง

ผูเ้ รยี นให้มลี กั ษณะอันพึง

ประสงค์ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

กลยุทธท์ ่ี 2 กำรจัดกำรศึกษำเพือ่ เพม่ิ ควำมสำมำรถในกำรแขงขนั ของประเทศ
ตัวช้วี ัด
1. จานวนผ้เู รยี นมคี วามเป็นเลิศทางดา้ นวิชาการ มีทักษะความรทู้ สี่ อดคล้องกับทักษะทจ่ี าเป็นในศตวรรษที่ 21
2. รอ้ ยละของผู้เรียนทมี่ ีศักยภาพไดร้ ับโอกาสเข้าสเู่ วทีการแขง่ ขันระดับนานาชาติ

62

รำยกำร/ตวั ช้ีวัด หน่วย ขอ้ มลู คำ่ เป้ำหมำย กลยุทธ/์ ฝ่ำย
ปีฐำน โครงกำร รับผดิ ชอบ
วดั 2562 2563 2564 2565

ดำ้ นผูเ้ รียน

2.1 รอ้ ยละของผ้เู รยี นระดับ รอ้ ยละ 80 85 90 95 -ส่งเสริม น.ส.กชพร

ปฐมวยั ได้รับการพัฒนารา่ งกาย พัฒนาการเด็ก

จิตใจ วินัย และสติปัญญา และ ทั้ง 4 ด้านเด็ก

มคี วามพร้อมทจี่ ะเขา้ รับ ปฐมวยั

การศึกษาในระดับท่สี งู ข้ึน

2.2 รอ้ ยละของผเู้ รียนที่อ่าน รอ้ ยละ 70 75 80 85 -หอ้ งสมดุ 3 ดี นางวาสนา

ออกเขียนได้ คิดเลขเป็น มนี สิ ัย -ยกระดบั นางอรุณี

รักการอ่านและการสื่อสาร ผลสัมฤทธท์ิ าง นางสุธิกานต์
คณิตศาสตร์ น.ส.ภทั รกิ า
-พฒั นาทกั ษะ นางนิววรรณ
ส่อื สารภาษาไทย น.ส.กิตตรา

-เปิดหอ้ งเรยี น

สูค่ วามเป็นเลศิ

ภาษาอังกฤษ

-หอ้ งเรียนพเิ ศษ

ภาษาอังกฤษ
(IEP)

-พฒั นาศกั ยภาพ

2.3 รอ้ ยละของผเู้ รียนท่ีมี การสื่อสาร
ภาษาอังกฤษ

ร้อยละ 70 70 75 80 -พัฒนาการ นางขนิษฐา

ทกั ษะการคดิ วิเคราะห์ เรยี นรู้ด้วยสะ น.ส.วชั รี

เตม็ ศกึ ษา น.ส.ศิวพร

-วันวทิ ยาศาสตร์

-จัดการเรียนรู้

เทคโนโลยดี ิจทิ ลั
(Coding)

63

รำยกำร/ตวั ชวี้ ดั หน่วย ขอ้ มลู ค่ำเปำ้ หมำย กลยุทธ/์ ฝำ่ ย
ปฐี ำน โครงกำร รบั ผดิ ชอบ
วดั 2562 2563 2564 2565

2.4 รอ้ ยละของผเู้ รยี นท่ีมี ร้อยละ 70 75 80 85 -แขง่ ขันทักษะ นางฐติ าภา

ศักยภาพได้รับโอกาสเขา้ สู่เวที ทางวิชาการ น.ส.กชพร

การแข่งขนั ระดับนานาชาติ

กลยทุ ธ์ที่ 3 กำรพัฒนำและเสริมสรำงศกั ยภำพทรัพยำกรมนุษย
ตวั ชวี้ ัดท่ี
1. ผู้เรียนทุกระดับมีสมรรถนะสาคญั ตามหลกั สตู รมที ักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษที่ 21 (3R8C)
ร้อยละของผู้เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ท่ีมีคะแนนผลการทดสอบความสามารถพื้นฐานระดับชาติ (NT)
ผา่ นเกณฑท์ ีก่ าหนด
2. ร้อยละของผู้เรียนท่ีมีคะแนนผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติข้ันพ้ืนฐาน (O-NET) มากกว่า
รอ้ ยละ 50 ในแตล่ ะวชิ าเพ่ิมข้ึนจากปกี ารศกึ ษาทผ่ี ่านมา
3. ร้อยละผู้เรียนท่ีจบการศึกษาชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 6 มีทักษะการเรียนรู้ท่ีเชื่อมโยงสู่อาชีพและการมีงานทา
ตามความถนัด และความต้องการของตนเอง มีทักษะอาชีพท่ีสอดคล้องกับความต้องการของประเทศ
วางแผนชีวิต และวางแผนทางการเงนิ ทเ่ี หมาะสมและนาไปปฏิบัติได้
4. ผู้เรียนทุกคนมีทักษะพื้นฐานในการดารงชีวิตสามารถดารงชีวิตอยู่ในสังคม ได้อย่างมีความสุข มีความ
ยดื หยุ่นทางด้านความคิดสามารถทางานรว่ มกบั ผ้อู ่ืนไดภ้ ายใตส้ งั คมทีเ่ ป็น พหวุ ฒั นธรรม
5. ผู้เรียนทุกคนมีศักยภาพในการจัดการสุขภาวะของตนเองให้มีสุขภาวะที่ดีสามารถดารงชีวิตอย่างมี
ความสขุ ท้ังด้านรา่ งกายและจิตใจ
6. ครูมีการเปลี่ยนบทบาทจาก “ครูผู้สอน” เป็น “Coach” ผู้ให้คาปรึกษาข้อเสนอแนะการเรียนรู้หรือ
ผู้อานวยการการเรียนรู้

รำยกำร/ตัวช้ีวดั หนว่ ย ข้อมูล ค่ำเป้ำหมำย กลยทุ ธ์/ ฝ่ำย
ปีฐำน โครงกำร รบั ผดิ ชอบ
วดั 2562 2563 2564 2565

3.1 รอ้ ยละของนักเรยี นท่มี ี ร้อยละ 35.10 +5 +5 +5 -วัดผลประเมนิ นางฐิตาภา

คะแนนผลการทดสอบทาง ผล/NT, O-NET นางขนิษฐา

การศึกษา ระดับชาติข้ัน

พ้นื ฐาน NT, O-NET แตล่ ะวิชา

ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 50 ขึน้ ไป

64

รำยกำร/ตัวช้วี ัด หน่วย ขอ้ มูล คำ่ เป้ำหมำย กลยุทธ์/ ฝำ่ ย
ปฐี ำน โครงกำร รับผดิ ชอบ
วดั 2562 2563 2564 2565

3.2 รอ้ ยละผ้เู รียนท่ีไดร้ ับการ รอ้ ยละ 80 85 90 95 -สถานศกึ ษาพอเพยี ง น.ส.วชั รี

สง่ เสรมิ และพฒั นาด้านทักษะ -โรงเรยี น นางอรุณี

อาชพี ทักษะการดารงชีวติ มี คุณธรรมชนั้ นา

คณุ ธรรม จริยธรรม และมจี ิต น้อมนาความ

สาธารณะ พอเพียง

3.3 รอ้ ยละผ้เู รียนทีจ่ บ รอ้ ยละ 80 85 90 95 -สถานศกึ ษาพอเพยี ง น.ส.วชั รี

การศกึ ษาชัน้ ประถมศึกษาปีที่ -โรงเรยี นคณุ ธรรม นางอรุณี

6 มีทกั ษะการเรยี นร้ทู ี่เช่ือมโยง -พฒั นาทักษะ นางลาพนู

สู่อาชพี และการมีงานทา ตาม ทางด้านดนตรี นายอภินนั ท์
ความถนัดและความต้องการ ของผู้เรียน
ของตนเอง มีทักษะอาชพี ท่ี
สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของ -marketing day
ประเทศ วางแผนชวี ติ และ
วางแผนทางการเงินทเ่ี หมาะสม และแฟ้มสะสม
และนาไปปฏบิ ตั ิได้ ผลงาน นาเสนอ
ผลงานครู

-โรงเรยี นสจุ รติ

3.4 รอ้ ยละของผ้เู รียนทุกคนมี ร้อยละ 80 85 90 95 -โรงเรยี นคุณธรรม นางอรุณี

ทกั ษะพื้นฐานในการดารงชวี ิต -เดนิ ทางไกล นายวีระยทุ ธ
สามารถดารงชีวติ อยู่ในสังคม
ไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข มคี วาม และเข้าคา่ ย น.ส.รัตน์ธินนั ต์
ยืดหยุน่ ทางดา้ นความคิด ลูกเสือยวุ กาชาด
สามารถทางานร่วมกบั ผู้อืน่ ได้ นายบญุ ชู
ภายใต้สงั คมทเ่ี ป็นพหุ -ทัศนศกึ ษา
วัฒนธรรม แหล่งเรียนรู้
นอกสถานท่ี
- วนั อาเซียน

3.5 รอ้ ยละของผู้เรียนทุกคนมี ร้อยละ 80 85 90 95 -ส่งเสรมิ สขุ ภาพ นางละมยั

ศักยภาพในการจดั การสขุ ภาวะ ในโรงเรยี น นายวรี ะยุทธ
ของตนเอง ให้มสี ขุ ภาวะที่ดี
สามารถดารงชีวติ อย่างมี -สถานศกึ ษาสี นางสุดาภรณ์
ความสขุ ทง้ั ด้านร่างกายและ
จิตใจ ขาว ปลอดยา
เสพตดิ และ
อบายมขุ

-อาหารกลางวนั

65

รำยกำร/ตัวชวี้ ัด หน่วย ขอ้ มลู คำ่ เป้ำหมำย กลยทุ ธ์/ ฝ่ำย
ปีฐำน โครงกำร รับผดิ ชอบ
วัด 2562 2563 2564 2565

3.6 รอ้ ยละของครู มีการ รอ้ ยละ 80 85 90 95 -โครงการ นางศิวนาถ

เปล่ยี นบทบาทจาก“ครผู ู้สอน” ส่งเสรมิ พัฒนา นางนวิ วรรณ

เปน็ “Coach” ผใู้ หค้ าปรกึ ษา ครูและบคุ ลากร นางลาพนู

ข้อเสนอแนะการเรยี นรูห้ รือ ทางการศึกษา
ผู้อานวยการการเรียนรู้ -จดั การเรียนรู้แบบ

Active Learning

-นเิ ทศภายใน

แบบกัลยาณมิตร

3.7 ผู้เรยี นได้รบั จดั สรร ร้อยละ 100 100 100 100 -พฒั นา นางฐติ าภา

งบประมาณอดุ หนนุ อย่าง คุณภาพการ

เพียงพอและเหมาะสมตาม จดั การศึกษา

ความต้องการจาเปน็ พิเศษ เรยี นรวม

สาหรบั ผพู้ ิการ

กลยุทธท์ ี่ 4 กำรสรำงโอกำสในกำรเขำถึงบรกิ ำรกำรศึกษำทม่ี คี ณุ ภำพ มีมำตรฐำน และลดควำม
เหล่ือมลำ้ ทำงกำรศกึ ษำ

ตวั ช้วี ัดท่ี
1. ผเู้ รียนทุกคนสามารถเขา้ เรยี นในสถานศกึ ษาท่มี คี ณุ ภาพเปน็ มาตรฐานเสมอกัน
2. ผู้เรียนทุกคนได้รับจัดสรรงบประมาณอุดหนุนอย่างเพียงพอและเหมาะสมสอดคล้องกับสภาพ
ข้อเท็จจริงโดยคานึงถึงความจาเป็นตามสภาพพ้ืนที่ภูมิศาสตร์สภาพทางเศรษฐกิจ และท่ีตั้งของ
สถานศกึ ษา และความตอ้ งการจาเป็นพิเศษสาหรบั ผพู้ กิ าร
3. ผูเ้ รียนได้รับการสนับสนนุ วสั ดุอุปกรณ์และอปุ กรณ์ดจิ ิทลั (Digital Device) เพอ่ื ใช้เป็นเคร่ืองมือในการ
เรียนรู้อยา่ งเหมาะสม เพียงพอ
4. ครูได้รับการสนับสนุน วสั ดุอุปกรณ์และอุปกรณ์ดิจิทัล (Digital Device) เพ่ือใช้เป็นเคร่ืองมือในการจัด
กจิ กรรมการเรียนรใู้ ห้แก่ผู้เรยี น
5. สถานศึกษานาเทคโนโลยดี จิ ิทัล (Digital Technology) มาใช้เปน็ เคร่อื งมือในการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้
ให้แกผ่ เู้ รยี นได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
6. สถานศกึ ษามีระบบการดแู ลช่วยเหลือและคุ้มครองนักเรยี นและการแนะแนวทีม่ ีประสทิ ธิภาพ
7. สถานศึกษาท่ีมีระบบฐานข้อมูลประชากรวัยเรียนและสามารถนามาใช้ในการวางแผนจัดการเรียนรู้
ให้แก่ผูเ้ รียนไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ

66

รำยกำร/ตวั ช้ีวดั หน่วย ขอ้ มลู ค่ำเป้ำหมำย กลยทุ ธ/์ ฝำ่ ย
ปฐี ำน โครงกำร รับผดิ ชอบ
วดั 2562 2563 2564 2565

4.1 ร้อยละของอตั ราการออก ร้อยละ 0 0 0 0 -ระบบดูแล นางอัจฉราวรรณ

กลางคันของผเู้ รยี น ระดบั ช่วยเหลอื

การศกึ ษาภาคบังคบั ลดลง นกั เรียน

4.2 รอ้ ยละของผู้เรยี นทุกคน ร้อยละ 100 100 100 100 -พัฒนา นางฐติ าภา

ไดร้ บั จัดสรรงบประมาณ คณุ ภาพการ น.ส.ชตุ นิ ันท์

อดุ หนนุ อย่างเพียงพอและ จดั การศกึ ษา

เหมาะสมสอดคล้องกบั สภาพ เรยี นรวม

ข้อเทจ็ จรงิ โดยคานึงถึงความ -การอดุ หนนุ

จาเปน็ ตามสภาพพ้ืนท่ี ค่าใช้จา่ ยในการ

ภมู ิศาสตร์สภาพทางเศรษฐกิจ จดั การศึกษา

และที่ตัง้ ของสถานศึกษา และ

ความต้องการจาเปน็ พิเศษ

สาหรับผูพ้ กิ าร

4.3 ผู้เรียนได้รบั การสนบั สนนุ ร้อยละ 100 100 100 100 -ส่งเสรมิ น.ส.วชั รี

วสั ดุอุปกรณแ์ ละอุปกรณ์ดิจิทัล พฒั นาการ นางสุธิกานต์
(Digital Device) เพ่ือใช้เปน็ บริหารจดั การ
เคร่อื งมอื ในการเรียนรู้อย่าง ดา้ นงบประมาณ

เหมาะสม เพยี งพอ

4.4 ครไู ด้รบั การสนับสนุน วสั ดุ ร้อยละ 100 100 100 100 -สง่ เสรมิ น.ส.วชั รี

อปุ กรณ์และอปุ กรณ์ดจิ ทิ ลั พัฒนาการ นางสุธิกานต์
(Digital Device) เพื่อใชเ้ ป็น บริหารจดั การ
เคร่ืองมอื ในการจัดกิจกรรมการ ด้านงบประมาณ

เรยี นรใู้ หแ้ กผ่ ้เู รยี น

4.5 สถานศกึ ษามี สอ่ื รอ้ ย 80 85 90 95 -หอ้ งเรียน น.ส.วชั รี

นวัตกรรม และเทคโนโลยี ละ คุณภาพ น.ส.ศิวพร

ดจิ ิทลั (Digital Technology) -จัดการเรียนรู้

มาใชเ้ ป็นเคร่ืองมือในการจดั เทคโนโลยีดิจทิ ลั
กิจกรรมการเรยี นรู้ใหแ้ กผ่ เู้ รยี น (Coding)

ได้อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

67

รำยกำร/ตัวชี้วัด หนว่ ย ข้อมลู คำ่ เปำ้ หมำย กลยทุ ธ/์ ฝำ่ ย
ปฐี ำน โครงกำร รบั ผดิ ชอบ
วัด 2562 2563 2564 2565
นางอัจฉราวรรณ
4.6 สถานศกึ ษามรี ะบบการ ร้อยละ 100 100 100 100 -ระบบดูแล
น.ส.ศิวพร
ดแู ลชว่ ยเหลือและคุม้ ครอง ช่วยเหลือ

นักเรยี นและการแนะแนวท่ีมี นกั เรียน

ประสิทธภิ าพ

4.7 สถานศกึ ษาทมี่ ีระบบ รอ้ ยละ 100 100 100 100 -พฒั นา

ฐานขอ้ มูลประชากรวัยเรียน สารสนเทศ

และสามารถนามาใช้ในการ

วางแผนจัดการเรียนรู้ใหแ้ ก่

ผเู้ รียนได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

กลยุทธ์ท่ี 5 กำรจดั กำรศกึ ษำเพอ่ื พัฒนำคุณภำพชีวติ ที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม
ตวั ชี้วัดที่
1. สถานศึกษาในสังกัดมีนโยบายและจัดกิจกรรมให้ความรู้ท่ีถูกต้องและสร้างจิตสานึกด้านการผลิตและ
บริโภคท่ีเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมนาไปปฏิบัติใช้ท่ีบ้านและชุมชน เช่น การส่งเสริมอาชีพที่เป็นมิตรกับ
ส่งิ แวดลอ้ ม การลดใช้สารเคมีจากปุ๋ยและยาฆ่าแมลง ฯลฯ
2. สถานศึกษามีการนาขยะมาใช้ประโยชน์ในรูปผลิตภัณฑ์และพลังงานเพ่ือลดปริมาณขยะและมีส่งเสริม
การคดั แยกขยะในชุมชนเพอื่ ลดปริมาณคารบ์ อนท่โี รงเรียนและชมุ ชน
3. สถานศึกษามีการบูรณาการเร่ืองการจัดการขยะแบบมีส่วนร่วมและการนาขยะมาใช้ประโยชน์รวมทั้ง
สอดแทรกในสาระการเรยี นรทู้ ี่เกยี่ วขอ้ ง
4. นกั เรียนเรียนรจู้ ากแหล่งเรยี นรมู้ ีการขยายผลแหล่งเรยี นรนู้ ักเรียน โรงเรียน ชมุ ชนเรยี นรู้ดา้ นการลดใช้
พลังงานการจัดการขยะและอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมเพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และตัวอย่างรูปแบบผลิตภัณฑ์ท่ีเป็น
มติ รกับสงิ่ แวดลอ้ ม เช่น โรงงานอุตสาหกรรมสีเขียว ฯลฯ
5. นักเรียน สถานศึกษามีการเก็บข้อมูลเปรียบเทียบการลดปริมาณคาร์บอนไดออกไซต์ในการดาเนิน
กิจกรรมประจาวันในสถานศึกษาและท่ีบ้าน และข้อมูลของ Carbon Footprint ในรูปแบบ QR CODE
และ Paper less
6. ครูมีความคิดสร้างสรรค์สามารถพัฒนาสือ่ นวัตกรรม และดาเนินการจดั ทางานวจิ ัยดา้ นการสร้างสานึก
ดา้ นการผลติ และบรโิ ภคทีเ่ ป็นมติ รกับสิ่งแวดลอ้ มได้
7. ครูและนักเรียนสามารถนาสื่อนวัตกรรมท่ีผ่านกระบวนการคิดมาประยุกต์ใช้ในโรงเรียนการจัดการ
เรียนรูแ้ ละประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั และชมุ ชนได้ตามแนวทาง Thailand 4.0

68

8. สถานศกึ ษามีการปรบั ปรงุ และพฒั นาบคุ ลากรและสถานที่ใหเ้ ป็นสานักงานสีเขียวต้นแบบมีนโยบายการ
จดั ซอื้ จดั จา้ งท่เี ปน็ มิตรกบั สิง่ แวดล้อม ที่เอ้อื ตอ่ การเรียนร้ขู องนกั เรยี นและชุมชน

รำยกำร/ตวั ชวี้ ัด หนว่ ย ข้อมลู ค่ำเปำ้ หมำย กลยุทธ/์ ฝำ่ ย
ปีฐำน โครงกำร รบั ผดิ ชอบ
วดั 2562 2563 2564 2565

5.1 รอ้ ยละของผูเ้ รียนทุกระดับ รอ้ ยละ 80 85 90 95 -โรงเรียนปลอดขยะ นางอัจฉราวรรณ
การศึกษามีพฤติกรรมท่ี -โรงเรยี นมาตรฐาน นางขนิษฐา

แสดงออกถึงความตระหนักใน สง่ิ แวดลอ้ ม EESD

ความสาคัญของการดารงชวี ิตท่ี

เป็นมติ รกับสิ่งแวดล้อม ความมี

คณุ ธรรม จริยธรรม และการ

ประยกุ ต์การใชห้ ลักปรัชญา

ของเศรษฐกิจพอเพยี งในการ

ดาเนินชีวติ เพิ่มข้ึน

5.2 ร้อยละของจานวนนักเรยี น รอ้ ยละ 100 100 100 100 -โรงเรยี นปลอดขยะ นางอัจฉราวรรณ

ท่ีเขา้ ร่วมกิจกรรม/โครงการท่ี

เกยี่ วขอ้ งกับการสร้างเสริม

คุณภาพชีวติ ทเ่ี ปน็ มติ รกบั

สง่ิ แวดลอ้ มเพิ่มขนึ้

5.3 รอ้ ยละท่ีโรงเรยี นใช้ ร้อยละ 100 100 100 100 -โครงงานคุณธรรม นางอรณุ ี

กระบวนการเรยี นรู้ เพ่อื สร้าง

เสรมิ คุณธรรมจรยิ ธรรมเพิ่มข้ึน

5.4 ร้อยละของจานวนนักเรียน รอ้ ยละ 100 100 100 100 -สถานศกึ ษา น.ส.วชั รี

ท่ีเขา้ ร่วมกิจกรรมตามโครงการ พอเพยี ง

น้อมนาแนวคิดตามหลัก

ปรัชญาชองเศรษฐกิจพอเพยี ง

สกู่ ารปฏิบัตเิ พมิ่ ขึ้น

5.5 สถานศึกษามกี ารจัดสภาพ ร้อยละ 100 100 100 100 -โรงเรยี นปลอดขยะ นางอัจฉราวรรณ

แวดลอ้ มท่ีสอดคลอ้ งกับมาตร

ฐาน สง่ิ แวดลอ้ ม สังคม และ

เศรษฐกจิ เพอ่ื การพัฒนาทีย่ ั่งยนื

69

รำยกำร/ตัวชี้วัด หนว่ ย ขอ้ มูล คำ่ เปำ้ หมำย กลยุทธ/์ ฝ่ำย
ปฐี ำน โครงกำร รบั ผิดชอบ
วัด 2562 2563 2564 2565

5.6 ครมู คี วามคดิ สรา้ งสรรค์ ร้อยละ 80 85 90 95 -โรงเรียนปลอดขยะ นางอัจฉราวรรณ
สามารถพัฒนาสื่อ นวัตกรรม -โรงเรยี นมาตรฐาน นางขนิษฐา

และดาเนนิ การจัดทางานวิจัย สิง่ แวดลอ้ ม EESD

ดา้ นการสร้างสานกึ ด้านการ

ผลติ และบรโิ ภคทเ่ี ปน็ มิตรกับ

สิ่งแวดลอ้ มได้

5.7 ครแู ละนักเรียนสามารถนา รอ้ ยละ 80 85 90 95 -โรงเรยี นปลอดขยะ นางอัจฉราวรรณ
ส่ือนวตั กรรมท่ผี ่านกระบวน -โรงเรียนมาตรฐาน นางขนิษฐา

การคดิ มาประยุกต์ใช้ใน ส่ิงแวดลอ้ ม EESD

โรงเรยี นการจดั การเรียนรแู้ ละ

ประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวนั

5.8 สถานศกึ ษามีการปรับปรุง ร้อยละ 80 85 90 95 -โรงเรยี นมาตรฐาน นางขนิษฐา

และพัฒนาบุคลากร และ สง่ิ แวดลอ้ ม EESD

สถานทใ่ี ห้เป็นสานกั งานสเี ขียว

ตน้ แบบมีนโยบายการจดั ซื้อจัด

จา้ งที่เป็นมิตรกบั ส่ิงแวดล้อม ท่ี

เอื้อต่อการเรียนรูข้ องนักเรียน

และชมุ ชน

5.9 สถานศกึ ษา มกี ารจัด รอ้ ยละ 80 85 90 95 -โครงการพฒั นา นายประวทิ ย์

การศกึ ษาสภาพแวดล้อมที่ ส่ิงแวดล้อมท่ีเอ้อื

สอดคล้องกับมาตรฐาน ต่อการเรยี นรู้
ส่ิงแวดลอ้ ม สงั คม และเศรษฐกจิ และการบรกิ าร

เพ่ือการพัฒนาท่ยี ง่ั ยืน

กลยุทธ์ท่ี 6 ดำนกำรปรับสมดุลและพัฒนำระบบกำรบริหำรจัดกำรศึกษำ
ตัวชี้วดั ท่ี
1. สถานศึกษาได้รับการกระจายอานาจการบริหารจัดการศึกษาอย่างเป็นอิสระสถานศึกษาได้รับการ
พัฒนาให้เป็นหน่วยงานท่ีมีความทันสมัย ยืดหยุ่น คล่องตัวสูง พร้อมท่ีจะปรับตัวให้ทัน ต่อการ

70

เปล่ียนแปลงของโลกอยู่ตลอดเวลา เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สนับสนุน ส่งเสริม ตรวจสอบ ติดตาม เพ่ือให้
สถานศกึ ษาสามารถจัดการศกึ ษาได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
2. สถานศึกษา นานวัตกรรมและเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology) มาใช้ในการบริหารจัดการและ
ตดั สินใจ ทงั้ ระบบ
3. สถานศกึ ษา มีความโปร่งใส ปลอดการทุจรติ และประพฤติมิชอบ บรหิ ารจัดการตามหลักธรรมาภบิ าล
4. สถานศึกษา ผ่านการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดาเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ
(Integrity & Transparency Assessment : ITA)
5. สถานศึกษามีระบบฐานข้อมูลสารสนเทศวิชาการผู้เรียน ครูบุคลากรทางการศึกษา สถานศึกษา
หน่วยงานในสงั กัด
6. สถานศึกษามีข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลท่ีสามารถเชื่อมโยงกับข้อมูลต่าง ๆ นาไปสู่การวิเคราะห์เพ่ือวาง
แผนการจดั การเรยี นรู้สูผ่ เู้ รียนได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ (Big Data Technology)
7. สถานศกึ ษา มีแพลตฟอรม์ ดิจิทัล (Digital Platform) เพอ่ื สนบั สนุนภารกจิ ดา้ นบริหารจัดการศกึ ษา
8. สถานศึกษามีระบบข้อมูลสารสนเทศที่สามารถใช้ในการวางแผนการจั ดการศึกษาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ

รำยกำร/ตวั ชวี้ ดั หน่วย ขอ้ มูล คำ่ เปำ้ หมำย กลยทุ ธ/์ ฝ่ำย
ปฐี ำน โครงกำร รบั ผดิ ชอบ
วดั 2562 2563 2564 2565

6.1 สถานศึกษาได้รบั การ ร้อยละ 80 85 90 95 -สง่ เสรมิ และพฒั นา นางละมัย

พฒั นาใหเ้ ป็นหน่วยงานท่ีมี การมสี ่วนรว่ ม นางนิววรรณ
ความทันสมยั ยดื หยดุ คล่องตวั
สูง สามารถจดั การศึกษาได้ - ประกัน นางลาพนู
อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ คณุ ภาพภายใน นางศิวนาถ
-การพฒั นาหลกั สตู ร

สถานศกึ ษา

-สง่ เสรมิ และ

พฒั นาครูและ

บคุ ลากรทางการ

ศกึ ษา

6.2 สถานศึกษา นานวตั กรรม ร้อยละ 80 85 90 95 -การพฒั นา น.ส.ศิวพร

และเทคโนโลยดี จิ ิทลั (Digital สารสนเทศ

Technology) มาใช้ในการ

บรหิ ารจดั การและตัดสนิ ใจ ทั้ง

ระบบ

71

รำยกำร/ตัวช้ีวัด หน่วย ข้อมลู ค่ำเป้ำหมำย กลยทุ ธ/์ ฝ่ำย
ปฐี ำน โครงกำร รับผิดชอบ
วัด 2562 2563 2564 2565

6.3 สถานศึกษา ผ่านการ รอ้ ยละ 80 85 90 95 -โรงเรียนสุจริต นายอภินนั ท์

ประเมนิ คุณธรรมและความ

โปรง่ ใสในการดาเนินงานของ

หน่วยงานภาครฐั (Integrity &

Transparency Assessment

: ITA)

6.4 สถานศกึ ษามีระบบ ร้อยละ 80 85 90 95 -การพฒั นา น.ส.ศิวพร

ฐานข้อมูลสารสนเทศวชิ าการ สารสนเทศ

ผเู้ รียน ครูบุคลากรทาง

การศกึ ษา สามารถ นาไปสกู่ าร

วเิ คราะหเ์ พ่ือวางแผนการ

จดั การเรยี นรสู้ ู่ผูเ้ รียนได้ อย่าง

มีประสทิ ธภิ าพ (Big Data

Technology)

7. กำรควบคมุ กลยุทธ์
กำรกำกบั ติดตำม
โรงเรียนแต่งต้ังคณะกรรมการ กากับติดตาม ตรวจสอบว่า โครงการมีการดาเนินงานตาม
วัตถุประสงค์ ระยะเวลาและงบประมาณ ตามระยะเวลาท่ีกาหนดไว้ และรายงานทุกไตรมาส
กำรประเมินผล
ทาการประเมินโดยการเปรียบกับเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยใช้เครื่องมือที่เป็นแบบประเมินที่สร้างข้ึน
โดยทาการประเมนิ ท้ังด้านกระบวนการและความสาเร็จตามตัวชว้ี ดั
ระยะเวลำในกำรประเมิน
จัดทาปฏิทินการกากับ ติดตาม และประเมินผล ให้คณะกรรมการดาเนินการติดตาม และ
ประเมนิ ผล ภาคเรยี นละ 2 คร้ัง ครั้งท่ี 1 ภายใน 25 กันยายน ครงั้ ท่ี 2 ภายใน 25 มนี าคม ของทุกปี
และประเมินผลเพ่อื ปรับแผนใหม่เมอ่ื ถงึ ครึ่งแผน ปี 2562 และเมื่อสิ้นสดุ แผน ปี 2565
เครือ่ งมือที่ใชใ้ นกำรประเมิน
- แบบประเมนิ โครงการ
- แบบรายงานโครงการ / กิจกรรม

72

- แบบสอบถาม
- แบบตรวจเช็ครายการปฏิบัติ
กำรรำยงำน
ให้คณะกรรมการควบคุม กากับ ติดตาม และประเมินผล จัดทารายงานผลการประเมิน
ตลอดจนข้อเสนอแนะในการพัฒนา รายงานให้ผู้บังคับบัญชา และผู้เก่ียวข้องทราบ ภายในวันท่ี 30
มีนาคม ของทกุ ปี

73

บทท่ี 5
สรปุ ผล อภปิ รำยผล และข้อเสนอแนะ

การวางแผนพัฒนาการจัดการศึกษาโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” คร้ังนี้
ได้ดาเนินการอย่างเป็นระบบเพ่ือให้ การวางแผนส่งผลต่อการพัฒนาและนาไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ สนองตอบ ต่อนโยบาย และสอดรับกับปัญหาและความต้องการในการพัฒนาอย่างแท้จริง
เป็นไปตามวัตถุประสงค์ท่ีกาหนด เพื่อความเข้าใจในการนาไปสู่การปฏิบัติที่ชัดเจน จึงเสนอไว้ในบทน้ี
ตามลาดับ ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. สรุปผล
การจัดทาแผนพัฒนาการจัดการศึกษาโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”

มีวตั ถุประสงค์เพ่ือใช้เป็นเคร่ืองมือในการบริหารจัดการและพัฒนาการศึกษาขั้นพ้ืนฐานของโรงเรียน และ
เป็นกรอบหรือแนวทางนาไปใช้ในการวางแผนพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียน โดยใช้มาตรฐาน
จุดเน้น ผลผลิต ผู้จบการศึกษาก่อนประถมศึกษา ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ และเด็กผู้มีความสามารถ
พเิ ศษไดร้ บั การพัฒนาศกั ยภาพ

ใช้เทคนิค SWOT Analysis วิเคราะห์สถานภาพ โรงเรียน ท้ังปัจจัยภายนอก (CSTEP)
ประกอบด้วย ดา้ นพฤตกิ รรมลูกค้า (C) ดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม (S) ด้านเทคโนโลยี (T) ดา้ นเศรษฐกิจ (E)
ด้านการเมืองและกฎหมาย (P) และปัจจัยภายใน (7S) ประกอบด้วย ด้านโครงสร้างและนโยบาย (S1)
ดา้ นกลยทุ ธ์ขององคก์ ร (S2) ดา้ นระบบในการดาเนินงานขององค์กร (S3) ด้านแบบแผนหรือพฤติกรรมใน
การบริหารจัดการ (S4) ด้านบุคลากร/สมาชิกในองคก์ ร (S5) ด้านทักษะ ความรู้ ความสามารถขององค์กร
(S6) ด้านค่านิยมร่วมกนั ของสมาชิกในองคก์ ร (S7)

ผลการประเมินสถานภาพโรงเรียน ได้คะแนนเฉลี่ยปัจจัยภายนอกเท่ากับ 0.13 และปัจจัยภายใน
เท่ากับ 0.65 เม่ือนามากาหนดเป็นกราฟรูปไข่ ปรากฏว่า ทิศทางอยู่ในตาแหน่งดาวรุ่ง (Stars) เป็นปัจจัย
ที่เอ้ือและแข็ง หมายถึง สภาพแวดล้อมภายนอกเป็นโอกาส และสภาพแวดล้อมภายในเป็นจุดแข็ง จึง
กาหนดทิศทางการพฒั นา ดงั นี้

วสิ ัยทศั น์
เสมอภาคทางการศึกษา พัฒนาสู่สากล ชุมชนมสี ว่ นร่วม
พนั ธกิจ
พัฒนาและส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพ คุณธรรม ตาม
มาตรฐานการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน และนาไปสสู่ ากล โดยทกุ ภาคส่วนมสี ่วนรว่ ม

74

ปณิธำน
ม่งุ ม่นั พัฒนาคุณภาพการศึกษาส่คู วามเปน็ เลศิ
เปำ้ ประสงค์

1. ผู้เรยี นทุกคนมีคณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน และพัฒนาส่คู วามเปน็ สากล
2. ผู้เรียนทุกคน มีคุณธรรมและวัฒนธรรมองค์กร 5 สานึกในความเป็นชาติไทย ความเป็น
พลเมอื งในระบอบประชาธปิ ไตย และวิถชี วี ติ ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3. ผู้เรียนทุกคนไดร้ ับโอกาสในการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐานอยา่ งท่วั ถึง และตามศักยภาพ
4. ครูและบุคลากรทางการศกึ ษาในสงั กดั ได้รับการพัฒนาเป็นมืออาชีพ
5. สถานศึกษามปี ระสทิ ธภิ าพในการบริหารจดั การศึกษาเขม้ แข็งตามหลกั ธรรมาภิบาล
กลยทุ ธ์
กลยุทธท์ ่ี 1 การจัดการศึกษาเพ่อื ความมน่ั คงของมนุษยและของชาติ
กลยุทธ์ที่ 2 การจดั การศึกษาเพื่อเพ่ิมความสามารถในการแขงขนั ของประเทศ
กลยุทธท์ ี่ 3 การพฒั นาและเสริมสรางศักยภาพทรัพยากรมนษุ ย
กลยทุ ธ์ท่ี 4 การสรางโอกาสในการเขาถึงบรกิ ารการศึกษาทมี่ คี ณุ ภาพ มีมาตรฐาน และลด
ความเหลอ่ื มลา้ ทางการศกึ ษา
กลยทุ ธท์ ี่ 5 การจัดการศึกษาเพือ่ พัฒนาคุณภาพชีวติ ที่เปนมิตรกับส่ิงแวดลอม
กลยทุ ธท์ ่ี 6 ดานการปรบั สมดุลและพฒั นาระบบการบริหารจดั การศึกษา
กำรควบคุมกลยทุ ธ์
การควบคุมกุลยุทธ์ ในข้ันตอนน้ีเพื่อให้การดาเนินงานเป็นไปตามแผน และบรรลุตามเป้าหมายที่
กาหนดไว้ ประกอบด้วย 3 ข้นั ตอน คือ
1. การกากับ ติดตาม โดยกาหนดวางโครงสร้างและระบบการกากับ ติดตามผลการดาเนินงานให้
เป็นไปตามแผน มีห้วงระยะเวลาในการกากับ ตดิ ตาม คอื กากับ ติดตาม เป็นรายไตรมาศ ของทุกปี
2. การประเมินผล มีการประเมินผลจากแผนพัฒนาการศึกษา และแผนปฏิบัติการ ประจาปีของ
แต่ละปี โดยมีห้วงระยะเวลาในการประเมิน คือ ระหว่างวันท่ี 25 กันยายน - 25 มีนาคม ของทุกปี และ
การประเมินเพอ่ื ปรบั แผนใหม่เม่อื ถึงระยะเวลาครง่ึ แผน (2562) และเมื่อส้นิ สดุ แผน (2565)
3. การรายงานผล เม่อื ส้นิ สุดโครงการต้องใหผ้ รู้ ับผิดชอบรายงานผลตามแผน

2. อภปิ รำยผล
จากการดาเนินการวางแผนอย่างเป็นระบบตามกระบวนการวางแผนกลยุทธ์จนเสร็จสิ้น

กระบวนการวางแผนเพ่ือพัฒนาการศึกษาข้ันพ้ืนฐานของโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์”
สามารถนามาอภปิ รายผลตามประเดน็ สาคญั ไดด้ ังน้ี

75

2.1 กำรแสดงสถำนภำพของโรงเรียน
จากผลการประเมินสถานภาพของโรงเรียนและทิศทางการพัฒนา พบวา่ สถานภาพโรงเรียน

อยู่ในตาแหน่งดาวรุ่ง (Stars) หรือเอ้ือและแข็ง เป็นตาแหน่งท่ีบ่งบอกถึงสถานภาพหน่วยงานโดยภาพรวม
ส่วนใหญ่มีปัจจัยภายนอกท่ีเป็นโอกาสและมีปัจจัยภายในที่แข็ง แสดงวา่ โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุม
มาสงเคราะห์” เป็นหน่วยงานท่ีมีความพร้อมสูง จึงเป็นโอกาสที่โรงเรียนควรกาหนดกลยุทธ์เพ่ือขยายงาน
และสร้างความเจริญเติบโตให้มากย่ิงขึ้นและมีโอกาสประสบความสาเร็จ โดยเฉพาะฝ่ายบริหารโรงเรียน
ตอ้ งสรา้ งภาวะผูน้ าและเพมิ่ ความเขม้ แขง็ ในการนามากยิ่งขึ้น

2.2 วสิ ยั ทัศน์ (Vision)
วิสัยทัศน์ เป็นความคาดหวังในอนาคตท่ีโรงเรียนต้องการจะเป็นและจากการวิเคราะห์

นโยบายหน่วยงานต้นสังกัด แนวทางการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 , นโยบาย 555 และการวิเคราะห์
สภาพแวดล้อมของสานักงาน พบว่า มีประเด็นสาคัญสอดรับกับภารกิจที่จะนามากาหนดวิสัยทัศน์ ได้แก่
เรอื่ งของโอกาส คณุ ธรรม คณุ ภาพ และการมสี ว่ นร่วม

ขอ้ ความวิสยั ทัศน์ “เสมอภาคทางการศกึ ษา พัฒนาสู่สากล ชมุ ชนมีสว่ นร่วม”
วิสัยทัศน์ดังกล่าว เป็นการสร้างคนให้เป็นคนดี คนเก่ง และมีความสุข หมายถึง ผู้เรียนได้สิทธิ
ตามโอกาสทางการศึกษาแลว้ ผู้เรยี นจะได้รับการพัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม และค่านิยมที่พงึ ประสงค์ ใฝ่รู้
ใฝ่เรียน สามารถคิดอย่างเป็นระบบได้ ซ่ึงจะนาพาให้ผ้เู รียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน
และสู่ความเป็นเลิศ ภายใต้การบริหารจัดการโดยการมีส่วนร่วม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของสานักงาน
พื้นท่ีการศึกษาเลย เขต 1 ข้อความ “ผู้เรียนได้รับโอกาสทางการศึกษาอย่างทั่วถึง เป็นเลิศคุณธรรมนา
คุณภาพสู่สากล โดยทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม” และสอดคล้องกับวัตถุประสงค์แผนการศึกษาแห่งชาติ ฉบับ
ปรับปรุง พ.ศ. 2560–2579 ยุทธศาสตร์ที่ 4 ความว่า “การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่า
เทียมทางการศึกษา” และสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาข้ันพ้ืนฐานในด้านคุณภาพผู้เรียน คือ
มาตรฐานท่ี 1 ผู้เรียนมคี วามสามารถในการอา่ น การเขยี น การสอื่ สาร และการคดิ คานวณ มคี วามสามารถ
ในการคิดวิเคราะห์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ อภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น และแก้ปัญหา มี
ความสามารถในการสร้างนวัตกรรม มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร มี
ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นตามหลักสตู รสถานศึกษา มีความรู้ ทกั ษะพน้ื ฐาน และเจตคตทิ ี่ดีตอ่ งานอาชพี

2.3 พันธกิจ (Mission)
การกาหนดพนั ธกจิ เพื่อต้องการดาเนนิ งานให้วิสัยทศั นไ์ ดบ้ รรลุสาเร็จตามตอ้ งการ จงึ กาหนด

ตามบทบาทหน้าที่ของสานักงาน คือ พัฒนา ส่งเสริม สนับสนุน โดยเนื้อหาครอบคลุม และสอดรับกับ
วสิ ัยทศั น์

76

ข้อความพันธกิจ “พัฒนาและส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้เรียนทุกคนได้รับการศึกษาอย่าง
มีคุณภาพ คุณธรรม ตามมาตรฐานการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน และนาไปสู่ความเป็นสากล โดยทุกภาคส่วน
มสี ว่ นร่วม”

2.4. เป้ำประสงค์ (Corporate objective)
การกาหนดเป้าประสงค์ เป็นความคาดหวังที่สถานศึกษาต้องการให้เกิดซ่ึงมีเนื้อหาสอดรับกับ
พนั ธกิจ และวสิ ัยทัศน์ โดยมีข้อความเปา้ ประสงค์ คือ
1) ผูเ้ รยี นทกุ คนมคี ณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน และพฒั นาสคู่ วามเป็นสากล
2) ผู้เรียนทุกคน มีคุณธรรมและจริยธรรม สานึกในความเป็นชาติไทย ความเป็นพลเมืองใน
ระบอบประชาธิปไตย และวถิ ีชวี ติ ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
3) ผู้เรียนทุกคนได้รับโอกาสในการศึกษาขนั้ พน้ื ฐานอย่างทว่ั ถงึ และตามศักยภาพ
4) ครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับการพัฒนาเป็นมืออาชีพ
5) สถานศึกษามีประสิทธิภาพในการบริหารจดั การศึกษาเข้มแข็งตามหลักธรรมาภิบาล
2.5 กลยทุ ธ์ (Strategy)
การกาหนดกลยุทธ์ เป็นการกาหนดแนวทางการทางานท่ีเป็นระบบ มีทิศทางและกระบวนการท่ี
ชัดเจน ช่วยให้สถานศึกษาพัฒนาตนเองทันกับสภาพการเปล่ียนได้อย่างเหมาะสม สอดคล้องกับ
สภาพแวดล้อม โดยคณะทางานยดึ ความสอดคล้องตามเป้าประสงค์ พนั ธกิจ และวิสัยทศั ์ บูรณาการกับ
เทคนิคตารางสัมพันธ์ (Matrix) ซึ่งเป็นวิธีการกาหนดกลยุทธ์ที่ใช้ข้อมูลจากสภาพจริง มีความเป็นเหตุเป็น
ผล โดยอาศัยหลักพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างผลการวิเคราะห์และประเมินปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับ
สภาพแวดล้อมภายนอกทีเ่ ปน็ โอกาสอปุ สรรค และภายในทเี่ ป็นจดุ แข็งจุดออ่ น (SWOT Analysis)
จากตารางสัมพันธ์การจับคู่ระหว่างปัจจัยภายนอกกับภายใน พบว่า คู่ของปัจจัยภายนอกกับ
ภายใน ส่วนใหญ่อยู่ในทิศทางดาวรุ่ง (Stars) ท่ีเอ้ือและแข็ง สอดคล้องกับสถานภาพของโรงเรียนที่อยู่ใน
ตาแหนง่ ดาวรุ่ง

3. ข้อเสนอแนะ
3.1 เมือ่ มนี โยบายเพมิ่ เตมิ หรอื เปลย่ี นแปลงควรปรับแผนใหม่หรอื จัดทาเปน็ แผนพฒั นาประจาปี
3.2 ควรมีคณะกากับตดิ ตามประเมินผลการดาเนินงานตามกลยุทธ์ของโรงเรยี น
3.3 ควรมีการรายงานผลการดาเนินงานและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลการดาเนินงานต่อ

สาธารณชน

77

บรรณำนกุ รม

กระทรวงศึกษาธกิ าร. มำตรฐำนสำนกั งำนเขตพื้นทีก่ ำรศกึ ษำ. กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์สานักงาน
พระพทุ ธศาสนาแหง่ ชาต,ิ 2551
. พระรำชบัญญตั กิ ำรศกึ ษำแหง่ ชำติ พ.ศ. 2542 และท่แี ก้ไขเพม่ิ เติม (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2545. กรุงเทพมหานคร, 2545
. มำตรฐำนกำรศกึ ษำขน้ั พนื้ ฐำนของสานักงานเขตพื้นทก่ี ารศึกษาประถมศึกษาเลย
เขต 1. จงั หวดั เลย, 2558
. กำรปฏริ ปู กำรศึกษำในทศวรรษที่ 2 (พ.ศ. 2552-2561). กรุงเทพฯ, 2552

__________. นโยบำยเรยี นฟรี เรียนดี 15 ปี อย่ำงมคี ุณภำพ. กรุงเทพฯ, 2553
ราชกิจจานุเบกษา. เล่มท่ี 124 ตอนท่ี 47 ก (24 สงิ หาคม 2550). รัฐธรรมนญู แหง่ รำชอำณำจกั รไทย

(พุทธศกั รำช 2550). กรงุ เทพฯ, 2550
โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”. รำยงำนผลกำรประเมินตนเอง . ประจาปกี ารศึกษา 2562

จังหวดั เลย, 2554
__________. ข้อมลู สำรสนเทศ ปีกำรศึกษำ 2558 . จังหวัดเลย, 2554
__________. รำยงำนกำรประกันคณุ ภำพภำยใน ปงี บประมำณ 2558. จงั หวดั เลย, 2558
สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาเลย เขต 1. แผนพฒั นำกำรศกึ ษำจังหวัดเลย พ.ศ. 2553 - 2556.

จงั หวัดเลย, 2553
__________. กำรพฒั นำระบบประกันคณุ ภำพกำรศกึ ษำตำมมำตรฐำนกำรศึกษำขน้ั พื้นฐำนเพอ่ื

กำรประกันคณุ ภำพภำยในของสถำนศกึ ษำ. จงั หวดั เลย, 2554
__________. ค่มู อื กำรนเิ ทศ ติดตำมและประเมนิ ผลกำรจดั กำรศกึ ษำแบบร่วมพัฒนำ

ตำมนโยบำยแนวคิด 555 แหง่ กำรพัฒนำคุณภำพ ผเู้ รียน. เอกสารศึกษานเิ ทศก,์ 2554
สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษาเลย เขต 2. คู่มอื กำรวำงแผนกลยุทธ์สถำนศึกษำ. จงั หวดั เลย, 2550
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาแหง่ ชาติ. แผนกำรศกึ ษำแหง่ ชำติฉบับปรับปรุง

(พ.ศ. 2553). กรุงเทพฯ, 2553
สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน. แผนปฏบิ ตั ริ ำชกำรสปี่ ี (พ.ศ. 2559 - 2562).

กรุงเทพฯ, 2558
. เอกสำรประกอบกำรอบรมกำรวำงแผนเชงิ กลยุทธ์. กรงุ เทพฯ, 2554

สานักงานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ. แผนกำรบรหิ ำรรำชกำรแผน่ ดนิ พ.ศ. 2559 –
2562. กรงุ เทพฯ, 2558

สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาต.ิ แผนพฒั นำเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชำติ ฉบบั ท่ี 12 (พ.ศ. 2560 - 2564). กรุงเทพฯ, 2559

78

ภำคผนวก

79

คำสง่ั โรงเรียนอนุบำลเชียงคำน “ปทมุ มำสงเครำะห์”
ที่ 259/2562

เรอ่ื ง แตง่ ต้งั คณะกรรมกำรจัดทำแผนพฒั นำกำรศึกษำขัน้ พนื้ ฐำน พ.ศ. 2563-2565
..............................................................

ด้วยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 ได้กาหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพ
การศึกษาเพ่ือพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการศึกษาทุกระดับและได้กาหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ
หลักเกณฑ์ และวิธกี ารประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 ให้สถานศึกษาขัน้ พน้ื ฐานจัดใหม้ รี ะบบการประกัน
คณุ ภาพภายในให้จัดทาแผนพฒั นาการจัดการศึกษาท่มี ุ่งคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา โดย
ยึดสภาพปัญหา ความต้องการ และให้ความสาคัญกับการใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นปัจจัยหลัก และหลักการมี
ส่วนร่วมของชุมชนและหน่วยงานท่ีเกี่ยวขอ้ งทุกภาคสว่ น

โรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทุมมาสงเคราะห์” เป็นสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐานประเภทที่ 1 ตาม
กฎกระทรวงและประกาศของคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐานว่าด้วยการกระจายอานาจ พ.ศ.2550
รับผิดชอบผลผลิตในการจัดการศึกษา จานวน 2 ประการ คือ ผู้จบการศึกษาก่อนประถมศึกษา และผู้จบ
การศึกษาภาคบังคับ มีความมุ่งมั่นท่ีจะพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้เป็นท่ีเช่ือถอื และศรทั ธาแก่ผู้รับบริการ และ
สนองเจตนารมณ์พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 จึงได้จัดทาแผนพัฒนาการจัดการศึกษาเชิง
กลยุทธ์ระยะกลาง (3 ปี) ข้ึน โดยใช้ชื่อว่า“แผนพัฒนาการจัดการศึกษาโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน
“ปทุมมาสงเคราะห์” ปี 2563-2565 เพื่อเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการพัฒนาคุณภาพการการศึกษาของ
โรงเรยี นต่อไป จึงแต่งตงั้ ผูม้ รี ายชื่อตอ่ ไปน้ี เป็นคณะกรรมการจดั ทาแผนกลยุทธส์ ถานศึกษา ดงั น้ี

1. คณะกรรมกำรอำนวยกำร มีหน้ำที่ ให้คาปรึกษา ข้อเสนอแนะ วิธีการดาเนินงาน และช่วย

แกป้ ญั หา ประกอบด้วย

1.1 นายสมชาย คาพิมพ์ ผอู้ านวยการโรงเรยี น ประธานกรรมการ

1.2 นายสุวรรณ มงั บู่แวน่ รองผู้อานวยการโรงเรียน รองประธานกรรมการ

1.3 นางสาววชั รี สมวนั ครู กรรมการ

1.4 นางอารุณ มังบู่แวน่ ครู กรรมการ

1.5 นางศวิ นาถ คุณาธิป ครู กรรมการ

1.6 นายพิทักษ์ แสงสีดา ครู กรรมการและเลขานุการ

80

2. คณะกรรมกำรจดั ทำข้อมูลและจดั ทำรูปเลม่ มหี นา้ ท่ี วิเคราะห์ภารกจิ และสภาพแวดลอ้ ม

กาหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ เปา้ ประสงคแ์ ละกลยุทธ์ กาหนดแผนงาน/โครงการ ของโรงเรยี น จดั ทา

รูปเลม่ ประกอบด้วย

2.1 นายสุวรรณ มงั บแู่ วน่ รองผอู้ านวยการโรงเรยี น ประธานกรรมการ

2.2 นางสาววัชรี สมวัน ครู กรรมการ

2.3 นางอารุณ มงั บูแ่ ว่น ครู กรรมการ

2.4 นางศวิ นาถ คณุ าธปิ ครู กรรมการ

2.5 นางอรุณี สมวัน ครู กรรมการ

2.6 นางเกษรา บับภาสังข์ ครู กรรมการ

2.7 นางสาวขนิษฐา นันทะนา ครู กรรมการ

2.8 นายสมบูรณ์ ทิพรส ครู กรรมการ

2.9 นางสาวฉลวย สวุ รรณพรรค ครู กรรมการ

2.10 นายธวชั ชยั นามวงศษ์ า ครู กรรมการ

2.11 นางลาพูน สุวรรณศรี ครู กรรมการ

2.12 นายพิทักษ์ แสงสีดา ครู กรรมการและเลขานุการ

2.13 นางสาวศวิ พร คุณาธิป เจา้ หน้าทธี่ ุรการ กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานุการ

ใหค้ ณะกรรมที่ได้รบั แตง่ ต้งั ปฏบิ ตั หิ นา้ ทอ่ี ยา่ งเต็มความสามารถอย่าให้เกิดความเสยี หายแกท่ างราชการได้
ทั้งนี้ ตัง้ แต่ วันที่ 26 สงิ หาคม พ.ศ. 2562 เปน็ ต้นไป

ส่งั ณ วนั ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2562

(นายสมชาย คาพิมพ์)
ผ้อู านวยการโรงเรียนอนุบาลเชียงคาน “ปทมุ มาสงเคราะห์”


Click to View FlipBook Version