หลักการและทฤษฎี
ทางการบรหิ าร
นายสมโภชน์ ไชยสริ ิวรากรณ์
รหัส 6419050032
สาขาการบรหิ ารการศึกษา
คณะศกึ ษาศาสตร์และศิลปศาสตร์
หลักและทฤษฎกี ารบรหิ ารการศกึ ษา
ทฤษฎกี ารบริหารการศึกษา
ในการบริหารสถานศึกษา ผู้บริหารควรมีหลักและกระบวนการบริหาร การ
บริหารการศึกษา หลักการแนวคิดในการบริหาร ภาพรวมของการบริหารทั้งนี้เพื่อให้
การจัดการบริหารสถานศึกษามีความเหมาะสมผู้เขียนจะได้กล่าวถึงประเด็นดังก ล่าว
เพือ่ ใหเ้ กิดความเข้าใจและมมุ มองในการบรหิ ารสถานศกึ ษายงิ่ ข้ึนตอ่ ไป
คาจากัดความ
คาว่า “การบรหิ าร”(Administration) ใช้ในความหมายกว้าง ๆ เชน่ การ
บรหิ ารราชการ อกี คาหนึง่ คอื “ การจัดการ” (Management) ใชแ้ ทนกันได้ กับคาว่า
การบรหิ าร ส่วนมากหมายถึง การจดั การทางธรุ กิจมากกว่าโดยมีหลายทา่ นได้ระบุดงั นี้
Peter F Drucker : คือ ศิลปะในการทางานใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายร่วมกับผู้อ่ืน
(ภาวดิ า ธาราศรสี ุทธิ, 2542: 2)
Herbert A. Simon :กลา่ วว่าคือ กิจกรรมทบี่ คุ คลต้งั แต่ 2 คนขนึ้ ไป ร่วมมือ
กนั ดาเนินการใหบ้ รรลวุ ตั ถุประสงคอ์ ย่างใดอยา่ งหนึง่ หรอื หลายอย่างรว่ มกัน (ภาวิดา
ธาราศรสี ุทธิ, 2542: 2)
การบรหิ าร หมายถงึ ศลิ ปะในการทาให้สิ่งตา่ ง ๆ ไดร้ บั การกระทาจนเป็น
ผลสาเร็จ กล่าวคอื ผู้บริหารไม่ใช้เปน็ ผปู้ ฏิบตั ิ แตเ่ ปน็ ผูใ้ ชศ้ ิลปะทาให้ผูป้ ฏบิ ัติทางานจน
สาเร็จตามจุดมุ่งหมายท่ีผู้บริหารตดั สินใจเลือกแลว้ (Simon)
การบริหาร คือ กระบวนการทางานรว่ มกับผอู้ น่ื เพ่อื ให้เกิดผลสมั ฤทธติ์ าม
เปา้ หมายอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ (Sergiovanni)
การบริหาร คือ การทางานของคณะบคุ คลตั้งแต่ 2 คนข้นึ ไป ท่รี วม
ปฏบิ ัติการใหบ้ รรลเุ ปา้ หมายรว่ มกนั (Barnard)
การบรหิ าร หมายถงึ กจิ กรรมตา่ งๆ ทบี่ คุ คลตัง้ แต่สองคนขน้ึ ไปรว่ มมือกนั
ดาเนนิ การ เพ่อื ให้บรรลุวตั ถปุ ระสงค์อยา่ งหนงึ่ อยา่ งใดหรือหลายๆอยา่ งที่บคุ คล
รว่ มกันกาหนดโดยใช้กระบวนอยา่ งมรี ะบบและให้ทรพั ยากรตลอดจนเทคนคิ ตา่ งๆ
อย่างเหมาะสม (สมศกั ด์ิ คงเทย่ี ง , 2542 : 1)
หลักและทฤษฎกี ารบรหิ ารการศกึ ษา
ส่วนคาว่า “การบริหารการศึกษา” หมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่บุคคลหลายคน
ร่วมกันดาเนนิ การ เพื่อพัฒนาสมาชกิ ของสังคมในทกุ ๆ ด้าน นับแต่ บุคลิกภาพ ความรู้
ความสามารถ เจตคติ พฤติกรรม คุณธรรม เพื่อให้มีค่านิยมตรงกันกับความต้องการ
ของสังคม โดยกระบวนการต่างๆ ที่อาศัยควบคุมสิ่งแวดล้อมให้มีผลต่อบุคคล และ
อาศัยทรัพยากร ตลอดจนเทคนคิ ต่างๆ อย่างเหมาะสม เพื่อให้บุคคลพัฒนาไปตรงตาม
เป้าหมายของสงั คมทต่ี นดาเนนิ ชวี ติ อยู่(ภาวิดา ธาราศรีสทุ ธิ, 2542: 6)
คาว่า “สถานศึกษา” หมายความ ว่าสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียน ศูนย์
การศึกษาพิเศษ ศูนย์การศึกษานอกระบบและตามอัธยาศัย ศูนย์การเรียน วิทยาลัย
วิทยาลัยชุมชน สถาบันหรอื สถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นของรัฐที่มีอานาจหน้าที่หรือ
มีวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติและตาม
ประกาศกระทรวง(พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ,
2547 : 23)
การบริหารเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ การบริหารเป็นสาขาวิชาที่มีการจัดการ
ระเบียบอย่างเปน็ ระบบ คอื มหี ลกั เกณฑ์และทฤษฎีทพ่ี ึงเช่ือถือได้ อนั เกดิ จาการค้นคว้า
เชิงวิทยาศาสตร์ เพื่อประโยชน์ในการบริหาร โดยลักษณะนี้ การบริหารจึงเป็นศาสตร์
(Science) เป็นศาสตร์สังคม ซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกับวิชาจิตวิทยา สังคมวิทยา และ
รัฐศาสตร์แต่ถ้าพิจารณาการบริหารในลักษณะของการปฏิบัติที่ต้องอาศัยควา มรู้
ความสามารถ ประสบการณ์และทักษะของผู้บริหารแต่ละคน ที่จะ ทางานให้บรรลุ
เปา้ หมาย ซ่ึงเป็นการประยุกต์เอาความรู้ หลักการและทฤษฎีไปรับใช้ในการปฏิบัติงาน
เพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และสิ่งแวดล้อม การบริหารก็จะมีลักษณะเป็นศิลป์
(Arts)
วฏั จกั รการบรหิ าร
วฏั จกั รการบรหิ าร
วฏั จกั รการบรหิ าร
วฏั จกั รการบรหิ าร
วฏั จกั รการบรหิ าร
วฏั จกั รการบรหิ าร
วฏั จกั รการบรหิ าร
องค์ประกอบผบู้ รหิ าร 3 ภมู ิ
นักบริหารมืออาชีพ ควรมีทั้งสามภูมิ คือ ภูมิรู้ ภูมิธรรม ภูมิฐาน
ดงั รายละเอียดตอ่ ไปน้ี
1. ภูมิรู้ คือ ความรู้ความสามารถ เช่น มีความรู้ทางทฤษฎีการ
บริหาร แล้วสามารถนาความรู้ทางการบริหารไปใช้ในการบริหารงานได้
มคี วามรู้เกี่ยวกับหน่วยงานของตน มีความรู้เกี่ยวกับเหตุการณ์บ้านเมือง
หรือมคี วามรู้รอบตวั
2. ภมู ิธรรม คือ มคี วามประพฤตดิ ี มีคุณธรรม เช่น มีความซื่อสัตย์
มีความโปร่งใส มีความยุติธรรมในการทางาน มีหิริโอตัปปะ มีความ
ขยันหมน่ั เพียร มคี วามรบั ผิดชอบ
3. ภมู ิฐาน คอื มีบุคลิกลักษณะดี รปู ร่างหน้าตา ท่าทางดี การแต่ง
กายเรียบร้อย อย่างไรก็ตามถ้าหากบุคลิกลักษณะและรูปร่างหน้าตา
ทา่ ทางไมด่ ี แต่รู้จักแตง่ กายเรยี บร้อย กจ็ ะทาให้ผบู้ รหิ ารดูภูมิฐานได้
ภูมิรดู้ า้ นการบรหิ าร
1. ศึกษาภาระงานท่ไี ด้รับมอบหมายตามบทบาทและโครงสรา้ งในยคุ
ปฏิรปู การศกึ ษาและยุคโลกาภิวัตน์
2. เสนอแนวคดิ การบรหิ ารองคร์ วม ดว้ ยความคิดรเิ ร่มิ สร้างสรรค์ โดยอิง
กฎ ระเบียบราชการ
3. ยดึ องค์กรเป็นสาคญั และคานงึ ถงึ บริบทของโรงเรียน
4. ยามศกึ ตอ้ งการคนกล้า ยามปรึกษาตอ้ งการบัณฑิต ยามมภี ารกิจ
ต้องการคนปฏบิ ัติจรงิ
5. ทาการบ้านหรือเตรียมการก่อนการประชุม
6. ทบทวนปญั หาในอดีต กดี กนั ปัญหาปัจจุบัน เพ่อื จะเกดิ ส่ิงสร้างสรรค์
ในอนาคตปัญหามา ปญั ญาเกิด ใช้วกิ ฤตเป็นโอกาส บทบาทอยู่
ระหวา่ งผู้อานวยการกบั คณะครู
7. พฒั นาองคค์ วามรู้ของตนโดยประชุม อบรม สัมมนา ศกึ ษาต่อ เพ่ือน
มาปรับปรงุ แก้ไข จุดด้อยและพฒั นาจุดเด่นทต่ี นเองมีทนุ เดมิ อยู่
8. สร้างศรัทธาด้วยความรอบร้ผู ลงานปรากฏ อานาจบารมจี ะตามมา
สรา้ งมาตรฐานงานตามโครงสรา้ ง มภี าระงานอกี มากมายทค่ี วรได้รับ
การพฒั นาตามบรบิ ทขององคก์ ร
9. ตรวจเอกสาร หนังสือราชการ โดยอิงระเบียบก่อนการลงนามผ่าน
เร่อื งหรอื เหน็ ชอบหรือ สรปุ เน้อื หาและเสนอความเห็นก่อนทีจ่ ะเสนอ
ผู้อานวยการพจิ ารณาลงนาม/อนุมัติ
10. สืบคน้ องคค์ วามรู้หลากหลายทางอินเตอร์เนต็ สมั ฤทธผิ ลของศษิ ย์
คอื ผลผลติ ของครู
องคป์ ระกอบของมนษุ ย์
ฐานคิด(รู้) ฐานใจ(ธรรม) ฐานกาย(ฐาน)
ครูควรมีฐานคิดก่อนฐานกาย นักแสดงควรมีฐานกายก่อนฐานคิดแต่ทั้งนี้
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ ขณะนั้น ว่าควรมีฐานใดมากกว่าฐานใด พัฒนา
บุคลากรด้วยหลัก 3 ฐาน
ในกระบวนการดาเนินชีวิตของเรานั้น ไม่สามารถหลีกเลี่ยงในเรื่อง
ปัญญา 3 ฐาน ได้ 3 ฐาน ที่จะมีประโยชน์ในการนาไปใช้ในการพัฒนา
บคุ ลากรเพื่อให้มีความรู้ความสามารถหรือสมรรถนะ มีประสิทธิภาพ และมี
ศกั ยภาพ
8 วิธคี ิดบวก ฝึกตวั เอง
เป็นคนใหม่ ท่ดี กี วา่ !
1. เมื่อมีทุกข์ ให้คิดถึงคนที่ทุกข์กว่าเรา เพราะการมอง
คนที่ทุกข์กว่าเรา จะทาให้เราเกิดกาลังใจในการดาเนิน
ชีวิต และพรอ้ มท่ีจะต่อสูอ้ ุปสรรคต่อไป
2. คิดอย่างมีเหตุผล ไตร่ตรองให้รอบคอบ อย่าเชื่อ
อะไรง่าย ๆ แล้วเก็บมากังวลใจ ควรตรวจสอบหา
ข้อเทจ็ จริงกอ่ นตดั สนิ ใจ
3. คิดหลายแง่มุมให้ลองคิดหลาย ๆ ด้าน การใช้
ความคิดมองเพียงด้านเดียว จะทาให้ใจเป็นทุกข์ และ
ควรหดั คิดในมมุ มองของคนอ่ืนบา้ ง
4. คิดแต่เรื่องดี ๆ การคิดแต่เรื่องร้าย ๆ หรือเรื่องท่ี
ล้มเหลว หรือสร้างความผิดหวัง จะทาให้เราทุกข์ใจ ควร
คิดเรื่องดี ๆ ให้มากขึ้น เช่น คิดถึงประสบการณ์ที่ทา
แล้วประสบความสาเรจ็ เปน็ ต้น
8 วธิ คี ดิ บวก ฝึกตวั เอง
เป็นคนใหม่ ท่ีดีกว่า!
5. คิดถึงคนอื่นเปิดใจให้กว้าง อย่าหมกมุ่นอยู่แต่กับตัวเอง ควร
รับรู้ความเป็นไปของผู้อื่นจะทาให้เราพบว่าปัญหาของเรา
เล็กนอ้ ย เมอ่ื เทียบกับผอู้ นื่
6. รูจ้ ักใหอ้ ภัยตวั เอง และผอู้ ืน่ เราทุกคนต่างเคยทาผิดพลาดกัน
มา ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ100% ให้รู้จักปล่อยวาง รู้จักให้อภัยตัว
เราเองและผู้อื่น ดับไฟในใจลง จะทาให้ใจเราเป็นสุข เป็นผู้มี
เมตตา มีสมาธิ สติ ปญั ญา ได้ง่าย
7. คิดดี มองโลกในแง่ดี พดู แต่ส่งิ ดี ๆ เราสามารถเร่ิมต้นวันใหม่
ใหใ้ จเป็นสขุ ดว้ ยการคดิ ดี พูดแต่สิ่งดี ๆรู้จักขอบคุณ และขอโทษ
คุยเร่อื งดีดกี ับคนรอบขา้ ง เพือ่ เติมพลงั บวกเข้ามาในชีวติ เรา
8. การคิดบวกต้องใช้เวลา กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว
การคิดบวกก็เช่นกัน การฝึกคิดบวก จึงต้องใช้เวลา และความ
พยายาม อะไรที่ผิดพลาด ให้ปลอบใจตัวเองว่า ไม่เป็นไรเดี๋ยวจะ
ทาใหม่ให้ดีขึ้น ฝึกตัวเองให้มีวินัยในการทาสิ่งดีดีเพื่อเปลี่ยนไป
เป็นคนใหม่ทด่ี กี ว่าเดมิ
ความคดิ เชงิ บวก
(positive thinking)
หมายถึง ความคิดที่เกิดจากการมองสิ่งต่างๆ อย่างเข้าใจ
ยอมรับในสงิ่ ท่ีเกิดข้นึ กับตวั เราท้งั ในทกุ เรอื่ ง และหากเป็นเรื่องไม่
ดีก็รู้จักคิดและพยายามหามุมมองที่เป็นประโยชน์ทางด้านบวก
จากสิ่งนั้นๆ ให้เกิดประโยชน์กับตนเองและผู้อื่น การคิดเชิงบวก
เป็นการหามุมมองที่เป็นบวก มุมมองที่ทาให้เรานั้นมีแง่คิดที่ดี
มุมมองที่ทาให้เรามีกาลังใจ มุมมองที่ทาให้เรารู้สึกมีความทุกข์
น้อยลง มุมมองที่ทาให้เรามีความสุขมากขึ้น มีแรงจูงใจที่จะต่อสู้
กับชีวิต กล้าที่จะเผชิญชีวิต หรืออยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข
เพราะฉะนั้นถ้าสามารถคิดในเชิงบวกได้ตลอดเวลา แปลว่าเรา
สามารถมีชวี ติ อยใู่ นสงั คมไดอ้ ยา่ งมีคุณภาพและความสขุ
การฝกึ สรา้ งความคดิ เชิงบวก
www.vibhavadi.com/health399.html
สรปุ
ผู้บริหารที่ดี ผู้บริหารที่ดีไม่ได้เป็นเพียงชื่อตาแหน่งที่แสดง
ถึงการเติบโตในหน้าที่การงานเท่านั้น แต่เป็นการแสดงถึงความ
เป็นผ้นู าขององคก์ รที่จะต้องใชท้ ้ังวิสัยทศั น์ รวมไปจนถึงศักยภาพ
อันหลากหลายในการบริหารงาน เพื่อนาพาทุกคนไปสู่จุดหมาย
ปลายทางแห่งความสาเร็จอนั เปน็ เปา้ หมายเดียวกันในการทางาน
การประยุกต์ใช้ แนวคิดสาคัญ การเป็นผู้บริหารนั้น หลายๆ คน
ก็อาจไปถึงจุดนั้นได้ แต่การเป็นผู้บริหารที่ดี ที่ไม่ใช่แค่เพียง
ตาแหน่งจะทาให้พนักงานทุกคนในองค์กรมีความอุ่นใจ เชื่อถือ
อันจะนาไปสู่การยอมรับ และพร้อมจะเป็นฟันเฟืองชิ้นสาคัญท่ี
ช่วยกันขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความสาเร็จ และยังทาให้เกิด
Passion ในการทางานที่ไม่ยอมแพ้ต่อทุกอุปสรรค ซึ่งเป็นสิ่ง
สาคญั นามาใช้เป็นหลักปฏิบัติเพื่อให้องค์กรก้าวไปสู่ความสาเร็จ
อย่างย่งั ยนื
สมุนไพรในการบรหิ าร
รากออ่ นนอ้ ม
ออ่ นน้อมถ่อมตน
กิ่งเมตตา
มีเมตตา มีคุณธรรม
อยใู่ นจิตใจ
กา้ นกรุณา
จริยธรรม แสดงออกเป็ น
การกระทา
4 ใบยอ ดอกอภยั
ย้ มิ , ยอ , เยน็ , ยอม
รจู้ กั การใหอ้ ภยั
อภยั ในส่ิงที่ถูกกระทา
สมนุ ไพรในการบรหิ าร
Corruption
Sexual morality
MBW
(Management By Walking)
ดูคนออก
บอกคนได้
ใชค้ นเป็น
Put right man on the right job.
➔
➔
ลักษณะของผบู้ รหิ าร
บคุ ลิกภาพทด่ี ี
1.ทรงผม ตอ้ งมีรอยหวผี ม ตระหนักสงิ่ ท่ีอยู่บนสดุ
2.ไมค่ วรใส่แว่นดาในทที่ างาน
3.สีกรอบแว่นไมฉ่ ดู ฉาด
4.ต่างหไู ม่ยาว ไมใ่ หญ่ เกินไป
5.แหวนไมค่ วรเกิน 2 วง
6.สร้อยทองจริง ไมส่ วมอยา่ งอืน่
7.นาฬิกาห้ามตาย ไมส่ ีสัน
8.ปากกาธรรมดาหา้ มพก ถ้าจะพกให้พกทด่ี ดู ี
9.โทรศัพทเ์ ลือกที่เหมาะสมใช้งานเปน็ ไม่ต้องแพง
10.สวมเสื้อผา้ สะอาด ไม่สวมเส้อื ยืด
11.มีกลนิ่ หอม ไม่เหมน็
12.กระโปรง กางเกง สีเข้ม สีดา
13.รองเท้าเหมาะสม ไมส่ งู มาก ใส่ถุงเทา้ ถา้ ใช้รองเทา้
ท่ีต้องใส่ถุงเท้า
14.พาหนะตามฐานะ เหมาะสม
15.ไมค่ วรใสข่ ้อเท้า
16.ไมส่ ักผวิ หนัง
7 บคุ ลิกภาพของสดุ ยอด
ผู้นา โดย จิม โรหน์
สิ่งที่สาคัญสาหรับการเป็นผู้นาก็คือ การ
ฝึกฝนทักษะ ผู้นาที่ยอดเยี่ยมทุกคนจะพัฒนา
ตัวเองอยู่เสมอจนกว่าพวกเขาจะกลายเป็น
ผู้นาที่มีคุณภาพในที่สุด และนี่ก็คือสิ่งที่พวก
เขาทา
สมรรถนะดจิ ทิ ลั
ของผบู้ ริหาร
DIGITAL LITERRACY
สมรรถนะดิจิทัลของผู้บรหิ าร
ชวี ติ ขาขน้ึ
อยา่ หลงตน ชีวิตมีขน้ึ ยอ่ มมลี ง
นายจูง เพ่ือนประคอง
ลกู น้องสนับสนุน
ชีวิตขาลง
ให้ทบทวนตวั เอง พจิ ารณาส่ิงทเี่ กดิ
ต้องแก้ตัว เมื่อลงแลว้ ถึงจดุ ลา่ งสดุ กจ็ ะขึ้น
นายเหยยี บ เพอ่ื นผลกั ลูกนอ้ งถีบ
สมรรถนะดิจิทัลของผ้บู ริหาร
DIGITAL LITERRACY
Digital literacy คอื อะไร
ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล หรือ
Digital literacy หมายถึง ทักษะในการนาเครื่องมือ
อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาทิ
คอมพวิ เตอร์ โทรศัพท์ แทปเลต โปรแกรมคอมพิวเตอร์
และสื่อออนไลน์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการ
สื่อสาร การปฏิบัติงาน และการทางานร่วมกัน หรือใช้
เพ่อื พัฒนากระบวนการทางาน หรือระบบงานในองค์กร
ใหม้ คี วามทนั สมัยและมีประสิทธภิ าพ
สมรรถนะดิจิทัลของผู้บริหาร
DIGITAL LITERRACY
สมรรถนะดจิ ทิ ลั ของผบู้ รหิ าร
DIGITAL LITERRACY
3 ทักษะท่ผี ูบ้ รหิ ารตอ้ งมีในศตวรรษท่ี 21
ทกั ษะการ ทักษะเทคโนโลยี ทักษะชีวติ
เรยี นรู้ ดจิ ทิ ลั
ความฉลาดทางดจิ ิทลั DQ
คุณลกั ษณะของผูบ้ ริหาร
เสือ กนิ ของสด สะอาด ไมก่ ินของเนา่ เรียนรู้ส่งิ
ใหม่ ๆ ตลอดเวลา
สิงห์ หย่ิงในศักดิ์ศรี เปน็ ผูน้ าสารสนเทศ ทนั สมยั
นา่ เกรงขาม
กระทิง ต่อสู้ ไม่ท้อถอย สูง้ าน
หมแี พนด้า สวย ไม่มีสมอง ทางานไมเ่ ปน็ ทาผดิ ๆ ถกู ๆ
ผู้บริหารประเภทน้ีต้องใช้คนเปน็ ถงึ จะอยู่รอด
ฉลาม เผด็จการ งานไปได้ ไม่ไดใ้ จคน ข้าแน่คนเดยี ว
เต่า ผู้นาประเภทจดั การ ชา้ คิดดี แตต่ ดั สนิ ใจชา้
สนุ ัขจ้ิงจอก นักฉวยโอกาส ฉลาด หลอกลอ่ นาประโยชน์
เขา้ ตัว
นกฮูก สุขมุ รอบคอบ นกั วางแผน มองเหน็ การณ์
ไกล
ปลดล็อคชีวิต พชิ ิต
ความสาเรจ็
ชวี ติ คนเราก็เหมือนกบั ทะเล ถา้ ร่มร่นื เกนิ ไปกไ็ มเ่ ร้าใจ
ดเุ ดอื ดเกินก็เครยี ด ใหห้ าเร่ืองเพื่อพัฒนา ชีวิตจะมีค่า
มเี รือดีดีไม่ขขี่ า้ ม เอาเรือรัว่ มาขา้ มข่ี = ใช้คนไมเ่ ปน็ = ตาย
อยากไดง้ านดีดี พาพวกผีผมี าใช้ = ใชค้ นของตัวเอง = ตาย
เปน็ หวั หน้าต้องนง่ั ในใจคน สรปุ วา่ ถา้ ไมม่ ีบรหิ าร คนกจ็ ะ
อยูไ่ มไ่ ด้
หน่วยงานราชการ ผบู้ ริหาร เน้นบรกิ าร
บรษิ ัท หา้ งร้าน ผู้จดั การ เน้นกาไร
ความหมายการบรหิ าร
บริ หมายถงึ รอบๆ ถ้วนทั่ว บริ + หาร เปน็ คาสมาส
หาร หมายถงึ แบ่งกัน กระจาย
บรหิ าร หมายถึง การแบ่งงานกันทา
โดยมีผ้บู รหิ ารตดิ ตามงานจนสาเรจ็
การบริหาร คอื ศลิ ปะในการทางานใหบ้ รรลุตามวัตถุประสงค์
การบรหิ าร ตอ้ งอาศัย คน เงิน ส่งิ ของ วัตถุ
การบริหาร คอื กจิ กรรมทบี่ คุ คล 2 คนขึน้ ไป ร่วมมือกันดาเนินการ
ใหบ้ รรลุวตั ถุประสงคอ์ ย่างใดอยา่ งหนง่ึ หรอื หลาย
อย่างรว่ มกนั
ลักษณะการบริหาร
เป็นศาสตร์ คนฉลาดจะใชศ้ าสตรม์ าปรับใช้ เรยี นรู้จากคนอนื่
เปน็ ศลิ ป์ การกระทา การฝกึ ฝนเพอื่ ความชานาญ
ศาสตร์ ใช้ความรู้เป็นตัวตงั้ แล้วใชศ้ ิลปใ์ นการทางาน คบคน
ยาก มแี บบแผน ตรงไป ตรงมา เป็นกฎเกณฑ์
ศิลป์ สนกุ อย่างเดียว ชวี ติ อิสระ
ผู้บริหาร ต้องใช้ทัง้ ศาสตร์และศิลป์ ผสมกัน ในการบรหิ ารงาน
ผบู้ รหิ าร ตอ้ งทางานแบบเป็ดรรู้ อบแต่ไมต่ ้องรลู้ ึก รเู้ พอื่ สงั่ การ
และติดตาม
การบรหิ ารต้องใชห้ ลาย
แบบให้เหมาะสมกบั งาน
ผูบ้ ริหารระดับสงู คดิ เยอะ ทาน้อย
ผบู้ ริหารระดับต้น คิดน้อย ทาเยอะ
อานาจตามตาแหน่ง การสั่งการ สารสนเทศ
อานาจส่วนบคุ คล อ้างคนอนื่ ความสามารถ
ส่วนตวั การแนะนา บารมี
คุณงามความดีจะตดิ ตามเราตลอดไปเกดิ ในทีท่ ่ีดนี ัน้ ดีแน่
ทฤษฎี
ทางการ
บรหิ าร
ทฤษฎที างการบรหิ าร
• ทุกบทบาทดีหมดเลย ต้องดูผลที่เกิด อย่าเคร่งเกิน ยืดหยุ่น
บ้าง
• สุข = ทุกข์ + ทุกข์ + .......กรณี ซื้อรถยนต์ มีความสุข แต่
ไดท้ ุกขก์ ลับมาในการผอ่ นค่างวดรด
• ทุกข์ = สุข + สุข + .......กรณี มาเรียนต่อ ป.โท มีความ
ทกุ ข์ แต่ไดว้ ฒุ ภิ าวะและตาแหน่งในอนาคต
• กลองจะไม่ดังด้วยตัวของมันเอง แต่จะดังโดยการตีกลอง
จากคนอ่นื
จะดจี ะชวั่ อยทู่ ต่ี ัวทำ
จะสงู จะต่ำอยู่ที่ทำตวั
ทฤษฎแี หง่ บทบาท
• สมาชิกในสังคมต่างมีตาแหนง่ มีบทบาท ต่างก็ต้อง
แสดงบทบาทของตน 3 อย่าง
บทบาทที่พอดี ทาตามหนา้ ท่ี พอดี เหมาะสม
บทบาทที่ขาดไป แสดงไม่เต็มที่ สิ่งทีควรทาแต่
ไมท่ า
บทบาทท่ีล้นเกนิ ทาเกนิ หน้าท่ี ไมค่ วรทาแต่ทา
กระทบคนอื่น บางเรื่องดี ทาเกินหน้าที่ ไม่ใช่หน้าที่
ตัวเอง ผลที่ได้ คือ ไม่ดี บางอย่างทาดีแต่ไม่ดี ต้อง
ยดื หยุ่น
• ต้องดูว่าบทบาทไหน ส่งผลอย่างไร ดีหรือเสียต่อ
ตนเอง ตอ่ เพ่ือน ตอ่ องค์กร
ทฤษฎจี ูงใจของมาสโลว์
ไดต้ ัง้ สมมตฐิ านเกี่ยวกบั พฤติกรรมของมนุษยไ์ ว้ 3 ประการ
1 มนุษย์มีความต้องการอยู่เสมอและไม่มีสิ้นสุด ขณะที่
ความต้องการใดได้รับการตอบสนองแล้ว ความ
ต้องการอย่างอืน่ จะเขา้ มาแทนท่ีไม่มี่สิ้นสุด ตั้งแต่เกิด
จนกระทง่ั ตาย เป็นเวรกรรมของมนษุ ย์ สง่ิ ไหนได้แล้ว
กต็ ้องการสง่ิ ใหม่อีก
2 ความต้องการที่ได้รับการตอบสนองแล้ว จะไม่เป็น
สิ่งจูงใจอีกต่อไป ต้องเบรกความต้องการเพื่อไม่ให้
เป็นทกุ ข์
3 ความต้องการของมนุษย์เป็นลาดับขั้น เมื่อความ
ต้องการในระดับต่าได้รับการตอบสนองแล้ว ความ
ตอ้ งการระดับสงู ก็จะเรียกร้องให้มีการตอบสนองทันที
บางอย่างอย่าพอใจในสิ่งที่มีอยู่ ถ้าเราสามารถพัฒนา
ตนเองไปในทางที่ดีได้อีก จงพอใจในสิ่งที่มีอยู่
ไม่เชน่ นน้ั จะทุกข์ตลอดชีวิต ความสุขมักแลกกับความ
ทุกข์
ลาดับข้นั ความตอ้ งการ
ของมนษุ ยข์ องมาสโลว์
ได้แก่ ความต้องการด้านกายภาพ ความ
ปลอดภัย ความต้องการ ด้านสังคม ความต้องการ
ได้รับการยกย่องนับถือ และความต้องการสาเร็จ
สมหวังในชีวิต
ทฤษฎกี ารจงู ใจ –
สขุ อนามัย ของเฮอร์เบอรก์
ต้งั สมมตฐิ าน ดังนี้
องค์ประกอบท่ีสนบั สนนุ ความพอใจในการทางาน
- งานทป่ี ฏบิ ัติ
- ความสาเรจ็ ของงาน
- ความรบั ผิดชอบ
- ความก้าวหน้าในงาน
องค์ประกอบท่สี นบั สนุนความไม่พอใจในการทางาน
- การบังคบั บญั ชา ถา้ ไม่พอใจตอ้ งฝืนทา
- ความสมั พันธร์ ะหว่างบคุ คล 20% เท่านนั้ ท่ดี ี สว่ นใหญ่ขดั กับเรา
ไม่มที ่ไี หนทีก่ ลมเกลียว จงพอใจกับสงิ่ ทเี่ จอ
- เงินเดอื น ค่าตอบแทน เปน็ แรงจงู ใจเดือนละครัง้
- นโยบายของการบริหาร แนวทางการทางาน
มนุษย์มี 2 แบบ
มนษุ ย์ X ขเี้ กยี จ หลกี งาน ทางานคาสง่ั ใช้วินยั หมู่ ไม่อยาก
รับผดิ ชอบ ไมฉ่ ลาด
มนษุ ย์ Y ตรงกนั ขา้ มกับ มนุษย์ X ตอ้ งปรบั ตัวแตล่ ะงาน แต่ละ
สถานการณ์
ทฤษฎหี นา้ ตา่ งสบ่ี าน
ของโจฮารี
ช่องบนซ้าย คือ open self (ทุกคนรู้) เป็นตัวตน
ที่เปิดเผยอยา่ งตรงไปตรงมา
ช่องบนขวา คือ blind self (เราไม่รู้ แต่เขาดู
ออก)เป็นพื้นที่บอด เพราะเราแสดงพฤติกรรมออกไป
โดยไม่รตู้ ัว แตผ่ ้อู ื่นรับรไู้ ด้
ช่องล่างซ้าย คือ hidden self (เรารู้อยู่คนเดียว)
เปน็ ตัวตนทเี่ ราเกบ็ ซอ่ นไว้ไม่ให้ใครลว่ งรู้
ช่องลา่ งขวา คอื unknown self (ไม่มีใครร)ู้
เป็นตัวตนทรี่ อการค้นพบ โดยไม่รู้ว่าจะเจอหรือไม่ และ
จะเจอเมื่อไหร่
ทฤษฎวี ัวสองตวั
( TWO Cow Theory )
ตามธรรมชาติของคน ถ้าอยู่คนเดียวก็มักจะ
เรื่อยเฉื่อยไปเรื่อย ๆ ไม่มีอะไรเป็นตัวกระตุ้นให้
เกิดความรู้สึกอยากแข่งขัน เปรียบเสมือนวัวที่ยืน
กินหญ้าอยู่ในทุ่งที่อยู่ในลักษณะที่เรียกว่าเคี้ยว
เอื้อง ไม่แสดงอาการรีบร้อน แต่ถ้ามีวัวตัวใดตัว
หนึ่งเดินผ่านมาและทาท่าจะกินหญ้าในบริเวณนั้น
วัวตวั ท่ียืนอยู่ก่อนจะแสดงอาการรีบร้อนทันที จาก
ทกี่ นิ ช้าก็เป็นกนิ เรว็ ขนึ้ เพือ่ แขง่ กับววั ตวั ใหม่
ทฤษฎเี รือลอยนำ้
ผู้บรหิ ำรคดิ ว่ำตวั เองเก่ง
ละเลยผู้ใตบ้ งั คบั บญั ชำ
ลกู น้องรวมตวั กนั ทำ้ ให้เรอื ล่ม
น้ำ หมำยถึง ผูใ้ ต้บงั คบั บัญชำ
เรอื หมำยถึง ผ้บู รหิ ำร
ผู้บรหิ ารต้องได้รับการสนับสนุนจาก
ผูใ้ ต้บังคบั บัญชา
จงึ ดารงตาแหน่งอยไู่ ด้ เหมือนดงั่ เรือที่ลอยได้
เนอ่ื งจากนาคอยรองรบั
หำกน้ำไมป่ รำรถนำเรอื กท็ ้ำให้เรอื ลม่ ได้
ถ้ำทำ้ งำนไปทำงเดยี วกันจะไม่เหนื่อย ถำ้ สวน
ทำงต้องต้ำนรับ เหนอื่ ย ให้ระวัง คลนื่ ใต้น้ำ
เวลำอยูใ่ นอ้ำนำจอย่ำหลงลมื
หลักการ
บรหิ ารและ
วิวฒั นาการ