36
37
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 31
สาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว15101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เร่ือง ความสัมพันธข์ องการเปลี่ยนสถานะของสสาร เวลา 1 ชัว่ โมง
ครผู ู้สอน นางสาวจิราภรณ์ มณจี นั ทร์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าเคมี
2. ตวั ชี้วัดชน้ั ปี
1. อธิบายการเปลี่ยนสถานะของสสาร เมื่อทำให้สสารร้อนขึ้นหรือเย็นลง โดยใช้หลักฐานเชิง
ประจักษ์ (ว 2.1 ป. 5/1)
2. วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ (ว 2.1 ป.
5/4)
3. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
1. ระบุความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนสถานะของสสารได้ (K)
2. ระบุการเปลี่ยนสถานะของสสารเปน็ การเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับได้ (K)
3. มคี วามสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเหน็ (A)
4. ทำงานรว่ มกบั ผู้อนื่ อย่างสรา้ งสรรค์ (A)
5. ส่ือสารและนำความรเู้ ร่ืองความสัมพันธข์ องการเปลี่ยนสถานะของสสารไปใชใ้ นชีวติ ประจำวนั
ได้ (P)
4. สาระสำคญั
การเปลี่ยนสถานะของสสารมีความสัมพันธ์กัน โดยการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิมีผลต่อการเปลี่ยน
สถานะของสสาร และการเปลีย่ นสถานะของสสารเปน็ การเปล่ยี นแปลงท่ีผนั กลบั ได้
5. สาระการเรยี นรู้
การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ
– การเปลยี่ นสถานะของสสาร
38
6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุง่ ม่นั ในการทำงาน
4. มีจติ วทิ ยาศาสตร์
7. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
8. ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน
สำรวจการเปลี่ยนสถานะของสสาร
9. การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นนำเข้าสบู่ ทเรยี น
1) ครใู หน้ ักเรยี นทบทวนความรู้เดิมทไ่ี ด้เรียนรู้มาแล้ว โดยใช้คำถามต่อไปนี้
– ปจั จัยทม่ี ผี ลต่อการเปลีย่ นสถานะของสสารคืออะไร (แนวคำตอบ อุณหภูมิหรอื ความร้อน)
– การเปล่ียนสถานะของสสารท่ีไม่ผ่านสถานะของเหลวเรียกวา่ อะไร (แนวคำตอบ การระเหิด
และการระเหดิ กลับ)
2) นักเรยี นร่วมกนั ตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั คำตอบ เพ่ือเช่อื มโยงไปสู่การเรียนรู้
เร่ือง ความสมั พนั ธข์ องการเปล่ยี นสถานะของสสาร
ขัน้ จดั กิจกรรมการเรยี นรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลบั
ด้าน ชน้ั เรียน (flipped classroom) ซึ่งมีขนั้ ตอนดงั นี้
1) ขน้ั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
(1) ครถู ามคำถามนักเรียนเพอ่ื กระต้นุ ความสนใจ เชน่
– การเพ่มิ อณุ หภมู ิทำใหเ้ กดิ การเปล่ยี นสถานะของสสารแบบใด (แนวคำตอบ การหลอมเหลว
การกลายเป็นไอ และการระเหดิ )
– การลดอุณหภูมิทำให้เกิดการเปลี่ยนสถานะของสสารแบบใด (แนวคำตอบ การควบแน่น
การแข็งตวั และการระเหิดกลับ)
(2) นักเรียนร่วมกนั อภิปรายหาคำตอบเกีย่ วกบั คำถามตามความคดิ เหน็ ของแต่ละคน
39
2) ข้ันสำรวจและค้นหา (Exploration)
(1) ครูให้นักเรียนศึกษาเร่ือง ความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนสถานะของสสาร จากใบความรู้หรือใน
หนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเขา้ ใจว่า การเปลี่ยนสถานะของสสารมีความสัมพันธก์ ัน โดยมี
อณุ หภูมิเป็นปจั จยั ท่ที ำให้เกิดการเปลีย่ นแปลง
(2) ครูให้นักเรียนสำรวจการเปลี่ยนสถานะของสสารในห้องเรียนหรือบริเวณโรงเรียน แล้วเขียน
แผนภาพแสดงความสัมพันธ์ของการเปลี่ยนสถานะของสสารที่สังเกตได้ จากนั้นนำผลการสำรวจมา
นำเสนอหน้าห้องเรียน
(3) ครคู อยแนะนำช่วยเหลอื นักเรียนขณะปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยครเู ดินดรู อบ ๆ บรเิ วณที่สำรวจและ
เปิดโอกาสใหน้ กั เรียนทุกคนซักถามเมอ่ื มีปัญหา
3) ขนั้ อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
(1) นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหนา้ ห้องเรยี น
(2) ครแู ละนกั เรียนรว่ มกันอภิปรายผลจากการปฏิบัตกิ จิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เชน่
– นักเรียนพบการเปลี่ยนสถานะของสสารแบบใดบ้าง (แนวคำตอบ การหลอมเหลวของ
น้ำแข็ง การแข็งตัวของน้ำ การระเหิดของลูกเหม็น การหลอมเหลวของไอศกรีม และการควบแน่นของไอ
นำ้ )
– สารใดท่พี บว่ามกี ารเปลย่ี นสถานะมากท่สี ดุ (แนวคำตอบ นำ้ )
– การเปลย่ี นสถานะของสสารแบบใดท่ีสังเกตไม่ได้เลย (แนวคำตอบ การระเหิดกลบั )
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า สสาร
รอบตัวมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันไป เมื่ออุณหภูมิเพิ่มขึ้นหรือลดลงจนถึงระดับหนึ่ง สสารก็สามารถ
เปล่ียนสถานะได้ และเปน็ การเปล่ยี นแปลงทผ่ี ันกลบั ได้
4) ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
ครูให้นักเรียนเล่นเกม โดยครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน จากนั้นครูนำรูปแสดงการเปลี่ยน
สถานะของสสารให้นักเรยี นดู แล้วให้นักเรียนแต่ละกลุ่มบอกว่า แสดงการเปลี่ยนสถานะของสสารแบบใด
กลมุ่ ใดตอบถูกตอ้ งมากทส่ี ุดเป็นฝ่ายชนะ
5) ข้ันประเมนิ (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ี
ยังไมเ่ ขา้ ใจหรือยังมขี อ้ สงสยั ถา้ มี ครชู ว่ ยอธบิ ายเพม่ิ เติมใหน้ ักเรยี นเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อยา่ งไรบา้ ง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความรู้ทีไ่ ดไ้ ปใช้ประโยชน์
40
(4) ครูทดสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดยการใหต้ อบคำถาม เชน่
– ของแข็งเกิดการเปลย่ี นสถานะแบบใดได้ (แนวคำตอบ การหลอมเหลวและการระเหิด)
– ของเหลวเกิดการเปล่ียนสถานะแบบใดได้ (แนวคำตอบ การกลายเปน็ ไอและการแขง็ ตัว)
– แกส๊ เกิดการเปล่ียนสถานะแบบใดได้ (แนวคำตอบ การควบแน่นและการระเหดิ กลับ)
ข้นั สรปุ
ครูและนักเรียนรว่ มกนั สรุปเกี่ยวกับความสมั พนั ธ์ของการเปล่ียนสถานะของสสารโดยร่วมกันเขียน
เปน็ แผนทคี่ วามคดิ หรอื ผงั มโนทศั น์
10. สื่อการเรยี นรู้
1. รูปแสดงการเปล่ียนสถานะของสสาร
2. คู่มือการสอน วิทยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
3. สอ่ื การเรียนรู้ PowerPoint รายวชิ าพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
4. แบบฝึกทักษะรายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5
5. หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. ซักถามความรเู้ รือ่ ง จิตวทิ ยาศาสตร์ (A) 1. ประเมนิ ทักษะการคดิ โดย
ความสัมพันธข์ องการเปลี่ยน การสังเกตการทำงานกลมุ่
สถานะของสสาร 1. ประเมนิ เจตคติทาง
วิทยาศาสตรเ์ ป็นรายบุคคล 2. ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ
2. ตรวจชน้ิ งานหรือภาระงานของ โดยการสงั เกตและใช้แบบวัด ปฏบิ ัติกิจกรรมเปน็
กิจกรรมฝึกทักษะระหวา่ งเรยี น เจตคติทางวิทยาศาสตร์ รายบคุ คลหรือรายกลุ่มโดย
การสงั เกตการทำงานกลมุ่
2. ประเมินเจตคตติ ่อ
วทิ ยาศาสตรเ์ ป็นรายบุคคล
โดยการสงั เกตและใชแ้ บบวัด
เจตคตติ อ่ วิทยาศาสตร์
41
12. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน 139 คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 138 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 99
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1
นกั เรียนนี่ไมผ่ า่ น มีดังน้ี
1. เปน็ เด็กพิเศษ
แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
มหี ้องเรยี นพิเศษท่เี หมาะกับการเรยี นรขู้ องเดก็ ใหเ้ รียน
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ (K)
มคี วามรู้ความเข้าใจแนวทางการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เจตคตติ ่อวิชาวิทยาศาสตร์ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการวัดและประเมินผลวิชาวิทยาศาสตร์
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
สอ่ื สารและนำความรคู้ วามเขา้ ใจเจตคตติ อ่ วชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรไ์ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
ชแี้ จงเจตคติทม่ี ีตอ่ วทิ ยาศาสตร์ได้
12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
ยงั ไม่ร้จู ักกับเด็ก และไมส่ ามารถคมุ เดก็ ได้เท่าที่ควร
12.3 ขอ้ เสนอแนะ
-
ลงชื่อ จริ าภรณ์ มณีจันทร์
(นางสาวจิราภรณ์ มณีจันทร์)
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการวชิ าชีพครู
42
43
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ท่ี 32
สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วชิ า ว15101
ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 3 เร่อื ง การละลาย เวลา 1 ชั่วโมง
ครูผูส้ อน นางสาวจิราภรณ์ มณจี นั ทร์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี
2. ตัวช้ีวดั ชั้นปี
อธิบายการละลายของสารในน้ำ โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจักษ์ (ว 2.1 ป. 5/2)
3. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายลักษณะของสารละลายได้ (K)
2. สังเกตการละลายของสารในน้ำได้ (K)
3. มคี วามสนใจใฝ่รู้หรืออยากรู้อยากเห็น (A)
4. ทำงานร่วมกับผู้อื่นอยา่ งสร้างสรรค์ (A)
5. สือ่ สารและนำความรู้เรอ่ื งการละลายไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้ (P)
4. สาระสำคญั
เมื่อใส่สารลงในน้ำแล้วสารนั้นรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับน้ำทั่วทุกส่วน แสดงว่าสารเกิดการละลาย
เรียกสารผสมที่ได้ว่า สารละลาย ส่วนสารที่ไม่รวมเป็นเน้ือเดยี วกันกบั น้ำ แสดงว่าไม่เกิดการละลาย เรียก
สารผสมทีไ่ ด้ว่า สารเนื้อผสม
5. สาระการเรยี นรู้
การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ
– การละลาย
44
6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
4. มจี ติ วทิ ยาศาสตร์
7. สมรรถนะสำคัญของผูเ้ รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนนิ ชีวิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. ชนิ้ งานหรือภาระงาน
สังเกตการละลายของสาร
9. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรียน
1) ครูถามคำถามเกย่ี วกับประสบการณเ์ ดิมของนกั เรียน เชน่
– นกั เรยี นเคยปรุงก๋วยเตย๋ี วนำ้ หรือไม่ (แนวคำตอบ เคย)
– นักเรียนใส่เคร่ืองปรงุ อะไรบา้ ง (แนวคำตอบ น้ำตาลทราย นำ้ ปลา และน้ำสม้ สายช)ู
– เมอ่ื ใสเ่ ครอ่ื งปรุงลงในกว๋ ยเต๋ียวนำ้ เครอ่ื งปรงุ เหล่านัน้ มลี กั ษณะใด (แนวคำตอบ เครือ่ งปรุง
ละลายเปน็ เนือ้ เดียวกบั นำ้ ก๋วยเตีย๋ ว)
2) นักเรียนรว่ มกันตอบคำถามและแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับคำตอบ เพ่ือเชอื่ มโยงไปสู่การเรียนรู้
เรอ่ื ง การละลาย
ขั้นจดั กิจกรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรยี นรูโ้ ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลับ
ด้าน ชั้นเรียน (flipped classroom) ซง่ึ มีขน้ั ตอนดังนี้
1) ขัน้ สรา้ งความสนใจ (Engagement)
(1) ครูถามคำถามนักเรยี นเพื่อกระตนุ้ ความสนใจ เช่น
– นักเรียนสังเกตจากสิ่งใดจึงสรุปว่าเครื่องปรุงละลายในน้ำก๋วยเตี๋ยว (แนวคำตอบ สังเกต
จากนำ้ กว๋ ยเตีย๋ ว โดยจะมองเหน็ นำ้ กว๋ ยเต๋ียวเป็นเนอ้ื เดียว)
45
– นักเรียนสังเกตจากสิง่ ใดจึงสรุปว่าเครื่องปรุงไม่ละลายในน้ำก๋วยเตี๋ยว (แนวคำตอบ สังเกต
จากนำ้ ก๋วยเตยี๋ ว โดยจะมองเหน็ เนอ้ื ของเครอื่ งปรงุ ผสมกบั นำ้ กว๋ ยเต๋ียว)
(2) นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายหาคำตอบเกย่ี วกบั คำถามตามความคดิ เห็นของแต่ละคน
2) ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration)
(1) ครูให้นักเรยี นศกึ ษาเรื่อง การละลาย จากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้
นักเรียนเข้าใจว่า การละลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากการนำสารตั้งแต่ 2 ชนิดมาผสมกัน เกิดเป็น
สารเนอ้ื เดียวทีเ่ รียกว่า สารละลาย
(2) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สังเกตการละลายของสาร ตามขั้นตอน
ดงั นี้
– ดูดน้ำใส่ลงในหลอดทดลองหลอดละ 5 ลูกบาศก์เซนติเมตร จำนวน 5 หลอด พร้อมเขียน
หมายเลข 1 – 5 บนหลอดทดลอง ตามลำดับ
– ตักน้ำตาลทราย เกลือ แป้งมัน และการบูร อย่างละ 1 ช้อน ใส่ลงในหลอดทดลองหลอดท่ี
1, 2, 3 และ 4 ตามลำดับ
– ดดู นำ้ มันพืช 2 ลูกบาศก์เซนติเมตร ใสล่ งในหลอดทดลองหลอดที่ 5
– พยากรณว์ ่าสารชนิดใดที่สามารถละลายในนำ้ ได้
– ใช้แท่งแก้วคนสารคนสารผสมในหลอดทดลองแต่ละหลอดให้เข้ากัน แล้วตั้งทิ้งไว้ 2 นาที
สงั เกตผลในแตล่ ะหลอดทดลอง แล้วบนั ทกึ ผล
(3) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิด
โอกาสให้นกั เรียนทกุ คนซกั ถามเมื่อมปี ญั หา
3) ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
(1) นักเรียนแตล่ ะกลุม่ นำเสนอผลการปฏบิ ัติกิจกรรมหนา้ หอ้ งเรยี น
(2) ครูและนกั เรียนรว่ มกันอภปิ รายผลจากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เช่น
– สารผสมใดเปน็ สารเน้อื เดยี ว (แนวคำตอบ นำ้ ผสมนำ้ ตาลทรายและนำ้ ผสมเกลือ)
– สารผสมใดเป็นสารเนื้อผสม (แนวคำตอบ น้ำผสมแป้งมัน น้ำผสมการบูร และน้ำผสม
น้ำมนั พชื )
– จากการปฏิบัติกิจกรรมสรุปได้หรือไม่ว่าสารผสมใดเป็นสารละลาย สังเกตจากอะไร (แนว
คำตอบ สามารถสรุปได้ว่า น้ำผสมน้ำตาลทรายและน้ำผสมเกลือเป็นสารละลาย โดยสังเกตจากลักษณะ
ของเนอื้ สารทีผ่ สมเปน็ เน้ือเดียวกนั )
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า เม่ือ
สังเกตจากเนื้อสารของสารผสมแล้วสามารถจำแนกสารผสมได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่ สารเนื้อผสมและ
สารละลาย
46
4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
(1) ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า การหลอมเหลวและการละลายแตกต่างกัน โดยการ
หลอมเหลวจะพิจารณาจากการเปล่ียนสถานะของสสารจากการไดร้ บั ความร้อน แตก่ ารละลายจะพิจารณา
จากการผสมกนั ระหวา่ งสาร 2 ชนดิ และรวมเปน็ เน้ือเดยี วกนั
(2) นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ ยวกับการละลายจากหนังสือเรียน
ภาษาตา่ งประเทศหรอื อินเทอรเ์ นต็ และนำเสนอให้เพื่อนฟัง คดั คำศัพท์พรอ้ มทงั้ คำแปลลงสมุดส่งครู
5) ขัน้ ประเมนิ
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพจิ ารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ี
ยงั ไมเ่ ข้าใจหรือยังมขี ้อสงสยั ถา้ มี ครูช่วยอธบิ ายเพิ่มเตมิ ให้นกั เรียนเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัตกิ ิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อย่างไรบา้ ง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความร้ทู ไ่ี ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์
(4) ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนกั เรียนโดยการใหต้ อบคำถาม เช่น
– การละลายของสารสังเกตจากสิ่งใด (แนวคำตอบ สังเกตจากเนื้อสาร โดยเมื่อผสมกันแล้ว
เนื้อสารตอ้ งรวมเป็นเนือ้ เดียวกนั )
– สารเนอ้ื ผสมแตกตา่ งจากสารละลายอย่างไร (แนวคำตอบ สารเนอ้ื ผสมมเี นือ้ สารไม่รวมเป็น
เนือ้ เดยี วกนั สว่ นสารละลายมีเนื้อสารรวมเป็นเนอ้ื เดียวกนั )
ขั้นสรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการละลาย โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโน
ทศั น์
10. สื่อการเรียนรู้
1. ใบกิจกรรม สังเกตการละลายของสาร
2. หนังสือเรียนภาษาตา่ งประเทศหรอื อินเทอร์เนต็
3. ค่มู ือการสอน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5
4. ส่อื การเรียนรู้ PowerPoint รายวิชาพ้นื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5
5. แบบฝึกทักษะรายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5
6. หนงั สือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
47
11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรมและ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
จิตวทิ ยาศาสตร์ (A)
1. ซกั ถามความร้เู รอ่ื ง การละลาย 1. ประเมนิ ทักษะ
2. ตรวจชนิ้ งานหรือภาระงานของ 1. ประเมนิ เจตคติทาง กระบวนการทาง
วิทยาศาสตรเ์ ป็นรายบุคคล วทิ ยาศาสตรโ์ ดยใชแ้ บบวัด
กจิ กรรมฝกึ ทกั ษะระหวา่ งเรยี น โดยการสงั เกตและใช้แบบวัด ทกั ษะกระบวนการทาง
เจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์
2. ประเมนิ เจตคตติ อ่ 2. ประเมนิ ทักษะการคดิ โดย
วทิ ยาศาสตร์เป็นรายบุคคล การสังเกตการทำงานกลุ่ม
โดยการสงั เกตและใช้แบบวัด
เจตคตติ ่อวทิ ยาศาสตร์ 3. ประเมินทักษะการ
แก้ปัญหาโดยการสังเกต
การทำงานกลุ่ม
4. ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ
ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมเปน็
รายบุคคลหรอื รายกลุ่มโดย
การสงั เกตการทำงานกล่มุ
48
12. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน 139 คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 138 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 99
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1
นกั เรียนนี่ไมผ่ า่ น มีดังน้ี
1. เปน็ เด็กพิเศษ
แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
มหี ้องเรยี นพิเศษท่เี หมาะกับการเรยี นรขู้ องเดก็ ใหเ้ รียน
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ (K)
มคี วามรู้ความเข้าใจแนวทางการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เจตคตติ ่อวิชาวิทยาศาสตร์ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการวัดและประเมินผลวิชาวิทยาศาสตร์
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
สอ่ื สารและนำความรคู้ วามเขา้ ใจเจตคตติ อ่ วชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรไ์ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
ชแี้ จงเจตคติทม่ี ีตอ่ วทิ ยาศาสตร์ได้
12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
ยงั ไม่ร้จู ักกับเด็ก และไมส่ ามารถคมุ เดก็ ได้เท่าที่ควร
12.3 ขอ้ เสนอแนะ
-
ลงชื่อ จริ าภรณ์ มณีจันทร์
(นางสาวจิราภรณ์ มณีจันทร์)
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการวชิ าชีพครู
49
50
แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ท่ี 33
สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว15101
ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรยี นที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 3 เรือ่ ง สารละลาย เวลา 1 ชัว่ โมง
ครผู ้สู อน นางสาวจริ าภรณ์ มณีจนั ทร์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏกิ ริ ิยาเคมี
2. ตวั ชี้วัดชน้ั ปี
อธบิ ายการละลายของสารในน้ำ โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ (ว 2.1 ป. 5/2)
3. จุดประสงค์การเรียนรู้
1. ระบุส่วนประกอบของสารละลายได้ (K)
2. จำแนกตวั ทำละลายและตวั ละลายได้ (K)
3. มีความสนใจใฝร่ หู้ รืออยากร้อู ยากเหน็ (A)
4. ทำงานรว่ มกบั ผู้อนื่ อย่างสรา้ งสรรค์ (A)
5. สอ่ื สารและนำความร้เู ร่อื งสารละลายไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้ (P)
4. สาระสำคญั
สารละลายประกอบดว้ ยตวั ทำละลายและตัวละลาย
5. สาระการเรียนรู้
การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ
– การละลาย
6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
4. มีจติ วิทยาศาสตร์
51
7. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ชิน้ งานหรือภาระงาน
สบื คน้ ขอ้ มูลการจำแนกตัวทำละลายและตัวละลาย
9. การจัดกจิ กรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1) ครใู ห้นักเรยี นทบทวนความร้เู ดมิ ทีไ่ ดเ้ รยี นร้มู าแลว้ โดยใช้คำถามต่อไปนี้
– สารละลายคืออะไร (แนวคำตอบ สารผสมที่รวมเปน็ เนือ้ เดียวกัน)
– สารชนิดใดละลายในนำ้ ได้ (แนวคำตอบ นำ้ ตาลทรายและเกลือ)
2) นักเรียนร่วมกนั ตอบคำถามและแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกบั คำตอบ เพ่ือเช่อื มโยงไปสู่การเรียนรู้
เรือ่ ง สารละลาย
ขนั้ จดั กจิ กรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรยี นรูโ้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลับ
ด้าน ชั้นเรียน (flipped classroom) ซ่งึ มีขัน้ ตอนดงั นี้
1) ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูถามคำถามนักเรยี นเพอื่ กระตุ้นความสนใจ เชน่
– น้ำเกลือเป็นสารละลายหรือไม่ และมีส่วนผสมอะไร (แนวคำตอบ น้ำเกลือเป็นสารละลาย
โดยมสี ว่ นผสม คอื น้ำและเกลอื )
– สว่ นผสมของน้ำเกลอื ทม่ี ีสถานะเดียวกบั น้ำเกลอื คืออะไร (แนวคำตอบ น้ำ)
– ส่วนผสมของนำ้ เกลือท่ีมีสถานะแตกต่างจากน้ำเกลอื คอื อะไร (แนวคำตอบ เกลอื )
(2) นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายหาคำตอบเกย่ี วกับคำถามตามความคิดเหน็ ของแต่ละคน
2) ขน้ั สำรวจและคน้ หา (Exploration)
(1) ครูให้นักเรียนศึกษาเร่ือง สารละลาย จากใบความรู้หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้
นักเรยี นเขา้ ใจว่า สารละลายประกอบด้วยตัวทำละลายและตัวละลาย ซ่งึ ตวั ทำละลายและตัวละลายอาจมี
สถานะเหมือนหรือแตกต่างกันได้ และอาจมีปริมาณไม่เท่ากัน ดังนั้นเราจึงใช้สถานะและปริมาณในการ
จำแนกตัวทำละลายและตัวละลายในสารละลายได้
(2) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สืบค้นข้อมูลการจำแนกตัวทำละลายและ
ตวั ละลาย ตามขั้นตอน ดงั น้ี
52
– แต่ละกลุ่มสืบคน้ ขอ้ มลู เก่ยี วกับการจำแนกตวั ทำละลายและตวั ละลายในสารละลาย
– จำแนกตวั ทำละลายและตัวละลายของสารละลายทกี่ ำหนดให้ ไดแ้ ก่ น้ำอัดลม น้ำส้มสายชู
ฟิวส์ และน้ำเกลือ พรอ้ มระบวุ ่าใชอ้ ะไรเป็นเกณฑใ์ นการจำแนก บนั ทึกผล
(3) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิด
โอกาสใหน้ ักเรียนทกุ คนซกั ถามเมือ่ มปี ัญหา
3) ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
(1) นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมหน้าหอ้ งเรยี น
(2) ครูและนกั เรยี นร่วมกนั อภิปรายผลจากการปฏบิ ัติกจิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม เชน่
– เกณฑ์ในการจำแนกตัวทำละลายและตัวละลายมีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ สถานะของสาร
และปรมิ าณของสาร)
– ชนิดของตัวทำละลายและตัวละลายต้องมีจำนวนเท่ากันหรือไม่ ลักษณะใด (แนวคำตอบ
ไม่ต้องมีจำนวนเท่ากัน โดยตัวทำละลายมีเพียงชนิดเดียว คือ สารที่มีปริมาณมากที่สุดหรือมีสถานะ
เดียวกบั สารละลาย สว่ นตวั ละลายอาจมเี พยี ง 1 ชนิดหรอื มากกว่าได้ แต่จะมีปริมาณนอ้ ยกว่าตัวทำละลาย
หรือมีสถานะเหมือนหรือแตกต่างจากสารละลาย)
– สารละลายที่กำหนดใช้เกณฑ์ในการจำแนกตัวทำละลายและตัวละลายเหมือนกันหรือไม่
ลักษณะใด (แนวคำตอบ ไม่เหมือนกัน นำ้ อดั ลมและน้ำเกลือใช้สถานะของสารเป็นเกณฑ์ ส่วนน้ำส้มสายชู
และฟิวสใ์ ช้ปรมิ าณของสารเปน็ เกณฑ์)
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า
สารละลายเป็นสารผสมของตัวทำละลายและตัวละลาย โดยการจำแนกตัวทำละลายและตัวละลายใช้
สถานะของสารและปรมิ าณของสารเป็นเกณฑ์
4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสารละลายในกิจกรรม สืบค้นข้อมูลการจำแนกตัวทำละลายและตัว
ละลายให้นักเรียนเข้าใจว่า สารละลายบางชนิดอาจมีตัวละลายมากกว่า 1 ชนิด เช่น น้ำอัดลมและฟิวส์
แตก่ ารพิจารณาวา่ สารใดเป็นตัวทำละลายหรือตัวละลายก็ยังคงใช้สถานะของสารและปริมาณของสารเป็น
เกณฑ์
5) ข้ันประเมนิ (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรยี นแต่ละคนพิจารณาวา่ จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบตั ิกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ียัง
ไม่เข้าใจหรอื ยงั มขี อ้ สงสัย ถา้ มี ครชู ว่ ยอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ให้นกั เรยี นเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อย่างไรบา้ ง
53
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความร้ทู ไ่ี ด้ไปใชป้ ระโยชน์
(4) ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยการให้ตอบคำถาม เช่น
– สารละลายประกอบด้วยอะไรบา้ ง (แนวคำตอบ ตัวทำละลายและตัวละลาย)
– น้ำเกลือมีสารใดเป็นตัวทำละลายและสารใดเป็นตัวละลาย เพราะอะไร (แนวคำตอบ
น้ำเกลือมีน้ำเป็นตัวทำละลายและเกลือเป็นตัวละลาย เพราะน้ำมีสถานะเดียวกับน้ำเกลือ ส่วนเกลือมี
สถานะแตกตา่ งจากนำ้ เกลอื )
ขน้ั สรปุ
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับสารละลาย โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือผังมโน
ทัศน์
10. ส่ือการเรียนรู้
1. ใบกิจกรรม สืบค้นขอ้ มลู การจำแนกตวั ทำละลายและตัวละลาย
2. คู่มือการสอน วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
3. สือ่ การเรยี นรู้ PowerPoint รายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 5
4. แบบฝกึ ทักษะรายวิชาพ้นื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
5. หนังสือเรยี นรายวิชาพนื้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5
11. การวดั และประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและ ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P)
จติ วิทยาศาสตร์ (A)
1. ซักถามความรเู้ รอื่ ง สารละลาย 1. ประเมนิ ทักษะการคิดโดย
2. ตรวจช้ินงานหรือภาระงานของ 1. ประเมินเจตคติทาง การสังเกตการทำงานกลมุ่
วิทยาศาสตรเ์ ปน็ รายบคุ คล
กิจกรรมฝึกทักษะระหวา่ งเรยี น โดยการสงั เกตและใช้แบบวัด 2. ประเมนิ พฤติกรรมในการ
เจตคติทางวิทยาศาสตร์ ปฏบิ ัติกิจกรรมเป็น
รายบคุ คลหรือรายกลุ่มโดย
2. ประเมินเจตคตติ อ่ การสังเกตการทำงานกลมุ่
วทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ รายบุคคล
โดยการสงั เกตและใชแ้ บบวัด
เจตคติตอ่ วิทยาศาสตร์
54
12. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน 139 คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 138 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 99
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1
นกั เรียนนี่ไมผ่ า่ น มีดังน้ี
1. เปน็ เด็กพิเศษ
แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
มหี ้องเรยี นพิเศษท่เี หมาะกับการเรยี นรขู้ องเดก็ ใหเ้ รียน
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ (K)
มคี วามรู้ความเข้าใจแนวทางการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เจตคตติ ่อวิชาวิทยาศาสตร์ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการวัดและประเมินผลวิชาวิทยาศาสตร์
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
สอ่ื สารและนำความรคู้ วามเขา้ ใจเจตคตติ อ่ วชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรไ์ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
ชแี้ จงเจตคติทม่ี ีตอ่ วทิ ยาศาสตร์ได้
12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
ยงั ไม่ร้จู ักกับเด็ก และไมส่ ามารถคมุ เดก็ ได้เท่าที่ควร
12.3 ขอ้ เสนอแนะ
-
ลงชื่อ จริ าภรณ์ มณีจันทร์
(นางสาวจิราภรณ์ มณีจันทร์)
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการวชิ าชีพครู
55
56
แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ที่ 34
สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว15101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 เรอื่ ง การจำแนกตวั ทำละลายและตวั ละลาย เวลา 1 ช่วั โมง
ครผู ู้สอน นางสาวจิราภรณ์ มณีจันทร์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ยิ าเคมี
2. ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี
อธบิ ายการละลายของสารในนำ้ โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ (ว 2.1 ป. 5/2)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. ระบเุ กณฑ์ในการจำแนกตวั ทำละลายและตัวละลายได้ (K)
2. มคี วามสนใจใฝ่รหู้ รอื อยากร้อู ยากเห็น (A)
3. ทำงานร่วมกบั ผู้อน่ื อยา่ งสร้างสรรค์ (A)
4. สอื่ สารและนำความรเู้ รอ่ื งการจำแนกตัวทำละลายและตวั ละลายไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้ (P)
4. สาระสำคญั
เกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกตัวทำละลายและตัวละลายมี 2 เกณฑ์ คือ สถานะของสารและปริมาณ
ของสาร
5. สาระการเรยี นรู้
การเปลย่ี นแปลงทางกายภาพ
– การละลาย
6. คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มุง่ ม่ันในการทำงาน
4. มีจิตวิทยาศาสตร์
57
7. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ชนิ้ งานหรือภาระงาน
สำรวจสารละลาย
9. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขน้ั นำเข้าส่บู ทเรียน
1) ครูให้นักเรียนทบทวนความร้เู ดิมทไี่ ด้เรียนรู้มาแล้ว โดยใช้คำถามต่อไปนี้
– น้ำอัดลมประกอบด้วยสารใด และมีสถานะใด (แนวคำตอบ น้ำมีสถานะเป็นของเหลว
นำ้ ตาลทรายมีสถานะเปน็ ของแข็ง และแก๊สคาร์บอนไดออกไซดม์ สี ถานะเป็นแกส๊ )
– จำแนกตัวทำละลายและตัวละลายในน้ำอัดลม (แนวคำตอบ น้ำเป็นตัวทำละลาย ส่วน
นำ้ ตาลและแก๊สคารบ์ อนไดออกไซดเ์ ปน็ ตัวละลาย)
2) นักเรยี นร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับคำตอบ เพือ่ เช่ือมโยงไปสู่การเรียนรู้
เร่ือง การจำแนกตัวทำละลายและตัวละลาย
ขนั้ จดั กิจกรรมการเรยี นรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลับ
ดา้ น ชน้ั เรียน (flipped classroom) ซ่งึ มีขน้ั ตอนดงั นี้
1) ขน้ั สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครใู หน้ ักเรยี นดูสีผสมอาหารสใี ดสีหนึ่งท่เี ปน็ แบบผงและแบบของเหลว จากน้นั ครถู ามนักเรียน
วา่ สผี สมอาหาร 2 แบบน้ีมีสิ่งใดทแ่ี ตกตา่ งกัน (แนวคำตอบ สถานะของสีผสมอาหาร)
(2) ครูผสมสีผสมอาหารแต่ละแบบลงในน้ำแต่ละแก้วแล้วให้นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลง
จากนั้นถามคำถามนักเรียนว่า สารละลายที่ได้มีสารใดเป็นตัวทำละลายและสารใดเป็นตัวละลาย (แนว
คำตอบ นำ้ เปน็ ตัวทำละลายและสีผสมอาหารทง้ั แบบผงและแบบของเหลวเปน็ ตัวละลาย)
(3) นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายหาคำตอบเกีย่ วกบั คำถามตามความคดิ เหน็ ของแต่ละคน
2) ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
(1) ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง เกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกตัวทำละลายและตัวละลาย จากใบความรู้
หรือในหนังสือเรียน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า เกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนกตัวทำละลายและตัว
ละลายมี 2 เกณฑ์ คอื สถานะของสารและปริมาณของสาร
58
(2) ครูแบ่งนักเรยี นกลุ่มละ 5 – 6 คน สำรวจสารละลายบริเวณโรงเรียน แล้วจำแนกตัวทำละลาย
และตัวละลายในสารละลายแต่ละชนิด พร้อมระบุเกณฑ์ที่ใช้ในการจำแนก จากนั้นนำผลการสำรวจมา
อภิปรายร่วมกันในหอ้ งเรียน
(3) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกจิ กรรม โดยครูเดินดูรอบๆ บริเวณที่สำรวจและ
เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนทุกคนซักถามเม่ือมปี ัญหา
3) ขนั้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
(1) นกั เรยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการปฏิบัตกิ ิจกรรมหนา้ หอ้ งเรยี น
(2) ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายผลจากการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เชน่
– สารละลายสว่ นมากมสี ถานะใด (แนวคำตอบ ของเหลว)
– สารละลายสว่ นมากมสี ารใดเป็นตัวทำละลาย (แนวคำตอบ นำ้ )
– เกณฑ์ที่นักเรียนใช้ในการจำแนกตัวทำละลายและตัวละลายของสารละลายที่สำรวจได้คือ
อะไร (แนวคำตอบ ใช้ท้งั สถานะของสารและปรมิ าณของสารเป็นเกณฑ)์
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า
สารละลายรอบตัวมีหลายชนิด แต่เมื่อใช้สถานะของสารและปริมาณของสารเป็นเกณฑ์ก็สามารถจำแนก
สว่ นประกอบในสารละลายเปน็ ตัวทำละลายและตวั ละลายได้
4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
(1) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน เล่นเกมเกี่ยวกับสารละลาย โดยครูเตรียมบัตรภาพแสดง
สว่ นประกอบของสารละลาย แล้วใหน้ ักเรยี นระบวุ ่า สารใดเป็นตัวทำละลายและสารใดเป็นตัวละลาย
กลุ่มใดตอบถูกมากท่ีสุดเป็นฝ่ายชนะ
(2) นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับการจำแนกตัวทำละลายและตัวละลายจาก
หนังสือเรียนภาษาต่างประเทศหรืออินเทอร์เน็ต และนำเสนอให้เพื่อนฟัง คัดคำศัพท์พร้อมทั้งคำแปลลง
สมดุ ส่งครู
5) ข้ันประเมิน (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่
ยังไม่เขา้ ใจหรอื ยงั มีข้อสงสัย ถ้ามี ครชู ่วยอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ให้นักเรยี นเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัตกิ ิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อยา่ งไรบา้ ง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความรูท้ ไ่ี ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์
(4) ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนักเรยี นโดยการใหต้ อบคำถาม เชน่
59
– เมื่อนำของแข็งสีแดง A ผสมกับของเหลวใส B ได้สารละลาย C ที่เป็นของเหลวสีแดง
นักเรียนจะระบุว่าสารใดเป็นตัวทำละลายและสารใดเปน็ ตัวละลาย เพราะอะไร (แนวคำตอบ ของเหลวใส
B เป็นตัวทำละลาย เพราะมีสถานะเดียวกับสารละลาย และของแข็งสีแดง A เป็นตัวละลาย เพราะมี
สถานะแตกต่างจากสารละลาย)
ขน้ั สรุป
ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการจำแนกตัวทำละลายและตัวละลาย โดยร่วมกันเขียนเป็น
แผนที่ความคดิ หรือผังมโนทัศน์
10. ส่ือการเรียนรู้
1. สผี สมอาหารแบบผงและแบบของเหลว
2. ช้อนตักสาร
3. น้ำ
4. แก้วน้ำ
5. แท่งแก้วคนสาร
6. บตั รภาพแสดงสว่ นประกอบของสารละลาย
7. หนงั สือเรียนภาษาต่างประเทศหรอื อนิ เทอรเ์ นต็
8. คมู่ ือการสอน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5
9. ส่อื การเรยี นรู้ PowerPoint รายวชิ าพืน้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
10. แบบฝึกทักษะรายวชิ าพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5
11. หนงั สือเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐาน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5
11. การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้
ดา้ นความรู้ (K) ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
จิตวิทยาศาสตร์ (A)
1. ซักถามความรเู้ รื่อง การจำแนก 1. ประเมินทักษะการคดิ โดย
ตวั ทำละลายและตัวละลาย 1. ประเมินเจตคติทาง การสงั เกตการทำงานกลมุ่
วิทยาศาสตรเ์ ป็นรายบคุ คล
2. ตรวจชิน้ งานหรือภาระงานของ โดยการสงั เกตและใช้แบบวัด 2. ประเมินพฤติกรรมในการ
กิจกรรมฝกึ ทักษะระหว่างเรียน เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ ปฏบิ ตั ิกิจกรรมเปน็
รายบคุ คลหรือรายกลุ่มโดย
2. ประเมินเจตคติตอ่ การสงั เกตการทำงานกลมุ่
วทิ ยาศาสตรเ์ ปน็ รายบุคคล
โดยการสงั เกตและใชแ้ บบวัด
เจตคติต่อวทิ ยาศาสตร์
60
12. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน 139 คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 138 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 99
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1
นกั เรียนนี่ไมผ่ า่ น มีดังน้ี
1. เปน็ เด็กพิเศษ
แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
มหี ้องเรยี นพิเศษท่เี หมาะกับการเรยี นรขู้ องเดก็ ใหเ้ รียน
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ (K)
มคี วามรู้ความเข้าใจแนวทางการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เจตคตติ ่อวิชาวิทยาศาสตร์ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการวัดและประเมินผลวิชาวิทยาศาสตร์
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
สอ่ื สารและนำความรคู้ วามเขา้ ใจเจตคตติ อ่ วชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรไ์ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
ชแี้ จงเจตคติทม่ี ีตอ่ วทิ ยาศาสตร์ได้
12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
ยงั ไม่ร้จู ักกับเด็ก และไมส่ ามารถคมุ เดก็ ได้เท่าที่ควร
12.3 ขอ้ เสนอแนะ
-
ลงชื่อ จริ าภรณ์ มณีจันทร์
(นางสาวจิราภรณ์ มณีจันทร์)
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการวชิ าชีพครู
61
62
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 35
สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว15101
ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เรอื่ ง การเปลี่ยนแปลงท่ีผันกลับได้ของสารละลาย เวลา 1 ช่วั โมง
ครูผ้สู อน นางสาวจริ าภรณ์ มณจี นั ทร์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกดิ สารละลาย และการเกิดปฏิกริ ยิ าเคมี
2. ตวั ช้ีวดั ช้นั ปี
1. อธบิ ายการละลายของสารในนำ้ โดยใชห้ ลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ (ว 2.1 ป. 5/2)
2. วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ (ว 2.1 ป.
5/3)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. อธิบายการละลายของสารในนำ้ ได้ (K)
2. สังเกตการเปล่ียนแปลงที่ผนั กลบั ได้ของสารละลายได้ (K)
3. มีความสนใจใฝร่ ูห้ รอื อยากร้อู ยากเหน็ (A)
4. ทำงานรว่ มกบั ผู้อนื่ อย่างสร้างสรรค์ (A)
5. สอ่ื สารและนำความรเู้ ร่อื งการเปล่ียนแปลงที่ผนั กลบั ได้ของสารละลายไปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้
(P)
4. สาระสำคญั
การละลายเปน็ การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ ดังน้นั การละลายจึงเป็นการเปลี่ยนแปลงทีผ่ นั กลับได้
5. สาระการเรียนรู้
การเปลีย่ นแปลงทางกายภาพ
– การละลาย
6. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรยี นรู้
63
3. มุ่งม่ันในการทำงาน
4. มีจติ วิทยาศาสตร์
7. สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนนิ ชีวติ
8. ช้ินงานหรือภาระงาน
สงั เกตการเปลยี่ นแปลงท่ีผันกลบั ไดข้ องสารละลาย
9. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรียน
1) ครูให้นกั เรยี นทบทวนความร้เู ดมิ ท่ีไดเ้ รยี นร้มู าแลว้ โดยใช้คำถามต่อไปน้ี
– การเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไดค้ อื อะไร (แนวคำตอบ การเปลี่ยนแปลงที่ไม่เกิดสารใหม่ และ
สารสามารถเปลย่ี นกลบั ไปเหมอื นก่อนเกดิ การเปลย่ี นแปลงได้)
– ยกตวั อย่างการเปล่ยี นแปลงทีผ่ ันกลับได้ (แนวคำตอบ การหลอมเหลวและการแขง็ ตัว)
2) นกั เรียนรว่ มกนั ตอบคำถามและแสดงความคดิ เหน็ เก่ียวกับคำตอบ เพื่อเช่ือมโยงไปสู่การเรียนรู้
เรื่อง การเปล่ยี นแปลงทีผ่ นั กลับไดข้ องสารละลาย
ขัน้ จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลบั
ด้าน ชน้ั เรียน (flipped classroom) ซึง่ มขี นั้ ตอนดงั น้ี
1) ขั้นสรา้ งความสนใจ (Engagement)
(1) ครถู ามคำถามนกั เรียนเพ่อื กระต้นุ ความสนใจ เชน่
– ถ้านำเกลือใส่ลงในนำ้ แลว้ คนใหเ้ ขา้ กนั จะเกดิ การเปล่ยี นแปลงใด (แนวคำตอบ เกลือละลาย
ในน้ำ)
– นำ้ เกลอื สามารถเปลย่ี นกลับมาเปน็ น้ำและเกลอื เหมอื นเดิมได้หรือไม่ (แนวคำตอบ ได)้
(2) นักเรยี นรว่ มกันอภิปรายหาคำตอบเกี่ยวกับคำถามตามความคดิ เหน็ ของแตล่ ะคน
2) ขน้ั สำรวจและค้นหา (Exploration)
(1) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สังเกตการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ของ
สารละลาย ตามขัน้ ตอน ดงั นี้
64
– สังเกตลักษณะของเกลือ จากนั้นตักเกลือ 1 ช้อนลงในน้ำจำนวน 10 ลูกบาศก์เซนติเมตร
ใช้แท่งแกว้ คนสารคนให้เกลอื ละลาย สงั เกตการเปลีย่ นแปลง
– พยากรณว์ า่ เมอ่ื น้ำเกลือได้รบั ความรอ้ นจะเกิดการเปลยี่ นแปลงลักษณะใด
– ใช้หลอดหยดดูดน้ำเกลือแล้วหยดลงในจานหลุมโลหะ จากนั้นนำไปต้มด้วยตะเกียง
แอลกอฮอลจ์ นแห้ง สังเกตการเปล่ียนแปลงที่เกิดขึ้น พร้อมทง้ั บนั ทึกผล
(2) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิด
โอกาสใหน้ ักเรยี นทกุ คนซักถามเม่ือมปี ัญหา
3) ขั้นอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
(1) นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ นำเสนอผลการปฏบิ ตั กิ ิจกรรมหนา้ ห้องเรียน
(2) ครูและนักเรียนรว่ มกนั อภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เช่น
– น้ำเกลอื จดั เป็นสารละลายหรือไม่ สงั เกตจากอะไร (แนวคำตอบ น้ำเกลือจัดเป็นสารละลาย
โดยสังเกตจากเมื่อน้ำเกลือได้รับความร้อน น้ำระเหยไปหมด เหลือแต่เกลือในจานหลุมโลหะ และไม่มีสาร
ใหม่เกิดขึ้นจากการที่น้ำเกลอื ได้รับความรอ้ น แสดงว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ โดยเกลือละลาย
เปน็ เน้ือเดียวกบั น้ำ)
– เมื่อให้ความร้อนกับน้ำเกลือแล้วมีการเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้น (แนวคำตอบ น้ำระเหยไป
หมด เหลอื แต่เกลอื ในจานหลมุ โลหะ)
– การละลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้หรือไม่ สังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ การ
ละลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ โดยสังเกตจากเมื่อน้ำเกลือที่เป็นสารละลายของเกลือในน้ำได้รบั
ความร้อน นำ้ ทีเ่ ป็นตวั ทำละลายระเหยเปน็ ไอนำ้ ไปหมด เหลือแตเ่ กลอื ในจานหลุมโลหะ ซ่ึงไอน้ำและเกลือ
ยังคงเป็นสารเดิม ไมม่ ีสารใหมเ่ กิดข้ึน)
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า การ
ละลายเปน็ การเปลย่ี นแปลงทีผ่ ันกลบั ได้
4) ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อตัวละลายที่เป็นของแข็งละลายในตัวทำละลายที่เป็น
ของเหลว ตัวละลายไม่ได้หายไปหรือเปลี่ยนไปเป็นสารใหม่ แต่ตัวละลายมีขนาดเล็กลงจนมองไม่เห็นด้วย
ตาเปล่าและผสมเป็นเนอื้ เดยี วกับตัวทำละลาย
5) ขั้นประเมิน (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่
ยงั ไม่เขา้ ใจหรือยังมีข้อสงสัย ถ้ามี ครชู ่วยอธิบายเพม่ิ เติมใหน้ ักเรียนเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัตกิ ิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อยา่ งไรบา้ ง
65
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความรทู้ ไ่ี ดไ้ ปใชป้ ระโยชน์
(4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี นโดยการให้ตอบคำถาม เช่น
– การละลายจัดเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้ เพราะอะไร (แนวคำตอบ เพราะการ
ละลายไม่เกิดสารใหม่ และสารละลายสามารถเปล่ียนกลับไปเป็นเหมือนก่อนเกดิ การละลายได)้
– เรามองไม่เหน็ เกลือที่อยู่ในน้ำเกลือเพราะอะไร (แนวคำตอบ เพราะเกลือมขี นาดเล็กลงมาก
จนมองไม่เหน็ ด้วยตาเปลา่ )
ข้ันสรปุ
ครูและนกั เรยี นร่วมกันสรุปเก่ียวกับการเปลีย่ นแปลงที่ผนั กลับได้ของสารละลาย โดยร่วมกันเขยี น
เปน็ แผนทคี่ วามคดิ หรือผงั มโนทศั น์
10. สื่อการเรียนรู้
1. ใบกิจกรรม สังเกตการเปลย่ี นแปลงท่ีผนั กลับได้ของสารละลาย
2. ค่มู อื การสอน วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
3. แบบฝกึ ทกั ษะรายวิชาพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5
4. หนงั สือเรยี นรายวิชาพ้นื ฐาน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5
66
11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรมและ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
จติ วิทยาศาสตร์ (A)
1. ซักถามความรเู้ รอ่ื ง การ 1. ประเมินทักษะ
เปลี่ยนแปลงที่ผนั กลับไดข้ อง 1. ประเมนิ เจตคตทิ าง กระบวนการทาง
สารละลาย วิทยาศาสตรเ์ ป็นรายบคุ คล วทิ ยาศาสตรโ์ ดยใช้แบบวัด
โดยการสงั เกตและใชแ้ บบวัด ทักษะกระบวนการทาง
2. ตรวจช้ินงานหรือภาระงานของ เจตคติทางวทิ ยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์
กิจกรรมฝกึ ทกั ษะระหว่างเรียน
2. ประเมินเจตคตติ ่อ 2. ประเมนิ ทักษะการคิดโดย
วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคล การสังเกตการทำงานกลมุ่
โดยการสังเกตและใชแ้ บบวัด
เจตคติต่อวทิ ยาศาสตร์ 3. ประเมนิ ทักษะการ
แก้ปัญหาโดยการสงั เกต
การทำงานกลุ่ม
4. ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ
ปฏบิ ัติกิจกรรมเปน็
รายบุคคลหรอื รายกลุ่มโดย
การสงั เกตการทำงานกลุม่
67
12. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน 139 คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 138 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 99
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1
นกั เรียนนี่ไมผ่ า่ น มีดังน้ี
1. เปน็ เด็กพิเศษ
แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
มหี ้องเรยี นพิเศษท่เี หมาะกับการเรยี นรขู้ องเดก็ ใหเ้ รียน
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ (K)
มคี วามรู้ความเข้าใจแนวทางการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เจตคตติ ่อวิชาวิทยาศาสตร์ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการวัดและประเมินผลวิชาวิทยาศาสตร์
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
สอ่ื สารและนำความรคู้ วามเขา้ ใจเจตคตติ อ่ วชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรไ์ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
ชแี้ จงเจตคติทม่ี ีตอ่ วทิ ยาศาสตร์ได้
12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
ยงั ไม่ร้จู ักกับเด็ก และไมส่ ามารถคมุ เดก็ ได้เท่าที่ควร
12.3 ขอ้ เสนอแนะ
-
ลงชื่อ จริ าภรณ์ มณีจันทร์
(นางสาวจิราภรณ์ มณีจันทร์)
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการวชิ าชีพครู
68
69
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี 36
สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหัสวชิ า ว15101
ชัน้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 3 เรอื่ ง สารละลายอมิ่ ตัว เวลา 1 ชั่วโมง
ครผู ู้สอน นางสาวจริ าภรณ์ มณีจนั ทร์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี
2. ตัวช้ีวดั ชน้ั ปี
อธบิ ายการละลายของสารในนำ้ โดยใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ (ว 2.1 ป. 5/2)
3. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. ระบลุ กั ษณะของสารละลายอม่ิ ตัวได้ (K)
2. สังเกตการเกดิ สารละลายอิม่ ตัวได้ (K)
3. มคี วามสนใจใฝ่รู้หรอื อยากรู้อยากเห็น (A)
4. ทำงานรว่ มกบั ผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ (A)
5. ส่ือสารและนำความรเู้ รื่องสารละลายอ่ิมตัวไปใช้ในชวี ิตประจำวนั ได้ (P)
4. สาระสำคัญ
สารละลายอิ่มตัว คือ สารละลายที่มีตัวละลายอยู่ในปริมาณที่มากพอแล้ว และตัวทำละลายไม่
สามารถละลายตัวละลายได้อกี
5. สาระการเรียนรู้
การเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ
– การละลาย
6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
4. มีจิตวิทยาศาสตร์
70
7. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใช้ทักษะ/กระบวนการและทักษะในการดำเนนิ ชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
8. ช้ินงานหรือภาระงาน
1. สังเกตสารละลายอิ่มตัว
2. ออกแบบไอศกรีมผลไม้
9. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ นำเขา้ สู่บทเรียน
1) ครถู ามคำถามเกีย่ วกับประสบการณ์เดมิ ของนักเรียน เชน่
– นักเรียนเคยชงเคร่ืองดืม่ หรือไม่ (แนวคำตอบ เคย)
– ถา้ เราใสน่ ้ำตาลทรายลงในเครอ่ื งดืม่ จะมีรสอย่างไร (แนวคำตอบ หวาน)
– ปริมาณน้ำตาลทรายที่ใส่ลงในเครื่องดื่มมีผลต่อรสอย่างไร (แนวคำตอบ ถ้าเติมน้ำตาล
ทรายมากขนึ้ เครื่องดม่ื จะหวานมากขึ้น)
– ถ้าเราเติมน้ำตาลทรายลงในเครื่องดื่มมาก ๆ จะเกิดอะไรขึ้น (แนวคำตอบ เครื่องดื่มจะ
หวานมากและมนี ำ้ ตาลทรายบางส่วนไม่ละลาย)
2) นกั เรียนรว่ มกนั ตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกบั คำตอบ เพ่อื เช่ือมโยงไปสู่การเรียนรู้
เรอื่ ง สารละลายอิม่ ตวั
ข้นั จดั กจิ กรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลับ
ด้าน ชน้ั เรยี น (flipped classroom) ซึง่ มีข้นั ตอนดงั นี้
1) ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูเขยี นคำว่า สารละลายอม่ิ ตวั ลงบนกระดานดำ แลว้ ให้นักเรียนรว่ มกนั อภปิ ราย ดังนี้
– สารละลายอม่ิ ตัวคืออะไร (แนวคำตอบ สารละลายทมี่ ตี วั ละลายอยู่ในปริมาณที่มากพอแล้ว
และตัวทำละลายไม่สามารถละลายตวั ละลายไดอ้ ีก)
– สารละลายอ่ิมตัวสังเกตได้จากอะไร (แนวคำตอบ สงั เกตไดจ้ ากเมื่อใสต่ ัวละลายลงในตัวทำ
ละลายแล้ว ตัวทำละลายไม่สามารถละลายตวั ละลายได้อกี )
(2) นกั เรยี นรว่ มกนั อภิปรายหาคำตอบเกี่ยวกับคำถามตามความคิดเหน็ ของแต่ละคน
71
2) ขัน้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
(1) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรมเสริมการเรียนรู้ สารละลายอิ่มตัว ตาม
ขน้ั ตอน ดงั น้ี
– ใสน่ ำ้ กลน่ั 3 ลกู บาศก์เซนตเิ มตร ลงในหลอดทดลองขนาดเล็ก
– ตกั น้ำตาลทรายครง้ั ละ 1 ช้อน ลงในหลอดทดลองขนาดเลก็ เขย่าใหน้ ้ำตาลทรายละลายใน
น้ำจนหมด สงั เกตลกั ษณะของสารละลายในแตล่ ะครั้งท่ที ำการละลายน้ำตาลทราย
– ตกั น้ำตาลทรายลงในหลอดทดลองขนาดเล็กจนกวา่ นำ้ ตาลทรายไมล่ ะลายในนำ้
(2) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและเปิด
โอกาสใหน้ ักเรียนทกุ คนซกั ถามเมอ่ื มปี ัญหา
3) ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรปุ (Explanation)
(1) นกั เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมหน้าหอ้ งเรยี น
(2) ครูและนกั เรยี นร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เช่น
– เมื่อตักน้ำตาลทรายลงในหลอดทดลองขนาดเล็กเกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะใด (แนว
คำตอบ น้ำตาลทรายละลายเป็นเนื้อเดียวกับน้ำ จนกระทั่งตักน้ำตาลทรายครั้งที่ 4 ลงในหลอดทดลอง
ขนาดเลก็ เรม่ิ มีนำ้ ตาลทรายบางส่วนไมล่ ะลายในน้ำ)
– จากกิจกรรม สารละลายอิ่มตัวเกิดขึ้นเมื่อใด (แนวคำตอบ สารละลายอิ่มตัวเกิดขึ้นเมื่อตัก
น้ำตาลทรายคร้งั ท่ี 4 ลงในหลอดทดลองขนาดเลก็ )
– จากกิจกรรมสรุปได้ว่าอะไร (แนวคำตอบ สารละลายที่เกิดจากการเติมตัวละลายลงในตัว
ทำละลาย จนกระทั่งตัวละลายไม่ละลายในตัวทำละลาย หรือจนกระทั่งสารละลายมีตัวละลายมากที่สุดที่
สามารถละลายได้ เรียกว่า สารละลายอม่ิ ตวั )
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า เมื่อตัว
ทำละลายไมส่ ามารถละลายตัวละลายไดอ้ ีก แสดงวา่ สารละลายนั้น คอื สารละลายอมิ่ ตัว
4) ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
(1) ครูแบ่งนักเรียนเป็น 4 กลุ่ม แล้วให้แต่ละกลุ่มออกแบบและทดลองทำไอศกรีมแบบแท่งขนาด
ความสูงไม่เกิน 15 เซนติเมตร (รวมไม้ไอศกรีม) โดยใช้น้ำผลไม้หรือนมรสที่ชอบและสังเกตการ
เปล่ียนแปลงทีเ่ กดิ ขน้ึ กับน้ำผลไมแ้ ละนม จากนนั้ นำเสนอผลงานหน้าห้องเรียน
(2) นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับสารละลายอิ่มตัว จากหนังสือเรียน
ภาษาตา่ งประเทศหรืออนิ เทอรเ์ น็ต และนำเสนอให้เพอื่ นฟัง คดั คำศพั ทพ์ ร้อมทงั้ คำแปลลงสมุดส่งครู
5) ข้ันประเมนิ (Evaluation)
72
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพจิ ารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ี
ยงั ไม่เขา้ ใจหรอื ยงั มีขอ้ สงสัย ถา้ มี ครูช่วยอธบิ ายเพ่มิ เติมให้นักเรยี นเขา้ ใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อย่างไรบา้ ง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความรทู้ ี่ได้ไปใช้ประโยชน์
(4) ครทู ดสอบความเขา้ ใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เชน่
– สารละลายเกิดการอม่ิ ตัวเพราะอะไร (แนวคำตอบ เพราะตวั ทำละลายไม่สามารถละลายตัว
ละลายไดอ้ ีก)
– การเกิดสารละลายอิ่มตัวของน้ำเกลือสังเกตได้จากอะไร (แนวคำตอบ มีเกลือที่ไม่ละลาย
เหลืออยใู่ นน้ำเกลือ)
ข้ันสรุป
1) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับสารละลายอิ่มตัว โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนที่ความคิดหรือ
ผังมโนทศั น์
2) ครูมอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าเนื้อหาของบทเรียนชั่วโมงหน้า เพื่อจัดการเรียนรู้ครง้ั
ตอ่ ไป โดยใหน้ กั เรยี นศกึ ษาค้นควา้ ล่วงหน้าในหัวขอ้ การเปลีย่ นแปลงทางเคมี
3) ครูให้นักเรียนเตรียมประเด็นคำถามที่สงสัยมาอย่างน้อยคนละ 1 คำถาม เพื่อนำมาอภิปราย
ร่วมกนั ในหอ้ งเรยี นครัง้ ต่อไป
10. ส่ือการเรียนรู้
1. ใบกจิ กรรมเสริมการเรยี นรู้ สารละลายอิ่มตัว
2. ไมไ้ อศกรีมและแม่พิมพ์
3. นำ้ ผลไม้
4. นม
5. แกว้
6. ชอ้ น
7. หนงั สือเรยี นภาษาตา่ งประเทศหรืออนิ เทอร์เน็ต
8. คูม่ อื การสอน วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5
9. ส่ือการเรยี นรู้ PowerPoint รายวิชาพน้ื ฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศึกษาปที ่ี 5
10. แบบฝึกทักษะรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
11. หนังสอื เรยี นรายวชิ าพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้
73
ดา้ นความรู้ (K) ด้านคุณธรรม จริยธรรมและ ด้านทักษะ/กระบวนการ (P)
จิตวทิ ยาศาสตร์ (A)
1. ซกั ถามความรูเ้ รื่อง สารละลาย 1. ประเมนิ ทักษะ
อ่มิ ตัว 1. ประเมินเจตคติทาง กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์เป็นรายบุคคล วทิ ยาศาสตร์โดยใชแ้ บบวัด
2. ตรวจชนิ้ งานหรือภาระงานของ โดยการสงั เกตและใชแ้ บบวัด ทกั ษะกระบวนการทาง
กจิ กรรมฝกึ ทักษะระหวา่ งเรยี น เจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์
2. ประเมินเจตคตติ ่อ 2. ประเมนิ ทักษะการคดิ โดย
วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคล การสงั เกตการทำงานกลุ่ม
โดยการสงั เกตและใช้แบบวัด
เจตคตติ อ่ วิทยาศาสตร์ 3. ประเมนิ ทักษะการ
แก้ปัญหาโดยการสงั เกต
การทำงานกล่มุ
4. ประเมินพฤตกิ รรมในการ
ปฏิบตั กิ ิจกรรมเปน็
รายบุคคลหรอื รายกลุ่มโดย
การสังเกตการทำงานกลมุ่
74
12. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน 139 คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 138 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 99
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1
นกั เรียนนี่ไมผ่ า่ น มีดังน้ี
1. เปน็ เด็กพิเศษ
แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
มหี ้องเรยี นพิเศษท่เี หมาะกับการเรยี นรขู้ องเดก็ ใหเ้ รียน
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ (K)
มคี วามรู้ความเข้าใจแนวทางการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เจตคตติ ่อวิชาวิทยาศาสตร์ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการวัดและประเมินผลวิชาวิทยาศาสตร์
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
สอ่ื สารและนำความรคู้ วามเขา้ ใจเจตคตติ อ่ วชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรไ์ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
ชแี้ จงเจตคติทม่ี ีตอ่ วทิ ยาศาสตร์ได้
12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
ยงั ไม่ร้จู ักกับเด็ก และไมส่ ามารถคมุ เดก็ ได้เท่าที่ควร
12.3 ขอ้ เสนอแนะ
-
ลงชื่อ จริ าภรณ์ มณีจันทร์
(นางสาวจิราภรณ์ มณีจันทร์)
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการวชิ าชีพครู
75
76
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี 37
สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว15101
ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2565
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 เรือ่ ง การเปลีย่ นแปลงทางเคมี เวลา 1 ช่ัวโมง
ครูผูส้ อน นางสาวจิราภรณ์ มณจี ันทร์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกดิ สารละลาย และการเกดิ ปฏิกิรยิ าเคมี
2. ตัวชี้วัดชนั้ ปี
1. วิเคราะหก์ ารเปลยี่ นแปลงของสารเม่อื เกิดการเปลยี่ นแปลงทางเคมี โดยใช้หลักฐานเชงิ ประจักษ์
(ว 2.1 ป. 5/3)
2. วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ (ว 2.1 ป.
5/4)
3. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. สงั เกตการเปลี่ยนแปลงทางเคมไี ด้ (K)
2. ระบกุ ารเปล่ียนแปลงทางเคมเี ปน็ การเปล่ียนแปลงท่ีผนั กลบั ไม่ได้ (K)
3. มคี วามสนใจใฝ่รู้หรอื อยากรอู้ ยากเห็น (A)
4. ทำงานร่วมกับผู้อน่ื อยา่ งสร้างสรรค์ (A)
5. ส่อื สารและนำความร้เู รือ่ งการเปล่ียนแปลงทางเคมไี ปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ (P)
4. สาระสำคัญ
เมือ่ ผสมสาร 2 ชนิดขึ้นไปแล้วมีสารใหม่เกดิ ขนึ้ ซ่งึ มสี มบัตติ า่ งจากสารเดมิ หรอื เมื่อสารชนิดเดียว
เกิดการเปลี่ยนแปลงแล้วมีสารใหม่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้เรียกว่า การเปลี่ยนแปลงทางเคมี ซึ่งการ
เปลีย่ นแปลงทางเคมบี างปฏิกิรยิ าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผนั กลบั ไมไ่ ด้
5. สาระการเรยี นรู้
การเปล่ียนแปลงทางเคมี
77
6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มวี นิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมั่นในการทำงาน
4. มีจิตวิทยาศาสตร์
7. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแก้ปญั หา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะ/กระบวนการและทกั ษะในการดำเนนิ ชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
8. ชิน้ งานหรือภาระงาน
สังเกตการเปล่ยี นแปลงทางเคมี
9. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นนำเข้าสู่บทเรยี น
1) ครูถามคำถามเกยี่ วกับประสบการณ์เดมิ ของนกั เรยี น เชน่
– นักเรียนเคยจุดธูปหรือไม่ เมือ่ จดุ ธปู แล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างไร (แนวคำตอบ เคย เมื่อ
จดุ ธูปแล้วธปู คอ่ ยๆ ไหม้ พรอ้ มกบั มคี วันและกล่นิ )
– ธปู มกี ารเปล่ยี นแปลงทางเคมีหรือไม่ (แนวคำตอบ ม)ี
2) นักเรียนรว่ มกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั คำตอบ เพื่อเชอื่ มโยงไปสู่การเรียนรู้
การเปลย่ี นแปลงทางเคมี
ขั้นจดั กิจกรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลับ
ด้าน ชั้นเรียน (flipped classroom) ซึง่ มีขั้นตอนดงั นี้
1) ข้นั สร้างความสนใจ (Engagement)
(1) ครูแบ่งกลุ่มนกั เรียนแล้วเปิดโอกาสให้นักเรียนในกลุ่มนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลง
ทางเคมี ที่ครูมอบหมายให้ไปเรียนรู้ล่วงหน้าให้เพื่อนๆ ในกลุ่มฟัง จากนั้นให้แต่ละกลุ่มส่งตัวแทนมา
นำเสนอขอ้ มูลหนา้ หอ้ งเรียน
(2) ครูตรวจสอบว่านักเรียนทำภาระงานที่ได้รับมอบหมายไปหรือไม่ โดยตรวจสอบจากการจด
บันทึกของนักเรียน และถามคำถามเกย่ี วกบั ภาระงาน ดังนี้
78
– การเปลี่ยนแปลงทางเคมีแตกต่างกับการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพอย่างไร (แนวคำตอบ
การเปลย่ี นแปลงทางเคมีมสี ารใหม่เกดิ ขน้ึ ส่วนการเปล่ียนแปลงทางกายภาพไมม่ สี ารใหม่เกิดข้นึ )
– การเปลี่ยนแปลงทางเคมีเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้หรือไม่ (แนวคำตอบ การ
เปลยี่ นแปลงทางเคมีเปน็ การเปลย่ี นแปลงทผ่ี นั กลบั ไมไ่ ด้)
(3) ครเู ปดิ โอกาสใหน้ ักเรียนตั้งประเด็นคำถามทน่ี กั เรยี นสงสัยจากการทำภาระงานอยา่ งน้อยคนละ
1 คำถาม ซึ่งครูใหน้ ักเรยี นเตรียมมาล่วงหนา้ และให้นักเรยี นชว่ ยกันตอบและแสดงความคิดเห็น
(4) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับภาระงาน โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียนเข้าใจว่า การ
เปลี่ยนแปลงทางเคมีบางปฏิกิริยาเป็นการเปลี่ยนแปลงท่เี กิดสารใหม่ สารใหมท่ ่ีได้มสี มบัติเปลี่ยนไปโดยไม่
สามารถกลับมามีสมบัตเิ หมือนเดิมได้อีก หรือเรียกการเปลี่ยนแปลงทางเคมีว่า การเปลี่ยนแปลงที่ผนั กลับ
ไมไ่ ด้
2) ขัน้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
(1) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สังเกตการเปลี่ยนแปลงทางเคมี ตาม
ขนั้ ตอน ดงั นี้
– ตกั เกลอื และน้ำตาลทรายจำนวนเลก็ น้อยลงในจานหลุมโลหะชนิดละ 2 หลุม
– พยากรณว์ า่ ถา้ เผาเกลือและน้ำตาลทรายจะเกิดการเปลยี่ นแปลงลกั ษณะใด
– นำจานหลุมโลหะไปเผาด้วยตะเกียงแอลกอฮอล์ประมาณ 5 นาที สงั เกตการเปล่ียนแปลงท่ี
เกิดข้นึ พรอ้ มท้ังบนั ทกึ ผล
(2) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ ห้องเรียนและเปิด
โอกาสให้นกั เรียนทุกคนซกั ถามเม่ือมปี ญั หา
3) ข้ันอธบิ ายและลงขอ้ สรุป (Explanation)
(1) นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมหนา้ หอ้ งเรยี น
(2) ครูและนักเรียนร่วมกนั อภปิ รายผลจากการปฏิบัติกจิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เช่น
– เม่ือเผานำ้ ตาลทรายเกดิ การเปล่ียนแปลงลักษณะใด (แนวคำตอบ น้ำตาลทรายหลอมเหลว
เป็นสีนำ้ ตาลเขม้ และคอ่ ยๆ กลายเปน็ ของแขง็ สดี ำพร้อมกบั มกี ลนิ่ ไหม้)
– เม่อื เผาเกลอื เกิดการเปล่ยี นแปลงลักษณะใด (แนวคำตอบ เกลือไมเ่ กิดการเปลย่ี นแปลง)
– สารใดเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี สังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ น้ำตาลทรายเกิดการ
เปลีย่ นแปลงทางเคมี โดยสังเกตจากเม่อื นำ้ ตาลทรายไดร้ บั ความร้อน นำ้ ตาลทรายหลอมเหลวเป็นสีน้ำตาล
เขม้ และคอ่ ยๆ กลายเปน็ ของแขง็ สีดำพร้อมกับมกี ลิน่ ไหม้ แสดงวา่ มสี ารใหมเ่ กดิ ข้นึ )
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า การ
เปล่ียนแปลงทางเคมจี ะเกดิ สารใหม่ท่ไี มส่ ามารถกลบั ไปเป็นสารเดิมก่อนเกิดการเปล่ยี นแปลงได้
79
4) ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
(1) ครอู ธิบายเพิ่มเตมิ ใหน้ ักเรียนเข้าใจว่า การเปลย่ี นแปลงทางเคมีท่ีเปน็ การเปล่ียนแปลงที่ผันกลับ
ไม่ไดใ้ นชีวติ ประจำวนั มหี ลายชนดิ เช่น การเกดิ สนิมและการสกุ ของอาหาร
(2) นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมี จากหนังสือเรียน
ภาษาต่างประเทศหรืออินเทอร์เน็ต และนำเสนอให้เพื่อนในห้องฟัง คัดคำศัพท์พร้อมทั้งคำแปลลงสมุดส่ง
ครู
5) ขัน้ ประเมนิ (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพจิ ารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ี
ยงั ไมเ่ ข้าใจหรือยงั มขี อ้ สงสยั ถ้ามี ครูชว่ ยอธิบายเพมิ่ เติมใหน้ กั เรยี นเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัตกิ ิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข
อยา่ งไรบา้ ง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความรูท้ ่ไี ด้ไปใช้ประโยชน์
(4) ครูทดสอบความเขา้ ใจของนักเรียนโดยการให้ตอบคำถาม เชน่
– การเกิดสนิมเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้เพราะอะไร (แนวคำตอบ เพราะสนิมที่
เกิดข้ึนเปน็ สารใหม่ จึงเปลย่ี นกลบั ไปเป็นสารเดมิ ไมไ่ ด้)
– ยกตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงทางเคมีมา 2 กรณี (แนวคำตอบ การเกิดสนิมและการสุกของ
อาหาร)
ขน้ั สรปุ
ครูและนกั เรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยร่วมกันเขียนเป็นแผนท่ีความคดิ
หรอื ผังมโนทศั น์
10. สื่อการเรียนรู้
1. ใบกจิ กรรม สังเกตการเปลีย่ นแปลงทางเคมี
2. หนังสือเรียนภาษาตา่ งประเทศหรืออนิ เทอรเ์ น็ต
3. คูม่ ือการสอน วิทยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
4. ส่อื การเรียนรู้ PowerPoint รายวิชาพนื้ ฐาน วิทยาศาสตร์ ชน้ั ประถมศกึ ษาปีที่ 5
5. แบบฝกึ ทักษะรายวิชาพ้ืนฐาน วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศึกษาปีที่ 5
6. หนังสือเรยี นรายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5
80
11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ด้านความรู้ (K) ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรมและ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
1. ซักถามความรเู้ รื่อง การ จิตวทิ ยาศาสตร์ (A) 1. ประเมินทักษะ
เปลยี่ นแปลงทางเคมี กระบวนการทาง
1. ประเมินเจตคตทิ าง วทิ ยาศาสตร์โดยใช้แบบวัด
2. ตรวจช้นิ งานหรือภาระงานของ วทิ ยาศาสตร์เป็นรายบคุ คล ทกั ษะกระบวนการทาง
กิจกรรมฝกึ ทกั ษะระหว่างเรยี น โดยการสังเกตและใช้แบบวัด วทิ ยาศาสตร์
เจตคติทางวทิ ยาศาสตร์
2. ประเมนิ ทักษะการคดิ โดย
2. ประเมินเจตคตติ ่อ การสังเกตการทำงานกลมุ่
วิทยาศาสตร์เป็นรายบุคคล
โดยการสงั เกตและใชแ้ บบวัด 3. ประเมินทักษะการ
เจตคติต่อวทิ ยาศาสตร์ แก้ปญั หาโดยการสังเกต
การทำงานกลมุ่
4. ประเมินพฤตกิ รรมในการ
ปฏบิ ตั ิกจิ กรรมเปน็
รายบคุ คลหรอื รายกลุ่มโดย
การสังเกตการทำงานกล่มุ
81
12. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน 139 คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 138 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 99
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1
นกั เรียนนี่ไมผ่ า่ น มีดังน้ี
1. เปน็ เด็กพิเศษ
แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
มหี ้องเรยี นพิเศษท่เี หมาะกับการเรยี นรขู้ องเดก็ ใหเ้ รียน
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ (K)
มคี วามรู้ความเข้าใจแนวทางการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เจตคตติ ่อวิชาวิทยาศาสตร์ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการวัดและประเมินผลวิชาวิทยาศาสตร์
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
สอ่ื สารและนำความรคู้ วามเขา้ ใจเจตคตติ อ่ วชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรไ์ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
ชแี้ จงเจตคติทม่ี ีตอ่ วทิ ยาศาสตร์ได้
12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
ยงั ไม่ร้จู ักกับเด็ก และไมส่ ามารถคมุ เดก็ ได้เท่าที่ควร
12.3 ขอ้ เสนอแนะ
-
ลงชื่อ จริ าภรณ์ มณีจันทร์
(นางสาวจิราภรณ์ มณีจันทร์)
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการวชิ าชีพครู
82
83
แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่ 38
สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว15101
ช้นั ประถมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศกึ ษา 2565
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 เรอ่ื ง ลักษณะของการเปล่ียนแปลงทางเคมี (1) เวลา 1
ช่ัวโมง
ครูผสู้ อน นางสาวจิราภรณ์ มณีจนั ทร์
**********************************************************************************
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ
สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ
สสาร การเกิดสารละลาย และการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
2. ตัวชี้วัดช้ันปี
วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของสารเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์
(ว 2.1 ป. 5/3)
3. จุดประสงค์การเรยี นรู้
1. สงั เกตการเปล่ียนแปลงทางเคมีได้ (K)
2. สังเกตลกั ษณะทแี่ สดงถงึ การเปลย่ี นแปลงทางเคมไี ด้ (K)
3. มคี วามสนใจใฝร่ ้หู รืออยากร้อู ยากเห็น (A)
4. ทำงานรว่ มกับผู้อ่ืนอยา่ งสร้างสรรค์ (A)
5. สือ่ สารและนำความรเู้ รอ่ื งลกั ษณะของการเปลี่ยนแปลงทางเคมไี ปใชใ้ นชีวิตประจำวนั ได้ (P)
4. สาระสำคญั
การเปลีย่ นแปลงทางเคมสี ามารถสงั เกตได้จากลกั ษณะบางประการทแี่ ตกต่างไปจากเดมิ
5. สาระการเรยี นรู้
การเปล่ียนแปลงทางเคมี
6. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. มีวินยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุง่ มัน่ ในการทำงาน
4. มจี ิตวทิ ยาศาสตร์
84
7. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4. ความสามารถในการใชท้ ักษะ/กระบวนการและทกั ษะในการดำเนนิ ชวี ติ
8. ชิน้ งานหรือภาระงาน
สงั เกตลกั ษณะของการเปลีย่ นแปลงทางเคมี
9. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1) ครูถามนกั เรยี นถงึ สงิ่ ต่างๆ ทพี่ บในชีวติ ประจำวัน เชน่
– การเปล่ียนแปลงทางเคมีท่ีนกั เรียนพบมอี ะไรบ้าง (แนวคำตอบ รว้ั บา้ นขึน้ สนิมและไม้ขีดไฟ
ติดไฟ)
– การเปล่ียนแปลงเหลา่ นัน้ เป็นการเปลย่ี นแปลงทผ่ี ันกลบั ได้หรอื ไม่ (แนวคำตอบ ไมไ่ ด้)
2) นักเรียนรว่ มกันตอบคำถามและแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั คำตอบ เพ่ือเชื่อมโยงไปสู่การเรียนรู้
เรอ่ื ง ลักษณะของการเปลี่ยนแปลงทางเคมี
ข้ันจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรูโ้ ดยใชก้ ระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลบั
ดา้ น ชน้ั เรียน (flipped classroom) ซง่ึ มีขน้ั ตอนดังน้ี
1) ข้ันสรา้ งความสนใจ (Engagement)
(1) ครูใหน้ กั เรียนสงั เกตไมข้ ดี ไฟ จากน้นั ครูจดุ ไม้ขดี ไฟแลว้ ใหน้ ักเรยี นสังเกตอกี ครง้ั พร้อมกับถาม
คำถามนกั เรยี นเพอ่ื กระต้นุ ความสนใจ เช่น
– ไม้ขีดไฟมีลักษณะใด (แนวคำตอบ เป็นแท่งไม้สีน้ำตาลอ่อนขนาดเล็กและมีสารสีแดงท่ี
ปลายแทง่ ไม้)
– เมื่อจุดไม้ขีดไฟแล้วมีการเปลี่ยนแปลงใดเกิดขึ้น (แนวคำตอบ สารสีแดงที่ปลายแท่งไม้ติด
ไฟ และแท่งไมค้ อ่ ยๆ ไหม้กลายเป็นสีดำ)
(2) นกั เรียนร่วมกนั อภปิ รายหาคำตอบเกย่ี วกบั คำถามตามความคิดเห็นของแต่ละคน
2) ขนั้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
(1) ครูแบ่งนักเรียนกลุ่มละ 5 – 6 คน ปฏิบัติกิจกรรม สังเกตลักษณะของการเปลี่ยนแปลงทาง
เคมี ตามขั้นตอน ดงั นี้
85
– ลักษณะของสารละลายน้ำปูนใส สารละลายผงฟู และสารละลายน้ำปูนใสผสมกับสารละลายผง
ฟู
• สังเกตลักษณะของสารละลายน้ำปูนใสและสารละลายผงฟูจากการดู การดม และการใช้มือ
สัมผัสภาชนะทีใ่ สส่ าร บนั ทึกผล
• ผสมสารละลายนำ้ ปนู ใสและสารละลายผงฟูอยา่ งละ 5 ลกู บาศกเ์ ซนติเมตรในหลอดทดลอง ใช้
แทง่ แก้วคนสารคนสารผสมใหเ้ ขา้ กนั สังเกตลกั ษณะของสารผสม บนั ทึกผล
– ลกั ษณะของน้ำส้มสายชู ผงฟู และนำ้ ส้มสายชูผสมกับผงฟู
• สังเกตลักษณะของน้ำส้มสายชูและผงฟูจากการดู การดม และการใช้มือสัมผัสภาชนะที่ใส่สาร
บนั ทึกผล
• เทนำ้ สม้ สายชลู งในขวดแก้วประมาณ 1 ใน 3 ของขวด จากนน้ั ตักผงฟู 2 ชอ้ นใส่ในลูกโป่ง
• นำปากลกู โป่งครอบปากขวดแก้ว ยกปลายลูกโป่งให้ผงฟูตกลงในขวดแก้ว สังเกตลักษณะของ
สารผสม บนั ทกึ ผล
– ลักษณะของแอมโมเนียมคลอไรด์ ปนู ขาว และแอมโมเนยี มคลอไรดผ์ สมกับปูนขาว
• สังเกตลักษณะของแอมโมเนียมคลอไรด์และปูนขาวจากการดู การดม และการใช้มือสัมผัส
ภาชนะทใี่ ส่สาร บนั ทกึ ผล
• ตักสารทั้ง 2 ชนิดใส่ลงในบีกเกอร์ หยดน้ำลงในสารผสมเล็กน้อย จากนั้นคนให้เข้ากัน สังเกต
ลักษณะของสารผสม บนั ทึกผล
(2) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบๆ ห้องเรียนและเปิด
โอกาสใหน้ กั เรียนทุกคนซักถามเม่ือมีปญั หา
3) ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
(1) นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอผลการปฏบิ ัตกิ ิจกรรมหนา้ ห้องเรยี น
(2) ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายผลจากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม โดยใช้แนวคำถาม เช่น
– สารผสมระหวา่ งสารละลายนำ้ ปูนใสกบั สารละลายผงฟเู กิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีหรือไม่
สังเกตจากอะไร (แนวคำตอบ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี สังเกตจากก่อนนำสารมาผสมกัน สารละลาย
นำ้ ปนู ใสและสารละลายผงฟูเป็นของเหลวใส และไม่มีสี แตเ่ ม่อื นำมาผสมกัน มตี ะกอนสขี าวเกิดข้ึน แสดง
วา่ มสี ารใหมเ่ กิดขน้ึ )
– สารผสมระหว่างน้ำส้มสายชูกับผงฟูเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีหรือไม่ สังเกตจากอะไร
(แนวคำตอบ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี สังเกตจากก่อนนำสารมาผสมกัน น้ำส้มสายชูเป็นของเหลวใส
และมีกลิ่นฉุน ส่วนผงฟูเป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่น แต่เมื่อนำมาผสมกัน มีฟองแก๊สเกิดขึ้น และมีกล่ิน
นำ้ ส้มสายชู แสดงว่ามีสารใหม่เกดิ ขน้ึ )
– สารผสมระหว่างแอมโมเนียมคลอไรด์กับปนู ขาวเกิดการเปลยี่ นแปลงทางเคมีหรือไม่ สงั เกต
จากอะไร (แนวคำตอบ เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมี สังเกตจากก่อนนำสารมาผสมกัน แอมโมเนียมคลอ