The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสสาร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by bam43110, 2022-10-20 04:06:00

หน่วยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสสาร

หน่วยที่ 3 การเปลี่ยนแปลงของสสาร

86

ไรด์เป็นเกล็ดสีขาวขุ่น ไม่มีกลิ่น และผิวภาชนะมีอุณหภูมิปกติ ส่วนปูนขาวเป็นผงสีขาวอมเทา ไม่มีกล่ิน
และผิวภาชนะมีอุณหภูมิปกติ แต่เม่อื นำมาผสมกนั เกดิ กอ้ นของแข็งสีขาว มีละอองน้ำเกาะบนผิวภาชนะที่
ใสส่ าร มีกลิน่ ฉนุ แสบจมูก และผิวภาชนะมีอุณหภมู ิลดลง แสดงว่ามสี ารใหมเ่ กิดขน้ึ )

– ลักษณะใดที่ระบุได้ว่ามีการเปล่ียนแปลงทางเคมีเกิดขึน้ เมื่อนำสารมาผสมกัน (แนวคำตอบ
การเกิดฟองแก๊ส การเปลี่ยนสี การเกิดตะกอน การเกิดฟองแก๊ส การเกิดกลิ่น และการเปลี่ยนแปลงของ
อณุ หภูมิ)

(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า การ
เปลี่ยนแปลงทางเคมีสามารถสังเกตได้จากลักษณะบางประการของสารใหม่ที่เปลี่ยนไป เช่น การเกิด
ตะกอน การเกดิ ฟองแกส๊ การเปลยี่ นสี การเกิดกล่นิ และการเปลย่ี นแปลงของอณุ หภูมิ

4) ขน้ั ขยายความรู้ (Elaboration)
ครูอธิบายเรื่องน่ารู้ เรื่องการฟูของขนม ให้นักเรียนเข้าใจว่า ในส่วนผสมของขนมเค้กหรือขนม

ถ้วยฟูจะมีสารที่เมื่อนำไปให้ความร้อนจะเกิดปฏิกิริยาได้สารใหม่ คือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งแก๊ส
คาร์บอนไดออกไซดจ์ ะแทรกตามเนื้อเคก้ หรือขนมถว้ ยฟทู ำใหเ้ นื้อเค้กและขนมฟูขนึ้

5) ขัน้ ประเมนิ (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพิจารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างที่

ยังไมเ่ ข้าใจหรอื ยังมขี อ้ สงสัย ถ้ามี ครชู ่วยอธิบายเพิม่ เติมให้นกั เรียนเข้าใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัตกิ ิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข

อยา่ งไรบา้ ง
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม

และการนำความร้ทู ่ีไดไ้ ปใชป้ ระโยชน์
(4) ครูทดสอบความเข้าใจของนกั เรียนโดยการใหต้ อบคำถาม เช่น
– เมื่อผสมผงฟูกับน้ำส้มสายชูจะเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีขึ้นหรือไม่ ลักษณะใด (แนว

คำตอบ เกิดการเปลย่ี นแปลงทางเคมเี กิดข้ึน โดยมีฟองแก๊สเกดิ ขน้ึ )
– ถ้าต้องการทราบว่า เมื่อนำสาร 2 ชนิดมาผสมกันแล้วเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเคมีหรือไม่

ควรสังเกตจากสิ่งใด (แนวคำตอบ สังเกตจากการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึน้ โดยสังเกตว่ามีการเปลี่ยนแปลงท่ี
แตกต่างไปจากเดิมหรือไม่ เช่น การเกิดตะกอน การเกิดฟองแก๊ส การเปลี่ยนสี การเกิดกลิ่น และการ
เปลี่ยนแปลงของอุณหภูม)ิ

ขัน้ สรปุ

87

ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเกี่ยวกับลักษณะของการเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยร่วมกันเขียนเป็น
แผนท่คี วามคิดหรอื ผังมโนทศั น์

10. ส่ือการเรยี นรู้
1. ไมข้ ดี ไฟ
2. ใบกิจกรรม สังเกตลักษณะของการเปลีย่ นแปลงทางเคมี
3. คมู่ อื การสอน วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5
4. ส่ือการเรยี นรู้ PowerPoint รายวิชาพื้นฐาน วิทยาศาสตร์ ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5
5. แบบฝกึ ทกั ษะรายวิชาพ้นื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5
6. หนังสือเรียนรายวิชาพืน้ ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 5

11. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P)
จิตวทิ ยาศาสตร์ (A)
1. ประเมินทักษะ
1. ซกั ถามความรู้เร่อื ง ลักษณะของ 1. ประเมินเจตคติทาง กระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์โดยใช้แบบวัด
การเปลีย่ นแปลงทางเคมี วิทยาศาสตรเ์ ปน็ รายบุคคล ทกั ษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์
2. ตรวจชิ้นงานหรือภาระงานของ โดยการสังเกตและใชแ้ บบวัด
2. ประเมินทักษะการคิดโดย
กิจกรรมฝึกทักษะระหว่างเรยี น เจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ การสงั เกตการทำงานกล่มุ

2. ประเมนิ เจตคตติ ่อ 3. ประเมนิ ทักษะการ
แก้ปัญหาโดยการสงั เกต
วิทยาศาสตรเ์ ป็นรายบุคคล การทำงานกลมุ่

โดยการสังเกตและใชแ้ บบวัด 4. ประเมนิ พฤตกิ รรมในการ
ปฏิบัติกิจกรรมเป็น
เจตคตติ ่อวทิ ยาศาสตร์ รายบคุ คลหรอื รายกลุ่มโดย
การสงั เกตการทำงานกลุ่ม

12. บนั ทึกผลหลงั การจัดการเรียนรู้

88

12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นกั เรียนจำนวน 139 คน
ผา่ นจดุ ประสงค์การเรียนรู้ 138 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 99
ไม่ผา่ นจุดประสงค์การเรยี นรู้ 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1
นกั เรยี นนีไ่ มผ่ า่ น มีดงั น้ี
1. เป็นเด็กพิเศษ
แนวทางแก้ไขนักเรยี นท่ีไมผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
มีห้องเรียนพิเศษท่ีเหมาะกับการเรียนร้ขู องเดก็ ใหเ้ รียน
2. นกั เรยี นมคี วามรคู้ วามเข้าใจ (K)
มคี วามรคู้ วามเข้าใจแนวทางการจดั การเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์ เจตคตติ ่อวิชาวิทยาศาสตร์ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการวัดและประเมนิ ผลวชิ าวิทยาศาสตร์
3. นกั เรยี นมีความรู้เกดิ ทกั ษะ (P)
ส่อื สารและนำความรูค้ วามเข้าใจเจตคติตอ่ วิชาวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรไ์ ปใช้ในชวี ติ ประจำวันได้
4. นักเรยี นมเี จตคติ คา่ นยิ ม คุณธรรมจรยิ ธรรม (A)
ช้แี จงเจตคติทมี่ ีต่อวิทยาศาสตรไ์ ด้

12.2 ปญั หา อุปสรรค และแนวทางแกไ้ ข
ยังไมร่ ้จู กั กับเดก็ และไม่สามารถคุมเดก็ ได้เทา่ ท่ีควร

12.3 ข้อเสนอแนะ
-

ลงชื่อ จิราภรณ์ มณจี ันทร์
(นางสาวจริ าภรณ์ มณจี นั ทร์)
ตำแหนง่ นักศึกษาฝกึ ประสบการวิชาชพี ครู

89

90

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่ 39

สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวิชา วิทยาศาสตร์ รหัสวิชา ว15101

ช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2565

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 3 เรื่อง ลกั ษณะของการเปล่ียนแปลงทางเคมี (2) เวลา 1

ชว่ั โมง

ครูผูส้ อน นางสาวจิราภรณ์ มณีจันทร์

**********************************************************************************

1. มาตรฐานการเรียนรู้

มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ

สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ

สสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี

2. ตวั ชี้วดั ช้นั ปี
1. วิเคราะหก์ ารเปล่ียนแปลงของสารเมอ่ื เกิดการเปลีย่ นแปลงทางเคมี โดยใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจักษ์

(ว 2.1 ป. 5/3)
2. วิเคราะห์และระบุการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับได้และการเปลี่ยนแปลงที่ผันกลับไม่ได้ (ว 2.1 ป.

5/4)

3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
1. ระบลุ ักษณะของการเปลี่ยนแปลงทางเคมไี ด้ (K)
2. มีความสนใจใฝร่ ้หู รืออยากรอู้ ยากเหน็ (A)
3. ทำงานร่วมกับผู้อ่นื อยา่ งสร้างสรรค์ (A)
4. สือ่ สารและนำความรเู้ รอ่ื งลักษณะของการเปลี่ยนแปลงทางเคมีไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันได้ (P)

4. สาระสำคญั
การเปล่ียนแปลงทางเคมีสังเกตไดจ้ ากการเกิดฟองแก๊ส การเปล่ยี นสี การเกิดตะกอน การเกิดกลิ่น

และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ

5. สาระการเรียนรู้
การเปลยี่ นแปลงทางเคมี

6. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

91

1. มวี ินยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งมนั่ ในการทำงาน
4. มจี ิตวทิ ยาศาสตร์

7. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รียน
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

8. ชิ้นงานหรือภาระงาน
สำรวจการเปลี่ยนแปลงทางเคมี

9. การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
ข้ันนำเขา้ สบู่ ทเรยี น

1) ครูให้นักเรยี นทบทวนผลการปฏบิ ัติกิจกรรมสงั เกตลักษณะของการเปล่ียนแปลงทางเคมโี ดยให้
ตัวแทนนักเรียน 2 คนมาอธิบายถึงลักษณะที่สังเกตได้เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงทางเคมี (แนวคำตอบ สาร
ผสมระหว่างสารละลายน้ำปูนใสกับสารละลายผงฟูมตี ะกอนสีขาวเกิดขึ้น สารผสมระหว่างนำ้ สม้ สายชูกบั
ผงฟมู ฟี องแกส๊ เกดิ ขนึ้ และมีกล่ินน้ำส้มสายชู และสารผสมระหว่างแอมโมเนียมคลอไรดก์ ับปนู ขาวเกิดก้อน
ของแข็งสีขาว มลี ะอองน้ำเกาะบนผิวภาชนะทีใ่ ส่สาร มีกลน่ิ ฉนุ แสบจมกู และผิวภาชนะมอี ณุ หภมู ลิ ดลง)

2) นกั เรียนรว่ มกนั ตอบคำถามและแสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับคำตอบ เพ่อื เช่ือมโยงไปสู่การเรียนรู้
เรอ่ื ง ลกั ษณะของการเปลีย่ นแปลงทางเคมี

ขนั้ จัดกจิ กรรมการเรียนรู้
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Process) ร่วมกับแบบกลับ

ด้าน ชน้ั เรยี น (flipped classroom) ซง่ึ มีขัน้ ตอนดังน้ี

1) ข้นั สรา้ งความสนใจ (Engagement)
(1) ครถู ามคำถามนักเรยี นเพื่อกระตุ้นความสนใจ เชน่
– ถา้ เราทงิ้ แกงกะทไิ ว้นอกต้เู ยน็ 1 คนื นกั เรียนคดิ ว่าวนั ต่อมาแกงกะทจิ ะเปล่ียนแปลงหรือไม่

อย่างไร (แนวคำตอบ เปลีย่ นแปลง โดยแกงกะทิจะบดู )
– นักเรียนสังเกตการเปลี่ยนแปลงจากสิ่งใด (แนวคำตอบ แกงกะทิมีฟองแก๊สเกิดขึ้นและมี

กลิน่ เหมน็ )
(2) นกั เรียนร่วมกันอภิปรายหาคำตอบเกย่ี วกบั คำถามตามความคดิ เห็นของแต่ละคน

92

2) ขนั้ สำรวจและค้นหา (Exploration)
(1) ครูให้นักเรียนศึกษาเรื่อง การเปลี่ยนแปลงทางเคมีของสาร โดยครูช่วยอธิบายให้นักเรียน

เข้าใจว่า การเปลี่ยนแปลงทางเคมีสังเกตได้จากลักษณะที่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งในบางกรณีต้องสังเกต
ลักษณะตา่ งๆ ควบคกู่ นั ไป จึงจะสรุปไดว้ า่ มีการเปล่ยี นแปลงทางเคมีเกิดขึ้น

(2) ครูให้นักเรียนสำรวจการเปลี่ยนแปลงทางเคมีในบริเวณโรงเรียน พร้อมกับระบุลักษณะของ
การเปลีย่ นแปลงทางเคมี แล้วจำแนกเปน็ การเปลย่ี นแปลงทางเคมที ีเ่ กิดประโยชน์และเกดิ โทษ

(3) ครูคอยแนะนำช่วยเหลือนักเรียนขณะปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเดินดูรอบ ๆ บริเวณที่นักเรียน
สำรวจและเปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นทุกคนซกั ถามเมื่อมีปัญหา

3) ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
(1) นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนำเสนอผลการปฏบิ ตั ิกจิ กรรมหน้าห้องเรียน
(2) ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายผลจากการปฏิบตั ิกจิ กรรม โดยใชแ้ นวคำถาม เชน่
– การเปลย่ี นแปลงทางเคมลี ักษณะใดเกดิ ขึน้ มากท่ีสดุ (แนวคำตอบ การเกิดกลิ่น)
– การเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่เกิดประโยชน์มีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ การสุกของอาหารและ

การกำจดั คราบของนำ้ ยาลา้ งห้องน้ำ)
– การเปลี่ยนแปลงทางเคมีที่เกิดโทษมีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ การเกิดสนิมและการบูดของ

อาหาร)
(3) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยครูเน้นให้นักเรียนเข้าใจว่า การ

เปลี่ยนแปลงทางเคมีสามารถสังเกตได้จากลักษณะต่าง ๆ เช่น การเกิดฟองแก๊ส การเปลี่ยนสี การเกิด
ตะกอน การเกิดกลิ่น และการเปลย่ี นแปลงของอณุ หภมู ิ

4) ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)
(1) ครูใหน้ กั เรียนเล่นเกม คน้ หาคำศัพท์ จากหวั ขอ้ สนุกทำ สนุกคิด กบั วิทยาศาสตร์ ตามทก่ี ำหนด
(2) นักเรียนค้นคว้าคำศัพท์ภาษาต่างประเทศเกี่ยวกับลักษณะของการเปลี่ยนแปลงทางเคมี จาก

หนังสือเรียนภาษาต่างประเทศหรืออินเทอร์เน็ต และนำเสนอให้เพื่อนในห้องฟัง คัดคำศัพท์พร้อมทั้งคำ
แปลลงสมดุ สง่ ครู

5) ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
(1) ครูให้นักเรียนแต่ละคนพจิ ารณาว่า จากหัวข้อที่เรียนมาและการปฏิบัติกิจกรรม มีจุดใดบ้างท่ี

ยังไมเ่ ข้าใจหรือยงั มีข้อสงสยั ถ้ามี ครูช่วยอธบิ ายเพิ่มเติมใหน้ กั เรียนเขา้ ใจ
(2) นักเรียนร่วมกันประเมินการปฏิบัติกิจกรรมกลุ่มว่ามีปัญหาหรืออุปสรรคใด และได้มีการแก้ไข

อยา่ งไรบ้าง

93

(3) ครูและนักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประโยชน์ที่ได้รับจากการปฏิบัติกิจกรรม
และการนำความรทู้ ีไ่ ด้ไปใช้ประโยชน์

(4) ครทู ดสอบความเข้าใจของนักเรียนโดยการใหต้ อบคำถาม เช่น
– นักเรียนมีวิธีสังเกตอาหารบูดอย่างไร (แนวคำตอบ สังเกตว่ามีฟองแก๊สหรือมีกลิ่นเหม็น

หรือไม่)
– นักเรยี นมวี ิธสี ังเกตน้ำเสียในคลองอย่างไร (แนวคำตอบ สังเกตวา่ มีกล่ินเหม็นหรือสีของน้ำ

เปลี่ยนไปหรือไม่)

ขั้นสรปุ
1) ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปเก่ียวกับลักษณะของการเปลี่ยนแปลงทางเคมี โดยร่วมกันเขียนเป็น

แผนที่ความคดิ หรือผังมโนทัศน์
2) ครูดำเนินการทดสอบหลังเรียน โดยให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน เพ่อื วดั ความก้าวหน้า/

ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 3 ของนักเรียน
3) ครูเชื่อมโยงเนื้อหาจากบทเรียนนี้กับบทเรียนชั่วโมงหน้า เพื่อให้นักเรียนเตรียมความพร้อมใน

การเรยี นชว่ั โมงตอ่ ไป โดยการใช้คำถามกระตนุ้ ดงั น้ี
– น้ำนำมาใช้ประโยชนใ์ นการทำเป็นตัวทำละลาย นกั เรยี นคดิ วา่ เราสามารถนำน้ำจากแหล่ง

นำ้ แต่ละแหล่งมาใช้ประโยชนไ์ ดเ้ ทา่ กันหรือไม่ (แนวคำตอบ ไม่เท่ากัน)
4) ครูมอบหมายให้นักเรียนไปศึกษาค้นคว้าเน้ือหาของบทเรียนชั่วโมงหน้า เพื่อจัดการเรียนรู้ครง้ั

ต่อไป โดยให้นักเรยี นศกึ ษาค้นควา้ ลว่ งหนา้ ในหัวข้อความสำคญั ของน้ำ
5) ครูให้นักเรียนเตรียมประเด็นคำถามที่สงสัยมาอย่างน้อยคนละ 1 คำถาม เพื่อนำมาอภิปราย

ร่วมกนั ในหอ้ งเรยี นครง้ั ตอ่ ไป

10. ส่ือการเรียนรู้
1. แบบทดสอบหลังเรียน
2. หนังสือเรียนภาษาตา่ งประเทศหรอื อินเทอร์เนต็
3. ค่มู อื การสอน วิทยาศาสตร์ ชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 5
4. สือ่ การเรยี นรู้ PowerPoint รายวิชาพ้นื ฐาน วิทยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
5. แบบฝกึ ทกั ษะรายวิชาพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 5
6. หนังสือเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5

94

11. การวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้

ดา้ นความรู้ (K) ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรมและ ดา้ นทกั ษะ/กระบวนการ (P)
จิตวิทยาศาสตร์ (A)
1. ประเมินทักษะการคดิ โดย
1. ซกั ถามความรเู้ รอ่ื ง ลักษณะของ 1. ประเมินเจตคติทาง การสงั เกตการทำงานกล่มุ

การเปลีย่ นแปลงทางเคมี วทิ ยาศาสตรเ์ ป็นรายบคุ คล 2. ประเมนิ พฤติกรรมในการ
ปฏิบตั ิกิจกรรมเปน็
2. ตรวจชน้ิ งานหรือภาระงานของ โดยการสังเกตและใชแ้ บบวัด รายบคุ คลหรอื รายกลุ่มโดย
การสังเกตการทำงานกล่มุ
กจิ กรรมฝกึ ทักษะระหวา่ งเรียน เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์

3. ทดสอบหลงั เรยี นโดยใช้ 2. ประเมนิ เจตคติต่อ

แบบทดสอบหลังเรยี น วทิ ยาศาสตร์เป็นรายบุคคล

โดยการสงั เกตและใชแ้ บบวัด

เจตคติต่อวทิ ยาศาสตร์

95

12. บนั ทึกผลหลงั การจดั การเรยี นรู้
12.1 สรุปผลหลงั การจัดการเรียนรู้
1. นักเรียนจำนวน 139 คน
ผา่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 138 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 99
ไมผ่ า่ นจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ 1 คน คิดเป็นรอ้ ยละ 1
นกั เรียนนี่ไมผ่ า่ น มีดังน้ี
1. เปน็ เด็กพิเศษ
แนวทางแก้ไขนักเรียนทีไ่ มผ่ ่านจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
มหี ้องเรยี นพิเศษท่เี หมาะกับการเรยี นรขู้ องเดก็ ใหเ้ รียน
2. นกั เรยี นมีความรู้ความเข้าใจ (K)
มคี วามรู้ความเข้าใจแนวทางการจดั การเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ เจตคตติ ่อวิชาวิทยาศาสตร์ ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ และการวัดและประเมินผลวิชาวิทยาศาสตร์
3. นกั เรียนมคี วามรู้เกดิ ทักษะ (P)
สอ่ื สารและนำความรคู้ วามเขา้ ใจเจตคตติ อ่ วชิ าวิทยาศาสตรแ์ ละทักษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตรไ์ ปใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้
4. นกั เรยี นมีเจตคติ ค่านิยม คณุ ธรรมจริยธรรม (A)
ชแี้ จงเจตคติทม่ี ีตอ่ วทิ ยาศาสตร์ได้

12.2 ปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแกไ้ ข
ยงั ไม่ร้จู ักกับเด็ก และไมส่ ามารถคมุ เดก็ ได้เท่าที่ควร

12.3 ขอ้ เสนอแนะ
-

ลงชื่อ จริ าภรณ์ มณีจันทร์
(นางสาวจิราภรณ์ มณีจันทร์)
ตำแหนง่ นักศกึ ษาฝกึ ประสบการวชิ าชีพครู

96

97

แผนกำรจดั กำรเรยี นรู้ที่ 40

สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รายวชิ า วิทยาศาสตร์ รหสั วิชา ว15101

ช้ันประถมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศกึ ษา 2565

เรื่อง การทดสอบกลางปี เวลา 1 ช่วั โมง

ครูผ้สู อน นางสาวจริ าภรณ์ มณีจันทร์

**********************************************************************************

นักเรียนทำแบบทดสอบการทดสอบกลางภาค


Click to View FlipBook Version