The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นวัตกรรม (วิชาคณิตศาสตร์ )(1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suthita Chanprapai, 2024-02-28 05:06:47

นวัตกรรม (วิชาคณิตศาสตร์ )(1)

นวัตกรรม (วิชาคณิตศาสตร์ )(1)

นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ (Learning Innovation Management) นวัตกรรม : วิธีการแบบเปิ ด (Open Approach) คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Faculty of Education Elementary Education Northeastern University


นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้(Learning Innovation Management) นวัตกรรม : วิธีการแบบเปิ ด (Open Approach) เสนอ ผู้ช่วยศาสตราจารย์สมหวัง นิลพันธ์ จัดท าโดย 1.นายวิศรุต บุษบก 6494110032 2.นายตะวัน ฤทธิสิทธิ์ 6494110049 3.นายสาวสุพัตรา กายสี 6494110057 4.นางสาวกมลวรรณ ชาวัตร 6494110070 5.นางสาวสุธิตา ชาญประไพ 6494110073 คณะศึกษาศาสตร์ สาขาวิชาการประถมศึกษา มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ Faculty of Education Elementary Education Northeastern University


ค าชี้แจง เอกสารเล่มน้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวิชา ED 13311 การสัมมนาการประถมศึกษา ที่ไดจ้ดัทา หรือพฒันาข้ึน เพื่อเป็นคู่มือส าหรับบุคลากรทางการศึกษาและผู้ที่สนใจที่จะศึกษา โดยใช้รูปแบบวิธีการแบบเปิ ด Open Approach


ค าน า การจัดท ารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้นวัตกรรมวิธีการแบบเปิ ด open approach เอกสารฉบบัน้ีเป็น ส่วนหนึ่งของรายวิชา ED 13311 การสัมมนาการประถมศึกษา จะทา เอกสารนวตักรรมการเรียนรู้ฉบบัน้ี ข้ึนมาเพื่อเป็นคู่มือส าหรับบุคลากรทางการศึกษาซ่ึงเป็นนวตักรรมที่ไดผ้่านการทดลองใชใ้นรูปแบบ งานวิจัยส่งผลในเชิงประจักษ์ต่อนักเรียนอย่างเด่นชัดและเพื่อให้ครูผู้สอนใช้เป็นแนวทางในการท าความ เข้าใจและได้น านวัตกรรมไปใช้ในการเรียนการสอนตามหลกัสูตรการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน คณะผูจ้ดัทา ไดเ้รียบเรียงขอ้มูลรูปแบบของนวตักรรมโดยสรุปเพื่อสามารถนา ไปใชไ้ดง้่ายพร้อมท้งั ยกตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้และหน่วยการเรียนรู้โดยใช้วิธีการแบบเปิ ด open approach ประกอบภายใน เอกสารฉบบัน้ีเพื่อให้ผูส้นใจไดร้ับความรู้ความเขา้ใจอย่างยิ่งเอกสารเล่มน้ีจะช่วยทบทวนความเขา้ใจให้ ชดัเจนยิ่งข้ึน จนสามารถน าไปใช้ในการพัฒนาการเรียนการสอนของตนเองได้ผลที่ไดจ้ากเอกสารฉบบัน้ี ย่อมเกิดผลโดยตรงต่อตัวผู้สอนและผู้เรียนในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาการศึกษาต่อไป คณะผู้จัดท า


สารบัญ หน้า ค าชี้แจง ก ค าน า ข สารบัญ ค สารบัญตาราง ง เรื่อง นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการแบบเปิ ด (Open Approach) 1-3 ขั้นตอนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการแบบเปิ ด (Open Approach) 4 ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการแบบเปิ ด (Open Approach 5-37 ตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้จากงานวิจัย 38 โครงสร้างรายวิชาคณิตศาสตร์ 39-46 ตัวอย่างหน่วยการจัดการเรียนรู้ 47 ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ 48-52 - ใบงาน 53 - แบบบันทึกผลการเรียนรู้ 54-55 - แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 56 - แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีกการแบบเปิ ด (Open Approach) 57-58 บรรณานุกรม 59


สารบัญตาราง หน้า ตารางที่1 ผลการประเมินความสอดคล้อง(IOC)ของแผนการจัดการเรียนรู้ 24-33 ตารางที่2 ผลการประเมินของแบบทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญ 34-36 ตารางที่3 ผลการประเมินความยากง่ายของแบบทดสอบวัดทักษะการแก้โจทย์ปัญหา 37-38 ตารางที่4 ตัวอย่างชื่อหน่วยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้จากงานวิจัย 38 ตารางที่5 โครงสร้างรายวิชาคณิตศาสตร์ชั้น ป.1 39-46 ตารางที่6แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ 56 ตารางที่7แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีกการแบบเปิ ด (Open Approach) 57-58


นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการแบบเปิ ด (Open Approach) ในช่วงปี ค.ศ.1971-1976 (Shimada,1976; cf.,Becker & Shimada, 1997) ประเทศญี่ปุ่ นมีโครงการวิจัย และพฒันาเพื่อการประเมินทกัษะการคิดข้นัสูงแบบคณิตศาสตร์โดยใชป้ ัญหาปลายเปิดซ่ึงผลการวิจัย พบว่า ปัญหาปลายเปิ ด มีศักยภาพในการดึงกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียนออกมาได้อย่างหลากหลาย ซึ่งสามารถน าผู้เรียนไปสู่ การค้นพบสูตร กฎ หลักการทางคณิตศาสตร์ด้วยตัวเองของผู้เรียนเอง ในเวลา ต่อมา Nobuhiko Nohda ได้ใช้ปัญหาปลายเปิ ดและพัฒนาเป็นวิธีการสอนแบบใหม่ เรียกว่า วิธีการแบบ ปลายเปิ ด (Open-ended Approach) หลงัจากน้นัรองศาสตราจารย์ดร.ไมตรีอินทร์ประสิทธิ์ได้น ามาใช้ใน ช้นัเรียนคณิตศาสตร์ของไทยและพฒันาต่อเนื่องจนเป็นแนวทางการสอนแบบใหม่ซ่ึงเรียกว่าวิธีการแบบ เปิ ด (Open Approach) การเรียนรู้วิธีการแบบเปิ ด (Open Approach) เป็นวิธีการสอนหนึ่งที่เน้นผู้เรียนเป็น ส าคัญ ซึ่งการเรียนรู้เปิ ดโอกาสให้นักเรียนได้พบกับปัญหาหรือสถานการณ์ เพื่อให้นักเรียนเกิดกระบวนการ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ท าความเข้าใจกับปัญหาเพื่อให้ได้มาซึ่งค าตอบ จากการแก้ปัญหาที่หลากหลาย ค าตอบที่ได้อาจไม่ใช่ค าตอบเดียว เพราะวิธีการแบบเปิ ดเป็นการสอนที่ครูไม่ได้จ ากัดวิธีการคิดของผู้เรียน แต่ครูจะท าความเข้าใจกับแนวคิดหรือเหตุผลในการได้มาของค าตอบ เป็นวิธีการสอนที่นักเรียนต้องหา วิธีการแก้ปัญหาด้วยตัวผู้เรียนเอง ได้มีปฏิสัมพันธ์ในกลุ่มและระหว่างกลุ่ม ท าให้ผู้เรียนได้เข้าใจถึง กระบวนการสร้างความรู้ที่อาศัยการมีส่วนร่วม และสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเอง การจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้วิธีการแบบเปิ ดแบ่งเป็ น 4 ขั้นตอน ตามแนวคิดของ ไมตรี อินทร์ประสิทธิ์(2557) ดังนี้ 1.การน าเสนอปัญหาปลายเปิ ด 2.การเรียนรู้ด้วยตนเองของนักเรียน 3.การอภิปรายท้งัช้นัและการเปรียบเทียบ และ 4.การสรุปโดยเชื่อมโยงแนวคิดของนกัเรียนในช้นัเรียนที่เกิดข้ึน ซ่ึงจุดเด่นของข้นัตอนการจดัการเรียนรู้ ประการหนึ่งที่ใช้วิธีการแบบเปิ ด คือสามารถดึงเอากระบวนการทางคณิตศาสตร์ออกมาจากตัวนักเรียนได้ มาก และสามารถน านักเรียนไปสู่การค้นพบสูตร กฎ และหลักการทางคณิตศาสตร์ด้วยตนเอง อันเป็น การช่วยขยายความ “ความหมายของการเรียนรู้ด้วยตนเอง” ของนักเรียนที่เป็นรูปธรรมที่สุด


Tejima (1997) เป็นการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้ปัญหาปลายเปิ ด (Open-ended problems) ซึ่งเป็นปัญหาชนิดที่มีค าตอบ หรือมีแนวทางในการแก้ปัญหาได้หลากหลาย การ พิจารณาค าตอบ ของปัญหาปลายเปิ ดไม่ใช่ตัดสินเฉพาะความถูกผิดของค าตอบ หรือ ตัดสินโดย คนส่วนมากว่าถูกหรือผิดแต่จะมีการพิจารณาถึง เหตุผลว่ามีความสมเหตุสมผลมากน้อยเพียงใดการจัด กิจกรรมการเรียนการสอนที่เน้น การใช้ปัญหาปลายเปิ ดจึงเป็นกิจกรรมหนึ่ง ที่สามารถตอบสนองต่อ ความคิดที่หลากหลายของนักเรียนได้เนื่องจากกิจกรรมการเรียนการสอน ที่เน้นการใช้ปัญหาปลายเปิ ด สามารถจดักิจกรรมที่เป็นการบูรณาการเน้ือหาหลายๆ เรื่อง เขา้ไวใ้นกิจกรรมเดียวกนัได้ซ่ึงเป็นการจดัสรร เน้ือหาโดยการเนน้กิจกรรมให้สอดคลอ้งกบัเวลาที่มีอยู่นอกจากน้ีสื่อการสอนที่ใชจ้ะเป็นลกัษณะของการ ดึงเอากระบวนการคิดของนักเรียนออกมา ท าให้สามารถศึกษากระบวนการคิดของนักเรียนแต่ละคน และ ส่งเสริมให้มีการพฒันาดา้นการให้เหตุผลของนกัเรียนไดเ้ป็นอย่างดียิ่งอีกดว้ย วิจารณ์ พานิช (2557) กล่าวว่า Open Approachเป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ท าให้นักเรียนมีวิถีและ วิธีการเรียนรู้ที่แตกต่างหลากหลาย เป็นการพฒันาการเรียนรู้ของตนเองอย่างทวั่ถึงเต็มศกัยภาพของแต่ละ คน ผู้เรียนได้ยกระดับความรู้ และ ระดับการเรียนรู้ร่วมกันผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ท าให้เกิดการเรียนรู้ใน ระดับสูงเกิดสมรรถนะฝังลึกที่จะเรียนรู้แก้ปัญหาและสร้างสรรค์ในเรื่องและ ในเงื่อนไขที่ตนยังไม่เคยรู้จัก ได้ด้วยตนเองและโดยกระบวนการกลุ่มจนเกิดการเปลี่ยนแปลงภายในตนเอง (Transformative Learning) ร่วมกัน ซึ่งจะท าให้ผู้เรียนเกิด อุปนิสัยและความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต อันเป็นภารกิจหลัก ประการหนึ่ง ของโรงเรียนเพลินพัฒนาที่จะท าให้นักเรียนเป็นผู้มีความสามารถในการเรียนรู้ตลอดชีวิต สรุปได้ว่า วิธีการแบบเปิ ด (Open Approach) เป็นกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นให้นักเรียนได้ มีประสบการณ์หลากหลายกับปัญหาปลายเปิ ดที่มีลักษณะหลายๆค าตอบอันเกิดจากกระบวนการแก้ปัญหา หลากหลายวิธีที่นักเรียนคิดออกมาไม่ใช่ครูเป็นผู้บอกค าตอบเหมือนการเรียนการสอนในปัจจุบันที่มุ่งแต่ ผลลัพธ์ในการสอบแข่งขันขาดการจัดกระบวนการทางความคิดที่จะให้นักเรียนรู้จักคิดอย่างเป็นระบบ มี เหตุมีผล


บทบาทส าคัญของครูในการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบ Open Approach วิจารณ์ พานิช (2557) กล่าวว่าบทบาทส าคัญของครูในการจัดกระบวนการเรียนรู้แบบ Open Approach มีดังนี้ 1) เปิ ดประตูผู้เรียนสู่การเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วยตัวผู้เรียนเอง 2) ส่งเสริมดูแลเอาใจใส่ให้ผู้เรียนได้แก้ปัญหาและ/หรือสร้างสรรค์ ภายใต้เงื่อนไขของโจทย์อย่าง ทวั่ถึงและต่อเนื่องโดยการหล่อเล้ียงแรงขบัจบั ประเด็นต้งัคา ถามเพิ่มลดหรือปรับประสบการณ์สนบัสนุน อา นวยความสะดวกดูแลความเรียบร้อยแนะนา ช่วยเพิ่มลดหรือปรับทรัพยากรฯลฯเพื่อให้ผูเ้รียนไดน้า ความร้คูวามสามารถ ที่สะสมอยู่ออกมาใช้ให้มากที่สุดจนเกิดการสร้างความรู้ความสามารถชุดใหม่ข้ึน (constructionism) จากการลองผิดลองถูกเปลี่ยนมุมมองและหาทางให้ถึงที่สุดด้วยตนเอง(heuristics) และ พร้อมๆกนัน้ันครูยงัช่วยจดัวางวิธีบนัทึกความคิดความรู้สึกความเขา้ใจ บนัทึกวิธีการ บนัทึกผลลพัธ์ที่ สัมพันธ์กับวิธีการช่วยต้งัคา ถามช่วยต้งัประเด็นให้ผเู้รียน สังเกตเห็นและประเมินวิธีสร้างความเขา้ใจและ วิธีทา ของตนเองในการแกป้ ัญหาหรือการ สร้างสรรค์น้นัๆ(metacognition) 3) ประเมินผูเ้รียนในขณะเรียนรู้โดยการมีสตติ้งัใจฟังสังเกตและรู้สึกอย่างละเอียดอ่อนฉับไวและ แม่นยา เพื่อหยงั่ให้ถึงภาวะการนา ความรู้ความสามารถออกมาใช้ภาวะการสร้างความรู้ความสามารถชุด ใหม่แรงบันดาลใจวิถีการเรียนรู้วิธีการเรียนรู้ อาการเข้าใจ ขอบเขตและคุณภาพของความเข้าใจพลัง ความสามารถและ ข้อจ ากัดของผู้เรียนแต่ละคนในขณะที่ก าลังเรียนรู้ผ่านการแก้โจทย์ หรือการสร้างสรรค์ ภายใต้เงื่อนไขของโจทย์ เป็นการประเมินเพื่อ พัฒนาอย่างฉับพลันทันทีไม่ใช่การประเมินเพื่อตัดสิน 4) ตอบสนองต่อผลการประเมินน้นัอย่างเหมาะสมและทนัเวลาโดยการต้งัคา ถามจบั ประเด็นให้ ค าแนะน า ให้ตัวอย่างอ านวยความช่วยเหลือฯลฯที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคนอย่างสงบ มีสติในจังหวะที่ เหมาะสมทันท่วงทีเพื่อช่วยให้ผู้เรียนหลุดจากภาวะติดขัดหรือการเข้าใจผิดหรือช่วยให้ผู้เรียนเข้าสู่การ เรียนรู้ที่กวา้งขวางลึกซ้ึงมากข้ึนและดา เนินการแกป้ ัญหาหรือสร้างสรรคต์ ่อไปไดอ้ย่างราบรื่น 5) ขับเคลื่อนและปรับพฤติกรรมผู้เรียนด้วยวิธีการเชิงบวก เมื่อมีผู้เรียนบางคนที่ไม่อยู่ในภาวะพร้อม เรียนหรือติดขัดอย่างมากหรือมีพฤติกรรมที่ไม่ส่งเสริมการเรียนรู้ หรือรบกวนการเรียนรู้ของเพื่อน ครูจะ ขบัเคลื่อนและปรับพฤติกรรมผูเ้รียนน้นัดว้ยวิธีการเชิงบวก ท้งัน้ีเพื่อรักษาแรงจูงใจด้านบวกของผู้เรียนคน น้นัและรักษา บรรยากาศเชิงบวกของช้ันเรียนเอาไวใ้ห้ต่อเนื่อง


ขั้นตอนการสอนแบบวิธีการเรียนแบบเปิ ด (Open Approach) ยุพาพักตร์ สะเดา (2555) กล่าวว่าโดยการสอนแบบวิธีการเรียนแบบเปิ ด (Open Approach) นั้น มี ขั้นตอนดังนี้ 1. ขั้นน าเสนอปัญหาต่อชั้นเรียน โดยเน้นวิธีการแบบเปิ ด (Open Approach) ซึ่งมีลักษณะของการเปิ ด 3 ลกัษณะคือ กระบวนการเปิด (แนวทางการแกป้ ัญหาที่ถูกตอ้งน้นัมีหลายแนวทาง)ผลลพัธ์เปิด (คา ตอบ ถูกต้องหลายค าตอบ) แนวทางการพัฒนาเปิ ด (สามารถพัฒนาไปเป็นปัญหาใหม่ได้) เมื่อได้สถานการณ์ ปัญหาแล้วครูใช้ใบกิจกรรมให้นักเรียนท าในห้องเรียนโดยท าเป็นกลุ่ม ๆ 3 – 5 คน 2. ขั้นลงมือท ากิจกรรมและเรียนรู้ด้วยตนเอง (การน าเสนอแผนการสอนไปใช้) (Reaearch) เมื่อได้ ใบกิจกรรมนักเรียนในกลุ่มก็จะช่วยกันคิดหาวิธีของแต่ละคนเสร็จแล้วก็จะคุยกันในกลุ่มเพื่อหาข้อสรุปและ เหตุผลที่ไดค้า ตอบมาอย่างน้ีเพราะอะไรมีวิธีการอย่างไร เสร็จแลว้ก็จะนา เสนอหน้าช้นั ให้เพื่อนรับทราบถึง แนวความคิดของกลุ่ม 3. ขั้นอภิปรายและเปรียบเทียบร่วมกันทั้งชั้นเรียน (สะท้อนผลการอภิปรายเกี่ยวกับการสอน Lesson Discussion) เมื่อนกัเรียนไดค้า ตอบพร้อมกบัเหตุผลแนวคิดและวิธีหาคา ตอบก็จะนา เสนอหนา้ช้ันเรียน เพื่อให้เพื่อนไดร้ับทราบถึงวิธีการคิดของนักเรียน หลงัจากน้ันครูร่วมอภิปรายเพื่อพฒันาไปเป็นปัญหาใหม่ เพื่อน ามาพัฒนาต่อไป 4.ขั้นสรุปบทเรียนจากการเชื่อมโยงแนวคิดของนักเรียนที่เกิดขั้นในชั้นเรียน (การสรุปผลการเรียนรู้) (Consolidation of Learning) ข้นัสุดทา้ยของกิจกรรมที่ครูและนกัเรียนเรียนรู้ร่วมกนัเพื่อหาขอ้สรุปของ บทเรียนที่มีความเหมือนและแตกต่างในการหาค าตอบของแต่ละกลุ่มเพื่อที่จะสรุปเป็นแนวคิดร่วมกัน


ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้ แผนการจัดการเรียนรู้ รายวิชา คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 4การบวก ลบ คูณ หารจ านวนนับ เวลา 11 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การสร้างโจทย์ปัญหา เวลา 2 ชั่วโมง ผู้สอน : นางสาวศุภมาศ แก้มมณี สอนวันที่ ..... เดือน......................พ.ศ. ................ภาคเรียน………………………… _____________________________________________________________________________________ 1.มาตรฐานการเรียนรู้ ค 1.1 เขา้ใจความหลากหลายของการแสดงจา นวนการดา เนินการของจา นวนผลที่เกิดข้ึนจากการดา เนินการ สมบัติของการด าเนินการและน าไปใช้ ตัวชี้วัด ป. 4/12 สร้างโจทย์ปัญหา 2ข้นัตอนของจา นวนนบัและ0 พร้อมท้งัหาคา ตอบ 2.สาระส าคัญ 1. การสร้างโจทย์ปัญหาจากประโยคสัญลักษณ์ ควรค านึงถึงความเป็นไปได้ และความสมเหตุสมผลระหว่าง สถานการณ์กับจ านวน 2. การสร้างโจทยป์ ัญหาจากภาพ เป็นการนา ขอ้มูลจากภาพมาสร้างสถานการณ์โดยอาจเพิ่มเติมขอ้มูลอื่นที่ เกี่ยวขอ้งท้งัน้ีควรคา นึงถึงความเป็นไปได้ความเหมาะสม และความสมเหตุสมผลของสถานการณ์ 3.จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม 1. สร้างโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน 2ข้นัตอน 3.1ความรู้ 1. การหาผลลัพธ์จากโจทย์การบวก ลบ คูณ หารระคน 3.1ทักษะ/กระบวนการ 1. การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์


2. การเชื่อมโยง 3. การให้เหตุผล 4. การคิดสร้างสรรค์ 3.3คุณลักษณะ/เจตคติ 1. ใฝ่เรียนรู้ 2.ต้งัใจเพียรพยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ 4.สมรรถนะที่ส าคัญ 1. ความสามารถในการสื่อสาร สื่อการเรียนรู้ 5.สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1. อุปกรณ์ กระดาษ และปากกาสี 2. หนังสือเรียนคณิตศาสตร์ ป.4 3. ใบกิจกรรมที่ 9 สร้างโจทย์ปัญหาจากภาพ 4. แบบฝึ กทักษะที่ 9เรื่อง การสร้างโจทย์ปัญหาจากภาพ 5. ใบกิจกรรมที่ 10 สร้างโจทย์ปัญหาจากประโยคสัญลักษณ์ที่ก าหนดให้ 6. แบบฝึ กทักษะที่ 10 เรื่อง การสร้างโจทย์ปัญหาจากประโยคสัญลักษณ์ที่ก าหนดให้กิจกรรม/กระบวนการ เรียนรู้ 6.กิจกรรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้วิธีการแบบเปิ ด (Open Approach) ขั้นน าเสนอปัญหา (15 นาที) 1. ครูทบทวนเรื่องโจทยป์ ัญหากบันกัเรียนว่าว่าข้นัตอนการแกโ้จทยป์ ัญหาอย่างไรบา้ง 1. ขั้นท าความเข้าใจโจทย์ 2. ขั้นวางแผน 3. ขั้นด าเนินการตามแผน


4. ขั้นตรวจสอบ 2. ครูติดภาพบนกระดาน ดงัน้ี 3. ให้นักเรียนสังเกตจากภาพ ครูใช้ค าถาม ถาม- ตอบ - ภาพน้ีคือภาพอะไร (ร้านขายผลไม)้ - นกัเรียนเห็นอะไรบา้งในภาพน้ี(เห็นผลไมม้ี11อย่าง) 4. ให้นกัเรียนลองต้งัสร้างโจทยป์ ัญหาจากภาพการบวกลบ คุณ หารระคน โดยปรึกษากันเป็นกลุ่ม 5. ครูแจกใบกิจกรรมที่ 9ให้นกัเรียน สร้างโจทยป์ ัญหาจากภาพ ข้นัการเรียนรู้ดว้ยตนเองของนกัเรียน (20 นาที) 6. ให้นกัเรียนในกลุ่มช่วยกนัสร้างโจทยป์ ัญหาจากภาพพร้อมท้งัแสดงวิธีทา โจทยแ์ละหาคา ตอบที่ถูกตอ้ง และวาดรูปประกอบพร้อมตกแต่งให้สวยงาม ข้นันา เสนอแนวคิดและอภิปราย (15 นาที) 7. ครูเลือกนกัเรียนแต่ละกลุ่มออกมานา เสนอแนวคิดของตนเองหนา้ช้นัเรียนสรุปโดยการเชื่อมโยงแนวคิด ของนักเรียน (10 นาที) 8. ครูและนกัเรียนร่วมกนัสรุปช้นัเรียนเกี่ยวกบัการสร้างโจทยก์ารบวกลบ คุณ หารระคน ว่าการสร้างโจทย์ ปัญหาจากประโยคสัญลักษณ์ ควรค านึงถึงความเป็นไปได้ และความสมเหตุสมผลระหว่างสถานการณ์กับ จ านวน 9. หลงัจากน้นั ให้นกัเรียนทา แบบฝึกทกัษะที่9 เรื่องโจทยป์ ัญหา เป็นรายบุคคล ชวั่โมงที่2_


ขั้นน าเสนอปัญหา (15 นาที 1. ครูติดโจทย์ประโยคสัญลักษณ์ บนกระดาน ว่า 2. ครูและนกัเรียนร่วมกนัสร้างโจทยป์ ัญหา ตามข้นัตอน 1) ท าความเข้าใจโจทย์ 53,256+ (327 x ) = 2) วางแผนการแก้ปัญหา ซึ่งโจทย์เราสามารถสร้างโจทย์ปัญหาได้หลากหลาย ครู และนักเรียนร่วมกันช่วยแต่งประโยคให้สอดคล้องกับโจทย์ และวาดรูปบาร์โมเคล 3) ด าเนินการตามแผน แสดงวิธีท าและลงมือค านวณ 4) ตรวจสอบค าตอบ ช้นัการเรียนรู้ดว้ยคนเองของนักเรียน (20 นาที) 5. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่มปรึกษากัน ร่วมกันท ากิจกรรมที่ 10 ขั้นน าเสนอแนวคิดและอภิปราย (15 นาที) 6. ครูเลือกนกัเรียนแต่ละกลุ่มออกมานา เสนอแนวคิดของตนเองหนา้ช้นัเรียนสรุปโดยการเชื่อมโยงแนวคิด ของนักเรียน (10 นาที) 7.ครูและนกัเรียนร่วมกนัสรุปช้นัเรียนเกี่ยวกบัการสร้างโจทยป์ ัญหาการสร้างโจทยป์ ัญหาจากแนวคิดตอ้ง วิเคราะห์แนวคิดจากน้นัจึงสร้างโจทยป์ ัญหาการสร้างโจทย์ปัญหาจากภาพ เป็นการน าข้อมูลจากภาพมา สร้างสถานการณ์โดยอาจเพิ่มเติมขอ้มูลอื่นที่เกี่ยวขอ้งท้งัน้ีควรคา นึงถึงความเป็นไปได้ความเหมาะสม และ ความสมเหตุสมผลของสถานการณ์ 8. หลงัจากน้นั ให้นกัเรียนทา แบบฝึกทกัษะที่10 เรื่อง การสร้างโจทย์ปัญหาจากแนวคิดเป็นรายบุคคล 53,256+(327+18) =


7.การวัดและการประเมินผล การประเมินผล วิธีการวัดผล เครื่องมือวัดผล เกณฑ์การผ่าน 1.การประเมินผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 1.สร้างโจทย์ปัญหาการ บวก ลบ คูณ หาร ระคน 2ข้นัตอน สังเกตจากการท างาน และตรวจผลงานของ นักเรียน 1.ใบกิจกรรมที่ 9-10 2.แบบฝึ กทักษะที่ 9-10 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 2.ทักษะ/กระบวนการ ทักษะ/กระบวนการ 1.การสื่อสารและการ สื่อความหมายทาง คณิตศาสตร์ 2.การเชื่อมโยง 3.การให้เหตุผล 4.การคิดสร้างสรรค์ สังเกตจากการท างาน และตรวจผลงานของ นักเรียน 1.ใบกิจกรรมที่ 9-10 2.แบบฝึ กทักษะที่ 9-10 ผ่านเกณฑ์ร้อยละ 80 3.คุณลักษณะอันพึงประสงค์ คุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ข้อ 4 ใฝ่ เรียนรู้ ตวัช้ีวดั4.1 ต้งัใจเพียร พยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรม การเรียนรู้ สังเกตจากการท างาน และตรวจผลงานของ นักเรียน แบบสังเกตพฤติกรรม เขา้เรียนตรงเวลาต้งัใจ เรียน เอาใจใส่ในการ เรียนและมีส่วนร่วมใน การเรียนรู้และเข้าร่วม กิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ เป็นบางคร้ัง


บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ 1.การประเมินผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนตามจุดประสงค์การเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ 1.สร้างโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน 2 ข้นัตอน นกัเรียนท้งัหมด…………คน นักเรียนที่ผ่านเกณฑ์……….คน คิดเป็นร้อยละ………..คน นักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์………คน คิดเป็นร้อยละ………..คน เลขที่นักเรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์…………….. ขอ้คิดเห็นเพิ่มเติม ………………………………………………… ………………………………………………… ลงชื่อ……………………………ครูผู้สอน (นางสาวศุภมาศ แก้มมณี ) ความคิดเห็นของหัวหน้างานบริหารวิชาการ ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………….. ( ) หัวหน้างานบริหารวิชาการ ความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………………………….. ( ) ผู้อ านวยการโรงเรียนชุมชนบึงบา


ค าสั่ง ให้นักเรียนสร้างโจทย์ปัญหาระคน จากภาพที่ก าหนด โจทย์ ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ประโยคสัญลักษณ์ ……………………………………………………………………………………………………………….. ตอบ …………………………………………………………………………………………………………… ใบกิจกรรมที่ 9 เรื่อง การสร้างโจทย์ปัญหาจาก ภาพ


โจทย์ ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………… ประโยคสัญลักษณ์ ……………………………………………………………………………………………………………….. ตอบ …………………………………………………………………………………………………………… ชื่อ………………………………………………………ช้นั ประถมศึกษาปีที่……เลขที่………


คา สั่งจงสร้างโจทย์ปัญหาระคน จากประโยคสัญลักษณ์ที่ก าหนดให้ โจทย์ ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………….. ประโยคสัญลักษณ์ ……………………………………………………………………………………………………………….. ตอบ ……………………………………………………………………………………………………………….. โจทย์ ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………….. ประโยคสัญลักษณ์ ……………………………………………………………………………………………………………….. ตอบ ……………………………………………………………………………………………………………….. ใบกิจกรรมที่ 10 เรื่อง การสร้างโจทย์ปัญหาจากประโยคสัญลักษณ์ (250x12)+750 = (120 x 38)+(200 x 14) =


คา สั่งจงสร้างโจทยป์ ัญหาระคน จากประโยคสัญลกัษณ์ที่กา หนดให้ 1. 21,00+8 x 1,920 = โจทย์ ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………….. ประโยคสัญลักษณ์ ……………………………………………………………………………………………………………….. ตอบ ……………………………………………………………………………………………………………….. 2. (5,900+2,560) – 36 = โจทย์ ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………………………………………………… ……………………………………………………………………… ประโยคสัญลักษณ์ ……………………………………………………………………………………………………………….. ตอบ …………………………………………………………………………………………………………… ชื่อ………………………………………………………ช้นั ประถมศึกษาปีที่……เลขที่………


แบบทดสอบวัดทักษะการแก้โจทย์ปัญหาเรื่อง การบวก ลบ คูณ หารจ านวนนับ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 คา ช้ีแอง เลือกคา ตอบที่ถูกที่สุดเพียงคา ตอบเดียวแบบทดสอบคณิตศาสตร์มีท้งัหมด 30ข้อเวลา 90 นาที -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 1. (1,112+ 30) x (113-99) = ก. 15,988 ข. 15,968 ค. 15.950 ง. 15,900 2. (132 x 13) + (1,112 - 1,108) = ก. 428 ข. 429 ค. 430 ง. 431 3. (1,605 + 220) x (52 + 4) = ก. 23,725 ข. 23,718 ค. 23,711 ง. 23,700 4. (46,589 + 37,482) -53,678 = ก. 30,363


ข. 30,373 ค. 30,393 ง. 31,393 5. (958 × 45)-(227,585+23)= ก. 31,215 ข. 32,125 ค. 33,115 ง. 33,215 6. 618,703-4,105 x 104 = ก. 190,467 ข. 191,783 ค. 207,468 ง. 259,463 7.615,180-324,862+148,695 = ก. 326,413 ข. 402,563 ค. 439,013 ง. 502,693 8. 1,740 + 15 x 123 = ก. 14,268 ข. 15,695 ค. 15.962


ง. 19.526 9. 227,585 x 12 -2,536,499 = ก. 154,526 ข. 169,749 ค. 189,495 ง. 194,521 10.4,743 + 51 + 3,145 = ก. 3,039 ข. 3,238 ค. 4,326 ง. 5,695 11.1,782x31-(21,059+18.025)= ก. 16,158 ข. 18,934 ค. 20,636 ง. 22,362 12. 2,044 x 16- (19,150 + 6,437) = ก. 7,012 ข. 7,117 ค. 7,465 ง.8,500 13. 531,205-(9,254+5,450) ×27 =


14. (5,632 x 32) —8,075 + 19 = ก. 7,451 ข. 20,562 ค. 153,563 ง. 179,799 15. 5,432 - 14 x (144+ 12) = ก. 5,150 ข. 5,264 ค. 5,550 ง. 6,005 16. ครูมีดินสอ 18กล่อง กล่องละ 30แท่ง แจกเด็ก 15 คน จะได้คนละกีแท่ง ก. 34แท่ง ข. 35แท่ง ค. 36แท่ง ง. 37 แห่ง 17. ขายดอกบัว 1ก า มี 12 ดอก ราคา 18 บาท ถ้าขายดอกบัวไปทั้งหมด 6,720 ดอก จะได้เงินกี่บาทก. 10,070 บาท ข. 10,080 บาท ค. 10,090 บาท ง. 10,100 บาท 18. มีเงิน 1,250 บาท ซื้อเสื้อ 315 บาท เหลือใช้วันละ 85 บาท จะใช้ได้กี่วันก. 13วัน ข. 12วัน


ค. 11วัน ง. 10วัน โจทย์ต่อไปนี้ใช้ตอบค าถามข้อที่ 19-20 ขายข้าวสาร 350ถัง ราคาถังละ 250 บาท ถา้ซ้ือขา้วสารท้งัหมดเป็นเงิน 80,000 บาท ขายข้าวสารขาย ข้าวสารได้ก าไร วิธีท า ขายข้าวสาร 350 ถัง ราคาถังละ 250 บาท ขายข้าวสารได้เงิน ..........(19)....บาท ถา้ซ้ือขา้วสารท้งัหมดเป็นเงิน 80,000 บาท ขายข้าวสารขายข้าวสารได้ก าไร......(20)...... บาท ตอบ ขายข้าวสารขายข้าวสาร ได้ก าไร ๓.๕๐๐ บาท 19. ก. 350 x 250 = 87,500 ข. 350 + 80,000 = 80,350 ค. 80,000 + 250 = 80,250 ง. 80,000 - 350 = 79,650 20. ก. 350 x 250 = 87,500 ข. 350 + 80,000 = 80,350 ค. 80,000 + 250 = 80,250 ง. 80,000 - 350 = 79,650 21. จงหาค่าเฉลี่ยของ 18, 24, 24, 20, 22และ 36 ก. 24 ข. 26


A. 28 ง. 30 22. ข้อใดมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 45 ก. 51 42 40 44 45 48 ข. 62 58 43 41 36 42 ค. 35 82 21 39 28 71 ง. 95 22 18 38 55 60 23. นักวิ่งทีมชาติคนหนึ่ง ทดสอบเวลานการวิ่ง 100 เมตร จ านวน 6 ครั้ง ได้เวลาดังนี้ 10, 10, 11, 11, 12และ 12วินาที นักวิ่งคนนี้ใช้เวลาวิ่งเฉลี่ยครั้งละกี่วินาที ก. 10วินาที ข. 11วินาที ค. 11.5วินาที ง. 12วินาที 24. นักเรียนชั้นป. 4/2จ านวน 5 คน มีส่วนสูงดังนี้ 121 143 135 132 144 ส่วนสูงของนักเรียนทั้ง 5คนนี้มี ค่าเฉลี่ยเท่ากับข้อใด ก. 135 ข. 144 ค. 159 ง. 160 25. ค.ญ. อ้อม ออมเงินค่าขนมได้ดังนี้ วันจันทร์ 8 บาท วันอังคาร 6 บาท วันพุธ 5 บาท วันพฤหัสบดี 7บาท วันศุกร์ 9 บาท โดยเฉลี่ย ด.ญ. อ้อมออมเงินได้วันละเท่าไร ก. 6 บาท ข. 7 บาท


ค. 8 บาท ง. 9 บาท 26. ลดาแต่งโจทย์ปัญหา ดังนี้"ธนาคารหามูลค่าของทรัพย์สิน ทั้งหมด โดยการประเมินราคาดังนี้ บ้าน ราคาประเมิน 2,840,000 บาทรถยนต์ ราคาประเมิน 850,000 บาทหาว่าธนาคารประเมินมูลค่าของ ทรัพย์สินเป็ นจ านวนเท่าใด" ลดาแต่งโจทย์ปัญหาเป็ นเรื่องอะไร ก. โจทย์ปัญหาการบวก ข. โจทย์ปัญหาการลบ ค. โจทย์ปัญหาการคูณ ง. โจทย์ปัญหาการหาร 27. "อะไหล่รถยนต์ทั้งหมดมีต้นทุน มูลค่า 9,000,000 บาท เมื่อต้องการหาขอดคงเหลือของต้นทุนที่ เหลืออยู่มีสินค้าที่ขายไป จ านวน 500 ชิ้น โดยแต่ละชิ้นมีต้นทุน ชิ้นละ 2,400 บาท"จากโจทย์เขียนประโยค สัญลักษณ์ได้อย่างไร ก. 9,000,000 + (500 + 2,400) - D ข. 2,400 x (9,000,000 + 500) - 1 ค. 9,000,000 - (2,400 x 500) = I 3. (9,000,000+500)+2,400-口 28. นักท่องเที่ยวเดือนมกราคม ปี 2559 มาเที่ยวประเทศไทย ดังนี้ ชาวยุโรป จ านวน 200,000 คนชาวเอเชีย จ านวน 79,000 คน ในจ านวนนี้มีนักท่องเที่ยวที่พักอยู่ในเมืองไทย เป็ นเวลานานเกิน 15วันจ านวน 120,000 คน เป็ น โจทย์ปัญหาเรื่องอะไร ก. โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คุณ หารระคน ข. โจทย์ปัญหาการลบ ค. โจทย์ปัญหาการคูณ ง. โจทย์ปัญหาการหาร


29. "ร้านค้าแห่งหนึ่ง ยอดสั่งของจากลูกค้ามีดังนี้ สั่งเสื้อ จ านวน 1,000,000 ตัว ราคาตัวละ 300 บาท อุปกรณ์กีฬา หลายรายการ เป็ นจ านวนเงิน 3,000,000 บาท จงหาว่าลูกค้ารายนี้มียอดการสั่งซื้อจ านวน เท่าไร" จากโจทย์เขียนเป็ นประโยคสัญลักษณ์ได้อย่างไร ก. (1,000,000 x 300) + 3,000,000 = _ ข. (1,000,000 x 3,000,000) + 300 -0 ค. 300 - (1,000,000 x 3,000,000) = I J.(100,000 × 3,000,000)+3,000- 30. ข้อใดเป็ นโจทย์ปัญหารื่องการบวก ลบ คูณ หารระคน ก. รถยนต์เงินสดราคา 4,300,000 บาท และจ่ายเงินมัดจ างวดแรกเป็นจ านวนเงิน 2,150,000บาท หาว่าต้อง จ่ายเงินส่วนที่เหลือเป็นจ านวนเท่าใด ข. ซ้ือโทรศพัทเ์พื่อนา มาขายส่งราคาเครื่องละ 5,864 บาท จ านวน 2,500 เครื่อง ตอ้งจ่ายเงิน ท้งัหมดเป็น จ านวนเงินเท่าไร ค. ซ้ือคอมพิวเตอร์ราคา 48,000 บาท จ านวน 20 เครื่อง ตู้เย็นราคา 17,900 บาท จ านวน 2เครื่อง รวมแล้วต้อง จ่ายเงินเท่าไร ง. ซ้ือบา้นราคา 1,500,000 บาท และจา้งเหมาทา ร้ัวบา้นในราคา 920,000 บาท หาว่าตอ้งจ่ายเงินท้งัหมด เท่าไร


ผลการวิเคราะห์คุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย - ผลการประเมินความสอดคล้อง(IOC) เชิงเนื้อหาของแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่ม สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คุณ หารจ านวน นับ ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 - ผลการประเมินความสอดคล้อง (10C) แบบทดสอบวัดทักษะการแก้โจทย์ปัญหา คณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 - ผลการวิเคราะห์ค่าความยากง่าย (P) และค่าอ านาจจ าแนก (B) ของแบบทดสอบวัด ทักษะการแก้โจทย์ปัญหาคณิตศาสตร์ ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4


ผลการประเมินความสอดคล้อง ( IOC ) เชิงเนื้อหาของแผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารจ านวนนับ ส าหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 ล าดับ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ(คนที่) รวม ค่า IOC ความ หมาย 1 2 3 4 5 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การบวกลบ คูณ หารระคนแบบมีวงเล็บ 1 สาระการเรียนรู้สอดคล้อง กับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 2 จุดประสงค์การเรียนรู้ สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้และตัวชี้วัด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้มี ขั้นตอนกระบวนการ ครบถ้วนตามหลักการ จัดการเรียนรู้วิธีการแบบ เปิ ด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ด้วย ตนเอง +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงและ สรุปสร้างองค์ความรู้และ ด้วยตนเอง +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนมีอีกส่วนร่วมโดย ใช้วิธีการแบบเปิ ด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้


7 กิจกรรมการเรียนการสอน เป็ นไปตามล าดับขั้นตอน จากง่ายไปหายาก +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 8 สื่อการสอนมีความ เหมาะสมกับวัยและ ความสามารถของผู้เรียน +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 9 การวัดและประเมินผล สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้ตัวชี้วัดและ จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 10 การก าหนดชิ้นงาน พนักงานมีความเหมาะสม สอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้


ล าดับ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ(คนที่) รวม ค่า IOC ความ หมาย 1 2 3 4 5 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่องการบวกลบคูณหารและคนแบบไม่มีวงเล็บ 1 สาระการเรียนรู้สอดคล้อง กับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 2 จุดประสงค์การเรียนรู้ สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้และตัวชี้วัด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้มี ขั้นตอนกระบวนการ ครบถ้วนตามหลักการ จัดการเรียนรู้วิธีการแบบ เปิ ด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ด้วย ตนเอง +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงและ สรุปสร้างองค์ความรู้และ ด้วยตนเอง +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนมีอีกส่วนร่วมโดย ใช้วิธีการแบบเปิ ด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 7 กิจกรรมการเรียนการสอน เป็ นไปตามล าดับขั้นตอน จากง่ายไปหายาก +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 8 สื่อการสอนมีความ เหมาะสมกับวัยและ ความสามารถของผู้เรียน +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้


9 การวัดและประเมินผล สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้ตัวชี้วัดและ จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 10 การก าหนดชิ้นงาน พนักงานมีความเหมาะสม สอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้


ล าดับ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ(คนที่) รวม ค่า IOC ความ หมาย 1 2 3 4 5 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่องการบวกลบคูณหารและคนแบบมีวงเล็บและไม่มีวงเล็บ 1 สาระการเรียนรู้สอดคล้อง กับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 2 จุดประสงค์การเรียนรู้ สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้และตัวชี้วัด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้มี ขั้นตอนกระบวนการ ครบถ้วนตามหลักการ จัดการเรียนรู้วิธีการแบบ เปิ ด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ด้วย ตนเอง +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงและ สรุปสร้างองค์ความรู้และ ด้วยตนเอง +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนมีอีกส่วนร่วมโดย ใช้วิธีการแบบเปิ ด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 7 กิจกรรมการเรียนการสอน เป็ นไปตามล าดับขั้นตอน จากง่ายไปหายาก +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้


8 สื่อการสอนมีความ เหมาะสมกับวัยและ ความสามารถของผู้เรียน +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 9 การวัดและประเมินผล สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้ตัวชี้วัดและ จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 10 การก าหนดชิ้นงาน พนักงานมีความเหมาะสม สอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้


ล าดับ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ(คนที่) รวม ค่า IOC ความ หมาย 1 2 3 4 5 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง โจทย์ปัญหา 1 สาระการเรียนรู้สอดคล้อง กับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 2 จุดประสงค์การเรียนรู้ สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้และตัวชี้วัด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้มี ขั้นตอนกระบวนการ ครบถ้วนตามหลักการ จัดการเรียนรู้วิธีการแบบ เปิ ด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ด้วย ตนเอง +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงและ สรุปสร้างองค์ความรู้และ ด้วยตนเอง +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนมีอีกส่วนร่วมโดย ใช้วิธีการแบบเปิ ด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 7 กิจกรรมการเรียนการสอน เป็ นไปตามล าดับขั้นตอน จากง่ายไปหายาก +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 8 สื่อการสอนมีความ เหมาะสมกับวัยและ ความสามารถของผู้เรียน +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้


9 การวัดและประเมินผล สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้ตัวชี้วัดและ จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 10 การก าหนดชิ้นงาน พนักงานมีความเหมาะสม สอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้


ล าดับ รายการประเมิน ความคิดเห็นของ ผู้เชี่ยวชาญ(คนที่) รวม ค่า IOC ความ หมาย 1 2 3 4 5 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่องการหาค่าเฉลี่ย 1 สาระการเรียนรู้สอดคล้อง กับจุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 2 จุดประสงค์การเรียนรู้ สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้และตัวชี้วัด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 3 กิจกรรมการเรียนรู้มี ขั้นตอนกระบวนการ ครบถ้วนตามหลักการ จัดการเรียนรู้วิธีการแบบ เปิ ด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 4 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้ด้วย ตนเอง +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 5 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติจริงและ สรุปสร้างองค์ความรู้และ ด้วยตนเอง +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 6 กิจกรรมการเรียนรู้ส่งเสริม ให้ผู้เรียนมีอีกส่วนร่วมโดย ใช้วิธีการแบบเปิ ด +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 7 กิจกรรมการเรียนการสอน เป็ นไปตามล าดับขั้นตอน จากง่ายไปหายาก +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 8 สื่อการสอนมีความ เหมาะสมกับวัยและ ความสามารถของผู้เรียน +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้


9 การวัดและประเมินผล สอดคล้องกับมาตรฐานการ เรียนรู้ตัวชี้วัดและ จุดประสงค์การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้ 10 การก าหนดชิ้นงาน พนักงานมีความเหมาะสม สอดคล้องกับจุดประสงค์ การเรียนรู้ +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 ใช้ได้


ผลการประเมินความสูงของเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวัดทักษะการแก้โจทย์ปัญหากับ จุดประสงค์การเรียนรู้เรื่องการบวกลบ คูณ หารจ านวนนับของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 ข้อที่ คะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ ∑ IOC แปลผล 1 2 3 4 5 1 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 2 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 3 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 4 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 5 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 6 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 7 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 8 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 9 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 10 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 11 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 12 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 13 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 14 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 15 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 16 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 17 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 18 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 19 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 20 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 21 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 22 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 23 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 24 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 25 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 26 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง


27 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 28 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 29 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 30 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 31 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 32 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 33 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 34 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 35 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 36 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 37 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 38 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 39 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 40 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 41 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 42 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 43 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 44 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 45 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 46 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 47 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 48 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 49 +1 +1 +1 +1 +1 5 1.00 สอดคล้อง 50 +1 +1 +1 +1 +1 5 สอดคล้อง


ผลการประเมินความสอดคล้องเชิงเนื้อหาของแบบทดสอบวัดทักษะการแก้โจทย์ปัญหากับ จุดประสงค์การเรียนรู้เรื่องการบวกลบคูณหารจ านวนนับของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 4 ข้อที่ ค่าความยากง่าย(P) ค่าอ านาจจ าแนก(B) คุณภาพข้อสอบ 1 0.76 0.32 ปรังปรุงหรือตัดทิ้ง 2 0.84 0.38 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 3 0.68 0.59 ใช้ได้ 4 0.76 0.22 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 5 0.38 0.11 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 6 0.19 0.05 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 7 0.86 0.22 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 8 0.68 0.70 ใช้ได้ 9 0.65 0.32 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 10 0.76 0.22 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 11 0.46 0.55 ใช้ได้ 12 0.65 0.50 ใช้ได้ 13 0.35 0.60 ใช้ได้ 14 0.38 0.55 ใช้ได้ 15 0.46 0.65 ใช้ได้ 16 0.41 0.60 ใช้ได้ 17 0.65 0.60 ใช้ได้ 18 0.62 0.50 ใช้ได้ 19 0.78 0.19 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 20 1.00 0.05 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 21 0.24 0.16 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 22 0.41 0.52 ใช้ได้ 23 0.30 0.55 ใช้ได้ 24 0.24 0.27 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 25 0.14 0.16 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 26 0.59 0.60 ใช้ได้ 27 0.70 0.45 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง


28 0.62 0.55 ใช้ได้ 29 0.89 0.39 ปรับปรุงหรือตัดทิ้ง 30 0.65 0.55 ใช้ได้ 31 0.34 0.51 ใช้ได้ 32 0.45 0.52 ใช้ได้ 33 0.55 0.62 ใช้ได้ 34 0.50 0.53 ใช้ได้ 35 0.43 0.51 ใช้ได้ 36 0.42 0.52 ใช้ได้ 37 0.60 0.62 ใช้ได้ 38 0.55 0.55 ใช้ได้ 39 0.36 0.54 ใช้ได้ 40 0.45 0.55 ใช้ได้ 41 0.52 0.56 ใช้ได้ 42 0.53 0.66 ใช้ได้ 43 0.53 0.56 ใช้ได้ 44 0.41 0.65 ใช้ได้ 45 0.40 0.60 ใช้ได้ 46 0.40 0.50 ใช้ได้ 47 0.35 0.55 ใช้ได้ 48 0.60 0.54 ใช้ได้ 49 0.65 0.55 ใช้ได้ 50 0.50 0.55 ใช้ได้ คดัเลือกแบบทดสอบวดัทกัษะการแกโ้จทยป์ ัญหาเฉพาะขอ้ที่มีความยากง่ายต้งัแต่0.3ถึง 0.6 ซ่ึงเป็นค่า ความยากง่ายเหมาะสมไม่ยากหรือไม่ง่ายจนเกินไป ที่มีความสอดคล้องกับจุดประสงค์คัดเลือกข้อที่มีอ านาจ จา แนกต้งัแต่0.5ถึง 0.6 ซ่ึงเป็นขอ้ที่สามารถจา แนกนกัเรียนอ่อนและเก่งไดโ้ดยคดัเลือกแบบทดสอบน้ีเป็น จ านวน 30 ข้อ


ตัวอย่างหน่วยการจัดการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ ตัวอย่างหน่วยและแผนวิจัยกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ป.5และให้นักศึกษาเขียนหัวข้องที่ท าแผนวิจัย ตามตัวอย่าง ชื่อหัวข้อวิจัยของนักศึกษา : ศึกษาผลการเรียนรู้เรื่องการศึกษาความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์และเจตคติที่มีต่อ คณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปี ที่ 5 โดยใช้ รูปแบบการสอนแบบเปิ ด(Open Approach} วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1เพื่อศึกษาความคิดสร้างสรรค์ทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบเปิ ด(Open Approach} 2.เพื่อศึกษาเจตคติที่มีต่อคณิตศาสตร์ของนักเรียนที่เรียนด้วยวิธีการสอนแบบเปิ ด(Open Approach} หน่วยที่ 1เรื่องการน าเสนอข้อมูล จ านวน ชม. เครื่องวิจัย แผนที่1 เรื่อง การเก็บรวบรวมข้อมูลและ จ าแนกข้อมูล 1 1. แผนการจัดการเรียนรู้จ านวน 10 แผน ใช้เวลา 10 ชวั่โมง 2.เเบบวัดเจตคติที่มีต่อคณิตศาสตร์ 3.แบบบันทึกภาพสนามส าหรับบันทึกพฤติกรรมค าพูดและ วิธีคิดหาค าตอบในขณะที่นักเรียนท าการแก้ปัญหาที่เกิดจาก สถานการณ์ปัญหา 4.การบนัทึกวีดีโอและภาพนิ่งโดยใชโ้ปรแกรม Share X เนื่องจากต้องจัดการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์ผ่าน แอปพลิเคชนั่ 5.ผลงานนักเรียนได้แก่ชิ้นงานใบงานการจัดการเรียนรู้ด้วย วิธีการแบบเปิด open approachของนักเรียนแต่ละกลุ่ม โดย สะท้อนให้เห็นถึงกระบวนการคิดสร้างสรรค์ของนักเรียน แผนที่2การอ่านแผนภูมิแท่งที่มีการย่น ระยะ 1 แผนที่3การอ่านแผนภูมิแท่งที่มีการย่น ระยะ 1 แผนที่4 การเขียนแผนภูมิแท่งที่มีการย่น ระยะ 1 แผนที่ 5การการอ่านแผนภูมิแท่งที่มี การเปรียบเทียบ 1 แผนที่ 6การอ่านแผนภูมิแท่งที่มีการ เปรียบเทียบ 1 แผนที่7การเขียนแผนภูมิแท่งที่มีการ เปรียบเทียบ 1 แผนที่8การอ่านกราฟเส้น 1 แผนที่9 การอ่านกราฟเส้น แผนที่10 การเขียนกราฟเส้น 1 1 อ้างอิง: เจ้าของวิจัยอรรถพรเพชรวงค์(2565):มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์


โครงสร้างรายวิชา รหัสวิชา ค 13101 รายวิชา คณิตศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปี ที่ 3 เวลา 200 ชั่วโมง จ านวน 5.0 หน่วยกิต สัดส่วนคะแนน ระหว่างปี การศึกษา : ปลายปี =70 : 30


Click to View FlipBook Version