The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

นำวิชาวงจรดิจิตอล(2105-2007)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nungta23, 2022-05-01 05:58:04

นำวิชาวงจรดิจิตอล(2105-2007)

นำวิชาวงจรดิจิตอล(2105-2007)

QA QB QC

“1” JQ JQ
JQ

KQ KQ KQ
CK

CLR
รูปท่ี7.5 วงจรนบั แบบสัมพันธ์กัน

การออกแบบวงจรนับแบบเขา้ จงั หวะ
การออกแบบวงจรท่สี ามารถนับรปู แบบใดก็ไดน้ ั้น ไมจ่ าเปน็ ต้องเปน็ การนับแบบไบนาร่ี เท่าน้ันโดยสามารถใช้ฟลิปฟลอปชนดิ ใดก็ได้ มวี ธิ ีดังน้ี

1. เขียนแผนภาพสถานะ (STATE DIAGRAM)
2. เขียนตารางสถานะ(NEXT- STASE TABLE)
3. เลอื กฟลปิ ฟลอปท่จี ะใชง้ านและเขยี นตารางการเปล่ยี นแปลง
4. เขยี นแผนผงั คารโ์ น
5. เขียนสมการลอจกิ ทางอนิ พุทของฟลิปฟลอบ

ตัวอย่างท่ี 7.X) จงออกแบบวงจรนับ 0-1-2-3-4-5-6-7

01234567
CK
QA 0 1 0 1 0 1 0 1 0
QB 0 0 1 1 0 0 1 1 0
QC 0 0 0 0 1 1 1 1 0

รูปท7ี่ .6 แผนภาพสถานะ (STATE DIAGRAM)

ตารางที่7.1 ตารางสถานะ(NEXT- STASE TABLE)

Input Present State Next State

JA KA JB KB J KC QC QB QA QC QB QA
C

1d0d0d 0 0 0 0 0 1

d11d0d 0 0 1 0 1 0

1dd00d 0 1 0 0 1 1

d1d11d 0 1 1 1 0 0

1d0dd0 1 0 0 1 0 1

1dd0d0 1 1 0 1 1 1

0dd1d1 1 1 1 0 0 0

JKQ QN QN+1 J K
00Q 00 0 d

0101 0 1 1 d

1010 1 0 d 1

11 Q 1 1 d 0

ตารางท่ี7.2 ตารางความจริง(Truth) และตารางการทางาน (Action Table) ของJK Flip-Flop

ตารางที่7.3 K-Map
รูปท่ี7.7 วงจรนับ 0-1-2-3-4-5-6-7

7.1.3 MODE LOS-N-COUNTER รูปท่ี7.8 วงจรนบั MOD-6

การนับตามค่าท่ีกาหนด หมายถงึ การสร้างวงจรนับให้สามารถกาหนดค่านับได้ เช่น 7.2 วงจรนบั แบ่งตามลกั ษณะการใช้งาน
ให้นับต้ังแต่ 0 - 9 แล้วเวยี นกลบั มาเร่ิมต้น ท่ี 0 ใหม่อกี หรืออาจจะกาหนดให้นบั ถงึ เลขใด วงจรนับที่สร้างมาใช้งานมีด้วยกนั หลายชนิดเรียกชื่อ
เลขหน่งึ แล้วเวยี นกลบั มาเร่ิมต้น ใหม่ วงจรนบั แบบนี้ เมื่อนับถึงค่าท่ีกาหนดวงจรจะ
Reset ตัวเองเร่ิมต้นใหม่ ค่าสูงสุดทกี่ าหนดให้นับเรียกว่า มอด (MOD number) ดงั น้นั จงึ แตกต่างกนั ไป เช่น วงจรนบั ขนึ้ วงจรนับลง วงจรนับเลื่อน และ
เรียกวงจรนบั เหล่านวี้ ่า MOD-6, MOD-8, MOD-15 เป็ นต้น หมายถึง วงจรจะรีเซตค่า วงจรนับวนเป็ นต้น
เมื่อนบั ถงึ 6, 8 และ 15 ตามลาดบั การรีเซตค่าส่วนใหญ่จะใช้ ขา CLR หรือ ซึ่งเป็ นขาอะ
ซิงโครนสั อนิ พุท (Asynchronous Input) ร่วมกบั ลอจิกเกตทาการ รีเซตเอาต์พุทของฟ
ลปิ ฟลอปทุก ตัวกรณที ีจ่ ะเร่ิมต้นการนับใหม่ที่ 0 ในกรณที ก่ี ารออกแบบวงจรนบั ค่าเร่ิมต้น
ใหม่ไม่ได้เริ่มต้นที่ 0 ซึ่งจะใช้ขา CLR หรือ ไม่ได้ กจ็ าเป็ นจะต้องใช้ลอจกิ เกตอย่างเดยี ว
ซึ่งการออกแบบค่อนข้างจะยุ่งยาก

N จานวนตวั เลขท่จี ะนบั เช่น วงจรนบั 0-5 เพราะฉะน้นั ให้พจิ ารณาเลขถัดไปท่ีเลข
6ท่ีQBและQCจะเป็ น”1” นามาทาเป็ นสัญญาณอนิ พทุ ไปที่ขาCLRเพ่ือให้การนบั เร่ิมที่0
ใหม่การนบั จะวนอย่แู ค่ 0-5ไม่ถึง 6

7.2.1 วงจรนับขนึ้ (COUNT-UP BINARY COUNTER) 0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15
CK
QA
QB
QC
QD

รูปทึ่7.9 วงจรนับเลขฐานสองชนิด 4บิท แบบนับขนึ้ รูปที่7.10 ไทม์มิ่ง ไดอะแกรม ของวงจรนับเลขฐานสองชนดิ 4บทิ แบบนับขนึ้

วงจรนบั เลขฐานสองชนดิ 4บทิ แบบนับขนึ้ อาจเรียนได้อกี ชื่อนึงว่าวงจรนบั เลขชนดิ
ระลอก (Ripple Counter) วงจรสร้างจาก JK-Flip Flop จัดวงจรเป็ น T-Flip Flop ต่อวงจร
รวมกนั โดยใช้ฟลปิ ฟลอป 4ตวั อนิ พุทเข้าท่ขี าCK ของฟลบิ ฟลอปตวั ที่1 เอาท์พทุ QAจากฟ
ลปิ ฟลอปตวั ที่1 มาเข้าขาCKของฟลบิ ฟลอปตัวที่2 และเอาท์พุทQBต่อไปทขี่ าCKของฟลปิ
ฟลอปตวั ที่3 เป็ นเช่นนเี้ รื่อยไปหากมจี านวนหลกั การนับมากกว่า4หลกั เอาท์พทุ Qแต่ละตัง
จะส่งออกเป็ นแต่ละหลกั ของเอาท์พุทวงจรนบั

วงจรนบั สามารถนับเลขฐานสองได้ต้ังแต่ 0000 ถึง 1111 เรียงลาดบั ความสาคญั ตามบิทรหสั เลขฐานสองให้เรียงจาก บิทท่ีมีความสาคญั มากทสี่ ุดMSBไป
หาบทิ ท่ีมคี วามสาคญั น้อยทีส่ ุดLSB

Input Output Input Output
CK QD QC QB QA CK QD QC QB QA
0 0000 8 1000
1 0001 9 1001
2 0 0 1 1 10 1 0 1 0
3 0 1 1 1 11 1 0 1 1
4 0 1 0 0 12 1 1 0 0
5 0 1 0 1 13 1 1 0 1
6 0 1 1 0 14 1 1 1 0
7 0 1 1 1 15 1 1 1 1

ตารางที่7.4 ตารางความจริงของวงจรนบั เลขฐานสองชนดิ 4บทิ แบบนบั ขนึ้

7.2.2 วงจรนับลง (COUNT-DOWN BINARY COUNTER)

“1” QA(LSB) “1” QB “1” QC “1” QD(MSB)
JQ JQ JQ JQ

KQ KQ KQ KQ
CK

รูปท่ึ7.11 วงจรนับเลขฐานสองชนดิ 4บทิ แบบนบั ลง

วงจรนับเลขฐานสองแบบนับลง หรือนับถอยหลัง เป็ นวงจรนับเลขฐานสองจาก
มากไปหาน้อย โดยการดดั แปลงจากวงจรนับขนึ้ ใหใ้ ชส้ ญั ญาณจาก ต่อเขา้ CK
ของฟลฟิ ฟลอปตัวถัดไปแทน สว่ นอ่ืนๆยังคงเดมิ

0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16
CK
QA
QB
QC
QD

รูปที่7.12 ไทม์ม่ิง ไดอะแกรม ของวงจรนบั เลขฐานสองชนดิ 4บทิ แบบนบั ลง

จากไทมม์ งิ่ ไดอะแกรม จะเหน็ วา่ สัญญาณจาก ทเี่ ป็ น0 ทาใหเ้ อาทพ์ ุทQทุกตวั มี
ค่าเทา่ กับ1และเม่ือมีพลั ซส์ ัญญาณCKลูกต่อไปเขา้ มาจะทาใหม้ กี าร
เปลยี่ นแปลงของรหสั ไปนาร่ใี นลักษณะนับถอยหลัง จาก1111 ถงึ 0000

Input Output Input Output
CK QD QC QB QA CK QD QC QB QA
0 0000 8 1000
1 1111 9 0111
2 1 1 1 0 10 0 1 1 0
3 1 1 0 1 11 0 1 0 1
4 1 1 0 0 12 0 1 0 0
5 1 0 1 1 13 0 0 1 0
6 1 0 1 0 14 0 0 1 0
7 1 0 0 1 15 0 0 0 1

ตารางท7่ี .5 ตารางความจริงของวงจรนับเลขฐานสองชนิด 4บิท แบบนับลง

7.2.3 วงจรนบั ขนึ้ -ลง(UP-DOWN COUNTER)

Control QA QB QC QD

CK T “A”QQ 2 4 T “B” Q 5 7 T “C” Q 8 10 T “D”QQ
3 Q 6 Q 9

รูปท7่ี .13 วงจรนบั ขนึ้ -ลงเลขฐานสองชนิด 4 บิท

วงจรนับเลขฐานสองสามารถจัดวงจรใหท้ างานนับขนึ้ เลขฐานสองหรือนับลง
เลขฐานสองไดใ้ นวงจรเดยี วกัน โดยต่อเพม่ิ วงจรลอจิกเกทระหว่างเอาทพ์ ุท
และอินพทุ ของฟลิปฟลอปแตล่ ะตัว การนับขนึ้ หรือนับลงน้ันทาได้โดยป้อน
สัญญาณลอจิกใหว้ งจรควบคุมการนับ กส็ ามารถทาใหว้ งจรนับเลขขึน้ หรือลง
ได้ตามตอ้ งการ จากรูปที่ Control จะเป็ นตวั ควบคุมการนับถ้าจ่าย”1”จะเป็ น
วงจรนับขึน้ ถ้าจ่าย”0”จะเป็ นวงจรนับลง โดยถ้าจ่าย”1” เป็ นการนับขึน้ แอนด์
เกท 2, 5, 8 จะเป็ นตัวนาลอจิกจากขาQของฟลปิ ฟลอปมาทางานเหมอื นวงจร
นับขนึ้ แต่ถ้าจ่าย”0”เป็ นการนับลง แอนดเ์ กท 3,6,9 จะเป็ นตวั นาลอจิกจากขา
ของฟลิปฟลอปมาทางานเหมอื นวงจรนับลง

7.2.4 วงจรนับวน (RING COUNTER)

QA(LSB) QB QC QD(MSB) วงจรนับวนเป็ นวงจรทนี่ ิยมใช้อีกแบบหนึ่ง ลักษณะการทางานโดยการนา

เอาทพ์ ุทของวงจรนับป้อนกลบั มายงั อนิ พุทของวงจร คือนาเอาตพ์ ุทตวั สุดทา้ ย

D “PAr”Q DQ DQ DQ ป้อนกลับมายงั อินพุทของฟลิปฟลอปตัวแรก เกดิ การนับเลขวนจากค่าหนึ่งไปยัง
“B” “C” “D” อีกค่าหนึ่งและกลบั มาเรม่ิ นับใหมเ่ ป็ นเชน่ นีเ้ ร่อื ยไป
Clr Clr Clr
จากรูปเป็ นวงจรนับวนชนิด 4 บทิ โดยใช้ D Flip-Flop 4 ตอ่ รวมกันโดย

CK เอาเอาทพ์ ุทQของตัวแรกไปตอ่ เข้ากบั อินพุทDในตัวถัดไป และ Qของฟลิฟ

รูปท7ี่ .14 วงจรนับวนชนิด 4 บทิ ฟลอปตวั สุดทา้ ยจะเป็ นสัญญาณป้อนกลับมายงั อนิ พุทDของฟลปิ ฟลอปตัวแรก
เม่อื จ่ายพลั สเ์ รม่ิ ต้น ซึง้ ตอ่ อยู่กับขาPr ของฟลิปฟลอปA ทาใหQ้ Aเทา่ กับ”1”และ

ตอ่ เขา้ กบั ขาClrของฟลิปฟลอปB, C, D ทาใหQ้ B,QC,QD เทา่ กบั ”0” ทาใหไ้ ด้
รหสั เอาทพ์ ุทออกมาเป็ น0001คอื เร่ิมนับทเ่ี ลข1และเมือ่ จ่ายสัญญาณนาฬิกา

ลอจกิ 1ทQ่ี Aจะถูกส่งไปยงั ฟลปิ ฟลอปตวั ตอ่ ไปตามลาดบั และจังหวะของ

สญั ญาณนาฬิกา แลว้ เม่อื ถงึ QDลอจกิ 1จะวนกลับมาทฟ่ี ลิปฟลอปAอีกครงั้ เพ่ือ
เร่มิ วนรอบใหม่

0 1234 567 8 7.3 ไอซีใช้ในวงจรนับ
CK
QA ในปัจจุบนั วงจรนบั ไดถ้ ูกผลิตในรูปไอซี วงจรนบั ท่สี ร้างไวใ้ นตวั ไอซีมีหลายแบบเช่น
QB
QC IC TTL เบอร์ 74160, 74162 เป็นวงจรนบั สิบแบบสัมพนั ธก์ นั (Synchronous Decade Counter)
QD เบอร์ 74161, 74162 เป็นวงจรเลขฐานสองแบบสัมพนั ธ์กนั (Synchronous Binary Counter)
เบอร์ 74168 เป็นวงจรนบั สิบข้ึน-ลงแบบสมั พนั ธ์กนั (Synchronous Decade Up-Down Counter)
รูปท่ี7.15 ไทม์ม่ิง ไดอะแกรมของวงจรนับวนชนดิ 4 บทิ เบอร์ 74169 เป็นวงจรนบั เลขฐานสองข้ึน-ลงแบบสมั พนั ธ์กนั (Synchronous Binary Up-Down Counter)
เบอร์ 74290 เป็นวงจรนบั สิบแบบไม่สมั พนั ธก์ นั (Asynchronous Decade Counter)
เบอร์ 74293 เป็นวงจรเลขฐานสองชนิต4บิทแบบไม่สัมพนั ธ์กนั (Asynchronous 4-BIT Binary Counter)
IC CMOS เบอร์ 4020 เป็นวงจรนบั เลขฐานสองชนิด14ตอน (14-stage Binary Counter)
เบอร์ 70192 เป็นวงจรนบั สิบข้ึน-ลงชนิด4บทิ แบบสมั พนั ธก์ นั (Synchronous 4 BIT Up-Down Decade
Counter)
เบอร์ 70193 เป็นวงจรนบั เลขฐานสองข้ึน-ลงชนิด4บิทแบบสัมพนั ธ์กนั (Synchronous 4 BIT Up-Down
Binary Counter)

วชิ า วงจรพัลส์และดิจิทัลเทคนิค
หน่วยที่ 8 วงจรเลื่อนขอ้ มูล

สาระสาคญั

วงจรเลอื่ นข้อมลู (Shift Register) รีจสิ เตอร์ คือ กลมุ่ ของฟลิปฟลอปทต่ี ่อเรยี งกันและทางานรว่ มกันใช้
สาหรับเกบ็ ข้อมูลหรือ เลือ่ นข้อมูลรีจสิ เตอรท์ ี่ใชส้ าหรับเล่ือนข้อมูลเรยี กว่า ชฟิ รีจสิ เตอร์ การแบง่ กลุ่ม
รีจิสเตอร์สามารถแบง่ ตามลักษณะการทางาน และการต่อวงจร สามารถแบง่ ออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ๆ
ดงั น้ี

- แบบอนกุ รมเข้า – อนุกรมออก (SISO)
- แบบอนุกรมเขา้ – ขนานออก (SIPO)
- แบบขนานเข้า – อนกุ รมออก (PISO)
- แบบขนานเขา้ – ขนานออก (PIPO)

เร่ืองท่จี ะศึกษา

1. วงจรเลอ่ื นข้อมลู
- วงจรเล่ือนขอ้ มูลแบบอนุกรมเข้าและอนกุ รมออก (SISO)
- วงจรเลือ่ นข้อมูลแบบอนุกรมเขา้ และขนานออก (SIPO)
- วงจรเลือ่ นขอ้ มลู แบบขนานเขา้ และขนานออก (PIPO)
- วงจรเล่อื นขอ้ มลู แบบขนานเขา้ และอนกุ รมออก (PISO)

2. การหมนุ เวยี นขอ้ มูล (ROTATING DATA)
- การหมนุ เวยี นขอ้ มูลแบบธรรมดา
- การหมุนเวียนขอ้ มูลแบบคอมพลีเมนท์
- การสง่ ถา่ ยข้อมลู ระหวา่ งรจี สิ เตอร์

3. ไอซีใช้ในวงจรเลือ่ นขอ้ มูล

จุดประสงคก์ ารเรยี น/การสอน

จุดประสงคท์ ่ัวไป
1.เพื่อให้มีความรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับการทางานของวงจรเล่ือนข้อมลู (ด้านพุทธพิ สิ ยั )
2.เพอื่ ใหม้ ีทักษะในการใชง้ านวงจรเล่ือนข้อมูล (ดา้ นทักษะพสิ ัย)
3.เพอ่ื ให้มีเจตคติที่ดีนาความรู้ด้านวงจรเลื่อนขอ้ มลู ไปประยกุ ต์ใช้ในชีวติ ประจาวัน (ด้านจิตพสิ ยั )

จุดประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม
1.อธบิ ายการทางานของวงจรเล่อื นข้อมลู ได้ (ด้านพุทธิพสิ ัย)
2.บอกวงจรเล่อื นข้อมูลแบบตา่ งๆ ได้ (ด้านพุทธพิ ิสยั )
3.ยกตวั อย่างการหมนุ เวยี นข้อมูลแบบธรรมดาและแบบคอมพลีเมนท์ได้ (ด้านพุทธิพสิ ัย)
4.สง่ ถา่ ยขอ้ มลู ระหวา่ งรจี ิสเตอร์ได้ (ดา้ นทักษะพิสัย)
5.ใชง้ านไอซใี นวงจรเลอื่ นขอ้ มลู ได้ (ด้านทักษะพสิ ัย)
6.นาวงจรเลื่อนข้อมลู ไปประยุกตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวนั ได้ (ดา้ นจติ พิสยั )

เนอื้ หาสาระการสอน/การเรยี นรู้

8.1 วงจรเลื่อนข้อมูล

พลั ส์ควบคุม ขอ้ มูล
0 1101
1 1010
2 0100
3 1000
4 0000

ตารางที่8.1 เป็นการเลือ่ นขอ้ มลู จากขวาไปซา้ ย

เน้ือหาสาระการสอน/การเรยี นรู้

8.1.1 วงจรเลอื่ นข้อมลู แบบอนุกรมเขา้ และอนกุ รมออก (SISO)
Serial in-Serial out (SISO) เปน็ วงจรเลอ่ื นขอ้ มูล แบบอนุกรมเขา้ - อนกุ รมออก ขอ้ มลู แบบอนกุ รมจะถกู
ป้อนเขา้ ทีอ่ นิ พตุ ของ D ฟลิปฟลอปตัวแรก และข้อมูลอนกุ รมออกท่เี อาตพ์ ุต Q ¬ของฟลิปฟลอปตัวสุดทา้ ย
ตัวอยา่ งท่ี 8.1) ส่งรหสั 1010 ไป 1010

รูปที่ 8.1 วงจรเลอื่ นขอ้ มลู แบบอนกุ รมเขา้ - อนกุ รมออก

เนือ้ หาสาระการสอน/การเรยี นรู้

ใช้ ดาตา้ -ฟลปิ ฟลอป สง่ ขอ้ มูลโดยป้อนสัญญาณCkสั่งใหฟ้ ลปิ ฟลอปสง่ ขอ้ มลู ทลี ะบิทเข้าขาDออกขาQไปยังฟ

ลิปฟลอปตัวตอ่ ไปตามลาดับจนครบ

CK Input ขอ้ มลู

Q0 Q1 Q2

0 1 1 00

1 0 0 10

2 1 1 01

3 1 1 10

4 0 0 11

ตารางท่ี 8.2 ตารางความจรงิ ของวงจรเลื่อนข้อมูลแบบSISO

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

1 0 1234
CK
1 0110
0 0 1 0 1 10
1 0 0 1 0 11
Input 0 0 0 1 01
0
1
Q0
0
1
Q1
0
1
Q2
0

รปู ที่ 8.2 ไทม์มิ่งไดอะแกรมของวงจรเลอ่ื นข้อมูลแบบSISO

เน้ือหาสาระการสอน/การเรยี นรู้

การทางานของวงจรเลื่อนข้อมูลแบบอนุกรมเข้า –อนุกรมออก(SISO) ข้อมูลท่ีป้อนมาที่ตาแหน่งอินพุท เช่น 1 จะมารอที่
ขาD ของ D-ฟลิปฟลอป ตัวแรกเมื่อมีสัญญาณCKลูกท่ี0เข้ามาควบคุมทาให้บิท1ถูกส่งมายังขาQของD-ฟลิปฟลอปตัวแรก
และยังไปเป็นอินพุทให้D-ฟลิฟฟลอปตัวท่ีสองด้วย และเม่ือสัญญาณCKลูกท่ี1ถูกป้อนเข้ามา บิท1ตัวเดิม จะถูกส่งมาที่Q
ของD-ฟลิปฟลอปตัวที่2และไปเข้าขาDของD-ฟลิปฟลอปตัวท่ี3 ในขณะเดียวกันอินพุทตัวที่สองคือบิท 0 ก็จะถูกส่งมาที่
D-ฟลปิ ฟลอปตวั แรกด้วย และเม่ือป้อนสัญญาณCKลูกที่2 อินพุทตัวแรกคือ1ก็จะถูกส่งมาท่ีQของD-ฟลิปฟลอปตัวสุดท้าย
อินพุทตัวที่สองคือ0จะมาปรากฎที่D-ฟลิปฟลอปตัวท่ี2แทน และจะมีอินพุทตัวท่ี3 เข้ามาท่ีD-ฟลิปฟลอปตัวแรก และถ้ามี
การปอ้ นสัญญาณCKและอนิ พทุ ตัวต่อไปกจ็ ะเลอ่ื นไปตามลาดบั

เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

ข้อมลู จะถกู ส่งเขา้ ทางเดียวและสง่ ออกทางเดยี วตามลาดับบิทท่ีส่งเข้ามาก่อน-หลัง
8.1.2 วงจรเลอ่ื นขอ้ มูลแบบอนุกรมเขา้ และขนานออก (SIPO)
Serial in-Parallel out (SIPO) เมือ่ นาข้อมูลอินพตุ เขา้ ทีละหลัก แตน่ าออกเอาต์พตุ ออกพรอ้ มกัน เรยี กว่า
แบบอนกุ รมเขา้ - ขนานออก เปน็ วงจรรีจิสเตอรแ์ บบอนุกรมเข้า – ขนานออก ข้อมลู แบบอนุกรมจะถกู
ป้อนเขา้ ท่ีอินพตุ DA และข้อมลู ขนานออกท่เี อาต์พุต QA ถึง QB

ส่วนของอนิ พทุ เปน็ แบบอนกุ รม แต่เอาทพ์ ุทจะเปน็ แบบขนาน ดาตา้ -ฟลฟิ ลอปเปน็ ส่วนของอนุกรมส่ง
ขอ้ มลู เขามาตามลาดับ แล้วแอนด์แกทจะเป็นสว่ นของขนาน เมอื่ ได้รับสัญญาณControl แอนด์เกทจะส่ง
ข้อมลู ออกเอาท์พทุ พรอ้ มกนั ในแบบขนาน

เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

รูปที่ 8.3 วงจรเลอ่ื นข้อมลู แบบอนกุ รมเข้า – ขนานออก
ขอ้ มูลจะถกู สง่ เข้ามาทางเดียวทีจะตวั มารอทีข่ า Q ของฟลิปฟลอปประจาแต่ละบิท จนครบแล้วใหส้ ัญญาณControl
เพื่อส่งข้อมูลออกมาพรอ้ มกันหลายทางในรูปแบบขนาน

เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรยี นรู้

8.1.3 วงจรเล่ือนข้อมูลแบบขนานเข้าและขนานออก (PIPO)
Parallel in-Parallel out (PIPO) เมอื่ นาข้อมูลอินพุตเข้าพรอ้ มกนั และนาข้อมูลออกท่เี อาต์พุตพรอ้ มกนั เรยี กว่าแบบขนาน
เข้า – ขนานออก เป็นวงจรรีจสิ เตอร์แบบขนานเขา้ – ขนานออก ขอ้ มูลแบบขนานจะถูกป้อนเขา้ ทีอ่ ินพตุ DA ถงึ DB ของฟ
ลิปฟลอปทุกตวั และขอ้ มูลขนานออกที่เอาตพ์ ตุ QA ถงึ QB

DA DB

Input D A Q D B Q
Q Q

CK
CLR

QA Output QB

รูปที่ 8.4 วงจรเลื่อนข้อมลู แบบขนานเข้า – ขนานออก

เนอื้ หาสาระการสอน/การเรยี นรู้

อนิ พุทและเอาทพ์ ุทเป็นแบบขนาน อนิ พทุ Aจะออกท่เี อาทพ์ ทุ A อนิ พทุ Bจะไปออกท่ีเอาท์พุทB โดยมี
สัญญาณCK สง่ั ใหข้ อ้ มลู ท่ีอินพุทถูกส่งมาท่เี อาท์พุทพรอ้ มกันขอ้ มลู จะทางเข้าประจาหลกั ของแต่ละบิท และมี
ทางออกประจาแตล่ ะบทิ ขอ้ มลู แต่ละบิทจะออกมาพรอ้ มกัน

8.1.4 วงจรเลื่อนขอ้ มลู แบบขนานเข้าและอนุกรมออก (PISO)
Parallel in- Serial out (PISO) เมอื่ นาข้อมลู อนิ พุตเขา้ พร้อมกัน แต่นาออกทีเ่ อาตพ์ ตุ ทลี ะหลกั เรยี กว่า
แบบขนานเขา้ – อนกุ รมออก วงจรชิฟทร์ จี สิ เตอรแ์ บบขนานเขา้ – อนุกรมออก ชนดิ เกบ็ ข้อมลู ผา่ นเกต
ควบคมุ ไปเขา้ ที่ขาพรเี ซต็ กับเคลียร์ของฟลปิ ฟลอปแต่ละตัวโดยตรง

เนอื้ หาสาระการสอน/การเรยี นรู้

A“1” Input B“0”
Control

D PR Q D PR Q “10”Output
Q Q
A B
CK
CLR CLR

รูปที่ 8.5 วงจรเล่ือนขอ้ มูล แบบขนานเขา้ – อนุกรมออก
อนิ พุตจะมีหลายทางเขา้ เป็นประจาตาแหน่งแต่ละบิท และมีสัญญาณคอนโทรลเพื่อใหข้ อ้ มูลท้งั หมดถูกส่งออกมาทางเอาทพ์ ทุ ทางเดียว

เนอื้ หาสาระการสอน/การเรยี นรู้

8.2 การหมนุ เวียนข้อมลู (ROTATING DATA)
เมือ่ ตอ้ งการจะเล่ือนข้อมูลออกไปจากรีจิสเตอร์ตวั หน่ึงออกไปสูว่ งจรอน่ื ๆ และตอ้ งการให้ รีจิสเตอร์ตวั น้นั ยงั มขี ้อมลู
เดิมอยู่ เราสามารถทาได้โดยการหมนุ เวียนขอ้ มูล โดยให้ข้อมูลทอ่ี อกจาก เอาทพ์ ุตตวั สุดทา้ ปอ้ นกลบั ไปยังอินพุตตัว
แรกของรจี สิ เตอรต์ วั น้ัน ดังแสดงในรูปที่

Pr

DLSB Q DQ DQ DMSBQQ
Q Q Q
Rotate Control
CK
Clr

รูปที่ 8.6 การหมนุ เวยี นข้อมลู ในรีจสิ เตอร์

เนอื้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

8.2.1 การหมนุ เวยี นขอ้ มลู แบบธรรมดา

การควบคุมใหร้ ีจสิ เตอรห์ มุนเวียนขอ้ มลู แบบธรรมดา ดงั วงจรในรูปท่ี xx ทาได้โดยการใหข้ าอนิ พตุ ควบคุมของ

เอก็ ซ์คลซู ีฟออร์เกตเปน็ ลอจกิ “0” ข้อมลู จะถกู เลื่อนออกจากเอาทพ์ ตุ ตวั สดุ ทา้ ยของรีจสี เตอร์แลว้ วนเขา้ ไปสอู่ นิ พุต

ตวั แรกพรอ้ มๆกัน ดงั แสดงข้อมลู การหมนุ เวยี นแบบธรรมดาในรูปที่ xx

Pr

DLSB Q DQ DQ DMSBQQ
Q Q Q

CK
Clr “0”=Normal Rotate

รูปที่ 8.7 การหมุนเวียนขอ้ มลู ในรีจิสเตอร์แบบธรรมดา

เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

8.2.2 การหมนุ เวียนขอ้ มูลแบบคอมพลีเมนท์
ถา้ ต้องการหมนุ เวียนข้อมลู แบบคอมพลีเมนท์ โดยขอ้ มลู ใหม่จะเป็นเลขคอมพลเี มนท์ของข้อมลู เดมิ ก็ทาได้โดยใหอ้ นิ พุต
ควบคุมของเอก็ ซค์ ลซู ีฟออร์เกต ในวงจรรูป 17.8 (ก) เป็นโลจิก “1” ขอ้ มูลใหมท่ ห่ี มุนเวียนจากเอาท์พตุ ตวั สดุ ท้ายไปส่อู ินพตุ ตัว
แรกจะถูกคอมพลเี มนท์ ดงั แสดงในรูปท่ี 17.8 (ค)

Pr

DLSB Q DQ DQ DMSBQQ
Q Q Q
“1”=Complement Rotate
CK
Clr

รปู ท่ี 8.8 การหมนุ เวยี นข้อมลู ในรีจิสเตอร์แบบคอมพลีเมนท์

เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรยี นรู้

8.2.3 การสง่ ถา่ ยข้อมลู ระหว่างรีจสิ เตอร์

ในระบบงานดจิ ติ อล จาเปน็ ตอ้ งสง่ ถ่ายขอ้ มูลจากรีจสิ เตอร์ตวั หน่ึงไปยงั รจี ิสเตอร์อีกตวั หนึง่ สามารถทาได้สองวิธี คือ การส่งถ่าย

ขอ้ มูลแบบอนกุ รม และการสง่ ถา่ ยขอ้ มลู แบบขนาน ดงั แสดงในรูป

Register A “1”

Input D Q D Q D Q D Q AND1

Q Q Q Q AND2
CK

JQ Register B DQ Output
KQ Q
CK DQ DQ
QQ

รูปที่ 8.9 การสง่ ถ่ายข้อมูลแบบอนุกรม

เนอ้ื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

จะใช้แอนดเ์ กทในการสง่ ข้อมูลจากรีจสิ เตอรห์ น่ึงไปยงั รีจิสเตอรห์ นึ่งแบบยกชดุ โดยแบบอนุกรมจะส่งไปใน

เสน้ ทางเส้นเดยี ว ส่วนแบบขนานจะส่งแยกไปตามเส้นทางของแตล่ ะบทิ โดยใชส้ ญญาณCKร่วมกันเพือ่ ใหก้ ารทางาน

เปน็ จงั หวะเดียวกัน Input D Q Register A DQ

DQ DQ

QQQ Q
CK

“1”

AND8
AND7

AND6
AND5

AND4
AND3

AND2
AND1

DQ DQ DQ D Q Output
Q Q Q Q

Register B

รูปท่ี 8.10 การสง่ ถ่ายข้อมลู แบบขนาน

เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

8.3 ไอซใี ชใ้ นวงจรเลือ่ นข้อมลู
ในปัจจบุ ันวงจรนับไดถ้ ูกผลติ ในรปู ไอซี วงจรเลือ่ นข้อมูลที่สร้างไวใ้ นตัวไอซีมที ้ังไอซีตระกูลTTLและCMOS ต่อวงจรภายในไอซี
เรียบรอ้ ย สามารถต่อใช้งานไดเ้ ลยโดยต่อขาใหถ้ ูกต้อง เช่น
IC TTL เบอร์ 74164 เป็นวงจรเลือ่ นขอ้ มลู ชนิด 8 บิต แบบอนุกรมเขา้ - ขนานออก ( 8-Bit Shift Register SIPO ) เบอร์
74165, 74166 เป็นวงจรเล่ือนข้อมลู ชนดิ 8 บิต แบบขนานเข้า – อนุกรมออก ( 8-Bit Shift Register PISO ) เบอร์
74178,74179 เป็นวงจรเล่ือนขอ้ มลู ชนิด 4 บิต แบบขนานเข้า – ขนานออก( 4-Bit Shift Register PIPO ) เบอร์
74198,74199 เปน็ วงจรเล่ือนขอ้ มูลชนดิ 8 บติ แบบขนานเข้า – ขนานออก( 8-Bit Shift Register PIPO )
เบอร์ 74295 เป็นวงจรเลอื่ นข้อมูลชนิด 4 บิต แบบเล่อื นขวา/ซา้ ย3ตอน( 4-Bit Right/Left Shift Register 3-State ) IC
CMOS เบอร์ 4014 เป็นวงจรเล่อื นข้อมูลชนดิ 8 ตอน แบบขนานเข้า – อนกุ รมออก (Shift Register 8-State PISO) เบอร์
4015 เป็นวงจรเลือ่ นข้อมลู ชนิด 4 ตอนมี2ตัว แบบอนกุ รมเขา้ - ขนานออก (Shift Register 4-State SIPO) เบอร์ 4031 เป็น
วงจรเลือ่ นข้อมลู ชนิด 64 ตอน แบบไฟฟ้าสถิต( 64 Stage Static Shift

เนื้อหาสาระการสอน/การเรยี นรู้

และเบอร์ 4035 เป็นวงจรเลือ่ นข้อมลู ชนดิ 4 ตอน แบบขนานเข้า – ขนานออก(Shift Register 4-State PIPO)
ตวั อย่างไอซีเบอร์ 74295 เป็นวงจรเลื่อนข้อมูลชนิด 4 บิต แบบเลอื่ นขวา/ซ้าย3ตอน (4-Bit Right/Left Shift
Register 3-State) แสดงลอจิกไดอะแกรม

รูปที่ 8.11 โครงสรา้ งขาของ 74295

เน้อื หาสาระการสอน/การเรียนรู้

รปู 8.12 โครงสร้างวงจรของ 74295

เนือ้ หาสาระการสอน/การเรยี นรู้

วงจรลอจิกเกตที่ตอ่ เพมิ่ เติม สามารถควบคุมให้รจี สี เตอรส์ ามารถเลือ่ นข้อมลู ไปทางซ้าย หรอื เลอ่ื นข้อมูลไป
ทางขวาได้ สาหรับการทางานในการเลื่อนข้อมลู ไปทางซ้าย เอา้ ตพ์ ตุ Q ของฟลบิ ฟลอบ ตัวหลังจะตอ้ งตอ่
ยอ้ นกลับไปยังอินพตุ ของฟลบิ ฟลอบตัวหน้า ซงึ่ สามารถใชไ้ อซอี อรเ์ กตเบอร์ 7432 มาตอ่ ชว่ ยอกี ตวั หนง่ึ และยังทา
ใหส้ ามารถนาขอ้ มูลเข้าแบบขนานเขา้ สรู่ จี ีสเตอร์ไดด้ ้วย

วงจรแสดงหนว่ ยความจา

หนว่ ยความจา

หน่วยความจาเปน็ อุปกรณท์ ี่ใชส้ าหรบั เก็บขอ้ มลู ท่ีเป็นรหัสเลขฐานสอง เพอ่ื ใหส้ ามารถนาข้อมูลมาใชง้ านได้ต่อไป
หน่วยความจาท่ีสรา้ งจากสารกึ่งตวั นาทใ่ี ชง้ านกนั อยู่ในปจั จุบนั นี้สามารถแบง่ ออกได้เป็น 2 ชนดิ ได้แก่ หนว่ ยความจา
รอม และหนว่ ยความจาแรม

ประเภทของหน่วยความจา

หน่วยความจาชนดิ สารกึง่ ตัวนาท่ผี ลิตขึน้ มาใชง้ านสามารถแบ่งออกเป็นประเภทตา่ งๆไดห้ ลานประเภท โดยแบง่
ตามลกั ษณะการทางานและตามเทคโนโลยีการผลิตแบง่ ไดด้ ังน้ี แบง่ ตามลกั ษณะการเข้าถึงขอ้ มลู (Data Access)
เปน็ แบบสุ่ม (Ramdom Access) และแบบเปน็ ลาดบั (Sequential Access) แบง่ ตามเทคโนโลยีการผลิต เป็น
แบบไบโพล่าห์ (Bipolar Technology) และแบบมอส (MOS Technology) แบ่งตามลักษณะโครงสร้าง เป็น
แบบสแตติก(Static) หรือแบบสถติ และแบบไดนามกิ (Dynamic) และแบบนอนวาไทล(์ Nonvolatile)

ชนดิ ของหน่วยความจา

1.รอม
รอม(Rom) มาจากคาว่า Read Only Memoryคือหน่วยความจาประเภททอ่ี า่ นขอ้ มูลได้อย่างเดียว ไม่สามา

ถเขียนข้อมูลเกบ็ ไว้และอ่านขอ้ มลู ออกมาในคราวเดียวกนั ไดเ้ ป็นหนว่ ยความจาทถี่ กู ใส่ขอ้ มลู มาจากโรงงานผูผ้ ลิต
ในขณะขบวนการผลติ เป็นขอ้ มูลท่ีบรรจุไว้ตามตัวปรับเปลี่ยนไม่ได้ ข้อมูลจะอยูค่ งทไี่ ม่สญู หายไปไหนถึงไม่มี
แรงดนั ไฟเล้ยี งจา่ ยกต็ าม

1.2 พรอม (PROM)
1.3 อีพรอม (EPROM)
1.4 อีอีพรอม (EEPROM)
1.5 พีแอลเอ (PLA)

2. แรม
แรม(Ram) Random Access Memory คือหนว่ ยความจาที่สามารถอา่ นและเขยี นข้อมูลได้ โดย

สามารถอา่ นและเขียนขอ้ มูลในตาแหน่งใดๆบนหนว่ ยความจาแรมไดไ้ มจ่ าเปน็ ต้องเรยี งลาดับการเขียนและการ
อ่าน ทุกตาแหนง่ มีโอกาสเท่ากนั การโปรแกรมขอ้ มลู ในแรมอาจเกบ็ บทิ ข้อมูลไวใ้ นฟลปิ ฟลอปหรือตัวเก็บประจุใน
แรม

2.1 เอสแรม (SRAM)
2.2 ดแี รม (DRAM)
2.3 อีดีโอแรม (EDO RAM)
2.4 อีดีโอดีแรม (EDO DRAM)
2.5 เอสดแี รม (SD RAM)
2.6 ดีดีอารเ์ อสดแี รม (DDR SDRAM)

วงจรแสดงผล

การนาข้อมลู ในหนว่ ยความจามาแสดงต้องสง่ ต่อขอ้ มูลดังกล่าวไปให้วงจรแสดงผล(Display Circuit) เปลยี่ น
ข้อมูลทเ่ี ป็นสญั ญาณไฟฟ้าเปน็ ขอ้ มูลทส่ี ามารถอ่านเข้าใจได้ อปุ กรณ์แสดงผลมีด้วยกันหลายชนดิ คอื หลอดไฟ
หลอด LED และ LCD เปน็ ตน้

หลอดไฟ
หลอดไฟชนดิ มีไสเ้ ป็นหลอดไฟทีต่ ้องใช้กระแสในการทางานสงู หากปอ้ นโดยตรงจากไอซีลอจกิ เกทอาจเกิด
ปญั หาต่อค่ากระแสท่จี ่ายออกมา จึงจาเปน็ ตอ้ งใชว้ งจรขับมาชว่ ยในการทางาน วงจรขบั ทใี่ ช้โดยทว่ั ไปใชว้ งจร
ทรานซสิ เตอร์

หลอดไฟและวงจรขบั

LED
หลอดLEDชนิด7ส่วนหรือ 7-segment สามารถแสดงผลออกมาเป็นรปู เลข 0-9 ได้

โครงสร้างของ LED 7-segment

โครงสรา้ งของ LED 7-segment ประกอบด้วยLED จานวน7ตัว จัดเรียงเปน็ รปู เลข8 ซื่งสามารถเปล่งแสงออกมาใหเ้ ป็นตัว

ฐานสิบไดต้ ้ังแต่ 0-9 โดยอาศยั การทางานในแตล่ ะส่วนที่เหมาะสม เชน่ ตอ้ งการให้แสดงเปน็ เลข3ส่วนของหลอดLEDที่ตดิ สวา่ ง

คอื ส่วน a, b, c, dและgLED 7-segment ภายในโครงสรา้ งแบง่ ออกเปน็ 2แบบ คอื แบบอาโนดร่วม (Common Anode

Type) และ คาโทดร่วม (Common Cathode Type)

แบบอาโนดร่วม แบบคาโทดร่วม

วงจรถอดรหัสBCDป็นเลขฐานสบิ ไปควบคมุ หลอดLED 7-segment โดยการจา่ ยกระแสผ่านแตล่ ะส่วนของหลอดLED 7-segment ให้แสดงผลออกมาเป็นเลข 0-9
รหสั ทถ่ี กู ถอดออกมาจะมที งั้ หมด10คา ส่งไปควบคุม LED 7-segment ใหท้ างานแสดงผลเปน็ ตัวเลขออกมาแต่ละสว่ นของ LED 7-segmentจะถูกทางานท่ี
เลขฐานสบิ หลายคา ดังน้ี

a = 0+2+3+5+7+8+9
b = 0+1+2+3+4+7+8+9
c = 0+1+3+4+5+6+7=8=9
d = 0+2+3+5+6+8
e = 0+2+6=8
f = 0+4+5+6+8+9
g = 2+3+4+5+6+8+9
นาการทางานของ LED 7-segment มาเขยี นลงในตารางความจรงิ แบบ 4อินพทุ รหสั BCD และการทางานของ LED 7-segment สามารถเขยี นไดด้ งั นี้

อินพุท เลข เอาท์พทุ

ฐาน
D C B A สิบ g f e d c b a

0 0 0 000 1 1 1 1 1 1

0 0 0 110 0 0 0 1 1 0

0 0 1 021 0 1 1 0 1 1

0 0 1 131 0 0 1 1 1 1

0 1 0 041 1 0 0 1 1 1

0 1 0 151 1 0 1 1 0 1
0 1 1 061 1 1 1 1 0 0
0 1 1 170 0 0 0 1 1 1
1 0 0 0 8 1 1 1๐ 1 1 1 1
1 0 0 191 1 0 0 1 1 1

วงจรถฟอดรหัสBCDไปควบคมุ การทางานของ LED 7-segment

LCD
Liquid Crystal Display หรอื LCD เคลอื่ นตวั ได้เหมือนของเหลวชนิดหน่งึ แตโ่ ครงสร้างของโมเลกุลในตัวLCDทแี่ ท้จริงเป็นของแข็ง

ดา้ นหลงั แผ่นแกว้ โปร่งใสสองแผน่ ประกบติดกันดา้ นหน้าและด้านหลัง แผ่นแก้งโปร่งใสทงั้ สองสองแผ่นจะมเี ย่อื โลหะบางๆโปร่งใสฉาบอยู่เป็น
สว่ นๆเยื่อโลหะแต่ละสว่ นจะประกอบกันเปน็ รปู ตวั เลข ตัวอักษร หรือรูปร่างตา่ งๆตามตอ้ งการ และต่อขว้ั ออกมาภายนอกของแตล่ ะส่วนออกมา
เพือ่ ใช้รบั แรงดนั หรือสัญญาณทาให้เกดิ ภาพตามลักษณะเยอ่ื โลหะ

ลกั ษณะโครงสร้างของ LCD

LCD ที่สรา้ งข้นึ มาใชง้ านมกี ารแสดงที่หนา้ จอ LCD เปน็ 2ลกั ษณะ คอื ลักษณะแรกตัวเลขหรอื ตวั อักษรดามืด พื้นหลังสวา่ ง

ตวั เลขตวั อกั ษรดามืดพ้นื หลงั สวา่ ง ตวั เลขตวั อกั ษรสว่างมืดพ้นื หลงั มืด

ลกั ษณะหนา้ จอ LCD แสดงผลออกมา

ไอซดี ิจติ อล

ไอซดี จิ ติ อลคอื

ไอซีดิจิตอล (Digital IC) ซึง่ ไอ ซี (IC) ย่อมาจาก Integrated Circuit หรอื วงจรรวม เป็นวงจรที่ ประกอบดว้ ยอุปกรณ์
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ที่เช่ือมตอ่ กัน โดยท่ีอุปกรณท์ กุ ตัววางอยูบ่ นวตั ถฐุ านรอง (Substrate) หรอื แผ่นสารกึงตัวนาอันเดยี วกนั ไอซีดจิ ิตอล
จึงเปน็ ไอซที ่ีทางานได้กบั สัญญาณหรอื เฉพาะวงจรดจิ ิตอลเทา่ น้นั

คุณสมบัตขิ องไอซี
ไอซดี จิ ิตอล (Digital IC)ไอ.ซี. (IC) ย่อมาจาก Integrated Circuit หรือวงจรรวมเปน็ วงจรทีป่ ระกอบด้วยอปุ กรณ์อิเล็กทรอนิกส์ท่ี
เชื่อมตอ่ ถงึ กนั โดยอุปกรณท์ ุกตวั วางอยูบ่ นวัสดฐุ านรอง (Substrate) หรือแผ่นสารก่งึ ตวั นาอันเดียวกนั ดจิ ิตอลไอ.ซี.จงึ เปน็ ไอ.ซ.ี ท่ี
ใช้งานเฉพาะในวงจรดจิ ติ อล

ดิจิตอลไอ.ซี.จาแนกตามลักษณะโครงสร้างของวงจรภายใน ท่นี ิยมใช้กันในปัจจุบันมี 5
ตระกูล คอื
ดีทีแอล ( DTL : Diode – Transistor Logic )
อารท์ แี อล ( RTL : Resistor – Transistor Logic )
ทที แี อล ( TTL : Transistor – Transistor Logic )
อซี ีแอล ( ECL : Emitter – Coupled Logic )
มอส ( MOS : Metal Oxide Semiconductor

คณุ สมบัตทิ ่ีสาคญั ของดิจติ อล ไอ.ซ.ี
1. POWER DISSIPATION คือ ค่ากาลงั ไฟฟา้ ทีจ่ ะสนิ้ เปลืองไปในขณะท่ี ไอซี ทางาน
2. SPEED OF OPERATION คอื ความเรว็ ในการเปลยี่ นระดับแรงดนั ทางเอาท์พทุ ของวงจร
3. NOISE IMMUNITY คอื คา่ ผลต่างของ แรงดันเอาทพ์ ทุ ทจ่ี ดั เป็นลอจิก “1” ตา่ สุด (VOH) กับ แรงดันอนิ พทุ ท่ีจัดเป็นลอจกิ “1” ต่าสุด ( VIH )

และค่าผลตา่ งของแรงดนั อนิ พุททจ่ี ัดเป็นลอจกิ “0” สูงสดุ ( VIL)
4. PROPAGATION DELAY TIME คอื เวลาล่าชา้ ท่ีเกดิ ขนึ้ ในการเปลย่ี นระดับสัญญาณจาก

“สงู ”เปน็ “ต่า”
5. FAN – OUT คือ ความสามารถของลอจกิ เกทในการที่จะนาเอาเอาท์พุท ไปต่อเปน็ อินพุทของวงจร ลอจกิ เกทอื่นๆ

เกททที แี อลชนดิ ต่าง ๆ

ไอ.ซ.ี ตระกลู ทที ีแอล เปน็ ไอ.ซี.ท่ีนิยมใช้กันอยา่ งกว้างขวาง มีอย่หู ลายชนดิ
1. ทีทีแอลมาตรฐาน (Standard TTL) มคี ณุ สมบัติในการสวิทชิ่ง หรือเวลาหนว่ ง 10 nsมกี าลงั สญู เสยี ตอ่ เกทหนึ่งตวั ท่บี รรจุอยภู่ ายใน
10 mW มีกระแสซิงค์ ( IOL ) ประมาณ 16 mA และกระแสซอร์ส ( IOH ) 400 uA
2. ทีทีแอลชนิดความเรว็ สูง (High speed TTL ) จากวงจรทที ีแอลมาตรฐาน โดยการลดความตา้ นทานภายในวงจรลง ในข้ันตอนของ
ขบวนการผลิต คา่ เวลาคงที่ ( Time Constant ) จะต่าลงเป็นผลใหเ้ วลาหน่วง ลดลง น่นั คอื ความเรว็ ในการทางานเพม่ิ ข้นึ แตผ่ ลของ
การลดความตา้ นทานลง
3. ทที แี อลชนดิ กาลงั งานต่า ( Low power TTL ) โดยการเพ่มิ ความตา้ นทานภายในวงจรทที ีแอล มาตรฐานในขั้นตอนการผลติ กระแส
ในวงจรจึงไหลไดน้ ้อยลง นั่นคือ เราสามารถลดกาลังงานสญู เสียลงได้
4. ทีทแี อลชนิดชอ๊ ตก้ี ( Schottky TTL ) ใน ไอ.ซี.ทีทีแอล ชนิดมาตรฐาน ชนิดความเร็วสูงและชนิดกาลงั งานต่านัน้ ในขณะทางาน
ทรานซสิ เตอร์ จะถึงจุดอม่ิ ตวั (Saturate) อยา่ งมากเนอื่ งจากในขณะทเ่ี บสเป็นลอจกิ ”สงู ” ที่ เบส จะเป็นบวกมาก และเมือ่
ทรานซิสเตอร์
5. ทที ีแอลชนดิ ชอ๊ ตกก้ี าลังงานตา่ (Low power schottky TTL ) โดยการเพิม่ ความต้านทานภายใน และใช้ช๊อตกไี้ ดโอด ใน
ขบวนการผลติ จะได้ ไอ.ซ.ี ทีทีแอลทมี่ คี ุณสมบัติ ระหวา่ ง กาลังงานต่า และ ความเรว็ สูง

แบบ ตัวเลข ลกั ษณะ
ข้ึนตน้
มาตรฐาน
กาลังงานสงู 74 รุ่นมาตรฐาน
กาลังงานต่า
74 H มคี วามเร็วสูง , สูญเสียกาลังงานมากทส่ี ุด
ช๊อตกี้
ช๊อตก้ี กาลงั 74 L สญู เสยี กาลงั งานต่าที่สดุ
งานต่า
74 S ใช้ชอ๊ ตกี้ มคี วามเรว็ สูงทสี่ ุด
ซีมอส
ความเรว็ 74 LS สูญเสยี กาลังงานตา่ และมีความเร็ว
สูง สงู สดุ เปน็ ทน่ี ยิ มสงู สุด

74 HC ใชซ้ มี อส มีความเร็วสงู

แสดงตระกูลพ้นื ฐานของ ทที แี อล

รปู ร่างตัวไอซี ในตระกูล 74 ทีทีแอล


Click to View FlipBook Version