The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1 ทวารวดี (123) ฉบับเผยแพร่ 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ห้องสมุด สุพรรณ 3, 2023-10-31 01:01:19

1 ทวารวดี (123) ฉบับเผยแพร่ 2566

1 ทวารวดี (123) ฉบับเผยแพร่ 2566

Keywords: ประวัติศาสตร์

สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๙๔ แบบบันทึกผลการประเมิน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ แผนการจัดการเรียนรู้ที่............. ที่ ชื่อ – สกุล รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่เรียนรู้ ซื่อสัตย์ มีวินัย รักความเป็นไทย เฉลี่ย ระดับคุณภาพ ผลการประเมิน ๕ ๕ ๕ ๕ ผ่าน ไม่ผ่าน ผลการประเมิน นักเรียนทั้งหมด......................คน ได้ระดับดี จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ได้ระดับพอใช้ จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ได้ระดับปรับปรุง จำนวน ............. คน คิดเป็นร้อยละ ...................... ลงชื่อ ............................................ ครูผู้สอน (……………………………………) ตำแหน่ง ครูโรงเรียน............................. ณฑ ป ะ ุณ ษณะ ึ ป ะ ๕ ม ยถึ คุณ ม ๔ ม ยถึ คุณ ๓ ม ยถึ คุณ ใช้ ๒ ม ยถึ คุณ ุ ุป ณฑ ป ะ ุณ ษณะ ึ ป ะ ค แ ๒๐-๑๖ ไ ้ คุณ ม ค แ ๑๕-๑๓ ไ ้ คุณ ม ค แ ๑๒-๑๐ ไ ้ คุณ ใช้ ค แ ๙-๐ ไ ้ คุณ ุ ตัวอย่าง แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการวรรณคดีท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๙๕ แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี หน่วยการเรียนรู้ที่ ๙ เรื่อง เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ บูรณาการหน่วยที่ ๔ เรื่อง เศรษฐกิจวัฒนธรรมและภูมิปัญญาในเมืองโบราณอู่ทอง ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์ ๔ รหัส ว ๒๒๑๐๒ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วิทยาศาสตร์) เวลา ๓ ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลงภายใน โลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ม. 2/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบัติ และการใช้ประโยชน์ รวมทั้งอธิบาย ผลกระทบจากการใช้เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ 2. สาระสำคัญ/แนวคิดหลักของการจัดการเรียนรู้ หินน้ำมัน เป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติซึ่งเกิดจากการทับถมของซากพืชและซากสัตว์ภายใต้ แหล่งน้ำเป็นเวลานาน มีสมบัติจุดติดไฟได้ และปิโตรเลียม เป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติซึ่งเป็นสารประกอบไฮโดรคาร์บอนมี 2 ประเภท คือ น้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ ซึ่งก่อน นำไปใช้ประโยชน์จำเป็นต้องผ่านกระบวนกลั่น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ การเผาไหม้เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ในกิจกรรมต่าง ๆ ของมนุษย์จะทำให้เกิดมลพิษทางอากาศ เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ไนตรัสออกไซด์ ก่อให้เกิดฝนกรด ภาวะโลกร้อน และส่งผลให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง ๔.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงสภาพของซากสิ่งมีชีวิตในอดีต โดย กระบวนการทางเคมีและธรณีวิทยา เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์ ได้แก่ ถ่านหิน หินน้ำมัน และ ปิโตรเลียม ซึ่งเกิดจากวัตถุต้นกำเนิด และสภาพแวดล้อมการเกิดที่แตกต่างกัน ทำให้ได้ชนิดของ เชื้อเพลิง ซากดึกดำบรรพ์ที่มีลักษณะ สมบัติ และการนำไปใช้ประโยชน์แตกต่างกัน สำหรับ ปิโตรเลียมจะต้องมีผ่านการกลั่นลำดับส่วนก่อนการใช้งาน เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์เหมาะสมต่อการใช้ ประโยชน์ เชื้อเพลิงซากดึกดำบรรพ์เป็นทรัพยากรที่ใช้แล้วหมดไป เนื่องจากต้องใช้เวลานานหลายล้านปี จึงจะเกิดขึ้นใหม่ได้ ตัวอย่าง แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการวรรณคดีท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๙๖ 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการระบุ 2) ทักษะการสำรวจ 3) ทักษะการเชื่อมโยง 4) ทักษะการเปรียบเทียบ 5) ทักษะการทำงานร่วมกัน 6) ทักษะการรวบรวมข้อมูล 7) ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 8) ทักษะการจำแนกประเภท 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. ใฝ่เรียนรู้ 4. รักความเป็นไทย ๕. มีวินัย รับผิดชอบ ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน 6. จุดประสงค์การเรียนรู้(K,P,A) 1. อธิบายกระบวนการเกิด สมบัติ และการใช้ประโยชน์ของหินน้ำมันและปิโตรเลียมได้ (K) 2. เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบัติ และการใช้ประโยชน์ ของหินน้ำมันได้ (K) 3. วิเคราะห์กระบวนการกลั่นน้ำมันก่อนนำไปใช้ประโยชน์ได้ (K) 4. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับหินน้ำมันและปิโตรเลียมได้ (P) 5. มีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้และการทำงานที่ได้รับมอบหมายตลอดเวลา (A) 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน ๑. ภาพวาดกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบ และเขียนผลิตภัณฑ์ ๒. แบบฝึกหัด เรื่อง หินน้ำมันและปิโตรเลียม 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ชั่วโมงที่ ๑ ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูนำบัตรภาพหินน้ำมัน มาให้นักเรียนดู จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความสนใจ นักเรียน


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๙๗ โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่า ถูกหรือผิด ดังนี้ • หินในบัตรภาพมีลักษณะอย่างไร (แนวตอบ : เป็นหินตะกอนที่มีเนื้อละเอียด มีสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลไหม้ มีสารสีดำเป็น ชั้นบาง ๆ แทรกอยู่ระหว่างชั้นหินตะกอน) • หินในบัตรภาพมีความแตกต่างจากถ่านหินอย่างไร (แนวตอบ : ถ่านหินจะมีสีคล้ำ แต่หินน้ำมันจะมีสารประกอบเคอโรเจนแทรกอยู่เป็นชั้น ๆ) 2. นักเรียนดูวีดิทัศน์เกี่ยวกับหินน้ำมัน ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) 1. นักเรียนจับคู่กับเพื่อนในชั้นเรียน ตามความสมัครใจ จากนั้นร่วมกันศึกษาค้นคว้าข้อมูล เกี่ยวกับกระบวนการเกิดหินน้ำมัน และการใช้ประโยชน์จากหินน้ำมัน จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 หรือใบความรู้ เรื่อง หินน้ำมัน 2. นักเรียนแต่ละคู่ร่วมกันอภิปรายเรื่องที่ได้ศึกษา จากนั้นร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จาก การศึกษาค้นคว้าลงในสมุดประจำตัวนักเรียน (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(Explain) 3. ครูสุ่มนักเรียน จำนวน 4 คู่ ออกมานำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าหน้าชั้นเรียน ในระหว่าง ที่นักเรียน นำเสนอ ครูคอยให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้อง (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 4. นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับกระบวนการเกิดหินน้ำมัน ซึ่งได้ข้อสรุป ร่วมกันว่า “หินน้ำมันเป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติที่เกิดจากการทับถมกันของซากพืชและสัตว์ภายใต้ แหล่งน้ำเป็น ระยะเวลานาน ซึ่งกระบวนการเกิดเริ่มต้นจากซากพืชและสัตว์จมลงสู่ใต้แหล่งน้ำ สะสม พอกตัว เป็นชั้นอยู่ใต้แหล่งน้ำ เมื่อเวลาผ่านไปหลายปีเกิดกระบวนการเปลี่ยนแปลงของเปลือก โลก ทำให้ซากพืชและสัตว์เหล่านี้ถูกทับถมลึกลงไปมากขึ้น ภายใต้ความร้อนและแรงกดดัน ทำให้น้ำที่ อยู่ภายในหินระเหยไปจนหมด และสารอินทรีย์ที่อยู่ในซากพืชและสัตว์จะเปลี่ยนไปอยู่ในรูป สารประกอบเคอโรเจน ซึ่งสารนี้จะผสมกับตะกอนดินกลายเป็นหินน้ำมัน” 5. ครูสุ่มนักเรียน จำนวน 2 คน ยกตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากหินน้ำมัน มาคนละ 1 ตัวอย่าง (แนวตอบ : ตัวอย่างการใช้ประโยชน์จากหินน้ำมัน เช่น ใช้เป็นเชื้อเพลิง ผลิตภัณฑ์วัสดุ ก่อสร้าง เป็นต้น)


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๙๘ ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (Explore) (ต่อ) 6. ครูนำบัตรภาพการคมนาคมรูปแบบต่าง ๆ มาให้นักเรียนดู จากนั้นครูตั้งประเด็นคำถาม กระตุ้น ความสนใจนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่าง อิสระโดยไม่มี การเฉลยว่าถูกหรือผิด ดังนี้ • จากบัตรภาพนักเรียนคิดว่าการคมนาคมทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ ใช้เชื้อเพลิงชนิด เดียวกันหรือไม่อย่างไร (แนวตอบ : แตกต่างกัน บางชนิดใช้เป็นน้ำมัน ซึ่งน้ำมันแต่ละชนิดมีองค์ประกอบที่ แตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทของรถยนต์บางชนิด บางชนิดใช้เป็นแก๊ส) • กิจกรรมในชีวิตประจำวันของนักเรียนใดบ้างที่ใช้เชื้อเพลิงจากปิโตรเลียม (แนวตอบ : ขึ้นอยู่กับคำตอบของนักเรียน เช่น การขับเคลื่อนรถยนต์ การหุงต้มอาหาร การจุดไฟตะเกียง) 7. นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน ตามความสมัครใจ จากนั้นนักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกัน ศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดปิโตรเลียม และประเภทของปิโตรเลียม โดยวิทยากรท้องถิ่นจาก บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จังหวัดสุพรรณบุรี และจากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 หรือแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เช่น อินเทอร์เน็ต ห้องสมุด 8. นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันอภิปรายเรื่องที่ได้ศึกษา จากนั้นร่วมกันสรุปความรู้ที่ได้จาก การศึกษาค้นคว้าลงในสมุดประจำตัวนักเรียน (หมายเหตุ : ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม) ชั่วโมงที่ 3 ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(Explain) 9. ครูสุ่มนักเรียนออกมานำเสนอผลการศึกษาค้นคว้าหน้าชั้นเรียน โดยสุ่มออกมาเพียง 4 กลุ่มซึ่งครูเป็นคนเลือกว่าจะให้กลุ่มไหนนำเสนอเรื่องอะไร ตามหัวข้อเรื่อง ดังนี้ • การเกิดปิโตรเลียม • ประเภทของปิโตรเลียม (หมายเหตุ: ครูเริ่มประเมินนักเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน) 10. ในระหว่างที่นักเรียนนำเสนอ ครูอาจเสนอแนะหรือแทรกข้อมูลเพิ่มเติมในเรื่องนั้น ๆ เพื่อให้นักเรียนมีความเข้าใจที่ถูกต้องมากยิ่งขึ้น 11. ครูอธิบายเพิ่มเติมให้นักเรียนเข้าใจว่า “ปิโตรเลียมเป็นเชื้อเพลิงที่เกิดขึ้นเองตาม ธรรมชาติ


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๙๙ ซึ่งปิโตรเลียมเกิดจากซากสัตว์ในทะเลตายและจมลงสู่พื้นใต้ทะเล ทับถมนานกว่าหลาย ร้อยปีจนกลายเป็นหินต้นกำเนิด เมื่อเวลาผ่านไปเนื่องจากความร้อนและแรงกดดันทำให้ไขมันจาก ซากพืชและสัตว์เหล่านี้สลายตัวเป็นน้ำมันปิโตรเลียม” 12. ครูตั้งประเด็นคำถามกระตุ้นความคิดนักเรียน โดยให้นักเรียนแต่ละคนร่วมกันอภิปราย แสดงความคิดเห็นเพื่อหาคำตอบ ดังนี้ • ปิโตรเลียมเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวตอบ : ปิโตรเลียมเกิดจากการทับถมของซากพืชซากสัตว์ทะเลในอดีตที่ตายเมื่อ หลายปีที่แล้วเกิดการทับถมอยู่ใต้มหาสมุทรเป็นจำนวนมาก และจมลงใต้ผิวโลกตาม การเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก) • การสำรวจปิโตรเลียมทำได้อย่างไร (แนวตอบ: การสำรวจปิโตรเลียมต้องใช้เทคโนโลยีและต้นทุนสูง ซึ่งประกอบด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ การสำรวจทางธรณีวิทยา การสำรวจทางธรณีฟิสิกส์ และการเจาะ สำรวจ) • ประเภทของปิโตรเลียม แบ่งออกเป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง (แนวตอบ : แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ น้ำมันดิบ และแก๊สธรรมชาติ) ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 13. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเนื้อหาเกี่ยวกับ เรื่อง หินน้ำมันและปิโตรเลียม และให้ ความรู้เพิ่มเติมจากคำถามของนักเรียน โดยครูใช้ PowerPoint เรื่อง หินน้ำมันและปิโตรเลียม ในการ อธิบายเพิ่มเติม 14. นักเรียนแต่ละคนวาดภาพกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบ และเขียนผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการ กลั่น น้ำมันดิบ ลงในกระดาษ A4 พร้อมตกแต่งให้สวยงาม 15. นักเรียนแต่ละคนทำแบบฝึกหัด เรื่อง หินน้ำมันและปิโตรเลียม จากแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.2 เป็นการบ้านส่งชั่วโมงถัดไป ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูประเมินผล โดยการสังเกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤติกรรมการทำงานรายบุคคล พฤติกรรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการปฏิบัติกิจกรรมหน้าชั้นเรียน 2. ครูตรวจภาพวาดกระบวนการกลั่นน้ำมันดิบ 3. ครูตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง หินน้ำมันและปิโตรเลียม จากแบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.2 4. นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับหินน้ำมันและปิโตรเลียม ซึ่งได้ข้อสรุปร่วมกันว่า “หิน น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการทับถมของซากพืชและซากสัตว์ ภายใต้แหล่งน้ำเป็นวลา นาน และปิโตรเลียม เป็นเชื้อเพลิงชนิดหนึ่งที่เกิดขึ้นเองตามะรรมชาติ ซึ่งเป็นสารประกอ ไฮโดรคาร์บอน มี 2 ประเภท คือ น้ำมันดิบและแก๊สธรรมชาติ ซึ่งก่อนนำไปใช้จำเป็นต้องผ่าน กระบวนการกลั่น เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์”


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๐๐ 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.2 2) แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.2 3) ใบความรู้เรื่อง หินน้ำมัน 4) PowerPoint เรื่อง หินน้ำมันและปิโตรเลียม 5) บัตรภาพหินน้ำมัน 6) บัตรภาพการคมนาคมรูปแบบต่าง ๆ 7) วีดิทัศน์เกี่ยวกับหินน้ำมัน จาก https://www.youtube.com/watch?v=sjlhe1qt89Q 8) สมุดประจำตัวนักเรียน 9) อินเทอร์เน็ต ๑๐) บริษัท ปตท.สผ. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด จังหวัดสุพรรณบุรี 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ รายการวัด วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม การเรียนรู้ 1) หินน้ำมันและ ปิโตรเลียม - ตรวจสมุดประจำตัว หรือแบบฝึกหัด วิทยาศาสตร์ ม.2 - สมุดประจำตัว หรือ แบบฝึกหัดวิทยาศาสตร์ ม.2 -ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2) การนำเสนอ ผลงาน - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3) พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย รับผิดชอบ ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 11.บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ....................


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๐๑ ปัญหา/อุปสรรค ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. .................... แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. .................... ครูผู้สอน....................................................................... (................................................................) วันที่บันทึก.............................................


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๐๒ แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการประวัติศาสตร์ท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑๒ เรื่อง ธาตุกัมมันตรังสี บูรณาการหน่วยที่ ๑ เรื่อง ประวัติร่องรอยทวาราวดีสู่สุพรรณบุรีศรีอู่ทอง ชื่อวิชา วิทยาศาสตร์ ๑ (เคมี) รหัส ว ๓๑๑๐๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วิทยาศาสตร์) เวลา ๔ ชั่วโมง 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด มาตรฐาน ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติ ของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนียวระหว่างอนุภาคหลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสาร การเกิดสารละลายและการเกิดปฏิกิริยาเคมี ตัวชี้วัด ม.๔/24 อธิบายสมบัติของสารกัมมันตรังสี และคำนวณครึ่งชีวิตและปริมาณของสารกัมมันตรังสี ม.๔/25 สืบค้นข้อมูลและนำเสนอตัวอย่างประโยชน์ของสารกัมมันตรังสีและการป้องกัน อันตรายที่เกิดจากกัมมันตภาพรังสี 2. สาระสำคัญ/แนวคิดหลักของการจัดการเรียนรู้ ธาตุกัมมันตรังสีจะแผ่รังสีออกมา 3 ชนิด ได้แก่ อนุภาคแอลฟา () อนุภาคสีบีตา () และรังสี แกมมา () ธาตุกัมมันตรังสีสามารถมาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้มากมาย แต่การใช้อย่างไม่ ระมัดระวังและขาดความรู้จะทำให้อันตรายได้ เนื่องจากกัมมันตภาพรังสีที่แผ่ออกมาเมื่อผ่านเข้าไปใน เนื้อเยื่อของสิ่งมีชีวิตจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเนื้อเยื่อได้เมื่อธาตุกัมมันตรังสีแผ่รังสีออก มาแล้ว จะเกิดการสลายตัวลดปริมาณลงไปด้วย โดยเรียกระยะเวลาที่ธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวไปจน เหลือครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิมว่า ครึ่งชีวิต (half-life) 3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง - สารที่สามารถแผ่รังสีได้เรียกว่า สารกัมมันตรังสี ซึ่งมีนิวเคลียสที่สลายตัวอย่างต่อเนื่อง ระยะเวลา ที่สารกัมมันตรังสีสลายตัวจนเหลือครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิม เรียกว่า ครึ่งชีวิต โดยสารกัมมันตรังสีแต่ ละชนิดมีค่าครึ่งชีวิตแตกต่างกัน - รังสีที่แผ่จากสารกัมมันตรังสีมีหลายชนิด เช่น แอลฟา บีตา แกมมา ซึ่งสามารถนำมาใช้ประโยชน์ ได้แตกต่างกัน การนำสารกัมมันตรังสีแต่ละชนิดมาใช้ ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม รวมทั้งมีการจัดการอย่างเหมาะสม 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด ตัวอย่าง แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการวรรณคดีท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๐๓ 1) ทักษะการวิเคราะห์ 2) ทักษะการสังเกต 3) ทักษะการสื่อสาร 4) ทักษะการทำงานร่วมกัน 5) ทักษะการนำความรู้ไปใช้ 3. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต 3. ใฝ่เรียนรู้ 4. รักความเป็นไทย ๕. มีวินัย ๖. มุ่งมั่นในการทำงาน 6. จุดประสงค์การเรียนรู้(K,P,A) 1. อธิบายสมบัติ การใช้ประโยชน์ และวิธีการป้องกันอันตรายจากธาตุกัมมันตรังสีได้ (K) 2. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการนำธาตุกัมมันตรังสีไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้(P) 3. แสดงความเป็นคนช่างสังเกต ช่างคิด ช่างสงสัยใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการเสาะแสวงหาความรู้ (A) 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน ๑. บทความเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับประโยชน์และโทษของกัมมันตภาพรังสีต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ๒. แบบฝึกหัดจาก Unit Question 4 เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี ๓. ผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) เรื่อง กัมมันตรังสี 8. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูนำเข้าสู่บทเรียนเกี่ยวกับธาตุกัมมันตรังสี โดยถามคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียน หน้า 127 ว่า “ธาตุชนิดหนึ่งสามารถเปลี่ยนไปเป็นธาตุอีกชนิดหนึ่งได้หรือไม่” (แนวตอบ : สามารถเปลี่ยนไปเป็นธาตุอีกชนิดหนึ่งได้โดยการแผ่รังสีออกมา) 2. นักเรียนช่วยกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ 3. ครูถามคำถามเพื่อเป็นการกระตุ้นให้นักเรียนร่วมกันคิด โ 1-2 ข ้ ำ


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๐๔ • เพราะเหตุใด ธาตุชนิดหนึ่งจึงมีการแผ่รังสีออกมาเพื่อเปลี่ยนเป็นธาตุอีกชนิดหนึ่ง (แนวตอบ: เพราะธาตุชนิดนั้นไม่เสถียร จึงต้องเปลี่ยนแปลงไปเป็นธาตุอีกชนิดหนึ่งทีมีความ เสถียรมากกว่าเดิม) • ธาตุที่สามารถแผ่รังสีออกมา คือธาตุอะไร (แนวตอบ: ธาตุกัมมันตรังสี) • รังสีที่แผ่ออกมาจากธาตุ เรียกว่าอะไร (แนวตอบ: กัมมันตภาพรังสี) 4. นักเรียนร่วมกันตอบคำถามและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคำตอบของคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่ การเรียนรู้เรื่อง ธาตุกัมมันตรังสี สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน 2. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี โดยนำนักเรียนไปสำรวจ แหล่งเรียนรู้ท้องถิ่น เช่น วัดเขาทำเทียม วัดเขาดีสลัก วัดเขาศรีสีเพชญาราม เขาถ้ำเสือ เป็นต้น และ ร่วมกันอภิปรายแหล่งกำเนิด ชนิด และการสลายตัวของธาตุกัมมันตภาพรังสีรวมทั้งการนำไปใช้ ประโยชน์จากหนังสือเรียนหรือหนังสือค้นคว้าเพิ่มเติมตามความเหมาะสม อธิบายความรู้ (Explain) 1. สมาชิกแต่ละกลุ่มนำความรู้ที่ได้จากการศึกษามาอธิบายร่วมกันภายในกลุ่ม และช่วยกันสรุปเป็น มติของกลุ่ม 2. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 กลุ่ม ออกมาอธิบายเกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี ร่วมกันอภิปรายแหล่งกำเนิด ชนิด และการสลายตัวของธาตุกัมมันตภาพรังสี รวมทั้งการนำไปใช้ประโยชน์หน้าชั้นเรียน 3. สมาชิกกลุ่มอื่นช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง และนำเสนอเพิ่มเติมในส่วนที่แตกต่าง 4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับกัมมันตภาพรังสี โดยให้ได้ข้อสรุปว่า ธาตุกัมมันตรังสี เป็นธาตุที่สามารถแผ่รังสีได้ 3 ชนิด คือ อนุภาคแอลฟา อนุภาคบีตา และรังสีแกมมา เรียกรังสีของ ธาตุที่แผ่ออกมาว่า กัมมันตภาพรังสี ซึ่งกัมมันตภาพรังสีแต่ละชนิด มีสมบัติที่แตกต่างกัน จึงสามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายด้าน ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 1. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการสลายตัวของธาตุกัมมันตภาพรังสีว่า เรารู้แล้วว่ารังสีที่แผ่ออกมา จากธาตุกัมมันตรังสีเกิดจากนิวเคลียสในอะตอมของธาตุซึ่งไม่เสถียร จึงต้องมีการสลายตัวและแผ่รังสี ออกมา เพื่อเปลี่ยนไปเป็นอะตอมที่มีเสถียรภาพมากขึ้น เมื่อธาตุกัมมันตรังสีแผ่รังสีออกมาแล้วจะเกิด การสลายตัวลดปริมาณลงไปด้วย โดยเราเรียกระยะเวลาที่ธาตุกัมมันตรังสีสลายตัวไปจนเหลือ ครึ่งหนึ่งของปริมาณเดิมว่า ครึ่งชีวิต (half-life) ข ้ ส ข ้ ส ุ


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๐๕ 2. ครูตรวจสอบความเข้าใจของนักเรียนเรื่อง ครึ่งชีวิตของธาตุ โดยถามคำถาม H.O.T.S กับนักเรียน ว่า ธาตุกับมันตรังสีธรรมชาติ Z มีครึ่งชีวิตเท่ากับ 3,000 ปี นักธรณีวิทยาค้นพบซากของสัตว์โบราณ ที่มีปริมาณธาตุกัมมันตรังสี Z เหลือออยู่เพียงร้อยละ 12.5 ของปริมาณเริ่มต้น สัตว์โบราณนี้มีชีวิต เมื่อกี่ปีมาแล้ว (แนวตอบ : 100 → 50 → 25 → 12.5 ธาตุกัมมันตรังสี Z จะเหลืออยู่ร้อยละ 12.5 จะต้องผ่านครึ่งชีวิตมา 3 ครั้ง ดังนั้น สัตว์โบราณนี้มีชีวิตอยู่เมื่อ 3,000 x 3 = 9,000 ปีมาแล้ว) สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูทบทวนความรู้เดิมของนักเรียนเกี่ยวกับธาตุกัมมันตรังสี โดยอภิปรายร่วมกับนักเรียนในประเด็ย ต่อไปนี้ • ความหมายของธาตุกัมมันตรังสีกับกัมมันตภาพรังสี • การสลายตัวของธาตุกัมมันตภาพรังสี 2. ครูนำอภิปรายเกี่ยวกับธาตุกัมมันตรังสีที่มีการนำมาใช้ประโยชน์มากมายหลายด้าน และมีความ จำเป็นในชีวิตประจำวันของเรา 3. ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน ศึกษาประโยชน์ของธาตุกัมมันตรังสีจากนั้นให้สมาชิกใน กลุ่มจับฉลากตามหมายเลข 1-5 เพื่อแบ่งกันศึกษาคนละเรื่อง ดังนี้ • หมายเลขที่ 1 คือ ด้านการแพทย์ • หมายเลขที่ 2 คือ ด้านอุตสาหกรรม • หมายเลขที่ 3 คือ ด้านธรณีวิทยา • หมายเลขที่ 4 คือ ด้านพลังงาน • หมายเลขที่ 5 คือ ด้านเกษตรกรรม 4. จากนั้นให้นำเรื่องที่ตนเองศึกษามาอธิบายให้เพื่อนในกลุ่มฟัง แล้วให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มช่วยกัน ตรวจสอบความถูกต้อง และจดลงในสมุดบันทึกของนักเรียนแต่ละคน หรือนำข้อมูลที่รวบรวมได้มา จัดเป็นแผ่นพับ/ป้ายนิเทศ อธิบายความรู้ (Explain) 1. ครูสุ่มนักเรียน 3-4 กลุ่ม ยกตัวอย่างประโยชน์ของธาตุกัมมันตรังสีในแต่ละด้านหน้าชั้นเรียน 2. สมาชิกกลุ่มอื่นช่วยกันตรวจสอบความถูกต้องและนำเสนอเพิ่มเติมในส่วนที่แตกต่าง 3. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและหาข้อสรุปเกี่ยวกับประโยชน์และโทษของกัมมันตภาพรังสีต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม โดยใช้คำถามต่อไปนี้ • มนุษย์นำธาตุกัมมันตรังสีไปใช้ประโยชน์ในด้านใดบ้าง (แนวตอบ: ด้านการแพทย์การเกษตร อุตสาหกรรม รวมจนถึงด้านธรณีวิทยาการหาอายุ ของวัตถุต่าง ๆ) โ 3-4 ข ้ ส


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๐๖ • ธาตุกัมมันตรังสีเป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่ จงอธิบาย (แนวตอบ: เป็นอันตรายถ้าร่างกายของมนุษย์ได้รับรังสีจากธาตุกัมมันตรังสีในปริมาณมาก หรือปริมาณน้อยแต่ระยะเวลานานจะทำให้เซลล์ตายได้หรืออาจทำให้โครโมโซมของเซลล์ สืบพันธ์ุมีการเปลี่ยนแปลง เกิดการกลายพันธุ์ได้) 4. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับประโยชน์และโทษของกัมมันตภาพรังสีต่อสิ่งมีชีวิตและ สิ่งแวดล้อม โดยให้ได้ข้อสรุปว่า ธาตุกัมมันตรังสีสามารถนามาใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้ทั้งในด้าน การแพทย์ ด้านการเกษตร ด้านอาหาร และด้านอุตสาหกรรม อันตรายจากกัมมันตรังสีจะเกิดขึ้นเมื่อ ร่างกายได้รับรังสีในปริมาณที่มาก หรือน้อย แต่เป็นระยะเวลานาน ส่งผลใหเซลล์ร่างกายส่วนที่ได้รับ รังสีตายได้ ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 1. ครูให้นักเรียนศึกษาค้นคว้าบทความเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับประโยชน์และโทษของ กัมมันตภาพรังสีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม แล้วรวบรวมสิ่งที่ค้นคว้าได้ใส่ลงในกระดาษ A4 ส่งเป็น การบ้านในคาบเรียนต่อไป 2. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับอันตรายจากธาตุกัมมันตรังสีเกิดขึ้นได้ว่า หากร่างกายได้รับกัมมันตรังสี ในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้โมเลกุลของน้ำ สารอินทรีย์และสารอนินทรีย์ต่าง ๆ ในร่างกายเสีย สมดุล ทำให้เกิดความเสียหายต่อเซลล์ในร่างกาย ซึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดความเจ็บป่วย หรือหากได้รับ ในปริมาณมากก็อาจทำให้เสียชีวิตได้ ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับรังสีจึงจะต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกัน อันตรายจากรังสี และมีการกำหนดระยะเวลาในการทำงานเพื่อไม่ให้สัมผัสกับรังสีเป็นเวลานานเกินไป 3. ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมร่วมกันศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เกี่ยวกับการป้องกัน อันตรายจากธาตุกัมมันตรังสี จากนั้นนำข้อมูลที่รวบรวมได้มาจัดเป็นป้ายนิเทศในห้องเรียน 4. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนคิดและตอบคำถามอย่างอิสระ และสอบถามเนื้อหาเรื่อง ธาตุกัมมันตรังสี ว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจและให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น โดยที่ครูอาจจะใช้PowerPoint เรื่อง ธาตุ กัมมันตรังสีช่วยในการอธิบาย 5. ครูให้นักเรียนร่วมกันทำใบงานที่ 4.3 เรื่อง ธาตุกัมมันตรังสีและร่วมกันเฉลยคำถามจาก Unit Question 4 6. ครูให้นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 ปฏิกิริยาเคมี 7. ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละคนทำแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) เรื่อง ธาตุกัมมันตรังสี แล้วส่งเป็นการบ้านในคาบเรียนต่อไป ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบหลังเรียน 2. ครูประเมินผล โดยการสังเกตการตอบคำถาม การร่วมกันทำผลงาน และจากการนำเสนอผลงาน 3. ครูสังเกตความสนใจ ความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ของนักเรียน 4. ครูตรวจใบงานที่ 4.3 เรื่อง ธาตุกัมมันตรังสี 5. ครูตรวจการทำแบบฝึกหัดจาก Unit Question 4 เรื่อง ปฏิกิริยาเคมี ข ้ ส ุ


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๐๗ 6. ครูประเมินผลงานจากแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) ที่นักเรียนได้สร้างขึ้นจากขั้นขยาย ความเข้าใจของนักเรียนเป็นรายบุคคล 9. สื่อการเรียนรู้/แหล่งการเรียนรู้ ๙.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐานวิทยาศาสตร์ วิทยาศาสตร์กายภาพ 1 (เคมี) ม.๔ 2) ใบงานที่ 4.3 เรื่อง ธาตุกัมมันตรังสี 3) Power Point เรื่อง ธาตุกัมมันตรังสี ๙.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องเรียน 2) ห้องสมุด 3) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ 10. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ รายการวัด วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน การประเมินระหว่าง การจัดกิจกรรม 1) ธาตุกัมมันตรังสี - ตรวจใบงานที่ 4.3 - ใบงานที่ 4.3 ร้อยละ 60 ผ่าน เกณฑ์ 2) การนำเสนอ ผลงาน - ประเมินการนำเสนอ ผลงาน - ผลงานที่นำเสนอ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3) พฤติกรรมการ ทำงานรายบุคคล - สังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล - แบบสังเกต พฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 4) พฤติกรรมการ ทำงานกลุ่ม - สังเกตพฤติกรรม การทำงานกลุ่ม - แบบสังเกต พฤติกรรม การทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 5) คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ - สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่น ในการทำงาน - แบบประเมิน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 6) แบบทดสอบ หลังเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 4 ปฏิกิริยา เคมี ตรวจแบบทดสอบหลัง เรียน แบบทดสอบหลังเรียน ประเมินตามสภาพ จริง


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๐๘ 11.บันทึกผลหลังการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. .................... ปัญหา/อุปสรรค ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ............................................................................................................................. .................... แนวทางแก้ไข ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................................................................. ครูผู้สอน....................................................................... (................................................................) วันที่บันทึก.............................................


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๐๙ ใบงานที่ 4.3 เรื่อง ธาตุกัมมันตรังสี คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ไอโซโทปของอะตอมที่ไม่เสถียรจะสลายตัวเองโดยการปล่อยรังสีออกมา ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลงของ ธาตุใหม่ เรียกว่าอะไร 2. ใครเป็นผู้ค้นพบกัมมันตภาพรังสีเป็นครั้งแรกจากการสังเกตสารประกอบยูเรเนียม มีกัมมันตภาพรังสี แผ่ออกมา 3. รังสีที่แผ่ออกมาจากธาตุกัมมันตรังสีมีกี่ชนิด อะไรบ้าง 4. จงเรียงลำดับอำนาจทะลุทะลวงของรังสี จากน้อยไปหามาก 5. ในทางการแพทย์มักจะใชธาตุกัมมันตรังสีในการรักษาโรคธาตุกัมมันตรังสีที่ใชในการรักษามะเร็ง คืออะไร 6. ด้านธรณีวิทยาใช้ประโยชน์จากธาตุใดมาคำนวณหาอายุของวัตถุโบราณ อายุหิน หรือซากฟอสซิล ต่าง ๆ 7. ธาตุคาร์บอน-14 มีครึ่งชีวิตเทากับ 5,730 ปี มีหมายความวาอย่างไร 8. จากข้อ 7. ถ้าเริ่มต้นมีอยู่ 1 กิโลกรัม คาร์บอน-14 จะมีมวลลดลงเหลือกี่กิโลกรัม 9. ธาตุกัมมันตรังสีเป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่ จงอธิบาย 10. การใช้รังสีฆ่าเชื้อราบางชนิดทำใหเก็บไวได้นาน ควรใชรังสีใด ตัวอย่าง แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการวรรณคดีท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๑๐ ใบงานที่ 4.3 เฉลย เรื่อง ธาตุกัมมันตรังสี คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ 1. ไอโซโทปของอะตอมที่ไม่เสถียรจะสลายตัวเองโดยการปล่อยรังสีออกมา ทำใหเกิดการเปลี่ยนแปลงของ ธาตุใหม่ เรียกว่าอะไร ธาตุกัมมันตรังสี 2. ใครเป็นผู้ค้นพบกัมมันตภาพรังสีเป็นครั้งแรกจากการสังเกตสารประกอบยูเรเนียม มีกัมมันตภาพรังสี แผ่ออกมา อองตวน อองรีเบคเคอเรล 3. รังสีที่แผ่ออกมาจากธาตุกัมมันตรังสีมีกี่ชนิด อะไรบ้าง 3 ชนิด ได้แก่ อนุภาคแอลฟา อนุภาคบีตา และรังสีแกมมา 4. จงเรียงลำดับอำนาจทะลุทะลวงของรังสี จากน้อยไปหามาก < < 5. ในทางการแพทย์มักจะใชธาตุกัมมันตรังสีในการรักษาโรคธาตุกัมมันตรังสีที่ใชในการรักษามะเร็ง คืออะไร เรเดียม-226 6. ด้านธรณีวิทยาใช้ประโยชน์จากธาตุใดมาคำนวณหาอายุของวัตถุโบราณ อายุหิน หรือซากฟอสซิล ต่าง ๆ คาร์บอน–14 7. ธาตุคาร์บอน-14 มีครึ่งชีวิตเทากับ 5,730 ปี มีหมายความวาอย่างไร ทุก ๆ 5,730 ปี ธาตุคาร์บอน-14 จะมีมวลลดลงเหลือครึ่งหนึ่งจากปริมาณเดิม 8. จากข้อ 7. ถ้าเริ่มต้นมีอยู่ 1 กิโลกรัม คาร์บอน-14 จะมีมวลลดลงเหลือกี่กิโลกรัม 0.5 กิโลกรัม เพราะในทุก ๆ คาร์บอน-14 จะมีมวลลดลงเหลือครึ่งหนึ่งจากปริมาณเดิม คือ 14C มีครึ่งชีวิตเทากับ 5,730 ปีถ้าเริ่มต้นอยู่ 1 กิโลกรัม ผ่านไป 5,730 ปีจะเหลือ 0.5 กิโลกรัม 9. ธาตุกัมมันตรังสีเป็นอันตรายต่อมนุษย์หรือไม่ จงอธิบาย ถ้าร่างกายของมนุษย์ได้รับรังสีจากธาตุกัมมันตรังสีในปริมาณมากหรือปริมาณน้อยแต่ระยะ เวลานาน จะทำให้เซลล์ตายได้ หรืออาจทำให้โครโมโซมของเซลล์สืบพันธุ์มีการเปลี่ยนแปลง เกิดการ กลายพันธุ์ได้ 10. การใช้รังสีฆ่าเชื้อราบางชนิดทำใหเก็บไวได้นาน ควรใชรังสีใด รังสีแกมมา ตัวอย่าง แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการวรรณคดีท้องถิ่นจังหวัดสุพรรณบุรี


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๑๑ คณะผู้จัดทำ ที่ปรึกษา 1. นายชวลิต เจนเจริญ ผอ.สพม.สุพรรณบุรี ประธานกรรมการ 2. นางสาวมนัสนันท์ ทองศรีมัณฑนา รอง ผอ.สพม.สุพรรณบุรี รองประธานกรรมการ 3. นายสุรินทร์ นามอยู่ รอง ผอ.สพม.สุพรรณบุรี รองประธานกรรมการ 4. นายอนันต์ ดีขำ รอง ผอ.สพม.สุพรรณบุรี รองประธานกรรมการ การประชุมเชิงปฏิบัติการพัฒนาสาระของหลักสูตรการศึกษา และจัดทำคู่มือแนวทางการเรียนรู้ ประวัติศาสตร์และวรรณคดีจังหวัดสุพรรณบุรีระหว่างวันที่ ๑๙ - ๒๐ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๖ คณะกรรมการอำนวยการ 1. นายวิโรจน์ ไชยภักดี ผู้อำนวยการโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี ประธานเครือข่ายส่งเสริมประสิทธิภาพ การจัดการมัธยมศึกษาจังหวัดสุพรรณบุรี 2. นายนิติกรณ์ ฉันท์วงศ์ชนะ ผู้อำนวยการโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย ประธานสหวิทยาเขตนเรศวร 3. นางอุบลรัตน์ กรุดมณี ผู้อำนวยการโรงเรียนอู่ทอง ประธานสหวิทยาเขตทวารวดี 4. นายขจรวุฒิ สว่างศรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 ประธานสหวิทยาเขตพุเตย 5. นายเชี่ยวชาญ ดวงใจดี ผู้อำนวยการโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 ประธานสหวิทยาเขตสุพรรณกัลยา 6. นายตรัยพงษ์ เข็มเพ็ชร ผู้อำนวยการโรงเรียนสงวนหญิง 7. นางสุคนธ์ ตีรวัฒนประภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 8. นายนพดล คำเรียง ผู้อำนวยการโรงเรียนบางลี่วิทยา 9. นายสุขวิทย์ ปู้ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนธรรมโชติศึกษาลัย 10. นายคมสัน ธรรมนู ผู้อำนวยการโรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม 11. นายธวัช กรุดมณี ผู้อำนวยการโรงเรียนอู่ทองศึกษาลัย 12. นางสาวกุหลาบ หงษ์ทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 5 13. นางพรลักษณ์ สุพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองหญ้าไซวิทยา 14. นายวชิรวิชญ์ พิภัทร์เจริญกุล รองผู้อำนวยการรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงเรียนบางแม่หม้ายรัฐราษฎร์รังสฤษดิ์


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๑๒ 15. นางภักดิ์สิริญดา สิริรัศมีโชติ ผู้อำนวยการโรงเรียนหรรษาสุจิตต์วิทยา 2 16. นายสิน อารยะจารุ ผู้อำนวยการโรงเรียนสวนแตงวิทยา 17. นายธนกร ขุนจันทร์ดี ผู้อำนวยการโรงเรียนตลิ่งชันวิทยา 18. สิบเอกสุรสิทธิ์ ชำนาญอักษร ผู้อำนวยการโรงเรียนสระยายโสมวิทยา 19. นางสาวขนิษฐา พลายเพ็ชร์ ผู้อำนวยการโรงเรียนศรีประจันต์“เมธีประมุข” 20. นางประภัสสร สุวรรณประทีป ผู้อำนวยการโรงเรียนสระกระโจมโสภณพิทยา 21. นางอ่อนจันทร์ นุชบูรณ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสองพี่น้องวิทยา 22. นายบรรเทา คุ้มฉายา ผู้อำนวยการโรงเรียนดอนคาวิทยา 23. นางสุภัทรา จันทร์สุวรรณ ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองวัลย์เปรียงวิทยา 24. นางสาวธัญชนก เนียมแตง รองผู้อำนวยการรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ ผู้อำนวยการโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 6 25. นายสถาปนิก ศิริทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสรวงสุทธาวิทยา 26. นายทินพันธ์ บุญธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 7 27. นายวรรณดน สุขาทิพยพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ่อกรุวิทยา 28. นางสาวกัณหา คำหอมกุล ผู้อำนวยการโรงเรียนบ่อสุพรรณวิทยา 29. นางเรณู สรหงษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนด่านช้างวิทยา 30. นางสาวอัจฉรา ยศศักดิ์ศรี รองผู้อำนวยการรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงเรียนวังหว้าราษฎร์สามัคคี 31. นายวัชระ ดอกไม้เทศ รองผู้อำนวยการรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงเรียนทุ่งแฝกพิทยาคม 32. นางยุภา สุจริตธุรการ ครูชำนาญการพิเศษรักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการ โรงเรียนทุ่งคลีโคกช้างวิทยา 33. นายปราโมทย์ เจตนเสน ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล การจัดการศึกษา 34. นางแก้วตา ไชยภักดี รองผู้อำนวยการโรงเรียนอู่ทอง 35. นางสาวขวัญนภา อุณหกานต์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนอู่ทอง 36. นายสุทธิสิทธิชัย มหาเมฆ รองผู้อำนวยการโรงเรียนอู่ทอง 37. นายไพโรจน์ ออระเอี่ยม รองผู้อำนวยการโรงเรียนอู่ทอง


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๑๓ 38. นางปฏิมา ขำเจริญ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 39. นางสาวเมธินี ทองสุกใส รองผู้อำนวยการโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 40. นายชาญชัย สีเสือ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 41. นางธนัชญา วันทนะ รองผู้อำนวยการโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 42. นางสุทธาสินี เปาอินทร์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี คณะทำงานจัดทำคู่มือแนวทางการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และวรรณคดีจังหวัดสุพรรณบุรี 1. นางอุบลรัตน์ กรุดมณี ผู้อำนวยการโรงเรียนอู่ทอง 2. นางสุคนธ์ ตีรวัฒนประภา ผู้อำนวยการโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 3. นายปราโมทย์ เจตนเสน ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล การจัดการศึกษา 4. นางสาวเมธินี ทองสุกใส รองผู้อำนวยการโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 5. นายไพโรจน์ ออระเอี่ยม รองผู้อำนวยการโรงเรียนอู่ทอง 6. นางชาติรส ใจตรง ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ สพม.สุพรรณบุรี 7. นายธนกฤต ธนภัทรมงคล ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี 8. นางสาววรัทภส์ณิชา ล้ำเลิศธนกุล ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี 9. นางธนวรรณพร สังข์พิชัย ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี 10. นายวีรกิตติ์ ดิษฎาวีระวัฒน์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี 11. นางสุทธาสินี เปาอินทร์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี 12. นางนันท์นภัส ชัยสงคราม ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี 13. นายประจิน ทับโชติ ครูโรงเรียนหนองหญ้าไซวิทยา 14. นางจุฑามาศ เห็นประเสริฐ ครูโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 15. นางสาวเกษจมาภรณ์ น้ำสุทอง ครูโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 1 16. นายบัลลังก์ แก้วโกสีย์สกุล ครูโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 17. นายธเนศ ชะพินทร ครูโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 18. นางสาววรางคณา สะราคำ ครูโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 19. นางธัญญพรรธน์ รักแสงเจริญเดช ครูโรงเรียนบรรหารแจ่มใสวิทยา 3 20. นายธนกาญจน์ อยู่หลาบ ครูโรงเรียนอู่ทอง 21. นายไทยรัฐ โพธิ์พันธุ์ ครูโรงเรียนอู่ทอง


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๑๔ 22. นางสาววีราภรณ์ วงศ์คนดี ครูโรงเรียนอู่ทอง 23. นางรอยพิมพ์ มานะวิน ครูโรงเรียนอู่ทอง 24. นางอัญชเกศ บุญศรี ครูโรงเรียนอู่ทอง 25. นางศิริวรรณ งามทอง ครูโรงเรียนอู่ทอง 26. นางชลดา แลเพชรศรีทองดี ครูโรงเรียนอู่ทอง 27. นางสาวพิมพ์ธีรา อายุวัฒน์ ครูโรงเรียนอู่ทอง 28. นางสาวจิราภรณ์ ภูผา ครูโรงเรียนอู่ทอง 29. นายสันติสุข อาจคงหาญ ครูโรงเรียนอู่ทอง 30. นายพิสิฏฐ์ แก้วพิศดาร ครูโรงเรียนอู่ทอง 31. นายณัฐพงศ์ บุญส่ง ครูโรงเรียนอู่ทอง 32. นางสุดารัตน์ คล้ายสินธุ์ ครูโรงเรียนอู่ทอง 33. นางสุนันทา ว่องไวพานิช ครูโรงเรียนอู่ทอง 34. นายอาทิตย์ เอกลาภ ครูโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี 35. นายอาศเรศ กุญชร ณ อยุธยา ครูโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี 36. นายเอกพงษ์ บุญญะอุทธยาน ครูโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี 37. นายธนาคาร ธนาวิวัฒน์ ครูโรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลัย สุพรรณบุรี 38. นางสาวกัณณ์อลิน จันทะปภาวงษ์ ครูโรงเรียนกรรณสูตศึกษาลัย 39. นางปรัศนียา เทียนไชย ครูโรงเรียนสงวนหญิง 40. นายไพฑูรย์ สายเสน ครูโรงเรียนธรรมโชติศึกษาลัย 41. นางอรุณี กำลังแพทย์ ครูโรงเรียนสามชุกรัตนโภคาราม 42. นางสาวใจรัก พจน์ศิลปชัย ครูโรงเรียนสระยายโสมวิทยา 43. นายดนุพล บุญชอบ ครูโรงเรียนบางลี่วิทยา 44. นายสมพร เพิ่มพูน ครูโรงเรียนด่านช้างวิทยา 45. นางสุวพร อังกุลดี ครูโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 46. นางสาวจันทรจิรา สอดศรี ครูโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 47. นางชมภูนุช รอดเชียงล้ำ ครูโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 48. นางบงกช สนธิ ครูโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์”


สำนักงานเขตพื้นท ี่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุร ี ๑๑๕ 49. นางสาววันทนีย์ ทรัพย์อยู่ ครูโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 50. นายมาโนช ประกอบแสง ครูโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 51. นางชัชฎา พรหมพันธุ์ ครูโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 52. นางสาวกนกกาญจน์ สุขอุดม ครูโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 53. นายอภิวัฒน์ สรวยล้ำ ครูโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” คณะกรรมการพิสูจน์อักษร 1. นายไพโรจน์ ออระเอี่ยม รองผู้อำนวยการโรงเรียนอู่ทอง 2. นางสาวเมธินี ทองสุกใส รองผู้อำนวยการโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 3. นางสุทธาสินี เปาอินทร์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี 4. นางธนวรรณพร สังข์พิชัย ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี 5. นายณัฐพงศ์ บุญส่ง ครูโรงเรียนอู่ทอง 6. นางสาวหทัยรัตน์ มณฑาทัศน์ ครูโรงเรียนอู่ทอง ออกแบบปก นายธัญญารัตน์ เผือกพันธ์มุข นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี ถ่ายภาพ 1. นายธัญญารัตน์ เผือกพันธ์มุข นักประชาสัมพันธ์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี 2. นายสุภาณุ งามวงษ์ เจ้าหน้าที่ สพม.สุพรรณบุรี บรรณาธิการกิจ 1. นายปราโมทย์ เจตนเสน ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล การจัดการศึกษา 2. นางสาวเมธินี ทองสุกใส รองผู้อำนวยการโรงเรียนบางปลาม้า “สูงสุมารผดุงวิทย์” 3. นายไพโรจน์ ออระเอี่ยม รองผู้อำนวยการโรงเรียนอู่ทอง 4. นางสุทธาสินี เปาอินทร์ ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี 5. นางธนวรรณพร สังข์พิชัย ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ สพม.สุพรรณบุรี


กลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


Click to View FlipBook Version