3. ครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่า การเคลื่อนที่มีความเฉื่อยมาเกี่ยวข้อง แล้วถามนักเรียนว่า ความเฉื่อย คืออะไร (ความเฉื่อย คือ สมบัติของวัตถุที่พยายามรักษาสภาพการเคลื่อนที่ ดังนั้นการที่วัตถุมีมวลมาก ๆ วัตถุ นั้นจะมีความเฉื่อยมาก การเปลี่ยนสภาพการเคลื่อนที่ทำได้ยากกว่าวัตถุที่มีมวลน้อย หรือวัตถุมีมวล มากมีความเฉื่อยมากทำให้วัตถุนั้นเคลื่อนที่ยาก ต้องใช้แรงมาก วัตถุที่มีมวลน้อยมีความเฉื่อยน้อยทำ ให้วัตถุเคลื่อนที่ง่าย ใช้แรงน้อย) 4. นักเรียนช่วยกันตอบคำถาม แสดงความคิดเห็นตามความรู้และประสบการณ์ของนักเรียน โดยครูยังไม่ เน้นคำตอบที่ถูกต้อง ครูและนักเรียนอภิปรายสรุปร่วมกัน - สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูถามคำถาม เพื่อนำไปสู่การศึกษา เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ว่า ถ้านักเรียนออกแรงเข็นรถ แต่รถไม่เคลื่อนที่ นักเรียนคิดว่าเป็นเพราะเหตุใด ( แนวตอบ วัตถุคงสภาพอยู่นิ่ง หรือสภาพการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงตัว ซึ่งเป็นไปตามกฎการ เคลื่อนที่ข้อที่หนึ่งของนิวตัน ) 2. ครูนำอภิปรายและให้ความรู้เกี่ยวกับการนำกฎการเคลื่อนที่ข้อที่หนึ่งของนิวตันไปอธิบาย ปรากฎการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน โดยนำอภิปรายโดยคำถามที่ว่า เพราะเหตุใด เมื่อรถ ที่กำลังเคลื่อนที่อยู่คนขับรถเหยียบเบรกกะทันหัน เพื่อจะหยุดรถ ตัวเราจึงถูกผลักมาข้างหน้า ก็ เพราะวัตถุต้องการรักษาสภาพการเคลื่อนที่เดิม ซึ่งเป็นไปตามกฎข้อที่หนึ่งของนิวตัน 3. ครูอธิบายต่อว่า เมื่อมีแรงลัพธ์คงตัวและมีค่ามากกว่าศูนย์มากระทำต่อวัตถุจะเคลื่อนที่ตามทิศของ แรงลัพธ์ด้วยความเร่งโดยความเร่งแปรผันตรงกับแรงลัพธ์และแปรผกผันกับมวล หรือสรุปเป็น สมการ ∑F = ma เราเรียกสมการนี้ว่า กฎการเคลื่อนที่ข้อที่สองของนิวตัน 4. ครูให้นักเรียนพิจารณาเหตุการณ์ที่กำหนดให้ แล้วบอกว่าอาศัยกฎข้อที่สามของนิวตันอย่างไร ➢ ลูกบอลที่ตกอิสระ - (แรงโน้มถ่วงกระทำต่อลูกบอล อาศัยกฎข้อที่สามของนิวตัน โลกจะออกแรงนี้ ซึ่งมีค่าเท่ากับ แรงที่ลูกบอลกระทำต่อโลก) ➢ กล่องวางนิ่งอยู่บนโต๊ะ - (โลกออกแรงโน้มถ่วงกระทำต่อกล่อง ดังนั้นกล่องจะถูกผลักขึ้น โต๊ะออกแรงขึ้นในทิศตั้งฉาก กับผิวโต๊ะ อาศัยกฎข้อที่สามของนิวตัน จะได้ว่ากล่องจะออกแรงในทิศลงกระทำต่อโต๊ะ) ➢ เมื่อรับลูกบอล ขั้นสอน
- (เมื่อรับลูกบอลมือจะออกแรงกระทำต่อลูกบอลอาศัยกฎข้อที่สามของนิวตัน ลูกบอลจะออก แรงขนาดเท่ากันในทิศตรงข้ามกระทำกับมือ) - อธิบายความรู้ (Explain) 1. ครูนำสื่อ power point เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ให้นักเรียนศึกษา พร้อมทั้งอภิปราย ร่วมกับนักเรียนเพื่อสรุป กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน - ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 1. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างการคำนวณเกี่ยวกับกฎการเคลื่อนที่ข้อที่สองของนิวตัน พร้อมทั้งให้ นักเรียนฝึกแก้โจทย์ปัญหา ตามขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหา ดังนี้ • ขั้นที่ 1 ครูให้นักเรียนทุกคนทำความเข้าใจโจทย์ตัวอย่าง • ขั้นที่ 2 ครูถามนักเรียนว่า สิ่งที่โจทย์ต้องการถามหาคืออะไร และจะหาสิ่งที่โจทย์ ต้องการ ต้องทำอย่างไร • ขั้นที่ 3 ครูให้นักเรียนดูวิธีทำในการคำนวณหาคำตอบ • ขั้นที่ 4 ตรวจสอบคำตอบของโจทย์ตัวอย่างว่าถูกต้อง หรือไม่ 2. ครูให้นักเรียนทำแบบฝึกหัด เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน เป็นการบ้านส่งในชั่วโมงต่อไป 3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเรื่อง กฎการเคลื่อนที่ข้อที่สองของนิวตัน ว่ามีส่วนไหน ที่ยังไม่เข้าใจและให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น 4. ครูให้นักเรียนร่วมกันยกตัวอย่าง อธิบายปรากฎการณ์ หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎ การเคลื่อนที่ข้อที่สองของนิวตัน (ตามสื่อ power point ที่ครูเตรียมมาให้) - ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการร่วมกิจกรรมของนักเรียน 2. ครูสังเกตการตอบคำถามของนักเรียน 3. ครูตรวจการทำแบบฝึกหัด 4. ครูให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ขั้นสรุป
9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อ power point เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 2. ใบงาน เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 3. แบบฝึกหัด เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 10. การวัดและการประเมินผล 10.1 ด้านความรู้ (K) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัดและประเมินประเมินผล 1. ตรวจใบงาน 1. ใบงาน เรื่อง เรื่อง กฎการ เคลื่อนที่ของนิวตัน 1. ทำใบงานได้ถูกต้องร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ 10.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัดและประเมินประเมินผล 1. ตรวจแบบฝึกทักษะท้ายบท 1. แบบฝึกทักษะท้ายบท 1. ทำได้ถูกต้องร้อยละ 70 ขึ้นไปถือว่า ผ่านเกณฑ์ 10.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัดและประเมินประเมินผล 1. สังเกตความสนใจและพฤติกรรม ในชั้นเรียน 1. แบบประเมินพฤติกรรม 1. ร้อยละ 60 ขึ้นไป จึงผ่านเกณฑ์ 2. ส่งใบงานตรงตามเวลาที่กำหนด
11. บันทึกหลังการสอน - ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… - ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ................................................. ( นางสาวซอฟียะห์ ฮะ ) ครูฝึกสอน
12. ความคิดเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………….……………...…………………………………….………… ……………………………………………………………….……………...…………………………………………………………………………. ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………………….……… ลงชื่อ................................................ ( นางพัชรีพรรณ หวัดเพ็ชร ) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์/ครูพี่เลี้ยง เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………………………… ………………………………………………………………….…………………….……………...……………………………………..………… ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………………………… ลงชื่อ................................................ (นายอำราน ยะปา) หัวหน้าฝ่ายบริหารวิชาการ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………….……………… ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………….……………… ………………………………………………………………………………………….……………...………………………………….…………… ลงชื่อ................................................ (นางสาวนูร์ไอนีย์ ยูโซ๊ะ) รองผู้อำนวยการโรงเรียน
ตัวอย่างที่ 1 รถทดลองมวล 20 กิโลกรัม ถูกแรงดึง 10 นิวตัน จะเคลื่อนที่ด้วยความเร่งเท่าใด และหากตอน แรกมวลนี้อยู่นิ่งๆ ถามว่าเมื่อเวลาผ่านไป 2 วินาที จะเคลื่อนที่ไปได้ไกลกี่เมตร ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………… …………………………………………………………………………………………………………………………………….......................... .............................................................................................................................................................................. ....................................................... ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………….................................................................................................................. ................................................................................ วิชาฟิสิกส์ หน่วยการเรียนรู้เรื่อง แรงและกฎการเคลื่อนที่ ใบความรู้ เรื่อง กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎการเคลื่อนที่ข้อที่หนึ่งของนิวตัน (กฎของความเฉื่อย) “วัตถุจะรักษาสภาพหยุดนิ่งหรือเคลื่อนที่ด้วยความเร็วคงที่ในทิศทางเดิม เมื่อมีแรงลัพธ์ที่มากระทำต่อวัตถุมีค่าเท่ากับศูนย์” ∑F⃑ = 0 กฎการเคลื่อนที่ข้อที่สองของนิวตัน (กฎของความเร่ง) “เมื่อมีแรงลัพธ์ที่ไม่เป็นศูนย์มากระทำกับวัตถุ วัตถุจะมีความเร่งในทิศทาง เดียวกับแรงลัพธ์และแปรผันตรงกับแรงลัพธ์ แต่จะแปรผกผันกับมวลของวัตถุ” แนวคิดเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ซึ่งเป็นทั้งหมดของวิชากลศาสตร์นั้นมีพื้นฐานมาจาก กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน (Newton’s laws of motion) มีใจความดังนี้ ∑F⃑ = ma กฎการเคลื่อนที่ข้อที่สามของนิวตัน (แรงกิริยา = แรงปฏิกิริยา) “เมื่อมีแรงกระทำระหว่างวัตถุสองก้อน แรงที่วัตถุทั้งสองกระทำต่อกัน จะมี ขนาดเท่ากันและมีทิศทางตรงกันข้าม” F⃑ 12 = F⃑ 21 กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน ข้อที่ 1 ข้อที่ 2 ข้อที่ 3 วิธีทำ โจทย์กำหนด m = 20 kg F = 10 N t = 2 s ต้องการหา a และ s จากสมการ F = ma จากสมการ s = ut + 1 2 at2 แทนค่า 10 = 20a แทนค่า s = (0)(2) + 1 2 (0.5) (2)2 จะได้ a = 0.5 m/s2 จะได้ s = 1 m ตอบ รถทดลองเคลื่อนที่ด้วยความเร่ง 0.5 เมตรต่อวินาทีกำลังสอง และเคลื่อนที่ได้ระยะทาง 1 เมตร
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 รายวิชา ฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว 30201 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ใช้สอนวันที่ 4, 6 กันยายน พ.ศ. 2566 จำนวน 4 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบ ต่าง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ 4 เทคโนโลยี ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม 2. ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สืบค้นข้อมูลและทดลองการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์และแสดงความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณต่างๆของการ เคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ โดยพิจารณาจากแนวการเคลื่อนที่ตกแบบเสรี และการเคลื่อนที่ในแนวระดับด้วย ความเร็งคงที่ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย ลักษณะของการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ได้ 2. เขียนกราฟระหว่างแนวทางการเคลื่อนที่ในแนวระดับและแนวดิ่งของการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ได้ 3. มีทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์ 4. สาระสำคัญ การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ เป็นการเคลื่อนที่เป็นแนววิถีโค้งภายใต้แรงเนื่องจากสนามโน้มถ่วงของ โลก ที่วัตถุเคลื่อนที่ในสองแนวพร้อม ๆ กัน คือการเคลื่อนที่ในแนวระดับและแนวดิ่ง แรงที่กระทำต่อวัตถุมี ทิศทางคงตัวตลอดเวลา โดยทำมุมใด ๆ กับทิศของความเร็ว
5. สาระการเรียนรู้ การเคลื่อนที่แนวโค้งพาราโบลาภายใต้สนามโน้มถ่วง โดยไม่คิดแรงต้านของอากาศเป็นการเคลื่อนที่ แบบโพรเจกไทล์ วัตถุมีการเปลี่ยนตำแหน่งในแนวดิ่งและแนวระดับพร้อมกัน และเป็นอิสระต่อกัน สำหรับ การเคลื่อนที่ในแนวดิ่งเป็นการเคลื่อนที่ที่มีแรงโน้มถ่วงกระทำจึงมีความเร็วไม่คงตัว 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 8. กิจกรรมการเรียนรู้ - กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. ครูตรวจสอบความพร้อมของนักเรียน โดยให้ทำแบบทดสอบก่อนเรียนจำนวน 10 ข้อ แล้วแจ้ง จุดประสงค์การเรียนรู้ให้นักเรียนทราบ ก่อนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 2. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยพูดคุยสนทนาประสบการณ์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ ต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน ทั้งที่เป็นไปโดยธรรมชาติ และที่มนุษย์ทำให้เกิดขึ้น เช่น ใบไม้ไหว ลูก บาสบอลที่กำลังลอยเข้าห่วง สายน้ำที่พุ่งออกจากหัวฉีด รถเลี้ยวโค้งในถนนโค้ง การหมุนของ พัดลม ล้อรถกำลังหมุน การเคลื่อนที่ของดาวเทียม เป็นต้น 3. ครูถามคำถามกระตุ้นนักเรียนจากภาพว่า การยิงธนูไปยังเป้า เป็นการลักษณะการเคลื่อนที่ แบบใด (เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นโดยไม่เน้นถูกผิด) (แนวตอบ : เป็นลักษณะการเคลื่อนที่เป็นแนวโค้ง หรือเป็นการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์) 4. นักเรียนช่วยกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นคำตอบจากคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การจัดการ เรียนรู้เรื่องการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ขั้นนำ
- สำรวจค้นหา (Explore) 1.ครูถามคำถามเพิ่มเติมว่า ลักษณะการเคลื่อนที่ของลูกบาสเกตบอลที่ถูกโยนลงห่วงเป็นอย่างไร โดยครู ให้นักเรียนดูภาพการเคลื่อนที่ของลูกบาสเกตบอลจากสื่อ power point ที่ครูเตรียมมาให้ (แนวตอบ : การเคลื่อนที่ของวัตถุในลักษณะเป็นแนวโค้ง หรือแบบโพรเจกไทล์) 2.ครูถามนักเรียนด้วยคำถามต่อไปนี้ - เหตุใดเมื่อโยนลูกบาสเกตบอลออกไปแล้วลูกจึงโค้งตกลงมาเสมอ (แนวตอบ : มีแนวโน้มถ่วงของโลกกระทำ) - วัตถุที่มีลักษณะการเคลื่อนที่เช่นเดียวกับลูกบาสเกตบอลมีอะไรอีกบ้าง (แนวตอบ : การรดน้ำต้นไม้ การโยนวัตถุในแนวโค้ง และการเล่นกีฬาหลายชนิด เช่น วอลเลย์บอล ฟุตบอล เทนนิส แชร์บอล ฯลฯ) 3. ครูตรวจสอบความรู้พื้นฐานเดิมของนักเรียน โดยให้ทำใบงาน เรื่อง ทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับ การเคลื่อนที่ 4. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยใบงาน เพื่อเป็นการทบทวนความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ แล้วจัดกิจกรรมการเรียนต่อไป - อธิบายความรู้ (Explain) 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์โดยชี้ให้เห็นว่า การเคลื่อนที่แบบ โพรเจกไทล์ คือ การเคลื่อนที่ของวัตถุในลักษณะเป็นแนวโค้งพาราโบลาตัวอย่าง เช่น การ เคลื่อนที่ของลูกธนู การเคลื่อนที่ของลูกบาสเกตบอล เป็นต้น โดยเป็นการเคลื่อนที่ในลักษณะ 2 มิติคือเคลื่อนที่ในแนวระดับและแนวดิ่งพร้อมกันและในเวลาที่เท่ากัน โดยการเคลื่อนที่ใน แนวดิ่งเป็นการเคลื่อนที่ที่มีความเร่งเนื่องจากแรงโน้มถ่วงของโลก ในขณะที่การเคลื่อนที่ในแนว ระดับไม่มีความเร่ง 2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สอบถามในส่วนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ใน เบื้องต้น - ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 1. ครูให้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ โดยใช้สื่อ power point และสื่อ animation “ภาพเคลื่อนไหว” ของการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 2. ครูให้นักเรียนสรุปเป็นแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) เรื่อง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ ขั้นสอน ขั้นสรุป
3. ครูให้นักเรียนตั้งคำถามที่นักเรียนอยากรู้เพิ่มเติม หรือร่วมกันสรุปเชื่อมโยงความคิดเกี่ยวกับการ เคลื่อนที่แบบโพรเจคไทล์ 4. ครูให้นักเรียนทำใบงาน เรื่อง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ - ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการร่วมกิจกรรมของนักเรียน 2. ครูตรวจสอบผลการทำแบบทดสอบก่อนเรียน 3. ครูตรวจใบงาน เรื่อง ทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ 4. ครูตรวจจากใบงาน เรื่อง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 5. ครูประเมินผลงานจากแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) ที่นักเรียนได้สร้างขึ้นจากขั้นขยาย ความเข้าใจของนักเรียนเป็นรายบุคคล 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อ power point เรื่อง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 2. ใบงาน เรื่อง ทบทวนความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ 3. ใบงาน เรื่อง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ 4. เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์
10. การวัดและการประเมินผล 10.1 ด้านความรู้ (K) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัดและประเมินประเมินผล 1. ตรวจใบงาน 1. ใบงาน เรื่อง ทบทวนความรู้ พื้นฐานเกี่ยวกับการเคลื่อนที่ 2. ใบงาน เรื่อง การเคลื่อนที่แบบ โพรเจกไทล์ 1. ทำใบงานได้ถูกต้องร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ 10.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัดและประเมินประเมินผล 1. ตรวจผลงานจากแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) 1. ผลงานจากแผนผังมโนทัศน์ (Concept Mapping) 1. ทำได้ถูกต้องร้อยละ 70 ขึ้นไปถือว่า ผ่านเกณฑ์ 10.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัดและประเมินประเมินผล 1. สังเกตความสนใจและพฤติกรรม ในชั้นเรียน 1. แบบประเมินพฤติกรรม 1. ร้อยละ 60 ขึ้นไป จึงผ่านเกณฑ์ 2. ส่งใบงานตรงตามเวลาที่กำหนด
11. บันทึกหลังการสอน - ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… -ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… -ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..................................นักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอน (นางสาวซอฟียะห์ ฮะ) ลงชื่อ........................................... ครูพี่เลี้ยง (นางพัชรีพรรณ หวัดเพ็ชร ) 12. ความคิดเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย -ฝ่ายบริหารงานวิชาการ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………………………… ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………………………… ลงชื่อ................................................ (นายอำราน ยะปา) -ฝ่ายบริหาร เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………………………… ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………………………… ลงชื่อ................................................ (นางสาวนูร์ไอนีย์ ยูโซ๊ะ) รองผู้อำนวยการโรงเรียน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 รายวิชา ฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว 30201 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนที่ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง การเคลื่อนที่แบบวงกลม ใช้สอนวันที่ 11, 13 กันยายน พ.ศ. 2566 จำนวน 4 คาบ 1. มาตรฐานการเรียนรู้ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการเคลื่อนที่แบบ ต่าง ๆ ของวัตถุรวมทั้งนําความรู้ไปใช้ประโยชน์ สาระที่ 4 เทคโนโลยี ว 4.1 เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์และศาสตร์อื่น ๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางาน อย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่าง เหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต สังคม และสิ่งแวดล้อม 2. ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ 2.1 ทดลอง สืบค้นข้อมูลและอธิบายการเคลื่อนที่ในแนววงกลมได้ และแสดงความสัมพันธ์ระหว่างแรงสู่ ศูนย์กลาง รัศมีวงกลม อัตราเร็วและมวลของวัตถุซึ่งเคลื่อนที่ในแนววงกลม 2.2 อธิบายการเคลื่อนที่บนทางโค้งของรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถจักรยานบนถนนราบและถนน เอียง การเคลื่อนที่แบบวงกลมในระนาบดิ่ง พร้อมทั้งคำนวณหาปริมาณที่เกี่ยวข้อง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย ลักษณะของการเคลื่อนที่แบบวงกลมได้ (K) 2. มีทักษะการคำนวณหาปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่แบบวงกลมได้ (P) 3. ยกตัวอย่างการเคลื่อนที่แบบวงกลมไปใช้ในชีวิตประจาวันได้(P) 4. มีทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่น และมีเจตคติทางวิทยาศาสตร์ (A)
4. สาระสำคัญ การเคลื่อนที่ของวัตถุจะมีลักษณะเป็นแนวตรง หรือแนวโค้ง ขึ้นอยู่กับทิศของแรงที่มากระทำกับทิศ ของการเคลื่อนที่ โดยทิศของแรงอยู่ในแนวเดียวกับทิศการเคลื่อนที่ วัตถุจะเคลื่อนที่เป็นแนวตรง ทิศของ แรงทำมุมใด ๆกับทิศการเคลื่อนที่ตลอดเวลา วัตถุจะเคลื่อนที่เป็นแนวโค้ง ส่วนการเคลื่อนที่แบบวงกลมนั้น แรงจะทามุมตั้งฉากกับทิศการเคลื่อนที่ตลอดเวลาการเคลื่อนที่ และแรงที่กระทาจะมีทิศเข้าสู่ศูนย์กลาง เรียกแรงนี้ว่า แรงสู่ศูนย์กลาง 5. สาระการเรียนรู้ วัตถุที่เคลื่อนที่เป็นวงกลมหรือส่วนของวงกลม เรียกว่า วัตถุนั้นมีการเคลื่อนที่แบบวงกลม ซึ่งมีแรงลัพธ์ที่ กระทำกับวัตถุในทิศเข้าสู่ศูนย์กลาง เรียกว่า แรงสู่ศูนย์กลาง ทำให้เกิดความเร่งสู่ศูนย์กลางที่มีขนาดสัมพันธ์กับรัศมี ของการเคลื่อนที่และอัตราเร็วเชิงเส้นของวัตถุ ซึ่งแรงสู่ศูนย์กลางคำนวณได้จากสมการ Fc= mv 2 r นอกจากนี้การเคลื่อนที่แบบวงกลมยังสามารถอธิบายได้ด้วยอัตราเร็วเชิงมุม ซึ่งมีความสัมพันธ์กับ อัตราเร็วเชิงเส้นตามสมการ v=ωr และแรงสู่ศูนย์กลางมีความสัมพันธ์กับอัตราเร็วเชิงมุมตามสมการ Fc=mω2 r 6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิดวิเคราะห์ 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา 4. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี 5. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 7. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน
8. กิจกรรมการเรียนรู้ - กระตุ้นความสนใจ (Engage) 1. นักเรียนและครูร่วมกันทบทวนความรู้เดิมเกี่ยวกับ เรื่อง ลักษณะการเคลื่อนที่แบบโพรเจกไทล์ เชื่อมโยงเนื้อหาโดยนักเรียนร่วมกันสนทนา เกี่ยวกับ การเคลื่อนที่ในลักษณะการเคลื่อนที่แบบ วงกลม ลองยกตัวอย่าง (ทิ้งช่วงให้นักเรียนคิด) เพื่อเป็นความรู้พื้นฐานนาไปสู่การศึกษา เรื่อง การ เคลื่อนที่แบบวงกลม 2. ครูกระตุ้นความสนใจของนักเรียนโดยพูดคุยสนทนาประสบการณ์เกี่ยวกับการเคลื่อนที่หลายอย่าง รอบตัวเรา เช่น รถยนต์หรือรถจักรยานยนต์กำลังเลี้ยวโค้ง การเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาใน สวนสนุก การเคลื่อนที่ของชิงช้าสวรรค์ นักเรียนคิดว่าการเคลื่อนที่ลักษณะนี้ว่าเป็นการเคลื่อนที่ แบบใด 3. ครูถามคำถามกระตุ้นนักเรียนจากคำถาม Prior Knowledge จากหนังสือเรียน หน้า 160 ว่า การ หมุนของเข็มนาฬิกาเป็นการเคลื่อนที่แบบใด (เปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงความคิดเห็นโดยไม่ เน้นถูกผิด) (แนวตอบ : เป็นการเคลื่อนที่ที่มีแนวการเคลื่อนที่เป็นวงกลมหรือส่วนของวงกลม เรียก การเคลื่อนที่ลักษณะนี้ว่า การเคลื่อนที่แบบวงกลม (circular motion)) 4. นักเรียนช่วยกันอภิปรายและแสดงความคิดเห็นคำตอบจากคำถาม เพื่อเชื่อมโยงไปสู่การจัดการ เรียนรู้เรื่องการเคลื่อนที่แบบวงกลม 5. ครูกล่าวกับนักเรียนว่า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ และดาวเทียม เคลื่อนที่ในแนววงกลมหรือส่วนของ วงกลมได้อย่างไร หรือทำไมการเคลื่อนที่จึงเป็นแบบนั้น นักเรียนจะได้ทำการศึกษาต่อไป 6. - สำรวจค้นหา (Explore) 1. ครูให้นักเรียนจับคู่กัน เพื่อช่วยกันตอบคำถามจากที่ครูถาม 2. ครูถามคำถามกับนักเรียนว่า ลักษณะการเคลื่อนที่ของรถไฟเหาะตีลังกาในสวนสนุก การเคลื่อนที่ ของชิงช้าสวรรค์เป็นอย่างไร โดยครูให้นักเรียนดูภาพลักษณะการเคลื่อนที่ (แนวตอบ : การเคลื่อนที่ของวัตถุในลักษณะเป็นแนววงกลม หรือแบบวงกลม) 3. ครูถามนักเรียนต่อว่า วัตถุสามารถเคลื่อนที่เป็นวงกลมได้อย่างไร (แนวตอบ : วัตถุมีการเคลื่อนที่ตามแนวโค้ง โดยมีแรงที่มีแนวทางตั้งฉากกับความเร็วมากระทำ ตลอดเวลา วัตถุจึงเคลื่อนที่แบบวงกลม) ขั้นนำ ขั้นสอน
4. ครูยกตัวอย่างว่า ถ้าเราใช้เชือกผูกวัตถุก้อนหนึ่งไว้ แล้วจับปลายอีกด้านหนึ่งของเชือกเหวี่ยงให้วัตถุ ที่ผูกไว้เคลื่อนที่ตามแนวโค้งจนอยู่ในลักษณะวงกลม ครูถามนักเรียนว่าเกิดแรงอะไรบ้าง และมี ทิศทางใด (แนวตอบ : ขณะที่วัตถุเคลื่อนที่เป็นวงกลม จะมีแรงตึงในเส้นเชือกดึงวัตถุเข้าหาตัวเรา ถ้าเชือกที่ผูก วัตถุขาดขณะเหวี่ยง วัตถุจะเคลื่อนที่พุ่งจากตัวเราเป็นเส้นตรง แสดงว่าแรงตึงในเส้นเชือกมีทิศเข้าสู่ ศูนย์กลางทำให้วัตถุเคลื่อนที่เป็นวงกลมได้) 5. ครูถามนักเรียนต่อว่า การเคลื่อนที่แบบวงกลมจะมีแรงกระทำต่อวัตถุในทิศพุ่งเข้าหาศูนย์กลางของ การเคลื่อนที่ เรียกแรงนี้ว่าแรงอะไร (แนวตอบ : แรงสู่ศูนย์กลาง) - อธิบายความรู้ (Explain) 1. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับแรงสู่ศูนย์กลาง คือ ความเร่งที่เกิดจากทิศทางของความเร็วตามแนว เส้นรอบวงที่เปลี่ยนแปลง โดยแรงสู่ศูนย์กลางมีทิศตั้งฉากกับความเร็วของวัตถุตลอดเวลา 2. ครูอธิบายต่อว่า การเคลื่อนที่แบบวงกลมแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ การเคลื่อนที่แบบวงกลมอย่าง สม่ำเสมอ และการเคลื่อนที่แบบวงกลมอย่างไม่สม่ำเสมอ 3. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนได้สอบถามในส่วนที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับการเคลื่อนที่แบบวงกลมในเบื้องต้น - ขยายความเข้าใจ (Elaborate) 1. ครูนำนักเรียนอภิปรายและสรุปเกี่ยวกับการเคลื่อนที่แบบวงกลม ว่าเป็นการเคลื่อนที่มีการเปลี่ยน ทิศทางตลอดเวลา ขณะวัตถุเคลื่อนที่ในแนววงกลม ต้องมีแรงกระทำกับวัตถุในทิศพุ่งเข้าหาจุด ศูนย์กลาง ซึ่งเรียกแรงลัพธ์นี้ว่า แรงสู่ศูนย์กลาง (F⃑ c ) โดยแรงสู่ศูนย์กลางมีทิศตั้งฉากกับความเร็ว ของวัตถุตลอดเวลา 2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเรื่อง การเคลื่อนที่แบบวงกลม ว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจ และให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น เพื่อเป็นความรู้นำไปสู่การศึกษาเกี่ยวกับเงื่อนไงของการเคลื่อนที่ แบบวงกลมในลักษณะต่าง ๆ 3. ครูให้นักเรียนศึกษาตัวอย่างที่ 4.5 เกี่ยวกับการคำนวณหาความเร่งสู่ศูนย์กลาง พร้อมทั้งให้นักเรียน ฝึกแก้โจทย์ปัญหาในหนังสือเรียน หน้า 163 ตามขั้นตอนการแก้โจทย์ปัญหา ดังนี้ • ขั้นที่ 1 ครูให้นักเรียนทุกคนทำความเข้าใจโจทย์ตัวอย่าง • ขั้นที่ 2 ครูถามนักเรียนว่า สิ่งที่โจทย์ต้องการถามหาคืออะไร และจะหาสิ่งที่โจทย์ต้องการ ต้องทำอย่างไร • ขั้นที่ 3 ครูให้นักเรียนดูวิธีทำในการคำนวณหาคำตอบ • ขั้นที่ 4 ตรวจสอบคำตอบของโจทย์ตัวอย่างว่าถูกต้อง หรือไม่ ขั้นสรุป
4. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามเนื้อหาเรื่อง การเคลื่อนที่แบบวงกลมแบบสม่ำเสมอ ความเร่งสู่ ศูนย์กลาง และแรงเข้าสู่ศูนย์กลาง ว่ามีส่วนไหนที่ยังไม่เข้าใจและให้ความรู้เพิ่มเติมในส่วนนั้น - ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้และการร่วมกิจกรรมของนักเรียน 2. ครูตรวจใบงาน เรื่อง การเคลื่อนที่แบบวงกลม 3. ครูตรวจแบบฝึกหัด เรื่อง การเคลื่อนที่แบบวงกลม 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 1. สื่อ power point เรื่อง การเคลื่อนที่แบบวงกลม 2. ใบงาน เรื่อง การเคลื่อนที่แบบวงกลม 3. แบบฝึกหัด เรื่อง การเคลื่อนที่แบบวงกลม 4. เอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การเคลื่อนที่แบบวงกลม 10. การวัดและการประเมินผล 10.1 ด้านความรู้ (K) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัดและประเมินประเมินผล 1. ตรวจใบงาน 1. ใบงาน เรื่อง การเคลื่อนที่แบบ วงกลม 1. ทำใบงานได้ถูกต้องร้อยละ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์ 10.2 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัดและประเมินประเมินผล 1. ตรวจแบบฝึกหัด แบบฝึกหัด เรื่อง การเคลื่อนที่ แบบวงกลม 1. ทำได้ถูกต้องร้อยละ 70 ขึ้นไปถือว่า ผ่านเกณฑ์ 10.3 ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัดและประเมินประเมินผล 1. สังเกตความสนใจและพฤติกรรม ในชั้นเรียน 1. แบบประเมินพฤติกรรม 1. ร้อยละ 60 ขึ้นไป จึงผ่านเกณฑ์ 2. ส่งใบงานตรงตามเวลาที่กำหนด
11. บันทึกหลังการสอน - ผลการจัดการเรียนรู้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… -ปัญหา/อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… -ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ..................................นักศึกษาฝึกปฏิบัติการสอน (นางสาวซอฟียะห์ ฮะ) ลงชื่อ........................................... ครูพี่เลี้ยง (นางพัชรีพรรณ หวัดเพ็ชร ) 12. ความคิดเห็นของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย -ฝ่ายบริหารงานวิชาการ เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………………………… ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………………………… ลงชื่อ................................................ (นายอำราน ยะปา) -ฝ่ายบริหาร เป็นแผนการจัดการเรียนรู้ที่นำไปใช้ได้จริง ข้อเสนอแนะอื่น ๆ ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………………………… ………………………………………………………………………………………….……………...……………………………………………… ลงชื่อ................................................ (นางสาวนูร์ไอนีย์ ยูโซ๊ะ) รองผู้อำนวยการโรงเรียน