1 การสร้างเว็บไซต์สาขาวิชาช่างยนต์วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก นางสาวสุภิณัฐ วงค์เทพ นางสาวณัฐณิชา เอกตาแสง โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาโครงงาน ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ปีการศึกษา 2566
ข การสร้างเว็บไซต์สาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก จัดท าโดย นางสาวสุภิณัฐ วงค์เทพ รหัสประจ าตัว 64202040012 นางสาวณัฐณิชา เอกตาแสง รหัสประจ าตัว 64202040027 ครูที่ปรึกษาโครงงาน นางศิริณภา กุลสุวรรณ นายไชยยา กุลสุวรรณ ครูประจ ารายวิชา นายณรงค์ฤทธิ์ วงษ์โพธิ์ โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชาโครงงาน ตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ ประเภทวิชาพาณิชยกรรม สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ปีการศึกษา 2566
ค ใบรับรองโครงการ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ชื่อเรื่อง การสร้างเว็บไซต์สาขาวิชาช่างกลโรงงาน วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก จัดท าโดย 1. นางสาวณัฐณิชา เอกตาแสง รหัสนักศึกษา 64202040027 2. นางสาวสุภิณัฐ วงศ์เทพ รหัสนักศึกษา 64202040012 ได้รับการรับรองให้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาวิชาช่างกลโรงงาน ประเภทวิชาพาณิชยกรรม ลงชื่อ ........................................................หัวหน้าสาขาวิชา ลงชื่อ ........................................................รองผู้อ านวยการฝ่ายวิชาการ (นายศักดา ข าเขียว) (นายนายสุเมธ รินทลึก) คณะกรรมการสอบโครงการ ลงชื่อ ....................................................................... ประธานกรรมการ (นายศักดา ข าเขียว) ลงชื่อ ....................................................................... กรรมการ (นางศิริณภา กุลสุวรรณ) ลงชื่อ ....................................................................... กรรมการ (นายณรงคฤทธิ์ วงษโพธิ์) ลงชื่อ ....................................................................... กรรมการและเลขานุการ (นายจ ารูญ ก้านล าใย)
ง ชื่อโครงงาน การสร้างเว็บไซต์สาขาวิชาช่างยนต์วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ผู้เขียน นางสาวณัฐณิชา เอกตาแสง รหัสนักศึกษา 64202040027 นางสาวสุภิณัฐ วงศ์เทพ รหัสนักศึกษา 64202040012 ครูที่ปรึกษา นายศักดา ข าเขียว นางศิริณภา กุลสุวรรณ นายไชยยา กุลสุวรรณ ประเภทวิชา พาณิชยกรรม สาขาวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ สาขางาน คอมพิวเตอร์ธุรกิจ หลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพ ปีการศึกษา 2566 บทคัดย่อ การสร้างเว็บไซต์สาขาวิชาช่างยนต์วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็กรหัสวิชา 20204-8501 มีวัตถุประสงค์ 1 เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา คณะครู สามารถเข้าถึงข้อมูลทั่วไปได้อย่างสะดวกสบาย2) เพื่ออ านวยความ สะดวกในการสืบค้นข้อมูลของสาขาวิชาช่างยนต์พื่อสร้างเว็บไซต์ให้กับสาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิค มวกเหล็กจากกลุ่มตัวอย่างโดยแบบสอบถามในการเก็บรวบรวมข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียน นักศึกษา ครู วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก จ านวน 260คน ได้มาจากการค านวณหาขนาดกลุ่มตัวอย่าง โดยใช สูตรของเครซี่และมอร์แกน (ที่มา : Robert V.Krejcie and Earyle W. Morgan. 1970 อ้างใน ธีรวุฒิ เอกะกุล, 2543) การวิเคราะห์ข้อมูลโดยโปรแกรม Microsoft Excel 2019สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(Standard deviation) ผลการศึกษา การพัฒนาเว็บไซต์ แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ สามารถตรวจสอบข้อมูล และมีองค์ประกอบของข้อมูลที่ครบถ้วน อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมาคือ เว็บไซต์มีช่องทางการติดต่อสื่อสารอย่างครบถ้วน อยู่ในระดับมากที่สุด และเว็บไซต์มีการตกแต่ง และ ออกแบบอย่างครบถ้วน อยู่ในระดับมากที่สุดตามล าดับ ส่วนข้อที่มีค่าเฉลี่ยต่ าที่สุดคือ ได้รับข้อมูล ข่าวสารจากงานกิจกรรมนักเรียน นักศึกษา เพิ่มขึ้น อยู่ในระดับมากที่สุดแนวทางในการพัฒนาเว็บไซต์ แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์มีดังนี้1) ควรเพิ่มเติมเนื้อหาให้สมบูรณ์2) ดีท าให้สะดวกรวดเร็วต่อการดูข้อมูล
จ กิตติกรรมประกาศ โครงงานการสร้างเว็บไซต์สาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาเทคนิคมวกเหล็ก เพื่ออ านวยความสะดวก ในการจัดการเรียนการสอน และเผยแพร่ข้อมูลแนะน าสาขาวิชาช่างยนต์คณะผู้จัดท า ขอขอบพระคุณ นายประเสริฐ เพ็ชรสิงห์ ผู้อ านวยการวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก นายนายสุเมธ รินทลึก รองผู้อ านวยการฝ่ายวิชาการ อนุมัติใบเสนอโครงงาน นายศักดา ข าเขียว หัวหน้าสาขาวิชา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ/ครูที่ปรึกษาโครงงาน นางศิริณภากุลสุวรรณ นายไชยยากุลสุวรรณ ครูที่ปรึกษาโครงงาน และนายณรงค์ฤทธิ์วงษ์โพธิ์ครูประจ ารายวิชาที่คอยช่วยแนะน าให้ค าปรึกษา และสนับสนุนมาตั้งแต่ ต้นจนเสร็จสิ้นการท าโครงการในครั้งนี้ นอกจากนี้การจัดท าโครงงานจะส าเร็จไม่ได้เลยหากขาดผู้ให้ความร่วมมือในการด าเนินการ และผู้ตอบแบบสอบถาม คณะผู้จัดท าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดท าโครงงานการสร้างเว็บไซต์สาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยทคนิคมวกเหล็ก ในครั้งนี้จะเกิดคุณค่าแก่การพัฒนาในโอกาสอื่นๆ ต่อไป คณะผู้จัดท า
ฉ สารบัญ เรื่อง หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญ (ต่อ) ง สารบัญ (ต่อ) จ สารบัญตาราง ฉ สารบัญรูปภาพ ช สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ซ สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ฌ สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ญ บทที่ 1 บทน า 1.1 ความเป็นมาและความส าคัญ 1 1.2 วัตถุประสงค์ 1 1.3 สมมุติฐานในการศึกษา 1 1.4 ขอบเขตการศึกษา 1 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ 3 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวของ 2.1 เว็บไซต์ 4 2.2 สถานที่ 5 2.3 ช่างยนต์ 5 2.4 กิจกรรมสาขา 5 2.5 วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก 6 2.6 โปรแกรม Google Site 7 2.7 โปรแกรม Microsoft office Word 2019 12 2.8 โปรแกรม Canva 16
ช สารบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้า 2.9 โปรแกรม Google Sheets 18 2.10 โปรแกรม Google Drive 20 2.11 งานวิจัยเกี่ยวข้อง 24 บทที่ 3 การพัฒนาโปรแกรม 3.1 ขั้นตอนการด าเนินการ 37 3.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 41 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการด าเนินงาน 41 3.4 การสร้างเครื่องมือ 42 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 43 3.6 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 43 บทที่ 4 ผลการพัฒนาโปรแกรม 4.1 ผลการพัฒนาเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ 45 4.2ผลการหาประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ จากผลการวิเคราะห์ข้อมูล 49 4.3 ข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ 50 บทที่ 5 สรุปผลการพัฒนาโปรแกรม 5.1 สรุปผลการพัฒนาเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชายนต์ 53 5.2สรุปผลการหาความพึงพอใจของผู้ใช้งานเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชายนต์ 53 5.3 อภิปรายผล 54 5.4 สรุปข้อเสนอแนะแนวทางในการพัฒนาเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ 55 บรรณานุกรม 56
ซ สารบัญ(ต่อ) เรื่อง หน้า ภาคผนวก ก ใบเสนอโครงการ 58 ข ตัวอย่างแบบสอบถามความพึงพอใจ 62 ค ผลการวิเคราะห์แบบสอบถามด้วยโปรแกรมส าเร็จรูปทางสถิติ 69 ง คู่มือการใช้งาน 73 จ ภาพประกอบการด าเนินงาน 81 ฉ แบบรับรองการน าผลงานไปใช้ประโยชน์ 83 ช ประวัติผู้วิจัย 86 ซ คณะกรรมการผู้พิจารณาโครงงานผู้ทรงคุณวุฒิ 89
ฌ สารบัญตาราง เรื่อง หน้า ตารางที่ 3.1 แสดงตัวอย่างแบบสอบถามความพึงพอใจ 42 ตารางที่ 4.1 แสดงจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามเพศ 49 ตารางที่ 4.2 แสดงจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามอายุ 49 ตารางที่ 4.3 แสดงจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามสถานภาพ 50 ตารางที่ 4.4 แสดงจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามระดับการศึกษา 50 ตารางที่ 4.5 แสดงจ านวนผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามระดับการศึกษา 50
ญ สารบัญรูปภาพ เรื่อง หน้า รูปภาพที่ 2.1 โปรแกรม Google Site 7 รูปภาพที่ 2.2 วิธีการสร้างเว็บไซต์ 8 รูปภาพที่ 2.3 วิธีการตั้งชื่อเว็บไซต์ 8 รูปภาพที่ 2.5 วิธีการเพิ่มหน้าเว็บ 9 รูปภาพที่ 2.6 ตั้งค่าการน าทาง (Navigation) ของเว็บไซต์ 10 รูปภาพที่ 2.7 โปรแกรม Microsoft office Word 2019 12 รูปภาพที่ 2.8 วิธีในการบันทึกเอกสาร 12 รูปภาพที่ 2.9 การเปิดแฟ้มงานใหม่ 13 รูปภาพที่ 2.10 การวางแนวหน้ากระดาษ 13 รูปภาพที่ 2.11 การแทรกอักษรศิลป์ 14 รูปภาพที่ 2.12 การแทรกรูปภาพ 14 รูปภาพที่ 2.13 โปรแกรม Canva 15 รูปภาพที่ 2.14 วิธีสมัครเข้าใช้งาน 15 รูปภาพที่ 2.15 หน้าแรก 16 รูปภาพที่ 2.16 วิธีการสร้างงานออกแบบ 16 รูปภาพที่ 2.17 โปรแกรม Google Sheets 17 รูปภาพที่ 2.18 วิธีการสร้างแผ่นงาน 17 รูปภาพที่ 2.19 การเลือกเซลล์มากกว่า 1 เซลล์ 18 รูปภาพที่ 2.20 การเพิ่มธีมเพื่อเปลี่ยนรูปแบบของสเปรดชีตทั้งแผ่น 18 รูปภาพที่ 2.21 วิธีเซฟเป็นไฟล์ Microsoft Excel 19 รูปภาพที่ 2.22 วิธีแชร์สเปรดชีตเพื่อท างานร่วมกับผู้อื่น 19 รูปภาพที่ 2.23 โปรแกรม Google Drive 20 รูปภาพที่ 2.24 การอัปโหลดหรือสร้างไฟล์ใน Google Drive 20 รูปภาพที่ 2.25 การอัปโหลดหรือสร้างไฟล์ใน Google Drive 21 รูปภาพที่ 2.26 การแชร์ไฟล์ และโฟลเดอร์ใน Google Drive 21 รูปภาพที่ 2.27 วิธีการแชร์ไฟล์ และแชร์โฟลเดอร์ Google Drive 22
ฎ สารบัญรูปภาพ (ต่อ) เรื่อง หน้า รูปภาพที่ 2.28 การก าหนดขอบเขตการแชร์ไฟล์ 22 รูปภาพที่ 2.29 การใช้งาน Drive File Stream แบบออฟไลน์ เมื่อไม่มี Internet 23 รูปภาพที่ 2.30 การติดตั้ง และใช้งาน Drive File Stream 23 รูปภาพที่ 3.1 ออกแบบเว็บไซต์หน้าแรก 37 รูปภาพที่ 3.2 ออกแบบหน้าบุคลากร 38 รูปภาพที่ 3.3 ออกแบบหน้าบริการนักเรียน นักศึกษา 38 รูปภาพที่ 3.4 ออกแบบหน้ากิจกรรมสาขา 39 รูปภาพที่ 3.5 ออกแบบหน้าผลงานและรางวัล 39 รูปภาพที่ 3.6 ออกแบบหน้าออกแบบหน้าหลังสูตรการเรียน 40 รูปภาพที่ 3.7 ออกแบบหน้าติดต่อ 40 รูปภาพที่ 4.1 หน้าเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก 45 รูปภาพที่ 4.2 หน้าเว็บไซต์บุคลากรและนักเรียน นักศึกษา 46 รูปภาพที่ 4.3 หน้าเว็บไซต์บริการนักเรียน นักศึกษา 46 รูปภาพที่ 4.4 หน้าเว็บไซต์กิจกรรมสาขา 47 รูปภาพที่ 4.5 หน้าเว็บไซต์ผลงานและรางวัล 47 รูปภาพที่ 4.6 หน้าเว็บไซต์หลักสูตรการเรียน 48 รูปภาพที่ 4.7 หน้าเว็บไซต์ช่องทางการติดต่อ 48 รูปภาพที่ ข.1 แสดงหน้าแบบสอบถามจ าแนกตามเพศ และอายุ 63 รูปภาพที่ ข.2 แสดงหน้าผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามสถานภาพ และการศึกษา 63 รูปภาพที่ ข.3 แสดงหน้าแบบสอบถามจ าแนกตามสาขาวิชา 64 รูปภาพที่ ข.4 แสดงหน้าแบบสอบถาม 64 รูปภาพที่ ข.5 แสดงหน้าแบบสอบถาม 65 รูปภาพที่ ข.6 แสดงหน้าสอบถามข้อเสนอแนะ 65 รูปภาพที่ ข.7 แสดงหน้าผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามเพศ และอายุ 66 รูปภาพที่ ข.8 แสดงหน้าผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามสถานภาพ และระดับการศึกษา 66 รูปภาพที่ ข.9 แสดงหน้าผู้ตอบแบบสอบถามจ าแนกตามสาขาวิชา 67 รูปภาพที่ ข.10 แสดงหน้าผู้ตอบแบบสอบถาม 67
ฏ สารบัญรูปภาพ (ต่อ) เรื่อง หน้า รูปภาพที่ ข.11 แสดงหน้าผู้ตอบแบบสอบถาม 68 รูปภาพที่ ง.1 หน้าแรก google ค้นหาค าว่า google site 74 รูปภาพที่ ง.2 ล็อคอินเข้าใช้งาน google site 74 รูปภาพที่ ง.3 พิมพ์รหัสผ่านผู้ใช้งาน 75 รูปภาพที่ ง.4 หน้าแรกของ google site 75 รูปภาพที่ ง.5 หน้าแรกของหน้าเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก 76 รูปภาพที่ ง.6 แสดงหน้าข้อมูลบุคลากร นักเรียน นักศึกษา 76 รูปภาพที่ ง.7 แสดงหน้าเว็บไซต์บริการนักเรียน นักศึกษา 77 รูปภาพที่ ง.8 แสดงหน้าหน้าเว็บไซต์กิจกรรมสาขา 77 รูปภาพที่ ง.10 แสดงหน้าเว็บไซต์ผลงานและรางวัล 78 รูปภาพที่ ง.11 แสดงหน้าเว็บไซต์หลักสูตรการเรียน 78 รูปภาพที่ ง.12 แสดงหน้าช่องทางการติดต่อ 79 รูปภาพที่ จ.1 ขั้นตอนการแก้ไขเว็บไซต์ 81 รูปภาพที่ จ.2 ขั้นตอนการตรวจสอบเอกสาร 81 รูปภาพที่ จ.3 ผู้ตอบแบบสอบถามเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก 82 รูปภาพที่ จ.4 ผู้ตอบแบบสอบถามเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก 82
1 บทที่ 1 บทน า 1.1 ความเป็นมาและความส าคัญ สาขาวิชาช่างยนต์ มีการจัดการเรียนการสอนเน้นการฝึกทักษะ ประสบการณ์ และการทดลอง สิ่งใหม่การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สาขาวิชาช่างยนต์ เช่น ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเครื่องยนต์ต่างๆ การใช้อุปกรณ์ในงานช่าง วัสดุเชื้อเพลิง การถอดประกอบเครื่องยนต์ การค านวณต่างๆ ที่จ าเป็นต่องาน ช่างวิชากลศาสตร์ วิชาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นต้น การเรียนสาขาวิชาช่างยนต์ เป็นสาขาวิชาที่เน้นการฝึกปฏิบัติกับทฤษฎีควบคู่กัน และ มีการปรับเปลี่ยนเทคนิคการสอน และฝึกปฏิบัติตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้สอดคล้องกับการพัฒนา เทคโนโลยีช่างยนต์ เราจึงจัดท าเว็บไซต์สาขาวิชาช่างยนต์ เพื่ออ านวยความสะดวก สบาย รวดเร็วต่อการบอกข้อมูล รายละเอียดต่างๆ ของสาขาวิชาช่างยนต์ 1.2 วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อให้นักเรียน นักศึกษา คณะครูสามารถเข้าถึงข้อมูลทั่วไปได้อย่างสะดวกสบาย 1.2.2 เพื่ออ านวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลของสาขาวิชาช่างยนต์ 1.2.3 เพื่อสร้างเว็บไซต์ให้กับสาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก 1.3 สมมติฐานในการศึกษา การสร้างเว็บไซต์ขึ้นเพื่อกระตุ้นความสนใจเกี่ยวกับสาขาวิชาช่างยนต์เพื่อเพิ่มจุดสนใจให้แก่คณะครู นักเรียน นักศึกษา เพื่อเพิ่มความพึงพอใจของนักเรียน นักศึกษาของสาขาวิชาช่างยนต์ 1.4 ขอบเขตการศึกษา ในการศึกษาการสร้างเว็บไซต์สาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ผู้ด าเนินโครงงาน ได้แบ่งขอบเขตการศึกษา ออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ 1.4.1 ด้านประชากร : คณะครูบุคลากรทางการศึกษา วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก จ านวน 53 คน นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก จ านวน 724 คน รวมทั้งสิ้น จ านวน 777 คน กลุ่มตัวอย่าง : คณะครูบุคลากรทางการศึกษา นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก
2 จ านวน 260 คน ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรตัวอย่างที่ได้มาจากตารางของกลุ่มตัวอย่างเครซี่และมอร์แกน (ที่มา : Robert V. krejcie and Earylr W. Morgan. 1970 อ้างใน ธีรวุฒิ เอกะกุล, 2543) 1.4.2 ด้านสถานที่ สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ต าบลมวกเหล็ก อ าเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี 18180 1.4.3 ด้านระยะเวลา วันที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2566 ถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2567 1.4.4 ขอบเขตการด าเนินงาน 1. ผู้ดูแลระบบ - ผู้ดูแลระบบสามารถให้ความรู้เกี่ยวกับสาขาวิชาช่างยนต์ได้ถูกต้อง 2. ผู้ใช้บริการทั่วไป สามารถเข้าชมข้อมูลภายในเว็บไซต์ได้ดังนี้ - ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสาขาวิชาช่างยนต์ 1.4.5 ขอบเขตของเนื้อหา การศึกษาในครั้งนี้แบ่งการศึกษออกเป็น 5 ด้าน ดังนี้ ด้านที่ 1 : หน้าแรก ด้านที่ 2 : ข้อมูลบุคลากร ด้านที่ 3 : ข้อมูลนักเรียน นักศึกษา ด้านที่4 : ข้อมูลสาขาวิชาช่างยนต์ ด้านที่ 5 : ผลงาน และรางวัล 1.5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.5.1 นักเรียน นักศึกษา คณะครู สามารถเข้าถึงข้อมูลทั่วไปได้อย่างสะดวกสบาย 1.5.2 อ านวยความสะดวกในการสืบค้นข้อมูลของสาขาวิชาช่างยนต์ 1.5.3 สร้างเว็บไซต์ให้กับสาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก 1.6 นิยามศัพท์เฉพาะ 1.6.1 เว็บไซต์ หมายถึง สื่อน าเสนอข้อมูลบนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือคือการรวบรวมหน้าเว็บเพจ หลายหน้า ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านทางไฮเปอร์ลิงก์ซึ่งต้องเปิดด้วยโปรแกรมเฉพาะทางที่เรียกว่า Web Browser โดยถูกจัดเก็บไว้ในเวิลด์ไวด์เว็บ
3 1.6.2สถานที่ หมายถึง ที่ตั้ง, แหล่ง, เช่น สถานที่ท่องเที่ยว สถานที่ตากอากาศสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ 1.6.3 ช่างยนต์ คือ อาชีพที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์กลไกล เช่น ระบบการท างานเครื่องยนต์ การซ่อมบ ารุง การเปลี่ยนอุปกรณ์ การบ ารุงรักษาเครื่องยนต์ และการให้ค าปรึกษาเกี่ยวกับการดูแล รักษาเครื่องยนต์ เป็นต้น 1.6.4 ข้อมูลนักเรียน นักศึกษา และครู คือ ข้อมูลส่วนตัวต่างๆ ของนักเรียนที่ก าลังศึกษา อยู่รวมไปถึงบุคลากรที่ให้การศึกษาแก่นักเรียน 1.6.5 วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก คือ สถานศึกษาในสังกัดส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่เปิดสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 1.6.6 โปรแกรม Google Sites คือ โปรแกรมของ Google ที่ให้บริการสร้างเว็บไซต์ฟรีสามารถ สร้างเว็บไซต์ได้ง่าย ปรับแต่งรูปลักษณ์ได้อย่างอิสระ และสามารถรวบรวมความหลากหลายของ ข้อมูลไว้ในที่เดียว เช่น วิดีโอ, ปฏิทิน, เอกสาร อื่นๆ สามารถน ามาแทรกในหน้าเว็บเพจได้ เป็นการเพิ่มลูกเล่นและใช้งานได้ง่าย ท าให้ช่วยอ านวยความ สะดวกได้เป็นอย่างมาก 1.6.7 โปรแกรม canva คือแอปพลิเคชันส าหรับสร้างสื่อการน าเสนอหลากหลายรูปแบบ เช่น Presentation, Pocter, Resume เป็นต้น ซึ่งจะมีให้เลือกหรือผู้ใช้สามารถก าหนดขนาดเองได้Canva ใช้งานง่าย สวยงาม สามารถแบ่งปันข้อมูล และสื่อของสาขาวิชาช่างยนต์ให้แก่ผู้อื่นได้ 1.6.8 โปรแกรม Google Forn เป็นบริการจากบริษัท Google ที่ใช้สร้างแบบสอบถามหรือรวบรวม ข้อมูลอื่นๆ ทางออนไลน์ได้อย่างรวดเร็ว สามารถน ามาประยุกต์ใช้ได้หลายกรณีเช่น การวางแผน การจัดงานต่างๆ - การส ารวจความพึงพอใจหรือความเห็น – การเก็บข้อมูล แทนการกรอกแบบฟอร์ม กระดาษ -การท าแบบทดสอบ –การลงคะแนนเสียงของการสร้างเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ได้
4 บทที่ 2 ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การแนะน าสาขาวิชาในครั้งนี้ผู้จัดท าได้ศึกษา เว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก คณะผู้จัดท าได้จัดท าเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อให้กับทางสาขาวิชาช่างยนต์และ งานวิจัยที่เกี่ยวข้องต่างๆ ตามหัวข้อ ซึ่งจ าแนกดังต่อไปนี้ 2.1 เว็บไซต์ 2.2 สถานที่ 2.3 ช่างยนต์ 2.4 กิจกรรมสาขา 2.5 วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก 2.6 โปรแกรม Google Site 2.7 โปรแกรม Microsoft office Word 2019 2.8 โปรแกรม Canva 2.9 โปรแกรม Google Sheets 2.10 โปรแกรม Google Drive 2.11 งานวิจัยเกี่ยวข้อง 2.1 เว็บไซต์ เว็บไซต์(Website) หมายถึง หน้าเว็บเพจที่ได้จัดท าขึ้น เพื่อการน าเสนอข้อมูลต่างๆ ทางคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต โดยจะมีหน้าเว็บเพจหลายๆ หน้าที่เชื่อมโยงเข้ากับไฮเปอร์ลิ้งค์ เพื่อให้สามารถเปิดไปยังหน้าเพจต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย และถูกจัดเก็บไว้ใน www. (เวิลด์ไวด์เว็บ) โดยเว็บไซต์ส่วนใหญ่นั้นก็มีทั้งเว็บไซต์ที่เปิดให้เข้าชมได้ฟรี และเว็บไซต์ที่ต้องสมัครสมาชิก และเสียค่าบริการ จึงจะเข้าใช้งานเว็บได้ซึ่งข้อมูลในเว็บก็จะมีหลากหลายแบบ ขึ้นอยู่กับความ ต้องการน าเสนอของเจ้าของเว็บไซต์ การเรียกดูเว็บไซต์จะเรียกดูผ่านทางซอฟต์แวร์ ในลักษณะของ เบราว์เซอร์ เว็บเบราว์เซอร์(Web browser) คือ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการท่องเว็บ และ มีการจัดเก็บข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ด้วยภาษาเฉพาะ เช่น ภาษา HTML ซึ่งจะเปรียบเสมือนกับเป็น เครื่องมือที่ใช้ในการติดต่อกับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าเวิลด์ไวด์เว็บนอกจากนี้ยัง สามารถดูเอกสารในเว็บเซิร์ฟเวอร์ได้ไม่ว่าเว็บเหล่านั้นจะแสดงข้อมูลในลักษณะของภาพ
5 ระบบมัลติมีเดีย รูปภาพหรือข้อความ ในปัจจุบันเว็บเบราว์เซอร์ที่รองรับระบบ HTML5 สามารถอ่าน CSS 3 ได้อย่างสวยงาม และก าลังได้รับความนิยมมากที่สุด ก็มี 4 ประเภทดังนี้ 1. Internet Explorer 2. Mozilla Firefox 3. Google Chrome 4. Safari 2.2 สถานที่ เป็นค าที่ใช้เรียกชื่อสิ่งที่มีต าแหน่งหรือต าแหน่งทางพิกัดในพื้นที่หรือสนามที่เฉพาะเจาะจง เพื่อใช้ในการระบุหรืออธิบายต าแหน่งของสิ่งนั้นสถานที่อาจเป็นสิ่งที่มีจิตส านึกเช่นบ้าน,โรงเรียน, โรงงาน, ห้างสรรพสินค้า หรืออาจเป็นพื้นที่ทางธรรมชาติเช่น ป่า, แม่น้ า, ภูเขา หรือทะเล สถานที่ สามารถเป็นจุดส าคัญในการน าเสนอข้อมูลหรือการบริการต่างๆ และมักถูกใช้ในความหมายต่างๆ ตามบริบท และวัตถุประสงค์ของการใช้งาน เช่น สถานที่จัดกิจกรรม, สถานที่ท่องเที่ยว, สถานที่ ประกอบกิจการธุรกิจ และอื่นๆ อีกมากมาย ค านิยามของค าว่า "สถานที่" มักมีความหมายทางทฤษฎี มุมมองที่หลากหลายตามบริบท และเนื้อหาที่เกี่ยวข้องในประเด็นที่ต้องการอภิปราย 2.3 ช่างยนต์ สาขาวิชาช่างยนต์มีการจัดการเรียนการสอนเน้นการฝึกทักษะประสบการณ์ และ การทดลอง สิ่งใหม่การจัดกิจกรรมการเรียนรู้สาขาช่างยนต์ เช่น ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับเครื่องยนต์ต่างๆ การใช้ อุปกรณ์ในงานช่าง วัสดุเชื้อเพลิง การถอดประกอบเครื่องยนต์ การค านวณต่างๆ ที่จ าเป็นต่องานช่าง วิชากลศาสตร์ วิชาเทคโนโลยีสมัยใหม่ เป็นต้น การเรียนสาขาช่างยนต์เป็นสาขาวิชาที่เน้นการฝึกปฏิบัติกับทฤษฎีควบคู่กันและมีการ ปรับเปลี่ยนเทคนิคการสอนและฝึกปฏิบัติตามเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้สอดคล้องกับการพัฒนาเทคโนโลยี ยานยนต์ เราจึงท าเว็บไซต์สาขวิชาช่างยนต์ เพื่ออ านวยความสะดวก สบาย รวดเร็วต่อการบอกข้อมูล รายละเอียดต่างๆ ของสาขาวิชาช่างยนต์ 2.4 กิจกรรมสาขา กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาขาหรือส่วนงานที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรหรือบริษัท ซึ่งมักจัดขึ้น เพื่อสนับสนุนหรือปรับปรุงการด าเนินงานในสาขานั้น หรือเพื่อบริการลูกค้าหรือผู้ใช้บริการในสาขานั้นๆ โดยส่วนใหญ่มักจะมีวัตถุประสงค์และก าหนดการด าเนินกิจกรรมเฉพาะเพื่อความส าเร็จของสาขานั้น อาจเป็นการปรับปรุงกระบวนการท างานหรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เป็นความรับผิดชอบ
6 ของสาขา การก าหนด และด าเนินกิจกรรมสาขา มักจะช่วยให้องค์กรท างานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นในแต่ละส่วนขององค์กร แผนกเหล่านี้อาจเรียกว่า "กิจกรรมส่วนหนึ่ง" หรือ "กิจกรรมแผนก" ในบางกรณีและอาจมีค านิยามเฉพาะในบริบทที่แน่นอนของแต่ละองค์กรหรือ บริษัทนั้นๆ สื่อประชาสัมพันธ์ คือ หนทางในการน าข่าวสารที่ต้องการประชาสัมพันธ์จากผู้ส่งไปสู่ผู้รับ ใน ปัจจุบันสื่อในการประชาสัมพันธ์มีมากมาย และหลากหลาย อันเป็นผลเนื่องมาจากการพัฒนาด้าน เทคโนโลยีของโลกอย่างไรก็ตามสามารถแบ่งสื่อประชาสัมพันธ์โดยพิจารณาตามลักษณะของสื่อได้เป็น 3 ประเภท คือ 1. สื่อบุคคล หมายถึงตัวบุคคลที่ท าหน้าที่ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ สู่บุคคลอื่น สื่อบุคคล จัดได้ว่าเป็นสื่อที่มีประสิทธิภาพสูงในการประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโน้มน้าวจิตใจ เนื่องจากติดต่อกับผู้รับสารโดยตรง ส่วนใหญ่อาศัยการพูดในลักษณะต่างๆ 2. สื่อมวลชน จากข้อจ ากัดของสื่อบุคคลที่ไม่สามารถใช้เป็นสื่อกลางถ่ายทอดข่าวสาร เพื่อการประชาสัมพันธ์สู่คนจ านวนมากพร้อมกันในเวลาเดียวกันอย่างรวดเร็ว มนุษย์จึงได้พัฒนา เทคโนโลยีการสื่อสาร และเกิดเป็นสื่อมวลชนเพื่อมารับใช้ภารกิจดังกล่าวสื่อมวลชนอาจแบ่งประเภท ตามคุณลักษณะของสื่อได้เป็น 5 ประเภท คือ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และภาพยนตร์ 3. สื่อสิ่งพิมพ์ เป็นสื่อในการประชาสัมพันธ์ที่หน่วยงานเป็นผู้ผลิต และมีการเผยแพร่ ไปสู่กลุ่มเป้าหมายด้วยวัตถุประสงค์ในการผลิต และรูปแบบสิ่งพิมพ์ที่แตกต่างกันออกไปไม่ว่าจะเป็น สิ่งพิมพ์ที่ไม่ได้เย็บเล่ม เช่น แผ่นปลิว โปสเตอร์ จดหมายข่าว เป็นต้น หรือที่เย็บเป็นเล่ม เช่น วารสาร เอกสารเผยแพร่ หนังสือในโอกาสพิเศษ รายงานประจ าปี เป็นต้น 2.5 วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็กเป็นสถานศึกษาในสังกัดส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เดิมใช้ชื่อ วิทยาลัยเทคนิคสระบุรี แห่งที่ 2 จัดตั้งขึ้นเมื่อ วันที่ 18 มิถุนายน 2540 เริ่มด าเนินการ ก่อสร้างเมื่อ วันที่ 9 กันยายน 2540 บนพื้นที่ 60 ไร่ ก าหนดแล้วเสร็จวันที่ 8 พฤษภาคม 2541 และ เริ่มเปิดท าการเรียนการสอน เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2541 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการ การศึกษาแก่ชุมชน ที่อยู่ห่างไกลจากตัว เมือง ได้มีโอกาสทางการศึกษาเพิ่มขึ้น ปี พ.ศ.2542 ได้รับ งบประมาณจัดสร้างอาคารอ านวยการ 3 ชั้น จ านวน 1 หลัง อาคารปฏิบัติการ 4 ชั้น จ านวน 1 หลัง และอาคารฝึกงานจ านวน 1 หลัง แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2542 วิทยาลัยจัดการเรียนการสอน ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ปี พ.ศ. 2543 ส านักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้มี ค าสั่งเปลี่ยนชื่อ วิทยาลัยเทคนิคสระบุรี แห่งที่ 2 เป็นวิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ปัจจุบันตั้งอยู่เลขที่
7 66 หมู่ 9ถนนมิตรภาพ – น้ าตกเจ็ดสาวน้อย ต าบลมิตรภาพ อ าเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี 18180 หมายเลข โทรศัพท์ 0-3634-4673โทรสาร 0-3634-4673เว็ปไซด์ www.mlt.ac.th ขนาดและที่ตั้ง เนื้อที่ประมาณ ๖๐ ไร่ วิทยาลัยมีอาณาเขต ดังนี้ ทิศเหนือ ติดกับชุมชนตลาดมวกเหล็ก ทิศใต้ ติดกับโรงเรียนมวกเหล็กวิทยา ทิศ ตะวันออก ติดกับโรงพยาบาลมวกเหล็ก ทิศตะวันตก ติดกับถนนมิตรภาพ – น้ าตกเจ็ดสาวน้อย วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก มีบริเวณด้านทิศตะวันออกติดกับโรงพยาบาลมวกเหล็ก ด้านทิศตะวันตก จดถนน มิตรภาพ – น้ าตกเจ็ดสาวน้อย ด้านทิศเหนือติดต่อกับ ชุมชนตลาดมวกเหล็ก ด้านทิศใต้ติดต่อกับ โรงเรียน มวกเหล็กวิทยา พื้นที่ให้บริการได้แก่อ าเภอต่างๆ ในจังหวัดสระบุรี คือ อ าเภอมวกเหล็ก อ าเภอแก่งคอย อ าเภอวังม่วงและจังหวัดใกล้เคียงได้แก่ จากอ าเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา 2.6 โปรแกรม Google Site Google Site คือ บริการที่ได้ต่อยอดมาจาก Google ที่ผู้ใช้สามารถสร้าง Page ของ Google ในแบบที่ตัวเองต้องการได้แต่ว่ามาคราวนี้ Google Site ได้ต่อยอดจากการที่ว่าสร้างไว้เพื่อดูเอง กลายเป็นเครื่องมือในการสร้างเว็บไซด์ได้อย่างง่ายดาย รูปภาพที่2.1 โปรแกรม Google Site
8 2.6.2 วิธีการสร้างเว็บไซต์ 1. คลิกสร้าง+ ที่ด้านบน หรือเลือกเทมเพลตโดยคลิก Template gallery รูปภาพที่2.2 วิธีการสร้างเว็บไซต์ 2.6.3 วิธีการตั้งชื่อเว็บไซต์ 1. Title site (ชื่อเอกสารของเว็บไซต์) ชื่อเอกสารของเว็บไซต์จะปรากฏให้คุณเห็น 2. Site name (ชื่อเว็บไซต์) ชื่อเว็บไซต์จะปรากฏในส่วนหัว และในแถบชื่อหน้าต่างของเว็บ 3. Page title (ชื่อหน้าเว็บ) แต่ละหน้าในเว็บไซต์จะมีชื่อซึ่งจะปรากฏที่ด้านบนของหน้าเว็บ รูปภาพที่2.3 วิธีการตั้งชื่อเว็บไซต์
9 2.6.4 วิธีการเปลี่ยนภาพพื้นหลัง 1. ไปที่ Sites และเปิดไซต์ 2. ชี้ไปที่ภาพพื้นหลังแล้วคลิก Change image (เปลี่ยนรูปภาพ) เลือกตัวเลือกต่อไป 3. หากต้องการอัปโหลดรูปภาพจากคอมพิวเตอร์ ให้คลิก Upload (อัปโหลด) 4. หากต้องการเลือกรูปภาพจากแกลเลอรีอื่น ให้คลิก Select image (เลือกรูปภาพ) รูปภาพที่2.4 วิธีการเปลี่ยนภาพพื้นหลัง 2.6.5 วิธีการเพิ่มหน้าเว็บ 1. ที่มุมขวาบน ให้คลิก Page (หน้าเว็บ) ชี้ไปที่ + เพื่อสร้าง 2. หากต้องการเพิ่มหน้าเว็บใหม่ ให้คลิกเพิ่มหน้าเว็บ ตั้งชื่อหน้าเว็บแล้วคลิกเสร็จสิ้น รูปภาพที่2.5 วิธีการเพิ่มหน้าเว็บ
10 2.6.6 ตั้งค่าการน าทาง (Navigation) ของเว็บไซต์ หากมีหน้าเว็บมากกว่าหนึ่งหน้า ผู้เข้าชมเว็บไซต์จะใช้เมนูการน าทางเพื่อข้ามไปยัง หน้าต่างๆ ได้ ซึ่งเมนูการน าทางจะอยู่ด้านบนสุดของเว็บไซต์โดยค่าเริ่มต้น ให้คลิกหน้าแรกเพื่อดูเมนู ที่มุมขวาบน รูปภาพที่2.6 ตั้งค่าการน าทาง (Navigation) ของเว็บไซต์ 2.7 โปรแกรม Microsoft office Word 2019 ในปัจจุบันการใช้งานโปรแกรมชุด Microsoft Office (ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ) เป็นที่นิยม อย่างแพร่หลายอย่างมากในส านักงานเพราะว่าโปรแกรม Microsoft Office (ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ) สามารถใช้งานง่าย มีประสิทธิภาพ ท างานได้อย่างรวดเร็ว และส่วนมากจะใช้ในการพิมพ์เอกสารต่างๆ ก็จะเป็น Microsoft Word (ไมโครซอฟท์ เวิร์ด) เป็นโปรแกรมประมวลผลค าแบบพิเศษช่วยให้สร้าง เอกสารอย่างมีประสิทธิภาพ และประหยัดเวลา เหมาะกับงานด้านการพิมพ์เอกสารทุกชนิด สามารถ พิมพ์เอกสารออกมาเป็นชุดๆ ซึ่งเอกสารอาจเป็นจดหมาย บันทึกข้อความ รายงาน บทความ ประวัติย่อ และยังสามารถตรวจสอบ ทบทวน แก้ไข ปรับปรุง ความถูกต้องในการพิมพ์เอกสารได้ อย่างง่ายดาย สามารถตรวจสอบ สะกดค า และหลักไวยากรณ์ เพิ่มตาราง เพิ่มกราฟิก ในเอกสารได้ อย่างง่ายดาย หรือเพิ่มเติมข้อมูลได้ตลอดเวลา ประโยชน์ของโปรแกรม Microsoft Word 1. มีระบบอัตโนมัติต่างๆ ที่ช่วยในการท างานสะดวกขึ้น เช่น การตรวจค าสะกดการตรวจสอบ ไวยากรณ์การใส่ข้อความอัตโนมัติ เป็นต้น
11 2. สามารถใช้ Word สร้างตารางที่สลับซับซ้อนอย่างไรก็ได้ 3. สามารถใช้สร้างจดหมายได้อย่างรวดเร็ว โดยสามารถก าหนดให้ผู้วิเศษ (Wizard) ใน Word สร้างแบบฟอร์มของจดหมายได้หลายรูปแบบตามต้องการ 4. ตกแต่งเอกสารได้ง่าย และรวดเร็วสามารถตกแต่งเอกสารหรือเพื่อความสะดวกจะให้ Word ตกแต่งให้ก็ได้ โดยที่สามารถเป็นผู้ก าหนดรูปแบบของเอกสารเอง 5. สามารถแทรกรูปภาพ กราฟ หรือผังองค์กรลงในเอกสารได้ 6. เป็นโปรแกรมที่ท างานบนวินโดว์ ดังคุณสมบัติต่างๆ ของวินโดว์จะมีอยู่ใน Word ด้วย เช่น สามารถย่อขยายขนาดหน้าต่างได้สามารถเรียกใช้รูปแบบอักษรที่มีอยู่มากมายในวินโดว์ได้ 7. ความสามารถในการเชื่อมต่อกับโปรแกรมอื่นๆ ในชุดโปรแกรม Microsoft Office สามารถโอนย้ายข้อมูลต่างๆ ระหว่างโปรแกรมได้ เช่น สามารถดึงข้อมูลใน Excel มาใส่ใน Word ข้อดีของโปรแกรม Microsoft office Word 2019 1. สามารถพิมพ์และแก้ไขเอกสาร 2. สามารถลบ โยกย้าย และส าเนาข้อความ 3. สามารถพิมพ์ตัวอักษรประเภทต่างๆ 4. สามารถขยายขนาดตัวอักษร 5. สามารถจัดตัวอักษรให้เป็นตัวหนา ตัวเอียง และขีดเส้นใต้ได้ 6. สามารถใส่เครื่องหมาย และตัวเลขล าดับหน้าหัวข้อ 7. สามารถแบ่งคอลัมน์ 8. สามารถตีกรอบ และแรเงา 9. สามารถตรวจการสะกด และแก้ไขให้ถูกต้อง 10. สามารถค้นหา และเปลี่ยนแปลงข้อความที่พิมพ์ผิด 11. สามารถจัดข้อความในเอกสารให้พิมพ์ชิดซ้าย ชิดขวา และกึ่งกลางบรรทัด 12. สามารถใส่รูปภาพในเอกสาร 13. สามารถประดิษฐ์ตัวอักษร 14. สามารถพิมพ์ตาราง 15. สามารถพิมพ์จดหมายเวียน ซองจดหมาย และป้ายผนึก 2.7.1 รูปภาพโปรแกรม Microsoft office Word 2019
12 รูปภาพที่2.7 โปรแกรม Microsoft office Word 2019 2.7.2 วิธีในการบันทึกเอกสาร คลิกปุ่ม บันทึก / Save บนแถบ Quick Access Toolbar รูปภาพที่2.8 วิธีในการบันทึกเอกสาร
13 2.7.3 การเปิดแฟ้มงานใหม่ เมื่อต้องการสร้างงานเอกสารใหม่ มีขั้นตอนดังนี้ 1. คลิกปุ่มไฟล์ ในแถบ Ribbon เลือกค าสั่งใหม่ 2. เลือกแบบ เอกสารที่ต้องการ จะปรากฏหน้าต่างใหม่เอกสารที่เลือกให้ รูปภาพที่2.7.3 การเปิดแฟ้มงานใหม่ รูปภาพที่2.9 การเปิดแฟ้มงานใหม่ 2.7.4 การวางแนวหน้ากระดาษ 1. เลือกแถบ Ribbon ที่ เค้าโครงหน้ากระดาษ 2. ไปที่แท็บ การตั้งค่าหน้ากระดาษ จากนั้นเลือก การวางแนว รูปภาพที่2.10 การวางแนวหน้ากระดาษ
14 2.7.5 การแทรกอักษรศิลป์ 1. คลิก Ribbon แทรก (Insert) เลือกค าสั่ง อักษรศิลป์และเลือกแบบอักษรที่ต้องการ รูปภาพที่2.11 การแทรกอักษรศิลป์ 2.7.6 การแทรกรูปภาพ 1. คลิกเลือก Ribbon แทรก (Insert) เลือกแท็บภาพประกอบ จากนั้นเลือกรูปภาพ 2. จะปรากฏไดอะล็อกบ็อกซ์ของแทรกรูปภาพขึ้น ให้ก าหนดรายละเอียด เลือกภาพ ที่ต้องการมาจากนั้นให้กดปุ่มแทรก รูปภาพที่2.12 การแทรกรูปภาพ
15 2.8 โปรแกรม Canva Canva เป็นแพลตฟอร์มออกแบบกราฟิกที่สามารถใช้สร้างรูปภาพ และวีดีโอได้อย่างรวดเร็ว สามารถน าไปใช้ได้ใน Social Media, Presentation และภาพเคลื่อนไหว โดยจะมีประโยชน์มากมาย ทั้งในด้านความสะดวกสบาย และความหลากหลายของเทมเพลตให้เลือกใช้มากมาย ผู้ใช้ไม่จ าเป็นต้อง มีพื้นฐานด้านกราฟิกหรือวิดีโอเพราะ Canva มีเครื่องมือที่ใช้งานง่าย รวมไปถึงมีเครื่องมือที่ช่วย รูปภาพที่2.13 โปรแกรม Canva 2.8.1 วิธีสมัครเข้าใช้งาน ผู้ใช้สามารถสมัครใช้งานด้วยบัญชีผู้ใช้ facebook, Google mail รูปภาพที่2.14 วิธีสมัครเข้าใช้งาน
16 2.8.2 หน้าแรก เมื่อเข้าสู่ระบบแล้วจะปรากฏหน้ าเว็บไซต์ของ Canva โดยจะมีการแบ่งส่วนต่างๆ ส่วนจัดการออกแบบของเรา จัดกลุ่ม และสื่อที่ลบไปแล้วเป็นงานออกแบบทั้งหมด ที่ท าเอาไว้ รูปภาพที่2.15 หน้าแรก 2.8.3 วิธีการสร้างงานออกแบบ หลังจากเลือกรูปแบบดีไซน์แล้วจะมี Template เป็นเมนูตัวเลือกส าหรับสร้างรูปแบบ รูปภาพที่2.16 วิธีการสร้างงานออกแบบ
17 2.9 Google Sheets Google Sheets เป็นแอปพลิเคชันสเปรดชีต (spreadsheet) ออนไลน์ที่พัฒนาโดย Google ซึ่ง เป็นส่วนหนึ่งของ Google Workspace (ก่อนหน้าเรียกว่า G Suite) รูปภาพที่2.17 โปรแกรม Google Sheets 2.9.1 วิธีการสร้างแผ่นงาน 1. เลือกรูปแบบ Template สเปรดชีตที่ต้องการสร้าง และจะได้หน้างานที่ต้องการ รูปภาพที่2.18 วิธีการสร้างแผ่นงาน
18 2.9.2 การเลือกเซลล์มากกว่า 1 เซลล์ เพื่อจัดรูปแบบ 1. คลิกเซลล์ค้าง และลากเมาส์ไปเซลล์ใกล้เคียงที่ต้องการเลือกค้างไว้ และคลิกเซลล์ 2. แถบบนของหน้าแก้ไขสเปรดชีตจะมีปุ่ม และเมนูต่างๆ สามารถเลือกปรับได้ รูปภาพที่2.19 การเลือกเซลล์มากกว่า 1 เซลล์ 2.9.3 การเพิ่มธีมเพื่อเปลี่ยนรูปแบบของสเปรดชีตทั้งแผ่น 1. คลิก รูปแบบ > ธีม ที่เมนูด้านบน 2. เลือกธีมที่มีให้เลือก หรือคลิกปรับแต่งเพื่อสร้างธีมขึ้นมาเอง รูปภาพที่2.20 การเพิ่มธีมเพื่อเปลี่ยนรูปแบบของสเปรดชีตทั้งแผ่น
19 2.9.4 วิธีเซฟเป็นไฟล์ Microsoft Excel 1. คลิกที่เมนู ไฟล์ และดาวน์โหลด 2. จากนั้นเลือก (.xlsx) โปรแกรมจะท าการเซฟเป็นไฟล์แบบ xlsx รูปภาพที่2.21 วิธีเซฟเป็นไฟล์ Microsoft Excel 2.9.5 วิธีแชร์สเปรดชีตเพื่อท างานร่วมกับผู้อื่น 1. คลิกปุ่มแชร์ที่มุมขวาบนในหน้าสเปรดชีตจากนั้นเลือกว่าต้องการแชร์สเปรดชีตให้ใคร รูปภาพที่2.22 วิธีแชร์สเปรดชีตเพื่อท างานร่วมกับผู้อื่น
20 2.10 โปรแกรม Google Drive Google Drive เป็นบริการเก็บข้อมูลแบบคลาวด์ (cloud storage) ที่ถูกพัฒนาโดย Google ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถบันทึกไฟล์และข้อมูลต่างๆ ไว้ในพื้นที่บนอินเทอร์เน็ต รูปภาพที่2.23 โปรแกรม Google Drive 2.10.1 อัปโหลดหรือสร้างไฟล์ใน Google Drive 1. คลิก+ใหม่ และอัปโหลดไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ด้านบนซ้าย รูปภาพที่2.24 การอัปโหลดหรือสร้างไฟล์ใน Google Drive
21 2.10.2 เลือกไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการอัปโหลด เสร็จแล้วคลิกอัปโหลด รูปภาพที่2.25 การอัปโหลดหรือสร้างไฟล์ใน Google Drive 2.10.2 การแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์ใน Google Drive 1. ไปที่https://drive.google.com/drive/my-drive 2. คลิกขวาไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการแชร์ 3. คลิกแชร์หรือไอคอนแชร์ รูปภาพที่2.26 การแชร์ไฟล์และโฟลเดอร์ใน Google Drive
22 2.10.3 วิธีการแชร์ไฟล์และแชร์โฟลเดอร์Google Drive คลิกแชร์ตรงไฟล์งานที่ต้องการแชร์ ป้อนที่อยู่อีเมลที่ต้องการแชร์ รูปภาพที่2.27วิธีการแชร์ไฟล์และแชร์โฟลเดอร์Google Drive 2.10.4 การก าหนดขอบเขตการแชร์ไฟล์ 1. เลือกที่ Sharing Setting 2. เลือกลูกศรลงล่างแล้วเลือก More จากนั้นก าหนดสิทธิ์ที่ต้องการ รูปภาพที่2.28 การก าหนดขอบเขตการแชร์ไฟล์
23 2.10.5 การใช้งาน Drive File Stream แบบออฟไลน์ เมื่อไม่มี Internet 1. คลิกขวาที่ไฟล์หรือโฟลเดอร์ที่ต้องการ และเลือกใช้งานแบบออฟไลน์ รูปภาพที่2.29 การใช้งาน Drive File Stream แบบออฟไลน์ เมื่อไม่มี Internet 2.10.6 การติดตั้ง และใช้งาน Drive File Stream 1. ดาวน์โหลดโปรแกรม Drive File Stream 2. ดับเบิ้ลคลิ๊กที่ไฟล์ติดตั้ง จากนั้นคลิกที่ปุ่มติดตั้ง (Install) รูปภาพที่2.30 การติดตั้ง และใช้งาน Drive File Stream
24 2.11 งานวิจัยเกี่ยวข้อง 2.11.1 กิตติ ภักดีวัฒนะกุล (2541 : 136 - 137) กล่าวว่า การออกแบบซอฟต์แวร์ไว้ว่า งานออกแบบซอฟต์แวร์ส าหรับอุตสาหกรรมการผลิตซอฟต์แวร์นั้น จะต้องค านึงถึง “คุณภาพ”เป็น หลัก ดังนั้นจึงจ าเป็นต้องมีการก าหนดเกณฑ์คุณภาพ เพื่อใช้ในการประเมินคุณภาพของการออกแบบ และปรับปรุงให้งานออกแบบเป็นงานที่มีคุณภาพมากที่สุดดังนี้ 1. การท าางานของโปรแกรม (Functionality) จะประเมินจากลักษณะ (Feature set) และ ความสามารถ (Capability) ของโปรแกรม นอกจากนี้ยังประเมินจากหน้าที่ทั่วไปของโปรแกรม และ ความปลอดภัยเมื่อต้องท างานรวมเป็นระบบ 2. ความสามารถในการใช้งาน (Usability) พิจารณาจากผลตอบกลับจากการใช้งานของผู้ใช้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานง่ายและเรียนรู้ง่าย 3. ความน่าเชื่อถือ (Reliability) วัดจากความถี่และความรุนแรงของความผิดพลาดที่เกิดขึ้น ความถูกต้องของผลลัพธ์ที่ได้เวลาเฉลี่ยของความล้มเหลว ความสามารถในการกู้คืนระบบ และ ความสามารถในการคาดการณ์ได้ของโปรแกรม 4. ประสิทธิภาพ (Performance) วัดจากความเร็วของการประมวลผลระยะเวลาตอบสนอง ทรัพยากรที่ใช้ปริมาณงานที่ท าได้ในช่วงเวลาหนึ่ง และประสิทธิผลในการท างาน 2.11.2 วรชัย เยาวปาณี (2550 : 166 - 169) กล่าวถึงประเด็นการประเมินคุณภาพซอฟต์แวร์ ไว้ดังนี้ 1. ความถูกต้อง (Correctness) หรือความแม่นย า (Precision) หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ พัฒนาขึ้นจะต้องสามารถท าหน้าที่ของมันได้ถูกต้องแม่นย าตรงตามที่ก าหนดรายการรายละเอียดไว้ หากไม่เป็นไปตามที่ก าหนดถือว่ามีความผิดพลาด 2. ความเที่ยง (Reliability or accuracy) หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่พัฒนาขึ้นจะต้องแสดงผลใน ลักษณะที่มีความคงเส้นคงวาโดยปราศจากจุดบกพร่อง 3. สภาพความทนทาน (Robustness) หมายถึง ความสามารถของซอฟต์แวร์ที่สามารถ ท างานได้ตามปกติแม้ว่าจะเกิดเหตุการณ์หรือปัญหาบางอย่างบางประการขึ้นก็ตาม 4. การปฏิบัติการ (Performance) หมายถึง คุณภาพซอฟต์แวร์ในด้านในการปฏิบัติการใน ระดับที่มุ่งหวัง 5. การน าไปใช้ (Usability) หมายถึง ซอฟต์แวร์นั้นจะต้องมีคุณภาพในด้านการอ านวยความ สะดวกในการน าไปใช้แก่ผู้ใช้ โดยสามารถเรียนรู้ได้ง่าย สร้างความคุ้นเคยได้เร็วสามารถต่อประสาน กับผู้ใช้ได้โดยง่าย 6. ความสามารถในการตรวจสอบ (Verifiability) หมายถึง ซอฟต์แวร์นั้นจะต้องมีระบบที่ สามารถตรวจสอบได้โดยง่าย เช่น ความถูกต้อง การตรวจสอบการปฏิบัติการ
25 7. ความสามารถในการบ ารุงรักษา (Maintainability) หมายถึง ความสามารถที่จะท าการ ซ่อมบ ารุงรักษาและปรับแก้ซอฟต์แวร์นั้นได้โดยง่าย สะดวกรวดเร็ว และมีค่าใช้จ่ายน้อย 8. การน ามาใช้ใหม่ (Reusability) หมายถึง สามารถปรับปรุงหรือพัฒนาซอฟต์แวร์นั้นให้ เป็นซอฟต์แวร์ชุดใหม่ได้ 9. การเคลื่อนย้าย (Portability) หมายถึง สามารถน าซอฟต์แวร์นั้นไปติดตั้งในสภาพแวดล้อม ต่างๆ ที่หลากหลายได้ 10. ความสามารถในการท าความเข้าใจ (Understandability) หมายถึง เป็น ซอฟต์แวร์ที่ผู้ใช้สามารถเรียนรู้วิธีการใช้โดยไม่ยาก มีความซับซ้อนน้อย 2.11.3 ฐิตาภรณ์ วรรณทิม และคณะผู้จัดท า (2563) การพัฒนาเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ การท่องเที่ยวโดยแหล่งชุมชน บ้านป่าโมง ต าบลภูเงิน อ าเภอกันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษ การศึกษาเรื่อง การพัฒนาเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวโดยชุมชน บ้านป่าโมง ต าบลภูเงิน อ าเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อศึกษาบริบทบ้านป่าโมง ต าบลภูเงิน อ าเภอกันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษ 2. เพื่อศึกษาความพึงพอใจ และความต้องการของผู้เข้าใช้เว็บไซต์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยชุมชน บ้านป่าโมง ต าบลภูเงิน อ าเภอกันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษ 3. เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวโดยชุมชนบ้านป่าโมง ต าบลภูเงิน อ าเภอ กันทรลักษ์จังหวัดศรีสะเกษ โดยใช้แนวคิดแนวคิดการประชาสัมพันธ์แนวคิดเว็บไซต์และ แนวคิด การท่องเที่ยวโดยชุมชนเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ตัวแทนชุมชน ผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อ โดยใช้วิธีการสุ่ม ตัวอย่างแบบเจาะจง ใช้การวิเคราะห์เชิงพรรณนา และการเก็บข้อมูลจากแบบสอบถามกับผู้เข้าใช้เว็บไซต์ ประชาสัมพันธ์บ้านป่าโมง จ านวน 400 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงข้อมูลทางสถิติ โดย ใช้สถิติค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า บริบทของบริเวณพื้นที่ ชุมชนบ้านป่าโมง ต าบลภูเงิน อ าเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ แบ่งออกเป็น 4 องค์ประกอบ ได้แก่ 1.ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ได้แก่ สวนทุเรียน สวนเงาะสวนมังคุด สวนผสมผสาน และ วัฒนธรรม ได้แก่ วัดป่าโมง การแต่งกาย อาหารพื้นบ้าน การแสดง ดนตรี และประเพณี 2. ด้านองค์กรชุมชน ได้แก่ กฎข้อบังคับในการอยู่ร่วมกัน มีปราชญ์หรือผู้มีความรู้มัคคุเทศก์ น าเที่ยว และวิทยากรในการให้ความรู้นักท่องเที่ยว ศูนย์สาธิต การตลาด กองทุนออมทรัพย์ และ กองทุนสวัสดิการวันละบาท 3. ด้านการจัดการ การแบ่งหน้าที่ในการบริหารจัดการท่องเที่ยวชุมชนอย่างชัดเจน กฎ - กติกาในการจัดการสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว มีการกระจายผลประโยชน์ที่เป็นธรรม
26 ให้กับผู้ที่มีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ กองทุนที่เอื้อประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมของ ชุมชน 4. ด้านการเรียนรู้ได้แก่ กิจกรรมสาธิตการท าอาหาร และผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน กิจกรรมเรียนรู้ วิถีชีวิตของชาวบ้านป่าโมง ฐานกิจกรรมเรียนรู้ ทั้ง 3 ฐาน ศูนย์แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างคนในชุมชน และ หน่วยงานต่างๆ เรียนรู้ด้านการบริหารจัดการเงินทุนชุมชนความพึงพอใจของผู้เข้าใช้เว็บไซต์ ประชาสัมพันธ์บ้านป่าโมง พึงพอใจระดับปานกลางเนื่องจากเว็บไซต์ยังไม่ตรงตามความต้องการของผู้ เข้าใช้เว็บไซต์ ทั้งในส่วนของการออกแบบ และเนื้อหา ซึ่งผู้เข้าใช้เว็บไซต์ต้องการให้มีข้อมูลเกี่ยวกับ ช่องทางติดต่อกับชุมชน ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของชุมชนสิ่งอ านวยความสะดวกกิจกรรมท่องเที่ยว ที่ตั้งของ ชุมชน ประเพณี วัฒนธรรมของชุมชน ประวัติความเป็นมาของชุมชน โครงสร้างที่ใช้ในการออกแบบ เว็บไซต์คือโครงสร้างแบบใยแมงมุมที่สามารถเชื่อมต่อกันได้ทุกหน้าภายในเว็บไซต์ มีแถบข้อมูลหลัก อยู่ด้านบน แบบตัวอักษรที่ใช้ในเว็บไซต์คือ Thai Sans Neue และ CS PraJad สีที่ใช้ คือ สีขาว สีเขียว 2.11.4 นายชนินทร์ ห่านตระกูล (2564) การหาแนวทางเพื่อพัฒนาเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์ ของกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน มีวัตถุประสงค์ดังนี้ เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ ในการประชาสัมพันธ์กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชนเกี่ยวกับข้อมูลความคิดเห็นความต้องการของการ พัฒนาเว็บไซต์ในการประชาสัมพันธ์ของกองสนับสนุนสุขภาพ ภาคประชาชนผลการศึกษาวิจัยพบว่า ผู้ที่ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง อายุระหว่าง 46 – 60 ปีจบการศึกษาระดับการศึกษา ปริญญาตรีเป็นผู้ใช้บริการเว็บไซต์ของกองสนับสนุนสุขภาพ ภาคประชาชน และประสบการณ์ การท างาน พบว่า ส่วนใหญ่อยู่ระหว่าง 16 – 30 ปีแนวทางเพื่อการพัฒนาเว็บไซต์ในการ ประชาสัมพันธ์ของกองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน ประกอบด้วย 4 ด้าน คือ 1) ด้านวัตถุประสงค์ของเว็บไซต์พบว่า ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (̅=3.57, S.D.=0.96) 2) ด้านกลุ่มเป้าหมายของเว็บไซต์พบว่า ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง (̅=3.29, S.D.=1.03) 3) ด้านโครงสร้างเว็บไซต์และองค์ประกอบพบว่า ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (̅= 3.50, S.D.=0.96) 4) ด้านออกแบบเว็บไซต์พบว่า ส่วนใหญ่มีความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง (̅= 3.49, S.D.=0.95) ข้อเสนอแนะในการพัฒนาเว็บไซต์ 1. ด้านการสืบค้นหาเอกสาร ได้แก่ 1.1 ค้นหาข้อมูลง่าย เป็นหมวดหมู่ 1.2 มีหมวดหมู่ที่หาข้อมูลง่าย ไม่ซับซ้อน
27 1.3 แบบหมวดหมู่เนื้อหาใหม่ เพื่อให้ง่ายต้อการเข้าถึงข้อมูล 2. ด้านการพัฒนาเว็บไซต์ได้แก่ 2.1 ปรับรูปแบบน าเสนอให้น่าสนใจ น่าเข้ามาใช้บริการ 2.2 ควรปรับรูปแบบให้ทันสมัยมากขึ้น 2.3 ควรปรับปรุงทั้งเว็ปไซต์ให้ข้อมูลมีการเชื่อมกับกรมอื่นๆ เป็นปัจจุบัน 3. ด้านการประชาสัมพันธ์ได้แก่ 3.1 ควรอัพเดทข้อมูลบ่อยๆ ประชาสัมพันธ์เว็บไซด์ให้มากกว่านี้ 3.2 ควรอัพเดทข้อมูลให้ทันต่อสถานการณ์และเป็นปัจจุบัน 3.3 อยากให้ใช้ช่องทางสื่อสารให้หลากหลาย 2.11.5 นางสาวนภาพร เหลืองแสงธรรม (2565) การพัฒนาเว็บส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัด อุดรธานีด้วยเทคโนโลยีเสมือนจริง การพัฒนาเว็บส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานีด้วยเทคโนโลยี เสมือนจริงมีวัตถุประสงค์คือ 1. พัฒนาเว็บไซต์ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวที่แนะน าในจังหวัดอุดรธานีในรูปแบบเทคโนโลยี เสมือนจริง 2. ศึกษาความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวที่เข้าใช้งานเว็บไซต์ส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวที่แนะน า ในจังหวัดอุดรธานีในรูปแบบเทคโนโลยีเสมือนจริง มีวิธีในการศึกษาคือ เลือกสุ่มตัวอย่างประชากร นักท่องเที่ยวคนไทยที่เข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดอุดรธานี จ านวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้คือ แบบสอบถามความต้องการรูปแบบเว็บไซต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่แนะน าในจังหวัดอุดรธานีผลที่ได้ พบว่าความต้องการของ กลุ่มตัวอย่าง 3อันดับที่มีความต้องการโปรโมท คือ 1.ค าชะโนด 2.วัดป่าภูก้อน 3. ภูฝอยลม และแบบประเมินความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่แนะน า ในจังหวัดอุดรธานีในรูปแบบเสมือนจริง ผลที่ได้พบว่านักท่องเที่ยวชาวไทยในจังหวัดอุดรธานีที่เข้า ใช้งานเว็บไซต์ มีความพึงพอใจในระดับมาก ผลการวิจัยการศึกษาความต้องการรูปแบบเว็บไซต์ พบว่าความต้องการของกลุ่มตัวอย่าง 3 อันดับ ที่ต้องการให้โปรโมทมากที่สุด คือ 1. ค าชะโนด 2. วัดป่าภูก้อน 3. ภูฝอยลม และหลังจากพัฒนา ได้ศึกษาความพึงพอใจในการใช้งานของเว็บไซต์ ส่งเสริมการท่องเที่ยวที่แนะน าในจังหวัดอุดรธานี พบว่า นักท่องเที่ยวชาวไทยในจังหวัดอุดรธานี ที่เข้าใช้งานเว็บไซต์มีความพึงพอใจในระดับมาก 2.11.6 นางสาวศิรินทร์ รอมาลี(2562) การพัฒนาเว็บไซต์การท่องเที่ยวส าหรับผู้สูงอายุ งานวิจัยครั้ง นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาเว็บไซต์เพื่อการท่องเที่ยวส าหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ให้เป็นไป ตามแนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ WCAG และ Universal Design 2) เพื่อประเมิน คุณภาพ เว็บไซต์การท่องเที่ยวส าหรับผู้สูงอายุตามแนวทาง WCAG และ Universal Design 3) เพื่อ ประเมิน ความพึงพอใจในการใช้งานเว็บไซต์การท่องเที่ยวส าหรับผู้สูงอายุตามแนวทาง WCAG และ
28 Universal Design ขั้นตอนการสร้างเครื่องมือและเก็บรวบรวมข้อมูล มีดังนี้การผลิตเว็บไซต์การ ท่องเที่ยวส าหรับผู้สูงอายุตามแนวทาง WCAG และUniversal Design ผู้วิจัยได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการ สร้างเว็บไซต์ ส าหรับผู้สูงอายุ แนวทางการพัฒนาเว็บไซต์ที่ทุกคนเข้าถึงได้ WCAG และUniversal Design และให้ผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน ประเมินคุณภาพของสื่อจากนั้นมาปรับปรุงแก้ไข น าไปทดลอง และประเมินความพึงพอใจกับกลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มผู้สูงอายุวัยต้นที่มีอายุ 60 – 69 ปีที่เป็นสมาชิก อยู ่ในชมรมผู้สูงอายุ ต าบลคลองสาม อ าเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี โดยการสุ ่ม ผู้ที่ใช้ อินเตอร์เน็ตเป็นประจ า จ านวน 50 คน โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบประเมินความพึงพอใจในการ ใช้งานเว็บไซต์ สถิติที่ใช้ในงานวิจัย ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัย พบว่า 1) ผล การพัฒนาเว็บไซต์การท่องเที่ยวส าหรับผู้สูงอายุตามแนวทางที่ทุกคนเข้าถึงได้ WCAG และ Universal Design จัดรูปแบบเหมือนกันทุกหน้าในเว็บไซต์ ออกแบบสีพื้นหลัง เป็นสีอ่อน ลวดลายน้อย ชื่อลิงก์ (Link) บอกความหมายชัดเจน ปุ่มเมนูที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลใช้สีและขนาดที่มองเห็นชัดเนื้อหาและ ข้อความที่ไม่มากเกินไป รูปแบบอักษร (Font) มาตรฐาน รูปภาพที่ใช้มี ความสอดคล้องกับเนื้อหา อยู่ใน ต าแหน่งที่มองเห็นได้ง่าย 2) การประเมินเว็บไซต์ การท่องเที่ยวส าหรับผู้สูงอายุตามแนวทางของ WCAG และ Universal Design โดยผู้เชี่ยวชาญทั้ง3 ท่านนั้น อยู่ในระดับดี3) การประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการ ใช้งานเว็บไซต์ของกลุ่มตัวอย่างด้านเนื้อหาข้อมูล ผลประเมินอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.55 และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 0.50 การประเมินความพึงพอใจที่มีต่อการออกแบบ และการ จัดรูปแบบของเว็บไซต์ของกลุ่มตัวอย่าง ผลประเมิน 2.11.7 ธนวัฒน์ เสริฐสุวรรณกุล (2564 ) การศึกษาพฤติกรรมผู้ใช้เว็บไซต์ส านักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ วิจัยฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาพฤติกรรมการใช้เว็บไซต์ ส านักหอสมุดกลางของผู้ใช้บริการ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 2) ศึกษาหาความความสัมพันธ์ ระหว่างหน้าต่างๆ บนเว็บไซต์ส านักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ โดยผู้วิจัยศึกษา จากข้อมูลจ านวนการใช้บริการหน้าภายในเว็บไซต์และวิเคราะห์ด้วยทฤษฎีการวิเคราะห์ข้อมูล Apriori Algorithm แล้วน าข้อมูลเหล่านี้ไปปรับปรุงเว็บไซต์จากการวิจัยพบว่าพฤติกรรมการใช้ เว็บไซต์ส านักหอสมุดกลางด้านการใช้เครื่องมือ และอุปกรณ์ ประกอบด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน และแท็บเล็ตตามล าดับช่วงเวลาที่มักใช้บริการ ได้แก่ ช่วงเปิด และกลางภาคการศึกษา เมื่อพิจารณา ความสัมพันธ์ของการใช้หน้าในเว็บไซต์ พบว่ามีการใช้หน้าฐานข้อมูลออนไลน์มากที่สุดคิดเป็นร้อยละ 48.72 และหน้าที่มีความสัมพันธ์กันมากที่สุดคือ หน้าแหล่งข้อมูลการวิจัย กับ Impact- factor คิดเป็น ร้อยละ 14.29 ดังนั้น การให้บริการเว็บไซต์ส านักหอสมุดกลางนั้นจึงควรมีการค านึงถึงประเด็น ที่เกี่ยวข้องในการท าวิจัยมากขึ้น 2.11.8 บัณฑิตา จันทมาส และคณะผู้จัดท า (2565) การพัฒนาอีเลิร์นนิงแบบผสมผสาน เรื่อง การเขียนโปรแกรมภาษาไพทอนเบื้องต้น การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. พัฒนาอีเลิร์นนิง
29 แบบผสมผสาน เรื่อง การโปรแกรมด้วยภาษาไพทอนพื้นฐาน เพื่อพัฒนาความสามารถการเขียน โปรแกรมขั้นพื้นฐานของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2. ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 75 3. ศึกษาความสามารถในการ เขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐานของนักเรียนด้วยอีเลิร์นนิงแบบผสมผสาน 4. ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มี ต่อการเรียนอีเลิร์นนิงแบบผสมผสาน กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 จ านวน 26 คน โรงเรียนดงเจริญพิทยาคม เครื่องมือที่ใช้ได้แก่ แผนจัดการเรียนรู้อีเลิร์นนิงแบบผสมผสาน เรื่อง การโปรแกรมด้วยภาษาไพทอนพื้นฐาน แบบประเมินคุณภาพของอีเลิร์นนิงแบบผสมผสาน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบทดสอบวัดความสามารถการเขียนโปรแกรมพื้นฐาน และ แบบสอบถามความพึงพอใจต่ออีเลิร์นนิงผสมผสาน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้1) อีเลิร์นนิงแบบผสมผสานเรื่อง การเขียนโปรแกรมภาษา ไพทอนเพื่อพัฒนาความสามารถการเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐานของนักเรียนระดับชั้นมัธถยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนดงเจริญพิทยาคม มีคุณภาพที่อยู่ในระดับดีมาก มีประสิทธิภาพเท่ากับ 94.23/84.49ซึ่งเป็นไปตาม เกณฑ์ที่ก าหนด2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนด้วยอีเลิร์นนิงแบบผสมผสานเรื่อง การเขียนโปรแกรมภาษาไพ ทอนเบื้องต้น เพื่อพัฒนา ความสามารถ การเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐานมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของ นักเรียนสูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 75โดยมีค่าคะแนนเฉลี่ย คิดเป็นร้อยละ 84.49 3) ความสามารถการเขียน โปรแกรมขั้นพื้นฐาน ของนักเรียนหลังเรียนอีเลิร์นนิงแบบผสมผสานอยู่ในระดับดีเยี่ยม 4) ความพึงพอใจใน ภาพรวมของนักเรียนต่อการใช้อีเลิร์นนิงแบบผสมผสานเรื่อง การเขียนโปรแกรมภาษาไพทอน อยู่ในระดับ ดีมาก 2.11.9 พิชญาภัค สัจจะบันดาลใจ (2565) การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างฐานข้อมูล ด้วยภาษา PHP และ MySQL การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัย และพัฒนา (Research and development) มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาการจัดการสอนออนไลน์เชิงรุกเรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สร้างฐานข้อมูลด้วยภาษา PHP และ MySQL ส าหรับนิสิตปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีการศึกษา ให้มีประสิทธิภาพ ตามเกณฑ์80/ 80 2) เพื่อทดสอบประสิทธิภาพจากการจัดการสอนออนไลน์เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สร้างฐานข้อมูลด้วยภาษา PHP และ MySQL 3) เพื่อศึกษาประสิทธิผลจากการจัดการสอนออนไลน์เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้าง ฐานข้อมูลด้วยภาษา PHP และ MySQL 4) เพื่อศึกษาทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างฐานข้อมูลด้วยภาษา PHP และ MySQL
30 5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนิสิตปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีการศึกษาที่มีการจัดการสอน ออนไลน์เชิงรุกเรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างฐานข้อมูลด้วยภาษา PHP และ MySQL ประชากรที่ใช้ในการวิจัยคือ นิสิตระดับปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีการศึกษาจ านวน 120 คน กลุ่ม ตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่นิสิตระดับปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีการศึกษา ชั้นปีที่ 3 จ านวน 40 คน ปีการศึกษา 2564 โดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster randomsampling) เครื่องมือที่ใช้ในการ วิจัย ครั้งนี้ประกอบด้วย 1) เว็บจัดการสอนออนไลน์เชิงรุกเรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างฐานข้อมูลด้วยภาษา PHP และ MySQL 2) แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน 3) แบบประเมินทักษะ 4) แบบประเมินความพึงพอใจ ใช้สถิติค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) ค่าร้อยละและE1/ E2ผลการวิจัย พบว่า 1) การพัฒนาการจัดการสอน ออนไลน์เชิงรุกเรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์สร้างฐานข้อมูลด้วยภาษา PHP และ MySQL ได้สื่อ การสอนออนไลน์เชิงรุกน าเสนอบน LMS Moodle มีหน่วยการเรียน 7 หน่วย ได้แก่1.1)แนวคิดฐานข้อมูล 1.2) ประเภทฐานข้อมูล 1.3) การออกแบบฐานข้อมูล 1.4) พื้นฐานการเขียนโปรแกรมสร้างฐานข้อมูล 1.5) การเขียนโปรแกรมภาษาPHP 1.6) การสร้างฐานข้อมูลด้วยSQL และ1.7) การเขียนโปรแกรมจัดเก็บ ข้อมูล และน าเสนอบนเว็บ พร้อมด้วยกิจกรรมเชิงรุก ที่ให้ผู้เรียนได้มีส่วนรวมทุกหน่วยการเรียนรู้ด้วย การปฏิบัติด้วยตนเองทุกขั้นตอน โดยผู้เชี่ยวชาญประเมินคุณภาพด้านเนื้อหา (ค่าเฉลี่ย = 4.28,SD = 0.80) และด้านเทคนิค(ค่าเฉลี่ย = 4.42, SD = 0.72) โดยรวมอยู่ในระดับเหมาะสมมาก(ค่าเฉลี่ย = 4.35, SD = 0.76) 2) ผลการทดสอบประสิทธิภาพของการจัดการสอนออนไลน์เชิงรุกเรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สร้างฐานข้อมูลด้วยภาษา PHP และ MySQL พบว่ามีประสิทธิภาพตามเกณฑ์E1/ E2 = 87.46/ 88.13) 3) ผลการศึกษาดัชนีประสิทธิผลจากการจัดการสอนออนไลน์เรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สร้างฐานข้อมูลด้วยภาษา PHPและ MySQL ของนิสิตปริญญาตรีสาขาเทคโนโลยีการศึกษาค่าดัชนี ประสิทธิผลเท่ากับ .8075แสดงว่า ผู้เรียนที่เรียนรู้ด้วยการจัดการสอนออนไลน์เชิงรุกเรื่องการเขียนโปรแกรม คอมพิวเตอร์สร้างฐานข้อมูลด้วยภาษาPHP และ MySQL มีความรู้เพิ่มขึ้น .8075 หรือคิดเป็นร้อยละ80.75 4)ผลการศึกษาทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์พบว่า ผู้เรียนมีทักษะการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สร้างฐานข้อมูลด้วยภาษาPHP และ MySQL อยู่ในระดับ ดีมากร้อยละเท่ากับ 89.91และ5) ผลการศึกษา ความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการพัฒนาการจดัการสอนออนไลน์เชิงรุกเรื่องการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สร้างฐานข้อมูลด้วยภาษา PHP และ MySQL อยู่ในระดับมาก (ค่าเฉลี่ย= 4.28, SD = 0.70) 2.11.10 อนุสรณ์ ปิติวงษ์และคณะผู้จัดท า (2563)การพัฒนาทักษะการเขียนโปรแกรม ด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบทักษะการเขียน
31 โปรแกรม ระหว่างนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ร่วมกับบทเรียนอีเลิร์นนิง เรื่อง การเขียนโปรแกรมแบบมีทางเลือก และนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบปกติ กลุ่มตัวอย่าง ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 หลักสูตรห้องเรียนพิเศษ โรงเรียนพนัสพิทยาคาร ที่ได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบแบ่งกลุ่ม ด้วยวิธีจับสลาก จ านวน 2 ห้องเรียน รวม 72 คน เครื่องมือ ที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน ร่วมกับบทเรียนอีเลิร์นนิง เรื่องการเขียนโปรแกรมแบบมีทางเลือก 2) บทเรียนอีเลิร์นนิง เรื่องการเขียนโปรแกรมแบบมีทางเลือก 3) แบบวัดทักษะการเขียนโปรแกรม มีการวิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบสถิติที แบบความแปรปรวนรวม ผลการวิจัยพบว่า1) แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหา ร่วมกับบทเรียนอีเลิร์นนิง เรื่อง การเขียนโปรแกรมแบบมีทางเลือก และมีคุณภาพอยู่ในระดับดีมาก (= 4.64, S.D. = 0.48) 2) บทเรียนอีเลิร์นนิง เรื่อง การเขียนโปรแกรม และมีคุณภาพด้านเนื้อหา ในระดับที่ดีมาก ±= 4.60, S.D. = 0.52) มีคุณภาพด้านเทคนิคการผลิตสื่อ อยู่ในระดับที่ดีมาก = 4.71, S.D. = 0.49) และมีประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 79.13/78.89และ 3) ทักษะการเขียนโปรแกรม ของนักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน และร่วมกับบทเรียนอีเลิร์นนิง เรื่อง การเขียนโปรแกรมแบบมีทางเลือก สูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้แบบปกติ อย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ .05 ร่วมกับบทเรียนอีเลิร์นนิง 2.11.11 นภารัตน์ ชูไพร และคณะผู้จัดท า (2563) การพัฒนาเว็บไซต์ร้านขายกาแฟ วิสาหกิจชุมชนบ้านถ้ าสิงห์ จังหวัดชุมพร งานวิจัยนี้วัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาเว็บร้านขายกาแฟ ออนไลน์ วิสาหกิจชุมชนบ้านถ้ าสิงห์จังหวัดชุมพร 2) เพื่อหาความพึงพอใจของเว็บร้านขายกาแฟ ออนไลน์ วิสาหกิจชุมชนบ้านถ้ าสิงห์จังหวัดชุมพร การพัฒนาเว็บร้านขายกาแฟออนไลน์ วิสาหกิจ ชุมชนบ้านถ้ าสิงห์ การพัฒนาระบบใช้แนวคิดวงจรการพัฒนาระบบ (Software Development Life Cycle : SDLC) เพื่อเป็นแนวทางในการศึกษา และการพัฒนาระบบเพื่อน าไปสู่การใช้ในการท างาน และมีการเพิ่มช่องทางการจ าหน่ายสินค้า ความสามารถของระบบสารสนเทศฯ ประกอบไปด้วย ระบบสั่งซื้อสินค้า ระบบตรวจสอบสินค้า ระบบสมาชิก ระบบติดตามสินค้า และระบบหลังบ้านที่ใช้ใน การจัดการข้อมูลของระบบ เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนาระบบ คือ Dreamweaver CS6 ใช้ภาษา PHP และ Java Script ร่วมกับ CSS ในการพัฒนาเว็บไซต์ ใช้ XAMPP ในการออกแบบฐานข้อมูลของ ระบบ ผลการวิจัยพบว่า 1) เว็บขายกาแฟออนไลน์ วิสาหกิจชุมชนบ้านถ้ าสิงห์จังหวัดชุมพร เพื่อสร้างความสะดวก และเพิ่มช่องทางการกระจายผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าอย่างทั่วถึง 2) ผลการศึกษา ความพึงพอใจของระบบฯ ของผู้ใช้งานทั่วไป จ านวน 30 ท่าน เลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ 1) ด้านข้อมูลในเว็บไซต์ อยู่ในระดับมากที่สุดที่ค่าเฉลี่ย 4.83 2) ด้านการออกแบบ และการจัดรูปแบบเว็บไซต์อยู่ในระดับมากที่สุดที่ค่าเฉลี่ย 4.78 และ 3) ด้านประโยชน์และการน าไปใช้ อยู่ในระดับมากที่สุด ที่ค่าเฉลี่ย 4.83
32 2.11.12 วิมลมณีฉัตรแก้วสมบูรณ์และคณะผู้จัดท า (2563) การออกแบบเว็บไซต์และ รูปแบบการด าเนินชีวิตแบบวิถีใหม่การศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ในการวิจัย 1) เพื่อเปรียบเทียบ ความแตกต่างของการตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร จ าแนก ตามลักษณะประชากรศาสตร์ 2) เพื่อศึกษาอิทธิพลของการออกแบบเว็บไซต์และรูปแบบการด าเนิน ชีวิตแบบวิถีใหม่ ที่มีต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ต ของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานคร ซึ่งงานวิจัยฉบับนี้ได้เก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์จากตัวอย่างจ านวน 400 คน และน าข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ผลด้วยสถิติพรรณนา และทดสอบสมมุติฐานด้วยสถิติChi-square และ F-test (ANOVA) ที่ระดับนัยส าคัญ 0.05 ผลการศึกษา พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ เป็นเพศหญิง มีอายุ21 - 30 ปีการศึกษา ปริญญาตรีประกอบอาชีพพนักงานบริษัทเอกชน และมีรายได้ต่อเดือน 25,001 - 35,000 บาท นิยมเลือกซื้อสินค้าประเภทเสื้อผ้า เครื่องแต่งกาย ผลการทดสอบสมมุติฐาน พบว่าผู้บริโภคใน กรุงเทพมหานครที่มีลักษณะประชากรศาสตร์แตกต่างกัน มีผลต่อการตัดสินใจ ซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตกับประเภทสินค้าแตกต่างกัน และพบว่าการออกแบบเว็บไซต์ เช่น ด้านการจัดวาง และองค์ประกอบ และรูปแบบการด าเนินชีวิตแบบวิถีใหม่ที่ เช่น ด้านความสนใจ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าผ่านอินเทอร์เน็ตของผู้บริโภคในกรุงเทพมหานครอย่างมีนัยส าคัญ 2.11.13 นางสาวจริยา ทิพย์หทัย (2565) การพัฒนาเว็บแอปพลิเคชันส าหรับการจัดการ ความรู้ของส านักวิทยบริการ และเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์การวิจัยนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) จัดท าเว็บแอปพลิเคชันส าหรับการจัดการความรู้ของส านักวิทยบริการ และเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครสวรรค์ (2) เพื่อพัฒนาแนวทางการจัดการความรู้ ของบุคลากร ส านักวิทยบริการฯ และ (3) เป็นแหล่งองค์ความรู้ที่มีฐานข้อมูลความรู้เพื่อการแบ่งปัน แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสังคม ชุมชน ได้ทั้งภายใน และภายนอกหน่วยงาน โดยบุคลากรสามารถเข้าใช้งาน และมีส่วนร่วมในการจัดเก็บข้อมูลความรู้ถ่ายทอดความรู้และเข้าถึงความรู้ได้สะดวก สามารถพัฒนาตนเอง ให้เป็นผู้รู้และน าความรู้มาใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนสามารถจัดการ ความรู้ และเข้าถึงข้อมูลความรู้ผ่านทางเว็บบราวเซอร์ทั้งบนเครื่องคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เคลื่อนที่ด้วยเทคนิคการออกแบบหน้าเว็บไซต์แบบ Responsive Web Design เพื่อให้บุคลากรสามารถ จัดการข้อมูลความรู้และเข้าถึงความรู้ได้โดยสะดวก ผลการวิจัยพบว่า ได้จัดท าเว็บไซต์ระบบการจัดการ ความรู้เสร็จสิ้นแล้ว โดยได้จัดเก็บข้อมูล Job description ของบุคลากรทุกคน และคู่มือปฏิบัติงาน ได้ครบ ทั้ง 3 หน่วยงาน ได้แก่ส านักงานผู้อ านวยการ ศูนย์วิทยบริการ และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ และ การสื่อสาร บุคลากรสามารถเผยแพร่คู่มือปฏิบัติงาน งานวิจัย และบทความ ซึ่งเป็นองค์ความรู้ที่อยู่ใน ตัวบุคคล และองค์ความรู้ที่อยู่ภายในองค์การ ผ่านเว็บไซต์ดังกล่าวได้สามารถใช้เป็นแหล่งจัดเก็บ ข้อมูลองค์ความรู้เพื่อการเผยแพร่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่สามารถเข้าถึงข้อมูลความรู้ผ่านระบบการ จัดการความรู้ได้ทั้งจากภายใน และภายนอก
33 2.11.14 นายจักกฤษ จันทวงษ์(2561) การพัฒนาเว็บไซต์ฐานข้อมูลศิษย์เก่าของคณะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม งานวิจัยนี้เป็นการวิจัย และพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาลักษณะการจัดการข้อมูลของเว็บไซต์ศิษย์เก่าคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2) เพื่อพัฒนาเว็บไซต์ข้อมูลศิษย์เก่า และ3) เพื่อศึกษาความคิดเห็นต่อผู้ใช้เว็บไซต์ฐานข้อมูลศิษย์เก่าคณะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม รูปแบบวิจัยมีทั้งหมด 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่1. การวิเคราะห์ สังเคราะห์ ส ารวจสภาพปัจจุบัน ปัญหาและความต้องการ ขั้นตอนที่2. การออกแบบ สร้าง และประเมิน ขั้นตอนที่3. การทดลองใช้ ขั้นตอนที่4. การประเมิน และปรับปรุง ขั้นตอนที่5. การเผยแพร่ เครื่องมือวิจัยที่ใช้ในการวิจัย คือแบบสัมภาษณ์รายการข้อมูล ฐานข้อมูล แบบส ารวจ และแบบประเมินความคิดเห็นต่อการใช้งานเว็บไซต์ มีกลุ่มเป้าหมาย คือ กลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญด้านข้อมูลสารสนเทศต่างๆ ซึ่งเป็นบุคลากร และกลุ่มนักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีจ านวน 50 คน ผลการวิจัย พบว่า 1) การจัดการข้อมูลบนเว็บไซต์ศิษย์เก่าคณะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมีการศึกษาวิธีการพัฒนาเว็บไซต์และการออกแบบเว็บไซต์ฐานข้อมูล โดยผู้วิจัยได้ศึกษาข้อมูลเบื้องต้นจากผู้บริการฝ่ายพัฒนานักศึกษาของคณะวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม และจากเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อท าการศึกษาถึงรูปแบบของเว็บไซต์ที่จะน ามาใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์จัดการข้อมูลศิษย์เก่าท าการ เก็บข้อมูลต่างๆของนักศึกษาเก่าที่จบการศึกษาไปแล้ว ลักษณะของเว็บไซต์ฐานข้อมูลศิษย์เก่า มีการจัดเก็บข้อมูลที่เป็นระบบ สรุปจ านวนนักศึกษาในแต่ละสาขาวิชา และในแต่ละปีการศึกษา และสามารถเพิ่มเติมรายการเพื่อปรับปรุง และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นไปในอนาคต 2) ผลจากการส ารวจ ความพึงพอใจอยู่ในระดับดีมาก 2.1) ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อฐานข้อมูลศิษย์เก่าคณะ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (4.33) 2.2) ความพึงพอใจของนักศึกษาที่ทดสอบ การใช้งานมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ (4.59) จากเว็บไซต์ฐานข้อมูลศิษย์เก่าที่ได้จัดท าขึ้นนั้น มีการแสดง รายการที่ชัดเจน กระชับ และผู้ใช้งานสามารถเข้าใจการท างานได้ง่ายจึงส่งผลให้เกิดความสะดวก ต่อการใช้งาน และสามารถใช้งานได้อย่างรวดเร็ว 2.11.15 เกษมศักดิ์ ทองตัน (2559) การพัฒนาเว็บไซต์สาขาวิชาการจัดเทคโนโลยี สารสนเทศคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม การวิจัยในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาองค์ประกอบของเว็บไซต์สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม 2) พัฒนาเว็บไซต์สาขาวิชาการจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ตามองค์ประกอบ ของเว็บไซต์ระบบ ที่ได้พัฒนาขึ้น และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อเว็บไซต์สาขาวิชา
34 การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามที่ผู้วิจัย ได้พัฒนาขึ้นกลุ่มเป้าหมาย ที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ อาจารย์ประจ า คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ จ านวน 5 คน นักศึกษา ของคณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคามจ านวน 30คน คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง โดยนักศึกษามีคุณสมบัติเป็นนักศึกษาสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยี สารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม โดยเครื่องมือที่ใช้ ในการรวบรวมข้อมูล 1) เว็บไซต์สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ 2) แบบสอบถาม ความคิดเห็น ที่มีต่อองค์ประกอบของเว็บไซต์ของสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ 3) แบบสอบถามความคิดเห็นที่มีต่อเว็บไซต์ของสาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ที่ใช้งานเว็บไซต์สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล เป็นสถิติพื้นฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1) ผลการศึกษาองค์ประกอบของเว็บไซต์ สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม พบว่า องค์ประกอบของเว็บไซต์สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม ประกอบด้วยองค์ประกอบ 5ด้าน ได้แก่ 1. ด้านข้อมูลสาขาวิชา 2. ด้านข้อมูลบุคลากร 3. ด้านข้อมูลหลักสูตร 4. ด้านเครื่องมือการสื่อสาร 5. ด้านเครื่องมืออ านวยความสะดวก สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 2) ผลการพัฒนาเว็บไซต์ สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศสารสนเทศ คณะเทคโนโลยีสารสนเทศมหาวิทยาลัย ราชภัฏมหาสารคาม พบว่า ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญที่มีต่อความเหมาะสมของเว็บไซต์สาขาวิชา การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้น โดยรวมเว็บไซต์มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ผลการศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานที่มีต่อเว็บไซต์สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ผู้วิจัยได้พัฒนาขึ้น พบว่า อาจารย์มีความพึงพอใจ ของอาจารย์ต่อเว็บไซต์สาขาวิชาการจัดการ เทคโนโลยีสารสนเทศที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นโดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด และนักศึกษามีความพึงพอใจต่อ เว็บไซต์สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศที่ผู้วิจัยพัฒนาขึ้นโดยรวมอยู่ในระดับมาก 2.11.16 คอลิด วิเศษกาญจน์และคณะผู้จัดท า (2563) การออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์ ประชาสัมพันธ์โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง วัตถุประสงค์ของงานวิจัยมีจุดประสงค์ 1) เพื่อออกแบบพัฒนาเว็บไซต์ ประชาสัมพันธ์โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ต าบลโพธิ์เสด็จ อ าเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช 2) เพื่อศึกษา ประสิทธิภาพ และความพึงพอใจของผู้ใช้งานเว็บไซต์ ประชาสัมพันธ์โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง โดยเลือก กลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง คณะครูและนักเรียนโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง จ านวน 50 คน ในการประเมิน
35 ความพึงพอใจการใช้งานเว็บไซต์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนา และออกแบบเว็บไซต์ จ านวน 5 คน ในการประเมินประสิทธิภาพของเว็บไซต์ ผลการวิจัย พบว่า การพัฒนาเว็บไซต์ประชาสัมพันธ์ โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ต าบลโพธิ์เสด็จ อ าเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้น มีผลการประเมิน ประสิทธิภาพจากผู้เชี่ยวชาญ อยู่ในระดับดี (X = 4.45) และผลการประเมินความพึงพอใจจากคณะครู และนักเรียน มีความพึงพอใจต่อเว็บไซต์อยู่ในระดับดีมาก (X = 4.87) ความส าคัญ โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง การออกแบบเว็บไซต์ การพัฒนาเว็บไซต์การออกแบบ และพัฒนาเว็บไซต์โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง เป็นการใช้ซอฟต์แวร์ส าเร็จรูปในการออกแบบ และพัฒนา เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง ให้เป็นที่ รู้จักมากยิ่งขึ้น และเป็นช่องทางในการประชาสัมพันธ์ ข้อมูลข่าวสารต่างๆ เกี่ยวกับโรงเรียน ให้กับผู้ปกครอง ซึ่งสามารถติดตามข่าวสารของโรงเรียนได้จากช่องทางนี้ โดยหลังจากการออกแบบ และพัฒนา เว็บไซต์เรียบร้อยแล้ว ผู้วิจัยได้น าเว็บไซต์น าเสนอให้ผู้เชี่ยวชาญทางด้านเว็บไซต์พิจารณาความเหมาะสม และ ประสิทธิภาพของเว็บไซต์ พบว่าผู้เชี่ยวชาญประเมินประสิทธิภาพของเว็บไซต์ โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง อยู่ในระดับดีมาก และผู้วิจัยได้น า เว็บไซต์ให้ครู นักเรียน ผู้ปกครอง และประชาชนทั่วไปใช้งานพร้อม ทั้งท าแบบสอบถามความพึงพอใจในการใช้งาน เว็บไซต์โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง พบว่าผู้ใช้มีความพึงพอใจ ต่อการใช้งานเว็บไซต์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ดังนั้นจึงสรุปได้ว่าเว็บไซต์โรงเรียนวัดโพธิ์ทอง เป็นเว็บไซต์ ที่มีประสิทธิภาพในการน าเสนอเนื้อหา และการประชาสัมพันธ์ให้กับโรงเรียนวัดโพธิ์ทอง 2.11.17 กุลชลี จงเจริญ และคณะผู้จัดท า (2564) การพัฒนาเว็บไซต์สาขาวิชาศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช การวิจัยครังนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาความต้องการจ าเป็น ในการพัฒนาเว็บไซต์2) พัฒนาเว็บไซต์และ 3) ศึกษาความพึงพอใจทีมีต่อเว็บไซต์สาขาวิชา ศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชที่พัฒนาขึ้น ผู้ให้ข้อมูลส าหรับข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ผู้ใช้เว็บไซต์ และผู้ให้ข้อมูล ส าหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ ได้แก่ผู้เชียวชาญด้านการพัฒนาเว็บไซต์ เครืองมือที่ ใช้ในการวิจัย ได้แก่แบบสอบถาม และแบบประเมิน การวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ร้อยละค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐานค่าดัชนีความต้องการจ าเป็น และการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้1) ความต้องการ จ าเป็นในการพัฒนาเว็บไซต์ภาพรวมอยู่ในระดับมากในทุกด้าน โดยเรียงล าดับความต้องการจ าเป็น ด้านเนื้อหา ด้านการเชื่อมโยงข้อมูล และด้านการออกแบบหน้าเว็บ 2) การพัฒนาเว็บไซต์มี2 ระยะ ได้แก่ (1) การออกแบบ และสร้างเว็บไซต์ โดยโปรแกรมส าเร็จรูป WordPress และ (2) การประเมิน คุณภาพเว็บไซต์ต้นแบบโดยผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ทุกด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงล าดับ ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อยได้แก่ ด้านการออกแบบ การจัดรูปแบบเว็บไซต์ด้านประโยชน์การน าไปใช้ และด้านเนื้อหา 3) ผู้ใช้เว็บไซต์มีความพึงพอใจต่อเว็บไซต์พบว่า ทุกด้านนั้น มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก โดยเรียงล าดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านประโยชน์และการน าไปใช้ ด้านเนื้อหา และ ด้านการออกแบบ และการจัดรูปแบบเว็บไซต์
36 2.11.18 กุลนิษฐ์ วงศ์แก้ว (2563) การพัฒนาบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Site การศึกษา ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อสร้าง และหาประสิทธิภาพบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Site เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อน และหลังเรียนด้วยบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Site เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 3) เพื่อศึกษา ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Site เรื่อง โครงงาน อาชีพเห็ดสวรรค์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1โดยมีกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาคือ นักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1/1โรงเรียนวัดจันทร์ประดิษฐารามจ านวน 28คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ ประกอบด้วย 1) บทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Site เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ส าหรับนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์จ านวน 30 ข้อ 3) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Site เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จ านวน 15 ข้อ สถิติที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติที่ใช้ตรวจสอบสมมติฐาน คือ การทดสอบ (t-test) แบบไม่เป็นอิสระต่อกัน (Dependents Samples) ผลการศึกษาพบว่า 1. ผลการสร้าง และหาประสิทธิภาพของบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Site เรื่อง โครงงาน อาชีพเห็ดสวรรค์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 (E1/E2) เท่ากับ 86.68/82.74 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ มาตรฐาน 80/80 2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบหลังเรียน ด้วยบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Site เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 1สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยของการทดสอบก่อนเรียนอย่างมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3. นักเรียนที่เรียนด้วยบทเรียนผ่านเว็บด้วย Google Site เรื่อง โครงงานอาชีพเห็ดสวรรค์ ส าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด
37 บทที่3 การพัฒนาโปรแกรม การศึกษาครั้งนี้ผู้จัดท าได้ศึกษาการสร้างเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก ผู้ศึกษาโครงงานน าเสนอหัวข้อต่างๆ ตามล าดับต่อไปนี้ 3.1 ขั้นตอนการด าเนินการ 3.2 ประชากร และกลุ่มตัวอย่าง 3.3 เครื่องมือที่ใช้ในการด าเนินงาน 3.4 การสร้างเครื่องมือ 3.5 การวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 ขั้นตอนการด าเนินงาน 3.1.1 ศึกษาและเก็บรวบรวมข้อมูล เอกสารงานโครงงานเว็บไซต์แนะน าสาขาวิชาช่างยนต์ วิทยาลัยเทคนิคมวกเหล็ก 3.1.2 เขียนใบเสนอโครงงาน 3.1.3 เริ่มการเขียนโครงงาน และด าเนินโครงงาน 3.1.4 ขั้นตอนการออกแบบ 1. ขั้นตอนการออกแบบหน้าแรกการสร้างเว็บไซต์แนะน าสาขาช่างยนต์ รูปภาพที่ 3.1 ออกแบบเว็บหน้าแรก รูปภาพ รูปภาพ หน้าหลัก ข้อมูลบุคลากรและนักเรียน บริการนักเรียน กิจกรรมสาขา ผลงานและรางวัล หลักสูตรการเรียน ติดต่อเรา [email protected] สาขาวิชาช่างยนต์ ลิงค์ ง งงงง งงงวว
38 2. ขั้นตอนการออกแบบหน้าข้อมูลบุคลากร รูปภาพที่3.2 ออกแบบข้อมูลบุคลากร 3. ขั้นตอนการออกแบบหน้าบริการนักเรียน นักศึกษา รูปภาพที่ 3.3 ออกแบบหน้าบริการนักเรียน นักศึกษา ลิงค์บริการนักเรียน นักศึกษา รูปภาพท าเนียบบุคลากร ข้อมูลบุคลากร บริการนักเรียน นักศึกษา ลิงค์เข้าสู่ระบบ ศธ.02