The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by gspkru, 2023-06-21 05:10:38

คู่มือการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา 2566

คู่มือการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา 2566

ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 95 4. หลักสตรู 4.1. จํานวนหน่วยกิต หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2563 ประกอบด้วยหน่วยกิต รวมตลอดหลักสูตร ไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต จากหมวดวิชา ต่อไปนี้ หมวดวิชาเฉพาะ - วิชาแกน สําหรับ แผน ก แบบ ก 2 และแผน ข บังคับเรียน 12 หน่วยกิต - วิชาบังคับ สําหรับ แผน ก แบบ ก 2 และแผน ข บังคับเรียน 9 หน่วยกิต - วิชาเลือก สําหรับ แผน ก แบบ ก 2 บังคับเรียน 3 หน่วยกิต และแผน ข บังคับเรียน 12 หน่วยกิต รายการ จํานวนหน่วยกิต แผน ก แบบ ก 2 แผน ข 1. หมวดวิชาเฉพาะ 1.1 วิชาแกน 1.2 วิชาบงคั ับ 1.3 วิชาเลือก ไม่น้อยกว่า 2. วิทยานิพนธ์/ค้นคว้าอิสระ 3. วิชาเสริม 24 (12) (9) (3) 12 ไม่นับหน่วยกิต 33 (12) (9) (12) 3 ไม่นับหน่วยกิต รวมไม่น้อยกว่า 36 36 4.2 โครงสร้างหลักสูตร 4.2.1 โครงสร้างหลักสูตร จําแนกหน่วยกิต เป็นแผน ก แบบ ก 2 และ แผน ข ที่จัดไว้ดังนี้ แผน ก แบบ ก 2 1. หมวดวิชาเฉพาะ 24 หน่วยกิต 1.1 วิชาแกน 12 หน่วยกิต 1.2 วิชาบังคับ 9 หน่วยกิต 1.3 วิชาเลือก ไม่น้อยกว่า 3 หน่วยกิต 2. วิทยานิพนธ์ 12 หน่วยกิต 3. วิชาเสริม ไม่นับหน่วยกิตและเป็นไปตามเงื่อนไขของหลักสูตร


96 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต แผน ข 1. หมวดวิชาเฉพาะ 33 หน่วยกิต 1.1 วิชาแกน 12 หน่วยกิต 1.2 วิชาบังคับ 9 หน่วยกิต 1.3 วิชาเลือก ไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต 2. ค้นคว้าอิสระ 3 หน่วยกิต 3. วิชาเสริม ไม่นับหน่วยกิตและเป็นไปตามเงื่อนไขของหลักสูตร 4.3 รหัสและรายวิชาในหลักสตรู 4.3.1 รหัสวิชา ประกอบด้วยตัวเลข 7 ตัว เลขตัวที่ 1-2 แสดงคณะ (44 หมายถึง บัณฑิตศึกษา) เลขตัวที่ 3-4 แสดงสาขาวิชา เลขตัวที่ 5 แสดงช้นป ีที ั่ศึกษา และเลขตัวที่ 6-7 แสดง ลําดับวิชา 4.3.2 รายวิชาจําแนกตาม หมวดวิชาเฉพาะ หมวดวิทยานิพนธ์/ค้นคว้าอิสระ และ หมวดวิชาเสริมพื้นฐาน 1) หมวดวิชาเฉพาะ 1.1) วิชาแกน สําหรับ แผน ก แบบ ก 2 และแผน ข บังคับเรียน 12 หน่วยกิต ตามรายวิชาต่อไปนี้ 4473121 การจัดการการเปลียนแปลงและการจ่ัดการทรัพยากรมนุษย์ยุคดิจิทัล 3(3-0-6) Change Management and Human Resource Management in the Digital Age 4473122 การบรณาการนวูตกรรมการสื ั่อสารการตลาดเชิงกลยุทธ์ 3(3-0-6) Integration of Strategic Marketing Communication Innovation 4473123 เทคโนโลยีดิจิทัลสําหรบนั กบริหารธ ัุรกิจ 3(3-0-6) Digital Technology for Business Executives 4473124 การจัดการระบบสารสนเทศและการจัดการความเสี่ยง 3(3-0-6) Information System Management and Risk Management 1.2) วิชาบังคับ สําหรับ แผน ก แบบ ก 2 และแผน ข บังคับเรียน 9 หน่วยกิต ตามรายวิชาต่อไปนี้ 4474141 กลยุทธ์การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนษย์ยุ ุคดิจิทัล 3(2-2-5) Human Resource Administration and Development Strategies in the Digital Age 4474142 การวิจยและสถิติทางการพ ั ัฒนาทรัพยากรมนษย์ุ 3(2-2-5) Research and Statistics in Human Resource Development 4474143 สัมมนาประเด็นและแนวโน้มทางการพฒนาทรั ัพยากรมนษย์ุ 3(2-2-5) Seminar on Issues and Trends in Human Resource Development


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 97 1.3)วิชาเลือก สําหรับ แผน ก แบบ ก 2 ให้เลือกเรียนไม่น้อยกว่า 3 หน่วยกิต สําหรับ แผน ข ให้เลือกเรียนไม่น้อยกว่า 12 หน่วยกิต โดยสามารถเลือกจาก วิชาเลือก ดังต่อไปนี้ 4474201 การวางแผนทรัพยากรมนุษย์และการจัดการผลการปฏิบัติงานยุคดิจิทัล 3(3-0-6) Human Resource Planning and Performance Management in the Digital Age 4474202 การบริหารคนเก่ง การจงใจูและการสืบทอดตําแหน่งเชิงกลยทธ์ุ 3(3-0-6) Talent, Motivation and Succession Strategic Management 4474203 การสอนงาน การให้คําปรึกษา และการจดการความขั ดแย้ง ั 3(3-0-6) Coaching, Counseling and Conflict Management 4474204 การจัดการคุณภาพและภาวะผ้นูําเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนษย์ุ 3(2-2-5) Quality Management and Leadership for Human Resource Development 4474205 ธรรมาภิบาลและความรบผิดชอบต่อส ั ังคม 3(2-2-5) Good Governance and Corporate Social Responsibility 4474206 สมรรถนะนกพัฒนาทรั ัพยากรมนษย์ในยุคดิจิทุัล 3(2-2-5) Competency of Human Resource Developers in the Digital Age 4474207 จิตวิทยาพฤติกรรมองค์การและจริยธรรมในองค์การ 3(3-0-6) Psychology of Organization Behavior and Ethics in Organization 2) หมวด วิทยานิพนธ์และการค้นคว้าอิสระ 4473291 วิทยานิพนธ์ Thesis/Dissertation (วิทยานิพนธ์ 1) (วิทยานิพนธ์ 2) 12 หน่วยกิต (6 หน่วยกิต) 6 หน่วยกิต) 4473278 การค้นคว้าอิสระ Independent Study 3 หน่วยกิต 3) หมวด วิชาเสริมพื้นฐาน นักศึกษาท้งัแผน ก แบบ ก 2 และ แผน ข จะต้องมีความรู้ความสามารถ ตามเกณฑ์ มาตรฐานที่คณะกรรมการบริหารหลักสูตรกําหนด โดยจะต้องเรียนรายวิชาต่อไปนี้ โดยไม่นับหน่วยกิต 4473101 ภาษาอังกฤษธุรกิจสําหรับนักบริหารธุรกิจ Business English for Business Executives 3(3-0-6)


98 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 4.4 แผนการศึกษา 4.4.1 แผนการศึกษาตลอดหลักสูตร แผน ก แบบ ก 2 ไม่น้อยกว่า 36 หน่วยกิต จัดไว้ดังนี้ รหัสวิชา ชื่อวิชา หน่วยกิต หมวดวิชา 4473101 ภาษาอังกฤษธุรกิจสําหรับนักบริหารธุรกิจ 3(3-0-6)* วิชาเสริมพื้นฐาน 4473121 การจัดการการเปลียนแปลงและการจ่ัดการทรัพยากรมนุษย์ ยุคดิจิทัล 3(3-0-6) เฉพาะด้าน วิชาแกน 4473122 การบรณาการนวูตกรรมการสื ั่อสารการตลาดเชิงกลยุทธ์ 3(3-0-6) เฉพาะด้าน วิชาแกน 4473123 เทคโนโลยีดิจิทัลสําหรบนั กบริหารธ ัุรกิจ 3(3-0-6) เฉพาะด้าน วิชาแกน รวม 9 หน่วยกิต หมายเหตุ * รายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิต ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหัสวิชา ชื่อวิชา หน่วยกิต หมวดวิชา 4473124 การจัดการระบบสารสนเทศและการจัดการความเสี่ยง 3(3-0-6) เฉพาะด้าน วิชาแกน 4474141 กลยุทธ์การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนษย์ยุ ุค ดิจิทัล 3(2-2-5) เฉพาะด้าน วิชาบังคับ 4474142 การวิจยและสถิติทางการพ ั ัฒนาทรัพยากรมนษย์ุ 3(2-2-5) เฉพาะด้าน วิชาบังคับ 4474143 สัมมนาประเดนและแนวโน้มทางการพ ็ ัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 3(2-2-5) เฉพาะด้าน วิชาบังคบั รวม 12 หน่วยกิต ปีที่ 1 ภาคฤดูร้อน รหัสวิชา ชื่อวิชา หน่วยกิต หมวดวิชา 44742..…. วิชาเลือก ...................... 3(..-..-..) เฉพาะด้าน เลือก 4473291 วิทยานิพนธ์ (วิทยานิพนธ์ 1) 12 (6) วิทยานิพนธ์ สอบประมวลผลรายวิชา รวม 9 หน่วยกิต


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 99 ปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 รหัสวิชา ชื่อวิชา หน่วยกิต หมวดวิชา 4473291 วิทยานิพนธ์ (วิทยานิพนธ์ 2) 12 (6) วิทยานิพนธ์ รวม 6 หน่วยกิต 4.4.2 แผนการศึกษาตลอดหลักสูตร แผน ข ไม่นอยกว้ ่า 36 หน่วยกิต จดไว ั ้ดังนี้ ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 รหัสวิชา ชื่อวิชา หน่วยกิต หมวดวิชา 4473101 ภาษาอังกฤษธุรกิจสําหรับนักบริหารธุรกิจ 3(3-0-6)* วิชาเสริมพื้นฐาน 4473121 การจัดการการเปลียนแปลงและการจ่ัดการทรัพยากรมนุษย์ ยุคดิจิทัล 3(3-0-6) เฉพาะด้าน วิชาแกน 4473122 การบรณาการนวูตกรรมการสื ั่อสารการตลาดเชิงกลยุทธ์ 3(3-0-6) เฉพาะด้าน วิชาแกน 4473123 เทคโนโลยีดิจิทัลสําหรบนั กบริหารธ ัุรกิจ 3(3-0-6) เฉพาะด้าน วิชาแกน รวม 9 หน่วยกิต หมายเหตุ * รายวิชาที่ไม่นับหน่วยกิต ปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหัสวิชา ชื่อวิชา หน่วยกิต หมวดวิชา 4473124 การจัดการระบบสารสนเทศและการจัดการความเสี่ยง 3(3-0-6) เฉพาะด้าน วิชาแกน 4474141 กลยุทธ์การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนษย์ยุ ุค ดิจิทัล 3(2-2-5) เฉพาะด้าน วิชาบังคับ 4474142 การวิจยและสถิติทางการพ ั ัฒนาทรัพยากรมนษย์ุ 3(2-2-5) เฉพาะด้าน วิชาบังคับ 4474143 สัมมนาประเดนและแนวโน้มทางการพ ็ ัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 3(2-2-5) เฉพาะด้าน วิชาบังคับ รวม 12 หน่วยกิต ปีที่ 1 ภาคฤดูร้อน รหัสวิชา ชื่อวิชา หน่วยกิต หมวดวิชา 44732…. วิชาเลือก 1 ...................... 3(..-..-..) เฉพาะด้าน เลือก 44732…. วิชาเลือก 2 ...................... 3(..-..-..) เฉพาะด้าน เลือก 44732…. วิชาเลือก 3 ...................... 3(..-..-..) เฉพาะด้าน เลือก รวม 9 หน่วยกิต


100 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 รหัสวิชา ชื่อวิชา หน่วยกิต หมวดวิชา 44732…. วิชาเลือก 4 ...................... 3(..-..-..) เฉพาะด้าน เลือก 4473278 การค้นคว้าอิสระ 3 การค้นคว้าอิสระ สอบประมวลผลรายวิชา รวม 6 หน่วยกิต 4.5 คําอธิบายรายวิชา 1) หมวดวิชาเฉพาะ : วิชาแกน รหัสวิชา ชื่อและคําอธิบายรายวิชา น(ท-ป-อ) 4473121 การจัดการการเปลี่ยนแปลงและการจดการทรัพยากรมนัุษย์ยุค ดิจิทัล 3(3-0-6) Change Management and Human Resource Management in the Digital Age องค์การแห่งนวัตกรรม กลยุทธ์การบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ยุคดิจิทัล วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายและยุทธศาสตร์องค์การ การวางแผนกําลังคน การสรรหาและคัดเลือกบุคลากรในยุคดิจิทัล การประเมินผลการปฏิบัติงาน การบริหาร ค่าตอบแทน แรงงานสัมพันธ์ กฎหมายแรงงาน กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจ การพัฒนาศักยภาพบุคลากรข้ามวัฒนธรรม การสร้างวัฒนธรรมในองค์การ การจัดการ การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจในยุคดิจิทัล 4473122 การบูรณาการนวัตกรรมการสื่อสารการตลาดเชิงกลยุทธ์ 3(3-0-6) Integration of Strategic Marketing Communication Innovation แนวคิดการตลาดที่ขับเคลื่อนจากช่องทางด้งเดิมส ั ่รู ูปแบบดิจิทัล การตลาดดิจิทัล การประยุกต์ใช้ความร้ด้านการตลาดกูับการบริหารเทคโนโลยี นวัตกรรมการสื่อสาร การตลาดดิจิทัล กลยุทธ์การตลาดออนไลน ์ การจัดการลูกค้าดิจิทัลและการสร้าง เครือข่ายลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพเชิงกลยุทธ์


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 101 4473123 เทคโนโลยีดิจิทัลสําหรับนักบริหารธุรกิจ 3(3-0-6) Digital Technology for Business Executives การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสําหรับการบริหารองค์การ เทคโนโลยีการวิเคราะห์ เพื่อการบริหารจัดการ การประยุกต ์ใช ้เทคโนโลย ีดิจ ิทัลทางการตรวจสอบ และ การควบคุมภายใน เทคโนโลยีทางการบัญชีและการเงิน การวิเคราะห์จุดค้มทุ ุน การประเมิน ความเสี่ยงโครงสร้างของเงินทุน การตัดสินใจลงทุนให้เกิดประโยชน์สูงสุด 4473124 การจัดการระบบสารสนเทศและการจัดการความเสี่ยง 3(3-0-6) Information System Management and Risk Management การประยุกต์ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่ โครงสร้างพื้นฐานด้านการวิเคราะห์ข้อมูล ขนาดใหญ่ร่วมสมัย การบริหารความปลอดภัยสารสนเทศ การวางแผน การรับสถานการณ์ ฉุกเฉิน การระบุความเสี่ยง การประเมินความเสี่ยง การควบคุมความเสี่ยง มาตรฐาน ด้านความเสี่ยง แนวคิดการบร ิหารความเสี่ยงองค์การ การระบุสถานะความเสี่ยง การสร้างแบบจําลองบริหารความเสี่ยง เครื่องมือในการจัดการความเสี่ยง ทิศทาง การบริหารความเสี่ยง 2) หมวดวิชาเฉพาะ : วิชาบังคับ รหัสวิชา ชื่อและคําอธิบายรายวิชา น(ท-ป-อ) 4474141 กลยุทธ์การบริหารและการพัฒนาทรพยากรมนัุษย์ยุคดิจิทัล 3(2-2-5) Human Resource Administration and Development Strategies in the Digital Age กระบวนการบริหารและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ นวัตกรรมการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ กลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การ การวินิจฉัย องค์การ การฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสื่อสารเชิงกลยุทธ์ยุคดิจิทัล นวัตกรรมการสื่อสารเพื่อสร้างภาพภาพลักษณ์องค์การ จิตวิทยาการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ยุคดิจ ิทัล กลยุทธ์การพัฒนาที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ พันธกิจ ขององค์การ การจัดการความร้และองค์การแห่งการเรียนรูู้กฎหมายด้านการจัดการ และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์


102 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 4474142 การวิจัยและสถิติทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ 3(2-2-5) Research and Statistics in Human Resource Development หลักการและทฤษฎีวิจัยทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การวิเคราะห์ปัญหา เพื่อกําหนดหัวข้องานวิจัย วิธีรวบรวมข้อมูลเพื่อการวางแผนการทําวิจัย การทบทวน วรรณกรรมโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัล การออกแบบการวิจัย สถิติการวิจัย การเก็บข้อมูล การวิเคราะห์ผล การแปลผล สรุปผล อภิปรายผล การเผยแพร่ผลงานวิจัย การนําผลงานวิจัย ไปใช้ประโยชน์และกรณีศึกษาทางการวิจัยเพื่อการการพัฒนาทรัพยากรมนษย์ยุคดิจิทุลั 4474143 สัมมนาประเด็นและแนวโน้มทางการพฒนาทรั ัพยากรมนุษย์ 3(2-2-5) Seminar on Issues and Trends in Human Resource Development การสัมมนาเรื่องเฉพาะทางและความก้าวหน้าทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ประเด็นปัจจุบันด้านทางปัญหาด้านแรงงานที่เกี่ยวข้องและส่งผลกระทบต่อการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ สภาพแวดล้อมทางโครงสร้างแรงงานการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ องค์การพนุวัฒนธรรม พื้นหลังทางประวัติศาสตร์ สภาพแวดล้อมทางการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ของประเทศกล่มอาเซียนและเขตภุ ูมิศาสตร์ภาคใต้ฝั่งอันดามัน บุคลิกภาพนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มารยาทสากล การสังคม และการวิเคราะห์ กรณีศึกษาทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยุคดิจิทัล 3) หมวดวิชาเฉพาะ : วิชาเลือก 4474201 การวางแผนทรัพยากรมนุษย์และการจัดการผลการปฏิบัติงาน ยุคดิจิทัล 3(3-0-6) Human Resource Planning and Performance Management in the Digital Age แผนอัตรากําลังคนในองค์การ เทคนิคการพยากรณ์กําลังคน การวิเคราะห์งาน และการออกแบบงาน กลยุทธ์การสรรหาและการคัดเลือกบุคลากร การทดสอบงาน การสัมภาษณ์ การปฐมนิเทศเป้าหมายองค์การ การประเมินผลการจ้างงาน การใช้ข้อมูล สารสนเทศ ระบบการบริหารผลการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายองค์การ กลยุทธ์ การจัดการผลการปฏิบัติงานระดับองค์การ การบูรณาการผลการปฏิบัติงานส่การพูัฒนา ทรัพยากรมนุษย์และการใช้โปรแกรมสําเร็จรูปในการจัดการทรัพยากรมนุษย์


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 103 4474202 การบริหารคนเก่ง การจูงใจ และการสืบทอดตําแหน่งเชิงกลยทธุ 3(3-0-6) ์ Talent, Motivation and Succession Strategic Management การวิเคราะห์และการค้นหาคนเก่ง การวางแผนการบริหารคนเก่งเชิงกลยุทธ์ ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารคนเก่ง ระบบการจูงใจ ระบบการธํารง รักษาคนเก่ง การวิเคราะห์รูปแบบการทํางาน ระบบการพัฒนาบุคลากรตามสายงาน และการวางแผน สืบทอดตําแหน่งตามกลยุทธ์องค์การ 4474203 การสอนงาน การให้คําปรึกษา และการจัดการความขัดแย้ง 3(3-0-6) Coaching, Counseling and Conflict Management วุฒิภาวะทางอารมณ์ของผ้นูํา ทักษะการฟังและการโต้ตอบ กลยุทธ์การสอนงาน และการอธิบายงาน กระบวนการให้คําปรึกษา การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ผู้ม ีส่วนได้ส่วนเสีย และสหภาพ แรงงาน กลยุทธ์การเจรจาต่อรอง การระงับข้อพิพากษ์ จิตวิทยาการจัดการความขัดแย้ง กลยุทธ์การดูแลบุคลากรทุกระดับในองค์การ ความผูกพันต่อองค์การและวัฒนธรรม องค์การ 4474204 การจัดการคณภาพและภาวะผุ ู้นําเพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนษยุ์ 3(2-2-5) Quality Management and Leadership for Human Resource Development การบริหารงานคุณภาพ ดัชนีชี้วัดผลงานส่ความสูําเร็จของงาน เกณฑ์รางวัล คุณภาพแห่งชาติ แนวปฏิบัติการดําเนินงานที่เป็นเลิศ กลยุทธ์คุณภาพระดับองค์การ การถ่ายโอน กลยุทธ์คุณภาพส่การพูัฒนาทรัพยากรมนุษย์ระดับตัวบุคคล การประเมิน คุณภาพ บทบาทผ้นูําในการปรับเปลี่ยนองค์การ การพัฒนาความคิดสร ้างสรรค์ การพัฒนาภาวะผ้นูํา ทีมงานนวัตกรรม การวินิจฉัยและการวิเคราะห์องค์การ การตัดส ินใจและการใช้เทคนิคทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์สมัยใหม่ที่เหมาะสม กับองค์การและโลกยุคดิจิทัล 4474205 ธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสงคมั 3(2-2-5) Good Governance and Corporate Social Responsibility ความสัมพันธ์ ผลกระทบ ความรับผิดชอบขององค์กรธุรกิจต่อผ้มีส่วนได้ส่วนเสียู ตลอดจนสิ่งแวดล้อมและสังคมส่วนร่วมที่ส่งผลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ บทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มีผลต่อเป้าหมาย ของธุรกิจ ด้วยความเป็นธรรม ความรับผิดชอบต่อผ้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดูําเนินกิจการ รวมถึงสิ่งแวดล้อมและสังคม


104 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 4474206 สมรรถนะนักพัฒนาทรพยากรมนัุษย์ในยุคดิจิทัล 3(2-2-5) Competency of Human Resource Developers in the Digital Age สมรถนะการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ยุคดิจิทัล สมรรถนะด้านการพัฒนา องค์การ การคิดวิเคราะห์ การวางแผนยุทธศาสตร์ การพนักงานสัมพันธ์ การเรียนรู้ และพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การบริหารความก้าวหน้าในสายอาชีพ การพัฒนา บุคลิกภาพนักพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ศิลปะการการแต่งกาย ศิลปะการพูด การทักทาย ทักษะการสื่อสาร เพื่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การปลูกฝังเจตคติที่ดี มารยาทสากล และการเข้าสังคม มารยาทการรับประทานอาหารแบบสากล การร่วมงานเลี้ยง และ บุคลิกภาพที่ดี 4474207 จิตวิทยาพฤติกรรมองคการและจริยธรรมในองค ์ ์การ 3(3-0-6) Psychology of Organization Behavior and Ethics in Organization จิตวิทยา มานุษยวิทยา สังคมวิทยา การสร้างจริยธรรมในองค์การ หลักการ ตัดสินใจอย่างมีจริยธรรม การสร้างค่านิยมที่พึงประสงค์ขององค์การ พฤติกรรมมนุษย์ ในองค์การรูปแบบของปัจเจกชนและกล่มุการใช้พลังงานของกล่มให้เปุ็นประโยชน์ ต่อองค์การ การพัฒนาพฤติกรรมมนุษย์ในองค์การ วัฒนธรรมองค์การ และการจัดการ ข้ามวัฒนธรรม การจัดการกับวัฒนธรรมที่หลากหลาย คุณธรรมจริยธรรมการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์ในสังคมดิจิทัล ธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบต่อสังคม 3) คําอธิบายรายวิชา : วิทยานิพนธ์และการค้นคว้าอิสระ 4473291 วิทยานิพนธ์ 12 หน่วยกิต Thesis/Dissertation การเลือกปัญหาการวิจัย การสํารวจและวิเคราะห์วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง การออกแบบการวิจัย การเขียนและเสนอโครงการวิทยานิพนธ์ การพัฒนาเครื่องมือ เพื่อการวิจัยสําหรับวิทยาน ิพนธ ์ ทั้งการวิจัยเชิงปร ิมาณและเช ิงคุณภาพ การ เก็บรวบรวมข้อมูล การนําเสนอข้อมูลวิทยานิพนธ์ การนําเสนอและสอบปกป้อง วิทยานิพนธ์ การเขียนรายงานวิทยานิพนธ์ฉบับสมบูรณ์ การเขียนรายงานการวิจัยเพื่อ การเผยแพร่


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 105 ขั้นตอนการทําวิทยานิพนธ์ วิทยานิพนธ์ 1 เลือกหัวข้อ ปัญหาการวิจัย สํารวจและวิเคราะห์วรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ออกแบบการวิจัย เขียนและเสนอโครงการวิทยานิพนธ์ พัฒนาเครื่องมือ ทดสอบเครื่องมือ เก็บรวบรวมข้อมูล วิทยานิพนธ์ 2 วิเคราะห์ข้อมูล นําเสนอข้อมูล ร่างผลการศึกษา ร่างฉบับสมบูรณ์ นําเสนอ สอบป้องกันวิทยานิพนธ์ จัดทําฉบับสมบูรณ์ การเขียนรายงานการวิจัยเพื่อการเผยแพร่ 4473278 การค้นคว้าอิสระ 3 หน่วยกิต Independent Study แนวคิดและกระบวนการศึกษาค้นคว้าอิสระ การผลิตและการเผยแพร่ผลงาน จากการศึกษาค้นคว้าอิสระโดยการวิจัย หรือการสังเคราะห์เชิงวิพากษ์ หรือการพัฒนา ต้นแบบชิ้นงาน หรือการเขียนเอกสารทางวิชาการและการบูรณาการองค์ความร้ทีู่ได้จาก การศึกษาค้นคว้าวิจัยไปใช้ประโยชน์ การเขียนรายงานการค้นคว้าอิสระเพื่อการเผยแพร่ 4) คําอธิบายรายวิชา : วิชาเสริมพื้นฐาน 4473101 ภาษาอังกฤษธุรกิจสําหรับนักบริหารธุรกิจ 3(3-0-6) English Business for Business Executives ทักษะการอ่าน การฟัง การเขียน และการพูดภาษาอังกฤษที่จําเป็นสําหรับ นักบริหารธุรกิจ การอ่านเอกสารและงานวิจัย การแปลความ การสรุปความ การหาความรู้ จากตําราและสื่ออิเล็กทรอนิกส์ รวมท้งการติดต่อสื ั่อสาร การเขียนและการนําเสนอ รายงานด้านการบริหารธุรกิจเป็นภาษาอังกฤษ


106 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ พระราชบญญ ั ัติ ข ้ อบ ั งค ั บ ประกาศ ตอนที ่ 4


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 107 พระราชบัญญัติ มหาวิทยาลัยราชภฏั พ.ศ. 2547 --------------- ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร. ให้ไว้ณ วันที่ 10 มิถุนายน พ.ศ. 2547 เป็นปีที่ 59 ในรัชกาลปัจจุบัน พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ ประกาศว่า โดยที่เป็นการสมควรจัดต้งมหาวิทยาล ั ัยราชภัฏขึ้นแทนสถาบันราชภัฏ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคําแนะนําและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้ มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า "พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547" มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับต้งแต่ว ั ันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป มาตรา 3 ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 มาตรา 4 ให้สถาบันราชภัฏที่จัดต้งขึ้นตามพระราชบ ั ัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ.2538 มีฐานะ เป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏตามพระราชบัญญัตินี้ ให้เรียกชื่อมหาวิทยาลัยราชภัฏตามชื่อของสถาบันราชภัฏเดิมตามบัญชีรายชื่อท้าย พระราชบัญญัตินี้ ให้มหาวิทยาลัยราชภัฏแต่ละแห่งเป็นนิติบุคคลและเป็นส่วนราชการตามกฎหมาย ว่าด้วยวิธีการงบประมาณในสังกัดสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา มาตรา 5 ในพระราชบัญญัตินี้ "มหาวิทยาลัย" หมายความว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏตามพระราชบัญญัตินี้ "สภามหาวิทยาลัย" หมายความว่า สภามหาวิทยาลัยราชภัฏตามพระราชบัญญัตินี้ "สภาวิชาการ" หมายความว่า สภาวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏตามพระราชบัญญัตินี้ "วิทยาเขต" หมายความว่า เขตการศึกษาของมหาวิทยาลัยที่มีคณะ สถาบัน สํานัก วิทยาลัย ศูนย์ ส ่วนราชการหร ือหน ่วยงานที่เร ียกชื่ออย ่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะตั้งแต่ สองส่วนราชการขึ้นไป ต้งอย ั ่ในเขตการศึกษานู้นตามที ั่สภามหาวิทยาลัยกําหนด


108 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ "สภาคณาจารย์และข้าราชการ" หมายความว่า สภาคณาจารย์และข้าราชการ มหาวิทยาลัยราชภัฏตามพระราชบัญญัตินี้ "รัฐมนตรี" หมายความว่า รัฐมนตรีผ้รูักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มาตรา 6 ให้รัฐมนตร ีว่าการกระทรวงศึกษาธ ิการรักษาการตามพระราชบัญญัต ินี ้ และ ให้มีอํานาจออกกฎกระทรวง และประกาศเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ หมวด 1 บททั่วไป ------------------ มาตรา 7 ให ้มหาว ิทยาลัยเป็นสถาบันอุดมศ ึกษาเพื่อการพัฒนาท ้องถิ่นที่เสริมสร้าง พลังปัญญาของแผ่นดิน ฟื้นฟูพลังการเรียนรู้ เชิดชูภูมิปัญญาของท ้องถิ่น สร ้างสรรค์ศิลปวิทยา เพื่อความเจริญก้าวหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืนของปวงชน มีส่วนร่วมในการจัดการ การบํารุงรักษา การใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน โดยมีวัตถุประสงค์ ให้การศึกษา ส่งเสริมวิชาการและวิชาชีพช้นสัูง ทําการสอน วิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ปรับปรุง ถ่ายทอด และพัฒนาเทคโนโลยี ทะนุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม ผลิตครูและส่งเสริมวิทยา ฐานะครู มาตรา 8 ในการดําเนินงานเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 ให้กําหนดภาระหน ้าที่ ของมหาวิทยาลัยดังต่อไปนี้ (1) แสวงหาความจริงเพื่อส่ความเปู็นเลิศทางวิชาการ บนพื้นฐานของภูมิปัญญา ท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทย และภูมิปัญญาสากล (2) ผลิตบัณฑิตที่มีความร้คู่คู ุณธรรม สํานึกในความเป็นไทย มีความรักและ ผูกพันต ่อท ้องถิ่นอีกทั้งส่งเสร ิมการเร ียนรู้ตลอดชีวิตในชุมชน เพื่อช ่วยให ้คนในท ้องถิ่นรู้เท่าทัน การเปลี่ยนแปลง การผลิตบัณฑิตดังกล่าว จะต้องให้มีจํานวนและคุณภาพสอดคล้องกับแผนการผลิต บัณฑิตของประเทศ (3)เสริมสร้างความร้ความเข้าใจในคู ุณค่า ความสํานึก และความภูมิใจในวัฒนธรรม ของท้องถิ่นและของชาติ (4) เร ียนรู้และเสร ิมสร ้างความเข ้มแข็งของผู้นําชุมชน ผู้นําศาสนาและ นักการเมืองท้องถิ่นให้มีจิตสํานึกประชาธิปไตย คุณธรรม จริยธรรม และความสามารถในการบริหารงาน พัฒนาชุมชนและท้องถิ่นเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม (5)เสริมสร้างความเข้มเข็งของวิชาชีพครูผลิตและพัฒนาครูและบุคลากร ทางการศึกษาให้มีคุณภาพและมาตรฐานที่เหมาะสมกับการเป็นวิชาชีพช้นสัูง


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 109 (6)ประสานความร่วมมือและช่วยเหลือเกื้อกูลกันระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและองค์กรอื่นท้งในและต่างประเทศ ั เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น (7) ศึกษาและแสวงหาแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีพื้นบ้านและเทคโนโลยีสมัยใหม่ ให้เหมาะสมกับการดํารงชีวิตและการประกอบอาชีพของคนในท้องถิ่น รวมถึงการแสวงหาแนวทาง เพื่อส่งเสริมให้เกิดการจัดการ การบํารุงรักษา และการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมอย่างสมดุลและยั่งยืน (8)ศึกษา วิจัย ส่งเสร ิมและสืบสานโครงการอันเนื่องมาจากแนวพระราชดําริใน การปฏิบัติภารกิจของมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น มาตรา 9 มหาวิทยาลัยจะปฏิเสธการรับผ้สมูัครผ้ใดเข้าศึกษาในมหาวิทยาลูัยหรือยุติหรือ ชะลอการศึกษาของนักศึกษาผ้ใดด้วยเหตู ุเพียงว่าผ้นู้นขาดแคลนท ัุนทรัพย์อย่างแท้จริงเพื่อจ่าย ค่าธรรมเนียมการศึกษาต่าง ๆ แก่มหาวิทยาลัยมิได้ มาตรา 10 มหาวิทยาลัยอาจแบ่งส่วนราชการ ดังนี้ (1) สํานักงานอธิการบดี (2) สํานักงานวิทยาเขต (3)บัณฑิตวิทยาลัย (4) คณะ (5)สถาบัน (6)สํานัก (7)วิทยาลัย มหาวิทยาลัยอาจให้มีศูนย์ ส ่วนราชการหร ือหน ่วยงานที่เร ียกชื่ออย ่างอื่นที่ ม ีฐานะเท ียบเท ่าคณะเพื่อดําเนินการตามวัตถุประสงค์ในมาตรา 7 เป็นส่วนราชการหร ือหน ่วยงาน ในมหาวิทยาลัยอีกได้ สํานักงานอธิการบดีและสํานักงานวิทยาเขตอาจแบ่งส่วนราชการเป็นกอง ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง บัณฑิตวิทยาลัย คณะ และวิทยาลัย อาจแบ่งส่วนราชการเป็นสํานักงาน คณบดี กอง ส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง สถาบัน สํานัก ศูนย์ ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะ อาจแบ ่งส่วนราชการเป็นสํานักงานผู้อํานวยการ กอง ส ่วนราชการหรือหน่วยงาน ที่เรียกชื่ออย่างอื่นทีมีฐานะเทียบเท่ากอง่ สํานักงานคณบดี สํานักงานผ้อูํานวยการ กอง ส่วนราชการหร ือหน ่วยงานที่ เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง อาจแบ่งส่วนราชการเป็นงาน ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่ เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่างาน


110 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ มาตรา 11 การจัดต้งัการรวม และการยุบเลิกสํานักงานวิทยาเขต บัณฑิตวิทยาลัย คณะ สถาบัน สํานัก วิทยาลัย ศูนย์ ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ ไม่ทําเป็นกฎกระทรวง การแบ่งส่วนราชการเป็นสํานักงานคณบดี สํานักงานผ้อูํานวยการ และกอง ส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่ากอง ให้ทําเป็นประกาศกระทรวง และประกาศในราชกิจจานุเบกษา การแบ่งส่วนราชการเป็นงาน ส่วนราชการหร ือหน ่วยงานที่เร ียกชื่ออย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่างานให้ทําเป็นประกาศมหาวิทยาลัย มาตรา 12 ภายใต้วัตถุประสงค์ตามมาตรา 7 มหาวิทยาลัยจะรับสถาบันการศึกษาชั้นสูง หร ือสถาบันอื่นเข ้าสมทบในมหาว ิทยาลัยก็ได้ และม ีอํานาจให ้ปร ิญญา อนุปร ิญญา หร ือ ประกาศนียบัตรช้นหนึ ั่งช้นใดแก่ผ ั ้สูําเร็จการศึกษาจากสถาบันที่เข้าสมทบน้นได้ ั การรับเข้าสมทบหรือการยกเลิกการสมทบซึ่งสถาบันการศึกษาช้นสัูงหรือ สถาบันอื่นให้เป็นไปตามข้อบังคับมหาวิทยาลัย ให้ประกาศการรับเข้าสมทบหร ือยกเลิกการสมทบ ในราชกิจจานุเบกษา การควบคุมสถาบันการศึกษาชั้นสูงหรือสถาบันที่เข้าสมทบในมหาว ิทยาลัย ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 13 นอกจากเงินที่กําหนดไว้ในงบประมาณแผ่นดิน มหาวิทยาลัยอาจมีรายได้ ดังนี้ (1) เงินผลประโยชน์ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ และค่าบริการต่างๆของมหาวิทยาลัย (2) เงินและทรัพย์สินที่มีผ้อู ุทิศให้แก่มหาวิทยาลัย (3)รายได้หร ือผลประโยชน ์ท ี่ได้มาจากการใช้ที่ราชพัสดุซึ่งมหาวิทยาลัยปกครอง ดูแล หรือใช้ประโยชน์ (4) เงินอุดหนุนจากราชการส่วนท้องถิ่น หรือเงินอุดหนุนอื่นที่มหาวิทยาลัยได้รับ เพื่อใช้ในการดําเนินกิจการของมหาวิทยาลัย (5)รายได้หรือผลประโยชน์ที่ได้จากการลงทุนและจากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย (6)รายได้หรือผลประโยชน์อื่น ให้มหาวิทยาลัยมีอํานาจในการปกครอง ดูแล บํารุงรักษา ใช้ และจัดหา ผลประโยชน์จากทรัพย ์สินของมหาวิทยาลัยทั้งที่เป็นที่ราชพัสดุตามกฎหมายว ่าด ้วยที่ราชพัสดุ และที่เป็นทรัพย์สินอื่น ที่เกิดจากที่ราชพัสดุเบี้ยปรับที่เกิดจากการผิดสัญญาลาศึกษา และเบี้ยปรับที่ เกิดจากการผิดสัญญาการซื้อทรัพย์สินหรือจ้างทําของที่ดําเนินการโดยใช้เงินงบประมาณ ไม่ เป็นรายได้ที่ต้องนําส่งกระทรวงการคลังตามกฎหมายว่าด้วยเงินคงคลัง และกฎหมายว่า ด้วยวิธีการงบประมาณ


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 111 มาตรา 14 บรรดาอสังหาริมทรัพย์ที่มหาวิทยาลัยได้มาโดยมีผ้อู ุทิศให้ หรือได้มาโดยการซื้อ หรือแลกเปลี่ยนจากรายได้ของมหาวิทยาลัยต้งแต่ว ั ันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ไม่ถือเป็นที่ราชพัสดุ และให้เป็นกรรมสิทธ ิ์ของมหาวิทยาลัย มาตรา 15 บรรดารายได้และทรัพย์สินของมหาวิทยาลัยจะต้องจัดการเพื่อประโยชน์ภายใต้ วัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัยตามมาตรา 7 เงินและทรัพย์สินที่มีผ้อู ุทิศให้แก่มหาวิทยาลัยจะต้องจัดการตามเงื่อนไขที่ผ้อู ุทิศ ให้กําหนดไว้และต้องเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของมหาวิทยาลัย แต่ถ้ามีความจําเป็นต้องเปลี่ยนแปลง เงื่อนไขดังกล่าว มหาวิทยาลัยต้องได้รับความยินยอมจากผ้อู ุทิศให้หรือทายาท หากไม่มีทายาทหรือ ทายาทไม่ปรากฎจะต้องได้รับอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัย หมวด 2 การดําเนินการ ------------------ มาตรา 16 ให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีสภามหาวิทยาลัย ประกอบด้วย (1) นายกสภามหาวิทยาลัย ซึ่งจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้งั (2) กรรมการสภามหาวิทยาลัยโดยตําแหน่ง ได้แก่ อธิการบดี ประธานสภา คณาจารย์และข้าราชการ และประธานกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย (3)กรรมการสภามหาวิทยาลัยจํานวนสี่คน ซึ่งเลือกจากผู้ดํารงตําแหน่ง รองอธิการบดี คณบดี ผ้อูํานวยการสถาบัน ผ้อูํานวยการสํานัก ผ้อูํานวยการศูนย์ หัวหน้าส่วนราชการ หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ (4) กรรรมการสภามหาวิทยาลัยจํานวนสี่คน ซึ่งเลือกจากคณาจารย ์ประจํา ของมหาวิทยาลัยและมิใช่ดํารงตําแหน่งตาม (3) (5)กรรมการสภามหาวิทยาลัยผ้ทรงคู ุณวุฒิจํานวนสิบเอ็ดคน ซึ่งทรงพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แต่งต้งจากบ ัุคคลภายนอกมหาวิทยาลัย โดยคําแนะนําของนายกสภามหาวิทยาลัยและ กรรมการสภามหาวิทยาลัยตาม (2) (3) และ (4) ท้งนี้ ัผ้ทรงคู ุณวุฒิดังกล่าวต้องมาจากผ้มีความรูู้ ความเชี่ยวชาญ ด้านการศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กฎหมาย การงบประมาณและการเงิน การบริหารงานบุคคล การปกครองส่วนท้องถิ่น การศาสนา ศิลปะและ วัฒนธรรม และด้านอื่น ๆ ตามที่สภามหาวิทยาลัยเห็นสมควร ในจํานวนนี้ให้แต่งต้งจากบ ัุคคลในเขต พื้นที่บริการการศึกษาของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งต้งรองอธิการบดีคนหนึ ั่ง ซึ่งมิใช่กรรมการสภา มหาวิทยาลัยตาม (3) เป็นเลขานุการสภามหาวิทยาลัย โดยคําแนะนําของอธิการบดี


112 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ ให้สภามหาวิทยาลัยเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยผ้ทรงคู ุณวุฒิคนหนึ่งเป็น อุปนายกสภามหาวิทยาลัย ทําหน ้าที่แทนนายกสภามหาวิทยาลัยเมื่อนายกสภามหาวิทยาลัยไม่ อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเมื่อไม่มีผ้ดูํารงตําแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภา มหาวิทยาลัยตาม (3) (4) และ (5) ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 17 นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 16 (3) (4) และ (5) มีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสามปี นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระในวรรคหนึ่งแล้ว นายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 16 (3) (4) และ (5) พ้นจากตําแหน่งเมือ่ (1) ตาย (2) ลาออก (3)ขาดคุณสมบัติของการเป็นนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภา มหาวิทยาลัยในประเภทน้นัๆ (4) ถูกจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก (5)สภามหาวิทยาลัยให้ออกเพราะมีความประพฤติเสื่อมเสีย บกพร่องต่อหน้าที่ หรือหย่อนความสามารถ (6)เป็นบุคคลล้มละลาย (7) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ การพ้นจากตําแหน่งตาม (5) ต้องเป็นไปตามมติสองในสามของจํานวน กรรมการสภามหาวิทยาลัยเท่าที่มีอยู่ ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 16 (3) (4) หรือ (5) พ้นจากตําแหน่งก่อนครบวาระและได้มีการดําเนินการให้ผ้ใดดูํารงตําแหน่งแทนแล้ว ให้ผ้นู้นอย ั ่ในตูําแหน่งเพียงเท่ากับวาระที่เหลืออย่ของผู้ซึู่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดํารงตําแหน่งเหลืออยู่ น้อยกว่าเก้าสิบวัน จะไม่ดําเนินการให้มีผ้ดูํารงตําแหน่งแทนก็ได้ ให้สภามหาวิทยาลัยประกอบด้วย กรรมการสภามหาวิทยาลัยเท่าที่มีอย่มีอูํานาจและปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 18 ต่อไปได้ ในกรณีที่นายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามมาตรา 16 (3) (4) หรือ (5) พ้นจากตําแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ดําเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัย หรือ กรรมการสภามหาวิทยาลัยใหม่ ให้นายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภามหาวิทยาลัยซึ่ง พ้นจากตําแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะได้มีนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภา มหาวิทยาลัยใหม่แล้ว ให้มีการดําเนินการให้ได้มาซึ่งนายกสภามหาวิทยาลัยหรือกรรมการสภา มหาวิทยาลัย ตามมาตรา 16 (3) (4) และ (5) ภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่ผ้นู้นพ้นจากต ั ําแหน่ง


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 113 มาตรา 18 สภามหาวิทยาลัยมีอํานาจหน้าที่ควบคุมดูแลกิจการทั่วไปของมหาวิทยาลัยและ โดยเฉพาะให้มีอํานาจและหน้าที่ดังนี้ (1) กําหนดนโยบายและอนุมัติแผนพัฒนาของมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับการศึกษา การวิจัย การให้บริการทางวิชาการแก่สังคม การผลิตและส่งเสริมวิทยฐานะครูการทะนุบํารุงศิลปะ และวัฒนธรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ (2) ออกกฎ ระเบียบ ประกาศและข้อบังคับของมหาวิทยาลัย และอาจมอบให้ ส่วนราชการใดในมหาวิทยาลัยเป็นผ้ออกกฎ ูระเบียบ ประกาศและข้อบังคับสําหรับส่วนราชการหรือ หน่วยงานน้นเป ั ็นเรื่อง ๆ ก็ได้ (3)กํากับมาตรฐานการศึกษา การประกันคุณภาพการศึกษา การเป ิดสอน ของมหาวิทยาลัย และติดตามประเมินผลการดําเนินงานของมหาวิทยาลัย (4) อนุมัติให้ปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตช้นสัูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา และประกาศนียบัตร (5)พิจารณาการจัดต้งัการรวมและการยุบเลิกสํานักงานวิทยาเขต บัณฑิต วิทยาลัย คณะ วิทยาลัย สถาบัน สํานัก ศูนย์ ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะรวมท้งการแบ่งส่วนราชการหรือหน่วยงานของส่วนราชการด ั ังกล่าว (6)อนุมัติการรับสถาบันการศึกษาช้นสัูงหรือสถาบันอื่นเข้าสมทบในมหาวิทยาลัย หรือยกเลิกการสมทบ (7) พิจารณาให้ความเห็นชอบหลักสูตรการศึกษาให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่ คณะกรรมการการอุดมศึกษากําหนด (8)พิจารณาเสนอเรื่องเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งต้งและถอดถอนนายก ั สภามหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยผ้ทรงคู ุณวุฒิ อธิการบดี ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์ พิเศษ (9)แต่งต้งและถอดถอนรองอธิการบดี ั คณบดี ผ้อูํานวยการสถาบัน ผ้อูํานวยการ สํานัก และผ้อูํานวยการศูนย์ หัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผ้ช่วยศาสตราจารย์ู และผ้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษู (10) แต่งต้งและถอดถอนประธานกรรมการแ ั ละกรรมการส่งเสริมกิจการ มหาวิทยาลัย (11) อนุมัติงบประมาณรายจ่ายจากเงินรายได้ของมหาวิทยาลัย (12) ออกระเบียบและข้อบังคับต่าง ๆ เกี่ยวกับการบริหารการเงิน การจัดหารายได้ และผลประโยชน์จากทรัพย์สินของมหาวิทยาลัย ท้งนี้ ั โดยไม่ขัดหรือแย้งกับกฎหมายหรือมติ คณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง


114 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ (13) พิจารณาดําเน ินการเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของมหาวิทยาลัย ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา และตามที่คณะกรรมการ ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษามอบหมาย (14) แต่งต้งคณะกรรมการ ัคณะอนุกรรมการ หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเพื่อ พิจารณาและเสนอความเห็นในเรื่องหนึ่งเรืองใด หรือมอบหมายให้ปฏิบัต ิการอย ่างหนึ่งอย่างใด อันอย่ในอูํานาจและหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัย (15) พิจารณาและให้ความเห็นชอบในเรื่องที่เกี่ยวกับกิจการของมหาวิทยาลัย ตามที่อธิการบดีหรือสภาวิชาการเสนอ และอาจมอบหมายให้อธิการบดีหร ือสภาวิชาการปฏิบัติการ อย่างหนึ่งอย่างใดอันอย่ในอูํานาจและหน้าที่ของสภามหาวิทยาลัยได้ (16) ส่งเสริม สนับสนุนและแสวงหาวิธีการเพื่อพัฒนาความก้าวหน้าของ มหาวิทยาลัย ตลอดจนปฏิบัติภารกิจร่วมกันกับสถาบันอื่น (17) ปฏิบัต ิหน ้าที่อื่นเกี่ยวกับก ิจการของมหาวิทยาลัยที่มิได ้ระบุให้เป็นหน ้าที่ ของผ้ใดโดยเฉพาะู มาตรา 19 การประชุมสภามหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 20 ให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีสภาวิชาการ ประกอบด้วย (1) ประธานสภาวิชาการ ได้แก่ อธิการบดี (2) กรรมการสภาวิชาการที่คณาจารย์ประจําเลือกจากผ้บริหารหรือคณาจารย์ู ประจําคณะ คณะละหนึ่งคน (3)กรรมการสภาว ิชาการซึ่งแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิจากบุคคลภายนอกมี จํานวนเท่ากับบุคคลตาม (2) คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการเลือกกรรมการสภาวิชาการตาม (2) และ (3) ตลอดจนการประชุมและการดําเนินงานของสภาวิชาการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ให้สภาวิชาการแต่งต้งรองอธ ิการบดีคนหน ึ ั่งเป็นกรรมการและเลขานุการสภา วิชาการโดยคําแนะนําของอธิการบดี มาตรา 21 กรรมการสภาวิชาการมีวาระอย่ในตูําแหน่งคราวละสองป ี และอาจได้รับแต่งต้งั ใหม่อีกได้ แต่จะดํารงตําแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระในวรรคหนึ่งแล้ว กรรมการสภาวิชาการ พ้นจากตําแหน่งเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3)ขาดคุณสมบัติของการเป็นประธานสภาวิชาการหรือกรรมการสภาวิชาการ (4) ถูกจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สดให้จุําคุก (5)เป็นบุคคลล้มละลาย (6)เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 115 ในกรณ ีที ่กรรมการสภาวิชาการพ้นจากตําแหน่งก่อนครบวาระ และได ้มี การดําเนินการให้ผู้ใดดํารงตําแหน ่งแทนแล้ว ให้ผู้นั้นอยู่ในตําแหน ่งเพียงเท ่ากับวาระที่เหลืออยู่ ของผ้ซึู่งตนแทน แต่ถ้าวาระการดํารงตําแหน่งเหลืออย่น้อยกว่าเก้าสิบวูัน จะได้ดําเน ินการเพื่อให้มี ผู้ดํารงตําแหน่งแทนก็ได้ ให้สภาวิชาการประกอบด้วยกรรมการสภาวิชาการเท่าที่มีอํานาจและ ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 22 ต่อไปได้ ในกรณีที่กรรมการสภาวิชาการพ้นจากตําแหน่งตามวาระ แต่ยังมิได้ดําเนินการ ให้ได้มาซึ่งกรรมการสภาวิชาการใหม่ ให้กรรมการสภาวิชาการซึ่งพ้นจากตําแหน่งปฏิบัติหน้าที่ต่อไป จนกว่าจะได้มีการแต่งต้งกรรมการสภาวิชาการขึ้นใหม่แล้ว ั มาตรา 22 สภาวิชาการมีอานาจและหน้าที ํ่ดังนี้ (1) พิจารณาเสนอว ิสัยทัศน์ กําหนดนโยบายวิชาการ และหลักสูตรการเรียน การสอนและการวัดผลประเมินผลการศึกษาให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และภาระหน้าที่ของ มหาวิทยาลัย (2)พิจารณาเสนอดําเนินการเกี่ยวกับการวิจัยการสอน การประเมินผลการสอน และการประกันคุณภาพการศึกษา (3)พิจารณาเสนอการให้ปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตช้นสัูง ประกาศนียบัตร บัณฑิต อนุปริญญา และประกาศนียบัตร (4) พิจารณาเสนอการจัดต้งัยุบรวม และการยุบเลิกคณะ สถาบัน สํานัก ศูนย์ ส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ รวมท้งการเสนอแบ่งส่วน ั ราชการหรือส่วนงานในหน่วยงานดังกล่าว (5)พิจารณาเสนอการรับสถาบันวิชาการชั้นสูงหรือสถาบันวิจัยอื่นเข้าสมทบ ในมหาวิทยาลัย (6)พิจารณาให ้ความเห็นเกี่ยวกับการแต่งตั้งและถอดถอนศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์และผ้ช่วยศาสตราจารย์ู (7) พิจารณาให้ความเห็นเกี่ยวกับการแต่งต้งและถอดถอนศาสตราจารย์พิเศษ ั ศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผ้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษูและอาจารย์พิเศษ (8)แสวงหาวิธีการที่จะทําให้การศึกษา การวิจัย การบริการทางวิชาการแก่สังคม การปรับปรุง การถ่ายทอดและพัฒนาเทคโนโลยี การทะนุบํารุงศิลปะและวัฒนธรรม การพัฒนาท้องถิ่น การผลิตและส่งเสริมวิทยาฐานะครูการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติให้เจริญยิ่งขึ้น (9)เสนอแนะแนวทางการประสานงาน การระดมสรรพกําลังเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น การทําข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยในความร่วมมือทางวิชาการ ประสานการใช้บุคลากร ทรัพยากร และความชํานาญร่วมกันในการปฏิบัติหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น


116 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ (10) พิจารณาให้ความเห็นต่อสภามหาวิทยาลัยเกี่ยวกับงานด้านวิชาการของ มหาวิทยาลัย (11) เสนอความเห็นเกี่ยวกับการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลงานด้านวิชาการ ของมหาวิทยาลัย (12) ให้คําปรึกษาแก่อธิการบดีและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่สภามหาวิทยาลัยหรือ อธิการบดีมอบหมาย (13) แต่งต้งคณะกรรมการ ัคณะอนุกรรมการ หรือบุคคลหนึ่งบุคคลใดเพื่อ กระทําการใด ๆ อันอย่ในอูํานาจและหน้าที่ของสภาวิชาการ มาตรา 23 ให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีสภาคณาจารย์และข้าราชการ ประกอบด้วย ประธานสภาและกรรมการสภาซึ่งเลือกจากคณาจารย์ประจํา และข้าราชการของมหาวิทยาลัย องค์ประกอบ จํานวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดํารง ตําแหน่งและการพ้นจากตําแหน่งของประธานสภาและกรรมการสภาตามวรรคหนึ่ง ตลอดจนการประชุม ของสภาคณาจารย์และข้าราชการและการเรียกประชุมคณาจารย์และข้าราชการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับ ของมหาวิทยาลัย มาตรา 24 สภาคณาจารย์และข้าราชการมีหน้าที่ดังนี้ (1) ให้คําปรึกษาและข้อเสนอแนะในกิจการของมหาวิทยาลัยและการพัฒนา มหาวิทยาลัยต่ออธิการบดีหรือสภามหาวิทยาลัย (2)แสวงหาแนวทางร่วมกันเพื่อส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของคณาจารย์และ ข้าราชการในการปฏิบัติหน้าที่ตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ (3)พิทักษ์ผลประโยชน์ของมหาวิทยาลัยและปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่อธิการบดีหรือ สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย (4) เรียกประชุมคณาจารย์และข้าราชการเพื่อพิจารณากิจกรรมของมหาวิทยาลัย และนําเสนอความคิดเห็นต่อสภามหาวิทยาลัย การปฏิบัติหน้าที่ของสภาคณาจารย์และข้าราชการถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ ราชการ และการดําเนินการใด ๆ ในการปฏิบัติหน้าที่โดยชอบย่อมได้รับความค้มครองและไม่เปุ็น เหตุในการดําเนินการทางวินัย มาตรา 25 ให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งมีคณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัย คณะหนึ่ง ประกอบด้วยประธานกรรมการ ประธานสภานักศึกษา นายกองค์การนักศึกษา และกรรมการ ผ้ทรงคู ุณวุฒิจํานวนหนึ่งซึ่งสภามหาวิทยาลัยแต่งต้งจากผ ั ้มีความรู้ความเชีู่ยวชาญด้านการศึกษา มนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กฎหมาย การงบประมาณและการเงิน การบริหารงานบุคคล การปกครองส่วนท้องถิ่น การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม และด้านอื่น ๆ ตามที่สภามหาวิทยาลัยเห็นสมควร ในจํานวนนี้ให้แต่งต้งจากบ ัุคคลในเขตพื้นที่บริการการศึกษา ของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 117 องค์ประกอบ จํานวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดํารงตําแหน่ง และการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการ ตลอดจนการประชุม วิธีการดําเนินงานของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 26 คณะกรรมการส่งเสริมกิจการมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ดังนี้ (1) ส่งเสริม สนับสนุน ให้คําปรึกษาและข้อเสนอแนะแก่มหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนา แนวทางการดําเนินงานของมหาวิทยาลัย (2)เสนอความเห็นเกี่ยวกับนโยบายและแผนพัฒนาการจัดการอุดมศึกษาเพื่อ การพัฒนาท้องถิ่น (3)ส่งเสริมให้ม ีทุนการศึกษาแก่นักศึกษาที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้มีโอกาสศึกษา ในมหาวิทยาลัยอนเป ั ็นการสนับสนุนความเสมอภาคในโอกาสทางการศึกษา (4) ส่งเสริม สนับสนุนการสร้างสัมพันธภาพและการเรียนร้ระหว่างมหาวิทยาลูัย กับประชาชน มาตรา 27 ให้มีอธิการบดีคนหนึ่งเป็นผ้บูังคับบัญชาสูงสุดและรับผิดชอบการบริหารงาน ของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งและจะให้มีรองอธิการบดีหรือผ้ช่วยอธิการบดีูหรือจะมีท้งรองอธิการบดี ั และผ้ช่วยอธ ิการบดีตามจูํานวนที่สภามหาวิทยาลัยแต ่ละแห่งกําหนด เพื่อทําหน ้าที่และรับผิดชอบ ในการปฏิบัติงานตามที่อธิการบดีมอบหมายก็ได้ มาตรา 28 อธิการบดีน้นัจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้งโดยค ั ําแนะนําของสภา มหาวิทยาลัย จากผ้ทีู่มีคุณสมบัติตามมาตรา 29 หลักเกณฑ์ วิธีการได้มา และคุณสมบัติของผ้ดูํารงตําแหน่งอธิการบดี ให้เป็นไป ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย โดยกระบวนการสรรหาซึ่งต้องคํานึงถึงหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้ (1) เป็นผ้ทีู่มีความรู้ความชํานาญ และคุณสมบัติเหมาะสมกับวัตถุประสงค์และ ภาระหน ้าที่ของมหาวิทยาลัย และเป็นที่ยอมรับนับถือของบุคลากรของมหาวิทยาลัยและบุคคล ในท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการของมหาวิทยาลัย (2) กระบวนการสรรหาจะต้องเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของบุคลากรของมหาวิทยาลัย และบุคคลในท้องถิ่นที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการของมหาวิทยาลัย มาตรา 29 อธิการบดีต ้องสําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศ ึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทําการสอนหร ือม ีประสบการณ์ ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปีในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัย รับรอง หรือเคยดํารงตําแหน่งกรรมการสภามหาวิทยาลัยหรือสภาสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภา มหาวิทยาลัยรับรอง หรือดํารงตําแหน่งหรือเคยดํารงตําแหน่งศาสตราจารย์ รวมท้งมีค ัุณสมบัติอื่น และไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กําหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 30 อธิการบดีมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ป ีและจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้งใหม่อีกได้ ั แต่จะดํารงตําแหน่งเกินสองวาระติดต่อกันมิได้


118 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวรรคหนึ่ง อธิการบดีพ้นจากตําแหน่งเมื่อ (1) ตาย (2) ลาออก (3)สภามหาวิทยาลัยให้ออกเพราะม ีความประพฤต ิเสื่อมเสีย หรือ บกพร่องต่อ หน้าที่หรือหย่อนความสามารถ (4) ถูกลงโทษทางวินัยอย่างร ้ายแรง หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการเพราะเหตุมี มลทินหรือมัวหมองในกรณีที่ถูกสอบสวนทางวินัยอย่างร้ายแรง (5)ถูกจําคุกโดยคําพิพากษาถึงที่สุดให้จําคุก (6)เป็นบุคคลล้มละลาย (7) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ การให้ออกจากตําแหน่งตาม (3) ต้องมีคะแนนเสียงลงมติไม่น้อยกว่าสองในสาม ของจํานวนกรรมการสภามหาวิทยาลัยท้งหมดเท่าที ั่มีอยู่ มาตรา 31 อธิการบดีมีอํานาจและหน้าที่ดงนี้ ั (1) บร ิหารกิจการของมหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ และข้อบังคับของทางราชการและของมหาวิทยาลัย ท้งนี้ ั ให้สอดคล้องกับนโยบายและวัตถุประสงค์ ของมหาวิทยาลัย (2)ควบคุมดูแลบุคลากร การเงิน การพัสดุสถานที่และทรัพย ์ส ินอื่นของ มหาวิทยาลัยให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศและข้อบังคับของทางราชการและ ของมหาวิทยาลัย (3)จัดทําแผนพัฒนามหาวิทยาลัย และปฏิบัติตามนโยบายและแผนงาน รวมท้งั ติดตามประเมินผลการดําเนินงานด้านต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัย (4)รักษาระเบ ียบวินัย จรรยาบรรณ และมารยาทแห ่งวิชาชีพของข ้าราชการ พลเรือนในมหาวิทยาลัย (5)เป็นผ้แทนมหาวิทยาลูัยในกิจการทั่วไป (6)เสนอรายงานประจําป ีเกี่ยวกับกิจการด้านต่างๆ ของมหาวิทยาลัยต่อสภา มหาวิทยาลัย (7)แต่งต้งและถอดถอนผ ั ้ช่วยอธิการบดีูรองคณบดี รองผ้อูํานวยการสถาบัน รองผู้อํานวยการสํานัก รองผู้อํานวยการศูนย์ รองหัวหน ้าส่วนราชการหร ือรองหัวหน้าหน่วยงาน ที่เรียกชื่อย่างอื่น ที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ และอาจารย์พิเศษ (8)ส่งเสริมและสนับสนุนการดําเนินงานของสภาวิชาการ สภาคณาจารย์และ ข้าราชการรวมท้งส่งเสริมกิจการน ั ักศึกษา


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 119 (9)ปฏิบัต ิหน ้าที่อื่นตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศและข้อบังคับของ มหาวิทยาลัยหรือตามที่สภามหาวิทยาลัยมอบหมาย มาตรา 32 ให้สภามหาว ิทยาลัยแต่งตั้งรองอธ ิการบดีโดยคําแนะนําของอธ ิการบดี จากผ้มีคู ุณสมบัติตามมาตรา 29 อธิการบดีอาจแต่งต้งผั ้ช่วยอธิการบดีจากข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลูัย ซึ่งสําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีหรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่ สภามหาวิทยาลัยรับรองและได้ทําการสอนหรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าสามป ี ในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรองและให้อธิการบดีมีอํานาจถอดถอน ผ้ช่วยอธิการบดีไดู้ เมื่ออธิการบดีพ้นจากตําแหน่ง ให้รองอธิการบดีและผ้ช่วยอธิการบดีพ้นจากู ตําแหน่งด้วย มาตรา 33 ในกรณ ีที ่ผู้ดํารงตําแหน ่งอธ ิการบดีไม ่อยู่หรือไม่อาจปฏ ิบัต ิราชการได้ ให้ รองอธิการบดีเป็นผ้รูักษาราชการแทน ถ้ามีรองอธิการบดีหลายคน ให้รองอธิการบดีซึ่งอธิการบดี มอบหมายเป็นผ้รูักษาราชการแทน ถ้าอธิการบดีมิได้มอบหมาย ให้รองอธิการบดีซึ่งมีอาวุโสสูงสุด เป็นผ้รูักษาราชการแทน ในกรณ ีที่ไม่ม ีผู้รักษาราชการแทนอธ ิการบด ีตามความในวรรคหนึ่ง หร ือมี แต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ หรือไม่มีผ้ดูํารงตําแหน่งอธิการบดี ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งต้งผั ้มีคู ุณสมบัติ ตามมาตรา 29 คนหนึ่งเป็นผ้รูักษาราชการแทนอธิการบดีแต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน มาตรา 34 ในวิทยาเขตหนึ่ง ให้มีสํานักงานวิทยาเขต โดยมีรองอธิการบดีคนหนึ่งเป็น ผ้บูังคับบัญชา มีหน้าที่รับผิดชอบการบริหารงานของวิทยาเขตน้นแทนอธิการบดีตามที ั่ได้รับ มอบหมาย และจะให้มีผ้ช่วยอธิการบดีตามจูํานวนที่สภามหาวิทยาลัยกําหนด เพื่อทําหน้าที่และ รับผิดชอบตามที่อธิการบดีมอบหมายก็ได้ มาตรา 35 ในบัณฑิตวิทยาลัย ให้มีคณบดีเป็นผ้บูังคับบัญชาและรับผิดชอบงานของบัณฑิต วิทยาลัย และจะให้มีรองคณบดีตามจํานวนที่สภามหาวิทยาลัยกําหนด เพื่อทําหน้าที่และรับผิดชอบ ตามที่คณบดีมอบหมายก็ได้ มาตรา 36 ในคณะหรือวิทยาลัย ให้มีคณบดีเป็นผ้บูังคับบัญชาและรับผิดชอบงาน และจะให้ มีรองคณบดีตามจํานวนที่สภามหาวิทยาลัยกําหนด เพื่อทําหน้าที่และรับผิดชอบตามที่คณบดี มอบหมายก็ได้ มาตรา 37 ให้สภามหาวิทยาลัยแต่งต้งคณบดีจากผ ั ้สูําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าปริญญาตรี หรือเทียบเท่าจากมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษาอื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง และได้ทําการสอน หรือมีประสบการณ์ด้านการบริหารมาแล้วไม่น้อยกว่าสามป ีในมหาวิทยาลัย หรือสถาบันอุดมศึกษา อื่นที่สภามหาวิทยาลัยรับรอง


120 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ ให้อธิการบดีแต่งต้งรองคณบดีโดยค ั ําแนะนําของคณบดีจากผ้มีคู ุณสมบัติ เช่นเดียวกับคณบดีและให้อธิการบดีมีอํานาจถอดถอนรองคณบดีโดยคําแนะนําของคณบดี มาตรา 38 คณบดีมีวาระการดํารงตําแหน่งคราวละสี่ป ีและอาจได้รับแต่งต้งใหม่อีกได้ ั แต่ จะดํารงตําแหน ่งเกินสองวาระต ิดต ่อกันม ิได้ และให้นําความในมาตรา 30 วรรคสองและวรรค สามมาใช้บังคับแก่การพ้นจากตําแหน่งก่อนครบวาระของคณบดีโดยอนุโลม เมื่อคณบดีพ้นจากตําแหน่ง ให้รองคณบดีพ้นจากตําแหน่งด้วย มาตรา 39 การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลงานในตําแหน่งคณบดี ให้เป็นไปตาม ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย และให้นําบทบัญญัติในหมวด 4 มาใช้บังคับโดยอนุโลม มาตรา 40 ในกรณ ีที่ผู้ดํารงตําแหน ่งคณบดีไม ่อยู่ หรือไม่อาจปฏิบัติราชการได้ หร ือไม ่มี ผู้ดํารงตําแหน่งคณบดี ให้อธิการบดีแต่งต้งผั ้มีคู ุณสมบัติตามมาตรา 37 วรรคหนึ่ง เป็นผ้รูักษาราชการ แทนคณบดีแต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน มาตรา 41 ในสถาบัน สํานัก และศูนย์ ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะ ให้มีผ้อูํานวยการ หัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานคนหนึ่ง เป็นผ้บูังคับบัญชา รับผิดชอบงานของส่วนราชการหรือหน่วยงานน้นั และจะให้มีรองผ้อูํานวยการ รองหัวหน้าส่วนราชการ หรือรองหัวหน ้าหน่วยงานนั้น ๆ คนหนึ่ง หรือหลายคน เพื่อช่วยปฏ ิบัต ิงานตามที่ผู้อํานวยการ หัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานน้นมอบหมายก ั ็ได้ ให้ส่วนราชการตามมาตรา 34 มาตรา 35 และมาตรา 36 และส่วนราชการ หรือหน่วยงานตามวรรคหนึ่งมีคณะกรรมการประจําส่วนราชการน้นคณะหนึ ั่ง องค์ประกอบ จํานวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา อํานาจและหน้าที่วาระการดํารงตําแหน่งและการพ้นจาก ตําแหน่งของกรรมการ ตลอดจนการประชุมของคณะกรรมการประจําส่วนราชการและการจัดระบบ บริหารงานในส่วนราชการดังกล่าว ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย ท้งนี้ ั จะต้องมีกรรมการ ที่เป็นผ้ทรงคู ุณวุฒิซึ่งแต่งต้งจากบ ัุคคลภายนอกมหาวิทยาลัยจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม มาตรา 42 ผู้ดํารงตําแหน ่งอธ ิการบดี คณบดี ผู้อํานวยการ หัวหน ้าส่วนราชการหร ือ หัวหน้าหน ่วยงานที่เร ียกชื่ออย ่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ รวมทั้งผู้ดํารงตําแหน่งรองและ ผู้ช่วยของตําแหน่งดังกล่าว ต้องสามารถปฏิบัติหน ้าที่ได้เต็มเวลา และจะดํารงตําแหน่งดังกล่าว เกินหนึ่งตําแหน่งในขณะเดียวกันมิได้ ผ้ดูํารงตําแหน่งตามวรรคหนึ่งจะรักษาราชการแทนตําแหน่งอื่นอีกหนึ่งตําแหน่งก็ได้ แต่ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวัน มาตรา 43 ให้มีการสรรหาบุคคลเพื่อแต่งต้งเปั ็นคณบดี ผ้อูํานวยการ หัวหน้าส่วนราชการ หรือหัวหน ้าหน ่วยงานที่เร ียกชื่ออย ่างอื่นที่มีฐานะเท ียบเท ่าคณะ ทั้งนี ้ ตามหลักเกณฑ ์และว ิธีการ ที่กําหนดในข้อบังคับของมหาวิทยาลัย


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 121 มาตรา 44 เพื่อประโยชน์ในการบริหารราชการในสํานักงาน บัณฑิตวิทยาลัย คณะ สถาบัน สํานัก วิทยาลัย ศูนย์ ส่วนราชการหรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นใดที่มีฐานะเทียบเท่าคณะ อํานาจในการสั่ง การอนุญาต การอนุมัติ การปฏิบัติการ หรือการดําเนินการอื่นใดที่อธิการบดี จะพึงปฏิบัติหรือดําเนินการตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ คําสั่ง หรือมติ คณะรัฐมนตรีในเรื่องใด ถ้ากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ คําสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรี ในเรื่องน้นมิได้ก ั ําหนดเรื่องการมอบอํานาจไว้เป็นอย่างอื่นหรือมิได้ห้ามเรื่องการมอบอํานาจไว้ อธิการบดีจะมอบอํานาจโดยทําเป็นหนังสือให้ผ้ดูํารงตําแหน่งคณบดี ผ้อูํานวยการ หัวหน้าส่วนราชการ หรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะปฏิบัติราชการแทนอธิการบดีเฉพาะ ในราชการของส่วนราชการน้นกั ็ได้ ให้ผ้ปฏิบ ูัติราชการแทนตามวรรคหนึ่ง มีอํานาจและหน้าที่ตามที่อธิการบดีกําหนด มาตรา 45 ให้ผ้รูักษาราชการแทนตามที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัตินี้มีอํานาจและหน้าที่ เช่นเดียวกับผ้ซึู่งตนแทน ในกรณีที่กฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ คําสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรี แต่งต้งให้ผ ั ้ดูํารงตําแหน่งใดเป็นกรรมการหรือให้มีอํานาจและหน้าที่อย่างใด ให้ผ้รูักษาราชการแทน ทําหน้าที่กรรมการหรือมีอํานาจและหน้าที่เช่นเดียวกับผ้ดูํารงตําแหน่งน้นในระหว่างที ั่รักษาราชการ แทนด้วย หมวด 3 การประสานงานและระดมสรรพกําลังเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ------------------ มาตรา 46 เพื่อประโยชน์ในการประสานงานและระดมสรรพกําลังเพื่อพัฒนาการอุดมศึกษา ในท้องถิ่นของมหาวิทยาลัยให้มีหน่วยงานประสานและระดมสรรพกําลังทางการศึกษาในแต่ละ มหาวิทยาลัย เพื่อทําข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัยในความร่วมมือทางวิชาการ ประสานการใช้ บุคลากร ทรัพยากรและความชํานาญร่วมกันในการปฏิบัติตามภารกิจของมหาวิทยาลัย มาตรา 47 เพื่อให้การดําเนินการเป็นไปตามมาตรา 46 ให้คณะกรรมการอุดมศึกษาจัดให้มี การทําข้อตกลงระหว่างมหาวิทยาลัย โดยมีคณะกรรมการร่วมกันจากทุกมหาวิทยาลัย ให้คณะกรรมการร่วมกันจากทุกมหาวิทยาลัยมีหน้าที่ดังนี้ (1) จัดให้มีการศึกษาแนวทางในการพัฒนาและส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของ มหาวิทยาลัย เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น (2) เสนอนโยบายและแผนพัฒนาการจัดการอุดมศึกษาเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ต่อสภามหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง


122 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ (3)สนับสนุนการผนึกกําลังเพื่อส่งเสร ิมการปฏ ิบัติตามวัตถุประสงค์ และ ภาระหน้าที่ของมหาวิทยาลัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น องค์ประกอบ จํานวน คุณสมบัต ิ หลักเกณฑ ์และว ิธ ีการได้มา วาระ การดํารงตําแหน่งและการพ้นจากตําแหน่งของกรรมการ ตลอดจนการประชุม วิธีการดําเนินงาน ของคณะกรรมการร่วมกันจากทุกมหาวิทยาลัย ให้เป็นไปตามประกาศของสํานักงานคณะกรรมการ การอุดมศึกษา มาตรา 48 เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ให้ คณะกรรมการร่วมกันจากทุกมหาวิทยาลัยประสานความร่วมมือในการวิจัย การแลกเปลี่ยนความรู้ การสร้างสรรค์ภูมิปัญญาในการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาท้องถิ่น หมวด 4 การติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล ------------------ มาตรา 49 ให้มีคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลงานของมหาวิทยาลัย ประกอบด้วยประธานกรรมการและกรรมการผ้ทรงคู ุณวุฒิจากบุคคลภายนอกซึ่งนายกสภา มหาวิทยาลัยแต่งต้งโดยความเห ั ็นชอบของสภามหาวิทยาลัย องค์ประกอบ จํานวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์และวิธีการได้มา วาระการดํารง ตําแหน่ง การพ้นจากตําแหน่ง ตลอดจนวิธ ีการดําเนินงานของคณะกรรมการ ให้เป็นไปตาม ข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 50 ให้คณะกรรมการต ิดตาม ตรวจสอบ และประเม ินผลงานของมหาวิทยาลัย มีอํานาจและหน้าที่ ในการตรวจสอบ ติดตามและประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลการใช้จ่าย งบประมาณการจัดการศึกษา การวิจัย ดังนี้ (1) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลงานของมหาวิทยาลัยและของอธิการบดี โดยรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของมหาวิทยาลัยและของอธิการบดี ประกอบการประเมินผลงาน (2)รายงานผลการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลงานของมหาวิทยาลัยและ ของอธิการบดีพร้อมความเห็นต่อสภามหาวิทยาลัยทุกปี หมวด 5 ตําแหน่งทางวิชาการ ------------------ มาตรา 51 คณาจารย์ประจําในมหาวิทยาลัยมีตําแหน่งทางวิชาการ ดังนี้ (1) ศาสตราจารย์


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 123 (2)รองศาสตราจารย์ (3)ผ้ช่วยศาสตราจารย์ู (4) อาจารย์ ศาสตราจารย์น้นัจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้งโดยค ั ําแนะนําของสภา มหาวิทยาลัย คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งต้งและถอดถอนคณาจารย์ประจ ั ําตาม วรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา มาตรา 52 คณาจารย์พิเศษมีตําแหน่งทางวิชาการดังนี้ (1) ศาสตราจารย์พิเศษ (2)รองศาสตราจารย์พิเศษ (3)ผ้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษู (4) อาจารย์พิเศษ ศาสตราจารย์พิเศษน้นัจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้งโดยค ั ําแนะนํา ของสภามหาวิทยาลัยจากผ้ซึู่งมิได้เป็นคณาจารย์ประจําของมหาวิทยาลัย คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธ ีการแต ่งต้งและถอดถอนคณาจารย์พิเศษตาม ั วรรคหนึ่งให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 53 ศาสตราจารย์ซึ่งมีความร้ความสามารถและความชูํานาญเป็นพิเศษและ พ้นจากตําแหน่งไปโดยไม่มีความผิด สภามหาวิทยาลัยอาจแต่งต้งให้เป ั ็นศาสตราจารย์เกียรติคุณใน สาขาที่ศาสตราจารย์ผ้นู้นมีความเชี ั่ยวชาญเพื่อเป็นเกียรติยศได้ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการแต่งต้งศาสตราจารย์เกียรติค ัุณ ให้เป็นไป ตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 54 ให้ผ้ดูํารงตําแหน่งศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผ้ช่วยศาสตราจารย์และผู้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษมีสิทธิู ใช ้ตําแหน่งศาสตราจารย ์ ศาสตราจารย ์พ ิเศษ ศาสตราจารย์เก ียรต ิคุณ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผ้ช่วยศาสตราจารย์ูหรือ ผ้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษูแล้วแต่กรณี เป็นคํานําหน้า เพื่อแสดงวิทยฐานะได้ตลอดไป การใช้คํานําหน้านามตามความในวรรคหนึ่ง ให ้ใช้อักษรย่อ ดังนี้ ศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อ ศ. ศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อักษรย่อ ศ. (พิเศษ) ศาสตราจารย์เกียรติคุณ ใช้อักษรย่อ ศ. (เกียรติคุณ) รองศาสตราจารย์ ใช้อักษรย่อ รศ.


124 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ รองศาสตราจารย์พิเศษ ใช้อักษรย่อ รศ. (พิเศษ) ผ้ช่วยศาสตราจารย์ู ใช้อักษรย่อ ผศ. ผ้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษูใช้อักษรย่อ ผศ.(พิเศษ) หมวด 6 ปริญญาและเครื่องหมายวิทยาฐานะ ------------------ มาตรา 55 ปริญญามีสามช้นั คือ ปริญญาเอก เรียกว่า ดุษฎีบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ด. ปริญญาโท เรียกว่า มหาบัณฑิต ใช้อักษรย่อ ม. ปริญญาตรี เรียกว่า บัณฑิต ใช้อักษรย่อ บ. มาตรา 56 มหาวิทยาลัยมีอํานาจให้ปริญญาในสาขาวิชาที่มีการสอนในมหาวิทยาลัย การกําหนดให้สาขาวิชาใดมีปร ิญญาช้นใด ั และจะใช้อักษรย่อสําหรับสาขาวิชา น้นอย่างไร ั ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา มาตรา 57 สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับกําหนดให้ผ้สูําเร็จการศึกษาช้นปริญญาตรี ั ได้รับปริญญาตรีเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง หรือเกียรตินิยมอันดับสองก็ได้ มาตรา 58 สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับกําหนดให้มีประกาศนียบัตรบัณฑิตช้นสัูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา และประกาศนียบัตรสําหรับสาขาวิชาใดได้ ดังนี้ (1) ประกาศนียบัตรบัณฑิตช้นสัูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต ออกให้แก่ผ้สูําเร็จ การศึกษาตามหลักสูตรในสาขาวิชาหนึ่งสาขาวิชาใดภายหลังที่ได้รับปริญญาแล้ว (2) อนุปริญญา ออกให้แก่ผ้สูําเร็จการศึกษาตามหลักสูตรในสาขาวิชาหนึ่ง สาขาวิชาใดก่อนถึงข้นได้ร ั ับปริญญาตรี (3)ประกาศนียบัตร ออกให้แก่ผ้สูําเร็จการศึกษาเฉพาะวิชา มาตรา 59 มหาวิทยาลัยมีอํานาจให้ปริญญากิตติมศักดิ์แก่บุคคลซึ่งสภามหาวิทยาลัยเห็นว่า ทรงคุณวุฒิ มีคุณธรรม และมีผลงานที่เป็นคุณูปการต่อส่วนรวม สมควรแก่ปริญญาน้นัๆ แต่ จะให้ปริญญาดังกล่าวแก่คณาจารย์ประจํา ผ้ดูํารงตําแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย นายกสภา มหาวิทยาลัย กรรมการสภามหาวิทยาลัยหร ือกรรมการส่งเสริมก ิจการมหาว ิทยาลัยในขณะที่ ดํารงตําแหน่งน้นมิได้ ัท้งนี้ต้องไม่เป ั ็นการให้ปริญญากิตติมศักดิ์เพื่อแลกกับผลประโยชน์อย่างใด อย่างหนึ่ง ช้นั สาขาของปริญญากิตติมศักดิ์และหลักเกณฑ์การให้ปริญญากิตต ิมศักดิ์ ให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 60 มหาวิทยาลัยอาจกําหนดให้มีครุยวิทยฐานะหร ือเข็มวิทยฐานะเป็นเครื่องหมาย แสดงวิทยฐานะของผ้ได้รูับปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตช้นสัูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 125 อนุปริญญาและประกาศนียบัตร และอาจกําหนดให้มีครุยประจําตําแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย หรือกรรมการสภามหาวิทยาลัย ครุยประจําตําแหน่งผ้บริหารูและครุยประจําตําแหน่งคณาจารย์ ของมหาวิทยาลัยก็ได้ การกําหนดลักษณะชนิด ประเภทและส่วนประกอบของครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ และครุยประจําตําแหน่ง ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ครุยวิทยาฐานะ เข็มวิทยะฐานะ และครุยประจําตําแหน ่งจะใช้ในโอกาสใด โดยมีเงื่อนไขอย่างใดให้เป็นไปตามข้อบังคับของมหาวิทยาลัย มาตรา 61 สภามหาวิทยาลัยอาจกําหนดให้มีตราสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของมหาวิทยาลัย ได้โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา มาตรา 62 สภามหาวิทยาลัยอาจออกข้อบังคับให้มีเครื่องแบบ เครื่องหมาย และเครื่องแต่งกาย นักศึกษาได้ โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา หมวด 7 บทกําหนดโทษ ------------------ มาตรา 63 ผ้ใดใช้ตราูสัญลักษณ์ ครุยวิทยฐานะ เข็มวิทยฐานะ ครุยประจําตําแหน่ง เครื่องแบบ เครื่องหมาย หรือเครื่องแต่งกายนักศึกษาของมหาวิทยาลัย โดยไม่มีสิทธิที่จะใช้ หรือ แสดงด้วยประการใด ๆว่า ตนมีตําแหน่งใดในมหาวิทยาลัยหรือมีปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตช้นสัูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต อนุปริญญา ประกาศนียบัตรของมหาวิทยาลัย โดยที่ตนไม่มี ถ้าได้กระทํา เพื่อให้บุคคลอื่นเชื่อว่าตนมีสิทธิที่จะใช้หรือมีตําแหน่งหรือมีวิทยฐานะเช่นน้นั ต้องระวางโทษจําคุก ไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินห้าหมื่นบาท หรือท้งจั ําท้งปร ั ับ มาตรา 64 ผ้ใดู (1) ปลอม หรือทําเลียนแบบซึ่งตราสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของมหาวิทยาลัย หรือส่วนราชการหรือหน่วยงานของมหาวิทยาลัยไม่ว่าจะทําเป็นสีใด หรือทําด้วยวิธีใด ๆ (2)ใช้ตราสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของมหาวิทยาลัยหรือส่วนราชการหรือ หน่วยงานของมหาวิทยาลัยปลอม หรือซึ่งทําเลียนแบบ หรือ (3)ใช้หรือทําให้ปรากฎซึ่งตราสัญลักษณ์ หรือเครื่องหมายของมหาวิทยาลัย หรือส่วนราชการหรือหน่วยงานของมหาวิทยาลัยที่วัตถุหรือสินค้าใด ๆ โดยไม ่ได้รับอนุญาตจาก มหาวิทยาลัย ต้องระวางโทษจําคุกไม ่เก ินหนึ ่งปี หรือปรับไม ่เก ินหนึ่งแสนบาท หรือ ท้งจั ําท้งปร ั ับ


126 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ ถ้าผ้กระทูําความผิดตาม (1) เป็นผ้กระทูําความผิดตาม (2) ด้วย ให้ลงโทษ ตาม (2) แต่กระทงเดียว ความผิดตาม (3) เป็นความผิดอันยอมความได้ บทเฉพาะกาล ------------------ มาตรา 65 ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิท้งปวง ั หนี้สิน ข้าราชการ ลูกจ้าง อัตรากําลัง เงินงบประมาณและรายได้ของสํานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเฉพาะส่วนของสํานักงานสภา สถาบันราชภัฏไปเป็นของมหาวิทยาลัยราชภัฏแต ่ละแห่งตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี ้ ตามรายการ ที่รัฐมนตรีกําหนด โดยทําเป็นประกาศกระทรวง ซึ่งจะต้องดําเนินการให ้เสร็จสิ ้นภายในหกส ิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ข้าราชการซึ่งโอนไปตามวรรคหนึ่งเป็นข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษาโดยในระยะเริ่มแรก ให้ข้าราชการ ดังกล่าวยังคงดํารงตําแหน่งและรับเงินเดือน ตลอดจนได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดิมต่อไป จนกว่าจะ ได้รับแต่งต้งให้ด ั ํารงตําแหน่งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา มาตรา 66 ให้ผ้ดูํารงตําแหน่งนายสภาประจําสถาบันราชภัฏและกรรมการสภาประจํา สถาบันราชภัฏตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ.2538 อย่ในวูันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่นายกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ต่อไป จนกว่าจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งต้งนายกสภามหาวิทยาล ั ัย กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผ้ทรงคู ุณวุฒิและมีการเลือกกรรมการสภามหาวิทยาลัยตามพระราชบัญญัตินี้ขึ้นใหม่ ท้งนี้ ั ต้องไม่เกิน หนึ่งร้อยแปดสิบวัน นับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา 67 ให้ส่วนราชการของสถาบันราชภัฏตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ยังคงเป็นส่วนราชการต่อไป จนกว่าจะมีการแบ่งส่วนราชการตามพระราชบัญญัตินี้ ท้งนี้ ั ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มาตรา 68 ให้ผ้ดูํารงตําแหน่งอธิการบดี คณบดี ผ้อูํานวยการสํานักงานอธิการบดี ผ้อูํานวยการสํานักวิจัย หัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะ เทียบเท่าคณะตามพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 อย่ในวูันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ปฏิบัติหน้าที่ในตําแหน่งอธิการบดี คณบดี ผ้อูํานวยการสํานักงานอธิการบดี ผ้อูํานวยการสํานักวิจัย หัวหน้าส่วนราชการหรือหัวหน้าหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีฐานะเทียบเท่าคณะตาม พระราชบัญญัตินี้ต่อไป ท้งนี้ ั ต้องไม่เกินหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 127 ให้ผ้ดูํารงตําแหน่งรองหรือผ้ช่วยของผู้ดูํารงตําแหน่งตามวรรคหนึ่ง ปฏิบัติ หน้าที่ในตําแหน่งต่อไปจนกว่าผ้ดูํารงตําแหน่งตามวรรคหนึ่งจะพ้นจากตําแหน่ง ให้ผ้ปฏิบ ูัติหน้าที่ในตําแหน่งตามวรรคหนึ่งดําเนินการให้มีคณะกรรมการประจํา ส่วนราชการตามมาตรา 41 วรรคสองแล้วแต่กรณี ภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ มาตรา 69 ให้ผ้ซึู่งเป็นศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์รองศาสตราจารย์ พิเศษ ผ้ช่วยศาสตราจารย์ูผ้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษูและอาจารย์ประจําของสถาบันราชภัฏแต่ละแห่ง อย่ในวูันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ มีฐานะเป็นศาสตราจารย์ ศาสตราจารย์พิเศษ รองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผ้ช่วยศาสตราจารย์ูผ้ช่วยศาสตราจารย์พิเศษูและอาจารย์ประจําของ มหาวิทยาลัยแต่ละแห่งต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ผ้ซึู่งเป็นอ าจ า รย์พิเศษ ขอ งสถ าบันราชภัฏแต่ล ะ แห่ งอย่ในวูันที่ พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นอาจารย์พิเศษของมหาวิทยาลัยแต่ละแห่งต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้ จนครบกําหนดที่ได้รับแต่งต้งั มาตรา 70 ในระหว่างที่ยังไม่มีกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศและข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ออกใช้บังคับ ให้นํากฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศและข้อบังคับ ซึ่งออกตาม ความในพระราชบัญญัติสถาบันราชภัฏ พ.ศ. 2538 ที่ใช้อย่ในวูันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับมาใช้ บังคับโดยอนุโลมเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ผ้รูับสนองพระบรมราชโองการ พันตํารวจโท ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษา แห ่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัต ิให ้สถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษาระดับปริญญาเป็นนิติบุคคล และอาจจัดเป็นส่วน ราชการหรือเป็นหน่วยงานในกํากับของรัฐ ดําเน ินการได้โดยอ ิสระ สามารถพัฒนาระบบบริหาร และการจัดการที่ เป็นของตนเอง มีความคล่องตัว มีเสรีภาพทางวิชาการ และอยู่ภายใต้การกํากับดูแลของสถานศึกษา ตามกฎหมาย ว่าด้วยการจัดตั้งสถานศึกษานั้นๆ ดังนั้น สมควรกําหนดให้สถาบันราชภัฏเป็นสถานศึกษาของรัฐที่จัดการศึกษา ระดับปริญญาและเป็นนิติบุคคล โดยมีฐานะเป็นมหาวิทยาลัยราชภัฏเพื่อทําหน้าที่เป็นสถาบันอุดมศึกษาเพื่อการ พัฒนาท้องถิ่น โดยมีวัตถุประสงค์และภาระหน้าที่ในการส ่งเสริมการเป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มุ่งสู่ความเป็นเลิศทาง วิชาการบนพื้นฐานของ ภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาไทยและภูมิปัญญาสากล เพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้ สร้างบัณฑ ิตที่มีความรู้ คู่ความดี สร้างสํานึกในคุณค่าของวัฒนธรรมท้องถิ่นและของชาติ เสริมสร้างความเข้มแข็งของว ิชาชีพครูประสาน ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชนและองค์กรอื่นเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ศึกษาแสวงหาแนวทางพัฒนา เทคโนโลยีพื ้นบ้านและเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เหมาะสมกับการดํารงชีวิตและประกอบอาชีพของคนในท้องถิ่น รวมทั้งศึกษาส ่งเสริม สืบสานโครงการอันเนื่องมาจากแนวพระราชดําริ ทั้งนี้ โดยคํานึงถึงการมีส ่วนร่วม


128 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ ประชาชนในท้องถิ่นและสังคม สอดคล้องกับนโยบายการบริหารและการจัดการศึกษาของรัฐตามพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 จึงจําเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ ต 129


130 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเก ต ็


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ ต 131


132 ค่มือการศึกษาู ระดบบั ณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเก ต ็


ค่มือการศึกษาู ระดบบั ณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก ต ็ 133


134 ค่มือการศึกษาู ระดบบั ณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเก ต ็


ค่มือการศึกษาู ระดบบั ณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก ต ็ 135


136 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เรื่อง กําหนดอัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา หลักสตรครูศาสตรมหาบุัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรศึกษา และสาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา ...................................................................................................................................... อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 31 (2) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ พ.ศ. 2547 และระเบียบมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ว่าด้วยการรับและการจ่ายเงินในการจัดการศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษา ภาคพิเศษ พ.ศ. 2549 มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จึงกําหนดอัตราค่าธรรมเนียม การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตรศึกษา และ สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา ดังต่อไปนี้ ข้อที่ 1 หลักสูตรครุศาสตรมหาบัณฑิต อัตราค่าธรรมเนียมตลอดหลักสูตร 100,000 บาท 2 ปีการศึกษา (ครอบคลุม 6 ภาคเรียน) โดยเหมาจ่ายต่อภาคเรียน ดังนี้ - สาขาวิชาวิทยาศาสตรศึกษา และ สาขาวิชาคณิตศาสตรศึกษา ปีการศึกษาที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 25,000 บาท ภาคเรียนที่ 2 25,000 บาท ภาคฤดูร้อน อย่ระหว่างการสอบภาษาอูังกฤษ ปีการศึกษาที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 25,000 บาท ภาคเรียนที่ 2 25,000 บาท ภาคฤดูร้อน อย่ระหว่างการทูําวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระ ท้งนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการสม ั ัครสอบวัดความร้ด้านภาษาอูังกฤษ ค่าอบรม ภาษาอังกฤษ และ/หร ือค่าลงทะเบ ียนเร ียนภาษาอังกฤษ (กรณ ีที่ไม่ผ่านการสอบวัดความรู้) การศึกษาดูงานท้งในและต่างประเทศ ั ข้อ 2 ในกรณีที่นักศึกษาลงทะเบียนนอกเหนือจากแผนการเรียนที่มหาวิทยาลัยกําหนดให้ ชําระค่าธรรมเนียมการศึกษาแบบเหมาจ่าย ดังนี้ 2.1 กรณีที่ลงทะเบียนเรียนไม่เกิน 3 หน่วยกิต ให้ชําระค่าธรรมเนียมการศึกษาหนึ่งในสี่ ของค่าธรรมเนียมปกติ


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 137 2.2 กรณีที่ลงทะเบียนเรียนไม่เกิน 6 หน่วยกิต ให้ชําระค่าธรรมเนียมการศึกษา ครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมปกติ 2.3 กรณีที่ลงทะเบียนเรียนเกิน 6 หน่วยกิต ให้ชําระค่าธรรมเนียมการศึกษาเท่ากับ ค่าธรรมเนียมปกติ ข้อที่ 3 ในกรณีที่นักศึกษาที่เรียนรายวิชาครบตามหลักสูตรแล้ว แต่ยังไม่สําเร็จการศึกษา ภายใน 2 ปีการศึกษา จะต้องชําระค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษา ดังนี้ 3.1 กรณีนักศึกษาที่อย่ระหว่างการทูําวิทยานิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระ และสําเร็จ การศ ึกษาได้ภายในระยะเวลา 2 ป ีการศึกษา ตามที่หลักสูตรกําหนด นักศึกษาไม่ต้องชําระ ค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษา 3.2 กรณีนักศึกษาที่อย่ระหว่างการทูําวิทยานิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระ และไม่ สามารถสําเร็จการศึกษาได้ภายในระยะเวลา 2 ปีการศึกษา ตามที่หลักสูตรกําหนด นักศึกษาจะต้อง ชําระค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษา ภาคเรียนละ 3,000 บาท (สามพันบาทถ้วน) จนกว่าจะสําเร็จการศึกษา โดยต้องชําระเง ินค่ารักษาสภาพการเป็นนักศึกษาให้เสร็จสิ ้นก ่อนวันเริ่ม สอบปลายภาค หากไม่ได้ชําระเงินภายในกําหนด ให้ถือว่านักศึกษาผ้นู้นพ้นสภาพการเป ั ็นนักศึกษา ข้อ 4 การขอคืนสภาพการเป็นนักศึกษา เนื่องจากพ้นสภาพเพราะเหตุไม่ชําระค่าธรรมเนียม การศึกษา หรือค่าธรรมเนียมการรักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษา สามารถขอคืนสภาพการเป็น นักศึกษาได้ โดยยื่นแบบคําร ้องขอคืนสภาพการเป็นนักศึกษา และจะต้องชําระค่าธรรมเนียมการขอ คืนสภาพการเป็นนักศึกษา จํานวนเงิน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ข้อ 5 ให้ใช้ประกาศนี้ สําหรับนักศึกษาร่นป ีการศึกษาุ 2565 ต้งแต่ภาคเรียนที ั่ 2 ป ี การศึกษา 2565 เป็นต้นไป ประกาศ ณ วันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565 (ผ้ช่วยศาสตราจารย์ูดร.ธวัชชัย ทมทองุ ) รองอธิการบดี รกษาราชการแทนั อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเกต็


138 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ ประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เรื่อง อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ----------------------- โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เรื่อง อัตราค่าธรรมเนียม การศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา ภาคพิเศษ หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัล และหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต สาขาวิชาบริหารธุรกิจ และสาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ให้มีประสิทธิภาพ อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 31 (2) แห่งพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยราชภัฏ ภูเก็ต พ.ศ. 2547 และมติคณะกรรมการอํานวยการบัณฑิตศึกษาในการประชุมคร้งที ั่ 4/2564 เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้ ข้อที่ 1 ประกาศฉบับนี้ให้ใช้ต้งแต่ ั ภาคเรียนที่ 3 ปีการศึกษา 2564 เป็นต้นไป ข้อที่ 2 ให้ยกเลิกประกาศมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เรื่อง อัตราค่าธรรมเนียมการศึกษา ระดับบัณฑิตศึกษา ลงวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2564” บรรดาข้อความในประกาศอื่นใดที่มีอย่ก่อนประกาศนีู้ซึ่งมีข้อความที่ขัดหร ือแย้งกับ ความในประกาศนี้ ให้ใช้ประกาศนี้แทน ข้อที่ 3 หลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต อัตราค่าธรรมเนียมตลอดหลักสูตร 120,000 บาท 2 ปีการศึกษา ครอบคลุม 6 ภาคเรียน โดยเหมาจ่ายต่อภาคเรียน ดังนี้ - สาขาวิชาการบริหารธุรกิจ และ สาขาวิชาการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ปีการศึกษาที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 30,000 บาท ภาคเรียนที่ 2 30,000 บาท ภาคฤดูร้อน 30,000 บาท ปีการศึกษาที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 30,000 บาท ภาคเรียนที่ 2 อย่ระหว่างการทูําวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระ ภาคฤดูร้อน อย่ระหว่างการทูําวิทยานิพนธ์หรือการค้นคว้าอิสระ


ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต 139 ข้อที่ 4 หลักสูตรวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต อัตราค่าธรรมเนียมตลอดหลักสูตร 100,000 บาท 2 ปีการศึกษา ครอบคลุม 6 ภาคเรียน โดยเหมาจ่ายต่อภาคเรียน ดังนี้ - สาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัล ปีการศึกษาที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 25,000 บาท ภาคเรียนที่ 2 25,000 บาท ภาคฤดูร้อน อย่ระหว่างการสอบภาษาอูังกฤษ ปีการศึกษาที่ 2 ภาคเรียนที่ 1 25,000 บาท ภาคเรียนที่ 2 25,000 บาท ภาคฤดูร้อน อย่ระหว่างการทูําวิทยานิพนธ์หรือภาคนิพนธ์ ท้งนี้ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการสม ั ัครสอบวัดความร้ด้านภาษาอูังกฤษ ค่าอบรม ภาษาอังกฤษ และ/หร ือค่าลงทะเบ ียนเร ียนภาษาอังกฤษ (กรณ ีที่ไม่ผ่านการสอบวัดความรู้) การศึกษาดูงานท้งในและต่างประเทศ ั ข้อที่ 5 ในกรณีที่นักศึกษาลงทะเบียนนอกเหนือจากแผนการเรียนที่มหาวิทยาลัยกําหนด ให้ชําระค่าธรรมเนียมแบบเหมาจ่าย ดังนี้ 5.1 กรณีที่ลงทะเบียนเรียนไม่เกิน 3 หน่วยกิต ให้ชําระค่าธรรมเนียมการศึกษา หนึ่งในสี่ของค่าธรรมเนียมปกติ 5.2 กรณีที่ลงทะเบียนเรียนไม่เกิน 6 หน่วยกิต ให้ชําระค่าธรรมเนียมการศึกษา ครึ่งหนึ่งของค่าธรรมเนียมปกติ 5.3 กรณีที่ลงทะเบียนเรียนเกิน 9 หน่วยกิตให้ชําระเท่ากับค่าธรรมเนียมปกติ ข้อที่ 6 ในกรณีที่นักศึกษาที่เรียนรายวิชาครบตามหลักสูตรแล้ว แต่ยังไม่สําเร็จการศึกษา ภายใน 2 ปีการศึกษา จะต้องชําระค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษา ดังนี้ 6.1 กรณีนักศึกษาที่อย่ระหว่างการทูําวิทยานิพนธ์ ภาคนิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระ และสําเร็จการศึกษาได้ภายในระยะเวลา 2 ป ีการศึกษา ตามที่หลักสูตรกําหนด นักศึกษาไม่ต้อง ชําระค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษา 6.2 กรณีนักศึกษาที่อย่ระหว่างการทูําวิทยานิพนธ์ ภาคนิพนธ์ หรือการค้นคว้าอิสระ และไม่สามารถสําเร็จการศึกษาได้ภายในระยะเวลา 2 ปีการศึกษา ตามที่หลักสูตรกําหนด นักศึกษา จะต้องชําระค่าธรรมเนียมรักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษา ภาคเรียนละ 3,000 บาท (สามพันบาท ถ้วน) จนกว่าจะสําเร็จการศึกษา


140 ค่มือการศึกษาระดูับบณฑิตศึกษา ั มหาวิทยาลยราชภั ัฏภูเกต็ โดยต้องชําระเงินค่ารักษาสภาพการเป็นนักศึกษาให้เสร็จสิ้นก่อนวันเริ่มสอบปลายภาค หากไม่ได้ชําระเงินภายในกําหนด ให้ถือว่านักศึกษาผ้นู้นพ้นสภาพการเป ั ็นนักศึกษา ข้อที่ 7 การขอคืนสภาพการเป็นนักศึกษา เนื่องจากพ้นสภาพเพราะเหตุไม่ชําระ ค่าธรรมเนียมการศึกษา หรือค่าธรรมเนียมการรักษาสภาพการเป็นนักศึกษา สามารถขอคืนสภาพ การเป็นนักศึกษาได้ โดยยื่นแบบคําร้องขอคืนสภาพการเป็นนักศึกษา และจะต้องชําระค่าธรรมเนียม การขอคืนสภาพการเป็นนักศึกษา เป็นเงินจํานวน 1,000 บาท (หนึ่งพันบาทถ้วน) ประกาศ ณ วันที 15 ่มีนาคม พ.ศ. 2565 (ผ้ช่วยศาสตราจารย์ูดร.ธวัชชัย ทุมทอง) รองอธิการบดี รักษาราชการแทน อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต


2 0 2 3 Motivation Lively


Click to View FlipBook Version