The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิทยาศาสตร์ ป.4 หน่วยที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by potchana1212, 2019-10-15 04:44:44

หน่วยที่-1 จิ๊บ

วิทยาศาสตร์ ป.4 หน่วยที่ 1

99

2. คุณครูเปน็ ทีป่ รกึ ษาในการดาเนินกิจกรรม

ขั้นที่ 3 อธบิ ายและลงขอ้ สรุป (explanation)
1. ใหผ้ แู้ ทนนักเรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลการแลกเปล่ียนเรียนรูเ้ รอ่ื ง“สารวจค้นหาของเหลว” หน้า

ช้ันเรียน เพอ่ื เปรยี บเทยี บและตรวจสอบความถูกตอ้ ง
2. ให้นกั เรียนรว่ มกนั อภิปรายเกยี่ วกับผลการแลกเปล่ียนเรยี นร้เู รอ่ื ง“สารวจค้นหาของเหลว” จากนน้ั

ฝกึ ถามคาถามท่ีสงสัยด้วยการถามเพ่อื นโดยไมจ่ าเป็นตอ้ งถามครูอยา่ งเดียว

ข้ันที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ใหน้ ักเรียนทาแผนภาพความคิด “ของเหลว”
2. คุณครูเป็นทปี่ รกึ ษาในการดาเนินกจิ กรรม

ขั้นที่ 5 ประเมนิ (evaluation)
ครูประเมินการเรียนรู้ของนกั เรียน ดงั นี้ สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นขณะทางานร่วมกนั

สงั เกตการตอบคาถามของนกั เรียนในชัน้ เรียน ประเมนิ แผนภาพความคิด และประเมนิ ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี
21 โดยใชแ้ บบประเมินตามสภาพจริง

ชว่ั โมงที่ 3-4
ข้นั ที่ 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)

ครนู าเขา้ ส่บู ทเรยี นให้นกั เรยี นสังเกตก้อนนา้ ในแกว้ และถามว่า นักเรยี นคิดว่าน้ามีมวลหรือไม่ และ
จะหามวลของนา้ ได้อยา่ งไร และเรมิ่ กระบวนการจัดการเรยี นรู้โดยใชแ้ นวทางการสอนแบบ Problem Based
Learning (PBL) ขัน้ ตอน การสรา้ งปญั หา โดยการกาหนดปัญหาใหน้ ักเรียนคือ นกั เรียนจะสามารถหามวล
ของน้าไดอ้ ย่างไร

ขนั้ ท่ี 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
1. ใหน้ กั เรียนแบ่งกลมุ่ กล่มุ ละ 5 คน
2. ดาเนินการในขั้นตอน บรู ณาการเน้อื หา โดยใช้นักเรียนออกแบบการทดลองเพ่ือหามวลของนา้
3. คุณครูเปน็ ท่ปี รกึ ษาในการดาเนินกจิ กรรม

ขนั้ ที่ 3 อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (explanation)
1. ใหผ้ แู้ ทนนกั เรียนแตล่ ะกลุ่มนาเสนอการออกแบบการทดลองหามวลของน้า หนา้ ช้ันเรยี น เพอ่ื

เปรยี บเทียบและตรวจสอบความถูกต้อง
3. ให้นักเรยี นร่วมกันอภปิ รายเก่ียวกบั การออกแบบการทดลองหามวลของนา้ จากนัน้ ฝกึ ถามคาถาม

ท่สี งสัย ด้วยการถามเพอื่ นโดยไมจ่ าเป็นต้องถามครูอยา่ งเดยี ว

ขน้ั ที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ดาเนนิ การข้ันตอน การแก้ปญั หาเป็นกลมุ่ โดยให้นักเรียน ร่วมกนั บรู ณาการความรู้และนามา

ทดลองหามวลของน้า เพ่อื หาคาตอบในกิจกรรม ของเหลวมมี วลและต้องการที่อยหู่ รือไม่
2. คณุ ครูเป็นทีป่ รึกษาในการดาเนนิ กิจกรรม

100

ข้นั ท่ี 5 ประเมนิ (evaluation)
ครูประเมนิ การเรยี นรู้ของนกั เรยี น ดังนี้ สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนขณะทางานรว่ มกัน

สงั เกตการตอบคาถามของนักเรยี นในช้ันเรยี น ประเมินแผนภาพความคดิ และประเมนิ ทักษะแหง่ ศตวรรษที่
21 โดยใชแ้ บบประเมนิ ตามสภาพจรงิ

ชวั่ โมงท่ี 5-6
ขน้ั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)

ครูนาเขา้ สบู่ ทเรยี นใหน้ ักเรยี นสังเกตนา้ ในภาชนะทีแ่ ตกต่างกนั และถามคาถามนาวา่ นักเรียนคิดวา่
น้าในแตล่ ะภาชนะมีปรมิ าตรเทา่ กันหรอื ไม่ และเรม่ิ กระบวนการจัดการเรยี นรโู้ ดยใชแ้ นวทางการสอน ทานาย
สงั เกต และอธบิ าย Predict Observe Explain (POE) ในขั้นตอน Predict โดยใหน้ กั เรยี นทานายโดยการ
เรียงลาดบั ปริมาตรของนา้ จากมากไปหาน้อย

ขั้นที่ 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
1. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน จากน้นั ให้นกั เรยี นทากิจกรรม ของเหลวมปี รมิ าตร รูปรา่ งและ

ระดับผวิ หนา้ เป็นอยา่ งไร
2. ดาเนินการในขั้นตอน Observe โดยใช้นกั เรยี นทดลองและสงั เกตผลการทดลอง จากกิจกรรม

ของเหลวมีปริมาตร รปู รา่ งและระดับผวิ หนา้ เป็นอย่างไร
3. คุณครูเปน็ ทีป่ รึกษาในการดาเนินกจิ กรรม

ข้นั ที่ 3 อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ (explanation)
1. ดาเนินการในขัน้ ตอน Explain โดยให้นกั เรยี นรว่ มกันอธิบายผลการทดลองรว่ มกันในกลมุ่ และ

รว่ มกนั สรุปผลการทดลองของกลุ่มตนเอง
2. ให้ผแู้ ทนนักเรียนแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลการทากิจกรรม หนา้ ชัน้ เรียน เพ่ือเปรยี บเทยี บและ

ตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
3. ให้นักเรยี นรว่ มกันอภปิ รายเกย่ี วกับผลการทากิจกรรม จากนัน้ ฝึกถามคาถามทส่ี งสัย

ด้วยการถามเพอ่ื นโดยไม่จาเปน็ ตอ้ งถามครอู ยา่ งเดยี ว

ขน้ั ที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ใหน้ ักเรียนทาแผนผงั สรปุ ผลการทดลอง “ของเหลวมีปรมิ าตร รปู ร่างและระดบั ผิวหน้าเปน็

อย่างไร”
2. คุณครูเปน็ ท่ีปรึกษาในการดาเนนิ กิจกรรม

ขน้ั ที่ 5 ประเมนิ (evaluation)
ครปู ระเมนิ การเรียนรขู้ องนักเรยี น ดังนี้ สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นขณะทางานรว่ มกนั

สังเกตการตอบคาถามของนกั เรียนในช้นั เรยี น ประเมนิ แผนภาพความคิด และประเมินทักษะแห่งศตวรรษที่
21 โดยใชแ้ บบประเมินตามสภาพจริง

101

สื่อ/แหล่งการเรียนรู้

วัสดอุ ุปกรณ์ กจิ กรรม “ของเหลวมีมวลและต้องการทอ่ี ยหู่ รือไม่”
วสั ดอุ ุปกรณ์ กจิ กรรม “ของเหลวมีปริมาตร รูปร่างและระดับผิวหน้าเปน็ อย่างไร”

แบบประเมนิ การเรียนรู้

เกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมินการจดั กระทาและนาเสนอแผนภาพความคิด “ของเหลว”

ตัวชีว้ ัด ระดบั คะแนน

การจัดกระทาและ 4321
นาเสนอแผนภาพ
ความคิด “ของเหลว” จดั กระทาแผนภาพ จดั กระทาแผนภาพ จดั กระทาแผนภาพ จัดกระทาแผนภาพ

ความคดิ “ของเหลว” ความคิด “ของเหลว” ความคดิ “ของเหลว”ได้ ความคดิ “ของเหลว”

อย่างเป็นระบบ และ อย่างเป็นระบบ มกี าร มีการยกตวั อย่างเพมิ่ เตมิ อย่างไม่เปน็ ระบบ และ

นาเสนอด้วยแบบทช่ี ัดเจน จาแนกข้อมูลใหเ้ ห็น และนาเสนอดว้ ยแบบตา่ ง นาเสนอไม่ส่อื ความหมาย

ถูกตอ้ ง ครอบคลุมและมี ความสัมพนั ธ์ ๆ แตย่ ังไมค่ รอบคลมุ และไม่ชดั เจน

การเช่อื มโยงให้เหน็ และนาเสนอด้วยแบบท่ี

เปน็ ภาพรวม ครอบคลุม

102

เกณฑ์การใหค้ ะแนนแบบประเมินปฏิบัติการทดลองของนกั เรียน

ตวั ช้ีวดั 4 ระดับคะแนน 2 1
3

1. การทดลองตาม ทดลองตามวิธกี ารและขั้นตอนที่ ทดลองตามวธิ ีการและ ทดลองตามวิธกี ารและ ทดลองไม่ถูกต้องตามวิธกี าร

แผนท่ีกาหนด กาหนดไว้อย่างถกู ตอ้ งด้วยตนเอง ขนั้ ตอนท่กี าหนดไว้ดว้ ย ขัน้ ตอนทีก่ าหนดไว้ และขัน้ ตอนท่กี าหนดไว้

มีการปรบั ปรงุ แก้ไขเป็นระยะ ตนเอง มีการปรบั ปรุงแก้ไข โดยมคี รูหรอื ผอู้ ่นื เปน็ ไมม่ ีการปรบั ปรงุ แกไ้ ข

บ้าง ผ้แู นะนา

2. การใชอ้ ปุ กรณ์และ/ ใชอ้ ุปกรณ์และ/หรอื เครอ่ื งมือในการ ใช้อปุ กรณแ์ ละ/หรือเครือ่ งมอื ใช้อุปกรณ์และ/หรือเครอ่ื งมือ ใช้อปุ กรณ์และ/หรือเครื่องมือ

หรือเคร่อื งมอื ทดลองไดอ้ ยา่ งถูกต้องตามหลักการ ในการทดลองได้อย่างถูกต้อง ในการทดลองได้อย่างถกู ต้อง ในการทดลองไม่ถูกตอ้ ง และ

ปฏบิ ัติ และคลอ่ งแคลว่ ตามหลกั การปฏิบัติ โดยมคี รหู รือผอู้ ื่นเปน็ ไม่มคี วามคล่องแคล่วในการใช้

แตไ่ มค่ ล่องแคล่ว ผ้แู นะนา

3. การบันทกึ ผลการ บันทกึ ผลเป็นระยะอยา่ งถูกต้อง มี บันทึกผลเปน็ ระยะอยา่ ง บนั ทกึ ผลเป็นระยะ แตไ่ ม่เปน็ บันทึกผลไม่ครบ ไมม่ กี าร

ทดลอง ระเบยี บ มีการระบุหนว่ ย มกี าร ถูกต้อง มีระเบียบ มีการ ระเบยี บ ไม่มกี ารระบุหนว่ ย ระบหุ น่วย และไมเ่ ปน็ ไปตาม

อธิบายขอ้ มลู ใหเ้ หน็ ความเชอื่ มโยง ระบุหนว่ ย มีการอธบิ าย และไมม่ กี ารอธบิ ายข้อมูล การทดลอง

เปน็ ภาพรวม เป็นเหตุเปน็ ผล และ ขอ้ มลู ใหเ้ ห็นถึงความสัมพันธ์ ให้เห็นถงึ ความสมั พันธ์ของ

เป็นไปตามการทดลอง เปน็ ไปตามการทดลอง การทดลอง

4. การจดั กระทา จดั กระทาข้อมูลอย่างเปน็ ระบบ จัดกระทาขอ้ มูลอย่างเปน็ จัดกระทาขอ้ มูลอยา่ งเปน็ จัดกระทาข้อมูลอย่างไม่เปน็

ขอ้ มูลและการ มีการเชื่อมโยงให้เหน็ เปน็ ภาพรวม ระบบ มีการจาแนกขอ้ มลู ระบบ มกี ารยกตวั อย่าง ระบบ และมีการนาเสนอ

นาเสนอ และนาเสนอด้วยแบบตา่ ง ๆ อย่าง ให้เหน็ ความสมั พนั ธ์ เพ่มิ เตมิ ให้เข้าใจง่ายและ ไมส่ ือ่ ความหมาย

ชดั เจนถูกตอ้ ง นาเสนอดว้ ยแบบตา่ ง ๆ ได้ นาเสนอด้วยแบบตา่ ง ๆ แต่ และไมช่ ดั เจน

แต่ยงั ไม่ชดั เจน ยงั ไม่ชดั เจน และไม่ถกู ตอ้ ง

5. การสรุปผลการ สรปุ ผลการทดลองได้อยา่ งถกู ตอ้ ง สรุปผลการทดลองได้ถกู ตอ้ ง สรปุ ผลการทดลองได้ สรปุ ผลการทดลองตามความรู้

ทดลอง กระชบั ชัดเจน และครอบคลมุ แต่ยงั ไมค่ รอบคลมุ ขอ้ มูลจาก โดยมีครู หรอื ผูอ้ ื่นแนะนาบา้ ง ท่ีพอมีอยู่ โดยไม่ใชข้ ้อมลู จาก

ขอ้ มลู จากการวเิ คราะหท์ งั้ หมด การวเิ คราะหท์ งั้ หมด จงึ สามารถสรปุ ไดถ้ กู ตอ้ ง การทดลอง

6. การดแู ลและการ ดแู ลอุปกรณแ์ ละ/หรือเครื่องมือใน ดูแลอปุ กรณแ์ ละ/หรอื ดแู ลอุปกรณ์และ/หรือ ไม่ดูแลอปุ กรณ์และ/หรอื

เกบ็ การทดลองและมกี ารทาความ เคร่อื งมอื ในการทดลองและ เคร่อื งมือในการทดลอง เครื่องมือในการทดลองและ

อปุ กรณ์และ/หรอื สะอาดและเกบ็ อย่างถูกต้องตาม มีการทาความสะอาดอย่าง มีการทาความสะอาด ไมส่ นใจทาความสะอาด

เครื่องมือ หลกั การและแนะนาให้ผ้อู ่นื ดูแล ถูกต้อง แต่เกบ็ ไมถ่ ูกตอ้ ง แตเ่ ก็บไมถ่ ูกต้อง ต้องใหค้ รู รวมทัง้ เกบ็ ไม่ถกู ต้อง

และเก็บรกั ษาได้ถกู ต้อง หรือผูอ้ น่ื แนะนา

103

ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้าสถานศกึ ษาหรือผู้ทไ่ี ด้รับมอบหมาย

............................................................................................................................. .................................................
.............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ................................................

ลงชือ่ ..................................................................
(.................................................................)
ตาแหน่ง ................................................
วันที่.......เดือน........................พ.ศ. ..........

บนั ทึกหลังสอน

ผลการสอน

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

นักเรยี นเกิดทกั ษะใดบ้าง ทาเครอ่ื งหมาย  ในช่องวา่ งที่ตรงกบั สิง่ ที่ทาได้

 การสงั เกต  การวัด  การใชจ้ านวน  การจาแนกประเภท

การหาความสัมพนั ธร์ ะหว่าง  สเปซกบั สเปซ  สเปซกับเวลา

 การจัดกระทาและการสือ่ ความหมายข้อมูล  การพยากรณ์

 การลงความเห็นจากข้อมลู  การตัง้ สมมติฐาน  การกาหนดนิยามเชิงปฏิบัตกิ าร

 การกาหนดและควบคมุ ตวั แปร  การทดลอง  การตคี วามหมายและลงขอ้ สรปุ

 การสร้างแบบจาลอง

นกั เรยี นเกดิ ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ใดบ้าง ทาเคร่ืองหมาย  ในชอ่ งวา่ งท่ีตรงกบั ทักษะที่เกิด

 การสร้างสรรค์  การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ  การแกป้ ญั หา

 การสื่อสาร  ความรว่ มมือ  การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สาร

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................. ............

ลงช่อื ..................................................................
(.................................................................)
ตาแหน่ง ................................................
วันท่.ี ......เดอื น........................พ.ศ. ..........

104

หน่วยการเรยี นรู้ที่ 4 วัสดุและสสาร แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 7 สถานะของสาร (แกส๊ )
วิชาวทิ ยาศาสตร์ ว14101 ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 4
เวลา 3 ช่วั โมง ผสู้ อน พจนา กาญจนบรุ างกูร

มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบตั ิของสสารองค์ประกอบของสสารความสมั พันธ์ระหวา่ งสมบัติของสสารกับ
โครงสร้างและแรงยดึ เหนย่ี วระหว่างอนุภาคหลักและธรรมชาตขิ องการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสารการเกดิ
สารละลายและการเกดิ ปฏกิ ริ ยิ าเคมี

ตวั ช้วี ัด
ว 2.1 ป.4/3 เปรยี บเทียบสมบัติของสสารทั้ง3สถานะจากขอ้ มูลทไ่ี ดจ้ ากการสังเกตมวลการ

ตอ้ งการทอี่ ยรู่ ปู รา่ งและปรมิ าตรของสสาร
ว 2.1 ป.4/4 ใชเ้ ครอื่ งมอื เพอื่ วดั มวลและปริมาตรของสสารทั้ง3สถานะ

มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคานวณในการแก้ปัญหาท่พี บในชีวิตจรงิ อยา่ งเป็นข้ันตอนและเป็น
ระบบใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสอ่ื สารในการเรยี นรู้ การทางาน และการแก้ปญั หาได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
รเู้ ทา่ ทนั และมีจริยธรรม

ตัวชี้วัด
ว 4.2ป.4/1 ใชเ้ หตผุ ลเชิงตรรกะในการแกป้ ญั หา การอธิบายการทางาน การคาดการณผ์ ลลัพธ์ จาก

ปญั หาอยา่ งง่าย
ว 4.2ป.4/2 ออกแบบ และเขยี นโปรแกรมอยา่ งงา่ ย โดยใช้ซอฟตแ์ วร์ หรือสอื่ และตรวจหาข้อผิดพลาด

และแกไ้ ข
ว 4.2ป.4/3 ใช้อินเทอรเ์ นต็ ค้นหาความรู้ และประเมินความน่าเชือ่ ถือของข้อมลู
ว 4.2ป.4/4 รวบรวม ประเมิน นาเสนอข้อมลู และสารสนเทศ โดยใชซ้ อฟต์แวรท์ หี่ ลากหลาย เพื่อ

แก้ปัญหาในชวี ิตประจาวนั
ว 4.2ป.4/5 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภยั เขา้ ใจสิทธิและหน้าทีข่ องตน เคารพในสิทธิ

ของผอู้ ืน่ แจง้ ผเู้ กี่ยวข้องเม่อื พบข้อมูล หรอื บคุ คลท่ีไม่เหมาะสม

จุดประสงคก์ ารเรยี นรูส้ ตู่ ัวชว้ี ดั

1. มคี วามรเู้ กี่ยวกับสมบตั ขิ องสสารท้ัง3สถานะ (K)
2. เปรียบเทียบและทดลองสมบตั ขิ องสสารทง้ั 3สถานะจากขอ้ มูลทไี่ ดจ้ ากการสงั เกตมวลการ
ต้องการท่อี ยรู่ ปู ร่างและปริมาตรของสสาร (P)
3. เป็นคนชา่ งสังเกต ช่างคิด ชา่ งสงสัย และเป็นผทู้ ม่ี คี วามกระตอื รือรน้ ในการเสาะแสวงหาความรู้ (A)

สาระสาคญั

ผู้เรียนจะได้เรยี นรู้เกยี่ วกับ สมบัติของสสาร (แก๊ส) เปรียบเทยี บสมบตั ขิ องสสารท้ัง3สถานะจากขอ้ มลู
ที่ไดจ้ ากการสงั เกตมวลการต้องการท่อี ยรู่ ปู ร่างและปรมิ าตรของสสาร

105

สาระการเรยี นรู้

สสารโดยทว่ั ไปในธรรมชาติ มี 3 สถานะ ดังน้ี
1. ของแขง็ อนภุ าคจะอย่ชู ดิ กัน อนุภาคไม่สามารถเคลอ่ื นทไ่ี ด้ ทาให้แรงยดึ เหน่ียวอนุภาคสูงกว่าใน
สถานะอืน่ ของสารชนดิ เดียวกัน มีรปู รา่ งและปรมิ าตรท่ีคงท่แี น่นอน ไม่ข้นึ กับภาชนะท่ีบรรจุ ตวั อยา่ ง
ของสารทีม่ ีสถานะเปน็ ของแข็ง เชน่ เหลก็ อะลูมเิ นยี ม ทองแดง เงนิ เปน็ ตน้
2. ของเหลว อนุภาคอยูห่ า่ งกนั เล็กนอ้ ย ทาใหอ้ นภุ าคสามารถเคลื่อนท่ีได้ รปู ร่างไมแ่ นน่ อน เปล่ยี น
ตามภาชนะท่บี รรจุ แตป่ ริมาตรไมข่ น้ึ กบั ภาชนะ ตวั อย่างของสารทีม่ ีสถานะเป็นของเหลว เชน่ นา้
แอลกอฮอล์ โบรมีน เปน็ ตน้
3. แกส๊ อนภุ าคจะอยู่ห่างกนั แรงยึดเหนี่ยวมีค่านอ้ ย ทาใหเ้ คล่ือนทีไ่ ดม้ าก มีปรมิ าตรและรูปรา่ งตาม
ภาชนะทีบ่ รรจุ ตวั อย่างของสารทม่ี ีสถานะเป็นแกส๊ เช่น แก๊สออกซิเจน แกส๊ ไฮโดรเจน แกส๊
คารบ์ อนไดออกไซด์ แก๊สไนโตรเจน เปน็ ตน้

ทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21

1. การสร้างสรรค์
2. การคิดอย่างมีวิจารณญาณ
3. การสื่อสาร
4. การแก้ปญั หา
5. ความร่วมมอื
6. การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สาร

ชน้ิ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความร้)ู

แผนภาพความคิด “แกส๊ ”
แผนผงั สรปุ ผลการทดลอง “แกส๊ มีมวลและตอ้ งการท่ีอยหู่ รือไม่”
แผนผงั สรปุ ผลการทดลอง “แก๊สมีปรมิ าตรและรปู ร่างเปน็ อยา่ งไร”

การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ชว่ั โมงที่ 1
ขน้ั ท่ี 1 สร้างความสนใจ (engagement)

ครูนาเข้าสบู่ ทเรยี นโดยการสนทนาเกี่ยวกับแก๊สในชีวิตประจาวัน โดยการใหน้ กั เรียนช่วยกัน
ยกตัวอยา่ ง

ข้ันที่ 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
1. ให้นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ กล่มุ ละ 5 คน จากนน้ั ให้นกั เรียนทากิจกรรมสารวจคน้ หาแก๊ส และใหร้ ว่ มกนั

วเิ คราะห์ตามคาถามตอ่ ไปน้ี
- แกส๊ มสี มบัตอิ ะไรบา้ ง

106

- แก๊สในชวี ติ ประจาวันมอี ะไรบา้ ง
2. คุณครเู ปน็ ที่ปรกึ ษาในการดาเนินกจิ กรรม

ข้นั ที่ 3 อธิบายและลงขอ้ สรุป (explanation)
1. ใหผ้ แู้ ทนนักเรียนแต่ละกลุม่ นาเสนอผลการแลกเปล่ยี นเรยี นรเู้ ร่อื ง“สารวจค้นหาแกส๊ ” หนา้ ชน้ั

เรียน เพื่อเปรียบเทียบและตรวจสอบความถกู ต้อง
2. ใหน้ ักเรียนร่วมกันอภปิ รายเก่ียวกบั ผลการแลกเปลี่ยนเรียนรเู้ รื่อง“สารวจคน้ หาแกส๊ ” จากนนั้ ฝึก

ถามคาถามทีส่ งสยั ดว้ ยการถามเพือ่ นโดยไมจ่ าเป็นต้องถามครูอยา่ งเดียว

ข้นั ที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ใหน้ ักเรียนทาแผนภาพความคิด “แก๊ส”
2. คุณครเู ปน็ ที่ปรกึ ษาในการดาเนนิ กิจกรรม

ขั้นที่ 5 ประเมิน (evaluation)
ครปู ระเมินการเรยี นรขู้ องนักเรยี น ดงั น้ี สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนขณะทางานร่วมกนั

สงั เกตการตอบคาถามของนกั เรยี นในช้ันเรยี น ประเมนิ แผนภาพความคดิ และประเมินทักษะแห่งศตวรรษที่
21 โดยใชแ้ บบประเมนิ ตามสภาพจรงิ

ชว่ั โมงท่ี 2
ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ (engagement)

ครนู าเขา้ สูบ่ ทเรยี นใหน้ ักเรียนโดยการสนทนาเกี่ยวกับสสารสถานะแกส๊ และเร่มิ กระบวนการจัดการ
เรยี นรโู้ ดยใชแ้ นวทางการสอน ทานาย สังเกต และอธิบาย Predict Observe Explain (POE) ในขั้นตอน
Predict โดยใหน้ ักเรียนทานายวา่ แก๊สมมี วล และตอ้ งการที่อยู่หรอื ไม่

ขัน้ ที่ 2 สารวจและค้นหา (exploration)
1. ใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุม่ กล่มุ ละ 5 คน จากนน้ั ให้นกั เรยี นทากิจกรรม แกส๊ มมี วลและต้องการที่อยู่

หรือไม่
2. ดาเนนิ การในขน้ั ตอน Observe โดยใชน้ ักเรียนทดลองและสงั เกตผลการทดลอง จากกจิ กรรม

แกส๊ มีมวลและต้องการทอ่ี ยหู่ รือไม่
3. คุณครเู ป็นทปี่ รกึ ษาในการดาเนินกจิ กรรม

ข้ันท่ี 3 อธิบายและลงข้อสรุป (explanation)
1. ดาเนินการในขัน้ ตอน Explain โดยใหน้ กั เรยี นรว่ มกันอธิบายผลการทดลองร่วมกนั ในกลุม่ และ

รว่ มกนั สรปุ ผลการทดลองของกลมุ่ ตนเอง
2. ใหผ้ ูแ้ ทนนกั เรียนแต่ละกลุม่ นาเสนอผลการทากิจกรรม หน้าชน้ั เรียน เพ่ือเปรียบเทียบและ

ตรวจสอบความถูกต้อง
3. ให้นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายเกยี่ วกับผลการทากจิ กรรม จากนัน้ ฝึกถามคาถามทสี่ งสัย

ด้วยการถามเพ่อื นโดยไมจ่ าเป็นตอ้ งถามครูอย่างเดียว

107

ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ใหน้ ักเรยี นทาแผนผงั สรปุ ผลการทดลอง “แกส๊ มมี วลและต้องการท่ีอยหู่ รือไม่”
2. คุณครเู ป็นทป่ี รึกษาในการดาเนนิ กจิ กรรม

ขัน้ ที่ 5 ประเมิน (evaluation)
ครูประเมนิ การเรียนรูข้ องนักเรียน ดงั นี้ สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนขณะทางานรว่ มกัน

สงั เกตการตอบคาถามของนกั เรียนในช้นั เรยี น ประเมินแผนภาพความคิด และประเมินทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่
21 โดยใช้แบบประเมินตามสภาพจริง
ชั่วโมงท่ี 3
ข้นั ท่ี 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)

ครนู าเขา้ สู่บทเรียนใหน้ ักเรียนโดยการสนทนาเก่ยี วกบั มวลและการตอ้ งการทอ่ี ย่ขู องแกส๊ จากชัว่ โมงท่ี
ผา่ นมา สารสถานะแก๊ส และเรมิ่ กระบวนการจดั การเรยี นร้โู ดยใชแ้ นวทางการสอน ทานาย สังเกต และอธบิ าย
Predict Observe Explain (POE) ในขน้ั ตอน Predict โดยให้นักเรยี นทานายวา่ แก๊สจะมีปริมาตรและรูปร่าง
เป็นอย่างไร
ขั้นที่ 2 สารวจและค้นหา (exploration)

1. ใหน้ ักเรยี นแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 5 คน จากน้ันใหน้ ักเรยี นทากจิ กรรม แก๊สมีปริมาตรและรูปร่างเปน็
อย่างไร

2. ดาเนนิ การในขั้นตอน Observe โดยใชน้ กั เรียนทดลองและสงั เกตผลการทดลอง จากกิจกรรม
แกส๊ มปี ริมาตรและรปู รา่ งเปน็ อยา่ งไร

3. คณุ ครเู ป็นท่ปี รึกษาในการดาเนินกจิ กรรม
ขน้ั ที่ 3 อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)

1. ดาเนินการในขน้ั ตอน Explain โดยให้นักเรยี นร่วมกนั อธิบายผลการทดลองร่วมกนั ในกลุม่ และ
รว่ มกันสรุปผลการทดลองของกลุ่มตนเอง

2. ใหผ้ ูแ้ ทนนกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลการทากจิ กรรม หนา้ ชัน้ เรยี น เพ่อื เปรยี บเทียบและ
ตรวจสอบความถูกต้อง

3. ใหน้ กั เรียนร่วมกนั อภปิ รายเกี่ยวกบั ผลการทากิจกรรม จากน้ันฝึกถามคาถามที่สงสยั
ดว้ ยการถามเพือ่ นโดยไมจ่ าเป็นตอ้ งถามครอู ยา่ งเดยี ว

ขั้นที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ใหน้ กั เรยี นทาแผนผงั สรปุ ผลการทดลอง “แก๊สมีปรมิ าตรและรปู รา่ งเป็นอยา่ งไร”
2. คณุ ครเู ป็นที่ปรกึ ษาในการดาเนินกิจกรรม

ขั้นที่ 5 ประเมนิ (evaluation)
ครปู ระเมนิ การเรยี นรู้ของนักเรียน ดังนี้ สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนขณะทางานร่วมกนั

สังเกตการตอบคาถามของนกั เรยี นในชั้นเรียน ประเมินแผนภาพความคิด และประเมนิ ทกั ษะแห่งศตวรรษที่
21 โดยใช้แบบประเมนิ ตามสภาพจริง และมอบหมายงานให้นกั เรยี นสืบคน้ เกยี่ วกับตัวนาไฟฟ้า และ
ฉนวนไฟฟ้าในชวี ติ ประจาวนั

108

สอ่ื /แหลง่ การเรียนรู้

วสั ดุอุปกรณ์ กจิ กรรม “แก๊สมีมวลและต้องการท่อี ยู่หรือไม่”
วัสดอุ ุปกรณ์ กิจกรรม “แกส๊ มปี ริมาตรและรปู รา่ งเป็นอย่างไร”

แบบประเมนิ การเรียนรู้

เกณฑก์ ารให้คะแนนแบบประเมินการจัดกระทาและนาเสนอแผนภาพความคิด “แกส๊ ”

ตัวชว้ี ัด 4 ระดบั คะแนน 1
32

การจดั กระทาและ จัดกระทาแผนภาพ จัดกระทาแผนภาพ จดั กระทาแผนภาพ จดั กระทาแผนภาพ

นาเสนอแผนภาพ ความคดิ “แกส๊ ”อยา่ ง ความคิด “แก๊ส”อยา่ ง ความคิด “แกส๊ ”ได้ มีการ ความคิด “แก๊ส”อยา่ งไม่

ความคิด “แก๊ส” เปน็ ระบบ และนาเสนอ เปน็ ระบบ มีการจาแนก ยกตวั อยา่ งเพมิ่ เตมิ และ เป็นระบบ และนาเสนอไม่

ด้วยแบบที่ชดั เจน ถูกตอ้ ง ข้อมลู ให้เห็นความสัมพนั ธ์ นาเสนอด้วยแบบต่าง ๆ สอื่ ความหมาย และไม่

ครอบคลุมและมีการ และนาเสนอด้วยแบบที่ แตย่ ังไมค่ รอบคลมุ ชดั เจน

เช่ือมโยงให้เหน็ ครอบคลุม

เปน็ ภาพรวม

เกณฑก์ ารใหค้ ะแนนแบบประเมินปฏิบัติการทดลองของนักเรียน

ตวั ชวี้ ดั 4 ระดับคะแนน 2 1
3

1. การทดลองตาม ทดลองตามวธิ กี ารและข้นั ตอนที่ ทดลองตามวธิ ีการและ ทดลองตามวธิ ีการและ ทดลองไมถ่ ูกตอ้ งตามวิธีการ
ขน้ั ตอนทกี่ าหนดไว้ และข้ันตอนที่กาหนดไว้
แผนทีก่ าหนด กาหนดไว้อย่างถกู ตอ้ งด้วยตนเอง ข้ันตอนทกี่ าหนดไวด้ ว้ ย

มีการปรับปรงุ แก้ไขเปน็ ระยะ ตนเอง มีการปรบั ปรุงแก้ไข โดยมีครูหรอื ผูอ้ ่นื เปน็ ไม่มกี ารปรับปรุงแก้ไข
บา้ ง ผู้แนะนา

2. การใช้อปุ กรณ์และ/ ใชอ้ ุปกรณแ์ ละ/หรอื เครอ่ื งมือในการ ใชอ้ ุปกรณแ์ ละ/หรือเครือ่ งมือ ใชอ้ ปุ กรณ์และ/หรอื เคร่ืองมือ ใชอ้ ุปกรณแ์ ละ/หรือเคร่ืองมือ

หรือเคร่ืองมือ ทดลองไดอ้ ย่างถกู ตอ้ งตามหลกั การ ในการทดลองไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ในการทดลองไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ในการทดลองไมถ่ กู ต้อง และ

ปฏิบตั ิ และคลอ่ งแคล่ว ตามหลกั การปฏิบัติ โดยมีครูหรือผู้อ่นื เป็น ไมม่ คี วามคล่องแคล่วในการใช้

แต่ไมค่ ล่องแคล่ว ผูแ้ นะนา

3. การบันทึกผลการ บันทึกผลเป็นระยะอยา่ งถูกต้อง มี บันทกึ ผลเปน็ ระยะอยา่ ง บนั ทึกผลเป็นระยะ แตไ่ มเ่ ป็น บันทึกผลไม่ครบ ไมม่ ีการ
ทดลอง ระเบียบ ไมม่ กี ารระบหุ น่วย ระบุหน่วย และไมเ่ ป็นไปตาม
ระเบยี บ มีการระบุหน่วย มีการ ถกู ต้อง มีระเบยี บ มีการ และไม่มีการอธบิ ายข้อมูล การทดลอง
ให้เหน็ ถึงความสมั พันธข์ อง
อธบิ ายขอ้ มลู ใหเ้ ห็นความเชือ่ มโยง ระบหุ น่วย มกี ารอธบิ าย การทดลอง

เปน็ ภาพรวม เป็นเหตุเปน็ ผล และ ขอ้ มลู ใหเ้ ห็นถึงความสมั พนั ธ์

เปน็ ไปตามการทดลอง เป็นไปตามการทดลอง

4. การจดั กระทา จดั กระทาขอ้ มูลอย่างเป็นระบบ จดั กระทาขอ้ มูลอย่างเป็น จัดกระทาขอ้ มูลอยา่ งเป็น จดั กระทาขอ้ มลู อยา่ งไมเ่ ป็น

ข้อมลู และการ มกี ารเชื่อมโยงให้เหน็ เปน็ ภาพรวม ระบบ มกี ารจาแนกข้อมลู ระบบ มีการยกตัวอยา่ ง ระบบ และมีการนาเสนอ
นาเสนอ เพม่ิ เตมิ ให้เข้าใจง่ายและ ไมส่ อ่ื ความหมาย
และนาเสนอด้วยแบบต่าง ๆ อย่าง ใหเ้ หน็ ความสมั พันธ์ นาเสนอดว้ ยแบบตา่ ง ๆ แต่ และไมช่ ัดเจน
ยังไมช่ ัดเจน และไมถ่ กู ต้อง
ชดั เจนถกู ตอ้ ง นาเสนอด้วยแบบต่าง ๆ ได้

แต่ยงั ไม่ชัดเจน

5. การสรปุ ผลการ สรุปผลการทดลองได้อย่างถกู ตอ้ ง สรุปผลการทดลองได้ถกู ต้อง สรปุ ผลการทดลองได้ สรปุ ผลการทดลองตามความรู้

ทดลอง กระชับ ชัดเจน และครอบคลุม แต่ยังไม่ครอบคลุมข้อมลู จาก โดยมีครู หรอื ผู้อ่นื แนะนาบ้าง ทีพ่ อมีอยู่ โดยไม่ใช้ขอ้ มูลจาก

ขอ้ มลู จากการวเิ คราะหท์ ั้งหมด การวเิ คราะหท์ ้ังหมด จึงสามารถสรปุ ไดถ้ ูกตอ้ ง การทดลอง

6. การดูแลและการ ดูแลอปุ กรณแ์ ละ/หรอื เครือ่ งมือใน ดแู ลอุปกรณแ์ ละ/หรอื ดแู ลอุปกรณแ์ ละ/หรือ ไมด่ ูแลอุปกรณ์และ/หรอื
เก็บ การทดลองและมกี ารทาความ เครอื่ งมือในการทดลองและ เครอ่ื งมือในการทดลอง เครอ่ื งมอื ในการทดลองและ
สะอาดและเก็บอย่างถกู ต้องตาม มกี ารทาความสะอาดอยา่ ง มีการทาความสะอาด ไมส่ นใจทาความสะอาด
อุปกรณ์และ/หรือ หลกั การและแนะนาให้ผู้อืน่ ดูแล ถูกตอ้ ง แตเ่ ก็บไม่ถกู ตอ้ ง แต่เก็บไมถ่ ูกตอ้ ง ตอ้ งให้ครู รวมทง้ั เก็บไม่ถกู ตอ้ ง
เครอื่ งมือ และเก็บรกั ษาไดถ้ กู ตอ้ ง หรอื ผูอ้ น่ื แนะนา

109

ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้าสถานศกึ ษาหรอื ผู้ที่ได้รับมอบหมาย

............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. ................................................
.............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..................................................................
(.................................................................)
ตาแหนง่ ................................................
วันที่.......เดือน........................พ.ศ. ..........

บนั ทึกหลังสอน

ผลการสอน

............................................................................................................................. .................................................

..............................................................................................................................................................................

นักเรยี นเกิดทักษะใดบ้าง ทาเครอ่ื งหมาย  ในชอ่ งว่างทีต่ รงกับสิง่ ท่ที าได้

 การสงั เกต  การวัด  การใชจ้ านวน  การจาแนกประเภท

การหาความสัมพนั ธร์ ะหว่าง  สเปซกบั สเปซ  สเปซกบั เวลา

 การจัดกระทาและการสือ่ ความหมายข้อมลู  การพยากรณ์

 การลงความเห็นจากข้อมูล  การตัง้ สมมตฐิ าน  การกาหนดนยิ ามเชิงปฏิบตั กิ าร

 การกาหนดและควบคมุ ตวั แปร  การทดลอง  การตคี วามหมายและลงขอ้ สรุป

 การสร้างแบบจาลอง

นกั เรยี นเกดิ ทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ใดบา้ ง ทาเครื่องหมาย  ในชอ่ งว่างที่ตรงกบั ทักษะทเ่ี กดิ

 การสร้างสรรค์  การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ  การแกป้ ัญหา

 การสื่อสาร  ความร่วมมือ  การใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่อื สาร

ปญั หาและอุปสรรค
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ข้อเสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................................................................................................. ............

ลงช่อื ..................................................................
(.................................................................)
ตาแหนง่ ................................................
วันท.ี่ ......เดือน........................พ.ศ. ..........

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 110
โลกและอวกาศ
เวลา
หนว่ ยการ ชอื่ หนว่ ยการเรียนร/ู้ แผนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมง
เรียนรู้ท่ี
24
5 โลกและอวกาศ 8

บทท่ี 1 ดวงจันทร์ของเรา 2
แผนการจดั การเรียนรูท้ ี่ 1 เรอื่ ง การขนึ้ และตกและรปู ร่างของดวงจนั ทร์ 2
กจิ กรรมที่ 1.1 ดวงจันทร์มีการขึ้นและตกหรือไมอ่ ยา่ งไร 8
2
กิจกรรมที่ 1.2 ในแตล่ ะวันมองเหน็ ดวงจันทรม์ ีรูปร่างอย่างไร 2
สรุปผังมโนทศั นป์ ระจาบทที่ 1 ดวงจนั ทรข์ องเรา

แลกเปล่ียนเรยี นรู้ แบบฝึกหดั ทา้ ยบทที่ 1 ดวงจันทรข์ องเรา

บทท่ี 2 ระบบสุรยิ ะของเรา

แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 2 เรื่อง ระบบสุริยะ
กิจกรรมที่ 1 ระบบสรุ ยิ ะมีลักษณะอยา่ งไร

สรปุ ผังมโนทศั นป์ ระจาบทที่ 2 ระบบสรุ ิยะของเรา
แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ แบบฝกึ หดั ทา้ ยบทท่ี 2 ระบบสรุ ยิ ะของเรา

111

บรู ณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

ครู

ความพอประมาณ ความมเี หตุผล การมีภูมคิ มุ้ กนั ในตวั ท่ดี ี

1.ออกแบบการจดั กิจกรรม ตรงตาม 1.ออกแบบการเรียนรูส้ ง่ เสรมิ กระบวนการคิด 1. ศกึ ษาแนวทางการจัดการเรยี นรู้ลว่ งหน้า

ตวั ชว้ี ัด 2. ใช้เทคนิคการจดั การเรียนรทู้ ่หี ลากหลาย 2. จดั เตรยี มการวดั ผลประเมนิ ผล และแบบ

2. เลอื กสอื่ แหล่งเรียนรเู้ หมาะสม สงั เกตพฤติกรมนักเรยี น

3. วดั ผลประเมนิ ผลตรงตามเนือ้ หา

เงอื่ นไขความรู้ เงื่อนไขคุณธรรม

1. รู้จกั เทคนิคการสอนทสี่ ง่ เสริมกระบวนการคิด และนกั เรยี น 1. มคี วามขยนั เสียสละ และมุง่ มัน่ ในการจัดหาสอ่ื มาพัฒนานกั เรียน

สามารถเรยี นรไู้ ด้อยา่ งมีความสุข ให้บรรลุตามจดุ ประสงค์

2. มคี วามรู้เกย่ี วกบั โลกและอวกาศ ในเร่อื งการขึ้นตก,รปู ร่างของ 2. มีความอดทนเพอื่ พฒั นานักเรียนโดยใช้เทคนิคการสอนที่

ดวงจนั ทร์ และระบบสรุ ยิ ะ หลากหลาย

นักเรียน

ความพอประมาณ ความมีเหตผุ ล การมีภูมคิ ุ้มกนั ในตัวทด่ี ี

1. การใชเ้ วลาในการทากิจกรรม/ภาระงาน 1. ฝกึ กระบวนการทางานเปน็ กลุม่ 1. วางแผนการศึกษาใบงาน/ใบกิจกรรม

ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ทันเวลา 2. ฝกึ กระบวนการสงั เกต อธบิ าย ทกั ษะการ 2. นาความรเู้ รอ่ื งโลกและอวกาศ ไปปรับใช้

2. เลอื กสมาชิกกลมุ่ ไดเ้ หมาะสมกับเน้ือหาท่ี สบื เสาะหาความรู้ การจาแนกประเภท การลง ในชีวิตประจาวนั ได้

เรยี นและศักยภาพของตน ความเห็นจากข้อมูล และการทดลองต่างๆ

เง่อื นไขความรู้ เง่ือนไขคุณธรรม

1. มีความรู้เกยี่ วกบั โลกและอวกาศ ในเร่อื งการข้ึนตก,รปู รา่ งของดวง 1. มีความรับผดิ ชอบ และปฏิบตั ติ ามข้อตกลงของกลุ่ม

จันทร์ และระบบสุริยะ สามารถสรา้ ง จัดทาช้นิ งาน ผลงานและใบงาน 2. มสี ติ มสี มาธชิ ว่ ยเหลือกันในการทางานรว่ มกัน

ได้ตามวตั ถปุ ระสงค์

สง่ ผลต่อการพัฒนา 4 มิตใิ ห้ย่ังยืนยอมรับต่อการเปลย่ี นแปลงในยคุ โลกาภวิ ฒั น์

วัตถุ สังคม สงิ่ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม

ความรู้ (K) มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกยี่ วกับโลกและ มีความร้แู ละเข้าใจ มีความรแู้ ละเข้าใจ มคี วามรแู้ ละเข้าใจการ

อวกาศ ในเร่ืองการขึ้นตก,รูปร่างของดวง กระบวนการทางาน เกย่ี วกบั ชว่ ยเหลือ แบ่งบัน

จนั ทร์ และระบบสรุ ิยะ กลมุ่ ปรากฏการณ์ตา่ งๆ

ของโลกและอวกาศท่ี

เกิดข้นึ ใน

ชวี ิตประจาวัน

ทกั ษะ (P) สามารถสรา้ งชนิ้ งาน ผลงาน ใบงาน ทางานได้สาเรจ็ ตาม ใชแ้ หล่งเรียนร้โู ดยไม่ ช่วยเหลือ แบง่ บนั ซงึ่

แบบทดสอบเรือ่ งการข้นึ ตก,รูปรา่ งของ เปา้ หมาย ด้วย ทาลายสงิ่ แวดลอ้ ม กนั และกัน

ดวงจันทร์ และระบบสรุ ยิ ะ ได้ตรงตาม กระบวนการกล่มุ

วัตถปุ ระสงค์

คา่ นิยม (A) เหน็ ประโยชน์ของ การเรียนรู้โลกและ เหน็ คณุ ค่า และ เหน็ คุณคา่ ของการใช้ ปลูกฝังนสิ ยั การ

อวกาศ ในเร่อื งการข้นึ ตก,รูปร่างของดวง ภาคภมู ิใจในการ แหลง่ เรยี นรโู้ ดยไม่ ชว่ ยเหลือแบง่ บนั

จันทร์ และระบบสรุ ยิ ะ ทางานร่วมกนั ได้ ทาลายสิ่งแวดล้อม

สาเรจ็

112

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5 โลกและอวกาศ แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ 1 การขน้ึ ตกและรูปรา่ งของดวงจนั ทร์
วิชาวิทยาศาสตร์ ว14101 ช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 4
เวลา 8 ชว่ั โมง ผสู้ อน พจนา กาญจนบรุ างกรู

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 3.1 เขา้ ใจองค์ประกอบลักษณะกระบวนการเกิดและววิ ัฒนาการของเอกภพกาแล็กซีดาว
ฤกษแ์ ละระบบสุริยะรวมท้ังปฏสิ ัมพนั ธภ์ ายในระบบสรุ ิยะทสี่ ง่ ผลตอ่ ส่ิงมีชวี ิตและการประยกุ ต์ใช่
เทคโนโลยีอวกาศ

ตัวชี้วัด
ว 3.1ป.4/1 อธิบายแบบรูปเสน้ ทางการขนึ้ และตก ของดวงจนั ทร์ โดยใช้หลักฐานเชิงประจกั ษ์
ว 3.1ป.4/2 สรา้ งแบบจาลองทีอ่ ธิบายแบบรปู การเปลี่ยนแปลงรปู ร่างปรากฏของดวงจนั ทร์ และ

พยากรณ์รปู ร่างปรากฏของดวงจนั ทร์
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคดิ เชงิ คานวณในการแก้ปญั หาท่พี บในชีวิตจริงอยา่ งเปน็ ขั้นตอนและเป็น
ระบบใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารในการเรียนรู้ การทางาน และการแกป้ ัญหาได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ
รเู้ ท่าทัน และมจี ริยธรรม
ตัวชว้ี ดั

ว 4.2ป.4/1 ใชเ้ หตุผลเชิงตรรกะในการแกป้ ญั หา การอธิบายการทางาน การคาดการณ์ผลลัพธ์ จาก

ปญั หาอยา่ งงา่ ย
ว 4.2ป.4/2 ออกแบบ และเขยี นโปรแกรมอย่างง่าย โดยใช้ซอฟต์แวร์ หรือสอ่ื และตรวจหาข้อผิดพลาด

และแกไ้ ข
ว 4.2ป.4/3 ใชอ้ ินเทอรเ์ น็ตค้นหาความรู้ และประเมินความนา่ เชอื่ ถือของขอ้ มลู
ว 4.2ป.4/4 รวบรวม ประเมนิ นาเสนอข้อมูลและสารสนเทศ โดยใชซ้ อฟตแ์ วรท์ ี่หลากหลาย เพื่อ

แก้ปัญหาในชวี ติ ประจาวนั
ว 4.2ป.4/5 ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศอยา่ งปลอดภัย เข้าใจสทิ ธแิ ละหนา้ ทขี่ องตน เคารพในสทิ ธิ

ของผู้อื่น แจง้ ผ้เู กยี่ วข้องเมือ่ พบขอ้ มูล หรือบคุ คลท่ไี ม่เหมาะสม

จดุ ประสงค์การเรียนรสู้ ูต่ ัวชี้วดั

1. มีความร้เู กี่ยวกบั การขน้ึ และตก ของดวงจันทร์และการเปลยี่ นแปลงรูปรา่ งของดวงจนั ทร์ (K)
2. สามารถสรา้ งแบบจาลองที่อธิบายแบบรปู การเปล่ียนแปลงรปู ร่างปรากฏของดวงจันทร์ และ
พยากรณ์รูปร่างปรากฏของดวงจันทร์ (P)
3. เปน็ คนชา่ งสังเกต ช่างคดิ ชา่ งสงสัย และเป็นผู้ท่มี คี วามกระตอื รือร้นในการเสาะแสวงหาความรู้ (A)

สาระสาคัญ

การข้นึ และตก ของดวงจนั ทร์และการเปลยี่ นแปลงรปู รา่ งของดวงจนั ทร์อย่างตอ่ เน่ืองและคงท่ีเป็น
รูปแบบ

113

สาระการเรยี นรู้

ดวงจันทร์มีการโคจรไปรอบโลกจากทศิ ตะวนั ตกไปทศิ ตะวนั ออกซ่ึงเปน็ ทศิ ทางเดียวกนั กบั หมุนรอบ
ตวั เองของโลกแต่การหมุนรอบตัวเองของโลกกบั การโคจรของดวงจันทร์รอบโลกใช้เวลาไม่เท่ากนั คือดวงจันทร์
โคจรรอบโลกใชเ้ วลามากกวา่ จงึ ทาใหด้ วงจันทร์มาปรากฏให้เห็นตาแหน่งเดิมชา้ ลงทุกวนั จงึ ทาใหก้ ารขนึ้ และ
ตกของดวงจันทรเ์ ปลีย่ นแปลงไปทกุ วัน

ดวงจนั ทร์ข้นึ หมายถงึ ดวงจนั ทรม์ าปรากฏอยู่ ณ ขอบฟ้าทิศตะวันออกซ่ึงจะเป็นเวลาใดกไ็ ดไ้ ม่
จากดั วา่ ตอ้ งเป็นเวลากลางวนั หรือกลางคนื

สว่ นดวงจันทร์ตก หมายถึง ดวงจนั ทรม์ าปรากฏอยู่ ณ ขอบฟ้าทิศตะวันตกเวลาขน้ึ เวลาตก
การเปล่ยี นตาแหน่งและรูปรา่ งของดวงจนั ทร์ ในชว่ งข้างข้ึน รูปร่างจะปรากฏโตขนึ้ จากเป็นเสี้ยวเล็ก
ท่ีสดุ เมือ่ วันขนึ้ 1 ค่า ถึงโตท่สี ดุ เป็นรปู วงกลมหรอื จันทรเ์ พ็ญเมอื่ วันขึน้ 15 คา่ ท่ีเป็นเช่นนเ้ี พราะในแตล่ ะวัน
ดวงจันทรด์ า้ นสวา่ งท่หี ันมาทางโลกมขี นาดไม่เทา่ กนั สัดส่วนของด้านสว่างทีส่ ะท้อนแสงมาทางโลกมีขนาดโต
ข้ึนสาหรบั วนั ข้างข้นึ และมสี ดั สว่ นน้อยลงสาหรบั วนั ขา้ งแรม

ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21

1. การสรา้ งสรรค์
2. การคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
3. การส่ือสาร
4. การแกป้ ัญหา
5. ความรว่ มมอื
6. การใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศและการสื่อสาร

ชนิ้ งานหรอื ภาระงาน (หลักฐาน รอ่ งรอยแสดงความรู้)

ภาพจาลองความสมั พนั ธ์ระหว่างดวงอาทิตย์ โลก และดวงจันทร์
แผนผังสรปุ กจิ กรรม “ดวงจนั ทรม์ กี ารขนึ้ และตกหรือไม่ อยา่ งไร”
แบบจาลอง การเปลี่ยนแปลงรปู ร่างปรากฏของดวงจนั ทร์

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้

ชั่วโมงท่ี 1-2
ข้ันที่ 1 สรา้ งความสนใจ (engagement)

ครูนาเขา้ สู่บทเรยี นโดยการสนทนากบั นักเรยี น เก่ียวกบั ดวงจนั ทรใ์ นแตล่ ะคนื

ขั้นท่ี 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
1. ให้นักเรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน จากน้นั ใหน้ ักเรียนศกึ ษาใบความรู้“ดวงจันทร์” และร่วมกนั

แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อต่อไปน้ี
- ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ โลก มกี ารเคลื่อนทีส่ มั พนั ธ์กนั อย่างไร

114

- ดวงจันทร์ มีลกั ษณะเปน็ อยา่ งไร ฯลฯ
2. คุณครเู ป็นทปี่ รึกษาในการดาเนินกจิ กรรม
ขั้นท่ี 3 อธิบายและลงข้อสรปุ (explanation)
1. ให้ผแู้ ทนนักเรยี นแตล่ ะกลุ่มนาเสนอผลการทากจิ กรรม หนา้ ชนั้ เรยี น เพอื่ เปรยี บเทยี บและ
ตรวจสอบความถูกต้อง
2. ให้นกั เรยี นร่วมกันอภิปรายเกย่ี วกับผลการทากิจกรรม จากนน้ั ฝึกถามคาถามท่ีสงสัย
ดว้ ยการถามเพื่อนโดยไม่จาเป็นตอ้ งถามครูอยา่ งเดียว

ขัน้ ท่ี 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ให้นกั เรยี นทาภาพจาลองความสัมพันธ์ระหวา่ งดวงอาทติ ย์ โลก และดวงจันทร์
2. คณุ ครเู ปน็ ที่ปรกึ ษาในการดาเนินกจิ กรรม

ขนั้ ท่ี 5 ประเมิน (evaluation)
ครปู ระเมนิ การเรียนรขู้ องนักเรียน ดังน้ี สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นขณะทางานรว่ มกนั

สังเกตการตอบคาถามของนักเรยี นในชั้นเรยี น ประเมินแผนภาพความคิด และประเมนิ ทกั ษะแห่งศตวรรษที่
21 โดยใช้แบบประเมนิ ตามสภาพจรงิ และมอบหมายงานใหน้ ักเรยี นไปสบื ค้นและสังเกตการขน้ึ และตกของ
ดวงจนั ทร์ในแต่ละคนื

ชัว่ โมงท่ี 3-4
ขน้ั ที่ 1 สร้างความสนใจ (engagement)

ครนู าเขา้ สบู่ ทเรยี นโดยการถามคาถามนา วา่ นกั เรียนเคยสังเกตดวงจันทร์หรือไม่ วา่ มีการขึน้ และตก
หรือไม่ อยา่ งไร

ขน้ั ที่ 2 สารวจและคน้ หา (exploration)
1. ให้นักเรียนแบง่ กลุม่ กลุ่มละ 5 คน จากน้ันให้นักเรียนทากิจกรรม ดวงจนั ทร์มีการขนึ้ และตก

หรอื ไม่ อยา่ งไร
2. คณุ ครเู ป็นทปี่ รกึ ษาในการดาเนินกิจกรรม

ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation)
1. ใหผ้ แู้ ทนนกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นาเสนอผลการทากจิ กรรม หนา้ ช้นั เรยี น เพ่ือเปรียบเทยี บและ

ตรวจสอบความถูกต้อง
2. ให้นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายเกีย่ วกับผลการทากจิ กรรม จากนัน้ ฝกึ ถามคาถามท่สี งสยั

ด้วยการถามเพ่อื นโดยไม่จาเปน็ ตอ้ งถามครูอยา่ งเดียว

ขนั้ ที่ 4 ขยายความรู้ (elaboration)
1. ให้นกั เรียนทาแผนผงั สรปุ กจิ กรรม “ดวงจนั ทรม์ ีการขึ้นและตกหรือไม่ อยา่ งไร”
2. คณุ ครูเปน็ ที่ปรกึ ษาในการดาเนินกิจกรรม






















Click to View FlipBook Version