The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการแปลฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Setthawut Pasuan, 2026-02-26 00:07:44

คู่มือการแปลฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย

คู่มือการแปลฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย

45 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรบทที่ ๓ ๓๐๐ ตัวอย่างการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็ นภาษาไทยการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยนั้น เป็นการถอดความจากภาษาบาลีออกมาเป็นภาษาไทย โดยยึดหลักการแปลคัมภีร์ฎีกาเป็นต้นแบบ เพื่อสะดวกในการแปลคัมภีร์ฎีกาต่าง ๆ ซึ่งจะท�ำให้ผู้แปลสามารถน�ำไปเป็นตัวอย่างในการเทียบเคียงในการแปลคัมภีร์ฎีกาหรือคัมภีร์อื่น ๆ ได้ ในที่นี้ จักได้น�ำตัวอย่างการแปลฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยทั้ง ๓ ประเภท ได้แก่ ฎีกาพระวินัยปิฎก ฎีกาพระสุตตันตปิฎก และฎีกาพระอภิธรรมปิฎก มาแสดงไว้พอเป็นสังเขป ดังต่อไปนี้


46 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย๓.๑ สารัตถทีปนีฎีกา ภาค ๑สารัตถทีปนีฎีกา ภาค ๑: ฎีกาพระวินัยปิฎกนี้มีความนิยมในการแปลพอถือเป็นหลักได้ ตามตัวอย่างดังต่อไปนี้- โยติ อนิยมวจนํ. แปลว่า ค�ำว่า พระพุทธเจ้าพระองค์ใด (โย) เป็นค�ำแสดงความได้ไม่จ�ำกัด- อปฺปเมยฺยํ กาลนฺติ อจฺจนฺตสโยเค ํ อุปโยควจนํ “มาสมธีเต, ทิวสํ จรตี”ติอาทีสุ วิย.แปลว่า ค�ำว่า สิ้นกาลนับประมาณมิได้ (อปฺปเมยฺยํ กาลํ) เป็นทุติยาวิภัติ ใช้ในความหมายแห่งอัจจันตสังโยคะ เหมือนในค�ำเป็นต้นว่า “เรียนตลอดเดือน เที่ยวตลอดวัน(มาสมธิเต ทิวสํ จรติ)” - โลกหิตายาติ “อนมตคฺเค สสาเรํ วฏฺฏทุกฺเขนอจฺจนฺตปีฬิตํ สตฺตโลกํ ตมฺหา ทุกฺขโต โมเจตฺวานิพฺพานสุขภาคิยํ กริสฺสามี”ติ เอวํ สตฺตโลกสฺสหิตกรณตฺถายาติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า เพื่อประโยชน์แก่ชาวโลก (โลกหิตาย) ความว่าเพื่อกระท�ำประโยชน์แก่สัตว์โลกอย่างนี้ว่า “เราจักเปลื้องสัตว์โลก ผู้ถูกทุกข์ในวัฏฏะบีบคั้นแล้วติดต่อกัน ในสงสารอันมีเบื้องต้นและเบื้องปลายรู้ไม ่ได้ให้พ้นจากทุกข์นั้นแล้วกระท�ำให้มีส่วนแห่งความสุขคือพระนิพพาน”


47 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- นาโถติ โลกปฏิสรโณ, โลกสามี โลกนายโกติ วุตฺตํ โหติ.แปลว่า ค�ำว่า ผู้ทรงเป็นที่พึ่ง (นาโถ) ได้แก่ ผู้ทรงเป็นที่พึ่งของชาวโลก มีค�ำอธิบายที่ท่านกล่าวไว้ดังนี้ว่า “ผู้ทรงเป็นเจ้าของชาวโลก คือผู้ทรงเป็นผู้น�ำของชาวโลก” - ตตฺถ อสมฺพุธนฺติ ปุพฺพกาลกิริยานิทฺเทโส, ตสฺสอสมฺพุชฺฌนฺโต อปฺปฏิวิชฺฌนฺโตติ อตฺโถ, ยถาสภาวํ อปฺปฏิวิชฺฌนโตติ วุตฺตํ โหติ.แปลว่า บรรดาค�ำเหล่านั้น ศัพท์ว่า ไม่รู้ (อสมฺพุธํ) เป็นศัพท์แสดงถึงปุพพกาลกิริยา ศัพท์นั้นว่า ไม่รู้ (อสมฺพุธํ) มีความหมายว่า “ไม่รู้ คือไม่แทงตลอด” มีค�ำอธิบายที่ท่านกล่าวไว้ดังนี้ว่า “เพราะไม่แทงตลอดสภาวะตามความเป็นจริง\"- พุทฺธนิเสวิตนฺติ ตสฺส วิเสสนํ.แปลว่า ค�ำว่า ที่พระพุทธเจ้าทรงซ่องเสพแล้ว (พุทฺธนิเสวิตํ) เป็นวิเสสนะของศัพท์นั้นว่า ใด (ยํ)- ภวาภวนฺติ อปรกาลกิริยาย กมฺมนิทฺเทโส, ภวโตภวนฺติ อตฺโถ.แปลว่า ศัพท์ว่า สู่ภพน้อยภพใหญ่ (ภวาภวํ) เป็นศัพท์แสดงตัวกรรมของอปรกาลกิริยา อธิบายว่า จากภพ สู่ภพ


48 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- ชีวโลโกติ สตฺตโลโก. ชีวคฺคหเณน หิ สงฺขารภาชนโลกํ นิวตฺเตติ ตสฺส ภวาภวคมนาสมฺภวโต.นโม อตฺถูติ ปาเสโส ทฏฺพฺโพ.แปลว่า ค�ำว่า ชาวโลก (ชีวโลโก) ได้แก่ สัตวโลก จริงอยู่ พระพุทธโฆสาจารย์ย่อมห้ามสังขารโลกและภาชนโลกไว้ด้วยศัพท์ว่าชีวะ เพราะสังขารโลกและภาชนโลกนั้นไม่มีการไปสู่ภพน้อยภพใหญ่ บัณฑิตพึงเห็นปาฐะอันเหลือว่า ข้าพเจ้าขอนอบน้อม (นโม อตฺถุ)- อวินฺทิยํ วินฺทตีติ อวิชฺชา. ปูเรตุํ อยุตฺตฏฺเนกายทุจฺจริตาทิ อวินฺทิยํ นาม, อลทฺธพฺพนฺติ อตฺโถ.แปลว่า ธรรมชาติใดย่อมประสพสิ่งที่ไม่ควรประสพ เหตุนั้นธรรมชาตินั้น ชื่อว่าผู้ประสพสิ่งที่ไม่ควรประสพ (อวิชชา)ทุจริตมีกายทุจริตเป็นต้น ชื่อว่าสิ่งไม่ควรประสพ อธิบายว่า “สิ่งที่ไม่ควรจะได้” เพราะใช้ในความหมายว่าไม่ควรบ�ำเพ็ญ- ธมฺมวรสฺส ตสฺสาติ ปุพฺเพ อนิยมิตสฺส นิยมวจนํ.ตตฺถ ยถานุสิฏฺํ ปฏิปชฺชมาเน จตูสุ อปาเยสุอปตมาเน ธาเรตีติ ธมฺโม.แปลว่า ในค�ำว่า พระธรรมนั้น ซึ่งเป็นธรรมอันประเสริฐ (ธมฺมวรสฺส ตสฺส) นั้นมีวิเคราะห์ดังนี้:- สภาวะใดย่อมทรงไว้ซึ่งสัตว์ทั้งหลายผู้ปฏิบัติตามค�ำพร�่ำสอนมิให้ตกไปในอบายทั้ง ๔ เหตุนั้น สภาวะนั้น ชื่อว่าพระธรรม (ธมฺโม)


49 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- วิมุตฺติ จ วิมุตฺติาณฺ จ วิมุตฺติวิมุตฺติาณนฺติวตฺตพฺเพ เอกเทสสรูเปกเสสนเยน วิมุตฺติาณนฺติวุตฺตํ. อาทิ-สทฺทปริยาเยน ปภุติ-สทฺเทน วาวิมุตฺติคฺคหณํ เวทิตพฺพํ.แปลว่า เมื่อพระพุทธโฆสาจารย์ควรจะกล่าวว่า วิมุตติด้วย วิมุตติญาณด้วย ชื่อว่าวิมุตติและวิมุตติญาณ (วิมุตฺติวิมุตฺติาณํ) แต่ก็กล่าวว่า วิมุตติและวิมุตติญาณ (วิมุตฺติาณํ) ตามนัยแห่งสรูเปกเสสสมาสโดยเอกเทส บัณฑิตพึงทราบ วิมุตฺติ-ศัพท์ได้ โดยการบรรยายด้วยอาทิ-ศัพท์ หรือโดยปภูติ-ศัพท์- อริยานํ สํโฆ สมูโหติ อริยสํโฆ. อถ วา อริโย จโส ยถาวุตฺตนเยน สํโฆ จ ทิฏฺิสีลสามฺ เนสํหตภาวโตติ อริยสํโฆ, อฏฺ อริยปุคฺคลา. ตํ อริยสํฆํ.แปลว่า หมู่ คือประชุม แห่งพระอริยะทั้งหลาย เหตุนั้น จึงชื่อว่าหมู่แห่งพระอริยะ (อริยสํโฆ) อีกอย่างหนึ่ง พระอริยะด้วย พระอริยะนั้นชื่อว่าสงฆ์ โดยนัยตามที่กล่าวไว้แล้วด้วย เพราะเป็นผู้มั่นคงด้วยคุณเครื่องความเป็นสมณะคือทิฏฐิและศีล เหตุนั้น จึงชื่อว่าพระสงฆ์ผู้เป็นพระอริยะได้แก่พระอริยบุคคล ๘ จ�ำพวก ซึ่งพระอริยสงฆ์นั้น- ตตฺถ พุทฺธาทโย รติชนนฏฺเน รตนํ. เตสฺ หิ “อิติปิโส ภควา”ติอาทินา ยถาภูตคุเณ อาวชฺเชนฺตสฺสอมตาธิคมเหตุภูตํ อนปฺปกํ ปีติปาโมชฺชํ อุปฺปชฺชติ.


50 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยแปลว่า บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยในค�ำเหล่านั้น ดังต่อไปนี้:- พระอริยเจ้าทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ชื่อว่ารัตนะ (รตนํ) เพราะใช้ในความหมายว่าท�ำให้เกิดความยินดี เพราะว่าปีติและความปราโมทย์อันเป็นเหตุแห่งการบรรลุอมตธรรมมิใช่น้อย ย่อมเกิดขึ้นแก่บุคคลผู้นึกถึงคุณตามเป็นจริงทั้งหลาย โดยนัยมีอาทิว่า แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น- “ปุฺาภิสนฺทนฺติ ปุฺราสึ ปุฺปฺปวตฺตํ วา”ติมหาคณฺิปเท วุตฺต.ํ มชฺฌิมคณฺิปเท ปน จูฬคณฺิ-ปเท จ ปุฺาภิสนฺทนฺติ ปุฺาภินิสํสนฺติปิ อตฺโถวุตฺโต.แปลว่า พระเถระชาวเกาะสิงหลได้กล่าวไว้ในมหาคัณฐีบทว่า ค�ำว่าห้วงแห่งบุญ (ปุญฺาภิสนฺทํ) ได้แก่ กองแห่งบุญ ความเป็นไปแห่งบุญ ส่วนในคัณฐีบทของมัชฌิมนิกาย และในจูฬคัณฐีบทท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า ค�ำว่า ห้วงแห่งบุญ (ปุญฺญาภิสนฺทํ) ได้แก่ อานิสงส์แห่งบุญ ดังนี้บ้าง - ตสฺสานุภาเวนาติ ตสฺส ยถาวุตฺตสฺส ปุฺปฺ-ปวาหสฺส อานุภาเวน พเลน.แปลว่า ค�ำว่า ด้วยอานุภาพแห่งผลบุญนั้น (ตสฺสานุภาเวน) ได้แก่ ด้วยอานุภาพ คือด้วยก�ำลังแห่งความไหลไปแห่งบุญนั้น คือตามที่ได้กล่าวไว้แล้ว


51 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- ิเตติ ปาฬิโต จ อตฺถโต จ อนูนํ หุตฺวา ลชฺชี-ปุคฺคเลสุ ปวตฺตนฏฺเน ิเตติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ยังตั้งมั่นอยู่ (ฐิเต) ความว่า ชื่อว่ายังเป็นปิฎกที่ไม่บกพร่อง ทั้งโดยพระบาลี และโดยอรรถ ตั้งอยู่แล้วเพราะใช้ในความหมายว่าเป็นไปในลัชชีบุคคลทั้งหลาย- สาสนนฺติ อธิสีลอธิจิตฺตอธิปฺาสงฺขาตสิกฺขตฺตยสงฺคหิตํ สาสนํ.แปลว่า ค�ำว่า ศาสนา (สาสนํ) ได้แก่ ค�ำสอนอันประกอบด้วยสิกขา ๓ ประการ คือ อธิศีลสิกขา อธิจิตสิกขา และอธิปัญญาสิกขา - อสมฺมิสฺสนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, นิกายนฺตรลทฺธีหิอสมฺมิสฺสํ กตฺวา อนากุลํ กตฺวา วณฺณยิสฺสนฺติ วุตฺตํ โหติ.แปลว่า ศัพท์ว่า มิให้เจือปน (อสมฺมิสฺสํ) เป็นศัพท์แสดงภาวะนปุงสกลิงก์ มีค�ำอธิบายที่ท่านกล่าวไว้ดังนี้ว่า “ข้าพเจ้าจักพรรณนากระท�ำมิให้เจือปนด้วยนิกายและลัทธิอื่น ๆ คือกระท�ำมิให้อากูล”- วิชฺชาติ ติสฺโส วิชฺชา, อฏฺ วิชฺชา วา.แปลว่า ค�ำว่า วิชชา (วิชฺชา) ได้แก่ วิชชา ๓ บ้าง หรือวิชชา๘ บ้าง


52 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- สทฺธมฺมสํวณฺณนโกวิเทหีติ ปิฏกตฺตยสงฺขาตสฺสสทฺธมฺมสฺส สํวณฺณเน สพฺพโส อตฺถปฺปกาสเนโกวิเทหิ เฉเกหิ, กุสเลหีติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ผู้ฉลาดในการสังวรรณนาพระสัทธรรม (สทฺธมฺมสํวณฺณนโกวิเทหิ) ความว่า ผู้ฉลาด คือผู้ช�ำนาญ ได้แก่ผู้เชี่ยวชาญ ในการสังวรรณนาพระสัทธรรมกล่าวคือพระไตรปิฎก ในการประกาศซึ่งเนื้อความโดยประการทั้งปวง- วินิจฺฉยํ สพฺพมเสสยิตฺวาติ ตํตํอฏฺกถาสุ วุตฺตํ สพฺพมฺปิ วินิจฺฉยํ อเสสยิตฺวา เสสํ อกตฺวา,กิฺ จิมตฺตมฺปิ อปริจฺจชิตฺวาติ วุตฺตํ โหติ.แปลว่า ค�ำว่า ไม่ทำวินิจฉัยทั้งหมดให้เหลือไว้ (วินิจฺฉยํ สพฺพมเสสยิตฺวา) ได้แก่ ไม่ท�ำข้อวินิจฉัยแม้ทั้งปวงที่ท่านกล่าวไว้ในอรรถกถานั้นๆ ให้เหลือไว้ คือไม่ท�ำให้หลงเหลือ มีค�ำอธิบายที่ท่านกล่าวไว้ดังนี้ว่า ไม่ละข้อวินิจฉัยแม้แต่เพียงนิดหน่อย - เตเนตํ วุจฺจตีติ ยสฺมา ววตฺถเปตพฺโพ, เตน เหตุนาเอตํ “วินโย นามา”ติอาทิกํ นิยามกวจนํ วุจฺจตีติอตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ด้วยเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวคำนี้ไว้ (เตเนตํ วุจฺจติ) ความว่า เพราะเหตุที่บัณฑิตพึงก�ำหนดพระวินัยนั้นเหตุนั้น ข้าพเจ้าจึงกล่าวค�ำนี้ คือค�ำเป็นเครื่องก�ำหนดมีอาทิว่า “ชื่อว่าพระวินัย”


53 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- นิทานโกสลฺลตฺถนฺติ นิททาติ เทสนํ เทสกาลาทิวเสนอวิทิตํ วิทิตํ กตฺวา นิทสฺเสตีติ นิทานํ, ตตฺถ โกสลฺลํ นิทานโกสลฺลํ, ตทตฺถนฺติ อตฺโถ.แปลว่า บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยในค�ำว่า เพื่อความฉลาดในนิทาน (นิทานโกสลฺลตฺถํ) ดังนี้:- ธรรมชาตใดย่อมแสดง คือย่อมชี้แจงเทศนาที่ยังไม่แจ่มแจ้งท�ำให้แจ่มแจ้ง ด้วยอ�ำนาจสถานที่และเวลาเป็นต้น เหตุนั้น ธรรมชาตนั้น ชื่อว่านิทานความเป็นผู้ฉลาด ในนิทานนั้น ชื่อว่าความเป็นผู้ฉลาดในนิทาน (นิทานโกสลฺลํ) อธิบายว่า เพื่อความเป็นผู้ฉลาดในนิทานนั้น - ปาวายาติ ปาวานครโต, ตตฺถ ปิณฺฑาย จริตฺวากุสินารํ คมิสฺสามีติ อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโนติ วุตฺตํ โหติ.แปลว่า ค�ำว่า จากกรุงปาวา (ปาวาย) ได้แก่ จากพระนครที่ชื่อว่าปาวา มีค�ำอธิบายที่ท่านกล่าวไว้ดังนี้ว่า พระมหากัสสปเถระได้เดินทางไกลด้วยคิดว่า เราเที่ยวบิณฑบาตในเมืองปาวานั้นแล้วจักไปสู่กรุงกุสินารา- เย สนฺธาย อิทํ วุตฺตนฺติ เย ภิกฺขู สนฺธาย อิทํ “อถ โข อายสฺมา”ติอาทิวจนํ สงฺคีติกฺขนฺธเกวุตฺตนฺติ อตฺโถ. แปลว่า ค�ำว่า ที่พระธรรมสังคาหกเถระกล่าวไว้ (เย สนฺธาย อิทํ วุตฺตํ) ความว่า พระธรรมสังคาหกเถระกล่าวค�ำเป็นต้นนี้


54 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยไว้ในสังคีติขันธกะว่า ครั้งนั้นแล ท่าน (อถ โข อายสฺมา)หมายเอาภิกษุเหล่าใด- เสยฺยถิทนฺติ ตํ กตมํ, ตํ กถนฺติ วา อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า อย่างไร (เสยฺยถิทํ) แปลว่า ข้อนั้นเป็นไฉน ? หรือแปลว่า ข้อนั้นเป็นอย่างไร ? - อตฺถโต สิทฺเธนาติ ปรภาเค สาริปุตฺตตฺเถรสฺสอุปฺปชฺชนกปริวิตกฺกสงฺขาตอตฺถโต สิทฺเธน. ปริวิตกฺเกหิ สิทฺเธ เยน สมเยน ปริวิตกฺโก อุทปาทีติ อิทํ อตฺถโต สิทฺธเมว โหติ.แปลว่า ค�ำว่า แต่มีความหมายตามเนื้อความ (อตฺถโต สิทฺเธน) ความว่า ที่ส�ำเร็จโดยใจความ กล่าวคือปริวิตกที่เกิดขึ้นแก่พระสารีบุตรเถระในภายหลัง จริงอยู่ เมื่อความปริวิตกส�ำเร็จแล้ว ค�ำนี้ว่า ความปริวิตกได้เกิดขึ้นแล้วโดยสมัยใดดังนี้ ก็ย่อมเป็นอันส�ำเร็จแล้วทีเดียวโดยใจความ - สมวาเยติ ปจฺจยสามคฺคิยํ, การณสมวาเยติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ในพร้อมเพรียง (สมวาเย) ได้แก่ ในความพร้อมเพรียงด้วยปัจจัย อธิบายว่า ในความพร้อมเพรียงแห่งเหตุ - ภทฺทาลีติ ตสฺส ภิกฺขุโน นามํ.แปลว่า ค�ำว่า ภัททาลิ (ภทฺทาลิ) เป็นชื่อของภิกษุนั้น- สมฺปรายิโกติ กมฺมกิเลสวเสน สมฺปเรตพฺพโตสมฺปาปุณิตพฺพโต สมฺปราโย, ปรโลโก. ตตฺถ นิยุตฺโตสมฺปรายิโก, ปรโลกตฺโถ.


55 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรแปลว่า ค�ำว่า ประโยชน์ในภายหน้า (สมฺปรายิโก) ความว่า ชื่อว่าสัมปรายะ เพราะพึงถึงด้วยดี คือพึงถึงโดยชอบ ด้วยอ�ำนาจกรรมและกิเลส ได้แก่ปรโลก ประโยชน์ที่ประกอบแล้วในสัมปรายะนั้น ชื่อว่าสมฺปรายิโก (ประโยชน์ที่ประกอบแล้วในสัมปรายะ) คือประโยชน์ในปรโลก - อจฺจนฺตเมวาติ อารมฺภโต ปฏฺาย ยาวเทสนานิฏฺาน,ํ ตาว อจฺจนฺตเมว, นิรนฺตรเมวาติอตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ติดต่อกันไปเลย (อจฺจนฺตเมว) ความว่า อย่างแท้จริงทีเดียว อธิบายว่า ไม่มีระหว่างทีเดียว จ�ำเดิมแต่เทศนาจนถึงเทศนาจบลง- ตทตฺถโชตนตฺถนฺติ อจฺจนฺตสํโยคตฺถทีปนตฺถํ อุปโยคนิทฺเทโส กโต ยถา มาสํ อชฺเฌตีติ.แปลว่า ค�ำว่า เพื่อขยายความนั้นให้ชัดเจน (ตทตฺถโชตนตฺถํ)ความว่า ท่านท�ำนิทเทสด้วยทุติยาวิภัตติ เพื่อจะแสดงเนื้อความให้ชัดเจน เหมือนค�ำว่า ย่อมเล่าเรียนตลอดเดือน(มาสํ อชฺเฌติ)- โปราณาติ อฏฺกถาจริยา.แปลว่า ค�ำว่า พระโบราณาจารย์ (โปราณา) ได้แก่ พระอรรถกถาจารย์ทั้งหลาย - อฺตรวิหารสมงฺคีปริทีปนนฺติ ยถาวุตฺตวิหาเรสุอฺตรวิหารสมงฺคีภาวปริทีปน.ํ


56 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยแปลว่า ค�ำว่า เป็นคำแสดงความเป็นผู้มีความพรั่งพร้อม ด้วยธรรมเครื่องอยู่อย่างใดอย่างหนึ่ง(อญฺตรวิหารสมงฺคี-ปริทีปนํ) ได้แก่ เป็นค�ำแสดงความเป็นผู้ทรงมีความพร้อมเพรียงด้วยวิหารธรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง บรรดาวิหารธรรมตามที่ได้กล่าวแล้ว - อิริยาปถสมาโยคปริทีปนนฺติ อิตรวิหารสมาโยคปริทีปนสฺส วิเสสวจนสฺส อภาวโต อิริยาปถสมาโยคปริทีปนสฺส จ อตฺถสิทฺธตฺตา วุตฺตํ.แปลว่า ค�ำว่า เป็นคำแสดงถึงการประกอบด้วยอิริยาบถ (อิริยาปถสมาโยคปริทีปนํ) ท่านกล่าวไว้ เพราะค�ำแสดงในการประกอบด้วยอิริยาบถ ได้ส�ำเร็จประโยชน์แล้ว เพราะไม่มีค�ำต่างที่แสดงถึง การประกอบด้วยวิหารธรรมนอกนี้ - ปาสาทิโกติ ปสาทาวโห, ปสาทชนโกติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า โปร่ง (ปาสาทิโก) ได้แก่ น�ำมาซึ่งความเลื่อมใสอธิบายว่า ท�ำให้เกิดความเลื่อมใส เชื่อมความว่า เหมือนกับกระท�ำความเป็นใหญ่ - ตตฺถาติ เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เวรฺ ชายํ วิหรติ นเฬรุปุจิมนฺทมูเลติ ยํ วุตฺตํ, ตตฺถ.แปลว่า ค�ำว่า ในคำนั้น (ตตฺถ) ความว่า ในค�ำที่ท่านพระอุบาลีกล่าวไว้ว่า โดยสมัยนั้น พระผู้มีพระภาคพุทธเจ้าประทับอยู่ ณควงไม้สะเดาที่นเฬรุยักษ์สิงอยู่ใกล้เมืองเวรัญชา ดังนี้


57 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- โคยูถานีติ โคมณฺฑลานิ.แปลว่า ค�ำว่า ฝูงโค (โคยูถานิ) ได้แก่ ฝูงโคทั้งหลาย- ปพฺพชิตานุคฺคหกรณนฺติ อุคฺคหปริปุจฺฉานํ กมฺมฏฺานานุ-โยคสฺส จ อนุรูปวสนฏฺานปริคฺคเหเนตฺถ ปพฺพชิตานํ อนุคฺคหกรณํ.แปลว่า ค�ำว่า การทรงอนุเคราะห์บรรพชิต (ปพฺพชิตานุคฺคหกรณํ) ความว่า ทรงกระท�ำการอนุเคราะห์บรรพชิตทั้งหลายในที่นี้ ด้วยการก�ำหนดสถานที่อยู่อันสมควรแก่การเรียน การสอบถาม และการประกอบเนือง ๆ ซึ่งพระกัมมัฏฐาน - กามสุขลฺลิกานุโยควิวชฺชนุปายทสฺสนนฺติ วตฺถุกาเมสุกิเลสกามสยุตฺตสฺสํ สุขสฺส โยโค อนุโยโค อนุภโว,ตสฺส ปริวชฺชเน อุปายทสฺสนํ.แปลว่า ค�ำว่า แสดงอุบายในการทรงเว้นจากกามสุขัลลิกานุโยค (กามสุขลฺลิกานุโยควิวชฺชนุปายทสฺสนํ) ความว่า การประกอบ คือ การตามประกอบ ได้แก่ การเสวยสุขอันประกอบด้วยกิเลสกาม ในวัตถุกามทั้งหลาย แสดงซึ่งอุบายในการเว้นซึ่งการตามประกอบซึ่งความสุขในกามนั้น- ธมฺมเทสนาย สอุสฺสาหภาโว ธมฺมเทสนาภิโยโค.แปลว่า การที่พระองค์ทรงมีความอุตสาหะในการแสดงพระธรรมเทศนา ชื่อว่าการทรงประกอบพระธรรมเทศนา (ธมฺมเทสนาภิโยโค)


58 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- นิรุปเลปนนฺติ อนุปเลปนํ อนลฺลียนํ.แปลว่า ค�ำว่า การไม่ทรงติดอยู่ (นิรุปเลปนํ) ได้แก่ ความไม่เข้าไปติดอยู่ คือ ความไม่ติดแน่น - อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชตีติ อิทํ ปน อุภยมฺปิวิปฺปกตวจนเมว.แปลว่า ก็ค�ำทั้งสองนี้ว่า เมื่อเกิดขึ้น ย่อมเกิดขึ้น (อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ) เป็นค�ำกล่าวค้างไว้เท่านั้น- พหุชนหิตายาติ มหาชนสฺส หิตตฺถาย อุปฺปชฺชติ.แปลว่า ค�ำว่า เพื่อเกื้อกูลแก่คนหมู่มาก (พหุชนหิตาย) ความว่าย่อมเสด็จอุบัติขึ้นเพื่อประโยชน์เกื้อกูลแก่มหาชน - พหุชนสุขายาติ มหาชนสฺส สุขตฺถาย อุปฺปชฺชติ.แปลว่า ค�ำว่า เพื่อสุขแก่คนหมู่มาก (พหุชนสุขาย) ความว่าย่อมเสด็จอุบัติขึ้นเพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชน - โลกานุกมฺปายาติ สตฺตโลกสฺส อนุกมฺปํ ปฏิจฺจอุปฺปชฺชติ.แปลว่า ค�ำว่า เพื่ออนุเคราะห์ชาวโลก (โลกานุกมฺปาย) ความว่าย่อมเสด็จอุบัติขึ้น เพราะอาศัยความเอ็นดูสัตว์โลก- เทวมนุสฺสานนฺติ น เกวลํ เทวมนุสฺสานเยว, ํอวเสสานํ นาคสุปณฺณาทีนมฺปิ อตฺถาย หิตายสุขาเยว อุปฺปนฺโน. สเหตุกปฏิสนฺธิเก ปน มคฺคผลสจฺฉิกิริยาย ภพฺเพ ปุคฺคเล ทสฺเสตุํ เอวํ วุตฺตํ.


59 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรตสฺมา เอเตสมฺปิ อตฺถตฺถาย หิตตฺถาย สุขตฺถาเยวอุปฺปนฺโนติ เวทิตพฺโพ.แปลว่า ค�ำว่า แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย (เทวมนุสฺสานํ) ความว่า ไม่ใช่แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลายอย่างเดียวเท่านั้นพระองค์เสด็จอุบัติเพื่อประโยชน์ เพื่อเกื้อกูล เพื่อความสุขนั่นเอง แม้แก่สัตว์ที่เหลือมีนาคและครุฑเป็นต้น แต่ว่า เพื่อแสดงบุคคลผู้ถือปฏิสนธิที่เป็นสเหตุกะซึ่งสมควรท�ำให้แจ้งมรรคและผล จึงกล่าวอย่างนี้ เพราะฉะนั้น บัณฑิตพึงทราบว่า “พระองค์เสด็จอุบัติขึ้นแล้ว เพื่อประโยชน์เพื่อเกื้อกูล เพื่อสุขเท่านั้น แม้แก่สัตว์เหล่านั่น”- ปจฺฉิมโกติ คุเณน ปจฺฉิมโก. อานนฺทตฺเถรํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.แปลว่า ค�ำว่า ภิกษุรูปที่มีคุณอย่างต่ำ (ปจฺฉิมโก) ได้แก่ ผู้ล้าหลังโดยคุณ ค�ำนี้ท่านอาจารย์กล่าวหมายถึงพระอานนทเถระ - มนฺเต สชฺฌายตีติ อิรุเวทาทิเก มนฺตสตฺเถสชฺฌายตีติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า สวดมันตระ (มนฺเต สชฺฌายติ) ความว่า ย่อมสาธยายมันตรศาสตร์ทั้งหลายมีอิรุพเพทเป็นต้น - สมิตปาปตฺตาติ อจฺจนฺตํ อนวเสสโต สวาสนํ สมิตปาปตฺตา.แปลว่า ค�ำว่า เพราะทรงสงบบาปได้ (สมิตปาปตฺตา) ความว่าเพราะเป็นผู้มีบาปอันสงบแล้วอย่างแท้จริง คือไม่มีส่วนเหลือ แต่ยังมีวาสนาอยู่


60 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- โภวาที นาม โส โหตีติ โย อามนฺตนาทีสุ“โภ โภ”ติ วทนฺโต วิจรติ, โส โภวาที นามโหตีติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า เขาเป็นเพียงผู้ชื่อว่าโภวาทีเท่านั้น (โภวาที นาม โส โหติ) ความว่า บุคคลใดเที่ยวกล่าวอยู่ว่า ท่านผู้เจริญท่านผู้เจริญ ในการร้องเรียกเป็นต้น ผู้นั้นชื่อว่าโภวาที(มีวาทะว่าผู้เจริญ) - เอตฺถ จ อพฺภุคฺคโตติ เอตฺถ อภิ-สทฺโท อิตฺถมฺ-ภูตาขฺยานตฺถโชตโก อภิภวิตฺวา อุคฺคมนปฺปการสฺสทีปนโต.แปลว่า ก็ในอธิการนี้ อภิ-ศัพท์ ในค�ำว่า อพฺภุคฺคโต (ขจรไป) นี้ส่องเนื้อความบ่งบอกถึงอิตถัมภูต เพราะแสดงถึงประการที่แผ่ขจรไป - ตตฺถ จิตฺตสมฺปหํสนตฺถนฺติ จิตฺตสนฺโตสนตฺถํ,จิตฺตปฺปสาทชนนตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ.แปลว่า ค�ำว่า เพื่อความร่าเริงแห่งจิต (จิตฺตสมฺปหํสนตฺถํ) ได้แก่เพื่อยังจิตให้ยินดี มีค�ำอธิบายที่ท่านกล่าวไว้ดังนี้ว่า เพื่อยังความเลื่อมใสแห่งจิตให้เกิด- ปจฺจยาทีนนฺติ จีวราทิปจฺจยานฺ เจว ปูชาวิเสสานฺ จ.แปลว่า ค�ำว่า แก่ปัจจัยเป็นต้น (ปจฺจยาทีนํ) ได้แก่ แก่ปัจจัยมีจีวรเป็นต้น และแก่การบูชาพิเศษทั้งหลาย


61 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- อารกาติ เจตฺถ อา-การสฺส รสฺสตฺต,ํ ก-การสฺส จห-การํ สานุสารํ กตฺวา นิรุตฺตินเยน “อรหนฺ”ติปทสิทฺธิ เวทิตพฺพา.แปลว่า ก็ ในค�ำว่า ทรงเป็นผู้ไกล (อารกา) นี้ พึงทราบการส�ำเร็จบทว่า “อรหํ” ตามนัยแห่งนิรุตติ โดยกระท�ำรัสสะอา-อักษร และแปลง ก-อักษร เป็น ห-อักษร พร้อมทั้งลงนิคหิตอาคม - วีริยปาเทหีติ สกิเลสโวทานปกฺขิเยสุ ํ สนฺนิรุมฺภนสนฺนิกฺขิปนกิจฺจตาย ทฺวิธา ปวตฺเตติ อตฺตโนวีริยสงฺขาเตหิ ปาเทหิ.แปลว่า ค�ำว่า ด้วยพระบาทคือวิริยะ (วีริยปาเทหิ) ได้แก่ ด้วยพระบาทกล่าวคือความเพียรของพระองค์ซึ่งเป็นไป ๒ประการ เพราะมีหน้าที่เหยียบไป ในธรรมที่เป็นไปในฝักฝ่ายแห่งความเศร้าหมอง และย่างไปในธรรมอันเป็นไปในฝักฝ่ายแห่งความผ่องแผ้ว- เสสา ทส ธมฺมาติ สงฺขาราทโย ชาติปริโยสานาทส ธมฺมา.แปลว่า ค�ำว่า สภาวธรรม ๑๐ ประการที่เหลือ (เสสา ทส ธมฺมา) ได้แก่ ธรรม ๑๐ ประการ มีสังขารเป็นต้นมีชาติเป็นที่สุด- ทุกฺขาทีสูติ ทุกฺขสมุทยนิโรธมคฺเคสุ.


62 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยแปลว่า ค�ำว่า ในสัจจะมีทุกข์เป็นต้น (ทุกฺขาทีสุ) ได้แก่ ในทุกข์สมุทัย นิโรธและมรรค- กามภเว สงฺขารานนฺติ กามภูมิปริยาปนฺนานํ ปุฺาปุฺสงฺขาราน,ํ กามภเว วา นิปฺผาเทตพฺพาเย ปุฺาปุฺสงฺขารา, เตสํ กามภวูปปตฺติ-นิพฺพตฺตกสงฺขารานนฺติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า แก่สังขารในกามภพ (กามภเว สงฺขารานํ) ความว่าแก่ปุญญาภิสังขาร และอปุญญาภิสังขาร ที่นับเนื่องอยู่ในกามภูมิ อีกอย่างหนึ่ง ปุญญาภิสังขารและอปุญญาภิ-สังขารเหล่าใดที่จะพึงให้ส�ำเร็จในกามภพ แก่สังขารที่เป็นตัวให้บังเกิดความอุบัติในกามภพเหล่านั้น- ติณฺณํ อายตนานนฺติ จกฺขุโสตมนายตนานํ ฆานาทิตฺตยสฺส ตตฺถ อสมฺภวโต.แปลว่า ค�ำว่า อายตนะ ๓ (ติณฺณํ อายตนานํ) ได้แก่จักขายตนะ โสตายตนะ และมนายนะ เพราะอายตนะทั้ง ๓ มีฆานายตนะเป็นต้น ไม่มีอยู่ในรูปภพนั้น- ฉพฺพิธสฺส ผสฺสสฺสาติ จกฺขุสมฺผสฺสโสตสมฺผสฺสฆานสมฺผสฺสชิวฺหาสมฺผสฺสกายสมฺผสฺสมโนสมฺผสฺสานํ วเสน ฉพฺพิธสฺส ผสฺสสฺส.แปลว่า ค�ำว่า ผัสสะ ๖ อย่าง (ฉพฺพิธสฺส ผสฺสสฺส) ได้แก่ ผัสสะ๖ อย่างคือ จักขุสัมผัส โสตสัมผัส ฆานสัมผัส ชิวหาสัมผัสกายสัมผัส และมโนสัมผัส


63 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- ตตฺถ เมตฺตํ ภาเวตีติ มิชฺชติ สินิยฺหตีติ เมตฺตา,ตํ ภาเวติ วฑฺเฒตีติ อตฺโถ. อถ วา เมตฺตา เอตสฺสอตฺถีติ เมตฺต,ํ จิตฺต,ํ ตสมฺปยุตฺต ํ ํ ฌานํ วา, ตํ ภาเวติ วฑฺเฒติ อุปฺปาเทติ วาติ อตฺโถ.แปลว่า บรรดาค�ำเหล่านั้น ค�ำว่า เจริญเมตตา (เมตฺตํ ภาเวติ)มีความว่า ธรรมชาติชื่อว่าเมตตา เพราะอรรถว่ารักใคร่ คือห่วงใย ย่อมเจริญ คือย่อมเพิ่มพูนเมตตานั้น อีกนัยหนึ่งมีความว่า เมตตามีอยู่แก่ธรรมชาตินี้ เหตุนั้น ธรรมชาตินี้ชื่อว่ามีเมตตา ได้แก่จิต หรือฌานอันสัมปยุตด้วยเมตตานั้นย่อมเจริญ คือย่อมเพิ่มพูน หรือย่อมท�ำจิตมีเมตตาหรือฌานอันสัมปยุตด้วยเมตตานั้นให้เกิดขึ้น - ปฺาติ กงฺขาวิตรณวิสุทฺธิสงฺขาตา ปการโตชานนา.แปลว่า ค�ำว่า ปัญญา (ปญฺา) ได้แก่ ความรู้โดยประการกล่าวคือกังขาวิตรณวิสุทธิ- เอเตน นเยน สพฺพปทานิ วิตฺถาเรตพฺพานีติ เอเตนนเยน “อวิชฺชา เหตู”ติอาทินา อวิชฺชายํ วุตฺตนเยน“สงฺขารา เหตุ, วิฺาณํ เหตุสมุปฺปนฺน”นฺติอาทินาสพฺพปทานิ วิตฺถาเรตพฺพานิ.แปลว่า ค�ำว่า พึงขยายความทุกบทให้พิสดาร โดยวิธีนี้ (เอเตน นเยน สพฺพปทานิ วิตฺถาเรตพฺพานิ) ความว่า บททั้งปวงบัณฑิตพึงให้พิสดาร โดยนัยมีอาทิว่า “สังขารเป็นเหตุ


64 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยวิญญาณเกิดแต่เหตุ” ตามนัยที่ได้กล่าวไว้ในอวิชชามีอาทิว่า “อวิชชาเป็นเหตุ”- นิกนฺติ ตณฺหาติ ยา กมฺมํ กโรนฺตสฺส ตสฺส ผเลอุปปตฺติภเว นิกามนา ปตฺถนา, สา ตณฺหา นาม.แปลว่า ค�ำว่า ความติดใจเป็นตัณหา (นิกนฺติ ตณฺหา) ความว่าความพอใจ คือความปรารถนาในอุปัตติภพ อันเป็นผลของบุคคลนั้นผู้กระท�ำกรรมอยู่ ความพอใจอันนั้น ชื่อว่าตัณหา- วิฺาณาทโย ปฺ จาติ วิฺาณาทโย เวทนาปริยนฺตา ปฺ จ เอตรหิ อิทานิ อิมสฺมึ อตฺตภาเวติวุตฺตํ โหติ.แปลว่า ค�ำว่า ธรรมทั้ง ๕ อย่างมีวิญญาณเป็นต้น (วิญฺาณาทโย ปญฺจ) มีค�ำอธิบาย ที่ท่านกล่าวไว้ว่าธรรมทั้ง ๕ ประการ อันมีวิญญาณเป็นต้น มีเวทนาเป็นที่สุด จัดเป็นวิปากวัฏ ในปัจจุบัน คือในบัดนี้ ได้แก่ในอัตภาพนี้ - ตตฺถ อิธ ปริปกฺกตฺตา อายตนานนฺติ ปริปกฺ-กายตนสฺส กมฺมกรณกาเล สมฺโมโห ทสฺสิโต.แปลว่า ในค�ำนั้น ด้วยค�ำว่า เพราะอายตนะทั้งหลายในภพนี้สุกรอบ (อิธ ปริปกฺกตฺตา อายตนานํ) ท่านพระสารีบุตรเถระแสดงสัมโมหะ ในเวลาเป็นที่กระท�ำกรรม ของบุคคลผู้มีอายตนะแก่รอบแล้ว


65 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- อปเทเสนาติ ชาติชรามรณานํ กถเนน.แปลว่า ค�ำว่า โดยอ้าง (อปเทเสน) คือ ด้วยการกล่าวถึงชาติชราและมรณะ - สพฺพาการโตติ อิธ วุตฺเตหิ จ อวุตฺเตหิ จ ปฏิจฺจสมุปฺปาทวิภงฺเค อนนฺตนยสมนฺตปฏฺานาทีสุ จอาคเตหิ สพฺเพหิ อากาเรหิ.แปลว่า ค�ำว่า โดยอาการครบถ้วนทุกอย่าง (สพฺพาการโต) คือโดยอาการทั้งหมดที่มาแล้วในปฏิจจสมุปปาทวิภังค์ และในคัมภีร์ทั้งหลายมีสมันตปัฏฐานอันมีนัยไม่มีที่สุดเป็นต้นที่ได้กล่าวไว้แล้วและไม่ได้กล่าวไว้ในที่นี้- ปชานนฏฺเนาติ อนิจฺจาทีหิ ปกาเรหิ ปฏิวิชฺฌนฏฺเน.แปลว่า ค�ำว่า เพราะอรรถว่ารู้ชัด (ปชานนฏฺเฐน) คือ เพราะอรรถว ่าแทงตลอดโดยประการทั้งหลายมีความไม ่เที่ยงเป็นต้น- นิพฺพินฺทนฺโตติ พลววิปสฺสนาย นิพฺพินฺทนฺโต. แปลว่า ค�ำว่า ทรงเบื่อหน่าย (นิพฺพินฺทนฺโต) คือ ทรงหน่ายด้วยวิปัสสนามีก�ำลัง - วิรชฺชนฺโต วิมุจฺจนฺโตติ อริยมคฺเคหิ วิรชฺชนฺโตวิมุจฺจนฺโต. อเร หนีติ สมฺพนฺโธ.แปลว่า ค�ำว่า ทรงคายกำหนัด ทรงหลุดพ้น (วิรชฺชนฺโต วิมุจฺจนฺโต)คือ ทรงคลายก�ำหนัด ทรงหลุดพ้นด้วยอริยมรรค เชื่อมความว่า ทรงหักก�ำเสียได้แล้ว


66 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- เอวมฺปิ อรานํ หตตฺตา อรหนฺติ เอวํ อิมินาปิปกาเรน ยถาวุตฺตสํสารจกฺกสฺส สงฺขาราทิอรานํ หตตฺตา อรหํ.แปลว่า ค�ำว่า พระองค์จึงทรงพระนามว่า อรหํ เพราะทรงหักกำ(แห่งสังสารจักร) เสียได้ ด้วยประการอย่างนี้ (เอวมฺปิ อรานํ หตตฺตา อรหํ) มีความว่า พระผู้มีพระภาคทรงพระนามว่า อรหํ เพราะทรงหักก�ำมีสังขารเป็นต้น แห่งจักรคือสงสารตามที่กล่าวแล้ว อย่างนี้ คือด้วยประการฉะนี้- สามนฺติ สยเมว, อปรเนยฺโย หุตฺวาติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ด้วยพระองค์เอง (สามํ) ได้แก่ ด้วยตเองนั่นเทียวคือไม่มีคนอื่นแนะน�ำ- ตตฺถ อภิฺ เยฺเยติ อนิจฺจาทิโต ลกฺขณรสาทิโต จอภิวิสิฏฺเน าเณน ชานิตพฺเพ จตุสจฺจธมฺเม.แปลว่า ค�ำว่า ธรรมที่ควรรู้ยิ่ง (อภิญฺเยฺเย) ได้แก่ ธรรมคือสัจจะทั้ง ๔ ที่ควรรู้ด้วยญาณอันวิเศษยิ่ง โดยเป็นธรรมที่ไม่เที่ยงเป็นต้น และโดยข้อเบ็ดเตล็ดมีลักษณะและรสเป็นต้น - ปริฺ เยฺเย ธมฺเมติ อนิจฺจาทิวเสน ปริชานิตพฺพํ ทุกฺขํ อริยสจฺจมาห. แปลว่า ด้วยค�ำว่า ธรรมที่ควรกำหนดรู้ (ปริญฺเยฺเย ธมฺเม) ท่านอาจารย์กล่าวถึงทุกขอริยสัจที่ควรก�ำหนดรู้ ด้วยอ�ำนาจความไม่เที่ยงเป็นต้น


67 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- ปหาตพฺเพติ สมุทยปกฺขิเย (สนฺธายาห).แปลว่า ด้วยค�ำว่า ที่ควรละ (ปหาตพฺเพ) ท่านอาจารย์กล่าวมหมายถึงธรรมที่เป็นไปในฝักฝ่ายแห่งสมุทัย - สจฺฉิกาตพฺเพติ นิพฺพานํ สนฺธายาห.แปลว่า ด้วยค�ำว่า ที่ควรทำให้แจ้ง (สจฺฉิกาตพฺเพ) ท่านอาจารย์กล่าวหมายถึงพระนิพพาน - ตสฺมา พุทฺโธสฺมีติ ยสฺมา จตฺตาริ สจฺจานิ มยาพุทฺธานิ, สจฺจวินิมุตฺตฺ จ กิฺ จิ เยฺยํ นตฺถิ,ตสฺมา สพฺพมฺปิ เยฺยํ พุทฺโธสฺมิ, อพฺภฺาสินฺติอตฺโถ. แปลว่า ค�ำว่า เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นพุทธะ (ตสฺมา พุทฺโธสฺมิ) ความว่า เพราะสัจจะทั้ง ๔ เราได้รู้แล้ว และธรรมชาติอะไร ๆ ที่พ้นไปจากสัจจะที่ควรรู้ก็ไม่มี เพราะฉะนั้น เราจึงเป็นพุทธะ คือได้รู้ทั่วถึงแล้วซึ่งธรรมที่ควรรู้ทั้งหมด - ตตฺถ วิชฺชาติ มคฺควิชฺชา วุตฺตา อุกฺกฏฺนิทฺเทเสน.แปลว่า ในค�ำเหล่านั้น ด้วยค�ำว่า วิชชา (วิชฺชา) ท่านกล่าวถึงวิชชาในมรรค โดยแสดงถึงชั้นสูงสุด- มูลการณภาเวนาติ สนฺเตสุปิ อวิชฺชาทีสุ อฺ เสุการเณสุ เตสมฺปิ มูลภูตการณภาเวน. แปลว่า ค�ำว่า เพราะเป็นมูลเหตุ (มูลการณภาเวน) ได้แก่ โดยความเป็นเหตุที่เป็นมูลแม้แห่งทุกข์เหล่านั้น ในเมื่อเหตุเหล่าอื่นมีอวิชชาเป็นต้นแม้มีอยู่


68 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- ปุริมตณฺหาติ ปุริมภวสิทฺธา ตณฺหา. แปลว่า ค�ำว่า ตัณหาในภพก่อน (ปุริมตณฺหา) ได้แก่ ตัณหาที่ส�ำเร็จแล้วในภพก่อน - ทฺวตฺตึสาการาติ ทฺวตฺตึส โกฏฺาสา ตทารมฺมณชฺ-ฌานานิ จ. แปลว่า ค�ำว่า อาการ ๓๒ (ทฺวตฺตึสาการา) ได้แก่ โกฏฐาส ๓๒และฌานอันมีโกฏฐาส ๓๒ นั้นเป็นอารมณ์- นว ภวาติ กามภโว รูปภโว อรูปภโว สฺีภโวอสฺีภโว เนวสฺีนาสฺีภโว เอกโวการภโวจตุโวการภโว ปฺ จโวการภโวติ นว ภวา.แปลว่า ค�ำว่า ภพ ๙ (นว ภวา) ได้แก่ ภพทั้ง ๙ คือ(๑) กามภพ (๒) รูปภพ (๓) อรูปภพ (๔) สัญญีภพ(๕) อสัญญีภพ (๖) เนวสัญญีนาสัญญีภพ (๗) เอกโวการภพ (๘) จตุโวการภพ (๙) ปัญจโวการภพ- อนุพุทฺโธติ พุชฺฌิตพฺพธมฺมสฺส อนุรูปโต พุทฺโธ.แปลว่า ค�ำว่า ตรัสรู้โดยสมควร (อนุพุทฺโธ) ได้แก่ ตรัสรู้แล้วตามสมควรแก่ธรรมที่ควรตรัสรู้ - เตนาติ ยสฺมา สามฺโต วิเสสโต จ เอเกกปทุทฺธาเรน สพฺพธมฺเม พุทฺโธ, ตสฺมา วุตฺตํ.แปลว่า ค�ำว่า เพราะเหตุนั้น (เตน) ได้แก่ เพราะพระผู้มีพระภาคตรัสรู้ธรรมทั้งปวง ด้วยการยกขึ้นทีละบท โดยสามัญและโดยพิเศษ ฉะนั้น ข้าพเจ้าจึงได้กล่าวแล้ว


69 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- วิชฺชาหีติ เอตฺถ วินฺทิยํ วินฺทตีติ วิชฺชา, ยาถาวโตอุปลพฺภตีติ อตฺโถ.แปลว่า ในค�ำว่า ด้วยวิชชา (วิชฺชาหิ) มีวิเคราะห์ดังนี้ ที่ชื่อว่าวิชชา เพราะอรรถว่า ย่อมประสพ สิ่งที่ควรประสพอธิบายว่า ได้ตามความเป็นจริง - สมฺปนฺนตฺตาติ สมนฺนาคตตฺตา ปริปุณฺณตฺตา วา,อวิกลตฺตาติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า เพราะทรงถึงพร้อม (สมฺปนฺนตฺตา) ความว่า เพราะความที่พระองค์เป็นผู้ทรงประกอบแล้ว หรือเพราะความที่พระองค์ทรงบริบูรณ์แล้ว อธิบายว่า เพราะความที่พระองค์ไม่ทรงขาดแคลน - ฉ อภิฺาติ อาสวกฺขยาเณน สทฺธึ อิทฺธิวิธาทิกาปฺ จาภิฺาโย. แปลว่า ค�ำว่า อภิญญา ๖ (ฉ อภิญฺา) ได้แก่ อภิญญา ๕มีอิทธิวิธีเป็นต้น กับด้วยอาสวักขยญาณ- จตฺตาริ ฌานานีติ ยานิ กานิจิ จตฺตาริ รูปาวจรชฺ-ฌานานิ.แปลว่า ค�ำว่า ฌาน ๔ (จตฺตาริ ฌานานิ) ได้แก่ รูปาวจรฌาน ๔อย่างใดอย่างหนึ่ง- ยถา ตํ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโนติ เอตฺถ ตนฺตินิปาตมตฺตํ, ยถา อฺ โปิ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน


70 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยนิโยเชติ, ตถา อยนฺติ อตฺโถ. เตน วิชฺชาจรณสมฺปนฺนสฺเสวายํ อาเวณิกา ปฏิปตฺตีติ ทสฺเสติ.แปลว่า ค�ำว่า ตํ (นั้น) ในค�ำว่า ยถา ตํ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน (เหมือนท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ) นี้ เป็นเพียงนิบาต มีความว่า แม้ท่านผู้อื่นผู้ถึงพร้อมแล้วด้วยวิชชาและจรณะก็ย่อมชักจูง ฉันใด แม้พระผู้มีพระภาคนี้ก็เหมือนกันฉันนั้น ด้วยค�ำนั้นท่านอาจารย์แสดงว่า นี้เป็นข้อปฏิบัติที่ไม่แยกกันของท่านผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะนั่นเอง- สมฺมาปฏิปตฺติยาติ สมฺมาสมฺโพธิยา สมฺปาปเนอวิปรีตปฏิปตฺติยา.แปลว่า ค�ำว่า ด้วยสัมมาปฏิบัติ (สมฺมาปฏิปตฺติยา) คือ ด้วยการปฏิบัติไม่วิปริต ในการท�ำให้บรรลุสัมมาโพธิญาณ - อภูตนฺติ อภูตตฺถํ.แปลว่า ค�ำว่า ไม่จริง (อภูตํ) คือ ไม่มีเนื้อความที่เป็นจริง- ตตฺถ สพฺพถาติ สพฺพปฺปกาเรน, โย โย โลโก เยนเยน ปกาเรน เวทิตพฺโพ, เตน เตน ปกาเรนาติอตฺโถ.แปลว่า บรรดาค�ำเหล่านั้น ค�ำว่า สพฺพถา คือ โดยประการทั้งปวงอธิบายว่า โลกใดๆ พึงทราบโดยประการใด ๆ ก็ทรงรู้โดยประการนั้น ๆ


71 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- สมุทยโตติ ยโต สมุเทติ, ตโต ตณฺหาทิโต.แปลว่า ค�ำว่า โดยเหตุเกิด (สมุทยโต) ความว่า โลกตั้งขึ้นโดยเหตุใด โดยเหตุนั้น คือโดยเหตุมีตัณหาเป็นต้น - โลกสฺสนฺตนฺติ สงฺขารโลกสฺส อนฺตภูตํ นิพฺพานํ.แปลว่า ค�ำว่า ที่สุดแห่งโลก (โลกสฺส อนฺตํ) ได้แก่ นิพพานอันเป็นที่สุดแห่งสังขารโลก - อยนฺติ นิพฺพานตฺถิโก.แปลว่า ค�ำว่า นี้ (อยํ) ได้แก่ บุคคลผู้มีความต้องการด้วยนิพพาน- โลกนฺตคูติ ปริฺาภิสมเยน โลกํ วิทิตฺวา ปหานาภิสมเยน โลกนฺตคู.แปลว่า ค�ำว่า ถึงที่สุดแห่งโลก (โลกนฺตคู) คือ รู้แจ้งโลกด้วยการตรัสรู้ โดยการก�ำหนดรู้ถึงที่สุดแห่งโลก โดยการตรัสรู้ด้วยการละ- นาสีสตีติ น ปตฺเถติ, ยถา อิมํ โลกํ, เอวํ ปรฺ จโลกํ นาสีสติ อปฺปฏิสนฺธิกตฺตา.แปลว่า ค�ำว่า ย่อมไม่หวัง (นาสีสติ) คือ ไม่ปรารถนา ได้แก่ไม่หวังโลกอื่นเหมือนอย่างโลกนี้ เพราะความเป็นผู้ไม่มีปฏิสนธิต่อไป- ตาว สหสฺสธา โลโกติ ตตฺตเกน ปมาเณน สหสฺสปฺ-ปกาโร โอกาสโลโก, สหสฺสโลกธาตุโยติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า โลกธาตุ ๑,๐๐๐ เท่านั้น (ตาว สหสฺสธา โลโก) ความว่า โอกาสโลกมีประการตั้งพัน คือโลกธาตุนับจ�ำนวนพัน


72 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย๓.๒ สีลขันธวรรคฎีกา สีลขันธวรรคฎีกา: ฎีกาพระสุตตันตปิฎกนี้มีความนิยมในการแปลพอถือเป็นหลักได้ ตามตัวอย่างดังต่อไปนี้- อาชีววุตฺติสตานีติ สตฺตานํ อาชีวภูตานิ ชีวิกาวุตฺติสตานิ.แปลว่า ค�ำว่า ร้อยแห่งความประพฤติของอาชีวก (อาชีววุตฺติ-สตานิ) ได้แก่ ร้อยแห่งความประพฤติอันประกอบด้วยความเป็นอยู่ อันเป็นอาชีพของสัตว์ทั้งหลาย- ปรโลเก ิตสฺส อยํ โลโก นตฺถีติ ปรโลเก ิตสฺสกมฺมุนา ลทฺธพฺโพ อยํ โลโก น โหติ.แปลว่า ค�ำว่า โลกนี้ไม่มีสำหรับคนที่อยู่ ในโลกหน้า (ปรโลเก ิตสฺส อยํ โลโก นตฺถิ) ความว่า โลกนี้อันบุคคลพึงได้ด้วยกรรมย่อมไม่มีส�ำหรับคนผู้ด�ำรงอยู่แล้วในโลกหน้า- วฏฺฏขาณุ นาเมสาติ อิทํ วจนํ เนยฺยตฺถํ, น นีตตฺถํ.แปลว่า ค�ำว่า สัตว์นั่น ชื่อว่าเป็นตอในวัฏฏะ (วฏฺฏขาณุ นาเมส) นี้ เป็นนัยยัตถนัย (นัยที่มีเนื้อความ พึงอธิบายต่อไป) ไม่ใช่เป็นนีตัตถนัย (นัยที่มีเนื้อความที่อธิบายเสร็จแล้ว)- ภูติกาโมติ ทิฏฺธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถานํ วเสนอตฺตโน คุเณหิ วฑฺฒิกาโม.แปลว่า ค�ำว่า ผู้ต้องการความเจริญ (ภูติกาโม) ได้แก่ ผู้ปรารถนาความเจริญ โดยคุณทั้งหลายของตน ด้วยสามารถ


73 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรแห่งทิฏฐธัมมิกัตถประโยชน์ สัมปรายิกัตถประโยชน์ และปรมัตถประโยชน์- ยถา เต รุจฺเจยฺยาติ อิทานิ มยา ปุจฺฉิยมาโนอตฺโถ ยถา ตว จิตฺเต โรเจยฺย.แปลว่า ค�ำว่า ตามที่พระองค์ทรงพอพระทัย (ยถา เต รุจฺเจยฺย)ความว่า เนื้อความที่อาตมภาพถามอยู่ในกาลนี้ พึงชอบใจในพระหทัยของพระองค์ โดยประการใด.- เอวรูปาหีติ ยถาวุตฺตทาสกสฺสกูปมาสทิสาหิ อุปมาหิสามฺผลํ ทีเปตุํ ปโหติ ภควา สกลมฺปิ รตฺตินฺทิวํ ตโต ภิยฺโยปิ อนนฺตปฏิภานตาย วิจิตฺตนยเทสนภาวโต.แปลว่า ค�ำว่า เห็นปานนี้ (เอวรูปาหิ) ความว่า พระผู้มีพระภาคย่อมทรงสามารถเพื่ออันทรงแสดงผลแห่งความเป็นสมณะด้วยอุปมาทั้งหลายอันเช่นกับอุปมาด้วยทาสและชาวนาตามที่กล่าวแล้ว เพราะเป็นเทศนามีนัยอันวิจิตร เหตุทรงมีปฏิภาณไม่มีสิ้นสุด แม้ตลอดคืนและวันทั้งสิ้น แม้โดยยิ่งกว่านั้น- สพฺยฺ ชโนติ เอตฺถ ยถาธิปฺเปตมตฺถํ พฺยฺ ชยตีติพฺยฺ ชนํ, สภาวนิรุตฺติ. สห พฺยฺ ชเนนาติสพฺยฺ ชโน, พฺยฺ ชนสมฺปนฺโนติ อตฺโถ.แปลว่า ในค�ำนี้ว่า พร้อมทั้งพยัญชนะ (สพฺยญฺชโน) มีอธิบายว่าชื่อว่าพยัญชนะเพราะมีความหมายว่า ท�ำเนื้อความตาม


74 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยที่ประสงค์ให้ปรากฏ ได้แก่ สภาวนิรุตติ พระธรรม ชื่อว่าสพยัญชนะ เพราะมีความมหมายว่า เป็นไปพร้อมกับด้วยพยัญชนะ อธิบายว่า ถึงพร้อมด้วยพยัญชนะ- สาตฺโถติ อรณียโต อุปคนฺตพฺพโต อนุธาตพฺพโตอตฺโถ, จตุปาริสุทฺธิสีลาทิโก. เตน สห อตฺเถนาติสาตฺโถ, อตฺถสมฺปนฺโนติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า พร้อมด้วยอรรถ (สาตฺโถ) มีอธิบายว่า ชื่อว่าอัตถะเพราะอันคนทั้งหลายพึงด�ำเนินตาม คือ พึงเข้าไปหา ได้แก่พึงทรงไว้ ได้แก่ ธรรมมีปาริสุทธิศีล ๔ เป็นต้น ธรรมนี้ชื่อว่าสาตถะ เพราะมีความหมายว่า เป็นไปกับด้วยอัตถะนั้น ได้แก่ ถึงพร้อมด้วยอรรถ- อิเธว ติฏฺมานสฺสาติ อิมิสฺสา เอว อินฺทสาลคุหายํ ติฏฺมานสฺส.แปลว่า ค�ำว่า ดำรงอยู่ในที่นี้ (อิเธว ติฏฺมานสฺส) ได้แก่ ผู้ด�ำรงอยู่ในถํ้าอินทสาละนี้นั่นแล- อาจารโคจรคฺคหเณเนวาติ “อาจารโคจรสมฺปนฺโน”ติวจเนเนว. เตนาห “กุสเล กายกมฺมวจีกมฺเม คหิเตปี”ติ.แปลว่า ค�ำว่า ด้วยศัพท์ว่าอาจารโคจร (อาจารโคจรคฺคหเณเนว) ได้แก่ ด้วยค�ำว่า “เพียบพร้อมด้วยอาจาระและโคจร”นั้นเอง ด้วยเหตุนั้น พระอรรถกถาจารย์จึงกล่าวว่า เมื่อกายกรรมและวจีกรรมอันเป็นกุศล อันพระผู้มีพระภาค


75 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรทรงระบุไว้ก็ตาม (กุสเล กายกมฺมวจีกมฺเม คหิเตปิ)ดังนี้- สีลสฺมินฺติ อิทํ นิทฺธารเณ ภุมฺมนฺติ อาห เอกํ สีลํ โหตีติ อตฺโถติ.แปลว่า ค�ำว่า สีลสฺมึ นี้ เป็นสัตตมีวิภัตติ ใช้ในนิทธารณะ เพราะเหตุนั้น พระอรรถ-กถาจารย์จึงกล่าวว่า ความว่า เป็นศีลข้อ ๑ (เอกํ สีลํ โหตีติ อตฺโถ) - สมฺมา ปชานนํ สมฺปชาน,ํ เตน อตฺตนา กาตพฺพกิจฺจสฺส กรณสีโล สมฺปชานการีติ อาห “สมฺปชฺ เน สพฺพกิจฺจการี”ติ. สมฺปชานสทฺทสฺส สมฺปชฺ-ปริยายตา ปุพฺเพ วุตฺตาเอว.แปลว่า ความรู้ทั่วโดยชอบ ชื่อว่าสัมปชานะ ผู้มีปกติท�ำกิจที่ตนพึงท�ำด้วยความรู้ชอบนั้น ชื่อว่าผู้ทำความรู้สึกตัว (สมฺปชานการี) เพราะเหตุนั้น พระอรรถกถาจารย์จึงกล่าวว่า เป็นผู้ประกอบกิจทุกอย่างด้วยสัมปชัญญะ (สมฺปชญฺเน สพฺพกิจฺจการี) ความที่ สมฺปชาน-ศัพท์เป็นปริยายแห่ง สมฺปชญฺ-ศัพท์ ท่านกล่าวไว้ในก่อนนั่นแล- มหาปธานํ ปูเชสฺสามีติ อมฺหากํ อตฺถาย โลกนาเถนฉวสฺสานิ กตํ ทุกฺกรจริยเมวาหํ ยถาสตฺติ ปูเชสฺสามีติ.ปฏิปตฺติปูชา หิ สตฺถุปูชา, น อามิสปูชาติ.แปลว่า ค�ำว่า เราจักบูชาความเพียรอันยิ่งใหญ่ (มหาปธานํ ปูเชสฺสามิ) ความว่า เรานั่นแล จักบูชาซึ่งจริยาอันท�ำได้


76 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยโดยยากนั่นแล อันพระโลกนาถทรงท�ำแล้วตลอด ๖ ปีเพื่อประโยชน์แก่เราตามความสามารถ จริงอยู่ ปฏิบัติบูชาจัดเป็นการบูชาพระศาสดา หาใช่อามิสบูชาไม่- อตฺตา อภิกฺกมตีติ อิมินา อนฺธปุถุชฺชนสฺส ทิฏฺิคาหวเสน อภิกฺกเม สมฺมุยฺหนํ ทสฺเสติ.แปลว่า ด้วยค�ำว่า อัตตาก้าวไป (อตฺตา อภิกฺกมติ) นี้ พระอรรถกถาจารย์แสดงความหลงลืมในการก้าวไปด้วยอ�ำนาจการยึดถือ ด้วยอ�ำนาจทิฏฐิแห่งอันธปุถุชน- อฺํ อุปฺปชฺชเต จิตฺตํ, อฺํ จิตฺตํ นิรุชฺฌตีติยํ ปุริมุปฺปนฺนํ จิตฺตํ, ตํ อฺํ, ตํ ปน นิรุชฺฌนฺตํ อปรสฺส อนนฺตราทิปจฺจยภาเวเนว นิรุชฺฌตีติ ตถาลทฺธปจฺจยํ อฺํ อุปฺปชฺชเต จิตฺตํ.แปลว่า ค�ำว่า จิตดวงอื่นเกิดขึ้น ดวงอื่นดับไป (อญฺํ อุปฺปชฺชเตจิตฺตํ, อญฺํ นิรุชฺฌติ) ความว่า จิตดวงใดเกิดขึ้นก่อนจิตดวงนั้น จัดเป็นจิตดวงอื่น ก็จิตดวงอื่นนั้นเมื่อดับ ชื่อว่าย่อมดับโดยความเป็นอนันตรปัจจัยเป็นต้นนั่นแล แก่จิตอีกดวงหนึ่ง เพราะเหตุนั้น จิตอีกดวงหนึ่งซึ่งมีปัจจัยที่ได้แล้วอย่างนั้นจึงเกิดขึ้น- มุตฺตหรีตกนฺติ โคมุตฺตปริภาวิตํ, ปูติภาเวน วาฉฑฺฑิตํ หรีตกํ.แปลว่า ค�ำว่า สมอดองด้วยมูตร (มุตฺตหรีตกํ) ได้แก่ ผลสมอที่ดองด้วยน�้ำมูตรโคหรือว่าผลสมอที่เขาทิ้งไว้โดยความเป็นของเน่า


77 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- กายปริหาโร ปโยชนํ เอเตนาติ กายปริหาริกํ.เตนาห “กายปริหรณมตฺตเกนา”ติ.แปลว่า ชื่อว่าพอคุ้มกาย (กายปริหาริกะ) เพราะมีความหมายว่าเป็นเครื่องบริหารกาย คือเป็นประโยชน์แก่กาย ด้วยเหตุนั้นพระอรรถกถาจารย์จึงกล่าวว่า เพียงเป็นเครื่องบริหารกาย(กายปริหรณมตฺตเกน)- วิหารเสนาสนนฺติ ปติสฺสยภูตํ เสนาสนํ.แปลว่า ค�ำว่า วิหารเสนาสนะ (วิหารเสนาสนํ) ได้แก่ เสนาสนะที่เป็นที่พักอาศัย- อาทิ-สทฺเทน “วนปตฺถนฺติ วนสณฺานเมตํ เสนาสนานํ อธิวจน,ํ วนปตฺถนฺติ ภีสนกานเมต,ํ วนปตฺถนฺติสโลมหํสานเมตํ, วนปตฺถนฺติ ปริยนฺตานเมตํ,วนปตฺถนฺติ น มนุสฺสูปจารานเมตํ, วนปตฺถนฺติทุรภิสมฺภวานเมตํ เสนาสนานํ อธิวจน”นฺติ อิมํ ปาฬิเสสํ สงฺคณฺหาติ.แปลว่า ด้วย อาทิ-ศัพท์ พระอรรถกถาจารย์รวบรวมบาลีที่เหลือนี้ไว้ว่า “ค�ำว่า ดง นี้ เป็นชื่อของเสนาสนะที่มีป่าทึบ ค�ำว่า ดงนี้ เป็นชื่อของเสนาสนะที่น่าหวาดกลัว ค�ำว่า ดง นี้ เป็นชื่อของเสนาสนะที่น่ากลัวจนขนพองสยองเกล้า ค�ำว่า ดงนี้ เป็นชื่อของเสนาสนะที่ตั้งอยู่ปลายแดน ค�ำว่า ดง นี้เป็นชื่อของเสนาสนะที่ไม่อยู่ใกล้มนุษย์ ค�ำว่า ดง นี้เป็นชื่อของเสนาสนะที่อยู่ได้ยาก”


78 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- วิสภาคเวทนุปฺปตฺติยาติ ทุกฺขเวทนุปฺปตฺติยา. ทุกฺขเวทนา หิ สุขเวทนาย กุสลวิปากสนฺตานสฺส วิโรธิตายวิสภาคา.แปลว่า ค�ำว่า เพราะเกิดเวทนาที่เป็นข้าศึก (วิสภาคเวทนุปฺ-ปตฺติยา) ได้แก่ เพราะความเกิดขึ้นแห่งทุกขเวทนา จริงอยู่ทุกขเวทนาชื่อว่าเป็นข้าศึกต่อสุขเวทนา เพราะขัดแย้งแก่ความสืบต่อแห่งกุศลวิบาก- อนตฺถกโรติ อตฺตโน ปรสฺส จ อนตฺถาวโห.แปลว่า ค�ำว่า อนตฺถกโร (ก่อความฉิบหาย) ได้แก่ น�ำความพินาศมาให้แก่ตนและคนอื่น- ปาโมชฺชํ นาม ตรุณปีติ, สา กถฺ จิปิ ตุฏฺาวตฺถาติ อาห “ปาโมชฺชํ ชายตีติ ตุฏฺากาโรชายตี”ติ.แปลว่า ปีติอย่างอ่อน ชื่อว่า ปราโมทย์ ปีติอย่างอ่อนนั้นก�ำหนดด้วยความยินดีได้อย่างไร เพราะเหตุนั้น พระอรรถกถาจารย์จึงกกล่าวว่า ค�ำว่า ย่อมเกิดความเบิกบานใจ (ปาโมชฺชํ ชายติ) ได้แก่ อาการยินดีย่อมเกิด ดังนี้- ทุคฺคนฺธวิฆาตตฺถายาติ สรีเร ทุคฺคนฺธสฺส วิคมาย.แปลว่า ค�ำว่า เพื่อประโยชน์แก่การกำจัดกลิ่นเหม็น (ทุคฺคนฺธวิฆาตตฺถาย) ได้แก่ เพื่ออันไปปราศแห่งกลิ่นเหม็นในสรีระ


79 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- อปราปรํ สฺ จรนฺเตติ ตํตํกิจฺจวเสน อิโต จิโต จสฺ จรนฺเต.แปลว่า ค�ำว่า เที่ยวไปเที่ยวมา (อปราปรํ สญฺจรนฺเต) ได้แก่ผู้สัญจรไปข้างนี้ และข้างนี้ ด้วยสามารถแห่งกิจนั้นๆ- เทสนาสุขตฺถเมวาติ เกวลํ เทสนาสุขตฺถ,ํ นจตุโวการภเว นิพฺพตฺตสตฺตานํ ทิพฺพจกฺขุโน อาวิ-ภาวสพฺภาวโต. แปลว่า ค�ำว่า เพื่อสะดวกแก่เทศนาเท่านั้น (เทสนาสุขตฺถเมว)ความว่า เพื่อสะดวกแก่เทศนาอย่างเดียว มิใช่เพื่อสภาวะคือความแจ่มแจ้งแก่ทิพพจักษุ ของสัตว์ผู้บังเกิดในจตุโวการภพ- วิปสฺสนาปาทกนฺติ วิปสฺสนาย ปทฏฺานภูตํ.แปลว่า ค�ำว่า อันเป็นบาทแห่งวิปัสสนา (วิปสฺสนาปาทกํ) คือเป็นปทัฏฐานแห่งวิปัสสนา- อาสวานํ ขยาณายาติ อาสวานํ เขปนโตสมุจฺฉินฺทนโต อาสวกฺขโย, อริยมคฺโค, ตตฺถ าณํ อาสวานํ ขยาณํ, ตทตฺถํ เตนาห “อาสวานํ ขยาณนิพฺพตฺตนตฺถายา”ติ.แปลว่า ค�ำว่า เพื่ออาสวักขยญาณ (อาสวานํ ขยาณาย) ความว่า ชื่อว่าความสิ้นไปแห่งอาสวะ ได้แก่ อริยมรรคเพราะยังอาสวะทั้งหลายให้สิ้นไป คือ เพราะถอนขึ้นพร้อมซึ่งอาสวะทั้งหลาย ญาณในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย


80 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยนั้น ชื่อว่าญาณ ในความสิ้นไปแห่งอาสวะทั้งหลาย เพื่อประโยชน์แก่ญาณในความสิ้นไปแห่งอาสวะนั้น ด้วยเหตุนั้นพระอรรถกถาจารย์จึงกล่าวว่า เพื่อประโยชน์แก่การยังอาสวักขยญาณให้บังเกิด (อาสวานํ ขยาณนิพฺ-พตฺตนตฺถาย)- อิทํ ทุกฺขนฺติ ทุกฺขสฺส อริยสจฺจสฺส ตทา ภิกฺขุโนปจฺจกฺขโต คหิตภาวทสฺสนํ.แปลว่า ค�ำว่า นี้ ทุกข์ (อิทํ ทุกฺขํ) ได้แก่ การเห็นภาวะแห่งทุกขอริยสัจอันตนถือเอาแล้ว แห่งภิกษุผู้พิจารณาอยู่ในกาลนั้น- สมฺปาปกนฺติ สจฺฉิกรณวเสน สมฺมเทว ปาปกํ.แปลว่า ค�ำว่า ให้ถึงพร้อม (สมฺปาปกํ) ได้แก่ ยังความดับทุกข์ให้ถึงโดยชอบนั่นแล ด้วยสามารถแห่งการกระท�ำให้แจ้ง- ชานโต ปสฺสโตติ วา เหตุนิทฺเทโสยํ. ชานนเหตุทสฺสนเหตุ กามาสวาปิ จิตฺตํ วิมุจฺจตีติ โยชนา.แปลว่า อีกอย่างหนึ่ง นิทเทสว่า ชานโต ปสฺสโต (รู้อยู่ เห็นอยู่) นี้ เป็นการแสดงถึงเหตุ มีวาจาประกอบความว่า “เพราะเหตุคือการรู้ เพราะเหตุคือการเห็น จิตจึงหลุดพ้นแม้จากกามาสวะ” ดังนี้- น อนาคตาติ จ อนาคตภาวสามฺํ คเหตฺวาเลเสน โจเทติ, เตนาห อนาคเต วายามาภาวโตติ.แปลว่า ก็ ด้วยค�ำว่า ชาติที่เป็นอนาคตก็ไม่ชื่อว่าสิ้นไป (น อนาคตา) ท่านท้วงโดยอ้างเลส เพราะถือเอาความเป็น


81 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรโดยทั่วไปแก่ความเป็นแห่งอนาคต ด้วยเหตุนั้น พระอรรถกถาจารย์จึงกล่าวว่า เพราะเธอไม่มีความพยายามเพื่อได้ภพในชาติที่เป็นอนาคต (อนาคเต วายามาภาวโต) ดังนี้- เอกจตุปฺ จโวการภเวสูติ ภวตฺตยคฺคหณํ วุตฺตนเยนอนวเสสโต ชาติยา ขีณภาวทสฺสนตฺถํ.แปลว่า ภวตฺตย-ศัพท์ ในค�ำว่า เอกจตุปญฺจโวการภเวสุ (ในเอกโวการภพ จตุโวการภพ และปัญจโวการภพ) มีเนื้อความแสดงความสิ้นไปแห่งชาติโดยไม่มีส่วนเหลือ ตามนัยที่กล่าวแล้ว- โสติ ขีณาสโว ภิกฺขุ.แปลว่า ค�ำว่า นั้น (โส) ได้แก่ ภิกษุผู้สิ้นอาสวะแล้ว- พฺรหฺมจริยวาโส นาม อุกฺกฏฺนิทฺเทเสน มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส นิพฺพตฺตนํ เอวาติ อาห ปริวุตฺถนฺติ.แปลว่า ชื่อว่าการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ โดยการแสดงอย่างสูงสุดได้แก่ การเกิดขึ้นแห่งมรรคพรหมจรรย์นั่นเอง เพราะเหตุนั้นพระอรรถกถาจารย์จึงกล่าวว่าอยู่ครบบริบูรณ์แล้ว (ปริวุตฺตํ)- อิตฺถตฺตายาติ อิเม ปการา อิตฺถํ, ตพฺภาโว อิตฺถตฺตํ,ตทตฺถนฺติ วุตฺตํ โหติ.แปลว่า ค�ำว่า เพื่อความเป็นอย่างนี้ (อิตฺถตฺตาย) ความว่าประการเหล่านี้ ชื่อว่าประการเหล่านี้ (อิตฺถํ) ความเป็นแห่งประการเหล่านี้นั้น ชื่อว่าความเป็นประการเหล่านี้(อิตฺถตฺตํ) มีค�ำอธิบายที่ท่านกล่าวไว้ว่า “เพื่อความเป็นประการเหล่านี้นั้น”


82 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- ทฺวยนฺติ สิปฺปิสมฺพุกํ, มจฺฉคุมฺพนฺติ อิทํ อุภยํ.แปลว่า ค�ำว่า ทั้งสอง (ทฺวยํ) ได้แก่ ทั้งสองนี้ คือ (๑) หอยโขง่และหอยกาบ (๒) ฝูงปลา- เตสนฺติ ทสนฺนํ าณานํ.แปลว่า ค�ำว่า เหล่านั้น (เตสํ) ได้แก่ ญาณ ๑๐ ประการ- เทสนํ นิฏฺาเปสีติ ติตฺถกรมตหรวิภาวินึ นานาวิธกุหนลปนาทิมิจฺฉาชีววิทฺธํสินึ ติวิธสีลาลงฺกตํ ปรมสลฺเลขปฏิปตฺติทีปนึ ฌานาภิฺาทิอุตฺตริมนุสฺสธมฺมวิภูสิตํ จุทฺทสวิธมหาสามฺผลปฏิมณฺฑิตํ อนฺ-สาธารณํ เทสนํ นิฏฺาเปสิ.แปลว่า ค�ำว่า พระผู้มีพระภาคทรงให้เทศนาจบ (เทสนํ นิฏฺาเปสิ)ได้แก่ พระผู้มีพระภาคยังทรงเทศนา อันให้รู้แจ้งการน�ำไปซึ่งความเมาของเดียรถีย์ อันก�ำจัดมิจฉาอาชีวะมีการลอกลวงและป้อยออย่างต่าง ๆ เป็นต้น อันแสดงสัลเลขธรรมอย่างยอดเยี่ยมซึ่งประดับด้วยศีล ๓ อย่าง อันงดงามด้วยอุตริมนุสสธรรมมีฌานและอภิญญาเป็นต้น อันประดับเฉพาะด้วยมหาสามัญญผล ๑๔ อย่าง อันไม่ทั่วไปแก่ชนอื่น ให้จบลงแล้ว- อาทิมชฺฌปริโยสานนฺติ อาทิฺ จ มชฺฌฺ จ ปริโยสานฺ จ.แปลว่า ค�ำว่า เบื้องต้น ท่ามกลาง และที่สุด (อาทิมชฺฌปริโยสานํ) ได้แก่ เบื้องต้นด้วย ท่ามกลางด้วย ที่สุดด้วย


83 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- สพฺพา โอภาสยํ ทิสาติ ทสปิ ทิสา ปภาเสนฺโตจนฺโท วิย, สูริโย วิย จ เอโกภาสํ เอกาโลกํ กโรนฺโตติ คาถาย อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า เปล่งรัศมีสว่างไสวไปทั่วทุกทิศ (สพฺพา โอภาสยํ ทิสา) ความว่า กระท�ำให้มีรัศมีเป็นหนึ่งเดียว คือ ท�ำให้มีแสงสว่างเป็นอันเดียวกัน เหมือนพระจันทร์ และเหมือนอาทิตย์ ส่องสว่างยังแม้ทั้ง ๑๐ ทิศให้สว่างอยู่- โทสนาสนโตติ ราคาทิกิเลสวิธมนโต.แปลว่า ค�ำว่า เพราะทำโทษให้พินาศ (โทสฺนาสนฺโต) ได้แก่เพราะก�ำจัดกิเลสมีราคะเป็นต้น - เหฏฺามุขชาตนฺติ สภาเวเนว เหฏฺามุขํ ชาตํ.แปลว่า ค�ำว่า ควำ่ปากลงข้างล่าง (เหฏฺามุขชาตํ) คือ มีปากอยู่ภายใต้ โดยสภาพนั่นเอง- ปสนฺนการนฺติ ปสนฺเนหิ กาตพฺพํ สกฺการํ.แปลว่า ค�ำว่า สักการะของผู้เลื่อมใส (ปสนฺนการํ) ได้แก่ สักการะอันชนผู้เลื่อมใสพึงกระท�ำ- สํหโตติ ฆฏิโต, สเมโตติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ถูกรวมเข้า (สํหโต) ความว่า รวมกัน คือพร้อมเพรียงกัน- อฏฺ จ ปุคฺคลธมฺมทสา เตติ เต ปุริสยุควเสนจตฺตาโรปิ ปุคฺคลวเสน อฏฺเว อริยธมฺมสฺสปจฺจกฺขทสฺสาวิตาย ธมฺมทสา.


84 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยแปลว่า ค�ำว่า ท่านเหล่านั้น คือ พระอริยบุคคล ๘ ท่าน ผู้เห็นประจักษ์ในธรรม (อฏฺฐ จ ปุคฺคลธมฺมทสา เต) ความว่า ว่าโดยคู่แห่งบุรุษ มี ๔ คู่ ว่าโดยบุคคลมี ๘ บุคคลนั่นเอง ชื่อว่าผู้เห็นธรรม เพราะความเป็นผู้เห็นโดยประจักษ์ซึ่งอริยธรรม- สนฺตาสนฺติ จิตฺตุตฺราสํ เตเนว เจตสิกทุกฺขสฺสคหิตตฺตา.แปลว่า ค�ำว่า ความสะดุ้ง (สนฺตาสํ) ได้แก่ ความสะดุ้งแห่งจิตเพราะทุกข์ทางจิตถูกความสะดุ้งแห่งจิตนั้นยึดครองแล้ว- ทุคฺคติปริกิเลสนฺติ ทุคฺคติปริยาปนฺนํ สพฺพมฺปิ ทุกฺขํ,ตยิทํ สพฺพํ ปรโต ผลกถายํ อาวิภวิสฺสติ.แปลว่า ค�ำว่า ความเศร้าหมองในทุคติ (ทุคฺคติปริกิเลสํ) ได้แก่ทุกข์ แม้ทั้งหมด ที่นับเนื่องในทุคติ ทุกข์ทั้งหมดนี้นั้นจักมีแจ้งในผลกถา ข้างหน้า- ภยํ หึสตีติ หิตาหิเตสุ อปฺปวตฺติปวตฺติเหตุกํ พฺยสนํ อปฺปวตฺติกรเณน วินาเสติ.แปลว่า ค�ำว่า ทรงกำจัดความกลัว (ภยํ หึสติ) ความว่าพระพุทธเจ้าย่อมทรงยังความพินาศอันเป็นเหตุแห่งความไม่เป็นไปในสิ่งที่เป็นประโยชน์เกื้อกูลและไม่เป็นประโยชน์เกื้อกูลให้พินาศ โดยทรงท�ำมิให้เป็นไป- การานนฺติ ทานวเสน ปูชาวเสน จ อุปนีตานํ สกฺการานํ. วิปุลผลปฏิลาภกรเณน สตฺตานํ


85 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรภยํ หึสตีติ โยชนา, อนุตฺตรทกฺขิเณยฺยภาวโตติอธิปฺปาโย.แปลว่า ค�ำว่า ผู้ทำอุปการะ (การานํ) ได้แก่ สักการะอันน้อมเข้าไปด้วยสามารถแห่งทาน และด้วยสามารถแห่งบูชา มีวาจาประกอบความว่า พระสงฆ์ย่อมเบียดเบียนภัยของสัตว์ทั้งหลาย โดยท�ำให้ได้รับผลอันไพบูลย์ อธิบายว่า เพราะพระสงฆ์เป็นทักขิไณยบุคคลผู้ยอดเยี่ยม- เอวํ อุเปตีติ ภชติ เสวติ ปยิรุปาสติ, เอวํ วาชานาติ พุชฺฌตีติ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ.แปลว่า ค�ำว่า ย่อมเข้าถึงอย่างนี้ (เอวํ อุเปติ) พึงทราบเนื้อความอย่างนี้ว่า ย่อมคบ คือ คบหา ได้แก่ เข้าไปนั่งใกล้อีกอย่างหนึ่ง ย่อมรู้คือ ย่อมเข้าใจอย่างนี้- สทฺธามูลิกาติ ยถาวุตฺตสทฺธาปุพฺพงฺคมา สมฺมาทิฏฺีติ พุทฺธสุพุทฺธตํ, ธมฺมสุธมฺมตํ, สํฆสุปฺปฏิ-ปตฺติฺ จ โลกิยาวโพธวเสเนว สมฺมา าเยนทสฺสนโต.แปลว่า ค�ำว่า มีศรัทธาเป็นมูลเหตุ (สทฺธามูลิกา) ได้แก่ สัมมาทิฏฐิ ชื่อว่ามีศรัทธาตามที่กล่าวแล้วเป็นส่วนเบื้องต้น เพราะแสดงความตรัสรู้ดีแล้วของพระพุทธเจ้า ความเป็นธรรมดีแห่งพระธรรม และความปฏิบัติดีของพระสงฆ์ ด้วยอ�ำนาจการหยั่งรู้ที่เป็นโลกิยะนั่นเอง คือ ด้วยธรรมที่พึงรู้โดยชอบ


86 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- สทฺธาปฏิลาโภติ อิมินา มาตาทีหิ อุสฺสาหิตทารกาทีนํ วิย าณวิปฺปยุตฺตํ สรณคมนํ ทสฺเสติ.แปลว่า ด้วยค�ำว่า การได้ศรัทธา (สทฺธาปฏิลาโภ) นี้ พระอรรถกถาจารย์แสดงสรณคมน์ที่ไม่ประกอบด้วยญาณ เหมือนสรณคมน์ของเด็กที่มารดาเป็นต้นให้อุตสาหะ- อตฺตา สนฺนิยฺยาตียติ อปฺปียติ ปริจฺจชียติเอเตนาติ อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ, ยถาวุตฺตํ ทิฏฺิชุกมฺมํ.แปลว่า ชื่อว่าการมอบตน (อตฺตสนฺนิยฺยาตนํ) เพราะวิเคราะห์ว่าเป็นเหตุที่ตนถูกมอบให้ คือ ให้ไป ได้แก่ สละ อันได้แก่ทิฏฐุชุกรรม (การท�ำความเห็นให้ตรง) ตามที่กล่าวแล้ว- อตฺตปริจฺจชนนฺติ สํสารทุกฺขนิตฺถรณตฺถํ อตฺตโนอตฺตภาวสฺส ปริจฺจชนํ.แปลว่า ค�ำว่า การยอมสละตน (อตฺตปริจฺจชนํ) ได้แก่ การสละอัตภาพของตน เพื่อสลัดออกจากทุกข์ในสงสาร- พุทฺธาทีนํเยวาติ อวธารณํ อตฺตสนฺนิยฺยาตนาทีสุปิตตฺถ ตตฺถ วตฺตพฺพํ. เอวฺ หิ ตทฺนิวตฺตนํ กตํ โหติ.แปลว่า อวธารณะว่า พุทฺธาทีนํเยว (แด่พระรัตนตรัยมีพระพุทธเจ้าเป็นต้นเท่านั้น) พึงกล่าวในค�ำเหล่านั้น ๆ มีค�ำว่าการมอบตนเป็นต้น ก็เมื่อเป็นอย่างนี้ ย่อมเป็นอันท�ำการห้ามค�ำอื่นจากนั้น


87 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- อาฬวกาทีนนฺติ อาทิ-สทฺเทน สาตาคิรเหมวตาทีนํ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ.แปลว่า ด้วย อาทิ-ศัพท์ ในค�ำว่า อาฬวกาทีนํ (มีอาฬวกยักษ์เป็นต้น) พึงเห็นการสงเคราะห์สาตาคิรยักษ์และเหมวตยักษ์เป็นต้นเข้าด้วย- ทกฺขิเณยฺยปณิปาเตนาติ ทกฺขิเณยฺยตาเหตุเกนปณิปาเตน.แปลว่า ค�ำว่า ด้วยการกราบไหว้พระทักขิไณยบุคคล (ทกฺขิเณยฺยปณิปาเตน) ได้แก่ ด้วยนอบน้อม อันมีความเป็นทักขิไณยบุคคลเป็นเหตุ- สพฺพทุกฺขกฺขโยติ สกลสฺส วฏฺฏทุกฺขสฺส อนุปฺปาทนิโรโธ.แปลว่า ค�ำว่า ความสิ้นทุกข์ทั้งปวง (สพฺพทุกฺขกฺขโย) ได้แก่ ความดับโดยไม่เกิดขึ้นแห่งทุกข์ในวัฏฏะทั้งสิ้น- ทิฏฺิสมฺปนฺโนติ มคฺคทิฏฺิยา สมนฺนาคโต โสตาปนฺโน.แปลว่า ค�ำว่า ผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิ (ทิฏฺิสมฺปนฺโน) ได้แก่ โสดาบันบุคลผู้ถึงพร้อมด้วยทิฏฐิในมรรค- โลหิตํ อุปฺปาเทยฺยาติ ชีวมานกสรีเร ขุทฺทกมกฺขิกายปิวนมตฺตมฺปิ โลหิตํ อุปฺปาเทยฺย.แปลว่า ค�ำว่า พึงทำร้ายให้ห้อเลือด (โลหิตํ อุปปาเทยฺย) ได้แก่พึงท�ำโลหิตแม้มีประมาณเพียงแมลงวันตัวเล็กๆ ดื่มกิน ให้ห้อขึ้นในสรีระที่ยังเป็นอยู่


88 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- อฺํ สตฺถารนฺติ อฺํ ติตฺถกรํ อยํ เม สตฺถาติเอวํ คณฺเหยฺย, เนตํ านํ วิชฺชตีติ อตฺโถ. แปลว่า ค�ำว่า ศาสดาอื่น (อญฺํ สตฺถารํ) ได้แก่ พึงถือเอาเจ้าลัทธิอื่นอย่างนี้ว่า ผู้เป็นศาสดาของเรา อธิบายว่านั่นมิใช่ฐานะมีอยู่- น เต คมิสฺสนฺติ อปายภูมินฺติ เต พุทฺธํ สรณํ คตา ตํนิมิตฺตํ อปายํ น คมิสฺสนฺติ, เทวกายํ ปนปริปูเรสฺสนฺตีติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า บุคคลเหล่านั้นจักไม่ไปยังอบายภูมิ (น เต คมิสฺสนฺติอปายภูมึ) ความว่า บุคคลเหล่านั้นถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะ จักไม่ไปอบายอันมีการถึงพระพุทธเจ้าว่าเป็นสรณะนั้นเป็นนิมิต แต่จักให้หมู่เทพบริบูรณ์- เวลามสุตฺตาทีติ อาทิ-สทฺเทน อคฺคปฺปสาทสุตฺตาทีนํ สงฺคโห ทฏฺพฺโพ.แปลว่า ด้วย อาทิ-ศัพท์ ในค�ำว่า เวลามสุตฺตาทิ (เวลามสูตรเป็นต้น) พึงทราบการสงเคราะห์อัคคัปปสาทสูตรเป็นต้น- น มหาชุติกนฺติ น อุชฺชลํ, อปริสุทฺธํ อปริโยทาตนฺติอตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ไม่รุ่งเรืองมาก (น มหาชุติกํ) ได้แก่ ไม่รุ่งเรืองอธิบายว่า ไม่บริสุทธิ์ คือ ไม่ผ่องแผ้ว- โก อุปาสโกติ สรูปปุจฺฉา, กึลกฺขโณ อุปาสโกติวุตฺตํ โหติ.


89 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรแปลว่า ค�ำว่า ใครคืออุบาสก (โก อุปาสโก) เป็นการถามโดยย่อมีค�ำอธิบายที่ท่านกล่าวไว้ว่า อุบาสกมีลักษณะอย่างไร- มิจฺฉาวณิชฺชาติ น สมฺมาวณิชฺชา อยุตฺตวณิชฺชาอสารุปฺปวณิชฺชา.แปลว่า ค�ำว่า การค้าขายผิด (มิจฺฉาวณิชฺชา) ได้แก่ การค้าขายโดยชอบหามิได้ คือ การค้าขายไม่สมควร ได้แก่ การค้าขายที่ไม่เหมาะ- ธมฺเมนาติ ธมฺมโต อนเปเตน, เตน อฺมฺปิอธมฺมิกํ ชีวิกํ ปฏิกฺขิปติ. แปลว่า ค�ำว่า โดยธรรม (ธมฺเมน) ได้แก่ ไม่ปราศจากธรรมท ่านย ่อมห้ามการเป็นอยู ่ที่ไม ่ประกอบด้วยธรรมแม้อื่นด้วยความไม่ปราศจากธรรมนั้น- สเมนาติ อวิสเมน, เตน กายวิสํ อาทิทุจฺจริตํ วชฺเชตฺวา กายสมาทินา สุจริเตน ชีวิกํ ทสฺเสติ.แปลว่า ค�ำว่า โดยสม่ำเสมอ (สเมน) ได้แก่ โดยไม่เสมอหามิได้ท่านเว้นทุจริตมีไม่เสมอกายเป็นต้นแล้ว แสดงความเป็นอยู่โดยสุจริตมีความเสมอกายเป็นต้น ด้วยความสมํ่าเสมอนั้น- สตฺถวณิชฺชาติ อาวุธภณฺฑํ กตฺวา วา กาเรตฺวา วายถากตํ วา ปฏิลภิตฺวา ตสฺส วิกฺกโย. แปลว่า ค�ำว่า การค้าขายศาตราวุธ (สตฺถวณิชฺชา) ได้แก่ การท�ำเองก็ดี ให้ท�ำก็ดี ซึ่งอาวุธภัณฑ์ หรือได้ตามที่กระท�ำ แล้วซื้อขายอาวุธภัณฑ์นั้น


90 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- สตฺตวณิชฺชาติ มนุสฺสวิกฺกโย. แปลว่า ค�ำว่า การค้าขายสัตว์ (สตฺตวณิชฺชา) ได้แก่ การซื้อขายมนุษย์- มํสวณิชฺชาติ สูนการาทโย วิย มิคสูกราทิเกโปเสตฺวา มํสํ สมฺปาเทตฺวา วิกฺกโย. แปลว่า ค�ำว่า การค้าขายเนื้อ (มํสวณิชฺชา) ได้แก่ การเลี้ยงเนื้อและสุกรเป็นต้น เหมือนเลี้ยงสุนัขเป็นต้น ยังเนื้อให้ถึงพร้อมแล้วซื้อขาย- มชฺชวณิชฺชาติ ยํ กิฺ จิ มชฺชํ โยเชตฺวา ตสฺสวิกฺกโย. แปลว่า ค�ำว่า การค้าขายของมีนเมา (มชฺชวณิชฺชา) ได้แก่การปรุงน�้ำเมาอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว ซื้อขายน�้ำเมานั้น- วิสวณิชฺชาติ วิสํ โยเชตฺวา วา วิสํ คเหตฺวา วาตสฺส วิกฺกโย.แปลว่า ค�ำว่า การค้าขายยาพิษ (วิสวณิชฺชา) ได้แก่ การประกอบยาพิษหรือรับเอายาพิษ แล้วซื้อขาย- ตสฺเสวาติ ปฺ จเวรมณิลกฺขณสฺส สีลสฺส เจว ปฺ จมิจฺฉาวณิชฺชาลกฺขณสฺส อาชีวสฺส จ.แปลว่า ค�ำว่า นั้นเท่านั้น (ตสฺเสว) ได้แก่ ศีลอันมีการเว้นจากเวร๕ เป็นลักษณะ และอาชีวะอันมีการซื้อขายผิด ๕ อย่างเป็นลักษณะ


91 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- มงฺคลํ ปจฺเจตีติ ทิฏฺมงฺคลาทิเภทํ มงฺคลเมวปตฺติยายติ.แปลว่า ค�ำว่า เชื่อมงคล (มงฺคลํ ปจฺเจติ) ได้แก่ ย่อมเชื่อมงคลต่างโดยทิฏฐมงคลเป็นต้นนั่นเอง- ทกฺขิเณยฺยํ ปริเยสตีติ ทุปฺปฏิปนฺนํ ทกฺขิณารหสฺีคเวสติ.แปลว่า ค�ำว่า แสวงหาทักขิไณยบุคค (ทกฺขิเณยฺยํ ปริเยสติ) ได้แก่เป็นผู้มีความส�ำคัญว่า ควรแก่ทักษิณา แสวงหาบุคคลผู้ปฏิบัติผิด- วิหารคฺเคนาติ โอวรกโกฏฺาเสน, อิมสฺมึ คพฺเภวสนฺตานมิทํ นาม ปนสผลํ ปาปุณาตีติอาทินา ตํ ตํวสนฏฺานโกฏฺาเสนาติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ตามจำนวนวิหาร (วิหารคฺเคน) ได้แก่ ส่วนของห้องน้อย อธิบายว่า โดยส่วนแห่งที่เป็นที่อยู่นั้นๆ โดยนัยว่าผลขนุนชื่อนี้ ย่อมถึง แก่ผู้ที่อยู่ในห้องนี้ เป็นต้น- ปาเณหิ อุเปตนฺติ หิ ยาว เม ปาณา ธรนฺติ,ตาว สรณํ อุเปต,ํ อุเปนฺโต จ น วาจามตฺเตน,น เอกวารํ จิตฺตุปฺปาทมตฺเตน, อถ โข ปาณานํ ปริจฺจชนวเสน ยาวชีวํ อุเปตนฺติ เอวเมตฺถ อตฺโถเวทิตพฺโพ.แปลว่า ก็ ค�ำว่า เข้าถึงแล้วด้วยชีวิต (ปาเณหิ อุเปตํ) พึงทราบเนื้อความในที่นี้ อย่างนี้ว่า ลมปราณของข้าพเจ้ายังทรงอยู่


92 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยเพียงใด สรณะอันข้าพเจ้าเข้าถึงแล้วเพียงนั้น อนึ่งข้าพเจ้าเมื่อเข้าถึง ไม่เข้าถึงแล้วด้วยเหตุสักว่าวาจา ไม่เข้าถึงแล้วด้วยเหตุสักว่า จิตตุปบาทวาระเดียว ที่แท้แลสรณะนั้น อันข้าพเจ้าเข้าถึงแล้วตลอดชีวิต ด้วยอ�ำนาจการสละลมปราณ ดังนี้- ปฏิคฺคณฺหาตูติ อธิวาสนวเสน สมฺปฏิจฺฉตูติ อตฺโถติอาห ขมตูติ.แปลว่า ค�ำว่า ขอจงทรงรับ (ปฏิคฺคณฺหาตุ) ความว่า ขอจงทรงรับด้วยสามารถการรับนิมนต์ เหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่าจงอดโทษ (ขมตุ)- สเทวเกน โลเกน สรณนฺติ อรณียโต อริโย, ตถาคโตติ อาห อริยสฺส วินเย พุทฺธสฺส ภควโต สาสเนติ.แปลว่า ชื่อว่า อริยะ (อริโย) เพราะไม่ยินดี ด้วยโลกพร้อมเทวโลกว่า เป็นสรณะ ได้แก่ ผู้ไปแล้วอย่างนั้น (ตถาคต)เหตุนั้น พระอรรถกถาจารย์จึงกล่าวว่า ในอริยวินัย คือ ในศาสนาของพระผู้มีพระภาคพุทธเจ้า (อริยสฺส วินเย พุทฺธสฺส ภควโต สาสเน)- ธมฺเมสุ จกฺขุนฺติ จตุสจฺจธมฺเมสุ เตสํ ทสฺสนฏฺเนจกฺขุ.แปลว่า ค�ำว่า จักษุในธรรมทั้งหลาย (ธมฺเมสุ จกฺขุํ) ได้แก่ ชื่อว่าจักษุ เพราะอรรถว่าเห็นธรรมเหล่านั้น บรรดาสัจจธรรม ๔ประการ


93 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- มุจฺจิสฺสตีติ สฏฺิ วสฺสสหสฺสานิ ปจฺจิตฺวา โลหกุมฺภีนรกโต มุจฺจิสฺสติ.แปลว่า ค�ำว่า จึงจะพ้นได้ (มุจฺจิสฺสติ) ความว่า พระราชาจักถูกไฟนรกไหม้ตลอด ๖๐,๐๐๐ ปี แล้วพ้นจากโลหกุมภีนรก- อุปสมฺปาเทตฺวาติ ธมฺมเสนาปตินา อุปชฺฌาเยนอุปสมฺปาเทตฺวา.แปลว่า ค�ำว่า ให้อุปสมบท (อุปสมฺปาเทตฺวา) ได้แก่ ทรงให้อุปสมบทโดยมีพระธรรมเสนาบดีสารีบุตร เป็นพระอุปัชฌาย์- สมนฺตาติ คตคตฏฺานสฺส จตูสุ ปสฺเสสุ สมนฺตโต.แปลว่า ค�ำว่า โดยรอบ (สมนฺตา) ได้แก่ โดยรอบ ๔ ข้างของที่ที่เสด็จไปแล้ว ๆ- สรีรผาสุกตฺถายาติ เอกสฺมึเยว าเน นิพทฺธวาสวเสน อุสฺสนฺนธาตุกสฺส สรีรสฺส วิจรเณน ผาสุกตฺถาย.แปลว่า ค�ำว่า เพื่อประสงค์ความผาสุกแห่งพระสรีระ (สรีรผาสุกตฺถาย) ได้แก่ เพื่อความส�ำราญพระสรีระซึ่งพระธาตุสะสมขึ้น ด้วยอ�ำนาจการประทับอยู่ ในสถานที่เดียวอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเสด็จเที่ยวไป- สพฺพฺุ ตฺาณชาลสฺส อนฺโต ปวิฏฺโติ ตสฺสาณสฺส โคจรภาวํ อุปคโต.แปลว่า ค�ำว่าเข้าไปภายในข่ายคือสัพพัญญุตญาณ (สพฺพฺุ ตฺ -าณชาลสฺส อนฺโต ปวิฏฺโ) ได้แก่ เข้าถึงความเป็นที่โคจรแห่งญาณนั้น


94 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- นิพฺพิเสวนนฺติ วิคตตุทนํ, มานทพฺพวเสน อปคตปริปฺผนฺทนนฺติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ให้หมดพยศ (นิพฺพิเสวนํ) ได้แก่ มีความทิ่มแทงไปปราศแล้ว อธิบายว่า มีความดิ้นรนไปปราศแล้ว ด้วยสามารถควรแก่การนับถือ- อิจฺฉานงฺคเลติ อิทํ ตทา ภควโต โคจรคามนิทสฺสนํ สมีปตฺเถ ภุมฺมนฺติ กตฺวา.แปลว่า ค�ำว่า ใกล้บ้านพราหมณ์ชื่ออิจฉานังคละ (อิจฺฉานงฺคเล) นี้ เป็นค�ำแสดงโคจรคามของพระผู้มีพระภาค ในกาลนั้นเพราะท�ำอธิบายว่า เป็นสัตตมีวิภัตติ ใช้ในความหมายว่าที่ใกล้- ยถาภิรุจิเตนาติ ทิพฺพวิหาราทีสุ เยน เยน อตฺตโนอภิรุจิเตน วิหาเรน.แปลว่า ค�ำว่า ตามที่พระองค์ทรงพอพระทัยอย่างยิ่ง (ยถาภิรุจิเตน) ได้แก่ ด้วยธรรมเป็นเครื่องอยู่อันชอบใจยิ่ง แก่ตน อันใดใดบรรดาทิพพวิหารเป็นต้น- มนฺเตติ อิรุพฺเพทาทิมนฺตสตฺเถ.แปลว่า ค�ำว่า มนตร์ (มนฺเต) ได้แก่ ศาสตร์ว่าด้วยมนตร์มีฤคเวทเป็นต้น- สุวฏฺฏิตาติ วฏฺฏภาวสฺส ยุตฺตฏฺาเน สุฏฺุ วฏฺฏุลา.กาฬวงฺคติลกาทีนํ อภาเวน สุปริสุทฺธา.


Click to View FlipBook Version