95 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรแปลว่า ค�ำว่า กลมดี (สุวฏฺฏิตา) ได้แก่ กลมด้วยดีในที่ควรกลมชื่อว่าบริสุทธ์ิผุดผ่อง เพราะไม่มีจุดด�ำประมาณเมล็ดงาเป็นต้น- รฺ โ ทายภูตนฺติ กุลปรมฺปราย โยคฺยภาเวนราชโต ลทฺธทายภูตํ.แปลว่า ค�ำว่า เป็นรางวัลของหลวง (รฺ โ ทายภูตํ) ได้แก่ เป็นบ�ำเหน็จอันได้แล้วแต่พระราชา เพราะความประกอบโดยการสืบ ๆ มาแห่งตระกูล- สมิตปาปตฺตาติ อจฺจนฺตํ อนวเสสโต สวาสนํ สมิตปาปตฺตา.แปลว่า ค�ำว่า เพราะระงับบาปได้แล้ว (สมิตปาปตฺตตา) ได้แก่เพราะความเป็นผู้มีบาปอันสงบแล้ว โดยส่วนเดียว คือพร้อมวาสนาโดยไมมี่เหลือ- อตฺถาวหนฺติ ทิฏฺธมฺมิกสมฺปรายิกปรมตฺถสํหิตหิตาวหํ.แปลว่า ค�ำว่า นำประโยชน์มาให้ (อตฺถาวหํ) ได้แก่ อันน�ำมาซึ่งประโยชน์เกื้อกูลอันประกอบพร้อมในทิฏฐธรรม ในสัมปรายิกภพ และปรมัตถประโยชน์- ชาติสามฺโตติ ลกฺขณชาติยา ลกฺขณภาวมตฺเตนสมานภาวโต.แปลว่า ค�ำว่า โดยความเสมอกันโดยพระชาติ (ชาติสามญฺโต)ได้แก่ ความที่ลักษณะชาติเสมอกันกับลักษณะภาวะ
96 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- อโทสกุสลมูลชนิตกมฺมานุภาเวนาติ อโทสสงฺขาเตนกุสลมูเลน สหชาตาทิปจฺจยวเสน อุปฺปาทิตกมฺมสฺสอานุภาเวน สมฺปชฺชนฺติ โสมฺมตรรตนชาติกตฺตา.แปลว่า ค�ำว่า อานุภาพแห่งกรรมที่กุศลมูลคืออโทสะให้เกิด (อโทสุสลมูลชนิตกมฺมานุภาเวน) ได้แก่ ด้วยอานุภาพแห ่งกรรมอันกุศลมูลกล ่าวคืออโทสะให้เกิดขึ้นแล้วด้วยสามารถเป็นสหชาตปัจจัยเป็นต้น รัตนะเหล่านั้น ชื่อว่าย่อมส�ำเร็จ เพราะเป็นรัตนชาติอันละเอียดกว่า - วีริยมยสรีรา วิยาติ สวิคฺคหวีริยสทิสา, สวิคฺคหํ เจ วีริยํ สิยา ตํสทิสาติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า เป็นดุจมีร่างกายสำเร็จมาจากความพากเพียร (วีรยมยสรีรา วิย) ได้แก่ เช่นเดียวกับร่างกายที่มีความเพียรอธิบายว่า หากร่างกายพึงมีความเพียร, เป็นเช่นเดียวกับความเพียรนั้น
97 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร๓.๓ ธัมมสังคณีมูลฎีกาธัมมสังคณีมูลฎีกา: ฎีกาพระอภิธรรมปิฎกนี้มีความนิยมในการแปลพอถือเป็นหลักได้ ตามตัวอย่างดังต่อไปนี้- ยุคนฺธเรติ สีตปพฺพเตสฺเวโก ทฺเวจตฺตาลีสโยชนสหสฺสุพฺเพโธ, อาทิจฺโจ จ ตทุพฺเพธ-มคฺคจารี, โสสติ สมฺภเว ยถา ยุคนฺธเร โสเภยฺย, เอวํ โสภมาโนนิสินฺโนติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า เหนือยอดเขายุคันธร (ยุคนฺธเร) ได้แก่ เหนือยอดเขาที่มีความหนาวเย็น มีความสูง ๔๒,๐๐๐ โยชน์ และดวงอาทิตย์เที่ยวโคจรไปตามเส้นทางความสูงของภูเขานั้นอธิบายว่า พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น เมื่อทรงมีการถือก�ำเนิด ทรงประทับนั่งงดงามอยู่ เหมือนดวงอาทิตย์จะพึงงดงามเหนือยอดเขายุคันธร ฉะนั้น- โสเสตฺวาติ สุกฺขาเปตฺวา อนฺตรธาเปตฺวา อตฺถํ ปกาสยิสฺสามีติ สมฺพนฺโธ.แปลว่า ค�ำว่า บำราศไป (โสเสตฺวา) เชื่อมความว่า ข้าพเจ้าจักก�ำจัดอันตรายทั้งหลายให้เหือดแห้งอันตรธานไปแล้วประกาศเนื้อความ- นิกายนฺตรลทฺธีหีติ อนฺตรนฺตรา อนุปฺปเวสิตาหิ.แปลว่า ค�ำว่า ด้วยลัทธิของนิกายอื่น (นิกายนฺตรลทฺธีหิ) ได้แก่ ด้วยลัทธิของนิกายอื่นที่เพิ่มเติมเข้ามาเป็นระยะ ๆ
98 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- อตฺถวณฺณนนฺติ เอตฺถ วณฺณนา นาม วิวริตฺวาวิตฺถาเรตฺวา วจนํ.แปลว่า การเล่าโดยละเอียด ชื่อว่า การพรรณนา ในค�ำว่า การพรรณนาเนื้อความ (อตฺถสํวณฺณนํ) นี้.- กติปยาว ปฺ หวารา อวเสสาติ ธมฺมหทยวิภงฺเคอนาคตา หุตฺวา มหาธมฺมหทเย อาคตา ธมฺมหทยวิภงฺควจนวเสน อวเสสา กติปยาว ปฺ หวาราติอตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า และวาระแห่งปัญหาที่เหลือก็มีเล็กน้อย (กติปยาว ปญฺหวารา อวเสสา) ความว่า วาระแห่งปัญหาที่เหลือก็มีเล็กน้อย ด้วยอ�ำนาจแห่งค�ำในธัมมหทย-วิภังค์ เป็นวาระแห ่งปัญหาที่มิได้มาในธัมมหทยวิภังค์(แต ่)มาในธัมมหทยปกรณ์- อุปลพฺภตีติ ปฺาย อุปคนฺตฺวา ลพฺภติ.แปลว่า ค�ำว่า หยั่งรู้ (อุปลพฺภติ) ได้แก่ หยั่งรู้ด้วยปัญญา- ชานํ ชานาตีติ สพฺพฺุ ตฺาเณน ชานิตพฺพํ ชานาติ. น หิ ปเทสาณวา ชานิตพฺพํ สพฺพํ ชานาตีติ.แปลว่า ค�ำว่า ทรงรู้สิ่งที่ควรรู้ (ชานํ ชานาติ) ได้แก่ ทรงรู้สิ่งที่ควรรู้ด้วยพระสัพพัญญุตญาณ อธิบายว่า แท้จริง พระผู้มีพระภาคหาใช่ทรงมีพระญาณเพียงบางส่วนทรงรู้สิ่งที่ควรรู้ทั้งหมดไม่
99 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- อภิกฺกมนฺตีติ เอตฺถ อภิ-สทฺโท กมนสฺส วุทฺธิภาวํ อติเรกตฺตํ ทีเปติ.แปลว่า อภิ-ศัพท์ ในค�ำว่า กำเริบหนักขึ้น (อภิกฺกมนฺติ) นี้ แสดงถึงความเจริญ คือ ความมากเกินไปของการด�ำเนินไป- อธิปฺปาโยติ เอเตน “เทสนาติ ปฺตฺตี”ติ เอตํ วจนํ ธมฺมนิรุตฺตาภิลาปํ สนฺธาย วุตฺตํ, น ตพฺพิ-นิมุตฺตํ ปฺตฺตึ สนฺธายาติ ทสฺเสติ.แปลว่า ด้วยค�ำว่า อธิบายว่า (อธิปฺปาโย) นี้ ท่านแสดงว่า ค�ำนี้ว่า ค�ำว่า เทศนา ได้แก่ บัญญัติ ท่านกล่าวหมายเอาการกล่าวธัมมนิรุตติ หาใช่กล่าวไว้โดยหมายเอาบัญญัติที่พ้นจากการกล่าวธัมมนิรุตตินั้นไม่- ธมฺมํ ปริยาปุณนฺตีติ าเยน ปริยาปุณนฺตีติอธิปฺปาโย.แปลว่า ค�ำว่า เล่าเรียนธรรม (ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ) อธิบายว่าเล่าเรียนด้วยวิธีที่ถูกต้อง.- สพฺพสามยิกปริสายาติ สพฺพนิกายิกปริสาย ปฺ จปินิกาเย ปริยาปุณนฺติยา.แปลว่า ค�ำว่า ในบริษัทผู้เรียนนิกายทั้งหมด (สพฺพสามยิกปริสาย)ได้แก่ ในบริษัทผู้เรียนนิกายทั้งหมด คือ ในบริษัทผู้เรียนนิกายแม้ ๕ ประเภท
100 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- ธมฺมํ ปริวตฺเตนฺโตติ สาฏฺกถํ ปาฬึ ปริวตฺเตนฺโตเอตํ ปรวาทีโจทนํ ปตฺวา “อยํ ปรวาที”ติอาทิมาห.แปลว่า ค�ำว่า กำลังปริวรรตธรรมอยู่ (ธมฺมํ ปริวตฺเตนฺโต) ความว่า ฝ่ายพระสุธัมม-เทวเถระผู้เป็นคามวาสีก�ำลังปริวรรตบาลีพร้อมทั้งอรรถกถา ถึงการทักท้วงของปรวาทีบุคคลนี้แล้วจึงกล่าวค�ำว่า ปรวาทีบุคคลนี้ (อยํ ปรวาที) เป็นต้น- โพธิอภินีหารสทฺธายาติ ยาย สทฺธาย ทีปงฺกรทสพลสฺส สนฺติเก โพธิยา จิตฺตํ อภินีหริ ปณิธานํ อกาสิ.แปลว่า ค�ำว่า ถูกศรัทธาอันมุ่งไปสู่ปัญญาเครื่องตรัสรู้อบรมก่อน (โพธิอภินีหาร-สทฺธาย) ความว่า ได้น�ำจิตมุ่งตรงไป คือได้ตั้งปณิธานไว้เพื่อการตรัสรู้ ในส�ำนัก ของพระทศพลพระนามว่าทีปังกรด้วยศรัทธาใด- มา ภาถาติ มา ภายิตฺถ.แปลว่า ค�ำว่า อย่าตกใจกลัวเลย (มา ภาถ) แปลว่า อย่าได้ตกใจกลัวเลย - อิมสฺส ปนตฺถสฺสาติ กมฺมทฺวารานํ อฺมฺสฺมึอนิยตตาย “ทฺวาเร จรนฺติ กมฺมานี”ติอาทินาปกาสนตฺถํ.แปลว่า ค�ำว่า ก็เพื่อเนื้อความนี้ (อิมสฺส ปนตฺถสฺส) ความว่า เพื่อประกาศ ด้วยค�ำว่า “กรรมทั้งหลายย่อมเที่ยวไปในทวาร”เป็นต้น เพราะกรรมและทวารยังไม่แน่นอนในกันและกัน
101 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- กายิกกรณนฺติ กายทฺวารปฺปวตฺตํ จิตฺตกิริยํ,อธิปฺปายนฺติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า การกระทำทางกาย (กายิกกรณํ) ได้แก่ กิริยาแห่งจิตที่เป็นไปทางกายทวาร อธิบายว่า ความประสงค์- ตสฺมึ ทฺวาเร สิทฺธาติ เตน ทฺวาเรน วิฺาตพฺพภาวโต เตเนว ทฺวาเรน นามลาภโต ตสฺมึ ทฺวาเรปากฏภาววเสน สิทฺธา.แปลว่า ค�ำว่า สำเร็จแล้วในทวารนั้น (ตสฺมึ ทฺวาเร สิทฺธา)ความว่า ส�ำเร็จแล้วด้วยอ�ำนาจความปรากฏในทวารนั้นเพราะความเป็นกรรมที่จะพึงรู้แจ้งได้ด้วยทวารนั้น คือเพราะได้ชื่อด้วยทวารนั้นนั่นเอง- เอวํ สนฺเตติ กมฺมานํ ทฺวารจรเณ อฺมฺ เน จววตฺถาเน นามลาเภ วิเสสเน สตีติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า เมื่อเป็นอย่างนั้น (เอวํ สนฺเต) อธิบายว่า เมื่อการเที่ยวไปในทวารแห่งกรรมทั้งหลาย และเมื่อมีการก�ำหนด(กายและกายกรรม)ไว้กับกันและกัน ที่เป็นการได้ชื่อ ที่มีความพิเศษ(มีความแตกต่างกัน) มีอยู่- โกฏฺาสโตติ ผสฺสปฺ จมกาทีสุ จิตฺตงฺคโกฏฺาเสสุ เยโกฏฺาสา โหนฺติ, ตโตติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า โดยส่วน (โกฏฺาสโต) ความว่า โดยส่วนที่มีอยู่ในบรรดาจิตตโกฏฐาสะและอังคโกฏฐาสะ ซึ่งมีผัสสะเป็นที่๕ เป็นต้น
102 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- อาจริยานนฺติ เรวตาจริยสฺส.แปลว่า ค�ำว่า ของอาจารย์ทั้งหลาย (อาจริยานํ) ได้แก่ ของอาจารย์เรวตะ- ปวตฺตสนฺตตาธิปเตยฺยนฺติ ปวตฺตสงฺขาตาย สนฺตติยาอธิปติภูตํ.แปลว่า ค�ำว่า เป็นอธิปไตยที่เป็นไปแล้วและสืบต่อกันแล้ว (ปวตฺตสนฺตตาธิปเตยฺยํ) ได้แก่ เป็นอธิปไตยโดยความสืบต่อกันกล่าวคือที่เป็นไปแล้ว- ทายชฺชํ นวโลกุตฺตรธมฺมาทิ.แปลว่า โลกุตตรธรรม ๙ เป็นต้น ชื่อว่าความที่ตนมีทายาท- อโทโส ทุสฺสีลฺยมลสฺสาติ อิทํ ทุสฺสีลฺยสฺส โทสสมุฏฺานตํ โทสูปนิสฺสยตฺ จ สนฺธาย วุตฺตํ.แปลว่า ค�ำว่า อโทสะเป็นข้าศึกต่อมลทินคือความเป็นผู้ทุศีล (อโทโส ทุสฺสีลฺยมลสฺส) นี้ ท่านกล่าวหมายถึงความมีโทสะเป็นสมุฏฐาน และความมีโทสะเป็นที่อาศัย แห่งความเป็นผู้ทุศีล- ทิพฺพวิหารสฺสาติ จตุนฺนํ ฌานานํ.แปลว่า ค�ำว่า แห่งธรรมเป็นเครื่องอยู่อันเป็นทิพย์ (ทิพฺพวิหารสฺส) ได้แก่ แห่งฌาน ๔ - เมตฺตาปุพฺพภาโคติ อปฺปนาปฺปตฺตาย เมตฺตาย ปุพฺพภาโค, ปริกมฺมเมตฺตา เอตสฺมึ จิตฺเต อตฺถีติ อตฺโถ.
103 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรแปลว่า ค�ำว่า อันเป็นส่วนเบื้องต้นของเมตตา (เมตฺตาปุพฺพภาโค)ได้แก่ สภาวธรรมอันเป็นส่วนเบื้องต้นของเมตตาที่ยังไม่ถึงอัปปนา อธิบายว่า บริกรรมเมตตายังมีอยู่ในจิตนี้- วิรติวเสนาติ วจีปวตฺติยา น ปูเรติ, กินฺตุ วิรติ-โยเคนาติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ด้วยอำนาจวิรัติ (วิรติวเสน) ความว่า ย่อมไม่บ�ำเพ็ญสัมมาวาจาให้เต็มด้วยความเป็นไปแห่งค�ำพูด, ส่วนจะบ�ำเพ็ญให้เต็มด้วยการประกอบวิรัติได้อย่างไร- เตสุ ธมฺเมสูติ จิตฺตเจตสิกธมฺเมสุ. แปลว่า ค�ำว่า ในธรรมเหล่านั้น (เตสุ ธมฺเมสุ) ได้แก่ ในสภาวธรรมคือจิตและเจตสิก- สมฺผุสนาติ อารมฺมณสมาคมผุสนา, น ปฏิลาภสมฺผุสนา.แปลว่า ค�ำว่า กิริยาที่ถูกต้อง (สมฺผุสนา) ได้แก่ การกระทบที่เป็นการร่วมกันของอารมณ์ หาใช่การได้สัมผัสไม่- ตชฺชนฺติ ตสฺส ผลสฺส อนุจฺฉวิกํ.แปลว่า ค�ำว่า ที่เหมาะสมกัน (ตชฺชํ) ได้แก่ ที่สมควรแก่ผลนั้น- อตฺตมนตาติ เอตฺถ อตฺต-สทฺเทน น จิตฺตํ วุตฺตํ.แปลว่า ด้วย อตฺต-ศัพท์ ในค�ำว่า ความชื่นชมยินดี (อตฺตมนตา) นี้ ท่านมิได้กล่าวจิตไว้แล้ว
104 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- ธุรนฺติ นิปฺผาเทตุํ อารทฺธํ กุสลํ, ปฏิฺํ วา.แปลว่า ค�ำว่า ธุระ (ธุรํ) ได้แก่ กุศลหรือปฏิญญาที่ปรารภเพื่อให้วิริยะส�ำเร็จ- อลุพฺภนกวเสนาติ เอตฺถ อลุพฺภนเมว อลุพฺภนกนฺติภาวนิทฺเทโส ทฏฺพฺโพ.แปลว่า ในค�ำว่า ด้วยอำนาจแห่งความไม่โลภ (อลุพฺภนกวเสน) นี้บัณฑิตพึงเห็นการแสดงไขภาวะ ว่า ความไม่โลภนั่นแหละชื่อว่าอลุพภนกะ- อพฺยาปชฺโชติ พฺยาปาเทน ทุกฺเขน โทมนสฺสสงฺขาเตน โทเสน วิย น พฺยาปาเทตพฺโพติปิ อตฺโถยุชฺชติ.แปลว่า เนื้อความแม้ว่า ค�ำว่า ความไม่คิดเบียดเบียน (อพฺยาปชฺโช) คือ ไม่พึงให้เบียดเบียนด้วยพยาบาท คือ ด้วยทุกข์ เหมือนไม่พึงให้เบียดเบียน ด้วยโทสะกล่าวคือโทมนัส ก็ถูกต้อง- ปจฺโจสกฺกนภาเวน ปวตฺตํ อกุสลเมว ปจฺโจสกฺกนํ.แปลว่า อกุศลนั่นเองที่เป็นไปโดยภาวะแห่งความคด ชื่อว่า ความคด (ปจฺโจสกฺกนํ)- ติสฺโส จ เวทนา อาหรตีติอาทิ ยถาสมฺภววเสนวุตฺต,ํ น อิมสฺมึเยว จิตฺเต ผสฺสาทิวเสน.
105 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรแปลว่า ค�ำว่า และย่อมนำเวทนา ๓ ประการมา (ติสฺโส จ เวทนา อาหรติ) เป็นต้น ท่านกล่าวไว้ด้วยอ�ำนาจตามที่เกิดมี หาได้กล่าวไว้ด้วยอ�ำนาจแห่งผัสสะเป็นต้น ในจิตนี้เท่านั้นไม่- เหตฺวฏฺเนาติ อุปายตฺเถน, น มูลตฺเถน.แปลว่า ค�ำว่า เพราะใช้ในความหมายว่าเป็นเหตุ (เหตฺวฏฺเน)ได้แก่ เพราะใช้ในความหมายว่าเป็นอุบาย หาใช่เพราะใช้ในความหมายว่าเป็นมูลไม่- เอตฺถาติ เอตสฺมึ ยถาวุตฺเต สมเย, เอเตสุ วาธมฺเมสุ. แปลว่า ค�ำว่า ใน...นี้ (เอตฺถ) ได้แก่ ในสมัยดังกล่าวนี้ อีกอย่างหนึ่ง ในธรรมเหล่านี้ - ภาโวติ สตฺโต, โย โกจิ วา อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ภาวะ (ภาโว) ได้แก่ ความมีอยู่ อีกอย่างหนึ่งความหมาย อย่างใดอย่างหนึ่ง- สปฺปโยเคนาติ ลีนสฺส จิตฺตสฺส อุสฺสาหนปโยคสหิเตน.แปลว่า ค�ำว่า อันมีความเพียร (สปฺปโยเคน) ได้แก่ อันประกอบด้วยความเพียรคือความพยายามแห่งจิตที่หดหู่ - อฏฺเว โกฏฺาเส กตฺวาติ เอกสฺส สตฺตสฺสเอกสฺมึ ขเณ อุปฺปนฺนเมกํ ปมจิตฺตํ ทสฺเสตฺวาอฺานิ ตาทิสานิ อทสฺเสนฺเตน สพฺพานิ ตานิ
106 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยสริกฺขฏฺเน เอกีกตานิ โหนฺติ, ตถา เสสานิปีติเอวํ อฏฺ กตฺวา.แปลว่า ค�ำว่า ทรงกระทำให้เป็น ๘ ส่วนเท่านั้น (อฏฺเฐว โกฏฺฐาเสกตฺวา) ความว่า ทรงกระท�ำให้เป็น ๘ ส่วน อย่างนี้คือ จิตเหล่านั้นทุกดวง อันพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ผู้เมื่อครั้นทรงแสดงจิตดวงที่ ๑ ดวงเดียวที่เกิดขึ้นในขณะเดียวแก่สัตว์ชนิดเดียว แล้วไม่ทรงแสดงจิตเช่นนั้นเหล่าอื่น เป็นจิตที่ทรงท�ำให้เป็นอันเดียวกัน เพราะมีความหมายว่ามีความคล้ายกัน จิตทั้งหลายแม้ที่เหลือก็อย่างนั้น- โอกปฺปนาติ สทฺทหนา.แปลว่า ค�ำว่า ความปักใจเชื่อ (โอกปฺปนา) ได้แก่ ความเชื่อ - อฺ เสมฺปิ จาติ ทิฏฺิมานาทีนํ ผสฺสาทีนฺ จ.แปลว่า ค�ำว่า อนึ่ง แม้เหล่าอื่น (อญฺเสมฺปิ จ) ได้แก่ สภาวธรรมมีทิฏฐะและมานะเป็นต้น และสภาวธรรมมีผัสสะเป็นต้น- นีลวณฺณโยคโต นีลวตฺถํ วิยาติ นีลโยคโต วตฺถํ นีลํ วิยาติ อธิปฺปาโย.แปลว่า ค�ำว่า เหมือนผ้าสีเขียว เพราะประกอบด้วยสีเขียวฉะนั้น (นีลวณฺณโยคโต นีลวตฺถํ วิย) อธิบายว่า เหมือนผ้ามีสีเขียว เพราะประกอบด้วยสีเขียวฉะนั้น - อนาโภครสาติ ปณีตสุเขปิ ตสฺมึ อวนติ ปฏิปกฺขกิจฺจาติ อตฺโถ.
107 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรแปลว่า ค�ำว่า มีความไม่ผูกใจเป็นกิจ (อนาโภครสา) ความว่ามีการโค้ง คือ มีความเป็นปฏิปักษ์เป็นกิจ ในฌานที่ ๓ นั้นแม้ที่เป็นความสุขชั้นเลิศ- ตสฺส ตสฺส ฌานสฺส อุปจารนฺติ นีวรณวิตกฺกวิจารนิกนฺติยาทีนํ วูปสมา ถิรภูโต กามาวจรสมาธิ.แปลว่า ค�ำว่า อุปจารแห่งฌานนั้นๆ (ตสฺส ตสฺส ฌานสฺส อุปจารํ) ได้แก่ กามาวจรสมาธิที่เป็นสิ่งมั่นคงเพราะระงับนิวรณ์ วิตก วิจาร และความติดใจเป็นต้นเสียได้ - อปฺปคุณนฺติ ปฺ จหิ วสิตาหิ อวสีกตํ.แปลว่า ค�ำว่า ไม่คล่องแคล่ว (อปฺปคุณํ) ได้แก่ มิได้ท�ำให้เชี่ยวชาญ ด้วยความเชี่ยวชาญ ๕ อย่าง- นิทฺโทสภาเวนาติ นิปฺปฏิฆภาเวน.แปลว่า ค�ำว่า เพราะเป็นสภาวธรรมไม่มีโทษ (นิทฺโทสภาเวน)ได้แก่ เพราะเป็นสภาวธรรมไม่มีความขัดเคือง- สพฺพากาเรนาติ เอวํ รูปนิมิตฺตํ ทณฺฑาทานสมฺภวทสฺสนาทินา สพฺเพน รูปรูปนิมิตฺเตสุตทารมฺมณชฺฌาเนสุ โทสทสฺสนากาเรน, รูปาทีสุนิกนฺติปฺปหานอนาวชฺชิตุกามตาทินา วา.ค�ำว่า โดยอาการทั้งปวง (สพฺพากาเรน) ความว่า โดยอาการทั้งปวงมีการถือท่อนไม้และการเห็นการสมภพเป็นต้น คือโดยอาการที่เห็นโทษในรูปนิมิตและอรูปนิมิต ได้แก่ ในฌานซึ่งมีรูปนิมิตและอรูปนิมิตนั้นเป็นอารมณ์ อีกอย่าง
108 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยหนึ่ง โดยอาการมีความเป็นผู้ไม่ประสงค์จะค�ำนึงถึงการละความติดใจในรูปเป็นต้น- นาสฺาติ สฺาภาโว จ เอติสฺสา อตฺถีติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ไม่มีสัญญาก็ไม่ใช่ (นาสฺา) ความว่า ก็ความไม่มีสัญญามีอยู่แก่สัญญานี้- โลกํ ตรตีติ เอเตน โลกสมติกฺกมปฏิปตฺติมาห.แปลว่า ด้วยค�ำว่า ย่อมข้ามโลก (โลกํ ตรติ) นี้ ท่านกล่าวถึงการปฏิบัติเพื่อการข้ามโลก- รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวาติ อกิจฺเฉนปิ ปริคฺคเหตฺวา.แปลว่า ค�ำว่า กำหนดจับรูปและความไม่มีรูปได้ (รูปารูปํ ปริคฺคเหตฺวา) ได้แก่ ก�ำหนดจับได้แม้โดยไม่ยากนัก- มคฺคสนฺนิสฺสิตนฺติ ปรมตฺถมคฺคสภาวตฺตา มคฺคาวยวภาเวน สมุทายสนฺนิสฺสิตนฺติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า อาศัยแล้วซึ่งมรรค (มคฺคสนฺนิสฺสิตํ) อธิบายว่าอาศัยแล้วซึ่งกลุ่ม โดยความเป็นส่วนประกอบแห่งมรรคเพราะเป็นสภาวะแห่งมรรคที่เป็นปรมัตถ์- เสนงฺครถงฺคาทโย วิยาติ เอเตน ปุคฺคลปฺตฺติยาอวิชฺชมานปฺตฺติภาวํ ทสฺเสติ.แปลว่า ด้วยค�ำว่า เหมือนองค์ของกองทัพและองค์ของรถเป็นต้น (เสนงฺครถงฺคาทโย วิย) นี้ ท่านอาจารย์แสดงความที่ปุคคลบัญญัติเป็นบัญญัติที่ไม่มีอยู่
109 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- สกิจฺจโกติ วิสุํ อตฺตโน กิจฺจวา.แปลว่า ค�ำว่า มีหน้าที่เฉพาะตน (สกิจฺจโก) ได้แก่ มีหน้าที่ของตนแตกต่างกันไป- นิมิตฺตธมฺเมสูติ สมูหาทิฆนวเสน จ สกิจฺจปริจฺ-เฉทตาย จ สปริคฺคเหสุ ขนฺเธสุ.แปลว่า ค�ำว่า ในธรรมที่มีนิมิตทั้งหลาย (นิมิตฺตธมฺเมสุ) ได้แก่ในขันธ์ทั้งหลายที่มีการก�ำหนด ด้วยอ�ำนาจกลุ่มก้อนมีสมูหะเป็นต้น และด้วยความเป็นการก�ำหนดโดยกิจของตน- ตตฺราติ โลกุตฺตรชฺฌาเน.แปลว่า คำว่า ใน...นั้น (ตตฺร) ได้แก่ ในโลกุตตรฌาน- ปกิณฺณกสงฺขาเรติ ปาทกชฺฌานโต อฺสงฺขาเร.แปลว่า ค�ำว่า สังขารที่คละกันทั้งหลาย (ปกิณฺณกสงฺขาเร) ได้แก่สังขารอื่นทั้งหลายจากฌานที่เป็นบาท- ยสฺมึ ปน ปาทกชฺฌานํ นตฺถีติ จตุตฺถชฺฌานิกวชฺชานํ ปาทกานิ โลกิยชฺฌานานิ สนฺธาย วุตฺตํ.แปลว่า ค�ำว่า แต่ในอรูปภพใด ไม่มีฌานที่เป็นบาท (ยสฺมึ ปน ปาทกชฺฌานํ นตฺถิ) ท่านกล่าวหมายเอาฌานที่เป็นโลกิยะทั้งหลายที่เป็นบาทแห่งฌานทั้งหลายที่เว้นมรรคที่ประกอบด้วยจตุตถฌาน- ปเวธตีติ โคตฺรภุสฺส ปจฺจโย ภวิตุํ น สกฺโกตีติอตฺโถ.
110 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยแปลว่า ค�ำว่า ย่อมหวั่นไหว (ปเวเธติ) ความว่า ย่อมไม่สามารถจะเป็นปัจจัยแห่งโคตรภูได้- เอกํ ภวนฺติ อนาคามิโน อเนกกฺขตฺตฺุ จ ตตฺเถวอุปปชฺชนฺตสฺส เหฏฺา อนาคมนวเสน เอโก ภโวติคเหตฺวา วุตฺตํ.แปลว่า ค�ำว่า ภพเดียว (เอกํ ภวํ) ท่านกล่าวไว้เพราะถือเอาการอธิบายว่า เมื่อพระอนาคามี เกิดขึ้นในภพที่ ๒ นั้นนั่นแหละหลายครั้ง จึงเกิดภพเดียว ด้วยอ�ำนาจแห่งการไม่ได้บรรลุในหนหลัง- ทฺวีสุ ภเวสูติ อนาคามิมคฺเค อภาวิเต สกทาคามิสฺสกามธาตุยํ เย ทฺเว ภวา อุปฺปชฺเชยฺยุํ, เตสูติ อตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า ในภพทั้ง ๒ (ทฺวีสุ ภเวสุ) ความว่า เมื่ออนาคามิมรรคอันพระอนาคามียังมิได้เจริญ ภพ ๒ เหล่าใด ในกามธาตุพึงเกิดขึ้นแก่พระสกทาคามี ในภพทั้ง ๒ นั้น- จลตีติ เอเตน จลนสภาวเมว ทสฺเสติ, น อจลนาภาวํ, ตสฺมา อจลนํ ทสฺเสตฺวา ปุน จลนํ ทสฺเสตุํ ตถาคตสฺส หีติอาทิมาห.แปลว่า ด้วยค�ำว่า ย่อมหวั่นไหว (จลติ) นั่น ท่านแสดงสภาวะคือความหวั่นไหวนั่นเอง หาได้แสดงความไม่มีความไม่หวั่นไหวไม่เพราะเหตุนั้น ท่านครั้นแสดงความไม่หวั่นไหวแล้ว เพื่อจะแสดงความหวั่นไหวอีก จึงกล่าวว่า เพราะว่า (มรรคแม้ทั้ง ๔) ของพระตถาคต (ตถาคตสฺส หิ) เป็นต้น
111 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- ฉนฺโทติ ตณฺหา. แปลว่า ค�ำว่า ฉันทะ (ฉนฺโท) คือ ตัณหา - อนุสโยติ ตณฺหา มานานุสโย จ.แปลว่า ค�ำว่า อนุสัย (อนุสโย) ได้แก่ ตัณหานุสัย และมานานุสัย- คนฺตพฺพาภาวโตติ พุชฺฌิตพฺพาภาวโต.แปลว่า ค�ำว่า เพราะไม่มีสิ่งที่ควรดำเนินไป (คนฺตพฺพาภาวโต)ได้แก่ เพราะไม่มีสิ่งที่ควรรู้- อสติยจิตฺเตติ อหิริกาทีหิ อารกฺขรหิตจิตฺเต.แปลว่า ค�ำว่า ในจิตที่ไม่เป็นที่ตั้งแห่งสติ (อสติยจิตฺเต) ได้แก่ในจิตที่ปราศจากการอารักขาด้วยอหิริกะเป็นต้น- เจตโส อวูปสเมติ นิปฺผาเทตพฺเพ ปโยชเน ภุมฺมํ,อวูปสมปจฺจยภูตํ อารมฺมณํ วา อวูปสโมติ วุตฺตํ.แปลว่า ค�ำว่า ในความไม่เข้าไปสงบแห่งใจ (เจตโส อวูปสเม) เป็นสัตตมีวิภัตติ ใช้ในการประกอบที่จะพึงให้ส�ำเร็จ อีกอย่างหนึ่งอารมณ์ที่เป็นปัจจัยแห่งความไม่เข้าไปสงบ ท่านก็เรียกว่าความไม่เข้าไปสงบ (อวูปสโม)- วิปริเยสโตติ วตฺถุสฺส วิปรีตโต.แปลว่า ค�ำว่า โดยคลาดเคลื่อน (วิปริเยสโต) ได้แก่ โดยความวิปริตแห่งวัตถุ- อนุสฺสาหนาวสีทนภาเวน สํหตภาโว ถินํ.แปลว่า ภาวะที่จิตถูกความไม่อุตสาหะ และความจมลงก�ำจัดแล้วชื่อว่าความท้อแท้ (ถินํ)
112 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- วิรุทฺธากาโรติ วิรุทฺธสฺส ปุคฺคลสฺส, จิตฺตสฺส วาอากาโร วิรุทฺธภาโว. แปลว่า ค�ำว่า อาการที่คิดประทุษร้าย (วิรุทฺธากาโร) ได้แก่อาการของบุคคลหรือของจิตที่คิดประทุษร้าย ชื่อว่าความเป็นแห่งความประทุษร้าย- ตํ อปฺปมาณนฺติ โกธสฺส ตถาปวตฺตนสภาวาภาวาอฺ เน เกนจิ การเณน ปริปุณฺณตา สิยาติ สนฺธายวุตฺตํ.แปลว่า ค�ำว่า คำพูดนั้นก็ไม่เป็นประมาณ (ตํ อปฺปมาณํ) ท่านกล่าวหมายถึงว่า เป็นเหมือนค�ำพูดที่บริบูรณ์ ด้วยเหตุอื่นบางอย่าง เพราะบุคคลที่โกรธแล้วจะไม่มีสภาวะคือความเป็นไปเช่นนั้น- กฺ จิ ธมฺมนฺติ ฉนฺทาทีสุ เอกมฺปิ สหชาตํ.แปลว่า ค�ำว่า ธรรมอะไรๆ (กญฺจิ ธมฺมํ) ความว่า สหชาตธรรมแม้อย่างหนึ่ง ในบรรดาสหชาตธรรมทั้งหลายมีฉันทะเป็นต้น- อุปจิตตฺตาติ ยถา อฺสฺส วิปากํ ปฏิพาหิตฺวาอตฺตโน วิปากาภิมุขํ โหติ ตถา วฑฺฒิตตฺตา.แปลว่า ค�ำว่า เพราะได้สั่งสมไว้แล้ว (อุปจิตตฺตา) ได้แก่ เพราะเหตุที่ได้ท�ำให้เจริญขึ้นแล้ว โดยประการที่จักขุวิญญาณจะเป็นวิญญาณที่ห้ามวิบากของกรรมอื่นแล้วมุ่งเฉพาะวิบากของตน
113 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- เอตฺถ จ พหิทฺธาติ เอตํ นิทสฺสนมตฺตํ. อชฺฌตฺตมฺปิหิ อารมฺมณํ โหตีติ.แปลว่า ก็ในที่นี้ ค�ำว่า ในภายนอก (พหิทฺธา) นี้ เป็นเพียงตัวอย่างเพราะว่า อารมณ์แม้ในภายในก็มี.- ตสฺมา เอตฺถ มโน เอว ธาตุ มโนธาตูติ เอว-สทฺโทมตฺตสทฺทตฺโถ ทฏฺพฺโพ.แปลว่า เพราะเหตุนั้น ในที่นี้ เอว-ศัพท์ ในค�ำว่า ธาตุคือมโน ชื่อว่ามโนธาตุ (มโน เอว ธาตุ มโนธาตุ) บัณฑิตพึงเห็นว่ามีมตฺตศัพท์เป็นอรรถ- อวิฺตฺติชนกโตติ กายวจีกมฺมทฺวารนิวารณํ กโรติ.แปลว่า ค�ำว่า เพราะให้วิญญัติเกิดขึ้นไม่ได้ (อวิญฺตฺติชนกโต) ได้แก่ ย่อมท�ำการห้ามกายทวาร วจีทวาร และกัมมทวาร- พลวปจฺจเยหีติ ปโยเคน วินา นิปฺผนฺเนหิอารมฺมณาทิปจฺจเยหิ.แปลว่า ค�ำว่า ด้วยปัจจัยที่มีกำลังทั้งหลาย (พลวปจฺจเยหิ) ได้แก่ ด้วยปัจจัยมีอารมณ์เป็นต้นที่ส�ำเร็จแล้ว โดยเว้นจากความเพียร- กาลวเสน ปน ปริณมตีติ อปฺปายุกสวตฺตนิกกมฺม- ํพหุเล กาเล ตกมฺมสหิตสนฺตานชนิตสุกฺกโสณิต- ํปจฺจยานํ ตมูลกานํ ํ จนฺทสูริยวิสมปริวตฺตาทิชนิตอุตาหาราทิวิสมปจฺจยานฺ จ วเสน ปริณมติ.แปลว่า ค�ำว่า แต่อายุนั้นย่อมเปลี่ยนไปด้วยอำนาจแห่งกาลเวลา (กาลวเสน ปน ปริณมติ) ความว่า อายุนั้นย่อมเปลี่ยนไป
114 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยด้วยอ�ำนาจแห่งปัจจัยคือน�้ำสุกกะที่ยังการสืบล�ำดับเชื้อสายซึ่งประกอบด้วยกรรมนั้นให้เกิดขึ้น ในกาลเวลาที่หนาแน่นด้วยกรรมที่เป็นไปพร้อมเพื่อความอายุสั้น และแห่งปัจจัยที่ไม ่สม�่ำเสมอมีฤดูและอาหารเป็นต้นที่ยังความเป็นไปที่ไม่สม�่ำเสมอแห่งดวงจันทร์และดวงอาทิตย์เป็นต้นให้เกิดขึ้นซึ่งมีกรรมดังกล่าวข้างตั้นนั้นเป็นมูล- ตํตํสทิสผลทานนฺติ ตสฺส ตสฺส อตฺตโน อนุรูปผลสฺส ทานํ.แปลว่า ค�ำว่า การให้ผลเหมือนกันกับพืชนั้นๆ (ตํตํสทิสผลทานํ) ได้แก่ การให้ผลที่เหมาะสมแก่ตนของพืชนั้นๆ - อิมสฺมึ าเนติ โสฬสวิปากกถาาเน.แปลว่า ค�ำว่า ในที่นี้ (อิมสฺมึ าเน) ได้แก่ ในที่กล่าวถึงเรื่องวิปากจิต ๑๖ ดวง- สมุทาจารตฺตาติ อาปาถคเต วิสเย ปฏิสนฺธิวิสเย จพหุลํ อุปฺปาทิตปุพฺพตฺตา.แปลว่า ค�ำว่า เพราะความที่ตนเสพอยู่เสมอ (สมุทาจารตฺตา) ได้แก่ เพราะเคยให้เกิดขึ้นอย่างหนาแน่น ในอารมณ์และในอารมณ์แห่งปฏิสนธิที่ไปสู่คลอง- มหาปกรเณ อาวิ ภวิสฺสตีติ มหาปกรเณ อาคตปาฬิยา ปากฏํ อุปฺปตฺติวิธานํ อาวิ ภวิสฺสตีติอธิปฺปาเยน วทติ.
115 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรแปลว่า ค�ำว่า จักมีแจ่มแจ้งในมหาปกรณ์ (มหาปกรเณ อาวิ ภวิสฺสติ) ความว่า พระเถระรูปที่ ๒ กล่าวด้วยความประสงค์ว่า วิธีแห่งการเกิดขึ้น(ของตทารัมมณจิตดวงนั้น)ที่ปรากฏในพระบาลีที่มาในมหาปกรณ์ จักมีแจ้มแจ้ง - อนนฺตราเยนาติ ปริหานิปจฺจยวิรเหน.แปลว่า ค�ำว่า โดยไม่มีอันตราย (อนนฺตราเยน) ได้แก่ โดยปราศจากปัจจัยแห่งความเสื่อม- มคฺคํ อุปาทายาติ มคฺคสทิสตาย มคฺโคติ อิมมตฺถํ สนฺธายาห.แปลว่า ค�ำว่า เพราะอาศัยมรรค (มคฺคํ อุปาทาย) ท่านกล่าวหมายเอาเนื้อความนี้ว่า ชื่อว่ามรรค เพราะเป็นเช่นเดียวกันกับมรรค- วาตปุปฺผนฺติ โมฆปุปฺผํ.แปลว่า ค�ำว่า ดอกไม้ที่ปลิวไปตามลม (วาตปุปฺผํ) ได้แก่ ดอกไม้ที่ไร้ประโยชน์- อตฺตภาโวติ ปฺ จกฺขนฺธา วุจฺจนฺติ.แปลว่า ขันธ์ ๕ ท่าน (พระพุทธโฆสาจารย์) เรียกว่า อัตภาพ (อตฺตภาโว)- ปฺ จวีสติ รูปานีติ ปาฬิยํ วุตฺตานิ ทสายตนานิปฺ จทส จ สุขุมรูปานิ, อุปจยสนฺตติโย วา เอกนฺติกตฺวา หทยวตฺถฺุ จ.
116 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยแปลว่า ค�ำว่า รูป ๒๕ ประเภท (ปญฺจวีสติ รูปานิ) ความว่าอายตนะ ๑๐ และรูปละเอียด ๑๕ ที่พระองค์ทรงตรัสไว้ในพระบาลี อีกอย่างหนึ่ง และหทยวัตถุ เพราะทรงรวมอุปจยรูปและสันตติรูปเป็นหนึ่งเดียว- จตฺตาริ นหุตานีติ จตฺตาลีส สหสฺสานิ.แปลว่า ค�ำว่า ๔ นหุต (จตฺตาริ นหุตานิ) ได้แก่ ๔๐,๐๐๐(สี่หมื่น)- เหตุเหตูติ มูลเหตุ, เหตุปจฺจยเหตูติ วา อยมตฺโถ.แปลว่า ค�ำว่า เหตุที่เป็นเหตุ (เหตุเหตุ) ได้แก่ เหตุที่เป็นมูลอีกอย่างหนึ่ง อธิบายดังนี้ว่า เหตุที่เป็นเหตุเป็นปัจจัย- ผรตีติ คจฺฉติ ปาปุณาติ.แปลว่า ค�ำว่า แผ่ไป (ผรติ) แปลว่า ไป คือ ถึง - กถํวิธนฺติ คุเณหิ กถํ สณฺิตํ.แปลว่า ค�ำว่า ประเภทไหน (กถํวิธํ) ได้แก่ ผู้ด�ำรงอยู่แล้วอย่างไรโดยคุณทั้งหลาย- อปฺปรชกฺขาทิสตฺตสมูหทสฺสนํ พุทฺธจกฺขุ. แปลว่า การเห็นหมู่สัตว์มีหมู่สัตว์ผู้มีธุลีในดวงตาน้อยเป็นต้น ชื่อว่าพุทธจักษุ - สพฺพสงฺขตาสงฺขตทสฺสนํ สมนฺตจกฺขุ.แปลว่า การเห็นสังขตธรรมและอสังขตธรรมทั้งปวง ชื่อว่าสมันตจักษุ
117 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- ทุกฺขํ ปริฺ เยฺยํ ปริฺาตนฺติ เอวมาทินา อากาเรนปวตฺตํ าณทสฺสนํ าณจกฺขุ,แปลว่า การเห็นด้วยญาณที่เป็นไปแล้ว โดยอาการมีอาทิอย่างนี้ว่า“ทุกขอริยสัจ ควรก�ำหนดรู้ เราได้ก�ำหนดรู้แล้ว” ชื่อว่าญาณจักษุ- สุณาตีติ โสตวิฺาณสฺส นิสฺสยภาเวน สุณาติ.แปลว่า ค�ำว่า ย่อมได้ยิน (สุณาติ) ได้แก่ ย่อมได้ยินโดยความเป็นที่อาศัยแห่งโสต-วิญญาณ - วิสฺสคนฺโธติ วิรูโป มํสาทิคนฺโธ.แปลว่า กลิ่นของเนื้อเป็นต้น ที่ผิดรูป ชื่อว่ากลิ่นเน่า (วิสฺสคนฺโธ)- ปกตินิทฺเทสาติ ผลวิปจฺจนปกติยา นิทฺเทสา, ชรายปาปุณิตพฺพํ ผลเมว วา ปกติ.แปลว่า ค�ำว่า เป็นศัพท์แสดงความเป็นปกติ (ปกตินิทฺเทสา) ได้แก่เป็นศัพท์แสดงโดยความเป็นปกติคือการเผล็ดผล อีกอย่างหนึ่ง ผลนั่นแหละที่จะพึงถึงได้ด้วยความชรา ชื่อว่าความปกติ- ตํ ปตฺวาติ ตํ อตฺตโน เอว ขยวยสงฺขาตํ สภาวํ ปตฺวา รูปํ ขียติ เวติ ภิชฺชติแปลว่า ค�ำว่า ถึงความไม่เที่ยงนั้น (ตํ ปตฺวา) ความว่า รูปถึงความไม่เที่ยงนั้น คือ สภาวะกล่าวคือความสิ้นไปและความเสื่อมไปของตนนั่นเอง แล้วย่อมสิ้นไป คือ ย่อมเสื่อมไปได้แก่ ย่อมแตกสลายไป
118 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย- ปจฺฉิมปทสฺสาติ วิฺาตปทสฺส.แปลว่า ค�ำว่า แห่งบทข้างหลัง (ปจฺฉิมปทสฺส) ได้แก่ แห่งบทที่รู้แจ้งแล้ว- ตีณิ ลกฺขณานีติ อนิจฺจทุกฺขอนตฺตตา.แปลว่า ค�ำว่า ลักษณะ ๓ ประการ (ตีณิ ลกฺขณานิ) ได้แก่ความเป็นของไม่เที่ยง เป็นทุกข์ และเป็นอนัตตา - อมฺหากํ มาตุลตฺเถโรติ ปุคฺคลารมฺมณสฺสปิอุปาทานสฺส อุปาทานกฺขนฺธาเอว ปจฺจโย, นโลกุตฺตรา, โก ปน วาโท ขนฺธารมฺมณสฺส. เตนาหอคฺคหิตานีติ.แปลว่า ค�ำว่า พระเถระผู้เป็นอาของเราทั้งหลาย (อมฺหากํ มาตุลตฺเถโร) ความว่า อุปาทานขันธ์นั่นเอง เป็นปัจจัย แก่อุปาทานแม้ที่มีบุคคลเป็นอารมณ์ หาใช่โลกุตตรธรรมทั้งหลายไม่ ก็จะป่วยกล่าวไปใยถึงอุปาทานที่มีขันธ์เป็นอารมณ์เล่า เพราะเหตุนั้น ท่านจึงกล่าวว่า มิได้ยึดไว้(อคฺคหิตานิ)- สีเลนาติ สุทฺธิยา อเหตุภูเตน สีเลน. แปลว่า ค�ำว่า สัตว์ทั้งหลายสามารถบริสุทธิ์ได้ด้วยศีล (สีเลน) ได้แก่ ด้วยศีลที่มิได้เป็นเหตุแห่งความบริสุทธิ์ - คหิตสมาทานนฺติ อุปฺปาทิตปรามาโสว.แปลว่า ค�ำว่า ความถือมั่นที่บุคคลยึดถือแล้ว (คหิตสมาทานํ)ได้แก่ การจับต้องที่บุคคลให้เกิดขึ้นแล้วนั่นเอง
119 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจร- อิเธว ติฏฺมานสฺสาติ อิมิสฺสาเยว อินฺทสาลคุหายํ ติฏฺมานสฺส.แปลว่า ค�ำว่า ดำรงอยู่ในที่นี้เท่านั้น (อิเธว ติฏฺมานสฺส) ได้แก่ด�ำรงอยู่ในถ�้ำอินทสาละนี้นี่เอง
120 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยภาคผนวก
121 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรตัวอย่างส�ำนวนการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยบาลีกรณีใช้คำแปลสำนวนที่ ๑คำแปลสำนวนที่ ๒กถาหัวข้อว่าด้วยกถาวตฺถุหัวข้อเรื่องวัตถุวณฺณนาทั่วไปวรรณนาพรรณนาสํวณฺณนาทั่วไปสังวรรณนาการอธิบายหิอธิบายความจริงความจริงจริงอยู่,แท้จริงหิอธิบายสาเหตุเพราะว่าอิติรูปวิเคราะห์แปลเข้าเพราะมีความหมายว่าเพราะอรรถวิเคราะห์ว่า,เพราะว่า,เพราะวิเคราะห์ว่าอิติรูปวิเคราะห์แปลออกเหตุนั้นอิติสรุปความเพราะเหตุนั้นดังนั้น(อตฺโถ)แปลไขบทตั้งได้แก่ความว่าอตฺโถอธิบายต่อจากบทตั้งอธิบายว่า
122 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยบาลีกรณีใช้คำแปลสำนวนที่ ๑คำแปลสำนวนที่ ๒อฏฺเน(อตฺเถน)ที่เป็นการอธิบายความหมาย เฉพาะศัพท์เพราะอรรถว่าเพราะความหมายว่าตสฺมามาตัวเดียวโดดๆเพราะฉะนั้นเพราะเหตุนั้น,ฉะนั้น,ดังนั้นยสฺมาตสฺมาถ้าแปลรวบเพราะเหตุที่....ฉะนั้นเพราะหิมาก่อนตสฺมาเพราะว่า...เพราะฉะนั้นเพราะ...ฉะนั้น,วาที่เป็นปริกัปอีกอย่างหนึ่งอถวาอีกประการหนึ่งอปิจก็อีกอย่างหนึ่งอธิปฺปาโยอธิบายว่าวุตฺตํ โหติมีค�ำอธิบายว่ายถามาตัวเดียวเป็นอุปมาเหมือนอุทาหรณ์ว่าประดุจ...ฉะนั้นยถา...ตถา(เอวํ)เหมือน...เหมือน....ฉะนั้นวุตฺตญฺเหตํ (สมดังที่)สมจริงดังค�ำนี้ที่ท ่านกล ่าวไว้ว่าสมจริงดังที่ท่านกล่าวไว้ดังนี้ว่า
123 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรบาลีกรณีใช้คำแปลสำนวนที่ ๑คำแปลสำนวนที่ ๒ตถาหิ(จ)อาหสมจริงดังท่าน...ยถาหเหมือนอย่างที่.....ยถาตํเหมือนนามแยกกันชื่อว่านามเข้ากับความดีธรรมดาว่านามเข้ากับความชั่วขึ้นชื่อว่านามทั่วไปเว้นวรรคชื่อว่า...นามระบุนามที่ต้องการสื่อชื่อ(เช่นโภคะชื่อนี้) .....(ไม่มีค�ำว่านาม)ชื่อว่า.....ชื่อว่าญาณไม่มีศัพท์แปลหนุนไม่ต้องเว้นวรรคหิตํความเกื้อกูลเอเกอาจารย์พวกหนึ่งเกจิอาจารย์บางพวกอญฺเอาจารย์พวกอื่น
124 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทยบาลีกรณีใช้คำแปลสำนวนที่ ๑คำแปลสำนวนที่ ๒อปเรอาจารย์อีกพวกหนึ่งวิย,อิวดุจ...,ประดุจ...,เหมือน...ดุจ,....ประดุจ...ฉะนั้น,เหมือน...ฉะนั้นปเคว,โกวาโท ไม่จ�ำต้องกล่าวถึง.....เลยจะป่วยกล่าวไปใยอตฺถโตเมื่อว่าโดยความหมายเอวรูปํเห็นปานนี้กามญฺจ..ปน..ก็จริงอยู่ถึงกระนั้นกิญฺจาปิ...อถโข(ยทิปิ)แม้ก็จริงถึงอย่างนั้นตฺตา,ตา,ภาวโตเพราะว่า..เพราะ..เตเนวเอวศัพท์(นั่นเอง,เท่านั้น)ด้วยเหตุนั้นนั่นเองด้วยเหตุนั้นนั่นแล,ด้วยเหตุนั้นเท่านั้นหิวิตถารโชตกะดังจะกล่าวโดยพิสดารหิสังเขปโชตกะดังจะกล่าวโดยย่อจสัมปิณฑนัตถะอนึ่ง
125 สถาบันพระไตรปิฎกศึกษา มจรบาลีกรณีใช้คำแปลสำนวนที่ ๑คำแปลสำนวนที่ ๒หิ,จทัฬหีกรณโชตกะจริงอยู่,แท้จริงหิจปนตุวากยารัมภโชตกะก็แลก็แลหิจปนตุเหตุโชตกะเหตุว่า,เพราะว่าหิจปนตุผลโชตกะด้วยว่าหิจปนตุปักขันตรโชตกะส่วนหิจปนตุวิเสสโชตกะแต่หิจปนตุตัปปาฏิกรณโชตกะ (อยู่หลังยถา)เหมือนอย่างว่าหิจปนตุอรุจิสูจนัตถะ (รับกิญฺจาปิหรือกามํ)ถึงอย่างนั้นหิจปนตุอนฺวยโชตกะ (ต้นปฏิเสธหลังอนุโลม)อันหิจปนตุพยติเรกโชตกะ (ต้นอนุโลมหลังปฏิเสธ)อัน
126 คู่มือการแปลคัมภีร์ฎีกาภาษาบาลีเป็นภาษาไทย