The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Suphasan Bamnejphan, 2023-11-08 00:14:17

BEDO Bio Torism 4

AWBedo66E-BookAll

สำ�นักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) Biodiversity-Based Economy Development Office (Public Organization) Bio Tourism By BEDO ปี4 ถอดบทเรียน การตลาดบ้านบ้าน


ผู้จัดพิมพ์ สำ�นักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๐ อาคารรัฐประศาสนภักดี ชัน 9 เลขที้ ่ 120 หมู่ที่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 โทร. (66) 2141 7835 โทรสาร (66) 2143 9202 E-Mail : [email protected] http://www.bedo.or.th ผู้เขียน นายฐาวร บุญราศรี เจ้าหน้าที่ พัฒนาเศรษฐกิจชีวภาพ (ชำานาญการ) ฝ่ายธุรกิจและการตลาด ที่ปรึกษา นางสุวรรณา เตียรถ์สุวรรณ ผู้อำานวยการสำานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ นายธนิต ชังถาวร รองผู้อำานวยการสำานักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ นายศุภสิทธ์ จำ�ปาวงษ์ ผู้อำานวยการสำานักเศรษฐกิจชีวภาพ สงวนลิขสิทธิ์ พฤศจิกายน 2566


ท่องเที่ยวชีวภาพ1 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 ...เกรินน�ำ... ่ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” หรือ “BioTourism” เครื่องมือการตลาดบ้านบ้าน แสนธรรมดา ที่ส�ำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. ได้น�ำมาสร้างคุณค่าและรายได้ให้กับชุมชนห่างไกลที่มีทุนธรรมชาติ ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นที่โดดเด่น เป็นการเติมเต็ม เติมก�ำลังใจให้กับชุมชนนักอนุรักษ์ ดังค�ำกล่าวว่า “อนุรักษ์แล้ว ต้องมีกินมีใช้ด้วย” ก้าวย่างสู่ปีที่ 4 ของการใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพพัฒนาเศรษฐกิจให้ชุมชน ประสบการณ์ได้ท�ำให้เกิดการเรียนรู้ สพภ. จึงคิดเครื่องมือการตลาดมาต่อยอด กิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพ เพื่อสร้างรายได้ กระจาย ต่อเนื่องและยั่งยืน โดยท�ำ ตลาดชุมชนตามแนวคิด “ตลาดปันรักษ์” ที่เน้นการใช้ประโยชน์ทรัพยากรให้เกิด เศรษฐกิจควบคู่กับกิจกรรมการอนุรักษ์ฟื้นฟูสร้างสมดุลให้กับระบบนิเวศ ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 สพภ. ใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” และ “ตลาดปันรักษ์” สร้างคุณค่าและรายได้ให้กับชุมชน 5 พื้นที่ 2 ตลาด ดังนี้ ❀ กลุ่มท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรมอีบีม้ง ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน กับความโดดเด่นในการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน�้ำมีพืชเฉพาะถิ่นหายาก คือ ต้นชมพูภูคา ต้นก่อแป้น ❀ กลุ่มไม้มีค่าป่าครอบครัวต�ำบลพิมาย ต.พิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ ครอบครัวของดาบต�ำรวจวิชัย สุริยุทธ ที่ปลูกไม้ยืนต้นตามพื้นที่ สาธารณะไว้ไม่ต�่ำกว่า 2 ล้านต้น ❀ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนต�ำบลดงบังเพื่อสังคม ต.ดงบัง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี กับความโดดเด่นของชุมชนที่ปลูกไผ่จ�ำนวนมาก ทั้งต�ำบล มีพื้นที่ไผ่ปลูกประมาณ 2,500 ไร่ และมีป่าชุมชนที่สมบูรณ์ ❀ กลุ่มป่าชุมชนบ้านต้นตาล ต.จอเบาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส การดูแลรักษา ป่าชุมชนบ้านต้นตาล ท�ำกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน�้ำโดยการสร้าง ฝายมีชีวิต ปลูกต้นไม้เสริมป่าชุมชนในหมู่บ้าน ❀ กลุ่มสตรีสานเสื่อกระจูดบ้านโคกพะยอม ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส สพภ. ได้พัฒนาด้านการออกแบบ ตัดเย็บผลิตภัณฑ์กระจูด และน�ำเครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพไปใช้กับชุมชน ❀ ตลาดปันรักษ์ ๗ ริมอ่าง คชาชล ต.พลวงทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี สร้างงาน กระจายรายได้ให้ชุมชนที่มีผลิตผลเกษตรปลอดภัย


ท่องเทียว่ชีวภาพ 2 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 ❀ ตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำ ต.คลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ โดดเด่น ในด้านจ�ำหน่ายสินค้าพื้นถิ่น โดยเฉพาะอาหาร พร้อมกันนี้ยังร่วมมือกัน ใช้ภาชนะบรรจุที่เป็นวัสดุธรรมชาติ คุณค่าดีดีที่เกิดขึ้น ปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ชุมชนได้รับการสนับสนุน ใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพ สะสม 15 แห่ง และตลาดปันรักษ์ 4 แห่ง เกิดผลลัพธ์ ผลกระทบในเชิงคุณค่าที่ส�ำคัญ ได้แก่ ความหลากหลายด้านชนิดพันธุ์ท้องถิ่นได้รับ การคุ้มครอง ผ่านกิจกรรมใช้ประโยชน์ ได้แก่ ช้างป่า กระทิงป่า นกกระเรียนพันธุ์ไทย หวาย หมากแงว ผักกะโตวา ต้นชก กระจูด กล้วยไม้เอื้องค�ำ ฟ้ามุ่ย ระบบนิเวศ มีความสมบูรณ์มากขึ้น เช่น การกลับคืนมาของชนิดพันธุ์บางชนิด เช่น นกกระเรียน พันธุ์ไทย ผักกะโตวา มีการปลูกหวายเพิ่มขึ้น 50,000 ต้น ส้มมะปี๊ด 30,000 ต้น เพิ่ม พื้นที่สีเขียวและลดโลกร้อน มูลค่าที่เพิ่มขึ้น มูลค่าทางเศรษฐกิจในชุมชนท่องเที่ยวชีวภาพ ทั้ง 15 แห่ง มีรายได้ในปี 2566 จ�ำนวน 31,676,356 บาท ด้วยงบประมาณด�ำเนินการ 3,000,000 บาท (งบบูรณาการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว) ❀ ชุมชนที่ใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพก่อนปี 2565 จ�ำนวน 6 ชุมชน มีรายได้ปี 2566 จ�ำนวน 11,555,320 เพิ่มขึ้นร้อยละ 58 ❀ ชุมชนที่ใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพปี 2565 จ�ำนวน 4 ชุมชน มีรายได้ ปี 2566 จ�ำนวน 18,010,550 บาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 86 ❀ ชุมชนที่ใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพครั้งแรกปี 2566 จ�ำนวน 5 ชุมชน มีรายได้ปี 2566 จ�ำนวน 2,110,486 บาท ฝ่ายธุรกิจและการตลาด ส�านักเศรษฐกิจชีวภาพ ส�ำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน)


ท่องเที่ยวชีวภาพ3 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 สารบัญ เรื่อง หน้า เกรินน�ำ ่1 1. บทน�ำ 5 2. หลักคิด “ท่องเที่ยวชีวภาพ” และ “ตลาดปันรักษ์” 7 3. คุณสมบัติชุมชน “ท่องเที่ยวชีวภาพ” และ “ตลาดปันรักษ์” 8 3.1 ชุมชนท่องเที่ยวชีวภาพ 8 3.2 ชุมชนตลาดปันรักษ์ 9 4. การใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” และ “ตลาดปันรักษ์” 10 4.1 การใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพ 10 4.2 การใช้เครื่องมือตลาดปันรักษ์ 12 5. ผลงานเด่นเป็นศรี ปี 2566 13 5.1 ท่องเที่ยวชีวภาพชุมชนใหม่ 5 แห่ง 13 5.1.1 ชุมชนอีบีม้ง จ.น่าน 13 5.1.2 ชุมชนต�าบลพิมาย จ.ศรีสะเกษ 15 5.1.3 ชุมชนต�าบลดงบัง จ.ปราจีนบุรี 17 5.1.4 ชุมชนบ้านต้นตาล จ.นราธิวาส 21 5.1.5 ชุมชนบ้านโคกพะยอม จ.นราธิวาส 25 5.2 ชุมชนท�ากิจกรรม “ตลาดปันรักษ์” 2 พื้นที่30 5.2.1 ชุมชนบ้านเขาใหญ่ จ.ชลบุรี 30 5.2.2 ชุมชนต�าบลคลองประสงค์ จ.กระบี่32 5.3 ก้าวย่างที่ก้าวหน้าชุมชนท่องเที่ยวชีวภาพเดิม 10 แห่ง 35


ท่องเทียว่ชีวภาพ 4 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 สารบัญ (ต่อ) เรื่อง หน้า 6. ท่องเที่ยวชีวภาพ ปีที่ 4 สิ่ งดีดีที่เกิดขึ้นกับ 15 ชุมชน 41 6.1 ท่องเที่ยวชีวภาพ บ้านรวมไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์ 41 6.2 ท่องเที่ยวชีวภาพ บ้านศรีเจริญ จ.เลย 42 6.3 ท่องเที่ยวชีวภาพ โหนด นา เล จ.สงขลา 43 6.4 ท่องเที่ยวชีวภาพ ต�าบลวันยาว จ.จันทบุรี 44 6.5 ท่องเที่ยวชีวภาพ ต�าบลลุ่มสุ่ม จ.กาญจนบุรี 45 6.6 ท่องเที่ยวชีวภาพ บ้านปงไคร้ จ.เชียงใหม่ 46 6.7 ท่องเที่ยวชีวภาพ บ้านเขาใหญ่ จ.ชลบุรี 47 6.8 ท่องเที่ยวชีวภาพ คลองประสงค์ จ.กระบี่48 6.9 ท่องเที่ยวชีวภาพ บ้านสวายสอ จ.บุรีรัมย์ 49 6.10 ท่องเทียวชีวภาพ ชุมชนเครือข่ายป่าเขาหิน เหล็ก ไฟ จ.อุทัยธานี ่50 6.11 ท่องเที่ยวชีวภาพ ชุมชนอีบีม้ง จ.น่าน 51 6.12 ท่องเที่ยวชีวภาพ ชุมชนพิมาย จ.ศรีสะเกษ 52 6.13 ท่องเที่ยวชีวภาพ ชุมชนดงบัง จ.ปราจีนบุรี 53 6.14 ท่องเที่ยวชีวภาพ ชุมชนบ้านต้นตาล จ.นราธิวาส 54 6.15 ท่องเที่ยวชีวภาพ บ้านโคกพะยอม จ.นราธิวาส 55 7. ท่องเที่ยวชีวภาพสี่ปี พี่มีอะไรจะเล่าให้ฟัง 56 7.1 ประสบการณ์ดีดี 56 7.2 ประสบการณ์เตือนใจ 58 7.3 ประสบการณ์เสนอแนะ 59


ท่องเที่ยวชีวภาพ5 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 1. บทน�ำ ส�ำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) หรือ สพภ. ใช้ชื่อภาษาอังกฤษว่า “Biodiversity – Based Economy Development Office (Public Organization)” เรียกโดยย่อว่า “BEDO” จัดตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2550 ตามพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งส�ำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (องค์การ มหาชน) มีวัตถุประสงค์การจัดตั้งส�ำนักงาน ดังนี้ (1) ส่งเสริม สนับสนุน และด�ำเนินการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (2) ส่งเสริมและสนับสนุนการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและ ภูมิปัญญาของชุมชนและท้องถิ่น (3) รวบรวม ศึกษา วิเคราะห์ และประเมินข้อมูล รวมทั้งความต้องการด้าน การพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ เพื่อเสนอแนะนโยบายและ มาตรการเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพต่อคณะรัฐมนตรี (4) เก็บรวบรวมและจัดท�ำบัญชีรายการพืช สัตว์ และจุลินทรีย์ที่มี แหล่งก�ำเนิดหรือพบได้ในประเทศรวมทั้งภูมิปัญญาของชุมชนและ ท้องถิ่น เพื่อประโยชน์ในการเป็นฐานข้อมูลและดูแลการใช้ประโยชน์ ทางเศรษฐกิจจากความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาของชุมชน และท้องถิ่น (5) ส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาต่อยอดองค์ความรู้เกี่ยวกับ การใช้ประโยชน์ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาของชุมชน และท้องถิ่นตามกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนป้องปันและแก้ไข ปัญหาการละเมิดสิทธิประโยชน์ของประเทศในเรื่องดังกล่าว


ท่องเทียว่ชีวภ า พ 6 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 (6) ส่งเสริมและสนับสนุนการลงทุนเกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจจากฐาน ชีวภาพ (7) ส่งเสริม สนับสนุน และด�ำเนินการเผยแพร่องค์ความรู้และการให้บริการ การเข้าถึงและใช้ประโยชน์เกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพและ ภูมิปัญญาของชุมชนและท้องถิ่น (8) ส่งเสริม สนับสนุน และด�ำเนินการเพื่อให้มีการจดทะเบียนคุ้มครอง ความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาของชุมชนและท้องถิ่นตาม กฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิด สิทธิประโยชน์ของประเทศในเรื่องดังกล่าว (9) เป็นศูนย์กลางติดตามและประสานการด�ำเนินการของหน่วยงานของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ในการพัฒนา เศรษฐกิจจากฐานชีวภาพให้มีความเชื่อมโยงกันและสอดคล้องกับ นโยบายที่คณะรัฐมนตรีก�ำหนด (10) ปฏิบัติงานหรือด�ำเนินการอื่นใดตามที่คณะรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการ ที่คณะรัฐมนตรีก�ำหนดให้ท�ำหน้าที่เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจจาก ฐานชีวภาพมอบหมาย แนวคิดการสร้างเศรษฐกิจด้วยเครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” เป็นการตอบ สนองวัตถุประสงค์การจัดตั้งส�ำนักงานในข้อ (1) และ (2) เป็นหลัก


ท่องเที่ยวชีวภาพ7 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 2. หลักคิด “ท่องเที่ยวชีวภาพ” และ “ตลาดปันรักษ์” ท่องเที่ยวชีวภาพ คือ หนึ่งในรูปแบบท่องเที่ยวชุมชน ที่คนภายนอกเคลื่อน ตัวเข้าหาชุมชนตามพื้นที่ห่างไกลแต่มีเสน่ห์โดดเด่นเฉพาะตัว เป็นเครื่องมือการตลาด ที่ สพภ. ใช้สร้างคุณค่าและรายได้ให้กับชุมชนที่มีความโดดเด่นในการอนุรักษ์ฟื้นฟู ทรัพยากรความหลากหลายทางชีวภาพ ที่เป็นทุนธรรมชาติและภูมิปัญญาท้องถิ่นใน ชุมชน “ท่องเที่ยวชีวภาพ” เป็นการตลาดแบบ Outside in คือ การสร้าง หรือ สื่อสารความน่าสนใจของพื้นที่ชุมชนและดึงดูดให้คนภายนอกเข้ามาสัมผัสเยี่ยมชม สถานที่ วิถีชุมชน เลือกชมสินค้าและบริการ ท�ำให้สินค้าจากภูมิปัญญาและทรัพยากร ชีวภาพที่เดิมมีปริมาณและมูลค่าไม่มาก ไม่คุ้มค่าที่จะน�ำไปจ�ำหน่ายพื้นที่ห่างไกล รวมทั้งสินค้าประเภทบริการที่จะสร้างเศรษฐกิจให้กับชุมชนได้ เมื่อชุมชนมีรายได้ จากทรัพยากรในท้องถิ่นตนเอง ก็จะกระตุ้นให้ชุมชนแบ่งผลก�ำไรหรือรายได้ มาท�ำกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรให้มีความยั่งยืน ท่องเที่ยวชีวภาพสอดคล้อง กับค�ำกล่าวที่ว่า “อนุรักษ์แล้ว ต้องมีกินมีใช้ด้วย” ตลาดปันรักษ์ เป็นช่องทางการตลาดส�ำหรับสร้างรายได้ ในลักษณะ ตลาดชุมชน ที่ต่อยอดจากกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพ ด�ำเนินการโดยวิสาหกิจชุมชน จ�ำหน่ายสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นและทรัพยากรชีวภาพในชุมชนนั้นๆ ร่วมกัน ลด ละ เลิก การใช้บรรจุภัณฑ์โฟม และพลาสติกที่ใช้ครั้งเดียว มีการแบ่งปันรายได้ บางส่วนท�ำกิจกรรมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรชีวภาพต้นทาง


ท่องเทียว่ชีวภาพ 8 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 3. คุณสมบัติชุมชน “ท่องเที่ยวชีวภาพ” และ “ตลาดปันรักษ์” สพภ. เป็นองค์การมหาชนภายใต้ก�ำกับของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือ ทส. ภารกิจหลักในการสนับสนุน ส่งเสริม การน�ำทรัพยากรชีวภาพในท้องถิ่นมาใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม รู้ค่า รู้รักษาสิ่ง แวดล้อม และรู้จักแบ่งปันรายได้นั้นมาท�ำกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรให้คงอยู่ถึง รุ่นลูกหลาน โดยด�ำเนินการในหลายกิจกรรม เช่น การท�ำธนาคารความหลากหลาย ทางชีวภาพระดับชุมชน การรวบรวมภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกี่ยวกับทรัพยากรชีวภาพ ชุมชนไม้มีค่า ป่าครอบครัว การสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน ทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ พัฒนาศักยภาพของสมาชิกวิสาหกิจ และสนับสนุนช่องทางการตลาดในหลากหลาย รูปแบบ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” และ “ตลาดปันรักษ์” คือ รูปแบบหนึ่งของเครื่องมือ การตลาดที่ สพภ. น�ำมาสร้างคุณค่าและรายได้ให้กับชุมชนที่มีลักษณะ ดังนี้ 3.1 ชุมชนท่องเที่ยวชีวภาพ ชุมชนท่องเที่ยวชีวภาพเป็นกิจกรรมที่เน้นการสร้างคุณค่า เพื่อให้เกิดราย ได้ ลักษณะชุมชนที่จะใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพต้องมีลักษณะ ดังนี้ • มีการท�ำกิจกรรมอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรชีวภาพ ชุมชนต้องมี ความโดดเด่นในการท�ำกิจกรรมที่เป็นการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากร ความหลากหลายทางชีวภาพอย่างน้อย 1 ด้านหรือรายการ • ชุมชนมีความต้องการและให้ความร่วมมืออย่างแท้จริง โดย พิจารณาจากความร่วมมือของชุมชน ความพร้อมในการใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” แนวโน้มความต่อเนื่องการท�ำกิจกรรมให้ยั่งยืน • ชุมชนตั้งอยู่ห่างไกล เมืองใหญ่ ถนนสายหลัก หรือตลาดหลัก ค่อนข้างมาก หรือเป็นชุมชนที่ด้อยโอกาสมีข้อจ�ำกัดด้านอื่นๆ • สินค้าหลักเป็นสินค้าพื้นฐานหรือบริการ โดยสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ มีมูลค่าไม่สูงมาก อายุการเก็บรักษาไม่นาน ไม่สามารถเคลื่อนย้าย ไปนอกชุมชนได้


ท่องเที่ยวชีวภาพ9 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 • มีความหลากหลายทางชีวภาพที่โดดเด่น เช่น ภูมิทัศน์ สภาพธรรมชาติ ที่สวยงาม สัตว์ป่าหายาก ระบบนิเวศที่มีลักษณะเฉพาะ หรือภูมิปัญญา ท้องถิ่นที่เชื่อมโยงกับทรัพยากรชีวภาพ 3.2 ชุมชนตลาดปันรักษ์ ตลาดปันรักษ์เป็นกิจกรรมที่ต่อยอดการสร้างรายได้ให้มีการกระจาย และ เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความมั่นคงด้านรายได้ให้ชุมชน มีลักษณะ ดังนี้ • เป็นชุมชนที่จัดกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพแล้ว อย่างน้อย 1 ครั้ง / มีความโดดเด่นที่ชัดเจน ต่อแนวโน้มความส�ำเร็จ การท�ำตลาดปันรักษ์ ต่อเนื่อง • ด�ำเนินการโดยวิสาหกิจชุมชน ผ่านคณะกรรมการบริหารตลาดปันรักษ์ • สินค้าหลักที่จ�ำหน่ายต้องเป็นสินค้าที่ผลิตในชุมชนและเป็นสินค้า พื้นบ้านจากภูมิปัญญาท้องถิ่น • มีการแบ่งปันรายได้บางส่วนท�ำกิจกรรมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากร ชีวภาพต้นทาง • มีเป้าหมายในการใช้วัสดุธรรมชาติเป็นบรรจุภัณฑ์ หีบห่อ และร่วมมือ ในการลด ละ เลิก การใช้โฟม และพลาสติก โดยเฉพาะพลาสติก ที่ใช้ครั้งเดียว


ท่องเทียว่ชีวภาพ 10 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 4. การใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” และ “ตลาดปันรักษ์” 4.1 การใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพ การน�ำเครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” ไปใช้กับชุมชนใดชุมชนหนึ่งมี กระบวนการด�ำเนินงานเป็น 3 ขั้นตอนหลัก 5 ขั้นตอนย่อย ดังนี้ ❀ ขั้นเตรียมการหรือเตรียมความพร้อม • ส�ำรวจ วิเคราะห์ชุมชน เป็นการลงพื้นที่ส�ำรวจทรัพยากรชีวภาพ และกิจกรรมชุมชน รวมทั้งทัศนคติภาพรวมของกลุ่ม ขั้นตอนการส�ำรวจ หรือลงพื้นที่ อาจมีได้หลายครั้ง เพื่อต่อยอด สร้างกระบวนการ สนับสนุนให้กลุ่มมีเศรษฐกิจดีขึ้น เมื่อใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยว ชีวภาพ” โดยการส�ำรวจแต่ละครั้ง มีวัตถุประสงค์แตกต่างกัน ดังนี้ วิเคราะห์ศักยภาพทรัพยากร ในด้านคุณค่า ปริมาณ การน�ำไปใช้ ประโยชน์ วิเคราะห์ความพร้อมชุมชนที่จะใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” เป็นความพร้อมเชิงทัศนคติ ความร่วมมือ • ท�ำกระบวนการ เพื่อพัฒนาศักยภาพคน และผลิตภัณฑ์ เช่น ประชุม รับฟังและแลกเปลี่ยนความเห็น อบรมเชิงปฏิบัติการ ศึกษาดูงาน ถ่ายทอดความรู้ในการจัดการ และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ❀ ขั้นตอนใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” • ประชุมหารือ ก�ำหนดกิจกรรม “ท่องเที่ยวชีวภาพ” ก�ำหนดช่วงเวลา และก�ำหนดชื่องาน ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร • จัดกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพ โดยร่วมกับชุมชนและหน่วยงานต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์งาน จุดประกายการเริ่มต้นกิจกรรมท่องเที่ยว ชุมชนให้คนภายนอกได้รับรู้และเข้าไปเที่ยวชม เยี่ยมเยียน ท�ำกิจกรรมในชุมชน


ท่องเที่ยวชีวภาพ11 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 ❀ ขั้นตอนการติดตามประเมินผล การติดตามประเมินผล อาจท�ำได้ในหลายรูปแบบ เช่น การร่วม ประชุมกับชุมชน สัมภาษณ์ ใช้แบบสอบถาม แบบประเมินผล และส�ำรวจเก็บข้อมูล เชิงสถิติ เพื่อวิเคราะห์ตัวชี้วัดความส�ำเร็จ โดยเฉพาะตัวชี้วัดด้านมูลค่าทางเศรษฐกิจ การประเมินผลควรประกอบด้วย ตัวชี้วัดด้านผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบ (ถ้ามี) โดยจะมีการติดตามอย่างน้อยปีละครั้ง • ผลผลิต (Output) เป็นตัวชี้วัดเชิงปริมาณที่ชี้วัดการด�ำเนินงานนั้นๆ ได้ทันที โดยปกติการด�ำเนินงานที่ได้ผลผลิตครบถ้วน ถือว่าผ่านตัวชี้ วัดนั้นๆ ส่วนคุณภาพของผลผลิต จะส่งผลต่อการเกิดผลลัพธ์ได้ต่อไป • ผลลัพธ์ (Outcome) เป็นตัวชี้วัดเชิงปริมาณและคุณภาพ ซึ่งเป็น ผลที่เกิดต่อเนื่องจากผลผลิต เป็นประโยชน์ในวงจ�ำกัดเฉพาะกลุ่ม ที่ท�ำกิจกรรมนั้นๆ • ผลกระทบ (Impact) เป็นตัวชี้วัดทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ เกิดต่อเนื่อง มาจากผลลัพธ์ และเป็นประโยชน์หรือผลที่เกิดขึ้น ในวงกว้างกับส่วนรวม และปกติจะใช้เวลาระยะหนึ่ง ถึงจะเกิด ผลกระทบชัดเจนจากการท�ำกิจกรรมนั้นๆ


ท่องเทียว่ชีวภ า พ 12 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 4.2 การใช้เครื่องมือตลาดปันรักษ์ การใช้เครื่องมือตลาดปันรักษ์กับชุมชนท่องเที่ยวชีวภาพหรือชุมชน เครือข่าย สพภ. ที่มีศักยภาพโดดเด่น แนวโน้มท�ำตลาดปันรักษ์ต่อเนื่อง มีการด�ำเนินงาน 3 ขั้นตอน ดังนี้ ❀ ขั้นตอนการเลือกชุมชน การเลือกชุมชนที่จะสนับสนุนใช้เครื่องมือตลาดปันรักษ์มีลักษณะ ดังนี้ ได้รับการสนับสนุนท�ำกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพมาแล้วอย่างน้อย 1 ครั้ง หรือเป็นชุมชนเครือข่าย สพภ. ที่มีความโดดเด่นและ ศักยภาพสูงในการใช้เครื่องมือตลาดปันรักษ์ สร้างรายได้ให้กับ ชุมชน ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความพร้อมของชุมชน ในการท�ำตลาดปันรักษ์ โดยพิจารณาจาก สินค้า สมาชิก และสามารถด�ำเดินการได้ต่อเนื่อง ความร่วมมือในการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์การท�ำตลาดปันรักษ์ ❀ ขั้นตอนการเปิดตลาดปันรักษ์ ประชุมหารือกับชุมชนอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อก�ำหนดหลักเกณฑ์ รูปแบบ การท�ำตลาดปันรักษ์ พร้อมก�ำหนดวันเปิด จัดกิจกรรมวันเปิดตลาดปันรักษ์ เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างการรับรู้ ในวงกว้าง ❀ ขั้นตอนการติดตามประเมินผล ด�ำเนินการในลักษณะเดียวกันกับการใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพ ประกอบด้วยการติดตามในด้าน ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลกระทบที่เกิดจากการท�ำ กิจกรรมตลาดปันรักษ์ โดยจะมีการติดตามอย่างน้อยปีละครั้ง


ท่องเที่ยวชีวภาพ13 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 5. ผลงานเด่นเป็นศรี ปี 2566 การส่งเสริมใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” ตามแนวคิด BEDO Concept พื้นที่ด�ำเนินงานสนับสนุนชุมชนที่ท�ำกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพครั้งแรกปี 2566 มี 5 พื้นที่หลัก คือ (1) ชุมชนอีบีม้ง ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน (2) ชุมชน พิมาย ต.พิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ (3) ชุมชนดงบัง ต.ดงบัง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี (4) ชุมชนบ้านต้นตาล ต.จอเบาะ อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส และ (5) ชุมชนบ้านโคกพะยอม ต.โคกเคียน อ.เมือง จ.นราธิวาส กิจกรรมตลาดปันรักษ์ (ครั้งแรก) 2 พื้นที่ คือ ตลาดปันรักษ์ ๗ ริมอ่าง คชาชล ต.พลวงทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี และ ตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำ ต.คลองประสงค์ อ.เมือง จ.กระบี่ การติดตามผลและสนับสนุนชุมชนเดิมที่เคยท�ำกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพมา แล้ว จ�ำนวน 10 ชุมชน 5.1 ท่องเที่ยวชีวภาพชุมชนใหม่ 5 แห่ง 5.1.1 ชุมชนอีบีม้ง จ.น่าน 1) ผลผลิต จัดกิจกรรมชื่องาน “ชมพูภูคาบาน เล่าขานดอยภูแว จิบกาแฟรักษ์ป่า ชิมพิซซ่าผิงไฟ สบายสบายที่ อีบีม้ง” ครั้งที่ 1 เดือนกุมภาพันธ์ 2566 ผู้ร่วมงานประมาณ 120 คน มีร้านค้าชุมชน 20 ราย ชุมชนเครือข่าย สพภ. ร่วมกิจกรรม 13 ชุมชนๆ ละ 4 คน


ท่องเทียว่ชีวภาพ 14 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 2) ผลลัพธ์ เกิดรายได้กระจายในชุมชนช่วงจัดกิจกรรม 241,950 บาท สร้างการรับรู้ศักยภาพด้านการเป็นชุมชนท่องเที่ยวของชุม ชนอีบีม้ง ในวงกว้าง และด้านการอนุรักษ์ความหลากหลาย ทางชีวภาพของชนิดพันธุ์ที่โดดเด่น ได้แก่ ต้นชมพูภูคา ต้นก่อแป้น และพื้นที่ป่าชุมชนต้นน�้ำ สร้างการรับรู้ในกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพดึงดูดให้ผู้คน เข้าไปเที่ยวชมในชุมชนมากขึ้น สร้างรายได้ให้กับชุมชน อีบีม้งและพื้นที่ใกล้เคียง หน่วยงานในระดับจังหวัดรับรู้และรับทราบกิจกรรมของ ชุมชนผ่านการเข้าร่วมพิธีเปิดงานท่องเที่ยวชีวภาพครั้งที่ 1 ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน (ประธานในพิธี) น�ำข้อมูลแนวคิด เรื่องท่องเที่ยวชีวภาพและกิจกรรมในวันเปิดงานไป ประชาสัมพันธ์ในเวปเพจของจังหวัด 3) ผลกระทบ ยังไม่เกิดขึ้น ต้องอาศัยระยะเวลาหนึ่ง 4) ข้อคิดเห็น/เสนอแนะ ชุมชนอีบีม้ง เป็นชุมชนเป้าหมายใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพ ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เป็นชุมชน 1 ใน 5 แห่ง ประเมินการใช้เครื่องมือ การตลาด “ท่องเที่ยวชีวภาพ” ดังนี้ (1) ความส�ำเร็จในการใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” ของ ชุมชนอีบีม้ง ถือว่าประสบความส�ำเร็จในระดับดีค่อนไปทาง ดีมาก ด้วยเหตุผล ดังนี้ a. ความกระตือรือร้นในการท�ำกิจกรรมของสมาชิกกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนดีมาก เตรียมการล่วงหน้า และมุ่งมั่นจัดงาน b. การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะหน่าวยงาน ในพื้นที่ อยู่ในระดับดี c. การจัดกิจกรรมให้ชุมชนเครือข่ายได้เรียนรู้ในฐานต่างๆ ที่เหมาะกับท่องเที่ยวชีวภาพ เช่น ฐานชมพูภูคา ฐานตาน�้ำ และฐานจุดชมวิวดอยภูแว


ท่องเที่ยวชีวภาพ15 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 d. มีข้อด้อยในเรื่องการจัดการที่พักยังไม่กระจายในชุมชน เท่าที่ควร (2) ข้อเสนอแนะ ต้องขับเคลื่อนกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพให้ ต่อเนื่องเพื่อเป็นการสร้างการจดจ�ำ ของคนทั่วไปและ อยากเดินทางเข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศบริสุทธิ์ ธรรมชาติ ที่สวยงามของป่าที่ชุมชนอีบีม้ง ดูแลรักษาไว้ โดยสิ่งที่ต้อง ด�ำเนินการ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ดังนี้ a. ท�ำป้ายบอกทางเข้าชุมชนให้ชัดเจน และหลากหลายจุด ที่เป็นทางแยก ทางร่วม รวมทั้งป้ายประชาสัมพันธ์ ชุมชนอีบีม้ง b. รวบรวมเนื้อหา สิ่งดีดี ในชุมชน ที่เป็นจุดขาย ทั้งต้น ชมพูภูคา ป่าจุดที่เป็นตาน�้ำ จุดชมวิวดอยภูแว และ น�ำเสนอบนสื่อออนไลน์อย่างสม�่ำเสมอ c. เตรียมสินค้าพื้นบ้าน/กิจกรรมเด่น ที่เป็นเอกลักษณ์ ของ อีบีม้ง ไว้ต้อนรับผู้มาเยือน d. พัฒนาพื้นที่ท�ำกิจกรรมของชุมชนให้เป็นจุดกางเต็นท์ และสื่อสารให้กับผู้สนใจเข้ามาเที่ยวพักผ่อนกึ่งผจญภัย เดินป่าศึกษาธรรมชาติ แต่ก็มีสิ่งอ�ำนวยความสะดวก ระดับหนึ่ง ได้แก่ ห้องน�้ำ แหล่งน�้ำ ที่กางเต็นท์ ที่ท�ำกิจกรรม ถ่ายภาพ รับประทานอาหารพื้นถิ่น เป็นต้น 5.1.2 ชุมชนต�าบลพิมาย จ.ศรีสะเกษ 1) ผลผลิต จัดกิจกรรมชื่องาน “ชมปราสาทปรางค์กู่ อู่อารยธรรม งามล�้ำธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ชนสามเผ่า เล่าขานต�ำนาน ดาบวิชัย” ครั้งที่ 1 เดือนมีนาคม 2566 ผู้ร่วมงานประมาณ 250 คน มีร้านค้าชุมชนประมาณ 20 ราย ชุมชนเครือข่าย สพภ. ร่วมกิจกรรม 13 ชุมชนๆ ละ 4 คน


ท่องเทียว ่ ชีวภาพ 16 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 2) ผลลัพธ์ เกิดรายได้กระจายในชุมชนช่วงจัดกิจกรรม 274,010 บาท สร้างการรับรู้ศักยภาพด้านการเป็นชุมชนท่องเที่ยวไม้มีค่า ป่าครอบครัวต�ำบลพิมาย ในวงกว้าง ด้านการอนุรักษ์ฟื้นฟู ความหลากหลายทางชีวภาพของชนิดพันธุ์พืชไม้ป่าท้องถิ่น จากการท�ำโครงการชุมชนไม้มีค่าป่าครอบครัว โดยเฉพาะ การปลูกต้นตาลโตนดตามริมทางของดาบต�ำรวจวิชัย สุริยุทธ และเป็นถนนที่มีทัศนียภาพสวยงามในปัจจุบัน สร้างการรับรู้ในกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพดึงดูดให้ผู้คน เข้าไปเที่ยวชมในชุมชนมากขึ้น สร้างรายได้ให้กับชุมชนพิมาย และพื้นที่ใกล้เคียง หน่วยงานในระดับจังหวัดรับรู้และรับทราบกิจกรรมของ ชุมชนผ่านการเข้าร่วมพิธีเปิดงานท่องเที่ยวชีวภาพครั้งที่ 1 3) ผลกระทบ ยังไม่เกิดขึ้นต้องอาศัยระยะเวลาหนึ่ง 4) ข้อคิดเห็น/เสนอแนะ ชุมชนไม้มีค่าป่าครอบครัวต�ำบลพิมาย อ.ปรางค์กู่ จ.ศรีสะเกษ เป็นชุมชนเป้าหมาย 2 ใน 5 แห่ง ที่ใช้เครื่องมือท่องเที่ยว ชีวภาพในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ประเมินการใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” ดังนี้ (1) ความส�ำเร็จในการใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” ของ ชุมชนพิมาย ถือว่าประสบความส�ำเร็จในระดับดีมาก ด้วยเหตุผล ดังนี้ a. ความกระตือรือร้นในการท�ำกิจกรรมของสมาชิกกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนดีมาก มีการเตรียมการล่วงหน้า และ ความตั้งใจสูงมาก แม้มีข้อจ�ำกัดในการจัดงานหน้าร้อน b.การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงาน ในพื้นที่ระดับจังหวัดให้ความร่วมมือดีมาก


ท่องเที่ยวชีวภาพ17 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 c. การจัดกิจกรรมให้ชุมชนเครือข่ายได้เรียนรู้ในฐานต่างๆ ที่เหมาะกับท่องเที่ยวชีวภาพ และกิจกรรมไม้มีค่า ป่าครอบครัว d.ชุมชนและผู้น�ำชุมชนมีความภูมิใจในการจัดงานครั้งนี้ เป็นอย่างมาก เนื่องจากอ�ำเภอปรางค์กู่ แทบไม่เคย ได้รับโอกาสสนับสนุนการจัดงานลักษณะนี้มาก่อน (2) ข้อเสนอแนะในการพัฒนาให้มีความยั่งยืน พิจารณา ทรัพยากรชีวภาพในชุมชนต�ำบลพิมาย ดังนี้ a. ท�ำป้ายบอกทางเข้าชุมชนและพื้นที่แปลงที่เป็นจุด ท่องเที่ยวให้ชัดเจน โดยเฉพาะบอกกิจกรรมเด่นของ แต่ละพื้นที่ให้นักท่องเที่ยวทราบ b. รวบรวมจุดเด่นของแปลงไม้มีค่า ป่าครอบครัว โคก หนอง นา ของสมาชิกแต่ละแปลง ท�ำป้ายประชาสัมพันธ์ และจัดท�ำตารางเวลาที่เหมาะสมและสลับกัน เพื่อให้ นักท่องเที่ยวได้หมุนเวียนเที่ยวชมในพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งผลิตภัณฑ์ ผลิตผล และช่วงเวลา c. พื้นที่โคก หนอง นา บางแปลงมีศักยภาพพัฒนาพื้นที่ ท�ำกิจกรรมให้เป็นจุดแค้มปิ้ง และสื่อสารให้กับผู้สนใจ เข้ามาเที่ยวพักผ่อนสัมผัสธรรมชาติ อากาศบริสุทธิ์ โดยสถานที่มีสิ่งอ�ำนวยความสะดวกระดับหนึ่ง ได้แก่ ห้องน�้ำ แหล่งน�้ำ ที่กางเต็นท์ ที่ท�ำกิจกรรม ถ่ายภาพ รับประทานอาหารพื้นถิ่น เป็นต้น 5.1.3 ชุมชนต�าบลดงบัง จ.ปราจีนบุรี 1) ผลผลิต จัดกิจกรรมชื่องาน “เที่ยวดงบังเมืองไผ่ ตะเคียนใหญ่ป่า ชุมชน ยลโบสถ์มหาอุตม์” ครั้งที่ 1 เดือนพฤษภาคม 2566 ผู้ร่วมงานประมาณ 200 คน มีร้านค้าชุมชนประมาณ 20 ราย


ท่องเทียว่ชีวภาพ 18 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 ชุมชนเครือข่าย สพภ. เข้าร่วมกิจกรรม 12 ชุมชนๆ ละ 4 คน 2) ผลลัพธ์ เกิดรายได้กระจายในชุมชนช่วงจัดกิจกรรม 268,500 บาท สร้างการรับรู้ศักยภาพด้านการเป็นชุมชนท่องเที่ยว ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ โดยร่วมกันปกปักรักษาป่าชุมชนบ้านโนนหินผึ้ง เนื้อที่ ประมาณ 400 ไร่ และเป็นชุมชนที่มีการปลูกไผ่เชิง เศรษฐกิจไม่ต�่ำกว่า 2,500 ไร่ เป็นป่าปลูกแหล่งผลิตอากาศ บริสุทธิ์ได้อย่างดี สร้างการรับรู้ในกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพดึงดูดให้ผู้คน เข้าไปเที่ยวชมในชุมชนมากขึ้น สร้างรายได้ให้กับชุมชน ต�ำบลดงบังและพื้นที่ใกล้เคียง หน่วยงานในระดับจังหวัดรับรู้และรับทราบกิจกรรมของ ชุมชนผ่านการเข้าร่วมพิธีเปิดงานท่องเที่ยวชีวภาพครั้งที่ 1 โดยเฉพาะ ททท. (ส�ำนักงานนครนายก) 3) ผลกระทบ ยังไม่เกิดผลกระทบ ต้องอาศัยเวลาระยะหนึ่ง 4) ข้อคิดเห็น/เสนอแนะ ชุมชนดงบัง ต.ดงบัง อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี เป็นชุมชนเป้าหมาย 3 ใน 5 แห่ง ที่ ใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ประเมินการใช้เครื่องมือ การตลาดท่องเที่ยวชีวภาพ ในชื่องาน “เที่ยวดงบังเมืองไผ่ ตะเคียนใหญ่ป่าชุมชน ยลโบสถ์มหาอุตม์” ครั้งที่ 1 ดังนี้ (1) ความส�ำเร็จในการใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” ของ ชุมชนต�ำบลดงบัง ถือว่าประสบความส�ำเร็จในระดับดี ค่อนไปทางดีมาก ด้วยเหตุผล ดังนี้


ท่องเที่ยวชีวภาพ19 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 a. ความกระตือรือร้นในการท�ำกิจกรรมของสมาชิกกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนดีมาก มีการเตรียมการร่วมกันล่วงหน้า มีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการท�ำกิจกรรมสูงมาก มีการ ประชุมเตรียมการจัดกิจกรรมหลายครั้ง b. การมีส่วนร่วมของภาคส่วนต่างๆ โดยเฉพาะหน่วยงาน ในพื้นที่ในระดับจังหวัดร่วมมือดีมาก โดยเฉพาะมี ส�ำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด และ การท่องเที่ยว แห่งประเทศไทย (ส�ำนักงานนครนายก) เข้าร่วม กิจกรรมและมีความสนใจเข้ามาต่อยอดกิจกรรมด้าน การท่องเที่ยวชุมชน c. การจัดกิจกรรมให้ชุมชนเครือข่ายได้เรียนรู้ในฐานต่างๆ ที่เหมาะกับท่องเที่ยวชีวภาพ ทั้งฐานป่าชุมชน การปลูกไผ่ เชิงเศรษฐกิจ และผลผลิตเกษตรปลอดภัย d. ข้อคิดเห็นในเชิงคุณค่าจากการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้ท�ำให้เกิดผลลัพธ์ในเชิงคุณค่า ขึ้นในหลายมิติ ดังนี้ i. สร้างการรับรู้ ความสัมพันธ์ ความเข้าใจ ที่จะน�ำไปสู่ ความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานและชุมชนดงบังกับพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้ง หน่วยงานกรมป่าไม้ซึ่งเกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายป่าชุมชน โดยชุมชน ใกล้เคียงได้ประจักษ์ต่อการใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพ ได้สร้างเม็ดเงินให้เกิดขึ้น และหมุนเวียนในชุมชนได้จริง ซึ่งเกิดจากการเดินทางเข้ามาของคนนอกชุมชน ส่วนกรมป่าไม้ ได้เห็นช่องทางการสนับสนุนต่อยอดทั้งข้อมูลเชิงวิชาการ และให้ ค�ำแนะน�ำในการท�ำกิจกรรมในป่าชุมชนบ้านโนนหินผึ้งให้มีประสิทธิภาพ และอาจให้ ความช่วยเหลือชุมชนบางอย่างเช่น การขึ้นทะเบียนต้นกระบกยักษ์เป็นรุกขมรดก หรือ ต้นไม้ทรงคุณค่า เป็นต้น ii. เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนแต่ละกลุ่มกิจกรรม ในพื้นที่ต�ำบลดงบัง ได้เห็นความเกื้อกูลกันและกัน iii. ขยายแนวร่วมในการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ โดยเฉพาะพื้นที่ ต�ำบลดงบังมีต้นยางนาขนาดใหญ่จ�ำนวนมาก ดังนั้น การน�ำเครื่องมือท่องเที่ยว


ท่องเทียว่ชีวภาพ 20 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 ชีวภาพไปใช้ให้เกิดเศรษฐกิจกับชุมชน ย่อมน�ำมาซึ่งความร่วมมือในการช่วยกัน อนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่เหล่านั้นไว้ได้ รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่ปลูกต้นไม้ป่าเหล่านี้ เป็นการเพิ่ม พื้นที่สีเขียวนอกเขตอนุรักษ์ เป็นกิจกรรมที่ช่วยลดโลกร้อน สมาชิกวิสาหกิจชุมชน ต�ำบลดงบังเพื่อสังคม เห็นความส�ำคัญของ “ตลาดปันรักษ์” ซึ่งเป็นเครื่องมือ ที่สร้างและกระจายรายได้ให้ต่อเนื่องและยั่งยืน แก่ชุมชนท่องเที่ยวชีวภาพ (2) ข้อเสนอแนะชุมชนดงบัง ต้องขับเคลื่อนกิจกรรมท่องเที่ยว ชีวภาพให้ต่อเนื่องเพื่อเป็นการสร้างการจดจ�ำ ของคน ทั่วไปและอยากเดินทางเข้ามาสัมผัสกับบรรยากาศบริสุทธิ์ ธรรมชาติที่สวยงามของป่าไผ่ วิถีชีวิตแบบเรียบง่ายของผู้คน โดยสิ่งที่ต้องด�ำเนินการ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่อง ดังนี้ a. ท�ำป้ายสื่อสารเป็นจุดเช็คอินที่บริเวณป่าไผ่ที่มีทิวทัศน์ สวยงาม และร่วมกันท�ำความสะอาดให้ดูเป็นระเบียบ ดึงดูดให้ผู้คนเข้าไปเที่ยวชมสวนไผ่ b. สภาพแวดล้อมของชุมชนบริเวณที่จัดงานเหมาะที่จะ พัฒนาเป็นตลาดชุมชนในลักษณะ “ตลาดปันรักษ์” แต่ด้วยพื้นที่ดังกล่าวเป็นที่ของการรถไฟแห่ง ประเทศไทย ดังนั้น เสนอแนะให้ผู้น�ำชุมชนท�ำหนังสือ ขอใช้พื้นที่บริเวณใต้ต้นยางนา เพื่อท�ำตลาดชุมชนคาดว่า จะสามารถสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนได้อย่างดี c. ควรร่วมกันรณรงค์ขอความร่วมมือการอนุรักษ์ต้น ยางนาหรือไม้ชนิดอื่น ที่เป็นไม้ขนาดใหญ่ในชุมชน เนื่องจากต้นไม้ใหญ่เหล่านั้น ท�ำให้บรรยากาศของชุมชน ที่เป็นสวนไผ่ และต้นไม้ใหญ่มีสเน่ห์ดึงดูดให้ผู้คนเข้ามา ในชุมชน d. ให้คนรุ่นใหม่ ได้ฝึกการน�ำกลุ่ม โดยเฉพาะการน�ำ แนวคิดแบบคนรุ่นใหม่ในการออกแบบพื้นที่ จุดเช็คอิน หรือแม้การก�ำหนดกิจกรรมเพื่อตอบโจทย์ดึงดูดคน หลากหลายวัยให้เข้ามาในชุมชน


ท่องเที่ยวชีวภาพ21 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 5.1.4 ชุมชนบ้านต้นตาล จ.นราธิวาส 1) ผลผลิต จัดกิจกรรมชื่องาน “เที่ยวไม่เหมือนใคร ท�ำอะไรไม่ เหมือนเดิม ต้องเที่ยวป่าชุมชนบ้านต้นตาล” ครั้งที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2566 ผู้ร่วมงานประมาณ 300 คน มีร้านค้าชุมชนประมาณ 20 ราย ชุมชนเครือข่าย สพภ. เข้าร่วมกิจกรรม 14 ชุมชนๆ ละ 4 คน 2) ผลลัพธ์ เกิดรายได้กระจายในชุมชนช่วงจัดกิจกรรม 177,890 บาท สร้างการรับรู้ศักยภาพด้านการเป็นชุมชนท่องเที่ยว ด้านการอนุรักษ์และฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ โดยชุมชนร่วมกันปกปักรักษาป่าชุมชนบ้านต้นตาล เนื้อที่ 574 ไร่ มีสภาพสมบูรณ์มีชนิดไม้ดั้งเดิม เช่น ต้นตะเคียน ต้นแอ็ก สะตอ หยี เป็นต้น คงความเป็นป่าต้นน�้ำให้กับ พื้นที่ตอนล่างได้เป็นอย่างดี สร้างการรับรู้ในกิจกรรมการรักษาป่าชุมชนให้สมบูรณ์ ดึงดูดให้ผู้คนเข้าไปเที่ยวชมในชุมชนมากขึ้น สร้างรายได้ ให้กับชุมชนบ้านต้นตาลและพื้นที่ใกล้เคียง หน่วยงานในระดับจังหวัดรับรู้และรับทราบกิจกรรมของ ชุมชนบ้านต้นตาลผ่านการเข้าร่วมพิธีเปิดงานท่องเที่ยว ชีวภาพครั้งที่ 1 โดยเฉพาะ ได้รับเกียรติเป็นประธาน เปิดงานโดยพลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศูนย์อ�ำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ท�ำให้ได้รับความสนใจและเข้าร่วมกิจกรรมจากหน่วยงาน ในระดับจังหวัดจ�ำนวนมาก 3) ผลกระทบ ผลกระทบยังไม่เกิดขึ้น ต้องอาศัยเวลาระยะหนึ่ง เนื่องจาก การจัดกิจกรรมในปลายปีงบประมาณ


ท่องเทียว่ชีวภาพ 22 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 4) ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ชุมชนบ้านต้นตาล ต�ำบลจอเบาะ อ�ำเภอยี่งอ จังหวัดนราธิวาส เป็นชุมชนเป้าหมายใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เป็น ชุมชนที่ 4 ใน 5 แห่ง ประเมินการใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพ ในชื่องาน “เที่ยว ไม่เหมือนใคร ท�ำอะไรไม่เหมือนเดิม ต้องเที่ยวป่าชุมชนบ้านต้นตาล” ครั้งที่ 1 ดังนี้ (1) ความส�ำเร็จในการใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” ของ ชุมชนบ้านต้นตาล ถือว่าประสบความส�ำเร็จในระดับดี ด้วยเหตุผล ดังนี้ a. ความกระตือรือร้นในการท�ำกิจกรรมของสมาชิก กลุ่มวิสาหกิจชุมชนดีมาก มีความตั้งใจสูงมาก แต่ด้วย ขณะที่จัดกิจกรรมมีงานซ้อนกันของหน่วยงานรัฐ ท�ำให้ ชุมชนไม่กล้าปฏิเสธ ท�ำให้เกิดความไม่ราบรื่นของ กิจกรรม b. พื้นที่รอบๆ หรือใกล้เคียงกับวิสาหกิจชุมชนบ้านต้นตาล ไม่ค่อยมีกิจกรรมที่จะเป็นฐานเรียนรู้ด้านชุมชน ท่องเที่ยวชีวภาพมากนัก ท�ำให้การท�ำกิจกรรมของ ผู้เข้าร่วมไม่ต่อเนื่อง ติดๆ ขัดๆ c. ความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนต�ำบลจอเบาะ เป็นไปแบบกลางๆ กล่าวคือ ไม่ได้ให้ความส�ำคัญกับ วิสาหกิจชุมชนมากนัก แต่พบว่า มีหน่วยงานระดับ อ�ำเภอ จังหวัด และสถาบันการศึกษาให้ความสนใจ ชุมชนบ้านต้นตาลมากขึ้น หลังจากได้เข้าร่วมพิธีเปิด กิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพในครั้งนี้ d. จุดด้อยในการน�ำเสนอ ป่าชุมชนบ้านต้นตาลมีความ หลากหลายทางชีวภาพที่โดดเด่น แต่ชุมชนไม่ได้ใช้เป็น ตัวขับเคลื่อนกิจกรรมในขณะที่มีคนนอกเข้าไปในพื้นที่ ดังนี้


ท่องเที่ยวชีวภาพ23 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 i. การพาเดินป่าศึกษาธรรมชาติ ชมพันธุ์ไม้เด่นของ พื้นที่ สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ ในลักษณะกิจกรรมอาบป่า ii. มีจุดน�ำเสนอทรัพยากรเด่นของชุมชน มีภาพให้ดู หรือมีตัวอย่างแสดง เช่น ชนิดพันธุ์ที่โดดเด่น กบเลเวล กิจกรรมที่โดดเด่น การปลูกป่า หนังสะติ๊ก การท�ำฝายมีชีวิต ต้นไม้ที่ท�ำชาอะโด้ และอื่นๆ (2) ข้อคิดเห็นต่อชุมชนบ้านต้นตาลจากการท�ำกิจกรรม ท่องเที่ยวชีวภาพในครั้งนี้ เชิงคุณค่า ถือได้ว่า บ้านต้นตาล จัดกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพ ได้ท�ำให้เกิดผลลัพธ์ในเชิง คุณค่าสูงมาก ดังนี้ a. สร้างการรับรู้ ความสัมพันธ์ ความเข้าใจ ที่จะน�ำไปสู่ ความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ สถาบัน การศึกษา และชุมชนบ้านต้นตาล กับพื้นที่ใกล้เคียง โดยชุมชนใกล้เคียงได้ประจักษ์ต่อการใช้เครื่องมือ ท่องเที่ยวชีวภาพ ได้สร้างเม็ดเงินให้เกิดขึ้นและ หมุนเวียนในชุมชนได้จริง ซึ่งเกิดจากการเดินทางเข้ามา ของคนนอกชุมชน โดยเฉพาะหน่วยงานระดับจังหวัด ได้แสดงความประสงค์จะเข้ามาสนับสนุนชุมชน บ้านต้นตาลเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยเครื่องมือ ท่องเที่ยวให้กับชุมชน ทั้งที่ก่อนหน้านี้หน่วยงาน ในจังหวัดนราธิวาสแทบไม่มีใครรู้จักความเป็นวิสาหกิจ ชุมชนบ้านต้นตาล b. เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนแต่ละกลุ่มกิจกรรม ในพื้นที่ต�ำบลจอเบาะ ได้เห็นความเกื้อกูลกันและกัน และชุมชนมีความเชื่อมั่นต่อกลุ่มป่าชุมชนบ้านต้นตาล ที่ท�ำให้คนภายนอกเข้ามาท�ำกิจกรรมในหมู่บ้าน เกิดผลกระทบที่จุดประกายให้มีการขยายผลต่อไป เหตุการณ์สนับสนุนความคิดนี้ได้แก่ กลุ่มรถจี๊บ ยินดี ให้บริการน�ำชุมชนเครือข่าย สพภ. ไปท�ำกิจกรรมจุดต่างๆ


ท่องเทียว ่ ชีวภาพ 24 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 c. ความเชื่อมั่นจากคนภายนอกชุมชนที่อยู่ห่างไกล ที่ได้สะท้อนความเห็นว่าก่อนมารู้สึกหวาดกลัวกับ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ แต่เมื่อได้เข้ามา พบว่า ชุมชนในที่ต่างๆ มีความเป็นมิตร ให้การต้อนรับที่อบอุ่น ท�ำให้เกิดทัศนคติที่เปลี่ยนไปต่อ พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เป็นประตูใจที่เปิดกว้างให้มี การไปมาหาสู่ในลักษณะการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต (3) ข้อเสนอแนะชุมชนบ้านต้นตาล ต้องขับเคลื่อนกิจกรรม ท่องเที่ยวชีวภาพให้ต่อเนื่องเพื่อเป็นการดึงดูดให้คน ภายนอกกลุ่มต่างๆ ได้รู้จักและอยากเข้ามาเที่ยวชมในชุมชน ซึ่งควรด�ำเนินการ ดังนี้ a. ท�ำป้ายสื่อสาร รวมทั้งการท�ำโปสเตอร์ นิทรรศการ แสดงข้อมูลเกี่ยวกับจุดเด่น ทรัพยากรเด่น ฤดูกาลที่ ควรเข้าไปเที่ยวชมป่าชุมชนบ้านต้นตาล รวมทั้ง กิจกรรมที่จะสามารถท�ำได้อย่างเหมาะสมตามช่วงวัย ของแต่ละคน และควรแจ้งข้อจ�ำกัดของพื้นที่ให้คน ภายนอกทราบก่อนเข้าไป เพื่อให้เกิดการเตรียมตัวและ ใจไว้ล่วงหน้า b. กิจกรรมที่ควรน�ำเสนอเป็นไฮไลต์ของป่าชุมชน บ้านต้นตาล คือ การเดินป่าศึกษาเส้นทางความ หลากหลายทางชีวภาพในป่าชุมชน โดยมีการปรับพื้นที่ ให้เหมาะสม ก�ำหนดเส้นทางเดิน ก�ำหนดจุดพัก และ ท�ำกิจกรรมศึกษาเรียนรู้ รวมทั้งเตรียมบุคลากรน�ำทาง ที่มีความช�ำนาญทั้งเส้นทาง และการอธิบายข้อมูล พื้นที่ป่าชุมชน c. จัดให้มีการรวมกลุ่มท�ำกิจกรรมตลาดปันรักษ์ มินิ ในช่วงที่มีแขกเข้ามาท�ำกิจกรรมที่ป่าชุมชนบ้านต้นตาล


ท่องเที่ยวชีวภาพ25 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 โดยจัดให้เหมาะสมระหว่างประเภท ปริมาณ สินค้า กับแขก หรือนักท่องเที่ยวที่เข้ามาท�ำกิจกรรมที่กลุ่ม โดยเฉพาะช่วงฤดูกาลที่ผลไม้ท้องถิ่นออกมาก ควรจัด ให้มีกิจกรรมขึ้นที่ป่าชุมชนบ้านต้นตาล เพื่อสร้างรายได้ ให้กับสมาชิก 5.1.5 ชุมชนบ้านโคกพะยอม จ.นราธิวาส 1) ผลผลิต จัดกิจกรรมชื่องาน “ชมวิถีชุมชนชาวเล ถิ่นเรือกอและ แวะอู่ต่อเรือ ชมป่าสาคู ดูกระจูดจักสาน เยือนทะเล หาดบ้านทอน” ครั้งที่ 1 เดือนกรกฎาคม 2566 ผู้ร่วมงานประมาณ 100 คน มีร้านค้าชุมชนประมาณ 10 ราย ชุมชนเครือข่าย สพภ. เข้าร่วมกิจกรรม 14 ชุมชนๆ ละ 4 คน 2) ผลลัพธ์ เกิดรายได้กระจายในชุมชนช่วงจัดกิจกรรม 172,840 บาท สร้างการรับรู้ศักยภาพของชุมชนสานเสื่อกระจูดบ้านโคก พะยอมให้กับหน่วยงานในพื้นที่ โดยเฉพาะองค์การบริหาร ส่วนต�ำบลโคกเคียน ได้รู้ว่ากิจกรรมต่างๆ ของชุมชน กระจูดบ้านโคกพะยอม สร้างชื่อเสียง สร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับกลุ่มได้อย่างดี สร้างการรับรู้วิถีความเป็นอยู่ของผู้คนในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งเป็นพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เดิมทีผู้คนจะกลัวอันตราย จากเหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้น แต่การจัดกิจกรรมท่องเที่ยว ชีวภาพ มีคนต่างถิ่นเข้ามาเที่ยวชม ได้มีการสื่อสาร ไปวงกว้าง สร้างความเข้าใจที่ดีให้กับพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ ลบภาพและความคิดด้านลบของชุมชนที่เข้าร่วมกิจกรรม ต่อพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ได้ดีพอสมควร 3) ผลกระทบ ผลกระทบยังไม่เกิดขึ้น ต้องอาศัยเวลาระยะหนึ่ง


ท่องเทียว่ชีวภาพ 26 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 4) ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ ชุมชนบ้านโคกพะยอม ต�ำบลโคกเคียน อ�ำเภอเมือง จังหวัด นราธิวาสเป็นชุมชนเป้าหมายใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 เป็นชุมชนที่ 5 ใน 5 แห่ง ประเมินการใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพ ในชื่องาน “ชมวิถีชุมชนชาวเล ถิ่นเรือกอและ แวะอู่ต่อเรือ ชมป่าสาคู ดูกระจูด จักสาน เยือนทะเลหาดบ้านทอน” ครั้งที่ 1 ดังนี้ (4) ความส�ำเร็จในการใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” ของชุมชนบ้านโคกพะยอม ถือว่าประสบความส�ำเร็จใน ระดับดีค่อนไปทางดีมาก ด้วยเหตุผล ดังนี้ a. ความกระตือรือร้นในการท�ำกิจกรรมของสมาชิกกลุ่ม วิสาหกิจชุมชนดีมาก มีการเตรียมการ ร่วมกันล่วงหน้า มีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการท�ำกิจกรรมสูงมาก จาก ความไม่มั่นใจในช่วงก่อนจัดงาน เมื่อจัดแล้วพบว่าท�ำได้ดี ทั้งการต้อนรับ การจัดกิจกรรมให้ชุมชนเครือข่ายได้ เรียนรู้ โดยเฉพาะฐานเรียนรู้ในชุมชนเอง ที่มีการเล่า เรื่องราวของการสานเสื่อกระจูด มาถึงปัจจุบัน ท�ำให้ ผู้เข้าร่วมอุดหนุนผลิตภัณฑ์กระจูดจนสินค้าเกือบหมด หรือกล่าวได้ว่าหมดในสต๊อก b. ความพยายามประสานกิจกรรมในฐานต่างๆ จากชุมชน อื่นๆ ในต�ำบลเพื่อให้ชุมชนเครือข่ายกลุ่มท่องเที่ยว ชีวภาพ ได้เรียนรู้สร้างความประทับใจให้กับชุมชนที่ เข้าร่วมกิจกรรมเป็นอย่างมาก โดยกลุ่มต่างๆ ไม่ไกล กันมาก การเดินทางสะดวก ได้ความรู้ ฐานต่างๆ ดังนี้ i. ฐานท�ำเรือกอและ ได้เห็นได้ทราบด้านภูมิปัญญาใน การท�ำเรือที่มีเอกลักษณ์ ii. ฐานแปรรูปสาคู ท�ำให้ทราบว่านราธิวาสเป็นแหล่ง ที่มีต้นสาคูอยู่จ�ำนวนมาก และมีศักยภาพที่จะแปรรูปต่อยอดเป็นสินค้าสร้างงานสร้าง รายได้ให้ชุมชน


ท่องเที่ยวชีวภาพ27 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 iii. ฐานผ้าบาติก เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ แนวคิด และวัตถุดิบผ้า ให้ชุมชน สพภ. ได้มีทางเลือกมากขึ้น iv. ฐานแปรรูปมะพร้าว เป็นกลุ่มที่มีผลิตภัณฑ์หลากหลาย มีมาตรฐานสินค้าความน่าสนใจ และมะพร้าวเป็นพืชที่ปลูกมากในต�ำบลโคกเคียน c. การให้ความร่วมมือขององค์การบริหารส่วนต�ำบล โคกเคียน ซึ่งปกติทางกลุ่มอาจจะไม่เคยมีกิจกรรม ที่มีคนเข้ามาในชุมชนจ�ำนวนมาก กิจกรรมครั้งนี้ เป็นครั้งแรกที่จัดในชุมชนและมีคนเข้ามาหลักร้อยคน โดยก่อนหน้านี้ อบต.โคกเคียนไม่มีกิจกรรมร่วมกับ ชุมชนเลย การขอให้ จนท.อบต.เข้ามาช่วยชุมชน ในการต้อนรับพี่น้องเครือข่าย จึงไม่ค่อยได้รับ ความสนใจจาก อบต.มากนัก แต่เมื่อกิจกรรมเกิดขึ้น ท�ำให้ อบต.เข้าใจชุมชนมากขึ้น และให้การช่วยเหลือ ในเรื่องการต้อนรับ การดูแลความปลอดภัยเป็นต้น d. ข้อด้อยในส่วนของกลุ่มกระจูดบ้านโคกพะยอม คือ สมาชิกมีแต่ที่เป็นสตรีและสูงวัย ประกอบกับการเป็น พื้นที่อยู่ในจังหวัดชายแดนใต้ จึงไม่ค่อยมีคนภายนอก จากพื้นที่ห่างไกล (แทบไม่มี) เข้าไปหาชุมชน ท�ำให้ ชุมชนขาดโอกาส ในหลายๆ ด้าน ดังนั้น การท�ำ กิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพในครั้งนี้ ได้ท�ำให้ชุมชนได้ ประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ต้อนรับคนที่มากจากต่างถิ่น ห่างไกล ได้เรียนรู้การจ�ำหน่ายสินค้าชุมชน ได้น�ำเสนอ ข้อมูลชุมชนต่อคนแปลกหน้า และหน่วยงานในท้องถิ่น สถาบันการศึกษาได้เห็นสิ่งเหล่านี้ ที่เป็นศักยภาพของกลุ่ม (5) ข้อคิดเห็นต่อชุมชนบ้านโคกพะยอมจากการท�ำกิจกรรม ท่องเที่ยวชีวภาพในครั้งนี้ เชิงคุณค่า ถือได้ว่า บ้านโคก พะยอม จัดกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพ ได้ท�ำให้เกิดผลลัพธ์ ในเชิงคุณค่าสูงมาก ในหลายมิติ ดังนี้


ท่องเทียว ่ ชีวภาพ 28 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 a. สร้างการรับรู้ ความสัมพันธ์ ความเข้าใจ ที่จะน�ำไปสู่ ความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานในพื้นที่ สถาบัน การศึกษา และชุมชนกลุ่มกระจูดบ้านโคกพะยอม กับพื้นที่ใกล้เคียง โดยชุมชนใกล้เคียงได้ประจักษ์ต่อ การใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพ ได้สร้างเม็ดเงินให้เกิด ขึ้นและหมุนเวียนในชุมชนได้จริง ซึ่งเกิดจากการ เดินทางเข้ามาของคนนอกชุมชน โดยเฉพาะหน่วยงาน อบต.โคกเคียนเริ่มเข้าใจ รู้จัก เบโด้ และยินดีให้ การสนับสนุนส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ชุมชนไปด้วยกัน โดยเฉพาะตอนท้ายของการท�ำ กิจกรรม เจ้าหน้าที่ อบต.โคกเคียน แสดงความสนใจ ให้ เบโด้ ได้น�ำเครื่องมือ “ตลาดปันรักษ์” มาใช้ กับชุมชนต�ำบลโคกเคียน โดย อบต.ยินดีสนับสนุนและ ให้ความร่วมมือ a. เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างชุมชนแต่ละกลุ่มกิจกรรม ในพื้นที่ต�ำบลโคกเคียน ได้เห็นความเกื้อกูลกันและกัน และชุมชนมีความเชื่อมั่นต่อกลุ่มกระจูดบ้านโคก พะยอม ที่ท�ำให้คนภายนอกเข้ามาท�ำกิจกรรมในต�ำบล เกิดผลกระทบที่จุดประกายให้มีการขยายผลต่อไป b. มิติ ของความเชื่อมั่นจากคนภายนอกชุมชนที่อยู่ห่างไกล ที่ได้สะท้อนความเห็นว่าก่อนมารู้สึกหวาดกลัวกับ เหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้| แต่เมื่อได้เข้ามา พบว่า ชุมชนในที่ต่างๆ มีความเป็นมิตร ให้การต้อนรับที่อบอุ่น ท�ำให้เกิดทัศนคติที่เปลี่ยนไปต่อ พื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ เป็นประตูใจที่เปิดกว้างให้มี การไปมาหาสู่ในลักษณะการท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต


ท่องเที่ยวชีวภาพ29 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 (6) ข้อเสนอแนะชุมชนบ้านโคกพะยอม ต้องขับเคลื่อน กิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพให้ต่อเนื่องเพื่อเป็นการดึงดูดให้ คนภายนอกกลุ่มต่างๆ ได้รู้จักและอยากเข้ามาเที่ยวชม ในชุมชน ซึ่งควรด�ำเนินการ ดังนี้ a. ท�ำป้ายสื่อสาร เป็นจุดเช็คอิน ป้ายต้อนรับบริเวณ ที่ท�ำการกลุ่ม รวมทั้งการท�ำโปสเตอร์ นิทรรศการแสดง ข้อมูลเกี่ยวกับกระจูด ความส�ำคัญ ขั้นตอนการแปรรูป เป็นต้น b. ประดับตกแต่งที่ท�ำการกลุ่มให้สวยงาม มีการสาธิตสาน กระจูดหรือการแปรรูปผลิตภัณฑ์กระจูด อย่างสม�่ำเสมอ อาจจะสัปดาห์ละ 1-2 วัน หรือวันส�ำคัญ เป็นต้น c. จัดให้มีการรวมกลุ่มสมาชิกที่มีสินค้าพื้นถิ่น น�ำมา จ�ำหน่ายที่กลุ่มในช่วงที่มีคนภายนอกเข้ามาท�ำกิจกรรม ที่กลุ่ม โดยการจัดสินค้าให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เช่น เป็นหน่วยงาน สถาบันการศึกษา เด็กนักเรียน เป็นต้น โดยการจัดร้านค้าให้ใช้แนวคิดการท�ำ “ตลาดปันรักษ์” คือ รู้จักแบ่งปัน เอื้อเฟื้อกันและกัน และช่วยกันลด การใช้วัสดุพลาสติก โฟม ที่ใช้ครั้งเดียวเป็นต้น d. ให้คนรุ่นใหม่ (ซึ่งมีอยู่แล้ว) ได้น�ำเสนอข้อมูลกิจกรรม ของกลุ่มในสื่อออนไลน์อย่างสม�่ำเสมอ และเป็นปัจจุบัน


ท่องเทียว่ชีวภาพ 30 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 5.2 ชุมชนท�ากิจกรรม “ตลาดปันรักษ์” 2 พื้นที่ 5.2.1 ชุมชนบ้านเขาใหญ่ จ.ชลบุรี 1) ผลผลิต เกิด “ตลาดปันรักษ์ ๗ ริมอ่าง คชาชล” 1 แห่ง เปิดเมื่อ วันที่ 7 มกราคม 2566 และทุกวันเสาร์ มีร้านค้าให้ชุมชนจ�ำหน่ายสินค้า จ�ำนวน 30 ร้าน 2) ผลลัพธ์ สร้างรายได้ให้ชุมชนในวันเปิด ประมาณ 42,900 บาท สร้างรายได้ให้ชุมชนตั้งแต่เดือน มกราคม - กันยายน 2566 จ�ำนวน 274,990 บาท 3) ผลกระทบ ชุมชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นจากรายได้ที่เพิ่มขึ้น ชุมชนมีการปลูกเสริมต้นไม้ในป่าชุมชนจ�ำนวน 3,000 ต้น ท�ำฝายชลอน�้ำ 8 แห่ง 4) ข้อคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ การส่งเสริมช่องทางการตลาดด้วยเครื่องมือ “ตลาดปันรักษ์” กับชุมชนบ้านเขาใหญ่ ต.พลวงทอง อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี เป็นแห่งแรก ในปี 2566 และ เป็นตลาดปันรักษ์ แห่งที่ 3 ที่ สพภ. สนับสนนุน โดยตลาดแห่งนี้ชื่อ “ตลาดปันรักษ์ ๗ ริมอ่าง คชาชล” มีข้อคิดเห็นต่อการจัดกิจกรรม ดังนี้ (1) พิจารณาด้านความส�ำเร็จของการจัดกิจกรรม ถือว่า ประสบความส�ำเร็จในระดับปานกลางค่อนไปทางดี จาก เหตุผล ดังนี้ a. ได้รับความร่วมมือจากชุมชนเป็นอย่างดีในการน�ำสินค้า มาจ�ำหน่ายที่ตลาดปันรักษ์โดยเป็นสินค้าในชุมชนเป็น ส่วนใหญ่ อาจมีสินค้าภายนอกที่เป็นเครื่องดื่มซึ่งมี ในสัดส่วนที่ไม่มาก


ท่องเที่ยวชีวภาพ31 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 b. ผู้น�ำกลุ่ม/ผู้น�ำชุมชนมีความมุ่งมั่น มีวิสัยทัศน์ที่ดี ต้องการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชน แต่อาจจะ ขาดการประเมินความพร้อมที่ดีของสมาชิก c. ยอดรายได้รวมเป็นที่น่าพอใจ ค่อนข้างสูง (143,000 บาท) เป็นการท�ำกิจกรรมเสริมให้ผู้คนเข้ามาเที่ยวชม ท�ำกิจกรรมที่ตลาดปันรักษ์ ท�ำให้กระแสหมุนเวียนของ รายได้เกิดขึ้น แต่ไม่ยั่งยืน เป็นรายได้ของการจัด กิจกรรมปั่นจักรยานและจ�ำหน่ายบัตรอาหาร (2) ความยั่งยืนของตลาดปันรักษ์ ๗ ริมอ่าง คชาชล การสรุป ผลการด�ำเนินงานกับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนต่อแนวโน้ม ของตลาดปันรักษ์ พบว่า ชุมชนคาดหวังว่าตลาดจะมี ความยั่งยืน แต่พบว่าสมาชิกบางส่วนแสดงความกังวลว่า กิจกรรมตลาดจะอยู่ได้นานแค่ไหนด้วยสาเหตุ ดังนี้ a. ผู้ค้าหลายรายมีที่ค้าขายประจ�ำอยู่แล้ว และมาที่ตลาด ปันรักษ์ เฉพาะกิจ ดังนั้น อนาคตถ้าหากลูกค้าที่ตลาด ปันรักษ์ไม่มากนัก ก็มีแนวโน้มไปขายที่ตลาดประจ�ำ b. ผู้ค้าบางราย รวมทั้งวิสาหกิจชุมชน ขาดการหารือและ แจ้งกติกา การจ�ำหน่ายสินค้าที่ตลาดปันรักษ์ ให้ผู้ค้าทราบ ท�ำให้ในช่วงที่สรุปกิจกรรม พบว่า มีหลายราย คิดวางแผนท�ำกิจกรรมโดยไม่ค�ำนึงถึง กติกาความเป็น ตลาดชุมชนตามลักษณะ ตลาดปันรักษ์ ที่ประชุมกับ สพภ. ไว้ เช่น การก�ำหนดวัน เปิด ขายสินค้า ผู้ค้า หลายรายท�ำแบบตามใจตัวเอง c. มีความวิตกกังวลของผู้ค้าบางราย ว่าตลาดปันรักษ์นี้ จะมีต่อเนื่องหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาเห็นหน่วยงาน มาแบบฉาบฉวย ไม่ต่อเนื่อง (มีคนเฉพาะวันเปิด)


ท่องเทียว่ชีวภาพ 32 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 5.2.2 ชุมชนต�าบลคลองประสงค์ จ.กระบี่ 1) ผลผลิต เกิด “ตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำ” 1 แห่ง เปิดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2566 และทุกวันเสาร์-อาทิตย์ มีร้านค้าให้ชุมชนจ�ำหน่ายสินค้า จ�ำนวน 30 ร้าน 2) ผลลัพธ์ สร้างรายได้ให้ชุมชนในวันเปิด ประมาณ 64,920 บาท และ รวมวันที่ 10-11 มิ.ย.66 เกิดรายได้ 139,040 บาท สร้างรายได้ให้ชุมชนตั้งแต่เดือน มิถุนายน - กันยายน 2566 จ�ำนวน 1,143,284 บาท 3) ผลกระทบ ชุมชนมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นกว่าเดิมมาก ชุมชนให้ความร่วมมือในการร่วมดูแลรักษาพื้นที่ป่าชุมชน เป็นอย่างดี โดยมีการร่วมกันเก็บขยะชายหาดที่ชุมชนตั้งอยู่ เดือนละ 1 ครั้ง และชุมชนมีการขอใช้พื้นที่จากกรม ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ปลูกต้นจาก เป็นพื้นที่ 10 ไร่ 4) ข้อคิดเห็น/เสนอแนะ การส่งเสริมช่องทางการตลาดด้วยเครื่องมือ “ตลาดปันรักษ์” กับชุมชนต�ำบลคลองประสงค์ อ�ำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ เป็นตลาดปันรักษ์แห่งที่ 2 ปี 2566 ในชื่อ “ตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำ” เปิดตัวเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566 มีข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ดังนี้ (1) พิจารณาด้านความส�ำเร็จของการจัดกิจกรรม ถือว่า ประสบความส�ำเร็จในระดับดีมาก จากเหตุผล ดังนี้ a. ได้รับความร่วมมือจากชุมชนเป็นอย่างดีในการน�ำสินค้า มาจ�ำหน่ายที่ตลาดปันรักษ์ โดยเป็นสินค้าพื้นบ้าน อาหารพื้นถิ่น คงความเป็นวิถีบ้านบ้านไว้ได้อย่างดี


ท่องเที่ยวชีวภาพ33 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 b. ผู้น�ำกลุ่ม/ผู้น�ำชุมชนมีความมุ่งมั่น มีวิสัยทัศน์ที่ดี ต้องการสร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชน โดยพยายาม แสวงหาความร่วมมือ การสนับสนุนจาก เบโด้ ที่ส�ำคัญ ผู้น�ำกลุ่มให้ความส�ำคัญต่อหน่วยงานที่สนับสนุน และ ให้ความร่วมมือท�ำตามเงื่อนไขของหน่วยงานเป็นอย่างดี c. ยอดรายได้รวมเป็นที่น่าพอใจ ค่อนข้างสูง (139,040 บาท) เป็นรายได้โดยตรงจากการจ�ำหน่ายสินค้าในตลาด ปันรักษ์ โดยยังไม่รวมถึงเงินสะพัดที่เกิดกับชุมชน ใกล้เคียง ทั้งเรือ รถสามล้อพ่วง และฐานเรียนรู้อื่นๆ บนเกาะ (2) ความยั่งยืนของตลาดปันรักษ์ บ้านคลองก�ำ จากการพูดคุย สรุปผลการด�ำเนินงานกับสมาชิกวิสาหกิจชุมชนและ ผู้เกี่ยวข้อง ประเด็นความยั่งยืนของตลาดเป็นความ คาดหวังของทุกๆ คน เนื่องจากจะเป็นแหล่งจ�ำหน่าย สินค้าชุมชน สร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชนได้อย่างดี อย่างไรก็ตาม ด้วยชุมชนบ้านคลองก�ำได้ใช้แนวคิดเรื่อง ตลาดปันรักษ์ มาขับเคลื่อนกลุ่มได้ระยะหนึ่ง ท�ำให้กลุ่ม มีความเข้าใจในแนวทางการใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจจาก ความหลากหลายทางชีวภาพในชุมชน และได้ท�ำกิจกรรม สาธารณะเชิงอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นตัวชี้วัด ความยั่งยืนของการท�ำกิจกรรมตลาดปันรักษ์ ดังนี้ a. ชุมชนให้ความร่วมมือในการท�ำกิจกรรมตามกรอบของ ตลาดปันรักษ์ เป็นอย่างดี เช่น การน�ำสินค้าอัตลักษณ์ ของชุมชนมาจ�ำหน่าย และให้ความร่วมมือในการลด การใช้พลาสติกและโฟม โดยเฉพาะที่เป็นบรรจุภัณฑ์ อาหารพื้นบ้าน เช่น ขนมจาก ขนมครก เครื่องดื่มเย็น เป็นต้น


ท่องเทียว่ชีวภาพ 34 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 b. การวางแผนก�ำหนดให้มีกิจกรรมเสริมดึงดูดนักท่องเที่ยว เช่น การจัดแข่งกีฬาในชุมชนที่บริเวณตลาดปันรักษ์ บ้านคลองก�ำ และการให้นักเรียนที่ชอบแสดงออกได้มี เวทีแสดงที่ตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำ ในวันเสาร์- อาทิตย์ c. กลุ่มวิสาหกิจชุมชนได้จัดกิจกรรมสาธารณะอย่าง ต่อเนื่อง ได้แก่ จัดกิจกรรมเก็บขยะในที่สาธารณะของ หมู่บ้านและริมหาด เดือนละ 1 ครั้ง d. มีการเก็บเงินกองทุนเพื่อกิจกรรมส่วนรวม ใน 2 รูปแบบ i. แบบที่ 1 เก็บเงินสมาชิกที่ขายสินค้าในตลาดปันรักษ์ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ วันละ 20 บาท/ร้าน โดยเงินดังกล่าวไว้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ส่วนกลาง ได้แก่ ค่าน�้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าจัดการขยะ ซื้อถุงด�ำใช้เก็บขยะ ทั้งที่ตลาดและ ริมชายหาด ii. แบบที่ 2 เก็บเงินสมาชิกพ่อค้า แม่ค้า เดือนละ 200 บาท/ ร้าน เพื่อเป็นเงินทุนส่วนกลางเช่นกัน แต่ไว้เพื่อให้สมาชิกใช้ส�ำหรับการติดต่อ เดินทาง ไปอบรม ร่วมกิจกรรมเพื่อส่วนรวมในนามกลุ่ม และให้สมาชิกสามารถกู้ฉุกเฉินไปใช้ ส�ำหรับเป็นทุนซื้อวัตถุดิบมาแปรรูป เป็นขนม อาหาร จ�ำหน่ายที่ตลาดปันรักษ์ (3) ตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำ เป็นที่รู้จักและได้รับการยอมรับ จากทั้งคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี โดยมี ตัวบ่งชี้ ดังนี้ a. มีไกด์ท้องถิ่นติดต่อกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อให้นักท่องเที่ยว เข้ามาที่บนเกาะให้ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์ เพื่อจะได้ชม ช้อป ชิมที่ตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำ b. หลังจากเปิดตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำเป็นทางการ มีการจัด สื่อสัญจร ท�ำให้เกิดการแชร์ข้อมูลที่น่าสนใจ ของกิจกรรมชุมชนสู่สาธารณะ ท�ำให้มีการสั่งซื้อขนม พื้นบ้านจากโรงแรมในเมืองเพื่อใช้ต้อนรับลูกค้า (สังเกต จากพ่อค้าโพสต์ Facebook หลังวันเปิดตลาดปันรักษ์)


ท่องเที่ยวชีวภาพ35 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 (4) ตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำ ควรได้รับการยกระดับเป็น ศูนย์เรียนรู้ด้านการใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” และ “ตลาดปันรักษ์” ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ เกิดผลกระทบในวงกว้าง 5.3 ก้าวย่างที่ก้าวหน้าชุมชนท่องเที่ยวชีวภาพเดิม 10 แห่ง การใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพสร้างคุณค่าและรายได้ให้กับชุมชน เครือข่าย สพภ. ในส่วนของชุมชนเดิมที่ใช้เครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” มาแล้ว จ�ำนวน 10 ชุมชน ได้แก่ 1) กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ 2) เลยวังไสย์ จ.เลย 3) โหนด นา เล จ.สงขลา 4) วันยาว จ.จันทบุรี 5) ลุ่มสุ่ม จ.กาญจนบุรี 6) ปงไคร้ จ.เชียงใหม่ 7) บ้านเขาใหญ่ จ.ชลบุรี 8) คลองประสงค์ จ.กระบี่ 9) สวายสอ จ.บุรีรัมย์ และ 10) หิน เหล็ก ไฟ จ.อุทัยธานี โดยปีงบประมาณ พ.ศ.2566 มีการติดตามให้ ค�ำปรึกษาและสนับสนุนการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความพร้อม ของชุมชน สรุปผลการด�ำเนินงาน ได้ดังนี้


ท่องเทียว ่ ชีวภาพ 36 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4แนวคิดชุมชนเครือข่าย สพภ. แบ่งตามผลผลิตหรือผลิตภัณฑ์ได้ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 ชุมชนมีผลิตภัณฑ์แปรรูปได้มาตรฐานพร้อมจ�ำหน่ายตามช่องทางการตลาดสมัยใหม่ และกลุ่มที่ 2 เป็นชุมชนที่อยู่ห่างไกล มีผลผลิตพื้นฐานไม่ผ่านการแปรรูปโดยนวัตกรรม ไม่สามารถน�ำผลผลิตไปจ�ำหน่ายในพื้นที่ห่างไกลได้ ซึ่งชุมชนเหล่านี้ต้องใช้เครื่องมือหรือช่องทางการตลาดแบบ Outside In กล่าวคือ การน�ำผู้ซื้อหรือใช้บริการจากภายนอกเข้าไปในชุมชนโดยตรงนิยามท่องเที่ยวชีวภาพ คือ รูปแบบหนึ่งของท่องเที่ยวชุมชน เป็นเครื่องมือการตลาดที่ใช้ทุนธรรมชาติด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชน เป็นสินค้าและบริการ โดยให้คนภายนอก นักท่องเที่ยว เข้าไปใช้บริการด้วยการท�ำกิจกรรมร่วมกับชุมชน เกิดประสบการณ์และน�ำไปสู่ความร่วมมือในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพให้ยั่งยืนกิจกรรมชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพถึงปี 2565 จ�ำนวน 10 ชุมชน1.กุยบุรี2.เลยวังไสย์3.โหนด นา เล4.วันยาว5.ลุ่มสุ่ม6.ปงไคร้7.บ้านเขาใหญ่8.คลองประสงค์9.สวายสอ10.หิน เหล็ก ไฟ 1.ทรัพยากรเด่น/ ประเด็นปัญหา- ช้างป่า/กระทิง - ช้างป่าออกหากินนอก เขตอนุรักษ์- ฝ้ายตุ่ย/ข้าวเหนียว แดง/อีปุ่ม/หวาย/ หอยดง/หอยหอม - ขาดตลาดที่เหมาะสม- ตาลโตนด - ปลามิหลัง - ข้าวพื้นเมือง - ภูมิปัญญาท้องถิ่น - ขาดตลาดที่เหมาะสม- ส้มมะปี๊ด - เหยี่ยวแดง - ป่าชายเลน- ป่าชุมชน - ไผ่ - ขาดตลาด ที่เหมาะสม- กล้วยไม้ฟ้ามุ่ย - กล้วยไม้เอื้องค�ำ- ป่าชุมชน - ขาดตลาดที่เหมาสม/ ชุมชนปิด- ป่าชุมชน/ต้น พระเจ้า 5 พระองค์ - หมู่บ้านคชานุรักษ์- ผึ้งโพรง,หอย ติบ,หอยดาว - นกอพยพ - ต้นจาก,มุตา- นาข้าวอินทรีย์ - นกกระเรียนพันธุ์ไทย - วิถีก่วย- ป่าชุมชน - สมุนไพร, รางจืด - พื้นที่แนวกันชน รอบมรดกโลก ห้วยขาแข้ง 2.สมาชิก (กลุ่มย่อยรวมกัน อาจมากกว่า กลุ่มใหญ่)กลุ่มหลัก 150 คน - กระดาษ 15 - ผึ้งชันโรง 13 - โฮมสเตย์ 10 - เสื้อย้อมดิน 10 - ชาใบหน่อน 20กลุ่มหลัก 99 คน - ตลาดปันรักษ์ 54 - ทอผ้า 20 - ท่องเที่ยวชีวภาพ 34 - เยาวชน 11กลุ่มหลัก 18 คน - ท�ำนา 35 - ประมง 30 - โฮมสเตย์ 10 - ปีนตาล 20กลุ่มหลัก 71 คน - อาหารปลอดภัย 20 - ธนาคารปู 10 - ปลูกมะปี๊ด 3 - เกษตรอินทรีย์ 7 - ชุมชนชายฝั่ง 10กลุ่มหลัก 128 คน - เฝือก 30 - ดินขุยไผ่ 10 - ไม้ไผ่อัด 38 - ท่องเที่ยว 30 - ถ่านไม้ไผ่ 10 - ว่านรางจืด 10กลุ่มหลัก 20 คน - รถน�ำเที่ยว 10 - ห้อง Lab 4 - ท�ำอาหาร 6กลุ่มหลัก 40 คน - ออมทรัพย์ 40 - ชุมชนคนกับป่า 10 - สัมมาชีพ 10กลุ่มหลัก 15 คน - กลุ่มแม่บ้าน 16 - ประมงพื้นบ้าน 18 - เรินปะเรินมะ เพื่อ การอนุรักษ์ 22กลุ่มหลัก 40 คน - ผ้าแปรรูป 24 - หุ่นฟางนก 8 - ท�ำอาหาร 7 - อาหารว่าง 7 - โฮมสเตย์ 5 - จักรยาน 5 - สปาร์เท้า 10 - การแสดง 35กลุ่มหลัก 25 คน - ป่าชุมชน 7 - ท่องเที่ยวชีวภาพ 18 3.กิจกรรมหลัก- ชมช้างป่า กระทิงป่า - กินช้าวท้ายไร่ - ชมฐานกิจกรรมใน ชุมชน - พักโฮมสเตย์ จิบกาแฟ แลตะวัน- ตลาดปันรักษ์ - ท่องเที่ยวชีวภาพ - อนุรักษ์พันธุกรรม พื้นบ้าน (เหนียวแดง, ฝ้าย,ข้าวโพด) - แปรรูปผลิตภัณฑ์ จากตาลโตนด - ศูนย์เรียนรู้ชุมชน - อนุรักษ์วิถี ประมงพื้นบ้าน- รับคณะศึกษาดูงาน - จ�ำหน่ายผลิตภัณฑ์ จากมะปี๊ด - ล่องแพชม เหยี่ยวแดง- ท�ำเฝือกไผ่- ท�ำไม้ไผ่อัด - ตลาดปันรักษ์ - ท�ำถ่านอัด - ท่องเที่ยว- ท่องเที่ยวป่า ชุมชน/ชมกล้วยไม้ - เพาะกล้วยไม้/ ปลูกกล้วยไม้ - รับคณะดูงาน- ปลูกป่า,ท�ำฝาย, โป่งเทียม - ท่องเที่ยวชม ต้นไม้ใหญ่ - ตลาดปันรักษ์ - เที่ยวสวนผลไม้- เลี้ยงผึ้งโพรง - ผ้าอีโค่ พริ้นท์ - ตกปู (ปูกินโฉนด) - ตลาดปันรักษ์ - ศูนย์เรียนรู้ชุมชน- ผลผลิตแปรรูป จากข้าว - แปรรูปผ้า/ปักนก/ หุ่นฟาง - ศึกษาดูงาน - สปาร์เท้า - โฮมสเตย์ - ท�ำนาตามฤดู- ท�ำป่าครอบครัว (ขยายพื้นที่) - ท�ำตลาดชุมชน ตามแนวคิดตลาด ปันรักษ์ สรุปผลการด�าเนินงาน


ท่องเที่ยวชีวภาพ37 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 กิจกรรม ชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพถึงปี 2565 จ�ำนวน 10 ชุมชน 1.กุยบุรี2.เลยวังไสย์3.โหนด นา เล4.วันยาว5.ลุ่มสุ่ม6.ปงไคร้7.บ้านเขาใหญ่8.คลองประสงค์9.สวายสอ10.หิน เหล็ก ไฟ 4. การได้รับ สนับสนุนจาก สพภ. (ปี 65- 66) (Input) - ร่วมศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวชีวภาพ 3 ครั้ง - สนับสนุนจัดงานวัน ช้าง 2 ครั้ง- ร่วมศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวชีวภาพ 3 ครั้ง - จัดท่องเที่ยวชีวภาพ 2 ครั้ง - อบรมแปรรูปหวาย - อบรมตลาดออนไลน์ - BioBank - ตลาดปันรักษ์ - ยื่นจด GI ข้าวแดง เมืองเลย- ร่วมศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวชีวภาพ 6 ครั้ง - จัดท่องเที่ยวชีวภาพ 2 ครั้ง - อบรมพัฒนา ผลิตภัณฑ์ตาลโตนด (เซรั่ม) - อบรม อย.แค้มป็ - อบรมบ่มเพาะผู้ ประกอบการ- ร่วมศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวชีวภาพ 5 ครั้ง - จัดท่องเที่ยว ชีวภาพ 2 ครั้ง - Biobank - ร่วมศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวชีวภาพ 5 ครั้ง - จัดท่องเที่ยวชีวภาพ 2 ครั้ง - ตลาดปันรักษ์ - อบรมแปรรูป ผลิตภัณฑ์ถ่านไม้ไผ่ - อบรมเรื่อง เครื่องหมายการค้า- ร่วมศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวชีวภาพ 2 ครั้ง - จัดสืบชะตาป่า 1 ครั้ง - Biobank - อบรม เครื่องหมายการค้า - การขอตรา สัญลักษณ์ชุมชน- ร่วมศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวชีวภาพ 5 ครั้ง - จัดท่องเที่ยว ชีวภาพ 1 ครั้ง - ตลาดปันรักษ์- ร่วมศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวชีวภาพ 6 ครั้ง - จัดท่องเที่ยว ชีวภาพ 1 ครั้ง - ตลาดปันรักษ์ - ร่วมดูงานด้านการ แปรรูปผลิตภัณฑ์ ทรัพยากรชีวภาพ/ การทอผ้า- ร่วมศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวชีวภาพ 6 ครั้ง - จัดท่องเที่ยว ชีวภาพ 2 ครั้ง - อบรม อย.แค้มป์- ร่วมศึกษาดูงาน ท่องเที่ยวชีวภาพ 5 ครั้ง - จัดท่องเที่ยว ชีวภาพ 2 ครั้ง 5. สิ่งที่เกิดขึ้นทันที (Output) - สมาชิกได้ความรู้ จากการศึกษาดูงาน 3 ครั้งๆ ละ 4 คน - ผลิตภัณฑ์ชุมชนและ กิจกรรมชุมชนเป็นที่ รู้จักมากขึ้น- สมาชิกได้ความรู้ จากการศึกษาดูงาน 3 ครั้งๆ ละ 4 คน - ผลิตภัณฑ์ชุมชนและ กิจกรรมชุมชน เป็นที่รู้จักมากขึ้น - มี ComBank 1 แห่ง - มีช่องทางการตลาด ให้ชุมชน (ตลาดปันรักษ์) - ได้ GI ข้าวแดง- สมาชิกได้ความรู้ จากการศึกษาดูงาน 6 ครั้งๆ ละ 4 คน - ผลิตภัณฑ์ชุมชนและ กิจกรรมชุมชน เป็นที่รู้จักมากขึ้น - สมาชิกมีความรู้จาก การเข้ารับการอบรม 2 ครั้ง- สมาชิกได้ความรู้ จากการศึกษาดูงาน 5 ครั้งๆ ละ 4 คน - ผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมชุมชน เป็นที่รู้จักมากขึ้น - มี ComBank 1 แห่ง- สมาชิกได้ความร จากการศึกษาดูงาน 5 ครั้งๆ ละ 4 คน - ผลิตภัณฑ์ชุมชนและ กิจกรรมชุมชนเป็น ที่รู้จักมากขึ้น - สมาชิกมีความรู้จาก การรับการอบรม 2 ครั้ง - มีช่องทางการตลาด ให้ชุมชน (ตลาดปันรักษ์) - สมาชิกได้ความรู้ จากการศึกษาดูงาน 2 ครั้งๆ ละ 4 คน - ผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมชุมชน เป็นที่รู้จักมากขึ้น - สมาชิกมีความรู้ จากการรับการ อบรม 2 ครั้ง - มี ComBank 1 แห่ง- สมาชิกได้ความรู้ จากการศึกษาดูงาน 5 ครั้งๆ ละ 4 คน - ผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมชุมชน เป็นที่รู้จักมากขึ้น - มีช่องทางการตลาด ให้ชุมชน (ตลาดปันรักษ์) - สมาชิกได้ความรู้ จากการศึกษาดูงาน 6 ครั้งๆ ละ 4 คน - ผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรม ชุมชนเป็นที่รู้จัก มากขึ้น - มีช่องทางการ ตลาดให้ชุมชน (ตลาดปันรักษ์) - สมาชิกได้ความรู้ จากการศึกษาดูงาน 6 ครั้งๆ ละ 4 คน - ผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมชุมชน เป็นที่รู้จักมากขึ้น - สมาชิกมีความรู้ จากการรับการ อบรม 1 ครั้ง- สมาชิกได้ความรู้ จากการศึกษาดูงาน 6 ครั้งๆ ละ 4 คน - ผลิตภัณฑ์ชุมชน และกิจกรรมชุมชน เป็นที่รู้จักมากขึ้น สรุปผลการด�าเนินงาน (ต่อ)


ท่องเทียว ่ ชีวภาพ 38 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4กิจกรรมชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพถึงปี 2565 จ�ำนวน 10 ชุมชน1.กุยบุรี2.เลยวังไสย์3.โหนด นา เล4.วันยาว5.ลุ่มสุ่ม6.ปงไคร้7.บ้านเขาใหญ่8.คลองประสงค์9.สวายสอ10.หิน เหล็ก ไฟ6. สิ่งที่เกิดขึ้นภาย หลังท�ำกิจกรรม (Outcome)คนในชุมชนมีรายได้ มากขึ้นจาก - โฮมสเตย์ - กิจกรรมท่องเที่ยว - เด็กนักเรียนมีรายได้ จากเป็นไกด์เด็ก - ผลิตภัณฑ์ชุมชนขาย ได้มากขั้น มีหน่วยงานเข้ามา ให้การช่วยเหลือชุมชน มากขึ้น - WWF - UNDP - อพท. - อสมท. - พช. - สถาบันการ ศึกษา- มีคนมาดูงาน มากกว่า 1,500 คน/ปี - มีรายได้จาก ตลาดปันรักษ 1.2 ล้านบาท/ปี - นักท่องเที่ยวมากกว่า 2,000 คน/ปี - ข้าวเหนียวแดง มีมูลค่าเพิ่มขึ้นและ ขายได้มากขึ้น - มีคนรู้จัก เครื่องหมายการค้า ขุนเลยมากขึ้น ท�ำให้ สร้างรายได้ให้ชุมชน ได้มากขึ้น - มีการปลูกหวายเพิ่ม ขึ้นประมาณ 50,000 กอ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับ พื้นที่ในชุมชนเทียบ กับการปลูก ไม้ยืนต้นไม่ต�่ำกว่า 15 ไร่ - สมาชิกมีการ ปลูกฝ้ายเพิ่มมากขึ้น โดยปลูกแบบอินทรีย์ - มีคนมาดูงาน 50- 100 คน/ครั้ง และ 10-15 คณะ/เดือน - มีรายได้จาก ผลิตภัณฑ์ตาลโตนด เพิ่มขึ้น 20% - ททท./ทกจ./อพท. มาช่วยท�ำแผน ท่องเที่ยว - อบจ./ทช./อพช./ มูลนิธิชุมชนไทย/ซีพี สนับสนุนท�ำ บ้านปลา, ปล่อยสัตว์น�้ำ - มรภ.สงขลา อบรม ท�ำเจลลี่น�้ำตาลสด, ผ้ามัดย้อมลูกตาลสุก - เกษตรจังหวัดพัฒนา บรรจุภัณฑ์น�้ำตาล แว่น - ธ.ออมสิน อบรมการ ท�ำโฮมสเตย์ - เกิดความร่วมมือ การอนุรักษ์สัตว์น�้ำ - รายได้ชุมชนจาก การขายผลิตภัณฑ์ มะปี๊ดได้มากขึ้น - น�ำความรู้ไปขยาย พันธุ์และอนุรักษ์ ต้นมะปี๊ดมากขึ้น - สัตว์น�้ำชายฝั่ง ขยายพันธุ์มากขึ้น - เกิดความเชื่อมั่นใน การตัดสินใจซื้อ สินค้าชุมชน - เกิดความร่วมมือ ของเครือข่าย ชุมชนและภาครัฐ ในการให้การ สนับสนุนขยายผล กิจกรรมท่องเที่ยว - มีคู่ค้าที่เป็นเอกชน มากขึ้น - สถาบันการ ศึกษา เข้ามาวิจัยการใช้ ประโยชน์มะปี๊ด มากขึ้น - มีนักท่องเที่ยวเข้า มาในชุมชนมากขึ้น - ปลูกมะปี๊ด กว่า30,000 ต้น- สมาชิกในชุมชน มากขึ้นจาก การอบรมอาชีพ - มีผู้คนภายนอก เข้ามาเที่ยวใน ชุมชนมากขึ้น - สมาชิกในชุมชน มีรายได้มากขึ้น - ชุมชนมีส่วนร่วมใน การอนุรักษ์มากขึ้น - หน่วยงานภายนอก/ เอกชน เข้ามาท�ำ กิจกรรมเพื่อสังคม มากขึ้น เช่น ปลูก ต้นไม้เสริมในป่า ชุมชน ท�ำฝาย ชลอน�้ำ- มีนักท่องเที่ยวมาก ขึ้นเมื่อเทียบกับ ปีก่อน - มีรายได้เพิ่มขึ้น เทียบกับปีก่อน - หน่วยงานสถาบัน การศึกษา เข้ามา สนับสนุนชุมชน มากขึ้น ได้แก่ อบต./อบจ./มทร. ล้านนา/มรภ. เชียงใหม่ - มีการปลูกฟื้นฟู ป่าชุมชนปีละ 3-5 ไร่/ปี - คนในชุมชน มีการพัฒนา ความรู้มากขึ้น - ชุมชนเข้มแข็ง มีการจัดการ ในชุมชนที่ดี - คุณภาพชีวิตของ คนในชุมชนดีขึ้นมีองค์กร/หน่วยงาน เข้ามาสนับสนุน จัด อบรม พัฒนาผลิต ภัณพ์ ท�ำกิจกรรม CSR - พัฒนาชุมชน - ธ.ก.ส. - เกษตรอ�ำเภอ - ประมงจังหวัด - เกษตรและสห กรณ์ฯ - สวทช. - มูลนิธิคชานุรักษ์ - ทีวี 360 องศา - พื้นที่สีเขียวเพิ่มขึ้น จากการปลูกต้นไม้ 3,000 ต้น - หน่วยงานต่างๆ ร่วมท�ำฝายชลอน�้ำ8 แห่ง - หน่วยงานต่างๆ ร่วมท�ำโป่งเทียมให้ กับสัตว์ป่า- รายได้ในช่วงจัด งาน ครั้งที่ 1 และ 2 รวม 540,494 บาท - มีนักท่องเที่ยว เข้ามาในชุมชน มากขึ้น - หลังจัดงานท่อง เที่ยวชีวภาพ ครั้งที่ 1 ถึง ครั้งที่ 2 ชุมชนมีรายได้ 1.4 ล้านบาท - มีหน่วยงานเข้า มาสนับสนุนชุมชน มากขึ้น ทกจ./ เกษตรอ�ำเภอ/ประมงอ�ำเภอ/ธ.ออมสิน- มีนักท่องเที่ยว เข้ามาในชุมชน มากขึ้น - ชุมชนมีรายได้ มากขึ้น - มีหน่วยงาน องค์กร เข้ามาสนับสนุน ชุมชนมากขึ้น ได้แก่ ททท./ทกจ./ทสจ./ เกษตรจังหวัด/พช./ สมาคมธุรกิจท่อง เที่ยว/อบต./องค์การ สวนสัตว์/อพท./ทรู/ วิทยาลัยชุมชน- ผลิตภัณฑ์ของ ชุมชน เป็นที่รู้จ้กมากขึ้น - ชุมชนมีรายได้มาก ขึ้นจากการ จ�ำหน่ายสินค้า - มีการปลูกต้นไม้ให้ ร่มเงาเพื่อรองรับ การท่องเที่ยว ชุมชนบริเวณพื้นที่ จัดงานท่องเที่ยว ชีวภาพ ครั้งที่ 1 - มีหน่วยงานเข้ามา ให้ค�ำแนะน�ำ ปรึกษาแก่ชุมชน มากขึ้น สรุปผลการด�าเนินงาน (ต่อ)


ท่องเที่ยวชีวภาพ39 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 กิจกรรม ชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพถึงปี 2565 จ�ำนวน 10 ชุมชน 1.กุยบุรี2.เลยวังไสย์3.โหนด นา เล4.วันยาว5.ลุ่มสุ่ม6.ปงไคร้7.บ้านเขาใหญ่8.คลองประสงค์9.สวายสอ10.หิน เหล็ก ไฟ 8.จุดเด่นของชุมชน- ทรัพยากรธรรมชาติ มีความหลากหลาย และสมบูรณ์ (สัตว์ป่า,พื้นที่ป่าไม้) - คนในชุมชน มีความพร้อมในการ พัฒนาด้านต่างๆ - คุณภาพการบริการที่ดี ของชุมชน- สมาชิกในชุมชนให้ ความร่วมมืออย่างดี - ผู้น�ำชุมชน มีความเข้มแข็ง เสียสละ - เป็นแหล่งปลูก ข้าวเหนียวแดง เมืองเลย ซึ่งเป็นพืชที่ได้ GI - สมาชิกในชุมชนมี ความร่วมมืออย่างดี - มีการแบ่งหน้าที่และ แบ่งปันผลประโยชน์ ที่ชัดเจน - มีหน่วยงานให้การ สนับสนุนทั้งความรู้ เงินทุน - ทรัพยากรธรรมชาติ ที่สมบูรณ์ ได้แก่ ตาลโตนด นาข้าว และสัตว์น�้ำใน ทะเลสาบสงขลา- มีกิจกรรม ที่ท่องเที่ยวได้ทุก ฤดูกาล - สมาชิกมีศักยภาพ และให้ ความร่วมมือดี - เครือข่ายให้ ความส�ำคัญในการท�ำกิจกรรมในชุมชน - หน่วยงานท้องถิ่น ให้การสนับสนุน งบประมาณ- ความร่วมมือของ คนในชุมชน - ผู้น�ำเข้มแข็ง - มีหลายหน่วยงาน ให้การสนับสนุน - ชุมชนมีรายได้เพิ่ม ขึ้นอย่างเป็น รูปธรรม - การแบ่งปันผล ประโยชน์ อย่างเป็นธรรม- ชุมชนมี ความเข้มแข็ง - ในชุมชนมี ทรัพยากร ที่ทรงคุณค่า (กล้วยไม้) - แบ่งหน้าที่กัน ชัดเจน - มีคนรุ่นใหม่เข้ามา สืบทอด - แบ่งปันผล ประโยชน์อย่าง เป็นธรรม- มีการแบ่งหน้าที่กัน ชัดเจน - มีนักท่องเที่ยวเข้า มาในชุมชนมาก (ผ่านชุมชน) - ชุมชนให้ความร่วม มือกันดี- สมาชิกในชุมชนให้ ความร่วมมือดี - มีการแบ่งหน้าที่ งานที่รับผิดชอบ - กระจายผล ประโยชน์ในชุมชน อย่างทั่วถึง - ชุมชนมีอัตลักษณ์ ที่เด่นชัด (ชุมชน บนเกาะที่ไม่มี รถยนต์) - ชุมชนให้ ความร่วมมือดี - การกระจายหน้าที่ กันท�ำงาน - ได้รับประโยชน์ อย่างทั่วถึง - ชุมชนให้ ความส�ำคัญในการ อนุรักษ์ทรัพยากร ในท้องถิ่นและการ ใช้ประโยชน์- ทรัพยากรในชุมชน มีความหลากหลาย และมี ความสมบูรณ์ - สมาชิกในชุมชนให้ ความร่วมมือดีมาก 9. จุดอ่อนของชุมชน- ขาดทักษะด้านภาษา อังกฤษ (ไกด์) - การควบคุมสัตว์ป่า ใน การอยู่ร่วมกันกับ ชุมชน- ชุมชนอยู่ในแนวเส้น ทางรอง - คนทั่วไปยังรู้จักชุมชน เลยวังไสย์น้อย- ขาดเยาวชน ในการสืบทอด - ขาดเงินทุนหมุนเวียน - ขาดมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์ (น�้ำตาลโตนดผง) - ขาดคนที่มีความรู้ ในการท�ำตลาด ออนไลน์ (มีแต่ ผู้สูงอายุ) - ขาดช่องทาง การตลาดเท่าที่ควร- จุดเรียนรู้ ฐานเรียน รู้ในชุมชนยังมีน้อย - ป้ายสื่อสาร ประชาสัมพันธ์ ชุมชนมีน้อย - งานในชุมชน มากกว่าคนท�ำงาน- ชุมชนอยู่ใน เส้นทางรอง (ทางตัน) - ระบบสาธารณูปโภค ไม่เพียงพอ - ภูมิอากาศ เปลี่ยนแปลงกระทบ ต่อการท่องเที่ยว เช่น อากาศร้อน พายุ ผลไม้ไม่ให้ ผลผลิต- ขาดการสื่อสาร ภายในกลุ่ม เท่าที่ควร - บุคคลภายนอกท�ำกิจกรรม สนามยิงปืนใน ชุมชน รบกวน การท่องเที่ยว - มลพิษทางอากาศ (P.M.2.5) ในบางปีชุมชนมีเวลาว่างจาก อาชีพไม่ตรงกัน - รับจ้าง - กรีดยาง - ค้าขาย - สวนผลไม้ นักท่องเที่ยวน้อยลง เนื่องจาก - เที่ยวที่เอกชน มากกว่า - ปัจจัยดึงดูดไม่มาก พอ - ประชาสัมพันธ์ไม่ ต่อเนื่องและ สม�่ำเสมอ- ท�ำกิจกรรมเป็น ศูนย์เรียนรู้แต่ สถานที่ไม่พร้อม - ขาดเงินทุนในการ ท�ำโรงเรือน ซื้อ เครื่องมือ ในการผลิต - ยังไม่มีการท�ำ ตลาดออนไลน์ - ไม่มีร้านขายสินค้า ของกลุ่ม- ขาดการสื่อสาร/ ประชาสัมพันธ์ที่ดี - ขาดเงิน ทุนหมุนเวียน ในบางกลุ่มย่อย (ผลิตภัณฑ์/ อาหาร) - การประชาสัมพันธ์ ยังไม่ทั่วถึง - ผลผลิต/ผลิตภัณฑ์ ในชุมชนยังมีน้อย และยังไม่ได้รับรอง มาตรฐาน สรุปผลการด�าเนินงาน (ต่อ)


ท่องเทียว ่ ชีวภาพ 40 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4กิจกรรมชุมชนที่ได้รับการสนับสนุนใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพถึงปี 2565 จ�ำนวน 10 ชุมชน1.กุยบุรี2.เลยวังไสย์3.โหนด นา เล4.วันยาว5.ลุ่มสุ่ม6.ปงไคร้7.บ้านเขาใหญ่8.คลองประสงค์9.สวายสอ10.หิน เหล็ก ไฟ11.สิ่งที่จะท�ำต่อไป ในระยะ 1-3 ปี- รีไซเคิลขยะในชุมชน ให้เป็นประโยชน์ เช่น พลาสติก เป็นกระถาง อิฐบล๊อก - ท�ำธนาคารน�้ำใต้ดิน ได้รับการสนับสนุน จาก UNDP, SIDA - พัฒนาทักษะด้าน ภาษาของคนในชุมชน - จุดจ�ำหน่ายสินค้า ผลิตภัณฑ์ชุมชน - คลิปแนะน�ำชุมชน แบบสั้น เป็นภาษา อังกฤษ ท�ำคิวอาร์ โค้ดให้สแกน- ศูนย์เรียนรู้เผยแพร่ เรื่อง “ความหลาก หลายทางชีวภาพ” การอนุรักษ์และใช้ ประโยชน์แบบครบ วงจร ของจังหวัดเลย- พัฒนาเส้นทางท่อง เที่ยวให้เชื่อมโยงกับ ทั้งจังหวัด - พัฒนาโฮมสเตย์ให้ได้ มาตรฐานเพื่อรับนัก ท่องเที่ยว - ท�ำตลาดปันรักษ์ - ปรับปรุงท่าเทียบเรือ ให้มีความสะดวก - ท�ำกิจกรรมเชิง อนุรักษ์อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ปลูกตาลโตนด ปลูกไม้ป่าเลน เพาะพันธุ์สัตว์น�้ำและปล่อยสู่ ทะเลสาบ - ปรับภูมิทัศน์ ท�ำจุดเช็คอิน เส้นทางจักรยาน- ท�ำกิจกรรมท่อง เที่ยวชีวภาพ ต่อเนื่อง - ขยายพันธุ์มะปี๊ด และขยาย เครือข่าย - สร้างความร่วมมือ ภาครัฐและเอกชน - ท�ำตลาดปันรักษ์ใน ชุมชน - ท�ำตลาดความรู้/ ตลาดวิชา (การอบรม เชิงปฏิบัติการ ถ่ายทอดความรู้ให้ กับผู้สนใจ ในแต่ละเรื่อง) - ท�ำศูนย์เรียนรู้การใช้ ประโยชน์จากไผ่ - ผลิตสินค้าจากไผ่ ให้ได้มาตรฐาน - ท�ำให้เป็นแหล่งท่อง เที่ยวที่มีคนรู้จักและ มีนักท่องเที่ยวเข้า มามากขึ้น- ผสมกล้วยไม้ให้มี ความหลากหลาย มากขึ้น - สร้างคนรุ่นใหม่เพื่อ สืบทอดกิจกรรม - ท�ำผลิตภัณฑ์ชา กล้วยไม้ให้ได้ มาตรฐาน - ท�ำฐานเรียนรู้พืช ท้องถิ่น - ท�ำทริปท่องเที่ยว ให้มีความน่าสนใจ มากขึ้น โดยการท�ำ เมนูอาหารพื้นบ้าน - สร้างโรงเรือน ส�ำหรับท�ำ ผลิตภัณฑ์ชุมชน- ปีที่ 1 ปรับปรุง ปฏิทิน การท่องเที่ยว ตลาดปันรักษ์ และ โฮมสเตย์ - ปีที่ 2 พัฒนา ผลิตภัณฑ์จาก ความหลากหลาย ทางชีวภาพใน ชุมชนและขอรับ รอง อย. - ปีที่ 3 สร้างทาง เลือกเส้นทางท่อง เที่ยวเชื่อมโยงพื้นที่ ใกล้เคียง สร้างสกายวอร์ค พื้นที่ป่าชุมชน- หาพื้นที่เพื่อปลูก ต้นจากเป็นแหล่ง อนุรักษ์พันธุกรรม ต้นจาก - ท�ำร้านค้าจ�ำหน่าย สินค้าชุมชนให้ได้ มาตรฐาน - ท�ำแพ็กเก็จทัวร์ เสนอบริษัททัวร์ และโรงแรม - ท�ำกิจกรรมเที่ยว กับเรือแจว อนุรักษ์วิถีดั้งเดิม และเที่ยวแบบ คาร์บอนต�่ำ- ท�ำศูนย์เรียนรู้ให้มี กิจกรรมมากขึ้น - ปรับตลาดปันรักษ์ เพิ่มที่นั่ง ปรับภูมิทัศน์ - ปรับปรุงโฮมสเตย์ รองรับ นักท่องเที่ยว- พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ มีคุณภาพมาตรฐาน และมีความโดดเด่น - ท�ำกิจกรรม ท่องเที่ยวชุมชน ให้ได้มาตรฐาน ที่เกี่ยวข้อง - จัดให้มีมัคคุเทศน์ - ท�ำจุดเช็คอิน และ พัฒนาเป็น ศูนย์เรียนรู้ - การจัดการขยะ ที่ถูกวิธี - จุดจ�ำหน่ายสินค้า ชุมชน - เส้นทางดูนก - ท�ำป่าชุมชน - คลิปสั้นๆ แนะน�ำชุมชน- ปลูกต้นไม้ ในป่าชุมชนเพิ่ม - พัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ มีมาตรฐานรับรอง - นวดแผนไทย - ตลาดชุมชน - โฮมสเตย์ - เส้นทางท่องเที่ยว เชื่อมโยงชุมชน อื่นๆ ในจังหวัดอุทัยธานี ท่องเที่ยวชีวภาพ ความยั่งยืนของ ระบบนิเวศ 1.ชุมชนท่องเที่ยวชีวภาพมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นชัดเจน จากการมีรายได้เพิ่มขึ้นภายหลังท�ำกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพ กับ สพภ. และมีคุณภาพชีวิตดีขึ้นจากสภาพแวดล้อมที่ดี จากการเพิ่มขึ้นของพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมให้ชุมชนร่วมมือ ในการท�ำกิจกรรมสาธารณะเชิงอนุรักษ์มากขึ้น เช่น ชุมชนบ้านคลองก�ำ ต�ำบลคลองประสงค์ ที่ท�ำกิจกรรมปลูกต้นจาก และเก็บขยะในทะเลร่วมกับ หน่วยงาน ทช. 2.ความหลากหลายด้านชนิดพันธุ์ท้องถิ่นได้รับการอนุรักษ์คุ้มครอง ผ่านการใช้ประโยชน์ เช่น ช้างป่า กระทิงป่า นกกระเรียนพันธุ์ไทย เหยี่ยวแดง หอยดง หอยติบ หอยดาว หอยพอก ได้รับการคุ้มครองจากชุมชนผ่านกิจกรรม ที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน พืชท้องถิ่นได้รับความคุ้มครองเนื่องจากเป็นพืชที่สร้างรายได้ เช่น หวาย หมากแงว ผักกะโตวา ต้นชก กระจูด มะปี๊ด กล้วยไม้เอื้องค�ำ ฟ้ามุ่ย ฯลฯ 3.ระบบนิเวศมีความสมบูรณ์มากขึ้น ชี้วัดได้จากการท�ำกิจกรรมของชุมชนท่องเที่ยวชีวภาพ ท�ำให้เกิดสิ่งแวดล้อมที่ดี ส่งเสริมให้องค์ประกอบในระบบนิเวศมีความสมบูรณ์ เช่น การท�ำนาอินทรีย์บ้านสวายสอ ท�ำให้ผักพื้นบ้าน (ผักกะโตวา) ที่หายไปจากนาข้าว กลับคืนมา และท�ำให้มีสัตว์น�้ำกลับคืนสู่ระบบนิเวศ นกกระเรียนพันธุ์ไทยจึงอาศัยอยู่ได้ การปลูกฝ้ายอินทรีย์ของบ้านศรีเจริญ ต�ำบลเลยวังไสย์ ท�ำให้คุณภาพน�้ำในดินสะอาดดีต่อผู้ที่อาศัยอยู่ตอนล่าง การมีตลาดปันรักษ์ขุนเลย ท�ำให้ชุมชนปลูกหวายเพิ่มมากขึ้นไม่น้อยกว่า 50,000 ต้น เพิ่มพื้นที่สีเขียว และลดการชะล้างพังทลายหน้าดิน ขณะที่ชุมชนวันยาว มีการปลูกต้นมะปี๊ดเพิ่มขึ้นในปี 2566 จ�ำนวน 30,000 ต้น สรุปผลการด�าเนินงาน (ต่อ)


ท่องเที่ยวชีวภาพ41 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 6. ท่องเที่ยวชีวภาพ ปีที่ 4 สิ่ งดีดีที่เกิดขึ้นกับ 15 ชุมชน ปี พ.ศ.2566 เป็นปีที่ถือได้ว่า ทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย มีการฟื้นตัวจาก การระบาดของ โควิด 19 และ สพภ. ได้สนับสนุนใช้เครื่องมือท่องเที่ยวชีวภาพสร้าง คุณค่าและรายได้กับชุมชนเครือข่าย สะสมรวม 15 ชุมชน ในพื้นที่หลากหลายภูมิ นิเวศ กระทั่งพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ มีทั้งระบบนิเวศภูเขา ป่าไม้ เกษตร และผสม ผสาน ขณะที่บางชุมชนเป็นพื้นที่น�้ำมีระบบนิเวศทะเล พื้นที่พรุ พื้นที่ชุ่มน�้ำ ปากแม่น�้ำ และทะเลสาบ ลักษณะของพื้นที่ได้ก�ำหนดชนิดพันธุ์ที่โดดเด่น และก่อเกิดเป็นระบบ นิเวศเฉพาะที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อกิจกรรมตามวิถีชุมชน 6.1 ท่องเที่ยวชีวภาพ บ้านรวมไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์ “เมื่อก่อนบ้านรวมไทยคนที่เป็นไกด์ท้องถิ่นและขับรถน�ำเที่ยวท�ำ เป็นรายได้เสริม แต่เดี๋ยวนี้หลายคนกลายเป็นรายได้หลักแล้ว : พี่ไกด์ กล่าวไว้ ” บทสนทนาระหว่างที่เข้าชมสัตว์ป่าที่บ้านรวมไทย กุยบุรี โดยใช้บริการ รถน�ำเที่ยวและไกด์ท้องถิ่น ที่ด�ำเนินการโดยชุมชนในนามชมรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สัตว์ป่ากุยบุรีพี่ไกด์ ได้เล่าอวดความเป็นมาของชุมชน ที่เมื่อก่อนประสบปัญหาช้าง ป่าออกหากินตามพื้นที่ไร่สับปะรดของชาวบ้าน สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน อย่างมาก ต่อมามีหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ เอกชน และองค์กรเอกชนเข้ามาช่วย เหลือตามบทบาท หน้าที่และ เบโด้ เป็นหนึ่งในหน่วยงานที่เข้าไปช่วยเหลือสนับสนุน ชุมชน กระทั่งได้ประสบการณ์จากชุมชนกุยบุรี และรวบรวมแนวคิดเป็นเครื่องมือ การตลาดมาสร้างคุณค่าและรายได้ให้กับชุมชนอื่นๆ ในชื่อเรียกเครื่องมือนั้นคือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” กล่าวได้ว่า บ้านรวมไทย กุยบุรี เป็นที่ก่อเกิดแนวคิด “ท่องเที่ยวชีวภาพ” โดยแท้


ท่องเทียว่ชีวภาพ 42 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 6.2 ท่องเที่ยวชีวภาพ บ้านศรีเจริญ จ.เลย บ้านศรีเจริญ ต�ำบลเลยวังไสย์ อ�ำเภอภูหลวง จังหวัดเลย ได้รับ การสนับสนุนจัดกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพจาก เบโด้ แล้ว 3 ครั้ง และท�ำ “ตลาดปัน รักษ์ขุนเลย” รายได้ตลาดปันรักษ์ ช่วง ต.ค.65 - ก.ย.66 แค่ 1.21 ล้านบาท เอง ความเป็นชุมชนแรกๆ ที่ถูกน�ำเครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” และ “ตลาดปันรักษ์” ทดลองใช้กับชุมชน เป็นทั้งโอกาส และความขาดแคลน กล่าวคือ การน�ำเครื่องมือดังกล่าวมาใช้ โดยไม่มีงบประมาณรองรับ แต่เป็นการใช้ใจของชุมชน ปนกับความอยากท�ำของ เบโด้ การท�ำกิจกรรมจึงท�ำด้วยข้อจ�ำกัดหลายด้าน แต่ผลที่ เกิดขึ้นเกินคาด ครั้งแรกของการจัดกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพที่เลยวังไสย์ ได้รับ เกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดเลยขณะนั้น ท่านชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม นี่คือก�ำลังใจที่ยิ่ง ใหญ่ให้กับชุมชน และได้รับการสนับสนุนท�ำ “ตลาดปันรักษ์” จาก เบโด้ เป็นแห่ง แรกในชื่อ “ตลาดปันรักษ์ขุนเลย” จุดเปลี่ยนส�ำคัญต่อชุมชนบ้านศรีเจริญ ขนาดที่ว่า เมื่อมีการประชุมสรุป ติดตาม และประเมินการจัดงานท่องเที่ยวชีวภาพ ครั้งที่ 3 ด้วย วันประชุมเป็นวันเสาร์ (ตลาดปันรักษ์ขุนเลย มีทุกวันอาทิตย์) ชุมชนร่วมมือให้ข้อมูล ดีมาก แต่สักพักดูกระสับกระส่าย และมีค�ำถาม.....หัวหน้าประชุมเสร็จหรือยัง เมื่อ ถามว่าท�ำไม ค�ำตอบที่ได้คือจะไปภู....ที่หมายถึงการไปเก็บหาผักเห็ดแมลงจากป่า หลังบ้าน บ้างก็ไปเตรียมของไว้ขายที่ตลาดปันรักษ์ นั่นเอง และที่น่าภูมิใจคือ ถึงปี 66 ชุมชนมีการปลูกหวายเพิ่ม 50,000 ต้น ทีเดียวเชียว


ท่องเที่ยวชีวภาพ43 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 6.3 ท่องเที่ยวชีวภาพ โหนด นา เล จ.สงขลา กลุ่มโหนด นา เล ต�ำบลท่าหิน อ�ำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา มีทรัพยากร ชีวภาพที่ทรงคุณค่ายิ่ง คือ ตาลโตนด โดยต้นตาลโตนดในพื้นที่คาบสมุทรสทิงพระ มีไม่น้อยกว่า 3 ล้านต้น เกี่ยวพันกับวิถีชีวิตผู้คนในลุ่มน�้ำทะเลสาบสงขลาไม่ต�่ำกว่า 10 ล้านคน กลุ่มโหนด นา เล หนึ่งในชุมชนที่มีการน�ำเครื่องมือการตลาด “ท่องเที่ยว ชีวภาพ” มาสร้างงาน สร้างรายได้ให้ชุมชน ครบ 3 ครั้ง เป็นตัวแทนของชุมชนวิถี ในพื้นที่ชุ่มน�้ำริมทะเลสาบสงขลา มีการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์ทรัพยากรชีวภาพ หลักทั้งตาลโตนด ข้าวพันธุ์พื้นเมือง และสัตว์น�้ำในทะเลสาบ โดยมีปลามิหลัง (ปลาดุกทะเล) เป็นชนิดพันธุ์ที่มีคุณค่าทางใจต่อคนในพื้นที่ลุ่มน�้ำและพื้นที่ใกล้เคียง ปัจจุบันชุมชนกล่าวถึงว่า “ท่องเที่ยวชีวภาพ ท�ำให้ฟื้นคืนปลามิหลังกลับมา กุ้ง ปลา เต็มเลสาบ” พี่น้องเห้อ หรอยจังหู ไม่เชื่อมาลองแลตะ


ท่องเทียว่ชีวภาพ 44 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 6.4 ท่องเที่ยวชีวภาพ ต�าบลวันยาว จ.จันทบุรี “ตลาดปันรักษ์ (ความรู้)” เป็นบริบทที่ดูเหมาะสมกับชุมชนต�ำบลวันยาว ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน โดยใช้มะปี๊ด ที่เป็นพืชวัฒนธรรมอาหารของภาค ตะวันออก ซึ่งวิสาหกิจชุมชนพัฒนาทรัพยากรชีวภาพต�ำบลวันยาว เป็นชุมชนชายฝั่ง ปากแม่น�้ำเวฬุ มีวิถีที่เกื้อกูลกับทรัพยากรชีวภาพชายฝั่งที่เป็นป่าชายเลน ท�ำให้ เบโด้ สนับสนุนการน�ำเครื่องมือ “ท่องเที่ยวชีวภาพ” มาใช้กับชุมชนแห่งนี้ ในชื่องาน “ปลูกป่า กินหอย ปล่อยปู ดูเหยี่ยว เที่ยววันยาว” เป็นครั้งที่ 3 โดยชุมชนได้จัด กิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้ในลักษณะ การเปิดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านต่างๆ เช่น การท�ำธนาคารน�้ำใต้ดิน การท�ำธนาคารต้นไม้ การท�ำโครงการไม้มีค่า ป่าครอบครัว และการแปรรูปส้มมะปี๊ด ซึ่งได้รับความสนใจจากชุมชนใกล้เคียงจ�ำนวน มาก ลักษณะดังกล่าวจึงเปรียบเสมือน “ตลาดปันรักษ์ (ความรู้)” ที่หมายถึง เป็นแหล่งรวมความรู้ด้านต่างๆ ที่มีการน�ำมาเผยแพร่ให้ แก่กัน ใครสนใจด้านใดสามารถเข้าร่วมกิจกรรม ได้ความรู้กลับไป ปรับปรุง พัฒนางานที่เป็นอาชีพหลัก อาชีพเสริม


ท่องเที่ยวชีวภาพ45 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 6.5 ท่องเที่ยวชีวภาพ ต�าบลลุ่มสุ่ม จ.กาญจนบุรี ไผ่ (Bamboo) คือ พืชนักอนุรักษ์ดินและน�้ำที่เป็นพืชเด่นในป่าชุมชน ต�ำบลลุ่มสุ่ม โดยสมาชิกวิสาหกิจชุมชนได้ช่วยกันฟื้นฟูพื้นที่ป่าให้มีความสมบูรณ์ ร่วมกันลาดตระเวนป้องกันไม่ให้นายทุนเข้ามาตัดไม้และไผ่ ในพื้นที่ป่าชุมชน มีการท�ำ ฝายชะลอน�้ำเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผืนป่า ก�ำหนดกฎ กติกา การใช้ประโยชน์จากป่า ชุมชน โดยเฉพาะการตัดไม้ไผ่มาใช้ประโยชน์และการหาหน่อไม้ ท�ำให้พื้นที่ป่าชุมชน ฟื้นคืนความสมบูรณ์เป็นแหล่งต้นน�้ำให้กับอ่างเก็บน�้ำบ้านสามัคคีธรรม ส่งผลให้ ชุมชนมีน�้ำอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ เกิดทัศนียภาพที่สวยงาม จึงมีการน�ำเครื่องมือ ท่องเที่ยวชีวภาพมาใช้สร้างคุณค่าและรายได้ให้ชุมชนในชื่องาน “เที่ยวเกษตรวิถีไทย ชมป่าไผ่เศรษฐกิจ พิชิต 40 ฝาย ผ่อนคลายกับธรรมชาติงดงาม นามว่าปางอุ๋ง ไทรโยค” และเพื่อให้เกิดการกระจายรายได้ และยั่งยืน จึงได้จัดท�ำ “ตลาดปันรักษ์ ปางอุ๋งไทรโยค” ขึ้นในพื้นที่ดึงดูดผู้คนที่เข้ามาพักผ่อน เที่ยวชมบรรยากาศริมอ่าง เก็บน�้ำบ้านสามัคคีธรรมที่ได้รับขนานนามว่า “ปางอุ๋งไทรโยค”


ท่องเทียว่ชีวภาพ 46 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 6.6 ท่องเที่ยวชีวภาพ บ้านปงไคร้ จ.เชียงใหม่ ฟ้ามุ่ย (vanda coerulea) กล้วยไม้อิงอาศัยในสกุลแวนด้า (Vanda) เป็นพืชป่าเฉพาะถิ่น สถานะอยู่ในกลุ่มที่ถูกคุกคาม มีถิ่นอาศัยในพื้นที่ภาคเหนือของ ประเทศไทยโดยเฉพาะบนดอยในจังหวัดเชียงใหม่ องค์การสวนพฤกษศาสตร์ได้เพาะ ขยายพันธุ์และถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับชุมชนบ้านปงไคร้ ในโครงการอนุรักษ์ กล้วยไม้ฟ้ามุ่ยบ้านปงไคร้ มีการท�ำกิจกรรมคืนกล้วยไม้สู่ป่า รวมทั้งกล้วยไม้ชนิดอื่นๆ นอกจากนี้มีที่โดดเด่นอีกหนึ่งชนิดคือ เอื้องค�ำ (Dendrobium chrysotoxum) เป็นกล้วยไม้สกุลหวาย เบโด้ ได้พัฒนาสร้างมูลค่าเพิ่มโดยการแปรรูปเป็นชาสมุนไพร เพื่อสุขภาพ กระนั้น การท�ำกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพกับชุมชนปงไคร้ ไม่สามารถ ด�ำเนินการได้ต่อเนื่องในปี 2566 เนื่องจากผลกระทบจากพายุฝนรุนแรง ชุมชนจึง ท�ำบุญสืบชะตาป่า ร่วมปลูกต้นไม้ฟื้นฟูป่าชุมชน พื้นที่ ประมาณ 10 ไร่


ท่องเที่ยวชีวภาพ47 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 6.7 ท่องเที่ยวชีวภาพ บ้านเขาใหญ่ จ.ชลบุรี “ตลาดปันรักษ์ ๗ ริมอ่าง คชาชล” คือ สืบสานหมู่บ้านคชานุรักษ์ บ้านเขาใหญ่ ต�ำบลพลวงทอง อ�ำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี ปี 2565 เบโด้ สนับสนุน การจัดกิจกรรมสร้างคุณค่าและรายได้ให้ชุมชนบ้านเขาใหญ่ชื่องาน “ป่าชุมชนล�้ำค่า หมู่บ้านคชานุรักษ์เด่น นอนเต็นท์ริมอ่างกระแส แลรุกขมรดก 500 ปี ที่นี่พลวงทอง” สร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของต้นไม้ใหญ่แห่งภาคตะวันออก บ่งบอกถึงความร่วม มืออนุรักษ์ จึงได้รับการขึ้นทะเบียนต้นพระเจ้าห้าพระองค์ ที่มีขนาดใหญ่เป็น “รุกขมรดก” ปี 2566 จึงได้สืบสานกิจกรรมที่จะสร้างรายได้ให้กับชุมชนอย่างทั่วถึง ต่อเนื่อง ยั่งยืน โดยท�ำกิจกรรม “ตลาดปันรักษ์ ๗ ริมอ่าง คชาชล” ที่เป็นแหล่งรวม ผลิตผลเกษตรปลอดภัย จ�ำหน่ายให้แก่ผู้มาเยือน ตลาดมีทุกวันเสาร์ นะจ๊ะ


ท่องเทียว่ชีวภาพ 48 ถอดบทเรียน ท่องเที่ยวชีวภาพ การตลาดบ้านบ้าน By BEDO ปี 4 6.8 ท่องเที่ยวชีวภาพ คลองประสงค์ จ.กระบี่ “ตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำ” ต้นแบบการสร้างรายได้ กระจายใน ชุมชน ทั่วถึง และยั่งยืน ตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำ เป็นแหล่งรวมวัฒนธรรมอาหาร ถิ่น บนพื้นที่เกาะของต�ำบลคลองประสงค์ แสดงถึงวิถีชีวิตชุมชนมุสลิม บนเกาะขนาด เล็กมาก โดยในปี 2565 ได้จัดกิจกรรมท่องเที่ยวชีวภาพในชื่องาน “สักหอย ปล่อยปู ดูนกเล เขเรือ แลหวันตก มาตะคลองประสงค์” ได้เห็นว่าชุมชนมีศักยภาพสูงมากที่ จะท�ำตลาดปันรักษ์ โดยเป็น “การระเบิดจากข้างใน” ชุมชนไม่รอช้า ขอค�ำปรึกษาจาก เบโด้ ในการน�ำแนวคิด “ตลาดปันรักษ์” มาใช้กับชุมชนปี 2566 จึงได้รับการสนับสนุนท�ำตลาดปันรักษ์บ้านคลองก�ำ สร้างงาน สร้างรายได้กระจายในชุมชนเดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน 2566 เป็นเงิน 1.18 ล้านบาท แบบนี้ต้องบอกว่า “ท่องเที่ยวชีวภาพมาเยือน เทือนหมดทั้งเริน”


Click to View FlipBook Version