The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยแผนที่ความคิด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kittika.sed59, 2022-03-10 11:45:17

วิจัยแผนที่ความคิด

วิจัยแผนที่ความคิด

1

ชื่อเรอื่ งวจิ ัย การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน เรือ่ ง บรรพบรุ ุษไทย
วิชาประวัติศาสตร์ ของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
โรงเรยี นบ้านนาดที ่งุ เจริญ โดยใชแ้ ผนทคี่ วามคดิ

จดั ทาโดย
นางสาวกฤติกา สายสน้ั รหัสนกั ศึกษา 59181880102

สาขาวชิ าการประถมศึกษา

เสนอ
อาจารย์ ดร.วิไลวรรณ พรมสใี หม่

รายงานการวิจัยในชน้ั เรยี นเล่มนีเ้ ปน็ ส่วนหนึง่ ของรายวิชา
การปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา 2
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563

คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุบลราชธานี

2

ชื่อเรอื่ งวจิ ัย การพัฒนาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน เรือ่ ง บรรพบรุ ุษไทย
วิชาประวัติศาสตร์ ของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 3
โรงเรยี นบ้านนาดที ่งุ เจริญ โดยใชแ้ ผนทคี่ วามคดิ

จดั ทาโดย
นางสาวกฤติกา สายสน้ั รหัสนกั ศึกษา 59181880102

สาขาวชิ าการประถมศึกษา

เสนอ
อาจารย์ ดร.วิไลวรรณ พรมสใี หม่
รายงานการวิจัยในชน้ั เรยี นเล่มนีเ้ ปน็ ส่วนหนึง่ ของรายวิชา
การปฏิบัตกิ ารสอนในสถานศกึ ษา 2
ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2563
คณะครศุ าสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุบลราชธานี

3ง

บทคัดย่อ

ในการศึกษาคร้งั น้ีมวี ัตถปุ ระสงค์การของการศึกษาคอื 1) เพ่ือหาประสทิ ธภิ าพของแผนการจัดการ
เรียนรู้รายวชิ าประวัตศิ าสตร์ โดยใช้แผนท่ีความคิด เรื่อง บรรพบรุ ษุ ไทย ของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 3
2) เพื่อหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นรายวชิ าประวัตศิ าสตร์ ของนกั เรียนช้นั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ทไี่ ด้รบั การจดั การ
เรียนร้โู ดยใช้แผนท่ีความคิด ก่อนการทดลองและหลังการทดลอง กลุ่มตวั อย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปที ี่ 3 โรงเรียนบา้ นนนาดีทุง่ เจรญิ อาเภอมว่ งสามสิบ จงั หวัดอบุ ลราชธานี ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2563
จานวน 13 คน โดยกาหนดแบบเจาะจง เคร่ืองมือท่ีใชใ้ นการศึกษา ครั้งน้ีได้แก่ แผนการจดั การเรยี นรู้
วชิ าประวตั ศิ าสตร์ เร่ือง บรรพบุรุษไทย ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2563 จานวน 6
แผน เวลา 6 ชว่ั โมง แบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน ก่อนเรยี นและหลงั เรยี น เร่อื ง บรรพบุรุษไทย
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2563 จานวน 20 ขอ้

แผนการจัดการเรียนรู้รายวชิ าประวตั ิศาสตร์ โดยใชแ้ ผนนท่ีความคิด เรือ่ ง บรรพบรุ ษุ ไทย ของ
นักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3 มปี ระสิทธิภาพสามารถใชใ้ นการจดั การเรยี นรู้ได้ มีคา่ IOC โดยเฉลยี่ ( ̅ )
เทา่ กบั สงู กว่า 0.97 ซง่ึ แสดงวา่ แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ีจัดทาข้ึนมีคณุ ภาพอย่ใู นเกณฑ์ท่ีดี ผลสัมฤทธิ์ทางการ
เรียนรายวิชาประวตั ิศาสตร์ โดยใชแ้ ผนนท่คี วามคิด เรือ่ ง บรรพบุรุษไทย โดยใชแ้ ผนท่คี วามคดิ นกั เรียน
มผี ลสัมฤทธท์ิ างการเรียนสูงข้ึน แตกต่างกนั อยา่ งมีนัยสาคัญทางสถิติทีร่ ะดับ .01

จ4

กติ ติกรรมประกาศ

รายงานการวิจยั ฉบบั นสี้ าเรจ็ ดว้ ยความอนุเคราะห์ของบุคคลหลายทา่ นท่ีคอยใหค้ าชแ้ี นะ
ในด้านต่าง ๆ ขอขอบคุณอาจารย์ ดร. วไิ ลวรรณ พรมสใี หม่ อาจารยท์ ่ีปรึกษาการวิจยั ที่ได้ใหค้ วามรู้ให้
คาปรึกษา ตรวจทานแก้ไขข้อบกพร่องในดา้ นต่าง ๆ รวมท้งั เทคนิคในการทาวจิ ัยแต่ละบทด้วยความเอาใจใส่
ทุกขนั้ ตอนเพอ่ื ใหว้ ิจัยเร่ือง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง บรรพบุรษุ ไทย วชิ าประวตั ศิ าสตร์ ของ
นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 โรงเรียนบ้านนาดที ุง่ เจรฺญ โดยใช้แผนท่คี วามคดิ

ขอขอบคุณ, นางเพ็ญศรี ลวดทอง , นางสาวนชุ รัตน์ ศภุ ลักษณ์ , นางเบ็ญญทิพย์ พิมสะ, ผู้เช่ยี วชาญ
ในการตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือทใี่ ช้ในการวจิ ัยเพ่ือใหไ้ ด้เครือ่ งมอื ในการวิจยั ที่มีคุณภาพ

ขอขอบคุณ นายธรี ะชยั โสมเกษตรนิ ทร์ ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านนาดที ่งุ เจริญ ที่ให้ความอนุเคราะห์
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการจดั ทาวจิ ยั ในคร้งั นี้

ขอขอบคุณเพอ่ื นนักศึกษาสาขาวิชาการประถมศึกษา ที่คอยให้ความช่วงเหลือให้คาปรกึ ษาและให้
กาลังใจในการทาวจิ ัยครง้ั น้ี

ขอขอบพระคณุ ผปู้ กครองทีอ่ ย่เู บื้องหลงั ความสาเร็จทไ่ี ด้ให้ความช่วยเหลือสนับสนุนและให้กาลังใจ
ตลอดมา ผวู้ ิจยั หวังเป็นอย่างยิ่งวา่ ผลวิจยั น้จี ะเปน็ ประโยชน์แก่บุคลากรทางการศึกษาและผทู้ ่สี นใจ ท่ัวไป
ตลอดจนจะเปน็ ประโยชน์ในการสร้างองคค์ วามรู้ทางดา้ นการศกึ ษาต่อไป

กฤติกา สายสั้น

5

สารบัญ หน้า

บทคัดย่อ………………………………………………………………………………………………………………………….. ง
กิตติกรรมประกาศ…………………………………………………………………………………………………………….. จ
1
ช่อื วิจยั ………………………………………………………………………………………………………………… 1
ความเป็นมา…………………………………………………………………………………………………………. 2
คาถามวจิ ัย…………………………………………………………………………………………………………… 2
วัตถุประสงค์ของการวิจยั ……………………………………………………………………………………….. 2
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รบั ……………………………………………………………………………………... 3
วธิ กี ารดาเนินการวจิ ยั …………………………………………………………………………………………….. 7
ผลการวิจยั ……………………………………………………………………………………………………………. 9
การอภปิ รายผล……………………………………………………………………………………………………... 10
ข้อเสนอแนะ………………………………………………………………………………………………………….. 12
บรรณานุกรม………………………………………………………………………………………………………….
14
ภาคผนวก………………………………………………………………………………………………….. 16
ภาคผนวก ก รายชื่อผเู้ ชีย่ วชาญ…………………………………………………………………… 27
ภาคผนวก ข แบบทดสอบ…………………………………………………………………………...
ภาคผนวก ค การเปรียบเทยี บคะแนนเฉล่ียผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรยี น 35
84
กับหลงั เรยี น 85
การวเิ คราะห์คะแนนผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี น……………………………...
แบบประเมินความสอดคลอ้ งของแผนการจัดการเรยี นรู้…………………
ภาคผนวก ง แผนการจัดการเรียนรู้………………………………………………………………..
ภาคผนวก จ รปู ภาพการทากิจกรรม………………………………………………………………
ประวตั ยิ อ่ ผู้วิจัย…………………………………………………………………………………………..

6

สารบญั ตาราง

ตารางที่ 1 หน้า

1 แสดงแผนการจัดการเรียนรู้ เรื่อง บรรพบุรษุ ไทย ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 3………………….... 4

2 ตารางแสดงรายชอื่ ผู้เชยี่ วชาญ………………………………………………………………………………. 5

3 ตารางแสดงคุณภาพขอแผนการจดั การเรียน จากการตรวจพิจารณาโดยผู้เช่ียวชาญ……. 8

4 แสดงผลการเปรยี บเทียบคะแนนเฉล่ียผลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนก่อนกบั หลงั เรียน…………. 9



1

1. ชอื่ วจิ ัย การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน เร่ือง บรรพบุรษุ ไทย วิชาประวัติศาสตร์
ชื่อ-สกลุ
ของนักเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ 3 โรงเรยี นบ้านนาดที งุ่ เจรญิ โดยใช้แผนท่คี วามคิด
นางสาวกฤตกิ า สายสั้น

2. ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา

วิชาประวัติศาสตร์อยู่ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ได้กาหนดใน
หลักสตู ร แกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช 2551 โดยมีลักษณะเป็นสหวทิ ยาการที่สามารถ
บรู ณาการศาสตร์ต่าง ๆ ในสาขาสังคมศาสตรอ์ าศัยวิธกี ารทางวิทยาศาสตร์มาใช้ศึกษาเร่อื งราวของมนุษย์และ
ความสัมพันธ์ของมนุษย์ กับส่ิงแวดล้อม ดังน้ันจึงเป็นวิชาท่ีมีความเช่ือมโยงสัมพันธ์หลายสาขา ท้ังภูมิศาสตร์
รัฐศาสตร์สังคมวิทยา และมนุษยวิทยา (Schuncke,1988:34-5;Maxim,2010:8-11) กลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม ในหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ึนพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 ประกอบไป
ด้วย 5 สาระ ได้แก่ 1) ศาสนา ศีลธรรม และจริยธรรม 2) หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม และการดาเนินชีวิตใน
สังคม 3) เศรษฐศาสตร์4) ประวัติศาสตร์5) ภูมิศาสตร์ซึ่งเปน็ กระบวนการขัดเกลาและพัฒนาเด็กและเยาวชน
ให้เป็นคนดีคนเกง่ และมีความสุข กล่าวคือ คนดีได้แก่ การพัฒนาบุคคลใหส้ ามารถดาเนินชีวิตอยา่ งมีคุณภาพ
มีจิตใจที่ดีงาม มีคุณธรรม จริยธรรม มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ท้ังด้านจิตใจและพฤติกรรมท่ีแสดงออกท้ังต่อ
ตนเองและผูอ้ น่ื ส่วนคนเก่ง ได้แก่ การพัฒนาบุคคลให้มีสมรรถภาพในการดาเนินชวี ิต โดยมีความสามารถด้าน
ใดด้านหน่ึง หรือรอบด้าน และสุดท้าย คนมีความสุข ได้แก่คนที่มีสุขภาพดีทั้งทางร่างกายและจิตใจ การอยู่
รว่ มกนั ระหวา่ งมนุษย์ กับมนุษย์มนุษยก์ บั ธรรมชาติมนุษยก์ บั เทคโนโลยี(วภิ าพรรณ พินลา,2561:7)

จากสภาพการเรียนการสอนของนักเรียนวิชาประวัติศาสตร์ของนกั เรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ที่ผ่าน

มายังไม่ประสบผลสาเร็จเท่าท่ีควร ดังนั้นครูผู้สอนจึงควรหาวิธกี ารสอนที่จะช่วยใหผ้ ู้เรียนมีผลการเรียนที่ดีข้ึน

โดยศึกษาหาแนวทางจากงานวิจัย ได้ศึกษาการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนที่ความคิด (Mind Mapping) หรือ

“ผงั มโนทศั น์” เป็นเครื่องมือดา้ นความคดิ ท่ีออกแบบโดยเลียนแบบการทางานของสมอง คิดค้นโดยชาวอังกฤษ

ชือ่ Tony Buzan ซ่ึงเขาเรยี กเครื่องมือนี้ว่า “ภาษาสมอง” เป็นวิธีเดียวกับที่สมองคดิ ใชไ้ ดท้ ั้งการนาข้อมูลเข้า

(จดบันทึก) และออกจากสมอง (ระดมสมอง แสดงความคิด) มีลักษณะสาคัญคือ มีการเชื่อมโยง จากความคิด

หลัก ตรงกลาง แตกกิ่งออกไปเรื่อย ๆ ประกอบไปด้วย “คาสาคัญ” และ “รูปภาพ” โดยองค์ประกอบเหล่านี้

มีการเช่ือมโยงถึงกันด้วย “เส้น” และมีการกระตุ้นด้วยการใช้ “สี” ประโยชน์ของแผนที่ความคิด (Mind

Mapping) คือ เห็นภาพรวมของสง่ิ ต่าง ๆ จาส่ิงต่าง ๆ ได้ดขี ึ้น (เพราะสมองทาการเชอื่ มโยงสงิ่ ท่เี ราตอ้ งการจา

เม่ือมีการ เชื่อมโยงจะทาให้จาได้แม่นขึ้น) สามารถค้นพบความคิดใหม่ๆ หาข้อบกพร่อง/จุดอ่อน วางแผนการ

ทางาน จัดลาดับ Presentation ผลงาน /Story Board ช่วย ตัดสินใจคิดได้อย่างเป็น ระบบคิดครบและ จด/

สรุป ส่ิงที่ต้องการเรียนรู้ได้ในรูปแบบท่ีรวดเร็ว/ทบทวนได้ง่าย ซ่ึงการจัดการเรียนรู้ด้วยแผนที่ความคิดใน

2

งานวิจัย ของเทิดพล วงษ์รักษา (2553) ศึกษาเร่ือง การพัฒนาการเรียนการสอนโดยการใช้แผนที่ความคิด
(Mind Map) มาประกอบการเรียนการสอนวิชาสังคมศึกษา 2 ของนักเรียนระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 4/4 ภาค
เรียนที่ 2 / 2553 ผลการศึกษาพบว่านักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 4/4 จานวน 54 คน สามารถใช้แผนท่ี
ความคิด (Mind Map)ในการสร้างเน้ือหา เชื่อมโยงความคิด สามารถต้ังคาถาม และตอบคาถามบทเรียนได้
เป็นระบบ มีเหตุมีผลข้ึน และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่4/4 จานวน 54 คน สามารถทาคะแนน
แบบฝึกหัดการใช้แผนท่ีความคิด (Mind Map) ได้5 คะแนนเต็มทุกคน รจนา ป้อมแดง (2556) ได้ศึกษา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม เรื่อง หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ของ
นกั เรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 4 ท่ีได้รับ การจัดการเรียนรู้โดยใชผ้ ังมโนทัศน์ ผลการวจิ ัยพบว่านักเรียนที่ใชก้ าร
สอนโดยผงั มโนทศั น์มผี ลสัมฤทธิท์ างการเรยี น ทสี่ ูงข้นึ แตกต่างกันอยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดบั .01

จะเห็นได้ว่าการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนที่ความคิด (Mind Mapping) ช่วยในแก้ปัญหาการจัดการ
เรียนรู้ กลมุ่ สาระสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เปน็ การจัดกิจกรรมการจดั การเรียนรโู้ ดยเน้นผู้เรียนเป็น
สาคัญ สามารถพัฒนาศักยภาพของแต่ละบุคคล ผู้เรียนสามารถสรุปความคิดรวบยอด โดยกระบวนการ
แลกเปล่ียน ประสบการณ์แสดงความคิดระหว่างเพื่อนนักเรียนด้วยกัน ทาให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจย่ิงข้ึน
ผวู้ ิจัยจึงสนใจ นาวิธีการน้ีมาทดลองสอนนักเรยี นชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรยี นบ้านนาดีทุ่งเจริญ เพื่อศึกษา
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนวิชา ประวัติศาสตร์ ของนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนที่ความคิด และ
เปน็ แนวทางในการพัฒนาแผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าประวตั ศิ าสตร์ ให้มีประสิทธิภาพตอ่ ไป

3. คาถามวจิ ยั
การพฒั นาการเรยี นรู้ เร่ือง เรอื่ ง บรรพบรุ ุษไทย ของนักเรียนชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3 หลังเรียนสูงกว่า

กอ่ นการเรยี นหรอื ไม่
4. วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจยั

1. เพ่ือหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้แผนที่ความคิด เร่ือง
บรรพบุรุษไทย ของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 3

2. เพ่ือศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้แผนท่ีความคิด เร่ือง บรรพบุรุษ
ไทย ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนที่ความคิด ก่อนการทดลองกับ
หลงั การทดลอง
5. ประโยชน์ทค่ี าดวา่ จะไดร้ ับ

1. ได้แนวทางในการจัดการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง บรรพบุรุษไทย ของนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 โดยใช้แผนท่คี วามคิด

3

2. ค้นพบแบบการทาวิจยั ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้วชิ าประวัติศาสตร์ เรื่อง บรรพบุรษุ ไทย ของ
นักเรยี นชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 3

3. ได้แนวทางในการพัฒนาประสิทธิภาพในการจัดการเรียนรู้ของครูผู้สอนวิชาประวัติศาสตร์ เร่ือง
บรรพบุรุษไทย ของนกั เรียนชั้นประถมศึกษาปที ่ี 3
6. วธิ ดี าเนนิ การวจิ ัย

6.1 ประชากรและกลุ่มตัวอยา่ ง
- ประชากรท่ีใช้ในการศึกษา

ประชากรทีใ่ ชใ้ นการวิจัยในครงั้ นี้ ได้แก่ นกั เรยี นช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2
ปีการศึกษา 2563 ของโรงเรียนบ้านนาดีทุ่งเจริญ อาเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี สานักงานเขตพ้ืนที่
การศึกษาอบุ ลราชธานี เขต 1 จานวน 1 ห้องเรยี น จานวนนักเรยี น 13 คน

- กลมุ่ ตวั อยา่ ง
กลุ่มตัวอยา่ งทใ่ี ช้ในการวิจยั ในครง้ั นี้ ไดแ้ ก่ นกั เรียนช้นั ประถมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2

ปีการศึกษา 2563 ของโรงเรียนบ้านนาดีทุ่งเจริญ อาเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี สานักงานเขตพ้ืนท่ี
การศึกษาอบุ ลราชธานี เขต 1 จานวน 1 หอ้ งเรียน จานวนนักเรียน 13 คน

- ตวั แปรทีใ่ ชใ้ นการวิจัย
ตัวแปรต้น ไดแ้ ก่ การจดั การเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ เร่ือง บรรพบุรุษไทย ของนักเรียน

ช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 โดยใช้แผนที่ความคดิ
ตัวแปรตาม ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง บรรพบุรุษไทย ของ

นกั เรียนชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 3
ระยะเวลาในการดาเนินการวิจัย
ระยะเวลาในการวิจัยมที ัง้ หมดจานวน 3 สปั ดาห์ สัปดาห์ละ 2 คร้ัง ในชว่ งเวลาซอ่ มเสรมิ
เวลา 14.30-15.30 น. ของวันจนั ทร์และวันอังคาร รวมท้งั หมด 6 ครงั้
7. วธิ ีการในการแก้ปัญหา

7.1 การสร้างและหาคณุ ภาพของแผนการสอน
7.1.1 ศกึ ษาและวเิ คราะหห์ ลกั สูตรประวัติศาสตร์
ศึกษาหลักสูตร คาอธิบายรายวิชา และขอบข่ายเน้ือหาวิชาหลักสูตรประวัติศาสตร์ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช 2551 ชั้นประถมศกึ ษาปที ี่ 2 ผ้วู จิ ยั
ไดด้ าเนินการ ดังนี้

4

1) วิเคราะหอ์ งค์ประกอบของรายวิชา โดยจาแนกออกเป็น 3 ส่วน คือ กิจกรรม เนื้อหา และ

ตวั ชวี้ ดั

2) วิเคราะห์กจิ กรรมรายวชิ าประวตั ิศาสตร์ โดยนาเอากจิ กรรมท่กี าหนด ในรายวชิ า

มาวิเคราะหห์ ารูปแบบการสอน

3) วิเคราะหส์ าระการเรียนร้รู ายวชิ าประวัติศาสตร์ โดยนาเอาเนื้อหาหลกั ของรายวิชา

มาวิเคราะห์เนือ้ หาย่อย

4) วิเคราะห์ตัวชี้วัด โดยนาเอาตัวชี้วัดแต่ละข้อมาจาแนกเป็นด้าน คือ ด้านความรู้ ทักษะ

กระบวนการ และด้านคุณลกั ษณะ

7.1.2 จัดหนว่ ยการเรยี นรรู้ ายวชิ าประวตั ศิ าสตร์

ผู้ศึกษาได้นาข้อมูลมาจากการวิเคราะห์หลักสูตรมาจัดหน่วยการเรียนรู้วิชาประวัติศาสตร์

7.1.3 คดั เลือกหนว่ ยการเรียนร้เู พื่อการศกึ ษา

ผศู้ กึ ษาได้คดั เลอื กหน่วยการเรียนรูว้ ิชาประวตั ิศาสตร์ เรื่อง บรรพบุรุษไทย

7.1.4 ศึกษา คน้ ควา้ นวตั กรรมการจัดการเรียนรู้

ผศู้ กึ ษาได้ศึกษา ค้นควา้ เก่ียวกับนวตั กรรมการเรียนรู้ทเ่ี หมาะสมกบั หน่วยการเรยี นรู้

วชิ าประวัตศิ าสตร์

7.1.5 เขียนแผนการจัดการเรยี นรู้

1.) กาหนดขน้ั ตอนการสอน

2.) ดาเนนิ การเขียนแผนการจัดการเรยี นรู้

ตารางท่ี 1 ผูศ้ ึกษาได้ดาเนนิ การเขียนแผนการจัดการเรยี นรู้ โดยแบ่งเป็น 6 แผนย่อย ได้แก่

ท่ี เรอ่ื ง ช่ัวโมง

1 พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั ภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช 1

2 พระราชกรณียกิจสมเด็จพระเจา้ นางเจ้าสิรกิ ติ ตพ์ ระบรมราชินนี าถ 1

3 พระราชกรณยี กจิ สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช 1

4 ท้าวนเทพกระษตั รี ทา้ วศรสี ุนทร 1

5 ชาวบ้านบางระจัน 1

6 พระยาพชิ ยั ดาบหัก 1

3.) ประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ โดยใช้แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้ นาข้อมูลท่ี

ได้มาปรับปรุง แผนใหส้ มบูรณ์

4.) ใหผ้ ้เู ชี่ยวชาญตรวจพิจารณาแผนการจดั การเรยี นรู้

5

หลังจากผู้ศึกษาได้จัดทาแผนการเรียนรู้เรียบร้อยแล้ว ได้นาแผนการแผนดังกล่าวไปให้

ผเู้ ชี่ยวชาญตรวจพิจารณาความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรรู้ ะหวา่ งจุดประสงค์การเรยี นรกู้ ับกิจกรรม

การเรียนรู้ ซง่ึ มรี ายนามผู้เช่ยี วชาญ ดังนี้

ตารางท่ี 2 ผ้เู ช่ียวชาญพิจารณาแผนการจัดการเรียนรู้

ท่ี ช่อื -สกลุ ตาแหนง่ /สถานทท่ี างาน

1 นางเพญ็ ศรี ลวดทอง ครูโรงเรียนบา้ นนาดที ุ่งเจรญิ

2 นางสาวนชุ รตั น์ ศภุ ลักษณ์ ครโู รงเรียนบ้านนาดที ุ่งเจริญ

3 นางเบญ็ ญทิพย์ พมิ พส์ ะ ครูโรงเรยี นบ้านนาดีทงุ่ เจริญ

5.) ปรับปรุงและแก้ไขแผนการจดั การเรยี นรใู้ หเ้ ปน็ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ีส่ มบูรณ์

6.) นาแผนการจัดการเรียนรู้ไปทดลองใช้จริงกบั นักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 3 โรงเรียนบา้ น

นาดที งุ่ เจริญ ที่เป็นกลมุ่ ตวั อย่าง ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563

7.2 การสร้างและหาคณุ ภาพแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม มขี ้นั ตอนการสรา้ งและ

การหาคุณภาพตามลาดบั ดงั น้ี

1. ศึกษาหลักการและเทคนคิ การสรา้ งแบบทดสอบแบบเลอื กตอบ

2. วิเคราะห์ สาระการเรียนรู้ และตัวช้ีวัด เพื่อวางแผนการออกข้อสอบให้สอดคล้องกับ เน้ือหาและ

พฤตกิ รรมท่ีตอ้ งการวัด

3. เลือกประเภทของแบบทดสอบท่ีจะวัด คือ เป็นแบบทดสอบชนิดปรนัยเลือกตอบ จานวน 20 ข้อ

4. เขียนขอ้ สอบตามที่วางแผนไว้

5. นาแบบทดสอบที่ผู้ศึกษาสร้างข้ึนจานวน 20 ข้อนาไปให้ผู้เชี่ยวชาญท้ัง 3 ท่าน ซึ่งเป็นผู้เช่ียวชาญ

ชุดเดียวกบั ที่ประเมนิ แผนการจัดการเรียนรู้ ตรวจสอบเพ่อื หาความเทย่ี งตรงเชิงเนื้อหา โดยคานวณหาค่าดัชนี

ความสอดคล้อง (IOC) ของแบบทดสอบ เลือกข้อสอบที่มีค่าเที่ยงตรงมากกว่าหรือเท่ากับ 0.50 ข้ึนไป และ

ปรบั ปรุงตามขอ้ เสนอแนะของผู้เชยี่ วชาญ

6. จดั ฉบบั จดั พมิ พ์เป็นขอ้ สอบชนิดปรนัย แบบเลอื กตอบ 4 ตัวเลอื ก จานวน 20 ข้อ

6.3 สารสนเทศหรอื ขอ้ มลู ทจี่ ดั เกบ็

- คะแนนสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน

6.4 เคร่ืองมือ/การพัฒนาเครอ่ื งมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

เครือ่ งมอื ทใ่ี ช้ในการวิจยั ประกอบด้วย

1. แผนการจดั การเรยี นรู้ โดยใช้แผนท่คี วามคิด วิชาประวตั ศิ าสตร์ เร่อื ง บรรพบรุ ุษไทย

6

ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี 3

2. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง บรรพบุรุษไทย ท่ีผศู้ ึกษา

สร้างข้ึน เป็นปรนยั แบบเลอื กตอบ 4 ตวั เลือก จานวน 20 ขอ้

6.5 การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล

ผ้ศู ึกษาได้ดาเนินการทดลองในภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2561 ตามข้ันตอนดังนี้

1. ทดสอบก่อนเรียน (Pretest) กับนักเรียนกลุ่มทดลองด้วยแบบวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน

วชิ าประวตั ศิ าสตร์ เร่ือง บรรพบุรษุ ไทย ทผี่ ศู้ ึกษาสร้างขนึ้ และผ่านการตรวจสอบคณุ ภาพแล้ว

2. ดาเนินการทดลอง โดยผูศ้ ึกษาทาการสอนดว้ ยตนเอง เร่ือง บรรพบุรุษไทย

จานวน 6 ชัว่ โมง ใช้วิธีการจัดการเรยี นรโู้ ดยใช้แผนที่ความคิด

3. เมื่อทาการทดลองครบ 6 ชั่วโมงแล้ว ทาการทดสอบหลังการทดลอง (Posttest) กับ

นกั เรียนด้วยแบบวดั ผลสัมฤทธิท์ างการเรียนรายวิชาวิชาประวตั ศิ าสตร์ เร่ือง บรรพบุรุษไทย ฉบบั เดียวกันกับท่ี

ใชใ้ นการสอบกอ่ นการทดลอง

4. ตรวจแบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัตศิ าสตร์ เรอ่ื ง บรรพบุรษุ ไทย แล้ว

นาผลที่ได้มาวเิ คราะห์โดยวิธกี ารทางสถติ

6.6 การวเิ คราะห์ขอ้ มูลและสถติ ิทใ่ี ช้ในการหาคณุ ภาพเครอื่ งมือที่ใชใ้ นการศึกษา

6.1 การวิเคราะหข์ อ้ มูลสถติ ิทใ่ี ชใ้ นการหาคณุ ภาพเคร่ืองมอื ทใ่ี ชใ้ นการศึกษา

4.1.1 การหาความเทียงตรงเช่ืองเน้ือหา (Content Validity) ของรายวิชา

ประวัติศาสตร์ เรื่อง บรรพบุรุษไทย ของนักเรียนช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3 และแผนการจัดการเรียนรู้ โดย

ผู้เช่ยี วชาญพจิ ารณา ดงั นี้

= ∑



IOC หมายถึง ดัชนีความสอดคล้องระหว่างนวัตกรรมกับจุดประสงค์ที่วัด/สอดคล้อง เหมาะสมของ

แผนการสอน

∑ R หมายถงึ คะแนนรวมความคดิ เห็นของผู้เชยี่ วชาญ

N หมายถึง จานวนผเู้ ชี่ยวชาญทัง้ หมด

6.2 สถติ ิในการวเิ คราะหข์ ้อมูล

6.2.1 การหาคา่ เฉลยี่ ( ̅ ) ของคะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน คะแนนผลการ

ประเมินทักษะ หรือ คะแนนการประเมนิ ความพงึ พอใจ ใชส้ ตู ร

̅ = ∑


7

เม่อื ̅ แทน คะแนนเฉล่ีย
∑X แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมด
N แทน จานวนนักเรยี น
6.2.1 หาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) ของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คะแนน

ผลการประเมินทักษะ หรือคะแนนความพงึ พอใจ ใชส้ ตู ร

. = √ ∑ 2−(∑ )2

( −1)

เมื่อ S.D> แทน สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน

∑ 2 แทน ผลรวมของคะแนนแตล่ ะตัวยกกาลงั สอง

(∑ )2แทน ผลรวมของคะแนนท้ังหมดยกกาลังสอง

N แทน จานวนนกั เรียน

6.2.3 สถติ ทิ ใ่ี ชใ้ นการทดสอบสมมตฐิ าน

สถิติท่ีใช้ในการทดสอบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน

โดยวดั กอ่ นเรยี น และหลงั เรียนโดยคานวณจากสตู ร t-test dependent (ลว้ น สายยศ ; และอังคณา

สายยศ.2538)

t = ∑ ; df = n-1
√ ∑ 2−(∑ )2
−1

เมอ่ื t หมายถึง ค่าทที ี่ใช้ในการพิจารณา

D หมายถึง ความแตกตา่ งของคะแนนแต่ละคู่

n หมายถึง จานวนคู่

∑ 2 หมายถึง ผลรวมของ D แตล่ ะตัวยกกาลังสอง

(∑D)2หมายถึง ผลรวมของ D ท้งั หมดยกกาลังสอง

ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู

ผลการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นวิชารายวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง บรรพบรุ ุษไทย ของนกั เรียนชั้น

ประถมศึกษาปีท่ี 3 ท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนท่ีความคิด ในการวิเคราะห์ข้อมูลและเสนอผลการ

วิเคราะห์ขอ้ มูลและเสนอผลการวิเคราะหข์ ้อมูลเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันในการอ่านผลการวเิ คราะห์ข้อมูล

ผ้ศู กึ ษาจึงได้กาหนดสัญลักษณ์ทใ่ี ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มลู

̅ แทน คะแนนเฉลี่ย (Mean)

8

. . แทน สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)

∑ แทน คะแนนรวมของผลตา่ งของคะแนนการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน

∑ 2 แทน คะแนนรวมของผลตา่ งของคะแนนการทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรยี นยกกาลังสอง

แทน คา่ สถติ ทิ ่ีใช้พจิ ารณาในการแจกแจงแบบที (t-distrbution)

แทน ค่าความนา่ จะเป็นของคา่ สถิตทิ ใ่ี ชท้ ดสอบ

∗ แทน ค่านยั สาคญั ทางสถิติที่ระดับ .01

มีลาดับการนาเสนอข้อมูล ผลการเปรียบเทียบความก้าวหน้าผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระหว่างก่อน

เรยี นและหลังเรยี นโดยใช้ t-test dependent

ผลการหาคณุ ภาพของแผนการจัดการเรยี นรู้ โดยผเู้ ชี่ยวชาญ

จากการนาแผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ได้จัดทาขนึ้ ไปให้ผเู้ ชี่ยวชาญ จานวน 3 คน ตรวจพจิ ารณาคุณภาพ

ปรากฏผลดงั ตารางที่ 1

รายการ ความคดิ เห็นของผู้เช่ยี วชาญโดยเฉลี่ย ∑ IOC
( ̅ ) ( ̅ )
แผนการจัดการเรียนรู้ คนท่ี 2 คนท่ี 3
คนที่ 1

1 0.91 1 1 2.91 0.97

2 0.91 0.91 0.83 2.65 0.88

3 11 0.91 2.91 0.97

4 0.91 1 1 2.91 0.97

5 11 1 31

6 11 0.91 2.91 0.97

รวม 5.73 5.91 5.65 2.88 0.96

จากตารางท่ี 3 พบว่า จากตารางพจิ ารณาแผนการจัดการเรียนรู้ โดยผเู้ ชยี่ วชาญ จานวน 3 คน ตรวจ

พิจารณาคุณภาพ พบว่าแผนการจัดการเรียนรู้แต่ละแผน มีค่า IOC เฉลี่ย 0.97 0.88 0.97 0.97 1 และ 0.97

ต า ม ล า ดั บ โ ด ย ภ า พ ร ว ม แ ล ะ ร า ย แ ผ น มี ค่ า IOC โ ด ย เ ฉ ล่ี ย ( ̅ ) เ ท่ า กั บ 0.97 สู ง ก ว่ า 0.50

ผลการเปรียบเทยี บผลสัมฤทธท์ิ างการเรียนระหวา่ งก่อนเรียนและหลงั เรยี น

การวิเคราะหเ์ ปรยี บเทยี บคะแนนเฉลีย่ ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนก่อนเรยี นกับหลังเรียน

วิชาประวัติศาสตร์ เร่ือง บรรพบุรุษไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 ท่ีได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้

แผนที่ความคิด ดงั แสดงในตารางที่ 2

9

ตารางที่ 4 แสดงการเปรียบเทยี บคะแนนเฉลี่ยผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียนกอ่ นเรียนกบั หลงั เรยี น

วชิ าประวัติศาสตร์ เรื่อง บุคคลสาคัญของชาตไิ ทย ของนกั เรยี นชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 3 ทไ่ี ดร้ ับการจัดการเรยี นรู้

โดยใชแ้ ผนทีค่ วามคดิ

ผลการทดลอง N ̅ ∑D ∑ 2 t

กอ่ นเรยี น 12 9.07 40 130 14.07

หลังเรยี น 12 12.15

จากตารางท่ี 4 พบว่า คะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง บรรพ

บุรษุ ไทย โดยใชแ้ ผนทีค่ วามคดิ เทา่ กับ 9.07 คะแนนเฉลย่ี ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นหลงั เรยี นวิชาประวตั ิศาสตร์

เร่ือง บรรพบุรุษไทย โดยใช้แผนทค่ี วามคิดของนักเรียน เท่ากับ 12.15 และเมื่อทาการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิ

ทางการเรียน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนที่ได้รับการจัดการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนท่ีความคิด มีความ

แตกต่างกันอยา่ งมีนยั สาคัญทางสถิตทิ ่ีระดับ .01

7. ผลการวจิ ัย

1. แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้แผนที่ความคิด เรื่อง บรรพบุรุษไทย ของ

นกั เรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 มีประสิทธภิ าพสามารถใช้ในการจัดการเรียนรู้มคี ่า IOC โดยเฉลี่ย ( ̅ ) เท่ากับ

0.97 สงู กวา่ 0.50 ซ่ึงแสดงวา่ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ีจ่ ัดทาขึ้นมีคณุ ภาพอยูใ่ นเกณฑ์ที่ดี

2. ผลสมั ฤทธท์ิ างการเรยี นของนักเรยี น ทไี่ ดร้ ับการการจัดการเรยี นรโู้ ดยใชแ้ ผนทคี่ วามคิด

วิชาประวัติศาสตร์ เร่ือง บรรพบุรุษไทย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลัง

เรยี นสูงกว่ากอ่ นเรียนแตกต่างกนั อย่างมนี ัยสาคัญทางสถติ ิที่ระดบั .01

อภปิ รายผล

การศึกษาคร้ังนี้เป็นการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เร่ือง บรรพบุรุษไทย ของ

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 3 โรงเรียนบ้านนาดีทุ่งเจริญ ที่ ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้แผนท่ีความคิดซ่ึง

เป็นการจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้ โดยยึดผู้เรียนเป็น ศูนย์กลาง ผู้เรียนสรุปความคิดรวบยอด โดย

กระบวนการแลกเปล่ียนประสบการณ์แสดงความคิด ระหว่าง เพื่อนนักเรียนด้วยกัน ทาให้ผู้เรียนเกิดความ

เข้าใจยงิ่ ข้ึน ครูผู้สอนมีบทบาทกระตุ้นให้ผู้เรยี นให้เกิดแนวคิด ด้วยการต้ังคาถาม ทาให้ผ้เู รียนเกิดความเข้าใจ

ยิง่ ขน้ึ ซ่ึงผู้เรยี นมีส่วนรวมในกิจกรรมการเรียน โดยทราบผล การปฏบิ ัติงานของตน จึงทาให้เกิดความสนใจใน

การเรยี น ผลการศึกษาอภปิ รายตามลาดับสมมตฐิ านได้ ดงั น้ี

1. แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาประวัติศาสตร์ โดยใช้แผนท่ีความคิด เร่ือง บรรพบุรุษไทย ของ

นักเรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี 3 มปี ระสทิ ธิภาพสามารถใช้ในการจัดการ เรยี นรู้ได้มคี ่า IOC โดยเฉลี่ย

10

(  ) เท่ากับ สูงกว่า ซ่ึงแสดงว่าแผนการจัดการเรียนรู้มีจัดทาขึ้นมี คุณภาพอยู่ในเกณฑ์ท่ีดีท้ังน้ีเนื่องมาจาก
แผนการจัดการเรียนรู้ ผู้ศึกษาได้สร้างตามกระบวนการ กล่าวคือ มีการวิเคราะห์หลักสตู ร กิจกรรม สาระการ
เรียนรู้และตัวชี้วัดของรายวิชาประวัติศาสตร์ นามาจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้ ได้ศึกษา ค้นคว้า นวัตกรรมการ
เรียนรู้ คือ การจัดการเรียนรู้โดย ใช้แผนที่ความคิด เป็นรูปแบบในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เป็นที่ยอมรับ
อย่างกว้างขวาง มีการใช้สื่อ แหล่ง เรียนรู้อย่างหลากหลาย ตลอดจนมีการวดั ประเมินผลตามสภาพจรงิ ทาให้
แผนการจดั การเรยี นรมู้ คี ณุ ภาพ ในระดบั

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง บรรพบุรุษไทย โดยใช้แผนท่ีความคิด
เท่ากับ 9.07 ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนหลังเรียนวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง บรรพบุรุษไทย โดยใช้แผนที่ความคิด
ของนักเรียน เท่ากับ 12.15 และเมื่อทาการเปรียบเทียบผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลัง
เรียนท่ีได้รับการ จัดการเรียนรูโดยใช้แผนที่ความคิดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติที่ระดับ .01
แสดงว่า หลัง ได้รับการจัดการเรียนรูโดยใช้แผนที่ความคิดนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น ซ่ึงสอด
คลองกับงานวจิ ัย ของ ศริ ิพร ทรเุ ครือ (2544) ศึกษาผลของการเรยี นแบบรว่ มมอื โดยใช้แผนผังมโนทศั นท์ ่ีมีต่อ
ผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนและความคงทนในการเรียนรู้กลุ่มสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิตของนักเรียนชั้น
ประถมศึกษาปี ที่ 4 ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนท่ีได้รับการเรียนแบบร่วมมือ โดยใช้แผนผังมโนทัศน์มี
ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนและมีความคงทนในการเรียนรู้สูงกว่านักเรียนท่ี ได้รับการสอนตามปกติอย่างมี
นัยสาคัญทางสถิติท่ี ระดับ .01 และสอดคลองกับงานวิจัยของ ภัทราภรณ์ พิทักธรรม (2543) เปรียบเทียบ
ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียน ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์และเจตคติต่อวิชาสังคมศึกษาของนักเรียนช้ัน
มัธยมศึกษาปีท่ี 5 ที่ ได้รับการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ โดยใช้กิจกรรมสร้างแผนภูมิมโนทัศน์กับการสอน
ตามคู่มือครู ผลการวิจยั พบว่า นกั เรียนทไี่ ดร้ ับการสอนแบบสบื เสาะหาความรู้ โดยใชก้ จิ กรรมสรา้ งแผนภมู ิมโน
ทศั นก์ บั การสอนตามคมู่ ือครูมีผลสมั ฤทธิท์ างการเรยี นแตกต่างกนั อยา่ งมนี ยั สาคญั ทางสถิติท่รี ะดับ .01
ขอ้ เสนอแนะ

การศึกษาครง้ั น้ีมขี ้อเสนอแนะที่อาจเป็นประโยชน์ตอ่ การเรยี นการสอนและการทาวิจัย ดังนี้
1. ขอ้ เสนอแนะท่ัวไป
การสอนเขียนแผนท่ีความคิดควรเริ่มให้แนวทางการเขียน จากเรื่องที่มีความหลากหลายและมีเน้ือหา
เข้าใจง่าย จากน้ันจึงเพ่ิมเน้ือหาให้มากข้ึน เพื่อพัฒนาความเขา้ ใจลกั ษณะของแผนที่ความคดิ และวิธีเขียนแผน
ท่ีความคิด ควรนาเอารูปแบบ และกระบวนการศึกษาในคร้ังนี้ไปทาการศึกษากับเน้ือหาวิชาของกลุ่มสาระ
อ่ืนๆ
2. ขอ้ เสนอแนะเพื่อการวิจัย

11

2.1 ควรศึกษาผลการใช้แผนท่ีความคิดกับตัวแปรอ่ืน ได้แก่ความคิดสร้างสรรค์ความสนใจ ในการ
เรียน และการนาไปใช้ศกึ ษาผลการสอนกบั นักเรยี นในระดับชั้นทส่ี งู ขึ้น

2.2 ควรนาเอารูปแบบ และกระบวนการศึกษาในครั้งนี้ไปทาการศึกษากับเนื้อหาวิชาของ กลุ่มสาระ
การเรียนรอู้ ื่นๆ

2.3 ควรมกี ารศกึ ษาเชงิ เปรียบเทยี บ การจดั การเรยี นการสอนใชผ้ งั มโนทัศนก์ บั รูปแบบ การสอนอน่ื ๆ

12

บรรณานุกรม
พวงรตั น์ ทวีรตั น.์ (2530). การสร้างและพัฒนาแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิ. กรงุ เทพมหานคร : สานัก

ทดสอบทางการศึกษาและจติ วิทยา มหาวิทยาลัยศรนี ครนิ ทรวิโรฒ ประสานมิตร.
จารุฬแี สงอรุณ (2559).การพฒันาความสามารถด้านการเขยี นสรปุ ความของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี5

ด้วยการจดั การเรียนรแู้ บบแผนผังความคิด.วิทยานิพนธ์.มหาวิทยาลัยราชภฏั มหาสารคาม
เฉลิม นติ ิเขตต์ปรชี า. (2545). เทคนิควิธกี ารสอนประวตั ิศาสตร์. กรงุ เทพฯ :ไทยวฒั นาพานชิ .
ทิศนา แขมมณี. (2547). ศาสตร์การสอนองค์ความูร้เพ่ือการจัดกระบวนการเรียนูร้ท่ีมีประสิทธิภาพ.

กรุงเทพฯ : ดา่ นสุทธาการพมิ พ.์
โทนี บูซาน. (2542). ใชห้ วั คดิ (Use you head). (ธัญญาผลอนันต์,ผแู้ ปล). กรงุ เทพฯ : ขวัญข้าว94.
โทนี บูซาน. (2547).วิธีเขยี น Mind Map (How to Mind Map). (ธัญกรวรี ะนนทช์ ัย,ผแู้ ปล).

กรุงเทพฯ : ขวัญขา้ ว94.
เทดิ พลวงษ์รักษา. (2553). การพฒั นาการเรียนการสอนโดยการใช้แผนทคี่ วามคิด (Mind Map)

มาประกอบการเรยี น การสอนวิชาสงั คมศึกษา 2 ของนกั เรียนระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปี ท4่ี /4
ภาคเรยี นท่ี2 / 2553. วจิ ยั ในชั้นเรยี น.โรงเรียนอสั สมั ชญั ธนบุรี.
นิคม ชมพูหลง. (2545). แนวทางการพฒันาแหลง่ เรยี นูร้. มหาสารคาม :อภชิ าตการพมิ พ.์
วลัย พานชิ . (2547). การสอนดว้ ยวิธสี ตอรไี ลน.์ กรุงเทพฯ : โรงพมิ พแ์ หง่ จุฬาลงกรณ์มหาวทิยาลัย.
แววดาว บุญตา.(2559).การพฒั นาการจดั เรียนการสอนโดยการจัดการเรียนูรแ้ บบแผนท่ีความคิด
ท่ีมีผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน วิชาพลังงานและส่ิงแวดล้อมของนักศึกษาระดัประกาศนียบัตร
วชิ าชีพ ชนั้ ปที ี่2 วทิ ยาลัยเทคโนโลยีพายัพและบรหิ ารธรุ กิจ.วิจยั ช้ันเรยี น.วิทยาลัยเทคโนโลยีพายัพ
และบริหารธุรกิจ
ศริ ิกาญจน์ โกสุมภ์ และคณะ. (2551). สอนเด็กใหค้ ิดเป็น. นนทบุร:ี ศนู ย์สง่ เสริมวิชาการ.
สมศกั ดส์ิ ินธรุ ะเวชญ.์ (2542). ูมง่ ูสค่ ณุ ภาพการศึกษา. กรงุ เทพฯ : วัฒนาพานชิ .
สิริวรรณ ศรีพหล. (2552). การจดั การเรียนการสอนกูล่มสาระการเรียนูรส้ งั คมศึกษา
สานักงานคณะกรรมการการประถมศึกษาแห่งชาติ. (2536). การศึกษาสภพพการใช้สื่อการเรียนการสอนใน
โรงเรยี นประถมศึกษา. กรงุ เทพฯ : คุรสุ ภาลาดพรา้ ว.
สานักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน.(2557).
แนวทางการจัดการเรียนการเรยี นูรป้ ระวัติศาสตรเ์ พื่อสรา้ งสานึกความเปน็ ไทย. กรุงเทพฯ :
โรงพิมพช์ ุมนุมสหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทยจากัด.
สุวิทย์ มลู คา . (2549). การเขยี นแผนการจัดการเรยี นูร้ทีเน้นการคดิ . กรงุ เทพมหานคร : ดวงกมลสมยั .

13

สวุ ทิ ย์ มลู คา. (2545). วูธิ ิจดั การเรียนูรเ้ พ่ือพฒั นาความูร้และทักษะ.กรุงเทพมหานคร: ดวงกมล.

บรรณานกุ รม
อจั ฉรา อินทรน์ อ้ ย. (2555). ผลการสอนโดยวูธิการจัดการเรยี นูรแ้ บบแผนท่ีความคิดที่มีผลตอ่ ผลสมั ฤทธ์ิ

ทางการเรียนวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนา วัฒนธรรมของนกั เรียนช้นั ประถมศึกษาท่ี3 โรงเรยี นสาธิต
มหาวทิ ยาลยั ศรีนครนิ ทรวโิ รฒ ประสานมติ ร(ฝ่ายประถม). รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลยั
ศรนี ครนิ ทรวิโรฒ.

14

ภาคผนวก
ภาคผนวก ก
- รายนามผู้เช่ียวชาญ

15

รายนามผู้เชี่ยวชาญ ตาแหนง่ /สถานท่ที างาน
ครโู รงเรียนบ้านนาดที ุ่งเจริญ
ที่ ชอ่ื -สกลุ ครโู รงเรียนบา้ นนาดีทงุ่ เจริญ
1 นางเพญ็ ศรี ลวดทอง ครโู รงเรยี นบ้านนาดที ุ่งเจรญิ
2 นางนุชรตั น์ ศุภลกั ษณ์
3 นางเบ็ญญทิพย์ พิมพ์สะ

16

ภาคผนวก ข
- แบบทดสอบ

17

แบบทดสอบก่อนเรียน
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

วชิ า ประวัติศาสตร์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
คาช้ีแจง 1. ข้อสอบมีทั้งหมด 20 ขอ้ 20 คะแนน

2. ใชเ้ วลาในการทาขอ้ สอบ 1 ชว่ั โมง
3. ให้นักเรียนกาเครื่องหมาย × ลงในช่อง ก ข ค ง ในกระดาษคาตอบที่เห็นว่าถูกที่สุด

เพยี งขอ้ เดียว

1. โครงการแกม้ ลงิ เป็นโครงการที่บรรเทาปัญหาดา้ นใด
ก. ปญั หาอทุ กภัย
ข. ปญั หาน้าเน่าเสีย
ค. ปัญหาความแห้งแลง้
ง. ปัญหาการพงั ทลายของดิน
2. พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ภมู ิพลอดลุ ยเดขมหาราชทรงทาพิธบี รมราชาพิเษกเม่ือใด
ก. 5 ธันวาคม พ.ศ. 2490
ข. 9 มถิ ุนายน พ.ศ. 2489
ค. 28 เมษายน พ.ศ. 2493
ง. 5 พฤศภาคม พ.ศ. 2493
3. ข้อใดไม่ใช่จดุ ประสงคข์ องโครงการแพทย์หลวงเคล่อื นทพี่ ระราชธาน
ก. ตรวจรกั ษาผู้ปว่ ย
ข. พฒั นาพ้ืนที่ทากินใหแ้ ก่ราษฎร
ค. จัดหาแหล่งนา้ ชลประทานตามพระราชดาริ
ง. ฝกึ อบรมความรพู้ ื้นฐานด้านสุขภาพแก่ชมุ ชน
4. “สมเดจ็ พระนางเจ้าสิริกติ ์ิ พระบรมราชนิ ีนาถทรงดารงตาแหน่งสภานายกิ าสภากาชาดไทย” จากขอ้ ความน้ี
เกยี่ วข้องกบั พระราชกรณียกจิ ดา้ นใด
ก. การศกึ ษา
ข. อาชพี
ค. การทหาร
ง. สาธารณสขุ

18

5. พระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอิสรภาพทเี่ มอื งใด
ก. เมอื งแกลง
ข. เมอื งแครง
ค. เมอื งจนั ทบรุ ี
ง. เมอื งเมาะตะนะ

6. สงครามครั้งสาคัญของสมเด็จพระนเรศวรคอื สงครามครัง้ ใด
ก. สงคราม 9 ทัพ
ข. สงครามชา้ งเผอื ก
ค. สงครามยุทธหัตถี
ง. สงครามเสียกรงุ ศรีอยธุ ยาครง้ั ที่ 1

7. พระนเรศวรมหาราชไปเปน็ ตัวประกนั ในสมยั กษตั ริ ยิ พ์ ระองใด
ก. พระเจา้ บุเรงนอง
ข. พระเจา้ ปตุง
ค. พระเจา้ อลองพญา
ง. พระเจ้าตะเบงชะเวตี้

8. พระยาพิชยั ดาบหกั ช่วยใครในการกู้เอกราชคืนจากพมา่
ก. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ข. สมเดจ็ เจ้าพระยามหากษตั ริยศ์ ึก
ค. สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช
ง. พระบาทสมเดจ็ พระนง่ั เกลา้ เจ้าอยูห่ ัว

9. พยาพชิ ยั ไดเ้ ปน็ เจ้าเมืองอะไร
ก. เมืองตาก
ข. เมืองตราด
ค. เมอื งพิษณุโลก
ง. เมืองพิชัย

19

10. พระยาพิชัยดาบหกั มชี ื่อเดมิ ว่า
ก. จนั
ข. จอ้ ย
ค. มกุ
ง. โม

11. ทา้ วเทพกษตั รีเดมิ ชอื่ ว่าอะไร
ก. จัน
ข. โม
ค. มุก
ง. ศรสี ทุ ร

12. ทา้ วเทพกษัตรแี ละทา้ ศรสี นุ ทรรบป้องกันเมืองใด
ก. ตรงั
ข. พัทลงุ
ค. ถลาง
ง. นครศรธี รรมราช

13. อนุสาวรีย์ชาวบ้านบางระจนั ปัจจุบันอย่ใู นจงั หวดั อะไร
ก. สระบรุ ี
ข. ชัยนาท
ค. อ่างทอง
ง. สงิ หบ์ ุรี

14. เพราะเหตุใดคา่ ยของชาวบ้านบางระจันจึงพ่ายแพแ้ ก่พม่า
ก. เกิดโรคระบาด
ข. โดนยงิ ปนื ใหญ่เข้าไปในคา่ ย
ค. ชาวบา้ นขาดความสามคั คี
ง. มีชาวบ้านเป็นไสศ้ ึกให้พม่า

20

15. ข้อใดต่อไปนีท้ ไ่ี มไ่ ดเ้ ปน็ ผ้อู ยู่ร่วมกับชาวบ้านบางระจัน
ก. นายทองแก้ว
ข. นายทองเหมน็
ค. นายสกุ ี้กอง
ง. นายจันหนวดเขีย้ ว

16. ใครเปน็ ผทู้ ี่นากองทะพม่าเมอ่ื ครง้ั ยกทัพมาตอ่ สู้กบั ชาวบ้านบางระจนั
ก. พระเจ้าปดงุ
ข. สกุ พ้ี ระนายกอง
ค. พระมหาอุปราชา
ง. เนเมียวสหี บดี

17. วีรกรรมของท้าวเทพกระษัตรีและทา้ วศสี นุ ทรเกดิ ข้นึ ในสมัยรัชกาลใด
ก. รัชกาลที่ 1
ข. รชั กาลท่ี 2
ค. รัชกาลท่ี 3
ง. รัชกาลท่ี 4

18. โครงการกังหันน้าชยั พัฒนาทรงจัดตงั้ ข้ึนมาเพ่ืออะไร
ก. เพ่อื กักเก็บน้า
ข.เพื่อระบายนา้
ค. เพอ่ื แกไ้ ขปัญหาน้าเนา่ เสยี
ง. เพอ่ื แก้ไขปญั หาความแห้งแล้ง

19. เมืองถลาง ปัจจบุ นั เป็นจงั หใดอะไร
ก. จงั หวัดชมุ พร
ข. จงั หวัดภูเกต็
ค. จังหวดั กระบี่
ง. จังหวัดระนอง

21

20. ใครท่ชี ักชวนพระยาพชิ ัยเขา้ รับราชกาล
ก. พระยาตาก
ข. เจ้าพระสุรสีห์
ค. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ง. สมเดจ็ พระยามหากษตั รยิ ์ศกึ

22

แบบทดสอบหลังเรยี น
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม

วชิ า ประวัติศาสตร์ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 3
คาชแี้ จง 1. ขอ้ สอบมีท้งั หมด 20 ข้อ 20 คะแนน

2. ใชเ้ วลาในการทาขอ้ สอบ 1 ช่ัวโมง
3. ให้นักเรียนกาเครื่องหมาย × ลงในช่อง ก ข ค ง ในกระดาษคาตอบที่เห็นว่าถูกที่สุด

เพียงขอ้ เดียว

1. โครงการแกม้ ลงิ เปน็ โครงการทบี่ รรเทาปัญหาด้านใด
ก. ปัญหาการพงั ทลายของดิน
ข. ปัญหาน้าเนา่ เสยี
ค. ปัญหาความแหง้ แลง้
ง. ปญั หาอุทกภยั

2. พระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยหู่ วั ภูมพิ ลอดลุ ยเดขมหาราชทรงทาพธิ ีบรมราชาพิเษกเม่ือใด
ก. 5 ธันวาคม พ.ศ. 2490
ข. 5 พฤศภาคม พ.ศ. 2493
ค. 28 เมษายน พ.ศ. 2493
ง. 9 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2489

3. ขอ้ ใดไมใ่ ชจ่ ุดประสงคข์ องโครงการแพทย์หลวงเคลื่อนท่พี ระราชธาน
ก. ตรวจรักษาผู้ปว่ ย
ข. พฒั นาพ้นื ทท่ี ากินให้แกร่ าษฎร
ค. ฝกึ อบรมความรพู้ น้ื ฐานดา้ นสุขภาพแก่ชมุ ชน
ง. จดั หาแหล่งน้าชลประทานตามพระราชดาริ

23

4. “สมเดจ็ พระนางเจ้าสริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชินีนาถทรงดารงตาแหน่งสภานายิกาสภากาชาดไทย” จากขอ้ ความน้ี
เก่ยี วข้องกบั พระราชกรณยี กิจด้านใด
ก. สาธารณสุข
ข. อาชพี
ค. การทหาร
ง. การศกึ ษา

5. พระนเรศวรมหาราชทรงประกาศอสิ รภาพท่ีเมืองใด
ก. เมืองแกลง
ข. เมอื งจันทบุรี
ค. เมอื งแครง
ง. เมืองเมาะตะนะ

6. สงครามครัง้ สาคญั ของสมเด็จพระนเรศวรคอื สงครามคร้งั ใด
ก. สงคราม 9 ทพั
ข. สงครามชา้ งเผือก
ค. สงครามเสียกรุงศรีอยธุ ยาครง้ั ที่ 1
ง. สงครามยทุ ธหตั ถี

7. พระนเรศวรมหาราชไปเปน็ ตัวประกันในสมยั กษัตริ ยิ ์พระองใด
ก. พระเจา้ ปตุง
ข. พระเจ้าบุเรงนอง
ค. พระเจ้าอลองพญา
ง. พระเจา้ ตะเบงชะเวตี้

24

8. พระยาพิชยั ดาบหักชว่ ยใครในการกเู้ อกราชคนื จากพมา่
ก. สมเด็จพระเจ้าตากสนิ มหาราช
ข. สมเด็จเจ้าพระยามหากษัตรยิ ศ์ ึก
ค. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
ง. พระบาทสมเดจ็ พระน่งั เกล้าเจา้ อยูห่ ัว

9. พยาพชิ ัยไดเ้ ป็นเจา้ เมอื งอะไร
ก. เมอื งตาก
ข. เมอื งตราด
ค. เมอื งพิชัย
ง. เมอื งพิษณุโลก

10. พระยาพชิ ยั ดาบหักมชี อื่ เดมิ ว่า
ก. จนั
ข. โม
ค. มุก
ง. จ้อย

11. ท้าวเทพกษตั รเี ดมิ ชอื่ ว่าอะไร
ก. โม
ข. จัน
ค. มกุ
ง. ศรีสทุ ร

12. ท้าวเทพกษัตรีและทา้ ศรีสุนทรรบป้องกันเมืองใด
ก. ถลาง
ข. พทั ลงุ
ค. ตรงั
ง. นครศรีธรรมราช

25

13. อนุสาวรียช์ าวบ้านบางระจนั ปัจจุบนั อยู่ในจังหวดั อะไร
ก. สระบุรี
ข. ชัยนาท
ค. สงิ หบ์ ุรี
ง. อา่ งทอง

14. เพราะเหตใุ ดคา่ ยของชาวบา้ นบางระจันจึงพา่ ยแพแ้ ก่พม่า
ก. เกิดโรคระบาด
ข. มีชาวบา้ นเปน็ ไสศ้ กึ ใหพ้ มา่
ค. ชาวบา้ นขาดความสามคั คี
ง. โดนยงิ ปนื ใหญเ่ ขา้ ไปในค่าย

15. ขอ้ ใดตอ่ ไปนท้ี ีไ่ มไ่ ดเ้ ป็นผอู้ ยู่ร่วมกับชาวบา้ นบางระจัน
ก. นายทองแก้ว
ข. นายสกุ ้ีกอง
ค. นายทองเหม็น
ง. นายจันหนวดเขย้ี ว

16. ใครเปน็ ผู้ทีน่ ากองทะพมา่ เมอ่ื ครั้งยกทัพมาตอ่ สู้กับชาวบา้ นบางระจนั
ก. เนเมยี วสีหบดี
ข. สุกพ้ี ระนายกอง
ค. พระมหาอุปราชา
ง. พระเจา้ ปดุง

17. วีรกรรมของทา้ วเทพกระษตั รแี ละทา้ วศสี ุนทรเกิดข้นึ ในสมยั รชั กาลใด
ก. รัชกาลที่ 4
ข. รชั กาลที่ 3
ค. รชั กาลที่ 2
ง. รชั กาลที่ 1

26

18. โครงการกงั หันน้าชยั พัฒนาทรงจัดตง้ั ขึน้ มาเพอื่ อะไร
ก. เพอื่ กกั เก็บน้า
ข. เพื่อแก้ไขปญั หานา้ เนา่ เสยี
ค. เพอื่ ระบายนา้
ง. เพ่ือแก้ไขปญั หาความแห้งแลง้

19. เมืองถลาง ปจั จุบันเป็นจงั หใดอะไร
ก. จังหวดั ชมุ พร
ข. จังหวัดกระบ่ี
ค. จังหวัดภเู กต็
ง. จงั หวัดระนอง

20. ใครท่ีชักชวนพระยาพิชัยเขา้ รบั ราชกาล
ก. สมเดจ็ พระยามหากษัตริยศ์ ึก
ข. เจ้าพระสรุ สีห์
ค. สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช
ง. พระยาตาก

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรยี น (Pre-Test)
1. ก 2. ง 3. ข 4. ง 5. ข

6. ค 7. ก 8. ค 9. ง 10. ข

11. ก 12. ค 13. ง 14. ข 15. ค

16. ง 17. ก 18. ค 19. ข 20. ก
เฉลยแบบทดสอบหลงั เรียน (Post-Test)
1. ง 2. ข 3. ค 4. ก 5. ค

6. ง 7. ข 8. ก 9. ค 10. ง

11. ข 12. ก 13. ค 14. ง 15. ข

16. ก 17. ง 18. ข 19. ค 20. ง

27

ภาคผนวก ค
- การเปรียบเทยี บคะแนนเฉลีย่ ผลสัมฤทธทิ์ างการเรยี นกอ่ นเรยี นกบั หลงั เรยี น
- การวเิ คราะห์คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น
- แบบประเมินความสอดคลอ้ งของแผนการจัดการเรยี นรู้

28

ตารางท่ี 5 ตารางแสดงการวเิ คราะห์คะแนนผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน

กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม วชิ าประวัตศิ าสตร์

เรื่อง บรรพบรุ ุษไทย ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี 3

ผลการทดสอบเรือ่ ง บุคคลสาคญั ของชาติไทย

เลขที่ ชอ่ื -สกุล ทดสอบ ทดสอบหลัง D D2
กอ่ นเรยี น เรียน
16
1 เดก็ ชาย เจษฎา จอมหงษ์ 6 10 4 16
16
2 เดก็ ชาย อภเิ ชษฐ์ กติ ยส์ ิงห์ 8 12 4 4
4
3 เด็กชาย ปกรณเ์ กียรติ สมพรมมา 10 14 4 9
4 เดก็ ชาย ณฐั ดนยั ประภสั สร 8 10 2 9
5 เด็กชาย กฤตกานต์ เผา่ หอม 9 11 2 9
16
6 เด็กชาย ภทั รภณ โสมแผว้ 7 10 3 9
9
7 เดก็ ชาย ณรงคช์ ัย ลารบุตร 8 11 3 4
9
8 เดก็ หญิง ณิชาภทั ร สสี ิทธ์ิ 11 14 3 10
9 เด็กหญิง ขวัญชนก ทานให้ 12 16 4 130
10 เด็กหญิง นัฐชาฎา ภญิ โญ 10 13 3

11 เด็กหญงิ บณุ ยานุช ชว่ งโชติ 9 12 3

12 เด็กหญิง พชิ ญาพร แก้วคา 8 10 2

13 เด็กหญงิ พัทธนนั ท์ มานุช 12 15 3
เฉลยี่ 9.07 12.15 3.07
รวม 118 158 40

29

ตารางท่ี 6 ตารางแสดงผลการเปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนก่อนเรียนกับหลังเรียน

วชิ าวิชาประวัติศาสตร์ เรื่อง บคุ คลสาคญั ของชาติไทย

ผลการทดลอง N ̅ ∑D ∑ 2 t
ก่อนเรยี น 13 9.07 40 130 14.07
หลังเรียน 13
สถิติท่ีใชใ้ นการทดสอบสมมติฐาน 12.15

t = ∑ ; df = n-1
√ ∑ 2−(∑ )2
−1

เม่อื t หมายถึง คา่ ทีที่ใช้ในการพจิ ารณา

D หมายถงึ ความแตกต่างของคะแนนแตล่ ะคู่

n หมายถึง จานวนคู่

∑ 2 หมายถงึ ผลรวมของ D แต่ละตัวยกกาลงั สอง

(∑D)2หมายถงึ ผลรวมของ D ท้ังหมดยกกาลงั สอง

t = ∑

√ ∑ 2−(∑ )2

−1

= 40

√13(130)−(40)

13−1

= 40

√16901−21600

= 40

√9120

= 40 t = 14.07

√7.5

30

แบบประเมนิ ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรียนรู้ วิชา ประวตั ิศาสตร์
ช่ือผเู้ ช่ียวชาญ นางเพญ็ ศรี ลวดทอง ตาแหน่ง ครโู รงเรยี นบ้านนาดที ่งุ เจริญ

คาชี้แจง โปรดพิจารณาและประเมินความสอดคล้องของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา ประวัติศาสตร์

โดยเขียนตวั เลขตามความคิดเหน็ ของท่าน ลงในช่องแผนการจัดการจัดการเรยี นรตู้ ามท่กี าหนดไวด้ ังน้ี

+1 หมายถึง แน่ใจว่าแผนการจดั การเรียนร้มู คี วามสอดคล้อง

0 หมายถงึ ไมแ่ น่ใจวา่ แผนการจัดการเรียนรู้มคี วามสอดคลอ้ ง

-1 หมายถึง แน่ใจว่าแผนการจดั การเรียนรู้ไมม่ ีความสอดคลอ้ ง

รายการประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรู้/

ระดบั ความคดิ เหน็

123456

ช่อื ชื่อการเรยี นรนู้ า่ สนใจ กะทัดรัด ชดั เจนครอบคลมุ เน้อื หาสาระ 111111

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด/ผลการเรยี นรู/้ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน และ 1 1 1 1 1 1

คุณลักษณะอันพงึ ประสงคม์ ีความเชือ่ มโยงกนั อย่างเหมาะสม

ความสอดคล้องของสาระสาคัญ/ความคิดรวบยอดกับมาตรฐานการเรียนรู้ 1 1 1 1 1 1

และกจิ กรรมการเรียนร/ู้ ตัวช้ีวดั /ผลการเรยี นรู้

ความสอดคล้องของสาระสาคญั /ความคิดรวบยอดกับสาระการเรียนรู้ 111111

ความเชื่อมโยงสัมพันธ์กันระหว่างช่ือหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ 1 1 1 1 1 1

ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด สาระการเรียนรู้และ

กจิ กรรมการเรียนรู้

กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ 1 1 1 1 1 1

และสาระการเรยี นรู้

กิจกรรมการเรียนรู้มีความควบคุมในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ/ 1 1 1 1 1 1

กระบวนการ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

กิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสม สามารถนาผู้เรียนไปสู่การสร้างชนิ้ งาน/ 1 1 1 1 1 1

และภาระงาน

มีการประเมินผลตามสภาพจริงและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ 1 1 1 0 1 1

ตวั ชว้ี ัด/กจิ กรรมการเรยี นรู้

ประเด็นและการประเมินสามารถสะท้อนคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการ 1 1 1 1 1 1

เรยี นร/ู้ ตัวช้วี ัด/ผลการเรียนรู้

31

ส่ือการเรียนรู้ในแต่ละกิจกรรม มีความเหมาะสมกับเวลา และสามารถนาไป 1 1 1 1 1 1

ประยุกตใ์ ชไ้ ด้จรงิ

กาหนดเวลาได้เหมาะสมกับกจิ กรรม และสามารถนาไปปฏบิ ตั ไิ ดจ้ ริง 1 111 11

ลงชอ่ื เพญ็ ศรี
(นางเพ็ญศรี ลวดทอง)
ผเู้ ชี่ยวชาญ

แบบประเมนิ ความสอดคล้องของแผนการจดั การเรยี นรู้ วชิ า ประวตั ศิ าสตร์
ช่ือผูเ้ ชี่ยวชาญ นางสาวนชุ รตั น์ ศุภลักษณ์ ตาแหนง่ ครโู รงเรยี นบ้านนาดที งุ่ เจริญ

คาช้ีแจง โปรดพิจารณาและประเมินความสอดคล้องของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา ประวัติศาสตร์

โดยเขียนตวั เลขตามความคิดเห็นของทา่ น ลงในชอ่ งแผนการจดั การจัดการเรียนรตู้ ามทกี่ าหนดไว้ดังน้ี

+1 หมายถงึ แนใ่ จวา่ แผนการจัดการเรียนรมู้ คี วามสอดคลอ้ ง

0 หมายถึง ไม่แนใ่ จวา่ แผนการจดั การเรียนรู้มีความสอดคล้อง

-1 หมายถึง แนใ่ จวา่ แผนการจดั การเรยี นรไู้ มม่ ีความสอดคลอ้ ง

รายการประเมิน แผนการจดั การเรยี นรู้/

ระดับความคดิ เห็น

123456

ชอื่ ชอื่ การเรียนรู้นา่ สนใจ กะทดั รดั ชัดเจนครอบคลมุ เน้ือหาสาระ 111111

มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้/สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น และ 1 1 1 1 1 1

คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคม์ ีความเชือ่ มโยงกนั อยา่ งเหมาะสม

ความสอดคล้องของสาระสาคัญ/ความคิดรวบยอดกับมาตรฐานการเรียนรู้ 1 1 1 1 1 1

และกิจกรรมการเรียนร/ู้ ตวั ชวี้ ดั /ผลการเรยี นรู้

ความสอดคลอ้ งของสาระสาคญั /ความคดิ รวบยอดกบั สาระการเรยี นรู้ 111111

ความเช่ือมโยงสัมพันธ์กันระหว่างชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ 1 1 1 1 1 1

ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด สาระการเรียนรู้และ

กิจกรรมการเรยี นรู้

กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ 1 1 1 1 1 1

และสาระการเรยี นรู้

32

กิจกรรมการเรียนรู้มีความควบคุมในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ/ 1 1 1 1 1 1

กระบวนการ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น และคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์

กิจกรรมการเรียนรู้มีความเหมาะสม สามารถนาผู้เรียนไปสู่การสร้างชิ้นงาน/ 1 1 1 1 1 1

และภาระงาน

มีการประเมินผลตามสภาพจริงและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ 0 1 1 1 1 1

ตัวช้วี ดั /กจิ กรรมการเรียนรู้

ประเด็นและการประเมินสามารถสะท้อนคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการ 1 1 1 1 1 1

เรยี นรู้/ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรยี นรู้

สื่อการเรียนรู้ในแต่ละกิจกรรม มีความเหมาะสมกับเวลา และสามารถนาไป 1 1 1 1 1 1

ประยุกต์ใชไ้ ดจ้ รงิ

กาหนดเวลาได้เหมาะสมกบั กิจกรรม และสามารถนาไปปฏิบัติได้จริง 1 011 11

ลงช่อื นุชรตั น์
(นางสาวนชุ รัตน์ ศุภลกั ษณ์)
ผู้เช่ยี วชาญ

แบบประเมนิ ความสอดคล้องของแผนการจัดการเรียนรู้ วิชา ประวัตศิ าสตร์
ชอื่ ผู้เช่ียวชาญ นางเบ็ญญทิพย์ พิมพ์สะ ตาแหนง่ ครูโรงเรียนบา้ นนาดีทงุ่ เจริญ

คาชี้แจง โปรดพิจารณาและประเมินความสอดคล้องของแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชา ประวัติศาสตร์

โดยเขียนตัวเลขตามความคิดเหน็ ของท่าน ลงในช่องแผนการจัดการจัดการเรียนรตู้ ามทก่ี าหนดไว้ดังน้ี

+1 หมายถึง แนใ่ จว่าแผนการจัดการเรยี นรมู้ ีความสอดคล้อง

0 หมายถงึ ไม่แน่ใจว่าแผนการจัดการเรยี นรมู้ ีความสอดคล้อง

-1 หมายถงึ แน่ใจว่าแผนการจัดการเรียนรไู้ มม่ ีความสอดคลอ้ ง

รายการประเมนิ แผนการจัดการเรยี นรู้/

ระดับความคิดเห็น

123456

ชื่อชอ่ื การเรยี นร้นู ่าสนใจ กะทัดรัด ชดั เจนครอบคลุมเนื้อหาสาระ 111111

มาตรฐานการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้/สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น และ 1 1 1 1 1 1

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคม์ ีความเชื่อมโยงกนั อยา่ งเหมาะสม

33

ความสอดคล้องของสาระสาคัญ/ความคิดรวบยอดกับมาตรฐานการเรียนรู้ 1 0 1 1 1 1

และกิจกรรมการเรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั /ผลการเรียนรู้

ความสอดคล้องของสาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอดกบั สาระการเรียนรู้ 111111

ความเช่ือมโยงสัมพันธ์กันระหว่างชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ 1 1 1 1 1 1

ตัวชี้วัด/ผลการเรียนรู้ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด สาระการเรียนรู้และ

กิจกรรมการเรยี นรู้

กิจกรรมการเรียนรู้สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวช้ีวัด/ผลการเรียนรู้ 1 1 1 1 1 1

และสาระการเรียนรู้

กิจกรรมการเรียนรู้มีความควบคุมในการพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ทักษะ/ 1 1 1 1 1 1

กระบวนการ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน และคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์

กจิ กรรมการเรียนรมู้ ีความเหมาะสม สามารถนาผู้เรียนไปสู่การสร้างชิน้ งาน/ 1 1 1 1 1 0

และภาระงาน

มีการประเมินผลตามสภาพจริงและสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้/ 1 1 0 1 1 1

ตัวช้วี ัด/กิจกรรมการเรยี นรู้

ประเด็นและการประเมินสามารถสะท้อนคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการ 1 1 1 1 1 1

เรยี นร/ู้ ตวั ช้ีวดั /ผลการเรียนรู้

ส่ือการเรียนรู้ในแต่ละกิจกรรม มีความเหมาะสมกับเวลา และสามารถนาไป 1 1 1 1 1 1

ประยุกต์ใช้ไดจ้ ริง

กาหนดเวลาได้เหมาะสมกบั กจิ กรรม และสามารถนาไปปฏิบตั ิได้จริง 1 011 11

ลงช่อื เบ็ญญทิพย์
(นางเบญ็ ญทิพย์ พมิ พ์สะ)
ผู้เชยี่ วชาญ

สรุปผลคณุ ภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ จากการตรวจพิจารณาโดยผู้เชี่ยวชาญ 34

รายการ ความคดิ เห็นของผเู้ ชีย่ วชาญโดยเฉล่ยี ∑ IOC
( ̅ ) ( ̅ )
แผนการจัดการเรยี นรู้ คนที่ 2 คนที่ 3
คนท่ี 1 2.91 0.97
2.65 0.88
1 0.91 1 1 2.91 0.97
2.91 0.97
2 0.91 0.91 0.83 31
2.91 0.97
3 11 0.91 2.88 0.96

4 0.91 1 1

5 11 1

6 11 0.91

รวม 5.73 5.91 5.65

35

ภาคผนวก ง
- แผนการจดั การเรยี นรู้

แผนการจัดการเรียนรูท้ ่ี 1 36
สาระการเรียนรู้ ประวตั ิศาสตร์
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 3 เรื่อง บรรพบรุ ุษไทย ชั้น ประถมศึกษาปีท่ี 3
สอนครัง้ นีเ้ รอื่ ง พระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ ัว เวลา 6 ชว่ั โมง
เวลา 1 ชั่วโมง
ภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช

มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชวี้ ดั
มาตรฐาน ส 4.3 เข้าใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วฒั นธรรม ภูมปิ ัญญาไทย มีความรัก ความภูมใิ จ

และธารงความเป็นไทย
ตัวชีว้ ดั ป.3/2 อธิบายพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ในรัชกาลปัจจุบัน

โดยสงั เขป
สาระสาคัญ

การศึกษาพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช พระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรีทที่ รงเป็นพระมหากษัตริย์ท่ีบาเพ็ญประโยชน์ต่อพสกนิกร
ชาวไทยเปน็ ระยะเวลายาวนานมา 60 กว่าปี

จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1) อธิบายพระราชประวตั ิของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช (K)
2) จาแนกพระราชกรณียกจิ ที่สาคญั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หวั ภมู ิพลอดลุ ยเดช-มหาราช (P)
3) เหน็ คุณคา่ และความจงรักภักดตี ่อสถาบนั พระมหากษัตริย์ไทย (A)
สมรรถนะสาคัญ

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามรถในการแก้ปญั หา
คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มคี วามรับผดิ ชอบ
4. มีจติ สาธารณะ
สาระการเรยี นรู้

37

 พระราชประวัติและการบาเพ็ญพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิ
พลอดลุ ยเดชมหาราช

กจิ กรรมการเรยี นรู้
ข้ันท่ี 1 ข้นั นนา
1. ครูให้นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น เรื่องบรรพบุรษุ ไทย
2. ใหน้ ักเรยี นร่วมกนั ศกึ ษาพระราชกรณยี กจิ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ ัวภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช
โดยครแู บ่งนกั เรยี นออกเป็น 4 กล่มุ ให้ทาการศกึ ษาค้นควา้ ข้อมูลเกีย่ วกับพระราชกรณยี กจิ
อันเนื่องมาจากโครงการในพระราชดาริ ดังนี้
กลุม่ ที่ 1 ศกึ ษาพระราชกรณียกจิ โครงการส่วนพระองค์
กลมุ่ ท่ี 2 ศกึ ษาพระราชกรณยี กิจโครงการหลวง
กลมุ่ ที่ 3 ศึกษาพระราชกรณียกิจโครงการในพระบรมราชานุเคราะห์
กลุ่มท่ี 4 ศึกษาพระราชกรณยี กจิ โครงการตามพระราชดาริ
โดยใหน้ ักเรยี นยกตวั อยา่ งโครงการท่ตี นเองรู้จกั หรอื ทาการศึกษาออกนาเสนอใหเ้ พือ่ นฟัง
หน้าช้นั เรยี น
ข้ันที่ 2 สอน
3. จบการนาเสนอ ครใู หน้ กั เรยี นตอบคาถาม ดงั นี้

 โครงการอนั เนื่องจากพระราชดาริของในหลวงที่นักเรียนรู้จักและควรนาไปปฏิบัติให้เกิด
ประโยชน์แก่ตนเองมีอะไรบ้าง

ครสู รปุ คาตอบของนกั เรยี นเป็นแผนภาพ

โครงการฟื้นฟพู ืน้ ท่ีบนดอยสงู โครงการพฒั นาแหลง่ นา้

โครงการสวนจิตรลดา โครงการใน โครงการแกป้ ัญหาจราจร
พระราชดาริของ โครงการเศรษฐกิจพอเพียง

ในหลวง

โครงการเกษตรทฤษฎีใหม่

38

จากนั้นให้นักเรียนร่วมกันศึกษาแผนภาพและครูอธิบายถึงแต่ละโครงการที่นักเรียนยกตัวอย่างมาจบ
แล้วครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล-อดุลยเดช ให้
นักเรยี นเข้าใจมากย่งิ ข้นึ

ข้นั ท่ี 3 ขนั้ สรปุ
4. ให้นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรุปความรู้ ดงั นี้

 พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพล-อดุลยเดช
มหาราชมีความสาคัญควรค่าแก่การศึกษาและปฏิบัติตามเพื่อสร้างความสุขความเจริญให้
เกดิ แกต่ นเองและประเทศชาติ

5. ครใู ห้นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคิดเห็น โดยครูใชค้ าถามท้าทาย ดงั นี้
 นักเรียนจะนาพระราชกรณียกจิ ของในหลวงนาไปใช้ปฏบิ ัติในชีวิตประจาวันของ
ตนเองอยา่ งไร

ส่อื และแหล่งเรียนรู้
1. ภาพพระบรมฉายาลกั ษณ์ รชั กาลที่ 9
2. การนาเสนอของกลุ่มนกั เรียน

39

การวดั และการประเมิน

สิ่งที่วดั /ประเมนิ วธิ วี ดั /ประเมิน เครอ่ื งมอื วดั /ประเมิน เกณฑว์ ัด/การประเมนิ

อธบิ ายพระราชประวตั ิ - การตอบคาถาม - คาถามของครูผูส้ อน ไดค้ ะแนนร้อยละ 60
ขึ้นไป
ของพระบาทสมเด็จพระ

เจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลย

เดชมหาราช (K)

จาแนกพระราชกรณียกิจ - สังเกตพฤติกรรมการ - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
การทางานรายบคุ คล เกณฑ์
ทสี่ าคัญของ ทางานรายบคุ คล - แบบสังเกตพฤตกิ รรม
การทางานกลุม่
พระบาทสมเด็จพระ - สังเกตพฤติกรรมการ

เจ้าอยู่หัวภูมพิ ลอดลุ ย ทางานกลมุ่

เดช-มหาราช (P)

เห็นคณุ คา่ และความ - สงั เกตความมวี นิ ยั รัก - แบบประเมิน ระดบั คุณภาพ 2 ผ่าน
จงรักภักดีต่อสถาบัน ความเปน็ ไทย ใฝ่เรียนรู้ คุณลกั ษณะอันพงึ เกณฑ์
พระมหากษัตริย์ไทย (A) มุ่งมัน่ ในการทางาน และมี ประสงค์
จติ สาธารณะ

40

บตั รภาพ

41

แบบสังเกตพฤติกรรม การทางานรายบุคคล

ช่ือ............................................................................................................................ชั้น..............................

คาชีแ้ จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี  ลงในชอ่ ง
ท่ีตรงกับระดบั คะแนน

ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 การแสดงความคิดเห็น
2 การยอมรบั ฟงั ความคดิ เหน็ ของผู้อืน่
3 การทางานตามหนา้ ทท่ี ีไ่ ด้รับมอบหมาย
4 ความมนี ้าใจ
5 การตรงต่อเวลา

รวม

ลงชอ่ื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ

............../.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 1 คะแนน
12 - 15 ดี

8 - 11 พอใช้

ต่ำกวำ่ 8 ปรบั ปรงุ

42

แบบสงั เกตพฤตกิ รรม การทางานกลมุ่

คาชีแ้ จง : ให้ ผสู้ อน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี  ลงในชอ่ ง
ที่ตรงกบั ระดับคะแนน

การแกไ้ ข

ลาดับ ช่อื -สกุล ความ การแสดง การรบั ฟงั ความตั้งใจ ปญั หา/ รวม
ที่ ของผู้รับการประเมนิ รว่ มมอื กัน ความคดิ เห็น ความคิดเห็น ทางาน หรือ 15
ทากิจกรรม ปรบั ปรุง คะแนน
321 ผลงานกลุ่ม

321321321 321

ลงชอื่ ...................................................ผปู้ ระเมนิ

............../.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ
ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน 12 - 15 ดี

8 - 11 พอใช้

ต่ำกว่ำ 8 ปรบั ปรงุ

43

แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

คาช้ีแจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด  ลงในชอ่ ง
ทต่ี รงกบั ระดับคะแนน

คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงคด์ ้าน 321

1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมื่อไดย้ ินเพลงชาติ และบอกความหมายของเพลงชาตไิ ด้

กษัตรยิ ์ 1.2 ปฏิบตั ติ นตามสิทธิหน้าที่

1.3 เข้าร่วมกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน และปฏิบัติตนเพ่ือ
สรา้ งความสามคั คี ปรองดองในหมูเ่ พอ่ื น

1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาท่ตี นนับถือตามหลักของศาสนา

1.5 เข้าร่วมกิจกรรมท่ีเก่ียวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามท่ีโรงเรียน
และชุมชนจัดข้ึน

2. ซอื่ สตั ย์ สุจริต 2.1 ให้ขอ้ มลู ที่ถูกตอ้ ง และเป็นจรงิ

2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ทาตามสัญญาท่ีตนให้ไว้กับพ่อแม่ หรือ
ผ้ปู กครอง

2.3 ปฏบิ ัติต่อผูอ้ น่ื ด้วยความซื่อตรง

3. มีวนิ ัย 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว
รบั ผดิ ชอบ และโรงเรียน มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆ
ในชีวติ ประจาวนั

4. ใฝเ่ รียนรู้ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาวา่ งให้เปน็ ประโยชน์ และนาไปปฏบิ ัติได้

4.2 รู้จักจัดสรรเวลาใหเ้ หมาะสม

4.3 เช่ือฟังคาสงั่ สอนของบิดา มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง

4.4 ตั้งใจเรียน

4.5 ปรบั ปรุงตนเองในขอ้ ผดิ พลาด

5. อยู่อยา่ ง 5.1 ใช้ทรัพยส์ ินและสงิ่ ของของโรงเรยี นอยา่ งประหยดั
พอเพียง 5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรียนอยา่ งประหยัดและรคู้ ณุ คา่

5.3 ใชจ้ ่ายอยา่ งประหยัดและมีการเก็บออมเงิน


Click to View FlipBook Version