ก
บทสรปุ
นวัตกรรมทางการนิเทศทางการศึกษาท่ีสร้างข้ึนน้ีมีวัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนารูปแบบการนิเทศ
โรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชนและทดลองใช้รูปแบบการนิเทศ
ท่ีพัฒนาข้ึน กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รับการนิเทศ จานวน 3 โรงเรียน ได้มาโดยการสมัครใจ ประกอบด้วย (1)
ครูผู้สอน จานวน 55 คน เคร่ืองมือที่ใช้วิจัย คือแบบทดสอบวัดความรู้ (2) ครูผู้สอน ผู้อานวยการโรงเรียน
และเจ้าของโรงเรียน จานวน 72 คน เคร่ืองมือที่ใช้วิจัย คือ แบบสอบถามวัดความพึงพอใจ ข้อมูลนามา
วิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที ผลการวิจัยปรากฏ ดังน้ี 1. ผลการ
พฒั นารูปแบบการนิเทศประกอบด้วย (1) หลักการ คือ ผู้รับการนิเทศเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการ
ลงมือปฏบิ ัตจิ ริง ร่วมคิด รว่ มทา แลกเปลี่ยนความคดิ เหน็ กับผ้ทู ี่เกี่ยวข้องสร้างเป็นชมุ ชนแห่งการเรียนรู้ (2)
วตั ถุประสงค์ คอื พัฒนาความรู้ในการจัดทาหลักสูตรรายวชิ าและทกั ษะการนาหลกั สูตรไปใช้ในช้ันเรยี น (3)
กระบวนการของรูปแบบ มี 8 ขั้นตอน คือ ขั้นท่ี 1 การให้ความรู้ ขั้นท่ี 2 การฝึกปฏิบัติทักษะย่อย ข้ันท่ี 3
การฝึกปฏิบัติกรณีศึกษา ข้ันที่ 4 การให้ข้อมูลป้อนกลับ ข้ันที่ 5 การสร้างแนวทางพัฒนาตนเอง ขั้นท่ี 6
การวางแผนการนิเทศ ข้ันที่ 7 การนิเทศตามแผน มี 4 ขั้น คือ (7.1) การสร้างบรรยากาศท่ีดี (7.2) การใช้
คาถามเชิงบวก (7.3) การชี้แนะแนวทางแก้ปัญหา (7.4) การให้ดูตัวอย่างของจริง ขั้นท่ี 8 การสรุปผลการ
นิเทศ 2. ผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศ พบว่า รูปแบบการนิเทศที่พัฒนาข้ึนมีประสิทธิภาพระหว่าง
กระบวนการกับหลังกระบวนการ 91.78/89.20 เปอร์เซ็นต์ ผู้รับการนิเทศมีคะแนนเฉลี่ยหลังการอบรมสูง
กว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 ความพึงพอใจต่อรูปแบบการนิเทศท่ีพฒั นาขึน้ อยู่ใน
ระดับ “มากทส่ี ดุ ”
ข
คำนำ
รายงานผลการพัฒนานวัตกรรมทางการนิเทศการศึกษา : รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนา
การพัฒนาหลักสตู รระดับช้ันเรียนสาหรบั โรงเรียนเอกชน โครงการวิจัยพัฒนาโรงเรียนแกนนาการบริหาร
จัดการหลักสูตรสถานศึกษาระดับการศึกษาข้ันพื้นฐานน้ี จัดทาขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนาข้อค้นพบท่ีได้
จากการพัฒนานวัตกรรมนาไปใช้ให้เกิดประสิทธิภาพในทางปฏิบัติ และเผยแพร่ผลของการใช้นวัตกรรมเพื่อ
นาไปใชป้ ระโยชน์ทางการศึกษาต่อไป
คณะผู้จัดทาหวังเป็นอย่างย่ิงว่า รายงานผลการพัฒนานวัตกรรมทางการนิเทศการศึกษาเล่มนี้
จะเป็นประโยชนอ์ ย่างมากต่อผู้บริหารและผ้ทู ี่มีส่วนเก่ยี วข้องทุกระดับในการนาผลการพัฒนานวัตกรรมนี้
ไปส่งเสรมิ พัฒนาคุณภาพงานตามนโยบายและจุดเนน้ ของกระทรวงศึกษาธกิ ารระดบั จังหวดั ให้ยัง่ ยืนต่อไป
ดนภุ ัค เชาวศ์ รกี ลุ
บรรณาธิการ
กลุ่มนเิ ทศ ติดตาม และประเมินผล
สานักงานศกึ ษาธิการจังหวดั อุบลราชธานี
เมษายน 2564
ค
สารบญั
หน้า
บทสรปุ ................................................................................................................................ ก
คานา................................................................................................................................... ข
สารบัญ................................................................................................................................ ค
สารบัญตาราง...................................................................................................................... ง
สารบัญภาพ ....................................................................................................................... จ
บทที่
1
1 บทนา....................................................................................................................... 1
ความเป็นมาและความสาคญั ของปญั หา.................................................................... 3
วัตถุประสงค์............................................................................................................... 3
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ............................................................................ ............. 3
ขอบเขตของการศึกษา.......................................................................................... ..... 4
นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ ...................................................................................................... 5
5
2 การพัฒนานวัตกรรม............................................................................................... 6
แนวคิดทฤษฏีทใ่ี ช้...................................................................................................... 9
ขนั้ ตอนการดาเนินงาน .............................................................................................. 10
ผลงานหรอื นวัตกรรมทไ่ี ด้ ......................................................................................... 10
10
3 การทดลองใช้นวตั กรรม.......................................................................................... 17
รูปแบบการทดลอง………………………………………………………………………………………… 18
วิธกี ารทดลอง............................................................................................................. 19
26
4 ผลการทดลองใชน้ วัตกรรม…………………………………………………………………………… 26
ผลการพฒั นารูปแบบการนิเทศ.................................................................................. 27
ผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศ............................................................................. 28
29
5 สรปุ อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ........................................................................ 31
สรปุ ผล........................................................................................................................ 32
อภิปรายผล.................................................................................................... ............. 34
ข้อเสนอแนะ................................................................................................... ............. 38
44
บรรณานุกรม....................................................................................................................... 47
ภาคผนวก............................................................................................................................
ภาคผนวก ก รายนามผ้เู ช่ยี วชาญ………………....................................................................
ภาคผนวก ข การหาคุณภาพของเครื่องมอื .......................................................................
ภาคผนวก ค หนังสือราชการทีเ่ กี่ยวข้อง...........................................................................
ภาคผนวก ง เครื่องมือท่ีใชใ้ นการศึกษา............................................................................
คณะผู้จดั ทา.........................................................................................................................
ง
สารบญั ตาราง
หน้า
ตารางท่ี
4.1 ผลการหาค่าประสิทธิภาพระหว่างกระบวนการกับหลังกระบวนการและประสิทธิผล
ของการเรียนรู้............................................................................................................. 19
4.2 ผลการเปรียบเทียบความแตกต่างของคะแนนเฉล่ียก่อนการอบรมและหลังการอบรม
ของผู้รับการนิเทศ...................................................................................................... 22
4.3 ผลการวัดความพึงพอใจของผู้รับการนิเทศต่อการใช้รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนา
การพัฒนาหลกั สูตรระดบั ช้นั เรียนสาหรับโรงเรยี นเอกชน............................................... 22
จ
สารบัญภาพ
หน้า
ภาพที่
2.1 ภาพจาลองของรปู แบบการนเิ ทศโรงเรยี นแกนนาการพัฒนาหลกั สูตรระดับช้ันเรยี น.... 9
3.1 ตวั อย่างแบบประเมนิ กระบวนการใช้รปู แบบการนเิ ทศ.................................................. 11
3.2 ตวั อยา่ งแบบทดสอบและประเมินแบบทดสอบ.............................................................. 12
3.3 ตวั อย่างแบบประเมินผลการใช้รปู แบบการนเิ ทศ........................................................... 14
4.1 รูปแบบการนเิ ทศโรงเรยี นแกนนาการพัฒนาหลกั สูตรระดบั ชนั้ เรยี น……………………….. 18
1
บทท่ี 1
บทนำ
ควำมเป็นมำและควำมสำคญั ของปัญหำ
การพัฒนาคนไทยเพื่อให้มีความพร้อมท่ีจะรับมือกับสภาวการณ์การเปล่ียนแปลง จากกระแส
โลกาภิวัตน์และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสภาวการณ์การเปล่ียนแปลงท้ังภายนอก
และภายในประเทศได้บ่งชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยต้องเผชิญกับกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษใหม่
ที่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ซับซ้อนและคาดการณ์ได้ยาก ในขณะท่ีผลการจัดการศึกษาของประเทศในทุกระดับ
ยังคงมีปัญหาท้ังในด้านคุณภาพของคนไทยที่ผู้เรียนและผู้สาเร็จการศึกษาระดับต่างๆ ยังมีผลสัมฤทธิ์ทาง
การศึกษา คุณลักษณะ และทักษะอยู่ในระดับที่ยงั ไม่น่าพึงพอใจ และกาลังแรงงานของประเทศที่มีสมรรถนะ
ไม่สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน รวมท้ังสภาพสังคมและเศรษฐกิจท่ีมีการแข่งขันอย่างเสรี
ไร้พรมแดนในกระแสการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด และไร้ขีดจากัดของเทคโนโลยีดิจิทัลท่ีสามารถเช่ือม
ท้ังโลกให้เป็นหน่ึงเดียว ปัจจัยเหล่านี้ล้วนนามาซ่ึงการเปลี่ยนแปลงค่านิยม วิถีชีวิต รูปแบบเศรษฐกิจและ
ปฏิสัมพันธ์ของคนในสังคมไทย ทั้งนี้ การจัดการศึกษาจึงจาเป็นต้องเตรียมความพร้อมให้กับคนทุกช่วงวัย
ได้สามารถดารงชีวิตในสังคมท่ีมีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วให้มีการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ ซ่ึงถือเป็น
พันธกิจสาคญั รว่ มกันของรฐั และทุกภาคสว่ นทเ่ี กี่ยวขอ้ งเพ่ือสร้างและพัฒนาพลเมืองทมี่ ีคุณภาพ มีคณุ ธรรม
จริยธรรม มีทักษะและคุณลักษณะพื้นฐานของพลเมืองไทย และสมรรถนะที่จาเป็นในศตวรรษท่ี 21
เพราะว่าการศึกษาเป็นเครื่องมือที่สาคัญในการสร้างคน สร้างสังคม และสร้างชาติ ดังนั้น กระทรวงศึกษาธิการ
จงึ ได้กาหนดนโยบายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมีแผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2560-2579 ท่ีใช้
เป็นกรอบทิศทางการจัดการศึกษาของประเทศซึ่งแผนการศึกษาแห่งชาติฉบับน้ีมีเจตนารมณ์ที่จะขับเคล่ือน
ภายใต้วิสัยทัศน์ “คนไทยทุกคนได้รับการศึกษาและเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ และดารงชีวิตอย่าง
เป็นสุข สอดคล้องกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการเปล่ียนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21”
ในส่วนการขับเคลอ่ื นแผนการศึกษาแห่งชาติไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมน้ัน กระทรวงศึกษาธิการได้ใช้วิธี
สร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้ท่ีเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนได้ตระหนักเห็นถึงความสาคัญ และพร้อมเข้าร่วมผลักดัน
แผนการศึกษาแห่งชาติสู่การปฏิบัติจริง รวมทั้งการสร้างช่องทางให้ประชาชนมีโอกาสแสดงความคิดเห็น
และมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาอย่างกวา้ งขวางท้ังระดับนโยบายและระดับพ้ืนที่ (สานกั งานเลขาธิการสภา
การศึกษา 2560 : 1,67,75-76) ซึ่งแนวทางการขับเคล่ือนแผนการศึกษาแห่งชาติสู่การปฎิบัติระดับภูมิภาคน้ัน
กระทรวงศึกษาธิการได้กาหนดให้มีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาระดับสานักงาน
ศึกษาธกิ ารภาค และกาหนดภารกิจให้กับสานักงานศึกษาธิการจังหวัดติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการ
จัดการศึกษา และการนิเทศการศึกษางานตามนโยบายและจุดเน้นของกระทรวงศึกษาธิการ โดยการรวบรวม
ข้อมูลสารสนเทศท่ีเกิดจากการมอบหมายหน้าท่ีความรับผิดชอบให้กับศึกษานิเทศก์ ปฏิบัติการนิเทศตาม
แผนการนิเทศในพื้นท่ีระดับอาเภอหรือสังกัดที่รับผิดชอบทั้งมิติรายสังกัด อาเภอ และตามนโยบาย สาหรับ
นาผลการนิเทศตามแผนมาจัดทาข้อมลู สารสนเทศเพื่อใช้ประโยชน์ในการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผล
การจัดการศึกษา และการนิเทศการศึกษา รวมทง้ั ใช้ค้นควา้ และวิจยั พัฒนานวัตกรรมทางการนิเทศการศึกษา
และรายงานผลต่ อคณ ะกรรมการศึ กษาธิ การจั งหวั ดและส านั กงานศึ กษาธิ การภาค ให้ ความเห็ นและ
2
ข้อเสนอแนะเพื่อนาไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาระดับจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป (สานักงาน
ศึกษาธิการจงั หวดั อุบลราชธานี 2563 : 2)
การพัฒนาคุณภาพการศึกษา มีกระบวนการสาคัญเพื่อให้เกิดการบรรลุเป้าหมายของการจัด
การศึกษา 3 กระบวนการ คือ กระบวนการบริหาร กระบวนการเรียนการสอน และกระบวนการนิเทศ
การศึกษา ซ่ึงเป็นภารกิจหลักสาคัญของหน่วยงานทางการศึกษา สถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้องทุกภาคส่วน
ท่ีต้องเข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน การบริหาร และมีส่วนรับผิดชอบด้วยกัน (สุรัฐ ศิลปอนันต์ 2543 :
21) สาหรับสถานศึกษาที่ดาเนินการจัดการเรียนรู้ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานน้ัน กระทรวงศึกษาธิการได้
ประกาศให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 เป็นกรอบทิศทางในการพัฒนา
คุณภาพผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีสากล
ซ่ึงหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานดังกล่าวน้ีใช้แนวคิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน กาหนดให้มาตรฐาน
การเรียนรู้ซึ่งมีตัวช้ีวัดระบุถึงส่ิงที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผู้เรียนเม่ือสาเร็จ
การศึกษาขั้นพ้ืนฐาน อย่างไรก็ตามจากการศึกษาสภาพปัญหาของการจัดการศึกษาข้ันพื้นฐานท่ีเกิดจากผล
การใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา โดยได้จากรายงานผลการวิจัยของหน่วยงาน
และองค์กรที่เก่ียวข้องกับหลักสูตรและการใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พบว่า หลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานมีข้อดีในหลายประการ เช่น กาหนดเป้าหมายการพัฒนาไว้ชัดเจน มีความ
ยืดหยุ่นเพียงพอให้สถานศึกษาบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้ สาหรับปัญหาที่พบส่วนใหญ่เกิดจาก
การนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานไปสู่การปฏิบัติในสถานศึกษาและห้องเรียน (สานักวิชาการ
และมาตรฐานการศึกษา 2562 : 1) ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัยการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียนท่ีอิง
มาตรฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช 2551 พบว่า ครูผู้สอนยังขาดความรู้ใน
การจัดทาหลักสูตรระดับชั้นเรียน (รุ่งทิวา จันทน์วัฒนาวงษ์ 2559 : 156) และรายงานผลการนิเทศการศึกษา
ด้านการบริหารจัดการหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ในโรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานของ
ปที ี่ผ่านมาพบปัญหาท่ีจาเป็นตอ้ งแก้ไขอยา่ งเร่งดว่ น คอื ครูผสู้ อนส่วนใหญ่ใช้คู่มอื ครแู ละหนังสือเรียนจาก
สานักพิมพ์เป็นหลักแทนการใช้หลักสูตรรายวิชา (สานักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี 2562 : 4) ดังน้ัน
สภาพปัญหานี้จึงส่งผลถึงคุณภาพผู้เรียนทั้งด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ
ทักษะท่ีจาเป็นในศตวรรษท่ี 21 ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นน้ี การนาหลักสูตรรายวิชาไปสู่การปฏิบัติใน
ชั้นเรียน จึงมีความสาคัญและความจาเป็นอย่างย่ิงต่อการทางานของครูผสู้ อนทเี่ ป็นผู้มีบทบาทในการพัฒนา
ผู้เรียนโดยตรง ดังนั้น จึงต้องหาแนวทางในการพัฒนาครูผู้สอนเพ่ือสร้างความรู้ ความเข้าใจในการจัดทา
หลักสูตรรายวิชาและทักษะการนาหลักสูตรไปใช้ในห้องเรียน ซึ่งสัมพันธ์กับผลการวิจัยการพัฒนาตัวชี้วัด
ประสิทธิภาพการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า ครูผู้สอนต้องมีความรู้ในการ
จัดทาหลักสูตรรายวิชาและทักษะการนาหลักสูตรไปใช้ (สานักงานเลขาธิการสภาการศึกษา 2561 : 194-
195) โดยมีนวัตกรรมทางการนิเทศการศึกษาท่ีช่วยให้ผู้รับการนิเทศเกิดการประยุกต์ใช้องค์ความรู้ในการ
จัดทาหลักสูตรรายวิชาและทักษะการนาหลักสูตรไปใช้ในช้ันเรียนได้ดีท่ีสุด เนื่องจากเป็นรูปแบบการนิเทศท่ี
เกิดจากการวิเคราะห์สภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการที่ตรงกับสภาพจริง ทาให้รูปแบบการนิเทศ
ตอบสนองต่อความต้องการของผู้รับการนิเทศมากที่สุด เพราะว่าผู้รับการนิเทศเกิดประสบการณ์ในการ
เรียนรู้และทักษะรวมทั้งได้รับการนิเทศแบบช้ีแนะพัฒนางานหลังการอบรมจากศึกษานิเทศก์ ทาให้สามารถ
ประยกุ ต์ใช้องคค์ วามร้ใู นการจดั ทาหลักสูตรรายวชิ าเพ่ือนาไปสู่การจดั การเรียนรู้ในห้องเรียน
3
วตั ถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียน
เอกชน
2. เพ่ือทดลองใช้รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียนสาหรับ
โรงเรียนเอกชน
ประโยชน์ท่คี ำดวำ่ จะได้รบั
1. ครูผู้สอนมีความรู้ในการจัดทาหลักสูตรรายวิชาและทักษะการนาหลักสูตรไปใช้ในชั้นเรียน
เพ่ือพัฒนาให้ผเู้ รียนมีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ทีก่ าหนดไว้ในหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน
2. สร้างเครือข่ายการเรียนรู้การนาหลักสูตรรายวิชาไปใช้ในช้ันเรียนระดับโรงเรียน ระดับพ้ืนที่
และระดับจังหวัด
3. ได้นวัตกรรมทางการศึกษาในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนที่จัดการศึกษา
ข้ันพ้ืนฐาน เช่น รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียน หลักสูตรการฝึกอบรม
เร่ือง การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน และคู่มือการนิเทศเร่ือง การพัฒนาหลักสูตร
รายวิชาเพอื่ นาไปสกู่ ารปฏิบตั ิในช้ันเรยี น
ขอบเขตของกำรศึกษำ
1. ขอบเขตด้านตัวแปร
1.1 ประชากร คือ โรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อุบลราชธานี จานวน 88 โรงเรียน
1.2 กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รับการนิเทศ จานวน 3 โรงเรียน ได้มาโดยการสมัครใจ ประกอบด้วย
(1) ครูผู้สอน จานวน 55 คน เคร่ืองมือที่ใช้เก็บข้อมูล คือ แบบทดสอบวัดความรู้ (2) ครูผู้สอน ผู้อานวยการ
โรงเรียน และเจ้าของโรงเรียน จานวน 72 คน เคร่ืองมือท่ีใช้เก็บข้อมูล คือ แบบสอบถามวัดความพึงพอใจ
ซึ่งผู้วิจัยได้กาหนดเกณฑ์การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง ดังนี้ (1) โรงเรียนต้องสมัครใจเข้าร่วมโครงการวิจัยและ
สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากร (2) โรงเรียนมีผู้บริหารที่มีภาวะผู้นาทางวิชาการ (3) โรงเรียน
มคี รผู ู้สอนท่จี บคณะศึกษาศาสตรห์ รือครุศาสตร์และมีประสบการณ์ในการสอนต้ังแต่ 2 ปีขน้ึ ไป
1.3 ตัวแปรทศ่ี กึ ษา ดงั น้ี
1. ตวั แปรอิสระ คือ รูปแบบการนเิ ทศโรงเรยี นแกนนาการพฒั นาหลักสูตรระดับชนั้ เรยี น
2. ตัวแปรตาม คือ ประสิทธิผลของรูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตร
ระดบั ชัน้ เรยี น
2. ระเบียบวิธีการวจิ ัยที่ใช้ คือ การวิจยั เชิงพัฒนาแบบก่ึงทดลอง (Quasi-Experimental Research)
แบบ Pretest-Posttest Nonrandomized Design (ธีรวุฒิ เอกะกุล 2555 : 59) ซึ่งใช้การทดสอบค่าทีแบบ
กลุ่มไม่อิสระ (Dependent Samples t-test) (ทรงศักด์ิ ภูสีอ่อน 2556 : 145) ด้านเน้ือหา คือ การพัฒนา
หลักสูตรรายวิชา และระยะเวลาการศึกษา คือ ปีการศึกษา 2563 ตามแบบแผนการวิจัย (ธีรวุฒิ เอกะกุล
2555 : 59) ดงั นี้
X จุดประ แสดงว่า แต่ละกลมุ่ อาจไมเ่ ทา่ เทียมกนั ตัง้ แต่ก่อนทดลอง
-------------- เพราะเป็นกลมุ่ ทไ่ี มเ่ กดิ จากวธิ ีการสุ่มเขา้ กลุ่มแบบสมบูรณ์
4
นิยำมศัพทเ์ ฉพำะ
1. รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียน หมายถึง แบบแผนของ
การนิเทศการศึกษาที่แสดงความสัมพันธ์กันภายในอย่างเป็นระบบระหว่างทฤษฎีการเรียนรจู้ ากประสบการณ์
การนิเทศการศึกษา การนิเทศแบบช้ีแนะ และการนิเทศแบบมีส่วนร่วม ผสมผสานเช่ือมโยงเข้าด้วยกันทาให้
เห็นถึงภาพรวมของแนวทางการดาเนินงานการพัฒนาผู้รับการนิเทศให้มีความรู้ในการจัดทาหลักสูตร
รายวชิ าและทักษะการนาหลกั สตู รไปใช้อยา่ งมีประสิทธิผล
2. โรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียน หมายถึง โรงเรียนเอกชนท่ีมีการพัฒนา
หลักสูตรรายวิชาโดยการใช้รูปแบบการนิเทศที่ผู้วิจัยพัฒนาข้ึน ทาใหโ้ รงเรียนมีความโดดเด่นเป็นแบบอยา่ งท่ีดี
(Best Practice) และเปน็ แหลง่ ศกึ ษา แบง่ ปันองค์ความรู้ให้กับโรงเรียนอื่น ๆ ทั้งระดับพ้นื ที่และระดับจังหวัด
3. ประสิทธิผลของรูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียน หมายถึง
ผลคะแนนท่ีได้จากการสอบถามความคิดเห็นของผู้รับการนิเทศต่อการใช้รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนา
การพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียน ประกอบด้วย 3 ด้าน คือ การบริหารจัดการหลักสูตรรายวิชา การพัฒนา
หลกั สตู รรายวิชา และการนาหลกั สูตรรายวชิ าไปใช้
4. โรงเรียนเอกชน หมายถึง สถานศึกษาของเอกชนท่ีจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สังกัดสานักงาน
ศึกษาธิการจังหวดั อบุ ลราชธานี
5. ผู้นิเทศ หมายถึง ผู้วิจัยซึ่งเป็นศึกษานิเทศก์ กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผล สานักงาน
ศกึ ษาธกิ ารจังหวดั อุบลราชธานี
6. ผู้รับการนิเทศ หมายถึง ครูผู้สอน ผู้อานวยการโรงเรียน และเจ้าของโรงเรียนเอกชนที่เป็นกลุ่ม
ตวั อย่างการวิจยั
5
บทท่ี 2
การพฒั นานวตั กรรม
รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน
ซึง่ เป็นนวตั กรรมทางการนเิ ทศการศึกษามีรายละเอยี ดในการพฒั นานวตั กรรม ดังนี้
แนวคิดทฤษฎีท่ีใช้
ผู้วิจัยได้ศึกษาแนวคิดหรือทฤษฎีจากเอกสาร ตารา วารสาร งานวิจัย บทความวิชาการและ
สื่อสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ที่เก่ียวข้อง แล้วจึงกาหนดกรอบแนวคิดหรือทฤษฎี เพ่ือศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์ให้ได้
ประเดน็ ในการนาไปสู่การพัฒนาผู้รับการนิเทศ ดังนี้
1. แนวคิดการพัฒนาหลักสูตรรายวิชา เป็นการดาเนินงานของครูผู้สอนเริ่มต้นจากการนา
คาอธิบายรายวิชาในแต่ละวิชาท้ังวิชาพ้ืนฐานและวิชาเพ่ิมเติมไปจัดทาเป็นโครงสรา้ งรายวิชา ซึ่งรายวิชาแต่ละ
รายวิชานั้นประกอบด้วย หน่วยการเรียนรู้หลายหน่วยที่ได้วางแผนการจัดแบ่งเน้ือหาสาระ และเวลา
ให้ครอบคลุมหน่วยการเรียนรู้ แล้วจึงนามาจัดทาแผนการจัดการเรียนรู้เพ่ือพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐานกาหนดไว้ โดยครูผู้สอนต้องคานึงถึงการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น
สาคัญ ความแตกต่างระหว่างบุคคล พัฒนาการทางสมอง คุณธรรมจริยธรรม ใช้ส่ือการเรียนรู้ แหล่งการ
เรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถ่ิน และเครือข่ายการเรียนรู้ที่หลากหลาย มีการวัดและประเมินผล พร้อมนาผลที่ได้
ไปใช้เป็นข้อมูลเพ่ือพัฒนาปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ให้เกิดคุณภาพสูงสุดต่อผู้เรียน ทั้งนี้ สถานศึกษา
จะต้องมีการส่งเสริมและสนับสนุนการนาหลักสูตรสถานศึกษาไปใช้ เช่น การพัฒนาบุคลากร การสนับสนุน
งบประมาณ การทางานแบบมีส่วนร่วม การส่งเสริมทางวิชาการ และการนิเทศ ติดตามการใช้หลักสูตร ซ่ึง
เป็นปัจจัยสาคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ และเป้าหมายท่ีโรงเรียนกาหนดไว้
ในวิสยั ทัศนข์ องหลกั สูตรสถานศึกษา
2. แนวคิดการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ เป็นการดาเนินการจัดการศึกษาในหน่วยงาน
ของรัฐหรือเอกชน ซ่ึงผู้บริหารสถานศึกษาต้องเป็นผู้นาทางวชิ าการและใช้หลกั ธรรมาภิบาลบูรณาการเข้ากับ
งานด้านต่าง ๆ ได้แก่ งานวิชาการ งานงบประมาณ งานบริหารงานบุคคล และงานบริหารท่ัวไป เพื่อให้การ
ดาเนินงานของสถานศึกษาบรรลุตามเป้าหมายในการจัดการศึกษาของสถานศึกษา โดยมีปัจจัยสาคัญใน
การนาสถานศึกษาไปสู่ความสาเร็จอย่างย่ังยืน ได้แก่ การบรหิ ารโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน และการบริหาร
แบบมีสว่ นรว่ ม
3. แนวคิดการพัฒนารูปแบบ (Model) เป็นภาพจาลองของความคิดท่ีมีลักษณะเป็นนามธรรม
ทถ่ี ่ายทอดออกมาเป็นรูปธรรม ซ่ึงแสดงความสอดคล้องสัมพันธ์กนั ภายในโดยใช้ส่ืออย่างหลากหลายเพ่ือทา
ให้เข้าใจได้ง่ายและสามารถนาไปใช้เป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาได้จริง ซึ่งองค์ประกอบที่สาคัญของรูปแบบ
คือ มโนทัศน์ โดยการสร้างรูปแบบนั้นจะมีหลักเกณฑ์การสร้างท่ีแตกต่างกันข้ึนอยู่กับวัตถุประสงค์หรือ
การนาเอาไปใช้ ซ่ึงการประเมินรูปแบบก็ไมส่ ามารถใช้กระบวนการหรอื วิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งได้ต้องใช้
วิธีการประเมินแบบบูรณาการ คือ กระบวนการเชิงพินิจ และกระบวนการเชิงประจักษ์ เพื่อให้ได้ผลการ
ประเมนิ ทถ่ี กู ตอ้ ง เท่ียงตรง และเชื่อถือได้
4. แนวคิดทฤษฎีท่ีใช้เป็นพื้นฐานในการพัฒนารูปแบบการนิเทศ มี 4 แนวคิด คือ (1) แนวคิด
การเรียนรู้จากประสบการณ์ เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง โดยมีประสบการณ์เดิมของ
6
บุคคลเป็นพื้นฐานแล้วนาไปเช่ือมโยงกับประสบการณ์ใหม่ทาให้ผู้เรียนได้มีโอกาสในการแสดงความคิดเห็น
ใช้เหตุผลเชิงอุปนัย ทางานเป็นกลุ่มกับบุคคลอ่ืน มีการสะท้อนความคิดในการแสวงหาคาตอบและตอบ
คาถามได้ด้วยตนเอง เพื่อให้สามารถนาไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างเป็นองค์ความรู้ใหม่ (2)
แนวคิดการนิเทศการศึกษา เป็นการให้คาแนะนาและช่วยเหลือสถานศึกษาในการพัฒนาคุณภาพการทางาน
ของครูและบุคลากรภายในสถานศึกษา เพ่ือยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ซึ่งหลักการนิเทศ
การศึกษามุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศแบบประชาธิปไตยเพ่ือรับฟังความคิดเห็นของผู้รับการนิเทศ ตลอดจน
การหารือแลกเปล่ียนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เนื่องจากการนิเทศการศึกษาเป็นกระบวนการทางานร่วมกัน
ระหว่างผู้นิเทศ ผู้บริหาร และผู้รับการนิเทศ โดยผู้นิเทศควรศึกษาและเลือกใช้กิจกรรมการนิเทศแต่ละ
ประเภทให้เหมาะสมกับการนิเทศแต่ละครั้ง และใช้กระบวนการนิเทศการศึกษาท่ีมีขั้นตอนการดาเนินงาน
อย่างต่อเนื่องกันเป็นระบบเพ่ือให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับการนิเทศ ท้ังนี้ บทบาทของผู้นิเทศจะต้องเป็น
ผู้มีความรอบรู้อย่างรอบด้านเก่ียวกับงานของสถานศึกษา รวมท้ังพฤติกรรมของบุคคลและองค์การตลอดจน
มีเจตคติที่ดีและเป็นกัลยาณมิตรต่อผู้รับการนิเทศ (3) แนวคิดการนิเทศแบบช้ีแนะ เป็นเทคนิคที่ใช้ในการ
พัฒนาบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการแนะนาหรือเรียนรู้ขณะปฏิบัติงานจาก
ผู้ชานาญการ (Coach) และ (4) แนวคิดการนิเทศแบบร่วมพัฒนา คือ กระบวนการนิเทศการศึกษาที่สร้าง
ปฏิสัมพันธ์ทางการนิเทศระหว่างผู้บริหารสถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ และครู เพื่อมุ่งแก้ปัญหาและพัฒนาการ
เรียนการสอน โดยใช้การนิเทศการสอนเป็นหลักบนพ้ืนฐานของสัมพันธ์ภาพแห่งการร่วมคิด ร่วมทา พ่ึงพา
ช่วยเหลือ และจริงใจต่อกันระหว่างผู้นิเทศกับผู้รับการนิเทศ เพื่อปรับปรุงพัฒนาการจัดการเรียนการสอน
ร่วมกนั และมกี ารใหข้ ้อมลู ป้อนกลับ ซง่ึ จะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างย่ังยืน
ข้นั ตอนการดาเนนิ งาน
ขั้นตอนการดาเนินงานในการพัฒนารูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับ
ชั้นเรียนสาหรบั โรงเรยี นเอกชน มี 2 ขน้ั ดงั นี้
ข้ันตอนท่ี 1 การพัฒนารูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียน
สาหรับโรงเรียนเอกชน กลุ่มเป้าหมาย คือ (1) ผู้เชี่ยวชาญ จานวน 5 คน (2) ครูผู้สอน จานวน 38 คน ได้มา
โดยวิธกี ารเลอื กแบบเจาะจง มีรายละเอียด ดังน้ี
1. การศึกษาข้อมูลพ้ืนฐาน ผู้วิจัยได้ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานด้านการบริหาร
จัดการหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้ท่ีได้จากรายงานผลการนิเทศการศึกษาในโรงเรียนเอกชนที่จัด
การศกึ ษาขั้นพื้นฐานของปีที่ผ่านมาพบปัญหาท่ีจาเป็นต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ ครูผู้สอนส่วนใหญ่ใช้คู่มือครู
และหนังสอื เรียนจากสานักพิมพเ์ ป็นหลักแทนการใชห้ ลักสูตรรายวิชา
2. การศึกษาแนวคิดหรือทฤษฎีจากเอกสาร ตารา วารสาร งานวิจัย บทความวิชาการและ
สื่อสิ่งพิมพอ์ ื่น ๆ ที่เกยี่ วขอ้ ง ดงั นี้
2.1 แนวคิดเก่ียวกับการนิเทศการศึกษา ได้แก่ หลักการนิเทศการศึกษา กระบวนการ
นิเทศการศึกษา กิจกรรมการนิเทศการศึกษา และบทบาทของผนู้ เิ ทศกับการนิเทศการศึกษา
2.2 แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตรรายวิชา ได้แก่ ความสาคัญของหลักสูตร
สถานศึกษา การบริหารจัดการหลักสูตรระดับสถานศึกษา การนาหลักสูตรสถานศึกษาสู่การจัดการเรียนรู้
และการดาเนนิ การจัดทาหลกั สตู รระดบั ชัน้ เรยี น
7
2.3 แนวคิดเกี่ยวกับการบริหารสถานศึกษาสู่ความเป็นเลิศ ได้แก่ งานการบริหาร
สถานศึกษา บทบาทของผู้บริหารสถานศึกษา การบริหารโดยใช้สถานศึกษาเป็นฐาน และการบริหารแบบ
มสี ว่ นรว่ ม
2.4 แนวคิดเก่ียวกับการพัฒนารูปแบบ (Model) ได้แก่ ความหมายของรูปแบบ
ประเภทของรปู แบบ องค์ประกอบของรปู แบบ กระบวนการสร้างรูปแบบ และการประเมินรูปแบบ
2.5 แนวคิดที่นามาใช้ในการพัฒนารูปแบบการนิเทศ ได้แก่ ทฤษฏีการเรียนรู้จาก
ประสบการณ์ การนิเทศการศึกษา การนเิ ทศแบบชี้แนะ และการนิเทศแบบมีสว่ นรว่ ม
3. การกาหนดกรอบแนวคิดหรือทฤษฎี เพ่ือศึกษาวิเคราะห์และสังเคราะห์ให้ได้ประเด็นใน
การนาไปสู่การพัฒนาผรู้ ับการนิเทศ
4. การสรา้ งองคป์ ระกอบของรูปแบบการนิเทศ
ผู้วิจัยนาประเด็นที่สังเคราะห์ได้จากแนวคิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ การนิเทศ
การศึกษา การนิเทศแบบช้ีแนะ และการนิเทศแบบร่วมพัฒนา ไปสู่การกาหนดเป็นองค์ประกอบของรูปแบบ
การนิเทศ มี 4 องคป์ ระกอบ คือ หลักการ วตั ถปุ ระสงค์ กระบวนการ และการประเมินของรูปแบบ แล้วจึงนา
องค์ประกอบดังกล่าวข้างต้นมาสร้างความสัมพันธ์กันโดยการเขียนรายละเอียดประกอบของรูปแบบการ
นิเทศ ดังนี้
องค์ประกอบท่ี 1 หลักการของรูปแบบการนิเทศ ผู้วิจัยเขียนหลักการของรูปแบบ
การนิเทศจากสาระที่สังเคราะห์ได้มาจากแนวคิดที่ใช้เป็นพ้ืนฐานในการพัฒนารูปแบบ มี 3 ประการ คือ (1)
หลักการด้านการเรียนรู้ด้วยตนเอง ผู้รับการนิเทศเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการลงมือปฏิบัติจริง (2)
หลักการด้านการเรียนรู้จากคนอื่น ผู้รับการนิเทศจะได้รับการกระตุ้นให้เกิดการร่วมคิด ร่วมทาระหว่าง
ผู้นิเทศกับเพ่ือนครูและผู้ที่มีส่วนเก่ียวข้อง (3) หลักการด้านการทางานเป็นทีม ผู้รับการนิเทศจะได้รับการ
ส่งเสริมให้ทางานโดยใช้กระบวนการกลุ่มสร้างเป็นชมุ ชนแห่งการเรยี นรู้
องค์ประกอบท่ี 2 วัตถุประสงค์ของรปู แบบการนิเทศ ผู้วิจัยกาหนดวัตถุประสงค์ของ
รูปแบบการนิเทศโดยการวิเคราะห์ข้อมูลพ้ืนฐานด้านการบริหารจัดการหลักสูตรและกระบวนการเรียนรู้จาก
รายงานผลการนิเทศการศึกษาในโรงเรียนเอกชนที่จัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานของปีท่ีผ่าน ซ่ึงวัตถุประสงค์ของ
รูปแบบการนิเทศจึงเป็นลักษณะของเป้าหมายท่ีต้องการให้เกิดข้นึ กับผู้รับการนิเทศ คือ การพัฒนาความรู้ใน
การจดั ทาหลกั สตู รรายวิชาและทักษะการนาหลักสตู รไปใช้ในชั้นเรียน
องค์ประกอบท่ี 3 กระบวนการของรปู แบบการนิเทศ ผู้วิจัยกาหนดกระบวนการของ
รูปแบบการนิเทศเป็นข้ันตอนการเรียนรู้อย่างต่อเน่ือง โดยกาหนดกิจกรรมหลักในแต่ละข้ันตอนของ
กระบวนการสอดคล้องกับหลักการและวัตถุประสงค์ของรูปแบบการนิเทศ มี 8 ข้ันตอน ดังนี้ ขั้นท่ี 1 การให้
ความรู้ โดยผู้นิเทศบรรยายประกอบการสาธิต ข้ันท่ี 2 การฝึกปฏิบัติทักษะย่อย โดยผู้รับการนิเทศได้ฝึก
ปฏิบัตทิ างานด้วยตนเอง ขน้ั ที่ 3 การฝึกปฏิบัติกรณศี ึกษา โดยผรู้ ับการนิเทศได้ฝึกปฏิบัติทางานเป็นกลมุ่ ตาม
สถานการณ์ที่กาหนด ขั้นท่ี 4 การให้ข้อมูลป้อนกลับ โดยผู้นิเทศและเพ่ือนครูแนะนาเพิ่มเติมหลังจากผู้รับ
การนิเทศส้ินสุดการนาเสนอผลงาน ขั้นที่ 5 การสร้างแนวทางพัฒนาตนเอง โดยผู้รับการนิเทศลงมือปฏิบัติ
จัดทาหลักสูตรรายวิชาเพื่อนาไปใช้พัฒนาผู้เรียน ขั้นท่ี 6 การวางแผนการนิเทศ โดยผู้นิเทศและผู้รับการ
นิเทศร่วมกันวางแผนงาน ขั้นท่ี 7 การนิเทศตามแผน มี 4 ข้ัน คือ 7.1) การสร้างบรรยากาศที่ดี 7.2) การใช้
คาถามเชงิ บวก 7.3) การช้ีแนะแนวทางแก้ปญั หา 7.4) การให้ดูตวั อย่างของจริง ขั้นท่ี 8 การสรปุ ผลการนิเทศ
โดยผู้นิเทศและผรู้ บั การนเิ ทศรว่ มกนั สะท้อนผลการทางาน
8
องคป์ ระกอบที่ 4 การประเมินของรูปแบบการนิเทศ ผู้วิจัยกาหนดเน้ือหาการประเมิน
ของรูปแบบการนิเทศจากการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศท่ีมีต่อกลุ่มเป้าหมาย
ในสภาพจริงและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการใช้รูปแบบการนิเทศ โดยมุ่งการประเมินท้ังกระบวนการใช้รูปแบบ
การนเิ ทศ (การประเมินประสทิ ธภิ าพ) และผลท่ีเกิดขึน้ จากการใช้รูปแบบการนิเทศ (การประเมินประสทิ ธิผล)
ซง่ึ การประเมินประสิทธิภาพ คือ การใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและเกดิ ประโยชน์ค้มุ คา่ และการประเมิน
ประสิทธิผล คือ ผลที่เกิดข้ึนจากการใช้รูปแบบการนิเทศ รวมทั้งการประเมินผลกระทบ คือ ความพึงพอใจ
ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องท่ีมีต่อรูปแบบการนิเทศ ซึ่งกรอบประเด็นการประเมินของรูปแบบการนิเทศ มี 3 ด้าน
คือ การบริหารจัดการหลักสูตรรายวิชา การพัฒนาหลักสูตรรายวิชา และการนาหลักสูตรรายวิชาไปใช้
เพื่อจะได้ทราบว่า รูปแบบการนิเทศท่ผี ู้วิจัยสร้างข้ึนน้ีสามารถนาไปใช้แกไ้ ขปัญหาได้จริงตามวัตถุประสงค์
ที่กาหนดไว้
5. การสร้างเอกสารประกอบรูปแบบการนิเทศ ผู้วิจัยได้สร้างเอกสารประกอบรูปแบบ คือ
คู่มือรูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน (เอกสาร
หมายเลข 7/2564) เพ่ือใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนงานวิจัยสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากน้ี
ผู้วิจัยยังได้สร้างสื่อประกอบการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศ คือ หลักสูตรการฝึกอบรมเรื่อง การพัฒนา
หลักสูตรรายวิชาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เอกสารหมายเลข 20/2563) เพื่อใช้เป็นสื่อประกอบการอบรม
ซึ่งจะช่วยให้ผู้รบั การนเิ ทศไดใ้ ชเ้ ปน็ เอกสารอา้ งอิงในการลงมือปฏิบัติจริง และคมู่ ือการนิเทศเร่ือง การพัฒนา
หลักสูตรรายวิชาเพื่อนาไปสู่การปฏิบัติในชั้นเรียน (เอกสารหมายเลข 23/2563) เพื่อใช้เป็นส่ือประกอบการ
นเิ ทศ ติดตามผลหลงั สิน้ สดุ การอบรม
6. การตรวจสอบรูปแบบการนิเทศ ผู้วิจัยส่งเอกสารประกอบรูปแบบการนิเทศไปให้
ผู้เช่ียวชาญหรือผู้ทรงคุณวุฒิตรวจสอบความสอดคล้องสัมพันธ์กันในองค์ประกอบแต่ละส่วนของรูปแบบ
การนิเทศ ซึ่งผู้เช่ียวชาญมีท้ังหมด จานวน 5 ท่าน ประกอบด้วย 1.1) ผู้เชี่ยวชาญด้านการวัดและประเมินผล
เป็นผู้ท่ีจบการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือปฏิบัติหน้าที่สอนในสถาบันอุดมศึกษาจานวน 1 ท่าน 1.2)
ผู้เชี่ยวชาญด้านการนิเทศการศึกษา เป็นผู้ที่จบการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือปฏิบัติหน้าท่ีสอนใน
สถาบันอุดมศึกษา จานวน 1 ท่าน 1.3) ผู้เช่ียวชาญด้านหลักสูตรและการสอน เป็นผู้ท่ีจบการศึกษาระดับ
ปริญญาเอกหรือปฏิบัติหน้าท่ีสอนในสถาบันอุดมศึกษา จานวน 2 ท่าน 1.4) ผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหาร
สถานศึกษา เป็นผู้ท่ีจบการศึกษาระดับปริญญาเอกหรือปฏิบัติหน้าที่ตาแหน่งผู้อานวยการสถานศึกษา
จานวน 1 ท่าน ดังนี้ (1) ศาสตราจารย์ ดร.กฤษมันต์ วฒั นาณรงค์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (2) รองศาสตราจารย์ ดร.ธูปทอง กว้างสวาสด์ิ คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภูมิพงษ์ จอมหงษ์พิพัฒน์ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัย
ราชภัฏอุบลราชธานี (4) ดร.สาวิตรี เถาว์โท คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี (5) ร.ต.ต.
ดร.วีระวัฒน์ พิณโท ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านพิณโทซึ่งเป็นผู้แทนสานักงานคณะกรรมการส่งเสริม
การศึกษาเอกชนในคณะกรรมการศึกษาธกิ ารจงั หวัดอบุ ลราชธานี
ขั้นตอนท่ี 2 การทดลองใช้รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับ
ชัน้ เรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน มี 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 การพฒั นาความรแู้ ละฝึกทักษะก่อนการนิเทศใน
สถานการณ์จาลอง โดยใช้วิธีการอบรมเชิงปฏิบัติการในห้องประชุม มีหลักสูตรการอบรมจานวน 2 วัน
และระยะที่ 2 การนิเทศพัฒนาทักษะในสถานการณ์จริง โดยใชว้ ิธกี ารนเิ ทศแบบช้แี นะพัฒนางานหลังการ
อบรมในโรงเรียน
9
ผลงานหรอื นวัตกรรมทไี่ ด้
1. การศกึ ษาและวิเคราะห์ข้อมูลพืน้ ฐานดา้ น รูปแบบการนเิ ทศโรงเรยี นแกนนาการพัฒนา
การบริหารจัดการหลกั สูตรและกระบวน หลักสตู รระดบั ชนั้ เรยี นสาหรบั โรงเรียนเอกชน
การเรยี นรู้
2. การศึกษาแนวคิดทฤษฎที ี่เกี่ยวข้องและ หลกั การ
กาหนดแนวคดิ ทฤษฎพี ้ืนฐานในการพัฒนา
รูปแบบการนิเทศ ผรู้ ับการนิเทศเป็นผูส้ รา้ งความรู้ดว้ ยตนเองโดยการลง
2.1 แนวคดิ การนเิ ทศการศกึ ษา มอื ปฏบิ ตั จิ ริง รว่ มคดิ รว่ มทา แลกเปลยี่ นความคดิ เหน็
2.2 แนวคิดการพฒั นาหลักสูตรรายวชิ า กับผ้ทู เี่ ก่ยี วข้องสร้างเปน็ ชุมชนแหง่ การเรยี นรู้
2.3 แนวคิดการบริหารสถานศกึ ษาสคู่ วามเป็นเลิศ
2.4 แนวคิดการพฒั นารปู แบบ (Model) วัตถุประสงค์
2.5 แนวคิดการนเิ ทศแบบชี้แนะ
2.6 แนวคิดการนิเทศแบบมีสว่ นรว่ ม เพ่อื พัฒนาความรูใ้ นการจดั ทาหลกั สูตรรายวชิ าและ
ทักษะการนาหลกั สตู รไปใช้ในชัน้ เรียน
2.7 ทฤษฎกี ารเรยี นรจู้ ากประสบการณ์
เน้ือหา : การพัฒนาหลกั สูตรรายวชิ า
รูปแบบการนเิ ทศโรงเรยี นแกนนาการพฒั นา
หลักสตู รระดับชัน้ เรยี นสาหรบั โรงเรยี นเอกชน กระบวนการ
ระยะท่ี 1 การพัฒนาความรู้และฝกึ ทกั ษะกอ่ น
หลกั การ
การนิเทศในสถานการณ์จาลอง
วัตถปุ ระสงค์ 1. การให้ความรู้
2. การฝึกปฏิบตั ทิ กั ษะยอ่ ย
เน้อื หา 3. การฝกึ ปฏิบัติกรณศี ึกษา
4. การใหข้ ้อมูลปอ้ นกลับ
กระบวนการ ระยะท่ี 1 5. การสรา้ งแนวทางพัฒนาตนเอง
ระยะท่ี 2 ระยะที่ 2 การนเิ ทศพฒั นาทักษะในสถานการณจ์ รงิ
1.การเรยี นรู้จากประสบการณ์ 6. การวางแผนการนิเทศ
2.การนเิ ทศการศึกษา 7. การนิเทศตามแผน มี 4 ขั้น
3.การนเิ ทศแบบช้แี นะ
4.การนิเทศแบบมสี ่วนรว่ ม 7.1 การสรา้ งบรรยากาศทีด่ ี
7.2 การใช้คาถามเชงิ บวก
การประเมิน 7.3 การชแ้ี นะแนวทางแกป้ ัญหา
7.4 การให้ดูตวั อย่างของจริง
8. การสรุปผลการนเิ ทศ
การประเมนิ
1.กระบวนการใชร้ ูปแบบ 2.ผลการใชร้ ูปแบบ
ภาพที่ 2.1 ภาพจาลองของรูปแบบการนิเทศโรงเรยี นแกนนาการพฒั นาหลกั สตู รระดบั ช้นั เรียน
10
บทที่ 3
การทดลองใช้นวตั กรรม
การทดลองใช้รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียน
เอกชน มรี ายละเอยี ด ดงั น้ี
รปู แบบการทดลอง
ผู้วิจัยได้ดาเนินการวิจัยตามรูปแบบของการวิจัยเชิงพัฒนาแบบกึ่งทดลอง (Quasi-Experimental
Research) แบบ Pretest-Posttest Nonrandomized Design (ธีรวุฒิ เอกะกุล 2555 : 59) ซึ่งใช้การทดสอบ
ค่าทีแบบกลุ่มไม่อิสระ (Dependent Samples t-test) (ทรงศักด์ิ ภูสีอ่อน 2556 : 145) ตามแบบแผนการวิจัย
(ธีรวฒุ ิ เอกะกุล 2555 : 59) ดังน้ี
X จุดประ แสดงวา่ แตล่ ะกลุม่ อาจไมเ่ ท่าเทียมกันต้ังแต่ก่อนทดลอง
_________ เพราะเป็นกลุม่ ทไ่ี มเ่ กิดจากวิธกี ารสมุ่ เขา้ กลุ่มแบบสมบรู ณ์
วธิ ีการทดลอง
การทดลองใช้รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียน มี 2 ระยะ คือ
ระยะที่ 1 การพัฒนาความรู้และฝึกทักษะก่อนการนิเทศในสถานการณ์จาลอง ระยะที่ 2 การนิเทศพัฒนา
ทกั ษะในสถานการณ์จรงิ มีรายละเอยี ด ดังนี้
1. กล่มุ เปา้ หมาย
1.1 ประชากร คือ โรงเรียนเอกชนท่ีจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สังกัดสานักงานศึกษาธิการ
จงั หวัดอบุ ลราชธานี จานวน 88 โรงเรยี น
1.2 กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รับการนิเทศ จานวน 3 โรงเรียน ได้มาโดยการสมัครใจ ประกอบด้วย
(1) ครูผู้สอน จานวน 55 คน เคร่ืองมือที่ใช้เก็บข้อมูล คือ แบบทดสอบวัดความรู้ (2) ครูผู้สอน ผู้อานวยการ
โรงเรียน และเจ้าของโรงเรียน จานวน 72 คน เคร่ืองมือท่ีใช้เก็บข้อมูล คือ แบบสอบถามวัดความพึงพอใจ
ซึ่งผู้วิจัยได้กาหนดเกณฑ์การคัดเลือกกลุ่มตัวอย่าง ดังนี้ (1) โรงเรียนต้องสมัครใจเข้าร่วมโครงการวิจัยและ
สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการพัฒนาบุคลากร (2) โรงเรียนมีผู้บริหารท่ีมีภาวะผู้นาทางวิชาการ และ (3) โรงเรียน
มคี รูผสู้ อนทีจ่ บคณะศึกษาศาสตร์หรือครุศาสตร์และมีประสบการณ์ในการสอนตั้งแต่ 2 ปีขน้ึ ไป
2. ตวั ปรท่ใี ช้ในการศึกษา
2.1 ตัวแปรอิสระ คอื รปู แบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสตู รระดับชนั้ เรยี น
2.2 ตัวแปรตาม คือ ประสิทธิผลของรูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตร
ระดับช้นั เรียน
3. เครอื่ งมือท่ใี ชแ้ ละการสร้างเคร่ืองมือ
เครื่องมือท่ีใช้เก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินกระบวนการใช้รูปแบบการ
นิเทศ แบบประเมินแบบทดสอบ แบบประเมนิ ผลการใชร้ ูปแบบการนิเทศ โดยมรี ายละเอียดในการดาเนินการ
สร้าง ดังน้ี
11
3.1 การสร้างแบบประเมนิ กระบวนการใช้รปู แบบการนิเทศ ดังนี้
1) ศึกษาเอกสารท่ีเกยี่ วขอ้ ง จากนัน้ รวบรวมข้อความเก่ยี วกบั สงิ่ ท่ปี ระเมิน แลว้ จึง
กาหนดโครงสร้างเน้ือหาของแบบประเมินกระบวนการใช้รูปแบบการนิเทศ ประกอบด้วย หลักการ
วัตถปุ ระสงค์ กระบวนการ และการประเมินของรูปแบบ
2) ศึกษาวิธีสร้างแบบประเมินจากตาราและแบบประเมินของคนอ่ืน ๆ ที่วิจัยใน
เรื่องท่ีคล้ายคลึงกัน แล้วจึงลงมือเขียนแบบประเมินฉบับร่าง จานวน 10 ข้อ ตามโครงสร้างเนื้อหาและ
รปู แบบที่กาหนดไว้ ดังตัวอยา่ งตอ่ ไปน้ี
ความคิดเห็น
รายการ เห็นดว้ ย ไมแ่ น่ใจ ไม่เหน็ ด้วย
(+1) (0) (-1)
1. รูปแบบการนิเทศแสดงถึงความสัมพันธ์กันภายในอย่างเป็นระบบ
ระหวา่ งสงิ่ ตา่ งๆ ทีเ่ ก่ียวขอ้ งกบั การนิเทศการศกึ ษา
2. หลักการของรูปแบบการนิเทศแสดงถึงแนวคิดหลักที่วิเคราะห์และ
สงั เคราะห์มาจากแนวคดิ ทฤษฎที ่เี กีย่ วขอ้ ง
3. วัตถุประสงค์ของรูปแบบการนิเทศแสดงถึงเป้าหมายท่ีต้องการ
ใหเ้ กดิ ข้ึนแก่ผูร้ บั การนิเทศที่เช่ือมโยงกับหลักการของรูปแบบ
4. เนื้อหาสาระในรปู แบบการนิเทศสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้จรงิ
5. กระบวนการของรูปแบบการนิเทศได้จัดลาดับเป็นข้ันตอนต่อเนื่อง
เช่ือมโยงกบั หลกั การและวตั ถุประสงคข์ องรปู แบบ
ภาพที่ 3.1 แสดงตวั อย่างแบบประเมินกระบวนการใช้รูปแบบการนเิ ทศ
3) นาแบบประเมินกระบวนการใช้รูปแบบการนิเทศไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาความ
สอดคล้องระหว่างองค์ประกอบในแต่ละส่วนของรูปแบบการนิเทศ ความเที่ยงตรงของเนื้อหา ความเหมาะสม
ด้านความถูกต้องของการนาไปใช้ ความครบถว้ นสมบูรณ์ และความพร้อมท่ีจะนาไปใช้จริง
4) แบบประเมินกระบวนการใช้รูปแบบการนิเทศน้ี มีเกณฑ์ในการกาหนดความหมาย
คะแนนความคดิ เหน็ และเกณฑ์การตดั สินคุณภาพ (รตั นะ บัวสนธ์. 2556 : 82) ดงั น้ี
เกณฑ์การกาหนดความหมายคะแนน ดงั นี้
คะแนน 1 หมายถึง เหน็ ด้วยกบั ข้อความในข้อคาถามน้ี
คะแนน 0 หมายถงึ ไม่แนใ่ จวา่ ข้อความในข้อคาถามเปน็ จริง
คะแนน +1 หมายถงึ คดิ วา่ ข้อความในข้อคาถามนน้ั ไม่เปน็ จรงิ
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
ค่าดชั นคี วามสอดคล้องความคดิ เหน็ ของผ้เู ชยี่ วชาญท่ีมีต่อรายการในข้อคาถาม
แตล่ ะข้อต้องมคี ่ามากกว่าหรือเท่ากับ .50 ขนึ้ ไปจงึ จะถือว่า รปู แบบการนเิ ทศมีคุณภาพ
3.2 การสร้างแบบทดสอบและแบบประเมนิ แบบทดสอบ
1) ศกึ ษาวิธสี ร้างแบบทดสอบและแบบประเมนิ แบบทดสอบจากตาราและแบบประเมิน
ของคนอนื่ ๆ ทวี่ จิ ยั ในเร่ืองทคี่ ลา้ ยคลงึ กัน
12
2) ศึกษาวิธีเขียนข้อสอบ และหลักการในการเขียนข้อคาถามเพ่ือนามาเป็นหลัก
ในการเขียนข้อสอบ กาหนดเนื้อหาและพฤติกรรมที่ต้องการวัด แล้วจึงสรา้ งขอ้ คาถามแบบเลือกตอบชนิด 4
ตัวเลือก จานวน 30 ข้อ และตรวจทานข้อสอบ เช่น ความถูกต้องของข้อสอบแต่ละข้อว่าวัดในเนื้อหาตามที่
กาหนดไว้หรือไม่ ภาษาที่ใช้เขียนมีความชัดเจนเข้าใจง่ายหรือไม่ ตัวถูกตัวลวงเหมาะสมหรือไม่ ดังตัวอย่าง
ตอ่ ไปน้ี
จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม ขอ้ สอบ ระดับความคิดเหน็
54321
1.มคี วามรู้ความเข้าใจ 1. ข้อใดคือเป้าหมายการจดั การเรยี นรู้ตาม
ในมาตรฐานการเรยี นรู้ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน
และตัวช้ีวดั ของกลมุ่ สาระ พุทธศักราช 2551
การเรยี นรทู้ ่ีเปลี่ยนแปลง ก. สาระการเรียนรู้แกนกลาง
(ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. 2560) ข. มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชวี้ ดั
ตามหลักสูตรแกนกลาง ค. คุณลักษณะอันพึงประสงค์
การศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน ง. คา่ นยิ ม 12 ประการ
พทุ ธศักราช 2551 2. มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชีว้ ดั
(ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ.2560) ข้อใดไม่ถูกต้อง
ก. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์และ
วิทยาศาสตร์ ม.ปลาย ยังคงแยกออกเป็น
รายวชิ าพื้นฐานกบั รายวิชาเพิ่มเติม ตาม
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551
ข. ยา้ ยสาระท่ี 2 และสาระท่ี 3 (เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสอื่ สาร) จากกลุ่มสาระ
การเรยี นรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยี
มารวมกับกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
ค. ปรับมาตรฐานและตัวชีว้ ัดสาระภมู ิศาสตร์
โดยเนน้ การร้เู ร่อื งภมู ิศาสตร์ (Geo – Literacy)
ง. กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละ
คณติ ศาสตร์ไมม่ ีการลดทอนเน้อื หาและการปรับ
เลอื่ นเน้ือหาระหวา่ งชัน้ รวมถึงการเพ่มิ เน้อื หา
ใหม่
ภาพท่ี 3.2 แสดงตัวอย่างแบบทดสอบและแบบประเมนิ แบบทดสอบ
3) นาข้อสอบทัง้ หมดมาพมิ พ์เป็นแบบทดสอบฉบับทดลอง โดยจัดพิมพค์ าชี้แจงหรือ
คาอธิบายวิธีทาแบบทดสอบไวท้ ป่ี กของแบบทดสอบอยา่ งละเอยี ดและชดั เจน
13
4) นาแบบทดสอบฉบับทดลองส่งไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาความสอดคล้อง
ระหว่างข้อสอบกับจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ความเที่ยงตรงของเน้ือหา ความเหมาะสมด้านความถกู ต้องของ
การนาไปใช้ ความครบถว้ นสมบูรณ์ และความพรอ้ มท่จี ะนาไปใชจ้ ริง
5) แบบประเมินแบบทดสอบน้ี เป็นแบบประเมินชนิดมาตรประมาณค่า 5 ระดับ
มีเกณฑ์ในการกาหนดความหมายคะแนน เกณฑ์การแปลความหมายคะแนน และเกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
(บุญชม ศรีสะอาด 2545 : 102-103) ดังนี้
เกณฑก์ ารกาหนดความหมายคะแนน ดงั นี้
คะแนน 5 หมายถึง มีความสอดคล้องมากท่สี ดุ
คะแนน 4 หมายถงึ มคี วามสอดคลอ้ งมาก
คะแนน 3 หมายถงึ มีความสอดคลอ้ งปานกลาง
คะแนน 2 หมายถึง มีความสอดคลอ้ งน้อย
คะแนน 1 หมายถงึ มคี วามสอดคล้องน้อยที่สดุ
เกณฑก์ ารแปลความหมายคะแนน ดังน้ี
คะแนนเฉลี่ย 4.51–5.00 หมายถงึ แบบทดสอบมคี ณุ ภาพมากทีส่ ุด
คะแนนเฉล่ีย 3.51–4.50 หมายถึง แบบทดสอบมีคุณภาพมาก
คะแนนเฉลยี่ 2.51–3.50 หมายถงึ แบบทดสอบมคี ณุ ภาพปานกลาง
คะแนนเฉลยี่ 1.51–2.50 หมายถึง แบบทดสอบมคี ณุ ภาพนอ้ ย
คะแนนเฉลย่ี 1.00–1.50 หมายถึง แบบทดสอบมีคณุ ภาพนอ้ ยทีส่ ุด
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ค่าเฉล่ียความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมีความสอดคล้องกันในรายการของ
ขอ้ คาถามตอ้ งมีค่ามากกวา่ 3.50 ขน้ึ ไปจงึ จะถือว่า ข้อสอบมคี ณุ ภาพ
6) นาแบบทดสอบไปทดลองใช้กับครูผู้สอนโรงเรียนฮั่วเฉียวอุบลราชธานี 2 และ
ครูผู้สอนโรงเรียนมารีย์นิรมล อาเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี จานวน 38 คน ซึ่งเป็นกลุ่มที่อยู่
ในประชากรเดยี วกับกล่มุ ตวั อย่าง เพอ่ื นาผลมาวิเคราะหห์ าคณุ ภาพของข้อสอบต่อไป
7 นาผลคะแนนการทดสอบท่ีได้ มาหาค่าอานาจจาแนกซ่ึงเป็นดัชนีที่บอกถึง
คุณภาพรายข้อทั้งข้อสอบกับขอ้ คาถาม และค่าความยากง่ายของข้อสอบซง่ึ เป็นดัชนที ี่ใช้พิจารณาคณุ ภาพ
ข้อสอบรายข้อ ด้วยโปรแกรมสาเร็จรูป (Statistical Package for the Social Sciences : SPSS) แล้วจึง
คดั เลอื กเอาเฉพาะข้อสอบทีม่ ีค่าอานาจจาแนกเข้าเกณฑ์เพ่ือหาค่าความเชื่อมน่ั ต่อไป โดยค่าความยากและ
คา่ อานาจจาแนก มีเกณฑ์คณุ ภาพ (ทรงศักดิ์ ภูสีอ่อน 2556 : 49, 55, 57-62) ดงั น้ี ข้อสอบที่มีคา่ ความยาก
พอเหมาะควรมีค่าอยู่ระหว่าง 0.20-.80 และค่าอานาจจาแนกของข้อสอบในแบบทดสอบแบบอิงกลุ่ม ซึ่ง
ปกติค่า r จะมีคา่ ระหว่าง -1.00 - 1.00 โดยข้อสอบทมี่ คี ุณภาพควรมคี า่ อานาจจาแนกตง้ั แต่ .20 ขนึ้ ไป
8) นาข้อสอบทั้งหมดที่ผ่านการพิจารณาว่าเหมาะสม มีค่าอานาจจาแนกและ
ระดับความยากเข้าเกณฑ์มาพิมพเ์ ปน็ ฉบบั จรงิ เพ่ือนาไปใช้กับกลมุ่ ทดลอง
3.3 การสร้างแบบประเมินผลการใชร้ ปู แบบการนเิ ทศหรอื แบบสอบถาม
1) ศึกษาเอกสารท่ีเกย่ี วขอ้ ง แล้วจึงรวบรวมข้อคาถามท่ีใช้สอบถามความคิดเห็นของ
ผู้รับการนิเทศต่อการใช้รูปแบบการนิเทศประกอบด้วย 3 ด้าน คือ การบริหารจัดการหลักสูตรรายวิชา
การพัฒนาหลักสตู รรายวิชา และการนาหลักสูตรรายวชิ าไปใช้
14
2) ศึกษาวิธีสร้างแบบประเมินจากตาราต่าง ๆ และแบบประเมินของคนอ่ืน ๆ ท่ี
วิจัยในเร่ืองที่คล้ายคลึงกนั แล้วจงึ ลงมือเขียนแบบประเมินฉบับร่าง จานวน 30 ข้อ ตามโครงสร้างเนื้อหา
และรูปแบบทีก่ าหนดไว้ ดังตวั อย่างตอ่ ไปนี้
ข้อท่ี รายการ ระดบั ความคิดเห็น
54 3 21
ดา้ นการบริหารจัดการหลักสตู รรายวิชา
1. มีการทบทวนหลักสูตรสถานศึกษาท่ีเป็นปัจจุบันตามประกาศ
ของกระทรวงศึกษาธิการ
2. มีโครงการพัฒนาบุคลากรในการนาหลักสูตรสถานศึกษาไป
สู่การปฏิบัติในแผนระยะยาว (แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา)
และแผนระยะสน้ั (แผนปฏิบัติการประจาป)ี
3. มีคาส่ังแต่งตั้งคณะทางานด้านการพัฒนาบุคลากรในการนา
หลักสูตรรายวชิ าไปใชใ้ นชนั้ เรยี น
ภาพที่ 3.3 แสดงตัวอย่างแบบประเมินผลการใชร้ ูปแบบการนเิ ทศ
3) นาแบบประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาความ
สอดคล้องระหว่างผลการใช้รูปแบบการนิเทศแต่ละด้านกับข้อคาถามแต่ละข้อ ความเที่ยงตรงของเนื้อหา
ความเหมาะสมด้านความถกู ตอ้ งของการนาไปใช้ ความครบถ้วนสมบูรณ์ และความพร้อมทจี่ ะนาไปใชจ้ ริง
4) แบบประเมินผลการใช้รูปแบบการนิเทศน้ี เป็นแบบประเมินชนิดมาตราส่วน
ประมาณค่า 5 ระดับ ซง่ึ มเี กณฑใ์ นการกาหนดความหมายคะแนน เกณฑก์ ารแปลความหมายคะแนน และ
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ (บุญชม ศรีสะอาด 2545 : 102-103) ดังน้ี
เกณฑก์ ารกาหนดความหมายคะแนน ดังน้ี
คะแนน 5 หมายถงึ มคี วามสอดคลอ้ งมากทีส่ ดุ
คะแนน 4 หมายถงึ มีความสอดคล้องมาก
คะแนน 3 หมายถึง มีความสอดคล้องปานกลาง
คะแนน 2 หมายถงึ มคี วามสอดคล้องนอ้ ย
คะแนน 1 หมายถึง มีความสอดคลอ้ งนอ้ ยที่สุด
เกณฑก์ ารแปลความหมายคะแนน ดงั น้ี
คะแนนเฉลี่ย 4.51–5.00 หมายถงึ แบบสอบถามมีคณุ ภาพมากทส่ี ุด
คะแนนเฉลย่ี 3.51–4.50 หมายถงึ แบบสอบถามมคี ุณภาพมาก
คะแนนเฉล่ีย 2.51–3.50 หมายถงึ แบบสอบถามมีคุณภาพปานกลาง
คะแนนเฉล่ีย 1.51–2.50 หมายถึง แบบสอบถามมคี ณุ ภาพน้อย
คะแนนเฉลยี่ 1.00–1.50 หมายถงึ แบบสอบถามมคี ุณภาพน้อยทส่ี ดุ
เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ
ค่าเฉลี่ยความคิดเห็นของผู้เช่ียวชาญมีความสอดคล้องกันในรายการของ
ขอ้ คาถามต้องมีค่ามากกวา่ 3.50 ขึ้นไปจงึ จะถือวา่ แบบสอบถามมคี ุณภาพ
15
สาหรับผลการหาค่าคุณภาพของเคร่ืองมือเก็บรวบรวมข้อมูลการวิจัย ปรากฏ ดังนี้ (1)
รูปแบบการนิเทศมีค่าดัชนีความสอดคล้อง 0.70 ข้ึนไป (2) แบบทดสอบวัดความรู้มีคุณภาพมากท่ีสุด
( X = 4.51) มีค่าความยากเท่ากับ 0.42 ค่าอานาจจาแนกเท่ากับ 0.45 และค่าความเช่ือมั่นทั้งฉบับเท่ากับ
0.80 (3) แบบสอบถามวัดความพึงพอใจมีคุณภาพมากที่สุด ( X = 4.76) มีค่าความเช่ือมั่นทั้งฉบับเท่ากับ
0.96 และทุกข้อมีคุณภาพด้านอานาจจาแนก (ผู้ใช้รูปแบบการนิเทศ จานวน 72 คน องศาอิสระจะเท่ากับ
N-2 = 72-2=70 โดยผู้วิจัยกาหนดระดับนัยสาคัญที่ .05 ซึ่งเป็นการทดสอบแบบสองทาง (Two-tailed
test) พบว่า มีค่าวิกฤตเท่ากับ .232 จึงใช้ค่าดังกล่าวเป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกข้อคาถาม พบว่า ทุกข้อมีค่า
สัมประสิทธ์ิสหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Item Total Correlation) สูงกว่าค่าเกณฑ์
หรอื ค่าวกิ ฤตทุกค่านัน่ แสดงวา่ แบบสอบถามทุกข้อมคี ุณภาพด้านอานาจ)
4. การใช้นวัตกรรม
การนารูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนไปใช้แบ่งออก
เป็น 2 ระยะ ดังน้ี
ระยะท่ี 1 การพัฒนาความรู้และฝึกทักษะก่อนการนิเทศในสถานการณ์จาลอง โดยใช้
วิธีการอบรมเชิงปฏิบัติการ กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รับการนิเทศ คือ ครูผู้สอน จานวน 55 คน ก่อนการอบรม
ผวู้ ิจัยให้ผู้รับการนิเทศทาแบบทดสอบวัดความรู้ในการจัดทาหลักสูตรรายวิชา แล้วจงึ ดาเนินการอบรมตาม
กระบวนการของรูปแบบการนิเทศที่สร้างขึ้น ดังน้ี ข้ันที่ 1 การให้ความรู้ โดยผู้นิเทศบรรยายประกอบการ
สาธิต ข้ันที่ 2 การฝึกปฏิบัติทักษะย่อย โดยผู้รับการนิเทศได้ฝึกปฏิบัติทางานด้วยตนเอง ข้ันท่ี 3 การฝึก
ปฏิบัติกรณีศึกษา โดยผู้รับการนิเทศได้ฝึกปฏิบัติทางานเป็นกลุ่มตามสถานการณ์ที่กาหนด ขั้นที่ 4 การให้
ข้อมูลป้อนกลับ โดยผู้นิเทศและเพื่อนครูแนะนาเพ่ิมเติมหลังจากผู้รับการนิเทศส้ินสุดการนาเสนอผลงาน
ข้ันที่ 5 การสร้างแนวทางพัฒนาตนเอง โดยผู้รับการนิเทศลงมือปฏิบัติจัดทาหลักสูตรรายวิชาเพื่อนาไปใช้
พัฒนาผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้วิจัยได้สร้างเอกสารหลักสูตรการฝึกอบรมเร่ือง การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาระดับ
การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน (เอกสารหมายเลข 20/2563) เพื่อใช้เป็นส่ือประกอบการอบรมซ่ึงจะช่วยให้ผู้รับการ
นิเทศได้ใช้เป็นเอกสารอ้างอิงในการลงมือปฏิบัติจริง และก่อนส้ินสุดการอบรมผู้วิจัยให้ผู้รับการนิเทศ
ทาแบบทดสอบวัดความร้ใู นการจดั ทาหลักสูตรรายวชิ า
ระยะที่ 2 การนิเทศพัฒนาทักษะในสถานการณ์จริง โดยใช้วิธีการนิเทศติดตามหลังการ
อบรม กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รับการนิเทศ ประกอบด้วย ครูผู้สอน ผู้อานวยการโรงเรียน และเจ้าของโรงเรียน
จานวน 72 คน โดยผู้วิจัยได้ดาเนินการตามกระบวนการของรูปแบบการนิเทศท่ีสร้างข้ึนต่อเน่ืองจากระยะที่ 1
ดังนี้ ข้ันที่ 6 การวางแผนการนิเทศ โดยผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศร่วมกันวางแผนงาน ขั้นท่ี 7 การนิเทศตาม
แผน มี 4 ขั้น คือ 7.1) การสร้างบรรยากาศที่ดี 7.2) การใช้คาถามเชิงบวก 7.3) การชี้แนะแนวทางแก้ปัญหา
7.4) การให้ดูตัวอย่างของจริง ข้ันที่ 8 การสรุปผลการนิเทศ โดยผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศร่วมกันสะท้อนผล
การทางาน ท้ังน้ี ผู้วิจัยได้สร้างเอกสารคู่มือการนิเทศเร่ือง การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพ่ือนาไปสู่การปฏิบัติ
ในชั้นเรียน (เอกสารหมายเลข 23/2563) เพื่อใช้เป็นสื่อประกอบการนิเทศติดตามผลหลังส้ินสุดการอบรม
และก่อนส้ินสุดระยะท่ี 2 ผู้วิจัยให้ผู้รับการนิเทศทาแบบสอบถามแสดงความคิดเห็นต่อการใช้รูปแบบการ
นเิ ทศทพี่ ฒั นาขน้ึ
5. การเก็บรวบรวมข้อมูล มี 2 ระยะ ดงั นี้
ระยะท่ี 1 การพัฒนาความรูแ้ ละฝกึ ทักษะกอ่ นการนิเทศในสถานการณ์จาลอง โดยใช้วิธีการ
อบรมเชิงปฏิบัติการในห้องประชุม จานวน 2 วัน เคร่ืองมือเก็บรวบรวมข้อมูล คือ แบบทดสอบวัดความรู้
16
และระยะที่ 2 การนิเทศพัฒนาทักษะในสถานการณ์จริง โดยใช้วิธีการนิเทศแบบชี้แนะพัฒนางานหลังการ
อบรมในโรงเรียน เครือ่ งมือเก็บรวบรวมข้อมูล คอื แบบสอบถามวัดความพึงพอใจ
6. สถิตทิ ีใ่ ชใ้ นการวเิ คราะหข์ ้อมูล
6.1 การทดสอบ ผู้วิจัยนาผลคะแนนท่ีได้จากการทาแบบทดสอบวัดความรู้มาวิเคราะห์ด้วย
โปรแกรมสาเร็จรูป SPSS (Statistical Package for the Social Sciences) เพื่อทดสอบนัยสาคัญที่ต้ังไว้
สถติ ทิ ี่ใช้ คอื การทดสอบค่าที (Dependent Samples t-test) (ทรงศักดิ์ ภูสอี อ่ น 2556 : 145-147)
6.2 การสอบถาม ผู้วิจัยนาผลคะแนนท่ีได้จากการทาแบบสอบถามมาวิเคราะห์ด้วย
โปรแกรมสาเร็จรูป SPSS (Statistical Package for the Social Sciences) เพ่ือหาค่าความเช่ือมั่นหรือค่า
ความเที่ยงของแบบสอบถาม (ทรงศกั ดิ์ ภสู ีออ่ น 2556 : 67-74)
17
บทท่ี 4
ผลการทดลองใชน้ วัตกรรม
การพัฒนารูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรยี นสาหรับโรงเรยี น
เอกชน ผวู้ จิ ยั ไดก้ าหนดสญั ลกั ษณ์ทีใ่ ชใ้ นการวิเคราะห์ข้อมูล ดังน้ี
แทน ค่าเฉล่ีย
SD แทน สว่ นเบี่ยงเบนมาตรฐาน
n แทน จานวนที่ใชเ้ ป็นกลมุ่ ตัวอย่างในการวจิ ยั
df แทน ขน้ั ของความเปน็ อสิ ระ
P แทน ค่าระดับนยั สาคัญทางสถิติ
* แทน ระดบั นัยสาคัญทางสถิติทร่ี ะดับ .05
ผู้วิจัยได้ดาเนินการวิจัยตามรูปแบบของการวิจัยเชิงพัฒนาแบบก่ึงทดลอง (Quasi-Experimental
Research) แบบ Pretest-Posttest Nonrandomized Design มี 2 ข้ันตอน ดังนี้ (1) การพัฒนารูปแบบ
การนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน (2) การทดลองใช้
รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน มี 2 ระยะ คือ
ระยะท่ี 1 การพัฒนาความรู้และฝึกทักษะก่อนการนิเทศในสถานการณ์จาลอง ระยะที่ 2 การนิเทศพัฒนา
ทกั ษะในสถานการณ์จรงิ ดังน้ัน ผ้วู ิจยั จึงขอนาเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลตามลาดบั ข้ันตอน ดังนี้
ขนั้ ตอนที่ 1 การพัฒนารปู แบบการนเิ ทศโรงเรยี นแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชนั้ เรยี นสาหรับ
โรงเรียนเอกชน
ผลการพัฒนารูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพฒั นาหลักสตู รระดับชั้นเรียนสาหรบั โรงเรยี น
เอกชน เป็นการนาข้อค้นพบที่ได้จากการรายงานผลการนิเทศการศึกษาด้านการบริหารจดั การหลักสูตรและ
กระบวนการเรียนรู้ในโรงเรียนเอกชนท่ีจัดการศึกษาข้ันพ้ืนฐานของปีท่ีผ่านซึ่งพบปัญหาท่ีจาเป็นต้องแก้ไข
อย่างเร่งด่วน คอื ครูผู้สอนสว่ นใหญใ่ ชค้ ู่มือครแู ละหนังสือเรียนจากสานกั พิมพ์เป็นหลักแทนการใช้หลกั สูตร
รายวิชา และประเดน็ ทส่ี ังเคราะห์ได้จากแนวคิดการเรยี นรู้จากประสบการณ์ การนิเทศการศกึ ษา การนิเทศ
แบบช้ีแนะ และการนิเทศแบบร่วมพัฒนา มาใช้เป็นกรอบแนวคิดพ้ืนฐานประกอบการสังเคราะห์เป็น
องค์ประกอบของรูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียน มี 4 องค์ประกอบ คือ
หลกั การ วัตถุประสงค์ กระบวนการ และการประเมินของรูปแบบ โดยมนี วตั กรรมท่ไี ด้ ดงั ภาพท่ี 4.1
18
หลักการของรูปแบบการนเิ ทศ มี 3 ดา้ น ดงั นี้
1. การเรยี นรู้ด้วยตนเอง ผู้รับการนิเทศเป็นผู้สร้างความรดู้ ว้ ยตนเองโดยการลงมือปฏิบตั จิ ริง
2. การเรยี นรูจ้ ากคนอ่นื ผรู้ บั การนเิ ทศจะได้รบั การกระต้นุ ใหเ้ กิดการรว่ มคดิ ร่วมทาระหวา่ ง
ผูน้ ิเทศกับเพ่อื นครูและผู้ท่มี ีส่วนเกย่ี วข้อง
3. การทางานเป็นทีม ผู้รบั การนิเทศจะได้รบั การส่งเสริมให้ทางานโดยใช้กระบวนการกลุ่มสร้างเป็น
ชุมชนแห่งการเรยี นรู้
วัตถปุ ระสงค์ของรูปแบบการนิเทศ มดี ังน้ี
1. เพ่ือพัฒนาความรูแ้ ละฝึกทักษะในการจดั ทาหลกั สูตรรายวชิ า
2. เพื่อพัฒนาทักษะการนาหลกั สูตรรายวชิ าไปใชใ้ นช้นั เรียน
เนื้อหา
การพัฒนาหลกั สูตรรายวิชา
กระบวนการของรูปแบบการนเิ ทศ มี 8 ขั้น ดงั น้ี
ขนั้ ที่ 1 การใหค้ วามรู้ โดยผู้นิเทศบรรยายประกอบการสาธิต
ข้นั ที่ 2 การฝึกปฏบิ ตั ทิ กั ษะยอ่ ย โดยผรู้ ับการนิเทศได้ฝึกปฏบิ ัติทางานด้วยตนเอง
ขน้ั ท่ี 3 การฝึกปฏิบัตกิ รณีศกึ ษา โดยผรู้ ับการนิเทศไดฝ้ ึกปฏิบตั ิทางานเปน็ กลุ่มตามสถานการณ์
ทกี่ าหนด
ข้นั ท่ี 4 การให้ข้อมูลป้อนกลับ โดยผู้นเิ ทศและเพื่อนครูแนะนาเพ่ิมเติมหลงั จากผู้รับการนิเทศสิ้นสุด
การนาเสนอผลงาน
ขน้ั ท่ี 5 การสรา้ งแนวทางพัฒนาตนเอง โดยผูร้ ับการนิเทศลงมือปฏบิ ัติจัดทาหลกั สตู รรายวชิ า
เพอื่ นาไปใช้พฒั นาผู้เรยี น
ขั้นที่ 6 การวางแผนการนเิ ทศ โดยผ้นู ิเทศและผรู้ บั การนิเทศร่วมกันวางแผนงาน
ขน้ั ท่ี 7 การนิเทศตามแผน มี 4 ขนั้ คอื (1) การสรา้ งบรรยากาศที่ดี (2) การใชค้ าถามเชงิ บวก
(3) การช้แี นะแนวทางแกป้ ญั หา (4) การใหด้ ูตวั อย่างของจรงิ
ข้นั ที่ 8 การสรุปผลการนิเทศ โดยผนู้ ิเทศและผรู้ ับการนิเทศรว่ มกันสะท้อนผลการทางาน
การวัดและประเมินผลของรูปแบบการนเิ ทศ
1. การประเมนิ กระบวนการใช้รูปแบบการนิเทศ
2. การประเมินผลการใช้รปู แบบการนเิ ทศ
ภาพท่ี 4.1 รูปแบบการนเิ ทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดบั ช้นั เรียน
คนท่ี 19
คะแนนก่อนอบรม
กิจกรรมท่ี 1ขน้ั ตอนที่ 2 การทดลองใช้รปู แบบการนเิ ทศโรงเรียนแกนนาการพฒั นาหลกั สตู รระดบั ช้นั เรียนสาหรับ
(การ ิวเคราะห์คาอ ิธบายราย ิวชา)โรงเรียนเอกชน
กิจกรรมท่ี 2
(การ ัจดทาโครงสร้างราย ิวชา)ผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับ
กิจกรรมท่ี 3โรงเรียนเอกชน รายละเอยี ดตามตารางท่ี 4.1-4.3 ดังนี้
(การออกแบบหน่วยการเรียนรู้)
ิกจกรรมที่ 4ตารางที่ 4.1 ผลการหาค่าประสิทธภิ าพระหว่างกระบวนการกับหลังกระบวนการและประสทิ ธผิ ลของ
(การจัดทาแผนการ ัจดการเรียนรู้)การเรยี นรู้
ิกจกรรมท่ี 5
(การนาเสนอผลงาน)คะแนนระหวา่ งการใชร้ ปู แบบการนเิ ทศ
รวม30 10 10 20 20 10 70 30
คะแนนห ัลงอบรม1 9 9 10 19 17 10 65 26
2 8 10 10 19 19 10 68 27
3 9 8 8 18 18 9 61 25
4 9 8 9 20 19 10 66 28
5 8 9 10 19 18 9 65 26
6 12 9 8 19 19 10 65 26
7 13 9 10 20 19 10 68 28
8 11 8 9 18 20 9 64 27
9 10 8 10 19 18 10 65 25
10 7 7 8 18 20 10 63 27
11 11 9 10 20 18 10 67 28
12 9 8 8 18 19 8 61 26
13 7 7 8 19 19 9 62 27
14 6 9 8 19 18 8 62 25
15 7 8 10 20 16 8 62 28
16 9 8 8 18 19 9 62 26
17 9 10 8 18 19 10 65 27
18 10 8 10 17 18 8 61 28
20
ตารางท่ี 4.1 (ตอ่ )
คะแนนระหว่างการใชร้ ูปแบบการนเิ ทศ
คนท่ี
คะแนนก่อนอบรม
กิจกรรมท่ี 1
(การ ิวเคราะห์คาอ ิธบายราย ิวชา)
กิจกรรมท่ี 2
(การ ัจดทาโครงสร้างราย ิวชา)
กิจกรรมที่ 3
(การออกแบบหน่วยการเรียนรู้)
กิจกรรมท่ี 4
(การ ัจดทาแผนการ ัจดการเรียนรู้)
กิจกรรมท่ี 5
(การนาเสนอผลงาน)
รวม
คะแนนห ัลงอบรม
30 10 10 20 20 10 70 30
19 7 9 10 20 19 9 67 29
20 8 7 10 19 20 10 66 27
21 10 8 8 20 19 9 64 28
22 11 8 9 18 18 9 62 26
23 10 9 9 18 19 8 63 27
24 7 10 8 19 19 10 66 28
25 10 9 10 18 20 8 65 27
26 9 8 10 19 20 10 67 26
27 9 10 8 20 20 10 68 28
28 11 8 9 18 19 9 63 27
29 12 9 8 19 18 10 64 26
30 6 8 9 20 17 10 64 28
31 8 9 10 19 19 8 65 26
32 10 10 9 19 18 10 66 25
33 12 10 9 20 17 9 65 27
34 11 9 8 18 19 10 64 24
35 9 10 10 19 19 9 67 28
36 8 10 9 18 19 10 66 26
37 7 10 9 17 18 9 63 25
38 10 9 10 18 17 8 62 28
39 11 10 9 17 18 9 63 24
40 9 9 10 18 19 9 65 27
41 7 9 10 19 18 8 64 29
42 10 10 9 18 19 9 65 25
21
ตารางท่ี 4.1 (ต่อ)
คะแนนระหว่างการใชร้ ปู แบบการนเิ ทศ
คนท่ี
คะแนนก่อนอบรม
กิจกรรมท่ี 1
(การ ิวเคราะห์คาอ ิธบายราย ิวชา)
กิจกรรมท่ี 2
(การ ัจดทาโครงสร้างราย ิวชา)
กิจกรรมท่ี 3
(การออกแบบหน่วยการเรียนรู้)
ิกจกรรมที่ 4
(การ ัจดทาแผนการ ัจดการเรียนรู้)
ิกจกรรมท่ี 5
(การนาเสนอผลงาน)
รวม
คะแนนห ัลงอบรม
30 10 10 20 20 10 70 30
43 12 9 9 19 18 9 64 27
44 6 10 9 18 17 8 62 26
45 8 10 10 17 19 10 66 28
46 7 9 9 19 18 10 65 27
47 9 10 9 18 17 10 64 29
48 8 9 10 17 18 9 63 24
49 10 10 9 18 17 10 64 27
50 13 9 10 19 18 10 66 28
51 11 10 9 16 19 10 64 25
52 12 8 10 18 17 9 62 29
53 8 9 9 17 19 10 64 26
54 9 10 9 18 16 9 62 28
55 7 9 10 16 18 9 62 27
X 506 492 504 1016 1012 510 3534 1472
9.20 8.95 9.16 18.47 18.40 9.27 64.25 26.76
SD 1.84 0.89 0.79 1.02 0.99 0.76 1.89 1.32
ประสิทธิภาพ : E1/ E2 = 91.78/89.20
ประสิทธิผล = 0.8444
จากตารางท่ี 4.1 พบว่า รูปแบบการนิเทศมีประสิทธิภาพระหว่างกระบวนการกับหลังกระบวนการ
เท่ากับ 91.78/89.20 และประสิทธิผลของการเรียนรู้เท่ากับ 0.8443 แสดงให้เห็นว่า รูปแบบการนิเทศที่
พฒั นาขึ้นทาให้ผู้รบั การนิเทศเกิดประสบการณใ์ นการเรียนรู้เพิ่มข้ึนร้อยละ 84.44
22
ตารางที่ 4.2 ผลการเปรียบเทียบความแตกตา่ งของคะแนนเฉลี่ยก่อนการอบรมและหลังการอบรม
ของผู้รับการนเิ ทศ
คะแนน n คะแนนเต็ม X SD df t P
ก่อนอบรม 55 30 9.20 1.8398 54 56.646 .000
หลังอบรม 55 30 26.7636 1.3188
*มนี ัยสาคัญทางสถิติทร่ี ะดบั .05
จากตารางท่ี 4.2 พบว่า ค่าสถิติ (t) มีค่าเท่ากับ 56.646 ที่องศาอิสระเท่ากับ 54 โดยมีค่า
Sig. (2-tailed) เท่ากบั .000 ซึ่งมีค่าน้อยกว่าระดับนัยสาคัญท่ีกาหนด (.05) แสดงว่า มีนัยสาคัญทางสถิติ
น่ันหมายความว่า ผู้รับการนิเทศมีคะแนนเฉล่ียหลังการอบรมสูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสาคัญทาง
สถิตทิ ร่ี ะดบั .05
ตารางท่ี 4.3 ผลการวดั ความพึงพอใจของผรู้ ับการนิเทศต่อการใช้รูปแบบการนเิ ทศโรงเรยี นแกนนาการพัฒนา
หลักสูตรระดับช้ันเรียนสาหรับโรงเรยี นเอกชน
รายการประเมิน SD แปลผล
ด้านการบริหารจัดการหลักสตู รรายวชิ า
1. มีการทบทวนหลักสตู รสถานศกึ ษาทีเ่ ป็นปจั จบุ นั ตามประกาศ 4.57 0.55 มากที่สดุ
ของกระทรวงศกึ ษาธิการ
2. มโี ครงการพฒั นาบุคลากรในการนาหลักสูตรสถานศึกษาไป
สกู่ ารปฏบิ ตั ใิ นแผนระยะยาว (แผนพัฒนาคุณภาพการศึกษา) 4.62 0.54 มากทส่ี ุด
และแผนระยะส้ัน (แผนปฏบิ ัตกิ ารประจาปี)
3. มคี าส่งั แตง่ ตงั้ คณะทางานด้านการพฒั นาบคุ ลากรในการนา 4.64 0.56 มากทส่ี ุด
หลักสตู รไปใช้ในชั้นเรียน
4. มกี ารประเมนิ ความต้องการและความจาเป็นของบุคลากร
เพือ่ นาไปใช้วางแผนพฒั นาบุคลากรในการนาหลกั สตู รไปใช้ 4.46 0.67 มาก
ในชัน้ เรียนทีเ่ ป็นรูปธรรม
5. มีการดาเนนิ การพฒั นาบุคลากรตามแผนท่ีกาหนด เช่น
การสมั มนา การอบรมเชิงปฏิบัติการ การศึกษาดูงานทเี่ น้นการ 4.61 0.66 มากที่สดุ
พฒั นาครผู สู้ อนในการนาหลักสตู รไปใช้
6. มีการจดั สรรเวลาให้เกิดบรรยากาศร่วมคิด รว่ มทา พดู คยุ
แลกเปลี่ยนประสบการณ์กันและวางแผนงานร่วมกันโดยใช้กระบวน 4.44 0.64 มาก
การกลุ่มสรา้ งเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (PLC) เพื่อรว่ มกนั แสวงหา
วิธกี ารใชห้ ลักสตู รใหม้ ีประสิทธิภาพ
23
ตารางที่ 4.3 (ต่อ)
รายการประเมิน SD แปลผล
7. มีการจดั การทรัพยากรและปจั จัยท่ีเอื้อต่อการใหเ้ กิดความสาเรจ็ 4.43 0.66 มาก
ตอ่ การนาหลักสูตรไปใช้อย่างมปี ระสิทธภิ าพ
8. มีการดาเนนิ งานทีค่ านงึ ถึงการมีสว่ นรว่ มของฝา่ ยตา่ งๆภายใน
สถานศึกษาซ่ึงเปน็ ผ้รู ับผลโดยตรงจากการใช้หลักสูตรได้มีสว่ นร่วมใน 4.46 0.67 มาก
การวางแผน พัฒนาหลักสตู ร และตรวจสอบคุณภาพการจัด
การศึกษา
9. มีการสร้างเครือข่ายใหเ้ กิดการมสี ่วนรว่ มและการระดมทรัพยากร
เพ่ือการศึกษา เชน่ เครือข่ายภายใน (เครือข่ายผู้ปกครอง) หรือ 4.49 0.62 มาก
เครือข่ายภายนอก (เครือข่ายหน่วยงานท้ังภาครัฐและเอกชน)
10. มีการจัดระบบการบรหิ ารทางวชิ าการที่มปี ระสิทธภิ าพ เชน่
การจดั ครเู ข้าสอน การจัดตารางสอน การจัดกลุม่ ผเู้ รียน 4.58 0.52 มากท่ีสุด
การลงโทษและการใหร้ างวัลผเู้ รียน
รวม 4.53 0.60 มากทีส่ ุด
ดา้ นการพัฒนาหลกั สูตรรายวิชา
11. มคี าส่งั แต่งต้งั ครใู หป้ ฏบิ ัติหนา้ ท่สี อนในแตล่ ะรายวิชาท่ีจดั 4.71 0.51 มากทส่ี ุด
สอนตามโครงสรา้ งของหลักสูตรสถานศึกษา
12. มกี ารศึกษาโครงสรา้ งเวลาเรียนของหลักสตู รสถานศึกษา 4.71 0.48 มากทสี่ ุด
ในกล่มุ สาระการเรยี นรูห้ รอื รายวิชาท่รี บั ผดิ ชอบ
13. มกี ารศึกษาคาอธบิ ายรายวชิ าซง่ึ เป็นตัวเชือ่ มโยงระหว่าง
หลกั สูตรสถานศึกษากับหลักสูตรรายวชิ า เพ่อื นามาตรฐานการ
เรยี นรู้และผลการเรยี นรู้ทีเ่ ปน็ เป้าหมายในการพฒั นาคุณภาพ 4.61 0.54 มากที่สุด
ผเู้ รียนตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐานไปสู่การจัดการ
เรียนร้ใู นชัน้ เรียน
14. มีการศกึ ษามาตรฐานการเรยี นร้แู ละตวั ช้วี ดั กลุ่มสาระการเรยี นรู้
คณิตศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์
ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม (ฉบบั
ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี กลุ่มสาระการ 4.60 0.52 มากที่สุด
เรยี นรู้ภาษาไทย กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ กลุ่มสาระ
การเรยี นรูศ้ ลิ ปะ กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
15. มีการวิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้และผลการเรียนรทู้ ่ีระบุว่า
ผ้เู รียนควรร้อู ะไรและทาอะไรได้ เพ่ือใหผ้ เู้ รียนเกิดสมรรถนะ 4.58 0.55 มากทส่ี ุด
สาคญั และคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์อย่างเปน็ องค์รวม
24
ตารางที่ 4.3 (ต่อ)
รายการประเมนิ 4.60 SD แปลผล
0.52 มากที่สุด
16. มีการศึกษาแนวทางการจัดการเรียนรู้ เพ่ือสง่ เสริมให้ผู้เรียน 4.56
มคี ุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรู้และผลการเรียนรซู้ ึ่งเป็น 0.55 มากทส่ี ดุ
เปา้ หมายในการพัฒนาคณุ ภาพผ้เู รยี น 4.58
17. มกี ารศึกษากระบวนการเรยี นรซู้ งึ่ เปน็ เครื่องมือพฒั นาผู้เรียน 0.55 มากทส่ี ุด
ใหบ้ รรลตุ ามเปา้ หมายของหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน 4.64
เพื่อใหเ้ อื้อตอ่ การพัฒนาผู้เรยี นตามศักยภาพและบริบทของ 0.48 มากทสี่ ุด
ผู้เรยี น 4.60
18. มกี ารศึกษาแนวปฏบิ ตั ิการวัดและประเมนิ ผลการเรียนรู้ 4.61 0.52 มากทสี่ ุด
ซึง่ ผู้เรยี นต้องไดร้ บั การพัฒนาและประเมินผลเพ่ือใหบ้ รรลตุ าม 4.68 0.52 มากท่ีสุด
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละผลการเรยี นรู้ อนั เปน็ เปา้ หมายหลัก 4.62 0.55 มากที่สุด
ของการวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ 4.60 0.56 มากที่สุด
19. มกี ารจัดทาหลักสูตรรายวิชา โดยการนาคาอธิบายรายวิชา 4.64 0.59 มากที่สุด
(รายวิชาพน้ื ฐานและวชิ าเพิ่มเติม) ไปจดั ทาโครงสร้างรายวชิ า 4.67 0.53 มากทส่ี ุด
หน่วยการเรียนรู้ และแผนการจัดการเรยี นรู้ 4.62 0.47 มากทส่ี ุด
20. มกี ิจกรรมการเรยี นร้หู รอื งานท่มี อบหมายให้ผูเ้ รียนปฏิบัติ 4.58 0.51 มากท่สี ดุ
การเลอื ก/ใช้สื่อการสอน วธิ ีการวัดและประเมินทเ่ี หมาะสมกบั 4.56 0.59 มากทส่ี ดุ
ผู้เรียนแตล่ ะกลมุ่ 0.57 มากทีส่ ดุ
รวม
ด้านการนาหลักสตู รรายวชิ าไปใช้
21. มโี ครงการนิเทศ ติดตามการนาหลักสตู รไปใช้ในแผนพฒั นา
คณุ ภาพการศึกษาและแผนปฏิบตั ิการประจาปี
22. มคี าส่ังแตง่ ตง้ั คณะทางานนิเทศ ติดตามการนาหลกั สูตรไปใช้
23. มีการประชุมชแ้ี จงสร้างความรคู้ วามเข้าใจในการดาเนินการ
นิเทศ ตดิ ตามการนาหลกั สูตรไปใช้
24. มีการร่วมกันกาหนดความต้องการในการรับการนเิ ทศเพอ่ื นา
ขอ้ มลู ไปประกอบการจดั ทาแผนการนเิ ทศ ติดตามการนา
หลกั สูตรไปใช้
25. มีการกาหนดข้อตกลงโดยครูผู้สอนต้องไดร้ ับการนิเทศภายใน
ภาคเรียนละ 1 ครง้ั เพือ่ การขับเคลือ่ นการนเิ ทศอยา่ งย่งั ยืน
26. มีการสรา้ งความเข้าใจและทศั นคติเชิงบวกเก่ยี วกบั การนิเทศ
ตดิ ตามการนาหลักสูตรไปใช้แกค่ รูและบคุ ลากรทางการศกึ ษา
27. มีปฏิทินการนเิ ทศ ติดตามการนาหลกั สูตรไปใช้
28. มกี ารนิเทศ ตดิ ตามการนาหลกั สูตรไปใชโ้ ดยใช้เทคนิคที่
หลากหลาย (การเยีย่ มชัน้ เรียน การสงั เกตการสอน การชี้แนะ)
25
ตารางที่ 4.3 (ตอ่ )
รายการประเมิน SD แปลผล
29. มีการนิเทศแบบร่วมพัฒนาเพ่ือให้การใชห้ ลักสตู รมคี ุณภาพ 4.60 0.57 มากที่สดุ
และประสทิ ธภิ าพ โดยการประสานการนิเทศจากบคุ ลากร
ภายนอก (ศึกษานิเทศก์ วิทยากรที่เชญิ มาใหค้ วามรู้ ผบู้ ริหาร 4.68 0.52 มากท่สี ดุ
โรงเรียนตน้ แบบ) 4.62 0.54 มากทสี่ ดุ
30. มกี ารร่วมกนั สะท้อนผลการนิเทศ ตดิ ตามการนาหลักสูตร 4.58 0.55 มากที่สดุ
ไปใช้เพื่อนาข้อสรปุ ไปวางแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาในปตี ่อไป
รวม
รวมท้ัง 3 ด้าน
จากตารางท่ี 4.3 พบว่า ผู้รับการนิเทศส่วนใหญ่มีความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบการนิเทศ
โรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากท่ีสุด
( = 4.58) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การนาหลักสูตรรายวิชาไปใช้ ( X = 4.62)
รองลงมา คือ การพัฒนาหลักสูตรรายวิชา ( X = 4.61) ส่วนด้านที่มีค่าเฉล่ียต่าสุด คือ การบริหารจัดการ
หลกั สตู รรายวชิ า ( X = 4.53)
26
บทที่ 5
สรปุ อภปิ รายผล และข้อเสนอแนะ
รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน
มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนารูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับ
โรงเรียนเอกชน กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย (1) ผู้เช่ียวชาญ จานวน 5 คน เคร่ืองมือท่ีใชเ้ ก็บข้อมลู ได้แก่
แบบประเมินกระบวนการใช้รูปแบบการนิเทศ แบบประเมินแบบทดสอบ และแบบประเมินผลการใช้
รูปแบบการนิเทศ (2) ครูผู้สอน จานวน 38 คน ซ่ึงไม่ใช่กลุ่มทดลองได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง
เครื่องมือท่ีใช้เก็บข้อมูล คือ แบบทดสอบวัดความรู้ สถิติท่ีใช้ คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉล่ีย และส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน 2) เพ่ือทดลองใช้รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียนสาหรับ
โรงเรียนเอกชน กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รับการนิเทศ จานวน 3 โรงเรียน ได้มาโดยการสมัครใจ ประกอบด้วย (1)
ครูผู้สอน จานวน 55 คน เครื่องมือท่ีใช้เก็บข้อมูล คือ แบบทดสอบวัดความรู้ (2) ครูผู้สอน ผู้อานวยการ
โรงเรียน และเจ้าของโรงเรียน จานวน 72 คน เคร่ืองมือท่ีใช้เก็บข้อมูล คือ แบบสอบถามวัดความพึงพอใจ
สถติ ิท่ใี ช้ คือ คา่ เฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที
สรปุ ผล
1. ผลการพัฒนารูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียนสาหรับ
โรงเรียนเอกชน ประกอบด้วย (1) หลักการ คือ ผู้รับการนิเทศเป็นผู้สร้างความรู้ด้วยตนเองโดยการลงมือ
ปฏิบัติจริง ร่วมคิด ร่วมทา แลกเปล่ียนความคิดเห็นกับผู้ท่ีเก่ียวข้องสร้างเป็นชุมชนแห่งการเรียนรู้ (2)
วัตถุประสงค์ คือ พัฒนาความรู้ในการจัดทาหลักสูตรรายวิชาและทักษะการนาหลักสูตรไปใช้ในช้ันเรียน
(3) กระบวนการ มี 8 ขั้นตอน ดังน้ี ขั้นที่ 1 การให้ความรู้ โดยผู้นิเทศบรรยายประกอบการสาธิต ข้ันท่ี 2
การฝึกปฏิบัติทักษะย่อย โดยผู้รับการนิเทศได้ฝึกปฏิบัติทางานด้วยตนเอง ข้ันท่ี 3 การฝึกปฏบิ ัติกรณีศึกษา
โดยผู้รับการนิเทศได้ฝึกปฏิบัติทางานเป็นกลุ่มตามสถานการณ์ที่กาหนด ขั้นที่ 4 การให้ข้อมูลป้อนกลับ
โดยผู้นิเทศและเพื่อนครูแนะนาเพิ่มเติมหลังจากผู้รับการนิเทศส้ินสุดการนาเสนอผลงาน ข้ันที่ 5 การสร้าง
แนวทางพัฒนาตนเอง โดยผู้รบั การนิเทศลงมือปฏิบัติจัดทาหลักสูตรรายวชิ าเพื่อนาไปใช้พฒั นาผู้เรียน ข้นั ท่ี 6
การวางแผนการนิเทศ โดยผู้นิเทศและผู้รับการนิเทศร่วมกันวางแผนงาน ข้ันท่ี 7 การนิเทศตามแผน มี 4 ขั้น
คือ (7.1) การสร้างบรรยากาศที่ดี (7.2) การใช้คาถามเชิงบวก (7.3) การช้ีแนะแนวทางแก้ปัญหา (7.4) การให้ดู
ตวั อยา่ งของจริง ขนั้ ท่ี 8 การสรปุ ผลการนเิ ทศ โดยผนู้ เิ ทศและผรู้ ับการนิเทศร่วมกนั สะท้อนผลการทางาน
2. ผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับ
โรงเรียนเอกชน พบว่า รูปแบบการนิเทศมีประสิทธิภาพระหว่างกระบวนการกับหลังกระบวนการเท่ากับ
91.78/89.20 และมีประสิทธิผลของการเรียนรู้เท่ากับ 0.8444 แสดงให้เห็นว่า รูปแบบการนิเทศที่พัฒนาขึ้น
ทาให้ผู้รับการนิเทศเกิดประสบการณ์ในการเรียนรู้เพิ่มข้ึนร้อยละ 84.44 ผู้รับการนิเทศมีคะแนนเฉลี่ยหลัง
การอบรมสูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 ความพึงพอใจต่อรูปแบบการนิเทศ
ที่พฒั นาข้นึ อยู่ในระดับมากทส่ี ุด
27
อภปิ รายผล
1. รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน
ท่ีพัฒนาขึ้นน้ี สามารถนาไปใช้พัฒนาความรู้ในการจัดทาหลักสูตรรายวิชาและทักษะการนาหลักสูตรไปใช้ใน
ชั้นเรียนของผู้รับการนิเทศได้อย่างมีประสิทธภิ าพและประสิทธิผล เน่อื งจากเป็นรูปแบบการนิเทศท่ีได้รับการ
พัฒนาข้ึนอย่างมีลาดับข้ันตอนซึ่งในแต่ละขั้นตอนไม่ได้แยกจากกันโดยเด็ดขาด แต่มีความเก่ียวข้อง
เช่ือมโยงกันเริ่มต้นจากการศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐานด้านการบริหารจัดการหลักสูตรและกระบวน
การเรียนรู้แล้วจึงศึกษาแนวคิดทฤษฎีท่ีเกี่ยวข้อง และกาหนดแนวคิดทฤษฎีพ้ืนฐานในการพัฒนารูปแบบ
การนิเทศ โดยการนาแนวคิดทฤษฏีการเรียนรู้จากประสบการณ์ การนิเทศการศึกษา การนิเทศแบบชี้แนะ
และการนิเทศแบบร่วมพัฒนา เพื่อมาใช้เป็นกรอบแนวคิดพื้นฐานในการสังเคราะห์เป็นองค์ประกอบของ
รูปแบบการนิเทศ ในส่วนการสังเคราะห์สาระในแต่ละองค์ประกอบของรูปแบบการนิเทศ ได้มีการดาเนินการ
อย่างสอดคล้องสัมพันธ์กัน เริ่มต้ังแต่การสังเคราะห์หลักการของรูปแบบการนิเทศเพ่ือเช่ือมโยงไปสู่
วัตถุประสงค์ กระบวนการ และการประเมินของรูปแบบ แล้วจึงนามาจัดทาเป็นรูปแบบการนิเทศฉบับร่าง
เพ่ือส่งไปให้ผู้เช่ียวชาญตรวจสอบคุณภาพ จากน้ันปรับปรุงแก้ไขตามข้อเสนอแนะของผู้เชี่ยวชาญและ
นาไปใช้จริงกับกลุ่มตัวอย่าง ซึ่งการดาเนินงานดังกล่าวน้ีสอดคล้องกับแนวคิดของ Fawcett and Downs
(1986 อ้างถึงใน ศิริชัย กาญจนวาสี 2554 : 49-50) ได้กล่าวถึงข้ันตอนการสร้างรูปแบบว่า ผู้สร้างต้อง
ดาเนินการอย่างเป็นระบบต่อเนือ่ งสมั พันธก์ ันเพื่อแสดงให้เห็นถงึ ภาพรวมของแนวทางการดาเนินงานท้งั หมด
เพราะจะช่วยให้การทาความเขา้ ใจ ทานาย และตดั สินใจได้ตรงตามจุดประสงค์ (แฮนด์ 2555 : 140)
2. ผลการทดลองใช้รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับ
โรงเรียนเอกชน พบว่า รูปแบบการนิเทศมีประสิทธิภาพระหว่างกระบวนการกับหลังกระบวนการเท่ากับ
91.78/89.20 และมีประสิทธิผลของการเรียนรู้เท่ากับ 0.8444 แสดงให้เห็นว่า รูปแบบการนิเทศที่พัฒนาขึ้นนี้
ทาให้ผู้รับการนิเทศเกิดประสบการณ์ในการเรียนรู้จากการอบรมเพิ่มข้ึนร้อยละ 84.44 ผู้รับการนิเทศ
มีคะแนนเฉล่ียหลังการอบรมสูงกว่าก่อนการอบรมอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติท่ีระดับ .05 ความพึงพอใจต่อ
รปู แบบการนิเทศท่พี ัฒนาข้ึนอยใู่ นระดับมากท่ีสดุ เพราะวา่ รูปแบบการนิเทศน้ีไดม้ าจากการวิเคราะห์สภาพ
ปัจจุบันปัญหาและความต้องการท่ีตรงกับสภาพจริง ทาให้กระบวนการของรูปแบบการนิเทศตอบสนองต่อ
ความต้องการของผู้รับการนิเทศมากที่สุด โดยมีหลักสูตรการฝึกอบรมที่มีการออกแบบกิจกรรมเป็นระบบ
เพื่อใช้เป็นสื่อประกอบการให้ความรู้และฝึกทักษะการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาสาหรับนาไปเป็นพ้ืนฐาน
ในการใช้ปฏิบัติจริง และก่อนสิ้นสุดการอบรมมีการมอบหมายงานให้ผู้รับการนิเทศปฏิบัติในโรงเรียน มีการ
ประชุมวางแผนการนิเทศระหว่างศึกษานิเทศก์ ผู้บริหารโรงเรียนและฝ่ายวิชาการก่อนการนิเทศติดตามงาน
หลังการอบรม โดยมอบให้ผู้บริหารโรงเรียนและฝ่ายวิชาการกากับติดตามอย่างใกล้ชิด แล้วนาผลงานท่ี
ปฏิบัติมาแลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างครูด้วยกันในขณะศึกษานิเทศก์มาปฏิบัติการนิเทศแบบช้ีแนะพัฒนา
ทกั ษะภาคสนาม เร่ิมต้นจากการสรา้ งบรรยากาศที่ดแี ล้วใช้คาถามเชิงบวกจากน้ันจงึ ช้แี นะแนวทางทถ่ี ูกต้อง
พร้อมทั้งการให้ดูตัวอย่างของจริง โดยมีคู่มือการนิเทศที่มีการวางแผนการนิเทศอย่างต่อเน่ือง จึงถือว่าเป็น
รูปแบบการนิเทศที่ช่วยให้ผู้รับการนิเทศเกิดการประยุกต์ใช้ความรู้ในการจัดทาหลักสูตรรายวิชาและทักษะ
การนาหลักสูตรไปใช้ในชั้นเรียนได้ดีที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับผลงานวิจัยท่ีผ่านมาแสดงให้เห็นว่า การพัฒนา
ความรู้ของครูทุกคนในโรงเรียนพร้อมกันโดยการฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการ มีข้ันตอนชัดเจน และการมีระบบ
พี่เลี้ยงแบบช้ีแนะ ทาให้ครูมีความรู้ความสามารถและสมรรถนะเพ่ิมขึ้นส่งผลให้ครูมีความพึงพอใจอยู่ใน
28
ระดับมาก (พสิ ิษฐ์ แก้ววรรณะ เกตุมณี มากมี และสาเนา หมื่นแจ่ม 2558 : 939 ; วารณุ ี ลัภนโชคดี 2560 :
175 ; วชริ า เครอื คาอา้ ยและชวลิต ขอดศริ ิ 2562 : 131)
ข้อเสนอแนะ
จากผลการพัฒนานวัตกรรม พบว่า รูปแบบการนิเทศโรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับ
ชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน เป็นรูปแบบการนิเทศท่ีเกิดจากสภาพปัญหาท่ีแท้จริงของกลุ่มเป้าหมาย
มีคุณภาพตามเกณฑ์ท่ีกาหนด และสามารถนาไปใช้แก้ปัญหาท่ีเกิดข้ึนกบั ผู้รับการนิเทศไดจ้ ริง ดงั น้นั ผู้วิจัย
จงึ มีข้อเสนอแนะ ดงั น้ี
1. ข้อเสนอแนะสาหรบั หน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้อง
1.1 ควรจัดสรรงบประมาณเพ่ือขยายผลการวิจัยลงสู่สถานศึกษาท่ีจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานใน
จังหวัดอุบลราชธานีให้ครบ 100 เปอร์เซ็นต์ เช่น โรงเรียนเอกชนในระบบ โรงเรียนตารวจตระเวณชายแดน
(ตชด.)
1.2 ควรจัดสรรงบประมาณในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาและการนาหลักสูตรไปใช้อย่าง
ต่อเนื่อง เพ่ือให้สถานศึกษามีหลักสูตรที่สอดคล้องกับสภาพบริบทของสังคมไทยในปัจจุบัน และเชื่อมโยงกับ
การพัฒนาศักยภาพของผู้เรียนในโลกแห่งการสื่อสารทางเทคโนโลยี โดยคานึงถึงความต้องการของท้องถิ่น
มุ่งเน้นการสรา้ งจติ สานึกความรักชาติและทอ้ งถ่นิ
2. ข้อเสนอแนะสาหรบั การพัฒนานวัตกรรมครง้ั ต่อไป
2.1 ควรศึกษาเก่ียวกับรูปแบบการนิเทศพัฒนาการจัดการศึกษาด้านพลังงานทดแทนหรือ
ด้านการเกษตรแบบพึง่ พาตนเองเพื่อความย่ังยืนทส่ี อดคล้องกบั บริบทของท้องถน่ิ ในโรงเรยี นพ้นื ทีช่ ายขอบ
2.2 ควรศึกษาเกี่ยวกับรูปแบบการนิเทศพัฒนาหลักสูตรท่ีส่งเสริมการสร้างนักนวัตกร
เพื่อเตรียมความพรอ้ มให้กบั ประชากรวัยเรยี นเข้าสู่อาชพี ในปจั จบุ นั และอนาคต
29
บรรณานุกรม
ทรงศกั ดิ์ ภูสีอ่อน. การประยกุ ต์ใช้ SPSS วเิ คราะห์ข้อมูลงานวจิ ยั . พิมพค์ รงั้ ที่ 2. กาฬสนิ ธุ์ : ประสาน
การพมิ พ,์ 2556.
ธรี วุฒิ เอกะกุล. ระเบียบวิธีวิจัย (Research Methodology). อุบลราชธานี : วทิ ยาการพิมพ์, 2555.
พสิ ิษฐ์ แก้ววรรณะ เกตุมณี มากมี และสาเนา หมน่ื แจ่ม. การพัฒนาครูด้านการจัดการเรยี นรู้ตามแนว
ทฤษฎกี ารเรียนร้เู พอื่ สรา้ งสรรคด์ ว้ ยปญั ญา. เอกสารประกอบการประชุมสมั มนาวชิ าการ
การนาเสนองานวิจัยระดบั ชาติและนานาชาติ (Proceedings) เครือข่ายบัณฑิตศึกษา
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ภาคเหนือ ครงั้ ที่ 15 ; 23 กรกฎาคม 2558 ; มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
นครสวรรค์. นครสวรรค์ : มหาวิทยาลยั ราชภฏั นครสวรรค,์ 2558. หนา้ 939.
ร่งุ ทิวา จันทน์วฒั นวงษ์. “รูปแบบการพฒั นาหลักสูตรระดับชน้ั เรียนที่อิงมาตรฐานตามหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทศักราช 2551,” วารสารศกึ ษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม.
ปที ี่ 10 ฉบับท่ี 2 (เมษายน-มิถนุ ายน 2559) : 156.
วชริ า เครือคาอ้ายและชวลติ ขอดศริ ิ. “การพัฒนารปู แบบการนเิ ทศโดยใช้กระบวนการช้ีแนะและระบบ
พ่ีเลีย้ งเพื่อสง่ เสริมศกั ยภาพการจัดการเรยี นรู้ในศตวรรษที่ 21 สังกดั สานักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน จงั หวดั เชยี งใหม,่ ” วารสารสมาคมนักวจิ ัย. ปที ่ี 24 ฉบบั ท่ี 1
(มกราคม-เมษายน 2562) : 131.
วิชาการและมาตรฐานการศึกษา, สานัก. เอกสารประกอบการประชุมปฏิบัติการพัฒนาบุคลากรหลัก
เพื่อสร้างความเขา้ ใจเร่ือง การนามาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวดั กลุ่มสาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์วิทยาศาสตรแ์ ละสาระภมู ิศาสตร์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศกึ ษา ศาสนา
และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน
พทุ ธศักราช 2551 ไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ (ออนไลน์) 16 เมษายน 2562. (อ้างเม่ือ 6 กรกฎาคม 2563)
จาก http://academic.obec.go.th/newsdetail.php?id=70
เลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา, สานักงาน. แผนการศึกษาชาติ พ.ศ.2560-2579. พิมพ์คร้ังท่ี 2.
กรุงเทพฯ : บรษิ ัทพริกหวานกราฟฟิค จากัด, 2560.
. การพัฒนาตัวช้ีวดั ประสิทธิภาพการจดั การเรยี นรขู้ องสถานศกึ ษาระดับการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน. กรุงเทพฯ : บริษัทพริกหวานกราฟฟิค จากัด, 2561.
วารณุ ี ลัภนโชคดี. “รูปแบบการพัฒนาครภู าษาไทยโดยใช้กระบวนการสร้างระบบพี่เล้ียง,” วารสารวิชาการ
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏภเู กต็ . ปที ี่ 13 ฉบบั ท่ี 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2560) : 178.
ศิรชิ ยั กาญจนวาส.ี ทฤษฎกี ารประเมิน. พมิ พค์ รงั้ ท่ี 6-8. กรุงเทพฯ : จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลยั , 2554.
ศึกษาธิการจงั หวดั อุบลราชธานี, สานัก. รายงานผลการนเิ ทศ ตดิ ตามการขับเคล่อื นคณุ ภาพการศึกษา
ตามนโยบายและจดุ เน้นของกระทรวงศกึ ษาธิการปีงบประมาณ พ.ศ.2562 ของโรงเรียน
เอกชน. อุบลราชธานี : กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผล สานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อุบลราชธานี, 2562.
. คมู่ อื การนิเทศพฒั นาคุณภาพการศกึ ษาและสนับสนุนการตรวจราชการ ปีงบประมาณ
พ.ศ.2563. อุบลราชธานี : กลุ่มนิเทศ ติดตาม และประเมินผล สานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อบุ ลราชธานี, 2563.
สรุ ฐั ศิลปอนนั ต.์ กระบวนการปฏริ ปู โรงเรียนทม่ี ปี ระสิทธิภาพ. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของครุ สุ ภา,
2543.
30
แฮนด์, เดวิด เจ. สถิติ : ความรู้ฉบบั พกพา. แปลจาก Statistics : A Very Short Introduction
โดย วิโรจน์ รจุ จิ นากุล. หนา้ 140. กรงุ เทพฯ : ภาพพิมพ์, 2555.
31
ภาคผนวก
32
ภาคผนวก ก
รายนามผู้เช่ยี วชาญ
33
รายนามผู้เชยี่ วชาญ
1. ศาสตราจารย์ดร.กฤษมนั ต์ วัฒนาณรงค์ หวั หนา้ ภาควิชาครศุ าสตรเ์ ทคโนโลยี
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ
2. รองศาสตราจารยด์ ร.ธูปทอง กว้างสวาสด์ิ อาจารย์ประจาภาควชิ าหลกั สูตรและการสอน
คณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
3. ผู้ชว่ ยศาสตราจารยด์ ร.ภมู ิพงษ์ จอมหงษ์พิพัฒน์ อาจารย์สาขาวชิ าการพฒั นาหลกั สูตรและการเรยี นการสอน
คณะครุศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏอุบลราชธานี
4. ดร.สาวิตรี เถาว์โท อาจารยส์ าขาวชิ าการพฒั นาหลักสตู รและการเรยี นการสอน
คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยราชภฏั อบุ ลราชธานี
5. ร.ต.ต.ดร.วีระวฒั น์ พิณโท ผู้แทนสานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
ในคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวดั อบุ ลราชธานี
34
ภาคผนวก ข
การหาคณุ ภาพของเคร่อื งมือ
35
ผลการวิเคราะห์ข้อมลู
ความแตกตา่ งของคะแนนเฉลย่ี ก่อนการอบรมและหลงั การอบรมของผ้รู บั การนิเทศ
36
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูลการสอบถามความพึงพอใจของผู้รับการนเิ ทศ
ตอ่ การใชร้ ปู แบบการนิเทศโรงเรยี นแกนนาการพฒั นาหลักสตู รระดับช้ันเรยี นสาหรบั โรงเรยี นเอกชน
37
38
ภาคผนวก ค
หนงั สือราชการทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
39
ท่ี ศธ ๐2132/ว๔๐๗๘ สำนกั งำนศึกษำธิกำรจังหวัดอบุ ลรำชธำนี
เลขที่ 2 ถนนนครบำล ตำบลในเมอื ง
อำเภอเมอื ง จังหวดั อบุ ลรำชธำนี 34000
๒๙ ตลุ ำคม 256๓
เร่อื ง ขอความอนเุ คราะห์เปน็ ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือวจิ ัย
เรยี น ศาสตราจารย์ดร.กฤษมนั ต์ วัฒนาณรงค์ หวั หนา้ ภาควชิ าครศุ าสตร์เทคโนโลยี
มหาวิทยาลยั เทคโนโลยพี ระจอมเกล้าพระนครเหนือ
สิ่งท่สี ่งมาดว้ ย ๑. ประกาศสานักงานศึกษาธิการจงั หวัดอุบลราชธานี จานวน ๑ ชุด
๒. เอกสารเชิงหลักการ (Concept paper) จานวน ๑ ชดุ
๓. แบบประเมินกระบวนการใช้รูปแบบการนเิ ทศ จานวน ๑ ฉบับ
๔. แบบประเมนิ แบบทดสอบ จานวน ๑ ชุด
๕. แบบประเมินผลการใช้รูปแบบการนเิ ทศ จานวน ๑ ชดุ
ด้วย นางดนุภัค เชาว์ศรีกุล ตาแหน่ง ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ กลุ่มนิเทศ ติดตาม
และประเมินผล สานักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี กาลังดาเนินการวิจัยเรื่อง รูปแบบการนิเทศ
โรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน สังกัดสานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อุบลราชธานี โครงการวิจัยพัฒนาโรงเรียนแกนนาการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาระดับการศึกษา
ขนั้ พื้นฐาน
ขณะน้ีอยู่ในระหว่างการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย สานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อบุ ลราชธานี ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเรื่องท่ี
กาลังทาการวิจัยเป็นอย่างดี จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ให้ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเครื่องมือวิจัยให้มี
ประสทิ ธภิ าพยิง่ ขนึ้ เพอื่ ทผี่ วู้ จิ ยั จะได้ดาเนินการในขั้นต่อไป รายละเอียดตามสงิ่ ท่ีสง่ มาดว้ ยพรอ้ มน้ี
จงึ เรยี นมำเพ่ือโปรดพจิ ำรณำ
ขอแสดงควำมนับถอื
(นำยสทุ ธิพร ไชยพิเดช)
ผูอ้ ำนวยกำรกล่มุ บริหำรงำนบุคคล รักษำกำรในตำแหนง่
ศกึ ษำธิกำรจงั หวัดอุบลรำชธำนี
กลุ่มนิเทศ ติดตำม และประเมินผล
โทร. ๐๖๓-๗๖๘๓๙๙๙
40
ที่ ศธ ๐2132/ว๔๐๗๘ สำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวดั อุบลรำชธำนี
เลขท่ี 2 ถนนนครบำล ตำบลในเมอื ง
อำเภอเมอื ง จังหวดั อุบลรำชธำนี 34000
๒๙ ตลุ ำคม 256๓
เรอื่ ง ขอความอนเุ คราะหเ์ ปน็ ผ้เู ชยี่ วชาญตรวจสอบเครื่องมือวิจยั
เรยี น รองศาสตราจารย์ดร.ธปู ทอง กวา้ งสวาสด์ิ อาจารย์ประจาภาควิชาหลกั สตู รและการสอน
คณะศกึ ษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม
สงิ่ ทส่ี ง่ มาดว้ ย ๑. ประกาศสานักงานศึกษาธิการจังหวดั อุบลราชธานี จานวน ๑ ชุด
๒. เอกสารเชิงหลกั การ (Concept paper) จานวน ๑ ชดุ
๓. แบบประเมินกระบวนการใชร้ ูปแบบการนิเทศ จานวน ๑ ฉบบั
๔. แบบประเมนิ แบบทดสอบ จานวน ๑ ชุด
๕. แบบประเมนิ ผลการใชร้ ูปแบบการนิเทศ จานวน ๑ ชุด
ด้วย นางดนุภัค เชาว์ศรีกุล ตาแหน่ง ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ กลุ่มนิเทศ ติดตาม
และประเมินผล สานักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี กาลังดาเนินการวิจัยเรื่อง รูปแบบการนิเทศ
โรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน สังกัดสานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อุบลราชธานี โครงการวิจัยพัฒนาโรงเรียนแกนนาการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาระดับการศึกษา
ขน้ั พืน้ ฐาน
ขณะน้ีอยู่ในระหว่างการตรวจสอบคุณภาพเคร่ืองมือวิจัย สานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อุบลราชธานี ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเร่ืองที่
กาลังทาการวิจัยเป็นอย่างดี จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ให้ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือวิจัยให้มี
ประสทิ ธิภาพยิง่ ขนึ้ เพื่อทผ่ี ู้วิจยั จะได้ดาเนินการในข้นั ต่อไป รายละเอียดตามสิง่ ทีส่ ่งมาด้วยพร้อมน้ี
จงึ เรียนมำเพ่ือโปรดพิจำรณำ
ขอแสดงควำมนบั ถอื
(นำยสทุ ธพิ ร ไชยพเิ ดช)
ผ้อู ำนวยกำรกลุ่มบรหิ ำรงำนบคุ คล รักษำกำรในตำแหน่ง
ศกึ ษำธกิ ำรจงั หวดั อุบลรำชธำนี
กลมุ่ นิเทศ ติดตำม และประเมนิ ผล
โทร. ๐๖๓-๗๖๘๓๙๙๙
41
ที่ ศธ ๐2132/ว๔๐๗๘ สำนกั งำนศึกษำธิกำรจังหวดั อุบลรำชธำนี
เลขท่ี 2 ถนนนครบำล ตำบลในเมือง
อำเภอเมอื ง จงั หวดั อบุ ลรำชธำนี 34000
๒๙ ตุลำคม 256๓
เรื่อง ขอความอนเุ คราะหเ์ ปน็ ผู้เช่ียวชาญตรวจสอบเครือ่ งมือวจิ ัย
เรยี น ผู้ช่วยศาสตราจารยด์ ร.ภูมิพงษ์ จอมหงษ์พิพัฒน์ ประธานสาขาวชิ าการพฒั นาหลกั สูตร
และการเรยี นการสอน (ดษุ ฎีบัณฑติ ) คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อบุ ลราชธานี
ส่งิ ทส่ี ่งมาดว้ ย ๑. ประกาศสานกั งานศกึ ษาธิการจังหวดั อุบลราชธานี จานวน ๑ ชุด
๒. เอกสารเชิงหลกั การ (Concept paper) จานวน ๑ ชุด
๓. แบบประเมนิ กระบวนการใช้รูปแบบการนิเทศ จานวน ๑ ฉบับ
๔. แบบประเมนิ แบบทดสอบ จานวน ๑ ชุด
๕. แบบประเมินผลการใช้รปู แบบการนเิ ทศ จานวน ๑ ชุด
ด้วย นางดนุภัค เชาว์ศรีกุล ตาแหน่ง ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ กลุ่มนิเทศ ติดตาม
และประเมินผล สานักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี กาลังดาเนินการวิจัยเร่ือง รูปแบบการนิเทศ
โรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน สังกัดสานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อุบลราชธานี โครงการวิจัยพัฒนาโรงเรียนแกนนาการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาระดับการศึกษา
ขน้ั พนื้ ฐาน
ขณะน้ีอยู่ในระหว่างการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย สานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อุบลราชธานี ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับเร่ืองที่
กาลังทาการวิจัยเป็นอย่างดี จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ให้ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือวิจัยให้มี
ประสิทธภิ าพย่ิงขนึ้ เพื่อทผ่ี วู้ จิ ยั จะได้ดาเนนิ การในขัน้ ต่อไป รายละเอยี ดตามสิ่งท่ีส่งมาด้วยพร้อมน้ี
จงึ เรียนมำเพ่ือโปรดพิจำรณำ
ขอแสดงควำมนับถอื
(นำยสทุ ธพิ ร ไชยพเิ ดช)
ผู้อำนวยกำรกลุ่มบริหำรงำนบคุ คล รักษำกำรในตำแหนง่
ศึกษำธิกำรจังหวัดอุบลรำชธำนี
กลุ่มนเิ ทศ ติดตำม และประเมินผล
โทร. ๐๖๓-๗๖๘๓๙๙๙
42
ท่ี ศธ ๐2132/ว๔๐๗๘ สำนกั งำนศึกษำธิกำรจังหวดั อบุ ลรำชธำนี
เลขท่ี 2 ถนนนครบำล ตำบลในเมือง
อำเภอเมอื ง จังหวดั อบุ ลรำชธำนี 34000
๒๙ ตุลำคม 256๓
เรอ่ื ง ขอความอนเุ คราะหเ์ ป็นผเู้ ชี่ยวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือวิจัย
เรยี น ดร.สาวิตรี เถาว์โท อาจารย์สาขาวิชาการพัฒนาหลักสตู รและการเรยี นการสอน
คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
ส่ิงทีส่ ่งมาดว้ ย ๑. ประกาศสานกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวัดอบุ ลราชธานี จานวน ๑ ชุด
๒. เอกสารเชิงหลักการ (Concept paper) จานวน ๑ ชุด
๓. แบบประเมนิ กระบวนการใช้รูปแบบการนเิ ทศ จานวน ๑ ฉบบั
๔. แบบประเมนิ แบบทดสอบ จานวน ๑ ชุด
๕. แบบประเมนิ ผลการใช้รูปแบบการนิเทศ จานวน ๑ ชดุ
ด้วย นางดนุภัค เชาว์ศรีกุล ตาแหน่ง ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ กลุ่มนิเทศ ติดตาม
และประเมินผล สานักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี กาลังดาเนินการวิจัยเร่ือง รูปแบบการนิเทศ
โรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับชั้นเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน สังกัดสานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อุบลราชธานี โครงการวิจัยพัฒนาโรงเรียนแกนนาการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาระดับการศึกษา
ขนั้ พน้ื ฐาน
ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย สานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อบุ ลราชธานี ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถและเป็นผู้เชี่ยวชาญเก่ียวกับเรื่องที่
กาลังทาการวิจัยเป็นอย่างดี จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ให้ท่านเป็นผู้เช่ียวชาญตรวจสอบเครื่องมือวิจัยให้มี
ประสทิ ธิภาพยิง่ ขน้ึ เพอื่ ทผี่ วู้ ิจัยจะได้ดาเนนิ การในข้ันต่อไป รายละเอียดตามสง่ิ ที่ส่งมาด้วยพร้อมนี้
จงึ เรียนมำเพ่ือโปรดพิจำรณำ
ขอแสดงควำมนับถอื
(นำยสทุ ธิพร ไชยพิเดช)
ผู้อำนวยกำรกล่มุ บริหำรงำนบุคคล รักษำกำรในตำแหน่ง
ศึกษำธิกำรจังหวดั อบุ ลรำชธำนี
กลมุ่ นิเทศ ติดตำม และประเมินผล
โทร. ๐๖๓-๗๖๘๓๙๙๙
43
ที่ ศธ ๐2132/ว๔๐๗๘ สำนักงำนศึกษำธิกำรจังหวัดอบุ ลรำชธำนี
เลขที่ 2 ถนนนครบำล ตำบลในเมือง
อำเภอเมอื ง จังหวดั อบุ ลรำชธำนี 34000
๒๙ ตลุ ำคม 256๓
เรื่อง ขอความอนเุ คราะหเ์ ป็นผู้เชีย่ วชาญตรวจสอบเครอื่ งมือวจิ ยั
เรยี น ร.ต.ต.ดร.วรี ะวฒั น์ พิณโท ผแู้ ทนสานักงานคณะกรรมการส่งเสรมิ การศึกษาเอกชน
ในคณะกรรมการศึกษาธกิ ารจงั หวดั อุบลราชธานี
สิ่งที่ส่งมาดว้ ย ๑. ประกาศสานกั งานศึกษาธกิ ารจงั หวดั อุบลราชธานี จานวน ๑ ชุด
๒. เอกสารเชงิ หลกั การ (Concept paper) จานวน ๑ ชุด
๓. แบบประเมนิ กระบวนการใชร้ ปู แบบการนเิ ทศ จานวน ๑ ฉบบั
๔. แบบประเมินแบบทดสอบ จานวน ๑ ชุด
๕. แบบประเมนิ ผลการใชร้ ปู แบบการนเิ ทศ จานวน ๑ ชดุ
ด้วย นางดนุภัค เชาว์ศรีกุล ตาแหน่ง ศึกษานิเทศก์ชานาญการพิเศษ กลุ่มนิเทศ ติดตาม
และประเมินผล สานักงานศึกษาธิการจังหวัดอุบลราชธานี กาลังดาเนินการวิจัยเรื่อง รูปแบบการนิเทศ
โรงเรียนแกนนาการพัฒนาหลักสูตรระดับช้ันเรียนสาหรับโรงเรียนเอกชน สังกัดสานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อุบลราชธานี โครงการวิจัยพัฒนาโรงเรียนแกนนาการบริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาระดับการศึกษา
ขัน้ พ้นื ฐาน
ขณะน้ีอยู่ในระหว่างการตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือวิจัย สานักงานศึกษาธิการจังหวัด
อบุ ลราชธานี ได้พิจารณาแล้วเห็นว่าท่านเป็นผู้ท่ีมีความรู้ความสามารถและเป็นผู้เช่ียวชาญเกี่ยวกับเร่ืองท่ี
กาลังทาการวิจัยเป็นอย่างดี จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ให้ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบเคร่ืองมือวิจัยให้มี
ประสิทธภิ าพย่งิ ขน้ึ เพือ่ ทผี่ ้วู จิ ัยจะได้ดาเนนิ การในข้นั ต่อไป รายละเอียดตามสิ่งทีส่ ง่ มาด้วยพรอ้ มนี้
จึงเรียนมำเพื่อโปรดพจิ ำรณำ
ขอแสดงควำมนับถอื
(นำยสุทธพิ ร ไชยพิเดช)
ผูอ้ ำนวยกำรกล่มุ บริหำรงำนบคุ คล รักษำกำรในตำแหน่ง
ศึกษำธิกำรจังหวดั อุบลรำชธำนี
กลมุ่ นเิ ทศ ติดตำม และประเมนิ ผล
โทร. ๐๖๓-๗๖๘๓๙๙๙
44
ภาคผนวก ง
เครื่องมอื ท่ีใชใ้ นการศกึ ษา