๑
บทที่ ๑
บทนำ
๑.๑ ควำมสำคญั และที่มำ
ตามท่ีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร
มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี
ท ร ง มี พ ร ะ ร า ช ด า ริ บ า ง ป ร ะ ก า ร เ กี่ ย ว กั บ ก า ร อ นุ รั ก ษ์ พั น ธุ ก ร ร ม พื ช
ซ่ึงมีใจความดงั ต่อไปน้ี“การสอนและอบรมให้เดก็ มจี ติ สานึกในการอนุรกั ษพ์ ชื พรรณน้นั ควรใช้วธิ ีการปลกู ฝัง
ให้เด็กเห็น ความงดงาม ความสนใจ และเกิดความปิติที่จะทา การศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป
การให้วิธี การอบรมและให้ความรู้สึกกลัวว่า หากไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสียเกิดอันตรายแก่ตนเอง
จะทาเกดิ ความเครียด ซึ่งจะเป็นผลเสียแกป่ ระเทศในระยะยาว”
โครงการอนรุ กั ษพ์ นั ธุกรรมพืชอนั เนือ่ งมาจากพระราชดาริฯ ได้ดาเนนิ งานสนองพระราชดารงิ าน
“สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน”เพอ่ื เปน็ สือ่ ในการสรา้ งจติ สานึกด้านอนรุ กั ษ์พนั ธุกรรมพืชโดยเยาวชนนนั้ ไดใ้ ก
ลช้ ิดกบั พืชพรรณไม้ เหน็ คณุ ค่าและประโยชน์ อนั จะก่อให้เกิดความคิดที่จะอนุรกั ษ์พืชพรรณต่อไป
ซึง่ งานสวนพฤกษศาสตร์เป็นแหลง่ ท่รี วบรวมพนั ธพ์ุ ชื ชนิดต่างๆทมี่ ชี วี ิตจดั ปลูกตามความเหมาะสมกับสภาพ
ถิน่ อาศัยเดิมมหี อ้ งสมุด สถานทเ่ี ก็บรวบรวมตวั อย่างพรรณไม้การรักษาสภาพ อาจเปน็ ตัวอยา่ งทงั้ แบบดอง
แบบแห้ง หรอื เกบ็ รักษาด้วยวธิ อี ่ืนๆ รวบรวมไว้เพื่อเป็นแหลง่ เรียนร้แู ละ เผยแพร่ความรู้เก่ียวกบั พรรณไม้
นอกจากน้สี ามารถใช้เปน็ แหลง่ พกั ผ่อนหยอ่ นใจซึ่งสามารถดาเนนิ งาน
งานพฤกษศาสตรใ์ นพนื้ ท่ขี องโรงเรียน โดยมอี งคป์ ระกอบดงั กล่าว เป็นสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
อกี ทง้ั ใช้ในการศึกษาและเป็นประโยชน์ในการสอนวิชาต่าง ๆ ดังนน้ั งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
จงึ เป็นการดาเนินงานท่ีอิงรปู แบบของ “สวนพฤกษศาสตร์” โดยมี การรวบรวมพันธไ์ุ มท้ ีม่ ีชีวิต
มแี หลง่ ขอ้ มูลพรรณไม้ มีการศึกษาตอ่ เน่ืองมีการเกบ็ ตัวอยา่ งพรรณไมแ้ ห้งพรรณไมด้ อง
มีการรวบรวมพันธุไ์ ม้ท้องถิ่นเขา้ มาปลูกรวบรวมไวใ้ นโรงเรียนและภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ มีการบนั ทกึ รายงานแล
ะข้อมูลรวมทัง้ ภูมิปญั ญาทอ้ งถนิ่ เกย่ี วกับพนั ธ์ุไม้มมี มุ สาหรบั ศึกษาคน้ คว้าและมกี ารนาไปใช้ประโยชนเ์ ป็นสื่
อการเรยี นการสอนใน วชิ าตา่ งๆ เป็นการดาเนินการใหส้ อดคลอ้ ง กับสภาพทอ้ งถ่นิ ไมฝ่ ืนธรรมชาติ
และเป็นไปตามความสนใจและความพร้อมของโรงเรียนดาเนินการ โดยความสมัครใจ ไม่ให้เกดิ ความเครียด
โรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ ได้ดาเนินงานสวนพฤษศาสตร์โรงเรียน ตามลาดับการเรียนรู้ของ 5
องคป์ ระกอบ ไดศ้ กึ ษาพรรณไม้ในพ้ืนทศ่ี ึกษาท่ี 1 ไดร้ ่วมกันวเิ คราะห์และกาหนดพืชศกึ ษาของโรงเรียน คือ
ต้นแพงพวย/Cayenne Jasmine/Madagascar Periwinkle/Vinca ช่ือวิทยาศาสตร์ : Catharanthus
roseus (L.) G.Don. ว งศ์ : Apocynaceae เป็ น พ ร ร ณ ไม้ พื้ น เมื อ งข อ ง ห มู่ เก าะ ม าด ากั ส ก าร์
มี ถิ่ น ก า เนิ ด ใน อ เม ริ ก า ก ล า ง ใน ปั จ จุ บั น พ บ ขึ้ น ทั่ ว ไ ป ใน ป ร ะ เท ศ ที่ มี อ า ก า ศ ร้ อ น
๒
โด ย จั ด เป็ น ไ ม้ ล้ ม ลุ ก เนื้ อ อ่ อ น พุ่ ม เตี้ ย มี ค ว า ม สู ง ไ ด้ ป ร ะ ม า ณ 25-120 เซ น ติ เม ต ร
ลาต้น ช่วงบ น แตก ก่ิ งก้ าน สาขามาก เปลือ ก ลาต้น เรียบ เป็ น สีน้าตาลป น เขียว มียางสีขาว
ขยายพันธ์ดุ ้วยวิธีการเพาะเมล็ด การปักชาก่ิง ปักชากง่ิ ส่วนยอด เจริญเติบโตได้ดใี นดินปนทรายระบายน้าดี
ช อ บ ค ว า ม ช้ื น ป า น ก ล า ง ท น แ ล้ ง แ ล ะ ช อ บ แ ส ง แ ด ด แ บ บ เต็ ม วั น ถึ ง ป า น ก ล า ง
เ ป็ น พื ช ที่ มี ค ว า ม ท น ท า น ต่ อ ก า ร เ ป ลี่ ย น แ ป ล ง ข อ ง ดิ น ฟ้ า อ า ก า ศ
โดยเฉพาะทางแถบชายทะเลพชื ชนิดนี้จะขน้ึ ได้งอกงามเป็นพิเศษลกั ษณะของแพงพวย
ต้นแพงพวย เป็นพรรณไม้พ้ืนเมืองของหมู่เกาะมาดากัสการ์ มีถ่ินกาเนิดในอเมริกากลาง
ในปัจจุบนั พบขึน้ ทัว่ ไปในประเทศท่ีมอี ากาศร้อน โดยจัดเปน็ ไมล้ ้มลกุ เนือ้ อ่อนพุ่มเต้ีย มีความสูงได้ประมาณ
25-120 เซนติเมตร ลาต้นชว่ งบนแตกก่ิงกา้ นสาขามาก เปลือกลาต้นเรยี บเป็นสีน้าตาลปนเขียว มียางสีขาว
ขยายพนั ธดุ์ ้วยวิธีการเพาะเมล็ด การปักชาก่งิ ปักชาก่ิงส่วนยอด เจริญเติบโตได้ดใี นดนิ ปนทรายระบายน้าดี
ช อ บ ค ว า ม ชื้ น ป า น ก ล า ง ท น แ ล้ ง แ ล ะ ช อ บ แ ส ง แ ด ด แ บ บ เต็ ม วั น ถึ ง ป า น ก ล า ง
เ ป็ น พื ช ที่ มี ค ว า ม ท น ท า น ต่ อ ก า ร เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง ข อ ง ดิ น ฟ้ า อ า ก า ศ
โดยเฉพาะทางแถบชายทะเลพชื ชนิดนีจ้ ะขึ้นไดง้ อกงามเป็นพิเศษ
ใ บ แ พ ง พ ว ย อ อ ก ใ บ ด ก ใ บ เ ป็ น ใ บ เ ดี่ ย ว อ อ ก เ ป็ น คู่ เ รี ย ง ต ร ง ข้ า ม กั น
ลักษณะของใบเป็นรูปไข่หรือรูปขอบขนานแกมรปู ไข่กลับ ปลายใบมนเป็นติ่งหนาม โคนใบมนหรือแหลม
ส่วนขอบใบเรียบและเป็นคลื่นเล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตรและยาวประมาณ 3-7
เซ น ติ เม ต ร แ ผ่ น ใบ ห น า ห ลั ง ใบ เรี ย บ เป็ น สี เขี ย ว เข้ ม เป็ น มั น ส่ ว น ท้ อ ง ใบ เรี ย บ
เส้นกลางใบเป็นสเี ขียวออ่ นหรือเปน็ สีเหลอื งลากเป็นเส้นเหน็ ได้ชัดเจน
ดอกแพงพวย ออกดอกเป็นช่อกระจุกหรือออกเป็นกลุ่ม ๆ กระจุกละประมาณ 1-3 ดอก
โ ด ย จ ะ อ อ ก ต า ม ซ อ ก ใ บ ด อ ก ย่ อ ย เ ป็ น สี ช ม พู ห รื อ สี ม่ ว ง แ ล ะ สี ข า ว
ถ้าเป็นดอกสีชมพูตรงกลางดอกจะเป็นสีแดง ส่วน ดอกสีขาวตรงกลางดอกจะเป็นสีเหลือง
กลีบดอกมีช้ันเดียวและมี 5 กลีบ ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปไข่กลับ ปลายกลีบมนและมีติ่งแหลม
โคนกลบี ดอกเช่ือมติดกันเป็นหลอด ดอกมเี กสรเพศผู้ 5 กา้ น ดอกเมือ่ บานเต็มที่จะมขี นาดกวา้ งประมาณ 4
เซนตเิ มตร เมอ่ื ดอกร่วงหลน่ ไปก็จะตดิ ฝักหรือผลเปน็ รูปทรงกระบอก
ผลแพงพวย ลักษณะของผลเป็นรูปทรงกระบอก มักออกเป็นคู่ ยาวประมาณ 2-3.75 เซนติเมตร
เม่ือผลแห้งจะแตกออกด้านเดยี ว ภายในผลมีเมลด็ สดี าอยูม่ ากมาย
ประโยชน์ของแพงพวย ในประเทศไทยจะนิยมปลูกต้นแพงพวยไว้เป็นไม้ประดับสวนทั่วไป
ป ลู ก ต า ม ริ ม ถ น น ริ ม ท า ง เดิ น ส ว น ส า ธ า ร ณ ะ ริ ม ท ะ เล ไ ด้ ดี ห รื อ ใน ที่ น้ า ไม่ ท่ ว ม ขั ง
ปลูกเป็นไม้กระถางก็ดูงดงาม เพราะดอกสวยเด่นมีหลายสี จัดเป็นไม้ดอกที่ปลูกง่าย โตเร็ว ดูแลง่าย
ต า ย ย า ก ท น ดิ น เค็ ม (แ ต่ ไ ม่ ท น ดิ น เป ร้ี ย ว ) ท น ค ว า ม แ ห้ ง แ ล้ ง โ ร ค แ ล ะ แ ม ล ง ไ ด้ ดี
ถ้ า ป ลู ก ป ร ะ ดั บ ส ว น ค ว ร ป ลู ก ก ล า ง แ จ้ ง แ ล ะ ค ว ร ตั ด แ ต่ ง จ ะ ไ ด้ ท ร ง พุ่ ม ส ว ย ง า ม
๓
แ ต่ ส า ห รั บ ใน บ า ง ท้ อ ง ถิ่ น ท า ง ภ า ค ใต้ ข อ ง ป ร ะ เท ศ ไ ท ย ห รื อ ใน ป ร ะ เท ศ ม า เล เซี ย
และประเทศอนิ โดนเี ซยี มกั จะปลูกต้นแพงพวยไว้เปน็ ไมป้ ระดับหลุมฝังศพ และจะไมป่ ลกู ตามบ้านเรอื น
๑.๒วัตถุประสงคข์ องกำรศึกษำ
๑ . เพ่ื อ ศึก ษ าลัก ษ ณ ะท างพ ฤก ษ ศาสตร์ด้าน รูป ลัก ษ ณ์ ขอ งราก ลาต้น ใบ ดอ ก
ผลและเมล็ดต้นแพงพวย
๒. เพื่อศึกษาลักษณะทางนเิ วศวทิ ยาของตน้ แพงพวย
๓. เพอ่ื ศกึ ษาการขยายพันธ์ุ การดูแลรกั ษา การเจริญเติบโตของต้นแพงพวย
๔. เพ่ือศกึ ษาการนาไปใช้ประโยชน์ของตน้ แพงพวย
๑.๓ ขอบเขตของกำรศึกษำ
โ ร ง เรี ย น โ ส ต ศึ ก ษ า เท พ รั ต น์ ไ ด้ ก า ห น ด พื ช ที่ ศึ ก ษ า คื อ “ต้ น แ พ ง พ ว ย ”
โดยได้ศึกษาในส่วนประกอบต่างๆทั้งลักษณะภายนอก ภายในของพืชแต่ละส่วน ได้แก่ ราก ลาต้น ใบ
ดอก ผล และเมล็ด โดยละเอียด การกาหนดเร่ืองที่จะเรียนรู้ในแต่ละส่วน การเรียนรู้แต่ละเรื่อง
แ ต่ ล ะ ส่ ว น ข อ ง อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ย่ อ ย
แ ล ะ ก า ร น า ข้ อ มู ล ม า เป รี ย บ เที ย บ ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง ใ น แ ต่ ล ะ เรื่ อ ง ใ น ช นิ ด เดี ย ว กั น
โดยบูรณาการการจัดการเรียนรู้ เข้ากับแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีสอดคลอ้ งกับหลักสูตรการศึกษาแกนกลาง
ทั้ง 8 กล่มุ สาระการเรียนรู้ ซึง่ การศึกษาลกั ษณะของตน้ แพงพวยในแต่ละชว่ งชัน้ มีดงั น้ี
ระดับประถมศึกษำ ศึกษาลักษณะทางพฤษศาสตร์ของพืชศึกษาแพงพวย เพียงรูปร่าง สี
ของสว่ นประกอบภายนอกคือ ราก ลาต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ด
ร ะ ดั บ ช้ั น มั ธ ย ม ศึ ก ษ ำ ต อ น ต้ น
เป็นการศึกษาในส่วนประกอบต่างๆของลักษณะภายนอกของต้นแพงพวย คือ ราก ลาต้น ใบ ดอก
ผลและเมล็ด โดยสามารวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ ระบายสีตามที่นักเรียนสังเกตเห็นตามความเป็นจริง
ศึกษาลักษณะภายนอกของพืชแต่ละส่วนโดยละเอียด ท้ัง รูปร่าง รูปทรง สี ผิว เนื้อ ขนาด จานวน
ลั ก ษ ณ ะ ฯ ล ฯ ก า ห น ด เ รื่ อ ง ที่ จ ะ เ รี ย น รู้ ใ น แ ต่ ล ะ ส่ ว น ข อ ง พื ช
แล้วนาข้อมูลมาเปรียบเทียบความต่างในแต่ละเรื่อง ในชนิดเดียวกันในรูปแบบความเรียบและสถิติ
ร่วมถึงการขยายพันธุ์พืชศึกษา การดูแลหลังการปลกู และการศกึ ษาการเจรญิ เตบิ โตของพืช
ระดับช้ันมัธยมศึกษำตอนปลำย การศึกษาการขยายพันธุ์พืชศึกษา การดูแลหลังการปลูก
และการศึกษาการเจริญเติบโตของพืชศึกษา การศึกษาโครงสร้างภายในของต้นแพงพวยในส่วนของ ราก
ลาตน้ ใบ โดยใชก้ ระบวนการสังเกตและการบันทึกขอ้ มลู
๔
บทที่ 2 กำรตรวจเอกสำร
ต้ น แ พ ง พ ว ย เ ป็ น พื ช ด อ ก ถ่ิ น เ ดี ย ว ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ ม า ด า กั ส ก า ร์
ใน ธรรมชาติอยู่ใน สภาวะเสี่ยงต่อการสูญ พัน ธ์ุเพ ราะ การถางและเผาเพื่อการเกษตรกรรม
แ ต่ อ ย่ าง ไร ก็ ต าม มั น ก ลั บ ได้ รับ ก าร ป ลู ก เลี้ ย งอ ย่ างก ว้ างข ว าง ใน พ้ื น ท่ี เข ต ร้อ น ท่ั ว โล ก
ต้นแพงพวยเป็นไม้ไม่ผลัดใบพุ่มเตี้ยหรือพืชโตช่ัวฤดูสูงประมาณ 1 ม. ใบเป็นรูปไข่ถึงรูปขอบขนาน ยาว
2.5–9 ซม. กว้าง 1–3.5 ซม. สีเขียวเป็นมัน ไม่มีขน เส้นกลางใบซีดและก้านใบส้ัน ยาว 1–1.8 ซม.
ด อ ก มี สี ข า ว ถึ ง ช ม พู เข้ ม มี สี แ ด ง ต ร ง ก ล า ง ด อ ก ฐ า น ด อ ก รู ป ห ล อ ด ย า ว 2 .5 -3 ซ ม .
วงกลีบดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2–5 ซม. มี 5 แฉก ผลเป็นผลแตกแนวเดียวยาว 2–4 ซม. กว้าง 3 มม.
๕
ต้นแพงพวยมีช่ือพื้นเมืองอ่ืน ๆ ดังน้ี: นมอิน (สุราษฎร์ธานี) ผักปอดบก (เหนือ) แพงพวยบก (กทม.)
ก า ร ข ย าย พั น ธ์ ท า ได้ ทั้ ง วิ ธี ปั ก ช าแ ล ะ เพ า ะ เม ล็ ด แ ต่ ก า ร เพ า ะ เม ล็ ด จ ะ ท าได้ ง่า ย ก ว่ า
ท าได้โดยก ารเพ าะล งใน ก ระ บ ะ ห รือ เพ าะ ลงใน แป ล งเพ าะ ป ลูก เม ล็ดจะ งอ ก ใน 5-7 วั น
ต้ น แ พ ง พ ว ย นี้ เป็ น พื ช ที่ ต้ อ ง ก า ร แ ส ง แ ล ะ อ า ก า ศ ร้ อ น เนื่ อ ง จ า ก เป็ น พื ช ใน เข ต ร้ อ น
สามารถเจริญเติบโตได้ดใี นดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ต่าถึงปานกลาง โดยเฉพาะดินท่ีสามารถระบายน้าได้ดี
เช่ น ดิ น ร่ ว น ป น ท ร า ย ซ่ึ ง มั น จ ะ ช่ ว ย ร า ก เจ ริ ญ ไ ด้ ดี เพ ร า ะ ห า ก ดิ น ร ะ บ า ย น้ า ไ ม่ ดี
จะทาใหร้ ากเนา่ เน่อื งจากรากไมม่ อี ากาศหายใจ (วิกิพเี ดียสารานุกรมเสร,ี )
ลัก ษ ณ ะ ท่ั ว ไป แ พ งพ ว ย ( Catharanthus roseus (L.) G. Don.)อ ยู่ ใน Division Magnoliophyta
ClassGentianales Family APOCYNACEAE (The Dogbane Family) ช่ื อ ส า มั ญ ว่ า Madagasca
Periwinkle ,Periwinkle, Vincar, Catharanthue, Pinkie-pinkie, Rose Periwinkle, Cape Periwinkle
มีชื่อท้องถ่ินว่าแพงพวย แพงพวยฝร่ัง นมอินทร์ (สุราษฎรธานี) ผักปอดบก (เหนือ) พังพวยบก (พเยาว์,
2537; วิทย์,2542 และ วิฒุ, 2540) มีถ่ินกาเนิดในแถบอเมริกากลาง มาดากัสการ์ อาหรับถึงอินเดีย
แ ต่ ปั จ จุ บั น มี ข้ึ น อ ยู่ ท่ั ว ๆ ไ ป ใ น เ ข ต ป ร ะ เ ท ศ ท่ี มี อ า ก า ศ ร้ อ น
แพ งพ วยเป็น ไม้ดอกอายุหลายปี มีทั้งชนิดพุ่มและชนิดเลี้อย ขยายพันธุ์ด้วยการเพ าะเมล็ด
โดยกลบเมล็ดบางๆ เมลด็ งอกภายใน 7-15 วัน ย้ายปลูกอายุ 25-30วัน เวลาเพาะถึงออกดอก 70-90 วัน
ส ภ า พ ป ลู ก แ ส ง แ ด ด จั ด ดิ น ร่ ว น ป น ท ร า ย ร ะ บ า ย น้ า ดี ท น แ ล้ ง ดี ก ว่ า ท น แ ฉ ะ
ถ้ าต้ น ได้ รับ น้ าส ม่ าเส ม อ จ ะ มี ช่ ว งก าร อ อ ก ด อ ก น าน ข้ึ น เป็ น ไม้ ด อ ก ที่ ท น ร้ อ น ท น แ ล้ ง
ทนโรคและทนสภาพแวดล้อมที่เป็นพิษได้ดี (วิทย์, 2542 และอฤชร, 2544) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น
เป็นไม้ล้มลุก โคนต้นแข็ง ลาต้นสีเขียวอ่อน พุ่มสูง 30-120 เซนติเมตร แตกก่ิงก้านจานวนมาก
มียางสีขาวขุ่น (พเยาว์, 2537) ใบ มีลักษณะเป็นรูปไข่กลับกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร ยาว 3-7
เซนติเมตร ขอบขนานเรียบไม่มียัก หน้าหลังใบเรียบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบและขอบใบเรียบ
โ ค น ใ บ แ ห ล ม ห รื อ บ า ง ที ก็ ม น ป ล า ย ใ บ ม น ห รื อ มี ต่ิ ง ห น า ม
เส้ น ก ล าง ใบ มี สี เขี ย ว อ่ อ น ห รือ สี เห ลื อ ง ล าก เป็ น เส้ น เห็ น ได้ ชั ด เจ น (อ ฤ ช ร , 2544) ด อ ก
มีลักษณะเป็นดอกสมบูรณ์ ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ 1-3 ดอก กลีบดอกช้ันเดียวมี 5 กลีบ
โค น เชื่ อ ม ติ ด กั น เป็ น ห ล อ ด เมื่ อ ตู ม บิ ด เป็ น เก ลี ย ว (ส ม พ ร , 2542) มี 2 สี ด้ ว ย กั น คื อ
สีขาวและสีชมพูถ้าเป็นสีขาวตรงกลางดอกก็จะเป็นสีเหลือง ส่วนสีชมพูตรงกลางดอกนั้นจะเป็นสีแดง
(ภาพท่ี 1) (วิทย์, 2542) ผล เป็นฝักรูปกระบอกยาวออกเป็นคู่สีเขียว เมื่อแก่จะมีสีน้าตาลดา มีเมล็ดเล็กๆ
สีดา จานวนมาก 750-1,000 เมล็ด/กรมั (นจิ ศิริ, 2547 และอฤชร, 2544)
สรรพคณุ ของแพงพวยและผลงำนกำรวจิ ัย
1. ท่ี เ มื อ ง La Reunion
ของประเทศฝรัง่ เศสจะใชร้ ากที่หมักจนเปอ่ื ยยยุ่ เป็นยาบารุงและเปน็ ยาธาตุ เจริญอาหาร
2. (ราก) รากและก้านสดนามาต้มกบั น้าดม่ื เปน็ ยาบารงุ กาลัง (ราก, ก้าน)
๖
3. ทั้งต้นมีรสขมเล็กน้อย เป็นยาเย็น มีพิษ ใช้เป็นยารักษามะเร็ง ต่อต้านมะเร็ง
รั ก ษ า เ นื้ อ ง อ ก ใ น ต่ อ ม น้ า เ ห ลื อ ง ม ะ เ ร็ ง ข อ ง เ ซ ล ล์ เ ม็ ด เ ลื อ ด ข า ว
หรือเม็ดเลือดขาวในต่อมน้าเหลืองมากเกินควร ด้วยการใช้คร้ังละ 6-15 กรัม นามาต้มกับน้ารับประทาน
(บางแห่งใช้บาบัดรักษามะเร็งเต้านม) (ทั้งต้น)รากช่วยรักษามะเร็งในเลือด (ราก) ส่วนใบมีรสเอียน
เป็นยาแกม้ ะเรง็ ต่าง ๆ แก้มะเร็งในเมด็ เลอื ดของเด็ก (ใบ)
4. ใบชว่ ยบารงุ หวั ใจ (ใบ ต้นและใบ)
5. ทั้งต้นมีรสเอียน ใช้ต้มดื่มเป็นยาแก้เบาหวาน บาบัด เบาหวาน (ท้ังต้น)[3],[7]
ส่ ว น ใ บ ก็ เ ป็ น ย า แ ก้ โ ร ค เ บ า ห ว า น เ ช่ น กั น
โดยชาวจาเมกาเช่ือวา่ ยาดองเหล้าจากใบแพงพวยตากแหง้ สามารถชว่ ยรกั ษาโรคเบาหวานได้ (ใบ)
6. ท้ังต้นใช้ต้มดื่มช่วยลดความดันโลหิต ตามตารับยาให้ใช้แพงพวย 15 กรัม ชุมเห็ดไทย 6
กรัม เก๊กฮวย 6 กรัม นามารวมกันต้มกับน้ารับประทาน หรือจะใช้แพงพวย และแห่โกวเช่าอย่างละ 15
กรมั นามาตม้ กับนา้ รับประทานกไ็ ด้เช่นกนั (ทง้ั ต้น)
7. ทั้ ง ต้ น มี ร ส จื ด เย็ น ช่ ว ย แ ก้ ร้ อ น ท า ใ ห้ เลื อ ด เย็ น แ ก้ ห วั ด ตั ว ร้ อ น
แกอ้ าการไอแหง้ อนั เกดิ จากความรอ้ น ดว้ ยการใชต้ ้นแหง้ 15-30 กรมั นามาตม้ กับนา้ ดม่ื (ทง้ั ต้น)
8. ใช้เป็นยารกั ษาโรคมาลาเรยี โรคเจ็บคอ และโรคชอ่ งคออกั เสบ (ไม่ระบุสว่ นท่ีใช้)
9. ต้ น แ ล ะ ใบ ช่ ว ย ล ด ไข มั น ใน เลื อ ด สู ง ได้ ด้ ว ย ก า ร ใช้ ใบ แ ล ะ ต้ น 1 ก า มื อ
นามาตม้ กบั นา้ ดม่ื เช้าและเย็น (ต้น, ใบ)
10. ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้าและแก้อาการท้องผูก ด้วยการใช้ต้นสด 60-120
กรมั นามาตาคั้นเอานา้ ผสมกับนา้ ผ้งึ เดือนห้าอนุ่ พออุ่นดืม่ (ท้งั ต้น)
11. ใชเ้ ปน็ ยาขับเหงอื่ (ไมร่ ะบสุ ่วนท่ีใช)้
12. ใช้ตน้ สด 60 กรมั นามาต้มกบั นา้ ดม่ื เป็นยาแกอ้ าการปวดฟัน (ทงั้ ต้น)
13. ช่วยแกอ้ าการท้องผกู เรื้อรัง ชว่ ยในการยอ่ ย (ใบ)
14. รากมีรสเอียน เป็นยาแกบ้ ดิ (ราก)
15. รากมีสรรพคุณเปน็ ยาขับพยาธิ (ราก)
16. ท้งั ต้นใช้ครั้งละ 6-15 กรัม นามาต้มกับน้ารบั ประทานเปน็ ยาขับปสั สาวะ (ทั้งต้น)
17. ช่วยแก้โรคหนองใน ปัสสาวะเป็นหนอง ด้วยการใช้ต้นสด 30 กรัมผสมกับน้าตาลกรวด
15 กรมั ตม้ ดืม่ หลังอาหารวนั ละ 2 คร้งั (ทั้งต้น)
18. ร า ก ใ ช้ เ ป็ น ย า ขั บ ร ะ ดู ข อ ง ส ต รี แ ล ะ ท า ใ ห้ แ ท้ ง ( ร า ก ) [ 1],[7]
น อ ก จาก นี้ ยั งใช้ รัก ษ าโร ค เลื อ ด อ อ ก ม าก เกิ น ไป ใน ช่ ว ง ร ะ ห ว่ าง มี ป ระ จ าเดื อ น ข อ งส ต รี
ดว้ ยการนาใบมาเคีย้ วแลว้ อมไวเ้ พอ่ื ให้ตัวยาเขา้ ไปทางปาก (ใบ)
19. ช่ ว ย แ ก้ อ า ก า ร ตั ว เห ลื อ ง อั น เกิ ด จ า ก พิ ษ สุ ร า ด้ ว ย ก า ร ใช้ ต้ น ส ด 1
กามอื นามาตาค้ันเอาแต่น้าผสมกับน้าผึง้ เดือนหา้ ดม่ื (ทง้ั ตน้ )
๗
20. ทงั้ ต้นใชเ้ ป็นยาถอนพิษสาแดง ถอนพิษต่าง ๆ (ทั้งต้น)
21. ช่วยแก้งูกัด สุนัขกัด ให้ใช้ต้นสด 1-2 กามือนามาล้างให้สะอาด ตาค้ันเอาแต่น้ามาดื่ม
สว่ นกากทีเ่ หลอื ใช้พอกบรเิ วณทถี่ ูกกัด (ทงั้ ตน้ )
22. ในประเทศอนิ เดยี (เมือง Orissa) จะใช้น้าสกัดจากใบแพงพวยมารกั ษาโรคแมลงกดั ตอ่ ย
(ใบ)
23. ช่วยห้ามเลอื ด (ราก)
24. ช่วยแก้หัด แก้หัดหลังจากหัดออกแล้วไข้ไม่ลด แก้ผดผื่นคัน และแผลอักเสบอื่น ๆ
ให้ใชต้ น้ สด 30-60 กรมั นามาคั้นเอาแต่น้าแล้วตม้ ดืม่ (ทัง้ ต้น)
25. ช่ ว ย แ ก้ เ ด็ ก เ ป็ น ฝี มี หั ว ก ลั ด ห น อ ง ยั ง ไ ม่ แ ต ก
ด้วยการใชต้ น้ สดนามาตม้ เอานา้ ชะลา้ งและใช้ตาพอก (ท้ังต้น)
26. ใชต้ น้ สดตาพอกเปน็ ยาแก้กลากนา้ นม (ทง้ั ตน้ )
27. ช่ ว ย แ ก้ บ ว ม แ ก้ แ ผ ล อั น เ กิ ด จ า ก ก า ร ห ก ล้ ม แ ผ ล เ น่ า เ ปื่ อ ย
ดว้ ยการใช้ตน้ สดนามาตาพอกบรเิ วณท่ีเปน็ (ทัง้ ต้น)
28. รากและกา้ นสดนามาต้มกับนา้ ดืม่ เป็นยาแกป้ วด (ราก, ก้าน)
หมายเหตุ : วิธีใช้สมุนไพรแพงพวยตาม ให้ใช้ท้ังต้นแห้งครั้งละ 15-30 กรัมนามาต้มกับน้าดื่ม
หรือใช้ตน้ สดนามาคั้นเอาแตน่ า้ ดม่ื ส่วนใชภ้ ายนอกใหน้ ามาตาพอกหรอื สมุ ไฟให้เปน็ ถ่านผสมเปน็ ยาพอก
ข้อมลู ทำงเภสชั วิทยำของแพงพวย
1. สารสาคัญที่พบ ได้แก่ acenine, ajalicine, akummigine, ammocalline, arginins,
carosine, campesterol, glutamine, Leurosidine, loganin
2. แพงพวยฝร่ังมีฤทธ์ิต้านเชื้อแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ขับปัสสาวะ ลดไขมันในเลือด
ลดความดันโลหติ ลดน้าตาลในเลือด
3. ท้ังต้นสกัดได้สารอัลคาลอยด์ Vineristine และ Vinblastine นามาทาให้บริสุทธิ์
แล้วใชใ้ นรปู ของยาฉดี รักษาคนไข้มะเรง็ บางชนดิ เช่น มะเร็งเมด็ เลอื ด เปน็ ตน้
4. นัก วิท ยาศาสตร์ได้ทาก ารแยก สารอั ลคาลอ ยด์และต้ังช่ือ ว่า Vinblastine
และได้นาไปใช้ทดลองกับหนูทดลอง พบว่าสารชนิดนี้มีฤทธิ์ทาให้ปริมาณของเม็ดเลือดขาวลดน้อยลง
ต่อ ม าได้ ท าก าร สกั ด แ ละ แย ก สารอั ล คาลอ ย ด์ จาก พ ร รณ ไม้ ชนิ ด น้ี ได้ ป ระ ม าณ 50 ช นิ ด
(อีกข้อมูลบอกว่าพบประมาณ 70 กว่าชนิด เช่น Vincaleukoblastine, Vinblastine, Vinrosidine,
Vincristinem Vinleurosine, Rovidine, Leurosivine อี ก ทั้ งยั งมี Carosine, Perivinem Perividine,
Catharanthine, Vindolie, Vincolidine เป็นต้น[3]) ซึ่งในจานวนน้ีจะมีสารอัลคาลอยด์อยู่ด้วยกัน 4
ชนิดท่ีมีประสิทธิภาพในการบาบัดโรคได้ คือ Vincristine, Vinblastine, Vinrosidine, Vinleucostine
(สารท้ัง 4 ชนิดน้ีเป็นสารอัลคาลอยด์ท่ีมีอยู่ในพวก Dimeric indoleindoline) โดยต้นแพงพวย หนกั 500
กิโลกรัม จะให้สารอัลคาลอยด์ Vincristine เพียง 1 กรัมเท่านั้น โดยสาร Vinblastine ที่นิยมใช้
๘
Vinblasine sulphate
ทาเป็นยาฉีดเข้าหลอดเลือดดาหรือใช้ทาเป็นยารับประทานเพ่ือบาบัดรักษาโรคมะเร็งในต่อมน้าเหลือง
ส่ ว น ส า ร Vincristine ที่ นิ ย ม ใ ช้ Vincristine sulphate
ทาเป็นยาฉดี เข้าหลอดเลอื ดดาในการรักษาโรคมะเรง็ เมด็ เลอื ดขาวในเด็ก
5. เ ม่ื อ น า ส า ร Vinblastine
ที่ ส กั ด ไ ด้ ไ ป ท ด ล อ ง กั บ ห นู ข า ว ท ด ล อ ง ที่ มี โ ร ค ม ะ เ ร็ ง ใ น เ ม็ ด เ ลื อ ด
พบว่าสารดงั กลา่ วมีฤทธ์ิยบั ย้งั โรคตอ่ มน้าเหลือง P-1534 ของหนทู ดลองได้
6. น้ า ท่ี ไ ด้ จ า ก แ พ ง พ ว ย
เม่ื อ น า ไ ป ให้ สุ นั ข ท ด ล อ ง กิ น พ บ ว่ า มี ฤ ท ธิ์ ส า ม า ร ถ ล ด ค ว า ม ดั น โ ล หิ ต ข อ ง สุ นั ข ไ ด้
แ ล ะ ยั ง พ บ ว่ า มี ฤ ท ธ์ิ ช่ ว ย ล ด ร ะ ดั บ น้ า ต า ล ใ น เ ลื อ ด ไ ด้
แต่ไมก่ ระทบกับการเตน้ ของหวั ใจและการหายใจของปอดดว้ ย
7. เ มื่ อ ปี ค . ศ . 2004
ในประเทศไทยได้ทาการศึกษาทดลองผลของแพงพวยในการลดไขมันในเลือดสูง โดยทาการทดลองในหนู
(Mice) ด้วยการให้สารสกัดจากแพงพวยในขนาด 10 กรัมต่อกิโลกรัม สาหรับทดสอบค่าความเป็นพิษ
และทดสอบผลการลดความดันโลหิตสูงในแมวท่ีให้สารสกัดแพงพวยในขนาด 0.3 กรัมต่อกิโลกรัม
และ ท ดสอ บ ผลใน ก ารลด ไขมั น ใน เลือ ด ใน ห นู ด้วย ก ารให้ สารสกั ดแพ งพ ว ยใน ขน าด 0.3
กรัมต่อกิโลกรัมเป็นเวลา 3 สัปดาห์ และดูผลในการขับปัสสาวะในขนาด 0.1 กรัม ใช้เวลา 24 ช่ัวโมง
เปรยี บเทียบกับสาร Furosemide ผลการทดลองสรุปวา่ สารสกัดแพงพวยทีใ่ ช้ในรปู ยาที่มีชือ่ ว่า RUVINAT
น้นั ได้ผลดีในการลดความดนั โลหิตสูง ขับปัสสาวะ และลดไขมันในเลือดสงู
8. สมุนไพรแพงพวยมีฤทธ์ทิ าใหเ้ มด็ เลือดขาวลดลง เวลานามาใชต้ ้องระวงั
9. จากการทดสอบความเป็นพิษด้วยการฉีดสารสกัดจากใบแพงพวยฝร่ังด้วย 95%
เอทานอลเขา้ ช่องท้องของหนูถีบจกั ร พบว่าในขนาดที่ทาใหห้ นูทดลองตายคร่งึ หนง่ึ คอื 4 กรัมตอ่ กิโลกรัม[7]
กำรขยำยพนั ธ์ุ
การขยายพันธุ์แพงพวย สามารถทาไดด้ ้วยวิธกี ารปกั ชา หรือเพาะเมล็ด
แตก่ ารเพาะจากเมล็ดทาไดง้ า่ ยและสะดวกกวา่ โดยสามารถเพาะลงในกระบะ หรือหว่านลงในแปลงปลกู
เมล็ดจะงอกภายใน 5-7 วนั แพงพวยสามารถปลูกไดต้ ลอดปี เนอ่ื งจากเป็นพืชในเขตร้อน
ตอ้ งการแสงแดดและอากาศรอ้ น ในตา่ งประเทศจะรว่ งเมือ่ อณุ หภมู ติ า่ กว่า 5 องศาเซลเซียส
ในช่วงฤดูหนาวและจะแตกยอดใหม่ในตน้ ฤดใู บไม้ผลิเจรญิ เตบิ โตได้ดใี นดนิ ทีม่ ีความอดุ มสมบูรณ์ตา่ ถึงปาน
กลางโดยเฉพาะดนิ รว่ นปนทรายท่ีมีการระบายนา้ ดแี ละค่อนขา้ งจะแห้ง
เนื่องจากจะช่วยในการสง่ เสรมิ การเจรญิ ของรากได้ดี ถา้ ดินแฉะเกินไปจะ ทาให้รากไม่มอี ากาศหายใจ
ทาใหร้ ากเน่าได้
๙
วัสดุอุปกรณ์ 1) ถาดเพาะ 2) วัสดุเพาะ (พีทมอสสาหรับดอกไม้) 3) เมล็ดพันธุ์แพงพวย 4)
ตะ ก ร้าสาห รับ ก ลบ เม ล็ด 5 ) ถังพ่ น ส ารเคมี ส ารป้ อ งกั น และ สารก าจัดเชื้ อ รา 6 ) ถุงมื อ
วัสดุเพาะต้นกล้าแพงพวย แนะนาเป็นวัสดุเพราะท่ีผ่านการทดลองใช้แล้ว โดยมีคุณสมบัติคือ
มี ค ว า ม ล ะ เ อี ย ด ป า น ก ล า ง ร่ ว น ซุ ย ร ะ บ า ย น้ า แ ล ะ ร ะ บ า ย อ า ก า ศ ไ ด้ ดี
เหมาะสมอยา่ งย่ิงตอ่ การเพาะเมลด็ พนั ธุ์
วธิ ีกำรเพำะเมลด็
1. เตรียมน้าสาหรับผสมวัสดุเพาะโดย ผสม โพรพาโมคาร์บ อัตรา 0.4 ซีซี ต่อน้า 1 ลิตร
หรือเมทาแลกซลิ 1 กรัม ตอ่ น้า 1 ลิตร เพื่อป้องกันโรคเนา่ คอดิน
2. ผสมน้าท่ีเตรียมไว้กับ พีทมอส โดยค่อยๆเติมน้าทีละนิด คลุกเคล้าให้เข้ากัน
จ า ก น้ั น ล อ ง บี บ วั ส ดุ เ พ า ะ เ พ่ื อ ท ด ส อ บ ว่ า น้ า เ ข้ า กั บ วั ส ดุ เ พ า ะ ไ ด้ ดี ห รื อ ไ ม่
หาก บีบ แล้วมีน้ าออก มาเล็กน้ อย ตามร่อ งมือ และวัสดุเพ าะเก าะกั น เป็ น ก้ อ น ถือว่าใช้ได้
หากมีน้าไหลออกมามากเกินไป ให้ผสมวัสดุเพาะเพิ่ม หรือไม่มีน้าซึมออกมา แสดงว่าน้าน้อยเกินไป
ใหเ้ พ่มิ น้าและบบี ทดลองอกี ครั้ง
3. น าวัสดุเพ าะท่ีเตรียมไว้ใส่ถาดเพ าะ ให้เต็มหลุม ก ระแทกถาดเพ าะ 1 คร้ัง
เพ่ือให้วัสดเุ พาะลงถงึ ก้นหลมุ เตมิ วัสดุเพาะใหเ้ ตม็ และปาดใหเ้ รยี บรอ้ ยพอดกี ับหลุม
4. นาถาดเพาะเปล่า มาวางบนถาดเพาะท่ีใส่วัสดุพอแล้ว จากน้ันกดถาดเปล่า เพื่อทาหลุม
โดยหลมุ ที่กดควรมีขนาดลึกพอดกี บั เมลด็ แพงพวย ประมาณ 0.5 เซนติเมตร
5. ทาการหยอดเมล็ดพนั ธ์ุแพงพวย 1 เมด็ ต่อ 1 หลมุ
6. น า วั ส ดุ เพ า ะ ที่ ยั ง ไ ม่ ไ ด้ ผ ส ม น้ า ม า ใ ส่ ต ะ ก ร้ า เพื่ อ ร่ อ น ก ล บ เม ล็ ด
เนอื่ งจากเมล็ดแพงพวยไมต่ ้องการแสงในการงอก และเปน็ การรกั ษาความชื้นในการงอกของเมลด็
7. พ่นสารเคมี โพรพาโมคาร์บ อัตรา 1 ซีซีต่อน้า 1 ลิตร หรือ เมทาแลกซิล 1 กรัมต่อน้า 1
ลติ ร พน่ ใหท้ ัว่ ถาดเพื่อป้องกันโรคเนา่ คอดนิ อกี คร้งั
8. นาถาดเข้าไปในบริเวณที่พรางแสง 80% ถึง 90% และรักษาความชื้น โดยการพ่นน้า
อ ย่ า ใ ห้ ถ า ด เ พ า ะ แ ห้ ง จ น เ กิ น ไ ป
เพราะจะทาให้เมลด็ ไมง่ อกและแฉะจนเกนิ ไปอาจทาให้โรคเน่าคอดินในระยะงอกของเมล็ดได้
วธี กี ำรดูแลแพงพวย กำรดูแลต้นกลำ้ แบ่งออกเปน็ 4 ระยะดงั นี้
ร ะ ย ะ ท่ี 1 เป็ น ร ะ ย ะ ต้ น ก ล้ า เร่ิ ม ง อ ก ห ลั ง จ า ก เพ า ะ เม ล็ ด แ ล้ ว ใน ร ะ ย ะ น้ี
ควรรักษาความชน้ื โดยการพน่ น้าและนาไปในทพ่ี รางแสง 50%
ระยะที่ 2 เป็นระยะใบเล้ียงเริ่มแผ่ โดยใช้เวลาจากระยะแรก 1-2 วัน ควรนาออกแดดจัด
เพ่ือป้องกันต้นกล้ายืดเข้าหาแสง ในช่วงนี้ 1-2 วัน ควรรักษาความช้ืนไว้ เน่ืองจากต้นกล้ายังเล็ก
เม่ื อ ต้ น ก ล้ า แ ข็ ง แ ร ง ค ว ร ป ล่ อ ย ให้ ผิ ว วั ส ดุ ป ลู ก แ ห้ ง บ้ า ง เพ่ื อ ป้ อ ง กั น โร ค เน่ า ค อ ดิ น
๑๐
แ ล ะ จ ะ ท า ให้ ต้ น ก ล้ า แ ข็ ง แ ร ง ก ว่ า ก า ร ให้ น้ า ต ล อ ด เว ล า ใน ร ะ ย ะ นี้ ยั ง ไ ม่ ค ว ร ให้ ปุ๋ ย
เนื่องจากตน้ กล้ายังมีอาหารสะสมอยู่ และในตวั วสั ดุเพาะมีการใส่ธาตอุ าหารไว้ในระดบั หนึง่ แลว้
ระยะที่ 3 เป็นระยะท่ีเร่ิมใบจริง 1 คู่ เร่ิมให้ปุ๋ยทางน้าโดยผสมสูตร 15-0-0 แคลเซียมไน-
เตรท หรือปุ๋ยสูตร 20-20-20 อัตรา 30 กรัมต่อน้า 10 ลิตร 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ ควรหลีกเล่ียงการใช้ปุ๋ย
46-0-0 ห รื อ ยู เ รี ย เ พ ร า ะ จ ะ ท า ใ ห้ ต้ น ก ล้ า อ่ อ น แ อ ห ม า ย เ ห ตุ
ความชน้ื ควรปลอ่ ยใหผ้ ิวหนา้ วสั ดปุ ลูกแหง้ แตต่ ้น ไมเ่ หี่ยว จึงจะทาการรดน้าหรอื ใหป้ ๋ยุ จนชุม่
ระยะที่ 4 เป็นระยะที่เริ่มมีใบจริง 2 คู่ เพิ่มการให้ปุ๋ยโดยให้สูตร 15-0-0 หรือ 20-20-20
อัตรา 6 กรัมตอ่ นา้ 1 ลติ ร
ดนิ ปลูกสำหรับบรรจุตน้ กลำ้ ดอกไม้ลงกระถำง
การเตรียมดินปลูกต้นกล้า ดินปลูกต้องเป็นดินโปรง่ ร่วนซุย มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้าดี
ในขณะเดียวกัน คุมความช้ืนได้ดีพอสมควร มีความเป็นกรดเล็กน้อย มี pH ประมาณ 6.5 ถึง 7
ส่วนผสมของดินปลูก ควรหาง่ายในท้องถิ่น สาหรับดินผสม 1 ลูกบาศกเ์ มตร ควรใส่ปุย๋ เคมีสูตร 15-15-15
ประมาณ 0.5 กโิ ลกรมั และสตู ร 0-46-0 ประมาณ 1 กิโลกรมั ผสมกันตามสัดสว่ น
สูตรที่ 1 ส่วนประกอบดินผสม โดยท่ัวไปอัตราส่วนผสมได้แก่ ดินร่วน 1 ส่วน ปุ๋ยหมัก 1
ส่ ว น แ ก ล บ (เป ลื อ ก ข้ าว ) 2 ส่ ว น แ ก ล บ เผ า (ห รือ เศ ษ แ ก ล บ ที่ เห ลื อ จ าก ก าร เผ าถ่ า น )
หรือใช้ถ่านทุบพอละเอียด 2 ส่วน ขยุ มะพร้าว 2 ส่วน
สูตรท่ี 2 ส่วนประกอบดินผสมโดยทั่วไป อัตราส่วนผสมได้แก่ แกลบเปลือกข้าว 3 ส่วน
ขุยมะพร้าว 5 สว่ น ดิน 2 สว่ น
สูตรที่ 3 ขุยมะพร้าว 3 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน ปูนโดโลไมท์ ใช้สาหรับปรับสภาพ
ตามอตั ราส่วนทฉี่ ลากกาหนด ทงั้ นี้สามารถดัดแปลงสูตรไดต้ ามความเหมาะสม ตามประสบการณ์
ดนิ ปลกู สำหรับต้นกล้ำดอกไม้ลงแปลง ควรเรม่ิ เตรียมแปลงปลูกพรอ้ มกบั เพำะเมล็ด
1. ไถพรวนและพลกิ หน้าดนิ ตากไวป้ ระมาณ 7-10 วนั นาเศษวชั พืชออกจากแปลงปลกู
2. ห ลังจาก น้ั น ให้ ท าก ารไถค ราด เอ าวัช พื ช อ อ ก ให้ ห ม ด และ ท าให้ ดิ น ร่ว น ซุ ย
เ พื่ อ ใ ห้ ร า ก เ ดิ น ไ ด้ ส ะ ด ว ก เ ห ม า ะ ส า ห รั บ ก า ร ป ลู ก ห ม า ย เ ห ตุ
ถา้ ดินมปี ัญหาโดยมคี ่าความเป็นกรดด่างน้อยกวา่ 6.5 ควรเตมิ ปนู ขาวเพื่อปรับสภาพ PH ของดินอตั รา 100
- 300 กิโลกรัม/ไร่ ในขณะใสป่ นู ขาว ดนิ ควรมีความชน้ื เพ่ือให้ปนู ทาปฏกิ ริ ิยากบั ดินได้ดีย่งิ ขน้ึ
3. ป ล่ อ ย ท้ิ ง ไ ว้ 1 สั ป ด า ห์ ผ ส ม ปุ๋ ย สู ต ร 15-15-15 ร อ ง พื้ น
ใสป่ ุย๋ อินทรียเ์ พ่อื ปรบั สภาพดินใหร้ ว่ นซุย อุ้มนา้ ไดด้ ีและเพิม่ แรธ่ าตใุ นดิน
วิธกี ำรย้ำยปลกู
๑๑
ค ว ร ย้ า ย ต้ น ก ล้ า ท่ี มี อ า ยุ ไ ม่ เกิ น 30 วั น ห รื อ มี จ า น ว น ใ บ จ ริ ง 2-3 คู่
ไมค่ วรย้ายต้นกล้าท่ีมีอายุมากเกินไป เพราะระบบรากจะแผ่กระจายได้ช้า เนือ่ งจากระบบรากน้ัน แก่เกินไป
ดั ง น้ั น ค ว ร ย้ าย ก ล้ า ร ะ ห ว่ าง 20-30 วั น จ ะ ท าให้ ร าก ข อ งต้ น ก ล้ ามี ก าร พั ฒ น าได้ ดี ก ว่ า
การหาอาหารของรากก็จะมีประสิทธิภาพมากข้ึน ช่วงเวลาที่เหมาะสมแก่การย้ายปลูกคือช่วงเย็น
แดดไม่แรง เพื่อช่วยลดการสูญเสียน้าของต้นกล้า ส่งผลให้ต้นกล้ามีการตั้งตัวได้ดีหลังการย้ายปลูก
ร ะ ย ะ ป ลู ก ใ น แ ต่ ล ะ ฤ ดู ก า ล จ ะ มี ค ว า ม แ ต ก ต่ า ง กั น ต า ม ค ว า ม เ ห ม า ะ ส ม
ฤดูร้อน และฤดูหน าวแน ะน าให้ปลูก จัดวางเป็น แถวคู่ จะให้ผลดีก ว่าจัดวางเป็น แถวเดียว
เน่ื อ ง จ า ก ก า ร จั ด ว า ง เป็ น แ ถ ว คู่ จ ะ ช่ ว ย เก็ บ ค ว า ม ช้ื น ใน ดิ น ได้ ดี ก ว่ า แ บ บ แ ถ ว เดี ย ว
ฤดูฝน แน ะน าให้ ปลูก จัดวางเป็ น แถวเดียว เนื่อ งจาก จะสามารถช่วยลดก ารเกิ ดโรคพื ชได้
ความลึกของหลุมประมาณ 4-5 cm และพยายามปลูกตน้ กล้าใหต้ ัง้ ตรง
กำรให้นำ้
1 ช่วงหลังการย้ายปลูกควรให้น้า สม่าเสมอ จนต้นฟื้นตัว ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์
ห ลั ง จ า ก น้ั น ค ว ร รั ก ษ า ค ว า ม ชื้ น ใ น ดิ น ใ ห้ เ ห ม า ะ ส ม ไ ม่ แ ห้ ง จ น ต้ น เ ห่ี ย ว
และไม่แฉะหรือน้าขังเป็นเวลานานเกินไป หากดินขาดค วามช้ืนจะทาให้แมลงพ วกเพลี้ยไฟ
ไรแดงระบาดไดง้ ่าย และหากดินมนี า้ ขงั และแฉะจนเกนิ ไปจะทาใหเ้ กดิ โรคไดง้ า่ ยเชน่ กนั
2 หลังจากต้นฟ้ืนตัว ควรรดน้าทุกวันในตอนเช้าหรือเย็น หากรดน้าในเวลาเย็นควรให้น้า
ที่ค้างอยู่บนใบแห้งก่อน พระอาทิตย์ตกดิน และเม่ือมีดอกไม้บาน อย่ารดน้าให้ถูกดอกไม้มาก
เพ ร า ะ อ า จ ท า ใ ห้ ด อ ก ช้ า ห รื อ เน่ า ไ ด้ ก า ร ใ ห้ น้ า ค ว ร ใ ห้ ส ภ า พ ดิ น ชุ่ ม ส ลั บ แ ห้ ง
ไม่ควรให้ชุ่มตลอดเวลาเพราะอาจเป็นสาเหตุของโรครากเน่า โคนเน่าได้ และทาให้ระบบรากไม่พัฒนา
ส่งผลให้ต้นแคระแกร็น ไม่สมบูรณ์ สามารถสังเกตสีของดินหรือวัสดุเพาะ หากมีสีดาหรือน้าตาลเข้ม
แสดงว่าดนิ ยงั ชมุ่ หรอื มนี ้าอยู่ เมอ่ื ดินเปลี่ยนสีเป็นน้าตาลออ่ นแห้งแข็งแสดงวา่ ดินขาดนา้
กำรดูแลหลังกำรย้ำยปลูก
ก าร ก ล บ โค น ถื อ เป็ น สิ่ ง ส าคั ญ ใน ก าร ป ลู ก เนื่ อ งจ าก ก าร ก ล บ โค น จ ะ ช่ ว ย ให้
แตกรากใหม่ออกมาได้มากขึ้น ทาให้สามารถ หาอาหารได้มากขึ้นการเจริญเติบโตก็มากขึ้นตามไปด้วย
ค ว ร ก ล บ โค น อ ย่ างน้ อ ย 2 ค รั้ง ใน ช่ ว งห ลั งเด็ ด ย อ ด ห รือ ตั ด แ ต่ งกิ่ ง แ ล ะ ก่ อ น อ อ ก ด อ ก
โดยการโรยปุ๋ยเมล็ดสูตร 15-15-15 จะทาการกลบโคนให้ชิดกับ ขอบใบคู่ล่างสุด การเด็ดยอด
ควรทาการเด็ดยอดหลังการย้ายปลูกประมาณ 10-15 วัน ต้องมีใบจริงอย่างน้อย 3 คู่ เด็ดยอดออก 1 คู่
โดยใช้มือด้านหน่ึงจับข้อท่ีต้องการเด็ก และโน้มก่ิงด้านบนลงจนหักชิดข้อที่จับ ช่วยในการแตกทรงพุ่ม
ของลาต้นและความสูงให้สม่าเสมอกัน แต่การเด็ดยอดจะทาให้การออกดอกช้าลงประมาณ 1 สัปดาห์
ในชว่ งวนั สิ้นฤดหู นาว แนะนาให้เด็ดยอดเพอ่ื ให้ลาต้นสมบูรณ์แขง็ แรง ไม่ออกดอกเร็วจนเกนิ ไป
๑๒
บทท่ี 3 อุปกรณแ์ ละวิธีกำร
โ ร ง เ รี ย น โ ส ต ศึ ก ษ า เ ท พ รั ต น์ จั ง ห วั ด ป ร ะ จ ว บ คี รี ขั น ธ์
เป็นโรงเรียนท่ีรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน นักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา
แ ล ะ นั ก เ รี ย น ที่ มี ค ว า ม พ ร่ อ ง ด้ า น อื่ น ๆ ที่ ส า ม า ร ถ ศึ ก ษ า ไ ด้
ในการออกแบบการจัดการเรยี นรู้บรู ณาการณเ์ ข้ากับความสอดคล้องกบั การศกึ ษาลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
โดย
ระดับประถมศึกษำ ศึกษาลักษณะทางพฤษศาสตร์ของพืชศึกษาแพงพวย เพียงรูปร่าง สี
ของส่วนประกอบภายนอกคือ ราก ลาตน้ ใบ ดอก ผล และเมลด็
ร ะ ดั บ ชั้ น มั ธ ย ม ศึ ก ษ ำ ต อ น ต้ น
เป็นการศึกษาในส่วนประกอบต่างๆของลักษณะภายนอกของต้นแพงพวย คือ ราก ลาต้น ใบ ดอก
ผลและเมล็ด โดยสามารถวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ ระบายสีตามที่นักเรียนสังเกตเห็นตามความเป็นจริง
ศึกษาลักษณะภายนอกของพืชแต่ละส่วนโดยละเอียด ท้ัง รูปร่าง รูปทรง สี ผิว เนื้อ ขนาด จานวน
ลั ก ษ ณ ะ ฯ ล ฯ ก า ห น ด เ รื่ อ ง ท่ี จ ะ เ รี ย น รู้ ใ น แ ต่ ล ะ ส่ ว น ข อ ง พื ช
แล้วนาข้อมูลมาเปรียบเทียบความต่างในแต่ละเร่ือง ในชนิดเดียวกันในรูปแบบความเรียงและสถิติ
รวมถึงการขยายพันธ์พุ ชื ศกึ ษา การดแู ลหลังการปลกู และการศึกษาการเจรญิ เติบโตของพืช
ระ ดั บ ชั้ น มั ธ ย ม ศึ ก ษ ำ ต อ น ป ล ำ ย ก า ร ศึ ก ษ า ก าร ข ย า ย พั น ธุ์ พื ช ศึ ก ษ า
ก า ร ดู แ ล ห ลั ง ก า ร ป ลู ก แ ล ะ ก า ร ศึ ก ษ า ก า ร เ จ ริ ญ เ ติ บ โ ต ข อ ง พื ช ศึ ก ษ า
ก า ร ศึ ก ษ า โ ค ร ง ส ร้ า ง ภ า ย ใ น ข อ ง ต้ น แ พ ง พ ว ย ใ น ส่ ว น ข อ ง ร า ก ล า ต้ น ใ บ
โดยใชก้ ระบวนการสังเกตและการบนั ทึกขอ้ มลู ความ
๑๓
ผังมโนทศั น์บูรณำกำรณ์พชื ศกึ ษำ 8 กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้
ผงั มโนทศั น์บูรณำกำรณพ์ ืชศึกษำ กลุ่มสำระกำรเรียนร้วู ทิ ยำศำสตร์และเทคโนโลยี
วิธีการศึกษา
กจิ กรรมบรู ณาการกลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วิธกี ารเตรียมก่อนการลงสูก่ ารสอน
๑๔
1 . ป ร ะ ชุ ม หั ว ห น้ า ก ลุ่ ม ส า ร ะ วิ ท ย า ศ า ส ต ร์ แ ล ะ เ ท ค โ น โ ล ยี
เรื่องการหาวธิ ีการบูรณาการพืชศกึ ษาแพงพวย เข้าสกู่ ารเรียนการสอน
2 . วิ เค ร า ะ ห์ ค ว า ม ส อ ด ค ล้ อ ง ข อ ง ก า ร เรี ย น รู้ พื ช ศึ ก ษ า แ พ ง พ ว ย
ด้านลักษณะทางพฤษกศาสตร์ ระบบนิเวศวิทยาของแพงพวย และการศึกษาโครงสร้างทางเคมี
แลว้ เขยี นแผนการจดั การเรียนการรบู้ ูรณาการงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
3. นาแผนลงสู่กระบวนการเรียนการสอนแกน่ กั เรยี น
1. เร่ือง/กิจกรรม การศึกษาลกั ษณะทางพฤษศาสตร์ภายนอกและภายในของราก ลาต้น ใบ ดอก
ผล และเมลด็ ของแพงพวย
อุปกรณ์/สอื่ การสอน
1. แผนการจัดการเรียนรบู้ ูรณาการสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
2. สอื่ การสอน บอร์ดความรู้ต้นแพงพวย
3. คอมพิวเตอร์
4. ใบงานประถมศกึ ษาเรอื่ งรปู รา่ ง สี ของส่วนประกอบภายนอกของพืชศกึ ษาแพงพวย
5. ใบงานมธั ยมศึกษาตอนตน้ เรอื่ งส่วนประกอบตา่ งๆของลักษณะทางพฤษศาสตร์ภายนอกข
องตน้ แพงพวย
6. ใบงานมัธยมศึกษาตอนตน้ เรือ่ งสว่ นประกอบตา่ งๆของลักษณะทางพฤษศาสตร์ภายใน
7. ใบความรู้
8. ดินสอ ไมบ้ รรทัด ยางลบ สี
9. กล้องจุลทรรศน์
วิธกี ารศกึ ษา และปฏิบัติ
ระดับประถมศึกษำ ศึกษาเพียงรูปร่าง สี ของส่วนประกอบภายนอกประกอบด้วย ราก ลาต้น ใบ
ดอก ผล และเมลด็
ร ะ ดั บ ช้ั น มั ธ ย ม ศึ ก ษ ำ ต อ น ต้ น
ศกึ ษาในสว่ นประกอบต่างๆของลักษณะทางพฤษศาสตร์ภายนอกของต้นแพงพวย คอื ราก ลาต้น ใบ ดอก
ผลและเมล็ด โดยการวาดภาพ ระบายสีตามที่นักเรียนสังเกตเห็นตามความเป็นจริง วัดขนาดของ ราก
ลาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด ตน้ แพงพวย และบนั ทกึ ข้อมูล
ร ะ ดั บ ช้ั น มั ธ ย ม ศึ ก ษ ำ ต อ น ป ล ำ ย
ศึกษาลักษณะทางพ ฤษศาสตร์โครงสร้างภายในของต้นแพงพวยในส่วนของ ราก ลาต้น ใบ
โดยใชก้ ระบวนการสังเกตและการบันทกึ ข้อมูลความรู้
๑๕
ผังมโนทศั น์บรู ณำกำรณพ์ ืชศึกษำ กล่มุ สำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์
วิธกี ารศึกษา
กิจกรรมบูรณาการกลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์
วธิ กี ารเตรยี มก่อนการลงส่กู ารสอน
1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์เร่ืองการหาวิธีการบูรณาการพืชศึกษาแพงพวย
เขา้ สู่การเรียนการสอน
2 . วิ เค ร า ะ ห์ ค ว า ม ส อ ด ค ล้ อ ง ข อ ง ก า ร เรี ย น รู้ พื ช ศึ ก ษ า แ พ ง พ ว ย
ม า ต ร า ฐ า น ก า ร เ รี ย น รู้ แ ล ะ ตั ว ช้ี วั ด เ กี่ ย ว กั บ ก า ร วั ด
แล้วจดั ทาแผนการจัดการเรียนรูบ้ รู ณาการณ์สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
3. นาแผนลงสูก่ ระบวนการเรยี นการสอนแกน่ ักเรยี น
1. เร่ือง/กิจกรรม ..การศึกษาการวัดขนาดของส่วนประกอบต่างๆของพืชศึกษาแพงพวย
ระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
อปุ กรณ/์ ส่ือการสอน
1. แผนการจดั การเรยี นการสอน
2. เครือ่ งมือวดั
3. ใบงานประถมศกึ ษาเรอื่ งการศึกษาการวัดขนาดของสว่ นประกอบต่างๆของพชื ศึกษาของ
ตน้ แพงพวย
4. ปากกา ไม้บรรทัด
๑๖
วธิ ีการศึกษา และปฏบิ ัติ
ร ะ ดั บ ชั้ น มั ธ ย ม ศึ ก ษ ำ ต อ น ต้ น
ศึกษาในส่วนประกอบต่างๆของลักษณะทางพฤษศาสตร์ภายนอกของต้นแพงพวย โดยนา ราก ลาต้น ใบ
ดอก ผลและเมลด็ มาศกึ ษารูปร่าง รปู ทรง ขนาดความกวา้ ง ความยาว ความสูง จานวน แลว้ บันทึกขอ้ มูล
วิธกี ารศึกษา ผังมโนทศั น์บูรณำกำรณ์พชื ศกึ ษำ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้ภำษำไทย
กจิ กรรมบูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย
วิธกี ารเตรยี มกอ่ นการลงสูก่ ารสอน (ภาพรวม)
1. ประชุมหวั หนา้ กลมุ่ สาระภาษาไทย เร่อื งการหาวธิ กี ารบูรณาพชื ศึกษา
เข้าส่กู ารเรียนการสอน
2.
วิเคราะหค์ วามสอดคล้องเก่ยี วกบั การเขียนบรรยายลกั ษณะพชื กับมาตรฐานการเรยี นรกู้ ลุม่ สาระการเรยี นรู้
ภาษาไทย แลว้ เขยี นแผนการจัดการเรยี นรู้บูรณาการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น
3. นาแผนลงสกู่ ระบวนการเรยี นการสอนแก่นกั เรยี น
1. เร่อื ง/กจิ กรรม การเชียนบรรยายลักษณะภายนอกของพืช ระดับชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนต้น
อุปกรณ์/สื่อการสอน
๑๗
1. แผนการจดั การเรยี นการสอน 2. สือ่ การสอนการเขยี นบรรยายลกั ษณะพชื
3. คอมพวิ เตอร์ 4. ใบงานเร่ืองการศกึ ษาลกั ษณะภายนอกของพชื
5. ปากกา ไม้บรรทดั
วิธกี ารศกึ ษา และปฏบิ ตั ิ
การศึกษาพรรณไม้ที่สนใจ- การศึกษาลกั ษณะภายนอก ภายในของพืชแต่ละสว่ น
1. ก า ห น ด เ รื่ อ ง ท่ี จ ะ เ รี ย น รู้ ใ น แ ต่ ล ะ ส่ ว น ข อ ง พื ช คื อ
พิจารณาพ้ืนที่ศึกษาจากการวิเคราะห์ และกาหนดเร่ืองที่จะเรียนรู้ในแต่ละส่วนของพืชศึกษา เช่น สี
ขนาด รปู ร่าง รูปทรง ผิว เนอ้ื
2. เรียน รู้แต่ละเร่ืองแต่ละส่วนของแต่ละองค์ประกอบย่อย คือการศึกษา สังเกต
บนั ทกึ ข้อมูลด้านรูปลักษณ์ ในแต่ละเรอ่ื ง แตล่ ะสว่ น ของแต่ละองค์ประกอบยอ่ ย
3. นาขอ้ มูลเปรียบเทยี บความต่างแต่ละเรื่อง ในชนิดเดียวกนั
ผังมโนทัศน์บรู ณำกำรณพ์ ืชศึกษำ กลมุ่ สำระกำรเรียนรสู้ ังคมศึกษำ ศำสนำและวฒั นธรรม
วธิ กี ารศกึ ษา
กิจกรรมบรู ณาการกลุ่มสาระการเรยี นรู้วิชาสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
๑๘
วิธกี ารเตรียมก่อนการลงสูก่ ารสอน
1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมและวัฒนธรรม เรื่องการหาวิธีการบูรณาพืชศึกษา
เขา้ สู่การเรยี นการสอน
2.
วเิ คราะหค์ วามสอดคล้องงานสวนพฤกษศาสตรแ์ ละมาตราฐานการเรยี นรกู้ ล่มุ สาระการเรยี นสังคมและวัฒน
ธรรม เขยี นแผนการจดั การเรยี นการสอน
3. นาแผนลงสกู่ ระบวนการเรียนการสอนแก่นักเรยี น
1. เรือ่ ง/กิจกรรมการศกึ ษาลัษณะภูมิศาสตรใ์ นการเจรญิ เตมิ โตของพืช ระดบั ช้ัน
มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
อุปกรณ/์ ส่ือการสอน
1. แผนการจัดการเรียนการสอน 2. สื่อการสอนการวิเคราะห์สภาพภมู ศิ าสตร์
3. เครอ่ื งมอื การวดั ความเข้มของแดง 4. อปุ กรณ์วดั ความชืน้ ของดนิ
5. อุปกรณก์ ารวดั ทิศทางลม 6. .ดนิ สอ ไมบ้ รรทัด ยางลบ
7. ใบงานเรอื่ งการสารวจ วเิ คราะห์ สภาพ ภมู อิ ากาศ
วธิ ีการศึกษา และปฏบิ ตั ิ
1 . วิ เค ราะ ห์ สภ าพ พ้ื น ที่ และ เรียน รู้ธร รม ชาติข อ ง บ ริเวณ แป ลงพื ช ศึก ษ า
เป็นการศึกษาข้อมูลจากผังพรรณไม้เดิม ทางด้านกายภาพ เช่น ข้อมูล ดิน น้า อากาศ แสง
และด้านชวี ภาพ เช่น พชื สัตว์ การศึกษาลักษณะวสิ ัย ถน่ิ อาศยั และขอ้ มลู ท่วั ไปของพืช
2. นาขอ้ มลู จากการศึกษาแล้วนามาบนั ทกึ ผลการเรยี นเรียนรู้
๑๙
ผงั มโนทัศน์บูรณำกำรณพ์ ืชศกึ ษำ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ศิลปะ
วิธีการศึกษา
กิจกรรมบรู ณาการกลุ่มสาระการเรยี นรู้วชิ าศิลปะ
วิธีการเตรยี มกอ่ นการลงสูก่ ารสอน
1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เร่ืองการหาวิธีการบูร ณาพืชศึกษา
เข้าสู่การเรยี นการสอน
2.
วิเคราะห์ความสอดคล้องงานสวนพฤกษศาสตร์และมาตราฐานการเรียนรกู้ ลุ่มสาระการเรียนศลิ ปศึกษาเก่ีย
วกับการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ เขยี นแผนการจดั การเรยี นการสอน
3. นาแผนลงสกู่ ระบวนการเรยี นการสอนแกน่ กั เรยี น
1. เรือ่ ง/กิจกรรมการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์พชื ศึกษาแพงพวย ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนตน้
อปุ กรณ/์ สื่อการสอน
1. แผนการจดั การเรยี นการสอน
2. สอ่ื การสอน ต้นแพงพวย
3. กระดานวาดรูป
๒๐
4. ดนิ สอ ไมบ้ รรทดั ยางลบ สี
5. ใบความรู้หลักการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์
6. ใบงานเรื่องการศกึ ษาลกั ษณะภายนอกพชื ศึกษา
วิธกี ารศกึ ษา และปฏบิ ัติ
1. เตรยี มการวาดภาพกาหนดขนาดภาพวาดวางแผน โดยเฉพาะสัดส่วนและขนาดส่วน
( proportion and scale) สั ด ส่ ว น คื อ ค ว า ม ส ม ส่ ว น
เ ป็ น ค ว า ม สั ม พั น ธ์ กั น ข อ ง ข น า ด ภ า พ แ ต่ ล ะ ภ า พ ท่ี อ ยู่ ใ น ก ร อ บ เ ดี ย ว กั น
ก า ร จั ด ว า ง ภ า พ ใน ก ร อ บ ต้ อ ง ดู ส ม ดุ ล แ ล ะ เรี ย ง ล า ดั บ ถู ก ต้ อ ง ต า ม ค า อ ธิ บ า ย ใน เนื้ อ ห า แ ล ะ ใต้ ภ า พ
การแสดงขนาดส่วนทาได้หลายวิธี เช่น แสดงเป็นอตั ราส่วน 2: 1 และ 1: 2 แสดงเป็นตัวคณู x 1/2 และ x
2 หรือแสดงเป็นขีดไม้บรรทัดตามแนวตั้งหรือแนวนอน ระบุขนาดจริงที่ปรากฎบนตัวอย่าง เช่น
ขนาดภาพยาว 1 เซ็นติเมตรเทียบเป็นขนาดจริงยาว 5 mm (2:1), 2 cm (1: 2) หรือ 1 m (1: 100)
เป็นตน้
2. ศึ ก ษ าข้ อ มู ล เกี่ ย ว กั บ ตั ว อ ย่ า ง อ ย่ า ง ล ะ เอี ย ด ท า ง โค ร ง ส ร้ าง ข อ ง พื ช
ถ้ า เข้ า ใ จ โ ค ร ง ส ร้ า ง ข อ ง สิ่ ง ท่ี ว า ด ก่ อ น ล ง มื อ ว า ด จ ะ ช่ ว ย ใ ห้ ภ า พ ส ม บู ร ณ์ ย่ิ ง ข้ึ น
เพราะผ้วู าดจะทราบวา่ สว่ นใดมคี วามสาคัญควรแสดงให้ชดั เจน ของตน้ แพงพวย
3. ร่ า ง ภ า พ ใ ห้ มี ข น า ด
และสัดส่วนถูกต้องตามปกติการวาดภาพทางวิทยาศาสตร์นิยมวัดด้วยมาตราเมตริกเสมอ เช่น nm
(nanometer), mm (millimeter), cm (centimeter) แ ล ะ m (meter)
การร่างภาพควรเร่ิมด้วยการกาหนดรูปทรงขององค์ประกอบใหญ่ๆ ในภาพก่อน แล้วค่อยๆ
วาดส่วนประกอบย่อยท่ีเล็กลงไปจนถึงส่วนที่เล็กท่ีสุด การวัดขนาดของแต่ละส่วนต้องทาอย่างแม่นยา
และใชห้ ลักการมองแบบทัศนยี ภาพ (perspective) เพื่อให้ดมู ีมติ ิ ( ดเู ร่ืองการรา่ งภาพในบทตอ่ ไป )
4. วาดรายละเอียด และบนั ทึกแสง-เงา
การวาดและบันทกึ รายละเอียดให้มากท่ีสดุ ในระหวา่ งการร่างภาพจะชว่ ยใหภ้ าพสมบรู ณ์
6. การลงแสง-เงาทาได้หลายวธิ ี เช่น ใหห้ มกึ กับปากกาคอแร้ง ปากกาเขยี นแบบ ดินสด
ดิ น ส อ สี ผ ง ถ่ า น แ ล ะ สี น้ า เ ป็ น ต้ น ก า ร เ ลื อ ก เ ท ค นิ ค ที่ เ ห ม า ะ ส ม
ค ว ร ค า นึ ง ว่ า เท ค นิ ค ใ ด จ ะ เส น อ ภ า พ อ อ ก ม า ไ ด้ ดั ง วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ท่ี ต้ อ ง ก า ร เช่ น
วัตถุประสงค์ที่มีรายละเอียดมากอาจนาเสนอด้วยลายเส้นปากกา วัตถุที่มีพ้ืนผิวเป็นคลื่นอาจใช้ดินสด
วัตถดุ ูเป็นมันเงา หรอื ดูเปียกอาจใช้สีนา้ เป็นตน้ นอกจากนี้อาจนาเสนอเป็นภาพขาว-ดา ทั้งมีความคมชัด
๒๑
ส าม า ร ถ ผ ลิ ต ได้ ใน ร าค าถู ก แ ล ะ ที่ ส า คั ญ คื อ สี ข าว -ด า มี ค ว า ม ค ง ท น ถ าว ร ก ว่ า ภ าพ สี
จืดจางได้ยากแมอ้ ุณหภมู สิ งู หรือแสงแดดจดั
วิธีการศกึ ษา ผังมโนทศั นบ์ ูรณำกำรณพ์ ชื ศึกษำ กลมุ่ สำระกำรเรียนรู้ภำษำตำ่ งประเทศ
กจิ กรรมบูรณาการกลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ
วิธีการเตรยี มกอ่ นการลงสกู่ ารสอน (ภาพรวม)
1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เรื่องการหาวิธีการบูรณ าพืชศึกษา
เข้าสกู่ ารเรียนการสอน
2.
วเิ คราะห์ความสอดคลอ้ งงานสวนพฤกษศาสตร์และมาตราฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรยี นภาษาต่างประเ
ทศเกีย่ วกบั การวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ เขียนแผนการจัดการเรยี นการสอน
3. นาแผนลงสกู่ ระบวนการเรียนการสอนแกน่ กั เรยี น
1. เรอ่ื ง/กิจกรรม การนาเสนอพชื ศึกษาในรูปแบบภาษาต่างประเทศ ระดับช้ัน
มธั ยมศึกษาตอนปลาย
อุปกรณ์/สื่อการสอน
1. แผนการจัดการเรียนการสอน
๒๒
2. ส่อื การสอนลักษณะของพืชศึกษา
3. คอมพวิ เตอร์
4. ดินสอ ไม้บรรทัด ยางลบ
5. ใบความรู้คาศัพยท์ างพฤกษศาสตร์
6. .ใบงานเรื่อง การศึกษาลักษณะพชื ศกึ ษาบรู ณาการกบั ภาษาต่างประเทศ
วิธีการศกึ ษา และปฏิบัติ
1นักเรียน ศึก ษาใบความรู้ท่ี 1 ศึกษาคาศัพ ท์ส่วน ประกอบของต้น แพ งพ วย
(ให้นกั เรยี นดูต้นแพงพวย ตน้ จริงที่เตรียมมา)
- How many parts of the plant that you see?
- What is ราก / ลาตน้ / ใบ / ดอก / ผล / เมล็ด in English? Roots / Stems /
Leaves / Flowers / Fruits / Seeds. ให้บอกส่วนลกั ษณะภายนอกที่เหน็ เปน็ ภาษาองั กฤษ
2.แบง่ กลุ่มนักเรียนออกเปน็ 6 กล่มุ ตามสว่ นของตน้ แพงพวย (พชื ศึกษา) แล้วทากิจกรรม
Answer the questions about plants (ตอบคาถามส่วนของต้นแพงพวย) นักเรียนศึกษาใบความรู้ เรื่อง
ค า คุ ณ ศั พ ท์ ( Adjectives)
แล้วให้นกั เรียนไปสังเกตและศึกษาขอ้ มลู ต้นแพงพวยเพิม่ เติมภายในบรเิ วณโรงเรยี น และ website
3 นั ก เรี ย น ศึ ก ษ า ข้ อ มู ล ท า ง พ ฤ ก ษ ศ า ส ต ร์ ข อ ง พื ช ศึ ก ษ า ต้ น แ พ ง พ ว ย
เป็ น ก าร ศึ ก ษ าเก่ี ย ว กั บ ลั ก ษ ณ ะ ภ าย น อ ก แ ล้ ว ช่ ว ย กั น ส รุ ป ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง ส่ ว น ท่ี ศึ ก ษ า
(แ น ะ น า ใ ห้ นั ก เรี ย น ส า ม า ร ถ ศึ ก ษ า ข้ อ มู ล เพิ่ ม เติ ม ไ ด้ จ า ก Website ต่ า ง ๆ เช่ น
โ ค ร ง ก า ร อ นุ รั ก ษ์ พั น ธุ ก ร ร ม พื ช ( อ พ ส ธ . ) / http://www.rspg.or.th )129
แ ล้ ว นั ก เรี ย น ใ น ก ลุ่ ม ช่ ว ย กั น ท า แ บ บ ฝึ ก หั ด Fill in the blanks about Papaya Tree
การบอกลกั ษณะภายนอกและคณุ สมบตั ิของสว่ นตา่ งๆของตน้ แพงพวย
4. นั ก เ รี ย น
วาดภาพและแต่งประโยคบรรยายลักษณะและคุณสมบัติของสว่ นต่างๆของส่วนพืชศึกษาเป็นของกล่มุ ตนเอ
ง โดยแบง่ ความรบั ผดิ ชอบคนละส่วน ตามส่วนของพืชศึกษา
๒๓
วธิ ีการศกึ ษา ผงั มโนทศั น์บรู ณำกำรณพ์ ืชศกึ ษำ กลุ่มสำระกำรเรียนรสู้ ขุ ศึกษำและพลศึกษำ
กจิ กรรมบูรณาการกลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
วิธีการเตรียมก่อนการลงสู่การสอน
1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เร่ืองการหาวิธีการบูรณ าพืชศึกษา
เข้าส่กู ารเรยี นการสอน
2.
วิเคราะห์ความสอดคลอ้ งงานสวนพฤกษศาสตรแ์ ละมาตราฐานการเรยี นร้กู ลมุ่ สาระการเรยี นสุชศึกษาและพ
ลศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบที่ ๓ การศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ โดยมีหลักการ คือ รู้การวิเคราะห์
เห็นความต่าง รู้ความหลายหลาก และสาระการเรียนรู้ท่ีศึกษา ดังนี้ การนาทรัพยากรธรรม
ชาติมาเป็นปัจจัยในการเรียนรู้ โดยการใช้ปัจจัยหลายปัจจัยในชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดกัน
เพ่ือใหเ้ หน็ ความต่าง เมือ่ เห็นความต่าง ก็จะเกิดจินตนาการอันจะนาไปสกู่ ารใช้ประโยชน์ในงานแตล่ ะด้าน
แล้วเขยี นแผนการจัดการเรยี นการสอน
3. นาแผนลงสู่กระบวนการเรียนการสอนแก่นักเรียน
๒๔
1. เรอื่ ง/กิจกรรม การรว่ มรวมขอ้ มลู และการเขยี นรายงานดา้ นประโยชนแ์ ละสรรพคณุ
ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย
อปุ กรณ/์ ส่ือการสอน
1. แผนการจัดการเรียนการสอน 2. สือ่ การสอน ตน้ แพงพวย
3. คอมพิวเตอร์ 4. ใบงานเรื่องการเขียนรายงานประโชยนต์ น้ แพงพวย
วิธกี ารศกึ ษา และปฏิบัติ
๑ . น า ต้ น แ พ งพ ว ย
ใหน้ กั เรียนดูแล้วใหน้ ักเรยี นชว่ ยกันอธิบายถงึ ประโยชน์ท่นี ักเรียนคิดหรือมีองค์ความรู้เดิม
๒ แ บ่ ง ก ลุ่ ม นั ก เ รี ย น ต า ม ค ว า ม ส มั ค ร ใ จ
ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มร่วมกันสบื ค้นขอ้ มลู การใช้ประโยชนข์ องพืชในทอ้ งถน่ิ
3 . นั ก เ รี ย น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม ร่ ว ม กั น ศึ ก ษ า แ ล้ ว ท า ใ บ ง า น ที่ ๑ เร่ื อ ง
ก า ร เ ขี ย น ร า ย ง า น ป ร ะ โ ช ย น์ ต้ น แ พ ง พ ว ย
รว่ มกนั วิเคราะหเ์ นอ้ื หาในใบงานรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ แลว้ บนั ทกึ ผลท่ีได้จากการแสดงความคิดเห็น
ผงั มโนทัศน์บรู ณำกำรณ์พืชศกึ ษำ กลุ่มสำระกำรเรยี นรู้กำรงำนอำชีพ
วธิ ีการศกึ ษา
๒๕
กิจกรรมบูรณาการกลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ
วธิ กี ารเตรยี มกอ่ นการลงส่กู ารสอน (ภาพรวม)
1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เรื่องการหาวิธีการบูรณ าพืชศึกษา
เขา้ สู่การเรยี นการสอน
2.
วเิ คราะหค์ วามสอดคล้องงานสวนพฤกษศาสตรแ์ ละมาตราฐานการเรยี นรกู้ ลุ่มสาระการเรียนการงานอาชีพเ
ก่ี ย ว กั บ อ ง ค์ ป ร ะ ก อ บ ท่ี ๒ ล า ดั บ ก า ร เ รี ย น รู้ ท่ี ๘
การปลูกและดูแลรักษาแนวคิดหลักการปลูกและดูแลรักษาเป็นลาดับการเรียนรูห้ น่ึงตามองค์ประกอบท่ี 2
การรวบรวมพรรณไม้เข้ามา
ปลกู ในโรงเรียนของงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรยี น ซ่ึงนักเรียนจะได้นาพรรณไม้มาปลูกในพ้นื ทีศ่ กึ ษา
แล้วนาไปเขยี นแผนการจัดการเรยี นการสอน
3. นาแผนลงส่กู ระบวนการเรยี นการสอนแกน่ กั เรยี น
1. เร่อื ง/กจิ กรรมการดูแลรักษาพน้ื ที่ศึกษา แพงพวย ระดบั ช้ัน มัธยมศึกษาตอนตน้
อปุ กรณ/์ ส่ือการสอน
1 วสั ดุอปุ กรณ์การบันทึกผลการศึกษา สมดุ ปากกา ดนิ สอ ยางลบ ไม้บรรทัด
2 วัสดุเสรมิ ทต่ี ้องใช้ในการขยายพันธุ์ ตามขนั้ ตอนต่างๆในวิธีการทนี่ ักเรียนเลอื กใช้
3. อปุ กรณ์ทางการเกษตร จอบ เสยี ม คราด บัวรดน้า มือเสือ เขง่
วิธีการศกึ ษา และปฏบิ ตั ิ
1. ครูแจกใบงานการบันทกึ ดแู ลรกั ษา(การใหน้ ้า พรวนดิน ใส่ปยุ๋ ตัดแต่งกง่ิ )
2. ครูชแี้ จงการศกึ ษาตามใบงานฯ ดงั น้ี
2.1ให้นกั เรียนระบชุ ือ่ พรรณไม้ บริเวณทีท่ าการดูแลรักษาหลงั การปลูกเพ่มิ
และปีทีท่ าการศกึ ษาพร้อมวิธกี ารท่ีดแู ลรักษา ซ่ึงได้แก่ การให้นา้ พรวนดนิ ใสป่ ุ๋ย ตัดแต่งก่ิง
2.2ใหน้ ักเรยี นทาการจดบนั ทึกขอ้ มูลการดแู ลรักษา
โดยให้ผู้ท่ที าปฎิบตั ิตามตารางเวรดแู ลรักษาเป็นผู้จดบันทึกลงในตารางบนั ทึกการดแู ลรกั ษา
2 . 3 ใ ห้ นั ก เ รี ย น ท่ี เ ป็ น ผู้ ร่ ว ม ศึ ก ษ า
เป็นผรู้ ่วมในการดูแลรักษาโดยทาตารางเวรดูแลรักษาขนึ้ มารองรบั
๒๖
2.4 ให้นกั เรียนระบคุ วามรูท้ ่ไี ดร้ ับจากการศกึ ษา
3. นักเรียนลงมอื ปฏิบตั งิ าน
4. ครูใหค้ าแนะนาขณะปฏบิ ตั ิงาน
ภำพผลงำนกำรศึกษำพชื ศึกษำต้นแพงพวย
๒๗
๒๘
๒๙
๓๐
๓๑
๓๒
๓๓
๓๔
๓๕
๓๖
๓๗
๓๘
๓๙
๔๐
๔๑
๔๒
๔๓
๔๔
๔๕
๔๖
๔๗
๔๘
๔๙
๕๐