The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานผลการดำเนินงานพืชศึกษา ร.ร.โสตศึกษา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รายงานผลการดำเนินงานพืชศึกษา ร.ร.โสตศึกษา

รายงานผลการดำเนินงานพืชศึกษา ร.ร.โสตศึกษา

โครงการอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพืชอนั เนอ่ื งมาจากพระราชดาริ
สมเดจ็ พระเทพรตั นสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
งานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น

รายงานผลการพชื ศกึ ษา ตน้ แพงพวย
ประจาปกี ารศกึ ษา 2563

สนองพระราชดารโิ ดย
โรงเรยี นโสตศกึ ษาเทพรตั น์ จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์

ตาบลพงศป์ ระศาสน์ อาเภอบางสะพาน จังหวดั ประจวบครี ขี นั ธ์

โครงการอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื อนั เนอ่ื งมาจากพระราชดาริ
สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี
งานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
สนองพระราชดารโิ ดย

โรงเรียนโสตศกึ ษาเทพรตั น์ ตาบลพงศป์ ระศาสน์ อาเภอบางสะพาน จงั หวดั ประจวบครี ขี นั ธ์
รหสั ไปรษณยี ์ 77140

บทคดั ยอ่
เรอื่ ง รายงานผลการศึกษาพืชศกึ ษา

ตน้ แพงพวย
โรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ ได้ดาเนินงานสวนพฤษศาสตร์โรงเรียน ตามลาดับการเรียนรู้ของ 5
องค์ประกอบ ได้ศึกษาพรรณไม้ในพื้นท่ีศึกษาที่ 1 ได้รว่ มกันวิเคราะห์และกาหนดพืชศึกษาของโรงเรยี น คือ
ต้นแพงพวย/Cayenne Jasmine/Madagascar Periwinkle/Vinca ชื่อวิทยาศาสตร์ : Catharanthus
roseus (L.) G.Don. วงศ์ : Apocynaceae เป็นพรรณไม้พ้ืนเมืองของหมู่เกาะมาดากัสการ์ มีถ่ินกาเนิดใน
อเมริกากลาง ในปัจจุบันพบขึ้นทั่วไปในประเทศทมี่ ีอากาศร้อน โดยจัดเป็นไมล้ ้มลุกเนื้ออ่อนพุ่มเตี้ย มีความ
สูงได้ประมาณ 25-120 เซนติเมตร ลาต้นช่วงบนแตกก่ิงก้านสาขามาก เปลือกลาตน้ เรียบเปน็ สนี ้าตาลปน
เขยี ว มยี างสขี าว ขยายพันธุด์ ้วยวิธกี ารเพาะเมลด็ การปกั ชากิ่ง ปักชาก่ิงส่วนยอด เจรญิ เติบโตได้ดีในดนิ ปน
ทรายระบายน้าดี ชอบความชื้นปานกลาง ทนแล้ง และชอบแสงแดดแบบเต็มวันถึงปานกลาง เป็นพืชท่ีมี
ความทนทานต่อการเปล่ียนแปลงของดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะทางแถบชายทะเลพืชชนิดนี้จะขึน้ ได้งอกงาม
เป็นพิเศษลกั ษณะของแพงพวย และเปน็ พนั ธ์ไุ ม้ท่มี ปี ระโยชน์ ในประเทศไทยจะนยิ มปลูกต้นแพงพวยไว้เป็น
ไม้ประดับสวนท่ัวไป ปลูกตามริมถนน ริมทางเดิน สวนสาธารณะ ริมทะเลได้ดี หรือในท่ีน้าไม่ท่วมขัง ปลูก
เป็นไม้กระถางก็ดูงดงาม เพราะดอกสวยเด่นมีหลายสี จัดเป็นไม้ดอกที่ปลูกง่าย โตเร็ว ดูแลง่าย ตายยาก
ทนดินเค็ม ทนความแห้งแล้ง โรค และแมลงได้ดี ถ้าปลูกประดับสวนควรปลูกกลางแจ้งและควรตัดแต่งจะ
ได้ทรงพุ่มสวยงาม นอกจากน้ีต้นแพงพวยมีสรรพคุณทางยา คือ ลาต้นและราก ซ่ึงได้มีข้อมูลทาง
วทิ ยาศาสตร์ได้กล่าวไว้ว่า ลาต้นและรากนี้สามารถสร้างสารท่ีเรียกว่า อัลคาลอยด์ได้มากกว่า 55 ชนิดอัล
คาลอยด์ที่สามารถนามาใช้รักษาโรคมะเร็งได้ผลคือ วินบลาสทีน (Vinblastine) และวินคริสทีน
(Vincristine) โดยสารท้ังสองชนิดน้ันสามารถนามารักษาโรคมะเร็ง เม็ดมะเร็งในต่อมน้าเหลือง นอกจากน้ี
ราก แก้บิด ขับพยาธิ ห้ามเลือด รักษามะเร็งในเม็ดเลือดและใบจะช่วยในการบารุงหัวใจ ช่วยในการย่อย
หรือใช้ท้ังต้นในการแก้เบาหวาน ความดัน แก้อาการตัวเหลืองอันเกิดจากพิษของสุรา โรงเรียนโสตศึกษาท
เทพรัตน์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงนามาศึกษาเพื่อศึกษาลักษณะทางพฤกษศาสตรด์ ้านรูปลักษณ์ของราก

ลาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด ศึกษาลักษณะทางนิเวศวิทยา ศึกษาการขยายพันธุ์ การดูแลรักษา การ
เจรญิ เติบโต และนาข้อมลู มาวเิ คราะห์สู้การนาไปใชป้ ระโยชน์ของตน้ แพงพวย

โรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีกนักเรียน ผู้บริหาร คณะครู และบุคลากรใน
สถานศึกษา จานวน 156 คน โดยแบ่งเป็น นักเรียน ข้อมูล(ณ วันที่ ๒๐ สิงหาคม 256๓) จานวน
นักเรียนท้ังสิ้น …11๕… คน แยกเป็น เพศชาย ..65... คน หญิง ...50... คน ประกอบด้วย เด็กท่ีมีความ
บกพร่องทางการได้ยิน 58 คน เด็กท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา 36 คน เด็กท่ีมีความบกพร่องทาง
ร่างกายหรือสุขภาพ 1 คน เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ 1 คน เด็กท่ีมีความบกพร่องทางการพูด
และภาษา 2 คน เด็กออทิสติก ๑1 คน ความพิการซ้อน 6 คน และมีผบู้ ริหาร คณะครู และบุคลากรใน
สถานศึกษา จานวน 41 คน โดยได้ทาการศึกษาในส่วนประกอบต่างๆทั้งลักษณะภายนอก ภายในของพืช
แต่ละส่วน ได้แก่ ราก ลาต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ด โดยละเอียด การกาหนดเร่ืองท่ีจะเรียนรู้ในแต่ละ
ส่วน การเรียนรูแ้ ตล่ ะเรือ่ ง แตล่ ะส่วนขององค์ประกอบย่อย และการนาข้อมูลมาเปรียบเทียบความแตกต่าง
ในแต่ละเรื่องในชนิดเดียวกัน โดยบูรณาการการจัดการเรียนรู้ เขา้ กับแผนการจัดการเรียนรูท้ ี่สอดคล้องกับ
หลกั สตู รการศึกษาแกนกลาง ท้ัง 8 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ซ่ึงการศึกษาลกั ษณะของต้นแพงพวยในแต่ละชว่ ง
ช้นั มดี งั น้ี

ระดับประถมศึกษา ศึกษาลักษณะทางพฤษศาสตร์ของพืชศึกษาแพงพวย เพียงรูปร่าง สี ของ
สว่ นประกอบภายนอกคอื ราก ลาตน้ ใบ ดอก ผล และเมลด็

ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นการศึกษาในส่วนประกอบต่างๆของลักษณะภายนอกของต้น
แพงพวย คือ ราก ลาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด โดยสามารวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ ระบายสีตามท่ี
นักเรียนสังเกตเห็นตามความเป็นจริง ศึกษาลักษณะภายนอกของพืชแต่ละส่วนโดยละเอียด ทั้ง รูปร่าง
รูปทรง สี ผิว เนื้อ ขนาด จานวน ลักษณะฯลฯ กาหนดเรื่องท่ีจะเรียนรู้ในแต่ละส่วนของพืช แล้วนาข้อมูล
มาเปรยี บเทยี บความต่างในแต่ละเรื่อง ในชนิดเดยี วกันในรปู แบบความเรยี บและสถิติ ร่วมถึงการขยายพันธ์ุ
พืชศกึ ษา การดแู ลหลังการปลูก และการศกึ ษาการเจริญเติบโตของพชื

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย การศึกษาการขยายพันธุ์พืชศึกษา การดูแลหลังการปลูก และ
การศกึ ษาการเจริญเติบโตของพืชศึกษา การศึกษาโครงสร้างภายในของต้นแพงพวยในส่วนของ ราก ลาต้น
ใบ โดยใชก้ ระบวนการสังเกตและการบนั ทกึ ข้อมูล

ผลการเรียนรู้ท่ีได้จากการศึกษาพืชศึกษาต้นแพงพวย ลักษณะภายนอก ราก มีสีน้าตาล ยาว 12

ซม.โคนรากจะโตแล้วค่อยเรียวเล็กลงไปจนถึงปลายแล้วมีรากแขนงจานวนมาก ลาต้นอยู่เหนือดิน ตั้งตรง

เองได้เป็นไม้ล้มลุก ทรงพุ่มสูง 40 ซม. กว้าง 22 ซม. มีสีเขยี วผิวเรียบมีลักษณะเป็นข้อๆ แตกก่ิงก้านออก

มียางสีขาวขุ่น ใบ เป็นใบเด่ียว สีเขียว ขนาดแผ่นใบกว้าง 2.5 ซม.ยาว 5.5 ซม. เรียงใบแบบตรงข้าม

สลับต้ังฉาก ใบเป็นรูปไข่กลับปลายใบมีติ่งหนามส้ัน โคนใบรูปลิ่มขอบใบเรียบ เส้นกลางใบสีเขียวอ่อนเห็น

ได้ชัดเจน ใบออกจากข้อของลาต้นข้อละ 2 ใบ ดอก เป็นดอกครบส่วน สมบูรณ์เพศ ออกเป็นช่อกระจุก

ตามยอด ช่อละ 1-3 ดอก ออกดอกบริเวณปลายยอด มีกลีบเลย้ี งโคนเชื่อมติดกับปลายแยกเป็น 5 แฉก สี

เขียว กลีบดอกมีชั้นเดียว โคนเช่ือมติดกับกลีบเล้ียงปลายแยกเป็น 5 แฉกสีชมพู เกสรตัวผู้มีจานวน 5 อัน

สเี หลืองเกสรตวั เมียมจี านวน 2 อัน สีเขียว รงั ไข่ใต้วงกลีบ ผล ลักษณะเปน็ ฝักยาว ออกติดกันเป็นคู่ ขนาด

2 ซม. ชนิดผลเด่ียว เป็นผลแห้งแก่แล้วแตกแนวเดียว ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่สีน้าตาล เมล็ด มีสีดา รูปร่างรี

ใน 1 ฝัก มีจานวน 15-20 เมล็ด

ลักษณะภายในของพืชศึกษาต้นแพงพวย ราก มีชั้นเอพิเดอร์มิส (epidermis)อยู่นอกสุด เรียงตัว
ชั้นเดียว มีเซลล์ขนราก (roothair) ชั้นคอร์เทกซ์ (corter) กว้าง ช้ันสตี (stele)มีพอรีไซเคิล1-2 แถว มีมัด
ท่อลาเลียง (vascular bundie) โดยเซเล็ม (xylem) อยู่ตรงกลางเรียงเป็นแฉกและมีโพลเอ็ม (phloem)
อยู่ระหว่างแฉก ลาต้น มีชั้นเอพิเดอร์มิส(epidermis)อยู่นอกสุด เรียงตัวชั้นเดียว มีช้ันคอร์เทกซ์ (corter)
แคบ ชั้นสตี (stele) มีมดั ท่อลาเลียง (vascular bundie) ด้านในเป็น เซเล็ม (xylem) ด้านนอกเป็นโพล
เอ็ม (phloem)เรียงตัวในแนวรัศมีเดยี วกันและมีพีธ (pith) อยู่ช้ันในสุด ใบ มีชัน้ เอพิเดอร์มิส(epidermis)
2 ด้านคือเอพิเดอร์มิสด้านบน(upper epidermis) กับเอพิเดอร์มิสด้านล่าง(lower epidermis) ด้านบน
พาลิเสดมีโวฟิลล์ (palisade mesophyll)รูปร่างเป็นแท่ง ส่วนด้านล่างมีสปองจีมีไซฟิลล์ (spongy
mesophyll)มมี ดั ท่อลาเลยี งอยตู่ รงกลาง ประกอบดว้ ย ไซเล็ม (xylem) อยู่ด้านบนกบั โพลเอ็ม (phloem)
อย่ดู ้านลา่ งโดยมีบัลเดิลชีท(bundle sheath)ลอ้ มรอบ

จากผลการศึกษาประโยชน์ดังกล่าวจึงเป็นแนวคิดให้นาใช้ประโยช์ในการทาเครอื่ งดื่ม ชาแพงพวย
เน่ืองจากการสกัดสารทีม่ ีประโยชน์ออกมาได้เต็มประสิทธิภาพตอ้ งผ่านกระบวนการตม้ สกดั สารออกมาจาก
ต้นแพงพวย และนอกจากนั้นชายังเป็นเคร่ืองดื่มท่ีคนไทยนิยมรับประทาน แต่ด้วยกลิ่นยังไม่หอมหวนชวน
รับประทานจึงผสมกับชามะลิเพิ่มกลิ่มหอม จึงเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ชาแพงพวยผสาชามะลิ ใช้ในการต้อนรับ
แขกผู้มาใช้บริการในโรงเรียน เป็นของฝากและจาหน่ายเพ่ือสร้างรายได้เป็นแนวทางการสร้างอาชีพให้แก่
นักเรยี น ในชื่อผลติ ภัณฑ์ “ชาริมเล”

กติ ตกิ รรมประกาศ

ขอบคุณโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี ท่ีได้ให้แนวทางในการจัดการเรียนรู้งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน รายงานผล การ
ดาเนินงาน การศึกษาพืชศึกษาต้นแพงพวย โรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ฉบับนี้ สาเร็จลุล่วงได้ด้วยดี โดย
ความร่วมมือของผูบ้ ริหารสถานศึกษา ครู บคุ ลากรทางการศึกษา นักเรียน ชุมชนและหน่วยงาน ทเ่ี กี่ยวขอ้ ง
ทง้ั ในการศึกษากับดแู ล ช่วยเหลอื และให้ความสะดวกในการศึกษา

ขอขอบพระคุณ นายธานินทร์ สันคะนุช ท่ีปรึกษาประสานงาน งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน
โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเน่ืองมาจากพระราชดาริฯ ท่ีให้ความอนุเคราะห์ในการให้คาปรึกษา ให้
ความร่วมช่วยเหลือ ตรวจสอบ แก้ไข และให้ความกระจ่างในวิธีการศึกษา จนรวบรวมเป็นองค์ความรู้ที่
สร้างข้ึนดว้ ยตนเอง

ขอขอบคุณนางวราภรณ์ จึงสุวดี ผู้อานวยการโรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ ท่ีได้สนับสนุน
งบประมาณ วัสดุอุปกรณ์ การอานวยความสะดวก และข้อเสนอแนะท่ีเป็นประโยชน์ ตลอดจนขอขอบคุณ
คณะครู นักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานโรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์รวมทั้งผู้ปกครอง
นกั เรยี น ท่ีใหก้ ารสนับสนุนการดาเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ด้วยความวิริยะอุตสาหะ และเสยี สละ
เปน็ อย่างดี ซง่ึ ช่วยให้รายงานผลการศึกษาฉบบั น้ีเสร็จสมบรู ณ์

คณะกรรมการดาเนนิ งาน
งานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
โรงเรยี นโสตศกึ ษาเทพรัตน์ จังหวดั ประจวบคีรีขันธ์

คานา

เอกสารรายงานผลการดาเนินงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน ฉบับน้ี จัดทารายงานผลการ
ดาเนินงาน ขึ้นเพ่ือ การรายงานผลการดาเนินงานสวนพฤกษศาสตร์ ด้านการศึกษาพืชศึกษา ต้นแพงพวย
ของโรงเรียนโรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ประจาปีการศึกษา 2563 ตามเป้าหมาย
ท่ีโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดาริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราช
กุมารี

การจัดทารายงานผลการดาเนินงานมีรายละเอียดข้อมูลการศึกษาพันธ์ุไม้ ต้นแพงพวย ประกอบ
ด้านข้อมูลพันธ์ุไม้ทางพฤกษศาสตร์ การศึกษาลักษณะภายนอก ลักษณะภายใน ประโยชน์และสรรพคุณ
รวมถึงผลการวิเคราะห์ส่กู ารนาไปใชป้ ระโยชนใ์ นการจดั ทาเป็น เครื่องดมื ชา ในช่อื ผลติ ภัณฑ์ “ชาริมเล”

ขอขอบคุณคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียนทุกคนที่มีส่วนทาให้การดาเนินงาน
สาเร็จดว้ ยดี หวังวา่ เอกสารนีจ้ ะเป็นประโยชนใ์ นการดาเนินงานและพัฒนางานต่อไป

คณะกรรมการดาเนินงาน
งานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
โรงเรียนโสตศกึ ษาเทพรตั น์ จงั หวัดประจวบครี ขี นั ธ์

สารบญั หนา้

บทคัดย่อ ข
กติ ตกิ รรมประกาศ ค
คานา ง-จ
สารบญั 1-3
บทท่ี 1 บทนา
10-46
1.1 ความสาคัญและที่มา 47-79
1.2 วตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษาต้นแพงพวย
1.3 ขอบเขตของการศึกษา .
บทที่ 2 การตรวจเอกสาร
4-9
บทที่ 3 อปุ กรณ์ และวธิ กี าร
บทที่ 4 ผลการศึกษา
บทที่ 5 สรปุ ผลการศึกษา
80-83 เอกสารอ้างองิ



บทที่ ๑
บทนา

๑.๑ ความสาคญั และทมี่ า
ตามท่ีสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เจ้าฟ้ามหาจักรีสิรินธร

มหาวชิราลงกรณวรราชภักดี สิริกิจการิณีพีรยพัฒน รัฐสีมาคุณากรปิยชาติ สยามบรมราชกุมารี ทรงมี
พระราชดาริบางประการเกี่ยวกับ การอนุรักษ์พันธุกรรมพืช ซึ่งมีใจความดังต่อไปนี้“การสอนและอบรมให้
เด็กมีจิตสานึกในการอนุรักษพ์ ืชพรรณน้นั ควรใช้วธิ ีการปลูกฝงั ให้เดก็ เห็น ความงดงาม ความสนใจ และเกิด
ความปิตทิ ี่จะทา การศึกษาและอนรุ ักษพ์ ืชพรรณต่อไป การให้วิธี การอบรมและให้ความรูส้ กึ กลัววา่ หากไม่
อนุรกั ษ์แลว้ จะเกิดผลเสียเกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทาเกิดความเครียด ซ่ึงจะเป็นผลเสียแก่ประเทศในระยะ
ยาว”

โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดาริฯ ได้ดาเนินงานสนองพระราชดาริ งาน
“สวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน” เพ่ือเป็นสื่อในการสร้างจิตสานึกด้านอนุรักษ์พันธุกรรมพืชโดยเยาวชนน้ันได้
ใกล้ชิดกับพืชพรรณไม้ เห็นคุณค่าและประโยชน์ อันจะก่อให้เกิดความคิดที่จะอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป ซึ่ง
งานสวนพฤกษศาสตร์ เป็น แหล่งที่รวบรวมพันธ์ุพืชชนิดต่างๆ ท่ีมีชีวิต จัดปลูกตามความเหมาะสมกับ
สภาพถ่ินอาศัยเดิม มีห้องสมุด สถานที่เก็บรวบรวมตัวอย่างพรรณไม้การรักษาสภาพ อาจเป็นตัวอย่างทั้ง
แบบดอง แบบแห้ง หรือเก็บรักษาด้วยวธิ ีอื่นๆ รวบรวมไว้เพ่ือเป็นแหล่งเรียนรู้และ เผยแพร่ความรูเ้ กยี่ วกับ
พรรณไม้ นอกจากนี้สามารถใช้เป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจซ่ึงสามารถดาเนินงาน งานพฤกษศาสตร์ในพื้นที่
ของโรงเรียน โดยมีองค์ประกอบดังกล่าว เป็นสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน อีกทั้งใช้ในการศึกษาและเป็น
ประโยชน์ในการสอนวิชาต่าง ๆ ดังน้ัน งานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน จึงเป็นการดาเนินงานท่ีอิงรูปแบบ
ของ “สวนพฤกษศาสตร์” โดยมี การรวบรวมพันธุ์ไมท้ ี่มีชีวติ มแี หลง่ ข้อมูลพรรณไม้ มกี ารศึกษาต่อเน่ือง มี
การเก็บตัวอย่างพรรณไม้แห้ง พรรณไม้ดอง มีการรวบรวมพันธุ์ไม้ท้องถ่ินเข้ามาปลูกรวบรวมไว้ในโรงเรียน
และภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น มีการบนั ทึกรายงานและข้อมูล รวมท้ังภูมปิ ญั ญาท้องถิ่นเกี่ยวกับพันธ์ุไม้ มมี มุ สาหรับ
ศึกษาค้นคว้าและมีการนาไปใช้ประโยชน์เป็นส่ือการเรียนการสอนใน วิชาต่างๆ เป็นการดาเนินการให้
สอดคล้อง กับสภาพท้องถ่ิน ไม่ฝืนธรรมชาติ และเป็นไปตามความสนใจและความพร้อมของโรงเรียน
ดาเนินการ โดยความสมคั รใจ ไม่ให้เกดิ ความเครยี ด

โรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ ได้ดาเนินงานสวนพฤษศาสตร์โรงเรียน ตามลาดับการเรียนรู้ของ 5
องค์ประกอบ ไดศ้ ึกษาพรรณไม้ในพื้นที่ศกึ ษาที่ 1 ไดร้ ่วมกันวิเคราะห์และกาหนดพืชศึกษาของโรงเรียน คือ
ต้นแพงพวย/Cayenne Jasmine/Madagascar Periwinkle/Vinca ช่ือวิทยาศาสตร์ : Catharanthus
roseus (L.) G.Don. วงศ์ : Apocynaceae เป็นพรรณไม้พื้นเมืองของหมู่เกาะมาดากัสการ์ มีถิ่นกาเนิดใน
อเมริกากลาง ในปัจจุบันพบขน้ึ ท่ัวไปในประเทศทมี่ ีอากาศรอ้ น โดยจัดเป็นไมล้ ้มลุกเนื้ออ่อนพุ่มเตี้ย มีความ
สูงได้ประมาณ 25-120 เซนติเมตร ลาต้นช่วงบนแตกก่ิงก้านสาขามาก เปลือกลาต้นเรียบเป็นสีน้าตาลปน
เขยี ว มียางสีขาว ขยายพันธดุ์ ว้ ยวิธกี ารเพาะเมล็ด การปกั ชาก่งิ ปักชากง่ิ ส่วนยอด เจรญิ เติบโตไดด้ ีในดินปน
ทรายระบายน้าดี ชอบความช้ืนปานกลาง ทนแล้ง และชอบแสงแดดแบบเต็มวันถึงปานกลาง เป็นพืชท่ีมี



ความทนทานต่อการเปล่ียนแปลงของดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะทางแถบชายทะเลพืชชนิดนจ้ี ะข้นึ ได้งอกงาม
เปน็ พเิ ศษลกั ษณะของแพงพวย

ต้นแพงพวย เป็นพรรณไม้พ้ืนเมืองของหมู่เกาะมาดากัสการ์ มีถิ่นกาเนิดในอเมริกากลาง ใน
ปัจจุบันพบข้ึนท่ัวไปในประเทศท่ีมีอากาศร้อน โดยจัดเป็นไม้ล้มลุกเน้ืออ่อนพุ่มเตี้ย มีความสูงได้ประมาณ
25-120 เซนติเมตร ลาต้นช่วงบนแตกก่ิงก้านสาขามาก เปลือกลาต้นเรียบเป็นสีน้าตาลปนเขียว มียางสี
ขาว ขยายพันธ์ุดว้ ยวิธกี ารเพาะเมล็ด การปกั ชากง่ิ ปักชาก่งิ ส่วนยอด เจรญิ เติบโตไดด้ ใี นดินปนทรายระบาย
น้าดี ชอบความชื้นปานกลาง ทนแล้ง และชอบแสงแดดแบบเต็มวันถึงปานกลาง เป็นพืชที่มีความทนทาน
ต่อการเปล่ยี นแปลงของดินฟ้าอากาศ โดยเฉพาะทางแถบชายทะเลพืชชนดิ นจี้ ะขนึ้ ได้งอกงามเป็นพเิ ศษ

ใบแพงพวย ออกใบดก ใบเป็นใบเดี่ยวออกเป็นคู่เรียงตรงข้ามกัน ลักษณะของใบเป็นรูปไข่หรือรูป
ขอบขนานแกมรูปไข่กลับ ปลายใบมนเป็นติ่งหนาม โคนใบมนหรือแหลม ส่วนขอบใบเรียบและเป็นคล่ืน
เล็กน้อย ใบมีขนาดกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตรและยาวประมาณ 3-7 เซนติเมตร แผ่นใบหนา หลัง
ใบเรียบเป็นสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนท้องใบเรียบ เส้นกลางใบเป็นสีเขียวอ่อนหรือเป็นสีเหลืองลากเป็นเส้น
เหน็ ได้ชดั เจน

ดอกแพงพวย ออกดอกเป็นช่อกระจุกหรือออกเป็นกลุ่ม ๆ กระจุกละประมาณ 1-3 ดอก โดยจะ
ออกตามซอกใบ ดอกย่อยเป็นสีชมพูหรอื สีม่วงและสีขาว ถ้าเป็นดอกสีชมพูตรงกลางดอกจะเป็นสีแดง ส่วน
ดอกสีขาวตรงกลางดอกจะเป็นสีเหลือง กลีบดอกมีช้ันเดียวและมี 5 กลีบ ลักษณะของกลีบดอกเป็นรูปไข่
กลับ ปลายกลีบมนและมีติ่งแหลม โคนกลีบดอกเชื่อมติดกันเป็นหลอด ดอกมีเกสรเพศผู้ 5 ก้าน ดอกเม่ือ
บานเตม็ ทจี่ ะมขี นาดกวา้ งประมาณ 4 เซนติเมตร เม่ือดอกร่วงหลน่ ไปกจ็ ะตดิ ฝกั หรือผลเป็นรปู ทรงกระบอก

ผลแพงพวย ลักษณะของผลเป็นรปู ทรงกระบอก มักออกเป็นคู่ ยาวประมาณ 2-3.75 เซนติเมตร
เม่อื ผลแห้งจะแตกออกด้านเดยี ว ภายในผลมีเมลด็ สีดาอยูม่ ากมาย

ประโยชน์ของแพงพวย ในประเทศไทยจะนิยมปลูกต้นแพงพวยไว้เป็นไม้ประดับสวนทั่วไป ปลูก
ตามริมถนน ริมทางเดิน สวนสาธารณะ ริมทะเลได้ดี หรือในท่ีน้าไม่ท่วมขัง ปลูกเป็นไม้กระถางก็ดูงดงาม
เพราะดอกสวยเด่นมีหลายสี จัดเป็นไม้ดอกที่ปลูกง่าย โตเร็ว ดูแลง่าย ตายยาก ทนดินเค็ม (แต่ไม่ทนดิน
เปรี้ยว) ทนความแห้งแล้ง โรค และแมลงได้ดี ถ้าปลูกประดับสวนควรปลูกกลางแจ้งและควรตัดแต่งจะได้
ทรงพุ่มสวยงาม แต่สาหรบั ในบางทอ้ งถนิ่ ทางภาคใต้ของประเทศไทย หรือในประเทศมาเลเซีย และประเทศ
อนิ โดนเี ซยี มักจะปลกู ตน้ แพงพวยไวเ้ ป็นไมป้ ระดับหลมุ ฝงั ศพ และจะไม่ปลูกตามบ้านเรือน

๑.๒วัตถุประสงคข์ องการศึกษา
๑. เพื่อศึกษาลักษณะทางพฤกษศาสตร์ด้านรูปลักษณ์ของราก ลาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ดต้น

แพงพวย
๒. เพือ่ ศึกษาลกั ษณะทางนเิ วศวทิ ยาของตน้ แพงพวย
๓. เพือ่ ศึกษาการขยายพนั ธุ์ การดูแลรกั ษา การเจริญเตบิ โตของตน้ แพงพวย
๔. เพ่อื ศกึ ษาการนาไปใชป้ ระโยชน์ของตน้ แพงพวย

๑.๓ ขอบเขตของการศึกษา
โรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ ได้กาหนดพืชท่ีศึกษาคือ “ต้นแพงพวย” โดยได้ศึกษาในส่วนประกอบ

ต่างๆทง้ั ลกั ษณะภายนอก ภายในของพืชแต่ละส่วน ได้แก่ ราก ลาต้น ใบ ดอก ผล และเมล็ด โดยละเอยี ด
การกาหนดเร่อื งทจี่ ะเรียนร้ใู นแตล่ ะสว่ น การเรียนรู้แตล่ ะเรือ่ ง แต่ละส่วนขององค์ประกอบย่อย และการนา



ข้อมูลมาเปรียบเทียบความแตกต่างในแต่ละเรื่องในชนิดเดียวกัน โดยบูรณาการการจัดการเรียนรู้ เข้ากับ
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่สอดคลอ้ งกับหลกั สูตรการศึกษาแกนกลาง ท้ัง 8 กลมุ่ สาระการเรียนรู้ ซ่ึงการศึกษา
ลกั ษณะของตน้ แพงพวยในแตล่ ะช่วงชนั้ มีดังนี้

ระดับประถมศึกษา ศึกษาลักษณะทางพฤษศาสตร์ของพืชศึกษาแพงพวย เพียงรูปร่าง สี ของ
ส่วนประกอบภายนอกคือ ราก ลาตน้ ใบ ดอก ผล และเมลด็

ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นการศึกษาในส่วนประกอบต่างๆของลักษณะภายนอกของต้น
แพงพวย คือ ราก ลาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด โดยสามารวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ ระบายสีตามท่ี
นักเรียนสังเกตเห็นตามความเป็นจริง ศึกษาลักษณะภายนอกของพืชแต่ละส่วนโดยละเอียด ทั้ง รูปร่าง
รูปทรง สี ผิว เน้ือ ขนาด จานวน ลักษณะฯลฯ กาหนดเรื่องท่ีจะเรียนรู้ในแต่ละส่วนของพืช แล้วนาข้อมูล
มาเปรยี บเทียบความต่างในแต่ละเรื่อง ในชนิดเดียวกันในรูปแบบความเรียบและสถิติ ร่วมถึงการขยายพันธุ์
พืชศึกษา การดูแลหลังการปลกู และการศึกษาการเจริญเตบิ โตของพชื

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย การศึกษาการขยายพันธุ์พืชศึกษา การดูแลหลังการปลูก และ
การศกึ ษาการเจริญเติบโตของพืชศึกษา การศึกษาโครงสร้างภายในของต้นแพงพวยในส่วนของ ราก ลาต้น
ใบ โดยใชก้ ระบวนการสงั เกตและการบนั ทึกขอ้ มลู



บทที่ 2 การตรวจเอกสาร

ต้นแพงพวย เป็นพืชดอกถิ่นเดียวของประเทศมาดากัสการ์ ในธรรมชาติอยู่ในสภาวะเส่ียงต่อการ
สูญพันธุ์เพราะการถางและเผาเพ่ือการเกษตรกรรม แต่อย่างไรก็ตามมันกลับได้รับการปลูกเล้ียงอย่าง
กว้างขวางในพ้ืนที่เขตร้อนท่ัวโลก ต้นแพงพวยเป็นไม้ไม่ผลัดใบพุ่มเต้ยี หรือพืชโตช่ัวฤดูสูงประมาณ 1 ม. ใบ
เป็นรูปไข่ถึงรูปขอบขนาน ยาว 2.5–9 ซม. กว้าง 1–3.5 ซม. สีเขียวเป็นมัน ไม่มีขน เส้นกลางใบซีดและ
ก้านใบสั้น ยาว 1–1.8 ซม. ดอกมีสีขาวถึงชมพูเข้ม มีสีแดงตรงกลางดอก ฐานดอกรูปหลอดยาว 2.5-3
ซม. วงกลีบดอกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 2–5 ซม. มี 5 แฉก ผลเป็นผลแตกแนวเดียวยาว 2–4 ซม. กว้าง 3
มม. ต้นแพงพวยมีชื่อพื้นเมืองอ่ืน ๆ ดังน้ี: นมอิน (สุราษฎร์ธานี) ผักปอดบก (เหนือ) แพงพวยบก (กทม.)
การขยายพันธ์ทาได้ท้ังวิธีปักชาและเพาะเมล็ดแต่การเพาะเมล็ด จะทาได้ง่ายกว่า ทาได้โดยการเพาะลงใน
กระบะหรือเพาะลงในแปลงเพาะปลูก เมล็ดจะงอกใน 5-7 วัน ต้นแพงพวยน้ีเป็นพืชท่ีต้องการแสงและ
อากาศรอ้ นเนอ่ื งจากเป็นพืชในเขตร้อน สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดนิ ท่ีมคี วามอุดมสมบรู ณ์ตา่ ถึงปานกลาง
โดยเฉพาะดินท่ีสามารถระบายน้าได้ดี เช่น ดินร่วนปนทราย ซึ่งมันจะช่วยรากเจริญได้ดี เพราะหากดิน
ระบายนา้ ไม่ดี จะทาใหร้ ากเนา่ เนอ่ื งจากรากไมม่ อี ากาศหายใจ (วิกิพเี ดียสารานกุ รมเสรี,)
ลั ก ษ ณ ะท่ั ว ไป แ พ งพ ว ย ( Catharanthus roseus (L.) G. Don.)อ ยู่ ใน Division Magnoliophyta
ClassGentianales Family APOCYNACEAE (The Dogbane Family) ช่ื อ ส า มั ญ ว่ า Madagasca
Periwinkle ,Periwinkle, Vincar, Catharanthue, Pinkie-pinkie, Rose Periwinkle, Cape Periwinkle
มีชื่อท้องถ่ินว่าแพงพวย แพงพวยฝรั่ง นมอินทร์ (สุราษฎรธานี) ผักปอดบก (เหนือ) พังพวยบก (พเยาว์ ,
2537; วทิ ย์,2542 และ วิฒุ, 2540) มถี ิน่ กาเนดิ ในแถบอเมริกากลาง มาดากัสการ์ อาหรบั ถงึ อนิ เดยี แต่
ปัจจุบนั มีขึน้ อยู่ท่ัวๆ ไปในเขตประเทศทมี่ ีอากาศร้อน แพงพวยเป็นไม้ดอกอายุหลายปีมีท้ังชนิดพุ่มและชนิด
เลอ้ี ย ขยายพันธ์ุด้วยการเพาะเมลด็ โดยกลบเมล็ดบางๆ เมล็ดงอกภายใน 7-15 วัน ย้ายปลูกอายุ 25-30
วนั เวลาเพาะถึงออกดอก 70-90 วัน สภาพปลกู แสงแดดจัด ดินร่วนปนทรายระบายน้าดีทนแล้งดีกว่าทน
แฉะ ถ้าต้นได้รับน้าสม่าเสมอจะมีช่วงการออกดอกนานขึ้น เป็นไม้ดอกที่ทนร้อน ทนแล้ง ทนโรคและทน
สภาพแวดล้อมท่ีเป็นพิษได้ดี (วทิ ย์, 2542 และอฤชร, 2544) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ต้น เปน็ ไม้ล้มลุก
โคนต้นแข็ง ลาต้นสีเขียวอ่อน พุ่มสูง 30-120 เซนติเมตร แตกกิ่งก้านจานวนมาก มียางสีขาวขุ่น (พเยาว์,
2537) ใบ มีลักษณะเป็นรูปไข่กลับกว้างประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร ยาว 3-7 เซนติเมตร ขอบขนาน
เรียบไม่มียัก หน้าหลังใบเรียบมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ท้องใบและขอบใบเรียบ โคนใบแหลมหรือบางทีก็มน
ปลายใบมนหรือมี ต่ิงหนาม เส้นกลางใบมีสีเขียวอ่อนหรือสีเหลืองลากเป็นเส้นเห็นได้ชัดเจน (อฤชร,
2544) ดอก มีลักษณะเป็นดอกสมบูรณ์ออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบ 1-3 ดอก กลีบดอกชั้นเดียวมี 5
กลีบ โคนเชื่อมติดกันเป็นหลอด เมื่อตูมบิดเป็นเกลียว (สมพร, 2542) มี 2 สีด้วยกัน คือ สีขาวและสีชมพู
ถ้าเป็นสีขาวตรงกลางดอกก็จะเป็นสีเหลือง ส่วนสีชมพูตรงกลางดอกนั้นจะเป็นสีแดง (ภาพที่ 1) (วิทย์,
2542) ผล เป็นฝักรูปกระบอกยาวออกเป็นคู่สีเขียว เม่ือแก่จะมสี ีน้าตาลดา มีเมล็ดเล็กๆ สีดา จานวนมาก
750-1,000 เมล็ด/กรมั (นิจศิริ, 2547 และอฤชร, 2544)

สรรพคุณของแพงพวยและผลงานการวิจยั
1. ทเ่ี มอื ง La Reunion ของประเทศฝรัง่ เศสจะใช้รากที่หมกั จนเป่ือยยยุ่ เป็นยาบารุงและเป็น

ยาธาตุ เจรญิ อาหาร



2. (ราก) รากและกา้ นสดนามาตม้ กบั นา้ ดม่ื เป็นยาบารุงกาลัง (ราก, ก้าน)
3. ทั้งต้นมีรสขมเล็กน้อย เป็นยาเย็น มีพิษ ใช้เป็นยารักษามะเร็ง ต่อต้านมะเร็ง รักษาเนื้อ
งอกในต่อมน้าเหลือง มะเรง็ ของเซลลเ์ ม็ดเลอื ดขาว หรอื เมด็ เลอื ดขาวในต่อมน้าเหลืองมากเกินควร ด้วยการ
ใช้ครั้งละ 6-15 กรัม นามาต้มกับน้ารับประทาน (บางแห่งใช้บาบัดรักษามะเร็งเต้านม) (ท้ังต้น)รากช่วย
รักษามะเรง็ ในเลอื ด (ราก) ส่วนใบมรี สเอยี น เป็นยาแกม้ ะเร็งตา่ ง ๆ แกม้ ะเรง็ ในเมด็ เลอื ดของเด็ก (ใบ)
4. ใบช่วยบารุงหวั ใจ (ใบ ต้นและใบ)
5. ท้ังต้นมีรสเอียน ใช้ต้มดื่มเป็นยาแก้เบาหวาน บาบัดเบาหวาน (ท้ังต้น)[3],[7] ส่วนใบก็
เป็นยาแก้โรคเบาหวานเช่นกัน โดยชาวจาเมกาเชื่อว่ายาดองเหล้าจากใบแพงพวยตากแห้งสามารถช่วย
รักษาโรคเบาหวานได้ (ใบ)
6. ทั้งต้นใช้ต้มดื่มช่วยลดความดันโลหิต ตามตารับยาให้ใช้แพงพวย 15 กรัม ชุมเห็ดไทย 6
กรัม เก๊กฮวย 6 กรัม นามารวมกันต้มกับน้ารับประทาน หรือจะใช้แพงพวย และแห่โกวเช่าอย่างละ 15
กรมั นามาตม้ กับน้ารับประทานก็ไดเ้ ช่นกัน (ท้ังตน้ )
7. ทั้งต้นมีรสจืดเย็น ช่วยแก้ร้อน ทาให้เลือดเย็น แก้หวัด ตัวร้อน แก้อาการไอแห้งอันเกิด
จากความร้อน ดว้ ยการใช้ตน้ แห้ง 15-30 กรัมนามาต้มกับน้าด่มื (ทง้ั ต้น)
8. ใชเ้ ป็นยารักษาโรคมาลาเรีย โรคเจ็บคอ และโรคชอ่ งคออักเสบ (ไม่ระบุสว่ นท่ีใช)้
9. ตน้ และใบช่วยลดไขมันในเลอื ดสงู ได้ ด้วยการใช้ใบและต้น 1 กามอื นามาต้มกบั น้าด่ืมเช้า
และเย็น (ต้น, ใบ)
10. ช่วยแก้อาการร้อนในกระหายน้าและแก้อาการท้องผูก ด้วยการใช้ต้นสด 60-120 กรัม
นามาตาคน้ั เอาน้าผสมกับน้าผง้ึ เดอื นห้าอ่นุ พออนุ่ ด่ืม (ท้งั ต้น)
11. ใชเ้ ป็นยาขบั เหงอื่ (ไมร่ ะบุสว่ นท่ใี ช)้
12. ใชต้ ้นสด 60 กรัมนามาตม้ กบั นา้ ดมื่ เป็นยาแก้อาการปวดฟนั (ท้งั ตน้ )
13. ช่วยแกอ้ าการทอ้ งผกู เรื้อรัง ชว่ ยในการย่อย (ใบ)
14. รากมรี สเอยี น เป็นยาแกบ้ ดิ (ราก)
15. รากมสี รรพคณุ เปน็ ยาขบั พยาธิ (ราก)
16. ทั้งต้นใชค้ รั้งละ 6-15 กรัม นามาต้มกบั นา้ รับประทานเป็นยาขบั ปสั สาวะ (ทงั้ ตน้ )
17. ชว่ ยแก้โรคหนองใน ปัสสาวะเป็นหนอง ด้วยการใช้ต้นสด 30 กรัมผสมกับน้าตาลกรวด
15 กรมั ตม้ ด่ืมหลังอาหารวันละ 2 คร้งั (ท้งั ต้น)
18. รากใช้เป็นยาขับระดูของสตรีและทาให้แท้ง (ราก)[1],[7] นอกจากนี้ยังใช้รักษาโรค
เลือดออกมากเกินไปในช่วงระหว่างมีประจาเดือนของสตรี ด้วยการนาใบมาเคี้ยวแล้วอมไว้เพื่อให้ตัวยาเข้า
ไปทางปาก (ใบ)
19. ชว่ ยแก้อาการตัวเหลืองอันเกิดจากพิษสุรา ด้วยการใช้ต้นสด 1 กามือนามาตาคั้นเอาแต่
น้าผสมกับนา้ ผ้ึงเดอื นห้าดม่ื (ท้ังตน้ )
20. ทัง้ ต้นใชเ้ ปน็ ยาถอนพษิ สาแดง ถอนพษิ ตา่ ง ๆ (ทั้งตน้ )
21. ช่วยแก้งูกัด สุนัขกัด ให้ใช้ต้นสด 1-2 กามือนามาล้างให้สะอาด ตาคั้นเอาแต่น้ามาด่ืม
สว่ นกากท่ีเหลือใชพ้ อกบรเิ วณที่ถูกกัด (ท้งั ต้น)
22. ในประเทศอินเดีย (เมือง Orissa) จะใช้น้าสกัดจากใบแพงพวยมารักษาโรคแมลงกัดต่อย
(ใบ)



23. ช่วยห้ามเลือด (ราก)
24. ช่วยแกห้ ัด แก้หัดหลังจากหัดออกแล้วไข้ไม่ลด แก้ผดผ่ืนคนั และแผลอักเสบอ่ืน ๆ ให้ใช้
ต้นสด 30-60 กรมั นามาค้ันเอาแตน่ ้าแลว้ ตม้ ด่มื (ท้ังตน้ )
25. ช่วยแก้เด็กเป็นฝี มีหัวกลัดหนองยังไม่แตก ด้วยการใช้ต้นสดนามาต้มเอาน้าชะล้างและ
ใชต้ าพอก (ทั้งต้น)
26. ใชต้ ้นสดตาพอกเป็นยาแก้กลากนา้ นม (ท้ังต้น)
27. ชว่ ยแก้บวม แก้แผลอันเกิดจากการหกล้ม แผลเน่าเปื่อย ด้วยการใช้ต้นสดนามาตาพอก
บรเิ วณทีเ่ ปน็ (ท้ังต้น)
28. รากและกา้ นสดนามาต้มกับน้าดื่มเป็นยาแกป้ วด (ราก, ก้าน)
หมายเหตุ : วิธีใช้สมุนไพรแพงพวยตาม ให้ใช้ทั้งต้นแห้งคร้ังละ 15-30 กรัมนามาต้มกับน้าดื่ม หรือใช้ต้น
สดนามาคน้ั เอาแตน่ า้ ดื่ม ส่วนใชภ้ ายนอกให้นามาตาพอกหรือสมุ ไฟให้เป็นถา่ นผสมเป็นยาพอก
ข้อมลู ทางเภสัชวิทยาของแพงพวย

1. สารสาคัญท่ีพบ ได้แก่ acenine, ajalicine, akummigine, ammocalline, arginins,
carosine, campesterol, glutamine, Leurosidine, loganin

2. แพงพวยฝร่ังมีฤทธ์ิต้านเช้ือแบคทีเรีย ต้านเชื้อรา ขับปัสสาวะ ลดไขมันในเลือด ลด
ความดันโลหติ ลดนา้ ตาลในเลอื ด

3. ท้ังต้นสกัดได้สารอัลคาลอยด์ Vineristine และ Vinblastine นามาทาให้บริสุทธิ์ แล้ว
ใชใ้ นรูปของยาฉดี รักษาคนไขม้ ะเร็งบางชนดิ เชน่ มะเรง็ เมด็ เลือด เป็นต้น

4. นักวิทยาศาสตร์ได้ทาการแยกสารอัลคาลอยด์และตั้งชื่อว่า Vinblastine และได้
นาไปใช้ทดลองกับหนูทดลอง พบว่าสารชนิดนี้มีฤทธ์ิทาให้ปริมาณของเม็ดเลือดขาวลดน้อยลง ต่อมาได้ทา
การสกัดและแยกสารอัลคาลอยด์จากพรรณไม้ชนิดน้ีได้ประมาณ 50 ชนิด (อีกข้อมูลบอกว่าพบประมาณ
70 ก ว่ า ช นิ ด เช่ น Vincaleukoblastine, Vinblastine, Vinrosidine, Vincristinem Vinleurosine,
Rovidine, Leurosivine อี ก ท้ั ง ยั ง มี Carosine, Perivinem Perividine, Catharanthine, Vindolie,
Vincolidine เป็นต้น[3]) ซึ่งในจานวนน้ีจะมีสารอัลคาลอยด์อยู่ด้วยกัน 4 ชนิดท่ีมีประสิทธิภาพในการ
บาบัดโรคได้ คือ Vincristine, Vinblastine, Vinrosidine, Vinleucostine (สารทง้ั 4 ชนิดน้ีเปน็ สารอัลคา
ลอยดท์ ม่ี ีอยู่ในพวก Dimeric indoleindoline) โดยตน้ แพงพวย หนัก 500 กิโลกรมั จะใหส้ ารอลั คาลอยด์
Vincristine เพียง 1 กรัมเท่าน้ัน โดยสาร Vinblastine ท่ีนิยมใช้ Vinblasine sulphate ทาเป็นยาฉีดเข้า
หลอดเลือดดาหรือใชท้ าเป็นยารับประทานเพื่อบาบัดรักษาโรคมะเรง็ ในต่อมน้าเหลอื ง สว่ นสาร Vincristine
ท่ีนยิ มใช้ Vincristine sulphate ทาเป็นยาฉดี เขา้ หลอดเลือดดาในการรักษาโรคมะเรง็ เม็ดเลอื ดขาวในเด็ก

5. เมื่อนาสาร Vinblastine ท่ีสกัดได้ไปทดลองกับหนูขาวทดลองท่ีมีโรคมะเร็งในเม็ด
เลือด พบว่าสารดงั กล่าวมีฤทธิย์ บั ยงั้ โรคตอ่ มนา้ เหลอื ง P-1534 ของหนทู ดลองได้

6. น้าที่ได้จากแพงพวย เมือ่ นาไปให้สุนัขทดลองกนิ พบว่ามีฤทธ์สิ ามารถลดความดันโลหิต
ของสุนัขได้ และยังพบว่ามีฤทธิ์ช่วยลดระดับน้าตาลในเลือดได้ แต่ไม่กระทบกับการเต้นของหัวใจและการ
หายใจของปอดดว้ ย

7. เม่ือปี ค.ศ. 2004 ในประเทศไทยได้ทาการศึกษาทดลองผลของแพงพวยในการลด
ไขมันในเลือดสูง โดยทาการทดลองในหนู (Mice) ด้วยการให้สารสกัดจากแพงพวยในขนาด 10 กรัมต่อ
กิโลกรัม สาหรับทดสอบค่าความเป็นพิษ และทดสอบผลการลดความดันโลหิตสูงในแมวท่ีให้สารสกัด



แพงพวยในขนาด 0.3 กรัมต่อกิโลกรัม และทดสอบผลในการลดไขมันในเลือดในหนูด้วยการให้สารสกัด
แพงพวยในขนาด 0.3 กรัมต่อกิโลกรัมเป็นเวลา 3 สัปดาห์ และดูผลในการขับปัสสาวะในขนาด 0.1 กรัม
ใช้เวลา 24 ชั่วโมง เปรียบเทียบกับสาร Furosemide ผลการทดลองสรุปว่าสารสกัดแพงพวยท่ีใช้ในรูปยา
ทมี่ ีชื่อวา่ RUVINAT นั้น ได้ผลดีในการลดความดันโลหติ สูง ขบั ปสั สาวะ และลดไขมนั ในเลอื ดสงู

8. สมุนไพรแพงพวยมฤี ทธ์ทิ าให้เม็ดเลอื ดขาวลดลง เวลานามาใช้ต้องระวัง
9. จากการทดสอบความเป็นพิษด้วยการฉีดสารสกัดจากใบแพงพวยฝรั่งด้วย 95% เอ
ทานอลเข้าช่องทอ้ งของหนูถีบจักร พบวา่ ในขนาดทท่ี าให้หนทู ดลองตายคร่งึ หนึง่ คอื 4 กรมั ตอ่ กโิ ลกรัม[7]
การขยายพนั ธ์ุ
การขยายพนั ธ์ุแพงพวย สามารถทาได้ด้วยวธิ กี ารปักชา หรอื เพาะเมลด็ แต่การเพาะจากเมลด็
ทาได้ง่ายและสะดวกกว่าโดยสามารถเพาะลงในกระบะ หรือหวา่ นลงในแปลงปลูก เมลด็ จะงอกภายใน 5-7
วัน แพงพวยสามารถปลูกไดต้ ลอดปี เนอื่ งจากเปน็ พืชในเขตรอ้ น ต้องการแสงแดดและอากาศร้อน ใน
ตา่ งประเทศจะรว่ งเมื่ออณุ หภูมติ ่ากว่า 5 องศาเซลเซยี ส ในชว่ งฤดูหนาวและจะแตกยอดใหม่ในตน้ ฤดูใบไม้
ผลเิ จริญเตบิ โตไดด้ ใี นดนิ ท่ีมคี วามอดุ มสมบรู ณ์ต่าถึงปานกลางโดยเฉพาะดินรว่ นปนทรายท่ีมีการระบายนา้ ดี
และค่อนข้างจะแห้ง เน่ืองจากจะช่วยในการสง่ เสรมิ การเจริญของรากได้ดี ถา้ ดินแฉะเกินไปจะ ทาให้รากไม่
มีอากาศหายใจ ทาใหร้ ากเน่าได้
วัสดุอุปกรณ์ 1) ถาดเพาะ 2) วัสดุเพาะ (พีทมอสสาหรับดอกไม้) 3) เมล็ดพันธุ์แพงพวย 4)
ตะกร้าสาหรับกลบเมล็ด 5) ถังพ่นสารเคมี สารป้องกันและ สารกาจัดเช้ือรา 6) ถุงมือ วัสดุเพาะต้นกล้า
แพงพวย แนะนาเป็นวัสดุเพราะทผ่ี ่านการทดลองใช้แลว้ โดยมีคณุ สมบัติคือ มีความละเอยี ดปานกลาง ร่วน
ซุย ระบายน้า และระบายอากาศไดด้ ี เหมาะสมอยา่ งย่ิงต่อการเพาะเมล็ดพนั ธุ์
วิธกี ารเพาะเมล็ด
1. เตรียมน้าสาหรับผสมวัสดุเพาะโดย ผสม โพรพาโมคาร์บ อัตรา 0.4 ซีซี ต่อน้า 1 ลิตร
หรือเมทาแลกซิล 1 กรมั ต่อนา้ 1 ลิตร เพื่อป้องกนั โรคเนา่ คอดนิ
2. ผสมน้าที่เตรียมไว้กับพีทมอส โดยค่อยๆเติมน้าทีละนิด คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากน้ันลอง
บีบวัสดุเพาะเพ่ือทดสอบว่า น้าเข้ากับวัสดุเพาะได้ดีหรือไม่ หากบีบแล้วมีน้าออกมาเล็กน้อยตามร่องมือ
และวัสดุเพาะเกาะกันเป็นก้อน ถือว่าใช้ได้ หากมีน้าไหลออกมามากเกินไป ให้ผสมวัสดุเพาะเพ่ิม หรือไม่มี
นา้ ซมึ ออกมา แสดงว่าน้านอ้ ยเกนิ ไป ใหเ้ พมิ่ นา้ และบบี ทดลองอกี คร้งั
3. นาวัสดุเพาะท่ีเตรียมไว้ใส่ถาดเพาะ ให้เต็มหลุม กระแทกถาดเพาะ 1 ครั้ง เพ่ือให้วัสดุ
เพาะลงถึงก้นหลมุ เติมวัสดุเพาะใหเ้ ตม็ และปาดใหเ้ รียบรอ้ ยพอดกี ับหลุม
4. นาถาดเพาะเปล่า มาวางบนถาดเพาะท่ีใส่วัสดุพอแล้ว จากน้ันกดถาดเปล่า เพ่ือทาหลุม
โดยหลมุ ทก่ี ดควรมขี นาดลกึ พอดีกบั เมล็ดแพงพวย ประมาณ 0.5 เซนตเิ มตร
5. ทาการหยอดเมลด็ พันธ์แุ พงพวย 1 เม็ดต่อ 1 หลมุ
6. นาวัสดุเพาะที่ยังไม่ได้ผสมน้า มาใส่ตะกร้าเพ่ือร่อนกลบเมล็ด เน่ืองจากเมล็ดแพงพวยไม่
ตอ้ งการแสงในการงอก และเป็นการรักษาความชนื้ ในการงอกของเมลด็
7. พ่นสารเคมี โพรพาโมคาร์บ อัตรา 1 ซีซีต่อน้า 1 ลิตร หรือ เมทาแลกซิล 1 กรัมต่อน้า 1
ลิตร พน่ ใหท้ ั่วถาดเพ่อื ปอ้ งกันโรคเน่าคอดินอีกครั้ง



8. นาถาดเข้าไปในบริเวณท่ีพรางแสง 80% ถึง 90% และรักษาความชื้น โดยการพ่นน้า
อย่าให้ถาดเพาะแห้งจนเกินไป เพราะจะทาให้เมล็ดไม่งอกและแฉะจนเกินไปอาจทาให้โรคเน่าคอดินใน
ระยะงอกของเมล็ดได้

วธี กี ารดแู ลแพงพวย การดูแลตน้ กล้า แบง่ ออกเปน็ 4 ระยะดงั น้ี
ระยะที่ 1 เป็นระยะต้นกล้าเร่ิมงอก หลังจากเพาะเมล็ดแล้วในระยะนี้ ควรรกั ษาความช้ืนโดย

การพ่นนา้ และนาไปในท่ีพรางแสง 50%
ระยะท่ี 2 เป็นระยะใบเล้ียงเริ่มแผ่ โดยใช้เวลาจากระยะแรก 1-2 วัน ควรนาออกแดดจัด

เพ่ือป้องกันต้นกล้ายืดเข้าหาแสง ในช่วงนี้ 1-2 วัน ควรรักษาความชื้นไว้ เน่ืองจากต้นกล้ายังเล็ก เมื่อต้น
กล้าแข็งแรงควรปล่อย ให้ผิววัสดุปลูกแห้งบ้าง เพื่อป้องกันโรคเน่าคอดิน และจะทาให้ต้นกล้าแข็งแรงกว่า
การให้น้าตลอดเวลา ในระยะน้ียังไม่ควรให้ปุ๋ย เนื่องจากต้นกล้ายังมีอาหารสะสมอยู่ และในตัววัสดุเพาะมี
การใส่ธาตุอาหารไว้ในระดับหนง่ึ แลว้

ระยะที่ 3 เป็นระยะที่เร่ิมใบจริง 1 คู่ เริ่มให้ปุ๋ยทางน้าโดยผสมสูตร 15-0-0 แคลเซียมไน-
เตรท หรอื ป๋ยุ สูตร 20-20-20 อัตรา 30 กรมั ตอ่ นา้ 10 ลิตร 2-3 ครัง้ ต่อสัปดาห์ ควรหลกี เล่ยี งการใชป้ ุ๋ย
46-0-0 หรือยูเรีย เพราะจะทาให้ต้นกล้าออ่ นแอ หมายเหตุ ความช้ืนควรปล่อยให้ผิวหน้าวัสดุปลกู แห้งแต่
ตน้ ไม่เหี่ยว จึงจะทาการรดน้าหรือใหป้ ยุ๋ จนช่มุ

ระยะที่ 4 เป็นระยะที่เรมิ่ มีใบจริง 2 คู่ เพิ่มการให้ปุ๋ยโดยใหส้ ูตร 15-0-0 หรือ 20-20-20
อัตรา 6 กรัมตอ่ น้า 1 ลติ ร

ดินปลูกสาหรับบรรจตุ ้นกลา้ ดอกไม้ลงกระถาง
การเตรียมดินปลูกต้นกล้า ดินปลูกต้องเป็นดินโปร่ง ร่วนซุย มีอินทรียวัตถุสูง ระบายน้าดี

ในขณะเดียวกัน คุมความชื้นได้ดีพอสมควร มีความเป็นกรดเล็กน้อย มี pH ประมาณ 6.5 ถึง 7 ส่วนผสม
ของดินปลูก ควรหาง่ายในท้องถิ่น สาหรับดินผสม 1 ลูกบาศก์เมตร ควรใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15
ประมาณ 0.5 กโิ ลกรมั และสูตร 0-46-0 ประมาณ 1 กโิ ลกรมั ผสมกันตามสดั ส่วน

สูตรท่ี 1 ส่วนประกอบดินผสม โดยท่ัวไปอัตราส่วนผสมได้แก่ ดินร่วน 1 ส่วน ปุ๋ยหมัก 1
ส่วน แกลบ(เปลือกข้าว) 2 ส่วน แกลบเผา (หรือเศษแกลบที่เหลือจากการเผาถ่าน) หรือใช้ถ่านทุบพอ
ละเอยี ด 2 สว่ น ขุยมะพรา้ ว 2 ส่วน

สตู รที่ 2 ส่วนประกอบดนิ ผสมโดยท่ัวไป อตั ราสว่ นผสมได้แก่ แกลบเปลือกขา้ ว 3 ส่วน ขุย
มะพร้าว 5 ส่วน ดิน 2 สว่ น

สูตรท่ี 3 ขุยมะพร้าว 3 ส่วน ทรายหยาบ 1 ส่วน ปูนโดโลไมท์ ใช้สาหรับปรับสภาพ ตาม
อัตราส่วนท่ฉี ลากกาหนด ท้งั น้สี ามารถดัดแปลงสูตรไดต้ ามความเหมาะสม ตามประสบการณ์

ดินปลูกสาหรบั ตน้ กล้าดอกไม้ลงแปลง ควรเร่มิ เตรยี มแปลงปลกู พร้อมกับเพาะเมล็ด
1. ไถพรวนและพลิกหนา้ ดนิ ตากไว้ประมาณ 7-10 วนั นาเศษวัชพืชออกจากแปลงปลกู
2. หลังจากน้ันให้ทาการไถคราด เอาวัชพืชออก ให้หมดและทาให้ดินร่วนซุย เพื่อให้รากเดินได้

สะดวกเหมาะ สาหรับการปลูก หมายเหตุ ถ้าดินมีปัญหาโดยมีค่าความเป็นกรดด่างน้อยกว่า 6.5 ควรเติม
ปูนขาวเพ่ือปรับสภาพ PH ของดินอัตรา 100 - 300 กิโลกรัม/ไร่ ในขณะใส่ปูนขาว ดินควรมีความชื้น
เพ่อื ให้ปูนทาปฏิกิรยิ ากบั ดินได้ดียงิ่ ขึ้น

3. ปล่อยท้ิงไว้ 1 สัปดาห์ผสมปุ๋ยสูตร 15-15-15 รองพื้น ใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อปรับสภาพดินให้
รว่ นซุย อมุ้ น้าได้ดีและเพิ่มแรธ่ าตใุ นดิน



วิธกี ารย้ายปลกู
ควรย้ายต้นกล้าท่ีมีอายุไม่เกิน 30 วัน หรือมีจานวนใบจริง 2-3 คู่ ไม่ควรย้ายต้นกล้าท่ีมีอายุ

มากเกินไป เพราะระบบรากจะแผ่กระจายได้ช้า เน่ืองจากระบบรากนั้น แก่เกินไป ดังนั้นควรย้ายกล้า
ระหว่าง 20-30 วัน จะทาให้รากของต้นกล้ามีการพัฒนาได้ดีกว่า การหาอาหารของรากก็จะมี
ประสทิ ธภิ าพมากขึน้ ชว่ งเวลาที่เหมาะสมแก่การย้ายปลูกคือช่วงเย็น แดดไมแ่ รง เพ่ือชว่ ยลดการสญู เสียน้า
ของต้นกล้า ส่งผลให้ต้นกล้ามีการต้ังตัวได้ดีหลังการย้ายปลูก ระยะปลูกในแต่ละฤดูกาลจะมีความแตกต่าง
กันตามความเหมาะสม ฤดูร้อนและฤดูหนาวแนะนาให้ปลูกจัดวางเป็นแถวคู่ จะให้ผลดีกว่าจัดวางเป็นแถว
เดียว เน่ืองจากการจดั วางเปน็ แถวคู่ จะชว่ ยเก็บความชนื้ ในดินได้ดกี ว่า แบบแถวเดียว ฤดูฝนแนะนาใหป้ ลูก
จัดวางเป็นแถวเดียว เน่ืองจากจะสามารถช่วยลดการเกิดโรคพืชได้ ความลึกของหลุมประมาณ 4-5 cm
และพยายามปลูกต้นกล้าให้ตั้งตรง

การให้นา้
1 ช่วงหลังการย้ายปลูกควรให้น้า สม่าเสมอ จนต้นฟนืนตัว ใช้ระยะเวลาประมาณ 1 สัปดาห์

หลังจากนั้นควรรักษาความชื้นในดิน ให้เหมาะสมไม่แห้งจนต้นเหี่ยว และไม่แฉะหรือน้าขังเป็นเวลานาน
เกินไป หากดินขาดความชื้นจะทาให้แมลงพวกเพลี้ยไฟ ไรแดงระบาดได้ง่าย และหากดินมีน้าขัง และแฉะ
จนเกนิ ไปจะทาใหเ้ กดิ โรคไดง้ า่ ยเช่นกัน

2 หลังจากต้นฟืนนตัว ควรรดน้าทุกวนั ในตอนเช้าหรือเย็น หากรดน้าในเวลาเย็นควรให้น้า ที่ค้าง
อยู่บนใบแห้งก่อน พระอาทิตย์ตกดิน และเม่ือมีดอกไม้บาน อย่ารดน้าให้ถูกดอกไม้มาก เพราะอาจทาให้
ดอกช้าหรือเน่าได้ การให้น้าควรให้สภาพดินชุ่มสลับแห้ง ไม่ควรให้ชุ่มตลอดเวลาเพราะอาจเป็นสาเหตุของ
โรครากเน่า โคนเน่าได้ และทาให้ระบบรากไม่พัฒนา ส่งผลให้ต้นแคระแกร็น ไม่สมบูรณ์ สามารถสังเกตสี
ของดินหรือวัสดุเพาะ หากมีสีดาหรือน้าตาลเข้ม แสดงว่าดินยังชุ่มหรือมีน้าอยู่ เม่ือดินเปล่ียนสีเป็นน้าตาล
อ่อนแหง้ แขง็ แสดงว่าดินขาดนา้

การดูแลหลงั การยา้ ยปลกู
การกลบโคนถือเป็นส่ิงสาคัญในการปลูก เนือ่ งจากการกลบโคนจะช่วยให้ แตกรากใหม่ออกมา

ได้มากขึ้น ทาให้สามารถ หาอาหารได้มากข้ึนการเจริญเติบโตก็มากข้ึนตามไปด้วย ควรกลบโคนอย่างน้อย
2 คร้ัง ในช่วงหลังเด็ดยอดหรือตัดแต่งก่ิง และก่อนออกดอก โดยการโรยปุ๋ยเมล็ดสูตร 15-15-15 จะทา
การกลบโคนให้ชิดกับ ขอบใบค่ลู ่างสดุ การเด็ดยอด ควรทาการเด็ดยอดหลังการย้ายปลูกประมาณ 10-15
วัน ต้องมีใบจริงอย่างน้อย 3 คู่ เด็ดยอดออก 1 คู่ โดยใช้มือด้านหนึ่งจับข้อที่ต้องการเด็ก และโน้มก่ิง
ด้านบนลงจนหักชิดข้อที่จับ ช่วยในการแตกทรงพุ่ม ของลาต้นและความสูงให้สม่าเสมอกัน แต่การเด็ดยอด
จะทาให้การออกดอกช้าลงประมาณ 1 สัปดาห์ ในช่วงวันส้ินฤดูหนาว แนะนาให้เด็ดยอดเพื่อให้ลาต้น
สมบรู ณ์แขง็ แรง ไม่ออกดอกเรว็ จนเกินไป

๑๐

บทที่ 3 อุปกรณแ์ ละวธิ ีการ

โรงเรียนโสตศึกษาเทพรัตน์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นโรงเรียนท่ีรับนักเรียนที่มีความบกพร่อง
ทางการได้ยิน นักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา และนักเรียนที่มีความพร่องด้านอื่นๆที่สามารถ
ศึกษาได้ ในการออกแบบการจัดการเรียนรู้บูรณาการณ์เข้ากับความสอดคล้องกับการศึกษาลักษณะทาง
พฤกษศาสตร์ โดย

ระดับประถมศึกษา ศึกษาลักษณะทางพฤษศาสตร์ของพืชศึกษาแพงพวย เพียงรูปร่าง สี ของ
สว่ นประกอบภายนอกคือ ราก ลาต้น ใบ ดอก ผล และเมลด็

ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เป็นการศึกษาในส่วนประกอบต่างๆของลักษณะภายนอกของต้น
แพงพวย คือ ราก ลาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด โดยสามารถวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ ระบายสีตามที่
นักเรียนสังเกตเห็นตามความเป็นจริง ศึกษาลักษณะภายนอกของพืชแต่ละส่วนโดยละเอียด ทั้ง รูปร่าง
รูปทรง สี ผิว เนื้อ ขนาด จานวน ลักษณะฯลฯ กาหนดเร่ืองท่ีจะเรียนรู้ในแต่ละส่วนของพืช แล้วนาข้อมูล
มาเปรียบเทียบความต่างในแต่ละเร่ือง ในชนิดเดียวกันในรูปแบบความเรียงและสถิติ รวมถึงการขยายพันธ์ุ
พืชศึกษา การดแู ลหลังการปลูก และการศกึ ษาการเจริญเติบโตของพชื

ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาตอนปลาย การศึกษาการขยายพันธุพ์ ชื ศึกษา การดูแลหลงั การปลูก
และการศึกษาการเจริญเติบโตของพืชศึกษา การศึกษาโครงสร้างภายในของต้นแพงพวยในส่วนของ ราก
ลาต้น ใบ โดยใชก้ ระบวนการสงั เกตและการบันทึกข้อมลู ความ

ผงั มโนทศั นบ์ รู ณาการณพ์ ชื ศกึ ษา 8 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้

๑๑

ผงั มโนทศั นบ์ รู ณาการณพ์ ชื ศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

วธิ กี ารศกึ ษา
กจิ กรรมบรู ณาการกลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

วธิ กี ารเตรยี มก่อนการลงสู่การสอน
1. ประชมุ หวั หน้ากลุ่มสาระวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี เร่ืองการหาวิธีการบูรณาการพืช

ศกึ ษาแพงพวย เข้าสกู่ ารเรยี นการสอน
2. วิเคราะห์ความสอดคล้องของการเรียนรู้พืชศึกษาแพงพวย ด้านลักษณะทางพฤษก

ศาสตร์ ระบบนิเวศวทิ ยาของแพงพวย และการศกึ ษาโครงสร้างทางเคมี แล้วเขียนแผนการจัดการเรียนการ
รูบ้ ูรณาการงานสวนพฤกษศาสตร์โรงเรียน

3. นาแผนลงสู่กระบวนการเรียนการสอนแก่นกั เรียน
1. เรื่อง/กจิ กรรม การศกึ ษาลกั ษณะทางพฤษศาสตร์ภายนอกและภายในของราก ลาตน้ ใบ ดอก
ผล และเมลด็ ของแพงพวย
อปุ กรณ์/สื่อการสอน

1. แผนการจดั การเรียนรู้บรู ณาการสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรียน
2. สือ่ การสอน บอร์ดความรู้ต้นแพงพวย
3. คอมพวิ เตอร์
4. ใบงานประถมศึกษาเรอ่ื งรูปร่าง สี ของส่วนประกอบภายนอกของพืชศึกษาแพงพวย
5. ใบงานมธั ยมศึกษาตอนต้นเร่ืองสว่ นประกอบต่างๆของลักษณะทางพฤษศาสตรภ์ ายนอก

ของตน้ แพงพวย
6. ใบงานมธั ยมศึกษาตอนตน้ เร่ืองสว่ นประกอบต่างๆของลักษณะทางพฤษศาสตร์ภายใน
7. ใบความรู้
8. ดินสอ ไม้บรรทัด ยางลบ สี
9. กลอ้ งจุลทรรศน์

๑๒

วธิ ีการศกึ ษา และปฏบิ ัติ
ระดับประถมศึกษา ศึกษาเพียงรูปร่าง สี ของส่วนประกอบภายนอกประกอบด้วย ราก ลาต้น ใบ
ดอก ผล และเมล็ด
ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น ศึกษาในส่วนประกอบต่างๆของลักษณะทางพฤษศาสตร์ภายนอก
ของต้นแพงพวย คือ ราก ลาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด โดยการวาดภาพ ระบายสีตามที่นักเรียนสังเกตเห็น
ตามความเปน็ จรงิ วัดขนาดของ ราก ลาตน้ ใบ ดอก ผลและเมล็ด ตน้ แพงพวย และบันทึกขอ้ มลู
ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนปลาย ศกึ ษาลักษณะทางพฤษศาสตร์โครงสรา้ งภายในของตน้ แพงพวยใน
ส่วนของ ราก ลาตน้ ใบ โดยใช้กระบวนการสงั เกตและการบันทกึ ข้อมูลความรู้

ผงั มโนทศั นบ์ รู ณาการณพ์ ชื ศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์

วธิ กี ารศกึ ษา
กจิ กรรมบรู ณาการกลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์

วิธีการเตรยี มก่อนการลงสู่การสอน
1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระคณิตศาสตร์เรื่องการหาวิธีการบูรณาการพืชศึกษาแพงพวย

เข้าสู่การเรยี นการสอน
2. วิเคราะห์ความสอดคล้องของการเรียนรู้พืชศึกษาแพงพวย มาตราฐานการเรียนรู้และ

ตวั ช้ีวดั เกย่ี วกบั การวัด แลว้ จดั ทาแผนการจดั การเรียนรบู้ ูรณาการณ์สวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น
3. นาแผนลงสกู่ ระบวนการเรียนการสอนแก่นักเรียน

1. เรื่อง/กิจกรรม ..การศึกษาการวัดขนาดของส่วนประกอบต่างๆของพืชศึกษาแพงพวย ระดับ
มธั ยมศกึ ษาตอนต้น

๑๓

อปุ กรณ์/สื่อการสอน
1. แผนการจัดการเรียนการสอน
2. เครอ่ื งมอื วดั
3. ใบงานประถมศึกษาเรอ่ื งการศึกษาการวัดขนาดของส่วนประกอบตา่ งๆของพืชศึกษาของ
ตน้ แพงพวย
4. ปากกา ไม้บรรทดั

วธิ กี ารศึกษา และปฏบิ ตั ิ
ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนต้น ศึกษาในส่วนประกอบต่างๆของลักษณะทางพฤษศาสตร์ภายนอก
ของตน้ แพงพวย โดยนา ราก ลาต้น ใบ ดอก ผลและเมล็ด มาศึกษารูปร่าง รูปทรง ขนาดความกว้าง ความ
ยาว ความสงู จานวน แลว้ บนั ทึกขอ้ มูล

วธิ กี ารศึกษา ผงั มโนทศั นบ์ รู ณาการณพ์ ชื ศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย

กจิ กรรมบรู ณาการกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

วธิ ีการเตรยี มกอ่ นการลงสู่การสอน (ภาพรวม)

1. ประชมุ หัวหน้ากลุ่มสาระภาษาไทย เร่ืองการหาวิธกี ารบูรณาพืชศึกษา เข้าสูก่ ารเรียน

การสอน

2. วิเคราะหค์ วามสอดคล้องเก่ียวกบั การเขียนบรรยายลกั ษณะพืชกับมาตรฐานการ
เรยี นรูก้ ลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย แลว้ เขียนแผนการจัดการเรยี นร้บู รู ณาการงานสวนพฤกษศาสตร์
โรงเรยี น

3. นาแผนลงสกู่ ระบวนการเรียนการสอนแกน่ กั เรียน

๑๔

1. เรอ่ื ง/กจิ กรรม การเชียนบรรยายลกั ษณะภายนอกของพืช ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาตอนตน้

อุปกรณ์/ส่ือการสอน

1. แผนการจดั การเรยี นการสอน 2. ส่ือการสอนการเขยี นบรรยายลักษณะพืช

3. คอมพิวเตอร์ 4. ใบงานเรื่องการศกึ ษาลกั ษณะภายนอกของพชื

5. ปากกา ไมบ้ รรทดั

วธิ กี ารศึกษา และปฏิบตั ิ

การศึกษาพรรณไม้ทีส่ นใจ- การศกึ ษาลักษณะภายนอก ภายในของพชื แต่ละสว่ น

1. กาหนดเร่ืองที่จะเรียนรู้ในแต่ละส่วนของพืช คือ พิจารณาพื้นท่ีศึกษาจากการ

วเิ คราะห์ และกาหนดเรือ่ งท่จี ะเรียนรู้ในแตล่ ะสว่ นของพชื ศึกษา เชน่ สี ขนาด รปู ร่าง รูปทรง ผวิ เนื้อ

2. เรียน รู้แต่ละเรื่องแต่ละส่วนของแต่ละองค์ประกอบย่อย คือการศึกษา สังเกต

บันทึกข้อมูลดา้ นรปู ลักษณ์ ในแตล่ ะเรอื่ ง แตล่ ะสว่ น ของแต่ละองค์ประกอบย่อย

3. นาขอ้ มูลเปรยี บเทียบความตา่ งแตล่ ะเรื่อง ในชนดิ เดยี วกัน

ผงั มโนทศั นบ์ รู ณาการณพ์ ชื ศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

วธิ กี ารศึกษา
กิจกรรมบรู ณาการกลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ชิ าสงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม

วธิ ีการเตรยี มกอ่ นการลงสู่การสอน
1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระสังคมและวัฒนธรรม เรื่องการหาวิธีการบูรณาพืชศึกษา เข้า

ส่กู ารเรียนการสอน

๑๕

2. วิเคราะห์ความสอดคล้องงานสวนพฤกษศาสตร์และมาตราฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระ

การเรยี นสงั คมและวฒั นธรรม เขียนแผนการจดั การเรยี นการสอน

3. นาแผนลงสกู่ ระบวนการเรียนการสอนแก่นักเรียน

1. เรอื่ ง/กจิ กรรมการศกึ ษาลัษณะภูมิศาสตรใ์ นการเจริญเตมิ โตของพืช ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษา

ตอนต้น

อปุ กรณ์/สอื่ การสอน

1. แผนการจัดการเรียนการสอน 2. สือ่ การสอนการวิเคราะห์สภาพภมู ิศาสตร์

3. เครอ่ื งมือการวดั ความเขม้ ของแดง 4. อปุ กรณว์ ัดความชนื้ ของดนิ

5. อุปกรณก์ ารวัดทิศทางลม 6. .ดนิ สอ ไม้บรรทัด ยางลบ

7. ใบงานเรื่องการสารวจ วเิ คราะห์ สภาพ ภมู อิ ากาศ

วธิ ีการศกึ ษา และปฏิบัติ
1. วิเคราะห์สภาพพ้ืนท่ี และเรียนรู้ธรรมชาติของบริเวณแปลงพืชศึกษา เป็นการศึกษา

ข้อมูลจากผังพรรณไม้เดิม ทางด้านกายภาพ เช่น ข้อมูล ดิน น้า อากาศ แสง และด้านชีวภาพ เช่น พืช
สัตว์ การศกึ ษาลกั ษณะวิสัย ถนิ่ อาศยั และขอ้ มลู ทว่ั ไปของพืช

2. นาขอ้ มูลจากการศึกษาแล้วนามาบนั ทึกผลการเรยี นเรยี นรู้

ผงั มโนทศั นบ์ รู ณาการณพ์ ชื ศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

วธิ กี ารศกึ ษา

กจิ กรรมบรู ณาการกลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ชิ าศลิ ปะ

วิธกี ารเตรียมก่อนการลงสู่การสอน

1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เร่ืองการหาวิธีการบูรณาพืชศึกษา เข้าสู่การ

เรยี นการสอน

๑๖

2. วิเคราะห์ความสอดคล้องงานสวนพฤกษศาสตร์และมาตราฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระ
การเรยี นศลิ ปศึกษาเกีย่ วกบั การวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ เขยี นแผนการจัดการเรยี นการสอน

3. นาแผนลงสกู่ ระบวนการเรียนการสอนแกน่ ักเรียน
1. เรอื่ ง/กจิ กรรมการวาดภาพทางพฤกษศาสตรพ์ ชื ศึกษาแพงพวย ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้
อปุ กรณ์/สอื่ การสอน

1. แผนการจัดการเรยี นการสอน
2. สอื่ การสอน ต้นแพงพวย
3. กระดานวาดรูป
4. ดนิ สอ ไม้บรรทัด ยางลบ สี
5. ใบความรู้หลกั การวาดภาพทางพฤกษศาสตร์
6. ใบงานเรือ่ งการศกึ ษาลักษณะภายนอกพืชศึกษา
วธิ ีการศกึ ษา และปฏิบัติ
1. เตรียมการวาดภาพกาหนดขนาดภาพวาดวางแผน โดยเฉพาะสัดส่วนและขนาดส่วน
(proportion and scale) สัดส่วน คือความสมส่วน เป็นความสัมพันธ์กันของขนาดภาพแต่ละภาพท่ีอยู่ใน
กรอบเดียวกัน การจัดวางภาพในกรอบต้องดูสมดุลและเรียงลาดับถูกต้องตามคาอธิบายในเนื้อหาและใต้
ภาพ การแสดงขนาดส่วนทาได้หลายวิธี เช่น แสดงเป็นอัตราส่วน 2: 1 และ 1: 2 แสดงเป็นตัวคูณ x
1/2 และ x 2 หรือแสดงเป็นขีดไม้บรรทัดตามแนวตั้งหรือแนวนอน ระบุขนาดจริงที่ปรากฎบนตัวอย่าง
เช่น ขนาดภาพยาว 1 เซ็นติเมตรเทียบเป็นขนาดจริงยาว 5 mm (2:1), 2 cm (1: 2) หรือ 1 m (1:
100) เปน็ ตน้
2. ศึกษาข้อมูลเก่ียวกับตัวอย่างอย่างละเอียดทางโครงสร้างของพืช ถ้าเข้าใจโครงสร้าง
ของส่ิงท่ีวาดก่อนลงมือวาด จะช่วยให้ภาพสมบูรณ์ยิ่งข้ึน เพราะผู้วาดจะทราบว่าส่วนใดมีความสาคัญควร
แสดงให้ชัดเจน ของตน้ แพงพวย
3. รา่ งภาพให้มีขนาด และสัดส่วนถูกต้องตามปกติการวาดภาพทางวทิ ยาศาสตร์นิยมวัด
ด้วยมาตราเมตริกเสมอ เช่น nm (nanometer), mm (millimeter), cm (centimeter) และ m (meter)
การร่างภาพควรเริ่มด้วยการกาหนดรูปทรงขององค์ประกอบใหญ่ๆ ในภาพก่อน แล้วค่อยๆ วาด
ส่วนประกอบย่อยที่เล็กลงไปจนถึงส่วนที่เล็กท่ีสุด การวัดขนาดของแต่ละส่วนต้องทาอย่างแม่นยา และใช้
หลักการมองแบบทัศนียภาพ (perspective) เพอื่ ให้ดมู มี ติ ิ ( ดูเร่ืองการรา่ งภาพในบทตอ่ ไป )
4. วาดรายละเอียด และบันทกึ แสง-เงา การวาดและบนั ทกึ รายละเอียดให้มากทส่ี ดุ ใน
ระหว่างการรา่ งภาพจะช่วยให้ภาพสมบูรณ์

6. การลงแสง-เงาทาได้หลายวิธี เช่น ให้หมึกกับปากกาคอแร้ง ปากกาเขียนแบบ ดิน
สด ดินสอสี ผงถ่าน และสีน้า เป็นต้น การเลือกเทคนิคท่ีเหมาะสม ควรคานึงว่าเทคนิคใดจะเสนอภาพ
ออกมาได้ดังวัตถุประสงค์ท่ีต้องการ เช่น วัตถุประสงค์ท่ีมีรายละเอียดมากอาจนาเสนอด้วยลายเส้นปากกา

๑๗

วัตถุที่มีพ้ืนผิวเป็นคล่ืนอาจใช้ดินสด วัตถุดูเป็นมันเงา หรือดูเปียกอาจใช้สีน้า เป็นต้น นอกจากน้ีอาจ
นาเสนอเป็นภาพขาว-ดา ท้ังมีความคมชัด สามารถผลิตได้ในราคาถูก และที่สาคัญคือสีขาว-ดา มีความ
คงทนถาวรกวา่ ภาพสี จืดจางไดย้ ากแมอ้ ณุ หภมู ิสูง หรือแสงแดดจัด

วธิ กี ารศึกษา ผงั มโนทศั นบ์ รู ณาการณพ์ ชื ศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

กิจกรรมบรู ณาการกลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ

วธิ ีการเตรยี มก่อนการลงสู่การสอน (ภาพรวม)
1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เร่ืองการหาวิธีการบูรณาพืชศึกษา เข้าสู่การ

เรยี นการสอน
2. วิเคราะห์ความสอดคล้องงานสวนพฤกษศาสตร์และมาตราฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระ

การเรยี นภาษาตา่ งประเทศเก่ยี วกับการวาดภาพทางพฤกษศาสตร์ เขียนแผนการจดั การเรยี นการสอน
3. นาแผนลงสู่กระบวนการเรียนการสอนแกน่ กั เรียน

1. เรือ่ ง/กจิ กรรม การนาเสนอพืชศกึ ษาในรปู แบบภาษาต่างประเทศ ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาตอน
ปลาย

อปุ กรณ/์ สอ่ื การสอน
1. แผนการจัดการเรยี นการสอน
2. สื่อการสอนลกั ษณะของพืชศึกษา
3. คอมพิวเตอร์
4. ดินสอ ไม้บรรทดั ยางลบ

๑๘

5. ใบความรู้คาศัพยท์ างพฤกษศาสตร์
6. .ใบงานเรือ่ ง การศึกษาลักษณะพชื ศกึ ษาบูรณาการกับภาษาต่างประเทศ

วธิ กี ารศกึ ษา และปฏิบัติ
1นักเรียนศึกษาใบความรู้ท่ี 1 ศึกษาคาศัพท์ส่วนประกอบของต้นแพงพวย (ให้นักเรียนดู

ต้นแพงพวย ต้นจรงิ ท่เี ตรียมมา)
- How many parts of the plant that you see?
- What is ราก / ลาต้น / ใบ / ดอก / ผล / เมล็ด in English? Roots / Stems /

Leaves / Flowers / Fruits / Seeds. ใหบ้ อกสว่ นลกั ษณะภายนอกท่เี ห็นเปน็ ภาษาองั กฤษ
2.แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม ตามส่วนของต้นแพงพวย (พืชศึกษา) แล้วทา

กิจกรรม Answer the questions about plants (ตอบคาถามส่วนของต้นแพงพวย) นักเรียนศึกษาใบ
ความรู้ เร่ือง คาคุณศัพท์ (Adjectives) แล้วให้นักเรียนไปสังเกตและศึกษาข้อมูลต้นแพงพวยเพ่ิมเติม
ภายในบริเวณโรงเรยี น และ website

3 นักเรียนศึกษา ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ของพืชศึกษา ต้นแพงพวย เป็นการศึกษา
เกยี่ วกับลกั ษณะภายนอก แล้วชว่ ยกันสรุปลกั ษณะของส่วนทศี่ กึ ษา (แนะนาให้นกั เรยี นสามารถศกึ ษาข้อมูล
เพิ่มเติมได้จาก Website ต่างๆ เช่น โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช(อพสธ.) /http://www.rspg.or.th
)129 แล้วนักเรียนในกลุ่มช่วยกันทาแบบฝึกหัด Fill in the blanks about Papaya Tree การบอก
ลักษณะภายนอกและคณุ สมบัตขิ องสว่ นต่างๆของตน้ แพงพวย

4. นักเรียน วาดภาพและแต่งประโยคบรรยายลักษณะและคุณสมบัติของส่วนต่างๆของ
สว่ นพืชศึกษาเป็นของกลมุ่ ตนเอง โดยแบ่งความรบั ผดิ ชอบคนละสว่ น ตามสว่ นของพืชศกึ ษา

๑๙

วธิ กี ารศกึ ษา ผงั มโนทศั นบ์ รู ณาการณพ์ ชื ศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

กจิ กรรมบรู ณาการกลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

วิธกี ารเตรยี มกอ่ นการลงสู่การสอน
1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เรื่องการหาวิธีการบูรณาพืชศึกษา เข้าสู่การ

เรยี นการสอน
2. วิเคราะห์ความสอดคล้องงานสวนพฤกษศาสตร์และมาตราฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระ

การเรียนสุชศึกษาและพลศึกษาเก่ียวกับองค์ประกอบท่ี ๓ การศึกษาข้อมูลด้านต่าง ๆ โดยมีหลักการ คือ รู้
การวิเคราะห์ เห็นความต่าง รู้ความหลายหลาก และสาระการเรียนรู้ที่ศึกษา ดังนี้ การนาทรัพยากรธรรม
ชาติมาเป็นปัจจัยในการเรียนรู้ โดยการใช้ปัจจัยหลายปัจจัยในชนิดเดียวกันหรือต่างชนิดกัน เพ่ือให้เห็น
ความต่าง เมื่อเห็นความต่าง ก็จะเกิดจินตนาการอันจะนาไปสู่การใช้ประโยชน์ในงานแต่ละด้าน แล้วเขียน
แผนการจดั การเรียนการสอน

3. นาแผนลงสกู่ ระบวนการเรียนการสอนแก่นักเรียน

1. เรอ่ื ง/กจิ กรรม การร่วมรวมข้อมูลและการเขียนรายงานด้านประโยชน์และสรรพคณุ ระดบั ชนั้

มัธยมศึกษาตอนปลาย

อุปกรณ/์ สือ่ การสอน

1. แผนการจัดการเรียนการสอน 2. สอื่ การสอน ต้นแพงพวย

3. คอมพวิ เตอร์ 4. ใบงานเร่ืองการเขยี นรายงานประโชยน์ต้นแพงพวย

๒๐

วธิ กี ารศึกษา และปฏิบตั ิ
๑. นาต้น แพงพวย ให้นักเรียนดูแล้วให้นักเรียนช่วยกันอธิบายถึงประโยชน์ท่ีนักเรียนคิด

หรือมีองคค์ วามรูเ้ ดิม
๒ แบง่ กลมุ่ นักเรียนตามความสมัครใจ ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันสืบคน้ ข้อมูลการใชป้ ระโยชน์

ของพืชในท้องถน่ิ
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกันศกึ ษาแล้วทาใบงานที่ ๑ เร่ือง การเขยี นรายงานประโชยน์

ต้นแพงพวย ร่วมกันวิเคราะห์เนื้อหาในใบงานร่วมกันแสดงความคิดเห็นแล้วบันทึกผลที่ได้จากการแสดง
ความคิดเห็น

ผงั มโนทศั นบ์ รู ณาการณพ์ ชื ศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

วธิ กี ารศกึ ษา

กิจกรรมบรู ณาการกลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี

วธิ กี ารเตรยี มกอ่ นการลงสู่การสอน (ภาพรวม)
1. ประชุมหัวหน้ากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์ เรื่องการหาวิธีการบูรณาพืชศึกษา เข้าสู่การ

เรียนการสอน
2. วิเคราะห์ความสอดคล้องงานสวนพฤกษศาสตร์และมาตราฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระ

การเรียนการงานอาชีพเกี่ยวกับองค์ประกอบท่ี ๒ ลาดับการเรียนรู้ที่ ๘ การปลูกและดูแลรักษาแนวคิด
หลักการปลกู และดแู ลรกั ษาเป็นลาดับการเรยี นรหู้ นึง่ ตามองค์ประกอบท่ี 2 การรวบรวมพรรณไม้เขา้ มา

๒๑

ปลูกในโรงเรยี นของงานสวนพฤกษศาสตรโ์ รงเรยี น ซงึ่ นักเรียนจะไดน้ าพรรณไมม้ าปลูกในพ้นื ที่ศึกษา แลว้
นาไปเขยี นแผนการจดั การเรียนการสอน

3. นาแผนลงสกู่ ระบวนการเรียนการสอนแก่นักเรียน

1. เรื่อง/กจิ กรรมการดูแลรกั ษาพน้ื ท่ีศึกษา แพงพวย ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาตอนตน้
อปุ กรณ/์ ส่อื การสอน

1 วสั ดอุ ปุ กรณ์การบันทึกผลการศึกษา สมุด ปากกา ดนิ สอ ยางลบ ไม้บรรทัด
2 วัสดุเสรมิ ท่ีต้องใชใ้ นการขยายพันธุ์ ตามข้นั ตอนตา่ งๆในวิธกี ารที่นักเรยี นเลือกใช้
3. อุปกรณท์ างการเกษตร จอบ เสียม คราด บวั รดนา้ มอื เสือ เข่ง
วิธีการศกึ ษา และปฏบิ ัติ
1. ครแู จกใบงานการบันทกึ ดูแลรักษา(การให้น้า พรวนดนิ ใส่ปุ๋ย ตดั แต่งก่งิ )
2. ครชู ี้แจงการศกึ ษาตามใบงานฯ ดงั น้ี

2.1ให้นกั เรยี นระบชุ อ่ื พรรณไม้ บรเิ วณที่ทาการดแู ลรกั ษาหลงั การปลกู เพ่ิม และปีท่ี
ทาการศึกษาพร้อมวธิ กี ารท่ีดูแลรกั ษา ซง่ึ ไดแ้ ก่ การให้น้า พรวนดนิ ใส่ปุ๋ย ตัดแต่งก่ิง

2.2ใหน้ กั เรียนทาการจดบนั ทึกขอ้ มูลการดูแลรักษา โดยให้ผทู้ ี่ทาปฎบิ ัติตามตารางเวร
ดูแลรกั ษาเปน็ ผู้จดบนั ทึกลงในตารางบนั ทกึ การดแู ลรักษา

2.3 ให้นักเรียนที่เป็นผู้ร่วมศึกษา เป็นผู้ร่วมในการดูแลรักษาโดยทาตารางเวรดูแล
รักษาข้ึนมารองรับ

2.4 ใหน้ กั เรียนระบคุ วามรทู้ ี่ไดร้ ับจากการศึกษา
3. นักเรียนลงมอื ปฏบิ ัติงาน
4. ครใู หค้ าแนะนาขณะปฏิบัติงาน

๒๒

ภาพผลงานการศกึ ษาพชื ศึกษาตน้ แพงพวย

๒๓

๒๔

๒๕

๒๖

๒๗

๒๘

๒๙

๓๐

๓๑

๓๒

๓๓

๓๔

๓๕

๓๖

๓๗

๓๘

๓๙

๔๐

๔๑

๔๒

๔๓


Click to View FlipBook Version