๑๒๓ ธัมมนิยามสุตตัง (น ำ) เอวัมเม สุตั้ง. (รับ) เอกัง สะมะยัง ภะคะวา, สาวัตถิยัง วิหะระติ, เชตะวะเน อะนาถะปิณฑิกัสสะ, อาราเม. ต้ต์ระ โข ภะคะวา ภิกขู อามันเตสิ ภิกขะโวติ. ภะทันเตติ เต ภิกขู ภะคะวะโต ปัจจัสโสสุง. ภะคะวา เอตะทะโวจะ. อุปปาทา วา ภิกขะเว ตะถาคะตานัง อะนุปปาทา วา ตะถาคะตานัง, ฐิตา วะ สา ธาตุ ธัมมัฏฐิตะตา ธัมมะนิยามะตา, สัพเพ สังขารา อะนิจจาติ. ตัง ตะถาคะโต อะภิสัมพุชฌะติ อะภิสะเมติ, อะภิสัมพุชมิต์วา อะภิสะเมต์วา อาจิกขะติ เทเสติ, ปัญญะเปติ ปัฏฐะเปติ วิวะระติ วิภะชะติ อุตตานีกะโรติ, สัพเพ สังขารา อะนิจจาติ.
๑๒๔ อุปปาทา วา ภิกขะเว ตะถาคะตานัง อะนุปปาทา วา ตะถาคะตานัง, ฐิตา วะ สา ธาตุ ธัมมัฏฐิตะตา ธัมมะนิยามะตา, สัพเพ สังขารา ทุกขาติ. ตัง ตะถาคะโต อะภิสัมพุชณะติ อะภิสะเมติ, อะภิสัมพุชมิตั๋วา อะภิสะเมต์วา อาจิกขะติ เทเสติ, ปัญญะเปติ ปัฎฐะเปติ, วิวะระติ วิภะชะติ อุตตานีกะโรติ สัพเพ สังขารา ทุกขาติ. อุปปาทา วา ภิกขะเว ตะถาคะตานัง อะนุปปาทา วา ตะถาคะตานัง, ฐิตา วะ สา ธาตุ ธัมมัฏฐิตะตา ธัมมะนิยามะตา, สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ. ตัง ตะฤาคะโต อะภิสัมพุชณะติ อะภิสะเมติ, อะภิสัมพุชมิต์วา อะภิสะเมต์วา อาจิกขะติ เทเสติ. ปัญญะเปติ
๑๒๕ ปัฏฐะเปติ วิวะระติ วิภะชะติ อุตตานีกะโรติ, สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ. อิทะมะโวจะ ภะคะวา, อัตตะมะนา เต ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตัง, อะภินันทุนติ. ธัมมนิยำมสุตตัง นิฏฐิตัง.
๑๒๖ ติลักขณาทิคาถา สัพเพ สังขารา อะนิจจาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา สัพเพ สังขารา ทุกขาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา สัพเพ ธัมมา อะนัตตาติ ยะทา ปัญญายะ ปัสสะติ อะถะ นิพพินทะติ ทุกเข เอสะ มัคโค วิสุทธิยา. อัปปะกา เต มะนุสเสสุ
๑๒๗ เย ชะนา ปาระคามิโน อะถายัง อิตะรา ปะชา ตีระเมวานุธาวะติ เย จะ โข สัมมะทักขาเต ธัมเม ธัมมานุวัตติโน เต ชะนา ปาระเมสสันติ มัจจุเธยยัง สุทุตตะรัง. กัณ์หัง ธัมมัง วิปปะหายะ สุกกัง ภาเวถะ ปัณฑิโต โอกา อะโนกะมาคัมมะ วิเวเก ยัตถะ ทูระมัง ตัต์ราภิระติมิจเฉยยะ หิตั๋วา กาเม อะกิญจะโน ปะริโยทะเปยยะ อัตตานัง
๑๒๘ จิตตัก็เลเสหิ ปัณฑิโต เยสัง สัมโพธิยังเคสุ สัมมา จิตตัง สุภาวิตัง อาทานะปะฏินิสสัคเค อะนุปาทายะ เย ระตา ขีณาสะวา ชุติมันโต เต โลเก ปะรินิพพุตาติ.
๑๒๙ ปฏิจจสมุปบาท อะวิชชาปัจจะยา สังขารา สังขาระปัจจะยา วิญญาณัง วิญญาณะปัจจะยา นามะรูปัง นามะรูปะปัจจะยา สะฬายะตะนัง สะฬายะตะนะปัจจะยา ผัสโส ผัสสะปัจจะยา เวทะนา เวทะนาปัจจะยา ตัณหา ตัณหาปัจจะยา อุปาทานัง อุปาทานะปัจจะยา ภะโว ภะวะปัจจะยา ชาติ ชาติปัจจะยา ชะรามะระณัง, โสกะปะริเทวะทุกขะโทมะนัสสุปายาสา สัมภะวันติ, เอวะเมตัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ สะมุทะโย โหติ.
๑๓๐ อะวิชชายะ ต์เววะ อะเสสะวิราคะนิโรร สังขาระนิโรโธ สังขาระนิโรธา วิญญาณะนิโรโธ วิญญาณะนิโรธา นามะรูปะนิโรโธ นามะรูปะนิโรธา สะฬายะตะนะนิโรโธ สะฬายะตะนะนิโรธา ผัสสะนิโรโธ ผัสสะนิโรธา เวทะนานิโรโธ เวทะนานิโรธา ตัณหานิโรโธ ตัณหานิโรธา อุปาทานะนิโรโธ อุปาทานะนิโรธา ภะวะนิโรโธ ภะวะนิโรธา ชาตินิโรโธ ชาตินิโรธา ชะรามะระณัง, โสกะปะริเทวะ ทุกขะโทมะนัสสุปายาสา นิรุชฌันติ, เอวะเมตัสสะ เกวะลัสสะ ทุกขักขันธัสสะ นิโรโธ โหติ.
๑๓๑ ปัจฉิมพุทโธวาท หันทะทานิ ภิกขะเว อามันตะยามิ โว วะยะธัมมา สังขารา อัปปะมาเทนะ สัมปาเทถะ อะยัง ตะฤาคะตัสสะ ปัจฉิมา วาจา. บังสุกุลตาย อะนิจจา วะตะ สังขารา อุปปาทะวะยะธัมมิโน อุปปัชชิต์วา นิรุชฌันติ เตสัง วูปะสะโม สุโข. สัพเพ สัตตา มะรันติ จะ มะริงสุ จะ มะริสสะเร ตะเถวาหัง มะริสสามิ นัตถิเม เอตถะ สังสะโย.
๑๓๒ บังสกุลเป็น อะจิรัง วะตะยัง กาโย ปะฐะวิง อะธิเสสสะติ ฉุฑโท อะเปตะวิญญาโณ นิรัตถัง วะ กะลิงคะรัง. เทวตาอุยโยชนคาถา ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา ภะยัปปัตตา จะ นิพภะยา โสกัปปัตตา จะ นิสโสกา โหนตุ สัพเพปิ ปานิโน เอตตาวะตา จะ อัมเหหิ สัมภะตัง ปุญญะสัมปะทัง สัพเพ เทวานุโมทันตุ
๑๓๓ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา ทานัง ทะทันตุ สัทธายะ สีลัง รักขันตุ สัพพะทา ภาวะนาภิระตา โหนตุ คัจฉันตุ เทวะตาคะตา…. (หยุด) (น ำ) สัพเพ พุทธา (รับ) พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญจะ ยัง พะลัง อะระหันตานัญจะ เตเชนะ รักขัง พันธามิ สัพพะโส.
๑๓๔ ชยปริตตัง (ย่อ) ชะยันโต โพธิยา มูเล สักยานัง นันทิวัทฒะโน เอวัง ต์วัง วิชะโย โหหิ ชะยัสสุ ชะยะมังคะเล อะปะราชิตะปัลลังเก สีเส ปะฐะวิโปกขะเร อะภิเสเก สัพพะพุทธานัง อัคคัปปัตโต ปะโมทะติ. สุนักขัตตัง สุมังคะลัง สุปะภาตัง สุหฏฐิตัง สุขะโณ สุมุหุตโต จะ สุยิฎฐัง พ้รัห์มะจาริสุ ปะทักขิณัง กายะกัมมัง วาจากัมมัง ปะทักขิณัง ปะทักขิณัง มะโนกัมมัง ปะณิธี เต ปะทักขิณา ปะทักขิณานิ กัต์วานะ ละภันตัตเถ ปะทักขิเณ.
๑๓๕ มงคลจักรวาฬน้อย สัพพะพุทธนุภาเวนะ สัพพะธัมมานุภาเวนะ สัพพะสังฆานุภาเวนะ พุทธะระตะนัง ธัมมะระตะนัง สังฆะระตะนัง ติณณัง ระตะนานัง อานุภาเวนะ จะตุราสีติสะหัสสะธัมมักขันธานุภาเวนะ ปฏะกัตตะยานุภาเวนะ ชินะสาวะกานุภาเวนะ สัพเพ เต โรคา สัพเพ เต ภะยา สัพเพ เต อันตะรายา สัพเพ เต อุปัททะวา สัพเพ เต ทุนนิมิตตา สัพเพ เต อะวะมังคะลา วินัสสันตุ อายุวัทฒะโก ธะนะวัทฒะโก สิริวัทฒะโก ยะสะวัทฒะโก พะละวัทฒะโก วัณณะวัทฒะโก สุขะวัทฒะโก โหตุ สัพพะทา. ทุกขะโรคะภะยา เวรา โสกา สัตตุ จุปัททะวา อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ จะ เตชะสา
๑๓๖ ชะยะสิทธิ ธะนัง ลาภัง โสตถิ ภาค์ยัง สุขัง พะลัง สิริ อายุ จะ วัณโณ จะ โภคัง วุทผี จะ ยะสะวา สะตะวัสสา จะ อายู จะ ชีวะสิทธี ภะวันตุ เต. ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะพุทธานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะธัมมานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต ภะวะตุ สัพพะมังคะลัง รักขันตุ สัพพะเทวะตา สัพพะสังฆานุภาเวนะ สะทา โสตถี ภะวันตุ เต.
๑๓๗ มหาสติปัฏฐานแปล (ย่อ) (ตั้งนะโม ๓ จบ) ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น. ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. เอกายะโน อะยัง ภิกขะเว มัคโค, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ทางนี้เป็นทางไปอันเอก, (เป็นที่ไปของบุคคลผู้เดียว, เป็นที่ไปแห่งเดียว): สัตตานัง วิสุทธิยา, เพื่อความหมดจดวิเศษของสัตว์ทั้งหลาย: โสกะปะริเทวานัง สะมะติกกะมายะ, เพื่อความก้าวล่วงซึ่งความโศก, และความร่่าไร:
๑๓๘ ทุกขะโทมะนัสสานัง อัตถังคะมายะ, เพื่ออัสดงดับไปแห่งทุกข์และโทมนัส: ญายัสสะ อะธิคะมายะ, เพื่อบรรลุธรรมที่ควรรู้ (ธรรมที่ถูกคืออริยมรรค); นิพพานัสสะ สัจฉิกิริยายะ, เพื่อกระท่าพระนิพพานให้แจ้ง; ยะทิทัง จัตตาโร สะติปัฏฐานา, ทางนี้ คือ สติปัฏฐาน, (ธรรมเป็นที่ตั้งแห่งสติ) มี ๔ อย่าง; กะตะเม จัตตาโร, ก็สติปัฏฐาน ๔ อย่างนั้น คือ อะไรบ้าง; อิธะ ภิกขะเว ภิกขุ กาเย กายานุปัสสี วิหะระติ, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้, ย่อมพิจารณาเห็นกายในกายเนือง ๆ อยู่:
๑๓๙ อาตาปี สัมปะชาโน สะติมา, มีความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน, มีสัมปชัญญะ คือ ความรู้สึกตัว, มีสติ คือ ความระลึกได้; วิเนยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนัสสัง, พึงน่าอภิชฌา คือ ความยินดี, และโทมนัส คือ ความยินร้าย, ในโลกเสียให้พินาศ; เวทะนาสุ เวทะนานุปัสสี วิหะระติ เธอย่อมพิจารณาเห็นเวทนาในเวทนาเนือง ๆ อยู่; อาตาปี สัมปะชาโน สะติมา, มีความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน, มีสัมปชัญญะ คือ ความรู้สึกตัว, มีสติ คือ ความระลึกได้;
๑๔๐ วิเนยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนัสสัง, พึงน่าอภิชฌา คือ ความยินดี, และโทมนัส คือ ความยินร้าย, ในโลกเสียให้พินาศ:; จิตเต จิตตานุปัสสี วิหะระติ, เธอย่อมพิจารณาเห็นจิตในจิตเนือง ๆ อยู่: อาตาปี สัมปะชาโน สะติมา, มีความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน, มีสัมปชัญญะ คือ ความรู้สึกตัว, มีสติ คือ ความระลึกได้; วิเนยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนัสสัง, พึงน่าอภิชฌา คือ ความยินดี, และโทมนัส คือ ความยินร้าย, ในโลกเสียให้พินาศ; ธัมเมสุ ธัมมานุปัสสี วิหะระติ, เธอย่อมพิจารณาเห็นธรรมในธรรม เนือง ๆ อยู่;
๑๔๑ อาตาปี สัมปะชาโน สะติมา มีความเพียรเผากิเลสให้เร่าร้อน, มีสัมปชัญญะ คือ ความรู้สึกตัว, มีสติ คือ ความระลึกได้; วิเนยยะ โลเก อะภิชฌาโทมะนัสสัง. พึงน่าอภิชฌา คือ ความยินดี, และโทมนัส คือ ความยินร้าย, ในโลกเสียให้พินาศ.
๑๔๒ ค าขอวิปัสสนากัมมัฏฐาน (ตั้งนะโม ๓ จบ) ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. อะหัง วิปัสสะนา กัมมัฏฐานัง สะมาทิยามิ, ทุติยัมปี อะหัง วิปัสสะนา กัมมัฏฐานัง สะมาทิยามิ, ตะติยัมปี อะหัง วิปัสสะนา กัมมัฏฐานัง สะมาทิยามิ, สัพพะทุกขะ นิสสะระณะ, นิพพานะ สัจฉิกะระณัตถายะ. ข้าพเจ้าขอสมาทาน, วิปัสสนากัมมัฏฐาน, แม่ในครั้งที่สอง, ข้าพเจ้าขอสมาทาน, วิปัสสนากัมมัฏฐาน, แม่ในครั้งที่สาม, ข้าพเจ้าขอสมาทาน, วิปัสสนากัมมัฏฐาน, เพื่อกระท่าพระนิพพานให้แจ้ง, อันเป็นที่สิ้นไปแห่ง กองทุกข์ทั้งปวง เทอญ. (กราบ ๓ ครั้ง)
๑๔๓ กราบสติปัฏฐาน ๔ (กราบโยคี) นั่งสมาธิเป็นเวลา ๙ นาที แล้วกล่าวค่ากรวดน้่าพร้อมกัน ดังนี้. อิทัง ทานะกัมมัง นิพพานะปัจจะโย โหตุ โน นิจจัง, อิทัง สีลากัมมัง นิพพานะปัจจะโย โหตุ โน นิจจัง, อิทัง ภาวะนากัมมัง นิพพานะปัจจะโย โหตุ โน นิจจัง. ยังกิญจิ กุสะลัง กัตตัพพัง กัมมัง สัพเพหิ กะเตหิ กะตัง ปุญญัง โน อะนุโมทันตุ สุณันตุ โภนโต เย เทวา อัส์มิง ฐาเน อะธิคะตา ทีฆายุกา สะทา โหนตุ สัพพะสัตตานัง สุขี อัตตานัง ปะริหะรันตุ มาตาปิตา สุขิตา โหนตุ ทุกขา ปะมุจจันตุ สัพเพ ญาตะกา สุขิตา โหนตุ ทุกขา ปะมุจจันตุ สัพเพ อะญาตะกา สุขิตา โหนตุ ทุกขา ปะมุจจันตุ สัพเพ ปีสา สัพเพ ยักขา สัพเพ เปตา
๑๔๔ สุขิตา โหนตุ ทุกขา ปะมุจจันตุ สัพเพ นักขัตตา สุขิตา โหนตุ ทุกขา ปะมุจจันตุ สัพเพ เทวา สุชิตา โหนตุ ทุกขา ปะมุจจันตุ สัพเพ อาจะริยูปัชฌายา สุขิตา โหนตุ ทุกขา ปะมุจจันตุ สัพพะสัมปัตตีนัง สะมิชมันตุโว. (นั่งคุกเข่า กราบ ๑ ครั้ง)
๑๔๕ ประนมมือ กล่าวค านมัสการลาพระพุทธเจ้า วันทามิ พุทธัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต วันทามิ ธัมมัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต วันทามิ สังฆัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต วันทามิ คะรุอุปัชฌายาจะริเย สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต วันทามิ กัมมัฏฐานัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต วันทามิ อาราเม พัทธะสีมายัง สัพพัง เม โทสัง ขะมะถะ เม ภันเต วันทามิ เจติยัง สัพพัง สัพพัฏฐาเนสุ ปะติฏฐิตา สะรีระธาตุโย มะหาโพธิง พุทธะรูปัง สะกะลัง สะทา นาคะโลเก เทวะโลเก พ์รัห์มะโลเก ชัมพูทีเป ลังกาทีเป สะรีระธาตุโย เกสาธาตุโย อะระหันตะธาตุโย เจติยัง คันธะกุมิง จะตุราสีติสะหัสสะธัมมักขันเธ สัพเพสัง ปาทะเจติยัง อะหัง วันทามิ สัพพะโส. (กราบ ๓ ครั้ง)
๑๔๖ วันทาน้อย สาธุ วันทามิ ภันเต สัพพัง อะปะราธั ง ขะมะถะ เม ภันเต มะยา กะตัง ปุญญัง สามินา อะนุโมทิต้พพัง สามินา กะตัง ปุญญัง มัยหัง ทาตัพพัง สาธุ สาธุ สาธุ อะนุโมทามิ. (กราบ ๓ ครั้ง)
๑๔๗ อาจริยบูชา กตัญญูบูชาครูอาจารย์ ค ากราบสักการะหลวงปู่ (ตั้งนะโม ๓ จบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโม, อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, ยะทิทัง จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา, เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ, อาหุเนยโย ปาหุเนยโย ทักขิเฉยโย อัญชะลีกะระณีโย, อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ. สิริมังคะละมะหาเถเร ปะมาเทนะ ท์วารัตตะเยนะ กะตัง สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะ เม ภันเต.
๑๔๘ สิริมังคะละมะหาเถราภิถุติคาถา (หันทะ มะยัง สิริมังคะละมะหาเถราภิถุติคาถาโย ภะณามะ เส) สิริธาตา มะหาเถโร หิริโก สิริมังคะโล มังคะโลปายะเมธาวี มังคะโลปายะเทสะโก คะรุฏฐานียะปาโมกโข สิสสานุสิสสะนายะโก โลกานุกัมปิ เมตตายะสะติปัฏฐานะธาระโก สะติมา อัปปะมัตโต จะตัง นะมัสสามิ สัพพะทาติ. สิริมังคะละ สมณะวิสุทธิ์วงศ์ โสภาสง่าองค์ ทรงสิริมิวางวาย ส่ารวมยืนเดินนั่ง ผู้พร้อมพรั่งด้วยละอาย ปัญญาขจรขจาย ชื้อุบายอันมงคล ควรแก่ฐานะ ครู น่าศิษย์รู้ทุกหมู่ชน ชาวโลกต่างได้ยล สงเคราะห์ชนด้วยเมตตา ผู้ทรงสติปัฏฐาน ตลอดกาลทุกเวลา ทรงนามสติมา ไม่ประมาทองอาจงาม ข้าฯ ขอนมัสการ ประดิษฐานในทุกยาม เถระผู้ทรงนาม ว่า "สิริมังคโล" (กราบ ๓ ครั้ง)
๑๔๙ อะมะรีอาจะริยาภิถุติคาถา (หันทะ มะยัง สะระภัญเญนะอะมะรีอาจะริยาภิถุติคาถาโย ภะณามะ เส.) อาจะริยา มะหาปัญญา อะมะรีนามะธารินี พรัหม์วิหาระสัมปันนา พุทธะธัมมะสุสิกขิตา จะตุททิสานิวาสีนัง กัมมัฏฐานัคคะเทสินี ทุกขัปปัตตานะมิตถีนัง นาถา โหติ มะหาคุณา สิระสา ตัง นะมัสสามะ ติพพะคารวะเจตะสาติ. ถอดความ ท่านอาจารย์ผู้ทรงความรู้ นามว่าอมรี ผู้สมบูรณ์ด้วยพรหมวิหาร ได้ศึกษาพระธรรมของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นอย่างดี สอนพระกรรมฐานแก่เหล่าศิษย์ผู้อยู่ในทิศทั้งสี่เป็นอาจิณ เป็นที่พึ่งแก่เหล่าสตรีผู้ประสบทุกข์ มีพระคุณอันใหญ่หลวง ปวงข้าฯ เหล่าศิษย์ขอน้อมเคารพ ท่านอาจารย์อมรีนั้น ด้วยจิตคารวะอย่างแรงกล้า. (กราบ ๓ ครั้ง)
๑๕๐ ค าอาราธนาประสิทธิ (ตั้งนะโม ๓ จบ) พุทธัง อาราธนานัง, ธัมมัง อาราธนานัง, สังฆัง อาราธนานัง, พุทธัง ประสิทธิ เม, ธัมมัง ประสิทธิ เม, สังฆัง ประสิทธิ เม.
๑๕๑ ค ำบูชำพระแก้วมรกต นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมำสัมพุทธัสสะ, วำละลุกัง สังวำตังวำ, นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมำสัมพุทธัสสะ, วำละลุกัง สังวำตังวำ, นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมำสัมพุทธัสสะ. วำละลุกัง สังวำตังวำ.
๑๕๒ ค ำบูชำพระพุทธเจ้ำเก้ำตื้อ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมำสัมพุทธัสสะ, จุติ ปำปัง วิสัมภะเว เสติตัม เมตตัม, นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมำสัมพุทธัสสะ, จุติ ปำปัง วิสัมภะเว เสติตัม เมตตัม, นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต, อะระหะโต สัมมำสัมพุทธัสสะ. จุติ ปำปัง วิสัมภะเว เสติต้ม เมตตัมปี.
๑๕๓ ค ำขออนุญำตพำนดอกไม้ ธูป เทียน (ตั้งนะโม ๓ จบ) ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. พุทธะเสสัง มังคะลัง ยำจำมะ. (ว่ำ ๓ ครั้ง) ข้าแต่องค์สมเด็จพุทธสัพพัญญูสัมมาสัมพุทธเจ้า ข้าพเจ้าทั้งหลายขออนุญาต ความเป็นสิริมงคลทั้งหลาย. (กรำบ ๓ ครั้ง)
๑๕๔ บูชำพระรัตนตรัย (น ำ) อะระหัง สัมมำสัมพุทโธ ภะคะวำ, พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวำเทมิ. (กรำบ) ส์วำกขำโต ภะคะวะตำ ธัมโม, ธัมมัง นะมัสสำมิ. (กรำบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สำวะกะสังโม, สังฆัง นะมำมิ. (กรำบ ๓ ครั้ง) (หัวหน้ากล่าวน า) หันทะ มะยัง สำธุกำรัง กะโรมะ เส. (กล่าวรับพร้อมกัน) สำธุ สำธุ สำธุ. วันทำมิ ภันเต สัพพัง อะปะรำธัง ขะมะถะ เม ภันเต มะยำ กะตัง ปุญญัง สำมินำ อะนุโมทิตัพพัง สำมินำ กะตัง ปุญญัง มัยห้ง ทำตัพพัง สำธุ สำธุ สำธุ อะนุโมทำมิ. (กรำบ ๓ ครั้ง)
๑๕๕ พิธีถวำยสังฆทำน ค ำบูชำพระรัตนตรัย อะระหัง สัมมำสัมพุทโธ ภะคะวำ, พระผู้มีพระภาคเจ้า, เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลส เพลิงทุกข์สิ้นเชิง, ตรัสรู้ ชอบได้โดยพระองค์เอง; พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวำเทมิ. ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า, ผู้รู้ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน. (กรำบ)
๑๕๖ ส์วำกขำโต ภะคะวะตำ ธัมโม, พระธรรม เป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า, ตรัสไว้ดีแล้ว; ธัมมัง นะมัสสำมิ. ข้าพเจ้านมัสการ พระธรรม. (กรำบ) สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สำวะกะสังโฆ, พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า, ปฏิบัติดีแล้ว; สังฆัง นะมำมิ ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์. (กรำบ ๓ ครั้ง)
๑๕๗ ค ำถวำยสังฆทำนเพื่อตนเอง (ตั้งนะโม ๓ จบ) ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. อิมำนิ มะยัง ภันเต ภัตตำนิ สะปะริวำรำนิ สะมะณัสสะ โอโณชะยำมะ สำธุ โน ภันเต สะมะโณ อิมำนิ ภัตตำนิ สะปะริวำรำนิ ปะฏิคคัณหำตุ อัมหำกัง ทีฆะรัตตัง หิตำยะ สุขำยะ. ข้าแต่ท่านสมณะผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวาย ภัตตาหาร พร้อมทั้งของอันเป็น บริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่ท่านสมณะ ขอท่านสมณะ จงรับภัตตาหาร พร้อมทั้งของอันเป็นบริวารทั้งหลาย เหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และ ความสุขแก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญ.
๑๕๘ ค ำถวำยสังฆทำนอุทิศผู้ตำย (ตั้งนะโม ๓ จบ) ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. อิมำนิ มะยัง ภันเต มะตะกะภัตตำนิ สะปะริวำรำนิ สะมะณัสสะ โอโณชะยำมะ สำธุ โน ภันเต สะมะโณ อิมำนิ มะตะกะภัตตำนิ สะปะริวำรำนิ ปะฏิคคัณหำตุ อัมหำกัญเจวะ มำตำปิตุอำทีนัญจะ ญำตะกำนัง กำละกะตำนัง ทีฆะรัตตัง หิตำยะ สุขำยะ. ข้าแต่ท่านสมณะผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อม ถวายภัตตาหารเพื่อผู้ล่วงลับไปแล้ว พร้อมทั้งของอันเป็น บริวารทั้งหลายเหล่านี้ แด่ท่านสมณะ ขอท่านสมณะ จงรับภัตตาหารเพื่อผู้ล่วงลับไปแล้ว พร้อมทั้งของอันเป็น บริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์ และความสุข แก่ข้พเจ้าทั้งหลายด้วย แก่ญาติทั้งหลาย
๑๕๙ ผู้ล่วงลับไปแล้ว มีบิดามารดาเป็นต้นด้วย ตลอดกาลนานเทอญ. ค ำถวำยสังฆทำน (ตั้งนะโม ๓ จบ) ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. อิมำนิ มะยัง ภันเต ปิณฑะปำตะขำทะนียะ, โภชะนียำนิ สะมะณัสสะ เทมะ, ยัง เขตตัง ปุญญัสสะ สัมปันนัง ตำนีมำนิ สะมะโณ ปฏิคคัณหำตุ อัมหำกัง นิพพำนันติมำยะ กุสะลำภิสันทำยะ หิตำยะ สุขำยะ. อิมัง ปุญญะปัตติง มำตำปิตุ อำจะริยะ, อัยยะกะ, อัยยิกำ, ญำติมิตตำนัง สัพพะสัตตำนัญจะ เทมะ, สัพเพปิเต อิมัง ปุญญะปัตติง ลัทธำนะ สุขิตำ โหนตุ อะนุโมทิตำ.
๑๖๐ ข้าแต่ท่านสมณะผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายบิณฑบาต โภชนียาหาร ทั้งคาวทั้งหวานและของอันเป็นบริวารเหล่านี้ แด่ท่านสมณะผู้ เป็นบุญเขตอันไพบูลย์ขอท่านสมณะ จงรับสิ่งของอันควรทั้งหลายเหล่านี้ เพื่อความสุขเกื้อกูลอันมีวิบากหลั่งไหลความสุข ซึ่งมีนิพพานเป็นที่สุด แก่ ข้าพเจ้าทั้งหลาย และข้าพเจ้าทั้งหลาย ขออุทิศส่วนบุญนี้ ให้แก่ บิดามารดา ครูบาอาจารย์ ปู่ ย่า ตา ยาย และญาติมิตรสหายที่มีชีวิตอยู่ก็ดีที่ล่วงลับไป แล้วก็ดีพร้อมด้วยสรรพสัตว์ทั้งหลายขอให้ท่านทั้งหลายเหล่านั้น จง อนุโมทนารับส่วนบุญนี้ และจงมีความสุข โดยทั่วกัน เทอญ. (ประธำนกล่ำวอนุโมทนำ เจริญพร)
๑๖๑ ประกาศก่อนพิจารณาอาหาร บัดนี้ ทักษิณาทานเบื้องหน้า อันประกอบด้วยโภชนาอาหาร ได้ส าเร็จแก่สมณะแล้ว เมื่อมีศรัทธาเจ้าภาพตั้งจิตเจตนาน้อมถวาย ขณะนี้ถึงเวลาควรแก่การบริโภค มีสมณะรูปใดหรือกัลยาณมิตรท่านใด พิจารณาแล้ว เห็นควรหรือไม่ ถ้าไม่เห็นควร ให้ทักท้วง... (...เงียบครู่หนึ่ง...) ถ้าเห็นควร.... จงเปล่งวาจาสาธุการโดยพร้อมเพรียงกัน ......สาธุ (ครั้งเดียว)......
๑๖๒ บทพิจารณาอาหาร ก่อนรับประทานอาหาร (ขบฉัน) ตังขณิกัปปัจจเวกขณปาโฐ (หันทะ มะยัง ตังขะณิกัปปัจจะเวกขะณะปาฐัง ภะณามะ เส.) ปะฏิสังขา โยนิโส ปิณฑะปาตัง ปะฏิเสวามิ, เนวะ ทะวายะ นะ มะทายะ นะ มัณฑะนายะ นะ วิภูสะนายะ, ยาวะเทวะ อิมัสสะ กายัสสะ ฐิติยา ยาปะนายะ วิหิงสุปะระติยา พ์รัห์มะจะริยานุคคะหายะ, อิติ ปุราณัญจะ เวทะนัง ปะฏิหังขามิ นะวัญจะ เวทะนัง นะ อุปปาเทสสามิ, ยาต์รา จะ เม ภะวิสสะติ อะนะวัชชะตา จะ ผาสุวิหาโร จาติ.
๑๖๓ ธาตุปฏิกูลปัจจเวกขณปาโฐ (หันทะ มะยัง ธาตุปะฏิกูละปัจจะเวกขะณะปารัง ภะณามะ เส.) ยะถาปัจจะยัง ปะวัตตะมานัง ธาตุมัตตะเมเวตัง, ยะทิทัง ปีณฑะปาโต ตะทุปะภุญชะโก จะ ปุคคะโล, ธาตุมัตตะโก นิสสัตโต นิชซีโว สุญโญ, สัพโพ ปะนายัง ปิณฑะปาโต อะชิคุจฉะนีโย, อิมัง ปูติกายัง ปัต์วา อะติวิยะ ชิคุจฉะนีโย ชายะติ.
๑๖๔ ค าถวายดอกไม้ธูปเทียนเพื่อบูชา (ใช้ในส านักปฏิบัติธรรมแม่ชี) (ตั้งนะโม ๓ จบ) ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น,. ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. อิมานิ มะยัง ภันเต ทีปะธูปะปุปผะวะรานิ ระตะนัตตะยัสเสวะ อะภิปูเชมะ อัมหากัง ระตะนัตตะยัสสะ ปูชา ทีฆะรัตตัง หิตะสุขาวะหา โหตุ อาสะวักขะยัปปัตติยา. ข้าแต่ท่านสมณะผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอบูชาธูปเทียน และดอกไม้อันประเสริฐเหล่านี้ แก่พระรัตนตรัย, กิริยาที่บูชาแก่พระรัตนตรัยนี้ จงเป็นผลน ามาซึ่งประโยชน์และความสุข และเป็นไป เพื่อให้ถึงซึ่งพระนิพพาน เป็นที่สิ้นไปแห่งอาสวะ กิเลสของข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญ.
๑๖๕ ค าถวายผ้าป่า (ใช้ในส านักปฏิบัติธรรมแม่ชี) (ตั้งนะโม ๓ จบ) ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. อิมานิ มะยัง ภันเต ปังสุกูละจีวะรานิ สะปะริวารานิ สะมะณัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต สะมะโณ อิมานิ ปังสุกูละจีวะรานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีมะรัตตัง หิตายะ สุขายะ. ข้าแต่ท่านสมณะผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้าบังสุกุลจีวร พร้อมทั้งของอันเป็นบริวาร ทั้งหลายเหล่านี้ แด่ท่านสมณะ ขอท่านสมณะจงรับ ผ้าบังสุกุลจีวร พร้อมทั้งของอันเป็นบริวารทั้งหลาย เหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนาน เทอญ.
๑๖๖ ค าถวายผ้าไตร (ตั้งนะโม ๓ จบ) ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. อิมานิ มะยัง ภันเต เตจีวะรานิ สะปะริวารานิ สะมะณัสสะ โอโณชะยามะ สาธุ โน ภันเต สะมะโณ อิมานิ เตจีวะรานิ สะปะริวารานิ ปะฏิคคัณหาตุ อัมหากัง ทีมะรัตตัง หิตายะ สุขาย:. ข้าแต่ท่านสมณะผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอน้อมถวายผ้าไตรจีวร พร้อมทั้งของอันเป็นบริวาร ทั้งหลายเหล่านี้ แด่ท่านสมณะ ขอท่านสมณะจงรับ ผ้าไตรจีวร พร้อมทั้งของอันเป็นบริวารทั้งหลายเหล่านี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย เพื่อประโยชน์และความสุข แก่ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนานเทอญ.
๑๖๗ ถวายเทียนพรรษา (ตั้งนะโม ๓ จบ) ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. ยัคเฆ ภันเต สะมะโณ ปะฏิชานาตุ มะยัง ภันเต เอตัง ปะทีปะยุคัง สะปะริวารัง เตมาสัง พุทธัสสะ ปูชะนัตถายะ อิมัส์มิง อุโปสะถาคาเร (วิหาเร) นิยยาเทมะ สาธุ โน ภันเต อะยัง เตมาสัง พุทธัสสะ ปูชะนัตถายะ ปะที่ปะยุคัสสะ ทานัสสะ อานิสังโส อัมหากัญเจวะ มาตาปิตุอาทีนัญจะ ปิยะชะนานัง ทีมะรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ.
๑๖๘ ข้าแต่ท่านสมณะผู้เจริญ ขอท่านสมณะจง รับทราบ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอมอบถวายเทียนคู่นี้ พร้อมทั้งของอันเป็นบริวารทั้งหลายเหล่านี้ พระอุโบสถ (วิหาร) นี้ เพื่อเป็นพุทธบูชาตลอดพรรษา ขออานิสงส์แห่งการถวายคู่เทียน เพื่อเป็นพุทธบูชา ตลอดพรรษานี้ ของข้าพเจ้าทั้งหลาย จงเป็นไปเพื่อ ประโยชน์และความสุข แก่ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย แก่ ปิยชนทั้งหลาย มีมารดาบิดาเป็นต้นด้วยตลอดกาลนาน เทอญ.
๑๖๙ ค าถวายพระเจดีย์ทรายเป็นพุทธบูชา (ตั้งนะโม ๓ จบ) ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น, ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส, ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง. ยัคเม ภันเต สะมะโณ ปะฏิชานาตุ มะยัง ภันเต เอตัง วาลุการาสิง สะปะริวารัง เจติยัง กัต์วา พุทธัสสะ ปูชะนัตถายะ สะมะณัสสะ นิยยาเทมะ สารุ โน ภันเต อะยัง พุทธัสสะ ปูชะนัตถา วาลุกาเจติยัสสะ ทานัสสะ อานิสังโส อัมหากัญเจวะ มาตาปิตุอาทีนัญจะ ปิยะชะนานัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ สังวัตตะตุ.
๑๗๐ ข้าแต่ท่านสมณะผู้เจริญ ขอท่านสมณะจง รับทราบ ข้าพเจ้าทั้งหลาย ก่อกองทรายนี้ พร้อมทั้ง ของอันเป็นบริวารทั้งหลายเหล่านี้ เป็นเจดีย์แล้ว ขอมอบถวายแด่ท่านสมณะ เพื่อเป็นพุทธบูชา ขออานิสงส์แห่งการถวายพระเจดีย์ทราย ของข้าพเจ้า ทั้งหลาย จงเป็นไปเพื่อประโยชน์และความสุข แก่ ข้าพเจ้าทั้งหลายด้วย แก่ปิยชนทั้งหลาย มีมารดา บิดาเป็นต้นด้วย ตลอดกาลนาน เทอญ.
๑๗๑ อนุโมทนาวิธี (น า) ยะถา วาริวะหา ปูรา ปะริปูเรนติ สาคะรัง เอวะเมวะ อิโต ทินนัง เปตานัง อุปะกัปปะติ อิจฉิตัง ปัตถิตัง ตุมหัง ขิปปะเมวะ สะมิชฌะตุ สัพเพ ปูเรนตุ สังกัปปา จันโท ปัณณะระโส ยะถา มะณิ โชติระโส ยะถา. (รับ) สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสะตู มา เต ภะวัต์วันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสะตุ มา เต ภะวัต์วันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ สัพพีติโย วิวัชชันตุ สัพพะโรโค วินัสสะตุ มา เต ภะวัต์วันตะราโย สุขี ทีฆายุโก ภะวะ. อภิวาทะนะสีลิสสะ นิจจัง วุฑฒาปะจายิโน จัตตาโร ธัมมา วัฑฒนติ อายุ วัณโณ สุขัง พะลัง.
๑๗๒ กาลทานสุตตคาถา กาเล ทะทันติ สะปัญญา วะทัญญ วีตะมัจฉะรา กาเลนะ ทินนัง อะริเยสุ อุชุภูเตสุ ตาทิสุ วิปปะสันนะมะนา ตัสสะ วิปุลา โหติ ทักขิณา เย ตัตถะ อะนุโมทันติ เวยยาวัจจัง กะโรนติ วา นะ เตนะ ทักขิณา โอนา เตปิ ปุญญัสสะ ภาคิโน ตัส์มา ทะเท อัปปะฏิวานะจิตโต ยัตถะ ทินนัง มะหัปผะลัง ปุญญานิ ปะระโลกัส์มิง ปะติฏฐา โหนติ ปาณินันติ.