• ครูมอบหมายให้นักเรียนเขียนบทความ เรื่อง การประเมินค่างานเขียน โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด ดังนี้ 1) การแปลความ ตีความ และขยายความจากงานเขียน 2) การแสดงความคิดเห็นและการประเมินค่างานเขียน 3) การให้ข้อคิดหรือแนวทางเพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน 4) การลำดับความคิดอย่างเป็นขั้นตอนและมีระบบ 5) การใช้ภาษาได้สละสลวย เข้าใจง่าย นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง การอ่านวินิจสาร 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 3.1 ใบงานที่ 3.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นใน การทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 1 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจบทความ เรื่อง การประเมินค่างาน เขียน แบบประเมินบทความ เรื่อง การประเมินค่า งานเขียน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.6 2) หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม 3) บทความ เรื่อง มากกว่าอันตรายต่อสมอง คลื่นโทรศัพท์มือถือ รู้เลี่ยง รู้ใช้ ปลอดภัย 4) ใบงานที่ 3.1 เรื่อง ประเมินค่างานเขียน 8.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - http://www.mcot.net - http://www.adintrend.com 244
การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินบทความ เรื่อง การประเมินค่างานเขียน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 การแปลความ ตีความ และขยายความจากงานเขียน 2 การแสดงความคิดเห็นและการประเมินค่างานเขียน 3 การให้ข้อคิดหรือแนวทางเพื่อนำไปปรับใช้ใน ชีวิตประจำวัน 4 การลำดับความคิดอย่างเป็นขั้นตอน และมีระบบ 5 การใช้ภาษาได้สละสลวย เข้าใจง่าย รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง 245
เอกสารประกอบการสอน มากกว่าอนัตรายต่อสมอง!? “คลื่นโทรศัพท์มือถือ”รู้เลี่ยง...รู้ใช้...ปลอดภัย โทรศัพท์มือถือเป็นสิ่งอ ำนวยควำมสะดวกอย่ำงหนึ่งที่ต้องยอมรับว่ำได้กลำยเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ไปแล้ว แต่กำรที่เรำมี ควำมต้องกำรใช้อะไรที่มำกเกินไปก็มักมีผลเสียตำมมำเสมอ เป็นที่มำของงำนวิจัยแขนงต่ำงๆ ที่ชี้ว่ำกำรใช้โทรศัพท์มือถือมำก คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำของมือถืออำจส่งผลให้เกิดโรคมะเร็งหรือเนื้องอกในสมองได้ซึ่งบำงงำนวิจัยเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย เท็จจริง อย่ำงไรไม่ส ำคัญ ทำงออกที่ดีที่สุดคือ ยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อนน่ำจะแน่นอนกว่ำ ดร.พิเชษฐ กิจธำรำ อำจำรย์ภำควิชำฟิสิกส์ คณะวิทยำศำสตร์ มหำวิทยำลัยมหิดล ให้ควำมรู้ว่ำ “คลื่น” คือกำรเปลี่ยนแปลง กลับไปกลับมำหรือกำรกระเพื่อมในลักษณะที่มีกำรแผ่กระจำยหรือเคลื่อนที่ออกจำกแหล่งก ำเนิด โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ 1. คลื่นกล เป็นคลื่นที่ต้องอำศัยตัวกลำงในกำรเคลื่อนที่ คลื่นประเภทนี้ก็คือ คลื่นผิวน ้ำ ซึ่งเป็นกำรกระเพื่อมของผิวน ้ำและแผ่ กระจำยออกไปเมื่อเรำโยนก้อนหินลงไปในน ้ำ จุดที่ก้อนหินกระทบผิวน ้ำก็คือแหล่งก ำเนิดคลื่น และตัวกลำงในกำรเคลื่อนที่ก็คือ น ้ำ และคลื่นกลอีกชนิดหนึ่งก็คือคลื่นเสียงซึ่งใช้อำกำศเป็นตัวกลำง 2. คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำ เป็นคลื่นที่เกิดจำกกำรเปลี่ยนแปลงของสนำมไฟฟ้ำและสนำมแม่เหล็กสำมำรถเคลื่อนที่ได้ในสุญญำกำศ โดยไม่ต้องอำศัยตัวกลำง คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำทุกชนิดเคลื่อนที่ด้วยควำมเร็วแสง (ประมำณ 300,000,000 เมตรต่อวินำที เทียบเท่ำ กับกำรเคลื่อนที่รอบโลกประมำณ 7 รอบในเวลำ 1 วินำที) ตัวอย่ำงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำที่เรำคุ้นเคยก็คือ คลื่นวิทยุ คลื่นแสงและรังสี เอกซ์(X-Ray) โดยค ำว่ำคลื่นและรังสี หมำยถึงคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำเหมือนกัน แต่เรำมักใช้ค ำว่ำรังสีกับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำที่มี พลังงำนสูงมำก เช่น รังสีเอกซ์ (ใช้ในกำรเอกซเรย์ในโรงพยำบำล) และรังสีแกมมำ (Gamma-Ray ; มำจำกนอกโลกและ โรงไฟฟ้ำนิวเคลียร์) เช่น แหล่งก ำเนิดรังสีเอกซ์คือเครื่องถ่ำยภำพเอกซเรย์ในโรงพยำบำล ส่วนรังสีแกมมำมำจำกนอกโลกเป็นส่วน ใหญ่หรือจำกโรงไฟฟ้ำนิวเคลียร์ รังสีทั้ง 2 นี้มีพลังงำนมำกพอที่จะท ำให้ยีนหรือเซลล์ในร่ำงกำยมนุษย์เกิดควำมผิดปกติได้ทันทีที่ได้รับรังสีแต่โอกำสที่จะเกิด ควำมผิดปกตินั้นน้อยมำกและร่ำงกำยมนุษย์สำมำรถก ำจัดเซลล์ผิดปกติได้อย่ำงดีอยู่แล้ว ดังนั้นจึงถือว่ำอันตรำยจำกกำรเอกซเรย์ ทั่วไปในช่วงเวลำสั้นๆ นั้นน้อยมำก คุ้มค่ำกับประโยชน์ที่ได้รับจำกกำรช่วยวินิจฉัยโรค แต่กำรระเบิดของโรงไฟฟ้ำนิวเคลียร์จะท ำ ให้เซลล์ของพนักงำนที่อยู่ใกล้เกิดควำมผิดปกติทันทีเช่นกัน และหำกได้รับปริมำณรังสีมำกเกินไปก็จะท ำให้ร่ำงกำยซ่อมแซมไม่ทัน กลำยเป็นมะเร็งหรือเสียชีวิตภำยในเวลำไม่นำน แต่คลื่นที่มีควำมถี่น้อยกว่ำนั้น เช่น คลื่นวิทยุ คลื่นไมโครเวฟ คลื่นอินฟรำเรด คลื่นแสง คลื่นเหนือม่วง มีพลังงำนน้อยกว่ำและไม่ท ำให้เซลล์ในร่ำงกำยมนุษย์เกิดควำมผิดปกติแบบทันทีทันใด แต่สำมำรถท ำให้ เกิดอันตรำยได้หำกได้รับคลื่นเป็นระยะเวลำนำนๆ หลำยปี เช่น คลื่นยูวีในแสงแดดเป็นสำเหตุหนึ่งของมะเร็งผิวหนัง ส ำหรับคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ำจำกโทรศัพท์มือถืออยู่ในช่วงไมโครเวฟ มีควำมถี่ประมำณ 800–2,500 MHz (1 MHz = 1 ล้ำนลูก คลื่นต่อวินำที) เป็นคลื่นที่สำมำรถทะลุเข้ำไปในร่ำงกำยมนุษย์หรือเนื้อเยื่อได้ง่ำย (ต่ำงกับคลื่นแสงที่ไม่สำมำรถทะลุผิวหนังเข้ำไป ลึกๆ ได้) และเป็นช่วงคลื่นเดียวกับที่ใช้ในเตำไมโครเวฟ ถึงแม้ก ำลัง (อัตรำพลังงำนที่ใช้ต่อวินำที) ของโทรศัพท์มือถือ (1-2 วัตต์) จะน้อยกว่ำของเตำไมโครเวฟ (ประมำณ 1,000 วัตต์) แต่เนื่องจำกเป็นควำมถี่ในช่วงเดียวกัน จึงท ำให้เกิดควำมกังวลเรื่องอันตรำย จำกคลื่นในช่วงนี้ขึ้นมำ ซึ่งควำมกังวลหลักมีอยู่ 2 ประเด็น คือ คลื่นไมโครเวฟจำกโทรศัพท์มือถือท ำให้เซลล์สมองเกิดควำม ผิดปกติโดยตรงหรือไม่และควำมร้อนจำกคลื่นไมโครเวฟส่งผลทำงอ้อมต่อสมองหรือไม่อย่ำงไร 246
จำกผลงำนวิจัยในอดีตเมื่อหลำยปีก่อนนับร้อยชิ้นที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบของคลื่นไมโครเวฟต่อสมอง ซึ่งผลวิจัยมีทั้งที่เห็นว่ำ เป็นอันตรำยและที่เห็นว่ำไม่เป็นอันตรำยจ ำนวนเท่ำๆ กัน จึงไม่สำมำรถสรุปไปทำงใดทำงหนึ่งได้ แต่อย่ำงไรก็ตำมควำมผิดปกติ จำกคลื่นควำมถี่ต ่ำพลังงำนน้อยอย่ำงคลื่นไมโครเวฟนั้นเกิดขึ้นช้ำมำกในระยะเวลำหลำยปีกำรศึกษำวิจัยจึงต้องใช้เวลำนำนหลำย ปีเช่นกัน ผลงำนวิจัยที่น่ำเชื่อถือจึงเพิ่งทยอยออกมำในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่ำนมำนี่เอง ข่ำวที่ทั่วโลกให้ควำมส ำคัญในช่วงกลำงปี 2011 ก็ คือ ผลสรุปจำกกำรประชุมของกลุ่มนักวิทยำศำสตร์ขององค์กำรอนำมัยโลก World Health Organization (WHO) ซึ่งมีสำระ ส ำคัญ ดังนี้ 1. กำรประชุมได้พิจำรณำผลงำนวิจัยนับร้อยชิ้นจำกอดีตจนถึงปัจจุบัน 2. ผลงำนวิจัยทั้งหมดไม่เพียงพอหรือไม่สำมำรถบอกได้ ว่ำกำรใช้โทรศัพท์มือถือในกรณีปกติทั่วไปท ำให้เพิ่มโอกำสกำรเป็นเนื้องอกในสมอง 3. งำนวิจัยที่บ่งบอกว่ำกำรใช้โทรศัพท์มือถือ เยอะเกินไปเป็นเวลำนำน (มำกกว่ำ 30 นำทีต่อวัน เป็นเวลำกว่ำ 10 ปี) เพิ่มโอกำสกำรเป็นเนื้องอกในสมอง 40% มำกกว่ำผู้ที่ ไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ (ทุกคนมีโอกำสเป็นเนื้องอกในสมอง แต่ถ้ำคุณใช้มือถือมำกเกินไป โอกำสที่คุณจะเป็นเนื้องอกมีมำกขึ้น) อย่ำงไรก็ตำมนี่เป็นงำนวิจัยเพียง 1 ชิ้นที่จะต้องรองำนวิจัยจำกกลุ่มอื่นยืนยันต่อไป 4. ที่ประชุมจัดให้คลื่นไมโครเวฟจำก โทรศัพท์มือถือเป็นปัจจัยที่อยู่ในกลุ่ม 2B คือ หมำยถึงกลุ่มที่อำจจะเพิ่มโอกำสกำรเป็นเนื้องอกในสมอง (possibly carcinogenic to humans) ซึ่งเป็นกลุ่มเดียวกับเครื่องส ำอำงบำงชนิด โดยทำง International Agency for Research on Cancer (IARC) แบ่งกลุ่มปัจจัยก่อมะเร็งเป็น 4 กลุ่มด้วยกัน คือ กลุ่มที่ 1 ก่อมะเร็งชัดเจน (definitely carcinogenic to humans) ต้องหลีกเลี่ยง กลุ่มที่ 2A น่ำจะก่อมะเร็ง (probably carcinogenic to humans) ควรหลีกเลี่ยง กลุ่มที่ 2B อำจจะก่อมะเร็ง (possibly carcinogenic to humans) พึงระวัง หรือยึดปลอดภัยไว้ก่อน กลุ่มที่ 3 ไม่สำมำรถจ ำแนกได้ (not classifiable as to its carcinogenicity to humans) และกลุ่มที่ 4 ไม่น่ำจะก่อมะเร็ง (probably not carcinogenic to humans) นอกจำกนี้ยังมีงำนวิจัยส ำคัญอื่นๆ อีก ถึงแม้งำนวิจัยเหล่ำนี้ยังมีจ ำนวนน้อยชิ้นแต่เป็นงำนวิจัยที่ควรติดตำมเพื่อยืนยันต่อไป เช่น ยังไม่ต้องตื่นตระหนก เพรำะควำมร้อนจำกคลื่นไมโครเวฟมีน้อยและไม่กระทบสมองโดยตรง กระแสเลือดในสมองสำมำรถ ระบำยควำมร้อนได้ดีแต่ควำมร้อนต่อดวงตำยังต้องรอกำรวิจัยต่อไป เพรำะภำยในดวงตำไม่มีเส้นเลือดคอยระบำยควำมร้อน งำนวิจัยบำงชิ้นบ่งบอกว่ำคลื่นไมโครเวฟท ำให้พูดช้ำลง รบกวนกำรเต้นของหัวใจ รบกวนควำมจ ำ เพิ่มโอกำสกำรเป็นมะเร็ง ช่องปำก แต่ทั้งหมดยังไม่ยืนยัน เนื้อสมองที่อยู่ใกล้โทรศัพท์ขณะสนทนำใช้ปริมำณน ้ำตำลกลูโคสมำกขึ้นแต่ไม่สำมำรถเชื่อมโยงว่ำ ท ำให้ก่อมะเร็งหรือไม่ ในเมื่อผลกำรวิจัยต่ำงๆ ยังไม่ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ำโทรศัพท์มือถือปลอดภัยหรือไม่ เรำควรยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อนโดยกำร ปฏิบัติดังนี้หลีกเลี่ยงกำรคุยโทรศัพท์มือถือเป็นเวลำนำน (ควรน้อยกว่ำ 30 นำทีต่อวัน และคุยสั้นๆ ในแต่ละครั้ง) หลีกเลี่ยงกำรใช้ โทรศัพท์มือถือในลิฟต์หรือในรถยนต์เพรำะลิฟต์และรถยนต์ท ำด้วยโลหะที่ไปลดพลังงำนของคลื่นที่จะส่งไปยังสถำนีโทรศัพท์(เสำ โทรศัพท์ตำมยอดตึกต่ำงๆ) เมื่อถูกลดสัญญำณเครื่องโทรศัพท์จะเพิ่มก ำลังส่งคลื่นให้มำกขึ้นเพื่อให้ควำมแรงของคลื่นเท่ำเดิม ซึ่ง จะท ำให้คลื่นเข้ำสมองท่ำนมำกขึ้น (คนรอบข้ำงท่ำนในลิฟต์และในรถก็จะได้รับคลื่นมำกขึ้นไปด้วย) พลังงำนของคลื่นลดลงตำมระยะทำงที่เคลื่อนที่ตำมกฎผกผันก ำลังสอง (หำกเพิ่มระยะทำง 10 เท่ำ ก ำลังของคลื่นจะลดลง 102=100 เท่ำ) ดังนั้นกำรใช้หูฟังหรือกำรใช้สปีกโฟนหรือบลูทูทจะท ำให้ระยะระหว่ำงสมองและมือถือเพิ่มมำกขึ้น ช่วยลดพลังงำน ของคลื่นได้ดีมำก หรือจะใช้วิธีกำรส่งข้อควำมแทนกำรคุยโทรศัพท์มือถือก็ช่วยลดควำมเสี่ยงได้ 247
ที่ส ำคัญไม่ควรให้เด็กใช้โทรศัพท์มือถือมำกเกินไป เพรำะกะโหลกศีรษะช่วยป้องกันคลื่นได้บำงส่วน แต่กะโหลกศีรษะของเด็กมี ควำมหนำน้อยกว่ำของผู้ใหญ่ ดังนั้นไม่ควรให้เด็กใช้โทรศัพท์มือถือมำกเกินไป และไม่ควรนอนตะแคงคุยโทรศัพท์โดยมีโทรศัพท์ใต้ ศีรษะ เพรำะโทรศัพท์จะอยู่ระหว่ำงหมอนและศีรษะขณะสนทนำ ท ำให้มือถือเพิ่มก ำลังกำรส่งคลื่นและท ำให้เรำได้รับคลื่นมำกขึ้น กำรใช้มือถือที่มีRadiation น้อย แต่โทรศัพท์รุ่นใหม่ๆ ส่วนใหญ่มีกำรออกแบบเสำอำกำศดีกว่ำสำมำรถลดก ำลังส่งได้เมื่อเทียบกับ รุ่นเก่ำๆ และก่อนนอนควรปิดเครื่องใช้ไฟฟ้ำที่ไม่จ ำเป็นรวมทั้งปิด Modem WiFi เพรำะนอกจำกจะลดอันตรำยที่อำจจะมีจำกคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้ำแล้วยังช่วยลดโลกร้อนด้วย ไม่ว่ำจะมีวิธีแก้หรือลดควำมเสี่ยงอย่ำงไรก็ตำม กำรรู้จักควำมพอดีในกำรใช้โทรศัพท์มือถือน่ำจะเป็นหลักส ำคัญ เพรำะนอกจำก จะไม่ท ำให้เกิดอันตรำยต่อสุขภำพแล้วยังไม่ต้องจ่ำยค่ำบริกำรที่มำกตำมไปด้วย และคงจะไม่คุ้มถ้ำต้องเสียเงินจ่ำยทั้งค่ำบริกำร โทรศัพท์และค่ำรักษำพยำบำลสุขภำพควบคู่กันไปเพียงแค่ต้องกำรคุยโทรศัพท์นำนๆ เท่ำนั้นเอง อนัตรายอื่นๆ และสิ่งที่ควรร้เูกี่ยวกบั“คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” เสำของสถำนีโทรศัพท์อำจจะเป็นอันตรำยก็ต่อเมื่อท่ำนอยู่ใกล้เสำมำกๆ ในระยะไม่กี่เมตร หำกอยู่ไกลเกินกว่ำ 10 เมตรจะ ได้รับพลังงำนน้อยมำก นอกจำกนี้คลื่นส่วนใหญ่จะแผ่กระจำยออกทำงด้ำนข้ำงของเสำ ดังนั้นผู้อำศัยในตึกหรือใต้ตึกที่ติดตั้งเสำ โทรศัพท์ไม่น่ำจะได้รับอันตรำย อย่ำงไรก็ตำม หำกตึกข้ำงๆ ท่ำนติดตั้งเสำโทรศัพท์ (หรือเสำโทรทัศน์วิทยุ อื่นๆ) ในระดับควำมสูง เดียวกับห้องชุดคอนโดของท่ำนและเสำนั้นห่ำงจำกห้องของท่ำนเพียงไม่กี่เมตร ควรพิจำรณำหลีกเลี่ยงกำรอำศัยในห้องดังกล่ำว สำยส่งไฟฟ้ำแรงสูง จัดอยู่ในกลุ่ม 2B เช่นเดียวกับโทรศัพท์มือถือ งำนวิจัยบำงชิ้นบ่งบอกว่ำเด็กที่อำศัยใกล้สำยส่งไฟฟ้ำแรงสูง มีโอกำสเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขำวมำกขึ้น นอกจำกนี้ผู้ป่วยบำงท่ำนมีอำกำรปวดศีรษะ ปวดไมเกรนหรือนอนหลับยำกเมื่ออำศัยอยู่ ใกล้สำยส่งไฟฟ้ำแรงสูง แม้จะยังมีหลำยงำนวิจัยที่มีควำมเห็นขัดแย้ง แต่หำกยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อน ควรหลีกเลี่ยงสำยส่ง ไฟฟ้ำแรงสูง หลีกเลี่ยงห้องในอำคำรชุดคอนโดมิเนียมที่อยู่ติดสำยส่งไฟฟ้ำหรือหม้อแปลงขนำดใหญ่ คลื่นไมโครเวฟจำกมือถือ รบกวนกำรท ำงำนของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้จริง ควรปิดมือถือเมื่ออยู่บนเครื่องบินหรือเมื่อท่ำนยืน ติดกับเครื่องมือทำงกำรแพทย์ “ในเมื่อผลกำรวิจัยต่ำงๆ ยังไม่ยืนยันร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ำ โทรศัพท์มือถือปลอดภัยหรือไม่ เรำควรยึดหลักปลอดภัยไว้ก่อนโดย หลีกเลี่ยงกำรคุยโทรศัพท์มือถือเป็นเวลำนำน หลีกเลี่ยงกำรใช้โทรศัพท์มือถือในลิฟต์หรือในรถยนต์” ที่มา : http://www.dailynews.co.th/newstartpage/index.cfm?page 248
บทความ/งานเขียนที ่นักเรียนเลือก ใบงานที่ 3.1 เรื่อง ประเมินค่างานเขียน คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกบทความหรืองานเขียนที่สนใจ แล้วเขียนประเมินค่างานเขียน 249
(บทความ/งานเขียนที ่นักเรียนเลือก) ใบงานที่ 3.1 เรื่อง ประเมินค่างานเขียน คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกบทความหรืองานเขียนที่สนใจ แล้วเขียนประเมินค่างานเขียน (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) เฉลย 250
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 นำเสนอเนื้อหาในผลงานได้ถูกต้อง 2 การลำดับขั้นตอนของเนื้อเรื่อง 3 การนำเสนอมีความน่าสนใจ 4 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง 251
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน ความร่วมมือ กันทำ กิจกรรม การแสดง ความคิดเห็น การรับฟัง ความคิดเห็น การตั้งใจ ทำงาน การแก้ไข ปัญหา/หรือ ปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง 252
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมาย ของเพลงชาติ 1.2 ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง 1.3 ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชน และสังคม 1.4 เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้อง ความเป็นชาติไทย 1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา และเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน 1.6 เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตาม สัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่าง ที่ดีด้านความซื่อสัตย์ 2.3 ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน ปฏิบัติ เป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี 5.3 ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล 5.4 ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด 253
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร 5.6 รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 6.2 ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ 6.3 ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ 6.4 ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค 6.5 พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ 6.6 ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา 8.3 ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน 8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน 254
บันทึกหลังแผนการสอน ด้านความรู้ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านอื่นๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง.................................. 255
บันทึกหลังหน่วยการเรียนรู้อิงมาตรฐาน ตอนที่ 1 นักเรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัดของหน่วยการเรียนรู้ ต่อไปนี้ ท 1.1 (ม.4-6/4, ม.4-6/6) ด้านความรู้ (จำนวน คน คิดเป็นร้อยละ ) ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านอื่นๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)) สรุปผลจากการประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) ประจำหน่วยการเรียนรู้ ระดับคุณภาพดีมาก จำนวน คน คิดเป็นร้อยละ ระดับคุณภาพดี จำนวน คน คิดเป็นร้อยละ ระดับคุณภาพพอใช้ จำนวน คน คิดเป็นร้อยละ ระดับคุณภาพปรับปรุง จำนวน คน คิดเป็นร้อยละ ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง 256
ตอนที่ 2 การตรวจสอบคุณภาพนักเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการประเมินคุณภาพภายนอก ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน (ด้านคุณภาพผู้เรียน) ร้อยละ มาตรฐานที่ 1 ผู้เรียนมีสุขภาวะที่ดีและมีสุนทรียภาพ 1.1 มีสุขนิสัยในการดูแลสุขภาพและออกกำลังกายสม่ำเสมอ 1.2 มีน้ำหนัก ส่วนสูง และมีสมรรถภาพทางกายตามเกณฑ์มาตรฐาน 1.3 ป้องกันตนเองจากสิ่งเสพติดให้โทษและหลีกเลี่ยงตนเองจากสภาวะที่เสี่ยงต่อความรุนแรง โรค ภัย อุบัติเหตุ และปัญหาทางเพศ 1.4 เห็นคุณค่าในตนเอง มีความมั่นใจ กล้าแสดงออกอย่างเหมาะสม 1.5 มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีและให้เกียรติผู้อื่น 1.6 สร้างผลงานจากการเข้าร่วมกิจกรรมด้านศิลปะ ดนตรี/นาฏศิลป์ กีฬา/นันทนาการตามจินตนาการ มาตรฐานที่ 2 ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์ 2.1 มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตร 2.2 เอื้ออาทรผู้อื่นและกตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคุณ 2.3 ยอมรับความคิดและวัฒนธรรมที่แตกต่าง 2.4 ตระหนัก รู้คุณค่า ร่วมอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม มาตรฐานที่ 3 ผู้เรียนมีทักษะในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง รักเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง 3.1 มีนิสัยรักการอ่านและแสวงหาความรู้ด้วยตนเองจากห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ และสื่อต่างๆ รอบตัว 3.2 มีทักษะในการอ่าน ฟัง ดู พูด เขียน และตั้งคำถามเพื่อค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม 3.3 เรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อการเรียนรู้ระหว่างกัน 3.4 ใช้เทคโนโลยีในการเรียนรู้และนำเสนอผลงาน มาตรฐานที่ 4 ผู้เรียนมีความสามารถในการคิดอย่างเป็นระบบ คิดสร้างสรรค์ ตัดสินใจแก้ปัญหา ได้อย่างมีสติสมเหตุสมผล 4.1 สรุปความคิดจากเรื่องที่อ่าน ฟัง และดู และสื่อสารโดยการพูดหรือเขียนตามความคิดของตนเอง 4.2 นำเสนอวิธีคิด วิธีแก้ปัญหาด้วยภาษาหรือวิธีการของตนเอง 4.3 กำหนดเป้าหมาย คาดการณ์ ตัดสินใจแก้ปัญหาโดยมีเหตุผลประกอบ 4.4 มีความคิดริเริ่ม และสร้างสรรค์ผลงานด้วยความภาคภูมิใจ มาตรฐานที่ 5 ผู้เรียนมีความรู้และทักษะที่จำเป็นตามหลักสูตร 5.1 ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยแต่ละกลุ่มสาระเป็นไปตามเกณฑ์ 5.2 ผลการประเมินสมรรถนะสำคัญตามหลักสูตรเป็นไปตามเกณฑ์ 5.3 ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนเป็นไปตามเกณฑ์ 5.4 ผลการทดสอบระดับชาติเป็นไปตามเกณฑ์ มาตรฐานที่ 6 ผู้เรียนมีทักษะในการทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ และมีเจตคติที่ดี ต่ออาชีพสุจริต 6.1 วางแผนการทำงานและดำเนินการจนสำเร็จ 6.2 ทำงานอย่างมีความสุข มุ่งมั่นพัฒนางาน และภูมิใจในผลงานของตนเอง 6.3 ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ 6.4 มีความรู้สึกที่ดีต่ออาชีพสุจริตและหาความรู้เกี่ยวกับอาชีพที่ตนเองสนใจ 257
258
หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 การเขียนบันเทิงคดี 259
หน่วยการเรียนรู้ที่5 การเขียนบันเทิงคดี 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ท 2.1 ม.4-6/4 ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบต่างๆ 2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด บันเทิงคดีเป็นงานเขียนสร้างสรรค์ซึ่งการเขียนบันเทิงคดีนั้นควรเข้าใจถึงองค์ประกอบและวิธีเขียนบันเทิงคดีเพื่อให้การ สร้างสรรค์งานเขียนนั้นมีคุณภาพ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การเขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เช่น บันเทิงคดี 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการเขียน 2) ทักษะการเชื่อมโยง 3) ทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 6. ชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) หนังสือรวมเรื่องสั้นวัยเรียน 7. การวัดและการประเมินผล 7.1 การประเมินก่อนเรียน - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การเขียนบันเทิงคดี 7.2 การประเมินระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ 1) ตรวจใบงานที่ 1.1 เรื่อง สรุปหลักการเขียนบันเทิงคดี 2) ตรวจใบงานที่ 2.1 เรื่อง วิเคราะห์องค์ประกอบเรื่องสั้น 260
3) ตรวจใบงานที่ 2.2 เรื่อง เรื่องสั้นในใจ 4) ตรวจแบบบันทึกการอ่าน 5) ประเมินการนำเสนอผลงาน 6) สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล 7) สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม 8) สังเกตคุณลักษณะอันพึงประสงค์ 7.3 การประเมินหลังเรียน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง การเขียนบันเทิงคดี 7.4 การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) - ตรวจหนังสือรวมเรื่องสั้นวัยเรียน 261
8. กิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การเขียนบันเทิงคดี เรื่องที่ 1 ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับบันเทิงคดี เวลา 1-2 ชั่วโมง วิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์ ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างบันเทิงคดีที่นักเรียนชื่นชอบ คนละ 1 เรื่อง 2. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน คละกันตามความสามารถ แล้วกำหนดหมายเลขประจำตัวให้สมาชิก แต่ละ คนในกลุ่ม เป็นหมายเลข 1-3 ตามลำดับ จากนั้นให้นักเรียนที่มีหมายเลขเดียวกันมารวมกลุ่มใหม่ เรียกว่า กลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญ ขั้นที่ 2 จัดการเรียนรู้: เทคนิคการต่อเรื่องราว (Jigsaw) 1. ครูให้นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญร่วมกันศึกษาความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับบันเทิงคดี จากหนังสือเรียน หนังสือค้นคว้า เพิ่มเติม และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ดังนี้ - กลุ่มหมายเลข 1 ศึกษาความรู้เรื่อง ลักษณะและประเภทของบันเทิงคดี - กลุ่มหมายเลข 2 ศึกษาความรู้เรื่อง องค์ประกอบของการเขียนบันเทิงคดี - กลุ่มหมายเลข 3 ศึกษาความรู้เรื่อง แนวทางการเขียนบันเทิงคดี 2. นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ศึกษาโดยผลัดกันซักถามหากมีข้อสงสัยและผลัดกัน อธิบายหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจนสมาชิกในกลุ่มมีความเข้าใจชัดเจนตรงกัน 3. นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแยกย้ายกันกลับเข้าสู่กลุ่มบ้าน แล้วนำความรู้ที่ได้จากการศึกษามาเล่าให้เพื่อนใน กลุ่มบ้านฟัง 4. ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมและยกตัวอย่างลักษณะและประเภทของบันเทิงคดี องค์ประกอบของการเขียน บันเทิงคดี และแนวทางการเขียนบันเทิงคดีให้นักเรียนฟัง ขั้นที่ 3 สรุปและนำหลักการไปประยุกต์ใช้ 1. นักเรียนทำใบงานที่ 1.1 เรื่อง สรุปหลักการเขียนบันเทิงคดี 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มยกตัวอย่างบันเทิงคดีที่นักเรียนสนใจ กลุ่มละ 3 เรื่อง แล้ววิเคราะห์การเขียนบันเทิงคดีเรื่องนั้นๆ ว่า มีวิธีการเขียนอย่างไร ขั้นที่ 4 วัดและประเมินผล 1. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบในใบงานที่ 1.1 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการวิเคราะห์การเขียนบันเทิงคดีที่หน้าชั้นเรียน 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การเขียนบันเทิงคดี 262
เรื่องที่ 2 การเขียนเรื่องสั้น เวลา 1-2 ชั่วโมง วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบัติ ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 1. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากเรื่องที่ 1) แล้วให้แต่ละคนอ่านตัวอย่างเรื่องสั้นในหนังสือเรียน หรือหนังสือที่ได้รับรางวัล และเข้ารอบเรื่องสั้นซีไรต์ จากนั้นให้แต่ละกลุ่มร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องสั้นที่อ่าน 2. ครูอธิบายลักษณะเรื่องสั้น ประเภทเรื่องสั้น ให้นักเรียนเข้าใจ ขั้นที่ 2 ทำตามแบบ 1. นักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกับตัวอย่างการเขียนบันเทิงคดีประเภทเรื่องสั้น เรื่องเพลงใบไม้ จากหนังสือเรียน 2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการเขียนเรื่องสั้น 3. ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ลักษณะเรื่องสั้น และประเภทของเรื่องสั้น จากตัวอย่างการเขียนบันเทิงคดีประเภท เรื่องสั้น แล้วทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง วิเคราะห์องค์ประกอบเรื่องสั้น ขั้นที่ 3 ทำเองโดยไม่มีแบบ ครูให้นักเรียนแต่ละคนเขียนเรื่องสั้น 1 เรื่อง ในประเด็นที่สนใจลงในใบงานที่ 2.2 เรื่อง เรื่องสั้นในใจ เมื่อเขียนเสร็จแล้วให้ นำไปแลกกับเพื่อนในชั้นเรียนเพื่อให้วิพากษ์วิจารณ์งานเขียน เสร็จแล้วนำส่งครูตรวจ ขั้นที่ 4 ฝึกทำให้ชำนาญ 1. นักเรียนฝึกเขียนเรื่องสั้น 1 เรื่อง ในประเด็นที่สนใจ จากนั้นนำงานเขียนของตนเองไปแลกเปลี่ยนกับ เพื่อนในกลุ่ม ผลัดกันวิพากษ์วิจารณ์งานเขียนของแต่ละคน 2. ครูสุ่มนักเรียนประมาณ 5-6 คน ออกมานำเสนอผลงานการเขียนเรื่องสั้นให้เพื่อนและครูฟัง ครูตรวจสอบ ความถูกต้อง ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเรื่องสั้นที่ตนเองเขียน มาจัดทำหนังสือรวมเรื่องสั้นวัยเรียน โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่กำหนด นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การเขียนบันเทิงคดี 9. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 9.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.6 2) หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม (1) ดาวสิบดวง : เรื่องสั้นชนะการประกวดรางวัล "สุภาว์ เทวกุล" ประจำปี 2538. (2540). กรุงเทพฯ : สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย. 263
(2) ถวัลย์ มาศจรัส. (2545). เรื่องสั้นและการเขียนเรื่องสั้น. กรุงเทพฯ : ธารอักษร. (3) พัฒจิรา จันทร์ดำ. (2547). การอ่านและการวิจารณ์เรื่องสั้น. กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊คส์. (4) วาณิช จรุงกิจอนันต์. (2538). ศาสตร์แห่งเรื่องสั้นและนิยาย. กรุงเทพฯ : รุ่งเรืองสาส์นการพิมพ์. 3) หนังสือที่ได้รับรางวัลและเข้ารอบเรื่องสั้นซีไรต์ 4) ใบงานที่ 1.1 เรื่อง สรุปหลักการเขียนบันเทิงคดี 5) ใบงานที่ 2.1 เรื่อง วิเคราะห์องค์ประกอบเรื่องสั้น 6) ใบงานที่ 2.2 เรื่อง เรื่องสั้นในใจ 9.2 แหล่งการเรียนรู้ 1) ห้องสมุด 2) แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - http:// www.thaiwriterassociation.org/ - http:// www.sakulthai.com/ruengson/ruengson2463.asp 264
การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน (รวบยอด) แบบประเมินหนังสือรวมเรื่องสั้นวัยเรียน รายการประเมิน คำอธิบายระดับคุณภาพ / ระดับคะแนน ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1) 1. องค์ประกอบของ เรื่องสั้น มีองค์ประกอบของ เรื่องสั้นครบถ้วน สมบูรณ์ มีองค์ประกอบของ เรื่องสั้น 4-5 ประการ มีองค์ประกอบของ เรื่องสั้น 2-3 ประการ ไม่มีองค์ประกอบของ เรื่องสั้น 2. วิธีการดำเนินเรื่อง มีกลวิธีการเล่าเรื่องที่ ซับซ้อน และชวนให้ ติดตาม มีกลวิธีการเล่าเรื่องที่ ซับซ้อน และชวนให้ ติดตามเป็นส่วนใหญ่ มีกลวิธีการเล่าเรื่องที่ ซับซ้อน และชวนให้ ติดตามบางส่วน มีกลวิธีการเล่าเรื่องที่ ไม่ซับซ้อน และไม่ชวน ให้ติดตาม 3. คุณค่าทาง วรรณศิลป์ ใช้ภาษาในการเล่า เรื่องเข้าใจง่าย มีความ หลากหลาย เน้น อารมณ์ความรู้สึก และ เหมาะสมกับตัวละคร ใช้ภาษาในการเล่าเรื่อง เข้าใจง่าย มีความ หลากหลาย เน้น อารมณ์ความรู้สึก และ เหมาะสมกับตัวละคร เป็นส่วนใหญ่ ใช้ภาษาในการเล่า เรื่องเข้าใจง่าย มี ความหลากหลาย แต่ ไม่ค่อยเน้นอารมณ์ ความรู้สึก เหมาะสม กับตัวละครเพียง บางส่วน ใช้ภาษาในการเล่า เรื่องเข้าใจยาก ไม่มี ความหลากหลาย ไม่ เน้นอารมณ์ความรู้สึก และไม่เหมาะสมกับตัว ละคร 4. แนวคิดหรือแก่น เรื่องที่นำเสนอ นำเสนอประเด็นสำคัญ ที่กำหนดไว้ได้ชัดเจน สัมพันธ์กันตลอดทั้ง เรื่อง นำเสนอประเด็นสำคัญ ที่กำหนดไว้ได้ชัดเจน สัมพันธ์กันตลอดทั้ง เรื่องเป็นส่วนใหญ่ นำเสนอประเด็น สำคัญที่กำหนดไว้ไม่ ค่อยชัดเจน สัมพันธ์ กัน เป็นบางช่วง ไม่นำเสนอประเด็น สำคัญที่กำหนดไว้และ ไม่มีความสัมพันธ์กัน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 16 ดีมาก 11 - 13 ดี 8 - 10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง 265
แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว 1. งานเขียนประเภทบันเทิงคดีควรมีลักษณะตรงกับข้อใด ก. งานเขียนที่มุ่งให้ความรู้โดยสอดแทรกความบันเทิงให้แก่ผู้อ่าน ข. งานเขียนที่มุ่งส่งเสริมสติปัญญาและข้อคิดคติเตือนใจให้แก่ผู้อ่าน ค. งานเขียนที่มุ่งให้ความบันเทิงและมีการใช้ถ้อยคำเหมาะกับเนื้อเรื่อง ง. งานเขียนที่มุ่งเน้นการเลือกสรรถ้อยคำให้สละสลวยเพื่อสร้างบรรยากาศ 2. การเขียนบันเทิงคดีควรมีองค์ประกอบพื้นฐานสำคัญในเรื่องใด ก. มีการลำดับเรื่องโดยการเล่าย้อนหลังเพื่อให้เรื่องชวนติดตาม ข. เวลาและสถานที่ควรสัมพันธ์กับเนื้อเรื่องเพื่อความสมจริง ค. ชื่อเรื่องและเนื้อเรื่องไม่จำเป็นต้องสัมพันธ์กัน ง. ภาษาเป็นเพียงบทสนทนาที่สมมติขึ้นเท่านั้น 3. งานเขียนข้อใดไม่ใช่บันเทิงคดี ก. อนุทิน ข. นิทาน ค. บทเพลง ง. หัสนิยาย 4. ข้อใดเป็นลักษณะของเรื่องสั้น ก. ความยาวของเรื่องไม่จำกัดขึ้นอยู่กับการดำเนินเรื่องเป็นหลัก ข. ตัวละครมีหลายตัวและแต่ละตัวมีพัฒนาการไปตามลำดับเวลา ค. การดำเนินเรื่องรวดเร็ว กระชับ และมีปมขัดแย้งในเรื่อง ง. มีบทพรรณนาและบรรยายให้รายละเอียดชัดเจน 5. เรื่องสั้นเรื่องแรกของไทยคือเรื่องใด ก. ศัตรูของเจ้าหล่อน ข. ความไม่พยาบาท ค. ละครแห่งชีวิต ง. สนุกนิ์นึก 6. เรื่องสั้นเรื่องใดที่ได้รับรางวัลซีไรต์ประจำปี 2562 ก. กระดูกของความลวง ข. เราหลงลืมอะไรบางอย่าง ค. ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำตลอดชีวิต ง. แดดเช้าร้อนเกินกว่าจะนั่งจิบกาแฟ 7. ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของเรื่องสั้น ก. การเปิดเรื่อง แนวคิดสำคัญ ข. โครงเรื่อง บทสนทนา ค. ชื่อเรื่อง แก่นเรื่อง ข. ฉาก ตัวละคร 8. การวางโครงเรื่อง (Plot) ที่ดีควรมีลักษณะอย่างไร ก. บทสนทนาโต้ตอบและบทบรรยายที่ชวนให้สงสัย ข. มีข้อขัดแย้งโดยผูกปมให้ซ้อนกันก่อนจะคลี่คลาย ข. ชื่อตัวละครมาสร้างปมขัดแย้งของเรื่อง ง. ควรดำเนินเรื่องราบเรียบตลอดทั้งเรื่อง 266
9. ข้อใดไม่ใช่การปิดเรื่องที่ดี ก. ปิดเรื่องโดยทำให้ผู้อ่านประหลาดใจและคาดไม่ถึง ข. ปิดเรื่องด้วยการสิ้นหวังและโศกสลด ค. ปิดเรื่องโดยคลี่คลายเรื่องกระจ่างชัด ง. ปิดเรื่องด้วยคำถามที่ค้างคาใจผู้อ่านปิดเรื่องด้วยคำถามที่ค้างคาใจผู้อ่าน 10. ข้อใดเป็นวิธีการสร้างตัวละครในเรื่องสั้น ก. ตัวละครควรมาจากเรื่องจริงในสังคม ข. ตัวละครสำคัญควรมีเพียง 1-2 ตัวเท่านั้น ค. ตั้งชื่อตัวละครให้มีนัยทางความหมาย ง. ลักษณะนิสัยหลากหลายปรับตามสถานการณ์ 267
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 วิชา ท 33102 ภาษาไทย6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่5 การเขียนบันเทิงคดี เวลา 1-2 ชั่วโมง เรื่อง ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับบันเทิงคดี ผู้สอน นางสาวจิลันดา รักไร่ 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด บันเทิงคดีเป็นงานเขียนที่แต่งขึ้นโดยมุ่งให้ความบันเทิงแก่ผู้อ่านเป็นสำคัญ ซึ่งผู้เขียนจะต้องมีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับบันเทิง คดีและเข้าใจถึงลักษณะ ประเภท และองค์ประกอบของบันเทิงคดี 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ท 2.1 ม.4-6/4 ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบต่างๆ 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ - อธิบายลักษณะ ประเภท และองค์ประกอบของบันเทิงคดีได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การเขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เช่น บันเทิงคดี 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการเขียน 2) ทักษะการเชื่อมโยง 3) ทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 268
6. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนแบบกระบวนการกลุ่มสัมพันธ์ นักเรียนทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การเขียนบันเทิงคดี ขั้นที่ 1 นำเข้าสู่บทเรียน 1. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1 2. ครูให้นักเรียนยกตัวอย่างบันเทิงคดีที่นักเรียนชื่นชอบ คนละ 1 เรื่อง 3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ 2 4. ครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน คละกันตาม ความสามารถ คือ เก่ง ปานกลาง และอ่อน และกำหนด หมายเลขประจำตัวให้สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มเป็นหมายเลข 1-3 ตามลำดับ เรียกกลุ่มนี้ว่า กลุ่มบ้าน จากนั้นให้นักเรียนที่ มีหมายเลขเดียวกันไปรวมกันเป็นกลุ่มใหม่ เรียกว่า กลุ่ม ผู้เชี่ยวชาญ 5. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ 3 คำถามกระตุ้นความคิด 1. “บันเทิงคดี” นักเรียนสามารถให้นิยาม ความหมายได้อย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้ อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 2. นักเรียนคิดว่าบันเทิงคดีมีลักษณะอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้ อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 3. การเขียนบันเทิงคดีแต่ละประเภทเหมือน หรือต่างกันอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้ อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นที่ 2 จัดการเรียนรู้ : เทคนิคการต่อเรื่องราว (Jigsaw) 1. ครูให้นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญร่วมกันศึกษาความรู้พื้นฐาน เกี่ยวกับบันเทิงคดี จากหนังสือเรียน หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม และแหล่งข้อมูลสารสนเทศ ดังนี้ - กลุ่มหมายเลข 1 ศึกษาความรู้เรื่อง ลักษณะและประเภท ของบันเทิงคดี - กลุ่มหมายเลข 2 ศึกษาความรู้เรื่อง องค์ประกอบของการ เขียนบันเทิงคดี - กลุ่มหมายเลข 3 ศึกษาความรู้เรื่อง แนวทางการเขียน บันเทิงคดีแล้วบันทึกความรู้ที่ได้จากการศึกษาลงในแบบ บันทึกการอ่าน 2. นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่ศึกษา โดยผลัดกันซักถามหากมีข้อสงสัย และผลัดกัน อธิบายหรือแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจนสมาชิกในกลุ่มมีความ เข้าใจชัดเจนตรงกัน คำถามกระตุ้นความคิด การเขียนบันเทิงคดีที่ดี มีวิธีการอย่างไร (ควรมีโครงเรื่องที่ชัดเจนและควรเข้าใจถึง รายละเอียดอื่นๆ ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ ให้อย่างถ่องแท้ นอกจากนี้แล้วควรอ่านบันเทิง คดีให้หลากหลายประเภท มีความคิดต่างหรือ นอกกรอบที่กำหนดไว้เพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่ แปลกใหม่ อ่านหนังสือ ติดตามข่าวสารและมี ความรอบรู้ในเรื่องต่างๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลใน การเขียนบันเทิงคดี ) 269
3. นักเรียนกลุ่มผู้เชี่ยวชาญแยกย้ายกันกลับเข้าสู่กลุ่มบ้าน แล้ว นำความรู้ที่ได้จากการศึกษามาเล่าให้เพื่อนในกลุ่มบ้านฟัง โดยผลัดกันซักถามหากมีข้อสงสัยและผลัดกันอธิบายหรือ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นจนสมาชิกในกลุ่มมีความเข้าใจ ชัดเจนตรงกัน 4. ครูอธิบายความรู้เพิ่มเติมและยกตัวอย่างลักษณะและประเภท ของบันเทิงคดี องค์ประกอบของการเขียนบันเทิงคดี และ แนวทางการเขียนบันเทิงคดีให้นักเรียนฟัง โดยเปิดโอกาสให้ นักเรียนซักถาม หากมีข้อสงสัย เพื่อให้นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น 5. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ขั้นที่ 3 สรุปและนำหลักการไปประยุกต์ใช้ 1. นักเรียนทำใบงานที่ 1.1 เรื่อง สรุปหลักการเขียนบันเทิงคดี 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มยกตัวอย่างบันเทิงคดีที่นักเรียนสนใจ กลุ่ม ละ 3 เรื่อง แล้ววิเคราะห์การเขียนบันเทิงคดีเรื่องนั้นๆ ว่ามี วิธีการเขียนอย่างไร เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ภายในกลุ่มเกี่ยวกับการเขียนบันเทิงคดี ขั้นที่ 4 วัดและประเมินผล สื่อการเรียนรู้ : ใบงานที่ 1.1 1. ครูและนักเรียนร่วมกันเฉลยคำตอบในใบงานที่ 1.1 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการวิเคราะห์การเขียนบันเทิง คดีที่หน้าชั้นเรียน 3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เรื่อง การเขียนบันเทิงคดี 4. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด • นักเรียนมีแนวทางหรือวิธีการเขียน บันเทิงคดีอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 (ประเมินตามสภาพจริง) ตรวจใบงานที่ 1.1 ใบงานที่ 1.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบบันทึกการอ่าน แบบบันทึกการอ่าน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 270
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.6 2) หนังสือค้นคว้าเพิ่มเติม 3) ใบงานที่ 1.1 เรื่อง สรุปหลักการเขียนบันเทิงคดี 8.2 แหล่งการเรียนรู้ • แหล่งข้อมูลสารสนเทศ - http://www.thaiwriterassociation.org/ - http://www.sakulthai.com/ruengson/ruengson2463.asp 271
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง สรุปหลักการเขียนบันเทิงคดี คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิด แสดงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับบันเทิงคดี 272
ใบงานที่ 1.1 เรื่อง สรุปหลักการเขียนบันเทิงคดี เฉลย คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนแผนผังความคิด แสดงความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับบันเทิงคดี (ตัวอย่าง) (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) บนัเทิง คดี ลกัษณะบนัเทิงคดี - สนุกสนาน เพลิดเพลิน - ส่งเสริมสติปัญญา - มีข้อคิดคติเตือนใจ - ริเริ่มสร้างสรรค์ - ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม - ใช้ถ้อยค าส านวนโวหารไพเราะเหมาะสม แนวทางการเขียน บนัเทิงคดี - การเปิดเรื่อง - การด าเนินเรื่อง - การปิดเรื่อง - การสร้างตัวละคร - การสร้างลักษณะนิสัยของ ตัวละคร - แนวคิด - ฉาก - กลวิธี - ภาษา ประเภทของบนัเทิงคดี - นวนิยาย - เรื่องสั้น องค์ประกอบของการเขียน บนัเทิงคดี - โครงเรื่อง - ตัวละคร - แนวคิด หรือแก่นของเรื่อง - ฉาก - กลวิธี - ภาษา - ถ้อยค าส านวนโวหาร 273
แบบบันทึกการอ่าน ชื่อหนังสือ ชื่อผู้แต่ง นามปากกา สำนักพิมพ์ สถานที่พิมพ์ ปีที่พิมพ์ จำนวนหน้า ราคา บาท อ่านวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา 1. สาระสำคัญของเรื่อง 2. วิเคราะห์ข้อคิด/ประโยชน์ที่ได้จากเรื่องที่อ่าน 3. สิ่งที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 4. ข้อเสนอแนะของครู ลงชื่อ นักเรียน ลงชื่อ ผู้ปกครอง ( ) ( ) ลงชื่อ ครูผู้สอน ( ) เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานมีความสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย ให้ 3 คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน 274
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 2 ความถูกต้องของเนื้อหา 3 ภาษาที่ใช้เข้าใจง่าย 4 ประโยชน์ที่ได้จากการนำเสนอ 5 วิธีการนำเสนอผลงาน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง 275
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน ความตั้งใจ ในการ ทำงาน ความ รับผิดชอบ การตรงต่อ เวลา ความสะอาด เรียบร้อย ผลสำเร็จ ของงาน รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง 276
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับที่ ชื่อ-สกุล ของผู้รับการ ประเมิน การแสดง ความคิดเห็น การยอมรับ ฟังคนอื่น การทำงาน ตามที่ได้รับ มอบหมาย ความมีน้ำใจ การมี ส่วนร่วมใน การปรับปรุง ผลงานกลุ่ม รวม 20 คะแนน 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง 277
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมาย ของเพลงชาติ 1.2 ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง 1.3 ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชน และสังคม 1.4 เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้อง ความเป็นชาติไทย 1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา และเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน 1.6 เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตาม สัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่าง ที่ดีด้านความซื่อสัตย์ 2.3 ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน ปฏิบัติ เป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี 5.3 ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล 5.4 ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด 278
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร 5.6 รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 6.2 ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ 6.3 ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ 6.4 ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค 6.5 พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ 6.6 ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา 8.3 ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน 8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน 279
บันทึกหลังแผนการสอน ด้านความรู้ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านอื่นๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง.................................. 280
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 วิชา ท 33102 ภาษาไทย6 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ที่5 การเขียนบันเทิงคดี เวลา 1-2 ชั่วโมง เรื่อง การเขียนเรื่องสั้น ผู้สอน นางสาวจิลันดา รักไร่ 1. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด เรื่องสั้นเป็นบันเทิงคดีประเภทหนึ่ง ซึ่งการเขียนเรื่องสั้นควรเข้าใจถึงลักษณะ ประเภท และองค์ประกอบของเรื่องสั้น เพื่อให้ สามารถเขียนบันเทิงคดีประเภทเรื่องสั้นได้อย่างถูกต้อง 2. ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด ท 2.1 ม.4-6/4 ผลิตงานเขียนของตนเองในรูปแบบต่างๆ 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ - สามารถเขียนบันเทิงคดีประเภทเรื่องสั้นได้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง - การเขียนสื่อสารในรูปแบบต่างๆ เช่น บันเทิงคดี 4. สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการสื่อสาร 4.2 ความสามารถในการคิด 1) ทักษะการเขียน 2) ทักษะการเชื่อมโยง 3) ทักษะกระบวนการคิดสร้างสรรค์ 4.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมั่นในการทำงาน 281
6. กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยเน้นกระบวนการ : กระบวนการปฏิบัติ ขั้นที่ 1 สังเกต รับรู้ 1. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ข้อ 1-2 2. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1) แล้วให้ แต่ละคนอ่านตัวอย่างเรื่องสั้นในหนังสือเรียน หรือหนังสือที่ ได้รับรางวัลและเข้ารอบเรื่องสั้นซีไรต์ จากนั้นให้แต่ละกลุ่ม ร่วมกัน แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องสั้นที่อ่าน เพื่อ ทบทวนความรู้ความเข้าใจของนักเรียน 3. ครูอธิบายลักษณะเรื่องสั้น ประเภทเรื่องสั้น ให้นักเรียนเข้าใจ คำถามกระตุ้นความคิด 1. นักเรียนเคยอ่านเรื่องสั้น หรือรู้จัก นักเขียนเรื่องสั้นบ้างหรือไม่ และคิดว่า เรื่องสั้นนั้นเป็นอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้ อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 2. นักเรียนรู้จักเรื่องสั้นที่ได้รับรางวัลซีไรต์ บ้างหรือไม่ จงยกตัวอย่าง (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดยให้ อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นที่ 2 ทำตามแบบ 1. นักเรียนศึกษาความรู้เกี่ยวกับตัวอย่างการเขียนบันเทิงคดี ประเภทเรื่องสั้น เรื่องเพลงใบไม้ จากหนังสือเรียน 2. ครูเปิดโอกาสให้นักเรียนสอบถามปัญหาหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับ การเขียนเรื่องสั้น 3. ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์ลักษณะเรื่องสั้น และ ประเภทของเรื่องสั้น จากตัวอย่างการเขียนบันเทิงคดี ประเภทเรื่องสั้น แล้วทำใบงานที่ 2.1 เรื่อง วิเคราะห์ องค์ประกอบเรื่องสั้น 4. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด • การวางโครงเรื่องเป็นส่วนสำคัญในการ เขียนเรื่องสั้นหรือไม่อย่างไร (โครงเรื่องมีความสำคัญในการเขียนเรื่อง สั้น เพราะเป็นการกำหนดทิศทางการเขียน ให้มีความชัดเจน ) ขั้นที่ 3 ทำเองโดยไม่มีแบบ 1. ครูให้นักเรียนแต่ละคนเขียนเรื่องสั้น 1 เรื่อง ในประเด็นที่ สนใจลงในใบงานที่ 2.2 เรื่องสั้นในใจ เมื่อเขียนเสร็จแล้วให้ นำไปแลกกับเพื่อนในชั้นเรียนเพื่อให้วิพากษ์วิจารณ์งานเขียน เสร็จแล้วนำส่งครูตรวจ หากมีข้อควรปรับปรุงให้ปรับปรุง เพื่อให้งานเขียน ดีขึ้น 2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด • ประเด็นในการเขียนเรื่องสั้นของนักเรียน ได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องใด (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดย ให้อยู่ในดุลยพินิจของครูผู้สอน) 282
ขั้นที่ 4 ฝึกทำให้ชำนาญ 1. นักเรียนฝึกเขียนเรื่องสั้น 1 เรื่อง ในประเด็นที่สนใจ จากนั้น นำงานเขียนของตนเองไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในกลุ่ม และ ผลัดกันวิพากษ์วิจารณ์งานเขียนของแต่ละคน 2. ครุสุ่มนักเรียนประมาณ 5-6 คน ออกมานำเสนอผลงานการ เขียนเรื่องสั้นให้เพื่อนและครูฟัง ครูตรวจสอบความถูกต้อง 3. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด คำถามกระตุ้นความคิด • การเป็นนักเขียนเรื่องสั้นที่ดี ควรมี ลักษณะอย่างไร (การเป็นนักเขียนต้องเป็นนักอ่าน ดังนั้น ควรอ่านหนังสือให้มาก อ่านแล้วคิดพิจารณา วิพากษ์ วิจารณ์ ถ้าสนใจเรื่องสั้นก็ควรอ่าน เรื่องสั้นให้หลากหลาย เพื่อให้เห็นพัฒนาการ ของการเขียนเรื่องสั้น นอกจากนี้ควรมี ความคิดสร้างสรรค์ในการนำเสนอผลงานที่ ต่างจากคนอื่น) นักเรียนทำแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การเขียนบันเทิงคดี 7. การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 2.1 ใบงานที่ 2.1 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจใบงานที่ 2.2 ใบงานที่ 2.2 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการ ทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการ เรียนรู้ที่ 4 ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ ตรวจหนังสือรวมเรื่องสั้นวัยเรียน แบบประเมินหนังสือรวมเรื่องสั้นวัย เรียน ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ • ครูมอบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มน าเรื่องสั้นที่ตนเองเขียน มาจัดท าหนังสือรวมเรื่องสั้นวัยเรียน โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามที่ก าหนด ดังนี้ 1) องค์ประกอบของเรื่องสั้น 2) วิธีการด าเนินเรื่อง 3) คุณค่าทางวรรณศิลป์ 4) แนวคิดหรือแก่นเรื่องที่น าเสนอ 283
8. สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช้ภาษา ม.6 2) หนังสือที่ได้รับรางวัลและเข้ารอบเรื่องสั้นซีไรต์ 3) ใบงานที่ 2.1 เรื่อง วิเคราะห์องค์ประกอบเรื่องสั้น 4) ใบงานที่ 2.2 เรื่อง เรื่องสั้นในใจ 8.2 แหล่งการเรียนรู้ — 284
การประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน(รวบยอด) แบบประเมินหนังสือรวมเรื่องสั้นวัยเรียน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 องค์ประกอบของเรื่องสั้น 2 วิธีการดำเนินเรื่อง 3 คุณค่าทางวรรณศิลป์ 4 แนวคิดหรือแก่นเรื่องที่นำเสนอ รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช้ = 2 ปรับปรุง = 1 เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 14 - 16 ดีมาก 11 – 13 ดี 8 – 10 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง 285
ใบงานที่ 2.1 เรื่อง วิเคราะห์องค์ประกอบเรื่องสั้น คำชี้แจง ให้นักเรียนอ่านเรื่องสั้นที่สนใจ 1 เรื่อง แล้ววิเคราะห์องค์ประกอบของเรื่องสั้น 1. เนื้อเรื่องโดยย่อ 2. โครงเรื่อง 3. ตัวละครในเรื่อง 4. แนวคิดหรือแก่นของเรื่อง 5. กลวิธีในการเขียน 6. ภาษาที่ใช้ในการเขียน 7. คุณค่าที่ได้รับ 286
ใบงานที่ 2.2 เรื่อง เรื่องสั้นในใจ คำชี้แจง ให้นักเรียนเขียนเรื่องสั้นตามความสนใจ 1 เรื่อง พร้อมตั้งชื่อเรื่อง 287
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 ความถูกต้องของเนื้อหา 2 ความคิดสร้างสรรค์ 3 วิธีการนำเสนอผลงาน 4 การนำไปใช้ประโยชน์ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมสมบูรณ์ชัดเจน ให้ 4 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องบางส่วน ให้ 3 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน ผลงานหรือพฤติกรรมมีข้อบกพร่องมาก ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง 288
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 การแสดงความคิดเห็น 2 การยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น 3 การทำงานตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 4 ความมีน้ำใจ 5 การตรงต่อเวลา รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง 289
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1 การแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม 2 ความร่วมมือกันทำงาน 3 การแสดงความคิดเห็น 4 การรับฟังความคิดเห็น 5 ความมีน้ำใจช่วยเหลือกัน รวม ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 18 - 20 ดีมาก 14 - 17 ดี 10 - 13 พอใช้ ต่ำกว่า 10 ปรับปรุง 290
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเมื่อได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธิบายความหมาย ของเพลงชาติ 1.2 ปฏิบัติตนและชักชวนผู้อื่นปฏิบัติตามสิทธิและหน้าที่ของพลเมือง 1.3 ให้ความร่วมมือ ร่วมใจ ในการทำกิจกรรมกับสมาชิกในโรงเรียน ชุมชน และสังคม 1.4 เป็นผู้นำหรือเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ต่อโรงเรียน ชุมชน และสังคม ชื่นชม ปกป้อง ความเป็นชาติไทย 1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตนตามหลักของศาสนา และเป็นตัวอย่างที่ดีของศาสนิกชน 1.6 เข้าร่วมกิจกรรมและมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนและชุมชนจัดขึ้น ชื่นชมในพระราชกรณียกิจ พระปรีชาสามารถของพระมหากษัตริย์และพระราชวงศ์ 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ละอาย และเกรงกลัวที่จะกระทำความผิด ทำตาม สัญญาที่ตนให้ไว้กับเพื่อน พ่อแม่ หรือผู้ปกครอง และครู เป็นแบบอย่าง ที่ดีด้านความซื่อสัตย์ 2.3 ปฏิบัติตนต่อผู้อื่นด้วยความซื่อตรง ไม่หาประโยชน์ในทางที่ไม่ถูกต้อง และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เพื่อนด้านความซื่อสัตย์ 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน และสังคม ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติ กิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และรับผิดชอบในการทำงาน ปฏิบัติ เป็นปกติวิสัยและเป็นแบบอย่างที่ดี 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 แสวงหาข้อมูลจากแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ 4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ 4.3 สรุปความรู้ได้อย่างมีเหตุผล 5. อยู่อย่างพอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินของตนเอง เช่น สิ่งของ เครื่องใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม 5.2 ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี 5.3 ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล 5.4 ไม่เอาเปรียบผู้อื่น และไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเมื่อผู้อื่น กระทำผิดพลาด 291
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (ต่อ) คำชี้แจง : ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับ ระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 4 3 2 1 5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบนพื้นฐาน ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร 5.6 รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง ทางสังคม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ และปรับตัว อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 6. มุ่งมั่นในการทำงาน 6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย 6.2 ตั้งใจและรับผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ 6.3 ปรับปรุงและพัฒนาการทำงานอย่างรอบคอบ 6.4 ทุ่มเท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปัญหาและอุปสรรค 6.5 พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ 6.6 ชื่นชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 อาสาทำงาน ช่วยคิด ช่วยทำ แบ่งปันสิ่งของ ทรัพย์สิน และอื่นๆ พร้อมช่วยแก้ปัญหา 8.3 ดูแล รักษาทรัพย์สินของห้องเรียน โรงเรียน ชุมชน 8.4 เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน ชุมชน เพื่อแก้ปัญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามตามสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมน้อยครั้ง ให้ 1 คะแนน 292
บันทึกหลังแผนการสอน ด้านความรู้ ด้านสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ด้านอื่นๆ (พฤติกรรมเด่น หรือพฤติกรรมที่มีปัญหาของนักเรียนเป็นรายบุคคล (ถ้ามี)) ปัญหา/อุปสรรค แนวทางการแก้ไข ความเห็นของผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ข้อเสนอแนะ ลงชื่อ ( ) ตำแหน่ง.................................. 293