รายงานการวิจัย เรื่อง การส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศโดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ นางสาวศิริระดา โมกหอม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต 2567 ลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต
รายงานการวิจัย เรื่อง การส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศโดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ นางสาวศิริระดา โมกหอม มหาวิทยาลัยสวนดุสิต 2567 ลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (งานวิจัยนี้ได้รับทุนอุดหนุนจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ปีงบประมาณ 2567)
ก หัวข้อวิจัย การส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศโดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ผู้ดำเนินการวิจัย นางสาวศิริระดา โมกหอม ที่ปรึกษา ผู้ช่วยศาตราจารย์จิราภรณ์ ยกอินทร์ หน่วยงาน หลักสูตรศึกษาศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย คณะครุศาสตร์ ศูนย์การศึกษานครนายก มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ปี พ.ศ. 2567 การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ดังนี้เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อ มัดเล็กของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์กลุ่มเป้าหมาย คือ เด็กปฐมวัยชาย – หญิง กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ศูนย์ การศึกษานครนายก ภาคเรียนที่ 2 จำนวน 18 คน ปีการศึกษา 2566 ได้มาโดยการเลือกแบบ เฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยการวิจัยประกอบด้วย แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ จำนวน 8 แผน และแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย สถิติที่ใช้ใน การวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้คือ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้1. ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนจัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ โดยรวมมีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับน้อย (μ = 1.79, σ = 0.69) และค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้น อนุบาลปีที่ 1/2 หลังจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โดยรวมมีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก อยู่ในระดับมาก (μ = 2.67, σ = 0.49) 2. ผลการประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ก่อนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ย 33.94 และหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มี ค่าเฉลี่ย 50.94 โดยรวมนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มีความสามารถในการ ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมากขึ้น มีคะแนนพัฒนาการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 73.73 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์พัฒนาการ ระดับสูง คำสำคัญ กล้ามเนื้อมัดเล็ก / ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก /กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ สำหรับเด็กปฐมวัย / เด็กปฐมวัย
ข กิตติกรรมประกาศ วิจัยเรื่อง “การส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียน สาธิตละอออุทิศโดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์” ฉบับนี้สำเร็จลุล่วงได้อย่างสมบูรณ์ เนื่องจากได้รับ ความกรุณาและความช่วยเหลือ เป็นอย่างดียิ่งจากอาจารย์ที่ปรึกษาอาจารย์จิราภรณ์ ยกอินทร์ ที่กรุณาให้คำแนะนำและตรวจแก้ไขข้อบกพร่องด้วยความเอาใจใส่ตลอดมาตั้งแต่ต้นจนเสร็จเรียบร้อย ผู้วิจัยขอกราบขอบพระคุณไว้เป็นอย่างสูงและขอกราบขอบพระคุณคณาจารย์ประจำหลักสูตรศึกษา ศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยทุกท่านที่ให้ความช่วยเหลืออย่างดี ขอขอบพระคุณเพื่อนนักศึกษาปริญญาตรี คณะครุศาสตร์ สาขาวิชาการศึกษาปฐมวัย ทุก ท่านที่เป็นกำลังใจและให้ความช่วยเหลือผู้วิจัยตามความเหมาะสม ตลอดจนให้คำแนะนำที่เป็น ประโยชน์ครั้งนี้ ในท้ายที่สุดนี้ ขอขอบคุณบิดา มารดา ครูอาจารย์ทุกท่านที่ประสิทธิ์ประสาทวิทยาการ วางรากฐานแก่ผู้วิจัยและขอขอบคุณเพื่อนนักศึกษาและท่านอื่น ๆ ที่ไม่ได้กล่าวนามไว้ ณ ที่นี้ ที่ได้ กรุณาให้ความสะดวก ความร่วมมือ ข้อเสนอแนะและอื่น ๆ สำหรับการทำการวิจัยในครั้งนี้ นางสาวศิริระดา โมกหอม 2567
ค สารบัญ หน้า บทคัดย่อ ก กิตติกรรมประกาศ ข สารบัญ ค สารบัญตาราง ฉ สารบัญภาพ ช บทที่ 1 บทนำ 1 ความเป็นมาและความสำคัญ 1 วัตถุประสงค์ของการวิจัย 3 ขอบเขตการวิจัย 3 ข้อจำกัด 3 คำจำกัดความที่ใช้ในงานวิจัย 3 สมมติฐานการวิจัย 4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 5 บทที่ 2 แนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 6 หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 7 เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการใช้ 9 กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย ความหมายของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก 9 ความสำคัญของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก 10 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก 11 พัฒนาการของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก 12 การจัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก 14 การประเมินพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย 15 เอกสารที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 16 ความหมายของกิจกรรมศิลปปะสร้างสรรค์ 17 ความสำคัญของการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 17
ง สารบัญ (ต่อ) หน้า บทที่ 2 (ต่อ) แนวทางจัดกิจกรรมศิลปะสร่างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย 17 ประเภทของกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย 18 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 19 กรอบแนวคิดในการวิจัย 21 บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจัย 22 กำหนดประชากรและกลุ่มเป้าหมาย 22 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 22 การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ 23 การเก็บรวบรวมข้อมูล 26 การวิเคราะห์ข้อมูล 26 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 27 บทที่ 4 ผลการวิจัย 29 สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 29 ลำดับขั้นตอนในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล 29 ข้อมูลทั่วไปของนักเรียน 29 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 30 บทที่ 5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 35 สรุปผลการวิจัย 35 อภิปรายผล 38 ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 39 ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 40 บรรณานุกรม 41 บรรณานุกรมภาษาไทย 41
จ ภาคผนวก 43 ภาคผนวก ก 44 - แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 45 - แบบประเมินคุณภาพการใช้แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับ 62 ผู้เชี่ยวชาญ ภาคผนวก ข 64 - แบบประเมินความสามารถในกล้ามใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก 65 - ผลการประเมินแบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) 67 ภาคผนวก ค 70 - ภาพกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 71 ประวัติผู้วิจัย 79
ฉ สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า 4.1 ข้อมูลทั่วไปของนักเรียน 29 4.2 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัด เล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 30 4.3 คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์เปรียบเทียบของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อ มัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 33 ก-1 แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 45 ก-2 แบบประเมินคุณภาพการใช้แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้สำหรับ ผู้เชี่ยวชาญ 62 ข-1 แบบประเมินความสามารถในกล้ามใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก 65 ข-2 ผลการประเมินแบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหา (IOC) 67
ช สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า 2.1 กรอบแนวคิดในการวิจัย 21 ค-1 กิจกรรมที่ 1 พับกระดาษเป็นโรงเรียน 68 ค-2 กิจกรรมที่ 2 ขดเชือกตามสัญลักษณ์โรงเรียน 69 ค-3 กิจกรรมที่ 3 ร้อยกำไลหลอดและลูกปัด 70 ค-4 กิจกรรมที่ 4 ตัดหลอดติดตกแต่งบ้าน 71 ค-5 กิจกรรมที่ 5 ตัดกระดาษเป็นแปรงพู่กัน 72 ค-6 กิจกรรมที่ 6 ปั้นแป้งโดว์ 73 ค-7 กิจกรรมที่ 7 พิมพ์สีตกแต่งเส้นผม 74 ค-8 กิจกรรมที่ 8 ฉีก ปะ รูปดินสอ 75
1 บทที่ 1 บทนำ ความเป็นมาและความสำคัญ การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปีบริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวม บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการ ตาม วัยของเด็กแต่ละคนให้เต็มตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ด้วย ความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ ความเป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์ เกิดคุณค่าต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560: 2) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาอย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมีความสุข และเหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสำนึกความเป็นไทย โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และ ทุก ฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก เด็กทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริม พัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตลอดจนได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่าง เหมาะสม ด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับพ่อแม่ เด็กกับผู้สอน เด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับ การอบรมเลี้ยงดู การพัฒนาและให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัยเพื่อให้เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับ ขั้นของพัฒนาการทุกด้านอย่างเป็นองค์รวม มีคุณภาพ และเต็มตามศักยภาพ โดยส่งเสริม กระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกคน ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้ การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญ คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคลและวิถีชีวิตของเด็กตามบริบท ของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นอย่าง มีความหมาย และมีกิจกรรมที่หลากหลาย เด็กได้ลงมือกระทำ ในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับวัย (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560: 3-4) ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กซึ่งมีความสำคัญกับเด็กเป็นอย่างมาก เนื่องจาก กล้ามเนื้อมัดเล็กเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก เพราะเด็กจะสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ดีและ คล่องแคล่วนั้นเกิดจากการที่เด็กได้บริหารกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง จึงส่งผลให้พัฒนาการด้านการเขียน การลากเส้น และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดียิ่งขึ้น (ปิยดา ไชยแก้ว, 2564: 7) ซึ่งการใช้กล้ามเนื้อ ใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กโดยเลือกใช้กิจกรรมและสื่ออุปกรณ์ที่หลากหลายให้สอดคล้องกับลักษณะของ กิจกรรมเด็กปฐมวัยกับการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ได้แก่ การเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อนิ้วมือ มือ รวมทั้ง
2 การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตาเป็น พัฒนาการทางร่างกายที่มีความสำคัญต่อเด็กมาก ดังจะ เห็นได้จากเด็กต้อง ใช้มือและประสาทสัมพันธ์ระหว่างมือกับตาในการทำกิจกรรมต่าง ๆ การหยิบจับ สิ่งของ ทำกิจวัตรประจำวัน เช่น การอาบน้ำ แปรงฟัน การใส่และถอดกระดุม การผูกเชือก รองเท้า การรับประทานอาหาร การหยิบจับภาชนะ การร้อยลูกปัด การเล่นของเล่น ฯลฯ นอกจากนี้ในการ ทำงานศิลปะและการขีดเขียน เด็กจะต้องบังคับมือและนิ้วมือให้ได้ก่อนจึงจะสามารถวาดภาพระบาย สีและจับดินสอเขียนตัวอักษรจะเห็นได้ว่าพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและการทำงาน ประสานกันระหว่างมือกับตาเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเขียน และการอ่านหนังสือของเด็กด้วย (อรุณีหรดาล. 2560 : 101) การพัฒนากล้ามเนื้อเล็กเป็นการพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเล็ก กล้ามเนื้อมือ-นิ้วมือ การประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตาได้อย่างคล่องแคล่ว โดยจัดกิจกรรมให้เด็ก ได้เล่นเครื่องเล่นสัมผัสเล่นเกมการศึกษา ฝึกช่วยเหลือตนเองในการแต่งกาย หยิบจับช้อนส้อมและใช้ วัสดุอุปกรณ์ศิลปะ เช่น สีเทียน กรรไกร พู่กัน ดินเหนียว (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560: 43) กิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนากระบวนการคิดสร้างสรรค์การรับรู้เเกี่ยว กับความงาม และ ส่งเสริมกระตุ้นให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์ตามความรู้สึก ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์และ จินตนาการ โดยใช้ศิลปะ เช่น การวาดภาพ ระบายสี การปั้น การพิมพ์ภาพ การพับ ตัด ฉีก ปะ ฯลฯ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560: 72) กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์นั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยสามารถนำไปพัฒนาการด้าน ต่างๆ ได้ โดยเฉพาะสามารถพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กและมีผลต่อการใช้ชีวิต สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ศิลปะบำบัดหรืออื่นๆ (กัญญาวีร์ ใครวงษ์, 2562: 12) มีกิจกรรมหลายประเภทสามารถช่วยพัฒนากล้ามเนื้อมือมัดเล็กในเด็กปฐมวัยได้ หนึ่งในนั้น คือ ชุดกิจกรรมการฉีก และการปะ ที่จะส่งเสริมพัฒนาการของเด็กได้เป็นอย่างดี ช่วยเสริมสร้าง ประสบการณ์ทางศิลปะ เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริง เด็กได้สัมผัสกับสื่อวัสดุต่าง ๆ ผ่านประสาทสัมผัสทั้ง ห้า เด็กได้รู้จักแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ทั้งนี้เป็นเพราะว่ากิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่ ช่วยเด็กให้แสดงออกทางอารมณ์ความรู้สึกความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และจินตนาการโดยใช้ศิลปะ การ ฉีก การปะให้เป็นรูปร่าง ตามจิตนาการ การประดิษฐ์หรือวิธีการอื่นที่เด็กได้คิดสร้างสรรค์และเหมาะ กับพัฒนาการ เพราะศิลปะเป็นส่วนหนึ่ง ในการช่วยพัฒนาศักยภาพทางกล้ามเนื้อมือมัดเล็กของเด็ก ได้เป็นอย่างดี บุบผา มณีกุล (2561) จากที่กล่าวมาข้างต้น ผู้วิจัยเล็งเห็นว่า การพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ของเด็กปฐมวัย โดยการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ จะส่งผลให้เด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ นครนายก ที่ขาดทักษะการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ได้รับการพัฒนาด้าน กล้ามเนื้อมัดเล็กไป ในทางที่ดี และสร้างโอกาสให้ผู้เรียนได้เลือก ตัดสินใจ คิดสร้างสรรค์ แก้ปัญหา
3 ด้วยตนเอง และผ่อน คลายอารมณ์ ผ่านการทำงานศิลปะ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของ เด็กได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมกับวัย วัตถุประสงค์ของการวิจัย 1. เพื่อศึกษาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 2. เพื่อเปรียบเทียบความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ขอบเขตการวิจัย กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ เด็กปฐมวัยชาย – หญิง กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น อนุบาลปีที่ 1/2 จำนวน 18 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ นครนายก ด้านเนื้อหาสาระที่ศึกษา/ตัวแปร 1.1 ตัวแปรต้นอิสระ (Independent Variable) ได้แก่ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 1.2 ตัวแปรตาม (Dependent Variable) ได้แก่ ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ของเด็กปฐมวัย คำจำกัดความที่ใช้ในงานวิจัย กล้ามเนื้อมัดเล็ก หมายถึง กล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณข้อมือ บริเวณฝ่ามือ ตลอดจนถึงนิ้วแต่ละ นิ้ว กล้ามเนื้อส่วนนี้ใช้ในการออกแรงขณะนวดหรือปั้น แรงกด การจับและบังคับทิศทางของดินสอ การออกแรงในการเล่นเครื่องดนตรี เป็นพื้นฐานของการที่เด็กจะพัฒนาการการเขียน การทำงานใน ชีวิตประจำวัน และการช่วยเหลือตัวเอง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หมายถึง ความสามารถในการบังคับใช้กล้ามเนื้อ มือ นิ้วมือ และตากับมือในการทำงานละเอียดที่ไม่ต้องอาศัยการเคลื่อนที่ของร่างกายให้สัมพันธ์กับ สายตาโดยผ่านระบบประสาททางกล้ามเนื้อและใช้อวัยวะเพียงบางส่วน เช่น มือ นิ้วมือ ให้ทำงาน ประสานสัมพันธ์กันระหว่างมือกับตา เพื่อทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการเขียน การหยิบ การจับ การถือ การร้อย เป็นต้น โดยแบ่งออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้ 1. ความคล่องแคล่วในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หมายถึง ความชำนาญในการใช้ มือและนิ้วได้ อย่างคล่องแคล่วในการปฏิบัติกิจกรรม เช่น การหยิบ การจับ การร้อย เป็นต้น
4 2. ความยืดหยุ่นในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หมายถึง ความสามารถในการ เคลื่อนไหวนิ้วและ มือได้เต็มชุดจำกัดของการเคลื่อนไหวนั้นๆ เช่น การตีบ การกด การบีบ การหมุน การขย่า เป็นต้น 3. ความสามารถในการควบคุมในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หมายถึง ความสามารถควบคุมการ ใช้กล้ามเนื้อน้ำ และมือได้โดยขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่กำหนดให้ หรือการ กิจกรรม เช่น การระบายสี การตัด การเขียน โดยไม่ให้ออกนอกเส้นที่กำหนดให้ปฏิบัติกิจกรรม เช่น การระบายสี การตัด การ เขียน โดยไม่ให้ออกนอกเส้นที่กำหนดให้ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย หมายถึง กิจกรรมการวาดภาพระบายสี การเล่นกับสีชนิดต่าง ๆ การฉีก ตัด ปะ และงานประดิษฐ์ ฯลฯ ตามที่กล่าวมานี้ล้วนแต่เป็น กิจกรรมที่ส่งเสริมการแสดงออกทางความคิดที่เด็กได้สำรวจและจัดทำกับวัตถุโดยตรง เด็ก สามารถออกแบบตกแต่งกับชิ้นงานได้อย่างอิสระ โดยแบ่งเป็นประเภทกิจกรรมต่าง ๆ ได้ดังนี้ 1. กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยการนวด คลึง ปั้น หมายถึง กิจกรรมที่ใช้วัตถุที่เป็นดินน้ำมัน แป้งโด ดินเหนียว โดยคลึงให้เป็นเส้น ปั้นเป็นแผ่น ปั้นเป็นก้อนกลมหรือสี่เหลี่ยม ปั้นตามเรื่องราวไม่ ว่าจะเป็นสัตว์ สิ่งของ ตามเรื่องเล่าจากนิทาน ปั้นตามจินตนาการ 2. กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยการตัด ฉีก ปะ หมายถึง กิจกรรมที่นำกระดาษต่าง ๆ มา ฉีก ตัด และปะติดลงบนกระดาษให้เกิดเป็นภาพต่าง ๆ ตามจินตนาการ 3. กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยการพับ หมายถึง การประดิษฐ์กระดาษให้มีลักษณะเป็น ภาพ 3 มิติ ซึ่งกิจกรรมนี้จะมีความยากขึ้นมาเล็กน้อย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ ต้องอาศัยการทำงานประสาน สัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือ ตาและนิ้วมือ พับกระดาษให้เป็นภาพตามขั้นตอนซึ่งลำดับขั้นตอนนั้นไม่ ควรยากเกินความสามารถของเด็ก สุนิสา ศรีไชย. (2563). เด็กปฐมวัย หมายถึง เด็กปฐมวัยชาย-หญิง ที่มีอายุ4 ปี กําลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาล 1/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ นครนายก สมมติฐานการวิจัย เด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ นครนายก ปีการศึกษา 2566 หลังจากที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์มีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กสูงกว่าก่อน การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
5 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1. เด็กได้ทำกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์โดยมีทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ดีขึ้น 2. ครูมีแนวทางในการจัดประสบการณ์ในเรื่องการพัฒนาทักษะกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็ก ปฐมวัยโดยการใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์
6 บทที่2 แนวคิด ทฤษฎี เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาค้นคว้าเอกสารและงานวิจัยเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศโดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ผู้วิจัยได้ ทำการศึกษาค้นคว้าเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โดยได้รวบรวมเอกสาร และสรุป เพื่อใช้เป็นแนวทางการวิจัยในครั้งนี้ ตามรายละเอียดต่อไปนี้ 1. หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 1.1 หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 1.2 หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี 2. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัย 2.1 ความหมายของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก 2.2 ความสำคัญของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก 2.3 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก 2.4 พัฒนาการของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก 2.5 การจัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก 2.6 การประเมินพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัย 3. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 3.1 ความหมายของกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 3.2 ความสำคัญของการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 3.3 แนวทางการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย 3.4 ประเภทของกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย 3.5 กิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย 4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
7 1. หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 1.1 หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 กระทรวงศึกษาธิการ (หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560: 1-33) โดยสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ดำเนินการทบทวนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 ให้มีความสอดคล้องและทันต่อการเปลี่ยนแปลงทุกด้าน เพื่อพัฒนาไปสู่หลักสูตรการศึกษา ปฐมวัย พุทธศักราช 2560 โดยนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวิจัยและแผนแม่บทกฎหมายต่างๆ มาใช้ใน การพัฒนาหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัยให้มีความเหมาะสมชัดเจนยิ่งข้น ทั้งเป้าหมายในการพัฒนา คุณภาพเด็กและกระบวนการนำหลักสูตร ไปสู่การปฏิบัติในระดับเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา รายละเอียดดังนี้ 1) ปรัชญาการศึกษาปฐมวัย “การศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 6 ปี บริบูรณ์ อย่างเป็นองค์รวม บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติและพัฒนาการตามวัย ของเด็ก แต่ละคนให้เต็มตามศักยภาพ ภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรัก ความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ความเป็น มนุษย์ที่สมบูรณ์เกิดคุณค่า ต่อตนเอง ครอบครัว สังคม และประเทศชาติ” 2) วิสัยทัศน์ “หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยมุ่งพัฒนาเด็กทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างมี ความสุขและ เหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวิต และปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และ สำนึกความเป็นไทย โดยความร่วมมือระหว่างสถานศึกษา พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็ก” 3) หลักการ เด็กทุกคนมีสิทธิ์ที่จะได้รับการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมพัฒนาการตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิ เด็ก ตลอดจนไดรับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเหมาะสม ด้วยปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างเด็กกับ พ่อแม่เด็กกับ ผู้สอน เด็กกับผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องในการอบรมเลี้ยงดู การพัฒนา และให้การศึกษา แก่เด็กปฐมวัย เพื่อให้ด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการทุกด้านอย่างเป็นองค์รวม มีคุณภาพ และเต็มตามศักยภาพโดยมีหลักการดังนี้ 1. ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้และพัฒนาการที่ครอบคลุมเด็กปฐมวัยทุกคน 2. ยึดหลักการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาที่เน้นเด็กเป็นสำคัญโดยคำนึงถึงความแตกต่าง ระหว่างบุคคลและวิถีชีวิตของเด็กตามบริบทของชุมชน สังคม และวัฒนธรรมไทย
8 3. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวมผ่านการเล่นอย่างมีความหมายและมี กิจกรรมที่หลากหลายได้ลงมือกระทำในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้เหมาะสมกับวัย และมีการ พักผ่อนที่เพียงพอ 4. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และมีความสุข 5. สร้างความรู้ ความเข้าใจและประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็กระหว่างสถานศึกษา กับ พ่อแม่ ครอบครัว ชุมชน และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย 1.2 หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 กล่าวถึงเด็กอายุ 3-6 ปีว่าเป็นการจัด การศึกษาในลักษณะของการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษา เด็กจะได้รับการพัฒนาทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา ตามวัยและความสามารถของแต่ละบุคคล รายละเอียด ดังนี้ 1) จุดหมาย การจัดหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ 3-6 ปี มุ่งให้เด็กมีพัฒนาการตามวัยเต็ม ตาม ศักยภาพและมีความพร้อมในการเรียนรู้ต่อไป จึงกำหนดจุดหมายเพื่อให้เกิดกับเด็กเมื่อจบ การศึกษาระดับปฐมวัย ดังนี้ 1. ร่างกายเจริญเติบโตตามวัย แข็งแรง และมีสุขนิสัยที่ดี2. มีสุขภาพจิตดีมีสุนทรียภาพ มีคุณธรรม จริยธรรมและจิตใจที่ดีงาม 3. มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มีวินัย และอยู่ร่วมกับ ผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 4. มีทักษะการคิด การใช้ภาษาสื่อสาร และการแสวงหาความรู้ได้เหมาะสมกับวัย 2) มาตรฐานคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนดมาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์จำนวน 12 มาตรฐาน ประกอบด้วย 1. พัฒนาการด้านร่างกาย ประกอบด้วย 2 มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ 1 ร่างกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสัยที่ดี มาตรฐานที่ 2 กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและประสาน สัมพันธ์กัน 2. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ 3 มีสุขภาพจิตดีและมีความสุข มาตรฐานที่ 4 ชื่นชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว
9 มาตรฐานที่ 5 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม 3. พัฒนาการด้านสังคม ประกอบด้วย 3 มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ 6 มีทักษะชีวิตและปฏิบัติตนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาตรฐานที่ 7 รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย มาตรฐานที่ 8 อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมใน ระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข 4. พัฒนาการด้านสติปัญญา ประกอบด้วย 4 มาตรฐาน คือ มาตรฐานที่ 9 ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวัย มาตรฐานที่ 10 มีความสามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานการเรียนรู้ มาตรฐานที่ 11 มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ มาตรฐานที่ 12 มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้ เหมาะสมกับวัย 2. เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็ก ปฐมวัย 2.1 ความหมายของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก กฤษณา รักนุช (2560: 25) กล่าวว่า ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก หมายถึง ความสามารถในการบังคับ เคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมือ นิ้วมือให้ทำงานประสานสัมพันธ์กับตา ให้สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพ กัญญาวีร์ ใครวงษ์ (2562: 5) กล่าวว่า ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก หมายถึง การ ทำงานของกล้ามเนื้อเล็ก ได้แก่ แขน มือ นิ้วมือทำงานประสานสัมพันธ์กับตา เพื่อให้สามารถทำ กิจกรรมต่าง ๆ ได้ และสามารถช่วยเหลือตนเองได้ในชีวิตประจำวัน ปิยดา ไชยแก้ว (2564: 6) กล่าวว่า ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หมายถึง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กทำกิจกรรมต่างๆ ด้วยมือนั้นจะต้องทำงานประสานสัมพันธ์ ควบคู่ไปกับตา เช่น การใช้มือหยิบจับสิ่งของ การติดกระดุม การปั้น การร้อย และการทำกิจกรรม ต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องแคล่ว วิชชุลดา นุชนงค์ (2564: 13) กล่าวว่า ความสามารถของการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หมายถึง กระบวนการทำงานในการบังคับกล้ามเนื้อมือ นิ้วมือ ฝ่ามือ ข้อต่อ และการประสานสัมพันธ์ระหว่าง มือและตา ในการหยิบ จับ คัดเขียน การจับ การถือและการร้อย เป็นต้น ทำให้สามารถทำงานได้เป็น อย่างดี โดยเฉพาะนิ้วมือแต่ละนิ้วสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ รวมถึงการช่วยเหลือตนเองใน ชีวิตประจำวันได้อย่างคล่องแคล่วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งความสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อมือและตา
10 เกี่ยวข้องกับทักษะต่างๆ ในการช่วยเหลือตัวเอง เช่น การติดกระดุม รับลูกบอลที่กระเดาะพื้นเพียง ครั้งเดียว ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กแบ่งออกเป็น 4 ด้าน คือ ด้านความแข็งแรง ด้าน ความคล่องแคล่ว ด้านความยืดหยุ่น และด้านการประสานสัมพันธ์ของมือและตา 18 จากการศึกษา ความหมายของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก สรุปได้ว่า ความสามารถ ในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก หมายถึง ความสามารถในการบังคับใช้กล้ามเนื้อเล็กในการช่วยเหลือตนเองใน ชีวิตประจำวัน การเล่น เป็นการทำงานประสานสัมพันธ์กันระหว่าง มือ ตา เช่น การวาดภาพ การขีด เขียน ลากเส้น ได้อย่าง คล่องแคล่ว และมีประสิทธิภาพ จากการศึกษาความหมายความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็กสรุปได้ว่า ความสามารถ ในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมีความสำคัญต่อเด็ก คือ สามารถทำกิจวัตรประจ าวันและช่วยเหลือตนเอง ในการหยิบจับสิ่งของ และทำกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว เด็กที่สามารถเคลื่อนไหว กล้ามเนื้อตา มือ นิ้วมือ และแขนจะทำให้สามารถ วาด เขียน และลากเส้นได้ดี ถ้าเด็กในวัยนี้ได้รับ การพัฒนาหรือส่งเสริมก่อนเริ่มเรียน เขียน อ่าน จะมีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมั่นคง มากกว่าเด็กที่หัดเขียนตัวหนังสือโดยไม่ได้รับการเตรียม ความพร้อมมาก่อนผลการปฏิบัติกิจกรรม ต่างๆของเด็กจะมีคุณภาพหรือประสบปัญหานั้นมีความสำคัญต่อพื้นฐานในการพัฒนาความสามารถ ในการเขียนอักษรในขั้นต่อไป การเรียนหนังสือใน ระดับชั้นที่สูงขึ้น การบริหารกล้ามเนื้อเล็กให้ แข็งแรง ช่วยในการพัฒนาการของการรับรู้และ สติปัญญาที่ว่องไว และพัฒนาด้านอื่นๆ ด้วย ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยควรให้การพัฒนา กล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างถูกวิธี 2.2 ความสำคัญของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก กฤษณา รักนุช (2560 : 25) กล่าวถึง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมีความสำคัญ ต่อเด็ก คือ เด็กที่สามารถเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อตา มือ นิ้วมือ และแขนจะทำให้สามารถเขียนและ ลากเส้นได้ดีนั้น คือ ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมีความสำคัญต่อพื้นฐานในการพัฒนา ความสามารถในการเขียนอักษรในขั้นต่อไป กัญญาวีร์ ใครวงษ์ (2562: 5) ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กมีความสำคัญต่อเด็ก คือ เด็กที่สามารถเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อตา มือ นิ้วมือ และแขน จะทำให้สามารถขีดเขียนและลากเส้นได้ดี นั่นคือความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กมีความสำคัญต่อพื้นฐานในการพัฒนาความสามารถในการ เขียนตัวอักษรในขั้นต่อไป ปิยดา ไชยแก้ว (2564: 7) กล่าวว่า ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กซึ่งมีความสำคัญ กับเด็กเป็นอย่างมาก เนื่องจากกล้ามเนื้อมัดเล็กเป็นอวัยวะที่สำคัญมาก เพราะเด็กจะสามารถทำ กิจวัตรประจำวันได้ ดีและคล่องแคล่วนั้นเกิดจากการที่เด็กได้บริหารกล้ามเนื้อมือให้แข็งแรง จึงส่งผล ให้พัฒนาการด้านการเขียน การลากเส้น และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ดียิ่งขึ้น
11 วิชชุลดา นุชนงค์ (2564: 15) กล่าวว่า ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมีความสำคัญ ต่อเด็กคือ สามารถทำกิจวัตรประจำวันและช่วยเหลือตนเองในการหยิบจับสิ่งของ และทำ กิจกรรม ต่าง ๆ ได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว เด็กที่สามารถเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อตา มือ นิ้วมือ และแขน จะทำให้ สามารถวาด เขียน และลากเส้นได้ดี ถ้าเด็กในวัยนี้ได้รับการพัฒนาหรือส่งเสริมก่อนเริ่มเรียน เขียน อ่าน จะมีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมั่นคงมากกว่าเด็กที่หัดเขียนตัวหนังสือโดย ไม่ได้รับ การเตรียมความพร้อมมาก่อน ผลการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆของเด็กจะมี คุณภาพหรือประสบ ปัญหา นั้น มีความสำคัญต่อพื้นฐานในการพัฒนาความสามารถในการเขียนอักษรในขั้นต่อไป การเรียน หนังสือในระดับชั้นที่สูงขึ้น การบริหารกล้ามเนื้อเล็กให้แข็งแรง ช่วยในการพัฒนาการของการรับรู้19 และสติปัญญาที่ว่องไว และพัฒนาด้านอื่น ๆ ด้วย ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัยควรให้การพัฒนา กล้ามเนื้อมัดเล็กอย่างถูกวิธีจากการศึกษาความสำคัญของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก สรุป ได้ว่า กล้ามเนื้อ เล็กมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับเด็กปฐมวัย การเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อตา มือ นิ้วมือ แขน ที่สัมพันธ์กันช่วยให้สามารถช่วยเหลือตนเองเบื้องต้นได้ สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่าง คล่องแคล่ว และ เป็นพื้นฐานสำคัญของการเขียนต่อไปในอนาคต 2.3 ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก การใช้กล้ามเนื้อเล็กเป็นพื้นฐานที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ในการทำกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะ เป็นการช่วยเหลือตนเอง ในการแต่งตัว ติดกระดุม การรับประทานอาหาร การเล่น การเรียนรู้ จึงมี นักการศึกษา และนักจิตวิทยาหลายท่านทำการศึกษา และสรุปถึงทฤษฎีเกี่ยวกับความสามารถในการ ใช้กล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัยไว้ดังนี้ ทฤษฎีพัฒนาการของกีเซล (Gesell. 1940: 17) ซึ่งเป็นนักจิตวิทยาพัฒนาการได้กล่าวว่า ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กสามารถแบ่งออกเป็นระยะ และมีขั้นตอน พัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็กนั้น มีความสำคัญแก่ชีวิต เพราะเป็นรากฐานของบุคคล เมื่อเจริญเติบโต เป็นผู้ใหญ่ พฤติกรรมของบุคคลจะมีอิทธิพลมาจาก สภาพความพร้อมของร่างกาย ได้แก่ กล้ามเนื้อ มือ ต่อม ต่างๆ กระดูก และประสาทต่าง ๆ สิ่งแวดล้อม เป็นเพียงส่วนประกอบของการเปลี่ยนแปลง โดยที่กี เซลได้แบ่งพัฒนาการของเด็กออกเป็น 4 ด้าน ดังนี้ 1. พฤติกรรมด้านการเคลื่อนไหว (Motor behavior) เป็นความสามารถของร่างกายที่ ครอบคลุม อวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายและความสัมพันธ์ด้านการเคลื่อนไหวทั้งหมด 2. พฤติกรรมด้านการปรับตัว (Adaptive behavior) เป็นความสามารถในการ ประสานงาน ระหว่างระบบการเคลื่อนไหวกับระบบความรู้สึก (Motor sensory coordination) เช่นการ ประสานงานระหว่างตากับมือ (Eye – Hand coordination) ซึ่งดูได้จากความสามารถใน การใช้มือ ของเด็ก เช่น ในการตอบสนองต่อสิ่งที่เป็นลูกบาศก์ การสั่นกระดิ่ง การแกว่งกำไล ฯลฯ ฉะนั้น พฤติกรรมด้านการปรับตัวจึงสัมพันธ์กับพฤติกรรมทางการเคลื่อนไหว
12 3. พฤติกรรมทางด้านภาษา (Language behavior) ประกอบด้วยวิธีการสื่อสารทุกชนิด เช่น การแสดงออกทางหน้าตา ท่าทาง การเคลื่อนไหวท่าทางของร่างกาย ความสามารถในการ เปล่งเสียง และภาษาพูด การเข้าใจในการสื่อสารกับผู้อื่น 4.พฤติกรรมทางด้านนิสัยส่วนตัวและสังคม (Personal – Social behavior) เป็น ความสามารถในการปรับตัวของเด็ก ระหว่างบุคคลและบุคคล กับกลุ่มภายใต้ภาวะแวดล้อมและ สภาพความเป็นจริง นับเป็นการปรับตัวที่ต้องอาศัยความเจริญของสมองและระบบการเคลื่อนไหว ประกอบในส่วนที่เกี่ยวกับความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก กีเซล พบว่าก่อนที่คนเราจะทำอะไร ง่าย ๆ เช่น หยิบอาหารใส่ปากได้นั้น มีการเรียนรู้หลายขั้น ขั้นแรก ทารกใช้มือตะปบ ขั้นต่อมาจับ ของด้วยมือ 4 นิ้ว ติดกันกับฝ่ามือ โดยเริ่มใช้ฝ่ามือตอนใกล้ ๆ สันมือ ต่อมาจะเลื่อนไปใช้ใจกลางมือ แล้วใช้หัวแม่มือค่อย ๆ เลื่อนมาจับ ขั้นสุดท้าย คือการหยิบขิงด้วยนิ้วหัวแม่มือกับปลายนิ้ว ยิ่งกว่านั้น กีเซลได้ตั้งข้อสังเกตว่า การควบคุมปฏิบัติการแห่งกล้ามเนื้อของคนเรา มีพัฒนาการเริ่มจากศีรษะจรด เท้า เรียกว่า Cephalo-Caudal Sequence คือหันศีรษะได้ก่อนชันคอ แล้วจึงคว่ำ คืบ นั่ง คลาน ยืน เดินและวิ่ง ตามลำดับ ส่วนพัฒนาการการควบคุมปฏิบัติการกล้ามเนื้อเริ่มจากใกล้ลำตัวก่อน เรียกว่า Proximodisyal Sequence เช่น ที่แขนขาทารกบังคับการเคลื่อนไหวแกว่งแขนขาได้ก่อนมือเท้า เด็ก ใช้แขนคล่องก่อนมือ และใช้มือคล่องก่อนนิ้ว ดังนั้นเด็กเล็ก ๆ เมื่อต้องการจับอะไร จะผวาไปทั้งตัว ต่อมาจะยื่นออกไปเฉพาะแขน แล้วจึงใช้มือและนิ้วดังกล่าวถ้าจะให้เด็กเล็ก ๆ เขียนหนังสือ ส่วนใหญ่ จะได้ตัวโตเพราะกล้ามเนื้อมือยังใช้ไม่คล่อง ได้แต่วาดแขนไปกว้าง ๆ ต่อมาเมื่อบังคับกล้ามเนื้อมือ บรรลุวุฒิภาวะแล้ว จึงสามารถเขียนตัวเล็ก ๆ ได้ เพราะสามารถบังคับกล้ามเนื้อมือและนิ้วได้ จากการศึกษาทฤษฎีเกี่ยวกับความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก สรุปได้ว่า เด็กจะมี พัฒนาการของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก อวัยวะภายในส่วนต่าง ๆ ที่เรียกว่ากล้ามเนื้อใหญ่ ก่อน แล้วจึงค่อย ๆ พัฒนามาที่กล้ามเนื้อเล็ก แล้วจะค่อยพัฒนาให้คล่องแคล่วต่อไป ซึ่งเป็นไปตาม พัฒนาการและการเรียนรู้ 2.4 พัฒนาการของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก มีผู้กล่าวถึงพัฒนาการของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กไว้ดังนี้ วิริยาภรณ์ อุดมระติ (2558: 2-9) กล่าวถึง พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเล็ก (Fine - Motor Development) พัฒนาการด้านนี้เกี่ยวข้องกับการประสานสัมพันธ์ของ กล้ามเนื้อ เล็ก การพัฒนาทักษะกล้ามเนื้อเล็กมีความเกี่ยวข้องกับทักษะหลายอย่างในตัวเด็กเป็น ความสามารถ ในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของแขน มือ และนิ้วหยิบจับสิ่งของต่าง ๆ ได้ รูปแบบการเคลื่อนไหวของเด็กปฐมวัย การเคลื่อนไหวมีความสัมพันธ์กับชีวิตของเด็กปฐมวัย วิธีการเคลื่อนไหวหลาย ๆ วิธีช่วยให้เด็กเกิดทักษะในการใช้ร่างกายการควบคุมกล้ามเนื้อ ทักษะทาง
13 ร่างกาย และการเคลื่อนไหวเกี่ยวข้องกับรูปแบบพื้นฐานของการเคลื่อนไหว 3 แบบดังนี้ (Gordon and Browne. 2004 : 441 ; อ้างถึงใน วิริยาภรณ์ อุดมระติ . 2558: 2-10) 1. การเคลื่อนไหวชนิดเคลื่อนที่ได้ (Loco - Motor Movement) เป็นความสามารถของ ร่างกายในการเคลื่อนไหวและเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของร่างกายรวมถึงทักษะของการคลาน การเดิน การวิ่ง การก้าวเขย่ง การกระโดด การปีนป่าย การควบม้า การก้าวกระโดด การก้าวชิด และ การขี่ จักรยานสามล้อ 2. การเคลื่อนไหวที่ไม่เคลื่อนที่ ( Nonloco - Motor Movement) บางครั้งก็หมายถึง การ ทรงตัวหรือความมั่นคงของร่างกายซึ่งการเคลื่อนไหวชนิดนี้เป็นความสามารถของการเคลื่อนไหว ที่ต้องการการทรงตัวมาช่วยทักษะเหล่านี้ ได้แก่ การหมุน การบิด การผลัก การงอโค้ง การยึด การแกว่ง การหมุนตัว การหลบ และการทรงตัว 3. การใช้มือ ( Manipulative) เป็นพัฒนาการด้าน การเคลื่อนไหว ที่เกี่ยวข้องกับการใช้ ชีวิตประจำวัน เป็นความสามารถที่รวมทั้งปฏิบัติการการควบคุมของการจำกัด และถูกต้องในการ เคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้มือ ทักษะการใช้มือเพื่อควบคุมนี้ ยังรวมถึง การขว้าง การจับ การเอื้อม การโยน การต่อยซึ่งเป็นการใช้มือ โดยใช้กล้ามเนื้อใหญ่ ( Gross-Motor Manipulation) ส่วนการจับ การกำ การตัด และการเย็บซึ่งเป็นการใช้มือโดยใช้กล้ามเนื้อเล็ก (Fine - Motor Manipulation) หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 (กระทรวงศึกษาธิการ. 2560: 28) กล่าวถึง พัฒนาการกล้ามเนื้อเล็กดังนี้ อายุ 3- 4 ปี 1. ใช้กรรไกรตัดกระดาษขาดจากกันได้โดยใช้มือเดียว 2. เขียนรูปวงกลมตามแบบได้ 3. ร้อยวัสดุที่มีรูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เซนติเมตร ได้ อายุ 4-5 ปี 1. ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นตรงได้ 2. เขียนรูปสี่เหลี่ยมตามแบบได้อย่างมีมุมชัดเจน 3. ร้อยวัสดุที่มีรู ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.5 เซนติเมตร ได้ อายุ 5-6 ปี 1. ใช้กรรไกรตัดกระดาษตามแนวเส้นโค้งได้ 2. เขียนรูปสามเหลี่ยมตามแบบได้อย่างมีมุมชัดเจน 3. ร้อยวัสดุที่มีรู ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 0.25 เซนติเมตรได้
14 ปิยดา ไชยแก้ว (2564: 8) กล่าวว่า พัฒนาการความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของ เด็กปฐมวัยนั้นจะมีพัฒนาการเป็นไปอย่างเป็นระบบตามช่วงอายุเด็กในแต่ละวัย โดยจะพัฒนา จาก นิ้วมือ ต้นแขน และไปสู่ปลายแขน ตามลำดับ โดยผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ที่สอดคล้องกับการใช้ กล้ามเนื้อมือ วิชชุลดา นุชนงค์ (2564: 22) กล่าวว่า พัฒนาการความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก จะมีพัฒนาการเป็นไปตามช่วงวัย โดยจะพัฒนาจากนิ้วมือ ต้นแขนไปสู่ปลายแขน หรือจากต้นสู่ปลาย ซึ่งความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กควบคู่ไปกับกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และระดับสติปัญญาตามวุฒิ ภาวะของสมองตามวัย จากการศึกษาพัฒนาการของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก สรุปได้ว่า ความสามารถ ในการใช้กล้ามเนื้อเล็กจะมีการพัฒนาอย่างเป็นขั้นตอน เริ่มจากพัฒนาการที่ง่ายไปสู่ยาก เริ่มจากการ พัฒนาของกล้ามเนื้อใหญ่สู่การบังคับใช้ของกล้ามเนื้อเล็ก ซึ่งแต่ละช่วงวัยจะมีความแตกต่างกันไป ตามอายุ วุฒิภาวะ และการได้รับการส่งเสริม 2.5 การจัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 (กระทรวงศึกษาธิการ. 2560 : 17) ได้กล่าวถึง ประสบการณ์สำคัญที่ควรส่งเสริมในหัวข้อประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้าน ร่างกายไว้ว่า ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายเป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มีโอกาส พัฒนาการใช้ กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก การประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อ และระบบประสาทในการทำ กิจวัตรประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆ การนอนหลับพักผ่อน การดูแลสุขภาพอนามัยและความ ปลอดภัยของตนเอง ประสบการณ์สำคัญที่ควรส่งเสริมประกอบด้วย การเคลื่อนไหวส่วนต่างๆของ ร่างกายตามจังหวะดนตรี การเล่นออกกำลังกลางแจ้งอย่างอิสระ การเคลื่อนไหวและการทรงตัว การ ประสาน สัมพันธ์ของกล้ามเนื้อและระบบประสาท การเล่นเครื่องเล่นสัมผัส การวาด การเขียน ขีด เขี่ย การปั้น การฉีก การตัดปะ การดูแลรักษาความสะอาดของร่างกายของใช้ส่วนตัว และการรักษา ความปลอดภัย เป็นต้น กฤษณา รักนุช (2560: 31) กล่าวว่า การส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก นั้นสามารถทำได้โดยให้เด็กได้ฝึกทักษะในการใช้มือบังคับ หยิบจับสิ่งของต่าง ๆ โดยผ่านการใช้ อุปกรณ์ที่หลากหลาย ตลอดจนการฝึกการเคลื่อนไหวของมือและตาให้ประสานสัมพันธ์กัน โดยการ ฝึกทักษะในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมศิลปะ กิจกรรมเกมการศึกษา เป็นต้น วิชชุลดา นุชนงค์ (2564: 22) กล่าวว่า การส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก นั้นทำได้โดยให้เด็กฝึกทักษะในการใช้มือหยิบสัมผัสวัตถุ สื่อ และอุปกรณ์ ที่หลากหลาย ตลอดจน การเคลื่อนไหวของมือให้ ประสานสัมพันธ์ โดยการส่งเสริมให้ฝึกทักษะในการทำกิจกรรมต่างๆ เช่น การวาดภาพระบายสี การปั้น การฉีก ตัด ปะกระดาษ เป็นต้น
15 จากการศึกษาการจัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็ก สรุปได้ว่า การ ส่งเสริมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะทำให้เด็กมีความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อเล็กที่ดีขึ้น โดยการฝึกทักษะในการใช้มือหยิบ จับ สัมผัสกับวัตถุ สื่อ อุปกรณ์ที่หลากหลาย ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมเล่นตามมุม และกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ต่าง ๆ 2.6 การประเมินพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย การประเมินพัฒนาการเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี ควรประเมินให้ครอบคลุมครบทุกช่วงอายุ เพราะ ช่วงวัยนี้มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วอีกทั้งมีความเสี่ยงต่อสภาพความผิดปกติต่างๆ จึงจำเป็นต้องเฝ้า ระวังและติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด พ่อแม่ ผู้เลี้ยงดูหรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับการอบรมเลี้ยงดูควรสังเกต พัฒนาการเด็ก โดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล หากพบความผิดปกติต้องรีบพาไปพบแพทย์ หรือผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก เพื่อหาทางแก้ไขหรือบำบัดฟื้นฟูโดยเร็วที่สุด หลักในการประเมินพัฒนาการมีดังนี้ 1. ประเมินพัฒนาการของเด็กครบทุกด้าน 2. ประเมินเป็นรายบุคคลอย่างสม่ำเสมอต่อเนื่อง 3. ประเมินด้วยวิธีการที่หลากหลาย ซึ่งวิธีการประเมินที่เหมาะสมกับเด็กอายุต่ำกว่า 3 ปี มีการสังเกตพฤติกรรมของเด็กในกิจกรรมต่างๆ และกิจวัตรประจำวัน การบันทึกพฤติกรรม การ สนทนา การสัมภาษณ์เด็กและผู้ใกล้ชิด และการวิเคราะห์ข้อมูลจากผลงานเด็ก 4. บันทึกพัฒนาการลงในสมุดบันทึกสุขภาพแม่และเด็ก (เล่มสีชมพู) และใช้คู่มือการเฝ้าระวัง และส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (DSPM) ของกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข หรือ ของ หน่วยงานอื่น 5. นำผลที่ได้จากการประเมินพัฒนาการไปพิจารณาจัดกิจกรรม เพื่อเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ และมีพัฒนาการเหมาะสมตามวัย วิชชุลดา นุชนงค์ (2564: 25) กล่าวว่า การประเมินพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กเป็นการ ประเมินที่ครอบคลุมทั้งพัฒนาการด้านความสามารถในการใช้มือ นิ้วมือ การประสานสัมพันธ์ระหว่าง มือกับตา โดยใช้วิธีการประเมินที่หลากหลายคือ การสังเกต การสัมภาษณ์ การจัดส่งผลงาน และการ ใช้แบบทดสอบ ซึ่งในการประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมวัยควรใช้วิธีการประเมินที่ดำเนินควบคู่ไปกับ การจัดกิจกรรม เป็นการประเมินตามสภาพจริง เพื่อให้ทราบถึงพัฒนาการและความก้าวหน้าที่แท้จริง ของเด็ก เพื่อนำผลไปเป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมให้เหมาะสมกับพัฒนาการ เด็กต่อไป จากการศึกษาการประเมินพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัยสรุปได้ว่า การ ประเมินพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อเล็ก ต้องครอบคลุมความสามารถในการใช้มือ นิ้วมือ และการ ประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา โดยใช้วิธีการที่หลากหลาย ได้แก่ การสังเกตทักษะในการใช้
16 กล้ามเนื้อเล็ก การประเมินผลงาน การสัมภาษณ์ผู้ปกครอง และการใช้แบบทดสอบ ควบคู่ไปกับการ จัดกิจกรรม เพื่อประเมินตามสภาพจริงอย่างต่อเนื่อง เพื่อทราบถึงพัฒนาการและความก้าวหน้าที่ แท้จริง เพื่อสามารถนำผลการประเมินเป็นข้อมูลในการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับเด็กต่อไป 3. เอกสารที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 3.1 ความหมายของกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เป็นสิ่งมีคุณค่าต่อเด็ก และเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ควรจัดให้กับเด็กเพื่อ พัฒนาเด็กทั้งด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญา ซึ่งนักการศึกษาหลายท่าน ได้ให้ ความหมายและความสำคัญของกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ไว้ดังนี้ กระทรวงศึกษาธิการ (2560: 71) คู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ให้ความหมายของศิลปะสร้างสรรค์ไว้ว่า เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนากระบวนการคิด การรับรู้เกี่ยวกับ ความงาม และส่งเสริมกระตุ้นให้เด็กแสดงออกทางอารมณ์ ความรู้สึก ความคิดสร้างสรรค์และ จินตนาการ โดยใช้กิจกรรมศิลปะหรือกิจกรรมอื่นที่เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็กแต่ละวัย กัญญาวีร์ ใครวงษ์ (2562: 11) กล่าวว่า กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ หมายถึง กิจกรรมต่างๆ ที่ให้เด็กได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ ความสนใจต่างๆ แสดงออกมาในรูปของผลงาน อัมรัตน์ ตั้งพิทักษ์ไพบูลย์ (2562: 38) กล่าวว่า กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ คือ เครื่องมือ หรือ สื่อกลางที่ช่วยให้บุคคลสามารถถ่ายทอดหรือแสดงออกซึ่งความรู้สึกนึกคิด อารมณ์ จินตนาการ และ ประสบการณ์ต่าง ๆ ผ่านผลงานได้อย่างอิสระ ทั้งยังเป็นการฝึกใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้ากับวัสดุ อุปกรณ์ เกิดการเรียนรู้และฝึกฝนทักษะผ่านการทำงานทำให้รู้จักคิดอย่างเป็นระบบและเป็นขั้นเป็น ตอน รู้จักการแก้ไขปัญหา และแสดงออกถึงความคิดอย่างสร้างสรรค์และเหมาะสม จากการศึกษาความหมายของกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ สรุปได้ว่า กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ หมายถึง กิจกรรมที่ส่งเสริมให้เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์ การจินตนาการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่เด็กได้ลงมือปฏิบัติจริงอย่างอิสระ ส่งเสริมกระบวนการคิดและการกระทำฝึกการใช้ ประสาทสัมผัสทั้งห้าเปิดโอกาสให้เด็กได้ถ่ายถอดประสบการณ์ ความรู้สึกลงในผลงานทำให้เกิดความ ภาคภูมิใจตอบสนองความต้องการของเด็ก 3.2 ความสำคัญของการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กัญญาวีร์ ใครวงษ์ (2562: 12) กล่าวว่า กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์นั้นมีความสำคัญเป็นอย่าง มาก โดยสามารถนำไปพัฒนาการด้านต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะสามารถพัฒนาความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็กและมีผลต่อการใช้ชีวิตสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ศิลปะบำบัด หรืออื่นๆ ชนามน เรืองมนต์ (2561: 7) กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เด็กเกิด การเรียนรู้จากการลงมือกระทำและปฏิบัติจริงกับสื่อวัสดุ อุปกรณ์ การได้ลงมือกระทำ การจับต้อง
17 สัมผัสทำให้เด็กเข้าใจ และรวบรวมประสบการณ์ทั้งหมดเข้าด้วยกันซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญสำหรับ การเรียนรู้ของเด็ก เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมในการเรียนระดับประถมศึกษาต่อไป อัมรัตน์ ตั้งพิทักษ์ไพบูลย์ (2562: 41) กล่าวว่า กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์นั้นมีคุณค่าและ สร้างประโยชน์เป็นอย่างมาก นอกจากจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการของเด็กในด้านต่าง ๆ ทั้งพัฒนาการ ด้านร่างกาย สังคม อารมณ์ และสติปัญญาผ่านประสบการณ์ตรงที่เกิดจากการลงมือทำและผลิตผล งาน ยังช่วยสร้างเสริมกระบวนการคิดให้เป็นระบบ ทำให้เกิดการคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน รู้จักการ วางแผนการทำงานและอยู่ร่วมกับผู้อื่น รู้จักอดทน อดกลั้น มีความอุตสาหะและเพียรพยายามจน ประสบความสำเร็จ นำไปสู่การมีความคิดสร้างสรรค์ และบุคลิกภาพที่ดีในภายภาคหน้า จากการศึกษาความสำคัญของกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สรุปได้ว่า กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมที่พัฒนากล้ามเนื้อมือให้พร้อมสำหรับการเขียนหนังสือส่งเสริมทักษะทางภาษา จากการที่ เด็กได้หยิบจับสัมผัสอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการทำงานศิลปะ นอกจากนี้ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ยังเปิด โอกาสให้เด็กได้แสดงออกทางด้านความคิด ความรู้สึกจินตนาการเด็กได้แสดงออกอย่างอิสระช่วยให้ ผ่อนคลายความตึงเครียด และยังส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เป็น การ เตรียมความพร้อมในการเรียนในระดับที่สูงขึ้น 3.3 แนวทางการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย แนวทางในการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย มีผู้นิยามไว้หลายท่าน ดังนี้ สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษาสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ (2561: 73) กล่าวถึง แนวทางในการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ตามคู่มือ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช 2560 ไว้ดังนี้ 1. เตรียมจัดโต๊ะ อุปกรณ์ให้พร้อม และเพียงพอก่อนทำกิจกรรม โดยจัดไว้หลาย ๆ กิจกรรม และอย่างน้อย 3-4 กิจกรรม เพื่อให้เด็กมีอิสระในการเลือกทำกิจกรรม 2. ควรสร้างข้อตกลงในการทำกิจกรรม เพื่อฝึกให้เด็กมีวินัยในการอยู่ร่วมกัน 3. การจัดให้เด็กทำกิจกรรม ควรให้เด็กเลือกทำกิจกรรมอย่างมีระเบียบและทยอยเข้า กิจกรรมโดยจัดโต๊ะละ 5-6 คน 4. การเปลี่ยน และหมุนเวียนทำกิจกรรม ต้องสร้างข้อตกลงกับเด็กให้ชัดเจน เช่น หาก กิจกรรมใดมีเพื่อนครบจำนวนที่กำหนดแล้ว ให้คอยจนกว่าจะมีที่ว่าง หรือให้ทำกิจกรรมอื่นก่อน 5. กิจกรรมใดเป็นกิจกรรมใหม่ หรือการใช้วัสดุ อุปกรณ์ใหม่ ครูจะต้องอธิบายวิธีการทำ วิธีการใช้ วิธีการทำความสะอาดและการเก็บของเข้าที่ 6. เมื่อทำงานเสร็จหรือหมดเวลา ควรเตือนให้เด็กเก็บวัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้เข้าที่ และช่วยกันดูแลห้องให้สะอาด
18 อัมรัตน์ ตั้งพิทักษ์ไพบูลย์ (2562: 46) กล่าวว่า หลักในการจัดกิจกรรมสร้างสรรค์นั้น ควร เป็นกิจกรรมที่มีความหลากหลาย มุ่งเน้นให้เด็กได้มีการลงมือปฏิบัติ เรียนรู้ สัมผัส ค้นคว้า ทดลอง สังเกตและแก้ปัญหาด้วยตนเอง โดยมีพื้นฐานมาจากความสนใจและความต้องการของเด็ก อีกทั้งควร เปิดโอกาสให้เด็กได้มีอิสระในการสร้างสรรค์ผลงาน และฝึกให้รู้จักการทำงานร่วมกับผู้อื่น เช่น การ แบ่งปันวัสดุ อุปกรณ์ การช่วยกันเก็บรักษาหลังทำกิจกรรม หรือการแลกเปลี่ยนความคิดกันระหว่าง บุคคลและระหว่างกลุ่ม นอกจากนี้ยังสามารถสนับสนุนเด็กให้มี ความกล้าคิด กล้าแสดงออกถึง ความรู้สึกของตนเองผ่านผลงานโดยการให้เด็กได้นำเสนอผลงานหน้าห้อง หรือพูดคุยแลกเปลี่ยน ความคิด จินตนาการกันก่อนเริ่มทำกิจกรรม จากการศึกษาแนวทางในการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย สรุปได้ว่า หลัก ในการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยมีความสำคัญ เปรียบเสมือนหัวใจของการจัด กิจกรรมที่ครูและผู้ที่เกี่ยวข้องจะนำไปปรับใช้กับเด็กในการจัดกิจกรรม จึงต้องคำนึงถึงพัฒนาการของ เด็กเป็นสำคัญ ซึ่งควรจัดให้เหมาะสมสอดคล้องกับวัย และความสนใจ มีอิสระในการสร้างสรรค์ ผลงาน เปิดโอกาสให้เด็กมีโอกาสในการคิด การแสดงออก ได้ทดลอง คันคว้า ได้ลงมือปฏิบัติด้วย ตนเองผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสื่อวัสดุที่หลากหลาย 3.4 ประเภทของกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย ประเภทของกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัยมีผู้นิยามไว้หลายท่านดังนี้ กัญญาวีร์ ใครวงษ์ (2562: 13) กล่าวว่า ประเภทของกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์นั้นมี หลากหลายประเภทที่สามารถนำไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ โดยแต่ละประเภทนั้นมี ความน่าสนใจที่แตกต่างกันไป ถ้าเราเลือกใช้ให้เหมาะสมจะเกิดประโยชน์เป็นอย่างมาก มณีรัตน์ ภูทะวัง (2560: 6) กล่าวว่า กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ หมายถึง กิจกรรมต่าง ๆ ทางด้านศิลปะที่ทำให้เด็กมีความคิดสร้างสรรค์และมีสมาธิรวม 6 ประเภทได้แก่ การปั้น การขดเชือก และการพับ การร้อยและเรียงวัสดุ การฝึกตัดปะและพับ การละเลงสีและเป่าสีการวาดและระบายสี อัมรัตน์ ตั้งพิทักษ์ไพบูลย์ (2562: 43) กล่าวว่า กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์นั้น มีความ หลากหลาย ทั้งในด้านของรูปแบบ กระบวนการ วัสดุ อุปกรณ์ และจินตนาการ ขึ้นอยู่กับความ เหมาะสมของช่วงวัย ความสนใจและความต้องการของเด็ก ส่วนสำคัญคือ การให้เด็กเรียนรู้ ทดลอง ค้นคว้าด้วยตนเอง ได้ฝึกใช้ความคิด จินตนาการ และประสาทสัมผัสต่าง ๆ อีกทั้งยังสามารถ แสดงออกได้อย่างอิสระ และมีอิสรภาพในการสร้างสรรค์งาน จากการศึกษาประเภทของกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย สรุปได้ว่า การจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย ต้องจัดกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย และพัฒนาการของ เด็ก จัดได้5 ประเภทได้แก่ การวาดภาพและใช้สี การพิมพ์ภาพ การปั้น การฉีก ตัด ปะกระดาษ
19 การประดิษฐ์ โดยทุกกิจกรรมจะเน้นให้เด็กได้สัมผัสกับสื่อวัสดุที่หลากหลาย ฝึกใช้ความคิดและ ประสาท สัมผัส สามารถแสดงออกได้อย่างอิสระ เหมาะสมกับวัยและความต้องการของเด็ก 4. งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง มีผู้ที่ศึกษางานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กไว้หลายท่าน ดังนี้ วันนิสา นันตมาศ (2561: 6) ได้ทำการศึกษาการพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กที่ได้รับการจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ของนักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนวัดดอนยอ โดยการปั้นดินน้ำมัน ผลการวิจัย พบว่า พบว่าการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กของ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 จากการจัดกิจกรรม สร้างสรรค์ โดยการ ปั้นดินน้ำมัน มีพัฒนาการที่ดีขึ้นผลงานและการเขียนที่สวยงามขึ้น อีกทั้งยังแสดง ความคิดสร้างสรรค์ผ่าน ผลงานได้ดียิ่งขึ้นด้วยแผนการจัดประสบการณ์อยู่ในระดับเหมาะสมมากที่สุด ( X = 4.80, S.D.= 0.45) และแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมีค่าความ สอดคล้อง (IOC) ผ่านเกณฑ์ทุกข้อซึ่งมีค่าเท่ากับ 0.80 และ 1.00 ณัฐวดี ชาญกล้า (2560: 33) ได้ทำการศึกษาการพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัด เล็ก ของนักเรียนชั้นอนุบาล 2/2 โรงเรียนอนุบาลฤชากรโดยใช้ชุดกิจกรรมกระดานนุ่มนิ่มพบว่า หลังจากได้รับ การใช้ชุดกิจกรรมกระดานนุ่มนิ่มสูงกว่าก่อนการได้รับการใช้ชุดกิจกรรมการะดานนุ่ม นิ่มทั้งนี้เพราะ 17 นักเรียนได้ใช้กล้ามเนื้อมือ นิ้วมือ และการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตา นักเรียนจึงมีการพัฒนา กล้ามเนื้อมัดเล็กโดยความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กหลังการใช้ชุด กิจกรรมกระดานนุ่มนิ่มมีความสามารถอยู่ในระดับดีมากและแผนการจัดประสบการณ์อยู่ในระดับ เหมาะสมมากที่สุด ( X = 4.90,S.D.= 0.45) และแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัด เล็กมีค่าความสอดคล้อง (IOC) ผ่านเกณฑ์ทุกข้อซึ่งมีค่าเท่ากับ 1.00 ธิบดี พุ่มทับทิม (2561: 1) ได้ทำการศึกษาการพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ของ นักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนวัดโสมมนัส โดยใช้กิจกรรมการเล่นมุมน้ำ ผลการวิจัยพบว่า 1) เด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนวัดโสมมนัส มีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับดี และ 2) ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กหลังจากการจัดกิจกรรมการเล่นมุมน้ำของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนวัดโสมมนัส สูงขึ้นกว่าก่อนจัดกิจกรรมทุกคน วิไล กระจับเงิน (2562: 2) ได้ทำการศึกษาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์ ด้วยการปั้นนูนต่ำ เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กสำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ผล การศึกษาพบว่า 1) การจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยการปั้น นูนต่ำ มีประสิทธิภาพ เท่ากับ 83.03/84.47 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2) การพัฒนากล้ามเนื้อ มัดเล็ก สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 1 ที่ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรม ศิลปะ สร้างสรรค์ด้วยการปั้น มีคะแนนเฉลี่ยหลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนการจัดกิจกรรม 3)
20 ดัชนีประสิทธิผลของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยการปั้น นูนต่ำ เฉลี่ย โดยรวมเท่ากับ 0.6550 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อย ละ 65.50 แพรวพรรณ ม่วงแก้ว (2562: 1) ได้ทำการศึกษาการพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อ มัด เล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 โรงเรียนสมาคมสตรีไทย โดยการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ด้วยเส้น เชือก ผลการศึกษาพบว่า 1) การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยเส้นเชือกสามารถพัฒนา ความสามารถใน การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 โรงเรียนสมาคมสตรี ไทยได้สูงขึ้นทุกคน 2) ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ด้วยเส้นเชือกของนักเรียน ระดับชั้นอนุบาลปีที่ 1/1 โรงเรียนสมาคมสตรีไทยมีคะแนนสูงขึ้นกว่าก่อน การจัดกิจกรรมทุกคน เบญจวรรณ คำมา (2562: 1) ได้ทำการศึกษาการพัฒนาการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ประกอบสื่อประสม เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปี ที่ 1 ผลการวิจัยพบว่า 1) แผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ประกอบสื่อประสม เพื่อพัฒนา กล้ามเนื้อมัดเล็ก และความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 มีประสิทธิภาพ (E1/ E2 ) เท่ากับ 84.33/86.82) พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยก่อนและหลังการจัดประสบการณ์ การเรียนรู้ประกอบสื่อ ประสมเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้น อนุบาลปีที่ 1 มีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .013) ความคิดสร้างสรรค์ หลังได้รับ การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ประกอบสื่อประสมเพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและความคิด สร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้น อนุบาลปีที่ 1 อยู่ในระดับมาก และ 4) ความพึงพอใจการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้ประกอบสื่อประสม เพื่อพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็กและความคิดสร้างสรรค์ สำหรับนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1 มีความพึงพอใจด้าน เนื้อหา คิดเป็นร้อยละ 92.68 มีความพึงพอใจ ด้านสื่อและอุปกรณ์ในการเรียน คิดเป็นร้อยละ 95.12 มีความพึงพอใจด้านเทคนิคการนำเสนอ คิด เป็นร้อยละ 97.56 แสงเดือน สุมทุม (2563: 1) ได้ทำการศึกษาการพัฒนากล้ามเนื้อมัดเล็ก โดยใช้ชุดฝึกร้อย รูปทรง ต่าง ๆ และชุดตัวหนีบ ของนักเรียนชั้นอนุบาล 4 ขวบห้อง 1 ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาล ตำบลปัว จังหวัด น่าน ผลการวิจัยพบว่า เด็กปฐมวัยมีพัฒนาการกล้ามเนื้อเล็กหลังการจัดกิจกรรม โดยใช้ชุดฝึกร้อยรูปทรง ต่าง ๆ และชุดตัวหนีบมีคะแนนเฉลี่ยสูง สรุปผลการจัดกิจกรรมโดยใช้ชุดฝึก ร้อยรูปทรงต่าง ๆ และชุดตัว หนีบ ของนักเรียนชั้นอนุบาลโดยรวมมีพัฒนาการกล้ามเนื้อเล็กดีขึ้น
21 กรอบแนวคิดในการวิจัย กรอบแนวคิดในการวิจัย มีดังนี้ ตัวแปรต้น ตัวแปรตาม ร แผนภาพที่ 2.1 กรอบแนวคิดการวิจัย กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ 1. กิจกรรม : พับกระดาษ 2. กิจกรรม : ขดเชือก 3. กิจกรรม : ร้อยหลอด 4. กิจกรรม : ตัดหลอด 5. กิจกรรม : ตัดกระดาษ 6. กิจกรรม : ปั้นแป้งโดว์ 7. กิจกรรม : พิมพ์สี 8. กิจกรรม : ฉีก ปะ ติด กระดาษ 1. ความสามารถในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือ มัดเล็ก 2. ความคล่องแคล่วในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก 3. ความยืดหยุ่นในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก
22 บทที่3 วิธีดำเนินการวิจัย งานวิจัยครั้งนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อการส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศโดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เพื่อเปรียบเทียบการส่งเสริมพัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนและหลังการใช้ กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์โดยมีวิธีดำเนินการวิจัย ดังนี้ 1. การกำหนดประชากรและกลุ่มตัวอย่าง 2. เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 3. การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 5. การวิเคราะห์ข้อมูล 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 1. การกำหนดประชากรและกลุ่มเป้าหมาย 1.1 ประชากร ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชาย – หญิงที่มีอายุ4 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้น อนุบาลปีที่ 1/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ นครนายก 1.2 กลุ่มตัวอย่าง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ เป็นนักเรียนชาย – หญิงที่มีอายุ4 ปี ซึ่งกำลังศึกษาอยู่ชั้น อนุบาลปีที่ 1/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ นครนายก 18 คน ได้มา โดยการเลือกแบบเจาะจง 2. เครื่องมือในการวิจัย 2.1 แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อการส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 จำนวน 8 แผน 2.1 แบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้าน ความสามารถในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก ด้านความคล่องแคล่วในการใช้กล้ามเนื้อมือ มัดเล็ก และด้านความยืดหยุ่นในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก ก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 19 ข้อ
23 3. การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ 3.1 การสร้างเครื่องมือและการหาคุณภาพของเครื่องมือ ในการศึกษาค้นคว้า ผู้วิจัยได้ดําเนินการตามลําดับขั้นตอนในการสร้างเครื่องมือ มีรายละเอียดต่อไปนี้ 1. ขั้นตอนในการสร้างแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อ มัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ดําเนินการสร้างตาม ขั้นตอนดังนี้ 1.1 สร้างแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้น อนุบาลปีที่ 1/2 โดยศึกษาเอกสารและงานวิจัย ดังต่อไปนี้ 1.1.1ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริม พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย 1.1.2 หลักสูตรและคู่มือหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 1.1.3 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริม พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย 1.2 เขียนแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้น อนุบาลปีที่ 1/2 จำนวน 8 แผน ดังนี้ 1. แผนการจัดกิจกรรม พับกระดาษเป็นโรงเรียน 2. แผนการจัดกิจกรรม ขดเชือกตามสัญลักษณ์โรงเรียน 3. แผนการจัดกิจกรรม ร้อยกำไลหลอด 4. แผนการจัดกิจกรรม ตัดหลอดติดตกแต่งบ้าน 5. แผนการจัดกิจกรรม ตัดกระดาษเป็นแปรงพู่กัน 6. แผนการจัดกิจกรรม ปั้นแป้งโดว์ 7. แผนการจัดกิจกรรม พิมพ์สีตกแต่งเส้นผม 8. แผนการจัดกิจกรรม ฉีกปะรูปดินสอ ซึ่งแต่ละกิจกรรมนั้นจะช่วยส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โดยกำหนดรูปแบบดังนี้ 1.2.1 เนื้อหา 1.2.2 วัตถุประสงค์ 1.2.3 ขั้นตอนในการดําเนินกิจกรรม ประกอบด้วย ขั้นนํา ขั้นดําเนินกิจกรรม ขั้นสรุป และขั้นบันทึกผล 1.2.4 การวัดและการประเมินผล
24 1.2.5 สื่อและอุปกรณ์ 1.3 นําแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้น อนุบาลปีที่ 1/2 จำนวน 8 แผน เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม จำนวน 3 ท่าน ดังนี้ 1. อาจารย์อัญชิษฐา ปิยะจิตติ 2. คุณครูวัลยา โฉมทนงค์ 3. คุณครูกันยารัตน์ ปรีเจริญ 1.4 ปรับปรุงแก้ไขแผนการจัดประสบการณ์ตามคําแนะนําของผู้เชี่ยวชาญ 1.5 นําแผนการจัดประสบการณ์ไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นอนุบาลศึกษา 1/2 อายุ 4 ปีโรงเรียน สาธิตละอออุทิศ นครนายก 1.6 ปรับปรุงแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียน ชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ฉบับสมบูรณ์สำหรับใช้ในการทดลอง 3.2 การสร้างแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย ในการวิจัยครั้งแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยที่ผู้วิจัย สร้างขึ้นมีรายละเอียดดังนี้ 1. การสร้างแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย มีขั้นตอน การสร้างโดยการศึกษาเอกสารวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1.1 ศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการสร้างแบบประเมินความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบประเมินความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย 1.2 กำหนดเกณฑ์ในการให้คะแนน เนื้อหาที่จะวัด และเลือกรูปแบบเครื่องมือที่จะวัด 1.3 สร้างแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย ปฐมวัย โดยมี เกณฑ์การให้คะแนนดังนี้ 1. ความสามารถในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก จำนวน 7 ข้อ 2. ความคล่องแคล่วในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก จำนวน 6 ข้อ 3. ความยืดหยุ่นในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก จำนวน 6 ข้อ รวมทั้งหมด 19 ข้อ ลักษณะของรูปแบบการวัดเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) มีเกณฑ์การ กำหนดค่าตามระดับความคิดเห็น 3 ระดับ ดังนี้ 3 หมายถึง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับ มาก 2 หมายถึง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับ ปานกลาง
25 1 หมายถึง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับ น้อย การแปลความหมายค่าคะแนนเฉลี่ยใช้เกณฑ์การแปลความหมายโดยการคำนวณด้วยตนเอง แบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้ คะแนนเฉลี่ย 2.34 – 3.00 หมายถึง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับ มาก คะแนนเฉลี่ย 1.67 – 2.33 หมายถึง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับ ปานกลาง คะแนนเฉลี่ย 1.00 – 1.66 หมายถึง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับ น้อย 3.3 การหาคุณภาพแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย 1. นําแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 จำนวน 8 แผน เสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ เพื่อตรวจพิจารณาและปรับปรุงแก้ไข ให้เหมาะสม จำนวน 3 ท่าน ดังนี้ 1. อาจารย์อัญชิษฐา ปิยะจิตติ 2. คุณครูวัลยา โฉมทนงค์ 3. คุณครูกันยารัตน์ ปรีเจริญ 2. หาความเที่ยงตรงของแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย ไปให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ซึ่งผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน พิจารณาลงความเห็นและให้คะแนนดังนี้ 1 หมายถึง เมื่อเชี่ยวชาญมีความเห็นว่าสอดคล้อง 0 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญมีเห็นว่าไม่แน่ใจ -1 หมายถึง เมื่อผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าไม่สอดคล้อง แล้วนำคะแนนที่ได้มาหาค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับแบบประเมิน ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก หากมากกว่าหรือเท่ากับ 0.5 ถือว่าใช้ได้ ซึ่งในการศึกษาครั้ง นี้ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างจุดประสงค์กับแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัด เล็กเท่ากับ 0.66-1.00 โดยใช้สูตรการหาค่า IOC คือ IOC = ∑ R เมื่อ IOC แทน ค่าดัชนีความสอดคล้อง ∑ R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ
26 3. ปรับปรุงแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย ตาม คำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ และนำไปทดลองใช้ (Try out) กับเด็กชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1/2 ภาคเรียน ที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสาธิตลอออุทิศ นครนายก จำนวน 18 คน 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล การวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยเก็บข้อมูลด้วยแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของ เด็กปฐมวัย 2 ครั้ง ดังนี้ 1. ประเมินแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาล ศึกษาปีที่ 1/2 ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นนกับกลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชาย – หญิง ที่มีอายุระหว่าง 4 ปี ซึ่งกำลัง ศึกษาอยู่ชั้นอนุบาลศึกษาปีที่ 1/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ นครนายก จำนวน 18 คน 2. ประเมินก่อนการทดลอง (Posttest) และหลังการทดลอง (Posttest) ด้วยแบบประเมิน ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นชุดเดียวกัน เพื่อเปรียบเทียบ แบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย 5. การวิเคราะห์ข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลและสถิติที่ใช้เพื่อการประเมินผลการโดยการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ณ โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ศูนย์การศึกษานครนายก ซึ่งทางคณะผู้จัดทำได้มีการดำเนินการ ดังนี้ รวบรวมข้อมูลที่ได้จากการประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กโดยการจัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ดังนี้ 1. แบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียน สาธิตละอออุทิศ เป็นแบบมาตรส่วนประมาณค่า 3 ระดับ ทางคณะผู้จัดทำได้กำหนดเกณฑ์การให้ คะแนน ดังนี้ ระดับการปฏิบัติ คะแนน ดีมาก 3 พอใช้ 2 น้อย 1 2. การแปลความหมายของคะแนนของการประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ทางคณะ ผู้จัดทำให้เกณฑ์การแบ่งเป็น 3 ช่วงชั้นเท่าๆกัน ดังนี้
27 ระดับการปฏิบัติ ช่วงคะแนน ดีมาก 2.34 - 3.00 พอใช้ 1.67 - 2.33 น้อย 1.00 - 1.66 6. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล 6.1 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์เครื่องมือมีดังนี้ 1) หาความเที่ยงตรงของแบบประเมินโดยใช้ดัชนีความสอดคล้องระหว่าง จุดประสงค์กับพฤติกรรม ดังนี้ สูตร IOC = ∑ R เมื่อ IOC แทน ค่าดัชนีความสอดคล้อง ∑ R แทน ผลรวมของคะแนนความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญ แทน จำนวนผู้เชี่ยวชาญ กําหนดคะแนนของผู้เชี่ยวชาญเป็น +1 หรือ 0 หรือ -1 ดังนี้ +1 คือ แน่ใจว่าข้อประเมินข้อนั้นวัดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ระบุไว้จริง 0 คือ ไม่แน่ใจว่าข้อประเมินนั้นวัดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ระบุไว้ -1 คือ แน่ใจว่าข้อประเมินนั้นไม่ได้วัดจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมที่ระบุ 6.2 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลดังนี้ 1) หาค่าเฉลี่ย (Mean) ดังนี้ สูตร ̅ = ∑ เมื่อ ̅แทน คะแนนเฉลี่ย ∑ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง
28 2) หาค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard deviation) ดังนี้ สูตร S.D. = √ ∑ −(∑ ) (−) เมื่อ S.D. แทน ความเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนน แทน จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง ∑ แทน ผลรวมของคะแนนทั้งหมด ∑ แทน ผลรวมของกำลังสองของคะแนนนักเรียนแต่ละคนในกลุ่มตัวอย่าง 3) คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ ดังนี้ สูตร GS (%) = − − x 100 เมื่อ GS (%) แทน คะแนนร้อยละของพัฒนาการของผู้เรียน (Development Score or Gain Score) แทน คะแนนวัดครั้งก่อน แทน คะแนนวัดครั้งก่อนคะแนนวัดครั้งหลัง แทน คะแนนเต็ม การแปลความหมายของคะแนนพัฒนาการ ผู้วิจัยใช้เกณฑ์การแบ่งเป็น 4 ช่วงดังนี้ ช่วงคะแนน ระดับพัฒนาการ 75.01 – 100.00 พัฒนาการระดับสูงมาก 50.01 – 75.00 พัฒนาการระดับสูง 25.01 – 50.00 พัฒนาการระดับปานกลาง 00.00 – 25.00 พัฒนาการระดับต่ำ
29 บทที่ 4 ผลการวิจัย สัญลักษณ์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูลการทดลองและการแปลผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการศึกษาครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกันในการแปลความหมายข้อมูล ผู้วิจัยได้ใช้สัญญาลักษณ์ในการวิเคราะห์ ข้อมูล ดังนี้ ผู้ศึกษาได้กำหนดสัญลักษณ์ที่ใช้ในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อแปลความหมาย ข้อมูล ดังนี้ μ แทน ค่าเฉลี่ย σ แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ลำดับขั้นในการเสนอผลการวิเคราะห์ข้อมูล ในการวิเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาได้ดำเนินการเป็นลำดับขั้นตอน ดังนี้ ตอนที่ 1 การศึกษาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์โดยการวิเคราะห์ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ตอนที่ 2 การเปรียบเทียบความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาล ปีที่ 1/2 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ตารางที่ 4.1 ข้อมูลทั่วไปของนักเรียน จำนวนและร้อยละข้อมูลทั่วไปของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ข้อมูลทั่วไปของนักเรียน จำนวน ร้อยละ 1. เพศ ชาย 10 55.56 หญิง 8 44.44 รวม 18 100 2. อายุ 4 ปี 18 100 รวม 18 100
30 จากตารางที่ 4.1 แสดงให้เห็นว่านักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ จำแนก รายข้อ ดังนี้ 1. เพศ พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ นครยานก ส่วนใหญ่เป็น เพศชาย จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 55.56 และเพศหญิง จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 44.44 2. อายุ พบว่า นักเรียนชั้นอนุบาล 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ นครยานก ทั้งหมดอายุ 4 ปี จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ผลการวิเคราะห์ข้อมูล ตอนที่ 1 ผลการวิเคราะห์การจัดแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ผลการวิเคราะห์การจัดแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็ก ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตลอออุทิศ พบว่า ก่อนการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โดย อันดับแรก คือ ความยืดหยุ่นในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก รองลงมา คือ ด้านความคล่องแคล่วในการ ใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก และอันดับสุดท้าย คือ ความสามารถในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก ส่วนหลังการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัด เล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โดยอันดับแรก คือ ความคล่องแคล่วในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก รองลงมา คือ ความยืดหยุ่นในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก และอันดับสุดท้าย คือ ความสามารถในการ ควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก ดังรายละเอียดดังตารางที่ 4.2 ตาราง 4.2 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็ก ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง µ σ ระดับการ ปฏิบัติ µ σ ระดับการ ปฏิบัติ 1. ความสามารถในการ ควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือ มัดเล็ก 1.1 เด็กสามารถพับกระดาษ ครึ่งหนึ่งเป็นสามเหลี่ยมได้ 1.2 เด็กสามารถพับกระดาษ ตามแนวเส้นตรงได้ 1.74 1.72 1.56 0.66 0.45 0.76 พอใช้ พอใช้ น้อย 2.60 2.78 2.50 0.57 0.42 0.69 ดีมาก ดีมาก ดีมาก
31 ความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็ก ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง µ σ ระดับการ ปฏิบัติ µ σ ระดับการ ปฏิบัติ 1.3 เด็กสามารถฉีกกระดาษสี เป็นชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ตามที่ ต้องการได้ 1.4 เด็กสามารถขดเชือกตาม เส้นที่ครูกำหนดได้ 1.5 เด็กสามารถพิมพ์สีต่อเติม รูปภาพได้ 1.6 เด็กสามารถใช้กรรไกรตัด หลอดขาดจากกันโดยใช้มือข้าง เดียว 1.7 เด็กสามารถระบายสีโดย ไม่ออกนอกเส้นที่กำหนดให้ 1.78 1.22 2.11 1.83 1.94 0.71 0.42 0.74 0.69 0.85 พอใช้ น้อย พอใช้ พอใช้ พอใช้ 2.61 2.28 2.61 2.61 2.78 0.49 0.73 0.68 0.49 0.53 พอใช้ ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก 2. ความคล่องแคล่วในการใช้ กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก 2.1 เด็กสามารถนวด คลึง ปั้น แป้งโดว์เป็นทรงกลมได้ 2.2 เด็กสามารถประดิษฐ์สิ่ง ต่างๆด้วยเศษวัสดุได้ 2.3 เด็กสามารถพับกระดาษได้ อย่างคล่องแคล่ว 2.4 เด็กสามารถฉีกปะกระดาษ เป็นรูปดินสอตามแบบที่ครู กำหนดได้ 2.5 เด็กสามารถหยิบจับสิ่งของ ได้อย่างคล่องแคล่ว 2.6 เด็กสามารถร้อยหลอดทำ เป็นกำไลได้ 1.76 1.56 1.72 1.33 1.78 2.11 2.06 0.69 0.68 0.73 0.47 0.71 0.74 0.78 พอใช้ น้อย พอใช้ น้อย พอใช้ พอใช้ พอใช้ 2.76 2.78 2.50 2.72 2.94 2.83 2.89 0.44 0.42 0.69 0.65 0.23 0.37 0.31 ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก
32 ความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็ก ก่อนการทดลอง หลังการทดลอง µ σ ระดับการ ปฏิบัติ µ σ ระดับการ ปฏิบัติ 3. ความยืดหยุ่นในการใช้ กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก 3.1 เด็กสามารถปั้นแป้งโดว์ เป็นแผ่นได้ 3.2 เด็กสามารถปั้นแป้งโดว์ เป็นก้อนกลมเท่าๆ กันได้ 3.3 เด็กสามารถใช้กรรไกรตัด กระดาษขาดจากกันโดยใช้มือ ข้างเดียว 3.4 เด็กสามารถนำหลอดติดลง บนเส้นที่กำหนดได้ 3.5 เด็กสามารถใช้มือรีด กระดาษให้เรียบได้ 3.6 เด็กสามารถใช้มือคลี่ กระดาษออกจากกันได้ 1.87 1.94 1.56 1.78 2.00 1.94 2.00 0.72 0.85 0.76 0.71 0.75 0.70 0.58 พอใช้ พอใช้ น้อย พอใช้ พอใช้ พอใช้ พอใช้ 2.68 2.72 2.50 2.61 2.83 2.39 3.00 0.44 0.45 0.60 0.49 0.37 0.76 0.00 ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก ดีมาก รวม 1.79 0.69 พอใช้ 2.67 0.49 ดีมาก จากตารางที่ 4.2 พบว่า ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนจัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ โดยรวมมีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับพอใช้(μ = 1.79, σ = 0.69) และค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของ นักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 หลังจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โดยรวมมีความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับมาก (μ = 2.67, σ = 0.49) ค่าเฉลี่ยของแบบประเมินความสามารถใน การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 นักเรียนมีคะแนนประเมินความสามารถในการ ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กหลังการจัดกิจกรรมสูงกว่าหลังการจัดกิจกรรมซึ่งตรงตามสมมติฐานที่วางไว้
33 ตอนที่ 2 ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ก่อน และหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ คะแนนก่อนและหลังการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการ กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ จังหวัดนครนายก พบว่า ผลการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนและหลังการใช้รูปแบบการเรียนรู้แผนการจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โดย คะแนนก่อนการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัด เล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ของนักเรียน มีคะแนนรวม 611 คะแนน และมีค่าเฉลี่ย 33.94 ส่วนคะแนนหลังการเรียนรู้ด้วยแผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อ มัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ของนักเรียน มีคะแนนรวม 917 คะแนน และมีค่าเฉลี่ย 50.94 รายละเอียดตารางที่ 4.3 ตารางที่ 4.3 คะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์เปรียบเทียบของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อ มัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ คนที่ คะแนนก่อนการ เรียนรู้แผนก่อน การจัดกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์ คะแนนหลังการ เรียนรู้แผนหลังการ จัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ ร้อยละของ คะแนน พัฒนาการ ระดับพัฒนาการ 1 25 42 53.13 พัฒนาการระดับสูง 2 32 53 84.00 พัฒนาการระดับสูงมาก 3 32 53 84.00 พัฒนาการระดับสูงมาก 4 41 56 93.75 พัฒนาการระดับสูงมาก 5 40 55 88.24 พัฒนาการระดับสูงมาก 6 33 55 91.67 พัฒนาการระดับสูงมาก 7 28 51 79.31 พัฒนาการระดับสูงมาก 8 28 45 58.62 พัฒนาการระดับสูง 9 24 41 51.52 พัฒนาการระดับสูง 10 29 48 67.86 พัฒนาการระดับสูง 11 27 45 60.00 พัฒนาการระดับสูง 12 43 54 78.57 พัฒนาการระดับสูงมาก 13 42 54 80.00 พัฒนาการระดับสูงมาก
34 คนที่ คะแนนก่อนการ เรียนรู้แผนก่อน การจัดกิจกรรม ศิลปะสร้างสรรค์ คะแนนหลังการ เรียนรู้แผนหลังการ จัดกิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ ร้อยละของ คะแนน พัฒนาการ ระดับพัฒนาการ 14 46 54 72.73 พัฒนาการระดับสูง 15 36 56 95.24 พัฒนาการระดับสูงมาก 16 35 55 90.91 พัฒนาการระดับสูงมาก 17 38 52 73.68 พัฒนาการระดับสูง 18 32 48 64.00 พัฒนาการระดับสูง คะแนน รวม 611 917 306 พัฒนาการระดับสูง ค่าเฉลี่ย 33.94 50.94 73.73 ค่าส่วน เบี่ยงเบน มาตรฐาน 6.58 4.88 จากตารางที่ 4.3 คะแนนก่อนและหลังการเรียนรู้แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อ ส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อน และหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ พบว่า ผลการประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัด เล็กก่อนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์มีค่าเฉลี่ย 33.94 และหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ย 50.94 โดยรวมนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มีความสามารถใน การใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมากขึ้น โดยนักเรียนแต่ละคนมีคะแนนพัฒนาการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 73.73 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์พัฒนาการระดับสูง
35 บทที่5 สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การวิจัยเรื่องการส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียน สาธิตละอออุทิศโดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ อำเภอเมือง จังหวัด นครนายก ผู้วิจัยได้สรุปผลการศึกษา อภิปรายและข้อเสนอแนะตามลำดับ ได้แก่ สรุปผลการวิจัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะดังนี้ การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็ก ปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ได้รับการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์และเพื่อเปรียบเทียบ ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ก่อนและหลังการจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ เด็กปฐมวัยชาย – หญิง กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้น อนุบาลปีที่ 1/2 จำนวน 18 คน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ นครนายก เป็น ประชากรที่ตรงตามวัตถุประสงค์ของการทำวิจัยครั้งนี้โดยเป็นการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ และแบบ ประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย ทั้ง 3 ด้าน คือ ด้านความสามารถใน การควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก ด้านความคล่องแคล่วในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก และด้าน ความยืดหยุ่นในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก ก่อนเรียนและหลังเรียน จำนวน 19 ข้อ การวิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน และคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์ (Relative gain score) สรุปผลการวิจัย สรุปผลการวิจัยได้ ดังนี้ 1. ข้อมูลพื้นฐานของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไป พบว่า กลุ่มเป้าหมายส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จำนวน 10 คน คิดเป็นร้อยละ 55.56 และเพศหญิง จำนวน 8 คน คิดเป็นร้อยละ 44.44 และทั้งหมดอายุ 4 ปี จำนวน 18 คน คิดเป็นร้อยละ 100 2. ผลการศึกษาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ผลการศึกษาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ก่อน
36 และหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2566 พบว่า ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ ได้รับก่อนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์โดยรวมมีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ใน ระดับพอใช้(μ = 1.79, σ = 0.69) และค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความสามารถในการ ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ได้รับหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โดยรวมมีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับมาก (μ = 2.67, σ = 0.49) ตามลำดับ 3. คะแนนก่อนและหลังการเรียนรู้แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริม พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ พบว่า คะแนนก่อนและหลังการเรียนรู้แผนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริม พัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนและหลัง การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์มีผลการประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กก่อนการจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ย 33.94 และหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ย 50.94 โดยรวมนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ มีความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อมัดเล็กมากขึ้น โดยนักเรียนแต่ละคนมีคะแนนพัฒนาการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 73.73 ซึ่งอยู่ ในเกณฑ์พัฒนาการระดับสูง 4. ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ก่อนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โดยอันดับแรก ความยืดหยุ่นในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โดยเรียงลำดับที่ ได้ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย อันดับแรก คือ เด็กสามารถนำหลอดติดลงบนเส้นที่กำหนดได้ (μ = 2.00, σ = 0.75 รองลงมา คือ เด็กสามารถใช้มือคลี่กระดาษออกจากกันได้ (μ = 2.00, σ = 0.58) รองลงมา คือ เด็กสามารถปั้นแป้งโดว์เป็นแผ่นได้ (μ = 1.94, σ = 0.85) รองลงมา คือ เด็กสามารถ ใช้มือรีดกระดาษให้เรียบได้ (μ = 1.94, σ = 0.70) รองลงมา คือ เด็กสามารถใช้กรรไกรตัดกระดาษ ขาดจากกันโดยใช้มือข้างเดียว (μ = 1.78, σ = 0.71) และเด็กสามารถปั้นแป้งโดว์เป็นก้อนกลมเท่าๆ กันได้ (μ = 1.56, σ = 0.76) ตามลำดับ ความคล่องแคล่วในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โดยเรียงลำดับที่ ได้ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย อันดับแรก คือ เด็กสามารถหยิบจับสิ่งของได้อย่างคล่องแคล่ว (μ = 2.11, σ = 0.74) รองลงมา คือ เด็กสามารถร้อยหลอดทำกำไลได้ (μ = 2.06, σ = 0.78) รองลงมา
37 คือ เด็กสามารถฉีกปะกระดาษเป็นรูปดินสอตามแบบที่คุณครูกำหนดได้ (μ = 1.78, σ = 0.71) รองลงมา คือ เด็กสามารถประดิษฐ์สิ่งต่างๆ ด้วยเศษวัสดุได้ (μ = 1.72, σ = 0.73) รองลงมา คือ เด็กสามารถนวด คลึง ปั้นแป้งโดว์เป็นทรงกลมได้ (μ = 1.56, σ = 0.68) และเด็กสามารถพับ กระดาษได้อย่างคล่องแคล่ว (μ = 1.33, σ = 0.47) ตามลำดับ ความสามารถในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โดย เรียงลำดับที่ได้ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย อันดับแรก คือ เด็กสามารถพิมพ์สีต่อเติมรูปภาพได้ (μ = 2.11, σ = 0.74) รองลงมา คือ เด็กสามารถระบายสีโดยไม่ออกนอกเส้นที่กำหนดให้ (μ = 1.94, σ = 0.85) รองลงมา คือ เด็กสามารถใช้กรรไกรตัดหลอดขาดจากกันโดยใช้มือข้างเดียว (μ = 1.84, σ = 0.69) รองลงมา คือ เด็กสามารถฉีกกระดาษเป็นชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ตามที่ต้องการได้ (μ = 1.78, σ = 0.71) รองลงมา คือ เด็กสามารถพับกระดาษครึ่งหนึ่งเป็นสามเหลี่ยมได้ (μ = 1.72, σ = 0.45) รองลงมา คือ เด็กสามารถพับกระดาษตามแนวเส้นตรงได้ (μ = 1.56, σ = 0.76) และเด็กสามารถ ขดเชือกตามเส้นที่ครูกำหนดได้ (μ = 1.22, σ = 0.42) ตามลำดับ หลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โดยอันดับแรก ความคล่องแคล่วในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โดยเรียงลำดับที่ ได้ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย อันดับแรก คือ เด็กสามารถฉีกปะกระดาษเป็นรูปดินสอตามแบบที่ คุณครูกำหนดได้ (μ = 2.94, σ = 0.23) รองลงมา คือ เด็กสามารถร้อยหลอดทำกำไลได้ (μ = 2.89, σ = 0.31) รองลงมา คือ เด็กสามารถหยิบจับสิ่งของได้อย่างคล่องแคล่ว (μ = 2.83, σ = 0.37) รองลงมา คือ เด็กสามารถนวด คลึง ปั้นแป้งโดว์เป็นทรงกลมได้ (μ = 2.78, σ = 0.42) รองลงมา คือ เด็กสามารถพับกระดาษได้อย่างคล่องแคล่ว (μ = 2.72, σ = 0.65) และเด็กสามารถประดิษฐ์สิ่ง ต่างๆ ด้วยเศษวัสดุได้ (μ = 2.50, σ = 0.69) ตามลำดับ ความยืดหยุ่นในการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โดยเรียงลำดับที่ ได้ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย อันดับแรก คือ เด็กสามารถใช้มือคลี่กระดาษออกจากกันได้ (μ = 3.00, σ = 0.00) รองลงมา คือ เด็กสามารถนำหลอดติดลงบนเส้นที่กำหนดได้ (μ = 2.83, σ = 0.37) รองลงมา คือ เด็กสามารถปั้นแป้งโดว์เป็นแผ่นได้ (μ = 2.72, σ = 0.45) รองลงมา คือ เด็กสามารถ ใช้กรรไกรตัดกระดาษขาดจากกันโดยใช้มือข้างเดียว (μ = 2.61, σ = 0.49) รองลงมา คือ เด็ก สามารถปั้นแป้งโดว์เป็นก้อนกลมเท่าๆ กันได้ (μ = 2.50, σ = 0.60) และเด็กสามารถใช้มือรีด กระดาษให้เรียบได้ (μ = 2.39, σ = 0.76) ตามลำดับ
38 ความสามารถในการควบคุมการใช้กล้ามเนื้อมือมัดเล็ก ของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โดย เรียงลำดับที่ได้ค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย อันดับแรก คือ เด็กสามารถระบายสีโดยไม่ออกนอกเส้นที่ กำหนดให้ (μ = 2.78, σ = 0.53) รองลงมา คือ เด็กสามารถพับกระดาษครึ่งหนึ่งเป็นสามเหลี่ยมได้ (μ = 2.78, σ = 0.42) รองลงมา คือ เด็กสามารถพิมพ์สีต่อเติมรูปภาพได้ (μ = 2.61, σ = 0.68) รองลงมา คือ เด็กสามารถฉีกกระดาษเป็นชิ้นเล็กและชิ้นใหญ่ตามที่ต้องการได้ (μ = 2.61, σ = 0.49) รองลงมา คือ เด็กสามารถใช้กรรไกรตัดหลอดขาดจากกันโดยใช้มือข้างเดียว ได้ (μ = 2.61, σ = 0.49) รองลงมา คือ เด็กสามารถพับกระดาษตามแนวเส้นตรงได้ (μ = 2.50, σ = 0.69) และเด็ก สามารถขดเชือกตามเส้นที่ครูกำหนดได้ (μ = 2.28, σ = 0.73) ตามลำดับ อภิปรายผล การวิจัยครั้งนี้เป็นการส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียน สาธิตละอออุทิศ โดยใช้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ผู้วิจัยอภิปรายผลได้ดังนี้ 1. ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ก่อนและหลังการ จัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 พบว่า เด็กมี ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ได้รับก่อนการจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์โดยมีภาพรวมความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับพอใช้ (μ = 1.79, σ = 0.69) และค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อ มัดเล็กของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ที่ได้รับหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ โดยรวมมี ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กอยู่ในระดับมาก (μ = 2.67, σ = 0.49) ซึ่งเป็นไปตาม สมมติฐานที่ตั้งไว้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ ในงานวิจัยของ (กัญญาวีร์ ใครวงษ์, 2562 : 5) กล่าวถึง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กมีความสำคัญต่อเด็ก คือ เด็กที่สามารถเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อตา มือ นิ้วมือ และแขน จะทำให้สามารถขีดเขียนและลากเส้นได้ดี นั่นคือความสามารถในการใช้ กล้ามเนื้อเล็กมีความสำคัญต่อพื้นฐานในการพัฒนาความสามารถในการเขียนตัวอักษรในขั้นต่อไป ในการกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ เป็นการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นสำหรับกล้ามเนื้อมัดเล็กโดยเฉพาะ จาก การที่เด็กได้หยิบ จับสัมผัสอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการทำงานศิลปะ นอกจากนี้กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ยัง เปิดโอกาสให้เด็กได้แสดงออกทางด้านความคิด ความรู้สึกจินตนาการได้แสดงออกอย่างอิสระ ช่วยให้ ผ่อนคลาย ความตึงเครียด และยังส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคมในการทำกิจกรรมร่วมกับผู้อื่น เป็นการ เตรียม ความพร้อมในการเรียนในระดับที่สูงขึ้น ซึ่งมีความสอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ.2560 (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560 : 28) และการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ด้วยดินจากการ ปั้นพัฒนาด้านความคล่องแคล่ว ความยืดหยุ่นในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ด้านความสามารถในการ
39 ควบคุมในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก และด้านการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตาอยู่ในระดับดีเมื่อ เปรียบเทียบกับก่อนการจัดกิจกรรมพบว่าทั้ง โดยรวมและรายด้านสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ.01 ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของ (ปิยดา ไชยแก้ว, 2564 : 29) 2. ผลการเปรียบเทียบความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์พบว่า คะแนนก่อนและหลังการเรียนรู้แผนการจัด กิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อส่งเสริมพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียนสาธิตละอออุทิศ ก่อนและหลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีผลการประเมิน ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กก่อนการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ย 33.94 และ หลังการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ มีค่าเฉลี่ย 50.94 โดยรวมนักเรียนชั้นอนุบาลปีที่ 1/2 โรงเรียน สาธิตละอออุทิศ มีความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมากขึ้น โดยนักเรียนแต่ละคนมีคะแนน พัฒนาการเพิ่มขึ้นเฉลี่ย ร้อยละ 73.731 ซึ่งอยู่ในเกณฑ์พัฒนาการระดับสูง ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัย ของ (ณัฐวดี ชาญกล้า, 2560 : 33) ได้ทำการศึกษาการพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ของนักเรียนชั้นอนุบาล 2/2 โรงเรียนอนุบาลฤชากรโดยใช้ชุดกิจกรรมกระดานนุ่มนิ่มพบว่าหลังจาก ได้รับ การใช้ชุดกิจกรรมกระดานนุ่มนิ่มสูงกว่าก่อนการได้รับการใช้ชุดกิจกรรมการะดานนุ่มนิ่มทั้งนี้ เพราะ 17 นักเรียนได้ใช้กล้ามเนื้อมือ นิ้วมือ และการประสานสัมพันธ์ระหว่างมือกับตานักเรียนจึงมี การพัฒนา กล้ามเนื้อมัดเล็กโดยความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กหลังการใช้ชุดกิจกรรม กระดานนุ่มนิ่มมีความสามารถอยู่ในระดับดีมากและแผนการจัดประสบการณ์อยู่ในระดับเหมาะสม มากที่สุด ( X = 4.90,S.D.= 0.45) และแบบประเมินความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมีค่า ความสอดคล้อง (IOC) ผ่านเกณฑ์ทุกข้อซึ่งมีค่าเท่ากับ 1.00 ทั้งนี้อาจเป็นเพราะ กิจกรรมศิลปะ สร้างสรรค์ เป็นกิจกรรมหนึ่งที่นำมาใช้ในการพัฒนาทักษะด้านกล้ามเนื้อของเด็ก ปฐมวัย โดยมุ่งเน้น ให้เด็กได้พัฒนาทักษะด้านกล้ามเนื้อมัดเล็ก ตามหน่วยการเรียนตามหลักสูตรเป็น หลัก ซึ่งสอดคล้อง กับงานวิจัยของ (กฤษณา รักนุช, 2560 : 25) กล่าวถึง ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมี ความสำคัญต่อเด็กคือ เด็กที่สามารถเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อตา มือ นิ้วมือ และแขนจะทำให้สามารถ เขียนและลากเส้นได้ดีนั้น คือ ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กมีความสำคัญต่อพื้นฐานในการ พัฒนาความสามารถในการเขียนอักษรในขั้นต่อไป ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้ 1. ครูควรมีบทบาทในการดูแลให้ความช่วยเหลือให้คำแนะนำเมื่อเด็กต้องการกระตุ้นเด็ก โดยให้เด็ก ได้ทดลองทำตามความคิดของตนเองให้แรงเสริมกล่าวคำชมเชยในผลงานของเด็กทำให้เด็กมีความ มั่นใจและตั้งใจในการทำกิจกรรม
40 2. การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ควรจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศให้เอื้อต่อการจัดกิจกรรม โดยจัดสถานที่สำหรับการทำกิจกรรมในการหยิบใช้สื่อวัสดุอุปกรณ์ได้อย่างสะดวกเพียงพอกับความ ต้องการของเด็ก ไม่มีเสียงดังจากภายนอกเข้ามารบกวนเด็ก ไม่ให้มีสิ่งรบกวนสมาธิของเด็ก 3. ในการจัดกิจกรรมการปั้น หากมีเด็กสนใจในการทำกิจกรรมควรขยายเวลามากขึ้น 4. เมื่อทำกิจกรรมเสร็จสิ้นแล้วครูผู้สอนควรแนะนำให้นักเรียนทำความสะอาด เก็บ กวาด บริเวณ พื้นที่กลุ่มของตนเอง และเก็บวัสดุอุปกรณ์ที่ทำกิจกรรมเข้าที่ให้เรียบร้อยทุกครั้ง ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไป 1. ควรมีการศึกษาความสามารถด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยว่า เด็กปฐมวัยในช่วง อายุไหนมี พัฒนาการเป็นอย่างไร แล้วจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกับพัฒนาการของเด็กในแต่ละวัย 2. ควรมีการศึกษาความสามารถด้านกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัยที ่ได้รับกิจกรรม สร้างสรรค์การ ฉีก ตัด ปะเศษวัสดุในสังกัดอื่น ๆ
41 บรรณานุกรม บรรณานุกรมภาษาไทย กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560. กรุงเทพ : โรงพิมพ์ ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จํากัด. กัญญาวีร์ ใครวงษ์. (2562). ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กที่ได้รับการจัดกิจกรรม ศิลปะ สร้างสรรค์การประดิษฐ์เศษวัสดุของเด็กปฐมวัยชั้นปีที่ 2/3 โรงเรียนบ้านห้วยกะปิ(รายงาน ผลการวิจัย). ชลบุรี : มหาวิทยาลัยบูรพา. กฤษณา รักนุช. (2560). การพัฒนาชุดกิจกรรมสร้างสรรค์ตามแนวคิดของ Gesell เพื่อพัฒนา ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนระดับชั้นปฐมวัย (วิทยานิพนธ์ปริญญา มหาบัณฑิต). กรุงเทพ : มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์. ขนิษฐา บุนนาค. (2562). การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์สำหรับเด็กปฐมวัย (ออนไลน์). สืบค้น 18 มกราคม 2567. จาก การจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์ ส าหรับเด็กปฐมวัย (youngciety.com) นุชจณี อู่ทอง และอัฐิณีญา สัจจะพัฒนกุล. (2565). การส่งเสริมพัฒนาการด้านกล้ามเนื้อมือมัดเล็ก ของเด็กปฐมวัยโดยใช้ชุดกิจกรรมการฉีกและการปะ (รายงานผลการวิจัย). กำแพงเพชร : มหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร. ปิยดา ไชยแก้ว. (2564). การพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กของนักเรียนชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนวัดหนังโดยใช้กิจกรรมประกอบอาหารประเภทปั้น (รายงานผลการวิจัย). กรุงเทพ: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา. มณีรัตน์ ภูทะวัง. (2560). การพัฒนาการจัดกิจกรรมศิลปะสร้างสรรค์เพื่อฝึกสมาธิเด็กปฐมวัย (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). มหาสารคาม : มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. วิชชุลดา นุชนงค์. (2564). ผลการจัดกิจกรรมการปั้นที่มีต่อความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก ของเด็กปฐมวัย ชั้นบริบาล โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์(รายงานผลการวิจัย). บุรีรัมย์ : มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์. สายทอง พุ่มเกตุ. (2561). การพัฒนากิจกรรมศิลปะจากวัสดุธรรมชาติที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ ของเด็กปฐมวัย (รายงานผลการวิจัย). พิษณุโลก : มหาวิทยาลัยนเศวร สุคนธ์รัตน์ ศรีอ่อน. (2559). การพัฒนาความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อเล็กของเด็กปฐมวัยโดยใช้ กิจกรรมศิลปะประดิษฐ์จากวัสดุธรรมชาติ(วิทยานิพนธ์). มหาสารคาม: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.