2. โครงการวจิ ัยเรื่อง การวเิ คราะหท์ รานสคริปโตมของนิวโรเปปไทดท์ ี่เกย่ี วขอ้ งกบั การสบื พนั ธุ์ การเจริญ
เตบิ โตและการพฒั นาในปลิงทะเลขาว, Holothuria scabra
3. โครงการวจิ ัยทรัพยากรชวี ภาพจุลนิ ทรีย์ทะเลในพนื้ ท่ีจังหวดั นครศรีธรรมราชเพอื่ การใชป้ ระโยชน์ดา้ น
เทคโนโลยีชวี ภาพและอนุรักษป์ ่ าชายเลน
โครงการวจิ ัยในชว่ งปี แรกมงุ่ เน้นส�ำ รวจ เกบ็ ตวั อยา่ ง ศกึ ษาความหลากหลายของชนิดพนั ธ์ุ คา่ ความถี่ ความ
ชกุ ชมุ ของการพบ ความสมบูรณ์ของชนิดพนั ธ์ุ และความเหมือนของชนิดพนั ธ์ุจุลินทรีย์ทะเล เปรียบเทยี บกันใน
แตล่ ะพนื้ ทีข่ องป่ าชายเลนในอ�ำ เภอท่าศาลาและอ�ำ เภอปากพนัง จังหวดั นครศรธี รรมราช ท�ำ การจดั จำ�แนกชนิด
ของจุลินทรีย์ทะเลโดยอาศัยลกั ษณะทางสณั ฐานวิทยา ทำ�การรวบรวมข้อมูลชนิดพันธ์ุของจุลนิ ทรียท์ ะเลเข้าสู่
ฐานข้อมูลทรัพยากรของโครงการ อพ.สธ. จากน้ันท�ำ การคดั แยกสายพนั ธบุ์ รสิ ทุ ธขิ์ องจลุ นิ ทรยี ท์ ะเล เพื่อประเมนิ
ศักยภาพในการใชป้ ระโยชน์ดา้ นตา่ ง ๆ ในระยะถัดไป
50แนวคดิ นิทรรศการ พิพิธภณั ฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวทิ ยาลยั วลัยลักษณ์
ผงั พ้ืนท่ี หอ้ งบริบูรณท์ รัพยากรอา่ วไทย
ห้องบรบิ ูรณท์ รัพยากรอ่าวไทย
51 แนวคิดนทิ รรศการ พพิ ธิ ภณั ฑธ์ รรมชาติวทิ ยาเทพรตั นราชสดุ าฯ มหาวทิ ยาลัยวลัยลักษณ์
เทคนคิ และรูปแบบการจดั แสดง
1. Graphic Panels
2. จำ�ลองกายภาพของใต้ทอ้ งทะเลอา่ วไทย โดยใชส้ อื่ เทคโนโลยีเสมือนจริง และจัดแสดงวตั ถจุ ริงบางสว่ น
ตูก้ ระจกแสดงระบบนิเวศทะเลอา่ วไทย ต้กู ระจกแสดงตัวอยา่ งจริงของสตั ว์ และพืช เชน่ ปลาการต์ นู ปะการัง
ปลงิ ทะเล เป็ นตน้
3. จัดแสดงสตั วส์ ตัฟฟ์ และแขวนซากโครงกระดูกวาฬบนเพดานกลางหอ้ งนิทรรศการ
4. จัดนิทรรศการผลการด�ำ เนินงานวจิ ัยและบริการวชิ าการภายใต้การสนับสนุนของ อพ.สธ. และมหาวิทยาลัย
วลัยลกั ษณ์ ตลอดจนภาคเี ครอื ขา่ ยทเ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ทรพั ยการทอ้ งทะเลอา่ วไทย เชน่ การศกึ ษาชนิดพนั ธ์ุปลาทะเล
ปลิงทะเล และจุลนิ ทรียท์ ะเล เป็ นต้น
5. ใชส้ อ่ื นำ�ชมแบบเสมอื นจริง Virtual Reality (VR) , Augmented Reality (AR) และ Mixed Reality (MR)
6. ใชเ้ กม และสอื่ การเรียนรู้แบบใหผ้ ชู้ มมสี ว่ นร่วม และสมั ผสั ไดจ้ ริง แบบ 4 D
52แนวคิดนิทรรศการ พิพิธภัณฑธ์ รรมชาตวิ ิทยาเทพรัตนราชสดุ าฯ มหาวทิ ยาลยั วลยั ลกั ษณ์
๕ หอ้ งวฒั นธรรมพ้ืนบ้านน�ำ เสนอเกย่ี วกบั พฤกษศาสตรพ์ นื้ บา้ น (ethno botany) คอื การน�ำ พชื พรรณ
มาใชใ้ นวถิ ีชวี ติ ประจำ�วนั ของชนพืน้ เมือง ชนเผา่ ในท่นี ้ีจะแสดงวถิ ชี วี ติ ตาม
ภมู ปิ ัญญาเกลอเขา เกลอนา เกลอเล เพอื่ สะทอ้ นใหเ้ หน็ วถิ ชี วี ติ และความสมั พนั ธ์
ของกลุ่มคนท่ีอาศัยอยู่บนพ้ืนท่ีเทือกเขาหลวง กับกลุ่มคนที่อาศัยอยู่แถบ
ชายฝ่ังทะเลอา่ วไทย กลมุ่ คนทง้ั สองกลมุ่ มกี ารแลกเปลยี่ นทรพั ยากรกนั อยา่ งไร
มวี ฒั นธรรามและอตั ลกั ษณเ์ ฉพาะกลมุ่ อยา่ งไร มกี ารพง่ึ พงิ ดา้ นทรพั ยากรกนั
อยา่ งไร ผา่ นเรื่องเล่า “เกลอเขา เกลอเล”
53 แนวคิดนิทรรศการ พพิ ิธภัณฑธ์ รรมชาติวทิ ยาเทพรตั นราชสุดาฯ มหาวทิ ยาลยั วลัยลกั ษณ์
ชาวนอก ชาวเหนอื ชาวนอกเขา ล้วนชาวเรา “นครศรีธรรมราช”
กาลเวลาไดน้ ำ�เอาคำ�วา่ “นอก เหนือและนอกเขา” ติดไปดว้ ย ชาวนครรุ่นใหม่จึงไมค่ อ่ ยรู้จัก นอก เหนือและ
นอกเขา เหลือพดู ถึงกนั บา้ งกแ็ ตใ่ นวงวชิ าการวฒั นธรรม วถิ ชี วี ติ ของพวกนอกและพวกเหนอื ทเ่ี คยพง่ึ พาอาศยั กนั
อย่างใกลช้ ดิ คอ่ ย ๆ หา่ งกนั และขาดจากกันโดยสนิ้ เชงิ
จังหวดั นครศรีธรรมราชเรามพี ื้นท่เี กือบ ๑๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร หรือกวา่ ๖,๐๐๐,๐๐๐ ไร่ มีลักษณะทาง
กายภาพคอื มีเทอื กเขานครศรีธรรมราชยาวตามแนวเหนือใตเ้ ป็ นแกนกลาง แบง่ นคศรธี รรมราชเป็ น ๓ เขต คอื
เขตทร่ี าบทางตะวนั ออกของเทอื กเขาไปจนจดชายฝ่ังทะเลอา่ วไทย เคยเป็ นแหลง่ ผลติ ขา้ วป้ อนชาวใตห้ ลายจงั หวดั
ตรงกลางเป็ นเขตภเู ขาและเชงิ เขา มปี ่ าไมส้ มบรู ณ์ ตง้ั เป็ นอทุ ยานแหง่ ชาตหิ ลายแหง่ เป็ นพนื้ ทปี่ ลกู ผลไมห้ ลายชนดิ
และพืช เศรษฐกจิ ส�ำ คัญ คือ ยางพารา ซีกตะวันตกของภูเขาเป็ นที่ราบระหว่างภูเขา หลายพ้ืนท่ีมีแร่ธาตุ และ
เป็ นศูนยก์ ารปลกู ยางพาราระดับชาติ ๓ เขตดังกลา่ วนี้เป็ นทม่ี าของค�ำ “นอกเหนือ และนอกเขา”
บริเวณลมุ่ น้ําปากพนัง และใกล้เคยี งทางซีกตะวนั ออกของเทือกเขา จะเรียกว่า “นอก” แถบภูเขาและเชิงเขา
และซีกตะวนั ตกของเทือกเขาจะเรียกวา่ นอกเขา ค�ำ วา่ “เหนือ” มไิ ดห้ มายถงึ ทิศเหนือ แตเ่ หนือ เป็ นบริเวณตน้ น้ํา
สายต่าง ๆ ท่ีหล่อเลี้ยงชีวิต พืช และสัตว์ บริเวณที่ราบด้านตะวันออก คำ�ว่า “เหนือ” จึงน่าจะหมายความว่า
“เหนือนํ้า” กระมงั
ลักษณะทางธรรมชาติ เป็ นตัวกำ�หนดวิถีชีวิตของคนในแต่ละเขต บริเวณท่ีราบชายฝ่ั งตะวันออกท่ีเรียกว่า
นอก เป็ นทร่ี าบดนิ ดี ในล�ำ คลองมนี าํ้ สมบรู ณ์เหมาะส�ำ หรบั การท�ำ นา นอก จงึ เป็ นอขู่ า้ วของเมอื งนครศรธี รรมราช
เชงิ เขาตอนกลางมกี ารท�ำ สวนปลูกผลไม้หลายชนิด เป็ นท่ีอยู่ของพวกเหนือ โดยท่ัวไปยอมรับกันว่า พวกนอก
จะลำ�บากกวา่ พวกเหนือ เพราะการทำ�นากับการท�ำ สวนแตกต่างกัน พวกนอกทำ�นาต้องปลูกข้าวทุกปี ผิดกับ
พวกเหนือ รอให้ผลไม้ออกตามฤดูกาล สุกเมื่อไหร่ก็เก็บขายได้ หรือรอต้นยางพาราโต กรีดได้ยาวไปเลย
สรุปได้ว่าพวกนอกต้องต่อสู้ย่ิงกว่า พวกเหนือ ส่วนพวกนอกเขา อยู่ไกลวงจรความสัมพันธ์ของพวกนอกและ
พวกเหนือ
ในการปกครองสว่ นภมู ภิ าค เมือ่ พ.ศ. ๒๔๗๖ ซ่งึ มกี ารเลอื กต้งั สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎรเป็ นคร้งั แรก คร้ังน้ัน
จังหวดั นครศรีธรรมราชประกอบด้วย ๘ อ�ำ เภอ มี ๖ อ�ำ เภอต้ังอยู่ซีกตะวันออกของเทือกเขานครศรีธรรมราช
ได้แก่ อ�ำ เภอเมอื ง อ�ำ เภอสชิ ล อ�ำ เภอทา่ ศาลา อ�ำ เภอรอ่ นพบิ ลู ย์ อ�ำ เภอปากพนงั และอ�ำ เภอหวั ไทร อยทู่ างตะวนั ตก
ไดแ้ ก่ อ�ำ เภอฉวาง และอ�ำ เภอทุง่ สง พวกนอกเขาไปจากพวกเหนือและพวกนอก
54แนวคิดนิทรรศการ พิพธิ ภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ิทยาเทพรตั นราชสุดาฯ มหาวทิ ยาลัยวลัยลักษณ์
ความแตกต่างในด้านภูมิประเทศ และผลผลิต ของเหนือและนอก ทำ�ให้พวกเหนือและพวกนอกจะต้องพ่ึงพา
อาศัยกันในหลายเรื่องการไปมาหาสู่กันมีตลอดท้ังปี โดยอาศัยคลองเป็ นเส้นทางเชื่อม และใช้ “เรือเหนือ”
เป็ นพาหนะ เรือเหนือเป็ นภูมิปั ญญาการต่อเรือของพวกเหนือ โดยเฉพาะเรือเหนือแถวลานสกา ซ่ึงเป็ นเรือที่มี
ประโยชน์ใช้สอยสูง ไม่ต้องใช้เครื่องยนต์ ไม่ต้องมีเรือลากจูง ถ้าคลองแคบและนำ้�ตื้นจะใช้ถ่อค้ําไป ถ้าน้ําลึก
คลองกว้างก็จะใช้แจว เรือเหนือเดินทางจากเหนือไปได้ไกล ๆ และหลายวัน ในเรือบรรทุกผลไม้เต็มลำ� มีเตาไฟ
และหม้อหุงข้าวต้มแกง ลำ�เรือปูกระดานและฟาก นอนได้ ๓ - ๔ คน (หรือมากกว่า-กอง บก.) มีหลังคาคลุม
กันแดดกันฝน นำ�ผลไม้ไปแลกกับข้าวและอื่น ๆ หรือขายเป็ นเงินสด เรือเหนือจึงมใี หเ้ หน็ ท่ัวไปในคลองแถวนอก
ขากลบั เหนือบรรทุกข้าว กะปิ ปลาแหง้ น้ําผ้งึ และนํ้าสม้ จากทีแ่ ลกกับผลไม้หรือ “เกลอ” ใหม้ า
พวกนอกจะต้องพ่ึงพาพวกเหนือเช่นเดียวกัน ในฤดูน้ําหลากบ้านเรือนพวกนอกจะถูกน้ําท่วมอยู่เป็ นเดือน
วัวพวกนอกไม่มีที่อยู่อาศัย และไม่มีหญ้าให้กิน ดังน้ันเม่ือหมดหน้าไถนา ก็จะนำ�วัวของตนเดินทางไปฝากพวก
เหนือเล้ยี ง จนกวา่ จะถึงฤดูทำ�นารอบใหมจ่ ึงจะไปรับววั กลับ พวกเหนือแตล่ ะบา้ นพร้อมทจ่ี ะเล้ยี ง “ววั นอก” โดย
มขี า้ ว หรือลูกววั ทีเ่ กิดระหวา่ งการเลี้ยงเป็ นสงิ่ ตอบแทน แลแ้ ตจ่ ะตกลงกัน
มคี นเลา่ ใหฟ้ ั งวา่ พวกนอกจะประเมนิ การเลยี้ งววั ของพวกเหนอื วา่ ฤดกู าลหนา้ จะน�ำ ววั มาฝากเลยี้ งอกี หรอื เปลา่
คือ มาดูก้นวัวของตนว่าก้นป้ านหรือก้นแหลม ถ้าก้นป้ าน แสดงว่าวัวอ้วน เล้ียงดูดี แต่ถ้าวัวก้นแหลม แสดงว่า
ววั ผอม คนเลี้ยงไมเ่ อาใจใส่ เรียกวา่ วดั กนั ทีก่ ้น
นอกจากพวกเหนือจะช่วยเลี้ยงวัวให้พวกนอกแล้ว ยังช่วยพวกนอกในฤดูเก็บเกี่ยว พวกนอกจำ�นวนหน่ึง
จะท�ำ นาจนเกบ็ เองไมไ่ หวตอ้ งอาศยั แรงงานพวกเหนือไปชว่ ยเกบ็ หรอื รบั จา้ งเกบ็ การจา้ งเกบ็ คดิ กนั เป็ นเลยี งขา้ ว
เก็บได้กเี่ ลียง แบ่งใหผ้ ูเ้ ก็บกี่เลียง มักจะเริ่มท่รี ้อยละ ๑๐ - ๑๒ และเพิม่ ข้ึนเป็ นร้อยละ ๑๕ - ๒๐ หรือมากกวา่ น้ัน
ท้ังนี้เพราะ ตอนคอรวงข้าวสดผู้เก็บจะเก็บได้มาก ถ้าเป็ น “ข้าวยับ” จะเก็บได้ช้า สัดส่วนการแบ่งให้ผู้เก็บจะ
เปล่ยี นไป พวกเหนือทีม่ ารับจ้างเกบ็ ข้าว จะมีรายได้เป็ นกอบเป็ นก�ำ ตามความสามารถในการเก็บขา้ วของตน
ฤดูกาลท่ีพวกเหนือไปหาพวกนอกมากทส่ี ดุ คอื ฤดผู ลไมส้ กุ ผลไม้จากเหนือประกอบดว้ ย ทุเรียน มังคุด เงาะ
ลางสาด ขนุน จ�ำ ปาดะ และหมากพลู บรรจลุ งเรอื ลอ่ งไปหาพวกนอก บางคร้งั รอนแรมเป็ นเวลาหลายวนั จนกวา่
จะขายหรอื แลกกบั สงิ่ ของทพ่ี วกเหนือไม่มี โดยมงุ่ ไปตามทอ้ งถนิ่ ของชาวนอกทสี่ นิทสนม ชว่ ยใหแ้ ลกเปลยี่ นสง่ิ ท่ี
ตอ้ งการได้
พวกนอกและพวกเหนืออีกกลุม่ หน่ึงทีไ่ ปมาระหวา่ งนอกและเหนือ คือกลุ่มศิลปิ นโนหร์ าและหนังตะลงุ ที่นิยม
“เดนิ โรง” ในฤดูแลง้ สะดวกแกก่ ารเดินทาง ค�ำ วา่ “เดินโรง” เป็ นการเดินทางของคณะหนังตะลุง หรือมโนหร์ า
ไปแสดงโดยไมม่ ีกำ�หนดเป้ าหมาย ใหส้ ญั ญาณกลองเมือ่ ผ่านชมุ ชน เผอื่ จะมใี ครบอกรบั ใหแ้ สดง และพร้อมที่จะ
แสดงเพื่อแลกกับอาหารมือ้ เยน็ และท่พี ักค้างคนื บอ่ ยคร้ังในอดตี ทจี่ ะได้เหน็ โนหร์ าหรือหนังตะลุงเดินโรง แถว
ท่งุ นาท่นี อก
เรือเหนือถูกยานพาหนะทีก่ นิ นำ้�มันเบียดตกไปพร้อมกับกาลเวลา ลำ�คลองท่ีเคยเต็มไปดว้ ยชวี ติ ชวี าระหวา่ ง
พวกนอกและพวกเหนือบัดนี้ตื้นเขนิ สวะเข้าครองจนหมดสิ้น ถึงทกุ วนั นี้พวกนอกและพวกเหนือตา่ งคนต่างอยู่
ไมค่ ิดจะเกอื้ กูลกนั อกี ต่อไป คนกล่มุ ใหมท่ แ่ี ทรกเข้ามาระหวา่ งพวกนอกกบั พวกเหนือ คอื พอ่ ค้าคนกลางทีเ่ ข้ามา
ตัดวงจรในอดตี ของพวกเขาใหข้ าดจากกนั ไมเ่ หลือใหเ้ หน็ ร่องรอย
55 แนวคดิ นิทรรศการ พพิ ธิ ภณั ฑ์ธรรมชาตวิ ิทยาเทพรตั นราชสดุ าฯ มหาวิทยาลยั วลัยลักษณ์
การพ่ึงพาชองกลุ่มคนในพื้นที่เทือกเขาหลวงกับพ้ืนท่ีชายฝ่ั งทะเลอ่าวไทยได้มีสร้างความสัมพันธ์ในการ
แลกเปลย่ี นทรพั ยากรในรูปแบบความสมั พนั ธท์ เี่ รยี กวา่ “เกลอ” ซงี่ จะเรยี กกลมุ่ คนทอี่ าศยั อยบู่ นเทอื กเขาหลวงวา่
“เกลอเขา” และกลมุ่ คนทอี่ ยทู่ ร่ี าบเชงิ เขาหลวงกอ่ นถงึ ชายฝ่ั งทะเลอา่ วไทยวา่ “เกลอนา” และเรยี กกลมุ่ คนทอี่ ยู่
อาศยั ในแถบชายฝ่ั งทะเลอา่ วไทยวา่ “เกลอเล” ซ่งึ ตา่ งกเ็ อาขา้ วปลาอาหารมาแลกเปลย่ี นกนั น้ัน เป็ นธรรมเนียม
หรือวิถีชีวิตด้ังเดิมของชาวบ้านภาคใต้ เพราะในสมัยก่อนการเดินทางหรือติดต่อค้าขายยังไม่สะดวก ชาวบ้าน
แต่ละหมู่บ้านจะพ่ึงพอาตนเองเป็ นหลัก หากขาดเหลืออะไรก็จะเอาข้าวปลาอาหารไปช่วยเหลือแลกเปล่ียนกัน
อาจจะเป็ นเครือญาติกัน หรือไม่ได้เป็ นเครือญาติกัน แต่รู้จักนับถือกันเหมือนญาติพ่ีน้องหรือเหมือนเพื่อน หรือ
“เกลอ” ในภาษาใต้
การแลกเปลี่ยนทรัพยากร “เกลอเขา” เป็ นชมุ ชนหมูบ่ า้ นทีต่ ้งั อยใู่ นป่ าจะมอี าหารป่ า เชน่ สะตอป่ า ทเุ รียน
มังคุด เงาะ สมนุ ไพร ไกป่ ่ า มูสงั (อเี หน็ ) ฯลฯ เอามาแลกข้าวสารแลกขนมกับ “เกลอนา” ท่ที ำ�นา หรือแลกเกลอื
แลกอาหารทะเลกับ “เกลอเล” ทีท่ ำ�ประมง แต่ในสมัยกอ่ นจะตอ้ งใชว้ ธิ ีหาบคอนหรือร่องเรือใชเ้ วลาเป็ นวนั ๆ
น่ันเอง
ภูมิปัญญา “เกลอเขา - เกลอเล”
ภมู ปิ ญั ญาเกลอเขา
หมองู : ภูมิปั ญญารักษาพิษงู
“ ลองเอางมู าใหก้ ดั เราตวั หนงึ่ แลว้ ไปใหก้ ดั นายแพทยต์ วั หนงึ่ แลว้ ตา่ งคนตา่ งรกั ษา ดซู วิ า่ ใครจะหายกอ่ นกนั ….”
คำ�พูดข้างต้นเป็ นการมองสังคมผ่านมิติของการแพทย์พืน้ บ้าน ทีส่ ามารถเชือ่ มโยงให้เห็นถึงสภาพการด้านอืน่
ของสังคมทัง้ องคาพยพได้อย่างน่าทึง่ เสมือนโลกทีต่ ่างกระบวนทัศน์กับกระแสหลักของโลกแห่งเทคโนโลยี
56แนวคิดนิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวทิ ยาเทพรตั นราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลกั ษณ์
เนอื้ หาของหนังสอื เลม่ นี้ เป็ นการศกึ ษาภมู ปิ ั ญญาพนื้ บา้ นในการดแู ลสขุ ภาพอนามยั โดยการรวบรวมองคค์ วามรู้
ของ “หมอง”ู โดยการสงั เกตและจดบนั ทกึ กระบวนการรกั ษา และการใชย้ าสมนุ ไพรเพอื่ รกั ษาพษิ งตู ามความเชอื่
ของคนในทอ้ งถนิ่ ซงึ่ พบว่าพืชสมุนไพรในท้องถิ่นมสี รรพคณุ ในการรักษาพิษงูถึง 93 ชนิด และนำ�เสนอขอ้ คดิ
ในภาพกวา้ ง ไดแ้ ก่ ความเชอื่ ในการรักษาแบบองค์รวมของทอ้ งถนิ่ เหมาะอย่างยิง่ สำ�หรับผู้ทีส่ นใจเรอื่ งการใช้
สมนุ ไพรในการรกั ษาโรค และการแพทยท์ างเลอื ก (สวุ ทิ ย์ มาประสงค,์ ภมู ปิ ั ญญาหมอง.ู 2546)
การรักษาแผลเน่ืองจากพิษงู มีการประเมินจากลักษณะและการบวมของแผล ร่วมกับการสอบถามอาการ
รกั ษาดว้ ยตาํ รบั ยาสมนุ ไพรรว่ มกบั ทอ่ งคาถา รูปแบบตาํ รบั ยาทใี่ ชค้ อื ยาแช่ ยาพอก และยาตม้ ขน้ึ อยกู่ บั การรกั ษา
ของหมอแตล่ ะทา่ น สามารถรวบรวมสมนุ ไพรทห่ี มอใชร้ กั ษาไดท้ ง้ั หมด 31 ชนดิ เชน่ เถาเกลด็ นาคราช ฟ้าทะลายโจร
โกฐกะกลงิ้ ลาํ โพงกาสลกั มะนาว เป็ นตน้ โดย สว่ นใหญแ่ ลว้ พชื สมนุ ไพรในตาํ รบั ยาทหี่ มอพนื้ บา้ นเลอื กใชม้ ฤี ทธิ์
ทางเภสชั วทิ ยาในการรกั ษาแผล ตา้ นแบคทเี รยี และตา้ นการอกั เสบ ซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ภมู ปิ ั ญญาของหมอพนื้ บา้ น
มีผลในในการรักษาแผลเนื่องจากพษิ งแู ละแผลติดเชอื้
57 แนวคิดนทิ รรศการ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาตวิ ทิ ยาเทพรตั นราชสุดาฯ มหาวทิ ยาลัยวลยั ลักษณ์
ภมู ิปญั ญาเกลอเล
ดหู ลำ� : คนฟั งเสยี งปลา ภูมิปั ญญาพลานทะเล
ดหู ล�ำ ใชเ้ ป็ นคำ�เรียกผู้ทีฝ่ ึ กฝนจนมหี ู จับเสยี งหายใจจากปลา และสัตว์น้ําใต้ทะเล (คล้าย ๆ หทู ิพย์ ) หรือแม้
แต่ใชบ้ อกตำ�แหน่งเรือจม ดหู ลำ�เป็ นภูมปิ ั ญญาทอ้ งถนิ่ ทใ่ี ชใ้ นการตรวจจบั หาฝูงปลา ในทะเลใชก้ ันมากในภาคใต้
คาบสมทุ รแหลมมาลายู
บริเวณปลายดา้ มขวาน ทางฟากฝ่ั งทะเลดา้ นตะวนั ออก นับต้ังแต่ จ.นครศรีธรรมราช ลงไปจนถึง จ.ปั ตตานี
มวี ชิ าลกึ ลบั ของชาวเลพนื้ ถน่ิ วชิ าหนง่ึ ทเี่ มอ่ื ไดย้ นิ แลว้ ถงึ กบั อง้ึ วา่ เป็ นไปไดจ้ รงิ หรอื ? เพราะวชิ าทเ่ี ลา่ ขานสบื กนั มา
แตอ่ ดตี นี้ จะทำ�ใหผ้ ทู้ ี่เรียนรู้ สามารถฟั งเสียงปลาได้ ทำ�ให้รู้ว่าในท้องทะเลที่กว้างใหญ่น้ัน อยู่ตรงบริเวณไหน
ปริมาณมากมายเทา่ ใด และอาจลว่ งรู้ด้วยวา่ เป็ นปลาชนิดใด “วชิ าวา่ นี้ชอื่ “ดูหลำ�””
ปั จจุบนั ยงั มีชาวประมงในแถบจังหวดั สงขลาบางกลุ่ม ยงั คงใชน้ ี้ในการออกเลหาปลา การจับปลาดว้ ยวชิ า
ดหู ล�ำ เริ่มจากชาวประมองออกเรือไปยงั ทคี่ าดวา่ นา่ จะมปี ลาอยู่ จากน้ัน จะเอาพายเรือจุ่มลงไปในนํ้า เอาหแู นบ
กับพายฟั งเสยี งปลา โดยในข้ันนี้ จะบอกได้เพียงว่าฝูงปลาท่ีได้ยนิ น้ัน เวยี นวา่ ย (นํ้า) อยทู่ างทิศใด ชาวประมง
ตอ้ งพายเรือไปตามเสยี งในทศิ ทางที่ได้ยิน และเม่อื มาถงึ ที่ฝูงปลาอยู่ ชาวประมงจะลงนํ้า นอนควาํ่ หน้าราบกบั
ผิวนํ้าทะเล โดยหนั หน้าไปทางตน้ เสยี ง วา่ กนั วา่ เสยี งของปลาทดี่ งั มาไดย้ นิ น้ัน จะดังอยู่บริเวณหน้าผากของผฟู้ ั ง
และเมือ่ มุง่ หน้าตามเสยี งไปเรื่อย ๆ กระท่งั ถึงจุดทีฝ่ งู ปลาอยู่หนาแน่น เสยี งทีไ่ ด้ยนิ น้ันจะเปลี่ยนมาดังอยูบ่ ริเวณ
หน้าอกของผ้ฟู ั งแทน
“วชิ าดูหลำ� ตอ้ งอาศัยความช�ำ นาญและการฝึ กฝน อนั หมายถงึ การออกจบั ปลาเป็นประจำ� อยูก่ ับนํ้า ลม แดด
ฟ้ า ฝน จนช�ำ นิช�ำ นาญ” ผทู้ เี่ รยี นรู้วิชาดูหลำ� จะพัฒนาขีดความสามารถของวชิ านี้ไดเ้ ป็ นข้นั ๆ ไป จะสามารถ
แยกแยะเสยี งปลาไดร้ ูว้ า่ เป็นปลาชนดิ ใด และสามารถรูด้ ว้ ยถงึ สภาพอากาศ อณุ หภมู ิ ความชนื้ กระแสนา้ํ กระแสลม
รู้จักความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งปลากบั ดนิ ฟ้ าอากาศ กระทง่ั อา่ นความรูส้ กึ ของปลาได้ สงิ่ ส�ำ คญั คือ รักษาทะเลใหค้ งอยู่
ต่อไป
58แนวคดิ นทิ รรศการ พพิ ธิ ภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรตั นราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลกั ษณ์
แอนนเิ มชนั้ นทิ านพื้นบา้ นเรือ่ ง ไอเ้ กลอเขา - ไอเ้ กลอเล
จัดท�ำ การ์ตนู แอนนิเมช่นั โดยจำ�ลองจอหนังตะลงุ และสร้างตวั การ์ตนู แอนนเิ มชน่ั เป็นตวั หนงั ตะลงุ ซง่ึ เป็นการ
ละเล่นพื้นบา้ นทีไ่ ดร้ ับความนิยมในกลุ่มเกลอเขา และเกลอเล ไดม้ กี าร “เดินโรง” เพือ่ จัดแสดงแลกข้าวและท่พี ัก
ในชว่ งหน้าแลง้ เชน่ อาจมกี ารกำ�หนดตวั หนังตะลงุ แทนเกลอเลคอื สะหม้อ และ เกลอเขาคือ ยอดทอง หรือไอ้เทง่
และตวั หนังตะลงุ อื่น ๆ เพื่อบอกเลา่ เรื่องราวนิทานพื้นบ้านภาคใต้ในเรื่อง “เกลอเขา-เกลอเล” ซ่ึงมเี นื้อหาย่อ ๆ
ของนิทาน เลา่ กันวา่
“ เมอื่ ไอเ้ กลอไป วงั เกลอ หรอื เยยี่ มเยอื นไอเ้ กลอเขา กไ็ ดข้ องฝากเป็ น มสู งั หรอื ชะมด ตดิ มอื กลบั บา้ นไปหนงึ่ ตวั
โดยไอเ้ กลอเขาบอกไอเ้ กลอเลเชงิ หยอกกนั ตามประสาเกลอวา่ มสู งั เป็ นสตั วเ์ ลยี้ งงา่ ย มนั กนิ เพยี งขไี้ กก่ อ็ ยไู่ ดแ้ ลว้
ดว้ ยวถิ ชี วี ติ คนอยทู่ ะเลทไี่ มเ่ คยรูจ้ กั มสู งั จงึ น�ำ ไปขงั ไวใ้ นคอกไกต่ ามค�ำ ของไอเ้ กลอ แตแ่ ลว้ กต็ อ้ งสญู เสยี ไกไ่ ปทงั้ เลา้
เพราะถูกมูสังกิน ต่อมาเมือ่ ไอ้เกลอเขามา วังเกลอ บ้าง ควายเล หรือปูทะเลขนาดใหญ่ก็เป็ นของแปลกใหม่ที่
ไอเ้ กลอเลฝากใหเ้ พอื่ นหอบหวิ้ กลบั บา้ น พรอ้ มทงั้ ค�ำ แนะน�ำ เชงิ หยอกจากอกี เชน่ กนั วา่ เจา้ ควายเลตวั นกี้ นิ นาํ้ เยยี่ ว
เป็ นอาหาร และถ้าถูกมันฟั น (ปูหนีบ) ก็ใหร้ ีบกัดเขา (ก้าม) อีกข้างของมนั ทันที เมอื่ กลับถึงบ้านไอ้เกลอเขาก็จับ
เจา้ ควายเลใสก่ ะลงั เอาไว้ บอกใหภ้ รรยาไปเยยี่ วใสก่ ะละมงั เพอื่ เลยี้ งเจา้ ควายเลตามค�ำ ของไอเ้ กลอเล ครนั้ เวลาคาํ่
นางก็ไปใหอ้ าหารสตั ว์เลีย้ งตามทีส่ ามบี อกปูหรือความเลของไอ้เกลอ เมือ่ มอี ะไรเข้าใกล้ตัวมันก็จะหนีบเอาโดย
สญั ชาตญาณป้ องกันตัว นางจึงต้องเรียกสามใี หม้ าชว่ ย ไอ้เกลอเขาก็รีบก้มหน้าลง เพือ่ จะกัดเขาอีกข้างของมัน
ทนั ที ตามค�ำ แนะน�ำ ของไอเ้ กลอ กเ็ ลยถกู กา้ มอกี ขา้ งหนงึ่ ของเจา้ ควายเลหนบี แกม้ เขา้ ให้ ในขณะทกี่ า้ มอกี ขา้ งหนงึ่
ก็ยังไม่ปล่อย สุดท้ายของเรือ่ งเมือ่ ไอ้เกลอทัง้ สองมาพบกันอีกประโยคทีส่ ัพยอกกันว่า มึงเสียไก่แค่ตัวสองตัว
จะเป็ นไรไป...กูทัง้ เจ็บทัง้ เหม็น ในบางแหง่ จึงใหช้ อื่ นิทานเรือ่ งนีว้ ่า ทัง้ เจ็บทัง้ เหม็น ”
59 แนวคิดนิทรรศการ พพิ ิธภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ทิ ยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวทิ ยาลัยวลัยลกั ษณ์
การหยอกลอ้ ระหวา่ งเพอื่ นเกลอในเรอ่ื งใหอ้ ารมขนั ทอี่ าจโนม้ เอยี งไปทางสปั ดนอยบู่ า้ ง แตแ่ ทจ้ รงิ แลว้ เป็ นเพยี ง
สสี นั ของนิทานทหี่ อ่ หมุ้ แกน่ เรอื่ งเทา่ น้นั หากไอเ้ กลอเขาไมห่ อบหว้ิ ความอดุ มสมบรู ณ์ของทรพั ยากรทรี่ าบเชงิ เขา
ที่มีเกินกินเกินใช้ ไปเยี่ยมเยือนไอ้เกลอเล ข้อมูลใดเล่าท่ีจะให้ความชัดเจนท่ีมีสีสันและกลิ่นอายเร่ืองราวความ
เป็ นอยู่ของกลุ่มคนที่อยู่บนเขา และกลุ่มคนท่ีอยู่ชายฝ่ั งทะเล ด้วยลักษณะความต่างกันของ เกลอเขา เกลอเล
ได้ถักทอวฒั นธรรมมาจากภมู ิปั ญญา เป็ นภมู ิปั ญญาองคร์ วมของเมืองชาวใตไ้ วใ้ หร้ บั รูอ้ ยา่ งนอ้ ย 2 ประการ คือ
วิถีชีวิตแบบ ข้าวบ้านนา พริกบ้านเหนือ เกลือบ้านใต้ ถือเป็ นต้นแบบของสังคมสงเคราะห์เก้ือกูลระหว่างกัน
ท่ีสงั คมทุนนิยมและบริโภคนิยมใหม่ปั จจุบนั เริ่มมองเหน็ คณุ ค่าและอยากกลับไปหาวถิ ชี วี ติ เชน่ น้ัน
เกมบันไดงู “เกลอเขา – เกลอเล”
เป็ นการกระตุ้นการเรียนรู้ผ่านเกมบันไดงู โดยจัดพื้นท่ีในการสร้างเกมบันไดงู “เกลอเขา - เกลอเล เพื่อให้
ผเู้ ขา้ ชมไดเ้ รยี นรูร้ ะบบความสมั พนั ธ์แบบ เกลอเขา-เกลอเล ผา่ นการเลน่ เกม ซ่งึ สอดแทรกทรพั ยากรทใี่ ชใ้ นการ
แลกเปลย่ี น และวธิ ีการในการนำ�ทรัพยากรไปแลกเปลี่ยน เป็ นต้น
60แนวคดิ นทิ รรศการ พพิ ธิ ภัณฑธ์ รรมชาติวทิ ยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวทิ ยาลยั วลยั ลักษณ์
ผงั พ้ืนท่ี หอ้ งวฒั นธรรมพนื้ บา้ น
ห้องบริบรู ณท์ รพั ยากรอ่าวไทย
61 แนวคิดนทิ รรศการ พพิ ธิ ภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลยั วลัยลกั ษณ์
เทคนคิ และรปู แบบการจัดแสดง
1. Graphic Panels และการวาดภาพ 3 มติ ิ (ภาพวาดฝาผนัง เกลอเขา - เกลอเล)
2. จำ�ลองวตั ถุจัดแสดงให้เกี่ยวกับภูมิปั ญญา “หมองู” และ “ดูหลำ�” เช่น สมุนไพรรักษาพิษงู อุปกรณ์จับปลา
ดว้ ยการฟั งเสยี ง เป็ นตน้
3. จัดแสดงสอื่ แอนนิเมช่นั นิทานพน้ื บ้าน “เกลอเขา-เกลอเล”
4. จัดนิทรรศการผลการด�ำ เนินงานวจิ ัยและบริการวชิ าการภายใตก้ ารสนับสนุนของ อพ.สธ. และมหาวทิ ยาลยั
วลัยลักษณ์ ตลอดจนภาคเี ครือข่ายทีเ่ กีย่ วข้อง
5. ใชส้ อ่ื นำ�ชมแบบเสมือนจริง Virtual Reality (VR) , Augmented Reality (AR) และ Mixed Reality (MR)
6. ใชเ้ กมบันไดงู และสอื่ การเรียนรู้แบบใหผ้ ชู้ มมสี ว่ นร่วม และสมั ผสั ไดจ้ ริง แบบ 4 D
62แนวคดิ นิทรรศการ พพิ ิธภณั ฑธ์ รรมชาติวทิ ยาเทพรตั นราชสดุ าฯ มหาวิทยาลยั วลัยลกั ษณ์
๖ หอ้ งการจัดการลมุ่ น้�ำ ปากพนงั
แสดงผลการด�ำ เนินงานของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ�ริ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เก่ียวกับการจัดการทรัพยากรน้ํา
เพอ่ื การเกษตรในพน้ื ทล่ี มุ่ นำ้�ปากพนังอยา่ งย่งั ยนื โดยภายในหอ้ งนิทรรศการ
จะจำ�ลองประตอู ุทกวภิ าษประสทิ ธิ์ซ่ึงเป็ นสญั ลักษณ์ในการบริหารจัดการนํ้า
ในพน้ื ทป่ี ากพนกั สามารถแกไ้ ขปั ญหานำ�้ เคม็ ลกุ ลำ�้ นำ�้ จดื ไดส้ �ำ เรจ็ เกดิ การแก้
ปั ญหาความขัดแย้งระหวา่ งนากุ้งกับนาขา้ ว
63 แนวคดิ นทิ รรศการ พิพธิ ภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ทิ ยาเทพรตั นราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลกั ษณ์
โครงการพฒั นาลมุ่ น้�ำ ปากพนัง อันเนอ่ื งมาจากพระราชด�ำ รฯิ
ความเป็นมา
ลุ่มน้ําปากพนังต้ังอยู่ทางตอนใต้ของจังหวัดนครศรีธรรมราช มีแหล่งต้นนํ้าคือ ทิวเขานครศรีธรรมราช
เกอื บขนานกบั ชายฝ่ั งทะเล โดยมลี กั ษณะภมู ปิ ระเทศ ๓ แบบ คอื ตอนบนของลมุ่ นาํ้ เป็ นทลี่ าดชนั มากตอนกลาง
เป็ น ทลี่ ่มุ ตํ่าท้องกระทะ มีสภาพเป็ นป่ าพรุกวา้ งใหญ่ ตอนล่าง เป็ น ที่ราบลุ่มต่ําสู่ชายฝ่ั ง มีแม่น้ําปากพนังเป็ น
แมน่ าํ้ สายหลกั ยาวประมาณ ๑๕๖ กโิ ลเมตรไหลผา่ นกลางพนื้ ท่ี ครอบคลมุ พนื้ ท่ี ๑๐ อ�ำ เภอ ของ จงั หวดั นครศรี
ธรรมราช ไดแ้ ก่ อ�ำ เภอปากพนงั อ�ำ เภอชะอวด อ�ำ เภอรอ่ นพบิ ลู ย์ อ�ำ เภอเชยี รใหญ่ อ�ำ เภอหวั ไทร อ�ำ เภอจฬุ าภรณ์
อำ�เภอเฉลิมพระเกียรติ อำ�เภอพระพรหม อำ�เภอเมืองและอำ�เภอลานสกา ๒ อำ�เภอ ของ จังหวัดพัทลุง ได้แก่
อ�ำ เภอควนขนุน และอำ�เภอป่ าพะยอม ๑ อ�ำ เภอ ของ จังหวัดสงขลา ได้แก่ อำ�เภอระโนดรวม ๗๖ ต�ำ บล ๕๙๙
หมู่บ้าน ประชากร ๕๔๔,๙๑๘ คน พื้นท่ีประมาณ ๓,๑๐๐ ตารางกิโลเมตรหรือประมาณ ๑,๙๓๗,๕๐๐ ไร่
ในจำ�นวนนี้มีพน้ื ทีน่ ามากกวา่ ๕๐๐,๐๐๐ ไร่
ในอดตี ลุ่มน้ําปากพนังมคี วามอดุ มสมบรู ณ์ และมคี วามหลากหลายทางชวี ภาพสงู ทกุ นเิ วศ ถกู ประสานเกยี่ วโยง
ต่อกันอย่างสมดุลด้วยนิเวศแหล่งน้ํา เป็ นอู่ข้าวอู่นํ้าที่สำ�คัญของภาคใต้ จากสภาพดินที่มีปั ญหา จากการใช้
ประโยชน์ทีด่ นิ ที่หลากหลายแบบรีดเคน้ ทำ�ลายเป็ นผลให้ นิเวศแหลง่ น้ําขาดสมดลุ เกดิ ปัญหา นา้ํ เค็มรุก จากการ
ขาดแคลนนํ้าจืดน้ําเปรี้ยวจากป่ าพรุ แพร่กระจาย น้ําเสยี จากพืน้ ทที่ �ำ นากุ้ง แปลงเกษตรกรรมและแหล่งชมุ ชน
และเกดิ นาํ้ ทว่ มในระดบั สงู และยาวนาน เนอื่ งจากเป็ นพน้ื ทร่ี วมนา้ํ หลากมสี ง่ิ กอ่ สรา้ งกดี ขวางทางนาํ้ และมชี อ่ งทาง
ระบายนํ้าไม่เพียงพอ
64แนวคิดนิทรรศการ พิพิธภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ิทยาเทพรตั นราชสดุ าฯ มหาวิทยาลยั วลยั ลักษณ์
แนวพระราชดำ�ริ
พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ทรงทราบถงึ ความเดอื ดรอ้ นของราษฎรในพนื้ ท่ี ดว้ ยพระเนตรพระกรรณทรงมี
พระราชดำ�ริใหห้ น่วยงานที่เกยี่ วขอ้ งเขา้ ชว่ ยเหลือราษฎรในพนื้ ทอี่ ยา่ งตอ่ เนอื่ งยาวนานมาโดยล�ำ ดับถงึ ๑๓ คร้ัง
แนวพระราชดำ�ริโดยสรุ ปคือ ทรงให้แก้ปั ญหาด้านปริมาณ และคุณภาพน้า ขจัดความขัดแย้ง โดยก่อสร้าง
“ ประตูระบายน้ําอุทกวิภาชประสิทธิ ” เป็ นจุดเร่ิมต้น จากน้ันให้ก่อสร้างประตรู ะบายน้ําและระบบระบายน้ํา
ระบบกักเก็บนํ้า และระบบส่งน้ํา อ่ืน ๆ เพิ่มเติมความสมบูรณ์ตามศักยภาพของพื้นท่ี ให้รักษาฟ้ื นฟูพัฒนา
สงิ่ แวดลอ้ มและพัฒนาอาชพี สง่ เสริมรายได้ใหแ้ ก่ราษฎรในพื้นที่ควบคกู่ นั ไปอยา่ งครบวงจร เพอ่ื ความอยดู่ กี นิ ดี
ของ ราษฎรในพืน้ ท่ี ไดอ้ ย่างย่งั ยืนบนฐานทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มที่สมดุล
65 แนวคดิ นิทรรศการ พิพิธภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ทิ ยาเทพรตั นราชสดุ าฯ มหาวทิ ยาลัยวลัยลักษณ์
ลำ�ดบั การพัฒนา
การดำ�เนินงานเพ่ือสนองพระราชดำ�ริของทุกภาคส่วนเพื่อช่วยเหลือราษฎรในพ้ืนท่ีกว่า ๕ แสนคน ในพ้ืนท่ี
ลุ่มนํ้าปากพนังไดม้ ีการพัฒนาโครงสร้างพืน้ ฐานด้านชลประทานในพื้นท่ีลุ่มนํ้าปากพนังเป็ นลำ�ดบั แรก ต้ังแตป่ ี
พ.ศ. ๒๕๒๑ กอ่ สรา้ งระบบสง่ นา้ํ ไมเ้ สยี บและอา่ งเกบ็ นา้ํ หว้ ยนาํ้ ใส เพอ่ื เป็ นแหลง่ เกบ็ กกั นาํ้ ตน้ ทนุ เมอ่ื วนั ท่ี ๙ และ
๑๑ ตลุ าคม ปี พ.ศ. ๒๕๓๕ พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ไดม้ พี ระราชด�ำ รใิ หก้ อ่ สรา้ งโครงการพฒั นาพนื้ ทลี่ มุ่ นาํ้
ปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำ�ริเพือ่ ชว่ ยเหลือราษฎรในพ้นื ทพี่ ้นวกิ ฤติจากความเสื่อมโทรมของทรัพยากร
ธรรมชาติ การกอ่ สร้าง “ประตรู ะบายนํ้าอทุ กวภิ าชประสทิ ธิ” ถือเป็ นจุดเริ่มต้นท่สี �ำ คัญของโครงการ
โครงการพฒั นาลมุ่ นา้ํ ปากพนงั อนั เนอื่ งมาจากพระราชด�ำ ริ ในพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
ซง่ึ เป็ นโครงการทพี่ ระองคท์ รงพระราชทานพระราชด�ำ ริ ในการแกไ้ ขปั ญหาวกิ ฤตการณ์ดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม ในเรอื่ ง
น้ําเค็ม นํ้าท่วม และน้ําแล้ง ที่เกิดข้ึนในพื้นที่ลุ่มน้ําปากพนัง เมื่อกว่า 20 ปี ก่อน หลังจากน้ัน รัฐบาลได้สนอง
พระราชดำ�ริ โดยเฉพาะการสร้างประตูระบายนํ้า “อุทกวภิ าชประสทิ ธิ์” ซ่ึงเป็ นชอ่ื ทีพ่ ระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ
ทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทาน
โดยประตูแห่งนี้สามารถป้ องกันการรุกล้ําของน้ําเค็มเข้าสู่พ้ืนที่ทางการเกษตร จนทำ�ให้ประชาชนในพ้ืนที่
ลมุ่ นํ้าปากพนัง ตอ้ งอพยพละท้งิ ถิ่นฐานกลบั มาประกอบอาชพี ในพื้นท่ีของบรรพบรุ ุษได้อกี คร้ัง การฟ้ื นตัวของ
สภาพแวดล้อมทำ�ใหใ้ นแหล่งน้ําธรรมชาติมีสตั วน์ ้ําเพม่ิ มากยิ่งข้ึน
66แนวคดิ นิทรรศการ พิพิธภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ิทยาเทพรัตนราชสดุ าฯ มหาวทิ ยาลัยวลยั ลกั ษณ์
เมอ่ื วนั ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2536 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ได้พระราชทานพระราชด�ำ รกิ บั คณะกรรมการ
บริหารโครงการพฒั นาพ้นื ทล่ี ุม่ น้ําปากพนังฯ ณ พระต�ำ หนัก ทักษิณราชนิเวศน์ จังหวดั นราธิวาส ความวา่
“แมว้ า่ ประตูน้ําอันเดียวน้ีจะไม่แก้ไขปั ญหาท้ังหมด แตจ่ ะตอ้ งสร้างหรือทำ�โครงการต่อเนื่อง...แต่ถ้าหากวา่
เป็ นจุดเริ่มต้นของการแก้ปั ญหาท้ังหลาย ซ่ึงแต่ก่อนนี้การแก้ไขปั ญหาตา่ งคนต่างท�ำ ต่างฝ่ ายต่างทำ� จุดเริ่มไม่มี
ตอนนี้ถา้ สร้างประตนู ำ้�เสร็จ... จากอันนี้จะท�ำ อะไร ๆ ไดท้ ุกอย่างและแยกออกมาเป็ นโครงการ”
การด�ำ เนินงานโครงการพฒั นาพืน้ ทล่ี ุ่มนํ้าปากพนังอนั เนื่องมาจากพระราชดำ�ริ มีสำ�นักงานคณะกรรมการ
พเิ ศษเพอ่ื ประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำ�ริ (สำ�นักงาน กปร.) ทำ�หน้าท่ีเป็ นแกนกลางในการ
ประสานตดิ ตามและสนบั สนนุ การด�ำ เนนิ งานตามแผนงานรว่ มกบั หนว่ ยงานทเี่ กย่ี วขอ้ ง โดยสามารถพฒั นาระบบ
ชลประทานครอบคลมุ พื้นท่ี ๕๒๑,๐๐๐ ไร่ แบ่งเขตน้ําจืด-นํ้าเค็ม โดยคันแบ่งเขตระยะทาง ๙๑.๕๐ กิโลเมตร
บรรเทาน้ําท่วมป้ องกันน้ําเคม็ และเกบ็ กกั นาํ้ จดื เพอ่ื การเกษตร การอปุ โภคบรโิ ภค เพาะเลยี้ งสตั วน์ า้ํ รวมทง้ั พฒั นา
สง่ เสริมอาชพี ประชาชนและตดิ ตามสงิ่ แวดล้อมในพ้นื ที่ควบคกู่ นั ไปอย่างตอ่ เนื่อง
จ�ำ ลองประตูอทุ กวิภาชประสทิ ธ์ิ
จัดแสดงโมเดลจำ�ลองประตอู ทุ กวภิ าชประสทิ ธิ์ โดยใชส้ อื่ เสมือนจริงฉายภาพซอ้ นบนวตั ถใุ หม้ ภี าพกระแสน้ํา
และกระบวนการทำ�งานของประตูวิภาชประสิทธิ์ในการระบายน้ํา พร้อมเสียงประกอบเพื่อให้การรับชมแบบ
เสมือนจริง
67 แนวคดิ นทิ รรศการ พิพธิ ภัณฑ์ธรรมชาตวิ ทิ ยาเทพรตั นราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลัยลกั ษณ์
ผลการดำ�เนินงานโครงการวิจัยและบริการวิชาการ
สนองโครงการพระราชด�ำ รฯิ พฒั นาพน้ื ทล่ี มุ่ น�ำ้ ปากพนงั
ในนาม อพ.สธ. มหาวิทยาลัยวลัยวลัยลักษณ์ และภาคี
เครือข่าย
นิทรรศการในส่วนน้ีจะเป็ นการนำ�เสนอผลงานด้านการวิจัยและบริการวิชาการท่ีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
และภาคีเครือข่ายได้ร่วมกันพัฒนาพื้นท่ีลุ่มน้ําปากพนังสนองโครงการพระราชดำ�ริฯ เพื่อแก้ไขปั ญหาด้าน
ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม และยกระดับชีวิตความเป็ นอยู่ของคนลุ่มนํ้าปากพนังให้มีการอยู่ดีกินดี ทรัพยากร
อดุ มสมบรู ณ์และย่ังยนื ตงั ตวั อยา่ งเชน่
1. นิทรรศการ ตามรอยพอ่ สานตอ่ แนวทาง “ลุ่มนํ้าปากพนัง เมอื งอูข่ ้าว อู่นํ้า ”
…สง่ ต่อผลงานวจิ ัยสใู่ ชง้ านจริงอยา่ งเป็ นรูปธรรม
นทิ รรศการ ตามรอยพอ่ สานตอ่ แนวทาง “ลมุ่ นาํ้ ปากพนงั เมอื งอขู่ า้ ว อนู่ าํ้ มวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอื่ เป็ นการเผยแพร่
ประชาสัมพันธ์ผลงานวิจัยที่ดำ�เนินการในพ้ืนที่ลุ่มนํ้าปากพนังของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ตลอดจนสนอง
พระราชด�ำ รใิ นการพฒั นาและฟื้ นฟศู กั ยภาพของพนื้ ทล่ี มุ่ นาํ้ ปากพนงั ใหส้ ามารถกลบั มาเป็ นแหลง่ ผลติ ทางเกษตร
ทอี่ ดุ มสมบรู ณ์และชมุ ชนสามารถเลยี้ งตวั เองไดอ้ ยา่ งยง่ั ยนื โดยน�ำ เสนอการถา่ ยทอดเทคโนโลยจี ากโครงการวจิ ยั
เพอื่ ชมุ ชน จ�ำ นวน 4 ผลงาน คอื เครอื่ งอบขา้ วเปลอื กดว้ ยไมโครเวฟผสมลมรอ้ น การพฒั นา Application เชอื่ มโยง
กบั ระบบ Smart Farming ในนาขา้ วอนิ ทรยี ์ การพฒั นาบรรจภุ ณั ฑเ์ พอ่ื เพม่ิ มลู คา่ ขา้ วพนั ธพ์ุ นื้ เมอื งนครศรธี รรมราช
และการพฒั นาชาต้นข้าวออ่ นชนิดผงพร้อมชง รวมท้ังการจัดมุมแสดงสนิ คา้ ของดจี ากลุม่ นํ้าปากพนัง
68แนวคดิ นทิ รรศการ พพิ ิธภณั ฑ์ธรรมชาตวิ ทิ ยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวทิ ยาลัยวลัยลักษณ์
69แนวคดิ นิทรรศการ พิพธิ ภัณฑธ์ รรมชาตวิ ทิ ยาเทพรตั นราชสดุ าฯ มหาวทิ ยาลยั วลยั ลกั ษณ์
2. นทิ รรศการโครงการวจิ ยั “การยกระดบั และพฒั นาภมู ปิ ั ญญาทอ้ งถนิ่ พชื จากลมุ่ นา้ํ ปากพนงั เพอื่ สรา้ งผลติ ภณั ฑ์
สร้างสรรคส์ ตู่ ลาดเชงิ พาณิชย”์
มหาวทิ ยาลยั วลยั ลกั ษณไ์ ดด้ �ำ เนนิ การวจิ ยั ทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั อาชพี ไรจ่ าก จ�ำ นวน 6 โครงการวจิ ยั โดยใชก้ ระบวนการ
ของงานวจิ ัยเพื่อพัฒนาพ้นื ท่ี ซ่ึงได้รับการสนับสนุนจากส�ำ นักงานคณะกรรมการสง่ เสริมวทิ ยาศาสตร์ วจิ ัยและ
นวัตกรรม (สกสว.) มาต้ังแต่ปี 2557 มีผลงานวิจัยที่เก่ียวข้องกับอาชีพไร่จาก ท้ังในส่วนงานวิจัยทางด้าน
วิทยาศาสตร์และด้านสังคมศาสตร์ ได้แก่ การวิเคราะห์คุณค่าของน้ําตาลจาก น้ําส้มจาก เพื่อพัฒนามาตรฐาน
สนิ คา้ การวจิ ยั เพอื่ พฒั นาผลติ ภณั ฑแ์ ละสรา้ งมลู คา่ เพมิ่ การวจิ ยั เพอ่ื พฒั นากลมุ่ เกษตรกร ฯลฯ ผลสมั ฤทธจิ์ ากการ
ด�ำ เนนิ การทส่ี �ำ คญั คอื การพฒั นาอาชพี ของเกษตรกรเพอื่ รองรบั การเพมิ่ ขน้ึ ของพนื้ ทไี่ รจ่ ากทไี่ ดร้ บั การสง่ เสรมิ การ
ฟื้ นฟูและปลูกเพิ่มในพ้ืนท่ีนากุ้งร้าง โดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รุ่งรวี จิตภักดี และคณะ ผู้ช่วยศาสตราจารย์
ภริตพร แก้วแกมเสือ และคณะ รองศาสตราจารย์ ดร.มนัส ชัยจันทร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นิสา แซ่หลี ร่วม
นำ�เสนอนิทรรศการ
70แนวคดิ นิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรตั นราชสดุ าฯ มหาวทิ ยาลยั วลยั ลักษณ์
โครงการ “การยกระดบั และพฒั นา ภมู ปิ ั ญญาทอ้ งถนิ่ ตน้ จากลมุ่ นาํ้ ปากพนงั เพอื่ สรา้ งผลติ ภณั ฑส์ รา้ งสรรค์
สตู่ ลาดเชงิ พาณิชย์” วา่ ชมุ ชนขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เป็ นชุมชนที่มีพน้ื ท่ปี ลกู จากมากทส่ี ดุ
ในอ�ำ เภอ
ประชาชนในชมุ ชนขนาบนากสว่ นใหญป่ ระกอบอาชพี ด้ังเดิมของบรรพบรุ ุษ คอื การท�ำ นา้ํ ตาลปึกจากตน้ จาก
และการทำ�นา แตเ่ มื่อถึงยุคหน่ึงหลายครัวเรือนได้ปรับเปลี่ยนมาท�ำ นากุง้ พ้นื ทใ่ี นชมุ ชนจึงมีสารพิษคอ่ นขา้ งสงู
สภาพสง่ิ แวดล้อมเสอื่ มโทรม
จากน้นั เกดิ วกิ ฤตเิ ศรษฐกจิ สง่ ผลใหน้ ากงุ้ นบั แสนไรก่ ลายเป็ นนากงุ้ รา้ ง ชาวบา้ นในพนื้ ทจี่ งึ หนั กลบั มาประกอบ
อาชพี ท�ำ น้ําตาลจาก นำ�ไปสกู่ ารฟื้ นภมู ปิ ั ญญาและอาชพี เดิมของบรรพบุรุษ
71 แนวคดิ นิทรรศการ พพิ ธิ ภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ทิ ยาเทพรตั นราชสุดาฯ มหาวทิ ยาลัยวลัยลกั ษณ์
“ งานวิจัยที่เข้าไปทำ�เป็ นโจทย์เก่ียวกับการยกระดับผลิตภัณฑ์จากภูมิปั ญญาท้องถิ่น โดยมีต้นจากเป็ นทุน
ชุมชน เดิมทีชาวบ้านมีสินค้าเก่ียวกับต้นจากอยู่แล้วอย่างน้ําตาลปึ ก ซ่ึงเรามองว่าการทำ�งานวิจัยเกี่ยวกับการ
แปรรู ปผลิตภัณฑ์น้ัน หากชุมชนมีสินค้าเดิมท่ีเขาผลิตอยู่ก็ยังคงไว้ เพราะชาวบ้านมีฐานลูกค้าเดิมที่เข้มแข็ง
ขณะทก่ี ารผลติ สนิ คา้ ใหมน่ ้นั เราจะคอ่ ยๆสอนเขาท�ำ ไปดว้ ยกนั และหาฐานลกู คา้ อกี กลมุ่ ซง่ึ จะเป็ นทางเลอื กส�ำ หรบั
ลกู ค้าใหมด่ ้วย ”
จากขอ้ มลู การส�ำ รวจของมหาวทิ ยาลยั วลยั ลกั ษณ์ ในการจดั ท�ำ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ ชมุ ชน พบวา่ ในแตล่ ะปี
อาชพี การท�ำ ไร่จากสามารถสร้างรายได้ประมาณ 12 ล้านบาทแก่ชมุ ชน โดยมีต้นทุนในการผลิตเพียงประมาณ
1 ล้านบาทเท่าน้ัน ซ่ึงเมื่อเปรียบเทียบกับรายได้สุทธิของผู้ทำ�อาชีพนาข้าวและนากุ้งแล้ว อาชีพการทำ�ไร่จาก
จึงถือวา่ เป็ นอาชพี ที่ทำ�รายไดส้ งู ส�ำ หรับชมุ ชน
ปั จจุบนั ชมุ ชนขนาบนากมผี ลติ ภณั ฑ์จากการแปรรูป มีดังนี้
1. ผลิตภณั ฑ์แปรรูปนํ้าตาลจาก ไดแ้ ก่ นํ้าตาลจากผง น้ําผ้งึ จาก
2. ผลติ ภณั ฑแ์ ปรรูปนาํ้ สม้ จาก ใชก้ ระบวนการหมกั จนเป็ นนำ�้ สม้ จากบรรจขุ วด สามารถน�ำ ไปท�ำ เป็ นเมนอู าหาร
เชน่ ตม้ สม้ ปลากระบอกจากน้ําสม้ จาก นํ้าชบุ ขย�ำ จากน้ําสม้ จาก
3. ผลิตภัณฑ์แปรรูปจักสานจาก แบ่งเป็ นสินค้าที่ทำ�มาจากใบจาก เช่น หมวกเปี้ ยว หมาจาก ขนมจาก ขนมปั ด
และสนิ คา้ ทีท่ ำ�มาจากก้านจาก เชน่ เสวยี นรองหมอ้ โคมไฟ ตะกร้า กรอบรูป เป็ นต้น
72แนวคิดนทิ รรศการ พิพธิ ภณั ฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรตั นราชสุดาฯ มหาวทิ ยาลยั วลัยลักษณ์
ผงั พืน้ ที่ ห้องการจัดการลุ่มนำ�้ ปากพนัง
ห้องการจัดการลุม่ น้ำ�ปากพนงั
73 แนวคิดนทิ รรศการ พพิ ธิ ภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ทิ ยาเทพรตั นราชสดุ าฯ มหาวิทยาลยั วลัยลกั ษณ์
เทคนคิ และรูปแบบการจัดแสดง
1. Graphic Panels ระบบนิเวศ และวถิ ีชวี ติ ลุ่มนํ้าปากพนัง
2. จำ�ลองสถาปั ตยกรรมประตูระบายนํ้า “อุทกวิภาชประสิทธิ์” โดยใช้ส่ือเสมือนจริงสร้างบรรยากาศเสียงนํ้า
และภาพเคล่อื นไหวการระบายนำ้�ของประตูดังกล่าวเพือ่ กระตุ้นการเรียนรู้และเพิ่มความน่าสนใจแกผ่ ู้เข้าชม
มากยง่ิ ข้ึน
3. จำ�ลองวถิ ชี วี ติ ลมุ่ นํ้าปากพนัง
-จัดแสดงพันธ์ุข้าวในพ้ืนท่ีลุ่มนํ้าปากพนัง และจำ�ลองประติมากรรมปล่องโรงสีข้าวซ่ึงสะท้อนพบในพ้ืนท่ี
ปากพนังในสมัยอดตี สะทอ้ นความเป็ น “อขู่ ้าว” ของปากพนัง
-จำ�ลองเตาผลติ น้ําตาลจาก และจัดวตั ถุแสดงเกีย่ วกับภมู ปิ ั ญญาจากพชื จาก
-จำ�ลองการท�ำ นาก้งุ
4. จัดแสดงสอื่ วดิ ีทัศน์ ตามรอยพ่อ สานต่อแนวทาง “ลุ่มน้ําปากพนังเมืองอ่ขู ้าว อูน่ ํ้า”
5. จัดนิทรรศการผลการดำ�เนินงานวิจัยและบริการวิชาการภายใต้การสนับสนุนของ อพ.สธ. และมหาวิทยาลัย
วลัยลักษณ์ ตลอดจนภาคเี ครือข่ายทีเ่ กีย่ วข้อง
6. ใชส้ อ่ื นำ�ชมแบบเสมอื นจริง Virtual Reality (VR) , Augmented Reality (AR) และ Mixed Reality (MR)
7. ใชเ้ กม และสอื่ การเรียนรู้แบบใหผ้ ชู้ มมีสว่ นร่วม และสมั ผัสไดจ้ ริง แบบ 4 D
74แนวคิดนิทรรศการ พิพธิ ภัณฑ์ธรรมชาตวิ ทิ ยาเทพรตั นราชสุดาฯ มหาวทิ ยาลัยวลยั ลักษณ์
๗ หอ้ งประโยชนแ์ ท้แก่มหาชนเป็นหอ้ งทตี่ อ้ งการรวบยอดความรูข้ องผชู้ มใหไ้ ดข้ อ้ สรุปจากการเขา้ ชม
มาท้งั หมด และตอกยำ้�ถึงความม่งุ หมาายต่อพพิ ธิ ภัณฑแ์ หง่ นี้ ผ่านการนำ�
เสนอผลงานสนองพระราชดำ�ริ อพ.สธ. ในนามมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
และเครือข่ายในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ
พฒั นาต่อยอดสกู่ ารนำ�ไปใชป้ ระโยชน์อยา่ งย่ังยนื
75 แนวคิดนทิ รรศการ พพิ ธิ ภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลัยวลยั ลักษณ์
1. นำ�เสนอในรูปแบบการฉายหนังส้ันเฉลิมพระเกียรติฯ เพื่อสะท้อนให้เห็นพระราชกรณียกิจของในหลวง
รชั กาลท่ี 9 และพระกนษิ ฐาธริ าชเจา้ กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารใี นการทรงงานดา้ น
การอนุรักษ์และพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสงิ่ แวดลอ้ มเพื่อประโยชน์สขุ แกม่ หาชนชาวสยาม
ภาพตัวอยา่ งหนังส้นั เฉลมิ พระเกยี รตฯิ
2. จดั มมุ ความรูแ้ สดงหนงั สอื จากงานวจิ ยั และบรกิ ารวชิ าการจากการด�ำ เนนิ งานโครงการอนรุ กั ษพ์ นั ธกุ รรมพชื
อันเนื่องมาจากพระราชดำ�ริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี (อพ.สธ.) ในนามมหาวิทยาลัย
วลยั ลกั ษณ์ และภาคเี ครอื ขา่ ย ในรูปแบบ E-BOOK ในรูปแบบฐานขอ้ มลู bookcase Bota Library เพอ่ื ใหผ้ เู้ ขา้ ชม
นิทรรศการได้ความเพลดิ เพลินจากการน่ังพกั ผอ่ นแบบสบาย ๆ ดื่มด่มั กบั ธรรมชาตชิ มคอร์ทนํ้าตกกรุงชงิ และ
คอร์ทชายหาด พร้อมเลือกรับชมภาพยนต์เฉลิมพระเกียรติฯ หรือจะเลือกอ่านหนังสือจากผลงานการวิจัยและ
บริการวชิ าการของ อพ.สธ. และภาคีเครือขา่ ย เพือ่ นำ�องค์ความรู้ที่ได้ไปประยุกตใ์ ชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเอง
และสงั คมตอ่ ไป
76แนวคดิ นทิ รรศการ พพิ ิธภัณฑธ์ รรมชาติวิทยาเทพรัตนราชสุดาฯ มหาวิทยาลยั วลัยลกั ษณ์
ผังพื้นที่ ห้องประโยชนแ์ ท้แกม่ หาชน
หอ้ งประโยชน์แทแ้ ก่มหาชน
77 แนวคิดนิทรรศการ พิพธิ ภณั ฑ์ธรรมชาติวทิ ยาเทพรตั นราชสดุ าฯ มหาวทิ ยาลยั วลัยลักษณ์
เทคนิคและรูปแบบการจัดแสดง
1. Graphic Panels
2. จัดพ้ืนที่น่ังแบบผ่อนคลาย สบาย ๆ เพื่อรับชมบรรยากาศโถงช้ันล่างท่ีมีคอร์ทนํ้าตกกรุ งชิงด้านซ้าย และ
คอร์ทชายหาดจำ�ลองซ่ึงอยู่ทฝ่ี ่ั ง
3. ใชส้ อื่ เสยี งธรรมชาติบรรยากาศน่ังในป่ าเขาลำ�เนาไพร สลบั กบั เสยี งคลื่นและบรรยากาศทอ้ งทะเล
4. จัดมมุ ชมภาพยนตร์หนังส้นั เฉลมิ พระเกยี รติฯ
5. จัดมมุ นำ�เสนอตัวอย่างหนังสอื จากงานวจิ ัยและบริการวชิ าการภายใต้โครงการอนุรักษ์พนั ธุกรรมพืช
อนั เนอ่ื งมาจากพระราชด�ำ รฯิ (อพ.สธ.) และในนามมหาวทิ ยาลยั วลยั ลกั ษณ์ ตลอดจนภาคเี ครอื ขา่ ย (โชวห์ นงั สอื
จริง พร้อมคิวอาร์โคทส�ำ หรับเปิ ดอ่านแบบ E-BOOK ในรูปแบบฐานข้อมูล bookcase Bota Library
78แนวคดิ นิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเทพรตั นราชสดุ าฯ มหาวทิ ยาลัยวลยั ลักษณ์
นอกจากตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาแล้วภายในพ้ืนที่อุทยานพฤกษศาสตร์
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ยังมีอาคารที่พักสำ�หรับผู้เข้าพักเป็ นแบบหมู่คณะ พ้ืนที่
ลานกางเตน็ ท์ เสน้ ทางศกึ ษาธรรมชาติ และ Canopy Walkway พรอ้ มแอง่ นาํ้ ขนาดใหญ่
ทสี่ ามารถจดั กจิ กรรมหรอื กฬี าทางนา้ํ ส�ำ หรบั ใหบ้ รกิ ารผทู้ มี่ าพกั คา้ งแรม หรอื มาเทยี่ วชม
พพิ ธิ ภณั ฑธ์ รรมชาตวิ ทิ ยา มหาวทิ ยาลยั วลยั ลกั ษณ์ และเรยี นรูพ้ ชื พรรณไมน้ านาชนดิ
กจิ กรรมการดนู ก การส�ำ รวจเสน้ ทางธรรมชาติ กจิ กรรมฝึ กอบรมสมั มนา นนั ทนาการ
หรือกจิ กรรม/กฬี าทางนำ้�ต่าง ๆ และที่พักใกล้ชดิ ธรรมชาตใิ นบรรยากาศ slow life
รวมทง้ั โครงการ/กจิ กรรมเชงิ สรา้ งสรรคต์ า่ ง ๆ เพอื่ เป็ นแหลง่ เรยี นรูท้ มี่ ชี วี ติ เป็ นพน้ื ที่
สร้างประสบการณ์ แรงบันดาลใจ และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพ่ือนำ�ไปสู่การสร้าง
กระบวนการเรียนรู้เชงิ วชิ าการ และการสร้างจิตส�ำ นึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรและ
ภูมิปั ญญาวฒั นธรรมท้องถน่ิ อย่างย่งั ยืนต่อไป