The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยวัฏจักร

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yodladdda2543, 2021-12-15 07:28:33

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยวัฏจักร

แผนการจัดการเรียนรู้หน่วยวัฏจักร

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 1

รายวชิ าพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ว 15101) ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4 วฏั จักร จำนวน 6 ชัว่ โมง

เร่ือง เมฆ หมอก นำ้ คา้ งและน้ำค้างแข็ง เวลา 2 ช่วั โมง

วนั ท…่ี ……เดือน……………………พ.ศ…………. ผสู้ อน นางสาวลัดดา จนั ทรแ์ ดง

โรงเรียนบ้านท่าชมุ (ประชาอุทศิ วทิ ยาคาร)

1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบและความสัมพันธข์ องระบบโลก กระบวนการเปลีย่ นแปลง

ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณพี บิ ตั ิภยั กระบวนการเปล่ยี นแปลงลมฟ้าอากาศและภมู ิอากาศโลก รวมทั้ง
มผี ลตอ่ ส่งิ มชี วี ติ และส่งิ แวดล้อม
2. ตวั ชี้วัด

ว 3.2 ป.5/4 เปรียบเทยี บกระบวนการเกิดเมฆ หมอก นำ้ ค้าง และน้ำค้างแขง็ จากแบบจำลอง
3. สาระสำคญั

ไอน้ำที่ลอยอยใู่ นอากาศเมื่อกระทบกับความร้อนจากดวงอาทติ ย์จะเกิดการควบแนน่ เปน็ ละอองน้ำ
เล็ก ๆ แล้วลอยตวั ในระดบั สงู เรยี กว่า เมฆ แต่หากไอน้ำกระทบกับอากาศเย็นแล้วลอยตัวในระดบั ตำ่
เรยี กว่า หมอก ส่วนไอนำ้ ท่ีควบแนน่ เปน็ ละอองน้ำเกาะอยู่บนพ้ืนผิววตั ถุใกล้พืน้ ดิน เรยี กวา่ น้ำคา้ ง
ถา้ อุณหภมู ใิ กล้พ้ืนดินต่ำกวา่ จุดเยอื กแข็ง น้ำค้างก็จะกลายเป็นน้ำค้างแข็ง
4. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. ทดลองและอธบิ ายการเกดิ เมฆและหมอกได้ (K)
2. ส่ือสารและนำความรูเ้ ร่ืองเมฆ หมอก นำ้ ค้างและน้ำค้างแขง็ ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันได้ (P)
3. มคี วามรับผดิ ชอบและมุง่ มั่นในการทำงานท่ีได้รับมอบหมาย (A)
5. สาระการเรียนรู้
ชนิดของน้ำในบรรยากาศ (เมฆ หมอก นำ้ คา้ งและนำ้ ค้างแข็ง)

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการส่อื สาร

2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการแก้ปัญหา

7. รปู แบบการจดั การเรยี นรู้

จัดการเรียนร้โู ดยใช้วธิ ีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E

8. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้

ขั้นจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
1. ข้นั กระต้นุ ความสนใจ (Engagement)

1. ครสู นทนากบั นกั เรียนเก่ยี วกบั เร่อื ง เมฆ หมอก น้ำคา้ งและนำ้ คา้ งแขง็ จากน้นั ครใู ห้
นักเรียนดบู ตั รภาพเมฆ แลว้ ต้ังประเด็นคำถามกระต้นุ ความสนใจนักเรยี น โดยให้นกั เรียนแต่ละคนรว่ มกนั
อภิปรายแสดงความคดิ เห็นอย่างอิสระโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรอื ผดิ ดังนี้

1.1 เมฆเกดิ ขน้ึ ได้อยา่ งไร (แนวตอบ : นกั เรยี นตอบตามความคดิ เห็นของตนเองโดย
คำตอบขนึ้ อยู่กับดุลยพินิจของครผู สู้ อน เชน่ ไอนำ้ ในอากาศจะควบแนน่ เป็นละอองนำ้ เล็ก ๆ โดยมลี ะอองลอย
เช่น เกลอื ฝุ่นละออง ละอองเรณขู องดอกไม้เปน็ อนภุ าคเมื่อละอองน้ำจำนวนมากเกาะกลุ่มรวมกนั ลอยอย่สู ูง
จากพื้นดนิ มาก) (แนวตอบ : นักเรยี นตอบตามความคดิ เห็นของตนเอง โดยคำตอบข้ึนอยกู่ บั ดุลยพินจิ ของ
ครผู ู้สอน เชน่ เมฆมีรูปรา่ งแตกต่างกัน ขึน้ อยู่กับจนิ ตนาการของแตล่ ะคน)

1.2 นอกจากเมฆแลว้ ในช่วงเวลาเช้ามักจะเกิดอะไรขนึ้ (แนวตอบ : นกั เรียนตอบ
ตามความคดิ เหน็ ของตนเองโดยคำตอบขึน้ อย่กู ับดลุ ยพินจิ ของครผู สู้ อน เชน่ หมอก นำ้ ค้าง)

1.2 หมอกเกิดข้ึนได้อย่างไร (แนวตอบ : ไอน้ำทค่ี วบแนน่ เปน็ ละอองนำ้ เกาะอยู่บน
พนื้ ผิววตั ถุใกลพ้ ืน้ ดนิ เรียกว่า นำ้ ค้าง ถ้าอุณหภูมใิ กล้พ้นื ดินตำ่ กว่าจุดเยือกแข็งน้ำค้างกจ็ ะกลายเป็นนำ้ คา้ งแข็ง)

2. ขัน้ สำรวจและคน้ หา (Exploration)
2. นักเรยี นแบ่งกลมุ่ กลมุ่ ละ 5 – 6 คน ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม สงั เกตเมฆบนท้องฟา้
3. นกั เรียนศกึ ษาการจำลองจากสอ่ื วดิ ีโอเกย่ี วกบั เรอ่ื งการเกิดเมฆ หมอก นำ้ ค้าง

และนำ้ ค้างแข็ง
4. หลังจากท่ีนกั เรียนศึกษาการจำลองจากสื่อวดิ ีโอเกี่ยวกับเรอ่ื งการเกดิ เมฆ หมอก น้ำค้าง

และนำ้ ค้างแข็งแลว้ ใหน้ กั เรยี นสรุปและอภปิ รายการทดลองรว่ มกบั ครู
5. ครคู อยให้คำปรกึ ษาและเดินดแู ต่ละกลุ่มสรปุ ผลการทดลองเก่ียวกับเรอ่ื งการเกิดเมฆ

หมอก น้ำค้างลงในใบกิจกรรม
3. ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation)
6. ครตู ั้งประเดน็ คำถามกระตุ้นความคดิ นักเรยี น โดยใหแ้ ต่ละคนร่วมกนั อภปิ รายเพื่อ

หาคำตอบ ดังน้ี
6.1 ปรากฏการณ์ลมฟ้าอากาศทีเ่ กิดมาจากการเปลี่ยนแปลงสถานะของน้ำ

มอี ะไรบ้าง (แนวตอบ : เมฆ หมอก น้ำคา้ ง น้ำค้างแข็ง เป็นต้น)
6.2 ในการพยากรณ์อากาศและการวางแผนในการใชช้ ีวิตประจำวัน เราควรสงั เกต

จากอะไร (แนวตอบ : เมฆ)
(หมายเหตุ : ครูเริม่ ประเมินนักเรยี น โดยใช้แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม)

7. ครูอธิบายเพิม่ เติมวา่ “เมฆและหมอกมีลักษณะแตกต่างกัน คือ เมฆจะลอยอยู่สูงจาก
พ้นื ดินมากและมีลกั ษณะเป็นกล่มุ ก้อนสีขาว ส่วนหมอกจะลอยอยู่ใกลพ้ น้ื ดิน และมีลกั ษณะคลา้ ยควนั
สขี าว ทำให้เกิดทิวทัศนท์ ี่สวยงาม”

8. ครอู ธบิ ายการเกิด เมฆ หมอก น้ำค้างและน้ำค้างแขง็ ใน PowerPoint
4. ขั้นขยายความรู้ (Elaboration)

9. ครูใช้คำถามทบทวนการเรียนรเู้ พ่มิ เตมิ
9.1 เมฆเกิดขน้ึ ได้อย่างไร (แนวตอบ : เมฆเกิดจากไอน้ำในอากาศควบแน่นเปน็

ละอองน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก เม่ือละอองน้ำจำนวนมากเกาะกลมุ่ รวมกันลอยอย่สู ูงจากพน้ื ดนิ มาก)
9.2 เมฆคิวมูลสั มลี ักษณะอย่างไร (แนวตอบ : มลี กั ษณะเป็นก้อนขนาดคลา้ ยภูเขา

หรอื ดอกกะหลำ่ มสี ีขาว)
9.3 ถา้ พบเมฆคิวมลู สั แสดงวา่ สภาวะอากาศเปน็ อย่างไร (แนวตอบ : สภาวะอากาศ

ดี ท้องฟา้ มีสนี ำ้ เงนิ เข้มพบในฤดรู ้อน)
9.4 หมอกเกดิ ข้ึนได้อยา่ งไร (แนวตอบ : หมอกเกิดจากไอน้ำในอากาศควบแนน่ เปน็

ละอองน้ำขนาดเล็กจำนวนมาก เม่อื ละอองน้ำจำนวนมากเกาะกลุ่มรวมกนั ลอยอยู่ใกลพ้ ื้นดิน)
9.5 หมอกทำใหเ้ กิดอนั ตรายหรอื ไม่อย่างไร (แนวตอบ : หากมลี ะอองนำ้ มากหมอก

จะยิง่ หนามากทำให้การมองเห็นของเราลดลงอาจเปน็ สาเหตหุ นึง่ ของการเกดิ อุบัติเหตใุ นการเดินทาง)
5. ขัน้ ประเมนิ (Evaluation)
10. ครปู ระเมนิ ผลนกั เรยี น โดยการสงั เกตพฤติกรรมการตอบคำถาม พฤตกิ รรมการทำงาน

รายบุคคล พฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม และจากการนำเสนอผลการทำกจิ กรรมหน้าช้ันเรยี น
11. ครตู รวจสอบผลการทำใบงาน เรื่อง เมฆ หมอก นำ้ ค้างและนำ้ คา้ งแข็ง
12. นักเรยี นและครรู ว่ มกันสรุปเก่ยี วกับการเกิดเมฆ หมอก น้ำค้างและนำ้ คา้ งแข็ง ซึ่งได้

ขอ้ สรุปร่วมกนั ว่า
“ไอน้ำในอากาศจะควบแนน่ เป็นละอองนำ้ เลก็ ๆ โดยมลี ะอองลอย เช่น เกลือ ฝนุ่ ละออง ละออง

เรณขู องดอกไมเ้ ปน็ อนุภาคแกนกลาง เม่อื ละอองนำ้ จำนวนมากเกาะกลุม่ รวมกนั แล้วลอยอยสู่ ูงจากพ้นื ดิน
มากเรียกว่า เมฆ แตล่ ะอองนำ้ ท่ีเกาะกล่มุ รวมกันอยู่ใกล้พ้ืนดนิ เรียกวา่ หมอก”
9. สอื่ /แหล่งการเรียนรู้

1. หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประถมศึกษาปีที่ 5 หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 4 วฏั จกั ร
2. วสั ดุ - อุปกรณท์ ่ีใช้ในกิจกรรมพฒั นาทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรท์ ี่ 1 ศึกษาการเกิดเมฆ
หมอก น้ำคา้ งและนำ้ ค้างแข็ง
3. PowerPoint เร่ือง การเกิดเมฆ หมอก นำ้ ค้างและน้ำค้างแข็ง
4. ใบงาน เรอื่ ง เมฆ หมอก น้ำคา้ งและนำ้ คา้ งแข็ง

10. การวดั และประเมินผล

จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วิธกี ารวัด เครื่องมอื วดั เกณฑ์
ใบกจิ กรรม ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1. อธบิ ายการเกดิ เมฆและ ตรวจใบกิจกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ขน้ึ ไป
คำถาม
หมอกได้ (K) ระดบั คุณภาพ 2 ขนึ้ ไป
แบบประเมินคณุ ลักษณะ
2. สื่อสารและนำความรู้ การตอบคำถาม อันพงึ ประสงค์

เรือ่ งเมฆและหมอกไปใช้ใน

ชีวิตประจำวนั ได้ (P)

3. มคี วามรับผดิ ชอบและ สังเกตความมวี นิ ยั

มุง่ ม่นั ในการทำงานทไ่ี ดร้ บั ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ ม่นั ในการ

มอบหมาย (A) ทำงานและกลา้ แสดงออก

เกณฑใ์ นการประเมนิ ผล

ประเดน็ การประเมนิ คำอธบิ ายระดับคณุ ภาพ/ระดับคะแนน

ดมี าก (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1)

1. อธบิ ายการเกดิ เมฆ ใบกิจกรรมการทดลองเรื่อง เมฆ หมอก น้ำคา้ งและน้ำคา้ งแขง็ ถูกตอ้ งรอ้ ยละ 60 ข้ึนไป
และหมอกได้ (K)

2. สอื่ สารและนำความรู้ 1. ตอบคำถามไดถ้ กู ตอ้ ง 1. ตอบคำถามไดถ้ กู ตอ้ ง 1. ตอบคำถามได้ถกู ตอ้ ง
เร่อื งเมฆและหมอกไปใช้ ครบถ้วน ครบถว้ น ครบถว้ น
ในชีวิตประจำวันได้ (P) 2. ใช้ภาษาถูกต้องตามหลัก 2. ใชภ้ าษาถกู ต้องตามหลัก
ภาษา ภาษา
3. สามารถอธบิ ายเพิม่ เติม/
ยกตัวอยา่ งได้

3. มคี วามรบั ผิดชอบและ 1. มีความใสใ่ จท่ีจะสืบเสาะ 1. มีความใส่ใจท่ีจะสืบเสาะ 1. มคี วามใส่ใจท่ีจะสืบเสาะ
มุ่งมัน่ ในการทำงานที่ แสวงหาความรู้ สถานการณ์ แสวงหาความรู้ สถานการณ์ แสวงหาความรู้ สถานการณ์
ได้รบั มอบหมาย (A) และปัญหาใหม่ ๆ อยเู่ สมอ และปญั หาใหม่ ๆ อยู่เสมอ และปญั หาใหม่ ๆ อยเู่ สมอ
2. มีความกระตือรือร้น 2. มีความกระตือรอื รน้ 2. มคี วามกระตือรอื ร้น
ต่อกิจกรรมและเรือ่ งต่าง ๆ ต่อกจิ กรรมและเรื่องต่าง ๆ ต่อกิจกรรมและเร่อื งต่าง ๆ
3. ชอบคน้ ควา้ หาความรู้ 3. ชอบค้นคว้าหาความรู้
เพ่มิ เติม เพิม่ เติม

4. ชอบสนทนา ซักถาม ฟัง
อ่าน เพื่อให้ได้รบั ความรู้
เพิ่มเติม

เกณฑป์ ระเมินระดบั คุณภาพผลการเรียนรู้ กำหนดระดับคุณภาพผลการเรยี นรู้รวมกันทกุ ดา้ นเป็น 4 ระดบั
คือ ดีมาก ดี พอใช้ และต้องปรับปรงุ แต่ละระดบั กำหนดเกณฑป์ ระเมินตามคะแนนเกณฑ์รบู ริคส์ ดังน้ี

ระดบั คุณภาพ ดมี าก มีคะแนนตามเกณฑร์ ูบริคส์ร้อยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
ระดับคุณภาพ ดี มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ สร์ ้อยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม
ระดับคุณภาพ พอใช้ มีคะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ สร์ ้อยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม
ระดบั คุณภาพ ต้องปรับปรงุ มีคะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ สต์ ่ำกวา่ รอ้ ยละ 60 ของคะแนนเต็ม

เกณฑ์การตดั สนิ ระดับคณุ ภาพนกั เรียนจากคะแนนรวมทัง้ หมด
ระดับบุคคล นักเรยี นมผี ลงานอยู่ในระดับ ดี ข้ึนไป ถือว่า ผา่ น
ระดับกลุ่ม นกั เรยี นมีผลงานอยู่ในระดับ ดี ขน้ึ ไป ไม่ตำ่ กว่ารอ้ ยละ 60 ของจำนวนนกั เรียน

ท้งั หมด ถือว่า การจัดกจิ กรรมการเรียนรตู้ ามแผนการจดั การเรยี นรู้ประสบผลสำเร็จ

เกณฑ์การตดั สนิ คะแนนเก็บ
จำนวนคะแนนเก็บของแผนเทา่ กับ.....คะแนน จากคะแนนรวมท้ังหมด......คะแนน เกณฑ์การตัดสิน

จำนวนคะแนนเก็บรายบคุ คลคำนวณโดย จำนวนคะแนนเก็บแผน x จำนวนคะแนนของผู้เรียนแตล่ ะคนได้
หารด้วยคะแนนรวมทั้งหมด จะได้จำนวนคะแนนเกบ็ ท่ีผูเ้ รียนรายน้ันได้

ภาพประกอบการสอน







































แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2

รายวชิ าพน้ื ฐาน วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ว 15101) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

หน่วยการเรียนรูท้ ่ี 4 วัฎจกั ร จำนวน 6

ชว่ั โมง

เร่ือง ฝน หิมะและลูกเห็บ เวลา 2 ช่ัวโมง

วนั ท…ี่ …..เดอื น………………….พ.ศ………… ผู้สอน นางสาวลัดดา จันทรแ์ ดง

โรงเรยี นบา้ นทา่ ชมุ (ประชาอุทิศวทิ ยาคาร)

1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองค์ประกอบและความสมั พนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปล่ยี นแปลง

ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภยั กระบวนการเปลยี่ นแปลงลมฟา้ อากาศและภมู ิอากาศโลก รวมท้ัง
มผี ลต่อส่ิงมชี ีวิตและสง่ิ แวดล้อม
2. ตวั ช้ีวดั

ว 3.2 ป.5/5 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หมิ ะ และลกู เห็บ จากข้อมลู ท่ีรวบรวมได้
3. สาระสำคญั

ฝน เกิดจากละอองนำ้ ในเมฆรวมตัวกนั และตกลงสู่พน้ื โลกในสถานะของเหลว
หมิ ะ เกิดขน้ึ ในบริเวณทอ่ี ุณหภูมิตำ่ กวา่ ศูนย์องศาเซลเซยี ส เกดิ จากไอน้ำในอากาศระเหิดกลับเปน็
ผลกึ นำ้ แขง็ และไดร้ วมตัวกันจนมีน้ำหนักมากขึน้ จนเกินกว่าทอี่ ากาศจะพยุงไวจ้ ึงตกลงมา
ลกู เหบ็ เกิดจากหยดน้ำหรือผลึกน้ำแขง็ ในเมฆคิวมโู ลนิมบัสท่ถี ูกกระแสอากาศพดั ข้นึ ลง วนซ้ำไปซำ้
มา เกดิ การพอกตัวของนำ้ แข็งเป็นชน้ั ๆ จนมขี นาดใหญแ่ ล้วตกลงส่พู ้ืนโลก ทง้ั ฝน หมิ ะ และลกู เห็บ ลว้ นเป็น
หยาดนำ้ ฟา้ เพราะเป็นน้ำในรูปแบบและสถานะตา่ ง ๆ ทีต่ กจากฟา้ มายังพ้ืนโลก
4. จดุ ประสงค์การเรียนรู้
1. ทดลองและอธิบายการเกดิ ฝน หิมะและลูกเห็บได้ (K)
2. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดฝน หิมะและลูกเหบ็ ได้ (P)
3. มคี วามรบั ผิดชอบและมงุ่ มั่นในการทำงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย (A)
5. สาระการเรียนรู้
ชนิดของนำ้ ในช้ันบรรยากาศ (ฝน หิมะ ลูกเหบ็ )

6. สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น

1. ความสามารถในการคิด

1.1 ทกั ษะการสำรวจคน้ หา

1.2 ทักษะการเชื่อมโยง

2. ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวิต

7. รูปแบบการจดั การเรยี นรู้

จัดการเรยี นรู้โดยใช้วิธีการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E

8. การจดั กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขน้ั จัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ขน้ั กระตุ้นความสนใจ (Engagement)

1. ครูทบทวนความรู้เดิมเกยี่ วกับการเกิด เมฆ หมอก น้ำค้างและนำ้ ค้างแข็ง
2. ครใู หน้ กั เรยี นดสู อื่ วดิ โี อเก่ียวกบั รุ้งกนิ นำ้ แล้วให้นกั เรียนสังเกตวา่ รุ้งกินนำ้ เกดิ ข้ึนได้
อยา่ งไร
3. ครเู ขา้ ส่เู นอ้ื หาโดยให้นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด ดังน้ี

3.1 นักเรียนจะสังเกตเห็นร้งุ กินนำ้ เวลาใด (แนวคำตอบ: ช่วงเวลาหลังฝนตก)
3.2 นักเรยี นทราบไหมวา่ ฝน เกดิ ขึ้นได้อย่างไรและนอกจากฝนยงั มปี รากฏการณ์
ใดบ้างทม่ี ลี ักษณะคล้ายฝน (แนวคำตอบ: ตอบตามแนวความคิดของนักเรียน)
2. ข้นั สำรวจค้นหา (Exploration)
4. ใหน้ กั เรยี นแบง่ กลุ่มกลุ่มละ 5 – 6 คน โดยจะคละคนเก่ง กลาง อ่อนในแตล่ ะกลมุ่ เพ่ือ
จะทำกิจกรรมกระบวนการเกิดฝน หมิ ะและลูกเหบ็
5. ครูชี้แจงกจิ กรรมโดยมีข้ันตอนดังนี้
5.1 แจกใบงานใหน้ กั เรยี นเพ่ือท่จี ะให้นกั เรยี นสรุปองค์ความร้เู ก่ยี วกบั กระบวนการ
เกดิ ฝน หิมะและลกู เหบ็
5.2 ใช้เวลาในการทำกิจกรรม 20 – 30 นาที
5.3 แต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทนออกมานำเสนอหนา้ ห้องเรียนเพอ่ื ท่ีจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้
รว่ มกัน
6. ครูและนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายผลการทดลอง
3. ข้นั อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
7. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ผลการทำกจิ กรรม โดยใช้คำถาม ดงั น้ี
7.1 หยาดน้ำฟ้า คืออะไร (แนวคำตอบ : หยาดน้ำฟ้า (Preciptation) เปน็ ชือ่ เรียก
รวมของหยดน้ำและนำ้ แข็งที่เกิดจาการควบแน่นของไอน้ำแลว้ ตกลงมาส่พู ้ืน เช่น ฝน ลูกเห็บ หิมะ เปน็ ตน้ )
7.2 ฝน หมิ ะและลกู เหบ็ เกดิ จากอะไร (แนวคำตอบ : ฝน เกิดจากละอองของนำ้ ใน
เมฆท่รี วมตวั อากาศไม่สามารถพยุงไว้ได้จงึ ตกลงมา/ หิมะ เกิดจากไอนำ้ ในอากาศระเหิดกลบั เปน็ ผลกึ น้ำแข็ง
รวมตวั กันจนมนี ้ำหนกั มากขึ้นจนเกินกว่าอากาศจะพยุงไว้จึงตกลงมา/ ลูกเหบ็ เกิดจากหยดน้ำท่เี ปลยี่ นสถานะ
เป็นนำ้ แขง็ แลว้ ถูกพายุพดั วนซ้ำไปซำ้ มาในเมฆฝนฟ้าคะนองท่ีมีขนาดใหญ่และอยู่ในระดับสงู จนเปน็ กอ้ น
น้ำแข็งขนาดใหญ่ขน้ึ แลว้ ตกลงมา)

7.3 ฝน หมิ ะและลกู เห็บ แตกต่างกนั อย่างไร (แนวคำตอบ : ลักษณะการเกดิ ทีเ่ กิด
จากการเปลี่ยนสถานะ เชน่ ฝนเกิดจากการรวมตวั หรอื การควบแนน่ ของละอองน้ำ หมิ ะ เกิดจากไอนำ้ ใน
อากาศระเหิดกลับ สว่ นลูกเห็บ เกิดจากหยดนำ้ ทเ่ี ปล่ยี นสถานะเป็นนำ้ แขง็ และลักษณะของฝน ทเ่ี ปน็
ของเหลว หมิ ะเป็นของแข็งและลูกเห็บที่เป็นของเขง็ ท่ีแขง็ กวา่ หมิ ะ)

8. ครเู ปดิ โอกาสให้นักเรียนสอบถามเพ่ือความเข้าใจทมี่ ากข้นึ เก่ยี วกบั หยาดน้ำฟ้า คือ ฝน
หมิ ะและลูกเหบ็

4. ข้นั ขยายความรู้ (Elaboration)
9. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั วเิ คราะหผ์ ลกระทบท่เี กิดจากพายลุ ูกเหบ็ ตกและวธิ ีป้องกนั

อนั ตรายท่ีอาจเกิดขึ้นจากพายุลูกเหบ็ ใหไ้ ด้มากท่ีสดุ
10. ครใู ห้คำถามเพ่ือขยายความเขา้ ใจของนักเรยี น ดงั นี้
10.1 นำ้ มีประโยชน์และโทษตอ่ สิ่งมชี ีวติ อยา่ งไร
10.2 หากประเทศไทยมหี ิมะเกดิ ขึ้นและตกเป็นจำนวนมาก นกั เรียนคิดว่าจะ

ก่อให้เกดิ ผลดีหรือผลเสยี อย่างไร (แนวคำตอบ : นกั เรยี นตอบตามความคิดของนกั เรียน)
5. ขนั้ ประเมิน (Evaluation)
11. นกั เรยี นทำใบงาน เรอ่ื ง ฝน หิมะ และลกู เหบ็
12. นักเรียนทำแผนผังความคิด (Mind Mapping) เร่ือง ฝน หมิ ะและลูกเห็บและตกแต่ง

ให้สวยงาม
9. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้

1. หนังสอื เรยี น วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประถมศึกษาปีท่ี 5 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4
วฏั จักร

2. PowerPoint สรปุ ความร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประถมศึกษาปีที่ 5
เรอื่ ง หยาดนำ้ ฟ้า

3. กจิ กรรม เรือ่ ง ฝน หิมะและลูกเห็บ เกิดขึ้นได้อยา่ งไร

10. การวดั และประเมินผล

จดุ ประสงค์การเรียนรู้ วธิ ีการวดั เครือ่ งมอื วดั เกณฑ์
ใบงาน/แผนผังความคดิ ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1. ทดลองและอธิบายการเกดิ ตรวจใบงาน/แผนผัง
(Mind Mapping)
เมฆและหมอกได้ (K) ความคดิ (Mind Mapping)

2. เปรียบเทยี บกระบวนการ สังเกตพฤติกรรมการมสี ว่ น แบบสังเกตพฤติกรรมการ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
มสี ว่ นร่วมในกจิ กรรม ระดับคุณภาพ 2 ผา่ นเกณฑ์
เกดิ ฝน หมิ ะและลกู เหบ็ ได้ (P) รว่ มในกิจกรรม แบบประเมินคณุ ลักษณะ
อันพงึ ประสงค์
3. มีความสนใจใฝ่ร้หู รอื อยากรู้ สังเกตความมวี ินยั

อยากเห็น (A) ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการ

ทำงานและกล้าแสดงออก

เกณฑ์ในการประเมนิ ผล

ประเด็นการประเมนิ คำอธิบายระดบั คุณภาพ/ระดับคะแนน

1. ทดลองและอธบิ ายการ ดมี าก (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรุง (1)
เกิดเมฆและหมอกได้ (K)
1. เนอ้ื ครบถว้ นสมบรู ณ์ 1. เนื้อครบถว้ นสมบูรณ์ 1. เน้ือครบถ้วนสมบูรณ์

2. มีรูปแบบแผนภาพความคิด 2. มีรปู แบบแผนภาพความคิด

มีประเด็นหลักและประเด็นย่อย มปี ระเดน็ หลักและประเด็น

ชัดเจน ย่อยชัดเจน

3. องคป์ ระกอบสวยงามสมดุล

กนั

2. สอ่ื สารและนำความรู้ 1. มสี ่วนรว่ มในกจิ กรรม 1. มสี ว่ นร่วมในกิจกรรม 1. สามารถส่ือสารเข้าใจได้
เร่อื งเมฆและหมอกไปใช้ อยา่ งถูกต้อง
ในชวี ติ ประจำวนั ได้ (P) 2. มคี วามกล้าแสดงออก 2. มคี วามกลา้ แสดงออก

3. สามารถสื่อสารเขา้ ใจได้อย่าง

ถกู ต้อง

3. มคี วามรับผิดชอบและ 1. มีความใสใ่ จท่ีจะสืบเสาะ 1. มคี วามใสใ่ จทจ่ี ะสบื เสาะ 1. มีความใสใ่ จทจ่ี ะสบื เสาะ
แสวงหาความรู้ สถานการณ์ แสวงหาความรู้ สถานการณ์
มงุ่ ม่ันในการทำงานทไ่ี ด้รบั แสวงหาความรู้ สถานการณ์ และปญั หาใหม่ ๆ อยเู่ สมอ และปัญหาใหม่ ๆ อยู่เสมอ
2. มคี วามกระตือรอื ร้น 2. มคี วามกระตือรือร้น
มอบหมาย (A) และปัญหาใหม่ ๆ อยู่เสมอ

2. มคี วามกระตือรอื รน้

ตอ่ กิจกรรมและเรื่องต่าง ๆ ตอ่ กจิ กรรมและเรื่องต่าง ๆ ตอ่ กจิ กรรมและเร่ืองต่าง ๆ
3. ชอบคน้ ควา้ หาความรู้ 3. ชอบค้นควา้ หาความรู้
เพิม่ เติม เพิม่ เติม
4. ชอบสนทนา ซักถาม ฟัง
อา่ น เพื่อให้ไดร้ ับความรู้
เพิ่มเติม

เกณฑ์ประเมนิ ระดบั คณุ ภาพผลการเรยี นรู้ กำหนดระดับคุณภาพผลการเรยี นรูร้ วมกนั ทุกด้านเปน็ 4 ระดับ
คอื ดีมาก ดี พอใช้ และต้องปรบั ปรงุ แต่ละระดบั กำหนดเกณฑป์ ระเมินตามคะแนนเกณฑ์รูบริคส์ ดังนี้

ระดับคุณภาพ ดมี าก มีคะแนนตามเกณฑ์รูบรคิ สร์ อ้ ยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
ระดับคุณภาพ ดี มีคะแนนตามเกณฑ์รูบรคิ สร์ ้อยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม
ระดับคุณภาพ พอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑร์ บู ริคส์ร้อยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม
ระดับคุณภาพ ต้องปรบั ปรงุ มีคะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ สต์ ำ่ กว่ารอ้ ยละ 60 ของคะแนนเต็ม
เกณฑก์ ารตดั สนิ ระดับคณุ ภาพนักเรียนจากคะแนนรวมท้ังหมด
ระดบั บุคคล นกั เรียนมีผลงานอยู่ในระดับ ดี ขึน้ ไป ถือว่า ผา่ น
ระดบั กลมุ่ นักเรยี นมผี ลงานอยู่ในระดบั ดี ข้นึ ไป ไมต่ ำ่ กวา่ ร้อยละ 60 ของจำนวนนกั เรียน
ท้ังหมด ถือว่า การจัดกจิ กรรมการเรยี นรตู้ ามแผนการจัดการเรียนรู้ประสบผลสำเร็จ
เกณฑก์ ารตดั สินคะแนนเกบ็
จำนวนคะแนนเก็บของแผนเท่ากับ.....คะแนน จากคะแนนรวมทง้ั หมด......คะแนน เกณฑ์การตดั สิน
จำนวนคะแนนเก็บรายบุคคลคำนวณโดย จำนวนคะแนนเก็บแผน x จำนวนคะแนนของผู้เรียนแตล่ ะคนได้
หารดว้ ยคะแนนรวมท้ังหมด จะไดจ้ ำนวนคะแนนเก็บท่ผี ู้เรียนรายนั้นได้

ใบงาน
แผนผัง(Mind Mapping) เรอ่ื ง ฝน หิมะและลกู เหบ็
คำชี้แจง : ใหน้ กั เรียนสรา้ งแผนผัง(Mind Mapping) เรื่อง ฝน หมิ ะและลกู เหบ็ และตกแต่งใหส้ วยงาม

ช่อื ……………………………………………………………………………….เลขท่ี……………………………….ชัน้ …………………..




































Click to View FlipBook Version