แผนการจดั การเรียนร้ทู ่ี 3
รายวชิ าพน้ื ฐาน วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (ว 15101) ชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5
หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 วฏั จักร จำนวน 6 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง วัฏจักรของนำ้ เวลา 2 ช่ัวโมง
วันท…ี่ …เดอื น……………….. พ.ศ……….. ผู้สอน นางสาวลดั ดา จันทร์แดง
โรงเรยี นบา้ นท่าชุม(ประชาอุทิศวทิ ยาคาร)
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ว 3.2 เขา้ ใจองคป์ ระกอบและความสัมพนั ธข์ องระบบโลก กระบวนการเปล่ยี นแปลง
ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัตภิ ัย กระบวนการเปลย่ี นแปลงลมฟ้าอากาศและภูมอิ ากาศโลก รวมท้ัง
มผี ลต่อส่ิงมชี ีวิตและสง่ิ แวดล้อม
2. ตวั ช้ีวดั
ว 3.2 ป.5/3 สรา้ งแบบจำลองทอ่ี ธิบายการหมุนเวียนของน้ำในวฏั จกั รน้ำ
3. สาระสำคัญ
วัฏจกั รนำ้ เปน็ การหมุนเวยี นของนำ้ ทมี่ ีแบบรปู ซ้ำเดิมและต่อเนอื่ งระหวา่ งในบรรยากาศนำ้ ผวิ ดนิ และ
นำ้ ใตด้ นิ โดยพฤติกรรมการดำรงชีวิตของพืชและสตั ว์ส่งผลตอ่ วฏั จกั รนำ้
4. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธบิ ายความรูเ้ ก่ยี วกับวัฏจักรน้ำได้ (K)
2. สร้างแบบจำลองท่ีอธบิ ายการหมุนเวียนของนำ้ ในวัฏจักรน้ำได้ (P)
3. มคี วามรบั ผดิ ชอบและมงุ่ มั่นในการทำงานท่ีได้รบั มอบหมาย (A)
5. สาระการเรียนรู้
วฏั จักรของน้ำ
6. สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รยี น
1. มวี ินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มุ่งม่ันในการทำงาน
7. รปู แบบการจดั การเรียนรู้
จัดการเรียนรู้โดยใช้วิธกี ารสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E
8. การจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ขัน้ จัดกจิ กรรมการเรียนรู้
1. ขัน้ กระตุ้นความสนใจ (Engagement)
1. ครูทบทวนความร้เู รื่องแหล่งนำ้ ตา่ ง ๆ บนโลกโดยใช้คำถามดังนี้
1.1 แหลง่ นำ้ ตา่ ง ๆ บนโลกมีกแ่ี หลง่ อะไรบ้าง (แนวคำตอบ : 3 แหล่งคอื แหลง่ นำ้
ผวิ ดิน แหลง่ น้ำใตด้ นิ และแหล่งนำ้ บรรยากาศ)
1.2 นักเรียนทราบหรอื ไม่ว่าบริเวณพ้ืนดนิ ต่อพืน้ น้ำในโลกมีสดั ส่วนเท่าใด
(แนวคำตอบ : ปรมิ าณพื้นดนิ ตอ่ พ้ืนน้ำเทา่ กับ 1 : 3)
2. ครถู ามนกั เรยี นเพ่ือนำเข้าสบู่ ทเรยี นวา่ นักเรียนคดิ ว่าบริเวณนำ้ บนโลกใบนท้ี ำไมถึงมี
ปริมาณเยอะและนักเรียนคิดว่าน้ำมวี นั หมดจากโลกหรือไม่ (แนวคำตอบ : ตอบตามความคดิ ของนักเรียน)
3. ครูเปิดส่ือวดิ โี อเรือ่ ง วฏั จกั รของน้ำให้นักเรียนดเู พื่อกระตนุ้ ความสนใจก่อนทจ่ี ะเข้าสู่
บทเรยี น
2. ข้ันสำรวจค้นหา (Exploration)
4. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวเิ คราะหป์ ระเดน็ วฏั จักรของนำ้ ซ่ึงมีประเดน็ ดงั น้ี
4.1 วฏั จกั รของนำ้ มีลักษณะเปน็ อยา่ งไร
4.2 แหล่งน้ำต่าง ๆ บนโลกมี 3 แหล่งแหลง่ น้ำผวิ ดนิ มลี กั ษณะอย่างไร
4.3 แหล่งน้ำใต้ดนิ มีลักษณะอยา่ งไร
4.4 แหล่งนำ้ บรรยากาศมลี ักษณะอยา่ งไรใหน้ ักเรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอ
วฏั จกั รของนำ้
5. ครูให้นักเรยี นทำช้นิ งาน เร่ือง วัฏจกั รของน้ำ โดยที่ครจู ะให้นกั เรยี นแบง่ กลุ่ม 5 - 6 คน
แตล่ ะกล่มุ คละคนเกง่ กลาง ออ่ น เท่า ๆ กนั
6. ครแู จกช้นิ งานให้นกั เรียนดำเนนิ กจิ กรรมภายในกลมุ่ ใช้เวลา 20 นาที
7. แตล่ ะกลุ่มส่งตวั แทนออกมานำเสนอช้ินงานของแต่ละกลุ่มเพื่อทีจ่ ะแลกเปล่ียนเรียนรู้
ในชน้ิ งาน
8. ครูคอยให้คำปรึกษากับนักเรยี น
3. ขัน้ อธบิ ายและลงข้อสรุป (Explanation)
9. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั อภิปรายความรู้เกี่ยวกับวฏั จกั รของนำ้ ดงั นี้
9.1 วัฏจักรนำ้ เป็นการหมุนเวียนของนำ้ ท่มี ีรปู แบบซำ้ เดิมและตอ่ เน่ืองระหว่างนำ้
ในบรรยากาศน้ำผวิ ดินและนำ้ ใตด้ นิ โดยพฤติกรรมการดำเนินชีวติ ของพืชและสัตว์ส่งผลต่อวฏั จักรของน้ำ
9.2 วฏั จักรของนำ้ มีกระบวนการเกิด โดยเริ่มตน้ จากนำ้ ในแหล่งน้ำต่าง ๆ เช่น ทะเล
มหาสมุทร แมน่ ำ้ ลำคลอง หนอง บึง ทะเลสาบ จากการคายนำ้ ของพืชจากการขบั ถ่ายของเสียของสงิ่ มีชีวติ
และจากการจดั กิจกรรมตา่ ง ๆ ทีใ่ ชใ้ นการดำรงชวี ิตของมนุษยร์ ะเหยข้นึ ในบรรยากาศกระทบความเย็น
ควบแนน่ เปน็ ละอองน้ำเล็ก ๆ เปน็ ก้อนเมฆตกลงมาเปน็ ฝนหรอื ลูกเหบ็ สู่พ้ืนดินไหลลงสู่แหล่งนำ้ ตา่ ง ๆ
หมนุ เวยี นอยูเ่ ช่นนเ้ี รอื่ ย ๆ ไป
9.3 ตวั การทที่ ำใหเ้ กิดการหมุนเวยี นของน้ำไดแ้ ก่ ความร้อนจากดวงอาทิตยท์ ำให้
เกิดการระเหยของนำ้ จากแหล่งนำ้ ตา่ ง ๆ กลายเปน็ ไอนำ้ ข้ึนสบู่ รรยากาศกระแสลมช่วยทำให้นำ้ ระเหย
กลายเป็นไอน้ำไดเ้ รว็ ข้นึ มนุษย์และสตั วข์ บั ถา่ ยของเสยี ออกมาในรปู ของเหง่ือปสั สาวะและลมหายใจออก
กลายเปน็ ไอน้ำสู่บรรยากาศ รากต้นไมเ้ ปรยี บเหมือนฟองน้ำมีความสามารถในการดูดน้ำจากดินจำนวนมากขึ้น
ไปเกบ็ ไว้ในสว่ นตา่ ง ๆ ทงั้ ยอด กิง่ ใบ ดอก ผลและลำตน้ แล้วคายน้ำสูบ่ รรยากาศในแหลง่ ไอน้ำเหล่าน้ี
จะควบแน่นและรวมกนั เป็นเมฆและตกลงมาเปน็ ฝนต่อไป
4. ขนั้ ขยายความรู้ (Elaboration)
10. ครใู ช้คำถามดังนี้ “นักเรียนคิดว่าเหตใุ ดในฤดูร้อนทีม่ แี สงจากดวงอาทติ ย์ส่องมายังพืน้
นำ้ มาก น้ำมีอุณหภูมิสูงมาก ๆ และเกิดการระเหยสูช่ น้ั บรรยากาศแตท่ ำไมจงึ ไมม่ ีฝน”
(แนวคำตอบ : ปรากฏการณเ์ อลนีโญทำให้ไมม่ ีความชน้ื หรอื ความเยน็ บนช้นั บรรยากาศทำใหไ้ อนำ้ ท่ีระเหย
ขน้ึ ไปไม่สามารถรวมตัวและเกิดการควบแน่นลงจนกล่ันตวั มาเป็นหยดนำ้ หรอื ฝนได้)
11. “นักเรียนคิดว่าการตัดไม้ทำลายป่าสง่ ผลกระทบตอ่ ปริมาณน้ำในวัฏจักรน้ำหรือไม่”
(แนวคำตอบ : ส่งผลกระทบเพราะการตัดไม้ทำลายป่าจะทำให้อุณหภมู ิของโลกสูงขึน้ เป็นสาเหตุของภาวะ
เรือนกระจกและภาวะโลกร้อนส่งผลให้ความชืน้ ในบรรยากาศน้อยทำให้ไอนำ้ ไม่สามารถรวมตัวเป็นเมฆและ
การตวั เป็นฝนได้)
5. ขั้นประเมิน (Evaluation)
12. นักเรียนทำแบบฝึกหดั ทา้ ยบท เรือ่ ง วัฏจกั รของน้ำและชิน้ งานเรื่องวัฏจกั รของนำ้
13. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกันสรุปและอภิปรายเกีย่ วกับ เรอ่ื ง วัฏจักรของน้ำ
14. นักเรยี นทำใบงาน เรอ่ื ง วัฏจักรของนำ้
9. สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
1. หนังสอื วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 4 วฏั จักร
2. ช้ินงาน เรอ่ื ง วฏั จักรของน้ำ
3. ใบงาน เร่อื ง วฏั จักรของน้ำ
10. การวัดและประเมินผล
จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีการวัด เครอ่ื งมือวดั เกณฑ์
ชิ้นงาน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
1. นกั เรียนสามารถอธบิ าย ตรวจชน้ิ งาน ระดับคุณภาพ 2 ข้นึ ไป
ความรู้เกยี่ วกับวัฏจักรน้ำได้ (K) แบบสังเกตพฤติกรรม
การทำงานรายบุคคล ระดบั คุณภาพ 2 ขนึ้ ไป
2. นักเรยี นสร้างแบบจำลองท่ี สงั เกตพฤติกรรมการมี
อธิบายการหมนุ เวยี นของน้ำ ส่วนรว่ มในกิจกรรม แบบประเมินคณุ ลักษณะ
ในวัฏจกั รน้ำได้ (P) อันพงึ ประสงค์
3. นกั เรยี นมคี วามรับผดิ ชอบ สงั เกตความมวี ินัย
และมุ่งม่นั ในการทำงานที่ไดร้ ับ ใฝเ่ รียนรู้ มุง่ ม่ันในการ
มอบหมาย (A) ทำงานและกลา้ แสดงออก
เกณฑ์ในการประเมินผล คำอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน
ประเดน็ การประเมนิ
ดมี าก (3) พอใช้ (2) ปรับปรุง (1)
1. นักเรียนสามารถอธิบาย
ความรู้เก่ยี วกบั วฏั จักรน้ำได้ (K) ชนิ้ งาน/แบบฝึกหัดทา้ ยบทได้ครบถว้ นและถกู ต้องร้อยละ 60 ขน้ึ ไป
2. นกั เรยี นสร้างแบบจำลองที่ 1. เขา้ ร่วมกจิ กรรมใน 1. เข้ารว่ มกิจกรรมใน 1. เขา้ ร่วมกิจกรรมใน
อธบิ ายการหมุนเวียนของน้ำ หอ้ งเรยี น
ในวฏั จักรนำ้ ได้ (P) ห้องเรียน ห้องเรียน
2. มคี วามกล้าแสดงออก 2. มคี วามกลา้ แสดงออก
กล้าคดิ กล้าพดู กล้าคดิ กล้าพดู
3. สามารถมีทักษาะในการ
ทดลองในการใชอ้ ุปกรณ์การ
ทดลอง
3. นักเรยี นมีความรบั ผิดชอบ 1. มีความใสใ่ จท่ีจะสืบเสาะ 1. มคี วามใส่ใจทจี่ ะสืบเสาะ 1. มคี วามใสใ่ จทจ่ี ะสืบเสาะ
และมุ่งมน่ั ในการทำงานท่ไี ดร้ ับ แสวงหาความรู้ สถานการณ์ แสวงหาความรู้ สถานการณ์ แสวงหาความรู้ สถานการณ์
มอบหมาย (A) และปญั หาใหม่ ๆ อยเู่ สมอ และปญั หาใหม่ ๆ อยเู่ สมอ และปัญหาใหม่ ๆ อยเู่ สมอ
2. มีความกระตือรอื รน้ 2. มีความกระตือรือร้น 2. มีความกระตือรอื ร้น
ต่อกจิ กรรมและเรื่องต่าง ๆ ตอ่ กิจกรรมและเรื่องต่าง ๆ ต่อกจิ กรรมและเรือ่ งต่าง ๆ
3. ชอบคน้ คว้าหาความรู้ 3. ชอบค้นคว้าหาความรู้
เพ่ิมเติม เพม่ิ เติม
4. ชอบสนทนา ซกั ถาม ฟงั
อ่าน เพื่อให้ได้รบั ความรู้
เพม่ิ เติม
เกณฑ์ประเมนิ ระดับคณุ ภาพผลการเรยี นรู้ กำหนดระดับคณุ ภาพผลการเรียนรรู้ วมกนั ทุกดา้ นเป็น 4 ระดบั
คือ ดีมาก ดี พอใช้ และต้องปรบั ปรุง แตล่ ะระดบั กำหนดเกณฑป์ ระเมินตามคะแนนเกณฑ์รบู ริคส์ ดังนี้
ระดับคุณภาพ ดมี าก มีคะแนนตามเกณฑ์รบู รคิ ส์รอ้ ยละ 80 – 100 ของคะแนนเต็ม
ระดบั คุณภาพ ดี มคี ะแนนตามเกณฑร์ ูบรคิ ส์รอ้ ยละ 70 – 79 ของคะแนนเต็ม
ระดับคุณภาพ พอใช้ มคี ะแนนตามเกณฑร์ บู ริคสร์ ้อยละ 60 – 69 ของคะแนนเต็ม
ระดับคุณภาพ ตอ้ งปรับปรงุ มคี ะแนนตามเกณฑ์รูบรคิ ส์ต่ำกว่ารอ้ ยละ 60 ของคะแนนเต็ม
เกณฑ์การตดั สินระดับคณุ ภาพนกั เรียนจากคะแนนรวมทงั้ หมด
ระดบั บคุ คล นกั เรยี นมีผลงานอยู่ในระดบั ดี ขึ้นไป ถือว่า ผ่าน
ระดบั กล่มุ นกั เรียนมีผลงานอยู่ในระดบั ดี ขึ้นไป ไม่ตำ่ กว่ารอ้ ยละ 60 ของจำนวนนักเรยี น
ทง้ั หมด ถือว่า การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้ตามแผนการจดั การเรียนรูป้ ระสบผลสำเร็จ
เกณฑก์ ารตดั สินคะแนนเก็บ
จำนวนคะแนนเก็บของแผนเท่ากบั .....คะแนน จากคะแนนรวมท้ังหมด......คะแนน เกณฑก์ ารตัดสนิ
จำนวนคะแนนเกบ็ รายบุคคลคำนวณโดย จำนวนคะแนนเก็บแผน x จำนวนคะแนนของผู้เรยี นแต่ละคนได้
หารดว้ ยคะแนนรวมทั้งหมด จะไดจ้ ำนวนคะแนนเก็บท่ีผู้เรียนรายนั้นได