The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารคำสอนวิชานิเวศวิทยาของวัชพืช

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Associate Professor Dr. Rachanee Nammatra, 2023-05-23 00:34:23

เอกสารคำสอนวิชานิเวศวิทยาของวัชพืช

เอกสารคำสอนวิชานิเวศวิทยาของวัชพืช

Keywords: weeds,ecology

ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 85 ชื่อวงศ์ Capparaceae ชื่อท้องถิ่น ผักเสี้ยนดอกม่วง ชื่อสามัญ ผักเสี้ยน spider flower, consumption weed ชื่อวิทยาศาสตร์ Cleome rutidosperma DC. (รูปที่ 7.1 ซ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นพืชล้มลุก ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 0.25-1 เมตร ไม่มีกลิ่น พอต้นสูงจะเอนลงดิน ใบยาว 2-6 ซม. มีขนที่ใบ การเรียงตัวของใบแบบสลับ ใบย่อยรูปไข่ปลายแหลม (ovate) ใบประกอบ มี 3 ใบย่อย ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจะ สีม่วงหรือสีน้ำเงิน ออกดอกตลอดปี ผลเป็นฝัก (Pod) ขนาด 3-5 ซม. เมล็ดดำขรุขระ ลักษณะคล้ายหอย ถิ่นอาศัย จะชอบขึ้นในที่ชื้น ริมทาง ที่รกร้างทั่วไป การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา เป็นพืชล้มลุก การแพร่กระจาย จะชอบขึ้นในที่ชื้น ในสวนยางพารา


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 86 ชื่อวงศ์ Capparidaceae ชื่อท้องถิ่น ผักเสี้ยนสีม่วง ชื่อสามัญ ผักเสี้ยนผี Spider Flower ชื่อวิทยาศาสตร์ Cleome rutidosperma DC. (รูปที่ 7.2 ก) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ อายุปีเดียว พุ่มสูง 15-40 ซม. ทุกส่วนอ่อนนุ่มและมีขนสั้น ใบประกอบ มีใบย่อย 3 ใบ รูปไข่ ถึงรูปใบหอกยาว ค่อนข้างเป็นเหลี่ยม ยาว 3-5 ซม. ดอกเล็กประมาณ 1 ซม. ดอกเล็ก ประมาณ 1 ซม. ก้านดอกยาว มีสีแดงเรื่อ กลีบดอกสีม่วงสดใส 4 กลีบ ตั้งขึ้นด้านบน โคน กลีบแต้มสีม่วงแดง เกสรเพศผู้ยาว 6 อัน เกสรเพศเมียสีเขียว ติดผลเป็นฝักเล็ก เมล็ดสีน้ำตาลถิ่นอาศัย พบขึ้นทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ที่รกร้าง บริเวณที่มีร่มเงา ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด ถิ่นอาศัย ชอบขึ้นในที่ชื้น บางครั้งขึ้นตามซอกหิน การกระจาย มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อนของแอฟริกาตะวันตก มีการนำเข้ามาปลูกในพม่าและมาเลเซีย แล้วแพร่กระจายเข้ามาในไทย พบทั่วไปตั้งแต่ภาคกลางตะวันตกถึงภาคใต้ ลักษณะทางนิเวศวิทยา เป็นพืชอายุหลายฤดู มีระบบรากแก้ว แพร่กระจายพันธุ์ โดยอาศัยเมล็ดการแพร่กระจายจะ พบขึ้นทั่วไปตามที่รกร้าง บริเวณสนามรอบๆบ้านในสวนต่างๆ แพร่กระจายพันธุ์อยู่ได้ทั่วไป


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 87 ชื่อวงศ์ Convolvalaceae ชื่อท้องถิ่น ผักบุ้ง ชื่อสามัญ ผักทอดยอด Swamp Morning-Glory ชื่อวิทยาศาสตร์ Ipomoea aquatic DC. (รูปที่ 7.2 ข) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้นเรียบกลวง ไม่มีขน ทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน หรือผิวน้ำ ใบออกจากลำต้นบริเวณข้อแบบ สลับ ใบเป็นรูปหอก ปลายใบเรียวแหลม ฐานใบกว้างคล้ายรูปหัวใจ ดอกออกจากลำต้นเป็น ช่อ บริเวณซอกใบ ก้านช่อดอกยาวชูดอกตั้งขึ้น ผลมีรูปร่างกลมรี เมื่อแห้งจะเป็นผลแบบผล แห้งแตก มี 2-4 เมล็ด สีน้ำตาลถึงดำสนิท ถิ่นอาศัย อยู่ได้ทั้งบนบก ในน้ำ และที่แฉะ พบในสวน ตามแหล่งน้ำขัง ตามลำคลองหรือตามแหล่งที่มี ความชื้นทั่วไป การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา เป็นพืชที่ขึ้นอยู่ได้ทั้งบนบก ในน้ำ และที่แฉะมีอายุข้ามปี ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดและส่วนของ ลำต้น พบในสวน เป็นพืชผักที่ปลูกในสวนผักแบบร่องจีน ตามแหล่งน้ำขัง ตามลำคลอง และ ตามแหล่งที่มีความชื้นโดยทั่วไป


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 88 ชื่อวงศ์ Cucurbitaceae ชื่อท้องถิ่น มะระขี้นก ชื่อสามัญ มะไห่ Balsam Apple, Bitter Cucumber ชื่อวิทยาศาสตร์ Momordica charantia L. (รูปที่ 7.2 ค) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้นเป็นไม้เถาเลื้อย มีขนขึ้นปกคลุมทั่วลำต้น ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงแบบสลับ ขนาดใบกว้าง ประมาณ 3 ซม. ยาวประมาณ 5 ซม. แยกเป็นแฉก แต่ละแฉกเป็นรูปไข่ ดอกตัวผู้ และตัวเมีย แยกคนละดอก แต่อยู่บนต้นเดียวกัน ดอกออกบริเวณง่ามใบ ผล ออกเป็นผลเดี่ยวทรงรี ลักษณะกลมยาว หัวท้ายแหลมเป็นแฉก ผิวขรุขระ ผลสุกสีเหลืองจนถึงส้ม เมล็ด รูปไข่กลับแบน เมล็ดมีจำนวนมากในหนึ่งผล ถิ่นอาศัย ชอบขึ้นตามที่รกร้างว่างเปล่า การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา ชอบขึ้นตามที่รกร้างว่างเปล่า ในไร่ถั่วเหลือง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด มีอายุฤดูเดียวกลางน้ำ ใน แม่น้ำ ลำธาร และที่สาธารณะทั่วไป ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด มีอายุหลายปี


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 89 ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae ชื่อท้องถิ่น น้ำนมราชสีห์เล็ก ชื่อสามัญ spurge ชื่อวิทยาศาสตร์ Euphorbia thymifolia L. (รูปที่ 7.2 ง) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ พืชล้มลุก ขนาดเล็ก ลำต้นแตกกิ่งก้านทอดนอนติดผิวดิน สีแดงเรื่อ ใบออกตรงข้ามเป็นคู่ เรียงสลับในแนวระนาบ รูปไข่ถึงกลมรี ยาว 0.5-1 ซม. ปลายใบมน โคนใบมนหรือเฉียง เล็กน้อย ช่อดอกออกตามข้อเป็นกระจุกค่อนข้างกลม ดอกย่อยขนาดเล็กมาก สีชมพูถึงม่วงแดง ผลแห้ง รูปกลมแกมสามเหลี่ยมทุกส่วนของต้นมีน้ำยางสีขาวคล้ายน้ำนม ถิ่นอาศัย ริมทาง ที่รกร้างทั่วไป ในสวนหรือสนามหญ้า ชอบขึ้นในที่ค่อนข้างแห้ง การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา เป็นไม้พุ่ม อายุฤดูเดียว ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด พบขึ้นทั่วไปในแปลงพืชไร่ เช่น ถั่วเหลือง ใน พืชสวน บริเวณบ่อปลา และริมถนนโดยทั่วไป


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 90 ชื่อวงศ์ Euphorbiaceae ชื่อท้องถิ่น น้ำนมราชสีห์ ชื่อสามัญ หญ้าน้ำหมึก garden spurge, milk weed ชื่อวิทยาศาสตร์ Euphorbia hirta L. (รูปที่ 7.2 จ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ อายุปีเดียว สูง 15-20 ซม. ทุกส่วนของต้นมีน้ำยางขาวคล้ายน้ำนม ลำต้นมักโค้ง และทอด ขนานกับพื้น ใบรูปไข่เบี้ยว ยาว 1-4 ซม. มีขนทั่วใบ ดอกออกเป็นกระจุกแน่นตามซอกใบ สีเขียวอ่อน ไม่มีกลีบเลี้ยงและกลีบดอก เกสรเพศผู้และเพศเมียอยู่แยกดอกกัน ออกดอกตลอดปี ถิ่นอาศัย ริมทาง สนามหญ้า และที่รกร้างทั่วไป การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา เป็นไม้ล้มลุก มีระบบรากแก้ว ออกดอกได้ตลอดปี อายุฤดูเดียว ขยายพันธุ์โดยอาศัยเมล็ด พบ ขึ้นทั่วไปตามที่รกร้าง ริมทาง พื้นที่ทำการเกษตร เช่น ในไร่อ้อย ในไร่ฝ้าย ในไร่สับปะรด ในไร่ ถั่วเหลืองในไร่มันสำปะหลัง ในสวนมังคุด สวนยางพารา มะพร้าว สวนปาล์มน้ำมัน และในสนามหญ้าบริเวณบ้าน


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 91 ชื่อวงศ์ Rubiaceae ชื่อท้องถิ่น หญ้าเขมร ชื่อสามัญ ผักม่วง Smooth button weed ชื่อวิทยาศาสตร์ Spermacoce laevis Roxb. (รูปที่ 7.2 ฉ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ พืชล้มลุก มีระบบรากแก้ว ลำต้นเรียบเป็นเหลี่ยมเล็กน้อย เจริญตั้งตรงสูงประมาณ 30-40 ซม. มักแตกแขนงใกล้โคนต้น ใบเป็นใบเดี่ยว ออกจากลำต้นเป็นคู่ลักษณะตรงข้าม ใบรูปรี ปลายใบสั้น ขอบใบเรียบ ฐานใบเรียวสอบเข้าหาเส้นกลางใบ ก้านใบสั้นมากหรือไม่มี ก้านใบ ดอกออกเป็นช่อแบบช่อกระจุก ตามปลายยอด และบริเวณซอกใบประกอบ ถิ่นที่พบ ที่รกร้างทั่วไป ในสวนหรือสนามหญ้า ในไร่ ในสวน และแปลงผัก การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา เป็นพืชล้มลุกมีระบบรากแก้ว ขยายพันธุ์โดยอาศัยเมล็ด พบขึ้นทั่วไปในไร่ถั่วเหลือง ในข้าวไร่ แปลงผัก ในสวนยางพารา สวนผลไม้ สวนมะพร้าว สวนปาล์มน้ำมัน สนามหญ้าทั่วๆไป และ ตามที่สาธารณะ อายุฤดูเดียว


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 92 ชื่อวงศ์ Boraginaceae ชื่อท้องถิ่น หญ้างวงช้างน้อย ชื่อสามัญ หญ้างวงช้าง (Indian Heliotrope, Turnsole) ชื่อวิทยาศาสตร์ Heliotropium indicum L. (รูปที่ 7.2 ช) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ พืชล้มลุก อายุสั้น สูง 20-80 ซม. มีขนทั่วไปใบรูปไข่ถึงรี ยาว 3 -15 ซม. โคนมนถึงเว้า เล็กน้อย ขอบหยักเว้า หรือจักฟันเลื่อยตื้นใบหนา ผิวใบย่น ดอกเป็นช่อยาวเรียวและโค้งม้วน งอที่ปลายเป็นช่อเดี่ยวหรือเป็นคู่ ดอกขนาดเล็กเรียงเป็นสองแถวทางด้านบน สีขาวหรือ ม่วงอมชมพู กลางดอกสีเหลือง บานจากโคนไปปลายช่อ ถิ่นอาศัย ที่รกร้างริมทาง หรือริมคูคลองทั่วไป การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา เป็นพืชล้มลุก ในฤดูฝนถึงหน้าแล้งจะตาย ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด อายุฤดูเดียว การแพร่กระจายจะพบขึ้นทั่วไปตามทุ่งหญ้า ตามสวนต่างๆ เช่น สวนผลไม้ ยางพารา มะพร้าว ปาล์มน้ำมัน ไร่ถั่วเหลือง ข้าวโพด ฝ้าย ในนาข้าว และแปลงปลูกผัก ใช้เมล็ด อายุฤดูเดียว


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 93 ชื่อวงศ์ Mimosaceae ชื่อท้องถิ่น ไมยราบยักษ์ ชื่อสามัญ ไมยราบต้น giant mimosa ชื่อวิทยาศาสตร์ Mimosa pigra L. (รูปที่ 7.2 ซ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ เป็นไม้พุ่มขนาดกลาง มีระบบรากแก้ว อายุหลายปี ทรงต้นสูงประมาณ 1-3 เมตร ตามลำต้น และใบมีหนามแหลม คมงองุ้มลงด้านล่าง ลำต้นตั้งตรงปลายกิ่งห้อยย้อยลง ลำต้นมีสีอ่อน มีสีเขียวเมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาล มีเนื้อไม้ค่อนข้างแข็งและเหนียว ใบประกอบ ก้านใบยาว มีใบประกอบย่อย 6-14 คู่ มีหนามอยู่ระหว่างกลาง ดอกออกเป็นช่อกระจุกแน่น ออกตามปลายยอดและซอกใบ ดอกมีสีชมพูหรือม่วงอ่อน มีดอกย่อยจำนวนมาก ฝักเป็นฝัก (Pod) มีรูปร่างแบนโค้งงอเล็กน้อย ปลายฝักแหลม มีขนปกคลุม ฝักอ่อนมีสีเขียว เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำตาลถึงดำ ถิ่นอาศัย พบมากในที่ราบภาคเหนือ ปัจจุบันแพร่กระจายไปทั่วประเทศ ในสวนหรือในไร่ที่ปล่อยทิ้งไว้ การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา อดีตพบมากในที่ราบภาคเหนือ ปัจจุบันแพร่กระจายไปทั่วประเทศ ในสวนหรือในไร่ที่ปล่อย ทิ้งไว้ ไม่พบในที่ๆทำการเกษตรเป็นประจำหรือที่ๆ ปลูกพืชล้มลุก เกษตรกรทางภาคเหนือ นิยมเลี้ยงผึ้งในบริเวณที่มีไมยราบยักษ์กำลังออกดอก รากสามารถตรึงไนโตรเจนได้ดี เกาะ


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 94 ชื่อวงศ์ Sapindaceae ชื่อท้องถิ่น โคกกะออม ชื่อสามัญ ลูกลีบเคลือ Balloon Vine, Heart Seed, Heart Pea ชื่อวิทยาศาสตร์ Cardiospermum halicacabum L. (รูปที่ 7.3 ก) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ไม้เถาขนาดกลาง ลำต้นเป็นเถาขนาดเล็กลักษณะเป็นห้าเหลี่ยมมีสีเขียว บริเวณ ข้อมือเกาะ สำหรับพันเหนี่ยวยึดลำต้นใบเป็นใบประกอบมีใบย่อย 3 ใบ แต่ละใบย่อยปลายใบ เรียวแหลม ขอบใบหยักลึก ก้านใบยาว แผ่นใบสีเขียว ดอกออกเป็นช่อเล็ก ตามปลายยอด และบริเวณซอกใบ ช่อดอกยาวในแต่ละช่อดอกจะมีดอกย่อย 3-4 ดอก มีสีขาว ผลมีกลีบเลี้ยง หุ้ม รูปสามเหลี่ยมพองลม ขนาดเท่าผลพุทรา เปลือกผลบาง มีสีเขียวอมเหลือง ผลหนึ่งมีเมล็ด 3 เมล็ด เมล็ดอ่อนสีเขียวอ่อนหรือขาว ค่อนข้างนิ่ม เมื่อเมล็ดแก่จะแข็งมีสีดำ ถิ่นอาศัย พบขึ้นทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ที่รกร้าง บริเวณที่มีร่มเงา ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา เป็นไม้เถาขนาดกลาง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด อายุฤดูเดียว พบขึ้นทั่วไปตามป่าเบญจพรรณ ที่รกร้าง บริเวณที่มีร่มเงา ในแปลงถั่วเหลือง สวนยางพารา


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 95 ชื่อวงศ์ Scrophulariaceae ชื่อท้องถิ่น หญ้ากาบหอย ชื่อสามัญ ตะขาบใต้ดิน hard slitwort ชื่อวิทยาศาสตร์ Lindernia crustacea (L.) F. Muell. (รูปที่ 7.3 ข) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้นเป็นเหลี่ยมหรือเป็นร่องมีขนาดเล็ก มักเลื้อยแผ่ไปตามพื้น แต่ไม่แตกรากตามข้อ สูงประมาณ 10-30 ซม. มีสีเขียวหรือม่วงเข้ม ใบเป็นใบเดี่ยว ออกจากลำต้นแบบตรงข้าม เป็นคู่รูปร่างป้อมหรือรูปไข่ ขอบใบหยัก ฐานใบมน ก้านใบสั้นมีขนเล็กน้อย ช่อดอกแบบกระจะตามปลายยอดหรือออกเป็นดอกเดี่ยว ๆ ตามซอกใบก้านดอกยาว ดอกสีม่วง มีกลีบดอกยาวดอกสีม่วง ถิ่นอาศัย ริมทาง ที่รกร้างทั่วไป ในสวนหรือสนามหญ้า ชอบขึ้นในที่ค่อนข้างแห้ง การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา พบขึ้นในที่ดินทราย นาข้าว แปลงพืชไร่ เช่น ไร่ถั่วเหลือง ฝ้าย สวนผลไม้ สวนยางพารา สวน มะพร้าวและปาล์มน้ำมัน ตามริมถนน ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดออกดอกตลอดปี อายุฤดูเดียว


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 96 ชื่อวงศ์ Solanaceae ชื่อท้องถิ่น โทงเทง ชื่อสามัญ โคมจีน bladder cherry, gooseberry ชื่อวิทยาศาสตร์ Physalis minima L. (รูปที่ 7.3 ค) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ อายุสั้น สูง 40-80 ซม. ตั้งตรง แตกกิ่งก้านมาก โคนต้นสีม่วงแดง ใบรูปไข่ ขอบจักฟันเลื่อย หรือเว้าตื้น ๆ ไม่สม่ำเสมอ ใต้ใบมีขนมากกว่าด้านบน ดอกเดี่ยวขนาดประมาณ 1 ซม. กลีบดอก 5 กลีบ สีเหลืองอ่อนหรือเขียวอ่อน โคกกลีบสีม่วงเข้ม ผลกลมมีเนื้อนุ่ม ผิวเรียบ เป็นมัน เมื่อสุกสีเหลือง กลีบเลี้ยงจะพองออกหุ้มผล ไว้อย่างหลวม ๆ ถิ่นอาศัย ริมทางและที่ทิ้งร้างทั่วไป ทั้งที่ใกล้น้ำและที่ดอน ชอบขึ้นในดินปนทราย การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา พบขึ้นทั่วไปในสวน ในไร่ข้าวโพด ในฝ้าย ในถั่วเหลือง บริเวณชื้นเฉะและที่ดอนขยายพันธุ์โดย


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 97 ชื่อวงศ์ Poaceae ชื่อท้องถิ่น หญ้าตีนกา ชื่อสามัญ หญ้าตีนนก goose grass ชื่อวิทยาศาสตร์ Eleusine indica (L.) Gaerth. (รูปที่ 7.3 ง) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้นเป็นกอ แต่เมื่อสูงมากจะทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ชูส่วนยอดตั้งตรงสูงประมาณ 20-60 ซม. ลำต้นอ่อนมีลักษณะแบนสีเขียวหรือเขียวอ่อน ใบเป็นใบเดี่ยว แผ่นใบแคบเรียว ยาวประมาณ 6-15 ซม. ออกจากลำต้นแบบสลับ ขอบใบขนาน ปลายใบแหลม รอยต่อ ระหว่างแผ่นใบกับกาบใบมีเยื่อบาง ๆกันน้ำฝน ดอก ออกดอกเป็นแบบช่อเชิงลด ช่อดอกมีสี เขียว ก้านช่อดอกยาวตั้งตรง ประกอบด้วยช่อดอกย่อย 4-7 ช่อดอก ดอกย่อยมีกลีบนอก คล้ายกลีบประดับช่อดอก ผล แบบผลธัญพืช รูปไข่ค่อนข้างยาว มีสีน้ำตาลแดงจนถึงดำ มีสันนูนออกเป็น 3 ด้าน ถิ่นอาศัย พบขึ้นกระจายทั่วไปในแหล่งเพาะปลูก และที่สาธารณะทั่วไป การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา เป็นหญ้าที่มีอายุหลายฤดู ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด และส่วนของลำต้น พบขึ้นกระจายทั่วไปใน แหล่งเพาะปลูก เช่นในไร่ถั่วเหลืองและถั่วเขียว ในไร่ข้าวโพด ในไร่ข้าวฟ่าง ในไร่อ้อย ในไร่ สับปะรด ในไร่หอมแดง หอมหัวใหญ่ที่ปลูกโดยวิธีการย้ายปลูกหลังปลูกได้ 2-3 สัปดาห์ ใน สวนผักต่างๆ เช่น ผักกาดขาวปลี กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก พริกที่ปลูกโดยวิธีย้ายปลูก ในสวน ยางพารา สวนมังคุด และที่สาธารณะทั่วไป


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 98 ชื่อวงศ์ Cyperaceae ชื่อท้องถิ่น หญ้าแห้วหมู ชื่อสามัญ หญ้าขนหมู nut grass ชื่อวิทยาศาสตร์ Cyperus rotundus L. (รูปที่ 7.3 จ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้นเป็นกอ แต่เมื่อสูงมากจะทอดเลื้อยไปตามพื้นดิน ชูส่วนยอดตั้งตรงสูงประมาณ 20-60 ซม. ลำต้นอ่อนมีลักษณะแบนสีเขียวหรือเขียวอ่อน ใบเป็นใบเดี่ยว แผ่นใบแคบเรียว ยาวประมาณ 6-15 ซม. ออกจากลำต้นแบบสลับ ขอบใบขนาน ปลายใบแหลม รอยต่อ ระหว่างแผ่นใบกับกาบใบมีเยื่อบาง ๆกันน้ำฝน ดอก ออกดอกเป็นแบบช่อเชิงลด ช่อดอกมีสี เขียว ก้านช่อดอกยาวตั้งตรง ประกอบด้วยช่อดอกย่อย 4-7 ช่อดอก ดอกย่อยมีกลีบนอก คล้ายกลีบประดับช่อดอก ผล แบบผลธัญพืช รูปไข่ค่อนข้างยาว มีสีน้ำตาลแดงจนถึงดำ มีสันนูนออกเป็น 3 ด้าน ถิ่นอาศัย ที่รกร้าง และที่สาธารณะทั่วไป การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา เป็นวัชพืชที่แพร่กระจายได้รวดเร็วโดยใช้เมล็ดและหัว พบขึ้นทั่วไปในพื้นที่ที่ทำการเกษตรทั้ง ในไร่ถั่วเหลือง ไร่ข้าวโพด ไร่อ้อย ในไร่ฝ้าย ถั่วเขียวผิวมัน ไร่มันสำปะหลัง ในสวนผัก สวน มะพร้าว สวนผลไม้ สวนยางพารา ในนาข้าว ริมแหล่งน้ำ สนามหญ้า หรือที่สาธารณะ และ ตามริมถนนทั่วไป อายุหลายฤดู


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 99 ชื่อวงศ์ Poaceae ชื่อท้องถิ่น หญ้าเห็บ ชื่อสามัญ หญ้านมหนอน nut grass ชื่อวิทยาศาสตร์ Paspalum conjugatum Berg. (รูปที่ 7.3 ฉ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้นมีทั้งส่วนที่ตั้งตรง และทอดขนานไปตามพื้น ต้นสูง 20-40 ซม. ไหลที่ขยายไปตามพื้นมี ลักษณะแบน ตามข้อมีขน แตกรากและต้นใหม่ตามข้อ ใบ เป็นใบเดี่ยวออกสลับกันตามข้อ ของลำต้น โคนใบแผ่เป็นกาบหุ้มลำต้น มีสีม่วงด้านล่าง บริเวณโคนต่อใบกับแผ่นใบจะมีเยื่อ บาง ๆสั้น ๆ แผ่นใบเรียบยาว ปลายใบแหลม ขอบใบหยักคล้ายหนาม ดอกเป็นช่อกระจะ 2 ช่อ ที่เกิดในตำแหน่งเดียวกัน บางครั้งอาจพบอีก 1 ช่อ อยู่ด้านล่างของคู่แรก เมื่อเริ่มออก ดอก จะตั้งตรง ภายหลังจะแยกออกจากกัน แต่ละช่อยาว 7-10 ซม. ประกอบด้วยช่อดอกเป็น จำนวนมาก ผล เป็นผลแบบธัญพืช จะร่วงไปพร้อมกับส่วนของดอก ถิ่นอาศัย ที่ชุ่มชื่น และที่สาธารณะทั่วไป การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา เป็นหญ้าที่มีอายุข้ามปี (perenial) ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ดและส่วนของลำต้น (ไหล) แพร่พันธุ์ ได้รวดเร็วพบตามสนามหญ้า สวนยางพารา ในถั่วเหลืองและที่ชุ่มชื้นทั่วไป


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 100 ชื่อวงศ์ Poaceae ชื่อท้องถิ่น เลา ชื่อสามัญ แขมดอกขาว wild cane, wild sugarcane ชื่อวิทยาศาสตร์ Saccharum spontaneum L. (รูปที่ 7.3 ช) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้นเจริญเป็นกอ ลำต้นตั้งตรงสูงประมาณ 3-4 เมตร ใบแคบยาวเรียว กาบใบมักมีสีม่วง อ่อน ดอก ออกเป็นช่อแบบช่อแขนง ยาวเรียว สีเงิน มีขนคล้ายไหม ผล แบบผลธัญพืช เมล็ด สามารถลอยไปตามลมได้ไกล ถิ่นอาศัย พบตามที่รกร้าง ท้องทุ่งนา ริมหนอง ชายคลอง และริมข้างทางทั่วไป การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา พบขึ้นอยู่ตามที่รกร้าง ท้องทุ่งนา ริมหนอง ชายคลอง และริมข้างทางทั่วไป มีอายุฤดูเดียว


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 101 ชื่อวงศ์ Poaceae ชื่อท้องถิ่น แขม ชื่อสามัญ พง wild sugar ชื่อวิทยาศาสตร์ Erianthus arundinaceus (Retz.) Jesw (รูปที่ 7.3 ซ) ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ ลำต้นเป็นกอตั้งตรงสูงประมาณ 3 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 ซม. ไส้กลางมีเยื่อสีขาว ใบแคบเรียว ยาวประมาณ 100-150 ซม. ปลายใบแหลม ขอบใบเล็กแข็ง เส้นกลางใบเป็นร่อง สีขาว ดอก ช่อดอกแบบช่อแขนง แต่ละดอกย่อยมีกลีบดอก 2 กลีบ คือ กลีบนอกและกลีบใน ยาวประมาณ 0.5 ซม. มีขนเป็นปุยสีขาวหุ้มอยู่รอบนอก ผล ผลเป็นธัญพืช เมล็ดเป็นรูป กระสวยมีปุยขนติดอยู่ ถิ่นอาศัย พบตามที่ชุ่มชื้น ริมหนอง บึง ชายคลอง การกระจาย พบได้ทุกภาคของประเทศไทย ลักษณะทางนิเวศวิทยา พบขึ้นตามที่ชุ่มชื้น ริมหนอง บึง ชายคลอง ขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด อายุฤดูเดียว


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 102 7.3 สรุป มนุษย์เราได้ใช้ประโยชน์จากพืชในหลายรูปแบบทั้งในการประกอบอาหาร ทำเครื่องนุ่งห่มและการใช้ เป็นสมุนไพรในการดูแลสุขภาพในด้านต่างๆ และวัชพืชยังมีความสำคัญในระบบนิเวศด้วย เนื่องจาก เจริญเติบโตได้ดีในหลายสภาพพื้นที่ตั้งแต่ริมทะเล ริมหนอง จนถึงตามพื้นที่สูง ดังนั้น วัชพืช จึงเป็นแหล่ง อาหารของสิ่งมีชีวิตต่างๆ ตั้งแต่แมลงขนาดเล็กจนถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดใหญ่ และวัชพืชยังมีบทบาทใน การช่วยปกคลุมดิน รักษาความชุ่มชื้นและลดการกัดเซาะหน้าดินได้อีกด้วย ดังนั้น การศึกษาข้อมูลพื้นฐานของ วัชพืชจะเป็นประโยชน์ในการวางแผนจัดการพื้นที่ทั้งในป่าธรรมชาติ ป่าปลูก พื้นที่เกษตรกรรม สวนสาธารณะ รวมถึงพื้นที่สีเขียวใกล้ตัวเรา คำถามท้ายบท 1. จงอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของวัชพืช 2. จงบอกชนิดของวัชพืชที่พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3. จงอธิบายความแตกต่างของวัชพืชใบกว้างและใบแคบ 4. จงอธิบายถึงชนิดของวัชพืชที่พบในท้องถิ่นมหาสารคาม 5. จงยกตัวอย่างชนิดวัชพืชที่พบบุกรุกและแพร่กระจายอย่างมาก


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 103 บทปฏิบัติการที่ 3 การเก็บตัวอย่างวัชพืช บทปฏิบัติการที่ 3 การเก็บตัวอย่างวัชพืช การจำแนกชนิดและการตรวจสอบรายชื่อที่ถูกต้องของวัชพืช ณ ห้องปฏิบัติการด้านนิเวศวิทยา สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม วัตถุประสงค์ เพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้วิธีการเก็บตัวอย่างวัชพืช การจำแนกชนิดและการตรวจสอบ รายชื่อที่ถูกต้องของวัชพืช วิธีการปฏิบัติ กิจกรรมนี้ได้ออกแบบให้นิสิตได้เรียนรู้หลักการ การเก็บตัวอย่างวัชพืช การจำแนก ชนิดและการตรวจสอบรายชื่อที่ถูกต้องของวัชพืช โดยเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง เพื่อ นำไปใช้ประยุกต์กับการเก็บตัวอย่างที่เกี่ยวข้องกับด้านพืช


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 104 บรรณานุกรม ธวัชชัย รัตน์ชเลศ. (2540). เทคโนโลยีสารกำจัดศัตรูพืช. สำนักพิมพ์รั้วเขียว. ธวัชชัย รัตนชเลศ. & Maxwell J.F. (2535). รายชื่อวัชพืชที่มีรายงานพบในประเทศไทย. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. ประเสริฐ ชิตพงศ์ 2540. วัชพืชและการจัดการ. มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. พรชัย เหลืองอาภาพงศ์. (2540). วัชพืชศาสตร์. สำนักพิมพ์รั้วเขียว. พรชัย เหลืองอาภาพงศ์. (2542). วัชพืชและการป้องกันกำจัด. มหาวิทยาลัยเชียงใหม่. มณฑล นอแสงศรี, สราวุธ สังข์แก้ว, อานุภาพ จันทร์ลอย และอัจฉรา ตีระวัฒนานนท์, (2565) หญ้าในประเทศ ไทย Grasses in Thailand. สำนักวิชาการพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ แห่งชาติ. อัมพร สุวรรณเมฆ. (2525). วิทยาการวัชพืช. สมาคมวิทยาการวัชพืชแห่งประเทศไทย. ดวงพร สุวรรณกุล. (2543). ชีววิทยาของวัชพืช. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์. ดอกรัก มารอด. (2547). การสุ่มตัวอย่างสังคมพืช. http://cyberlab.lh1.ku.ac.th/elearn/faculty/ รังสิต สุวรรณเขตนิคม. (2547). สารป้องกันกำจัดวัชพืช : พื้นฐานและวิธีการใช้. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์. Anderson, W. P. (1983). Weed Science Principles. West Pub. Co. St. Paul. Minn, USA, 33-42. Ashton, F. M., & Crafts, A. S. (1981). Mode of action of herbicides. Baker, H. G. (1974). The evolution of weeds. Annual review of ecology and systematics, 1-24. Barbour, M. G., Burk, J. H., & Pitts, W. D. (1980). Terrestrial plant ecology. Benjamin/Cummings. Barkley, T. (1980). A geographical atlas of world weeds. 2(32), 127-127. Black, C. C., Chen, T. M., & Brown, R. H. (1969). Biochemical basis for plant competition. Weed Science, 17(3), 338-344. Bucha, H.C., & Todd, C.W. (1951). 3-(p-Chlorophenyl)-1, 1-dimethylurea-a new herbicide. Science, 114(2967), 493-494. Canfield, R.H. (1941). Application of the line interception method in sampling range vegetation. Journal of forestry, 39(4), 388-394.


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 105 Chacon, J., & Gliessman, S.R. (1982). Use of the “non-weed” concept in traditional tropical agroecosystems of south-eastern Mexico. Agro-ecosystems, 8(1), 1-11 Chambers, E.E., & Holm, L.G. (1965). Phosphorus uptake as influenced by associated plants. Weeds, 13(4), 312-314. Chantarasamee, W., Premathatien, C., Sangtong, T., Prokongwong, C., & Supatharung, C. (2002). Common Weeds of Central Thailand. Funnypublishing. Chisaka, H. (1977). Weed damage to crops. : yield loss due to weed competition.1-16. Clements et. al, (1929). Plant Competition: an analysis of community functions (No. QK901 C625). Cox, G. W., & Atkins, M.D. (1979). Agricultural ecology: an analysis of world food production systems. Crafts, A.S. (1975). Modern weed control. University of California Press. Daubenmire, R. (1968). Plant communities: a textbook of plant synecology. Plant communities: a textbook of plant synecology. Davis, A. S., Hall, J. C., Jasieniuk, M., Locke, M. A., Luschei, E. C., Mortensen, D. A., & Westwood, J. H. (2009). Weed science research and funding: a call to action. Weed Science, 57(4), 442-448. De Datta, S. K. (1981). Principles and practices of rice production. Ghersa, C.M., & Holt, J.S. (1995). Using phenology prediction in weed management. 35(6), 461-470. Greig-Smith, P. (1983). Quantitative plant ecology (Vol. 9). University of California Press. Gruenhagen, R.D., & Nalewaja, J.D. (1969). Competition between flax and wild buckwheat. Weed Science, 17(3), 380-384. Gruber, H., Haendel, K., & Broschewitz, B. (2000). Influence of farming system on weeds in thresh crops of a six-year crop rotation. Zeitschrift für Pflanzenkrankheiten und Pflanzenschutz, (Sonderh. 17), 33-40. Harland, J.R., & De Wet, J.M.J. (1975). The origin of polyploidy. 41, 361-390. Holm, L. (1971). The role of weeds in human affairs. Weed Science, 19(5), 485-490.


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 106 Holm, L.G., Plucknett, D.L., Pancho, J.V., & Herberger, J.P. (1977). The world's worst weeds. Distribution and biology. University Press of Hawaii. Holzner, W., & Immonen, R. (1982). The agrestal weed flora and vegetation of the world. Biology and ecology of weeds, 203-226. Hoveland, C.S., Buchanan, G.A., & Harris, M.C. (1976). Response of weeds to soil phosphorus and potassium. Weed Science, 24(2), 194-201. Karim, R.S., Man, A. B., & Sahid, I.B. (2004). Weed problems and their management in rice fields of Malaysia: an overview. Weed Biology and Management, 4(4), 177-186. Kasasian, L. (1971). The place of herbicides and weed research in tropical agriculture. PANS Pest Articles & News Summaries, 17(1), 26-29. Klingman, G.C., Ashton, F.M., & Noordhoff, L.J. (1975). Weed science: principles and practice. John Wiley & Sons, Inc. Lemon, E. R. (1960). Photosynthesis Under Field Conditions. II. An Aerodynamic Method for Determining the Turbulent Carbon Dioxide Exchange Between the Atmosphere and a Corn Field 1. Agronomy Journal, 52(12), 697-703. Litsinger, J. A., & Moody, K. (1976). Integrated pest management in multiple cropping systems. Multiple cropping, 27, 293-316. Mercado, B. L. (1979). Introduction to weed science. Introduction to weed science. Marshall, E.J.P., Brown, V. K., Boatman, N.D., Lutman, P.J.W., Squire, G.R., & Ward, L.K. (2003). The role of weeds in supporting biological diversity within crop fields. Weed research, 43(2), 77-89. Mercado, B. L. (1979). Introduction to weed science. Introduction to weed science. Monaco, T. J., Weller, S. C., & Ashton, F. M. (2002). Weed science : principles and practices. John Wiley & Sons. Moolani, M.K., Knake, E.L., & Slife, F.W. (1964). Competition of smooth pigweed with corn and soybeans. Weeds, 12(2), 126-128. Moody, K. (1989). Weeds reported in rice in South and Southeast Asia. International Rice Research Institute.


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 107 Mueller-Dombois, D., & Ellenberg, D. (1974). Aims and methods of vegetation ecology. New York: Wiley. 547. Noda K., Teerawatsakul M., Prakongvongs C., & Chaiwirtnukul L., (1984). Major Weeds in Thailand. In: Department of Agriculture B, Thailand, ed. Project Manual No.1, National Weed Science Research Institute Project. 143. Pokorny, R. (1941). New compounds. Some chlorophenoxyacetic acids. Journal of the American Chemical Society, 63(6), 1768. Radanachaless, T., & Maxwell, J. F. (1997). Lists of weeds reported in Thailand: Thai Studies in Biodiversity (No.1) Radoesvish S.R, Holt J.S, & Ghersa C. (1996). Weed Ecology: implications for management. Radosevich, S.R., Holt, J.S., & Ghersa, C. (1984). Implications for vegetation management. A Wiley–Interscience Publication, 265. Rao, A.N., & Moody, K. (1990). Weed seed contamination in rice seed. Seed Science and Technology (Switzerland), 18(1), 139-146. Salisbury, E. J. (1961). Weeds and aliens. London: Collins. Sajise, P. E. (1984). Introduction to human ecology research on agricultural systems in Southeast Asia. Suvatabandhu, K. (1950). Weeds in paddy field in Thailand. Thailand. 4. Suwankul, D., & Suwanketnikom, R. (2001). Weeds in Thailand (1st ed.). Kasetsart University. Swarbrick, J., & Mercado, B.L. (1987). Weed Science and Weed Control in Southeast Asia: An Introductory Text for Students of Agriculture in Southeast Asia (Vol. 81). Food & Agriculture Org. Tomita, S., Nawata, E., Kono, Y., Inamura, T., Nagata, Y., Noichana, C., & Sributta, A. (2003). Impact of direct dry seeding on rainfed paddy vegetation in north-east Thailand. Weed Biology and Management, 3(2), 68-76. Vongsaroj, P. (1997). Weed Management in Rice. Ministry of Agriculture, Bangkok. Weber, C.R., & Staniforth, D.W. (1957). Competitive Relationships in Variable Weed and Soybean Stands 1. Agronomy Journal, 49(8), 440-444.


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 108 Yeo, R.R., & Fisher, T.W. (1970). Progress and potential for biological weed control with fish, pathogens, competitive plants and snails. In 1st FAO International Conference Weed Control, University California. Yeoh, C.H., & Taib, I.B.M. (1977). Weed control in Malaysian xth Asian-Pacific Weed rubber smallholdings. In Proceedings of the Si Science Society Conference (Vol. 2), 387-397. Zimdahl, R. L. (1980). Weed-crop competition, a review. International Plant Protection Center. Zimdahl, R. L. (2018). Fundamentals of weed science. Academic press.


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 109 ดรรชนี A Adsorption 56 Aerial Weeds 5 Agricultural Implications 16 Annual Weeds 4 Application 49 Aquatic Weeds 5 Associations of Weeds and Crops 20 B Biological Factor 53 Biological Methods 67 Biology of Weeds 2 Broad-Leaved Weeds 3 Burning 63 C Chemical Weed Control 47 Competition for Growth Factors 21 Competitive Potential 24 Corn 72 Crop Rotation 64 Cropping Systems 64 Cultural Methods 65 D Data Analysis 44 Degradation 58 Density 42 Dominance 42 Dynamic of Weeds) 7 E Ecological Implications 19 Ecology of Weeds 1 Environmental Factor 54 Estimation of Plant Biomass 42 Evolution of Weeds 6 F Flooding 64 Foliar-Applied Herbicides 60 Frequency 43 G Growth and Development Interference 52 H Hand Pulling 62 Herbicidal Factor 55 Herbicide Classification 48


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 110 Herbicides and Environments 59 Herbicides and Plants 51 Herbicides in Soils 56 Hoeing 62 I Intercropping 65 L Legumes 74 Light and Carbon Dioxide 23 Living Mulch 64 M manner of use 50 Mechanical Methods 62 Metabolic Process Interference 52 Method of Application 49 Mode of Action 52 Moisture 22 Mowing and Cutting 62 Mulching 64 Mung Bean 75 N Narrow-leaved Weeds 4 Non-Living Mulch 64 Nutrients 21 P Pararubber 78 Peanut 74 Penetration to plants 51 Perennial Weeds 4 Pineapple 77 Q Quadrat 37 R Recent Directions in Weed Research 11 Removal 58 Rice 70 Roles and Implications of Weeds 16 S Selectivity 53 Smother Crops 65 Socio-Economic Implications 19 Soil Residue 59 Species List 44 T Terrestrial Weeds 5 The World’s Worst Weeds 29 Tillage 63 Tools Used for Weed Management 62


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 111 Toxicity 59 Translocation 52 U Utilization of Weeds 68 V Vegetable Crops 76 W Weed Classification 3 Weed Free Period 27 Weed Infatuation Period 27 Weed on Agricultural Land 10 Weed Research 8 Weeds as a Product of Human Activity 9 Weeds in Agro-Ecosystems 15


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 112 ก กะเม็ง 88 การกำหนดขนาดแปลงตัวอย่างต่ำสุด 39 การกำหนดหมู่ไม้ตัวอย่างเพื่อการศึกษา 38 การแก่งแย่งแข่งขันเพื่อปัจจัยสำหรับการ เจริญเติบโต 21 การเข้าสู่พืช 51 การคลุมโดยวัสดุไม่มีชีวิต 64 การควบคุมกำจัดวัชพืชโดยใช้สารเคมี 47 การเคลื่อนย้ายในพืช 52 การเคลื่อนย้ายออกจากดิน 58 การจัดจำแนกวัชพืช 3 การใช้จอบ 62 การใช้ชีวินทรีย์ 67 การใช้ประโยชน์จากวัชพืช 68 การใช้พืชแข่งขัน 65 การใช้ไฟเผา 63 การใช้ระบบการปลูกพืช 64 การใช้วัสดุคลุมดิน 64 การใช้วิธีเขตกรรม 65 การดูดยึดโดยอนุภาคของดิน 56 การตัดและตัดฟัน 62 การถอนด้วยมือ 62 การไถพรวน 63 การทำลายพืช 52 การปล่อยน้ำท่วม 64 การป้องกันกำจัดด้วยวิธีกล 62 การเลือกทำลาย 53 การวัดมวลชีวภาพ 42 การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น 44 การวิเคราะห์สังคมพืช 42 การวิจัยด้านวัชพืช 8 การสลายตัวในดิน 58 การสลายตัวในพืช 53 การสุ่มตัวอย่างสังคมวัชพืช 38 ข ขนาด รูปร่าง และจำนวนแปลงตัวอย่าง 37 ข้อมูลเกี่ยวกับพืชในแปลงตัวอย่าง 38 ข้อมูลเกี่ยวกับสภาพพื้นที่และปัจจัยแวดล้อม 38 ข้าวนาดำ 70 ข้าวโพด 72 ข้าวไร่ 72 แขม 108 ค ความชื้น 22 ความเด่น 42 ความถี่ 43 ความสัมพันธ์ระหว่างวัชพืชกับพืชปลูก 20 ความหนาแน่น 42 ความหนาแน่นของวัชพืช 25 เครื่องมือในการจัดการวัชพืช 62 โคกกะออม 101


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 113 จ จัดทำเป็นบัญชีรายชื่อ 44 ช ชีววิทยาของวัชพืช 2 ต ตีนตุ๊กแก 89 ถ ถั่วเขียว 75 ถั่วฝักยาว 75 ถั่วลิสง 74 ท ทิศทางของงานวิจัยด้านวัชพืช 11 โทงเทง 103 น น้ำนมราชสีห์ 97 น้ำนมราชสีห์เล็ก 96 นิเวศวิทยาของวัชพืช 1 บ บทบาทและความสำคัญของวัชพืช 16 บทบาทและความสำคัญด้านนิเวศวิทยา 19 บทบาทและความสำคัญด้านเศรษฐกิจสังคม 19 บานไม่รู้โรยป่า 86 แบ่งตามชีพจักร 4 แบ่งตามลักษณะทางพฤกษศาสตร์ 3 แบ่งตามลักษณะทางสัณฐานวิทยา 3 ป ปัจจัยด้านสารกำจัดวัชพืช 55 ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม 54 ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับประสิทธิภาพของสารกำจัด วัชพืช 59 ผ ผลตกค้างในดิน 59 ผักขวง 85 ผักโขม 87 ผักบุ้ง 94 ผักเสี้ยนดอกม่วง 92 ผักเสี้ยนสีม่วง 93 พ พฤติกรรมของสารกำจัดวัชพืชในดิน 56 พลวัตของวัชพืช 7 พืชตระกูลถั่ว 74 พืชผักต่าง ๆ 76 ม มะระขี้นก 95 ไมยราบยักษ์ 100 ย ยางพารา 78


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 114 ร ระยะเวลาที่ปล่อยให้มีวัชพืชรบกวน 27 ระยะเวลาที่มีสภาพปลอดวัชพืช 27 ล ลักษณะการใช้ 50 เลา 107 ว วัชพืช 1 วัชพืชข้ามปี 4 วัชพืชที่เกิดจากกิจกรรมมนุษย์ 9 วัชพืชน้ำ 5 วัชพืชในทางเกษตร 1 วัชพืชในแปลงเกษตร 10 วัชพืชบก 5 วัชพืชใบกว้าง 3 วัชพืชใบแคบ 4 วัชพืชร้ายแรง 29 วัชพืชอากาศ 5 วิธีการจัดการวัชพืช 47 วิธีการใช้ 49 วิธีการและลักษณะการใช้ 49 วิวัฒนาการของวัชพืช 6 ศ ศักยภาพในการแก่งแย่งแข่งขัน 24 ส สับปะรด 77 สารกำจัดวัชพืชกับพืช 51 แสงและคาร์บอนไดออกไซด์ 23 ห หญ้ากาบหอย 102 หญ้าเขมร 98 หญ้างวงช้างน้อย 99 หญ้าตีนกา 104 หญ้าละออง 90 หญ้าสาบแร้ง 91 หญ้าเห็บ 106 หญ้าแห้วหมู 105


ผศ.ดร.รัชนี นามมาตย์ สาขาวิชาความหลากหลายทางชีวภาพ สถาบันวิจัยวลัยรุกขเวช มหาวิทยาลัยมหาสารคาม เอกสารคำสอน นิเวศวิทยาของวัชพืช (Weed Ecology) 115


Click to View FlipBook Version