ตามที่รัฐบาลมีนโยบายพัฒนาเขตพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ขึ้น โดยครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัด ไดแก จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง และเขตจังหวัดอื่นที่ติดตอหรือเกี่ยวของ เพื่อพัฒนาความพรอมดานคมนาคม การขนสง โครงสราง พื้นฐานความตองการของผูประกอบการ การจัดหาทรัพยากรตางๆ และการเชื่อมโยงกับศูนยกลาง เศรษฐกิจอื่น โดยนโยบายดังกลาว สอดคลองกับนโยบายการสงเสริมและสนับสนุนการจัดตั้งเขต พัฒนาพิเศษของรัฐบาลที่กำหนด เพื่อสงเสริมการคา การลงทุน และการอำนวยความสะดวกในการ ประกอบกิจการอันเปนปจจัยสำคัญตอการพัฒนาขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศ และเพื่อกระจายการพัฒนาไปยังพื้นที่ตางๆ ใหมีความเหมาะสมกับศักยภาพของพื้นที่ อันเปนการ พัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนใหทั่วถึง เปนประโยชนตอการปฏิรูประบบเศรษฐกิจ การยกระดับ คุณภาพชีวิตความเปนอยูของประชาชนในพื้นที่ ตลอดจนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม และ การเพิ่มขีดความสามารถในการแขงขันของประเทศโดยรวม สูการพัฒนาประเทศไทย สูความ มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ไดมอบหมายให สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 ดำเนินการจัดทำคูมือการใชเแนวทางการพัฒนา หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) โดยมุงเนนพัฒนาศักยภาพผูเรียนใหมีความรูความสามารถรอบดาน มีความคิดสรางสรรค มีทัศนคติที่ดี รับผิดชอบตอสังคม มีคุณธรรมและจริยธรรม สอดคลองกับความตองการของตลาด แรงงาน จึงจัดทำคูมือการใชเแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ดังกลาว และนำไปใชในสถานศึกษา ระดับ มัธยมศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อวิเคราะหผลสะทอนกลับ ในการพัฒนาหลักสูตรดังกลาวตอไป หวังเปนอยางยิ่งวา เอกสารฉบับนี้ จะเปนแนวทางในการจัดการศึกษาใหกับหนวยงาน ทางการศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) อันจะสงผลตอการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของภูมิภาคและประเทศตอไป คำนำ (นางธนนันท คณะรมย) ตำแหนง ศึกษานิเทศกชำนาญการพิเศษ ผูอำนวยการกลุมนิเทศติดตาม และประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18
สารบัญ หน้า 3 4 4 4 5 6 7 14 16 18 29 30 30 31 32 33 33 34 37 38 39 ค�ำน�ำ 1. ความเป็นมาของหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม 2. วัตถุประสงค์ในการจัดท�ำคู่มือการใช้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม 3. เป้าหมายในการจัดท�ำคู่มือการใช้หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม 4. เรียนรู้อะไรในหลักสูตรสถานศึกษา 5. คุณภาพผู้เรียนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก - สมรรถนะส�ำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 - ความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักและเห็นความส�ำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก - ทักษะด้านภาษา และมาตรฐานความสามารถทางภาษาต่างประเทศ - ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล - ความตระหนักในความส�ำคัญของการด�ำรงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม - คุณธรรม จริยธรรม และการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการด�ำเนินชีวิต 6. การน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมสู่การจัดการศึกษา - จัดท�ำเป็นรายวิชาเพิ่มเติม - จัดการเรียนการสอนโดยบูรณาการร่วมกับ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ - จัดเพิ่มเติมในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน - จัดเพิ่มเติมในกิจกรรมเสริมหลักสูตรหรือบูรณาการกับวิถีชีวิตตามบริบทของแต่ละสถานศึกษา 7. การก�ำกับ ติดตามและประเมินผลแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมใน ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) 8. อภิธานศัพท์ 9. คณะท�ำงานจัดท�ำคู่มือการใช้หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม 10.ภาคผนวก - ค�ำอธิบาย แบบประเมิน การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ของสถานศึกษา 12. คณะผู้จัดท�ำเอกสาร 62
3 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 1. ความเป็นมาของการพัฒนาหลักสูตร ในปี 2560 รัฐบาลมีนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ขึ้น โดยครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง และเขตจังหวัดอื่น ๆ ที่ติดต่อหรือเกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนาความพร้อมด้านคมนาคม การขนส่ง โครงสร้างพื้นฐาน ความต้องการของ ผู้ประกอบการ การจัดหาทรัพยากรต่าง ๆ รวมถึงการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน และเป็นการรองรับนโยบาย ดังกล่าวกระทรวงศึกษาธิการจึงจัดท�ำแผนพัฒนาการศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (พ.ศ.2560 - 2564) โดยก�ำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนา 6 ข้อ ดังนี้ ยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคม และประเทศชาติ ยุทธศาสตร์ที่ 2 การผลิตและพัฒนาก�ำลังคน การวิจัยและนวัตกรรม เพื่อสร้างขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างเครือข่ายระหว่างสถานศึกษาภายใน ภายนอก ในระดับต่าง ๆ และ เครือข่ายภาครัฐและเอกชน เพื่อเป็นการปูพื้นฐานในการวางแผนประกอบ อาชีพ ยุทธศาสตร์ที่ 4 การสร้างโอกาส ความเสมอภาค และความเท่าเทียมทางการศึกษา ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดการศึกษาเพื่อสร้างเสริมคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ที่ 6 การพัฒนาประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มอบหมายให้ส�ำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 ด�ำเนินการขับเคลื่อนการศึกษาขั้นพื้นฐานในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก ในการส่งเสริม สนับสนุน การด�ำเนินการของสถานศึกษา ในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัด ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ให้ตอบสนองยุทธศาสตร์ที่ 1 การจัดการศึกษาเพื่อความมั่นคงของสังคม และประเทศชาติ ด้วยการพัฒนาด้านภาษา ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านการประกอบอาชีพ 10 อุตสาหกรรมของสถานศึกษา โดยพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษา และก�ำกับติดตามการด�ำเนินงานของสถานศึกษา ในด้านการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม ส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามีบทบาทหน้าที่ใน การขับเคลื่อนให้สถานศึกษาในสังกัด ด�ำเนินการจัดท�ำหลักสูตรสถานศึกษาก�ำหนดโครงสร้างเวลาเรียน เพื่อจัดท�ำรายวิชาเพิ่มเติม และน�ำไปใช้ในการก�ำหนดแผนการเรียน ให้สอดคล้องกับการประกอบอาชีพ 10 อุตสาหกรรม ในส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 สถานศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาค ตะวันออก แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC)
4 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 2. วัตถุประสงค์ในการจัดท�ำคู่มือการใช้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2.1 เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครู มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาหลักสูตร รายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2.2 เพื่อให้ผู้บริหารสถานศึกษาสามารถบริหารจัดการแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชา เพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.3 เพื่อให้ครูสามารถน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก ไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ให้กับผู้เรียนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นถึงระดับชั้นมัธยม ศึกษาตอนปลาย ซึ่งก่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีทักษะด้านภาษา มีทักษะด้านการใช้เทคโนโลยี และมีความรู้ด้านอุตสาหกรรมใหม่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการด�ำเนินชีวิต 3. เป้าหมายในการจัดท�ำคู่มือการใช้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3.1 ผู้บริหารสถานศึกษาและครูทุกคน มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาหลักสูตร รายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3.2 ผู้บริหารทุกคนสามารถน�ำความรู้ไปใช้ในการบริหารจัดการแนวทางการพัฒนาหลักสูตร รายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ในสถานศึกษาได้อย่างจริงจังและต่อเนื่อง 3.3 ครูผู้สอนตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นจนถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ทุกคนน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ไปใช้โดยให้ ผู้เรียนมีสมรรถนะตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีทักษะด้านภาษา มีทักษะ ด้านการใช้เทคโนโลยี และมีความรู้ด้านอุตสาหกรรมใหม่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประยุกต์ใช้ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการด�ำเนินชีวิต 4. เรียนรู้อะไรในแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ประกอบด้วย 7 ส่วนส�ำคัญ โดยแบ่งออกเป็นคู่มือประกอบการน�ำไปใช้จ�ำนวน 3 เล่ม ส�ำหรับหัวข้อล�ำดับที่ 1-5 ปรากฏอยู่ ในเล่ม “แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” หัวข้อ
5 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ล�ำดับที่ 6 “การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ ปรากฎอยู่ในเล่มแนวทางการออกแบบหน่วยการเรียนรู้ หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก” และหัวข้อล�ำดับที่ 7 อยู่ในเล่ม “เครื่องมือติดตามการใช้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา” และเพื่อให้สะดวกแก่การศึกษา เข้าใจง่าย พร้อมให้ทางสถานศึกษาน�ำไปปรับใช้ตามบริบท 1. โครงสร้างเวลาเรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. แนวทางการจัดโครงสร้างหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3. (ตัวอย่าง) โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา 4. แนวทางการจัดท�ำรายวิชาเพิ่มเติม 5. (ตัวอย่าง) ค�ำอธิบายรายวิชา ผลการเรียนรู้ 6. การออกแบบหน่วยการเรียนรู้ 7. เครื่องมือติดตามการใช้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม หมายเหตุ : รายชื่อเอกสารเล่มคู่มือ 1. แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 2. แนวทางการออกแบบกิจกรรมหน่วยการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติมตามแนวทางการพัฒนา หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 3. เครื่องมือติดตามการใช้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนา พิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 5.คุณภาพผู้เรียนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การจัดการเรียนการสอนตามแนวทางการใช้หลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก โดยส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 (ชลบุรี-ระยอง) ก�ำหนดกลยุทธ์เป็น เป้าหมายส�ำคัญในการพัฒนาผู้เรียน ดังนี้ 1. สมรรถนะส�ำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. ความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักและเห็นความส�ำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3. ทักษะด้านภาษา และมาตรฐานความสามารถทางภาษาต่างประเทศ 4. ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) 5. ความตระหนักในความส�ำคัญของการด�ำรงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6. คุณธรรม จริยธรรม และการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการด�ำเนินชีวิต
6 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 1. สมรรถนะส�ำคัญตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 1.1 สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุ่งให้ผู้เรียนเกิดสมรรถนะส�ำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการ ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัด และลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยค�ำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่างสร้างสรรค์ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพื่อน�ำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ หรือสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจ ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยค�ำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม 4. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการน�ำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ ในการด�ำเนินชีวิตประจ�ำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง การท�ำงาน และการอยู่ร่วมกัน ในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยง พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้เทคโนโลยีด้าน ต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยีเพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การท�ำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้อง เหมาะสม และมีคุณธรรม 1.2 ทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศของผู้เรียน จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศที่ 2 อย่างง่ายเพื่อการสื่อสารในชีวิตประจ�ำวันได้อย่างดี ใช้ทักษะกระบวนการในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริง และเขียนโปรแกรมอย่างง่าย เพื่อช่วยในการ แก้ปัญหา ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างรู้เท่าทันและรับผิดชอบต่อสังคม รู้จักตนเอง สามารถเลือกสนใจสาขาวิชาชีพได้ตามความถนัด
7 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ใช้ภาษาอังกฤษหรือภาษาต่างประเทศที่ 2 เพื่อการสื่อสารเฉพาะด้านหรือศัพท์เฉพาะทางวิชาชีพ ได้อย่างคล่องแคล่ว ใช้ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาประยุกต์ใช้สร้างความรู้ใหม่ เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่มีผลต่อการด�ำเนินชีวิต อาชีพ สังคมวัฒนธรรม และใช้อย่าง ปลอดภัย มีจริยธรรม เพื่อเป็นองค์ความรู้ทักษะพื้นฐานน�ำไปสู่การศึกษาต่อในสายอาชีวะหรือสาขา วิชาชีพระดับอุดมศึกษา 1.3 การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการใช้หลักสูตรสถานศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การจัดการเรียนรู้ตามแนวทางการใช้หลักสูตรสถานศึกษาในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้ความรู้และทักษะทางด้านภาษา ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านการประกอบ อาชีพ 10 อุตสาหกรรม โดยได้ก�ำหนดสาระส�ำคัญ ดังนี้ ด้านภาษา ผู้เรียนได้เรียนรู้และมีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษและภาษาต่างประเทศที่สอง ในการสื่อสารจากการฟัง พูด อ่าน และเขียน ได้อย่างคล่องแคล่ว น�ำไปใช้ในการสื่อสารในชีวิตประจ�ำวัน การสื่อสารส�ำหรับการท่องเที่ยว การสื่อสารเชิงธุรกิจหรือศัพท์เฉพาะทางวิชาชีพ เพื่อเตรียมความพร้อม สู่การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการมีงานท�ำ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผู้เรียนได้เรียนรู้และมีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ มีทักษะการคิดเชิงค�ำนวณ การคิดวิเคราะห์ แก้ปัญหาเป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ประยุกต์ใช้ความรู้ ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงได้ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การศึกษาต่อ การประกอบอาชีพใหม่และอาชีพในสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้อง ด้านการประกอบอาชีพ 10 อุตสาหกรรม ผู้เรียนได้เรียนรู้และมีทักษะที่ส�ำคัญ ที่เกี่ยวข้อง กับอาชีพ 10 อุตสาหกรรม (First S-Curve และ New S-Curve) ด้วยการบูรณาการจัดการเรียนรู้ เพื่อเสริมความรู้ ทักษะ และคุณลักษณะที่พึงประสงค์ ทางการประกอบอาชีพในสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง 2. ความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักและเห็นความส�ำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ก�ำหนดให้มี “ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี” เป็นยุทธศาสตร์ในการ พัฒนาประเทศในระยะยาว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับคุณภาพของประเทศในทุกภาคส่วน และ พัฒนาประเทศไทยไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายได้สูง อยู่ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว นโยบาย Thailand 4.0 จะช่วยยกระดับ ขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตและภาคบริการ บนฐานของเทคโนโลยี สมัยใหม่และนวัตกรรม โดยเน้นการพัฒนาใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย
8 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) โครงการ อีอีซี มุ่งเน้นการพัฒนาพื้นที่ 3 จังหวัด ในภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง ชลบุรี และฉะเชิงเทรา แผนการพัฒนาอีอีซี เล็งเห็นถึงความส�ำคัญของการพัฒนาพื้นที่ ทั้งทางกายภาพ และทางสังคม เพื่อเป็นการยกระดับ ความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ด้วยโครงสร้างการก�ำกับดูแล และการก�ำหนดนโยบายที่ชัดเจนท�ำให้แผนการพัฒนาอีอีซีได้รับการวางแผนอย่างละเอียดรอบคอบ โครงการโครงสร้างพื้นฐานของอีอีซีได้รับการพัฒนาแบบบูรณาการ เพื่อเป็นประตูส�ำคัญสู่ทั้งเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ และเอเชียแปซิฟิกในไม่กี่ปีข้างหน้า แผนการพัฒนาพื้นที่อีอีซี ถูกบรรจุในยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ประกอบไปด้วย 6 แผน ได้แก่ 1) แผนปฏิบัติการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน 2) แผนปฏิบัติการการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล 3) แผนปฏิบัติการการพัฒนาศูนย์กลางธุรกิจ และศูนย์กลางการเงิน 4) แผนปฏิบัติการการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย 5) แผนปฏิบัติการการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยว 6) แผนปฏิบัติการการพัฒนาบุคลาการ การศึกษา การวิจัย และเทคโนโลยี ด้วยต�ำแหน่งที่ตั้งอยู่ใจกลางทวีปเอเชีย ซึ่งมีประชากรมากกว่าครึ่งของโลกอาศัยอยู่ประเทศไทย จึงเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่เชื่อมโยงประเทศเศรษฐกิจส�ำคัญของภูมิภาค และด้วยจ�ำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น อย่างต่อเนื่อง และการเติบโตที่แซงหน้าทวีปอื่นเอเชียจึงเป็นทวีปที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รุ่งเรือง แห่งยุคสมัย การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยงการเดินทางคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ที่ครอบคลุม ช่วยเพิ่มพูนมูลค่าการลงทุน เพิ่มศักยภาพ ในการแข่งขัน ลดเวลาการเดินทาง ประหยัดค่าขนส่ง เชื่อมโยงกัน อย่างไร้รอยต่อพร้อมรองรับธุรกิจและการค้า โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินเป็นโครงการที่ใช้โครงสร้างและแนวเส้นทางการ เดินรถเดิมของระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแอร์พอร์ตลิงค์ (Airport Rail Link) ที่เปิดให้บริการอยู่ในปัจจุบัน โดยจะก่อสร้างทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร (Standard Gauge) ส่วนต่อขยาย 2 ช่วงจากสถานีพญาไท ไป ยังสนามบินดอนเมือง และจากสถานีลาดกระบังไปยังสนามบินอู่ตะเภา พร้อมเชื่อมเข้าออกสนามบิน โดย ใช้เขตทางเดิมของการรถไฟฯ เป็นส่วนใหญ่รวมระยะทาง 220 กม. มีผู้เดินรถรายเดียวกัน ซึ่งรถไฟความเร็ว สูงมีความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง เชื่อมกรุงเทพฯ กับพื้นที่ อีอีซี ภายในระยะเวลาไม่เกิน 60 นาที
9 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ที่มา: เกี่ยวกับ EEC (www.eeco.or.th) อีอีซี ร่วมกับและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง พัฒนาทักษะและเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากร ให้ตรงตามการใช้งานจริง ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อเตรียมความพร้อมในการรองรับอุตสาหกรรมเป้าหมาย อีกทั้งยังร่วมมือกับสถาบันการศึกษานานาชาติเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยสู่มาตรฐานสากล ในพื้นที่ อีอีซี มีแรงงานที่มีทักษะและฝีมือดีจ�ำนวนมากอยู่กว่า 2.4 ล้านคน ซึ่งแรงงานเหล่านี้ล้วนมีความเชี่ยวชาญ ที่หลากหลาย และพร้อมสนับสนุนการด�ำเนินธุรกิจ ความต้องการบุคลากรใน 7 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และ 3 อุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน ได้แก่ 1) อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เพิ่มมูลค่าพร้อมสร้างนวัตกรรมให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ของ ประเทศไทย อีอีซี เป็นที่ตั้งของท่าเรือแหลมฉบัง หนึ่งในท่าเรือน�้ำลึกหลักส�ำหรับการขนส่งสินค้าระหว่าง ประเทศ ที่มีกิจกรรมทางเรือที่คึกคักที่สุดของโลก มุ่งมั่นที่จะพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นท่าเรือสากล ระดับโลก โดยได้ด�ำเนินโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของท่าเรือ ในการรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต การพัฒนาดังกล่าว จะช่วยสนับสนุน ธุรกิจและกิจการต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยให้สามารถเติบโตได้ ปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานกว่า 850,000 คน ท�ำงานในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ครอบคลุม ทุกขั้นตอนการผลิต บริษัทต่างชาติชั้นน�ำหลายแห่งได้ท�ำงานร่วมกับแรงงานที่มีทักษะในประเทศไทย เพื่อพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทย เป็นฐานการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของอาเซียนในอนาคต
10 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 2) อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เป็นอุตสาหกรรมหลักที่มีความส�ำคัญต่อเศรษฐกิจ ของประเทศ ประเทศไทยเป็นผู้น�ำในการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ส�ำหรับอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์ อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้านและชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความซับซ้อน ปัจจุบันประเทศไทยมีแรงงานกว่า 753,000 คน ในภาคอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ที่จะช่วยสนับสนุนและขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโต ประเทศไทยเป็นผู้ผลิต และส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ (HDDs) รายใหญ่ของโลก โดยนับเป็นสัดส่วนกว่าร้อยละ 30 ของตลาดโลก ด้วยความสามารถทางการผลิตที่มีประสิทธิภาพส่งผลให้อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไทยเป็นที่ยอมรับ และอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก 3) อุตสาหกรรมการเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ คือหัวใจหลักของประเทศไทย เพราะประเทศไทย เป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง และเป็นผู้น�ำทางด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม การเกษตรและเทคโนโลยีชีวภาพ นโยบายการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพ (พ.ศ.2555-2564) ให้ความส�ำคัญกับการวิจัยและพัฒนา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ดีที่สุด ส�ำหรับการลงทุนด้านเทคโนโลยีชีวภาพ เพราะมีความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและมีศูนย์วิจัย และพัฒนาอันก้าวหน้า ประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตภูมิอากาศแบบร้อนชื้น พื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่ง ของประเทศเป็นพื้นที่เพื่อการเกษตร ส่งผลให้ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็นศูนย์กลาง การวิจัยทางด้านเทคโนโลยีชีวภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเขตพื้นที่ อีอีซี ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่หลัก ส�ำหรับการปลูกอ้อย และมีโครงการแปรรูปอ้อยและ มันส�ำปะหลังเป็นโครงการส�ำคัญอีกด้วย 4) อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในฐานะ “ครัวของโลก” เป็นแหล่งผลิตอาหารครบวงจรที่ให้ความส�ำคัญกับการลงทุน ด้านเทคโนโลยีการผลิต การสร้างมาตรฐานความปลอดภัยในอาหาร และการพัฒนาระบบการตรวจสอบ คุณภาพในทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับอุตสาหกรรมอาหารของประเทศ พาครัวไทย สู่ครัวโลก 5) อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดีและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เป็นที่นิยมและเป็นหนึ่ง ในธุรกิจที่สร้างผลก�ำไรให้กับนักลงทุนในประเทศไทย โดยประเทศไทยเป็นผู้น�ำด้านการท่องเที่ยว เชิงสุขภาพระดับโลกด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ราคาที่เป็นมิตร และการบริการที่ประทับใจ ด้วยสภาพภูมิอากาศ มรดกทางวัฒนธรรม และการต้อนรับอันอบอุ่น ประเทศไทยจึงเป็นหนึ่ง ในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั่วโลก มีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและวัฒนธรรม ที่หลากหลาย ด้วยศักยภาพของประเทศที่มีความพร้อมและสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ท�ำให้ เกิดโอกาสทางธุรกิจมากมายส�ำหรับนักลงทุน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ของประเทศไทย มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งรัฐบาลได้ก�ำหนดยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศไทยให้เป็น “ศูนย์กลาง
11 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) สุขภานานาชาติ” โดยให้การสนับสนุนผ่านนโยบายและมาตรการ ต่าง ๆ เช่น แผนการขยายระยะเวลาวีซ่า และมาตรการทางภาษี เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมการค้าและการลงทุนด้านสุขภาพอีกด้วย 6) อุตสาหกรรมหุ่นยนต์ ได้เพิ่มผลิตภาพการผลิตทั่วโลกประเทศไทยเป็นฐานการผลิตหุ่นยนต์ อุตสาหกรรมที่ส�ำคัญของอาเซียนโดยมุ่งเน้นการผลิตหุ่นยนต์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรม อิเล็กทรอนิกส์ และอุตสาหกรรมการแปรรูปอาหาร ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เป็นตัวแปรส�ำคัญของอุตสาหกรรมการผลิตโดยเฉพาะในอุตสาหกรรม ยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ด้วยความต้องการในการใช้ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงถือเป็นโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทยที่ส�ำคัญส�ำหรับนักลงทุนทั่วโลก รัฐบาลได้ร่วมมือกับสถาบัน การศึกษาไทยหลายแห่ง สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรม ระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ เพื่อเพิ่มขีด ความสามารถในการผลิต โดยประเทศไทยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาและศูนย์ฝึกอบรมบุคลากรมากมาย เช่น สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม (FIBO) สมาคมหุ่นยนต์ไทย (TRS) และสมาคมอัตโนมัติ และหุ่นยนต์ไทย (TARA) ที่จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ไทย ให้ก้าวหน้าและเติบโตไปในอนาคต 7) อุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ ประเทศไทยตั้งอยู่ในจุดภูมิศาสตร์ที่ส�ำคัญของภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความต้องการการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เกิดโอกาสทางธุรกิจ ในอุตสาหกรรมการบินและโลจิสติกส์ ด้วยสภาพภูมิประเทศที่มีความได้เปรียบ ซึ่งประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการบินเชิงพาณิชย์ในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ โดยมีบริษัทผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่หลายรายประกอบกิจการอยู่ นอกจากนี้โครงการ พัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาเมืองการบินภาคตะวันออก (EECa) จะท�ำให้ประเทศไทยสามารถพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางทางการบินของภูมิภาคได้ จ�ำนวนเครื่องบิน ในภูมิภาคที่เพิ่มขึ้น โอกาสทางธุรกิจก็มากขึ้นเช่นเดียวกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการบิน และ MRO ซึ่งจะช่วยรองรับการผลิตชิ้นส่วนอากาศยาน และส่วนประกอบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ส่งผลให้ ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะก้าวไปสู่การเป็นศูนย์กลางการซ่อมบ�ำรุงอากาศยานของภูมิภาคได้ 8) อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ประเทศไทยน�ำเสนออุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ที่ประกอบ ไปด้วยธุรกิจด้านการดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์ที่ครบวงจร โรงพยาบาลในประเทศไทยได้ด�ำเนินงานตามมาตรฐานสากลและมีบุคลากรทางการแพทย์ ที่ผ่านการฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี ประเทศไทยมีโรงพยาบาลที่ได้รับการรับรองมาตรฐานโดย Joint Commission International (JCI) เป็นจ�ำนวนมาก ให้บริการทางการแพทย์และสุขภาพที่ยอดเยี่ยม ในราคาที่เอื้อมถึง พร้อมทั้งใช้ เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการรักษาอีกด้วย นอกจากมีโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน จ�ำนวนมากแล้ว ยังมีบุคลากรและผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์จ�ำนวนมากอีกด้วย ด้วยชื่อเสียงและความ สามารถของบุคลากรทางการแพทย์เป็นที่ยอมรับในระดับสากล ประเทศไทยจึงเหมาะส�ำหรับการลงทุน ในธุรกิจอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพครบวงจร
12 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 9) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคง ทางด้านพลังงานที่ยั่งยืน และลดการพึ่งพาพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล เป็นประเทศที่มีความหลากหลาย ทางชีวภาพและทรัพยากรธรรมชาติ ประเทศไทยมีจุลินทรีย์ราว 150,000-200,000 ชนิด คิดเป็น ร้อยละ 8-10 ของจุลินทรีย์ที่คาดว่ามีอยู่ในโลก และมีสายพันธุ์พืชไม่น้อยกว่า 12,000 ชนิด คิดเป็นร้อยละ 8 ของสายพันธุ์ทั้งหมดที่คาดว่ามีอยู่ในโลก ประเทศไทยเป็นผู้น�ำด้านการเกษตรของโลก โดยมีรากฐานการผลิตสินค้าทางการเกษตรที่ แข็งแกร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งใน อีอีซี ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกอ้อยและมันส�ำปะหลังที่ส�ำคัญของประเทศ รวมถึง มีระบบนิเวศที่เอื้อต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงชีวภาพและเคมีชีวภาพ ประเทศไทยได้ก�ำหนด เป้าหมายการใช้ไบโอดีเซลที่ 14 ล้านลิตรต่อวันและไบโอเอทานอลที่ 11.3 ล้านลิตรต่อวัน ภายในปี พ.ศ. 2579 โดยปัจจุบันประเทศไทยมีความสามารถในการผลิต Polylactic Acid (PLA) สูงถึง 20,000 ตันต่อปี นอกจากนี้ยังมีทรัพยากรส�ำหรับการวิจัยและพัฒนา และศูนย์วิจัยต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมนี้อีกด้วย เช่น อุทยานวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย BIOTEC TCELS และ PTIT 10) อุตสาหกรรมดิจิทัล เป็นอุตสาหกรรมที่มีความส�ำคัญเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ก่อให้เกิดโอกาส การลงทุนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น E-Commerce IoT ดิจิทัลคอนเทนต์และคลาวด์คอมพิวติ้ง คาดว่า ภายในปี พ.ศ. 2565 อุตสาหกรรมดิจิทัล จะมีสัดส่วนกว่าร้อยละ 61 ของ GDP ประเทศไทย ประเทศไทยมีระบบนิเวศที่พร้อมจะพัฒนาสู่การเป็นผู้น�ำเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะมีอุตสาหกรรม ดิจิทัลที่แข็งแกร่ง โครงสร้างพื้นฐาน ICT ที่ล�้ำสมัย และมีความต้องการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลสูง นอกจาก นี้รัฐบาลได้ตั้งนโยบาย Thailand 4.0 โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งจะขับ เคลื่อนประเทศไทยให้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางการลงทุนทางด้านดิจิทัลที่ดีที่สุดในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ มีเขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) เป็นโครงการพัฒนา พื้นที่ใน อีอีซี ให้เป็นต้นแบบการน�ำนวัตกรรมเข้าไปผลักดันให้เกิดอุตสาหกรรมใหม่ที่ใช้เทคโนโลยี ขั้นสูง และปรับฐานอุตสาหกรรมเดิมในพื้นที่ ผ่านการวิจัยและพัฒนาร่วมกันระหว่างภาครัฐ เอกชน มหาวิทยาลัย และชุมชนในพื้นที่ ซึ่งจะท�ำให้เขตพื้นที่ อีอีซี มีศักยภาพสูงในการลงทุนทางด้านดิจิทัล นอกจาก 10 อาชีพอุตสาหกรรมเป้าหมายแล้ว ประเทศไทยยังเล็งเห็นอาชีพใหม่ ซึ่งจะมีบทบาทส�ำคัญ ในกาสรขับเคลื่อนเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกให้มีความรุดหน้าและยั่งยืน อีก 2 อุตสาหกรรม ได้แก่ 1) อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ มีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของกิจกรรมทางทหาร ของไทยโดยให้ความส�ำคัญกับการวิจัยและพัฒนา และการยกระดับประสิทธิภาพให้ก้าวทันเทคโนโลยี สิทธิประโยชน์ส�ำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมการป้องกันประเทศ ประกอบไปด้วย การได้รับ การยกเว้นภาษีส�ำหรับกิจการที่อยู่ในอุตสาหกรรมฐานความรู้ กิจการโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศ และกิจการที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงซึ่งมีความส�ำคัญต่อการพัฒนาประเทศ ประเภทกิจการที่เกี่ยวข้องกับ อุตสาหกรรมการป้องกันประเทศถูกจัดอยู่ในหมวด A ซึ่งประกอบไปด้วย รถถัง ชุดเกราะ ยานพาหนะ โดรน อากาศยานไร้คนขับ หุ่นยนต์ทางการทหาร ระบบการสื่อสาร และอาวุธ เป็นต้น
13 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 2) อุตสาหกรรมการพัฒนาบุคลากรและการศึกษา ถือเป็นหนึ่งในเป้าหมายหลัก โดย อีอีซี มีโครงการส่งเสริมความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา อาชีวศึกษา มหาวิทยาลัย และบริษัทเอกชน ทั้งในและ ต่างประเทศ ในการพัฒนาระบบการศึกษาและก�ำลังคนให้ตรงตามความต้องการและได้มาตรฐานสากล อีอีซี พัฒนาคุณภาพระบบการศึกษาและสมรรถนะของบุคลากรในอาชีพให้ได้มาตรฐานในระดับ สากล โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาที่มีศักยภาพสูงจากต่างประเทศ ได้แก่ 1) มหาวิทยาลัยอมตะ ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University) เปิดหลักสูตรสาขาวิศวกรรม Intelligent Manufacturing System โดยมุ่งเน้นการพัฒนาหุ่นยนต์ที่จะเข้ามา ช่วยระบบการผลิตแบบอัตโนมัติ และอุตสาหกรรมยานยนต์ 2) โปรแกรม CMU-Thailand เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยคาร์เนกีเมลลอน (Carnegie Mellon) และสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL)เพื่อเปิดสอนหลักสูตร สารสนเทศและวิทยาการคอมพิวเตอร์ 3) สถาบันเลส์โรช (Les Roches) จากสวิตเซอร์แลนด์ สถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียงด้านการโรงแรม และการท่องเที่ยวระดับโลก เปิดสอนหลักสูตรสาขาการจัดการ การพัฒนาทักษะบุคลากรตามแนวทาง EEC Model โดย EEC-HDC ขับเคลื่อนความร่วมมือกับ ทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง ที่มา: EEC Model (www.eeco.or.th)
14 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) อีอีซี ประมาณการความต้องการบุคลากรตามกลุ่ม 10 อาชีพอุตสาหกรรม ในเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก ปี 2562 – 2566 จ�ำนวน 475,688 อัตรา ในการขับเคลื่อนโมเดลประกอบด้วย 1) ก�ำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายและรับรององค์กร 2) สถาบันมาตรฐานสากล 3) ความร่วมมือระหว่าง ส่วนราชการและองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น 4) สถาบันการศึกษาและโรงเรียน 3. ทักษะด้านภาษา และมาตรฐานความสามารถทางภาษาต่างประเทศ แนวทางการพัฒนาประเทศตามนโยบาย Thailand 4.0 คือ การพัฒนาประเทศให้มีความทันสมัย มีรายได้มากขึ้น และก้าวพ้นจากกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง โดยจะต้องผลิตนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อ เป็นฐานในการพัฒนาประเทศ และต้องสามารถติดต่อค้าขายกับนานาประเทศได้ด้วย ดังนั้น การศึกษา จึงต้องเร่งด�ำเนินการปฏิรูปการเรียนรู้ให้กับเด็กไทย ได้เข้าก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างเป็นรูปธรรมในหลายด้าน เช่น การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเป็นหัวใจส�ำคัญในการสื่อสารกับนานาชาติ ทั้งเพื่อการติดต่อสื่อสาร การแลกเปลี่ยนความรู้ การประสานความร่วมมือ และการค้าขาย ซึ่งที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ ได้ด�ำเนินการยกระดับภาษาอังกฤษ ของประเทศผ่านโครงการส�ำคัญต่าง ๆ อาทิ การพัฒนาครูภาษาอังกฤษ ผ่านกระบวนการ Boot Camp จัดท�ำแอพพลิเคชั่น Echo Hybrid และ Echo English เป็นต้น (ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์, 2559) การศึกษาในยุค Thailand 4.0 นั้น เป็นยุคที่การศึกษาเป็นเรื่องที่มากกว่าการเตรียมความพร้อม ของคนหรือให้ความรู้กับคนเท่านั้น แต่เป็นการเตรียมมนุษย์ให้เป็นมนุษย์ด้วย กล่าวคือ นอกจากให้ ความรู้แล้ว จะต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนรักที่จะเรียน มีคุณธรรม สามารถอยู่ร่วมในสังคมได้อย่างเหมาะสม 3.1 ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนโดยใช้สองภาษา ทุกวันนี้ภาษาอังกฤษเข้ามามีบทบาทอย่างมาก การสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ที่มี ความสอดคล้องกันทั้งสองภาษา จะท�ำให้ผู้เรียนใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม และเคยชินกับการใช้ ภาษามากขึ้น มีความกล้าที่จะใช้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาของผู้เรียน เพราะภาษา โดยเฉพาะภาษา ต่างประเทศจะช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ได้มากขึ้น ท�ำให้มีโลกทัศน์กว้างขึ้น การส่งเสริมภาษาต่างประเทศ มุ่งเน้นการเปิดรายวิชาเพิ่มเติมภาษาอังกฤษและภาษา ต่างประเทศที่ 2 (ภาษาจีน/ภาษาญี่ปุ่น/ภาษาฝรั่งเศส/ภาษาเยอรมัน ฯลฯ) เพื่อพัฒนาพื้นฐานทักษะ ด้านภาษาในการสื่อสารส�ำหรับการประกอบอาชีพหรือศึกษาต่อในประเทศและต่างประเทศ 3.2 การพัฒนาทักษะภาษาของครูและนักเรียนตามกรอบมาตรฐาน ส่งเสริมการพัฒนาทักษะทางด้านภาษาต่างประเทศส�ำหรับครูและนักเรียนในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยก�ำหนดเป้าหมายผ่านเกณฑ์กรอบมาตรฐานวัดทักษะทางภาษาอังกฤษ ที่ได้รับการยอมรับ และใช้งานอย่างกว้างขวางส�ำหรับการสอนภาษาในทวีปยุโรป ใช้กรอบอ้างอิง ความสามารถทางภาษาอังกฤษที่เป็นสากล CEFR (Common European Framework of Reference for Languages) (อักษรเจริญทัศน์, 2563)
15 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) CEFR แบ่งความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาออกเป็น 6 ระดับ ดังนี้ - A1 ระดับเริ่มต้น - A2 ระดับต้น - B1 ระดับกลาง - B2 ระดับกลางสูง - C1 ระดับสูง - C2 ระดับช�ำนาญ นโยบายภาษาอังกฤษ ก�ำหนดเกณฑ์ให้ทั้งคุณครูและนักเรียนต้องผ่านการสอบ CEFR ดังนี้ ระดับครูผู้สอน - หากไม่ได้สอนภาษาอังกฤษ ระดับประถมศึกษาต้องได้ A2 เป็นต้นไป / ระดับมัธยมศึกษา ต้องได้ A2 เป็นต้นไป - หากสอนภาษาอังกฤษ ระดับประถมศึกษาต้องได้ B1 เป็นต้นไป / ระดับมัธยมศึกษา ต้องได้ B2 เป็นต้นไป ระดับนักเรียนห้องเรียนปกติ - ระดับชั้น ป.4-ป.6 ต้องได้ระดับมากกว่าหรือเท่ากับ A1 - ระดับชั้น ม.1-ม.3 ต้องได้ระดับมากกว่าหรือเท่ากับ A2 - ระดับชั้น ม.4-ม.6 ต้องได้ระดับมากกว่าหรือเท่ากับ B1 ระดับนักเรียนห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ - ระดับชั้น ป.4-ป.6 ต้องได้ระดับมากกว่าหรือเท่ากับ A2 - ระดับชั้น ม.1-ม.3 ต้องได้ระดับมากกว่าหรือเท่ากับ B1 - ระดับชั้น ม.4-ม.6 ต้องได้ระดับมากกว่าหรือเท่ากับ B2 ส�ำหรับมาตรฐานทักษะทางด้านภาษาต่างประเทศอื่น ๆ ให้สถานศึกษาก�ำหนดเกณฑ์มาตรฐาน ในการพัฒนาผู้เรียน ที่สามารถน�ำไปใช้พัฒนาเครื่องมือ หรือใช้บริการสถาบันการทดสอบที่เทียบเคียง กับการรับสมัครเพื่อศึกษาต่อในระดับสูงขึ้นไป เช่น การสอบวัดระดับความรู้ภาษาจีนระดับสากล (HSK) การสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาญี่ปุ่น (JLPT) การสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาฝรั่งเศส (TCF) เป็นต้น
16 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 4. ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital literacy) ในปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จากยุค Analog ไปสู่ยุค Digital และยุค Robotic จึงท�ำให้เทคโนโลยีดิจิทัลมีอิทธิพลต่อการด�ำรงชีวิตและการท�ำงาน ภาครัฐซึ่งเป็นแกนหลักของการพัฒนา ประเทศ จึงต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับบริบทของการเปลี่ยนแปลง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด culture shock เนื่องจากการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยี และเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดจากการใช้เทคโนโลยีที่ไม่ เหมาะสม เช่น การสูญเสียการเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การโจรกรรมข้อมูล การโจมตี ทางไซเบอร์ เป็นต้น (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, 2563) Digital literacy หรือทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล เป็นทักษะด้านดิจิทัลพื้นฐาน ที่จะเป็นตัวช่วยส�ำคัญในการปฏิบัติงาน การสื่อสาร และการท�ำงานร่วมกันกับผู้อื่นในลักษณะ “ท�ำน้อย ได้มาก” หรือ “Work less but get more impact” และช่วยสร้างคุณค่า (Value Co-creation) และความคุ้มค่า ในการด�ำเนินงาน (Economy of Scale) เพื่อการก้าวไปสู่การเป็นประเทศไทย 4.0 อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือ ช่วยให้บุคลากร สามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองเพื่อให้ได้รับโอกาสการท�ำงานที่ดีและเติบโตก้าวหน้า ในอาชีพ (Learn and Growth) ด้วยการเข้าใจดิจิทัล (Digital Literacy Curriculum) มุ่งเน้นทักษะเนื้อหา ประกอบด้วย สิทธิและความรับผิดชอบ การเข้าถึงสื่อดิจิทัล การสื่อสารยุคดิจิทัล ความปลอดภัยยุค ดิจิทัล ความเข้าใจสื่อดิจิทัล แนวปฏิบัติ ในสังคมดิจิทัล สุขภาพดียุคดิจิทัล ดิจิทัลคอมเมิร์ซ และ กฎหมาย ดิจิทัล (มหาวิทยาลัยมหิดล, 2559) 1. สิทธิและความรับผิดชอบ ผู้ศึกษาจ�ำเป็นต้องทราบสิทธิ เสรีภาพ และความรับผิดชอบเมื่อใช้สิทธินั้นบนสื่อสาธารณะยุค ดิจิทัล ในฐานะเป็นประชากรของสังคมในระดับต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับชุมชน ระดับประเทศ ระดับโลก โดยความ รับผิดชอบนี้รวมถึงความรับผิดชอบต่อตัวเอง และความรับผิดชอบต่อสังคม ทั้งผลกระทบที่เกิดจากการ กระท�ำและทางกฎหมายด้วยการใช้สิทธิ เสรีภาพอย่างถูกต้อง จะท�ำให้การอยู่ร่วมกันในสังคมเดียวกัน เกิดความสงบสุขไม่ขัดต่อกฎหมาย จริยธรรม ศีลธรรม ของสังคม ถือเป็นพื้นฐานประการแรกที่จ�ำเป็น ต้องทราบ เพื่อจะอยู่ในสังคมออนไลน์ที่มีการเชื่อมโยงประชากรจากทุกประเทศทั้งโลกเข้าไว้ด้วยกัน 2. การเข้าถึงสื่อดิจิทัล ผู้ศึกษาจ�ำเป็นต้องเข้าใจอินเทอร์เน็ตและการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยช่องทางต่าง ๆ รวมถึง ข้อดี ข้อเสียของแต่ละช่องทางได้ เพื่อให้สามารถใช้ Search Engine ค้นหาข้อมูลที่ต้องการจาก อินเทอร์เน็ต ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังจ�ำเป็นต้องเข้าใจสื่อทางดิจิทัลชนิดต่าง ๆ รวมถึงการน�ำไปประยุกต์ ใช้งานในปัจจุบัน
17 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 3. การสื่อสารยุคดิจิทัล ผู้ศึกษาจ�ำเป็นต้องมีความเข้าใจการสื่อสารผ่านทางสื่อ และเครื่องมือทางดิจิทัลในแง่มุมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นความเหมาะสม ความแตกต่าง ความเสี่ยงของสื่อ และเครื่องมือพร้อมทั้งสามารถสื่อสาร โดยการใช้ข้อความหรือถ่อยค�ำอย่างสร้างสรรค์ มีประโยชน์ และเคารพผู้อื่น เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม นอกจากนี้ยังรวมถึง ความสามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีอยู่บนสื่อดิจิทัลต่าง ๆ ว่าสิ่งไหนเป็นข้อเท็จจริง สิ่งไหนเป็นความเห็น สิ่งไหนเป็นความจริงบางส่วน สิ่งไหนเป็นความจริงเฉพาะเหตุการณ์นั้น ๆ เพื่อไม่ให้ ตกเป็นเหยื่อของการสื่อสารทางดิจิทัล 4. ความปลอดภัยยุคดิจิทัล ผู้ศึกษาจ�ำเป็นเข้าใจความมั่นคง ความเป็นส่วนตัว และการทิ้งรอยเท้าดิจิทัล ในการใช้ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ในยุคดิจิทัล รวมถึงภัยในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในแง่วิธีการที่ได้รับการคุกคาม ผลกระทบที่เกิดขึ้น การป้องกัน การลดความเสี่ยงต่อภัยเหล่านั้น 5. ความเข้าใจสื่อดิจิทัล ผู้ศึกษาจ�ำเป็นต้องมีความเข้าใจสารสนเทศและสื่อในยุคดิจิทัล เพื่อที่สามารถระบุข้อมูลที่ต้องการ หาข้อมูลนั้น ประเมินประโยชน์ ความเกี่ยวข้อง ความถูกต้อง ความน่าเชื่อถือ ของข้อมูลนั้น จากแหล่งต่าง ๆ นอกจากนั้นผู้ศึกษายังจ�ำเป็นต้องสามารถน�ำข้อมูลเหล่านั้นมาพัฒนาเป็นความรู้ เพื่อน�ำไปใช้ประโยชน์ ผ่านทางการน�ำเสนอได้อย่างมีประสิทธิภาพ 6. แนวทางปฏิบัติในยุคดิจิทัล ผู้ศึกษาจ�ำเป็นต้องทราบแนวทางปฏิบัติในสังคม มารยาท และพฤติกรรมอันพึงปฏิบัติเมื่อ อยู่ร่วมในสังคมดิจิทัล เพื่อไม่สร้างความเดือดร้อน ความร�ำคาญ ความเครียด ความกังวลใจ รวมถึงเป็น สาเหตุของปัญหาทางสภาพจิตของบุคคลอื่นและตัวเอง การประพฤติตามมารยาทที่เหมาะสม ท�ำให้สังคม ยอมรับนับถือและให้เกียรติ ดังนั้นมารยาทในสังคมดิจิทัล จึงเป็นสิ่งที่จ�ำเป็นต้องเรียนรู้ และปูพื้นฐานไว้ ในการใช้งานสังคมดิจิทัล 7. สุขภาพดียุคดิจิทัล ผู้ศึกษาจ�ำเป็นต้องเข้าใจอันตรายและผลกระทบด้านสุขภาพในแง่มุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นด้าน สุขภาพกาย สุขภาพจิต โรคที่เกิดขึ้น รวมถึงความสัมพันธ์และผลกระทบต่อเยาวชน การใช้อินเทอร์เน็ต และสื่อดิจิทัล เพื่อป้องกัน หลีกเลี่ยง ลดผลกระทบ จนถึงวิธีการรักษาเบื้องต้น ทั้งต่อตัวเองและคนใกล้ตัว เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในยุคดิจิทัลได้ 8. ดิจิทัลคอมเมิร์ซ ผู้ศึกษาจ�ำเป็นต้องเข้าใจการท�ำธุรกิจออนไลน์ หรือ อีคอมเมิร์ซ ประเภทต่าง ๆ รวมถึงอันตราย และความเสี่ยงจากการท�ำธุรกรรมนั้น พร้อมทั้งวิธีป้องกัน ลดความเสี่ยงและรับมือกับอันตรายและความ เสี่ยงเหล่านั้น โดยรู้ขั้นตอนปฏิบัติเมื่อตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงเหล่านี้
18 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 9. กฎหมายดิจิทัล ผู้ศึกษาจ�ำเป็นต้องมีความเข้าใจสิทธิและข้อจ�ำกัดที่ควบคุมการใช้สื่อดิจิทัลในรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งได้ถูกก�ำหนดโดยภาครัฐ เพื่อที่จะได้สามารถปฏิบัติงานและด�ำเนินชีวิตได้อยู่ถูกต้องตามกฎระเบียบ สังคม ซึ่งจะเป็นการเคารพสิทธิของผู้อื่นอีกด้วย 5. ความตระหนักในความส�ำคัญของการด�ำรงชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามยุทธศาสตร์ชาติระยะ 20 ปี ในยุทธศาสตร์ที่ 3 การพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ ได้ให้ความส�ำคัญในเรื่องของการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีความพร้อมทั้ง กายใจ สติปัญญา สามารถเรียนรู้ ได้ตลอดชีวิตมีทักษะในศตวรรษที่ 21 บนฐานของการรู้คุณค่า มีคุณธรรมจริยธรรม มีวินัย ความรับผิดชอบ ต่อสังคม และมีสุขภาวะที่ดี และยุทธศาสตร์ที่ 5 ว่าด้วยการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเป้าหมายเพื่อการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน ยกระดับให้ประชาชนมีความพร้อม ในการตั้งรับ ปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ตลอดจนการพัฒนาเมืองอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ และเมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ส�ำคัญที่จะช่วยสนับสนุนการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก เนื่องจากการพัฒนาเศรษฐกิจจ�ำเป็นต้องควบคู่กับการพัฒนาการเกษตร การใช้ทรัพยากร ธรรมชาติ และการดูแลสิ่งแวดล้อมอย่างสอดคล้องและสนับสนุนกัน ตลอดจนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ และการจัดระบบการสะสมเทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนของประเทศไทย (ส�ำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก, 2563) การพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในมิติของคุณภาพชีวิตและคุณภาพสิ่งแวดล้อม จึงจ�ำเป็นต้องให้ความส�ำคัญและมุ่งสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) มุ่งเน้นการเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม สร้างสมดุลการพัฒนาในทุกมิติรวมทั้งการพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์อย่างมีคุณภาพ ซึ่งสิ่งส�ำคัญที่เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนสู่ความส�ำเร็จคือ กระบวนการพัฒนา “คน” ให้ด�ำเนินชีวิต และเกิดการศึกษาอย่างยั่งยืน (Sustainable lifestyles and education; SLE) และการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในทุกระดับ เพื่อให้สอดคล้องกับทิศทางร่าง ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ดังนั้นการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับและตอบสนองต่อการขยายตัวในเขตพื้นที่ พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จ�ำเป็นต้องพัฒนาและสร้างพลเมืองสีเขียว (Green Citizen) โดยการเสริม ศักยภาพเครือข่ายเยาวชนสิ่งแวดล้อมจากโรงเรียนต่าง ๆ ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ พัฒนาทักษะทั้งเชิงวิทยาศาสตร์ และเชิงสังคม และน�ำไปสู่ทักษะในศตวรรษที่ 21 ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ปรับเปลี่ยนเจตคติและ พฤติกรรมทางด้านสิ่งแวดล้อม และเปิดโอกาสในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วม เพื่อการจัดการทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในท้องถิ่น และนโยบายสาธารณะอื่น ๆ ต่อไป
19 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) องค์ประกอบเนื้อหาของมิติด้านสิ่งแวดล้อม องค์ประกอบของมิติด้านสิ่งแวดล้อม ยึดกรอบตามเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) ซึ่งเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่นานาประเทศรวมทั้งประเทศไทยได้ลงนามและ มีคํามั่นร่วมกันในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2558 เป้าหมายดังกล่าว เป็นการสานต่อเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals: MDGs) ที่หมดอายุลง ในป ค.ศ. 2015 (พ.ศ. 2557) ในขณะเดียวกันก็เป็นการรับวาระด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนมาจากการประชุม Earth Summit ที่กรุงริโอเดอ จาเนโร ประเทศบราซิล ในป ค.ศ. 2012 (พ.ศ. 2555) เข้ามาประกอบด้วย นอกจากสหประชาชาติยังจัดให้มีการรับความคิดเห็นจากผู้คนกลุ่มต่าง ๆ จากทั่วโลกผ่านช่องทางออนไลน เพื่อมาเป็นข้อมูลในการร่างเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนอีกด้วย เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) จึงถือได้ว่าเป็นวาระการพัฒนาในระดับโลกที่ส�ำคัญที่สุดวาระหนึ่ง และจะเริ่มด�ำเนินการตั้งแต่ป ค.ศ. 2016 (พ.ศ. 2558) ไปจนถึงปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573) (ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2561) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) มีเป้าหมาย (Goal) ทั้งหมด 17 ขอ ภายใน 17 ขอนี้มี เป้าประสงค์ (Targets) ทั้งหมด 169 เป้าประสงค์ เป้าหมายทั้ง 17 ขอสามารถแบ่งได้เป็น 5 กลุม (เรียกวา 5Ps) ได้แก่ People Prosperity Planet Peace และ Partnership (ส�ำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย, 2561) แนวทางการใช้หลักสูตรสถานศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในมิติด้านสิ่งแวดล้อม สัมพันธ์กับองค์ประกอบของ 5Ps ในกลุ่มที่สาม คือ กลุ่ม Planet เป้าหมายกลุ่มนี้ครอบคลุมประเด็นด้าน สิ่งแวดลอมและทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบด้วย 5 เป้าหมาย คือเป้าหมายที่ 6 12 13 14 และ 15 ดังนี้ - เป้าหมายที่ 6 สร้างหลักประกันว่าจะมีการจัดให้มีน�้ำและสุขอนามัยส�ำหรับทุกคนและมีการ บริหารจัดการที่ยั่งยืน - เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน - เป้าหมายที่ 13 เร่งตอสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น - เป้าหมายที่ 14 อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมหาสมุทร ทะเล และทรัพยากรทางทะเล อย่างยั่งยืน เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน - เป้าหมายที่ 15 ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการ ป่าไม้อย่างยั่งยืน และต่อสู่การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดิน และ ฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ
20 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เป้าหมาย เป้าประสงค์ และตัวชี้วัดมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Planet) คุณภาพผู้เรียนที่เกิดขึ้นจากการได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยเนื้อหาในมิติด้านสิ่งแวดล้อม (Planet) ซึ่งก�ำหนดเป้าหมาย เป้าประสงค์ และตัวชี้วัด (ระดับโลก) ให้สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development) ตามเป้าหมายที่ 6, 12, 13, 14, และ 15 โดยมีรายละเอียดดังนี้ 6. สร้างหลักประกันวาจะมีการ จัดใหมีน�้ำและสุขอนามัยส�ำหรับ ทุกคนและมีการบริหารจัดการที่ ยั่งยืน 6.1 บรรลุเป้าหมายการให้ทุกคน เข้าถึงน�้ำดื่มที่ปลอดภัยและมี ราคาที่สามารถซื้อหาได้ ภายใน ปี 2573 6.2 บรรลุเป้าหมายการให้ทุกคน เข้าถึงสุขอนามัยที่พอเพียงและ เป็นธรรม และยุติการขับถ่ายใน ที่โล่ง โดยให้ความสนใจเป็นพิเศษ ต่อความต้องการของผู้หญิง เด็กหญิง และกลุ่มที่อยู่ใต้สถาน การณ์ที่เปราะบาง ภายในปี 2573 6.3 ยกระดับคุณภาพน�้ำ โดยลด มลพิษ ขจัดการทิ้งขยะและลดการ ปล่อยสารเคมีและวัสดุอันตราย ล ด สั ด ส ่ ว น น�้ ำ เ สี ย ที่ ไ ม ่ ผ ่า น กระบวนการลงครึ่งหนึ่งและเพิ่ม การน�ำกลับมาใช้ใหม่ทั่วโลก ภายในปี 2573 6.4 เพิ่มประสิทธิภาพการใช้น�้ำใน ทุกภาคส่วนและสร้างหลักประกัน ว่าจะมีการใช้น�้ำ และจัดหาน�้ำ ที่ยั่งยืน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาด แคลนน�้ำและลดจ�ำนวนประชาชน ที่ประสบความทุกข์จากการขาด แคลนน�้ำ ภายในปี 2573 ร้อยละของประชากรที่ใช้บริการ น�้ำดื่มที่ได้รับการจัดการอย่าง ปลอดภัย ร้อยละของประชากรที่ใช้บริการ สุขอนามัยได้รับการจัดการอย่าง ปลอดภัย รวมถึงการอ่านวยความ สะดวกในการล้างมือด้วยสบู่ และน�้ำ 1) ร้อยละของจ�ำนวนประชากรที่ ใช้ส้วมถูกสุขลักษณะ 2) ร้อยละของตัวของน�้ำเอง (เช่น มหาสมุทร, ทะเล, ทะเลสาบ, แม่น�้ำ, ธารน�้ำ, คลอง, หรือสระน�้ำ) ที่ มี คุ ณ ภ า พ น�้ ำ โ ด ย ร อ บ ที่ ดี 1) ร้อยละความเปลี่ยนแปลงของ การใช้น�้ำอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดทุกช่วงเวลา 2) ร้อยละของปริมาณน�้ำที่สามารถ ใช้ประโยชน์ถูกใช้ไปรวม โดยน�ำ ความต้องการน�้ำของสิ่งแวดล้อม มาพิจารณาร่วมด้วย เป้าหมาย เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด
21 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 12. สร้างหลักประกันให้มีรูปแบบ การบริโภคและผลิตที่ยั่งยืน 12.1 ด�ำเนินการให้เป็นผลตาม กรอบการด�ำเนินงานระยะ 10 ปี ว่าด้วยการผลิตและการบริโภคที่ ยั่งยืนทุกประเทศน�ำไปปฏิบัติ โดย ประเทศพัฒนาแล้วเป็นผู้น�ำโดย ค�ำนึงถึงการพัฒนาและขีดความ สามารถของประเทศก�ำลังพัฒนา 12.2 บรรลุการจัดการที่ยั่งยืน และ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่าง มีประสิทธิภาพภายในปี 2573 12.3 ลดขยะเศษอาหารของโลก ลงครึ่งหนึ่งในระดับค้าปลีกและผู้ บริโภคและลดการสูญเสียอาหาร จากกระบวนการผลิตและห่วงโซ่ อุปทาน รวมถึงการสูญเสียหลัง การเก็บเกี่ยว ภายในปี 2573 จ�ำนวนประเทศที่มีแผนปฏิบัติงาน การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน (SCP) หรือ SCP เป็นหลัก หรือ เป็นเป้าหมายของนโยบายชาติ ตัวชี้วัดการบริโภคพื้นฐานต่อการ ใช้ทรัพยากร (MF) และ MF ต่อคน ดัชนีการสูญเสียอาหารทั่วโลก ดัชนีการสูญเสียอาหารทั่วโลก 6.5 ด�ำเนินการบริหารจัดการ น�้ ำ แ บ บ อ ง ค ์ ร ว ม ใ น ทุ ก ร ะ ดั บ รวมถึงผ่านทางความร่วมมือ ระหว่างเขตแดนต ามความ เหม าะสม ภ า ยในปี 2573 6.6 ปกป้องและฟื้นฟูระบบนิเวศ ที่ เกี่ยวข้องกับแหล่งน�้ำรวมถึงภูเขา ป่าไม้ พื้นที่ชุ่มน�้ำ แม่น�้ำ ชั้นหินอุ้ม น�้ำ และทะเลสาบ ภายในปี 2563 ระดับการด�ำเนินงานการจัดการ ท รั พ ยาก ร น�้ ำ แ บ บ บู ร ณาการ IWRM (0-100) ร้อยละการ เปลี่ยนแปลงในบริบทของระบบ นิเวศที่เกี่ยวข้องกับน�้ำทุกระยะ เวลา เป้าหมาย เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด
22 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 12.4 บรรลุเรื่องการจัดการสารเคมี และของเสียทุกชนิดตลอดวงจร ชีวิตของสิ่งเหล่านั้นด้วยวิธีที่เป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามกรอบ ความร่วมมือระหว่างประเทศที่ ตกลงกันแล้ว และลดการปลด ปล่อยสิ่งเหล่านั้นออกสู่อากาศ น�้ำ และดิน อย่างมีนัยส�ำคัญ เพื่อจะ ลดผลกระทบทางลบต่อสุขภาพ ของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมให้มาก ที่สุดภายในปี 2563 12.5 ลดการเกิดของเสียโดยให้ มีการป้องกันการลดปริมาณการ ใช้ซ�้ำและการน�ำกลับมาใช้ใหม่ ภายในปี 2573 12.6 สนับสนุนให้บริษัทโดยเฉพาะ บริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาด ใหญ่รับแนวปฏิบัติที่ยั่งยืนไปใช้ และผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืน ลงในวงจรการรายงานของบริษัท เหล่านั้น 12.7 ส่งเสริมแนวปฏิบัติด้านการ จัดซื้อจัดจ้างของภาครัฐที่ยั่งยืน ตามนโยบายและการให้ล�ำดับ ความความส�ำคัญของประเทศ 12.8 สร้าง ห ลั ก ป ร ะ กั น ว ่า ประชาชนในทุกแห่งมีข้อมูลที่ เกี่ยวข้องและความตระหนักถึง การพัฒนาที่ยั่งยืนและวิถีชีวิต ที่สอดคล้องกับธรรมชาติภายใน ปี 2573 1) จ�ำนวนภาคีที่ท�ำข้อตกลง พหุภาคีด้านสิ่งแวดล้อมในเรื่อง สารเคมีที่เป็นอันตรายและสาร เคมีอื่น ๆ และของเสียที่ตอบ สนองต่อพันธะสัญญา และหน้าที่ ในก ารส่งส ารสนเทศต า ม ที่ ก�ำหนดไว้ในสัญญาที่เกี่ยวข้อง 2) การบ�ำบัดของเสีย การเกิดขึ้น มาของขยะอันตราย การจัดการ กับขยะอันตราย จ�ำแนกตาม รูปแบบการบ�ำบัด อัตราการน่าขยะกลับมาใช้ใหม่ (recycling rate) ของประเทศ (หน่วยตันของวัสดุที่ถูกรีไซเคิล) จ�ำนวนบริษัทที่ตีพิมพ์ รา ย งา นควา ม ยั่ ง ยื น จ� ำ น ว น ประเทศที่ด�ำเนินนโยบายการจัด ซื้อจัดจ้างภาครัฐอย่างยั่งยืนและ ด�ำเนินการตามแผนปฏิบัติการ ร้อยละของสถาบันการศึกษา ที่มี หลักสูตรทางการ และไม่เป็น ทางการเกี่ยวกับหัวข้อการใช้ ชี วิ ต แ ล ะ การ พั ฒ นาที่ ยั่ ง ยื น เป้าหมาย เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด
23 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 13. เร่งต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศและผลกระทบ ที่เกิดขึ้น 14. อนุรักษ์และใช้ประโยชน์จาก มหาสมุทร ทะเล และทรัพยากร ทางทะเลอย่างยั่งยืนเพื่อการ พัฒนาที่ยั่งยืน 13.1 เสริมภูมิต้านทานและขีด ความสามารถในการปรับตัวต่อ อันตรายและภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่เกี่ยวข้องกับภูมิอากาศในทุก ประเทศ 13.2 บูรณาการมาตรการด้าน การ เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน นโยบายยุทธศาสตร์และการวาง แผนระดับชาติ 13.3 พัฒนาการศึกษาการสร้าง ความตระหนักรู้และขีดความ สามารถของมนุษย์และของสถาบัน ในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยน แปลงสภาพภูมิอากาศการปรับตัว การลดผลกระทบการเตือนภัย ล่วงหน้า 14.1 ภายในปี พ.ศ. 2568 ป้องกัน และลดมลพิษทางทะเลทุก ประเภทโดยเฉพาะจากกิจกรรม บนแผ่นดิน รวมถึงขยะทะเลและ มลพิษของสารอาหาร (nutrient pollution) จ�ำนวนผู้เสียชีวิต สูญหาย บาดเจ็บ ย้ายถิ่นฐาน หรือย้ายไปอยู่ในที่ที่ ปลอดภยักว่าเนื่องจากภัยพิบัติต่อ ประชากร 100,000 คน จ�ำนวนประเทศที่มีการสื่อสารให้ รับรู้อย่างเป็นทางการถึงการสร้าง ยุทธศาสตร์การพัฒนาด้วยการ ผสมผสานในเรื่องคาร์บอนต�่ำ การปรับตัวต่อภูมิอากาศ และการ ลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ (เช่น ขั้นตอนการวางแผนการปรับตัว ของชาติและมาตรการสนับสนุน เพื่อส่งเสริมการเปลี่ยนไปใช้สาร และเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม) ประเทศที่มีบรูณาการการบรรเทา ความเสียหาย การปรับตัว การลด ผลกระทบ และการเตือนภัย ล่วงหน้า เข้าไปใส่ไว้ในหลักสูตร ระดับประถม มัธยม และอุดม ศึกษา ตัวชี้วัดแบบองค์ประกอบ (composite indicator) เกี่ยวกับการใช้ ไนโตรเจนอย่างมีประสิทธิภาพ เป้าหมาย เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด
24 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 14.2 ภายในปี พ.ศ.2563 บริหาร จัดการและปกป้อง ระบบนิเวศ ทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบเชิงลบที่ มีนัยส�ำคัญและเสริมสร้างภูมิ ต้านทาน รวมทั้งปฏิบัติการฟื้นฟู เพื่อความอุดมสมบูรณ์และมีผลิต ภาพของมหาสมุทร 14.3 ลดและระบุผลกระทบของ ภาวะความเป็นกรดในมหาสมุทร ผ่านความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ ในทุกระดับ 14.4 ภายในปี พ.ศ. 2563 ก�ำกับ การประมงและยุติการ ประมงที่ ผิดกฎหมายการจับสัตว์น�้ำที่เกิน ศักยภาพโดยไม่มีการรายงานและ ควบคุม รวมทั้งน�ำแผนการบริหาร จัดการเชิงวิทยาศาสตร์มาปฏิบัติ อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อฟื้นฟู มวลสัตว์น�้ำ (fish stock) ในเวลา ที่สั้นที่สุดที่จะเป็นไปได้อย่างน้อย ที่สุดในระดับที่สามารถไปถึง ระดับผลผลิตการประมงสูงสุด ที่ยั่งยืน (maximum sustainable yield) ตามคุณลักษณะทาง ชีววิทยาของสัตว์น�้ำเหล่านั้น ร้อยละของการก�ำหนดหรือน�ำ แผน ICM/MSP (integrated coastal management/ maritime spatial planning plans) ไป ด�ำเนินการ (ซึ่งถูกน�ำเข้าไว้ด้วย กันอย่างเหมาะสม) บนฐานของ ระบบนิเวศที่สร้างความยืดหยุ่น ในการด�ำรงชีวิตของมนุษย์ และ ร ะ บ บ นิ เ ว ศ แ ล ะ แ บ ่ ง ป ั น ผ ล ประโยชน์กันอย่างเท่าเทียมกัน และงานที่มีคุณค่า ภาวะความเป็นกรด-ด่างในทะเล เฉลี่ย (pH) วัดที่สถานีสุ่มตัวอย่าง สัดส่วนของมวลปลา (fish stocks) ที่อยู่ในระดับความยั่งยืนทาง ชีวภาพ เป้าหมาย เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด
25 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 14.5 ภายในปี พ.ศ. 2563 อนุรักษ์ พื้นที่ทางทะเลและ ชายฝั่งอย่าง น้อยร้อยละ 10 ให้เป็นไปตาม กฎหมายภายในประเทศและ ระหว่างประเทศ โดยอยู่บนพื้นฐาน ของข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่ดี ที่สุดที่มีอยู่ 14.6 ภายในปี พ.ศ. 2563 ยับยั้ง รูปแบบการอุดหนุนที่ ส่งเสริม ให้เกิดการประมงที่เกินขีดจ�ำกัด ขจัดการอุดหนุนที่มีส่วนท�ำให้เกิด การประมงที่ผิดกฎหมายที่ไม่มี การรายงานและที่ไม่มีการควบคุม และระงับการริเริ่มการอุดหนุนใน ลักษณะดังกล่าว ตระหนักว่าการ ปฏิบัติที่เป็นพิเศษและแตกต่าง อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิผล ส�ำหรับประเทศก�ำลังพัฒนาและ ประเทศพัฒนาน้อยที่สุดควรเป็น ส่วนควบในการเจรจาการอุดหนุน การประมงขององค์การการค้าโลก 14.7 ภายในปี พ.ศ. 2573 เพิ่มผล ประโยชน์ทางเศรษฐกิจแก่รัฐ ก�ำลังพัฒนาที่เป็นเกาะขนาดเล็ก และประเทศกลุ่มพัฒนาน้อยที่สุด จากการใช้ทรัพยากรทางทะเล อย่างยั่งยืน รวมถึงผ่านทางการ บริหารจัดการอย่างยั่งยืนในด้าน การประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น�้ำ และการท่องเที่ยว ขอบเขตของพื้นที่คุ้มครองที่เกี่ยว ข้องกับพื้นที่ทางทะเล มูลค่าเงินดอลลาร์ที่อุดหนุน การประมงด้านลบเทียบกับฐาน ปี 2015 ร้อยละการผลิตภัณฑ์จากประมง ต่อ GDP เป้าหมาย เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด
26 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 15.1 สร้างหลักประกันว่าจะมีการ อนุรักษ์ การฟื้นฟูและการใช้ระบบ นิ เ ว ศ บ น บ ก แ ล ะ ใ น น�้ ำ จื ด ใ น แผ่นดิน รวมทั้งบริการทางระบบ นิเวศอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ป่าไม้พื้นที่ชุ่มน�้ำ ภูเขา และเขต แห้งแล้ง โดยเป็นไปตามข้อบังคับ ภายใต้ความตกลงระหว่างประเทศ ภายในปี 2563 15.2 ส่งเสริมการด�ำเนินการด้าน การบริหารจัดการป่าไม้ทุกประเภท อย่างยั่งยืน หยุดยั้งการตัดไม้ ท�ำลายป่า ฟื้นฟูป่าที่เสื่อมโทรม และเพิ่มการปลูกป่าและฟื้นฟู ป่าทั่วโลก ภายในปี 2563 15.3 ต่อสู้การกลายสภาพเป็น ทะเลทราย ฟื้นฟูแผ่นดินที่เสื่อม โทรม รวมถึงแผ่นดินที่ได้รับผล กระทบจากการกลายสภาพเป็น ทะเลทราย ความแห้งแล้ง และ อุทกภัย และพยายามที่จะบรรลุ ถึงโลกที่ไร้ความเสื่อมโทรมของ ที่ดิน ภายในปี 2573 15.4 สร้างหลักประกันว่าจะมีการ อนุรักษ์ระบบนิเวศภูเขาและความ หลากหลายทางชีวภาพ ของระบบ นิเวศเหล่านั้นเพื่อจะเพิ่มพูนขีด ความสามารถของระบบนิเวศ เหล่านั้นที่จะให้ผลประโยชน์ อันส�ำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืน ภายในปี 2573 15. ปกป้อง ฟื้นฟู และสนับสนุนการ ใช้ระบบนิเวศบนบกอย่างยั่งยืน จัดการป่าไม้อย่างยั่งยืน ต่อสู้กับ การกลายสภาพเป็นทะเลทราย หยุดการเสื่อมโทรมของที่ดินและ ฟื้นสภาพกลับมาใหม่ และหยุด การสูญเสียความหลากหลาย ทางชีวภาพ ร้อยละของพื้นที่ป่าไม้ต่อพื้นที่ ทั้งหมด 1) ป่าไม้ที่ได้รับการจัดการป่าที่ยั่งยืน (Forest cover under sustainable forest management) 2) การสูญเสียป่าไม้ถาวรสุทธิ (Net permanent forest loss) ร้อยละของพื้นที่ดินที่ถูกท�ำให้ เ สื่ อ ม โ ท ร ม เ ที ย บ กั บ พื้ น ที่ ดิ น ทั้งหมด 1) ขอบเขตของพื้นที่คุ้มครองที่มี ความส�ำคัญต่อความหลากหลาย ทางชีวภาพบนภูเขา 2) ดัชนีพื้นที่ภูเขาสีเขียว (Mountain Green Cover Index) เป้าหมาย เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด
27 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 15.5 ปฏิบัติการที่จ�ำเป็นและเร่ง ด่วนเพื่อลดการเสื่อมโทรมของ ถิ่นที่อยู่ตามธรรมชาติ หยุดยั้ง การสูญเสียความหลากหลาย ทางชีวภาพ และภายในปี 2563 จะปกป้องและป้องกันการสูญ พันธุ์ของชนิดพันธุ์ที่ถูกคุกคาม 15.6 สร้างหลักประกันว่าจะมี การแบ่งปันผลประโยชน์ที่ เกิด จากการใช้ประโยชน์ ทรัพยากร พันธุกรรมอย่างเท่าเทียมและ ยุติธรรมและส่งเสริมการเข้าถึง ทรัพยากรเหล่านั้นอย่างเหมาะสม 15.7 ปฏิบัติการอย่างเร่งด่วนเพื่อ จะยุติการล่าและการขนย้ายชนิด พันธุ์พืชและสัตว์คุ้มครอง และแก้ ปัญหาทั้งอุปสงค์และอุปทานต่อ ผลิตภัณฑ์สัตว์ป่าที่ผิดกฎหมาย ดัชนีบัญชีสถานภาพพืชและสัตว์ จ�ำนวนใบอนุญาต หรือที่มีลักษณะ เดียวกันที่ให้บริการการเข้าถึงและ แบ่งปันผลประโยชน์จากหน่วย งานกลาง (Clearing-house) ที่ตั้ง ขึ้นภายใต้พิธีสารนาโกย่าในการ เข้าถึงและแบ่งปันผลประโยชน์ และจ�ำนวนของการรับรองความ ตกลงถ่ายโอนวัสดุพันธุกรรม มาตรฐาน(Standard Material Transfer Agreements: SMTA) ตามที่สื่อสารกับองค์การบริหาร สนธิสัญญาระหว่างประเทศ ว่าด้วยทรัพยากรพันธุกรรมพืช เพื่ออาหารและการเกษตร ดัชนีบัญชีสถานภาพชนิดพันธุ์ ทางการค้า (Red List Index for species in trade) 2) สัดส่วนการป้องกันการค้า สัตว์ป่าและสินค้าจากสัตว์ป่าที่ผิด กฎหมาย เป้าหมาย เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด
28 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 15.8 น�ำมาตรการมาใช้เพื่อป้องกัน การน�ำเข้าและลดผลกระทบ ของชนิดพันธุ์ ต่างถิ่นที่รุกรานใน ระบบนิเวศบกและน�้ำและควบคุม หรือขจัด priority species ภายใน ปี 2563 15.9 บูรณาการมูลค่าของระบบ นิเวศและความหลากหลายทาง ชีวภาพเข้าไปสู่การวางแผน กระบวนการพัฒนายุทธศาสตร์ การลดความยากจนและบัญชี ทั้ ง ร ะ ดั บ ท ้ อ ง ถิ่ น แ ล ะ ร ะ ดั บ ประเทศ ภายในปี 2563 การใช้กฎหมายระดับชาติในการ ป้องกันหรือควบคุมชนิดพันธุ์ ต่างถิ่น ที่ถูกคุกคาม จ�ำนวนของแผนพัฒนาชาติและ กระบวนการบรูณาการความ หลากหลายทางชีวภาพและมูลค่า บริการของระบบนิเวศวิทยา เป้าหมาย เป้าประสงค์ ตัวชี้วัด
29 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 6. คุณธรรม จริยธรรม และการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ในการด�ำเนินชีวิต หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับการพัฒนาหลักสูตร การพัฒนาหลักสูตรในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ยังต้องยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ซึ่งเป้าหมายส�ำคัญของการขับเคลื่อน คือ การท�ำให้เด็กรู้จักความพอเพียง ปลูกฝัง อบรมให้เด็ก มีความสมดุลทางเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม โดยหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ปรัชญาชี้ถึงแนวการด�ำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชนจนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ด�ำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะ การพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ โดยมีความรู้และคุณธรรมเป็นปัจจัยในการขับ เคลื่อนความพอเพียง (Sufficiency) โดยความพอเพียงจะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะพร้อม ๆ กัน ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี โดยมีเงื่อนไขของการตัดสินใจ และด�ำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ให้อยู่ในระดับพอเพียง 2 ประการ กล่าวคือ กิจกรรมใด ๆ ที่ขาดคุณลักษณะใด คุณลักษณะหนึ่งไปจะไม่สามารถเรียกได้ว่า เป็นความพอเพียง (จรัญ จันทลักขณา, 2549) ความพอประมาณ (Moderation) หมายถึง ความสามารถในการควบคุมความรู้สึก นึกคิด ความปรารถนา และพฤติกรรมตลอดจนการประพฤติปฏิบัติอยู่ในขอบเขตอันมีเหตุผลในการด�ำเนิน กิจกรรมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการด�ำเนินชีวิต การด�ำเนินธุรกิจ หรือการบริหารประเทศที่อยู่บนพื้นฐาน การรู้จัก ตนเอง ยึดทางสายกลาง ซึ่งมีความพอดี ไม่สุดโต่ง มีความสมดุล ไม่เบียดเบียนตนเอง และเบียดเบียน ผู้อื่นและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง ความมีเหตุผล (Reasonableness) หมายถึง เป็นหลักที่มีความคิดลึกซึ้งเป็นความมีเหตุมีผล ที่ยึดคน ชุมชน และประเทศชาติเป็นจุดศูนย์กลาง โดยต้องน�ำความรู้มาใช้อย่างมีสติ เป็นไปอย่างมีเหตุผล และไม่ใช้ความรู้สึกส่วนตัว สามารถอธิบายได้ โดยพิจารณาจากเหตุปัจจัย และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนผลที่คาดว่าเกิดขึ้นกับการกระท�ำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันในตัว (Self-Immunity) หมายถึง การมีสภาพที่พร้อมต่อการถูกกระทบจากสิ่งเร้า ต่าง ๆ การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ เนื่องจาก เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่มองโลกเชิงระบบที่มลักษณะพลวัต การกระท�ำที่สามารถเรียกได้ว่า พอเพียงค�ำนึงถึงเหตุผล
30 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เงื่อนไขของการตัดสินใจและด�ำเนินกิจกรรมต่าง ๆ 1. เงื่อนไขความรู้ ประกอบด้วย ความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องรอบด้าน ความรอบคอบ ที่จะน�ำความรู้เหล่านั้นมาพิจารณาให้เชื่อมโยงกัน เพื่อประกอบการวางแผนและความระมัดระวังในการปฏิบัติ 2. เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้องเสริมสร้าง ประกอบด้วย มีความตระหนักใน คุณธรรม มีความซื่อสัตย์ สุจริตและมีความอดทน มีความเพียร ใช้สติปัญญาในการด�ำเนินชีวิต 6. การน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมสู่การจัดการศึกษา ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กระทรวงศึกษาธิการ โดยส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเห็นด้วยกับการน�ำแนวทาง การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เนื่องจากจุดมุ่งหมายของรายวิชา และผลการเรียนรู้ที่ก�ำหนด จะเป็นประโยชน์ต่อกรอบการจัดการศึกษาที่มุ่งมั่นพัฒนาการศึกษาสู่สากล พัฒนากําลังคนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีทักษะการทํางานที่ หลากหลาย กระจายโอกาส เพิ่มขีดความสามารถในการพัฒนาประเทศให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน เกิดผล เป็นรูปธรรม อันจะส่งผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจโดยรวมของภูมิภาค และประเทศต่อไป ด้านการน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกไปใช้ สืบเนื่องจากปัจจุบันส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้เปิดโอกาสให้สถานศึกษาสามารถ บริหารจัดการหลักสูตรสถานศึกษาได้ตามบริบท จุดเน้น ความพร้อมและศักยภาพ ตรงตามภายใต้กรอบของ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ดังนั้น เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว จึงเห็นควรก�ำหนดเป้าหมายการเรียนรู้ และจัดท�ำแนวด�ำเนินการที่เป็นรูปธรรม ส่วนวิธีการน�ำไปปฎิบัติ ให้สถานศึกษาเป็นผู้พิจารณาว่าจะด�ำเนินการในแนวทางใดบ้าง 1. จัดท�ำเป็นรายวิชาเพิ่มเติม 2. จัดการเรียนการสอนโดยบูรณาการร่วมกับ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 3. จัดเพิ่มเติมในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 4. จัดเพิ่มเติมในกิจกรรมเสริมหลักสูตรหรือบูรณาการกับวิถีชีวิตตามบริบทของแต่ละสถานศึกษา การจัดการเรียนรู้แต่ละรูปแบบมีแนวทางในการด�ำเนินการ ดังนี้ 1. จัดท�ำเป็นรายวิชาเพิ่มเติม สถานศึกษาสามารถน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออกสู่การปฎิบัติโดยเปิดเป็นรายวิชาเพิ่มเติมตามขั้นตอนดังนี้ 1.1 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษาท�ำการศึกษา เล่มแนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
31 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 1.2 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษาท�ำการศึกษา คู่มือการใช้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 1.3 ประชุมครูเพื่อก�ำหนดชั่วโมงในการสอนและจ�ำนวนหน่วยกิต 1.4 ก�ำหนดครูผู้สอนในแต่ระดับชั้น 1.5 ครูน�ำแผนจัดการเรียนรู้ สู่การสอนในชั้นเรียน 1.6 ครูวัดและประเมินผลผู้เรียนเป็นรายบุคคล 1.7 สรุปผลการวัดและประเมินผลผู้เรียนเป็นรายบุคคล และตัดสินผลการเรียน แล้วรายงานต่อผู้บริหารสถานศึกษา 1.8 ผู้บริหารสถานศึกษาสรุปผลการประเมิน เป็นภาพรวมสถานศึกษา 1.9 ครูน�ำเครื่องมือวัดและประเมินผลของส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐานไปวัดและประเมินผลผู้เรียน 1.10 สถานศึกษาสรุปผลการประเมินเป็นภาพรวมของสถานศึกษาและรายงานผล ต่อหน่วยงานต้นสังกัด 2. จัดการเรียนการสอนโดยบูรณาการร่วมกับ 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ สถานศึกษาสามารถน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สู่การปฎิบัติในการบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ ดังนี้ 2.1 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษาท�ำการศึกษา เล่มแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2.2 คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการของสถานศึกษาท�ำการศึกษา คู่มือการใช้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2.3 ประชุม วางแผนการบูรณาการกับกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่าง ๆ โดยครูผู้สอน แต่ละกลุ่มสาระการเรียนรู้ วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดและเนื้อหา ในกลุ่มสาระการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2.4 ครูผู้สอนศึกษาเล่มแนวทางการพัฒนาหลักสูตรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 2.5 ครูผู้สอนน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนา พิเศษภาคตะวันออก บูรณาการที่จะสอนเข้ากับเนื้อหาที่จะสอนในกลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยการเชื่อมโยง 2.6 ครูน�ำแผนการจัดเรียนรู้ที่ได้บูรณาการแล้ว สู่การสอนในชั้นเรียน 2.7 ครูวัดและประเมินผลผู้เรียนเป็นรายบุคคล 2.8 สรุปผลการวัดและประเมินผลผู้เรียนเป็นรายชั้น และรายงานผลต่อผู้บริหาร หมายเหตุ : แนวทางการบูรณาการการเรียนการสอน
32 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) กรมวิชาการ. (2549 : 3-4) ได้แบ่งประเภทการจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการออกเป็น 2 แบบ คือ 1. การบูรณาการภายในวิชา เป็นการเชื่อมโยงการสอนระหว่างเนื้อหาวิชาในกลุ่ม ประสบการณ์หรือรายวิชาเดียวกันเข้าด้วยกัน 2. การบูรณาการระหว่างวิชา มี 4 รูปแบบ ดังนี้ 2.1 การสอนบูรณาการแบบสอดแทรก เป็นการสอนในลักษณะที่ผู้สอนใน วิชาหนึ่งสอดแทรกเนื้อหาวิชาอื่น ๆ ในการสอนของตน 2.2 การสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน เป็นการสอนโดยผู้สอนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร่วมวางแผนการสอนร่วมกันโดยมุ่งสอนหัวเรื่อง ความคิดรวบยอด หรือปัญหาเดียวกันแต่สอนต่างวิชากัน หรือต่างคนต่างสอน 2.3 การสอนบูรณาการแบบสหวิทยาการ เป็นการสอนบูรณาการแบบคู่ขนาน แต่มีการมอบหมายงานหรือโครงการร่วมกัน 2.4 การสอนแบบบูรณาการแบบข้ามวิชาหรือสอนเป็นคณะ เป็นการสอน ที่ผู้สอนวิชาต่าง ๆ ร่วมกันสอนเป็นคณะหรือเป็นทีมวางแผนปรึกษาร่วมกัน โดยก�ำหนดหัวเรื่องความคิด รวบยอด ปัญหาร่วมกันแล้วร่วมกันสอนผู้เรียนเป็นกลุ่มเดียว 3. จัดเพิ่มเติมในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาสามารถน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออกสู่การปฎิบัติในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนได้ เนื่องจากกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน มุ่งให้ผู้เรียน ได้พัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาอย่างรอบด้านเพื่อความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็น ผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตส�ำนึก ของการกระท�ำประโยชน์เพื่อสังคมสามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข โดยสามารถด�ำเนินการตามขั้นตอนได้ ดังนี้ 3.1 ศึกษาเล่มแนวทางการพัฒนาหลักสูตรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก ให้มีความรู้ความเข้าใจ 3.2 สถานศึกษาจัดประชุมครู ทั้งสถานศึกษาเพื่อชี้แจงสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทาง การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3.3 วางแผนการน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก ไปจัดในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนซึ่งกิจกรรมที่สามารถน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตร รายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกไปจัด ได้แก่ 3.3.1 กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา ก�ำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตทั้งด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียนทั้งยังเป็นกิจกรรม ที่ช่วยเหลือและให้ค�ำปรึกษาแก่ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนา
33 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 3.3.2 กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาความมีระเบียบวินัยมีความ เป็นผู้น�ำผู้ตามที่ดี ความรับผิดชอบ การท�ำงานร่วมกัน การรู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปัน เอื้ออาทรสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ผู้เรียนได้ปฏิบัติตามแผน ประเมินและปรับปรุงการท�ำงาน เน้นการท�ำงาน ร่วมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของสถานศึกษา และท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียนประกอบด้วย 3.3.2.1 กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บ�ำเพ็ญประโยชน์ และนักศึกษาวิชาทหาร 3.3.2.2 กิจกรรมชุมนุม ชมรม 3.3.3 กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียน บ�ำพ็ญตน ให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดี ความเสียสละต่อสังคม มีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม 4. จัดเพิ่มเติมในกิจกรรมเสริมหลักสูตรหรือบูรณาการกับวิถีชีวิตตามบริบทของแต่ละสถานศึกษา สถานศึกษาสามารถน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก จัดเป็นกิจกรรมเสริมหลักสูตร โดยสถานศึกษาจัดและสนับสนุนให้จัดขึ้น นอกเหนือ จากหลักสูตรปกติ และผู้เรียนเข้าร่วมตามความสมัครใจ มีเสรีภาพในการเลือกท�ำกิจกรรมต่าง ๆ และกิจกรรมนั้น ๆ ไม่นับหน่วยกิตหรือมีคะแนน ที่จะส่งผลต่อการเรียนแต่ประการใด หากมุ่งเน้น ให้ผู้เรียนได้มีโอกาสพัฒนาความเป็นผู้น�ำ รู้จักเคารพนับถือผู้อื่นและตนเอง มีสุขภาพดี มีความสุข มีทักษะ ในการใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย มีอารมณ์ที่มั่นคง สร้างค่านิยม ที่เหมาะสม สร้างสัมพันธภาพกับคนในวัย เดียวกันหรือที่แตกต่าง อีกทั้งยังช่วยให้มีโอกาสร่วมท�ำงานกับเพื่อน คณะครู และบุคคลต่าง ๆ ในชุมชน และสามารถด�ำรงตนได้อย่างมีความสุข 7. การก�ำกับ ติดตามและประเมินผลแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กระทรวงศึกษาธิการ โดยส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้มอบหมายให้ส�ำนักงาน เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 18 ด�ำเนินการจัดท�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และเพื่อให้การน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมใน พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รายวิชาเพิ่มเติมต่าง ๆ ไปใช้ได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ จึงจัด ท�ำคู่การใช้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพื่อให้สถาน ศึกษาทุกแห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 3 จังหวัดได้แก่ จัดหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง น�ำไปใช้เป็นแนวทาง
34 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ในการจัดการเรียนการสอนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกและให้มีการก�ำกับ ติดตามและประเมินผล แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การก�ำกับ ติดตามและ ประเมินผลแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จากการ บริหารจัดการแนวทางการพัฒนาหลักสูตรของผู้บริหารสถานศึกษา และการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครู ผู้สอน ตามนโยบายที่ให้สถานศึกษาในเขตพื้นที่ทุกแห่ง น�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรไปใช้ในการจัดการ เรียนการสอน เพื่อให้ผู้เรียนมีสมรรถนะตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มีทักษะด้าน ภาษา มีทักษะด้านการใช้เทคโนโลยี และมีความรู้ด้านอุตสาหกรรมใหม่ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ ประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการด�ำเนินชีวิต บรรลุเป้าประสงค์ของแผนพัฒนาการ ศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (พ.ศ.2560-2564) ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานจึงก�ำหนดให้มีการก�ำกับ ติดตาม และประเมินผล การน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกได้แก่ ระดับ ส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและระดับสถานศึกษา ในการก�ำกับ ติดตาม และประเมินผลแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม ในพื้นที่เขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ส�ำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานด�ำเนินการให้มีการการก�ำกับ ติดตาม 5 ด้าน 1. การบริหารการจัดท�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก 2. การน�ำแนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมสู่การจัดการศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก 3. การจัดท�ำแนวโครงสร้างรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ในหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 4. การน�ำแนวทางโครงสร้างรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ในรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ไปใช้ 5. คุณภาพผู้เรียนในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 8. อภิธานศัพท์ คุณภาพผู้เรียน หมายถึง ทักษะ กระบวนการ เจตคติของผู้เรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้ แนวทางการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออกประกอบด้วย 6 ด้าน
35 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 1. มีสมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียน ตามหลักสูตรแกนกลางขั้นพื้นฐาน 2551 2. มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักและเห็นถึงความส�ำคัญของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก 3. มีทักษะด้านภาษา และมีมาตรฐานความสามารถทางภาษาต่างประเทศ 4. มีทักษะด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารอย่างเหมาะสมเพื่อสร้างนวัตกรรม ทางการศึกษา 5. มีพฤติกรรมที่แสดงออกถึงความตระหนักในความส�ำคัญของการด�ำรงชีวิตที่เป็นมิตร กับสิ่งแวดล้อม 6. มีคุณธรรม จริยธรรมและมีการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในการด�ำเนินชีวิต สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนตามกรอบหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 หมายถึง คุณลักษณะเชิง พฤติกรรมที่เป็นผลมาจากความรู้ ทักษะ ความสามารถ และคุณลักษณะ อื่น ๆ ที่ท�ำให้ผู้เรียนสามารถ เรียนรู้หรือปฏิบัติงานหรือสร้างผลงานได้โดดเด่นกว่าเพื่อนร่วมงานอื่น ๆ ในชั้นเรียน สมรรถนะส�ำคัญของ ผู้เรียนมี 5 ประการ ดังนี้ 1. ผู้เรียนมีความสามารถในการสื่อสาร หมายถึง ใช้ภาษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเอง เพื่อเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการ พัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแย้งต่าง ๆ การเลือกรับ หรือไม่รับข้อมูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและความถูกต้อง ตลอดจนการเลือกใช้วิธีการสื่อสารที่มี ประสิทธิภาพโดยค�ำนึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 2. ผู้เรียนมีความสามารถในการคิด หมายถึง รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป็นระบบ เพื่อน�ำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจ เกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 3. ผู้เรียนมีความสามารถในการแก้ปัญหา หมายถึง เข้าใจความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของ เหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคมแสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาได้อย่าง ถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผลคุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ รวมทั้งตัดสินใจที่มี ประสิทธิภาพ โดยค�ำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคมและสิ่งแวดล้อม 4. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต หมายถึง ใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการด�ำเนินชีวิต ประจ�ำวัน เรียนรู้ด้วยตนเองต่อเนื่อง ท�ำงานและอยู่ร่วมกันในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดี ระหว่างบุคคล จัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆอย่างเหมาะสม รู้จักปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง ของสังคมสภาพแวดล้อม และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น 5. ผู้เรียนมีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี หมายถึง รู้จักเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคมในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การท�ำงาน การแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม
36 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals : SDGs) ปี 2558 สหประชาชาติ ได้ประกาศใช้เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals; SDGs) ทดแทนเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (Millennium Development Goals; MDGs) ซึ่งหมดอายุ ลงในปี 2558 โดยจะเป็นข้อผูกพันส�ำหรับชาติสมาชิกที่ได้ให้การรับรอง (193 ประเทศ) ในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (United Nations General Assembly – UNGA) เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2558 รวมทั้งประเทศไทย เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนดังกล่าว จะถูกใช้เป็นเครื่องก�ำหนดทิศทาง การพัฒนาทั้งของไทยและของโลก นับจากนี้ จวบจนปี ค.ศ.2030 ครอบคลุมระยะเวลา 15 ปี ที่ประกอบด้วย 17 เป้าหมาย (Goal) 169 เป้าประสงค์ (Target) ครอบคลุมประเด็นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ สังคมและ สิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล อันเป็นสามเสาหลักของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสูงสุด เพื่อขจัดความ ยากจน ลดความเหลื่อมล�้ำ โดยไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง ไม่ท�ำลายแหล่งทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมรวมทั้ง ให้ความส�ำคัญมากยิ่งขึ้นต่อการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ซึ่งจะต้องร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ปรัชญาชี้ถึงแนวการด�ำรงอยู่และปฏิบัติตนของ ประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ทั้งในการพัฒนาและบริหาร ประเทศให้ด�ำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพื่อให้ก้าวทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ โดยมีความรู้และคุณธรรมเป็นปัจจัยในการขับเคลื่อนความพอเพียง (Sufficiency) โดยความพอเพียง จะต้องประกอบด้วย 3 คุณลักษณะ ได้แก่ ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี กล่าวคือ กิจกรรมใด ๆ ที่ขาดคุณลักษณะใดคุณลักษณะหนึ่งไปจะไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็น ความพอเพียงได้ ดังนี้ (จรัญ จันทลักขณา, 2549) ความพอประมาณ (Moderation) หมายถึง ความสามารถในการควบคุมความรู้สึก นึกคิด ความปรารถนา และพฤติกรรมตลอดจนการประพฤติปฏิบัติอยู่ในขอบเขตอันมีเหตุผลในการด�ำเนิน กิจกรรมใด ๆ ไม่ว่าจะเป็นการด�ำเนินชีวิต การด�ำเนินธุรกิจ หรือการบริหารประเทศที่อยู่บนพื้นฐาน การรู้จักตนเอง ยึดทางสายกลาง ซึ่งมีความพอดี ไม่สุดโต่ง มีความสมดุล ไม่เบียดเบียนตนเอง และเบียดเบียนผู้อื่นและพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลง ความมีเหตุผล (Reasonableness) หมายถึง เป็นหลักที่มีความคิดลึกซึ้งเป็นความมีเหตุมีผล ที่ยึดคน ชุมชน และประเทศชาติเป็นจุดศูนย์กลาง โดยต้องน�ำความรู้มาใช้อย่างมีสติ เป็นไปอย่างมีเหตุผล และไม่ใช้ความรู้สึกส่วนตัว สามารถอธิบายได้ โดยพิจารณาจากเหตุ ปัจจัย และข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ตลอดจน ผลที่คาดว่าเกิดขึ้นกับการกระท�ำนั้น ๆ อย่างรอบคอบ การมีภูมิคุ้มกันในตัว (Self-Immunity) หมายถึง การมีสภาพที่พร้อมต่อการถูกกระทบจากสิ่งเร้า ต่าง ๆ การเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ เนื่องจาก เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาที่มองโลกเชิงระบบที่มีลักษณะพลวัตร การกระท�ำที่สามารถเรียกได้ว่า พอเพียงค�ำนึงถึงเหตุและผลอย่างรอบคอบ
37 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ที่ปรึกษา นายสมศักดิ์ ทองเนียม ผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 ว่าที่ร.ต. เมฆิน ลิ้มเจริญ รองผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 นายไพทูลย์ อยู่เกตุ รองผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 นายวชิรวรรธน์ วัฒนสันติพงศ์ รองผู้อ�ำนวยการส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 บรรณาธิการกิจ นางธนนันท์ คณะรมย์ ผู้อ�ำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา นายจาฤภณ ศรีวิรัญ ศึกษานิเทศก์ สพม.18 นางสาวสุภลักษณ์ สีใส ศึกษานิเทศก์ สพม.18 นายอมร สุดแสวง ศึกษานิเทศก์ สพม.18 นายณรงค์ศักดิ์ สาลี ศึกษานิเทศก์ สพม.18 นายบุญลือ ค�ำถวาย ศึกษานิเทศก์ สพม.18 นางพิมพ์วรี วงษ์ภัทรกร ศึกษานิเทศก์ สพม.18 นายศุภดล อุ่นวงษ์ ศึกษานิเทศก์ สพม.18 นางสาวกัญจน์ณิชา ผสมทรัพย์ ศึกษานิเทศก์ สพม.18 นางสาวศมณณ์ญา บุญประสพ ศึกษานิเทศก์ สพม.18 ออกแบบปกและรูปเล่ม นางอริยา ไตลังคะ เจ้าพนักงานธุรการปฏิบัติงาน นางวันดี มาคงกุล เจ้าพนักงานธุรการช�ำนาญงาน นายสิริคุปต์ จันทร์แจ้ง พนักงานราชการ นางสาวสิริลักษณ์ ตันเฮง พนักงานราชการ คณะท�ำงานจัดท�ำคู่มือการใช้แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
38 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ภาคผนวก
39 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ค�ำอธิบาย แบบประเมิน การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ของสถานศึกษา ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ตอนที่ 2 แบบประเมิน การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ของสถานศึกษา ประกอบด้วย 2 ส่วน ส่วนที่ 1: แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีประเด็นพิจารณา 2 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นที่ 1 โครงสร้างเวลาเรียนและโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา วิธีการประเมิน 1. สอบถามผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 2. พิจารณาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ (1) การจัดประชุมหรือสัมมนาในโรงเรียนในการจัดท�ำโครงสร้าง เวลาเรียนและโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา (2) เอกสารโครงสร้างเวลาเรียน โครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา และได้รับความเห็นชอบอนุมัติจากผู้บริหาร การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการระบุรายวิชาเพิ่มเติมที่สถานศึกษาก�ำหนด พร้อมทั้งระบุหน่วยกิต มีระดับคุณภาพ 1 และมีรายวิชาเพิ่มเติมที่สอดคล้องกับกลุ่มอุตสาหกรรม เป้าหมายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีระดับคุณภาพ 2 และมีโครงสร้างเวลาเรียนสอดคล้องกับเกณฑ์การจบ ของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
40 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ประเด็นที่ 2 ค�ำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม วิธีการประเมิน 1. สอบถามผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 2. พิจารณาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ (1) การจัดประชุมหรือสัมมนาในโรงเรียนในการจัดท�ำค�ำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม (2) เอกสารค�ำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติมและได้รับความเห็นชอบอนุมัติ จากผู้บริหาร / หัวหน้ากลุ่มสาระฯ ส่วนที่ 2 : โครงสร้างรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) มีประเด็นพิจารณา 3 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นที่ 1 โครงสร้างรายวิชา วิธีการประเมิน 1. สอบถามผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 2. พิจารณาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ (1) การจัดประชุมหรือสัมมนาในโรงเรียนในการจัดท�ำโครงสร้างรายวิชา (2) เอกสารการจัดท�ำโครงสร้างรายวิชาเพิ่มเติม (3) รายวิชาเพิ่มเติมได้รับความเห็นชอบอนุมัติจากผู้บริหาร/หัวหน้ากลุ่มสาระฯ 1.1 มีการระบุรหัสวิชา/ ชื่อรายวิชา/ กลุ่มสาระการเรียนรู้/ ระดับชั้น/ จ�ำนวนชั่วโมงและ/ หรือหน่วยกิตอย่างครบถ้วน โดยมีชื่อหน่วยการเรียนรู้ กะทัดรัด ชัดเจน สอดคล้องกับสาระส�ำคัญ/ ความคิด รวบยอด การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการเขียนค�ำอธิบายรายวิชาเป็นความเรียง โดยระบุองค์ความรู้ ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะหรือเจตคติที่ต้องการ มีระดับคุณภาพ 1 และระบุผลการเรียนรู้และจ�ำนวนรวมของผลการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 2 และมีการก�ำหนดสาระการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับกลุ่ม อุตสาหกรรมเป้าหมายในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก
41 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 1.2 การจัดหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยการเรียนรู้ มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันและสามารถจัด การเรียนรู้ร่วมกันได้มีความสอดคล้องกับสาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด 1.3 การแบ่งเวลาเรียนในแต่ละหน่วยการเรียนรู้ มีน�้ำหนัก/สัดส่วนของคะแนนที่เหมาะสมกับ ความยากง่ายของสาระส�ำคัญและกระบวนการเรียนรู้ที่จะใช้ในการพัฒนาผู้เรียน ตามผลการเรียนรู้ การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการระบุรหัสวิชา/ ชื่อรายวิชา/ กลุ่มสาระการเรียนรู้/ ระดับชั้น/ จ�ำนวนชั่วโมง และหรือหน่วยกิต ครบถ้วน มีคุณภาพระดับ 1 แล้วได้ก�ำหนดชื่อหน่วยการเรียนรู้ได้น่าสนใจ กะทัดรัด ชัดเจน มีคุณภาพระดับ 2 แล้วชื่อหน่วยการเรียนรู้ยังมีความสอดคล้องกับสาระ ส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 การจัดหน่วยการเรียนรู้แต่ละหน่วยมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน มีคุณภาพระดับ 1 แล้วยังสามารถด�ำเนินการจัดการเรียนรู้ร่วมกันได้ มีคุณภาพระดับ 2 แล้วชื่อหน่วยการเรียนรู้ยังมีความสอดคล้องกับ สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการแบ่งเวลาเรียนแต่ละหน่วยการเรียนรู้ มีน�้ำหนัก/สัดส่วนคะแนนที่เหมาะสม มีระดับคุณภาพ 1 แล้วมีการเรียงล�ำดับความยากง่าย ตามเนื้อหาสาระส�ำคัญ มีระดับคุณภาพ 2 แล้วยังมีการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถพัฒนาผู้เรียน ตามผลการเรียนรู้ที่ก�ำหนดไว้
42 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ประเด็นที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ วิธีการประเมิน 1. สอบถามผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 2. พิจารณาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ - เอกสารการจัดท�ำหน่วยการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม 2.1 มีการระบุรหัสวิชา/ ชื่อรายวิชา/ กลุ่มสาระการเรียนรู้/ ระดับชั้น/ จ�ำนวนชั่วโมงและชื่อหน่วย การเรียนรู้อย่างครบถ้วน ชัดเจนและสอดคล้องกับโครงสร้างรายวิชา 2.2 ผลการเรียนรู้ สมรรถนะส�ำคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์มีความสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน 2.3 สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอดสาระการเรียนรู้ มีความถูกต้อง สอดคล้อง และครอบคลุม ผลการเรียนรู้ การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการระบุรหัสรายวิชา/ ชื่อรายวิชา/ กลุ่มสาระการเรียนรู้/ ระดับชั้น/ จ�ำนวนชั่วโมงและชื่อหน่วยการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 1 แล้วยังมีความครบถ้วนและชัดเจน มีระดับคุณภาพ 2 แล้วยังสอดคล้องกับโครงสร้างรายวิชา การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีสาระส�ำคัญ ความคิดรวบยอดถูกต้อง มีระดับคุณภาพ 1 แล้วยังสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 2 แล้วยังครอบคลุมผลการเรียนรู้ การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการระบุผลการเรียนรู้อย่างชัดเจน มีระดับคุณภาพ 1 แล้วได้ก�ำหนดสมรรถนะส�ำคัญ คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ชัดเจน มีระดับคุณภาพ 2 แล้วยังมีผลการเรียนรู้ สมรรถนะส�ำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์มีความสัมพันธ์เชื่อมโยง
43 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 2.4 หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และกิจกรรมการเรียนรู้ 2.5 การวัดและประเมินผล ตามสภาพจริง ใช้วิธีการที่หลากหลาย สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ และ กิจกรรมการเรียนรู้ ระบุวิธีการ เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินที่สะท้อนคุณภาพผู้เรียนตามผลการเรียนรู้ 2.6 กิจกรรมการเรียนรู้ ใช้รูปแบบ/วิธีการ/เทคนิค/ทักษะกระบวนการตามธรรมชาติของวิชา ที่ช่วยพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุผลการเรียนรู้ สมรรถนะส�ำคัญของผู้เรียนและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ได้อย่างเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ สามารถน�ำพาให้ผู้เรียนสร้างสรรค์ชิ้นงาน หรือภาระงานตามที่ก�ำหนด การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 หลักฐานการเรียนรู้ (ผลการเรียนรู้/ชิ้นงาน/ภาระงาน) สอดคล้อง กับผลการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 1 แล้วยังสอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 2 แล้วยังสามารถน�ำหลักฐานการเรียนรู้ไปสร้างสรรค์หรือ บูรณาการต่อยอดในต่างกลุ่มสาระการเรียนรู้ได้ การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการวัดและประเมินผล ตามสภาพจริง โดยวิธีการที่หลากหลาย มีระดับคุณภาพ 1 แล้วยังสอดคล้องกับผลการเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 2 แล้วมีการระบุวิธีการ/ เครื่องมือและเกณฑ์การประเมินที่ สะท้อนคุณภาพผู้เรียน การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีน�้ำหนัก /สัดส่วนของคะแนน มีระดับคุณภาพ 1 แล้วยังเหมาะสมกับเวลาเรียนความยากง่าย ของสาระส�ำคัญ มีระดับคุณภาพ 2 แล้วยังสอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้พัฒนผู้เรียน ตามผลการเรียนรู้
44 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 2.7 สื่อและแหล่งเรียนรู้ มีความเหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน และเวลาเรียนช่วยให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดีและรวดเร็วขึ้น ประเด็นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ วิธีการประเมิน 1. สอบถามผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง 2. พิจารณาจากหลักฐานเชิงประจักษ์ - เอกสารการจัดท�ำแผนการจัดการเรียนรู้ 3.1 มีการระบุชื่อแผนการจัดการเรียนรู้ ชื่อหน่วยเรียนรู้ รหัสวิชา ชื่อรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ระดับชั้นจ�ำนวนชั่วโมงอย่างครบถ้วน และชื่อแผนการจัดการเรียนรู้มีความน่าสนใจ กะทัดรัด สอดคล้อง กับหน่วยการจัดการเรียนรู้ สาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีสื่อและแหล่งเรียนรู้ตามผลการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 1 แล้วมีความเหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 2 แล้วมีความหลากหลาย และสามารถพัฒนาให้ผู้เรียนเกิด การเรียนรู้ได้ดีขึ้น การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการระบุชื่อแผนการจัดการเรียนรู้/ ชื่อหน่วยการเรียนรู้/ รหัสวิชา/ ชื่อรายวิชา กลุ่มสาระการเรียนรู้/ ระดับชั้น /จ�ำนวนชั่วโมงอย่างครบถ้วน ชัดเจน มีระดับคุณภาพ 1 แล้วยังมีแผนการจัดการเรียนรู้น่าสนใจ กะทัดรัด ชัดเจน มีระดับคุณภาพ 2 แล้วยังมีแผนการจัดการเรียนรู้ สอดคล้องกับหน่วยการ เรียนรู้สอดคล้องกับสาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด
45 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 3.2 ผลการเรียนรู้ มีความสอดคล้องกับสาระส�ำคัญ/ความคิดรวบยอด กิจกรรมการเรียนรู้ มีความ เหมาะสมกับเวลา วัย พื้นฐานความรู้ของผู้เรียน และการวัดและการประเมินผล 3.3 มีการระบุสาระการเรียนรู้ ที่จัดล�ำดับความยากง่าย มีความทันสมัย และเป็นประโยชน์ต่อผู้เรียน 3.4 มีการระบุหลักฐานการเรียนรู้ ที่มีความสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และกิจกรรมการเรียนรู้ โดยผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงาน /ภาระงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีก�ำหนดผลการเรียนรู้ที่ชัดเจน มีระดับคุณภาพ 1 แล้วยังสอดคล้องกับสาระการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 2 แล้วมีความเหมาะสมกับเวลา วัย พื้นฐานของผู้เรียน และการวัด/ประเมินผล การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการก�ำหนดสาระการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 1 แล้วมีการจัดล�ำดับความยากง่ายเหมาะสมกับผู้เรียน มีระดับคุณภาพ 2 แล้วมีความทันสมัยและจ�ำเป็น มีประโยชน์ต่อผู้เรียน การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีหลักฐานการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 1 แล้วมีความสอดคล้องกับผลการเรียนรู้ การวัด และประเมินผลและกิจกรรมการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 2 แล้วผู้เรียนสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงาน/ภาระงาน รวบยอดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
46 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 3.5 มีการระบุการวัดและประเมินผล เกณฑ์การประเมินผลที่สอดคล้องกับผลการเรียนรู้ กิจกรรม การเรียนรู้ มีความหลากหลาย โดยผู้เรียนสามารถมีส่วนร่วมในการประเมินผล 3.6 มีการก�ำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีความหลากหลาย เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมและ สามารถสร้างสรรค์ ชิ้นงาน/ภาระงานได้ตามจุดประสงค์การเรียนรู้ 3.7 มีการระบุสื่อและแหล่งเรียนรู้ ที่มีความสอดคล้องกับกิจกรรมการเรียนรู้ เวลาเรียน โดยมี การบันทึกหลังการสอนที่สะท้อนผลของการจัดกิจกรรม ปัญหา อุปสรรค และแนวทางแก้ไข การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการระบุเครื่องมือวัดและประเมินผลและเกณฑ์การประเมินผล มีระดับคุณภาพ 1 แล้วยังสอดคล้องกับผลการเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 2 แล้วยังมีความหลากหลาย ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการประเมิน การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการระบุสื่อและแหล่งการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 1 แล้วมีความเหมาะสมกับกิจกรรมการเรียนรู้และเวลาเรียน มีระดับคุณภาพ 2 แล้วมีบันทึกหลังการจัดกิจกรรม ที่สะท้อนผลการจัด กิจกรรม ปัญหา อุปสรรค แนวทางแก้ไข การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการก�ำหนดกิจกรรมการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 1 แล้วมีความหลากหลาย และเปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม มีระดับคุณภาพ 2 แล้วยังสามารถบรรลุตามจุดประสงค์การเรียนรู้และนักเรียน สามารถสร้างสรรค์ชิ้นงาน/ภาระงานที่ก�ำหนดได้
47 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) 3.8 มีการบันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ การสะท้อนผลของการจัดกิจกรรม ปัญหา อุปสรรค และมี แนวทางแก้ไข การให้ระดับคุณภาพ รายการ 1 2 3 มีการบันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ มีระดับคุณภาพ 1 และมีการสะท้อนผลของการจัดกิจกรรม ปัญหา อุปสรรค มีระดับคุณภาพ 2 และมีแนวทางแก้ไข
48 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) แบบประเมิน การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติม ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ของสถานศึกษา ค�ำชี้แจง ตอนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษาในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor: EEC) ให้บันทึกข้อมูลพื้นฐานของสถานศึกษา ประกอบด้วย ชื่อสถานศึกษา จ�ำนวนรายวิชาเพิ่มเติม จ�ำแนกตามกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย และระดับการศึกษา ตอนที่ 2 แบบประเมิน การพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของ สถานศึกษา ประกอบด้วย 2 ส่วน ดังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 : แนวทางการพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมเพื่อรองรับเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีประเด็นพิจารณา 2 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นที่ 1 โครงสร้างเวลาเรียนและโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา ประเด็นที่ 2 ค�ำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม ส่วนที่ 2 : โครงสร้างรายวิชาและหน่วยการเรียนรู้ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก มีประเด็นพิจารณา 3 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นที่ 1 โครงสร้างรายวิชา ประเด็นย่อยที่ 1.1 องค์ประกอบของโครงสร้างรายวิชา ประเด็นย่อยที่ 1.2 หน่วยการเรียนรู้ ประเด็นย่อยที่ 1.3 เวลาเรียน สัดส่วนคะแนน ประเด็นที่ 2 หน่วยการเรียนรู้ ประเด็นย่อยที่ 2.1 องค์ประกอบหน่วยการเรียนรู้ ประเด็นย่อยที่ 2.2 ผลการเรียนรู้ สมรรถนะส�ำคัญ และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ประเด็นย่อยที่ 2.3 สาระส�ำคัญ สาระการเรียนรู้ ประเด็นย่อยที่ 2.4 หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) ประเด็นย่อยที่ 2.5 การวัดและประเมินผล ประเด็นย่อยที่ 2.6 กิจกรรมการเรียนรู้ ประเด็นย่อยที่ 2.7 สื่อและแหล่งเรียนรู้
49 คู่มือการใช้แนวทางพัฒนาหลักสูตรรายวิชาเพิ่มเติมในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) ประเด็นที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ ประเด็นย่อยที่ 3.1 องค์ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ ประเด็นย่อยที่ 3.2 ผลการเรียนรู้ สมรรถนะส�ำคัญ และคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ประเด็นย่อยที่ 3.3 สาระส�ำคัญ สาระการเรียนรู้ ประเด็นย่อยที่ 3.4 หลักฐานการเรียนรู้ (ชิ้นงาน/ภาระงาน) ประเด็นย่อยที่ 3.5 การวัดและประเมินผล ประเด็นย่อยที่ 3.6 กิจกรรมการเรียนรู้ ประเด็นย่อยที่ 3.7 สื่อและแหล่งเรียนรู้ ประเด็นย่อยที่ 3.8 บันทึกหลังการจัดการเรียนรู้ 1. การให้ระดับคุณภาพของประเด็นพิจารณา ให้พิจารณาจากค�ำอธิบายระดับคุณภาพที่สอดคล้อง กับการด�ำเนินงานของสถานศึกษา แล้วท�ำเครื่องหมาย (p) ลงในช่องระดับคุณภาพตามความเป็นจริง พร้อมทั้งบันทึกรายละเอียดร่องรอยเอกสารลงในช่อง เอกสาร/หลักฐานอ้างอิง 2. น�ำผลการประเมินที่ได้บันทึกลงแบบสรุปผลการประเมินการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาในพื้นที่ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกของสถานศึกษา 3. บันทึกจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา ปัจจัยที่ส่งผล และแนวทางการส่งเสริม/ปรับปรุงพัฒนา 4. ให้สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการด�ำเนินการประเมินประกอบด้วย ผู้อ�ำนวยการสถานศึกษา รองผู้อ�ำนวยการสถานศึกษา ตัวแทนหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ และตัวแทนครูผู้สอน รวมไม่น้อยกว่า 5 คน 5. สถานศึกษาด�ำเนินการประเมินโดยคณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นและส่งผลการประเมินให้ ส�ำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ภายหลังวันสิ้นปีการศึกษา ไม่เกิน 30 วัน