บทที่ 5 สรุป อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ การรายงานผลการด าเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ปีการศึกษา 2564 ของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ กลุ่มเป้าหมายในการด าเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ปี การศึกษา 2564 คือโรงเรียนทั้ง 51 แห่งของสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง โดยแบ่งเป็น 5 สหวิทยาเขต ได้แก่ 1) สหวิทยาเขต ชลบุรี 1 มีโรงเรียน จ านวน 12 แห่ง 2) สห วิทยาเขตชลบุรี 2 มีโรงเรียน จ านวน 8 แห่ง 3) สหวิทยาเขต ชลบุรี 3 มีโรงเรียน จ านวน 11แห่ง 4) สหวิทยาเขต ระยอง 1 มีโรงเรียน จ านวน 12แห่ง และ 5) สหวิทยาเขต ระยอง 2 มีโรงเรียน 8 แห่ง ด าเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา มาสังเคราะห์ภาพรวมในการบริหารจัดการงานทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การบริหารงานด้านการบริหารทั่วไป การบริหารงานด้านวิชาการ การบริหารงานด้าน งบประมาณ การบริหารงานด้านบริหารงานบุคคล และการบริหารงานด้านกิจการนักเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการด าเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา คือ แบบติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ปีการศึกษา 2564 ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษชลบุรี ระยอง จากการด าเนินการ/ผลการด าเนินการของประเด็นพิจารณาของงานบริหารทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การ บริหารงานด้านการบริหารทั่วไป การบริหารงานด้านวิชาการ การบริหารงานด้านงบประมาณ การ บริหารงานด้านบริหารงานบุคคล และการบริหารงานด้านกิจการนักเรียน โดยมีภาพรวมในการประเมินอยู่ในระดับคุณภาพ 5 ของโรงเรียน ทั้ง 51 แห่งใน 5 สหวิทยาเขต คิดเป็น 100 % สามารถอธิบายผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาในภาพรวม ของแต่ละสหวิทยาเขตจากการด าเนินงานบริหาร 5 ด้าน ได้มีจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนาและข้อเสนอแนะใน ภาพรวม ดังต่อไปนี้ จุดเด่น 1. โรงเรียนมีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายชัดเจนโดยมีการปรับแผนพัฒนา คุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจ าปีสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนตามความต้องการของ ชุมชนและสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ. โดยมีการท างานอย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอนและมี สมรรถนะในการบริหารจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี โดยมีการบริหารจัดการบุคลากรเพื่อการจัดการเรียน
การสอนให้มีคุณภาพตามนโยบายอย่างเต็มที่ ทั้งที่มีบุคลากรขาดบางสาขาวิชา โดยในการจัดการเรียน การสอนคุณครูมุ่งเน้นการเรียนการสอนแบบ Active learning มีการใช้ระบบ ICT เข้ามาใช้ในการ ปฏิบัติงาน/การติดต่อสื่อสารและใช้นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนได้มีความรู้ ความเข้าใจในการ เรียนและส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมแก่ผู้เรียนทุกด้าน ทุกโอกาสอย่างต่อเนื่องและโรงเรียนยังมี สภาพแวดล้อมเอื้อต่อการจัดการเรียนรู้และอยู่สังคมได้อย่างมีความสุข 2. ผู้บริหาร ครูและบุคลากรในโรงเรียนมีความกัลยาณมิตรต่อกัน 3. ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพและเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกันมีการนิเทศ ก ากับ ติดตาม ประเมินผลการด าเนินงาน และจัดท ารายงานผลการจัดการศึกษาอย่างสม่ าเสมอ และใช้ กระบวนการวิจัยในการรวบรวมข้อมูล เพื่อใช้เป็นฐานในการวางแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนอีกทั้งได้มี การพัฒนาความรู้ในยุคการใช้สื่อออนไลน์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ของการแพร่ ระบาดของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) และมีทัศนคติเชิงบวกในการด าเนินงานได้ในทุก ด้าน 4. ด้านหลักสูตรศึกษาได้ด าเนินการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันตามโครงการเขต พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมีการพัฒนางานวิชาการ ผ่านนวัตกรรมและสร้างสรรค์ผลงาน ระดับประเทศและได้ด าเนินการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ตามแนวทางของสถานการณ์การ แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ได้รับ ความรู้ ความเข้าใจในการเรียนได้ทุกสถานการณ์ 5. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน/ชุมชนให้การสนับสนุนการด าเนินงานต่างๆ ของโรงเรียนเป็นอย่างดีตลอดจนได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน จุดที่ควรพัฒนา 1. โรงเรียนควรมีการประชุมคณะกรรมการจัดท าข้อมูลสารสนเทศ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ในการน าข้อมูลในการจัดสรรงบประมาณในแผนปฏิบัติประจ าปีการศึกษาเพื่อให้เกิดการจัดสรรเงิน งบประมาณได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 2. บุคลากรบางสาขาวิชาเอก มีความขาดแคลนยังไม่ได้รับการจัดสรรเพื่อมาทดแทนอัตราที่ ขาดแคลน และในขณะเดียวกันให้มีการพัฒนาครูด้านการเรียนการสอนด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและ เข้มข้น ควรเพิ่มการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด 3. ควรมีการพัฒนาหลักสูตรความสามารถพิเศษให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน ส่งเสริมด้าน
ทักษะทางภาษาให้กับนักเรียนพร้อมกับจัดกิจกรรมให้มีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขณะปฏิบัติกิจกรรม เพื่อให้นักเรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง และน าไปสู่การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพในการเรียนรู้และควรมีระบบการวัดและประเมินผลอย่างหลากหลาย สอดคล้องกับ ความสามารถของผู้เรียน มีการพัฒนาระบบประกันคุณภาพให้สามารถเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้บริการ ได้ อย่างครอบคลุม 4. ควรมีการจัดกระบวนการนิเทศ ก ากับ ติดตามที่เป็นรูปธรรม และให้ต่อเนื่องพร้อมให้น าข้อมูล ย้อนกลับมาใช้ในการพัฒนาพร้อมเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานที่ถือว่าเป็น best practice บน platform ของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง 5. ด้านอาคารสถานที่ สภาพอาคารเรียนบางส่วน จ าเป็นต้องมีการปรับปรุง ซ่อมแซม และควรมี การสร้างใหม่เพิ่มเติม เพื่อรองรับจ านวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในอนาคต ถ้าจ านวนนักเรียนเพิ่มขึ้น อาจมี ห้องเรียนไม่เพียงพอกับจ านวนนักเรียน ปัจจัยที่ส่งผลต่อจุดเด่น 1. การมีระบบบริหารที่เกิดจากเป้าหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายชัดเจนพร้อมมีการ บริหารที่เป็นแบบกัลยาณมิตร มีการร่วมมือในการท างานเป็นทีม ส่งเสริมให้มีการสร้างขวัญก าลังใจใน การท างานจึงก่อให้เกิดความพร้อมและความกระตือรือร้นของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถ ท างานได้บรรลุแผนพัฒนาการศึกษาที่ได้วางไว้ตลอดจนได้รับความร่วมมือในการขับเคลื่อนจาก คณะกรรมการโรงเรียนและชุมชน 2. ผู้บริหารส่งเสริมบุคลากรในการจัดการเรียนการสอนด้วยการสนับสนุนให้เข้าร่วมรับการอบรม พัฒนาองค์ความรู้ในการน ามาพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพและเต็มศักยภาพ ปัจจัยที่ส่งผลต่อจุดที่ควรพัฒนา 1. ระบบการจัดการข้อมูลทั้ง 4 ฝ่ายของการบริหาร 2. การด าเนินการวางแผนก าลังบุคลากรใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 3. การวางแผนในการพัฒนาหลักสูตรความสามารถพิเศษให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน 4. การจัดระบบและวางแผนต่อการด าเนินกิจกรรมในการนิเทศ ก ากับ ติดตามอย่างเป็นขั้นตอนที่ ชัดเจน 5. การวางแผนด้านจ านวนนักเรียนในปีการศึกษาถัดไปเพื่อค านวณความพร้อมและให้เพียงพอต่อ ความเหมาะสมในด้านอาคารสถานที่ สภาพอาคารเรียน
ข้อเสนอแนะ ส าหรับโรงเรียน 1. การสร้างความตระหนักให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าใจวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมาย ของโรงเรียนให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น 2. การจัดท าระบบข้อมูลสารสนเทศ ควรน าเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อประโยชน์ของบุคลากรได้ น าไปพัฒนางาน 3. การน าผลการสรุปการประเมินโครงการในแผนปฏิบัติประจ าปี มาพัฒนาและเผยแพร่ผลการ ปฏิบัติงานให้กว้างขวางและหลากหลาย 4. การส่งเสริมการระดมทรัพยากรจากหน่วยงานต่างๆ และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนากิจกรรม การจัดการเรียนการสอนและอาคารสถานที่ของโรงเรียน ส าหรับหน่วยงานต้นสังกัด 1. การวางแผนการด าเนินการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีการใช้เทคโนโลยีในการจัด การเรียนการสอนและให้ความรู้ในการสร้างนวัตกรรมกับบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญ ในสาขาหรือศาสตร์ที่สอนเพื่อด าเนินการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และส่งเสริม ความสามารถในการสร้างนักเรียนให้เป็นนวัตกรที่มีความรู้ และทักษะพื้นฐานในการสร้างนวัตกรรม 2. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการให้กับโรงเรียน
บรรณานุกรม กมล สุดประเสริฐ. รายงานผลการวิจัยรูปแบบบริหารและการจัดการศึกษาแบบการกระจาย อ านาจ. กรุงเทพฯ: บริษัทพริกหวานกราฟพิศ จ ากัด, 2544. กรณี มหานนท์. การประเมินประสิทธิผลขององค์การ. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์, 2539. กฤชญาณ มุ่งหามณี. การศึกษาการปฏิบัติงานตามบทบาทของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้น พื้นฐาน ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษานครราชสีมา เขต 3. วิทยานิพนธ์การศึกษา มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, 2549. ก าพล แสนบุญเรือง. การมีส่วนร่วมขององค์การบริหารส่วนต าบลต่อการจัดการศึกษาในโรงเรียน มัธยมศึกษา สังกัดกรมสามัญศึกษา จังหวัดร้อยเอ็ด. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาสตร์ มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2542. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, ส านักงาน. กระจายอ านาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ.2550. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จ ากัด, 2553. จันทรานี สงวนนาม. ทฤษฏีและแนวในการปฏิบัติในการบริหารสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: บุ๊คพอยท์, 2545. ชัญญา อภิปาลกุล. รูปแบบการพัฒนาการมีส่วนร่วมของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการบริหารและการจัดการศึกษาภายใต้โครงสร้างการกระจายอ านาจการบริหาร การศึกษา ; กรณีศึกษาของส านักงานการประถมศึกษาจังหวัดขอนแก่น. ปริญญา ศึกษาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2545. ทองใบ สุดชารี. ภาวะผู้น าและการจูงใจ. พิมพ์ครั้งที่ 2. อุบลราชธานี: คณะวิทยาการาจัดการ สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี, 2543. นงรัตน์ ศรีพรหม. “โรงเรียนกับการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของผู้ปกครองและชุมชน,” ใน วารสารข้าราชการครู. (21 ธันวาคม 2543 - มกราคม 2544): 21-24. นิวัฒร นิราศสูงเนิน. การมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในอ าเภอน ้าพอง สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาขอนแก่น เขต 4. วิทยานิพนธ์ ศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 2548. บุญชม ศรีสะอาด. การวิจัยเบื้องด้น ฉบับปรับปรุงใหม่. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น, 2553. ประกอบ คุณารักษ์ และคนอื่น ๆ. บทบาทผู้บริหารโรงเรียนในการปฏิรูปการศึกษา. กรุงเทพฯ: ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ, 2543. ประจักษ์ บัวผัน. การน าเสนอรูปแบบคณะกรรมการสถานศึกษาสังกัดส านักงานการประถมศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี. วิทยานิพนธ์ครุคาสตรมหาบัณฑิต สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี, 2545. ประยุทธ์ ตรีชัย. การศึกษาการมีส่วนร่วมของครูในการบริหารโรงเรียนประถมศึกษาสังกัด ส านักงาน การประถมศึกษาจังหวัดสระบุรี. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนคริน ทรวิโรฒ ประสานมิตร, 2544.
ปัญญา แก้วกียูร และสุภัทร พันธ์พัฒนกุล. การบริหารจัดการในรูปแบบการใช้โรงเรียนหรือเขต พื้นที่การศึกษาเป็นฐาน. กรุงเทพฯ: ส านักงานปฏิรูปการศึกษา, 2545. ราชบัณฑิตสถาน. พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ. 2525. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: อักษร เจริญทัศน์,2539. ไพโรจน์ มินสาคร. ความต้องการมีส่วนร่วมในการบริหารงานโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัย รามค าแหง. ปริญญานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสาน มิตร, 2550. ภรณี กีร์ดิบุตรมหานนท์. การประเมินประสิทธิผลขององค์การ. กรุงเทพฯ: โอเดียนสโตร์, 2529. เมตต์ เมตต์การุณ์จิต. การบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม : ประชาชน องค์กรปกครอง ส่วน ท้องถิ่น และราชการ. กรุงเทพฯ: บุ๊คพอยท์, 2547. วิโรจน์ สารรัตนะ. การบริหาร ะ หลักการ ทฤษฎี และประเด็นทางการศึกษา. กรุงเทพฯ: อักษรา พิพัฒน์, 2545. สกล สกลเดช. “ครูกับ Good Governance,” วารสารข้าราชการครู. 20 (ตุลาคม-พฤศจิกายน 2542): 11-13. สมหวัง มหาวัง. ความคิดเห็นต่อแนวปฏิบัติตามหน้าที่ของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในโรงเรียนประถมศึกษา สังกัดส านักงานการประถมศึกษาจังหวัดมหาสารคาม. วิทยานิพนธ์ศึกษาศาลตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2544. สัมพันธ์ อุปลา. โฉมหน้าการศึกษาไทย. กรุงเทพฯ: อรุณการพิมพ์, 2541. อภิศักดิ์วรรณไกรศรี. การพัฒนากระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจบทบาทและหน้าที่ของ คณะกรรมการสถานศึกษา : ศึกษาเฉพาะกรณีโรงเรียนชุมชนบ้านโพนสว่างดอนโมง และโรงเรียนห้วยบึง สังกัดส านักงานการประถมศึกษาอ าเภอหนองเรือ จังหวัด ขอนแก่น. วิทยานิพนธ์การศึกษามหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2545. Cunning and Cordeiro. Cultural Leadership. Boston: Allyn and Bacon, 2000. Owens, Robert G. Organization Behavior in Education. 5 th ed. Needham Heights, MA.2194: A Simon and Schuster Company, 1995.
ภาคผนวก
ภาพบรรยากาศ การติดตาม ตรวจสอบ การบริหารการจัดการศึกษา ของสถานศึกษาในสังกัด สพม.ชบรย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2565
สหวิทยาเขตชลบุรี 1
สหวิทยาเขตชลบุรี 2
สหวิทยาเขตชลบุรี 3
สหวิทยาเขตระยอง 1
สหวิทยาเขตระยอง 2
บทสรุปส ำหรับผู้บริหำร การรายงานผลการด าเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ปีการศึกษา 2564 ของส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ เพื่อติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โดยกลุ่มเป้าหมายในการด าเนินการ ติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา ปีการศึกษา 2564 คือโรงเรียนทั้ง 51 แห่งของสังกัด ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาชลบุรี ระยอง โดยแบ่งเป็น 5 สหวิทยาเขต ได้แก่ 1) สหวิทยาเขต ชลบุรี 1 มีโรงเรียน จ านวน 12 แห่ง 2) สหวิทยาเขต ชลบุรี 2 มีโรงเรียน จ านวน 8 แห่ง 3) สหวิทยาเขต ชลบุรี 3 มี โรงเรียน จ านวน 11แห่ง 4) สหวิทยาเขต ระยอง 1 มีโรงเรียน จ านวน 12แห่ง และ 5) สหวิทยาเขต ระยอง 2 มีโรงเรียน 8 แห่ง ด าเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา มาสังเคราะห์ภาพรวมในการบริหาร จัดการงานทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การบริหารงานด้านการบริหารทั่วไป การบริหารงานด้านวิชาการ การบริหารงาน ด้านงบประมาณ การบริหารงานด้านบริหารงานบุคคล และการบริหารงานด้านกิจการนักเรียน เครื่องมือที่ใช้ ในการด าเนินการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษา คือ แบบติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา ปีการศึกษา 2564 ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษชลบุรี ระยอง จากการด าเนินการ/ผลการด าเนินการของประเด็นพิจารณาของงานบริหารทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ การ บริหารงานด้านการบริหารทั่วไป การบริหารงานด้านวิชาการ การบริหารงานด้านงบประมาณ การ บริหารงานด้านบริหารงานบุคคล และการบริหารงานด้านกิจการนักเรียน โดยมีภาพรวมในการประเมินอยู่ใน ระดับคุณภาพ 5 ของโรงเรียน ทั้ง 51 แห่งใน 5 สหวิทยาเขต คิดเป็น 100 % สามารถอธิบายผลการติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลและนิเทศการศึกษาในภาพรวมของแต่ละสหวิทยาเขตจากการด าเนินงานบริหาร 5 ด้าน ได้มีจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนาและข้อเสนอแนะในภาพรวม ดังต่อไปนี้ จุดเด่น 1. โรงเรียนมีเป้าหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายชัดเจนโดยมีการปรับแผนพัฒนา คุณภาพการจัดการศึกษา แผนปฏิบัติการประจ าปีสอดคล้องกับบริบทของโรงเรียนตามความต้องการของ ชุมชนและสอดคล้องกับนโยบายและจุดเน้นของ สพฐ. โดยมีการท างานอย่างเป็นระบบเป็นขั้นตอนและมี สมรรถนะในการบริหารจัดการศึกษาได้เป็นอย่างดี โดยมีการบริหารจัดการบุคลากรเพื่อการจัดการเรียนการ สอนให้มีคุณภาพตามนโยบายอย่างเต็มที่ ทั้งที่มีบุคลากรขาดบางสาขาวิชา โดยในการจัดการเรียนการสอน คุณครูมุ่งเน้นการเรียนการสอนแบบ Active learning มีการใช้ระบบ ICT เข้ามาใช้ในการปฏิบัติงาน/การ ติดต่อสื่อสารและใช้นวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อให้นักเรียนได้มีความรู้ ความเข้าใจในการเรียนและส่งเสริม คุณธรรม จริยธรรมแก่ผู้เรียนทุกด้าน ทุกโอกาสอย่างต่อเนื่องและโรงเรียนยังมีสภาพแวดล้อมเอื้อต่อการ จัดการเรียนรู้และอยู่สังคมได้อย่างมีความสุข 2. ผู้บริหาร ครูและบุคลากรในโรงเรียนมีความกัลยาณมิตรต่อกัน 3. ครูผู้สอนสามารถจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพและเต็มศักยภาพ ขณะเดียวกันมีการนิเทศ ก ากับ ติดตาม ประเมินผลการด าเนินงาน และจัดท ารายงานผลการจัดการศึกษาอย่างสม่ าเสมอ และใช้
กระบวนการวิจัยในการรวบรวมข้อมูล เพื่อใช้เป็นฐานในการวางแผนพัฒนาคุณภาพโรงเรียนอีกทั้งได้มีการ พัฒนาความรู้ในยุคการใช้สื่อออนไลน์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์ปกติและสถานการณ์ของการแพร่ระบาด ของการติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) และมีทัศนคติเชิงบวกในการด าเนินงานได้ในทุกด้าน 4. ด้านหลักสูตรศึกษาได้ด าเนินการปรับให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันตามโครงการเขตพัฒนา พิเศษภาคตะวันออก (EEC) และมีการพัฒนางานวิชาการ ผ่านนวัตกรรมและสร้างสรรค์ผลงานระดับประเทศ และได้ด าเนินการจัดการเรียนการสอนผ่านระบบออนไลน์ตามแนวทางของสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (Covid-19) เพื่อส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ได้รับความรู้ ความเข้าใจในการ เรียนได้ทุกสถานการณ์ 5. คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของโรงเรียน/ชุมชนให้การสนับสนุนการด าเนินงานต่างๆของ โรงเรียนเป็นอย่างดี ตลอดจนได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานของรัฐและเอกชน จุดที่ควรพัฒนำ 1. โรงเรียนควรมีการประชุมคณะกรรมการจัดท าข้อมูลสารสนเทศ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ในการน าข้อมูลในการจัดสรรงบประมาณในแผนปฏิบัติประจ าปีการศึกษาเพื่อให้เกิดการจัดสรรเงิน งบประมาณได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม 2. บุคลากรบางสาขาวิชาเอก มีความขาดแคลนยังไม่ได้รับการจัดสรรเพื่อมาทดแทนอัตราที่ ขาดแคลน และในขณะเดียวกันให้มีการพัฒนาครูด้านการเรียนการสอนด้วยการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและ เข้มข้น ควรเพิ่มการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด 3. ควรมีการพัฒนาหลักสูตรความสามารถพิเศษให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน ส่งเสริมด้าน ทักษะทางภาษาให้กับนักเรียนพร้อมกับจัดกิจกรรมให้มีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ขณะปฏิบัติกิจกรรมเพื่อให้ นักเรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง และน าไปสู่การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการ เรียนรู้และควรมีระบบการวัดและประเมินผลอย่างหลากหลาย สอดคล้องกับความสามารถของผู้เรียน มีการ พัฒนาระบบประกันคุณภาพให้สามารถเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้บริการ ได้อย่างครอบคลุม 4. ควรมีการจัดกระบวนการนิเทศ ก ากับ ติดตามที่เป็นรูปธรรม และให้ต่อเนื่องพร้อมให้น าข้อมูล ย้อนกลับมาใช้ในการพัฒนาพร้อมเผยแพร่ผลการปฏิบัติงานที่ถือว่าเป็น best practice บน platform ของ โรงเรียนอย่างต่อเนื่อง 5. ด้านอาคารสถานที่ สภาพอาคารเรียนบางส่วน จ าเป็นต้องมีการปรับปรุง ซ่อมแซม และควรมี การสร้างใหม่เพิ่มเติม เพื่อรองรับจ านวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในอนาคต ถ้าจ านวนนักเรียนเพิ่มขึ้น อาจมี ห้องเรียนไม่เพียงพอกับจ านวนนักเรียน ปัจจัยที่ส่งผลต่อจุดเด่น 1. การมีระบบบริหารที่เกิดจากเป้าหมาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายชัดเจนพร้อมมีการ บริหารที่เป็นแบบกัลยาณมิตร มีการร่วมมือในการท างานเป็นทีม ส่งเสริมให้ มีการสร้างขวัญก าลังใจใน
การท างานจึงก่อให้เกิดความพร้อมและความกระตือรือร้นของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้สามารถท างาน ได้บรรลุแผนพัฒนาการศึกษาที่ได้วางไว้ตลอดจนได้รับความร่วมมือในการขับเคลื่อนจากคณะกรรมการ โรงเรียนและชุมชน 2. ผู้บริหารส่งเสริมบุคลากรในการจัดการเรียนการสอนด้วยการสนับสนุนให้เข้าร่วมรับการอบรม พัฒนาองค์ความรู้ในการน ามาพัฒนาการจัดการเรียนรู้ได้อย่างมีคุณภาพและเต็มศักยภาพ ปัจจัยที่ส่งผลต่อจุดที่ควรพัฒนำ 1. ระบบการจัดการข้อมูลทั้ง 4 ฝ่ายของการบริหาร 2. การด าเนินการวางแผนก าลังบุคลากรใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ 3. การวางแผนในการพัฒนาหลักสูตรความสามารถพิเศษให้สอดคล้องกับศักยภาพของผู้เรียน 4. การจัดระบบและวางแผนต่อการด าเนินกิจกรรมในการนิเทศ ก ากับ ติดตามอย่างเป็นขั้นตอนที่ ชัดเจน 5. การวางแผนด้านจ านวนนักเรียนในปีการศึกษาถัดไปเพื่อค านวณความพร้อมและให้เพียงพอต่อ ความเหมาะสมในด้านอาคารสถานที่ สภาพอาคารเรียน ข้อเสนอแนะ ส ำหรับโรงเรียน 1. การสร้างความตระหนักให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาเข้าใจวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าหมายของ โรงเรียนให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น 2. การจัดท าระบบข้อมูลสารสนเทศ ควรน าเอาเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เพื่อประโยชน์ของบุคลากรได้ น าไปพัฒนางาน 3. การน าผลการสรุปการประเมินโครงการในแผนปฏิบัติประจ าปี มาพัฒนาและเผยแพร่ผลการ ปฏิบัติงานให้กว้างขวางและหลากหลาย 4. การส่งเสริมการระดมทรัพยากรจากหน่วยงานต่างๆ และภาคีเครือข่าย เพื่อพัฒนากิจกรรม การ จัดการเรียนการสอนและอาคารสถานที่ของโรงเรียน ส ำหรับหน่วยงำนต้นสังกัด 1. การวางแผนการด าเนินการพัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีการใช้เทคโนโลยีในการจัด การเรียนการสอนและให้ความรู้ในการสร้างนวัตกรรมกับบุคลากรทางการศึกษาเพื่อให้เกิดความเชี่ยวชาญใน สาขาหรือศาสตร์ที่สอนเพื่อด าเนินการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และส่งเสริมความสามารถ ในการสร้างนักเรียนให้เป็นนวัตกรที่มีความรู้ และทักษะพื้นฐานในการสร้างนวัตกรรม 2. ส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการบริหารจัดการให้กับโรงเรียน