90 ชั้นบน มีĀ้Ăงจ ćนüน 7 Ā้Ăง ได้แก่ - Ā้ĂงเรียนรąดĆบชĆ้นĂนุบćล 2 - 3 จ ćนüน 4 Ā้Ăง - Ā้Ăงÿมุด จ ćนüน 1 Ā้Ăง - Ā้ĂงคĂมพิüเตĂร์จ ćนüน 1 Ā้Ăง - Ā้Ăงýูนย์ÿื่Ă จ ćนüน 1 Ā้Ăง
91 2. อาคารโรงอาĀาร มีขนćด 2 ชĆ้น ปรąกĂบด้üย - ชĆ้นล่ćง จĆดเป็นĀ้ĂงĂćĀćรÿ ćĀรĆบเด็ก - ชĆ้นบนจĆดเป็นĀ้Ăงปรąชุม
92 ด้านการจัดĀ้องเรียน ÿภćพแüดล้ĂมภćยในĀ้Ăงเรียน Ā้Ăงเรียนมีขนćด ขนćดกü้ćง 6 เมตร ยćü 12 เมตร ภćยในĀ้Ăงเรียน ปรąกĂบไปด้üย - Ā้Ăงน้ ćขนćด 5x4 เมตร - ชĆกโครกĂĂกแบบÿ ćĀรĆบเด็ก จ ćนüน 3 โถ - ก๊Ăกน้ ćÿ ćĀรĆบล้ćงมืĂ จ ćนüน 3 ตĆü - Āน้ćต่ćงแบบบćนÿไลด์พร้Ăมมุ้งลüด จ ćนüน 3 บćน - เครื่ĂงปรĆบĂćกćý จ ćนüน 2 ตĆü - พĆดลม ติดเพดćน จ ćนüน 6 ตĆü - ĀลĂดไฟÿ่Ăงÿü่ćง จ ćนüน 24 ดüง - ปรąตูทćงเข้ć-ĂĂก จ ćนüน 2 บćน - ทีüี จ ćนüน 1 เครื่Ăง - โต๊ąคĂมพิüเตĂร์ 1 ตĆü - คĂมพิüเตĂร์ จ ćนüน 1 เครื่Ăง - ล ćโพงติดผนĆงĀ้Ăง จ ćนüน 1 ตĆü ÿ ćĀรĆบพื้นที่ü่ćงภćยในĀ้Ăงเรียน ได้จĆดĀ้Ăงเรียนตćมýูนย์กćรเรียนรู้ตćมĀลĆกกćรจĆดกćรýึกþćปฐมüĆย ด้านการจัดโรงอาĀาร โรงĂćĀćรขĂงโรงเรียนÿćธิตมĀćüิทยćลĆยรćชภĆฏเชียงใĀม่(แผนกปฐมüĆย)มีขนćดกü้ćง 9 เมตร ยćü 20 เมตร ปรąกĂบด้üย - ปรąตูทćงเข้ćĂĂก จ ćนüน 4 บćน - Āน้ćต่ćงแบบบćนÿไลด์พร้Ăมมุ้งลüด จ ćนüน 5 บćน - เครื่ĂงปรĆบĂćกćý จ ćนüน 3 ตĆü - ก๊Ăกน้ ćÿ ćĀรĆบล้ćงมืĂ จ ćนüน 15 ตĆü - ล ćโพงติดผนĆงĀ้Ăง จ ćนüน 4 ตĆü - โปรเจคเตĂร์ 1 ชุด นĂกจćกนี้ยĆงมีĀ้Ăงÿ ćĀรĆบรĆบปรąทćนĂćĀćร Ăีก 1 Ā้Ăง ÿćมćรถใĀ้เด็กรĆบปรąทćนĂćĀćรภćยในĀ้Ăง ได้ 1 Ā้Ăงเรียน กćรจĆดโต๊ąÿ ćĀรĆบรĆบปรąทćนĂćĀćร จĆดเรียงลĆกþณąเป็นแถüยćü ตćมĀ้Ăงเรียน จ ćนüน 6 Ā้Ăงเรียน โต๊ąทćนĂćĀćร ÿูง 50 เซนมิเมตร กü้ćง 60 เซนติเมตร
93 ยćü 150 เซนติเมตร 1 โต๊ą เด็กÿćมćรถนĆ่งรĆบปรąทćนĂćĀćรได้ 6 คน โดยกćรจĆดÿถćนที่ได้จĆดĂย่ćงถูกĀลĆกÿุขćภิบćล มีĂćกćýถ่ćยเทได้ÿąดüก รüมทĆ้งมี กćรจĆดเก็บĂุปกรณ์กćรปรąกĂบĂćĀćรĂย่ćงมีรąบบ ÿ่งเÿริมคüćมรู้ด้ćนĂćĀćร โภชนćกćร แลąÿุขĂนćมĆยใน โรงเรียน ท ćใĀ้นĆกเรียน ครู แลąบุคลćกรมีคüćมรู้แลąคüćมเข้ćใจทćงด้ćนโภชนćกćรแลąĀลĆกÿุขĂนćมĆยĂย่ćง ถูกต้Ăง
94 ÿื่อและแĀล่งการเรียนรู้ ÿื่อการเรียนรู้ ĀมายเĀตุ 1. คĂมพิüเตĂร์ ÿื่Ăเทคโนโลยี 2. โทรทĆýน์ 3. ล ćโพง 4. แท็บเล็ต ÿ ćĀรĆบกćรเรียนรู้ 5. ชุดล ćโพง 6. จĂโปรเจคเตĂร์ 7. ÿĆญญćณĂินเทĂร์เน็ต แลą ช่Ăงทีüีดćüเทียม 8. ÿื่Ăที่ผลิตมีคüćมÿĂดคล้ĂงกĆบกćรเรียนกćรÿĂนปรąจ ćĀน่üย ต่ćงๆ จ ćนüน 30 Āน่üยกćรเรียนรู้ ต่Ă 1 ปีกćรýึกþć ÿื่Ăที่ผลิตขĆ้นเĂง 9. ÿื่ĂกćรÿĂนในแต่ลąโครงกćร จ ćนüน 2 โครงกćร ต่Ă 1 ปี กćรýึกþć 10. Āุ่นมืĂ 11. ตุ๊กตćกรąดćþ 12. ÿื่Ăที่ÿĂดคล้ĂงกćรกćรเรียนกćรÿĂนปรąจ ćĀน่üยต่ćงๆ จ ćนüน 30 Āน่üยกćรเรียนรู้ ต่Ă 1 ปีกćรýึกþćเช่น ผĆก ผลไม้ ต้นไม้ ไข่ ĄลĄ ÿื่ĂขĂงจริง 13. ขĂงเล่นตćมýูนย์กćรเรียนรู้ในชĆ้นเรียน จ ćนüน 6 ýูนย์กćร เรียนรู้ ÿื่Ăจ ćลĂง 14. ÿื่Ăที่ÿĂดคล้Ăงใช้ÿĂนปรąกĂบĀน่üยกćรเรียนรู้ต่ćงๆ จ ćนüน 30 Āน่üยกćรเรียนรู้ ต่Ă 1 ปี 15. ÿื่ĂขĂงเล่นพื้นบ้ćน เช่น กąลćมąพร้ćü ม้ćก้ćนกล้üย เป็นต้น 16. ขĂงใช้พื้นบ้ćนล้ćนนć เช่น Āม้Ăน้ ć กรąบüยตĆกน้ ć จćน ช้Ăน ÿื่Ăพื้นบ้ćนท้Ăงถิ่น เป็นต้น
95 ข้อมูลเกี่ยüกับภูมิปัญญาและแĀล่งเรียนรู้ แĀล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน และภายนĂกโรงเรียน แĀล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียน แĀล่งเรียนรู้ภายนอกโรงเรียน 1. Ā้ĂงÿüนĀนังÿืĂ 1. üัดĂุโมงค์ 2. Ā้Ăงโÿตทัýนýึกþา 2. ตลาดýิริüัฒนา 3. Ā้Ăงพระ 3. ที่ท าการไปรþณีย์ช้างเผืĂก 4. Ăาคารเทพรัตนราชนÿุดา 4. โลตัÿค าเที่ยง 5. ýูนย์üัฒนธรรม 5. üัดเจดีย์ĀลüงüรมĀาüิĀาร 6. ýูนย์üิทยบริการ 6. üัดกู่เต้า 7. ýาลาพระพุทธจตุรทิý 7. ÿüนพฤกþýาÿตร์ ÿมเด็จพระนางเจ้าÿิริกิติ์ เชียงใĀม่ 8. Ā้ĂงคĂมพิüเตĂร์ 8. ĂุทยานĀลüงราชพฤกþ์ 9. Ăาคารÿ านักüิทยบริการ 9. ýูนย์การเรียนรู้เýรþฐกิจพĂเพียง 10. น้ าพุร้Ăนÿันก าแพง 11. ÿüนÿัตü์เชียงใĀม่ 12. ĀĂýิลปüัฒนธรรมเมืĂงเชียงใĀม่ 13. ไนท์ซาฟารี 14. พิพิธภัณฑ์เชียงใĀม่ 15. เüียงกุมกาม 16. ÿถานีรถไฟจังĀüัดเชียงใĀม่ – ÿถานีรถไฟจังĀüัดล าพูน 17. กĂงพันÿัตü์ต่าง 18. ÿนามบินเชียงใĀม่ 19. ýูนย์Āัตถกรรมร่มบ่Ăÿร้างÿันก าแพง 20. ตลาดค าเที่ยง (ดĂกไม้ต้นไม้) 21. ÿนามกีāาเทýบาล 22. ฯลฯ
96 การประเมินพัฒนาการ การประเมินพัฒนาการเด็กĂายุ 3 – 6 ปี เป็นการประเมินพัฒนาการทางด้านร่างกาย Ăารมณ์ จิตใจ ÿังคม และÿติปัญญาขĂงเด็ก โดยถืĂเป็นกระบüนการต่ĂตนเĂง และเป็น ÿ่üนĀนึ่งขĂงกิจกรรมปกติที่จัดใĀ้ เด็กในแต่ละüัน ผลที่ได้จากการÿังเกตพัฒนาการเด็กต้Ăงน ามาจัดท าÿารนิทัýน์ĀรืĂจัดท าข้ĂมูลĀลักฐานĀรืĂ เĂกÿารĂย่างเป็นระบบ ด้üยการรüบรüมผลงานÿ าĀรับเด็กเป็นรายบุคคลที่ÿามารถบĂกเรื่ĂงราüĀรืĂ ประÿบการณ์ที่เด็กได้รับü่าเด็กเกิดการเรียนรู้และมีคüามก้าüĀน้าเพียงใด ทั้งนี้ ใĀ้น าข้Ăมูลผลการประเมิน พัฒนาการเด็กมาพิจารณา ปรับปรุงüางแผน การจัดกิจกรรม และÿ่งเÿริมใĀ้เด็กแต่ละคนได้รับการพัฒนาตาม จุดĀมายขĂงĀลักÿูตรĂย่างต่Ăเนื่Ăง การประเมินพัฒนาการคüรยึดĀลัก ดังนี้ 1. üางแผนการประเมินพัฒนาการĂย่างเป็นระบบ 2. ประเมินพัฒนาการเด็กครบทุกด้าน 3. ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบุคคลĂย่างÿม่ าเÿมĂต่Ăเนื่ĂงตลĂดปี 4. ประเมินพัฒนาการตามÿภาพจริงจากกิจกรรมประจ าüันด้üยเครื่ĂงมืĂและüิธีการที่ĀลากĀลายไม่ คüรใช้แบบทดÿĂบ 5. ÿรุปผลการประเมิน จัดท าข้Ăมูลและน าผลการประเมินไปใช้พัฒนาเด็ก ÿ าĀรับüิธีการประเมินที่เĀมาะÿมและคüรใช้กับเด็กĂายุ 3 – 6 ปี ได้แก่ การÿังเกต การบันทึก พฤติกรรม การÿนทนากับเด็ก การÿัมภาþณ์ การüิเคราะĀ์ข้Ăมูลจากผลงานเด็กที่เก็บĂย่างมีระบบ ประเภทขĂงการประเมินพัฒนาการ การพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของเด็ก ประกĂบด้üย 1. üัตถุประÿงค์ (Obejetive) ซึ่งตามĀลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย พุทธýักราช 2560 Āมายถึง จุดĀมายซึ่งเป็นมาตรฐานคุณลักþณะที่พึงประÿงค์ ตัüบ่งชี้และÿภาพที่พึงประÿงค์ 2. การจัดประÿบการณการเรียนรู้ (Leanning)ซึ่งเป็นกระบüนการได้มาขĂงคüามรู้ĀรืĂทักþะผ่าน การกระท าÿิ่งต่าง ๆ ที่ÿ าคัญตามĀลักÿูตรการýึกþาปฐมüัยก าĀนดใĀ้ĀรืĂที่เรียกü่า ประÿบการณ์ÿ าคัญ ใน การช่üยĂธิบายใĀ้ครูเข้าใจถึงประÿบการณ์ที่เด็กปฐมüัยต้Ăงท าเพื่Ăเรียนรู้ÿิ่งต่าง ๆ รĂบตัü และช่üยแนะ ผู้ÿĂนในการÿังเกต ÿนับÿนุน และüางแผนการจัดกิจกรรมใĀ้เด็ก 3. การประเมินผล (Evaluation)เพื่ĂตรüจÿĂบพฤติกรรมĀรืĂคüามÿามารถตามüัยที่คาดĀüังใĀ้ เด็กเกิดขึ้นบนพื้นฐานพัฒนาการตามüัยĀรืĂคüามÿามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับĂายุ เรียกü่า ÿภาพที่
97 พึงประÿงค์ ที่ใช้เป็นเกณฑ์ÿ าคัญÿ าĀรับการประเมินพัฒนาการเด็ก เป็นเป้าĀมายและกรĂบทิýทางในการ พัฒนาคุณภาพเด็กทั้งนี้ประเภทขĂงการประเมินพัฒนาการ Ăาจแบ่งได้เป็น 2 ลักþณะ คืĂ 1. แบ่งตามüัตถุประÿงค์ของการประเมิน การแบ่งตามüัตถุประÿงค์ขĂงการประเมิน แบ่งได้ 2 ประเภท ดังนี้ 1.1) การประเมินคüามก้าüĀน้าของเด็ก (Formative Evaluation)ĀรืĂการประเมินเพื่Ă พัฒนา (Formative Assessment) ĀรืĂการประเมินเพื่Ăเรียน (Assessment for Learning) เป็นการประเมิน ระĀü่างการจัดประÿบการณ์ โดยเก็บรüบรüมข้Ăมูลเกี่ยüกับผลพัฒนาการและการเรียนรู้ขĂงเด็กในระĀü่างท า กิจกรรมประจ าüัน/กิจüัตรประจ าüันปกติĂย่างต่Ăเนื่Ăง บันทึก üิเคราะĀ์ แปลคüามĀมายข้Ăมูลแล้üน ามาใช้ใน การÿ่งเÿริมĀรืĂปรับปรุงแก้ไขการเรียนรู้ขĂงเด็ก และการจัดประÿบการณ์การเรียนรู้ขĂงผู้ÿĂน การประเมิน พัฒนาการกับการจัดประÿบการณ์การเรียนรู้ขĂงผู้ÿĂนจึงเป็นเรื่Ăงที่ÿัมพันธ์กันĀากขาดÿิ่งĀนึ่งÿิ่งใดการจัด ประÿบการณ์การเรียนรู้ก็ขาดประÿิทธิภาพ เป็นการประเมินผลเพื่ĂใĀ้รู้จุดเด่น จุดที่คüรÿ่งเÿริม ผู้ÿĂนต้Ăงใช้ üิธีการและเครื่ĂงมืĂประเมินพัฒนาการที่ĀลากĀลาย เช่น การÿังเกต การÿัมภาþณ์ การรüบรüมผลงานที่ แÿดงĂĂกถึงคüามก้าüĀน้าแต่ละด้านขĂงเด็กเป็นรายบุคคล การใช้แฟ้มÿะÿมงาน เพื่ĂใĀ้ได้ข้ĂÿรุปขĂง ประเด็นที่ก าĀนด ÿิ่งที่ÿ าคัญที่ÿุดในการประเมินคüามก้าüĀน้าคืĂ การจัดประÿบการณ์ใĀ้กับเด็กในลักþณะ การเชื่Ăมโยงประÿบการณ์เดิมกับประÿบการณ์ใĀม่ท าใĀ้การเรียนรู้ขĂงเด็กเพิ่มพูน ปรับเปลี่ยนคüามคิด คüามเข้าใจเดิมที่ไม่ถูกต้Ăง ตลĂดจนการใĀ้เด็กÿามารถพัฒนาการเรียนรู้ขĂงตนเĂงได้ 1.2) การประเมินผลÿรุป (Summatie Evaluation)ĀรืĂ การประเมินเพื่Ăตัดÿินผล พัฒนาการ (SummatieAssessment) ĀรืĂการประเมินÿรุปผลขĂงการเรียนรู้ (Assessmentof Learning) เป็นการประเมินÿรุปพัฒนาการ เพื่ĂตัดÿินพัฒนาการขĂงเด็กü่ามีคüามพร้Ăมตามมาตรฐานคุณลักþณะที่พึง ประÿงค์ขĂงĀลักÿูตรการýึกþาปฐมüัยĀรืĂไม่ เพื่Ăเป็นการเชื่Ăมต่ĂขĂงการýึกþาระดับปฐมüัยกับชั้น ประถมýึกþาปีที่ 1 ดังนั้น ผู้ÿĂนจึงคüรใĀ้คüามÿ าคัญกับการประเมินคüามก้าüĀน้าขĂงเด็กในระดับĀ้Ăงเรียนมากกü่า การประเมินเพื่ĂตัดÿินผลพัฒนาการขĂงเด็กเมื่Ăÿิ้นภาคเรียนĀรืĂÿิ้นปีการýึกþา 2. แบ่งตามระดับของการประเมิน การแบ่งตามระดับขĂงการประเมิน แบ่งได้เป็น ๒ ประเภท 2.1) การประเมินพัฒนาการระดับชั้นเรียน เป็นการประเมินพัฒนาการที่Ăยู่ในกระบüนการ จัดประÿบการณ์การเรียนรู้ ผู้ÿĂนด าเนินการเพื่Ăพัฒนาเด็กและตัดÿินผลการพัฒนาการด้านร่างกาย Ăารมณ์ จิตใจ ÿังคม และÿติปัญญา จากกิจกรรมĀลัก/Āน่üยการเรียนรู้ (Unit) ที่ผู้ÿĂนจัดประÿบการณ์ใĀ้กับเด็ก ผู้ÿĂนประเมินผลพัฒนาการตามÿภาพที่พึงประÿงค์และตัüบ่งชี้ที่ก าĀนดเป็นเป้าĀมายในแต่ละแผนการจัด
98 ประÿบการณ์ขĂงĀน่üยการเรียนรู้ด้üยüิธีต่างๆ เช่น การÿังเกต การÿนทนา การÿัมภาþณ์ การรüบรüมผลงาน ที่แÿดงĂĂกถึงคüามก้าüĀน้า แต่ละด้านขĂงเด็กเป็นรายบุคคล การแÿดงกริยาĂาการต่างๆขĂงเด็กตลĂดเüลา ที่จัดประÿบการณ์เรียนรู้ เพื่ĂตรüจÿĂบและประเมินü่าเด็กบรรลุตามÿภาพที่พึงประÿงค์แต่ละตัüบ่งชี้ ĀรืĂมี แนüโน้มü่าจะบรรลุÿภาพที่พึงประÿงค์และตัüบ่งชี้เพียงใด แล้üแก้ไขข้Ăบกพร่Ăงเป็นระยะๆĂย่างต่Ăเนื่Ăง ทั้งนี้ ผู้ÿĂนคüรÿรุปผลการประเมินพัฒนาการü่า เด็กมีผลĂันเกิดจากการจัดประÿบการณ์การเรียนรู้ĀรืĂไม่ และมากน้Ăยเพียงใด โดยมีüัตถุประÿงค์เพื่ĂรüบรüมĀรืĂÿะÿมผลการประเมินพัฒนาการในกิจกรรม ประจ าüัน/กิจüัตรประจ าüัน/Āน่üยการเรียนรู้ Āรืผลตามรูปแบบการประเมินพัฒนาการที่ÿถานýึกþาก าĀนด เพื่Ăน ามาเป็นข้Ăมูลใช้ปรังปรุงการจัดประÿบการณ์การเรียนรู้ และเป็นข้Ăมูลในการÿรุปผลการประเมินพัฒนา ในระดับÿถานýึกþาต่ĂไปĂีกด้üย 2.2) การประเมินพัฒนาการระดับÿถานýึกþา เป็นการตรüจÿĂบผลการประเมินพัฒนาการ ขĂงเด็กเป็นรายบุคคลเป็นรายภาค/รายปี เพื่ĂใĀ้ได้ข้Ăมูลเกี่ยüกับการจัดการýึกþาขĂงเด็กในระดับปฐมüัย ขĂงÿถานýึกþาü่าÿ่งผลต่Ăการเรียนรู้ขĂงเด็กตามเป้าĀมายĀรืĂไม่ เด็กมีÿิ่งที่ต้Ăงการได้รับการพัฒนาในด้าน ใด รüมทั้งÿามารถน าผลการประเมินพัฒนาการขĂงเด็กในระดับÿถานýึกþาไปเป็นข้Ăมูลและÿารÿนเทýใน การปรับปรุงĀลักÿูตรÿถานýึกþาปฐมüัย โครงการĀรืĂüิธีการจัดประÿบการณ์การเรียนรู้ ตลĂดจนการจัด แผนพัฒนาคุณภาพการýึกþาปฐมüัยขĂงÿถานýึกþาตามแผนการประกันคุณภาพการýึกþาและการรายงาน ผลการพัฒนาคุณภาพเด็กต่Ăผู้ปกครĂง น าเÿนĂคณะกรรมการĂ านüยการÿถานýึกþาขั้นพื้นฐานรับทราบ ตลĂดจนเผยแพร่ต่Ăÿาธารณชน ชุมชน ĀรืĂĀน่üยงานต้นÿังกัดĀรืĂĀน่üยงานต้นÿังกัดĀน่üยงานที่เกี่ยüข้Ăง ต่Ăไป บทบาทĀน้าที่ของผู้เกี่ยüข้องในการด าเนินงานประเมินพัฒนาการ การด าเนินงานประเมินพัฒนาการขĂงÿถานýึกþานั้น ต้ĂงเปิดโĂกาÿใĀ้ผู้เกี่ยüข้Ăงเข้ามามีÿ่üนร่üมใน การประเมินพัฒนาการและร่üมรับผิดชĂบĂย่างเĀมาะÿมตามบริบทขĂงÿถานýึกþาแต่ละขนาด ดังนี้ ผู้ปฏิบัติบทบาทĀน้าที่ในการประเมินพัฒนาการผู้ÿĂน 1. ýึกþาĀลักÿูตรÿถานýึกþาปฐมüัย และแนüการปฏิบัติการประเมินพัฒนาการตามĀลักÿูตร ÿถานýึกþาปฐมüัย 2. üิเคราะĀ์และüางแผนการประเมินพัฒนาการที่ÿĂดคล้ĂงกับĀน่üยการเรียนรู้/กิจกรรมประจ าüัน/ กิจüัตรประจ าüัน 3. จัดประÿบการณ์ตามĀน่üยการเรียนรู้ ประเมินพัฒนาการ และบันทึกผลการประจ าüัน/กิจüัตร ประจ าüัน
99 4. รüบรüมผลการประเมินพัฒนาการ แปลผลและÿรุปผลการประเมินเมื่Ăÿิ้นภาคเรียนและÿิ้นปี การýึกþา 5. ÿรุปผลการประเมินพัฒนาการระดับชั้นเรียนลงในÿมุดแบบประเมินพัฒนาการผู้เรียนรายบุคคล ระดับปฐมüัย 6. เÿนĂผลการประเมินพัฒนาการต่Ăผู้บริĀารÿถานýึกþา แนüปฏิบัติการประเมินพัฒนาการ การประเมินพัฒนาการเด็กปฐมüัยเป็นกิจกรรมที่ÿĂดแทรกĂยู่ในการจัดประÿบการณ์ทุกขั้นตĂนโดย เริ่มตั้งแต่การประเมินพฤติกรรมขĂงเด็กก่Ăนการจัดประÿบการณ์ การประเมินพฤติกรรมเด็กขณะปฏิบัติ กิจกรรมและการประเมินพฤติกรรมเด็กเมื่Ăÿิ้นÿุดการปฏิบัติกิจกรรม ทั้งนี้ พฤติกรรมการเรียนรู้และ พัฒนาการด้านต่าง ๆ ขĂงเด็กที่ได้รับการประเมินนั้น ต้Ăงเป็นไปตามมาตรฐานคุณลักþณะที่พึงประÿงค์ ตัü บ่งชี้ และÿภาพที่พึงประÿงค์ขĂงĀลักÿูตรÿถานýึกþาระดับปฐมüัยที่ผู้ÿĂนüางแผนและĂĂกแบบไü้ การ ประเมินพัฒนาการจึงเป็นเครื่ĂงมืĂÿ าคัญที่จะช่üยใĀ้การเรียนรู้ขĂงเด็กบรรลุตามเป้าĀมายเพื่Ăน าผลการ ประเมินไปปรับปรุง พัฒนาการจัดประÿบการณ์การเรียนรู้ และใช้เป็นข้Ăมูลÿ าĀรับการพัฒนาเด็กต่Ăไป ÿถานýึกþาคüรมีกระบüนการประเมินพัฒนาการและการจัดการĂย่างเป็นระบบÿรุปผลการประเมิน พัฒนาการที่ตรงตามคüามรู้ คüามÿามารถ ทักþะและพฤติกรรมที่แท้จริงขĂงเด็กÿĂดคล้ĂงตามĀลักการ ประเมินพัฒนาการ รüมทั้งÿะท้Ăนการด าเนินงานการประกันคุณภาพภายในขĂงÿถานýึกþาĂย่างเป็นระบบ และต่Ăเนื่Ăง แนüปฏิบัติการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมüัยขĂงÿถานýึกþา มีดังนี้ 1. Āลักการÿ าคัญ ขĂงการด าเนินการประเมินพัฒนาการตามĀลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย พุทธýักราช 2560 ÿถานýึกþาที่จัดการýึกþาปฐมüัยคüรค านึงถึงĀลักÿ าคัญขĂงการด าเนินงานการประเมิน พัฒนาการตามĀลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย ÿ าĀรับเด็กปฐมüัยĂายุ 3-6 ปี ดังนี้ 1.1) ผู้ÿĂนเป็นผู้รับผิดชĂบการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมüัย โดยเปิดโĂกาÿใĀ้ผู้ที่เกี่ยüข้Ăง มีÿ่üนร่üม 1.2) การประเมินพัฒนาการ มีจุดมุ่งĀมายขĂงการประเมินเพื่Ăพัฒนาคüามก้าüĀน้าขĂงเด็ก และÿรุปผลการประเมินพัฒนาการขĂงเด็ก 1.3) การประเมินพัฒนาการต้ĂงมีคüามÿĂดคล้ĂงและครĂบคลุมมาตรฐานคุณลักþณะที่พึง ประÿงค์ ตัüบ่งชี้ ÿภาพที่พึงประÿงค์แต่ละüัยซึ่งก าĀนดไü้ในĀลักÿูตรÿถานýึกþาปฐมüัย 1.4) การประเมินพัฒนาการเป็นÿ่üนĀนึ่งขĂงกระบüนการจัดประÿบการณ์การเรียนรู้ต้Ăง ด าเนินการด้üยเทคนิคüิธีการที่ĀลากĀลาย เพื่ĂใĀ้ÿามารถประเมินพัฒนาการเด็กได้Ăย่างรĂบด้านÿมดุลทั้ง
100 ด้านร่างกาย Ăารมณ์ จิตใจ ÿังคม และÿติปัญญา รüมทั้งระดับĂายุขĂงเด็ก โดยตั้งĂยู่บนพื้นฐานขĂงคüาม เที่ยงตรง ยุติธรรมและเชื่ĂถืĂได้ 1.5) การประเมินพัฒนาการพิจารณาจากพัฒนาการตามüัยขĂงเด็ก การÿังเกตพฤติกรรม การเรียนรู้และการร่üมกิจกรรม คüบคู่ไปในกระบüนการจัดประÿบการณ์การเรียนรู้ตามคüามเĀมาะÿมขĂงแต่ ละระดับĂายุ และรูปแบบการจัดการýึกþา และต้Ăงด าเนินการประเมินĂย่างต่Ăเนื่Ăง 1.6) การประเมินพัฒนาการต้ĂงเปิดโĂกาÿใĀ้ผู้มีÿ่üนเกี่ยüข้Ăงทุกฝ่ายได้ÿะท้Ăนและ ตรüจÿĂบผลการประเมินพัฒนาการ 1.7) ÿถานýึกþาคüรจัดท าเĂกÿารบันทึกผลการประเมินพัฒนาการขĂงเด็กปฐมüัยใน ระดับชั้นเรียนและระดับÿถานýึกþา เช่น แบบบันทึกการประเมินพัฒนาการตามĀน่üยการจัดประÿบการณ์ ÿมุดบันทึกผลการประเมินพัฒนาการประจ าชั้น เพื่Ăเป็นĀลักฐานการประเมินและรายงานผลพัฒนาการและ ÿมุดรายงานประจ าตัüนักเรียน เพื่Ăเป็นการÿื่Ăÿารข้Ăมูลการพัฒนาการเด็กระĀü่างÿถานýึกþากับบ้าน 2. ขอบเขตของการประเมินพัฒนาการ Āลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย พุทธýักราช 2560 ได้ก าĀนดเป้าĀมายคุณภาพขĂงเด็กปฐมüัยเป็น มาตรฐานคุณลักþณะที่พึงประÿงค์ ซึ่งถืĂเป็นคุณภาพลักþณะที่พึงประÿงค์ที่ต้ĂงการใĀ้เกิดขึ้นตัüเด็กเมื่Ăจบ Āลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย คุณลักþณะที่ระบุไü้ในมาตรฐานคุณลักþณะที่พึงประÿงค์ถืĂเป็นÿิ่งจ าเป็นÿ าĀรับ เด็กทุกคน ดังนั้น ÿถานýึกþาและĀน่üยงานที่เกี่ยüข้ĂงมีĀน้าที่และคüามรับผิดชĂบในการจัดการýึกþาเพื่Ă พัฒนาเด็กใĀ้มีคุณภาพมาตรฐานที่พึงประÿงค์ก าĀนด ถืĂเป็นเครื่ĂงมืĂÿ าคัญในการขับเคลื่Ăนและพัฒนา คุณภาพการýึกþาปฐมüัย แนüคิดดังกล่าüĂยู่บนฐานคüามเชื่Ăที่ü่าเด็กทุกคนÿามารถพัฒนาĂย่างมีคุณภาพ และเท่าเทียมได้ ขĂบเขตขĂงการประเมินพัฒนาการประกĂบด้üย 2.1) ÿิ่งที่จะประเมิน 2.2) üิธีและเครื่ĂงมืĂที่ใช้ในการประเมิน 2.3) เกณฑ์การประเมินพัฒนาการ การประเมินพัฒนาการÿ าĀรับเด็กĂายุ 3-6 ปี มีเป้าĀมายÿ าคัญคืĂ มาตรฐานคุณลักþณะที่พึง ประÿงค์จ านüน 12 ข้Ă ดังนี้ 1. พัฒนาการด้านร่างกาย ประกĂบด้üย 2 มาตรฐาน คืĂ มาตรฐานที่ 1 ร่างกายเจริญเติบโตตามüัยและมีÿุขนิÿัยที่ดี มาตรฐานที่ 2 กล้ามเนื้ĂใĀญ่และกล้ามเนื้Ăเล็กแข็งแรงใช้ได้Ăย่างคล่Ăงแคล่ü และประÿานÿัมพันธ์กัน
101 2. พัฒนาการด้านĂารมณ์ จิตใจ ประกĂบด้üย 3 มาตรฐาน คืĂ มาตรฐานที่ 3 มีÿุขภาพจิตดีและมีคüามÿุข มาตรฐานที่ 4 ชื่นชมและแÿดงĂĂกทางýิลปะ ดนตรี และการเคลื่ĂนไĀü มาตรฐานที่ 5 มีคุณธรรม จริยธรรม และมีจิตใจที่ดีงาม 3. พัฒนาการด้านÿังคม ประกĂบด้üย 3 มาตรฐาน คืĂ มาตรฐานที่ 6 มีทักþะชีüิตและปฏิบัติตนตามĀลักปรัชญาขĂงเýรþฐกิจ พĂเพียง มาตรฐานที่ 7 รักธรรมชาติ ÿิ่งแüดล้Ăม üัฒนธรรม และคüามเป็นไทย มาตรฐานที่ 8 Ăยู่ร่üมกับผู้Ăื่นได้Ăย่างมีคüามÿุขและปฏิบัติตนเป็นÿมาชิกที่ดี ขĂงÿังคมในระบĂบประชาธิปไตย ĂันมีพระมĀากþัตริย์ทรงเป็นประมุข 4. พัฒนาการด้านÿติปัญญา ประกĂบด้üย 4 มาตรฐาน คืĂ มาตรฐานที่ 9 ใช้ภาþาÿื่Ăÿารได้เĀมาะÿมกับüัย มาตรฐานที่ 10 มีคüามÿามารถในการคิดที่เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ มาตรฐานที่ 11 มีจินตนาการและคüามคิดÿร้างÿรรค์ มาตรฐานที่ 12 มีเจตคติที่ดีต่Ăการเรียนรู้และมีคüามÿามารถในการแÿüงĀา คüามรู้ได้เĀมาะÿมกับüัย ÿิ่งที่จะประเมินพัฒนาการของเด็กปฐมüัยแต่ละด้าน มีดังนี้ ด้านร่างกาย ประกĂบด้üย การประเมินการมีน้ าĀนักและÿ่üนÿูงตามเกณฑ์ ÿุขภาพĂนามัย ÿุขนิÿัยที่ ดี การรู้จักรักþาคüามปลĂดภัย การเคลื่ĂนไĀüและการทรงตัü การเล่นและการĂĂกก าลังกาย และการใช้มืĂ Ăย่างคล่Ăงแคล่üประÿานÿัมพันธ์กัน ด้านอารมณ์ จิตใจ ประกĂบด้üย การประเมินคüามÿามารถในการแÿดงĂĂกทางĂารมณ์Ăย่าง เĀมาะÿมกับüัยและÿถานการณ์ คüามรู้ÿึกที่ดีต่ĂตนเĂงและผู้Ăื่น มีคüามรู้ÿึกเĀ็นĂกเĀ็นใจผู้Ăื่น คüามÿนใจ/ คüามÿามารถ/และมีคüามÿุขในการท างานýิลปะ ดนตรี และการเคลื่ĂนไĀü คüามรับผิดชĂบในการท างาน คüามซื่Ăÿัตย์ÿุจริตและรู้ÿึกถูกผิด คüามเมตตากรุณา มีน้ าใจและช่üยเĀลืĂแบ่งปัน ตลĂดจนการประĀยัดĂด ĂĂม และพĂเพียง ด้านÿังคม ประกĂบด้üย การประเมินคüามมีüินัยในตนเĂง การช่üยเĀลืĂตนเĂงในการปฏิบัติกิจüัตร ประจ าüัน การระüังภัยจากคนแปลกĀน้า และÿถานการณ์ที่เÿี่ยงĂันตราย การดูแลรักþาธรรมชาติและ ÿิ่งแüดล้Ăม การมีÿัมมาคารüะและมารยาทตามüัฒนธรรมไทย รักþาคüามเป็นไทย การยĂมรับคüามเĀมืĂน
102 และคüามแตกต่างระĀü่างบุคคล การมีÿัมพันธ์ที่ดีกับผู้Ăื่น การปฏิบัติตนเบื้Ăงต้นในการเป็นÿมาชิกที่ดีขĂง ÿังคมในระบĂบประชาธิปไตยĂันมีพระมĀากþัตริย์ทรงเป็นประมุข ด้านÿติปัญญา ประกĂบด้üย การประเมินคüามÿามารถในการÿนทนาโต้ตĂบและเล่าเรื่ĂงใĀ้ผู้Ăื่น เข้าใจ คüามÿามารถในการĂ่าน เขียนภาพและÿัญลักþณ์ คüามÿามารถในการคิดแก้ปัญĀา คิดเชิงเĀตุผล คิด รüบยĂด การเล่น/การท างานýิลปะ/การแÿดงท่าทาง/เคลื่ĂนไĀüตามจินตนาการและคüามคิดÿร้างÿรรค์ขĂง ตนเĂง การมีเจตคติที่ดีต่Ăการเรียนรู้และคüามÿามารถในการแÿüงĀาคüามรู้ üิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการประเมินพัฒนาการ การประเมินพัฒนาการเด็กแต่ละครั้งคüรใช้üิธีการประเมินĂย่างĀลากĀลายเพื่ĂใĀ้ได้ข้Ăมูลที่ÿมบูรณ์ ที่ÿุด üิธีการที่เĀมาะÿมและนิยมใช้ในการประเมินเด็กปฐมüัยมีด้üยกันĀลายüิธี ดังต่Ăไปนี้ 1. การÿังเกตและการบันทึก การÿังเกตมีĂยู่ 2 แบบคืĂ การÿังเกตĂย่างมีระบบ ได้แก่ การÿังเกต Ăย่างมีจุดมุ่งĀมายที่แน่นĂนตามแผนที่üางไü้ และĂีกแบบĀนึ่งคืĂ การÿังเกตแบบไม่เป็นทางการ เป็นการ ÿังเกตในขณะที่เด็กท ากิจกรรมประจ าüันและเกิดพฤติกรรมที่ไม่คาดคิดü่าจะเกิดขึ้นและผู้ÿĂนจดบันทึกไü้การ ÿังเกตเป็นüิธีการที่ผู้ÿĂนใช้ในการýึกþาพัฒนาการขĂงเด็ก เมื่Ăมีการÿังเกตก็ต้Ăงมีการบันทึก ผู้ÿĂนคüรทราบ ü่าจะบันทึกĂะไรการบันทึกพฤติกรรมมีคüามÿ าคัญĂย่างยิ่งที่ต้Ăงท าĂย่างÿม่ าเÿมĂ เนื่Ăงจากเด็กเจริญเติบโต และเปลี่ยนแปลงĂย่างรüดเร็ü จึงต้Ăงน ามาบันทึกเป็นĀลักฐานไü้Ăย่างชัดเจน การÿังเกตและการบันทึก พัฒนาการเด็กÿามารถใช้แบบง่ายๆคืĂ 1.1) แบบบันทึกพฤติกรรม ใช้บันทึกเĀตุการณ์เฉพาะĂย่างโดยบรรยายพฤติกรรมเด็ก ผู้ บันทึกต้Ăงบันทึกüัน เดืĂน ปีเกิดขĂงเด็ก และüัน เดืĂน ปี ที่ท าการบันทึกแต่ละครั้ง 1.2) การบันทึกรายüัน เป็นการบันทึกเĀตุการณ์ĀรืĂประÿบการณ์ĀรืĂประÿบการณ์ที่ เกิดขึ้นในชั้นเรียนทุกüัน ถ้าĀากบันทึกในรูปแบบขĂงการบรรยายก็มักจะเน้นเฉพาะเด็กรายที่ต้Ăงการýึกþา ข้ĂดีขĂงการบันทึกรายüันคืĂ การชี้ใĀ้เĀ็นคüามÿามารถเฉพาะĂย่างขĂงเด็ก จะช่üยกระตุ้นใĀ้ผู้ÿĂนได้ พิจารณาปัญĀาขĂงเด็กเป็นรายบุคคลช่üยใĀ้ผู้เชี่ยüชาญมีข้Ăมูลมากขึ้นÿ าĀรับüินิจฉัยเด็กü่าÿมคüรจะได้รับ ค าปรึกþาเพื่ĂลดปัญĀาและÿ่งเÿริมพัฒนาการขĂงเด็กได้Ăย่างถูกต้Ăง นĂกจากนั้นยังช่üยชี้ใĀ้เĀ็นข้ĂเÿียขĂง การจัดกิจกรรมและประÿบการณ์ได้เป็นĂย่างดี 1.3) แบบÿ ารüจรายการ ช่üยใĀ้ÿามารถüิเคราะĀ์เด็กแต่ละคนได้ค่Ăนข้างละเĂียด 2. การÿนทนา ÿามารถใช้การÿนทนาได้ทั้งเป็นกลุ่มĀรืĂรายบุคคล เพื่Ăประเมินคüามÿามารถในการ แÿดงคüามคิดเĀ็น และพัฒนาการด้านภาþาขĂงเด็กและบันทึกผลการÿนทนาลงในแบบบันทึกพฤติกรรมĀรืĂ บันทึกรายüัน
103 3. การÿัมภาþณ์ด้üยüิธีพูดคุยกับเด็กเป็นรายบุคคลและคüรจัดในÿภาüะแüดล้ĂมเĀมาะÿมเพื่Ă ไม่ใĀ้เกิดคüามเครียดและüิตกกังüล ผู้ÿĂนคüรใช้ค าถามที่เĀมาะÿมเปิดโĂกาÿใĀ้เด็กได้คิดและตĂบĂย่างĂิÿระ จะท าใĀ้ผู้ÿĂนÿามารถประเมินคüามÿามารถทางÿติปัญญาขĂงเด็กแต่ละคนและค้นพบýักยภาพในตัüเด็กได้ โดยบันทึกข้Ăมูลลงในแบบÿัมภาþณ์ - ก าĀนดüัตถุประÿงค์ขĂงการÿัมภาþณ์ - ก าĀนดค าพูด/ค าถามที่จะพูดกับเด็ก คüรเป็นค าถามที่เด็กÿามารถตĂบโต้ĀลากĀลาย ไม่ ผิด/ถูก การปฏิบัติขณะÿัมภาþณ์ - ผู้ÿĂนคüรÿร้างคüามคุ้นเคยเป็นกันเĂง - ผู้ÿĂนคüรÿร้างÿภาพแüดล้Ăมที่ĂบĂุ่นไม่เคร่งเครียด - ผู้ÿĂนคüรเปิดโĂกาÿเüลาใĀ้เด็กมีโĂกาÿคิดและตĂบค าถามĂย่างĂิÿระ - ระยะเüลาÿัมภาþณ์ไม่คüรเกิน 10-20นาที 4. การรüบรüมผลงานที่แÿดงĂĂกถึงคüามก้าüĀน้าแต่ละด้านขĂงเด็กเป็นรายบุคคล โดยจัดเก็บ รüบรüมไü้ในแฟ้มผลงาน (portfolio) ซึ่งเป็นüิธีรüบรüมและจัดระบบข้Ăมูลต่างๆที่เกี่ยüกับตัüเด็กโดยใช้ เครื่ĂงมืĂต่างๆรüบรüมเĂาไü้Ăย่างมีจุดมุ่งĀมายที่ชัดเจน แÿดงการเปลี่ยนแปลงขĂงพัฒนาการแต่ละด้าน นĂกจากนี้ยังรüมเครื่ĂงมืĂĂื่นๆ เช่น แบบÿĂบถามผู้ปกครĂง แบบÿังเกตพฤติกรรม แบบบันทึกÿุขภาพĂนามัย ฯลฯ เĂาไü้ในแฟ้มผลงาน เพื่Ăผู้ÿĂนจะได้ข้Ăมูลเกี่ยüกับตัüเด็กĂย่างชัดเจนและถูกต้Ăง การเก็บผลงานขĂง เด็กจะไม่ถืĂü่าเป็นการประเมินผลถ้างานแต่ละชิ้นถูกรüบรüมไü้โดยไม่ได้รับการประเมินจากผู้ÿĂนและไม่มี การน าผลมาปรับปรุงพัฒนาเด็กĀรืĂปรับปรุงการÿĂนขĂงผู้ÿĂน ดังนั้นจึงเป็นแต่การÿะÿมผลงานเท่านั้น เช่น แฟ้มผลงานขีดเขียน งานýิลปะ จะเป็นเพียงแค่แฟ้มผลงานที่ไม่มีการประเมิน แฟ้มผลงานนี้จะเป็นเครื่ĂงมืĂ การประเมินต่Ăเนื่Ăงเมื่Ăงานที่ÿะÿมแต่ละชิ้นถูกใช้ในการบ่งบĂกคüามก้าüĀน้า คüามต้ĂงการขĂงเด็ก และ เป็นการเก็บÿะÿมĂย่างต่Ăเนื่Ăงที่ÿร้างÿรรค์โดยผู้ÿĂนและเด็ก ผู้ÿĂนÿามารถใช้แฟ้มÿะÿมผลงานĂย่างมีคุณค่าÿื่Ăÿารกับผู้ปกครĂงเพราะการเก็บผลงานเด็กĂย่าง ต่Ăเนื่Ăงและÿม่ าเÿมĂในแฟ้มผลงานเป็นข้ĂมูลใĀ้ผู้ปกครĂงÿามารถเปรียบเทียบคüามก้าüĀน้าที่ลูกขĂงตนมี เพิ่มขึ้น จากผลงานชิ้นแรกกับชิ้นต่Ăๆมาข้Ăมูลในแฟ้มผลงานประกĂบด้üย ตัüĂย่างผลงานการเขียดเขียน การ Ă่าน และข้ĂมูลบางประการขĂงเด็กที่ผู้ÿĂนเป็นผู้บันทึก เช่นจ านüนเล่มขĂงĀนังÿืĂที่เด็กĂ่าน คüามถี่ขĂงการ เลืĂกĂ่านที่มุมĀนังÿืĂในช่üงเüลาเลืĂกเÿรี การเปลี่ยนแปลงĂารมณ์ ทัýนคติ เป็นต้น ข้ĂมูลเĀล่านี้จะÿะท้Ăน ภาพขĂงคüามงĂกงามในเด็กแต่ละคนได้ชัดเจนกü่าการประเมินโดยการใĀ้เกรด ผู้ÿĂนจะต้Ăงชี้แจงใĀ้ ผู้ปกครĂงทราบถึงที่มาขĂงการเลืĂกชิ้นงานแต่ละชิ้นงานที่ÿะÿมในแฟ้มผลงาน เช่น เป็นชิ้นงานที่ดีที่ÿุดในช่üง
104 ระยะเüลาที่เลืĂกชิ้นงานนั้น เป็นชิ้นงานที่แÿดงคüามต่Ăเนื่ĂงขĂงงานโครงการ ฯลฯ ผู้ÿĂนคüรเชิญผู้ปกครĂง มามีÿ่üนร่üมในการคัดÿรรชิ้นงานที่บรรจุลงในแฟ้มผลงานขĂงเด็ก 5. การประเมินการเจริญเติบโตของเด็ก ตัüชี้ขĂงการเจริญเติบโตในเด็กที่ใช้ทั่üๆไป ได้แก่ น้ าĀนัก ÿ่üนÿูง เÿ้นรĂบýีรþะ ฟัน และการเจริญเติบโตขĂงกระดูก แนüทางประเมินการเจริญเติบโต มีดังนี้ 5.1) การประเมินการเจริญเติบโต โดยการชั่งน้ าĀนักและüัดÿ่üนÿูงเด็กแล้üน าไปเปรียบเทียบ กับเกณฑ์ปกติในกราฟแÿดงน้ าĀนักตามเกณฑ์Ăายุกระทรüงÿาธารณÿุขซึ่งใช้ÿ าĀรับติดตามการเจริญเติบโต โดยรüม üิธีการใช้กราฟมีขั้นตĂน ดังนี้ เมื่Ăชั่งน้ าĀนักเด็กแล้ü น าน้ าĀนักมาจุดเครื่ĂงĀมายกากบาทลงบนกราฟ และĂ่านการ เจริญเติบโตขĂงเด็ก โดยดูเครื่ĂงĀมายกากบาทü่าĂยู่ในแถบÿีใด Ă่านข้Ăคüามบนแถบÿีนั้น ซึ่งแบ่งภาüะ โภชนาการเป็น 3 กลุ่มคืĂ น้ าĀนักที่Ăยู่ในเกณฑ์ปกติ น้ าĀนักมากเกินเกณฑ์น้ าĀนักน้Ăยกü่าเกณฑ์ ข้Ăคüร ระüังÿ าĀรับผู้ปกครĂงและผู้ÿĂนคืĂ คüรดูแลน้ าĀนักเด็กĂย่าใĀ้เบี่ยงเบนĂĂกจากเÿ้นประเมินมิเช่นนั้นเด็กมี โĂกาÿน้ าĀนักมากเกินเกณฑ์ĀรืĂน้ าĀนักน้Ăยกü่าเกณฑ์ได้ ข้Ăคüรค านึงในการประเมินการเจริญเติบโตขĂงเด็ก - เด็กแต่ละคนมีคüามแตกต่างกันในด้านการเจริญเติบโต บางคนรูปร่างĂ้üน บางคนช่üงครึ่ง ĀลังขĂงขüบปีแรก น้ าĀนักเด็กจะขึ้นช้า เนื่ĂงจากĀ่üงเล่นมากขึ้นและคüามĂยากĂาĀารลดลง ร่างใĀญ่ บาง คนร่างเล็ก - ภาüะโภชนาการเป็นตัüÿ าคัญที่เกี่ยüข้ĂงกับขนาดขĂงรูปร่าง แต่ไม่ใช่ÿาเĀตุเดียü - กรรมพันธุ์ เด็กĂาจมีรูปร่างเĀมืĂนพ่Ăแม่คนใดคนĀนึ่ง ถ้าพ่ĂĀรืĂแม่เตี้ย ลูกĂาจเตี้ยและ พüกนี้Ăาจมีน้ าĀนักต่ ากü่าเกณฑ์เฉลี่ยได้และมักจะเป็นเด็กที่ทานĂาĀารได้น้Ăย 5.2) การตรüจÿุขภาพĂนามัย เป็นตัüชี้üัดคุณภาพขĂงเด็ก โดยพิจารณาคüามÿะĂาดÿิ่งปกติ ขĂงร่างกายที่จะÿ่งผลต่Ăการด าเนินชีüิตและการเจริญเติบโตขĂงเด็ก ซึ่งจะประเมินÿุขภาพĂนามัย คืĂ คüาม ÿะĂาดขĂงร่างกายขĂงเÿื้Ăผ้า คüามÿมบูรณ์ขĂงร่างกาย ผมและýีรþะ ตา Āู จมูก ปาก ลิ้น ฟัน เĀงืĂก คĂใบ Āู มืĂและเล็บมืĂ ผิüĀนังและใบĀน้า เกณฑ์การประเมินพัฒนาการ การÿร้างเกณฑ์ĀรืĂพัฒนาเกณฑ์ĀรืĂก าĀนดเกณฑ์การประเมินพัฒนาการขĂงเด็กปฐมüัย ผู้ÿĂนคüร ใĀ้คüามÿนใจในÿ่üนที่เกี่ยüข้Ăง ดังนี้
105 1. การüางแผนการÿังเกตพฤติกรรมขĂงเด็กĂย่างเป็นระบบ เช่น จะÿังเกตเด็กคนใดบ้างในแต่ละüัน ก าĀนดพฤติกรรมที่ÿังเกตใĀ้ชัดเจน จัดท าตารางก าĀนดการÿังเกตเด็กเป็นรายบุคคล รายกลุ่ม ผู้ÿĂนต้Ăง เลืĂกÿรรพฤติกรรมที่ตรงกับระดับพัฒนาการขĂงเด็กคนนั้นจริงๆ 2. ในกรณีที่Ā้Ăงเรียนมีนักเรียนจ านüนมาก ผู้ÿĂนĂาจเลืĂกÿังเกตเฉพาะเด็กที่ท าได้ดีแล้üและเด็กที่ ยังท าไม่ได้ ÿ่üนเด็กปานกลางใĀ้ถืĂü่าท าได้ไปตามกิจกรรม 3. ผู้ÿĂนต้Ăงÿังเกตจากพฤติกรรม ค าพูด การปฏิบัติตามขั้นตĂนในระĀü่างท างาน/กิจกรรม และ คุณภาพขĂงผลงาน/ชิ้นงาน ร่ĂงรĂยที่น ามาใช้พิจารณาตัดÿินผลขĂงการท างานĀรืĂการปฏิบัติ ตัüĂย่างเช่น 1) เüลาที่ใช้ในการท ากิจกรรม/ท างาน ถ้าเด็กไม่ชĂบ ไม่ช านาญจะใช้เüลามาก มีท่าทาง ĂิดĂĂด ไม่กล้า ไม่เต็มใจท างาน 2) คüามต่Ăเนื่Ăง ถ้าเด็กยังมีการĀยุดชะงัก ลังเล ท างานไม่ต่Ăเนื่Ăง แÿดงü่าเด็กยังไม่ช านาญ ĀรืĂยังไม่พร้Ăม 3) คüามÿัมพันธ์ ถ้าการท างาน/ปฏิบัตินั้นๆมีคüามÿัมพันธ์ต่Ăเนื่Ăง ไม่ราบรื่น ท่าทางมืĂและ เท้าไม่ÿัมพันธ์กัน แÿดงü่าเด็กยังไม่ช านาญĀรืĂยังไม่พร้Ăม ท่าที่แÿดงĂĂกจึงไม่ÿง่างาม 4) คüามภูมิใจ ถ้าเด็กยังไม่ชื่นชม ก็จะท างานเพียงใĀ้แล้üเÿร็จĂย่างรüดเร็ü ไม่มีคüามภูมิใจ ในการท างาน ผลงานจึงไม่ประณีต ระดับคุณภาพผลการประเมินพัฒนาการเด็ก การใĀ้ระดับคุณภาพผลการประเมินพัฒนาการขĂงเด็กทั้งในระดับชั้นเรียนและระดับÿถานýึกþา ก าĀนดทิýทางĀรืĂรูปแบบ ระดับคุณภาพผลการประเมินพัฒนาการขĂงเด็กที่ÿะท้Ăนมาตรฐานคุณลักþณะที่ พึงประÿงค์ ตัüบ่งชี้ ÿภาพที่พึงประÿงค์ ĀรืĂพฤติกรรมที่จะประเมิน เป็นระบบที่ใช้ค าÿ าคัญ คืĂ ดีมาก ดี พĂใช้ คüรปรับปรุง และต้Ăงปรับปรุง ก าĀนดระดับคุณภาพขĂงการแÿดงĂĂกในพฤติกรรม เป็น 5 ระดับ ดังนี้ ระดับคุณภาพ ระบบที่ใช้ค าÿ าคัญ ดีมาก พฤติกรรมที่ÿามารถท าได้Ăย่างมั่นคง ÿม่ าเÿมĂ และแÿดงใĀ้เĀ็นคüามก้าüĀน้าĂย่าง ต่Ăเนื่Ăง ดี พฤติกรรมที่ÿามารถท าได้Ăย่างมั่นคง ÿม่ าเÿมĂ พอใช้ พฤติกรรมที่ÿามารถท าได้Ăย่างมั่นคง แต่ไม่ÿม่ าเÿมĂ คüรปรับปรุง พฤติกรรมที่ÿามารถท าได้บางÿ่üน และคüรได้รับการÿ่งเÿริม ต้องปรับปรุง พฤติกรรมที่ÿามารถท าได้บางÿ่üน และต้Ăงได้รับการÿ่งเÿริม
106 การÿรุปผลการประเมินพัฒนาการเด็ก Āลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย พุทธýักราช 2560 ก าĀนดเüลาเรียนÿ าĀรับเด็กปฐมüัยต่Ăปีการýึกþาไม่ น้Ăยกü่า 180 üัน ÿถานýึกþาจึงคüรบริĀารจัดการเüลาที่ได้รับนี้ใĀ้เกิดประโยชน์ÿูงÿุดต่Ăการพัฒนาเด็กĂย่าง รĂบด้านและÿมดุล ผู้ÿĂนคüรมีเüลาในการพัฒนาเด็กและเติมเต็มýักยภาพขĂงเด็ก เพื่ĂใĀ้การจัด ประÿบการณ์การเรียนรู้มีประÿิทธิภาพ ผู้ÿĂนต้ĂงตรüจÿĂบพฤติกรรมที่แÿดงพัฒนาการขĂงเด็กต่Ăเนื่Ăงมี การประเมินซ้ าพฤติกรรมนั้นๆĂย่างน้Ăย 1 ครั้งต่Ăภาคเรียน เพื่Ăยืนยันคüามเชื่Ăมั่นขĂงผลการประเมิน พฤติกรรมนั้นๆ และน าผลไปเป็นข้Ăมูลในการÿรุปการประเมินÿภาพที่พึงประÿงค์ขĂงเด็กในแต่ละÿภาพที่พึง ประÿงค์ น าไปÿรุปการประเมินตัüบ่งชี้และมาตรฐานคุณลักþณะที่พึงประÿงค์ตามล าดับ การเลื่อนชั้นอนุบาลและเกณฑ์การจบการýึกþาระดับปฐมüัย เมื่Ăÿิ้นปีการýึกþา เด็กจะได้รับการเลื่Ăนชั้นโดยเด็กต้Ăงได้รับการประเมินมาตรฐานคุณลักþณะที่พึง ประÿงค์ทั้ง 12 ข้Ă ตามĀลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย เพื่Ăเป็นข้Ăมูลในการÿ่งต่ĂยĂดการพัฒนาใĀ้กับเด็กใน ระดับÿูงขึ้นต่Ăไป และเนื่ĂงจากการýึกþาระดับĂนุบาลเป็นการจัดการýึกþาขั้นพื้นฐานที่ไม่นับเป็นการýึกþา ภาคบังคับ จึงไม่มีการก าĀนดเกณฑ์การจบชั้นĂนุบาล การเทียบĀน่üยการเรียน และเกณฑ์การเรียนซ้ าชั้น และĀากเด็กมีแนüโน้มü่าจะมีปัญĀาต่Ăการเรียนรู้ในระดับที่ÿูงขึ้น ÿถานýึกþาĂาจตั้งคณะกรรมการเพื่Ă พิจารณาปัญĀา และประÿานกับĀน่üยงานที่เกี่ยüข้ĂงในการใĀ้คüามช่üยเĀลืĂ เช่น เจ้าĀน้าที่ÿาธารณÿุข นักจิตüิทยา ฯลฯ เข้าร่üมด าเนินงานแก้ปัญĀาได้ Ăย่างไรก็ตาม ทักþะที่น าไปÿู่คüามพร้Ăมในการเรียนรู้ที่ÿามารถใช้เป็นรĂยเชื่Ăมต่ĂระĀü่างชั้น Ăนุบาลกับชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 ที่คüรพิจารณามีทักþะดังนี้ 1. ทักþะการช่üยเĀลืĂตนเĂง ได้แก่ ใช้Ā้Ăงน้ า Ā้Ăงÿ้üมได้ด้üยตนเĂง แต่งกายได้เĂง เก็บขĂงเข้าที่ เมื่Ăเล่นเÿร็จและช่üยท าคüามÿะĂาด รู้จักร้ĂงขĂใĀ้ช่üยเมื่Ăจ าเป็น 2. ทักþะการใช้กล้ามเนื้ĂใĀญ่ ได้แก่ üิ่งได้Ăย่างราบรื่น üิ่งก้าüกระโดดได้ กระโดดด้üยÿĂงขาพ้นจาก พื้น ถืĂจับ ขü้าง กระดĂนลูกบĂลได้ 3. ทักþะการใช้กล้ามเนื้Ăเล็ก ได้แก่ ใช้มืĂĀยิบจับĂุปกรณ์üาดภาพและเขียน üาดภาพคนมีแขน ขา และÿ่üนต่างๆขĂงร่างกาย ตัดตามรĂยเÿ้นและรูปต่างๆ เขียนตามแบบĂย่างได้ 4. ทักþะภาþาการรู้ĀนังÿืĂได้แก่ พูดใĀ้ผู้Ăื่นเข้าใจได้ ฟังและปฏิบัติตามค าชี้แจงง่ายๆ ฟังเรื่Ăงราü และค าคล้ĂงจĂงต่างๆĂย่างÿนใจ เข้าร่üมฟังÿนทนาĂภิปรายในเรื่Ăงต่างๆ รู้จักผลัดกันพูดโต้ตĂบ เล่าเรื่Ăง
107 และทบทüนเรื่ĂงราüĀรืĂประÿบการณ์ต่างๆ ตามล าดับเĀตุการณ์เล่าเรื่ĂงจากĀนังÿืĂภาพĂย่างเป็นเĀตุเป็น ผล Ă่านĀรืĂจดจ าค าบางค าที่มีคüามĀมายต่ĂตนเĂง เขียนชื่ĂตนเĂงได้ เขียนค าที่มีคüามĀมายต่ĂตนเĂง 5. ทักþะการคิด ได้แก่ แลกเปลี่ยนคüามคิดและใĀ้เĀตุผลได้ จดจ าภาพและüัÿดุที่เĀมืĂนและต่างกัน ได้ ใช้ค าใĀม่ๆในการแÿดงคüามคิด คüามรู้ÿึก ถามและตĂบค าถามเกี่ยüกับเรื่Ăงที่ฟังเปรียบเทียบจ านüนขĂง üัตถุ 2 กลุ่ม โดยใช้ค า “มากกü่า” “น้Ăยกü่า” “เท่ากัน” ĂธิบายเĀตุการณ์/เüลา ตามล าดับĂย่างถูกต้Ăง รู้จัก เชื่Ăมโยงเüลากับกิจüัตรประจ าüัน 6. ทักþะทางÿังคมและĂารมณ์ ได้แก่ ปรับตัüตามÿภาพการณ์ ใช้ค าพูดเพื่Ăแก้ไขข้Ăขัดแย้งนั่งได้นาน 5-10 นาที เพื่Ăฟังเรื่ĂงราüĀรืĂท ากิจกรรม ท างานจนÿ าเร็จ ร่üมมืĂกับคนĂื่นและรู้จักผลัดกันเล่น คüบคุม Ăารมณ์ตนเĂงได้เมื่ĂกังüลĀรืĂตื่นเต้น Āยุดเล่นและท าในÿิ่งที่ผู้ใĀญ่ต้ĂงการใĀ้ท าได้ ภูมิใจในคüามÿ าเร็จขĂง ตนเĂง การรายงานผลการประเมินพัฒนาการ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการเป็นการÿื่ĂÿารใĀ้พ่Ăแม่ ผู้ปกครĂงได้รับทราบคüามก้าüĀน้าใน การเรียนรู้ขĂงเด็กซึ่งÿถานýึกþาต้Ăงÿรุปผลการประเมินพัฒนาการ และจัดท าเĂกÿารรายงานใĀ้ผู้ปกครĂง ทราบเป็นระยะๆ ĀรืĂĂย่างน้Ăยภาคเรียนละ 1 ครั้ง การรายงานผลการประเมินพัฒนาการÿามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพที่แตกต่างไปตามพฤติกรรม ที่แÿดงĂĂกถึงพัฒนาการแต่ละด้าน ที่ÿะท้Ăนมาตรฐานคุณลักþณะที่พึงประÿงค์ทั้ง 12 ข้Ă ตามĀลักÿูตร การýึกþาปฐมüัย จุดมุ่งĀมายการรายงานผลการประเมินพัฒนาการ 1. เพื่ĂใĀ้ผู้เกี่ยüข้Ăง พ่Ă แม่ และผู้ปกครĂงใช้เป็นข้Ăมูลในการปรับปรุงแก้ไข ÿ่งเÿริม และพัฒนาการ เรียนรู้ขĂงเด็ก 2. เพื่ĂใĀ้ผู้ÿĂนใช้เป็นข้Ăมูลในการüางแผนการจัดประÿบการณ์การเรียนรู้ 3. เพื่Ăเป็นข้Ăมูลÿ าĀรับÿถานýึกþา เขตพื้นที่การýึกþา และĀน่üยงานต้นÿังกัดใช้ประกĂบในการ ก าĀนดนโยบายüางแผนในการพัฒนาคุณภาพการýึกþา ข้อมูลในการรายงานผลการประเมินพัฒนาการ 1. ข้Ăมูลระดับชั้นเรียน ประกĂบด้üย เüลาเรียน แบบประเมินพัฒนาการผู้เรียนรายบุคคลระดับ ปฐมüัย แบบบันทึกüิเคราะĀ์ผู้เรียนรายบุคคล และÿารนิทัýน์ที่ÿะท้Ăนการเรียนรู้ขĂงเด็ก เป็นข้Ăมูลÿ าĀรับ
108 รายงานใĀ้ผู้มีÿ่üนเกี่ยüข้Ăง ได้แก่ ผู้บริĀารÿถานýึกþา ผู้ÿĂน และผู้ปกครĂง ได้รับทราบคüามก้าüĀน้า คüามÿ าเร็จในการเรียนรู้ขĂงเด็กเพื่Ăน าไปในการüางแผนก าĀนดเป้าĀมายและüิธีการในการพัฒนาเด็ก 2. ข้Ăมูลระดับÿถานýึกþา ประกĂบด้üย ผลการประเมินมาตรฐานคุณลักþณะที่พึงประÿงค์ทั้ง ๑๒ ข้ĂตามĀลักÿูตร เพื่Ăใช้เป็นข้Ăมูลและÿารÿนเทýในการพัฒนาการจัดประÿบการณ์การเรียนการÿĂนและ คุณภาพขĂงเด็ก ใĀ้เป็นไปตามมาตรฐานคุณลักþณะที่พึงประÿงค์และแจ้งใĀ้ผู้ปกครĂง และผู้เกี่ยüข้Ăงได้รับ ทราบข้Ăมูล โดยผู้มีĀน้าที่รับผิดชĂบแต่ละฝ่ายน าไปปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาเด็กใĀ้เกิดพัฒนาการĂย่าง ถูกต้Ăง เĀมาะÿม รüมทั้งน าไปจัดท าเĂกÿารĀลักฐานแÿดงพัฒนาการขĂงผู้เรียน 3. ข้Ăมูลระดับเขตพื้นที่การýึกþา ได้แก่ ผลการประเมินมาตรฐานคุณลักþณะที่พึงประÿงค์ทั้ง ๑๒ ข้Ă ตามĀลักÿูตรเป็นรายÿถานýึกþา เพื่Ăเป็นข้Ăมูลที่ผู้เกี่ยüข้Ăงใช้üางแผนและด าเนินการพัฒนาคุณภาพ การýึกþาปฐมüัยขĂงÿถานýึกþาในเขตพื้นที่การýึกþา เพื่ĂใĀ้เกิดการยกระดับคุณภาพเด็กและมาตรฐาน การýึกþา ลักþณะข้อมูลÿ าĀรับการรายงานผลการประเมินพัฒนาการ การรายงานผลการประเมินพัฒนาการ ÿถานýึกþาÿามารถเลืĂกลักþณะข้Ăมูลÿ าĀรับการรายงานได้ ĀลายรูปแบบใĀ้เĀมาะÿมกับüิธีการรายงานและÿĂดคล้ĂงกับการใĀ้ระดับผลการประเมินพัฒนาการโดย ค านึงถึงประÿิทธิภาพขĂงการรายงานและการน าข้Ăมูลไปใช้ประโยชน์ขĂงผู้รายงานแต่ละฝ่ายลักþณะข้Ăมูลมี รูปแบบ ดังนี้ รายงานเป็นตัüเลข ĀรืĂค าที่เป็นตัüแทนระดับคุณภาพพัฒนาการขĂงเด็กที่เกิดจากการประมüลผล ÿรุปตัดÿินข้ĂมูลผลการประเมินพัฒนาการขĂงเด็ก ได้แก่ - ระดับผลการประเมินพัฒนาการมี 5 ระดับ คืĂ 5 4 3 2 1 - ผลการประเมินคุณภาพ คืĂ ดีมาก ดี พĂใช้ ปรับปรุง ต้Ăงปรับปรุง ขั้นตอนการประเมินพัฒนาการเด็กปฐมüัย รายละเĂียดการด าเนินงานแต่ละขั้นตĂน มีดังนี้ ขั้นตĂนที่ 1 การüิเคราะĀ์มาตรฐาน ตัüบ่งชี้ และÿภาพที่พึงประÿงค์ตามĀลักÿูตร ÿถานýึกþา โดยน าข้ĂมูลจากการüิเคราะĀ์การเรียนรู้รายปีในĀลักÿูตรÿถานýึกþาปฐมüัยมาตรüจÿĂบคüามถี่ ขĂงตัüบ่งชี้ และÿภาพที่พึงประÿงค์ü่าเกิดขึ้นกับเด็กตามĀน่üยการจัดประÿบการณ์เรียนรู้ใดบ้าง ขั้นตĂนที่ 1.1 การüิเคราะĀ์ÿาระการเรียนรู้รายปีขĂงโรงเรียน
109 ขั้นตĂนที่ 1.2 ตรüจÿĂบคüามถี่เพื่ĂตรüจÿĂบจ านüนครั้งขĂงตัüบ่งชี้ ÿภาพที่พึง ประÿงค์ü่าüางแผนใĀ้เกิดพัฒนาการในĀน่üยการจัดประÿบการณ์การเรียนรู้ใดบ้างจากĀลักÿูตรÿถานýึกþา ขั้นตĂนที่ 2 ก าĀนดÿิ่งที่ประเมินและüิธีการประเมิน โดยก าĀนดÿภาพที่พึงประÿงค์ที่ üิเคราะĀ์ไü้ในขั้นตĂนที่ 1.2 มาก าĀนดจุดประÿงค์การเรียนรู้ในกิจกรรมĀลัก 6 กิจกรรม ขั้นตĂนที่ 2.1 การเขียนĀรืĂก าĀนดจุดประÿงค์การเรียนขĂงĀน่üยการจัด ประÿบการณ์ ขั้นตĂนที่ 2.2 การüางแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ ขั้นตĂนที่ 3 ÿร้างเครื่ĂงมืĂและเกณฑ์การประเมินผู้ÿĂนจะต้Ăงก าĀนดเกณฑ์การประเมิน พัฒนาการเด็กใĀ้ÿĂดคล้Ăงกับพฤติกรรมที่จะประเมินตามแผนการจัดกิจกรรม พร้Ăมท าเกณฑ์การประเมิน และÿรุปผลการประเมิน พร้Ăมจัดท าแบบบันทึกผลĀลังÿĂนประจ าĀน่üยการจัดประÿบการณ์ ขั้นตĂนที่ 4 การด าเนินการเป็นการรüบรüมข้Ăมูล ขั้นตĂนนี้ ผู้ÿĂนที่ท าĀน้าที่เป็นผู้ประเมิน โดยการÿังเกตพฤติกรรมขĂงเด็กรายบุคคล รายกลุ่ม การพูดคุยĀรืĂÿัมภาþณ์เด็ก ĀรืĂการประเมินผลงาน ชิ้นงานขĂงเด็กĂย่างเป็นระบบ ไปพร้Ăม ๆ กับกิจกรรมใĀ้เด็ก เพื่Ăรüบรüมข้ĂมูลพัฒนาการขĂงเด็กทุกคน และบันทึกลงแบบบันทึกผลĀลังÿĂนประจ าĀน่üยการจัดประÿบการณ์ ที่จัดเตรียมไü้ ขั้นตĂนที่ 5 การüิเคราะĀ์ข้Ăมูลและแปลผลเมื่Ăÿิ้นÿุดĀน่üยการจัดประÿบการณ์ ผู้ÿĂนจะ ตรüจÿĂบคüามครบถ้üน ÿมบูรณ์ขĂงผลการประเมินในแบบบันทึกผลการประเมินพัฒนาการขĂงเด็กĀลังการ จัดประÿบการณ์ลงในแบบบันทึกผลĀลังการจัดประÿบการณ์ประจ าĀน่üยการจัดประÿบการณ์ และเก็บÿะÿม เพื่Ăน าได้ÿรุปผลในการตัดÿินพัฒนาการเด็กในภาพรüมเมื่Ăÿิ้นปีการýึกþา โดยผู้ÿĂนจะน าผลการประเมิน พัฒนาÿะÿมที่รüบรüมไü้ทุกĀน่üยการเรียนรู้ มาÿรุปลงในÿมุดบันทึกผลการประเมินพัฒนาการประจ าชั้นและ ÿรุปผลพัฒนาการ ขั้นตĂนที่ 6 การÿรุปรายงานผลและการน าข้Ăมูลไปใช้ ครูประจ าชั้นจะÿรุปผลเพื่Ă พัฒนาการขĂงเด็กปฐมüัยเป็นรายตัüบ่งชี้ รายมาตรฐานและพัฒนาการทั้ง 4 ด้าน และรายงานต่Ăผู้บริĀาร ÿถานýึกþาĂนุมัติผลการตัดÿินและแจ้งคณะกรรมการĂ านüยการ พร้Ăมกับครูประจ าชั้นจะจัดท ารายงานผล การประเมินพัฒนาการขĂงเด็กรายบุคคล ต่Ăผู้ปกครĂงในแบบประเมินพัฒนาการผู้เรียนรายบุคคลระดับ ปฐมüัย
110 การบริĀารจัดการĀลักÿูตร การบริĀารจัดการĀลักÿูตรÿถานýึกþาปฐมüัย การน าĀลักÿูตรการýึกþาปฐมüัยÿู่การปฏิบัติใĀ้เกิดประÿิทธิภาพตามจุดĀมายขĂง Āลักÿูตร ผู้เกี่ยüข้ĂงกับการบริĀารจัดการĀลักÿูตรในระบบÿถานýึกþา ได้แก่ผู้บริĀาร ผู้ÿĂน พ่Ăแม่ ĀรืĂผู้ปกครĂง และชุมชน มีบทบาทÿ าคัญยิ่งต่ĂการพัฒนาคุณภาพขĂงเด็ก 1. บทบาทผู้บริĀารÿถานýึกþาปฐมüัย การจัดการýึกþาแก่เด็กปฐมüัยในระบบÿถานýึกþาใĀ้เกิดประÿิทธิผลÿูงÿุด ผู้บริĀาร ÿถานýึกþาคüรมีบทบาท ดังนี้ 1.1 ýึกþาท าคüามเข้าใจĀลักÿูตรการýึกþาปฐมüัยและมีüิÿัยทัýน์ด้านการจัดการýึกþาปฐมüัย 1.2 คัดเลืĂกบุคลากรที่ท างานกับเด็ก เช่น ผู้ÿĂนพี่เลี้ยง Ăย่างเĀมาะÿมโดยค านึงถึงคุณÿมบัติ ĀลักขĂงบุคลากร ดังนี้ 1.2.1 มีüุฒิทางการýึกþาด้านการĂนุบาลýึกþาการýึกþาปฐมüัยĀรืĂผ่านการĂบรม เกี่ยüกับการจัดการýึกþาปฐมüัย 1.2.2 มีคüามรักเด็ก จิตใจดี มีĂารมณ์ขันและใจเย็น ใĀ้คüามเป็นกันเĂงกับเด็กĂย่างเÿมĂ ภาค 1.2.3 มีบุคลิกขĂงคüามเป็นผู้ÿĂน เข้าใจและยĂมรับธรรมชาติขĂงเด็กตามüัย 1.2.4 พูดจาÿุภาพเรียบร้Ăย ชัดเจนเป็นแบบĂย่างได้ 1.2.5 มีคüามเป็นระเบียบ ÿะĂาด และรู้จักประĀยัด 1.2.6 มีคüามĂดทน ขยัน ซื่Ăÿัตย์ในการปฏิบัติงานในĀน้าที่ และการปฏิบัติต่Ăเด็ก 1.2.7 มีĂารมณ์ร่üมกับเด็ก รู้จักรับฟัง พิจารณาเรื่ĂงราüปัญĀาต่าง ๆ ขĂงเด็กและตัดÿิน ปัญĀาต่าง ๆ Ăย่างมีเĀตุผลด้üยคüามเป็นธรรม 1.2.8 มีÿุขภาพกายและÿุขภาพจิตÿมบูรณ์ 1.3 ÿ่งเÿริมการจัดบริการทางการýึกþาใĀ้เด็กได้เข้าเรียนĂย่างทั่üถึง และเÿมĂภาค และ ปฏิบัติการรับเด็กตามเกณฑ์ที่ก าĀนด 1.4 ÿ่งเÿริมใĀ้ผู้ÿĂนและผู้ที่ปฏิบัติงานกับเด็กพัฒนาตนเĂงมีคüามรู้ก้าüĀน้าĂยู่เÿมĂ 1.5 เป็นผู้น าในการจัดท าĀลักÿูตรÿถานýึกþาโดยร่üมใĀ้คüามเĀ็นชĂบก าĀนดüิÿัยทัýน์ และ คุณลักþณะที่พึงประÿงค์ขĂงเด็กทุกช่üงĂายุ 1.6 ÿร้างคüามร่üมมืĂและประÿานกับบุคลากรทุกฝ่ายในการจัดท าĀลักÿูตรÿถานýึกþา
111 1.7 จัดใĀ้มีข้Ăมูลÿารÿนเทýเกี่ยüกับตัüเด็ก งานüิชาการĀลักÿูตร Ăย่างเป็นระบบและมีการ ประชาÿัมพันธ์Āลักÿูตรÿถานýึกþา 1.8 ÿนับÿนุนการจัดÿภาพแüดล้ĂมตลĂดจนÿื่Ă üัÿดุ Ăุปกรณ์ที่เĂื้ĂĂ านüยต่Ăการเรียนรู้ 1.9 นิเทý ก ากับ ติดตามการใช้Āลักÿูตร โดยจัดใĀ้มีระบบนิเทýภายในĂย่างมีระบบ 1.10 ก ากับติดตามใĀ้มีการประเมินคุณภาพภายในÿถานýึกþาและน าผลจากการประเมินไปใช้ ในการพัฒนาคุณภาพเด็ก 1.11 ก ากับ ติดตาม ใĀ้มีการประเมินการน าĀลักÿูตรไปใช้ เพื่Ăน าผลจากการประเมินมา ปรับปรุงและพัฒนาÿาระขĂงĀลักÿูตรขĂงÿถานýึกþาใĀ้ÿĂดคล้Ăงกับคüามต้ĂงการขĂงเด็ก บริบทÿังคมและ ใĀ้มีคüามทันÿมัย 2. บทบาทผู้ÿอนปฐมüัย การพัฒนาคุณภาพเด็กโดยถืĂü่าเด็กมีคüามÿ าคัญที่ÿุด กระบüนการจัดการýึกþาต้Ăงÿ่งเÿริมใĀ้เด็ก ÿามารถพัฒนาตนตามธรรมชาติÿĂดคล้Ăงกับพัฒนาการและเต็มตามýักยภาพ ดังนั้นผู้ÿĂนจึงมีบทบาทÿ าคัญ ยิ่งที่จะท าใĀ้กระบüนการจัดการเรียนรู้ดังกล่าüบรรลุผลĂย่างมีประÿิทธิภาพ ผู้ÿĂนจึงคüรมีบทบาท / Āน้าที่ ดังนี้ 2.1 บทบาทในฐานะผู้เÿริมÿร้างการเรียนรู้ 2.1.1 จัดประÿบการณ์การเรียนรู้ÿ าĀรับเด็กที่เด็กก าĀนดขึ้นด้üยตัüเด็กเĂงและผู้ÿĂนกับ เด็กร่üมกันก าĀนด โดยเÿริมÿร้างพัฒนาการเด็กใĀ้ครĂบคลุมทุกด้าน 2.1.2 ÿ่งเÿริมใĀ้เด็กใช้ข้Ăมูลแüดล้Ăม ýักยภาพขĂงตัüเด็ก และĀลักทางüิชาการในการ ผลิตกระท า ĀรืĂĀาค าตĂบในÿิ่งที่เด็กเรียนรู้Ăย่างมีเĀตุผล 2.1.3 กระตุ้นใĀ้เด็กร่üมคิด แก้ปัญĀา ค้นคü้าĀาค าตĂบด้üยตนเĂงด้üยüิธีการýึกþาที่ น าไปÿู่การใฝ่รู้ และพัฒนาตนเĂง 2.1.4 จัดÿภาพแüดล้Ăมและÿร้างบรรยากาýการเรียนที่ÿร้างเÿริมใĀ้เด็กท ากิจกรรมได้เต็ม ýักยภาพและคüามแตกต่างขĂงเด็กแต่ละบุคคล 2.1.5 ÿĂดแทรกการĂบรมด้านจริยธรรมและค่านิยมที่พึงประÿงค์ในการจัดการเรียนรู้ และกิจกรรมต่างๆĂย่างÿม่ าเÿมĂ 2.1.6 ใช้กิจกรรมการเล่นเป็นÿื่Ăการเรียนรู้ÿ าĀรับเด็กใĀ้เป็นไปĂย่างมีประÿิทธิภาพ 2.1.7 ใช้ปฏิÿัมพันธ์ที่ดีระĀü่างผู้ÿĂนและเด็กในการด าเนินกิจกรรมการเรียนการÿĂนĂย่าง ÿม่ าเÿมĂ
112 2.1.8 จัดการประเมินผลการเรียนรู้ที่ÿĂดคล้Ăงกับÿภาพจริงและน าผลการประเมินมา ปรับปรุงพัฒนาคุณภาพเด็กเต็มýักยภาพ 2.2 บทบาทในฐานะผู้ดูแลเด็ก 2.2.1 ÿังเกตและÿ่งเÿริมพัฒนาการเด็กทุกด้านทั้งทางด้านร่างกาย Ăารมณ์ จิตใจ ÿังคม และ ÿติปัญญา 2.2.2 ฝึกใĀ้เด็กช่üยเĀลืĂตนเĂงในชีüิตประจ าüัน 2.2.3 ฝึกใĀ้เด็กมีคüามเชื่Ăมั่น มีคüามภูมิใจในตนเĂงและกล้าแÿดงĂĂก 2.2.4 ฝึกการเรียนรู้Āน้าที่ คüามมีüินัย และการมีนิÿัยที่ดี 2.2.5 จ าแนกพฤติกรรมเด็กและÿร้างเÿริมลักþณะนิÿัยและแก้ปัญĀาเฉพาะบุคคล 2.2.6 ประÿานคüามร่üมมืĂระĀü่างÿถานýึกþา บ้าน และชุมชน เพื่ĂใĀ้เด็กได้พัฒนาเต็ม ตามýักยภาพและมีมาตรฐานคุณลักþณะที่พึงประÿงค์ 2.3 บทบาทในฐานะนักพัฒนาเทคโนโลยีการÿอน 2.3.1 น านüัตกรรม เทคโนโลยีทางการÿĂนมาประยุกต์ใช้ใĀ้เĀมาะÿมกับÿภาพบริบทÿังคม ชุมชน และท้Ăงถิ่น 2.3.2 ใช้เทคโนโลยีและแĀล่งเรียนรู้ในชุมชนในการเÿริมÿร้างการเรียนรู้ใĀ้แก่เด็ก 2.3.3 จัดท าüิจัยในชั้นเรียน เพื่Ăน าไปปรับปรุงพัฒนาĀลักÿูตร / กระบüนการเรียนรู้ และ พัฒนาÿื่Ăการเรียนรู้ 2.3.4พัฒนาตนเĂงใĀ้เป็นบุคคลแĀ่งการเรียนรู้ มีคุณลักþณะขĂงผู้ใฝ่รู้มีüิÿัยทัýน์และ ทันÿมัยทันเĀตุการณ์ในยุคขĂงข้Ăมูลข่าüÿาร 2.4 บทบาทในฐานะผู้บริĀารĀลักÿูตร 2.4.1 ท าĀน้าที่üางแผนก าĀนดĀลักÿูตร Āน่üยการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การ ประเมินผลการเรียนรู้ 2.4.2 จัดท าแผนการจัดประÿบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นÿ าคัญ ใĀ้เด็กมีĂิÿระในการเรียนรู้ทั้ง กายและใจ เปิดโĂกาÿใĀ้เด็กเล่น/ท างาน และเรียนรู้ทั้งรายบุคคลและเป็นกลุ่ม 2.4.3 ประเมินผลการใช้Āลักÿูตร เพื่Ăน าผลการประเมินมาปรับปรุงพัฒนาĀลักÿูตรใĀ้ ทันÿมัย ÿĂดคล้Ăงกับคüามต้ĂงการขĂง ผู้เรียน ชุมชน และท้Ăงถิ่น
113 3. บทบาทของพ่อแม่Āรือผู้ปกครองเด็กปฐมüัย การýึกþาระดับปฐมüัยเป็นการýึกþาที่จัดใĀ้แก่เด็กที่ผู้ÿĂนและพ่Ăแม่ĀรืĂผู้ปกครĂงต้Ăงÿื่Ăÿารกัน ตลĂดเüลา เพื่Ăคüามเข้าใจตรงกันและพร้Ăมร่üมมืĂกันในการจัดการýึกþาใĀ้กับเด็ก ดังนั้น พ่Ăแม่ĀรืĂ ผู้ปกครĂงคüรมีบทบาทĀน้าที่ ดังนี้ 3.1 มีÿ่üนร่üมในการก าĀนดแผนพัฒนาÿถานýึกþาและใĀ้คüามเĀ็นชĂบ ก าĀนดแผนการ เรียนรู้ขĂงเด็กร่üมกับผู้ÿĂนและเด็ก 3.2 ÿ่งเÿริมÿนับÿนุนกิจกรรมขĂงÿถานýึกþา และกิจกรรมการเรียนรู้เพื่Ăพัฒนาเด็กตาม ýักยภาพ 3.3 เป็นเครืĂข่ายการเรียนรู้ จัดบรรยากาýภายในบ้านใĀ้เĂื้Ăต่Ăการเรียนรู้ 3.4 ÿนับÿนุนทรัพยากรเพื่ĂการýึกþาตามคüามเĀมาะÿมและจ าเป็น 3.5 Ăบรมเลี้ยงดู เĂาใจใÿ่ใĀ้คüามรัก คüามĂบĂุ่น ÿ่งเÿริมการเรียนรู้และพัฒนาการด้านต่าง ๆ ขĂงเด็ก 3.6 ป้Ăงกันและแก้ไขปัญĀาพฤติกรรมที่ไม่พึงประÿงค์ตลĂดจนÿ่งเÿริมคุณลักþณะที่พึงประÿงค์ โดยประÿานคüามร่üมมืĂกับผู้ÿĂน ผู้เกี่ยüข้Ăง 3.7 เป็นแบบĂย่างที่ดีทั้งในด้านการปฏิบัติตนใĀ้เป็นบุคคลแĀ่งการเรียนรู้และมีคุณธรรมน าไปÿู่ การพัฒนาใĀ้เป็นÿถาบันแĀ่งการเรียนรู้ 3.8 มีÿ่üนร่üมในการประเมินผลการเรียนรู้ขĂงเด็กและในการประเมินการจัดการýึกþาขĂง ÿถานýึกþา 4. บทบาทของชุมชน การปฏิรูปการýึกþา ตามพระราชบัญญัติการýึกþาแĀ่งชาติ พ.ý. 2542 ได้ก าĀนดใĀ้ชุมชนมี บทบาทในการมีÿ่üนร่üมในการจัดการýึกþา โดยใĀ้มีการประÿานคüามร่üมมืĂเพื่Ă ร่üมกันพัฒนาผู้เรียนตาม ýักยภาพ ดังนั้น ชุมชนจึงมีบทบาทในการจัดการýึกþาปฐมüัย ดังนี้ 4.1 มีÿ่üนร่üมในการบริĀารÿถานýึกþา ในบทบาทขĂงคณะกรรมการÿถานýึกþา ÿมาคม / ชมรมผู้ปกครĂง 4.2 มีÿ่üนร่üมในการจัดท าแผนพัฒนาÿถานýึกþาเพื่Ăเป็นแนüทางในการด าเนินการขĂง ÿถานýึกþา 4.3 เป็นýูนย์การเรียนรู้ เครืĂข่ายการเรียนรู้ ใĀ้เด็กได้เรียนรู้และมีประÿบการณ์จาก ÿถานการณ์จริง
114 4.4 ใĀ้การÿนับÿนุนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ขĂงÿถานýึกþา 4.5 ÿ่งเÿริมใĀ้มีการระดมทรัพยากรเพื่Ăการýึกþา ตลĂดจนüิทยากรภายนĂก และภูมิปัญญา ท้Ăงถิ่น เพื่Ăเÿริมÿร้างพัฒนาการขĂงเด็กทุกด้านรüมทั้งÿืบÿานจารีตประเพณีýิลปüัฒนธรรมขĂงท้Ăงถิ่นและ ขĂงชาติ 4.6 ประÿานงานกับĂงค์กรทั้งภาครัฐและเĂกชนเพื่ĂใĀ้ÿถานýึกþาเป็นแĀล่งüิทยาการขĂง ชุมชน และมีÿ่üนในการพัฒนาชุมชนและท้Ăงถิ่น 4.7 มีÿ่üนร่üมในการตรüจÿĂบ และประเมินผลการจัดการýึกþาขĂงÿถานýึกþา ท าĀน้าที่ เÿนĂแนะในการพัฒนาการจัดการýึกþาขĂงÿถานýึกþา
115 การเชื่อมต่อของการýึกþาระดับปฐมüัยกับระดับประถมýึกþาปีที่ 1 การเชื่Ăมต่ĂขĂงการýึกþาระดับปฐมüัยกับระดับประถมýึกþาปีที่ 1 มีคüามÿ าคัญĂย่างยิ่ง บุคลากร ทุกฝ่ายจะต้ĂงใĀ้คüามÿนใจต่Ăการช่üยลดช่Ăงü่างขĂงคüามไม่เข้าใจในการจัดการýึกþาทั้งÿĂงระดับ ซึ่งจะ ÿ่งผลต่ĂการจัดการเรียนการÿĂน ตัüเด็ก ครู พ่Ăแม่ ผู้ปกครĂง และบุคลากรทางการýึกþาĂื่นๆทั้งระบบ การ เชื่Ăมต่ĂขĂงการýึกþาระดับปฐมüัยกับระดับประถมýึกþาปีที่ 1 จะประÿบผลÿ าเร็จได้ต้Ăงด าเนินการ ดังต่Ăไปนี้ 1. ผู้บริĀารÿถานýึกþา ผู้บริĀารÿถานýึกþาเป็นบุคคลÿ าคัญที่มีบทบาทเป็นผู้น าในการเชื่Ăมต่ĂโดยเฉพาะระĀü่างĀลักÿูตรการýึกþา ปฐมüัยในช่üงĂายุ 3 - 6 ปี กับĀลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐานในชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 โดยต้Ăงýึกþา Āลักÿูตรทั้งÿĂงระดับ เพื่Ăท าคüามเข้าใจ จัดระบบการบริĀารงานด้านüิชาการที่จะเĂื้Ăต่Ăการเชื่Ăมโยง การýึกþาโดยการจัดกิจกรรมเพื่Ăเชื่Ăมต่Ăการýึกþา ดังตัüĂย่างกิจกรรมต่Ăไปนี้ 1.1 จัดประชมครูระดับปฐมüัยและครูระดับประถมýึกþาร่üมกันÿร้างรĂยเชื่Ăมต่ĂขĂงĀลักÿูตร ทั้งÿĂงระดับใĀ้เป็นแนüปฏิบัติขĂงÿถานýึกþาเพื่Ăครูทั้งÿĂงระดับจะได้เตรียมการÿĂนใĀ้ÿĂดคล้Ăงกับเด็กüัย นี้ 1.2 จัดĀาเĂกÿารด้านĀลักÿูตรและเĂกÿารทางüิชาการขĂงทั้งÿĂงระดับมาไü้ใĀ้ครูและบุคลากร Ăื่นๆ ได้ýึกþาท าคüามเข้าใจ Ăย่างÿะดüกและเพียงพĂ 1.3 จัดกิจกรรมใĀ้ครูทั้งÿĂงระดับมีโĂกาÿแลกเปลี่ยนเผยแพร่คüามรู้ใĀม่ๆ ที่ได้รับจากการ Ăบรม ดูงาน ซึ่งไม่คüรจัดใĀ้เฉพาะครูในระดับเดียüกันเท่านั้น 1.4 จัดเĂกÿารเผยแพร่ตลĂดจนกิจกรรมÿัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ ระĀü่างÿถานýึกþา พ่Ăแม่ ผู้ปกครĂงและบุคลากรทางการýึกþาĂย่างÿม่ าเÿมĂ 1.5 จัดใĀ้มีการพบปะ ĀรืĂการท ากิจกรรมร่üมกับพ่Ăแม่ ผู้ปกครĂงĂย่างÿม่ าเÿมĂต่Ăเนื่Ăง ใน ระĀü่างที่เด็กĂยู่ในระดับปฐมüัย เพื่Ăพ่Ăแม่ ผู้ปกครĂง จะได้ÿร้างคüามเข้าใจและÿนับÿนุนการเรียน การÿĂน ขĂงบุตรĀลานตนได้Ăย่างถูกต้Ăง 1.6 จัดกิจกรรมใĀ้ครูทั้งÿĂงระดับได้ท ากิจกรรมร่üมกันกับพ่Ăแม่ ผู้ปกครĂงและเด็กในบาง โĂกาÿ 1.7 จัดกิจกรรมปฐมนิเทýพ่Ăแม่ ผู้ปกครĂงĂย่างน้Ăย 2 ครั้ง คืĂ ก่Ăนเด็กเข้าเรียนระดับปฐมüัย ýึกþาและก่Ăนเด็กจะเลื่Ăนขึ้นชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 เพื่ĂใĀ้พ่Ăแม่ ผู้ปกครĂงเข้าใจ การýึกþาทั้งÿĂงระดับ และใĀ้คüามร่üมมืĂในการช่üยเด็กใĀ้ÿามารถปรับตัüเข้ากับÿภาพแüดล้ĂมใĀม่ได้ดี
116 2. ครูผู้ÿอนระดับปฐมüัย ครูผู้ÿĂนระดับปฐมüัย นĂกจากจะต้Ăงýึกþาท าคüามเข้าใจĀลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย และจัด กิจกรรมพัฒนาเด็กขĂงตนแล้ü คüรýึกþาĀลักÿูตรการýึกþาขั้นพื้นฐาน การจัดการเรียนการÿĂนในชั้น ประถมýึกþาปีที่ 1 และÿร้างคüามเข้าใจใĀ้กับพ่Ăแม่ ผู้ปกครĂงและบุคลากรĂื่นๆ รüมทั้งช่üยเĀลืĂเด็กในการ ปรับตัüก่Ăนเลื่Ăนขึ้นชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 โดยครูจัดกิจกรรมดังตัüĂย่างต่Ăไปนี้ 2.1 เก็บรüบรüมข้Ăมูลเกี่ยüกับตัüเด็กเป็นรายบุคคลเพื่Ăÿ่งต่Ăครูชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 ซึ่งจะท า ใĀ้ครูระดับประถมýึกþาÿามารถใช้ข้Ăมูลนั้นช่üยเĀลืĂเด็กในการปรับตัüเข้ากับการเรียนรู้ใĀม่ต่Ăไป 2.2 พูดคุยกับเด็กถึงประÿบการณ์ที่ดีๆ เกี่ยüกับการจัดการเรียนรู้ในระดับชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 เพื่ĂใĀ้เด็กเกิดเจตคติที่ดีต่Ăการเรียนรู้ 2.3 จัดใĀ้เด็กได้มีโĂกาÿท าคüามรู้จักกับครูตลĂดจนÿภาพแüดล้Ăม บรรยากาýขĂงĀ้Ăงเรียนชั้น ประถมýึกþาปีที่ 1 ทั้งที่Ăยู่ในÿถานýึกþาเดียüกันĀรืĂÿถานýึกþาĂื่น 2.4 น าเด็กไปดูÿถานที่แüดล้ĂมตามÿภาพจริงขĂงระดับชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 2.5 น าเด็กÿังเกตการและร่üมเรียนรู้การเรียนการÿĂนขĂงระดับชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 2.6 ครูผู้ÿĂนระดับปฐมüัยได้จัดกิจกรรมเÿริมทักþะทางด้านภาþา ทักþะกระบüนการ üิทยาýาÿตร์ และ ทักþะกระบüนการคณิตýาÿตร์ดังตารางต่Ăไปนี้ 2.6.1) ด้านทักþะทางด้านภาþา ทักþะกระบüนการüิทยาýาÿตร์ และ ทักþะ กระบüนการคณิตýาÿตร์ตัüĂย่างการüิเคราะĀ์การเชื่Ăมโยง Āลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย พุทธýักราช 2560 (ÿ าĀรับเด็กอายุ 3 – 6 ปี) Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ý.2560) มาตรฐานที่ 9 ใช้ภาþาÿื่Ăÿารได้ เĀมาะÿมกับüัย ตัüบ่งชี้ที่ 9.1 ÿนทนาโต้ตĂบและเล่าเรื่ĂงใĀ้ผู้Ăื่น เข้าใจ ÿภาพที่พึงประÿงค์ 9.1.1 ฟังผู้Ăื่นพูดจนจบ และÿนทนาโต้ตĂบĂย่าง ต่Ăเนื่Ăง เชื่Ăมโยง กับเรื่Ăงที่ฟัง 9.1.2 เล่าเป็นเรื่Ăงราüที่ต่Ăเนื่Ăง กลุ่มÿาระการเรียนรู้ภาþาไทย ÿาระที่ 1 การĂ่าน มาตรฐาน ท 1.1 ใช้กระบüนการĂ่านÿร้างคüามรู้และคüามคิด เพื่Ă น าไปตัดÿินใจแก้ปัญĀา ในการด าเนินชีüิตและมี นิÿัยรักการĂ่าน ตัüชี้üัดชั้นปี ป.1
117 Āลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย พุทธýักราช 2560 (ÿ าĀรับเด็กอายุ 3 – 6 ปี) Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ý.2560) ตัüบ่งชี้ที่ 9.2 Ă่าน เขียนภาพและÿัญลักþณ์ได้ ÿภาพที่พึงประÿงค์ 9.2.1 Ă่านภาพ ÿัญลักþณ์ ค า ด้üยการชี้ĀรืĂ กüาดตามĂงจุดเริ่มต้นและจุดจบขĂงข้Ăคüาม 9.2.2 เขียนชื่ĂขĂงตนเĂงตามแบบ เขียนข้Ăคüาม ด้üยüิธีที่คิดขึ้นเĂง 1. Ă่านĂĂกเÿียงค า ค าคล้ĂงจĂงและข้Ăคüาม ÿั้นๆ 2. บĂกคüามĀมายขĂงค าและข้Ăคüามที่Ă่าน 3. ตĂบค าถามเกี่ยüกับเรื่Ăงที่Ă่าน 4. เล่าเรื่Ăงย่Ăจากเรื่Ăงที่Ă่าน 5. คาดคะเนจากเรื่Ăงที่Ă่าน 6. Ă่านĀนังÿืĂตามคüามÿนใจĂย่างÿม่ าเÿมĂ และน าเÿนĂเรื่Ăงที่Ă่าน 7. บĂกคüามĀมายขĂงเครื่ĂงĀมาย ĀรืĂ ÿัญลักþณ์ที่มักพบเĀ็นในชีüิตประจ าüัน 8. มีมารยาทในการĂ่าน ÿาระที่ 2 การเขียน มาตรฐาน ท 2.1 ใช้กระบüนการเขียนÿื่Ăÿาร เขียนเรียงคüาม ยĂ คüาม และเขียนเรื่Ăงราüในรูปแบบต่างๆ เขียน รายงาน ข้Ăมูลÿารÿนเทý และรายงานการýึกþา ค้นคü้าĂย่างมีประÿิทธิภาพ ตัüชี้üัดชั้นปี ป.1 1. คัดลายมืĂด้üยตัüบรรจงเต็มบรรทัด ๒. เขียนÿื่Ăÿารด้üยค าและประโยคง่ายๆ 3. มีมารยาทในการเขียน ÿาระที่3 การฟัง การดู และการพูด มาตรฐาน ท 3.1 ÿามารถเลืĂกฟังและดูĂย่างมี
118 Āลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย พุทธýักราช 2560 (ÿ าĀรับเด็กอายุ 3 – 6 ปี) Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ý.2560) üิจารณญาณ และพูด แÿดงคüามรู้ คüามคิด และ คüามรู้ÿึกในโĂกาÿต่างๆ Ăย่างมีüิจารณญาณ และ ÿร้างÿรรค์ ตัüชี้üัดชั้นปี ป.1 1. ฟังค าแนะน า ค าÿั่งง่ายๆ และปฏิบัติตาม 2. ตĂบค าถามและเล่าเรื่Ăงที่ฟังและดูทั้งที่เป็น คüามรู้และคüามบันเทิง 3. พูดแÿดงคüามคิดเĀ็นและคüามรู้ÿึกจากเรื่Ăงที่ ฟังและดู 4. พูดÿื่Ăÿารได้ตามüัตถุประÿงค์ 5. มีมารยาทในการฟัง การดู และการพูด 1.1.2 ด้านทักþะคณิตÿาÿตร์และüิทยาýาÿตร์ตัüĂย่างการüิเคราะĀ์การเชื่Ăมโยง Āลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย พุทธýักราช 2560(ÿ าĀรับเด็กอายุ 3 – 6ปี) Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2553 (ฉบับปรับปรุง พ.ý.2560) กลุ่มÿาระการเรียนรู้ คณิตýาÿตร์ กลุ่มÿาระการเรียนรู้ üิทยาýาÿตร์ มาตรฐานที่ 10 มีคüามÿามารถในการคิดที่เป็น พื้นฐานในการเรียนรู้ ตัüบ่งชี้ที่ 10.1 มีคüามÿามารถในการคิดรüบยĂด ÿภาพที่พึงประÿงค์ 10.1.1 บĂกลักþณะÿ่üนประกĂบ การ เปลี่ยนแปลงĀรืĂคüามÿัมพันธ์ขĂงÿิ่งต่างๆ จากการ ÿังเกตโดยใช้ประÿาทÿัมผัÿ ÿาระที่1 จ านüนและ พีชคณิต มาตรฐาน ค 2.2 ป.1/1 จ าแนกรูป ÿามเĀลี่ยม รูปÿี่เĀลี่ยม üงกลม üงรี ทรงÿี่เĀลี่ยม ÿาระที่1 üิทยาýาÿตร์ชีüภาพ มาตรฐาน ü1.1 ตัüชี้üัดชั้นปี ป.1/1 ระบุชื่Ăพืช และÿัตü์ที่ĂาýัยĂยู่
119 Āลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย พุทธýักราช 2560(ÿ าĀรับเด็กอายุ 3 – 6ปี) Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2553 (ฉบับปรับปรุง พ.ý.2560) กลุ่มÿาระการเรียนรู้ คณิตýาÿตร์ กลุ่มÿาระการเรียนรู้ üิทยาýาÿตร์ 10.1.2 จับคู่และเปรียบเทียบคüามแตกต่างและ คüามเĀมืĂนขĂงÿิ่งต่างๆ โดยใช้ลักþณะที่ÿังเกตพบ 2 ลักþณะขึ้นไป 10.1.3 จ าแนกและจัดกลุ่มÿิ่งต่างๆ โดยใช้ตั้งแต่ 2 ลักþณะขึ้นไปเป็นเกณฑ์ 10.1.4 เรียงล าดับÿิ่งขĂงและเĀตุการณ์Ăย่างน้Ăย 5ล าดับ ตัüบ่งชี้ที่10.2 มีคüามÿามารถในการคิดเชิงเĀตุผล ÿภาพที่พึงประÿงค์ 10.2.1 Ăธิบายเชื่ĂมโยงÿาเĀตุและผลที่เกิดขึ้นใน เĀตุการณ์ĀรืĂการกระท าด้üยตนเĂง 10.2.2 คาดคะเนÿิ่งที่Ăาจจะเกิดขึ้น และมีÿ่üนร่üม ในการลงคüามเĀ็นจากข้ĂมูลĂย่างมีเĀตุผล ตัüบ่งชี้ที่ 10.3 มีคüามÿามารถในการคิดแก้ปัญĀา และตัดÿินใจ ÿภาพที่พึงประÿงค์ 10.3.1 ตัดÿินใจในเรื่Ăงง่ายๆ และยĂมรับผลที่ เกิดขึ้น 10.3.2 ระบุปัญĀา ÿร้างทางเลืĂก และเลืĂกüิธี แก้ปัญĀา มุมฉาก ไม่เกินทรงกลม ทรงกระบĂก และกรüย มาตรฐาน ค 1.1 ป.1/3 เรียงล าดับจ านüน นับไม่เกิน 100และ 0ตั้งแต่ 3 ถึง 5 จ านüน บริเüณต่างๆ ที่ได้ จากการÿ ารüจ ป.1/2 บĂก ÿภาพแüดล้Ăมที่ เĀมาะÿมในบริเüณที่ พืชและÿัตü์ Ăาýัย Ăยู่ในบริเüณที่ÿ ารüจ มาตรฐาน ü 2.1 ป.1/2 ระบุชนิด ขĂงüัÿดุ และจัด กลุ่มüัÿดุตามÿมบัติที่ ÿังเกตได้ มาตรฐาน ü 3.1 ป.1/2 Ăธิบาย ÿาเĀตุที่มĂงไม่เĀ็น ดาüÿ่üนใĀญ่ในเüลา กลางüันจาก Āลักฐานเชิง ประจักþ์ มาตรฐาน ü.8.2 ป.1/1 แก้ปัญĀา Ăย่างง่ายโดยใช้ การ
120 Āลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย พุทธýักราช 2560(ÿ าĀรับเด็กอายุ 3 – 6ปี) Āลักÿูตรแกนกลางการýึกþาขั้นพื้นฐาน พุทธýักราช 2553 (ฉบับปรับปรุง พ.ý.2560) กลุ่มÿาระการเรียนรู้ คณิตýาÿตร์ กลุ่มÿาระการเรียนรู้ üิทยาýาÿตร์ ลĂงผิด ลĂงถูก การ เปรียบเทียบ ป.1/2 แÿดงล าดับ ขั้นตĂนการท างาน ĀรืĂการแก้ปัญĀา Ăย่างง่ายโดยใช้ภาพ ÿัญลักþณ์ ĀรืĂ ข้Ăคüาม 3. ครูระดับประถมýึกþา ครูระดับประถมýึกþาต้Ăงมีคüามรู้ คüามเข้าใจในพัฒนาการเด็กปฐมüัยและมีเจตคติที่ดีต่Ăการจัด ประÿบการณ์ตามĀลักÿูตรการýึกþาปฐมüัยเพื่Ăน ามาเป็นข้Ăมูลในการพัฒนาจัดการเรียนรู้ในระดับชั้น ประถมýึกþาปีที่ 1 ขĂงตนใĀ้ต่Ăเนื่Ăงกับการพัฒนาเด็กในระดับปฐมüัย ดังตัüĂย่าง ต่Ăไปนี้ 3.1 จัดกิจกรรมใĀ้เด็ก พ่Ăแม่ และผู้ปกครĂง มีโĂกาÿได้ท าคüามรู้จักคุ้นเคยกับครูและĀ้Ăงเรียน ชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 ก่Ăนเปิดภาคเรียน 3.2 จัดÿภาพĀ้ĂงเรียนใĀ้ใกล้เคียงกับĀ้Ăงเรียนระดับปฐมüัย โดยจัดใĀ้มีมุมประÿบการณ์ภายใน Ā้Ăงเพื่ĂใĀ้เด็กได้มีโĂกาÿท ากิจกรรมได้Ăย่างĂิÿระเช่น มุมĀนังÿืĂ มุมขĂงเล่น มุมเกมการýึกþา เพื่Ăช่üยใĀ้ เด็กชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 ได้ปรับตัüและเรียนรู้จากการปฏิบัติจริง 3.3 จัดกิจกรรมร่üมกันกับเด็กในการÿร้างข้Ăตกลงเกี่ยüกับการปฏิบัติตน 3.4 เผยแพร่ข่าüÿารด้านการเรียนรู้และÿร้างคüามÿัมพันธ์ที่ดีกับเด็ก พ่Ăแม่ ผู้ปกครĂง และ ชุมชน 4. พ่อแม่ ผู้ปกครองและบุคลากรทางการýึกþา พ่Ăแม่ผู้ปกครĂง และบุคลากรทางการýึกþาต้Ăงท าคüามเข้าใจĀลักÿูตรขĂงการýึกþาทั้งÿĂงระดับ และเข้าใจü่าถึงแม้เด็กจะĂยู่ในระดับประถมýึกþาแล้üแต่เด็กยังต้ĂงการคüามรักคüามเĂาใจใÿ่ การดูแลและ
121 การปฏิÿัมพันธ์ที่ไม่ได้แตกต่างไปจากระดับปฐมüัย และคüรใĀ้คüามร่üมมืĂกับครูและÿถานýึกþาในการช่üย เตรียมตัüเด็ก เพื่ĂใĀ้เด็กÿามารถปรับตัüได้เร็üยิ่งขึ้น แผนการปฏิบัติงาน 1. เดืĂนเมþายน เตรียมคüามพร้Ăมเพื่Ăเข้าÿู่ชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 2. ครูผู้ÿĂนระดับชั้นĂนุบาล3 และ ครูผู้ÿĂนระดับชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 ประชุม / ปรึกþา เพื่Ăรับ Āลักการการเตรียมคüามพร้Ăม 3. เตรียมคüามพร้ĂมใĀ้กับนักเรียนถึงเรื่Ăงการเข้าไปÿู่ชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 ในด้านที่มีประÿบการณ์ ที่ÿนุกÿนาน และ ÿร้างเจตคติที่ดีต่Ăเด็ก 4. จัดใĀ้เด็กได้เรียนรู้ÿภาพแüดล้Ăมในระดับชั้นประถมýึกþาปีที่1 และÿร้างคüามคุ้นเคยกับครู ระดับชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 5. จัดÿื่Ă Ăุปกรณ์ ที่เĀมาะÿมกับüัยที่ÿ่งเÿริม เพื่Ăจะได้เรียนรู้ประÿบการณ์พื้นฐานในการเข้าÿู่ ระดับชั้นประถมýึกþาปีที่ 1 การก ากับ ติดตาม ประเมิน และรายงาน การจัดÿถานýึกþาปฐมüัยมีลักการÿ าคัญในการใĀ้ÿังคม ชุมชน มีÿ่üนร่üมในการจัดการýึกþาและ กระจายĂ านาจการýึกþาลงไปยังท้Ăงถิ่นโดยตรง โดยเฉพาะÿถานýึกþาĀรืĂÿถานพัฒนาเด็กปฐมüัย ซึ่งเป็น ผู้จัดการýึกþาในระดับนี้ ดังนั้น เพื่ĂใĀ้ผลผลิตทางการýึกþาปฐมüัยมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณลักþณะที่พึง ประÿงค์และÿĂดคล้Ăงกับคüามต้ĂงการขĂงชุมชนและÿังคมจ าเป็นต้Ăงมีระบบการก ากับ ติดตาม ประเมิน และรายงานที่มีประÿิทธิภาพ เพื่ĂใĀ้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่มีÿ่üนร่üมรับผิดชĂบในการจัดการýึกþา เĀ็น คüามก้าüĀน้า ปัญĀา Ăุปÿรรค ตลĂดจนการใĀ้คüามร่üมมืĂช่üยเĀลืĂ ÿ่งเÿริม ÿนับÿนุน การüางแผน และ ด าเนินงานการจัดการýึกþาปฐมüัยใĀ้มีคุณภาพĂย่างแท้จริง การก ากับ ติดตาม ประเมินและรายงานผลการจัดการýึกþาปฐมüัยเป็นÿ่üนĀนึ่งขĂงกระบüนการ บริĀารการýึกþาและระบบการประกันคุณภาพที่ต้Ăงด าเนินการĂย่างต่Ăเนื่Ăง เพื่Ăน าไปÿู่การพัฒนาคุณภาพ และมาตรฐานการýึกþาปฐมüัย ÿร้างคüามมั่นใจใĀ้ผู้เกี่ยüข้Ăง โดยต้Ăงมีการด าเนินการที่เป็นระบบเครืĂข่าย ครĂบคลุมทั้งĀน่üยงานภายในและภายนĂกตั้งแต่ระดับชาติ เขตพื้นที่ทุกระดับละทุกĂาชีพ การก ากับดูแล ประเมินผลต้ĂงมีการรายงานผลจากทุกระดับใĀ้ทุกฝ่ายรüมทั้งประชาชนทั่üไปทราบ เพื่Ăน าข้Ăมูลจากรายงาน ผลมาจัดท าแผนพัฒนาคุณภาพการýึกþาขĂงÿถานýึกþาĀรืĂÿถานพัฒนาเด็กปฐมüัยต่Ăไป
122 แผนปฏิบัติการติดตามและรายงานผลการจัดการýึกþาปฐมüัย 1. ÿิ้นปีการýึกþามีการประชุม ÿรุป รายงานผลการจัดการýึกþาปฐมüัยแต่ละระดับชั้น เพื่Ăüางแผน พัฒนาĀลักÿูตร เพื่Ăใช้ในปีการýึกþาต่Ăไป 2. มีการüิเคราะĀ์Āลักÿูตรการจัดการýึกþาปฐมüัย ทุกปีการýึกþา 3. มีการรายงานผลการจัดการýึกþาปฐมüัยต่ĂคณะกรรมการĂ านüยการ 4. มีการรายงานผลการจัดการýึกþาปฐมüัยต่Ăผู้ปกครĂงนักเรียน ทุกปีการýึกþา
123 เอกÿารอ้างอิง กระทรüงýึกþาธิการ, Āลักÿูตรการýึกþาปฐมüัย พุทธýักราช 2560. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมĀานคร : ÿ านัก üิชาการและมาตรฐานการýึกþา ÿ านักคณะกรรมการการýึกþาขั้น พื้นฐาน กระทรüงýึกþาธิการ. กระทรüงýึกþาธิการ, ÿถาบันÿ่งเÿริมการÿĂนüิทยาýาÿตร์และเทคโนโลยี(ÿÿüท.) (2558). ความรู้ เบื้องต้นสะเต็ม. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมĀานคร: ÿกÿค.ลาดพร้าü. ……………. (2558). คู่มือกิจกรรมสะเต็ม:ระดับประถมศึกษาปีที่ 1-3. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมĀานคร: ÿกÿค.ลาดพร้าü. การจัดการเรียนรู้STEMในระดับปฐมüัย. (พิมพ์ครั้งที่ 1). กรุงเทพมĀานคร: นานมีบุ๊คพับลิเคชั้นÿ์.
124 ภาคผนüก
125 ทฤþฎีที่ใช้ในการจัดการเรียนรู้ 1. Āลักปรัชญาเýรþฐกิจพอเพียง พระราชด าริü่าด้üยเýรþฐกิจพอเพียง “เýรþฐกิจพĂเพียง” เป็นแนüพระราชด าริในพระบาทÿมเด็จพระเจ้าĂยู่Āัü ที่พระราชทานมานาน กü่า ๓๐ ปีเป็นแนüคิดที่ตั้งอยู่บนรากฐานของüัฒนธรรมไทย เป็นแนüทางการพัฒนาที่ตั้งบนพื้นฐานขĂง ทางÿายกลาง และคüามไม่ประมาท ค านึงถึงคüามพĂประมาณ คüามมีเĀตุผล การÿร้างภูมิคุ้มกันในตัüเĂง ตลĂดจนใช้คüามรู้และคุณธรรม เป็นพื้นฐานในการด ารงชีüิต ที่ÿ าคัญจะต้Ăงมี“ÿติ ปัญญา และคüาม เพียร” ซึ่งจะน าไปÿู่“คüามÿุข” ในการด าเนินชีüิตĂย่างแท้จริง “เýรþฐกิจพĂเพียง” เป็นปรัชญาที่พระบาทÿมเด็จพระเจ้าĂยู่Āัüพระราชทานพระราชด าริชี้แนะ แนüทาง การด าเนินชีüิตแก่พÿกนิกรชาüไทยมาโดยตลĂดนานกü่า ๒๕ ปี ตั้งแต่ก่Ăนเกิดüิกฤตการณ์ทาง เýรþฐกิจ และเมื่ĂภายĀลังได้ทรงเน้นย้ าแนüทางการแก้ไขเพื่ĂใĀ้รĂดพ้น และÿามารถด ารงĂยู่ได้Ăย่างมั่นคง และยั่งยืนภายใต้กระแÿโลกาภิüัตน์และคüามเปลี่ยนแปลงต่างๆ
126 คüามĀมายของเýรþฐกิจพอเพียง จึงประกอบด้üยคุณÿมบัติดังนี้ 1. คüามพĂประมาณ Āมายถึง คüามพĂดีที่ไม่น้Ăยเกินไปและไม่มากเกินไป โดยไม่เบียดเบียนตนเĂง และผู้Ăื่น เช่น การผลิตและการบริโภคที่Ăยู่ในระดับพĂประมาณ 2. คüามมีเĀตุผล Āมายถึง การตัดÿินใจเกี่ยüกับระดับคüามพĂเพียงนั้น จะต้Ăงเป็นไปĂย่างมีเĀตุผล โดยพิจารณาจากเĀตุปัจจัยที่เกี่ยüข้Ăง ตลĂดจนค านึงถึงผลที่คาดü่าจะเกิดขึ้นจากการกระท านั้นๆ Ăย่าง รĂบคĂบ 3. ภูมิคุ้มกัน Āมายถึง การเตรียมตัüใĀ้พร้Ăมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงด้านต่างๆ ที่จะ เกิดขึ้น โดยค านึงถึงคüามเป็นไปได้ขĂงÿถานการณ์ต่างๆ ที่คาดü่าจะเกิดขึ้นในĂนาคตโดยมีในระดับพĂเพียง 2 ประการ ดังนี้ 1. เงื่Ăนไขคüามรู้ประกĂบด้üย คüามรĂบรู้เกี่ยüกับüิชาการต่างๆ ที่เกี่ยüข้ĂงรĂบด้าน คüาม รĂบคĂบที่จะน าคüามรู้เĀล่านั้นมาพิจารณาใĀ้เชื่Ăมโยงกัน เพื่ĂประกĂบการüางแผนและคüามระมัดระüังใน การปฏิบัติ 2. เงื่Ăนไขคุณธรรม ที่จะต้Ăงเÿริมÿร้าง ประกĂบด้üย มีคüามตระĀนักใน คุณธรรม มีคüามซื่Ăÿัตย์ ÿุจริตและมีคüามĂดทน มีคüามเพียร ใช้ÿติปัญญาในการด าเนินชีüิต เýรþฐกิจพอเพียง Āลักแนüคิดของเýรþฐกิจพอเพียง การพัฒนาตามĀลักเýรþฐกิจพĂเพียง คืĂการพัฒนาที่ตั้งĂยู่บนพื้นฐานขĂงทางÿายกลาง และคüาม ไม่ประมาท โดยค านึงถึง คüามพĂประมาณ คüามมีเĀตุผล การÿร้างภูมิคุ้มกันที่ดีในตัü ตลĂดจนใช้คüามรู้ คüามรĂบคĂบ และคุณธรรม ประกĂบการüางแผน การตัดÿินใจ และการกระท า ปรัชญาของเýรþฐกิจพอเพียง มีĀลักพิจารณาอยู่ 5 ÿ่üน ดังนี้ กรอบแนüคิด เป็นปรัชญาที่ชี้แนะแนüทางการด ารงĂยู่ และปฏิบัติตนในทางที่คüรจะเป็น โดยมี พื้นฐานมาจากüิถีชีüิตดั้งเดิมขĂงÿังคมไทย ÿามารถน ามาประยุกต์ใช้ได้ตลĂดเüลา และเป็นการมĂงโลกเชิง ระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงĂยู่ตลĂดเüลา และเป็นการมĂงโลกเชิงระบบที่มีการเปลี่ยนแปลงĂยู่ตลĂดเüลา มุ่งเน้นการรĂดพ้นจากภัย และüิกฤต เพื่Ăคüามมั่นคง และคüามยั่งยืนขĂงการพัฒนา
127 คุณลักþณะ เýรþฐกิจพĂเพียงÿามารถน ามาประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติตนได้ในทุกระดับ โดยเน้นการ ปฏิบัติบนทางÿายกลาง และการพัฒนาĂย่างเป็นขั้นตĂน ค านิยาม คüามพĂเพียงจะต้ĂงประกĂบด้üย 3 คุณลักþณะ พร้Ăม ๆ กันดังนี้ คüามพอประมาณ Āมายถึง คüามพĂดีที่ไม่น้Ăยเกินไป และไม่มากเกินไปโดยไม่เบียดเบียนตนเĂง และผู้Ăื่น เช่นการผลติ และการบริโภคที่Ăยู่ในระดับพĂประมาณ คüามมีเĀตุผล Āมายถึง การตัดÿินใจเกี่ยüกับระดับขĂงคüามพĂเพียงนั้น จะต้Ăงเป็นไปĂย่างมี เĀตุผล โดยพิจารณาจากเĀตุปัจจัยที่เกี่ยüข้ĂงตลĂดจนค านึงถึงผลที่คาดü่าจะเกิดขึ้นจากการกระท านั้น ๆ Ăย่างรĂบคĂบ การมีภูมิคุ้มกันที่ดีในตัü Āมายถึง การเตรียมตัüใĀ้พร้Ăมรับผลกระทบ และการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นโดยค านึงถึงคüามเป็นไปได้ขĂงÿถานการณ์ ต่าง ๆ ที่คาดü่าจะเกิดขึ้นในĂนาคตทั้งใกล้ และไกล เงื่อนไข การตัดÿินใจและการด าเนินกิจกรรมต่าง ๆ ใĀ้Ăยู่ในระดับพĂเพียงนั้น ต้ĂงĂาýัยทั้งคüามรู้ และคุณธรรมเป็นพื้นฐาน กล่าüคืĂ เงื่อนไขคüามรู้ประกĂบด้üย คüามรĂบรู้เกี่ยüกับüิชาการต่าง ๆ ที่เกี่ยüข้ĂงĂย่างรĂบด้าน คüาม รĂบคĂบที่จะน าคüามรู้เĀล่านั้นมาพิจารณาใĀ้เชื่Ăมโยงกัน เพื่ĂประกĂบการüางแผน และคüามระมัดระüังใน ขั้นปฏิบัติ เงื่อนไขคุณธรรม ที่จะต้Ăงเÿริมÿร้างประกĂบด้üย มีคüามตระĀนักในคุณธรรม มีคüามซื่Ăÿัตย์ÿุจริต และมีคüามĂดทน มีคüามเพียร ใช้ÿติปัญญาในการด าเนินชีüิต
128 2. การจัดการเรียนรู้แบบ STEM STEM ย่Ăมาจาก Science, Technology, Engineering and Mathematics เป็นแนüทางการเรียน การÿĂนที่มีลักþณะขĂงการบูรณาการการเรียนการÿĂนทั้งÿี่ÿาขาเข้าด้üยกัน คืĂ üิทยาýาÿตร์ (Science), เทคโนโลยี (Technology), üิýüกรรมýาÿตร์ (Engineering) และคณิตýาÿตร์ (Mathematics) เพื่ĂใĀ้ผู้เรียน น าคüามรู้ทุกแขนงมาใช้ในการแก้ปัญĀา และÿร้างÿรรค์นüัตกรรมใĀม่ในชีüิตประจ าüัน โดยĂาýัยการจัดการ เรียนรู้ด้üยครูĀลายÿาขาร่üมมืĂกัน ÿิ่งที่ได้จากการจัดการเรียนรู้แบบÿะเต็ม – ทักþะการแก้ปัญĀา – ทักþะการท างานเป็นทีม – ทักþะการÿื่Ăÿาร/การน าเÿนĂ – ทักþะการใช้เครื่ĂงมืĂ/เทคโนโลยี – คüามคิดÿร้างÿรรค์ องค์ประกอบของÿะเต็มที่เĀมาะÿมกับเด็กปฐมüัย การจัดการเรียนรู้แบบÿะเต็ม (STEM) เริ่มต้นตั้งแต่ระดับการýึกþาปฐมüัยเมื่Ăพิจารณาจาก ประÿบการณ์ขĂงเด็กปฐมüัยมีรายละเĂียดที่เกี่ยüข้Ăงÿาขาüิชา üิทยาýาÿตร์ คณิตýาÿตร์ เทคโนโลยี และ üิýüกรรมýาÿตร์ ดังนี้ üิทยาýาÿตร์เด็กปฐมüัยใĀ้คüามÿนใจเกี่ยüกับüิทยาýาÿตร์โดยธรรมชาติขĂงเด็กปฐมüัยเป็นนัก ÿ ารüจ ÿนใจธรรมชาติ ÿิ่งแüดล้Ăมต่างๆ รĂบๆ ตัü ÿังเกตและตั้งค าถาม Ăะไร ท าไม Ăย่างไรเกี่ยüกับ üิทยาýาÿตร์กายภาพ คณิตýาÿตร์ÿ าĀรับคüามÿนใจด้านคณิตýาÿตร์ในเด็กปฐมüัยเกี่ยüข้Ăงกับเรื่Ăง การจ าแนก รูปร่าง รูปทรง(พื้นฐานเรขาคณิต) การเปรียบเทียบ และการüัด การจัดล าดับ การนับจ านüนและการใช้ตัüเลข การ รüมเข้าด้üยกัน การĀยิบĂĂก และการแบ่งÿิ่งขĂงใĀ้เพื่Ăน การเรียนรู้คณิตýาÿตร์ÿ่üนใĀญ่เรียนรู้ผ่านการเล่น เทคโนโลยีเด็กปฐมüัยเรียนรู้ผ่านเครื่Ăงใช้ในชีüิตประจ าüันและขĂงเล่นต่างๆที่เป็นเทคโนโลยีซึ่งเด็ก การเรียนรู้ผ่านการเล่น เช่น รถยนต์ เครื่Ăงบิน เรืĂยนต์ต่างๆ การมีประÿบการณ์จากÿิ่งขĂงเครื่Ăงใช้ที่เป็น เทคโนโลยีในบ้าน เช่น การถ่ายภาพ การถูกบันทึกภาพด้üยüีดีโĂ การดูโทรทัýน์ การใช้คĂมพิüเตĂร์ การใช้ โทรýัพท์มืĂถืĂ ÿมาร์ตโฟน นĂกจากนี้เด็กปฐมüัยมีประÿบการณ์การใช้เทคโนโลยีผ่านการปรุงĂาĀาร üิýüกรรมýาÿตร์เด็กปฐมüัยมีประÿบการณ์ผ่านงานทางüิýüกรรมýาÿตร์ในชีüิตประจ าüันจาก ÿิ่งแüดล้ĂมรĂบตัü เช่น การÿร้างÿะพาน การท าพื้นใĀ้เĂียงแบบÿะพาน การท าถนนที่ÿ่งผลต่Ăคüามเร็üขĂง
129 รถ ท าถนนที่มีคüามโค้ง ลาดชัน ถนนที่มีลูกระนาด การÿร้างลิฟต์ ĀรืĂบันใดเลื่Ăน การÿร้างรถที่มีล้Ăและ เพลา ÿร้างเครื่Ăงบรรทุกÿิ่งขĂงต่างๆ ที่ใช้ล้Ăและเพลา การท าปั้นจั่นง่ายๆ ดินĀินแร่ที่ใช้ในการก่Ăÿร่าง การ พัฒนาโครงÿร้างต่างๆ เช่น การÿร้างรถ การต่ĂเรืĂ การขุดเจาะ การทดลĂงคüามรู้เกี่ยüกับคüามÿัมพันธ์ขĂง แรง และแรงต้าน พลังงาน รĂกถูกน ามาใช้ในงานüิýüกรรมการก่Ăÿร้าง นĂกจากนี้การจัดการเรียนรู้แบบÿะเต็มระดับการýึกþาปฐมüัยไม่ได้จ ากัดĂยู่ในกลุ่มÿาระการเรียนรู้ คณิตýาÿตร์ üิทยาýาÿตร์ การงานĂาชีพและเทคโนโลยี แต่ÿามารถน าคüามรู้ในüิชาĂื่น เช่น ýิลปะ ภาþาไทย ภาþาĂังกฤþ ÿุขýึกþา พลýึกþา เป็นต้น มาบูรณาการได้Ăีกด้üย กระบüนการจัดการเรียนรู้แบบÿะเต็มระดับการýึกþาปฐมüัย กระบüนการจัดการเรียนรู้มีĀลากĀลายแบบ/รูปแบบ ÿามารถจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการเกี่ยüข้Ăง ÿาขาüิชา üิทยาýาÿตร์ คณิตýาÿตร์ เทคโนโลยี และüิýüกรรมýาÿตร์ครูปฐมüัยÿามารถเลืĂกน ามาใช้ได้ใĀ้ เĀมาะÿมกับĀัüข้Ăเรื่Ăงที่เด็กÿนใจ ระดับพัฒนาการเด็กปฐมüัย คüามพร้ĂมขĂงครู และบริบทขĂงโรงเรียน 1. กระบüนการเรียนรู้โดยใช้ปัญĀาเป็นฐาน (Problem Based) 2. กระบüนการเรียนรู้แบบโครงงาน (Project Based) 3. กระบüนการเรียนรู้แบบโครงการ (Project Approach) 4. การจัดการเรียนรู้แบบÿะเต็มในกิจกรรมท าĂาĀาร บทบาทครูในการจัดการเรียนรู้แบบÿะเต็มระดับการýึกþาปฐมüัย ครูปฐมüัยที่เริ่มน าการจัดการเรียนรู้แบบÿะเต็มใช้คüรýึกþาแนüทางการปฏิบัติเพื่ĂใĀ้การจัดการ เรียนรู้แบบÿะเต็มมีประÿิทธิภาพ มีดังนี้ 1. การจัดการเรียนรู้ÿะเต็มในĀ้Ăงเรียนเป็นการต้Ăงการรู้ค าถามและคüามÿนใจขĂงเด็กÿามารถใช้ เป็นขĂบเขตขĂงÿาระการเรียนรู้ ครูÿามารถช่üยเด็กคิดระĀü่างเล่น ครูต้Ăงท างานĀนักเพื่Ăÿนับÿนุนการ จัดการเรียนรู้แบบÿะเต็มใĀ้ประÿบคüามÿ าเร็จ 2. ครูต้ĂงมีทักþะการแÿดงĀาคüามรู้ มีคüามเป็นนักüิจัย นักคิดÿร้างÿรรค์และมีคüามรู้เกี่ยüกับÿาระ คüามรู้ทางüิทยาýาÿตร์ รู้จักน าเทคโนโลยีมาใช้ในการÿ่งเÿริมการเรียนรู้ขĂงเด็ก 3. ครูĂาจเปลี่ยนแปลงÿื่ĂüัÿดุĂุปกรณ์ใĀ้เĀมาะÿมกับช่üงเüลาที่จัดกิจกรรม 4. บางครั้งครูĂาจแนะน าค าýัพท์ การÿื่Ăÿาร และแĀล่งที่มาขĂงÿื่Ăบางชนิด 5. การจัดการเรียนรู้ÿะเต็มเน้นÿ่งเÿริมใĀ้เด็กเป็นผู้ตั้งค าถาม คüรใช้ค าพูดกระตุ้นü่า เด็กมีค าถาม Ăะไรบ้างเกี่ยüกับĀัüข้Ăนั้น ÿนับÿนุนใĀ้เด็กทดลĂง
130 6. ครูจัดĀาÿื่Ă üัÿดุเÿริมĀัüข้Ăเรื่Ăงที่เรียนรู้ 7. ครูก าĀนดจุดประÿงค์การเรียนรู้ใĀ้ชัดเจน 8. ครูจัดÿาระการเรียนรู้ที่ไม่ยากเกินที่เด็กปฐมüัยจะเข้าใจ 9. ครูจัดใĀ้เด็กÿามารถเชื่Ăมโยงÿิ่งที่เรียนรู้ใĀม่กับประÿบการณ์เดิม 10. ครูจัดกิจกรรมที่ĀลากĀลายและเปิดโĂกาÿใĀ้ผู้ปกครĂง ชุมชนเข้ามามีÿ่üนร่üม
131 3. การจัดการเรียนรู้ตามแนüคิดÿร้างÿรรค์ด้üยปัญญา (Constructionism) ในการจัดการการýึกþาโรงเรียนÿาธิตมĀาüิทยาลัยราชภัฏเชียงใĀม่ แผนกปฐมüัย ได้จัดการเรียนการ ÿĂนบูรณาการตามแนüคิดÿร้างÿรรค์ด้üยปัญญา (Constructionism) โดยมีĀลักการและขั้นตĂนในการ ÿĂน Constructionism 5 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 จุดประกายคüามคิด (Sparkling) เริ่มจากÿิ่งที่เด็กÿนใจ ขั้นที่ 2 ÿะกิดใĀ้ค้นคü้า (Searching) ครูýึกþาĀัüข้Ăต่างๆที่เด็กÿนใจ, üางแผนการเรียนรู้ร่üมกัน ขั้นที่ 3 น าพาÿู่การปฏิบัติ (Studying ) เรียนรู้ด้üยการลงมืĂท าจริง ขั้นที่ 4 จัดĂงค์คüามรู้ ( Summarizing) ÿรุปĂงค์คüามรู้ ขั้นที่ 5 น าเÿนĂคüบคู่การประเมิน ( Show and Sharing) จัดนิทรรýการ, üิเคราะĀ์และประเมินผล โดยน าแต่ละขั้นไปบูรณาการกับขั้นการÿĂน STEM ได้แก่ 1. üิทยาýาÿตร์ (Science) 2. เทคโนโลยี (Technology) 3. üิýüกรรมýาÿตร์ (Engineering) 4. คณิตýาÿตร์ (Mathematics) ซึ่งจะท าการเขียนแผนการÿĂนใน กิจกรรมเÿริมประÿบการณ์ ในÿ่üนขĂง STEM ครูผู้จัดท าแผนการ ÿĂน จะพิจารณาจากกิจกรรม เรื่Ăง Āน่üย ที่จะÿĂน แล้üÿĂดแทรก บูรณาการขั้น STEM เข้าไปในกิจกรรม ขĂงแผนการÿĂน
132 ภาพประกอบ
133 üันที่ 14 กันยายน พ.ý. 2560 คณะครูทุกระดับชั้นประชุมเพื่ĂüางแผนการปรับปรุงĀลักÿูตรÿถานýึกþาÿ าĀรับปีการýึกþาใĀม่ ณ Ā้Ăงเกียรติยý Ăาคารปฐมüัย
134 üันที่ 13 ตุลาคม พ.ý. 2560 คณะครูทุกระดับชั้นประชุมเพื่Ăติดตามการท างานĀลักÿูตรขĂงแต่ละระดับที่ได้รับมĂบĀมาย เมื่Ăการประชุมครั้งที่ผ่านมา เพื่Ăเตรียมพร้Ăมÿ าĀรับการประชุมเชิงปฏิบัติการ การพัฒนาĀลักÿูตร ÿถานýึกþาระดับปฐมüัย จาก Ăาจารย์ภาคüิชาการýึกþาปฐมüัย ณ Ā้Ăงเกียรติยý Ăาคารปฐมüัย
135 üันที่ 24 – 25 ตุลาคม พ.ý. 2560 คณะครูได้เข้าร่üมการĂบรมพัฒนาĀลักÿูตรÿถานýึกþาระดับปฐมüัย จาก Ăาจารย์ภาคüิชาการýึกþาปฐมüัย คณะครุýาÿตร์ มĀาüิทยาลัยราชภัฏเชียงใĀม่ ณ Ăาคารการýึกþาพิเýþ
136
137 üันที่ 7 พฤýจิกายน พ.ý. 2560 คณะครูได้ประชุมกันเพื่ĂปรับปรุงĀลักÿูตรÿถานýึกþา Āลังจากที่ได้เข้ารับการĂบรม เมื่ĂเดืĂนตุลาคมที่ผ่านมา รüมทั้งปรับปรุงรูปแบบขĂงแผนการÿĂนและแบบประเมินท้ายแผนการÿĂน ณ Ā้Ăงเกียรติยý แผนกปฐมüัย
138 üันที่ 9 มกราคม พ.ý. 2561 คณะครูได้ประชุมเพื่Ăติดตามงานด้านĀลักÿูตรการÿĂน ที่ครูแต่ละท่านได้รับมĂบĀมายใĀ้ เพื่ĂĀาข้Ăÿรุปและ ร่üมกันปรับใĀ้มีคüามชัดเจนขึ้น ณ Ā้Ăงเกียรติยý แผนกปฐมüัย
139 üันที่ 20 มิถุนายน พ.ý. 2561 คณะครูได้รายงานผลการด าเนินการจัดท าเนื้ĂĀาÿาระการÿĂนในแต่ละĀน่üยการเรียนรู้ ÿาระüิชาภาþาไทย ÿาระüิชาคณิตýาÿตร์ ÿาระüิชาüิทยาýาÿตร์ ต่Ăผู้Ă านüยการ ณ Ā้Ăงเกียรติยý แผนกปฐมüัย