๕๑
คาอธบิ ายรายเพิ่มเตมิ
รหสั วิชา ว ๒๑๒๐๑ รายวชิ า คอมพวิ เตอร์เพมิ่ เตมิ ๑ กลุํมสาระการเรยี นรู๎การวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนวํ ยกติ
คน๎ ควา๎ หาข๎อมลู จาก แหลํงเรยี นรตู๎ าํ ง ๆ ตลอดจนทาการสืบคน๎ ข๎อมลู จากอนิ เทอรเ์ นต็ อันจะนาไปสกูํ ารระบเุ รื่อง
หวั ขอ๎ หรือปญั หาสาหรบั การจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ คน๎ ควา๎ เอกสารทางด๎านทฤษฎแี ละเทคนคิ การปฏบิ ัติการเกย่ี วกบั การทา
โครงงานทีจ่ ะรวบรวมข๎อมลู เบือ้ งตน๎
ศกึ ษาความหมาย วธิ กี าร ประเภท ขนั้ ตอนการทา การออกแบบ การวางแผน เขยี นและนาเสนอเค๎าโครง เทคนิคการ
นาเสนอโครงงาน การเผยแพรผํ ลงาน จดั ทาโครงงานตามข้ันตอนการเขียนรายงานและนาเสนอโครงงานได๎ โดยใช๎เทคโนโลยีไป
ใช๎ในการทาโครงงาน
เพือ่ ให๎มีความรค๎ู วามเขา๎ ใจและทักษะในการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ ตลอดจนการนาเสนอและเผยแพรํผลงาน และ
สามารถนาความรู๎และผลงานโครงการไปประยกุ ต์ใชใ๎ นชีวิตประจาวันได๎
ผลการเรยี นร๎ู
๑. สามารถแกป๎ ัญหาด๎วยกระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศอยํางมีประสทิ ธิภาพ
๒. พฒั นาโครงงานคอมพวิ เตอร์ได๎
๓. มีความรู๎ในการตดิ ตอํ ส่ือสาร คน๎ หาขอ๎ มูลผํานอนิ เทอร์เนต็
๔. ใช๎เทคโนโลยสี ารสนเทศนาเสนองานในรูปแบบที่เหมาะสม ตรงตามวตั ถุประสงคข์ องงาน
๕. ใช๎คอมพิวเตอรช์ วํ ยสร๎างชน้ิ งานหรือโครงงานอยํางมจี ติ สานึกและความรับผิดชอบ
รวมทง้ั หมด ๕ ผลการเรยี นร๎ู
หลกั สูตรมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๕๒
คาอธิบายรายเพมิ่ เติม
รหสั วชิ าว ๒๑๒๐๒ รายวิชาคอมพวิ เตอรเ์ พมิ่ เติม ๒ กลุํมสาระการเรียนรกู๎ ารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวํ ยกติ
คน๎ ควา๎ หาขอ๎ มลู จาก แหลํงเรยี นรตู๎ ําง ๆ ตลอดจนทาการสืบคน๎ ข๎อมูลจากอินเทอรเ์ นต็ อันจะนาไปสกูํ ารระบเุ รื่อง
หัวข๎อหรอื ปญั หาสาหรับการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ คน๎ ควา๎ เอกสารทางด๎านทฤษฎแี ละเทคนคิ การปฏบิ ัติการเกย่ี วกบั การทา
โครงงานทีจ่ ะรวบรวมขอ๎ มลู เบ้อื งตน๎
ศกึ ษาความหมาย วธิ ีการ ประเภท ขั้นตอนการทา การออกแบบ การวางแผน เขยี นและนาเสนอเค๎าโครง เทคนิคการ
นาเสนอโครงงาน การเผยแพรํผลงาน จดั ทาโครงงานตามขั้นตอนการเขียนรายงานและนาเสนอโครงงานได๎ โดยใช๎เทคโนโลยีไป
ใช๎ในการทาโครงงาน
เพอื่ ใหม๎ ีความร๎ูความเข๎าใจและทักษะในการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ ตลอดจนการนาเสนอและเผยแพรํผลงาน และ
สามารถนาความร๎แู ละผลงานโครงการไปประยกุ ต์ใชใ๎ นชวี ิตประจาวนั ได๎
ผลการเรยี นรู๎
๑. สามารถแกป๎ ัญหาดว๎ ยกระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศอยํางมีประสิทธภิ าพ
๒. พฒั นาโครงงานคอมพวิ เตอรไ์ ด๎
๓. มคี วามรูใ๎ นการตดิ ตํอส่อื สาร ค๎นหาขอ๎ มลู ผาํ นอินเทอรเ์ น็ต
๔. ใชเ๎ ทคโนโลยสี ารสนเทศนาเสนองานในรูปแบบทีเ่ หมาะสม ตรงตามวัตถปุ ระสงค์ของงาน
๕. ใช๎คอมพิวเตอร์ชํวยสร๎างชิ้นงานหรอื โครงงานอยํางมีจติ สานึกและความรบั ผิดชอบ
รวมท้งั หมด ๕ ผลการเรยี นรู๎
หลักสตู รมธั ยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๕๓
คาอธบิ ายรายเพ่ิมเตมิ
รหัสวชิ า ว ๒๒๒๐๑ รายวชิ า คอมพวิ เตอร์เพม่ิ เตมิ ๓ กลํมุ สาระการเรยี นร๎กู ารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนํวยกิต
ศกึ ษา ความรู๎เบ้ืองต๎นเกย่ี วกบั การ์ตนู หลกั การวาดภาพการต์ นู สองมติ ิ หลักการทางานของการ์ตูนแอนิเมชัน่ ขน้ั ตอนการ
ผลติ การ์ตนู แอนิเมช่นั และโปรแกรมสาหรับสรา๎ งการต์ ูนแอนิเมชั่น ภาพเคลื่อนไหว การสรา๎ งปุมเช่อื มโยง การแทรกเสียง การ
นาเสนองาน การเขียนAction Script การนางานท่ีสร๎างออกไปใชง๎ านอยาํ งสร๎างสรรค์ และมีคุณธรรม
ปฏิบัติ การใชเ๎ ครือ่ งมอื สาหรบั สร๎างการ์ตูนแอนเิ มชน่ั การสร๎างวตั ถุด๎วยเครอ่ื งมอื ตํางๆ การจัดการและการตกแตงํ วัตถุ
การจดั การเกย่ี วกบั รปู ภาพและตวั อักษร การสรา๎ งภาพเคลื่อนไหว การจัดการไฟล์มัลติมีเดยี การใช๎คาสง่ั action script พืน้ ฐาน
และการเชอื่ มโยง การนาเสนอและการเผยแพรํผลงาน
เพือ่ ให๎ มีความรู๎ ความเขา๎ ใจ เห็นคุณคํา และใชก๎ ระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศในการสรา๎ งการต์ ูนแอนิช่ันนาเสนอ
ข๎อมลู อยํางสรา๎ งสรรค์ มีประสิทธภิ าพ ประสทิ ธผิ ล และมีคุณธรรม จริยธรรม
ผลการเรยี นร๎ู
๑. มคี วามร๎คู วามเข๎าใจโครงสรา๎ งการทางานของโปรแกรม Flash
๒. สร๎างแอนิเมชน่ั ของการ์ตนู ได๎
๓. สร๎างปุมเช่อื มโยงได๎
๔. แทรกเสยี งได๎
๕. เขยี น Action Script ได๎
๖. นาเสนองานได๎
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรยี นร๎ู
หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๕๔
คาอธิบายรายเพิม่ เติม
รหสั วิชา ว ๒๒๒๐๒ รายวชิ าคอมพิวเตอรเ์ พม่ิ เตมิ ๔ กลมํุ สาระการเรียนรู๎การวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนํวยกิต
คน๎ ควา๎ หาข๎อมูลจาก แหลํงเรยี นร๎ูตาํ ง ๆ ตลอดจนทาการสืบค๎นขอ๎ มลู จากอนิ เทอรเ์ น็ต อนั จะนาไปสํกู ารระบเุ รอ่ื ง
หัวข๎อหรือปัญหาสาหรับการจัดทาโครงงานคอมพวิ เตอร์ ค๎นควา๎ เอกสารทางด๎านทฤษฎแี ละเทคนคิ การปฏบิ ตั กิ ารเก่ียวกบั การทา
โครงงานทีจ่ ะรวบรวมข๎อมูลเบื้องตน๎
ศึกษาความหมาย วธิ กี าร ประเภท ขนั้ ตอนการทา การออกแบบ การวางแผน เขียนและนาเสนอเค๎าโครง เทคนิคการ
นาเสนอโครงงาน การเผยแพรผํ ลงาน จดั ทาโครงงานตามข้นั ตอนการเขียนรายงานและนาเสนอโครงงานได๎ โดยใช๎เทคโนโลยีไป
ใชใ๎ นการทาโครงงาน
เพอื่ ใหม๎ ีความร๎คู วามเข๎าใจและทักษะในการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ ตลอดจนการนาเสนอและเผยแพรํผลงาน และ
สามารถนาความร๎แู ละผลงานโครงการไปประยุกตใ์ ชใ๎ นชวี ติ ประจาวนั ได๎
ผลการเรียนรู๎
๑. สามารถแกป๎ ญั หาดว๎ ยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศอยํางมีประสิทธิภาพ
๒. พัฒนาโครงงานคอมพวิ เตอร์ได๎
๓. มีความรใ๎ู นการตดิ ตํอสอ่ื สาร คน๎ หาข๎อมูลผํานอินเทอร์เนต็
๔. ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนองานในรปู แบบท่เี หมาะสม ตรงตามวตั ถุประสงคข์ องงาน
๕. ใชค๎ อมพวิ เตอรช์ ํวยสร๎างชิน้ งานหรือโครงงานอยาํ งมจี ิตสานกึ และความรับผดิ ชอบ
รวมทัง้ หมด ๕ ผลการเรยี นรู๎
หลักสูตรมธั ยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๕๕
คาอธบิ ายรายเพิ่มเติม
รหัสวิชา ว ๒๓๒๐๑ รายวิชาคอมพวิ เตอร์เพม่ิ เตมิ ๕ กลมํุ สาระการเรยี นร๎ูวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวํ ยกติ
ศึกษาหลกั การโปรแกรมขนั้ พ้ืนฐาน การเขยี นโปรแกรมภาษา และการพฒั นาโครงงานท่ีใชก๎ ารเขียนโปรแกรมเพื่อแก๎ปัญหา
หรือสร๎างช้ินงาน ปฏิบัติการเขียนโปรแกรม ศึกษาแนวทางการพัฒนาโครงงาน และพัฒนาโครงงานที่ใช๎การเขียนโปรแกรมเพื่อ
แกป๎ ัญหาหรือสรา๎ งชิน้ งาน นาเสนอผลงานในรปู แบบทีเ่ หมาะสม
เพือ่ ใหม๎ ที กั ษะในการใช๎เทคโนโลยสี ารสนเทศ ดาเนินการเรียนร๎ูด๎วยตนเอง คิดแก๎ปัญหา และรํวมมือกันพัฒนาชิ้นงานหรือ
งานตามหลักการทาโครงงานอยํางมจี ติ สานกึ และความรับผดิ ชอบ มีทกั ษะในการนาเสนองานในรปู แบบที่เหมาะสมกบั ลักษณะงาน
ผลการเรยี นรู๎
๑. อธบิ ายหลกั การทาโครงงานท่มี ีการใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศ
๒. เขยี นโปรแกรมภาษาขั้นพืน้ ฐาน
๓. ใชเ๎ ทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนองานในรปู แบบท่เี หมาะสมกบั ลกั ษณะงาน
๔. ใชค๎ อมพวิ เตอรช์ ํวยสรา๎ งช้นิ งานจากจนิ ตนาการหรอื งานท่ีทาในชวี ิตประจาวันตามหลกั การทา
โครงงานอยาํ งมีจิตสานกึ และ ความรบั ผิดชอบ
รวมทง้ั หมด ๔ ผลการเรียนรู๎
หลักสตู รมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๕๖
คาอธิบายรายเพิม่ เติม
รหสั วิชา ว ๒๓๒๐๒ รหัสวิชาคอมพวิ เตอรเ์ พ่มิ เติม ๖ กลุํมสาระการเรยี นรู๎วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนํวยกติ
ค๎นควา๎ หาข๎อมลู จาก แหลํงเรยี นรูต๎ ําง ๆ ตลอดจนทาการสืบค๎นข๎อมูลจากอินเทอรเ์ นต็ อนั จะนาไปสูํการระบุเรือ่ ง
หัวขอ๎ หรือปญั หาสาหรับการจัดทาโครงงานคอมพวิ เตอร์ ค๎นควา๎ เอกสารทางด๎านทฤษฎแี ละเทคนคิ การปฏบิ ัตกิ ารเกย่ี วกบั การทา
โครงงานทีจ่ ะรวบรวมขอ๎ มลู เบือ้ งตน๎
ศกึ ษาความหมาย วิธีการ ประเภท ข้นั ตอนการทา การออกแบบ การวางแผน เขียนและนาเสนอเค๎าโครง เทคนิคการ
นาเสนอโครงงาน การเผยแพรผํ ลงาน จัดทาโครงงานตามขั้นตอนการเขียนรายงานและนาเสนอโครงงานได๎ โดยใช๎เทคโนโลยีไป
ใช๎ในการทาโครงงาน
เพ่ือให๎มคี วามรู๎ความเข๎าใจและทักษะในการจัดทาโครงงานคอมพิวเตอร์ ตลอดจนการนาเสนอและเผยแพรํผลงาน และ
สามารถนาความรูแ๎ ละผลงานโครงการไปประยุกต์ใช๎ในชีวติ ประจาวันได๎
ผลการเรยี นร๎ู
๑. สามารถแก๎ปญั หาด๎วยกระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศอยาํ งมีประสทิ ธิภาพ
๒. พัฒนาโครงงานคอมพวิ เตอรไ์ ด๎
๓. มีความร๎ใู นการตดิ ตอํ ส่ือสาร คน๎ หาข๎อมูลผาํ นอนิ เทอรเ์ น็ต
๔. ใช๎เทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนองานในรปู แบบทเ่ี หมาะสม ตรงตามวตั ถุประสงคข์ องงาน
๕. ใชค๎ อมพวิ เตอรช์ ํวยสรา๎ งชน้ิ งานหรอื โครงงานอยํางมจี ิตสานกึ และความรับผิดชอบ
รวมทง้ั หมด ๕ ผลการเรียนร๎ู
หลักสตู รมัธยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๕๗
คาอธบิ ายรายวชิ า
กลุํมสาระการเรียนรู๎สังคมศึกษา
ศาสนาและวฒั นธรรม
หลักสูตรมธั ยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๕๘
รหัสวชิ า ส ๒๑๑๐๑ รายวชิ าสังคมศึกษาฯ๑ คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑
กลุมํ สาระการเรียนร๎สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
(ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม, หนา๎ ทพ่ี ลเมอื งวฒั นธรรม
และการดาเนนิ ชีวติ ในสงั คม)
เวลา ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนวํ ยกติ
ศึกษา ค๎นคว๎า สืบค๎น วิเคราะห์ เปรียบเทียบ เปรียบเทียบเก่ียวกับพระพุทธศาสนาและศาสนาที่ตนนับถือในเร่ือง
เกีย่ วกับการสังคายนา การเผยแพรํพระพุทธศาสนาเขา๎ สปํู ระเทศไทย เรื่อง ประวัติและความสาคัญของพระพุทธศาสนา ประวัติ
ศาสดา และสาวก การบริหารจิตและเจริญปัญญา หลักธรรม ศาสนพิธี พระสงฆ์และการปฏิบัติตนตํอพระสงฆ์ แนวปฏิบัติ
ของศาสนกิ ชน วันสาคัญทางศาสนาพระไตรปิฏก พระพุทธศาสนสุภาษิต ภาษาบาลี และคาศัพท์ทางพระพุทธศาสนา ศึกษาวิถีชีวิต
ไทย ความคิด ความเชอื่ วัฒนธรรม และปฏิบตั ิปัญญาไทย รวมทง้ั บคุ คลสาคญั และผลงานทีเ่ ป็นคุณประโยชน์ตํอชาติ เพื่อให๎เกิด
ความร๎ูความเข๎าใจและยดึ ม่นั ศรทั ธา ในศาสนาทต่ี นนับถอื เกิดความภาคภูมใิ จในวถิ ีไทยภูมปิ ัญญาไทย นาหลักธรรมและแนว
ปฏิบัตทิ ่ดี งี ามของศาสนาและสาวกมาปรบั ใช๎และพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ให๎ดารงชีวิตอยาํ งสันตสิ ขุ
ศึกษา คน๎ คว๎า วเิ คราะห์ เปรียบเทียบการเมอื งการปกครองของไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตริยเ์ ปน็
ประมุขโดยเน๎นในดา๎ นสิทธิ เสรีภาพ หน๎าท่ี สิทธมิ นษุ ยชนและวิถปี ระชาธปิ ไตย ศึกษากฎหมายรัฐธรรมนญู กฎหมายทเี่ กย่ี วข๎อง
กบั ตนเอง ครอบครวั ชุมชนและประเทศชาติ เพ่ือใหเ๎ กิดความรู๎ ความเข๎าใจ ศรัทธา ยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธปิ ไตย
อันมีพระมหากษัตรยิ ์เป็นประมุข เคารพเทดิ ทูนสถาบนั ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ เคารพและปฏิบตั ติ ามกฎหมาย วิถี
ประชาธิปไตย รวมทั้งนาไปใช๎ในการดาเนนิ ชีวติ ในสงั คมไดอ๎ ยํางสงบสขุ
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ส ๑.๑ ม. ๑/๑ , ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓ , ม. ๑/๔ , ม. ๑/๕ , ม. ๑/๖ , ม. ๑/๗ , ม. ๑/๘ , ม. ๑/๙ ,
ม. ๑/๑๐ , ม. ๑/๑๑
ส ๑.๒ ม. ๑/๑ , ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓, ม. ๑/๔ , ม. ๑/๕
ส ๒.๑ ม. ๑/.๑ , ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓ , ม. ๑/๔
ส ๒.๒ ม. ๑/.๑ , ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓
รวมทัง้ หมด ๔ มาตรฐาน ๒๓ ตัวชีว้ ัด
หลักสูตรมธั ยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๕๙
รหัสวิชา ส ๒๑๑๐๒ รายวชิ าสังคมศกึ ษาฯ๒ คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน
มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒
กลํมุ สาระการเรยี นร๎ูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
(ภูมศิ าสตร์,เศรษฐศาสตร)์
เวลา ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนํวยกติ
ศึกษาความหมาย ความเป็นมาและความสาคัญของเศรษฐศาสตร์คํานิยมในการบริโภคและหลักในการบริโภคที่ดี
คุณธรรมของผู๎ผลิต การมีกฎหมายคุ๎มครองผู๎บริโภค หลักและวิธีการของระบบสหกรณ์และปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของ
พระบาทสมเด็จพระเจ๎าอยํูหัว ฯ กับการนาไปใช๎ในการดารงชีวิตกลไกราคาในระบบเศรษฐกิจและการตลาดเก่ียวกับอุปสงค์และ
อุปทาน ประเภทของสถาบันการเงินและธนาคารกลาง การพึ่งพาและการแขํงขันกันในระบบเศรษฐกิจของประเทศ และการมี
กฎหมายคุ๎มครองเกีย่ วกับทรพั ยส์ นิ ทางปญั ญา การซื้อขายแลกเปลี่ยน การประกอบอาชีพและการทามาหากินในท๎องถิ่นของตน
เพื่อให๎มีความร๎ู ความเข๎าใจ และสามารถวิเคราะห์สภาพภูมิศาสตร์ ทรัพยากร ระบบเศรษฐกิจ การประกอบอาชีพของ
ประชากรในประเทศและในท๎องถ่ิน และสามารถนามาใชใ๎ นการดารงชวี ิต
วิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย โดยใช๎เครื่องมือทางภูมิศาสตร์สื บค๎น
ข๎อมลู อธบิ ายพิกัดภูมิศาสตร์ (ละติจูด และลองจิจูด) เส๎นแบํงเวลา และเปรียบเทียบวัน เวลาของโลก วิเคราะห์สาเหตุการเกิดภัย
พิบัติของทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย สารวจและระบุทาเลที่ตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปเอเชีย
ทวปี ออสเตรเลีย และโอเชยี เนยี วเิ คราะหป์ จั จัยทางกายภาพและปจั จยั ทางสงั คมทีม่ ีผลตํอทาเลที่ตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและ
สังคมในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย สืบค๎น อภิปรายประเด็นปัญหาจาก ปฏิสัมพันธ์ระหวํางสภาพแวดล๎อมทาง
กายภาพกับมนุษย์ที่เกิดข้ึนในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และโอเชียเนีย วิเคราะห์แนวทางการจัดการภัยพิบัติ และการจัดการ
ทรพั ยากรและส่งิ แวดล๎อมในทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลีย และโอเชยี เนีย อยาํ งย่ังยืน
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั ม. ๑/๑ , ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓
ส ๓.๑ ม. ๑/๑ , ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓ , ม. ๑/๔
ส ๓.๒ ม. ๑/๑ , ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓
ส ๕.๑
ม. ๑/๑ , ม. ๑/๒ , ม. ๑/๓ , ม. ๑/๔
ส ๕.๒
รวมท้ังหมด ๔ มาตรฐาน ๑๔ ตัวชว้ี ดั
หลกั สตู รมัธยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๖๐
รหสั วชิ า ส ๒๒๑๐๑ รายวิชาสงั คมศึกษาฯ๓ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๑
กลมุํ สาระการเรียนร๎ูสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
(ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม, หน๎าที่พลเมอื งวัฒนธรรม
และการดาเนินชวี ิตในสงั คม)
เวลา ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนํวยกิต
ศึกษา คน๎ คว๎า สบื คน๎ วิเคราะห์ เปรียบเทียบ สรุปรายงาน และฝึกปฏิบัติการเผยแพรํพระพุทธศาสนาเข๎าประเทศ
เพอ่ื นบา๎ น
สรุปวิเคราะห์พระพุทธศาสนากับปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การแสวงหาความร๎ู การเรียนร๎ูชาดก มิตถวนทกชาดก
ราโชวาทชาดก พุทธสาวก พุทธสาวิกา พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ นางนุชชตตรา พระเจ๎าพิมพิสาร ในวันสาคัญทาง
ศาสนา วันวิสาขบชู า วนั มาฆบชู า วนั อฎั ฐมีบูชา วนั อาสาฬหบชู า วนั ธรรมสาวนะ หนวํ ยพระธรรม เรือ่ ง อรยิ สัจ ๔ ทกุ ข์ สมุทัย
นโิ รธ มรรค พทุ ธศาสนสภุ าษิต ได๎แกํ สัตว์โลก ยํอมเป็นไปตามกรรม ทาดีได๎ดี ทาชั่วได๎ช่ัว การสั่งสมบุญนาสุขมาให๎ ผู๎ไหว๎
เขายอํ มไดร๎ ับการบูชาตอบ ผูไ๎ หวเ๎ ขายํอมได๎รับการไหวต๎ อบ
การบรหิ ารจิตและเจริญปัญญา มารยาทของศาสนิกชน การตอ๎ นรับแขก การแตงํ กายในงาน ตาํ ง ๆ การทาบญุ
เรียนรู๎ ฝึกปฏิบัติ วิเคราะห์ สังเคราะห์เก่ียวกับการเป็นพลเมืองดี ตามวิถีชีวิตประชาธิปไตย โดยการทาประโยชน์ใน
ระดบั ชุมชนทอ๎ งถ่ิน การเปน็ พลเมอื งทีด่ ขี องสังคม เรียนรูเ๎ กย่ี วกบั สถานภาพ บทบาท สิทธิ เสรีภาพ และหน๎าท่ีในฐานะพลเมืองดี
ของสังคมและปฏิบัติผลของการปฏบิ ตั ิ ความสาคัญ แนวปฏิบัติประโยชน์และคุณคําของการปฏิบัติผลของการปฏิบัติ และไมํปฏิบัติ
เรียนร๎เู รอ่ื งกฎ ระเบยี บ กฎหมาย เข๎าใจระบบการเมอื งการปกครองของไทยและภูมภิ าคในเอเชีย การมสี วํ นรวํ มในกิจกรรมการเมือง
การปกครองในชมุ ชน รวมถงึ การอยูํรวํ มอยํางสนั ตสิ ุขโดยยดึ หลักคุณธรรมของการอยรํู ํวมกนั
เพ่ือให๎นักเรียนมีความรู๎ ความเข๎าใจ สามารถวิเคราะห์ เปรียบเทียบความเหมือน ความแตกตําง ความสัมพันธ์ของ
เหตุการณ์ตําง ๆ รวมท้ังสามารถแก๎ปัญหาและประยุกต์ใช๎ เพ่ือให๎สามารถ นาผลการเรียนร๎ูไปใช๎ใน
ชีวติ ประจาวัน และอยรูํ วํ มกันในสงั คมไดอ๎ ยาํ งมคี วามสขุ และมสี ันติสุข
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ส ๑.๑ ม. ๒/๑ , ม. ๒/๒ , ม. ๒/๓ , ม. ๒/๔ , ม. ๒/๕ , ม. ๒/๖ , ม.๒/๗, ม.๒/๘,ม. ๒/๙ ,
ม. ๒/๑๐ , ม. ๒/๑๑
ส ๑.๒ ม. ๒/๑ , ม. ๒/๒ , ม. ๒/๓ , ม. ๒/๔ , ม. ๒/๕
ส ๒.๑ ม. ๒/๑ , ม. ๒/๒ , ม. ๒/๓ , ม. ๒/๔
ส ๒.๒ ม. ๒/๑ , ม. ๒/๒
รวมทัง้ หมด ๔ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ชีว้ ัด
หลกั สตู รมธั ยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๖๑
รหสั วิชา ส ๒๒๑๐๒ รหสั วชิ าสังคมศึกษาฯ๔ คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน
มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒
กลํุมสาระการเรียนรส๎ู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
(ภมู ิศาสตร,์ เศรษฐศาสตร์)
เวลา ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนวํ ยกิต
ศึกษา เขา๎ ใจ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ เศรษฐศาสตร์เบื้องต๎นเกี่ยวกับเปูาหมาย ความหมาย ความสาคัญของ
การลงทุนและการออมตํอระบบเศรษฐกิจ ความสาคัญหลักการผลิตสินค๎า เข๎าใจเรื่องระบบเศรษฐกิจของประเทศไทเศรษฐกิจ
พอเพยี ง และมสี วํ นรวํ ม วิเคราะห์ปัญหาการผลิตและบริการในท๎องถ่ิน รู๎วิธีการนาทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์ การรักษาและ
คมุ๎ ครองสทิ ธปิ ระโยชน์ของผ๎บู ริโภค ระบบเศรษฐกิจแบบตําง ๆ ในภมู ิภาคเอเชยี
วเิ คราะหล์ ักษณะทางกายภาพของทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา โดยใช๎เครื่องมือทางภูมิศาสตร์สืบค๎นข๎อมูล อธิบายมาตรา
สวํ น ทศิ และสัญลกั ษณ์ วเิ คราะห์สาเหตุการเกิดภัยพิบัติของทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา สารวจและระบุทาเลท่ีต้ังของกิจกรรมทาง
เศรษฐกิจและสังคมในทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา วิเคราะห์ปัจจัยทางกายภาพและปัจจัยทางสังคมที่มีผลตํอทาเลท่ีตั้งของกิจกรรม
ทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา สืบค๎น อภิปรายประเด็นปัญหาจากปฏิสัมพันธ์ระหวํางสภาพแวดล๎อมทาง
กายภาพกับมนุษย์ท่ีเกิดขึ้นในทวีปยุโรป และทวีปแอฟริกา วิเคราะห์แนวทางการจัดการภัยพิบัติและการจัดการทรัพยากรและ
สง่ิ แวดลอ๎ มในทวปี ยโุ รป และทวปี แอฟรกิ า อยาํ งยง่ั ยืน
เพื่อให๎นักเรียนมีความร๎ูความเข๎าใจ สามารถวิเคราะห์เปรียบเทียบความเหมือน ความแตกตําง ความสัมพันธ์ รวมท้ัง
สามารถแกป๎ ญั หา และประยุกต์เพ่อื ใหส๎ ามารถนาผลการเรียนร๎ไู ปใช๎ ในชีวติ ประจาวนั และ
อยรูํ วํ มกนั ในสังคมได๎อยํางมีความสขุ และมสี ันติสุข
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ส ๓.๑ ม. ๒/๑ , ม. ๒/๒ , ม. ๒/๓ , ม. ๒/๔
ส ๓.๒ ม. ๒/๑ , ม. ๒/๒ , ม. ๒/๓ , ม. ๒/๔
ส ๕.๑ ม. ๒/๑ , ม. ๒/๒,ม. ๒/๓
ส ๕.๒ ม. ๒/๑ , ม. ๒/๒ , ม. ๒/๓ , ม. ๒/๔
รวมทงั้ หมด ๔ มาตรฐาน ๑๕ ตัวชี้วดั
หลักสตู รมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๖๒
รหัสวิชา ส ๒๓๑๐๑รายวชิ าสังคมศกึ ษาฯ ๕ คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑
กลุมํ สาระการเรยี นร๎สู ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
(ศาสนา ศลี ธรรม จริยธรรม, หน๎าที่พลเมอื งวัฒนธรรม
และการดาเนินชวี ติ ในสงั คม)
เวลา ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนวํ ยกติ
ศกึ ษา คน๎ คว๎า สืบคน๎ วิเคราะห์ เปรียบเทยี บ สรุปรายงานและฝึกปฏบิ ตั ิการเผยแพรํพระพทุ ธศาสนาเข๎าสูํประเทศตําง
ๆ ในโลก
สรุป วเิ คราะหพ์ ระพุทธศาสนากบั ปรญิ ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ศกึ ษาพทุ ธประวตั ิพระพุทธรปู ตาํ ง ๆ การแสวงหาความร๎ู
การเรยี นร๎ชู าดก นนั ทิวิสาลชาดก สุวณั ณหังสชาดก เรียนร๎ูและปฏิบัติตนได๎เหมาะสมในวันสาคัญทางพุทธศาสนา วันวิสาขบูชา
วันธรรมสวนะ หนํวยพระธรรม อริยสัจ ๔ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค พุทธศาสนา สุภาษิต ได๎แกํ ชนะคนนั้นแลดีกวํา ผู๎
ประพฤติธรรมยอํ มเป็นสขุ ความประมาทเปน็ ทางแหํงความตาย ผูฟ๎ ังด๎วยดียํอมได๎ปญั ญา
การบริหารจิตและสติปัญญา หนํวยพระสงฆ์ เร่ือง พุทธสาวก พุทธสาวิกกา พระอัญญาโกณทัญญะ พระมหาปราบดีเถรี
พระเขมาเถรี พระเจ๎าปาสนทิโกศล ศาสนพิธีเกี่ยวกับพิธีทาบุญงานมงคล การนิมนต์พระภิกษุ หน๎าท่ีชาวพุทธ ชาวพุทธตัวอยําง
ศาสตราจารย์สญั ญา ธรรมศกึ ษา มารยาทชาวพุทธเก่ียวกับการไปงานตําง ๆ เรียนรู๎ ฝึกปฏิบัติ วิเคราะห์ สังเคราะห์เกี่ยวกับการ
เปน็ พลเมืองดตี ามวิถีชีวิตประชาธปิ ไตย โดยการทาประโยชน์ในระดับชุมชนท๎องถ่ินการเป็นเสรีภาพ และหน๎าที่ในฐานะพลเมืองดี
ของสังคมและประเทศเก่ียวกับลักษณะความสาคัญ แนวปฏิบัติประโยชน์และคุณคําของการปฏิบัติผลของการปฏิบัติและไมํปฏิบัติ
เรียนรเ๎ู ร่ืองกฎ ระเบยี บ กฎหมาย เข๎าใจระบบการเมอื ง การปกครองของไทย และมีสํวนรํวมในกิจกรรมการเมืองการปกครอง
ในชุมชน ภูมิหลังการอยูรํ วํ มกนั อยาํ งสนั ตสิ ุขโดยยดึ หลักคณุ ธรรมของการอยูํรํวมกัน
เพ่ือให๎นักเรียนมีความรู๎ความเข๎าใจ สามารถวิเคราะห์เปรียบเทียบความเหมือน ความแตกตําง ความสัมพันธ์ของ
เหตุการณ์ตําง ๆ รวมทั้งสามารถแก๎ปัญหาและประยุกต์ใช๎ เพ่ือให๎สามารถนาผล การเรียนรู๎ไปใช๎ในชีวิตประจาวัน และอยูํ
รํวมกันในสงั คมได๎อยํางมคี วามสุขและมีสันติสขุ
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ส ๑.๑ ม. ๓/๑ , ม. ๓/๒ , ม. ๓/๓ , ม. ๓/๔ , ม. ๓/๕ , ม. ๓/๖ , ม. ๓/๗ , ม. ๓/๘ , ม. ๓/๙
ม. ๓/๑๐
ส ๑.๒ ม. ๓/๑ , ม. ๓/๑ , ม. ๓/๒ , ม. ๓/๓, ม. ๓/๔ , ม. ๓/๕ , ม. ๓/๖ , ม. ๓/๗
ส ๒.๑ ม. ๓/๑ , ม. ๓/๒ , ม. ๓/๓ , ม. ๓/๔ , ม. ๓/๕
ส ๒.๒ ม. ๓/๑ , ม. ๓/๒ , ม. ๓/๓ , ม. ๓/๔
รวมทง้ั หมด ๔ มาตรฐาน ๒๖ ตัวช้วี ดั
หลกั สูตรมธั ยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๖๓
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหัสวิชา ส ๒๓๑๐๒ รายวิชา สังคมศึกษาฯ๖ กลุมํ สาระการเรียนร๎สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
(ภูมศิ าสตร์,เศรษฐศาสตร์)
มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนวํ ยกติ
ศึกษา ร๎ู เขา๎ ใจ สามารถวิเคราะห์ สังเคราะห์ เศรษฐศาสตร์เบื้องต๎นเกี่ยวกับเปูาหมาย ความหมาย ความสาคัญ การ
ผลิต การบริโภค และความหมายของหนวํ ยเศรษฐกจิ เข๎าใจเรื่องระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย เศรษฐกิจพอเพียง และมีสํวน
รวํ มในกิจกรรมสหกรณ์ในโรงเรยี น รวู๎ ิธีการนาทรัพยากรทางเศรษฐศาสตร์หนํวยครัวเรือนไปใช๎ให๎เป็นประโยชน์อยํางคุ๎มคํา และมี
คณุ ธรรม รค๎ู วามหมาย บทบาทหน๎าทข่ี องผู๎บริโภค หลกั การ / วิธีการเลือกบริโภค เข๎าใจเรื่องอุปสงค์ อุปทาน การแลกเปลี่ยน
สนิ ค๎า การพ่งึ พาสถาบนั การเงิน การค๎าระหวาํ งประเทศ นโยบายและกจิ กรรทางเศรษฐกิจของรฐั
วิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต๎ โดยเลือกใช๎แผนท่ีเฉพาะเร่ืองและเคร่ืองมือ
ทางภูมิศาสตร์สืบค๎นข๎อมูล วิเคราะห์สาเหตุการเกิดภัยพิบัติของทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต๎ สารวจและระบุทาเลที่ต้ัง
ของกจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสังคมในทวปี อเมรกิ าเหนือ และทวีปอเมริกาใต๎ วิเคราะห์ปัจจัยทางกายภาพและปัจจัยทางสังคมที่มี
ผลตํอทาเลทตี่ ้ังของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต๎ สืบค๎น อภิปรายประเด็นปัญหาจาก
ปฏสิ มั พันธร์ ะหวาํ งสภาพแวดลอ๎ มทางกายภาพกับมนุษย์ท่ีเกิดขึ้นในทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต๎ วิเคราะห์แนวทางการ
จัดการภัยพิบัติและการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล๎อมในทวีปอเมริกาเหนือ และทวีปอเมริกาใต๎ อยํางยั่งยืน ระบุความรํวมมือ
ระหวาํ งประเทศทีม่ ีผลตอํ การจัดการทรพั ยากรและสิ่งแวดลอ๎ ม
เพือ่ ให๎นักเรยี นมีความรคู๎ วามเข๎าใจ สามารถวเิ คราะห์เปรียบเทียบความเหมือน ความแตกตําง ความสัมพันธ์ รวมทั้ง
สามารถแก๎ปัญหาและประยุกต์ใช๎ เพื่อให๎สามารถนาผลการเรียนร๎ูไปใช๎ ในชีวิตประจาวัน และอยํูรํวมกันในสังคมได๎อยํางมี
ความสุขและมีสนั ตสิ ุข
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ส ๓.๑ ม. ๓/๑ , ม. ๓/๒ , ม. ๓/๓
ส ๓.๒ ม. ๓/๑ , ม. ๓/๒ , ม. ๓/๓ , ม. ๓/๔ , ม. ๓/๕ , ม. ๓/๖
ส ๕.๑ ม. ๓/๑ , ม. ๓/๒
ส ๕.๒ ม. ๓/๑ , ม. ๓/๒ , ม. ๓/๓ , ม. ๓/๔, ม๓/๕
รวมทั้งหมด ๔ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ช้ีวดั
หลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๖๔
คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
รหัสวิชา ส๒๑๑๐๒ รายวชิ าประวัติศาสตร์ ๑ กลมํุ สาระการเรียนรส๎ู ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ๒๐ ชว่ั โมง จานวน ๐.๕ หนวํ ยกติ
ศกึ ษา ค๎นคว๎า วเิ คราะห์ สืบค๎น เปรยี บเทยี บ ศกั ราชในระบบตําง ๆ การแบํงยุคสมัยในประวัติของชาติ เวลา และ
ชํวงเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์ ความสาคัญและความสาคัญ และขั้นตอนของวิธีการทางประวัติศาสตร์ ลักษณะประเภท
หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตร์ เพื่อใหเ๎ ข๎าใจเหตกุ ารณ์ทางประวตั ศิ าสตร์อยาํ งถูกตอ๎ ง
ศกึ ษาทตี่ ั้งสภาพทางภูมิศาสตร์ ลักษณะทางกายภาพ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ พืชพรรณของประเทศไทย และกลุํม
ประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต๎ วิถีชีวิต เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ของผู๎คนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต๎ ลักษณะของชาติ
พันธ์ุ สังคม เศรษฐกิจ การค๎า และวัฒนธรรม ซึ่งทาให๎ประเทศไทยและประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต๎ มีความ
แตกตํางกันและมีความสัมพันธ์ซ่ึงกันและกัน แหลํงอารยธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต๎ ซ่ึงถือวําเป็นพัฒนาการของ
ภูมภิ าค
ศกึ ษาประวตั ิศาสตรย์ ุคกอํ นสุโขทัยและสมัยสโุ ขทยั ดา๎ นปัจจยั ทางภูมิศาสตร์ในการตั้งถ่ินฐาน การเมือง การปกครอง
เศรษฐกจิ สงั คม และวฒั นธรรม ด๎านวิธีการทางประวัติศาสตร์ เพื่อให๎มีความร๎ูความเข๎าใจ และสามารถวิเคราะห์เปรียบเทียบ
ปจั จัยพนื้ ฐาน การตัง้ ถ่ินฐานของรัฐในการดารงชีวิตประชากรไทยยุคตําง ๆ ในอดตี จนถงึ สมยั สุโขทยั
ศึกษาภูมปิ ญั ญาไทย ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ความเชื่อในสมัยสุโขทัยอันได๎แกํ ภาษาไทย วรรณกรรม
ประเพณีสาคญั ศลิ ปกรรมไทย เครื่องสังคโลก การชลประทาน และความเสื่อมของอาณาจักรสุโขทัย เพ่ือให๎เกิดความร๎ูความ
เขา๎ ใจ เห็นคณุ คาํ ของวิถีชีวติ ไทย สามารถนามาเป็นแบบอยาํ งที่ดีในการดาเนินชวี ิต
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
ส ๔.๑ ม๑/๑, ม๑/๒, ม๑/๓
ส ๔.๒ ม๑/๑, ม๑/๒
รวมทง้ั หมด ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ชว้ี ัด
หลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๖๕
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน
รหัสวชิ า ส ๒๑๑๐๔ รายวชิ า ประวตั ิศาสตร์ ๒ กลุํมสาระการเรยี นรู๎สังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรียน ๒๐ ช่ัวโมง จานวน ๐.๕ หนํวยกิต
ศึกษาเร่ืองราวทางประวัติศาสตร์สมัยกํอนสุโขทัย ในดินแดนไทยโดยสังเขป ตั้งแตํสมัยกํอนประวัติศาสตร์ และสมัย
ประวัติศาสตร์ เก่ียวกับรัฐโบราณในดินแดนไทย และพัฒนาการของรัฐไทยในสมัยสุโขทัยในด๎านตําง ๆ เก่ียวกับการสถาปนา
อาณาจักร ปจั จัยทส่ี งํ เสรมิ ความเจรญิ รงุํ เรืองทั้งปจั จัยภายในและภายนอก พัฒนาการด๎านการเมือง การปกครอง เศรษฐกิจ สังคม
ความสัมพันธ์ระหวํางประเทศ รวมท้ังความเส่ือมของอาณาจักรสุโขทัย ศึกษาวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทยสมัยสุโขทัย ประวัติและ
ผลงานของบุคคลสาคัญ อิทธิพลของวัฒนธรรมและภูมิปัญญาสมัยสุโขทัยที่มีตํอสังคมไทยในปัจจุบัน โดยใช๎ทักษะการรวบรวม
หลักฐาน การตรวจสอบข๎อเทจ็ จรงิ การวเิ คราะห์ การวพิ ากษข์ ๎อมลู การตคี วาม การใช๎เหตุผล การสังเคราะห์ การนาเสนอด๎วย
วิธีการตําง ๆ (เชํนการทาผังความคิด การจัดนิทรรศการ) ท้ังน้ีเพื่อให๎เข๎าใจความเป็นมาของชาติไทย เห็นแบบอยํางการกระทาความดี
ของบรรพบุรุษทไ่ี ด๎ปกปูองชาติด๎วยความเสียสละ เกดิ ความรัก ความภูมิใจในชาติ วัฒนธรรมไทยและภมู ิปัญญาไทย
ศึกษาปัจจัยทางภูมิศาสตร์ท่ีสํงผลตํอพัฒนาการของประเทศตําง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต๎ รวมทั้งพัฒนาการ
ทางด๎านสงั คม เศรษฐกิจ การเมือง การปกครองของประเทศตําง ๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต๎ และความรํวมมือของ
ประเทศสมาชกิ ในการรวบรวมกลมํุ เปน็ สมาคมประชาชาตเิ อเชียตะวนั ออกเฉียงใต๎ (อาเซยี น) ศึกษาความสาคัญของแหลํงอารยธรรมใน
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต๎ท่ีได๎รับการยกยํองเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม อิทธิพลของอารยธรรมโบราณในดินแดนไทยที่มีตํอ
พัฒนาการของสังคมไทยในปัจจบุ นั โดยใช๎ทักษะการรวบรวมข๎อมูล การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ข๎อมูล ท้ังน้ีเพื่อให๎เข๎าใจพัฒนาการ
ของมนษุ ยชาติทีม่ ีความเปลีย่ นแปลงจากอดีตจนถึงปัจจุบัน และผลกระทบท่ีมีตํอสังคมไทย เข๎าใจ และอยูํรํวมกันในภูมิภาคเอเชีย
ตะวันออกเฉยี งใต๎ท่มี ีความหลากหลายทางวฒั นธรรมไดอ๎ ยํางมปี ระสทิ ธภิ าพ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ส ๔.๓ ม๑/๑ , ม๑/๒ , ม๑/๓
รวมท้ังหมด ๑ มาตรฐาน ๓ ตัวชีว้ ัด
หลกั สูตรมัธยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๖๖
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
รหสั วชิ า ส๒๒๑๐๒ รายวิชา ประวัติศาสตร์ ๓ กลํุมสาระการเรยี นรส๎ู ังคมศึกษาศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรียน ๒๐ ช่วั โมง จานวน ๐.๕ หนวํ ยกิต
ศึกษาวธิ ีประเมนิ ความนาํ เช่ือถอื ของหลักฐานทางประวัตศิ าสตร์ในลกั ษณะตําง ๆ อยํางงาํ ยศกึ ษาวเิ คราะหข์ ๎อมลู /สารสนเทศ
ท่ีอยูํในหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์ โดยสามารถวิเคราะห์แยกแยะความจรงิ กับขอ๎ เท็จจริงของเหตกุ ารณ์ทางประวัติทีป่ รากฏใน
หลกั ฐาน รวมทง้ั แยกแยะขอ๎ คดิ เหน็ กับข๎อเท็จจริงจรงิ จากขอ๎ มลู ตวั อยาํ งการประเมนิ ความเชือ่ ถือของหลกั ฐานทางประวัติศาสตร์
ไทยท่ีอยํูในท๎องถน่ิ ของตนเอง และหลักฐานสมยั อยธุ ยา เข๎าใจความสาคญั ของการวเิ คราะหต์ ีความข๎อมลู จากหลกั ฐานทาง
ประวัติศาสตร์ โดยใชท๎ ักษะการรวบรวมขอ๎ มูล การวเิ คราะห์ การตีความ การแยกแยะ การเปรียบเทยี บ ทั้งนเ้ี พอ่ื ให๎ตระหนักและ
เห็นคุณคําความสาคัญของประวตั ศิ าสตร์และวิธีการทางประวัตศิ าสตร์ในการวเิ คราะห์ ตรวจสอบ ประเมินคุณคําของขอ๎ มลู ท่มี ีอยํู
อยาํ งหลากหลายในโลกยุคโลกภวิ ตั น์
เพ่อื ใหต๎ ระหนักถึงคุณคาํ ของมรดกทางวัฒนธรรมและความสาคัญของแหลํงอารยธรรมในภูมภิ าคเอเชยี และที่มีตํอ
สงั คมไทยและประเทศเพื่อนบ๎านในภมู ภิ าคเอเชีย ในปจั จุบัน
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ส ๔.๑ ม๒/๑, ม๒/๒, ม๒/๓
ส ๔.๒ ม๒/๑, ม๒/๒
รวมทั้งหมด ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ชี้วัด
หลักสตู รมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๖๗
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
รหัสวิชา ส๒๒๑๐๔ รายวชิ าประวตั ศิ าสตร์ ๔ กลํมุ สาระการเรยี นรส๎ู ังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง จานวน ๐.๕ หนวํ ยกิต
ศึกษาวิเคราะห์พฒั นาการของอาณาจักรอยธุ ยาและธนบุรีในด๎านตาํ ง ๆ เก่ยี วกบั การสถาปนาอาณาจกั รปัจจยั ท่ีสํงผลตํอ
ความเจรญิ รงุํ เรอื งและความม่นั คงของอาณาจักรอยุธยา พัฒนาการด๎านการเมืองการปกครอง สงั คม เศรษฐกจิ และความสัมพนั ธ์
ระหวํางประเทศ เหตกุ ารณ์สาคญั ในสมยั อยุธยาและ โดยใช๎ทกั ษะการรวบรวม การวเิ คราะห์ การอา๎ งองิ การสงั เคราะห์ การสรุป
การตีความ ท้ังนเี้ พอ่ื ให๎เขา๎ ใจความเปน็ มาของชาตไิ ทย วฒั นธรรมไทยและภูมิปัญญาไทย เห็นความพยายามของบรรพบุรษุ ที่
ปกปูองชาติไทย และสร๎างสรรคค์ วามเจรญิ สบื ตอํ มาถึงปัจจุบนั
ศึกษาปัจจัยทางภูมศิ าสตร์ท่ีสํงผลตํอพฒั นาการของภูมิภาคตาํ ง ๆ ในทวปี เอเชยี (ยกเวน๎ เอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต๎) พัฒนาการ
ทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมอื งของภูมภิ าคเอเชยี และอทิ ธิพลของอารยธรรมโบราณทมี่ ีตํอภูมิภาคเอเชียในปจั จุบัน โดยใช๎
ทักษะการสบื ค๎น การรวบรวมขอ๎ มูล การสรปุ การวเิ คราะห์ ทัง้ นเ้ี พ่ือให๎เข๎าใจพัฒนาการของมนุษยท์ ี่มีความเปล่ยี นแปลงจาก
อดตี จนถงึ ปจั จบุ นั และผลกระทบท่มี ีตํอสงั คมโลก เข๎าใจความแตกตํางทางวัฒนธรรม สามารถปรับตวั อยํูรวํ มกนั ในสงั คมโลกได๎
อยํางมีประสทิ ธิภาพ
เพือ่ ให๎ตระหนักถึงคณุ คาํ ของมรดกทางวัฒนธรรมของไทยและความสาคัญของวีรกรรมของบรรพบุรษุ ไทยรวมท้งั ผลงาน
สาคญั ของบคุ คลทมี่ ีสํวนสร๎างสรรค์ชาตไิ ทยให๎เจริญรุํงเรอื งจนถึงปจั จบุ ัน
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ส ๔.๓ ม ๒/๑, ม ๒/๒, ม ๒/๓
รวมทั้งหมด ๑ มาตรฐาน ๓ ตัวชว้ี ัด
หลักสูตรมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๖๘
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
รหัสวชิ า ส๒๓๑๐๒ รายวิชาประวัตศิ าสตร์ ๕ กลํมุ สาระการเรยี นรส๎ู ังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ๒๐ ชัว่ โมง จานวน ๐.๕ หนํวยกิต
ศกึ ษาและใชว๎ ิธีการทางประวัติศาสตร์ ในการศึกษาวิเคราะห์เรื่องราวเหตุการณ์สาคัญทางประวัติศาสตร์ได๎อยํางมีเหตุผล
และศึกษาเรื่องราวทีเ่ กี่ยวขอ๎ งกับตนเอง ครอบครัว และท๎องถ่ินของตนตามความสนใจ โดยจัดทาโครงงานทางประวัติศาสตร์ โดยใช๎
ทักษะการสังเกต การสืบค๎น การสารวจ การวิพากษ์ข๎อมูล การวิเคราะห์ การสังเคราะห์ การสร๎างความร๎ูใหมํ การให๎เหตุผล
ทงั้ นเ้ี พ่ือฝึกฝนทักษะการใช๎วิธีการทางประวัตศิ าสตร์สืบค๎นเรื่องราวตาํ ง ๆ อยํางเปน็ ระบบ
ศึกษาวิเคราะห์พัฒนาทางประวัติศาสตร์ของไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ในด๎านตําง ๆ เก่ียวกับการสถาปนากรุงเทพมหานคร
เป็นราชธานีไทย ปัจจัยที่สํงผลตํอความม่ันคงและความเจริญรุํงเรือง บทบาทของพระมหากษัตริย์ไทยในราชวงศ์จักรี ในการ
สรา๎ งสรรคค์ วามเจริญและมนั่ คงของชาติ พัฒนาการทางด๎านการเมอื ง การปกครอง สงั คม เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหวําง
ประเทศ ศกึ ษาวเิ คราะห์สาเหตปุ จั จยั และผลของเหตุการณ์สาคญั ทีม่ ีตํอการพัฒนาชาติไทย เชํน สนธิสัญญาเบาว์ริงในรัชกาลท่ี ๔ การ
ปฏริ ูปประเทศในสมยั รชั กาลท่ี ๔ การเข๎ารํวมสงครามโลกคร้ังที่ ๑ และครั้งท่ี ๒ ศึกษาวิเคราะห์บทบาทของไทยในสังคมโลก
ต้ังแตํเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน รวมท้ังวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยและวิเคราะห์ภูมิปัญญาและวัฒนธรรมไทยในสมัย
รัตนโกสินทร์ท่ีมีอิทธิพลตํอการพัฒนาและสร๎างสรรค์ชาติไทย โดยใช๎ทักษะการรวบรวมข๎อมูล การสืบค๎น การเช่ือมโยง การ
วิเคราะห์ การสังเคราะห์ การอธบิ าย การสรุปความ ท้ังน้ีเพื่อให๎เข๎าใจความเป็นมาของชาติไทย เกิดความรักและความภาคถูมิ
ใจในวฒั นธรรมไทย ภูมปิ ญั ญาไทย ตระหนกั และเห็นความสาคัญในบรรพบุรุษไทยที่ได๎ปกปูองและสร๎างสรรค์ความเจริญให๎กับ
ประเทศชาติจนถึงทกุ วนั นี้
เพอื่ ให๎ มวี ิจารณญาณ รู๎เทําทันสถานการณ์และการเปล่ียนแปลงทางสังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจ การเมือง ภูมิใจในความ
เปน็ ไทย รักชาติ รกั ท๎องถิ่น ศรัทธาและรักษาไว๎ซ่งึ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข มีคํานิยมที่ดี
ง า ม มี จิ ต ส า นึ ก ใ น ก า ร อ นุ รั ก ษ์ แ ล ะ ธ า ร ง ไ ว๎ ซึ่ ง อ ธิ ป ไ ต ย ข อ ง ป ร ะ เ ท ศ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ส ๔.๑ ม๓/๑, ม๓/๒
ส ๔.๒ ม๓/๑, ม๓/๒
รวมท้งั หมด ๒ มาตรฐาน ๔ ตวั ช้วี ัด
หลักสูตรมธั ยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๖๙
คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน
รหสั วชิ า ส๒๓๑๐๔ รายวิชาประวัตศิ าสตร์ ๖ กลํุมสาระการเรียนรูส๎ ังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ช่ัวโมง จานวน ๐.๕ หนวํ ยกิต
ศึกษาปัจจัยทางภูมิศาสตร์ท่ีมีผลตํอพัฒนาการของภูมิภาคตําง ๆ ของโลก และพัฒนาการทางสังคม เศรษฐกิจ และ
การเมืองของภูมิภาคตําง ๆ ในโลกโดยสังเขป (ยกเว๎นเอเชีย) อิทธิพลของอารยธรรมตะวันตกท่ีมีตํอพัฒนาการและการ
เปล่ยี นแปลงของสังคมโลกโดยสังเขป วิเคราะห์ผลของการเปลี่ยนแปลงท่ีนาไปสํูความรํวมมือและความขัดแย๎งในคริสต์ศตวรรษท่ี
๒๐ องคก์ ารความรวํ มมอื ระหวํางประเทศ ตลอดจนความพยายามในการขจัดปัญหาพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน
ท้งั ดา๎ นความสมั พนั ธแ์ ละการเปลย่ี นแปลงอยํางตํอเนื่องตระหนกั และเหน็ ความสาคัญที่จะอยรํู ํวมกันอยาํ งสงบ
เพอ่ื ให๎ตระหนักถึงคุณคําของมรดกทางวัฒนธรรมของไทยและความสาคญั ของวีรกรรมของ บรรพบรุ ุษไทยรวมทั้งผลงาน
สาคญั ของบุคคลทมี่ ีสํวนสรา๎ งสรรคช์ าติไทยใหเ๎ จริญรํุงเรอื งจนถึงปจั จบุ ัน
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ส ๔.๓ ม๓/๑, ม๓/๒, ม๓/๓, ม๓/๔
รวมท้งั หมด ๑ มาตรฐาน ๔ ตัวชี้วัด
หลกั สตู รมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๗๐
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
รหสั วชิ า ส ๒๑๒๓๑ รายวิชา หนา๎ ท่ีพลเมอื ง ๑ กลํุมสาระการเรียนรส๎ู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรมชน้ั มัธยมศกึ ษาปี
ท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรียน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนํวยกติ
มีสํวนรํวมอนุรักษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแตํงกาย การมีสัมมาคารวะ แสดงออกถึงความ
เอือ้ เฟ้ือเผ่ือแผํและเสียสละตํอสังคม เห็นคุณคําและอนุรักษ์ขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตน
เปน็ ผ๎มู ีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความรู๎ ตั้งใจปฏิบัติหน๎าที่ และยอมรับผลท่ีเกิดจาก
การกระทาของตนเอง
ปฏบิ ัติตนเปน็ แบบอยํางของความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ ประยุกต์และเผยแพรํพระ
บรมราโชวาท ในเรื่องมีเหตุผล รอบคอบ หลักการทรงงาน ในเรื่องการใช๎ธรรมชาติชํวยธรรมชาติ การปลูกปุาในใจคน และหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ปฏบิ ัติตนเปน็ ผมู๎ วี นิ ยั ในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทน ใฝุหาความรู๎ และ
ตง้ั ใจปฏิบัตหิ นา๎ ท่ี
โดยใช๎กระบวนการกลํุม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก๎ปัญหา
กระบวนการสบื เสาะหาความรู๎ กระบวนการสร๎างความตระหนัก กระบวนการสรา๎ งคํานยิ ม และกระบวนการสร๎างเจตคติ
เพอื่ ใหผ๎ เ๎ู รยี นมีลักษณะทีด่ ีของคนไทย ภาคภมู ิใจในความเปน็ ไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่น ในศาสนา และเทิดทูน
สถาบนั พระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสํวนรํวมทางการเมืองการ
ปกครอง อยรํู วํ มกับผ๎ูอน่ื อยํางสนั ติ จดั การความขัดแยง๎ ดว๎ ยสนั ตวิ ิธี และมีวนิ ยั ในตนเอง
ผลการเรียนรู๎
๑. มีสวํ นรํวมในการอนรุ ักษ์มารยาทไทย
๒. แสดงออกถึงความเออ้ื เฟ้อื เผอื่ แผํ และเสยี สละตํอสงั คม
๓. เหน็ คุณคําและอนรุ ักษ์ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศิลปวฒั นธรรม และภูมิปญั ญาไทย
๔. เป็นแบบอยาํ งของความรกั ชาติ ยดึ มั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษัตริย์
๕. ประยกุ ต์และเผยแพรพํ ระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
๖. ปฏบิ ัตติ นเปน็ ผ๎ูมีวนิ ัยในตนเอง
รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรยี นรู๎
หลกั สตู รมัธยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๗๑
คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม
รหสั วิชา ส ๒๑๒๓๒ รายวิชา หนา๎ ทีพ่ ลเมือง ๒ กลํุมสาระการเรียนร๎ูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมชน้ั มัธยมศึกษาปี
ท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรียน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หนวํ ยกติ
ปฏบิ ัตติ นเปน็ พลเมอื งดีตามวิถีประชาธิปไตย ในการมีสํวนรํวมในกิจกรรมตําง ๆ ของสังคม การตัดสินใจโดยใช๎เหตุผล มี
สํวนรํวมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของห๎องเรียนและโรงเรียน ตรวจสอบข๎อมูล เพ่ือใช๎ประกอบ การตัดสินใจใน
กจิ กรรมตาํ ง ๆ ปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต อดทน ขยันหมั่นเพียร ใฝุหาความร๎ู ต้ังใจปฏิบัติหน๎าที่
และยอมรบั ผลทเ่ี กิดจากการกระทาของตนเอง
ยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต๎ ในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา
สงิ่ แวดลอ๎ ม อยรูํ ํวมกันอยํางสนั ตแิ ละพงึ่ พาซง่ึ กนั และกนั ในสงั คมพหุวัฒนธรรม ด๎วยการเคารพซง่ึ กนั และกนั ไมแํ สดงกิริยาและวาจา
ดหู มนิ่ ผอ๎ู ืน่ ชํวยเหลือซึ่งกันและกัน แบํงปัน มีสํวนรํวมในการแก๎ปัญหาความขัดแย๎ง โดยสันติวิธี ในเร่ืองการทะเลาะวิวาท ความ
คดิ เหน็ ไมตํ รงกนั ด๎วยการเจรจาไกลํเกล่ีย การเจรจาตํอรอง การระงับ ความขัดแย๎ง ปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความ
ซอื่ สัตย์สุจรติ อดทน ใฝหุ าความร๎ู ตัง้ ใจปฏบิ ตั ิหน๎าท่ี ยอมรับผลท่เี กิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใช๎กระบวนการกลุํม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก๎ปัญหา
กระบวนการสบื เสาะหาความร๎ู กระบวนการสรา๎ งความตระหนกั กระบวนการสร๎างคํานิยม และกระบวนการสร๎างเจตคติ
เพือ่ ใหผ๎ ๎ูเรยี นมลี ักษณะทด่ี ีของคนไทย ภาคภูมิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ัน ในศาสนา และเทิดทูน
สถาบนั พระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสํวนรํวมทางการเมืองการ
ปกครอง อยรํู ํวมกับผ๎ูอ่ืนอยํางสันติ จดั การความขดั แยง๎ ด๎วยสนั ตวิ ธิ ี และมวี นิ ัยในตนเอง
ผลการเรียนรู๎
๑. ปฏิบตั ิตนเปน็ พลเมืองดีตามวิถปี ระชาธปิ ไตย
๒. มีสํวนรวํ มและรับผดิ ชอบในการตัดสนิ ใจ ตรวจสอบขอ๎ มลู เพอื่ ใชป๎ ระกอบการตดั สนิ ใจในกจิ กรรม
ตาํ ง ๆ
๓. ยอมรบั ความหลากหลายทางสงั คมวัฒนธรรมในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต๎ และอยํรู ํวมกัน อยาํ งสนั ติ และพงึ่ พาซง่ึ
กนั และกนั
๔. มีสํวนรํวมในการแกป๎ ัญหาความขัดแย๎งโดยสันติวิธี
๕. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผม๎ู วี นิ ัยในตนเอง
รวมทัง้ หมด ๕ ผลการเรียนรู๎
หลกั สตู รมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๗๒
คาอธิบายรายวชิ าเพิม่ เติม
รหสั วชิ า ส ๒๒๒๓๓ รายวชิ า หนา๎ ที่พลเมือง ๓ กลมุํ สาระการเรยี นร๎ูสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรมชั้นมธั ยมศึกษาปี
ท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
มสี วํ นรํวมและแนะนาผู๎อ่ืนให๎อนุรักษ์มารยาทไทย ในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแตํงกาย การมีสัมมาคารวะ
แสดงออกและแนะนาผ๎ูอื่นใหม๎ คี วามเอื้อเฟอื้ เผ่ือแผแํ ละเสยี สละตํอสังคม เห็นคณุ คํา อนุรักษ์ และสืบสานขนบธรรมเนียม ประเพณี
ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ต้ังใจปฏิบัติ
หนา๎ ที่ และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
ปฏิบัติตนเปน็ แบบอยาํ งและแนะนาผู๎อนื่ ใหม๎ ีการปฏบิ ัตติ นท่แี สดงออกถึงความรักชาติ ยึดมนั่ ในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตริย์ ประยุกต์ และเผยแพรํพระบรมราโชวาท ในเร่ืองการมีสติ ความขยัน อดทน หลักการทรงงาน ในเร่ืองภูมิสังคม
ขาดทนุ คือกาไร และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง ปฏิบตั ติ นเปน็ ผม๎ู ีวินยั ในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร
อดทน ใฝุหาความรู๎ และตงั้ ใจปฏิบัตหิ น๎าที่
โดยใช๎กระบวนการกลุํม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก๎ปัญหา
กระบวนการสบื เสาะหาความร๎ู กระบวนการสรา๎ งความตระหนกั กระบวนการสร๎างคาํ นยิ ม และกระบวนการสรา๎ งเจตคติ
เพอื่ ให๎ผู๎เรยี นมลี กั ษณะท่ีดขี องคนไทย ภาคภูมใิ จในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ัน ในศาสนา และเทิดทูน
สถาบนั พระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสํวนรํวมทางการเมืองการ
ปกครอง อยูรํ วํ มกับผู๎อ่ืนอยํางสนั ติ จัดการความขัดแยง๎ ดว๎ ยสนั ติวธิ ี และมีวินยั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู๎
๑. มีสํวนรวํ มและแนะนาผ๎ูอน่ื ให๎อนุรกั ษม์ ารยาทไทย
๒. แสดงออกและแนะนาผ๎อู ่นื ให๎มีความเออื้ เฟือ้ เผ่ือแผํ และเสยี สละตํอสงั คม
๓. เห็นคณุ คํา อนรุ กั ษ์ และสบื สานขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภูมิปญั ญาไทย
๔. เป็นแบบอยํางและแนะนาผอ๎ู ื่นให๎มีความรกั ชาติ ยดึ ม่นั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบนั พระมหากษตั ริย์
๕. ประยุกต์และเผยแพรํพระบรมราโชวาท หลักการทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
๖. ปฏบิ ตั ติ นเป็นผมู๎ ีวนิ ยั ในตนเอง
รวมทง้ั หมด ๖ ผลการเรียนร๎ู
หลักสูตรมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๗๓
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
รหัสวชิ า ส ๒๒๒๓๔ รายวิชา หนา๎ ทพ่ี ลเมอื ง ๔ กลํุมสาระการเรยี นร๎สู ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรมช้ันมัธยมศึกษาปี
ท่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลาเรียน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนํวยกติ
ปฏบิ ัติตนเป็นพลเมืองดตี ามวถิ ปี ระชาธิปไตย ในเรือ่ งการตดิ ตามขําวสารบ๎านเมือง ความกล๎าหาญ ทางจริยธรรม การเป็น
ผ๎ูนาและการเปน็ สมาชกิ ที่ดี มสี ํวนรวํ มและรับผดิ ชอบในการตัดสนิ ใจตอํ กิจกรรมของห๎องเรียนและโรงเรียน ตรวจสอบข๎อมูลเพ่ือใช๎
ประกอบการตัดสินใจในกิจกรรมตําง ๆ และร๎ูทันขําวสาร ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซ่ือสัตย์สุจริต อดทน ตั้งใจ
ปฏิบตั หิ น๎าที่ ใฝุหาความรู๎ และยอมรบั ผลทีเ่ กดิ จากการกระทาของตนเอง
เห็นคณุ คาํ ของการอยรูํ วํ มกันในภูมิภาคเอเชียอยํางสันติ และพ่ึงพาอาศัยซ่ึงกันและกันโดยคานึงถึง ความหลากหลายทาง
สังคม วัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย ในเรื่องวิถีชีวิต วัฒนธรรม ศาสนา สิ่งแวดล๎อม การอยูํรํวมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและการ
พง่ึ พาซึ่งกันและกนั ในเรื่องการเคารพซึง่ กันและกัน ไมแํ สดงกิรยิ า และวาจาดหู มิ่นผ๎อู ่นื ชวํ ยเหลอื ซึ่งกนั และกัน แบํงปัน มีสํวนรํวม
และเสนอแนวทางการแก๎ปัญหาความขดั แย๎ง โดยสันตวิ ิธเี กย่ี วกบั การละเมิดสิทธิ การใช๎ของสํวนรวม ด๎วยการเจรจาไกลํเกล่ีย การ
เจรจาตํอรอง การระงับ ความขัดแย๎ง ปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต อดทน ใฝุหาความร๎ู ต้ังใจปฏิบัติ
หนา๎ ที่ ยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
ผลการเรยี นรู๎
๑. ปฏิบัติตนเปน็ พลเมอื งดตี ามวิถีประชาธปิ ไตย
๒. มสี ํวนรวํ มและรับผิดชอบในการตดั สินใจ ตรวจสอบข๎อมลู เพ่ือใชป๎ ระกอบการตัดสินใจในกจิ กรรม ตําง ๆ และร๎ูทัน
ขาํ วสาร
๓. เห็นคณุ คําของการอยํูรํวมกนั ในภมู ิภาคเอเชียอยํางสนั ติ และพง่ึ พาซึ่งกนั และกนั
๔. มีสํวนรํวมและเสนอแนวทางการแกป๎ ัญหาความขัดแย๎งโดยสนั ติวธิ ี
๕. ปฏิบัตติ นเป็นผ๎ูมวี นิ ัยในตนเอง
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู๎
หลักสูตรมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๗๔
คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ
รหสั วชิ า ส ๒๓๒๓๕ รายวชิ า หน๎าทพ่ี ลเมอื ง ๕ กลมุํ สาระการเรียนรสู๎ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมชั้นมัธยมศึกษาปี
ท่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
มีสํวนรํวม แนะนาผู๎อ่ืนให๎อนุรักษ์ และยกยํองผ๎ูมีมารยาทไทย ในเร่ืองการแสดงความเคารพ การสนทนา
การแตํงกาย การมีสัมมาคารวะ แสดงออก แนะนาผอู๎ น่ื และมสี วํ นรํวมในกิจกรรมเก่ยี วกับความเออื้ เฟือ้ เผ่อื แผํ และเสยี สละตํอสังคม
เห็นคุณคํา อนุรักษ์ สืบสาน และประยุกต์ขนบธรรมเนียมประเพณี ศิลปวัฒนธรรม และ ภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผ๎ูมีวินัยใน
ตนเอง ในเรือ่ งความซ่ือสตั ย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความร๎ู ต้ังใจปฏิบัติหน๎าที่ และยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาของ
ตนเอง
ปฏบิ ตั ติ นเป็นแบบอยาํ ง และมีสํวนรวํ มในการจดั กจิ กรรมท่แี สดงออกถงึ ความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษตั ริย์ ประยกุ ต์และเผยแพรํพระบรมราโชวาท ในเรื่องการเสียสละ ความซื่อสัตย์ หลักการทรงงาน ในเรื่องศึกษาข๎อมูล
อยาํ งเป็นระบบ แก๎ปญั หาทจี่ ุดเล็ก ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเร่ืองความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝุหาความรู๎
และตงั้ ใจปฏบิ ตั ิหนา๎ ท่ี
โดยใช๎กระบวนการกลุํม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก๎ปัญหา
กระบวนการสืบเสาะหาความรู๎ กระบวนการสร๎างความตระหนัก กระบวนการสร๎างคาํ นยิ ม และกระบวนการสรา๎ งเจตคติ
เพอ่ื ใหผ๎ เ๎ู รยี นมีลักษณะท่ดี ขี องคนไทย ภาคภมู ิใจในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูน
สถาบนั พระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสํวนรํวมทางก ารเมืองการ
ปกครอง อยรํู ํวมกับผูอ๎ น่ื อยาํ งสนั ติ จัดการความขัดแย๎งด๎วยสันติวธิ ี และมวี ินยั ในตนเอง
ผลการเรยี นรู๎
๑. มสี ํวนรวํ ม แนะนาผูอ๎ น่ื ใหอ๎ นรุ กั ษ์ และยกยํองผูม๎ ีมารยาทไทย
๒. แสดงออก แนะนาผูอ๎ นื่ และมสี วํ นรํวมในกจิ กรรมเกี่ยวกับความเออ้ื เฟ้อื เผื่อแผํ และเสียสละ
๓. เห็นคณุ คํา อนุรักษ์ สืบสาน และประยุกต์ขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภมู ปิ ัญญาไทย
๔. เปน็ แบบอยํางและมีสํวนรวํ มในการจัดกจิ กรรมที่แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทดิ ทนู สถาบัน
พระมหากษตั รยิ ์
๕. ประยุกต์และเผยแพรพํ ระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. ปฏิบัติตนเป็นผม๎ู วี นิ ัยในตนเอง
รวมท้ังหมด ๖ ผลการเรียนร๎ู
หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๗๕
คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม
รหสั วชิ า ส ๒๓๒๓๖ รายวิชา หนา๎ ทพ่ี ลเมือง ๖ กลมํุ สาระการเรยี นร๎ูสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมชนั้ มธั ยมศึกษาปี
ท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมอื งดีตามวิถปี ระชาธิปไตย ในเร่ืองการใช๎สิทธิและหน๎าท่ี การใช๎เสรีภาพอยํางรับผิดชอบ การมีสํวนรํวม
ในกจิ กรรมการเลือกต้ัง มสี วํ นรํวมและรับผิดชอบในการตัดสนิ ใจตํอกจิ กรรมของหอ๎ งเรยี นและโรงเรียน ตรวจสอบข๎อมูล ตรวจสอบ
การทาหน๎าที่ของบุคคลเพื่อใช๎ประกอบการตัดสินใจ ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัย ในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร
ใฝุหาความร๎ู ตั้งใจปฏิบตั ิหนา๎ ทแี่ ละยอมรับผลที่เกดิ จาก การกระทาของตนเอง
เห็นคุณคําของการอยํูรํวมกันในภูมิภาคเอเชียอยํางสันติและพึ่งพาซึ่งกันและกัน ทํามกลาง ความหลากหลายทางสังคม
วฒั นธรรมในภูมภิ าคตาํ ง ๆ ของโลก ในเรอื่ งวถิ ีชวี ติ วฒั นธรรม ศาสนา ส่ิงแวดล๎อม การอยรํู ํวมกันในสังคมพหุวัฒนธรรมและพึ่งพา
ซง่ึ กนั และกัน ในเร่อื งการเคารพซ่ึงกันและกัน ไมํแสดงกริ ิยา และวาจาดูหมิ่นผ๎ูอ่ืน ชํวยเหลือซึ่งกันและกัน แบํงปัน มีสํวนรํวมและ
เสนอแนวทางการปูองกันปัญหาความขัดแย๎ง ในเรื่องทัศนคติ ความคิด ความเช่ือ ช๎ูสาว ปฏิบัติตนเป็นผู๎มีวินัยในตนเอง ในเร่ือง
ความซอื่ สตั ย์สจุ รติ อดทน ใฝหุ าความร๎ู ต้งั ใจปฏิบัติหน๎าที่ และยอมรบั ผลท่ีเกิดจากการกระทาของตนเอง
โดยใช๎กระบวนการกลุํม กระบวนการคิด กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก๎ปัญหา
กระบวนการสบื เสาะหาความร๎ู กระบวนการสร๎างความตระหนกั กระบวนการสรา๎ งคํานิยม และกระบวนการสร๎างเจตคติ
เพือ่ ใหผ๎ ู๎เรียนมลี ักษณะท่ีดขี องคนไทย ภาคภมู ใิ จในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดม่ันในศาสนา และเทิดทูน
สถาบนั พระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีสํวนรํวมทางการเมืองการ
ปกครอง อยํรู วํ มกบั ผู๎อ่นื อยาํ งสันติ จัดการความขัดแยง๎ ดว๎ ยสันตวิ ิธี และมีวินัยในตนเอง
ผลการเรยี นรู๎
๑. ปฏิบตั ิตนเป็นพลเมอื งดตี ามวิถีประชาธิปไตย
๒. มสี วํ นรํวมและรบั ผิดชอบในการตดั สนิ ใจ ตรวจสอบข๎อมลู ตรวจสอบการทาหน๎าทขี่ องบุคคล เพื่อใช๎ประกอบการ
ตดั สินใจ
๓. เห็นคุณคําของการอยูรํ ํวมกันในภูมภิ าคตําง ๆ ของโลกอยาํ งสันติ และพ่ึงพาซ่ึงกนั และกนั
๔. มสี วํ นรวํ มและเสนอแนวทางการปูองกนั ปญั หาความขดั แยง๎
๕. ปฏิบตั ิตนเป็นผมู๎ ีวินยั ในตนเอง
รวม ๕ ผลการเรียนรู๎
หลกั สูตรมธั ยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๗๖
คาอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม
รหสั วิชา ส ๒๑๒๐๑ รายวชิ าอาเซียนศึกษา ๑ กลุมํ สาระการเรยี นร๎ูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนํวยกิต
อธิบายสาเหตุการจัดตั้งและการรํวมเป็นสมาชิกของประเทศอาเซียน วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของชุมชน ประเทศ
ภายหลังปี ๒๕๕๘ รวมท้ังอภิปรายความขัดแย๎งในประวัติศาสตร์พร๎อมเสนอแนวทางการจัดการความขัดแย๎ง และนาเสนอการ
หมุนเวียนทรัพยากรท่ีมีอยใูํ นภมู ภิ าคอาเซยี นกลบั มาใชใ๎ หมํเพ่ือเปน็ การใช๎ทรัพยากรอยํางมปี ระสทิ ธิภาพสงู สุด
โดยใช๎กระบวนการสร๎างความคิด การสร๎างความคิดรวบยอด การสร๎างคํานิยม การเรียนรู๎และเข๎าใจ การปฏิบัติ การ
แก๎ปัญหา การสรา๎ งความตระหนกั การสร๎างความคดิ วจิ ารณญาณ
เพ่อื ให๎เกดิ ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝุเรียนรู๎ รักความเป็นไทย มํุงมั่นในการทางาน ดารงชีวิต
อยํางพอเพยี ง มจี ติ สาธารณะ ความเช่ือศรัทธา ความจริง การไตรํตรอง วิจารณญาณ ความรัก การงาน และพิศเพํงธรรมชาติสิ่ง
สรา๎ ง
ผลการเรียนรู๎
๑. อธบิ ายสาเหตุการจัดต้งั อาเซยี นและการรวํ มเปน็ สมาชกิ ของประเทศอาเซยี น
๒. วิเคราะห์การเปลย่ี นแปลงของชมุ ชน ประเทศ ภายหลงั ปี ๒๕๕๘
๓. อภปิ รายความขัดแยง๎ ในประวัตศิ าสตร์พร๎อมเสนอแนวทางการจัดการความขัดแย๎ง
รวม ๓ ผลการเรียนรู๎
หลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๗๗
คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
รหสั วิชา ส ๒๑๒๐๒ รายวชิ าอาเซียนศึกษา ๒ กลุํมสาระการเรยี นร๎ูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรียน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
ศกึ ษา วิเคราะหส์ ภาพภูมิศาสตรข์ องอาเซียน ลักษณะการเมอื งการปกครอง เศรษฐกจิ สงั คมและวัฒนธรรม ความ
หลากหลายของประเทศสมาชิกอาเซยี น ความสาคัญ ความเปน็ มาของอาเซยี นเกีย่ วกับการกอํ ต้งั โครงสรา๎ ง ความรํวมมือของ
อาเซียนในดา๎ นตํางๆ ความเป็นมาของประชาคมอาเซยี น กฎบัตรและจดุ มํงุ หมายของประชาคมอาเซยี น การเตรยี มตวั เขา๎ สํู
ประชาคมอาเซยี นของไทยในดา๎ นทรพั ยากรมนษุ ย์ เศรษฐกิจ สงั คมและวฒั นธรรม ผลทป่ี ระเทศไทยจะได๎รับจากการเข๎าสูํ
ประชาคมอาเซียน บทบาทของไทยในอาเซียน บทบาทของอาเซยี นในสังคมโลก
โดยใช๎กระบวนการคิด กระบวนการสืบคน๎ ขอ๎ มลู กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสงั คม กระบวนการเผชญิ
สถานการณแ์ ละแกป๎ ัญหา
เพ่ือให๎เกิดความร๎ูความเข๎าใจ ตระหนกั ในความสาคญั ของการรวมกลํุมอาเซียน มีความภาคภมู ิใจในการเปน็ สมาชกิ ของ
อาเซยี น มีความเข๎าใจอันดตี อํ สมาชกิ ของประเทศในกลํุมอาเซียนและสามารถปฏิบัติตนเปน็ สมาชิกทีด่ ีของสังคมอาเซียนและ
ปรับตวั ในการอยูํรํวมกันในประชาคมอาเซียนอยํางมคี วามสุข
ผลการเรียนร๎ู
๑. อธบิ ายสภาพแวดลอ๎ มทางภมู ิศาสตร์ ลักษณะการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมของอาเซียน
๒. วิเคราะหค์ วามแตกตาํ งและความคล๎ายคลงึ พัฒนาการของอาเซียน ระหวาํ งประเทศสมาชิกอาเซียนในด๎านตํางๆจาก
อดีตถึงปจั จบุ นั
๓. อธิบายการกํอตง้ั และบอกสัญลักษณ์และคาขวญั สาระสาคัญของกฎบตั ร บทบาทหน๎าทข่ี องสานกั เลขาธิการอาเซยี น
ได๎
๔. ตระหนักในความสาคญั ของการพัฒนาคนไทยสูํประชาคมอาเซยี น
๕. อธิบายอัตลักษณ์ ธงชาติ สกุลเงิน ภาษา การสอ่ื สาร ลกั ษณะดอกไมป๎ ระจาชาติของประเทศสมาชกิ อาเซยี น
๖. ภาคภูมิใจในลกั ษณะเดนํ ของมรดกโลกในประเทศสมาชกิ อาเซยี น ปฏบิ ัติตนเป็นพลเมอื งท่ดี ีของประชาคมอาเซียน
และพลโลก
รวม ๖ ผลการเรียนร๎ู
หลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๗๘
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เติม
รหสั วิชา ส ๒๒๒๐๑ รายวชิ าอาเซยี นศกึ ษา ๓ กลมุํ สาระการเรียนร๎ูสังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
ศกึ ษาประวัตคิ วามเป็นมา การกอํ ต้งั วตั ถุประสงค์ในการกอํ ตัง้ อาเซียน กฎบัตรอาเซียน โครงสรา๎ งและกลไกการ
ดาเนินงานของอาเซียน ความรํวมมือของอาเซยี น ความรํวมมอื ภายนอกอาเซยี นประโยชน์ที่ประเทศไทยจะได๎รับจากการเข๎าสูํ
ประชาคมอาเซียน บทบาทของไทยในอาเซยี น บทบาทของอาเซียนในสังคมโลก การเตรยี มความพร๎อมเพ่ือเข๎าสํูประชาคมอาเซียน
และสนิ ค๎าสํงออก สนิ คา๎ นาเข๎าของประเทศสมาชิกอาเซยี น
โดยใชท๎ ักษะกระบวนการคดิ วิเคราะห์ กระบวนการกลํมุ ทักษะการสอื่ สาร ทักษะการใช๎เทคโนโลยี ทกั ษะการแกป๎ ญั หา
ทักษะการแก๎ปัญหาอยํางสันตวิ ิธี ทกั ษะการเรยี นร๎แู ละการพฒั นาตน ทกั ษะพลเมืองในประชาคมอาเซยี น
เพอื่ ตระหนกั ในความเปน็ อาเซียนรํวมกนั เคารพในความแตกตาํ ง ภูมิใจในความเป็นไทยและความเปน็ อาเซยี น มวี ิถชี วี ิต
ประชาธิปไตยละสนั ติวฒั นธรรม ดาเนนิ ชีวติ ตามหลักการของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู๎
๑. วเิ คราะหค์ วามเปน็ มา เปูาหมาย และพัฒนาการของสมาคมประชาชาตแิ หํงเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต๎
๒. วิเคราะห์สาระสาคญั ของกฎบัตรอาเซียน เปูาหมายของประชาคมอาเซียน และผลที่เกิดข้นึ ตํอประเทศเทศไทยและ
ประเทศกลมํุ สมาชิกอาเซียน
๓. วิเคราะหผ์ ลที่เกดิ ขนึ้ กบั ประเทศไทยและประเทศสมาชกิ อาเซียน จากการที่อาเซียนมคี วามสัมพันธ์กบั ตํางประเทศและ
องคก์ รระหวํางประเทศ
๔. ตระหนักในปัญหาสง่ิ แวดลอ๎ ม และดาเนินชวี ิตท่อี นรุ กั ษส์ ิง่ แวดล๎อม
๕. เข๎ารํวมกิจกรรมเกยี่ วกับอาเซยี น และสรา๎ งผลงานเผยแพรคํ วามรู๎เก่ียวกับอาเซยี น
๖. สามารถสื่อสารภาษาอาเซียน และภาษาประเทศสมาชกิ อาเซียนได๎อยํางนอ๎ ย ๑ ภาษา
๗. ปฏิบตั ติ นเปน็ พลเมืองดขี องประเทศและประชาคมอาเซียนท่เี คารพศักด์ิศรีความเปน็ มนุษย์
๘. ภาคภูมิใจในความเป็นไทยและความเป็นอาเซยี น
รวม ๘ ผลการเรยี นรู๎
หลกั สูตรมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๗๙
คาอธบิ ายรายวิชาเพม่ิ เตมิ
รหสั วิชา ส ๒๒๒๐๒ รายวิชาอาเซยี นศกึ ษา ๔ กลมํุ สาระการเรียนรส๎ู ังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หนํวยกิต
ศึกษาประวัติความเป็นมา การกํอต้ัง วัตถุประสงค์ในการกํอต้ังอาเซียน กฎบัตรอาเซียน โครงสร๎างและกลไกการ
ดาเนินงานของอาเซียน ความรํวมมือของอาเซียน ความรํวมมือภายนอกอาเซียนประโยชน์ท่ีประเทศไทยจะได๎รับจากการเข๎าสูํ
ประชาคมอาเซยี น บทบาทของไทยในอาเซียน บทบาทของอาเซียนในสงั คมโลก การเตรียมความพร๎อมเพ่ือเข๎าสํูประชาคมอาเซียน
และสินคา๎ สํงออก สนิ คา๎ นาเข๎าของประเทศสมาชิกอาเซียน
โดยใช๎ทักษะกระบวนการคดิ วิเคราะห์ กระบวนการกลมุํ ทักษะการสอื่ สาร ทักษะการใช๎เทคโนโลยี ทักษะการแก๎ปัญหา
ทักษะการแกป๎ ัญหาอยํางสนั ตวิ ธิ ี ทักษะการเรยี นรแ๎ู ละการพัฒนาตน ทักษะพลเมืองในประชาคมอาเซียน
เพือ่ ตระหนักในความเป็นอาเซยี นรวํ มกนั เคารพในความแตกตําง ภมู ิใจในความเปน็ ไทยและความเป็นอาเซียน มีวิถีชีวิต
ประชาธปิ ไตยละสันตวิ ฒั นธรรม ดาเนนิ ชีวติ ตามหลกั การของเศรษฐกิจพอเพียง
ผลการเรียนรู๎
๑. วเิ คราะหค์ วามเป็นมา เปูาหมาย และพัฒนาการของสมาคมประชาชาตแิ หํงเอเชียตะวันออกเฉยี งใต๎
๒. วเิ คราะห์สาระสาคัญของกฎบตั รอาเซียน เปูาหมายของประชาคมอาเซียน และผลทีเ่ กิดขึน้ ตํอประเทศเทศไทยและ
ประเทศกลุมํ สมาชกิ อาเซยี น
๓. วิเคราะหผ์ ลท่ีเกิดข้นึ กบั ประเทศไทยและประเทศสมาชกิ อาเซยี น จากการที่อาเซียนมีความสมั พนั ธก์ บั ตาํ งประเทศและ
องคก์ รระหวํางประเทศ
๔. ตระหนกั ในปัญหาสง่ิ แวดลอ๎ ม และดาเนนิ ชีวิตทีอ่ นุรกั ษส์ ง่ิ แวดลอ๎ ม
๕. เข๎ารํวมกิจกรรมเกี่ยวกบั อาเซียน และสรา๎ งผลงานเผยแพรคํ วามร๎เู กีย่ วกบั อาเซียน
๖. สามารถสอื่ สารภาษาอาเซียน และภาษาประเทศสมาชกิ อาเซยี นไดอ๎ ยํางน๎อย ๑ ภาษา
๗. ปฏิบตั ิตนเปน็ พลเมอื งดีของประเทศและประชาคมอาเซยี นท่ีเคารพศกั ด์ิศรีความเป็นมนษุ ย์
๘. ภาคภูมิใจในความเปน็ ไทยและความเป็นอาเซียน
รวม ๘ ผลการเรยี นร๎ู
หลกั สตู รมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๘๐
อธิบายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ
รหัสวชิ า ส ๒๓๒๐๑ รายวิชา อาเซยี นศกึ ษา ๕ สาระการเรียนร๎สู ังคมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนํวยกิต
ศึกษาประวัติความเป็นมา การกํอตั้ง วัตถุประสงค์ในการกํอต้ังอาเซียน สัญลักษณ์ อัตลักษณ์ กฎบัตรอาเซียน
โครงสร๎างและกลไกการดาเนินงาน และพัฒนาการของอาเซียน ความรํวมมือของประเทศสมาชิกในแตํละด๎าน วิเคราะห์ความ
แตกตาํ งด๎านการเมือง การปกครอง เศรษฐกจิ สงั คม และวัฒนธรรมของประเทศสมาชิกอาเซียน ผลกระทบและประโยชนท์ ี่ประเทศ
ไทยจะได๎รับจากการเข๎าสูํประชาคมอาเซียน บทบาทของไทยในอาเซียน บทบาทของอาเซียนในสังคมโลก และการเตรียมค วาม
พรอ๎ มเพื่อเขา๎ สํูประชาคมอาเซยี น
โดยใชท๎ ักษะกระบวนการการมีสํวนรํวม การคิด การอภิปราย การสืบค๎นโดยการบูรณาการกระบวนการทางานเป็นกลุํม
กระบวนการสรา๎ งความคิดรวบยอดและกระบวนการสบื ค๎นจากแหลํงข๎อมูลท่ีหลากหลายโดยใชส๎ ่อื เทคโนโลยี
เพ่อื ให๎เกิดความรค๎ู วามเข๎าใจและมีสมรรถนะท่ีสาคัญในการสื่อสาร การคิด การแก๎ปัญหา การใช๎เทคโนโลยี ตลอดจนมี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์มีวินัย ใฝุเรียนรู๎ มํุงมั่นในการทางานรักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และ
สามารถอยํูรวํ มกนั ได๎อยํางมีความสุข
ผลการเรียนร๎ู
๑. อธบิ ายประวัติความเป็นมา ขอ๎ มูลพ้ืนฐาน สญั ลักษณ์ และลักษณข์ องประเทศสมาชิกอาเซียน
๒. อธบิ ายวัตถุประสงคข์ องการกอํ ตั้งประชาคมอาเซียนและกฎบตั รอาเซยี น
๓. อธิบายโครงสร๎าง และกลไกการดาเนินงานของอาเซยี น
๔. วเิ คราะห์ความแตกตํางและความคล๎ายคลงึ ระหวาํ งประเทศสมาชกิ กลมํุ อาเซียน ดา๎ นการเมอื ง การปกครอง เศรษฐกิจ
สงั คม และวฒั นธรรม
๕. วิเคราะหบ์ ทบาทของอาเซียนในสังคมโลกและผลท่ีคาดวําจะไดร๎ ับ
๖. วิเคราะหก์ ารเตรียมตัว เข๎าสปูํ ระชาคมอาเซียนของไทย ประโยชน์และผลกระทบท่ีประเทศไทยจะได๎รับ
๗. ภาคภูมิใจในความเปน็ ไทยและความเปน็ อาเซียน
รวม ๗ ผลการเรียนร๎ู
หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๘๑
อธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม
รหัสวชิ า ส ๒๓๒๐๒ รายวิชา อาเซยี นศกึ ษา ๖ สาระการเรียนรสู๎ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนํวยกิต
ศึกษาประวัติความเป็นมา การกํอตั้ง วัตถุประสงค์ในการกํอต้ังอาเซียน สัญลักษณ์ อัตลักษณ์ กฎบัตรอาเซียน
โครงสร๎างและกลไกการดาเนินงาน และพัฒนาการของอาเซียน ความรํวมมือของประเทศสมาชิกในแตํละด๎าน วิเคราะห์ความ
แตกตาํ งด๎านการเมือง การปกครอง เศรษฐกจิ สงั คม และวฒั นธรรมของประเทศสมาชกิ อาเซียน ผลกระทบและประโยชนท์ ี่ประเทศ
ไทยจะได๎รับจากการเข๎าสูํประชาคมอาเซียน บทบาทของไทยในอาเซียน บทบาทของอาเซียนในสังคมโลก และการเตรียมความ
พรอ๎ มเพื่อเข๎าสปํู ระชาคมอาเซยี น
โดยใช๎ทักษะกระบวนการการมีสํวนรํวม การคิด การอภิปราย การสืบค๎นโดยการบูรณาการกระบวนการทางานเป็นกลุํม
กระบวนการสรา๎ งความคิดรวบยอดและกระบวนการสบื ค๎นจากแหลํงขอ๎ มลู ที่หลากหลายโดยใชส๎ อ่ื เทคโนโลยี
เพื่อให๎เกิดความรค๎ู วามเข๎าใจและมีสมรรถนะท่ีสาคัญในการสื่อสาร การคิด การแก๎ปัญหา การใช๎เทคโนโลยี ตลอดจนมี
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์มีวินัย ใฝุเรียนรู๎ มํุงมั่นในการทางานรักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และ
สามารถอยํรู วํ มกนั ได๎อยํางมีความสขุ
ผลการเรียนร๎ู
๑. อธิบายประวัติความเป็นมา ขอ๎ มูลพ้ืนฐาน สญั ลักษณ์ และลักษณ์ของประเทศสมาชิกอาเซยี น
๒. อธบิ ายวัตถุประสงคข์ องการกอํ ตั้งประชาคมอาเซียนและกฎบัตรอาเซยี น
๓. อธบิ ายโครงสร๎าง และกลไกการดาเนินงานของอาเซียน
๔. วเิ คราะห์ความแตกตํางและความคล๎ายคลงึ ระหวาํ งประเทศสมาชิกกลุํมอาเซยี น ด๎านการเมอื ง การปกครอง เศรษฐกจิ
สงั คม และวฒั นธรรม
๕. วิเคราะหบ์ ทบาทของอาเซียนในสังคมโลกและผลทค่ี าดวําจะไดร๎ บั
๖. วิเคราะหก์ ารเตรียมตัว เข๎าสปูํ ระชาคมอาเซียนของไทย ประโยชน์และผลกระทบทีป่ ระเทศไทยจะไดร๎ ับ
๗. ภาคภมู ิใจในความเปน็ ไทยและความเปน็ อาเซียน
รวม ๗ ผลการเรียนร๎ู
หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๘๒
คาอธิบายรายวชิ า
กลํมุ สาระการเรียนรสู๎ ขุ ศกึ ษา
และพลศึกษา
หลักสตู รมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๘๓
คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน
รหสั วิชา พ ๒๑๑๐๑ รายวิชาสขุ ศกึ ษา ๑ กลํมุ สาระการเรยี นรูส๎ ุขศึกษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
ศกึ ษา วเิ คราะหแ์ ละอธบิ ายความสาคัญของระบบประสาท และระบบตํอมไร๎ทํอที่มีผลตํอสุขภาพ การเจริญเติบโต และ
พัฒนาการของวัยรุํนอธิบายวธิ ีดูแลรกั ษาระบบประสาทและระบบตํอมไร๎ทํอให๎ทางานตามปกติ วิเคราะหภ์ าวการณเ์ จรญิ เติบโต
ทางรํางกายของตนเองกบั เกณฑ์มาตรฐานแสวงหาแนวทางในการพัฒนาตนเองใหเ๎ จริญเตบิ โตสมวยั วิธกี ารปรับตัวตอํ การ
เปลยี่ นแปลงทางรํางกายจติ ใจ อารมณ์ และพัฒนาการทางเพศอยาํ งเหมาะสม แสดงทักษะการปฏิเสธเพอื่ ปูองกันตนเองจาก
การถูกลวํ งละเมิดทางเพศ เลือกกินอาหารท่ีเหมาะสมกบั วัย เคราะหป์ ญั หาท่ีเกดิ จากการภาวะโภชนาการท่ีมผี ลกระทบตํอ
สขุ ภาพ ควบคุมน้าหนักของตนเองใหอ๎ ยํูในเกณฑม์ าตรฐานการสร๎างเสริมและปรับปรงุ สมรรถภาพทางกายตามผลการทดสอบ
ดูแลรักษาระบบประสาท และ ระบบตํอมไร๎ทํอ ทักษะการปฏิเสธการถูกลํวงละเมิดทางเพศ สามารถนาความรู๎ไปใช๎
เพือ่ ใหเ๎ กดิ ประโยชนใ์ นชวี ิตประจาวัน มีคณุ ธรรม จริยธรรม มีคํานยิ มทเ่ี หมาะสม
โดยใช๎กระบวนการ สร๎างความรู๎ความเข๎าใจ คิดวิเคราะห์และอธิบาย การคิดริเริ่มสร๎างสรรค์ การทางานเป็นกลํุม การ
สรา๎ งงานตามความถนัด ความสนใจ การเรียนรู๎ด๎วยตนเอง การสืบค๎นข๎อมูล การอภิปรายและการสร๎างเสริมคุณลักษณะ อันพึง
ประสงค์
เพอื่ ใหเ๎ กดิ การพัฒนาพฤตกิ รรมด๎านความรู๎ เจตคติ คุณธรรม คํานิยม และการปฏิบัติเกี่ยวกับ สุขภาพควบคํูไป
ดว๎ ยกัน
มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด
พ ๑.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓, ม. ๑/๔
พ ๒.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒
รวม ๒ มาตรฐาน ๖ ตัวชี้วดั
หลักสตู รมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๘๔
คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัสวิชา พ ๒๑๑๐๒ รายวิชาสขุ ศกึ ษา ๒ กลมํุ สาระการเรยี นร๎สู ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวํ ยกติ
ศึกษา อธบิ าย วิเคราะห์ เกยี่ วกับ หลักการเลอื กอาหารและโภชนาการทเี่ หมาะสมกบั วัย รว๎ู ธิ ี การปฐม
พยาบาลเบ้ืองต๎น ลักษณะสารเสพตดิ และวธิ กี ารปอู งกันการตดิ สารเสพติด เลือกกนิ อาหารทเ่ี หมาะสม
กบั วยั และควบคมุ นา้ หนกั ตนเองให๎อยํูในเกณฑ์มาตรฐาน แสดงวิธีการเคลื่อนย๎ายผปู๎ วุ ย มีทักษะการชกั ชวนผูอ๎ น่ื
ใหล๎ ด ละเลิก สารเสพตดิ เพ่ือนาความรไ๎ู ปในชวี ติ ประจาวนั
แสดงวิธีปฐมพยาบาลและเคล่ือนย๎ายผ๎ูปุวยอยํางปลอดภยั อธบิ ายลักษณะอาการของผ๎ูติดสารเสพติดและการปูองกันการ
ติดสารเสพตดิ อธิบายความสมั พันธข์ องการใชส๎ ารเสพติดกับการเกิดโรคและอบุ ตั เิ หตุ แสดงวิธกี ารชกั ชวนผ๎ูอ่นื ให๎ลด ละ เลิกสาร
เสพติด โดยใชท๎ กั ษะตําง ๆ
โดยใชก๎ ระบวนการสบื เสาะหาคามรู๎ สบื คน๎ ข๎อมลู วเิ คราะหแ์ ละอภิปราย รวมทั้งจัดกจิ กรรมทหี่ ลากหลายทง้ั ในและนอก
หอ๎ งเรยี น การศึกษาจากแหลํงวทิ ยาการตํางๆทง้ั หนวํ ยรัฐและเอกชน การอภปิ รายและการสรา๎ งเสริมคณุ ลกั ษณะ อนั พงึ ประสงค์
เพื่อให๎เกิดความร๎ู ความเข๎าใจ สานึกในคุณคํา ศักยภาพ และความเป็นตัวของตัวเอง สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนร๎ู
และนาความร๎ูไปใชป๎ ระโยชน์ในการดารงชวี ติ
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
พ ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔
พ ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ,ม.๑/๓,ม.๑/๔
รวม ๒ มาตรฐาน ๗ ตัวชี้วัด
หลกั สูตรมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๘๕
คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน
รหัสวิชา พ ๒๒๑๐๑ รายวิชาสุขศึกษา ๒ กลํมุ สาระการเรียนรสู๎ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
ศกึ ษาอธบิ ายการเปล่ียนแปลงดา๎ นรํางกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คมและสติปญั ญาในวยั รนุํ โดยระบุปัจจัยท่ีมีผลกระทบตํอการ
เจริญเติบโตและพัฒนาการในทุกด๎าน วิเคราะห์ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลตํอเจตคติในเรื่องเพศ ปัญหาและผลกระทบท่ีเกิดจากการมี
เพศสมั พนั ธใ์ นวัยเรียน อธิบายวธิ กี ารปูองกนั ตนเองและหลีกเลี่ยงจากโรคติดตํอทางเพศสัมพันธ์ โรคเอดส์ และการต้ังครรภ์โดยไมํ
พงึ ประสงค์ ความเสมอภาคทางเพศและการวางตัวสามารถเลือกใช๎บริการทางสุขภาพอยํางมีเหตุผล โดยสามารถวิเคราะห์ผลของ
การใช๎เทคโนโลยีท่มี ตี ํอสุขภาพ รวมถงึ วเิ คราะห์ความเจรญิ กา๎ วหนา๎ ทางการแพทย์ทม่ี ีผลตํอสุขภาพและนาความรู๎ไปใช๎ประโยชน์ใน
การดารงชีวติ ตามหลกั แนวการคดิ ของปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
โดยใช๎กระบวนการทางสุขศึกษาและพลศกึ ษา การอธิบาย การวเิ คราะห์ การแสวงหา การแสดง การเพม่ิ พนู ความสามารถ
และนาความรูท๎ ี่ได๎ไปเชอ่ื มโยงสัมพันธ์กับวชิ าอืน่ ภายใตก๎ รอบแนวทางตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง การปฏิบตั ิ การวางแผน
การประเมินตนเองและผ๎ูอื่น การปรับปรงุ และการนาไปใช๎อยาํ งเป็นระบบ การรํวมมอื การเปรียบเทยี บ และการยอมรับ การ
ปูองกนั ตนเอง การวางตวั และการเลือกใช๎บริการทางสุขภาพ และการพัฒนาการสร๎างเสรมิ สุขภาพและสมรรถภาพ
เพอื่ ให๎เห็นคุณคาํ ในการดูแลรกั ษาสุขภาพ รกั การเรียนรูส๎ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา มีทกั ษะกระบวนการทางสุขศกึ ษาและพล
ศกึ ษา เกิดความคดิ การแก๎ไขปูองกันปญั หา เห็นความสาคัญของการออกกาลงั กายและเลํนกีฬาจนเป็นวิถีชีวติ ท่ดี ี มสี ุขภาพทดี่ ี มี
วนิ ัย มีจติ สาธารณะ สามารถส่ือสารสง่ิ ท่เี รียนร๎ู มีทักษะในการดารงชวี ิตและนาความรู๎สขุ ศึกษาและพลศกึ ษาเปน็ เครือ่ งมือในการ
เรียนร๎ูวชิ าอื่นและนาไปใชใ๎ นชวี ติ ประจาวันอยาํ งถกู ตอ๎ งและเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
พ ๑.๑ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒
พ ๒.๑ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓ ,ม.๒/๔
พ ๔.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ ,ม.๒/๓ ,ม.๒/๔, ม.๒/๕ ,ม.๒/๖ ,
พ ๔.๑ ม.๒/๗
พ ๕.๑ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓
รวม ๕ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ชี้วัด
หลักสูตรมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๘๖
คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน กลํมุ สาระการเรยี นร๎สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนํวยกิต
รหัสวิชา พ ๒๒๑๐๓ รายวิชาสุขศกึ ษา ๔
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๒
ศกึ ษา อธิบายความสมั พันธ์ระหวาํ งสุขภาพกายและสขุ ภาพจิต วธิ กี ารปฏิบตั ติ นเพ่อื จัดการกับอารมณแ์ ละความเครียด
รวมทงั้ พฒั นาสมรรถภาพทางกายตนเองให๎เป็นไปตามเกณฑท์ กี่ าหนด ระบวุ ธิ กี าร ปจั จัยและแหลํงให๎การชํวยเหลอื ฟื้นฟูผตู๎ ดิ สาร
เสพติด อธิบายวธิ กี ารหลกี เลยี่ งพฤตกิ รรมเสีย่ งและสถานการณเ์ ส่ยี ง สามารถใช๎ทกั ษะชีวติ ในการปูองกนั ตนเองและหลกี เลยี่ ง
สถานการณ์คับขันท่ีอาจนาไปสอํู นั ตราย
โดยใช๎กระบวนการทางสุขศกึ ษาและพลศกึ ษา การอธิบาย การวเิ คราะห์ การแสวงหา การแสดง การเพม่ิ พูนความสามารถ
และนาความรทู๎ ไี่ ดไ๎ ปเชื่อมโยงสัมพนั ธก์ บั วิชาอื่น ภายใตก๎ รอบแนวทางตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง การปฏิบัติ การวางแผน
การประเมนิ ตนเองและผูอ๎ น่ื การปรับปรงุ และการนาไปใช๎อยํางเปน็ ระบบ การรวํ มมอื การเปรียบเทยี บ และการยอมรบั การ
ปอู งกนั ตนเอง การวางตวั และการเลอื กใชบ๎ ริการทางสขุ ภาพ และการพัฒนาการสร๎างเสริมสขุ ภาพและสมรรถภาพ
เพอ่ื ใหเ๎ หน็ คุณคําในการดูแลรักษาสุขภาพ รกั การเรียนรส๎ู ุขศึกษาและพลศกึ ษา มีทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพล
ศึกษา เกิดความคิด การแกไ๎ ขปูองกนั ปัญหา เห็นความสาคัญของการออกกาลงั กายและเลํนกีฬาจนเปน็ วถิ ชี วี ิตทด่ี ี มสี ุขภาพท่ีดี มี
วนิ ัย มีจติ สาธารณะ สามารถส่อื สารสงิ่ ทเ่ี รยี นรู๎ มีทกั ษะในการดารงชีวิตและนาความร๎ูสขุ ศึกษาและพลศกึ ษาเป็นเครือ่ งมอื ในการ
เรยี นรู๎วิชาอ่ืนและนาไปใชใ๎ นชีวิตประจาวนั อยํางถูกตอ๎ งและเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
พ ๑.๑ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒
พ ๒.๑ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓ ,ม.๒/๔
พ ๔.๑ ม.๒/๑ , ม.๒/๒ ,ม.๒/๓ ,ม.๒/๔, ม.๒/๕ ,ม.๒/๖ ,
พ ๔.๑ ม.๒/๗
พ ๕.๑ ม.๒/๑ ,ม.๒/๒ ,ม.๒/๓
รวม ๕ มาตรฐาน ๑๖ ตัวชี้วัด
หลักสูตรมธั ยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๘๗
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
รหสั วิชา พ ๒๓๑๐๑ รายวิชาสขุ ศึกษา ๕ กลุํมสาระการเรียนรู๎สุขศึกษา และพลศึกษา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวํ ยกติ
เปรียบเทยี บการเปล่ียนแปลงทางดา๎ นรํางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา แตํละชวํ งของชีวติ วิเคราะหอ์ ิทธิพลและ
ความคาดหวงั ของสังคมตํอการเปลย่ี นแปลงของวยั รํนุ วิเคราะห์ผลของสื่อทม่ี ตี อํ การเจรญิ เตบิ โตและพัฒนาการของวัยรนํุ อธบิ าย
อนามยั แมํและเด็ก การวางแผนครอบครัวและวิธีการปฏิบตั ติ นทีเ่ หมาะสม วิเคราะหป์ ัจจัยท่ีมีผลตํอการตั้งครรภ์ รวมถงึ การ
วเิ คราะหห์ าสาเหตุ การเสนอแนวทางการปอู งกัน แก๎ไขความขัดแย๎งในครอบครัว
โดยใช๎กระบวนการทางสุขศกึ ษาและพลศึกษา การอธบิ าย การวเิ คราะห์ การแสวงหา การแสดง การเพ่มิ พูนความสามารถ
การเลํน การรํวมกจิ กรรมและนาความรูท๎ ่ไี ด๎ไปเชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอน่ื การออกกาลังกายและการเลือกเขา๎ มารวํ มเลนํ การ
ประเมนิ การเลํนของตนเองและผ๎อู ่นื การปฏิบตั ิ การวางแผน การนาไปใชใ๎ นการเลํนอยาํ งเป็นระบบ การรวํ มมือ การเปรยี บเทยี บ
และการยอมรับ การกาหนดและการเลอื กการบริโภคและอุปโภค การปอู งกันตนเองจากสาเหตกุ ารเจ็บปุวย การวางแผนและจดั
เวลาในการออกกาลังกายและการพฒั นาการสร๎างเสรมิ สุขภาพและสมรรถภาพ
เพ่ือใหเ๎ หน็ คุณคําในการดูแลรกั ษาสุขภาพ รกั การเรียนรู๎สขุ ศึกษาและพลศึกษา มที กั ษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพล
ศึกษา เกดิ ความคดิ การแก๎ไขปอู งกนั ปัญหา เห็นความสาคญั ของการออกกาลังกายและเลํนกีฬาจนเปน็ วถิ ีชวี ติ ทด่ี ี มีสุขภาพทด่ี ี มี
วนิ ัย มจี ติ สาธารณะ สามารถสือ่ สารสงิ่ ทเ่ี รียนรู๎ มที ักษะในการดารงชวี ิต และนาไปใช๎ในชีวิตประจาวันอยํางถูกตอ๎ งและเหมาะสม
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
พ ๑.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ ,ม.๓/๓
พ ๒.๑ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒ ,ม.๓/๓
พ ๔.๑ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒ ,ม.๓/๓ ,ม.๓/๔ ,ม.๓/๕
พ ๕.๑ ม.๓/๑ ,ม.๓/๒ ,ม.๓/๓ ,ม.๓/๔ ,ม.๓/๕
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ชว้ี ัด
หลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๘๘
คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน
รหัสวชิ า พ ๒๓๑๐๓ รายวิชาสขุ ศกึ ษา ๖ กลุมํ สาระการเรียนร๎สู ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
ศกึ ษา กาหนดรายการอาหารท่ีเหมาะสมกบั วยั ตาํ ง ๆ โดยคานึงถงึ ความประหยัดและคุณคําทางโภชนาการ เสนอแนวทาง
ปูองกนั โรคทเ่ี ป็นสาเหตุสาคญั ของการเจบ็ ปวุ ยและการตายของคนไทย รวบรวมขอ๎ มูลและเสนอแนวทางแกไ๎ ขปญั หาสขุ ภาพใน
ชมุ ชนของตนเอง มกี ารวางแผนและจดั เวลาในการออกกาลงั กาย การพักผํอนและการสรา๎ งเสรมิ สมรรถภาพทางกาย ทดสอบ
สมรรถภาพทางกายและพัฒนาไดต๎ ามความแตกตํางระหวาํ งบุคคลและนาความร๎ไู ปใช๎ประโยชนใ์ นการดารงชวี ิตตามหลักแนวการ
คดิ ของปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง ตลอดจนวเิ คราะห์ปัจจัยเสยี่ งและพฤติกรรมเสี่ยงทม่ี ผี ลตํอสขุ ภาพและแนวทางปูองกัน การ
หลกี เลี่ยงการใช๎ความรนุ แรงและชักชวนเพื่อนให๎หลกี เลยี่ งการใช๎ความรุนแรงในการแกป๎ ัญหา อิทธิพลของสือ่ ตอํ พฤตกิ รรมสุขภาพ
และความรนุ แรง วิเคราะหถ์ ึงความสัมพนั ธ์ของการดื่มเครอื่ งด่มื ทีม่ แี อลกอฮอลลต์ ํอสุขภาพและการเกดิ อุบตั ิเหตุ รวมทั้งสามรถ
ปฏิบัตแิ ละแสดงวิธกี ารชํวยฟ้นื คนื ชีพอยาํ งถูกวธิ ี
โดยใชก๎ ระบวนการทางสุขศึกษาและพลศกึ ษา การอธบิ าย การวเิ คราะห์ การแสวงหา การแสดง การเพิ่มพนู ความสามารถ
การเลํน การรํวมกจิ กรรมและนาความรทู๎ ่ีไดไ๎ ปเชื่อมโยงสมั พันธ์กับวชิ าอ่นื การออกกาลังกายและการเลือกเข๎ามารํวมเลํน การ
ประเมินการเลนํ ของตนเองและผ๎ูอืน่ การปฏิบัติ การวางแผน การนาไปใชใ๎ นการเลํนอยาํ งเปน็ ระบบ การรํวมมอื การเปรียบเทยี บ
และการยอมรับ การกาหนดและการเลอื กการบรโิ ภคและอปุ โภค การปูองกันตนเองจากสาเหตุการเจบ็ ปวุ ยการวางแผนและจัดเวลา
ในการออกกาลงั กายและการพฒั นาการสร๎างเสริมสุขภาพและสมรรถภาพ
เพื่อให๎เหน็ คณุ คําในการดูแลรักษาสุขภาพ รักการเรยี นรสู๎ ุขศึกษาและพลศึกษา มีทักษะกระบวนการทางสุขศึกษาและพล
ศึกษา เกดิ ความคดิ การแก๎ไขปอู งกนั ปัญหา เห็นความสาคญั ของการออกกาลงั กายและเลํนกฬี าจนเป็นวิถีชีวติ ทด่ี ี มีสุขภาพท่ีดี มี
วนิ ัย มจี ิตสาธารณะ สามารถสือ่ สารส่ิงที่เรยี นรู๎ มที กั ษะในการดารงชีวติ และนาไปใช๎ในชวี ติ ประจาวันอยํางถกู ต๎องและเหมาะสม
มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
พ ๑.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ ,ม.๓/๓
พ ๒.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ ,ม.๓/๓
พ ๔.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ ,ม.๓/๓ ,ม.๓/๔ ,ม.๓/๕
พ ๕.๑ ม.๓/๑ , ม.๓/๒ , ม.๓/๓ ,ม.๓/๔ ,ม.๓/๕
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๖ ตวั ช้วี ัด
หลักสตู รมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๘๙
คาอธบิ ายรายวิชาพนื้ ฐาน
รหัสวชิ า พ ๒๑๑๐๓ รายวิชาพลศึกษา ๑ กลํมุ สาระการเรียนรส๎ู ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนํวยกติ
ศึกษาการใช๎ทักษะกลไกและทักษะพน้ื ฐานทนี่ าไปสูํการพัฒนาทักษะการเลํนกฬี าไทย กฬี าสากล ประเภทบคุ คลและทีม
โดยใช๎ทักษะพ้นื ฐานตามชนิดกฬี า รวํ มกิจกรรมนนั ทนาการ และนาหลกั ความรทู๎ ไี่ ด๎รับไปเช่อื มโยงสัมพันธ์กับวชิ า สร๎างเสรมิ
ปรับปรุงสมรรถภาพทางกายมาใช๎ในการฝึกปฏบิ ตั ิเหน็ คุณคําในการออกกาลงั กาย นาไปใช๎ในชีวติ ประจาวันได๎อยํางยัง่ ยนื
โดยใช๎กระบวนการ สร๎างความร๎ูความเข๎าใจ คิดวเิ คราะห์และอธบิ าย การคิดรเิ รมิ่ สร๎างสรรค์ การทางานเปน็ กลุํม การสร๎าง
งานตามความถนดั ความสนใจ การเรยี นรู๎ดว๎ ยตนเอง การสืบคน๎ ข๎อมลู การอภิปรายและการสรา๎ งเสริมคุณลกั ษณะ อันพงึ ประสงค์
เพือ่ ให๎เกิดความร๎ู ความเข๎าใจ สานึกในคุณคํา ศกั ยภาพ และความเปน็ ตัวของตัวเอง สามารถสื่อสารส่ิงทีเ่ รยี นร๎ู
รวมทั้งสมรรถภาพเพ่อื สุขภาพและกฬี า และนาความรไู๎ ปใช๎ประโยชน์ในการดารงชีวิต
การวัดการประเมินผลดว๎ ยวธิ ีหลากหลายตามสภาพจริงให๎สอดคล๎องกบั สาระการเรียนรแ๎ู ละทักษะกระบวนการที่ตอ๎ งการวัด
มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
พ ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓
พ ๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓,ม.๑/๔ ,ม.๑/๕,ม.๑/๖
รวม ๒ มาตรฐาน ๙ ตวั ชี้วดั
หลักสูตรมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๙๐
คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน
รหัสวชิ า พ ๒๑๑๐๔ รายวิชาพลศึกษา ๒ กลมํุ สาระการเรยี นรู๎สุขศกึ ษาและพลศึกษา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวํ ยกติ
ศกึ ษาหลักการเก่ยี วกบั กิจกรรมพลศึกษาและกฬี าและฝึกทักษะการบรหิ ารรํางกาย การเคลื่อนไหวพื้นฐาน การออกกาลังกาย
ด๎วยการเลํนกีฬาไทยและกีฬาสากล ประเภทบุคคล และทมี โดยใช๎ทกั ษะพืน้ ฐานตามชนดิ กฬี าอยาํ งละ ๑ ชนิด มีการวางแผนการรุก
และการปูองกันในการเลํนกีฬาท่ีเลือกและนาไปใช๎ในการเลํนอยํางเป็นระบบ รํวมมือในการเลํนกีฬาและการทางานเป็นทีมอยําง
สนุกสนานและวิเคราะหเ์ ปรียบเทียบยอมรับความแตกตํางระหวาํ งวธิ กี ารเลนํ กีฬาของตนกบั ผ๎ูอนื่
โดยใชก๎ ระบวนกรสบื เสาะหาความรู๎ สบื คน๎ ขอ๎ มลู วเิ คราะห์ และอภปิ รายเพอ่ื ให๎รู๎หลกั และวธิ ีการออกกาลังกายที่ถูกต๎อง มี
ทกั ษะมีสมรรถภาพทางกาย จิตใจ มรี ะเบยี บวินยั เห็นคุณคําและนาไปปฏิบัตใิ นการดารงชวี ติ
เพือ่ ใหเ๎ กิดความร๎ู ความเข๎าใจ สานกึ ในคุณคํา ศกั ยภาพ และความเป็นตวั ของตวั เอง สามารถสื่อสารส่งิ ทเี่ รียนร๎ู รวมท้งั
สมรรถภาพเพื่อสขุ ภาพและกฬี า และนาความรไู๎ ปใชป๎ ระโยชน์ในการดารงชวี ติ
การวดั การประเมินผลดว๎ ยวธิ ีหลากหลายตามสภาพจริงให๎สอดคล๎องกบั สาระการเรยี นร๎แู ละทักษะกระบวนการที่ต๎องการวดั
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
พ ๓.๑ ม. ๑/๒
พ ๓.๒ ม. ๑/๔ ม. ๑/๕ ม. ๑/๖
รวมทั้งหมด ๒ มาตรฐาน ๔ ตัวช้ีวัด
หลักสูตรมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
คาอธิบายรายวิชาพ้ืนฐาน ๙๑
รหัสวิชา พ ๒๒๑๐๒ รายวิชาพลศกึ ษา ๒ กลุมํ สาระการเรียนรู๎สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
ศึกษาหลกั การเก่ียวกับกิจกรรมพลศึกษาและกีฬาและฝกึ ทกั ษะการบรหิ ารรํางกาย การออกกาลังกายด๎วยกิจกรรมกีฬา เพื่อ
เพ่ิมพูนความสามารถของตนตามหลักการเคล่ือนไหวท่ีใช๎ทักษะกลไกและทักษะพื้นฐานท่ีนาไปสํูการพัฒนาทักษะการเลํนกีฬา รํวม
กิจกรรมนนั ทนาการอยํางนอ๎ ย ๑ กิจกรรมและนาหลักความรูท๎ ไ่ี ด๎ไปเช่ือมโยงสัมพันธ์กับวิชาอื่นท้ังอธิบาย ความสาคัญของการออก
กาลังกายและเลํนกีฬาจนเป็นวิถีชีวิตท่ีมีสุขภาพดี ออกกาลังกายและเลือกเข๎ารํวมเลํนกีฬาตามความถนัด ความสนใจอยํางเต็ม
ความสามารถพร๎อมท้ัง มีการประเมนิ การเลนํ ของตนและผอู๎ ื่น ปฏบิ ตั ิตามกฎกติกาและข๎อตกลงตามชนิดกีฬาทเี่ ลือกเลนํ
เพอ่ื ใหร๎ ๎ูหลกั และวธิ ีการออกกาลังกายที่ถูกต๎อง มีทักษะมีสมรรถภาพทางกายและจิต มีระเบียบวินัย เห็นคุณคําและนาไป
ปฏบิ ตั ใิ ชใ๎ นการดารงชีวิต
การวัดการประเมนิ ผลด๎วยวิธีหลากหลายตามสภาพจรงิ ให๎สอดคล๎องกบั สาระการเรียนร๎แู ละทกั ษะกระบวนการทตี่ อ๎ งการวัด
มาตรฐาน/ตัวชี้วดั
พ ๓.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๓
พ ๓.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
รวมทั้งหมด ๒ มาตรฐาน ๕ ตวั ชี้วัด
หลักสูตรมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๙๒
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
รหสั วิชา พ ๒๒๑๐๔ รายวิชาพลศึกษา ๔ กลํุมสาระการเรียนรส๎ู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
ศึกษาหลกั การเกีย่ วกบั กจิ กรรมพลศึกษาและกีฬาและฝึกทักษะการบริหารรํางกาย การเคลื่อนไหวพ้ืนฐาน การออกกาลัง
กายด๎วยการเลํนกีฬาไทยและกีฬาสากล ประเภทบุคคล และทีมโดยใช๎ทักษะพื้นฐานตามชนิดกีฬาอยํางละ ๑ ชนิด มีการวาง
แผนการรกุ และการปอู งกันในการเลํนกฬี าทีเ่ ลือกและนาไปใช๎ในการเลํนอยํางเป็นระบบ รํวมมือในการเลํนกีฬาและการทางานเป็น
ทีมอยาํ งสนกุ สนานและวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทยี บยอมรับความแตกตาํ งระหวาํ งวธิ ีการเลนํ กีฬาของตนกบั ผอู๎ ืน่
เพ่ือให๎รู๎หลักและวิธีการออกกาลังกายท่ีถูกต๎อง มีทักษะมีสมรรถภาพทางกาย จิตใจ มีระเบียบวินัย เห็นคุณคําและนาไป
ปฏบิ ัติในการดารงชวี ติ
การวดั การประเมนิ ผลด๎วยวิธหี ลากหลายตามสภาพจรงิ ให๎สอดคลอ๎ งกับสาระการเรียนรแู๎ ละทกั ษะกระบวนการทีต่ ๎องการวัด
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
พ ๓.๑ ม. ๒/๒
พ ๓.๒ ม. ๒/๔ ม. ๒/๕ ม. ๒/๖
รวมทงั้ หมด ๒ มาตรฐาน ๔ ตวั ชี้วัด
หลกั สูตรมัธยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๙๓
คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน
รหสั วิชา พ ๒๓๑๐๒ รายวิชาพลศึกษา ๕ กลุํมสาระการเรยี นรส๎ู ุขศึกษาและพลศึกษา
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวํ ยกติ
ศกึ ษา การเคลื่อนไหวในรูปแบบตาํ งๆ เข๎ารวํ มกจิ กรรมทางกายและกีฬาท้ังประเภทบุคคลและประเภททมี อยําง
หลากหลายท้ังไทยและสากล การปฏบิ ตั ิตามกติกา ระเบียบข๎อตกลงในการเข๎ารํวมกจิ กรรมและมีความนา้ ใจนักกฬี า นาความรแ๎ู ละ
ทักษะในการเคลอ่ื นไหว กจิ กรรมทางกาย การเลํนเกมและการเลนํ กีฬาไปใช๎สรา๎ งเสรมิ สขุ ภาพอยาํ งตอํ เนื่อง รํวมกจิ กรรมนนั ทนาการ
อยาํ งน๎อย ๑ กิจกรรม และนาหลกั ความรวู๎ ิธกี ารไปขยายผลการเรียนร๎ใู ห๎กบั ผอู๎ ื่นมมี ารยาทในกาเลนํ และดกู ีฬาดว๎ ยความมนี ้าใจ
นกั กีฬา
โดยใชท๎ ักษะการออกกาลังกายและเลํนกฬี าอยาํ งสม่าเสมอและนาแนวคิดหลงั จากการเลํนไปพัฒนาคุณภาพชวี ิตของ
ตนดว๎ ยความภาคภมู ิใจ ปฏิบัติตนตามกฎกตกิ า และขอ๎ ตกลงในการเลนํ กีฬาบาสเกตบอล จาแนกวิธีการเลํนรบั วิธกี ารรุก การ
ปูองกนั การเลํนทีม
การวดั ผลและประเมนิ ผลด๎วยวิธกี ารทหี่ ลากหลายตามสภาพจริงให๎สอดคลอ๎ งกบั เนอื้ หาและทกั ษะการปฏบิ ตั ิ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
พ ๓.๑ ม๓/๑ ม๓/๒ ม๓/๓
พ ๓.๒ ม๓/๑ ม๓/๒ ม๓/๓ ม๓/๔ ม๓/๕
รวมทง้ั หมด ๒ มาตรฐาน ๘ ตวั ชีว้ ัด
หลักสูตรมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๙๔
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
รหัสวิชา พ ๒๓๑๐๔ รายวิชาพลศกึ ษา ๖ กลมุํ สาระการเรยี นร๎ูสขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนวํ ยกติ
ศึกษา การเคลอ่ื นไหวในรูปแบบตํางๆ เข๎ารํวมกจิ กรรมนนั ทนาการและกฬี าทง้ั ประเภทบุคคลและประเภททีมอยาํ ง
หลากหลายท้ังไทยและสากล การปฏบิ ัตติ ามกตกิ า ระเบียบข๎อตกลงในการเข๎ารํวมกจิ กรรมและมีความน้าใจนกั กฬี า นาความร๎แู ละ
ทักษะในการเคลอื่ นไหว กิจกรรมทางกาย การเลํนเกมและการเลํนกฬี าไปใช๎สร๎างเสริมสขุ ภาพอยาํ งตํอเนื่อง รํวมกจิ กรรมนันทนาการ
อยํางนอ๎ ย ๑ กจิ กรรม และนาหลกั ความรู๎วิธกี ารไปขยายผลการเรียนรใู๎ หก๎ ับผู๎อนื่ มีมารยาทในกาเลนํ และดูกฬี าด๎วยความมนี ้าใจ
นักกีฬา
โดยใชท๎ ักษะการออกกาลงั กายและเลนํ กีฬาอยํางสมา่ เสมอและนาแนวคดิ หลังจากการเลนํ ไปพัฒนาคุณภาพชวี ิตของ
ตนด๎วยความภาคภมู ิใจ ปฏบิ ตั ิตนตามกฎกติกา และขอ๎ ตกลงในการเลนํ กฬี าบาสเกตบอล จาแนกวธิ กี ารเลํนรบั วธิ ีการรุก การ
ปอู งกนั การเลนํ ทมี
การวดั ผลและประเมนิ ผลด๎วยวธิ ีการทหี่ ลากหลายตามสภาพจริงใหส๎ อดคลอ๎ งกบั เนื้อหาและทกั ษะการปฏิบัติ
มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
พ ๕.๑ ม๓/๑ ม๓/๒ ม๓/๓ ม๓/๔ ม๓/๕
รวมทัง้ หมด ๑ มาตรฐาน ๕ ตัวชว้ี ัด
หลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)
๙๕
คาอธิบายรายวิชา
กลํมุ สาระการเรยี นร๎ศู ิลปะ
หลกั สตู รมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
๙๖
คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน กลํุมสาระการเรียนรู๎ศลิ ปะ
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หนวํ ยกิต
รหสั วิชา ศ๒๑๑๐๑ รายวชิ า สาระทศั น์ศลิ ป์ ๑
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑
ศึกษาความแตกตํางความคล๎ายคลึงกันของงานทัศนศิลป์และสิ่งแวดล๎อม โดยใช๎ความรู๎เร่ืองทัศนธาตุ ระบุและบรรยาย
หลักการออกแบบงานทัศนศิลป์ โดยเน๎นความเป็นเอกภาพความกลมกลืนและความสมดุล วาดภาพทัศนียภาพแสดงให๎เห็น
ระยะไกลใกลเ๎ ป็น ๓ มติ ิ รวบรวมงานปนั้ หรือสอื่ ผสมมาสรา๎ งเป็นเรอื่ งราว ๓ มติ โิ ดยเนน๎ ความเป็นเอกภาพความกลมกลืนและสื่อถึง
เร่ืองราวของงานออกแบบรปู ภาพสญั ลกั ษณ์หรือกราฟกิ อ่นื ๆในการนาเสนอความคิดและข๎อมูล ประเมินงานทัศนศิลป์และบรรยาย
ถงึ วิธกี ารปรับปรุงงานของตนเองและผูอ๎ ืน่ โดยใชเ๎ กณฑท์ กี่ าหนดให๎ ระบแุ ละบรรยายเก่ยี วกบั ลกั ษณะ รูปแบบงานทัศนศิลป์ของชาติ
และของทอ๎ งถิ่นตนเองจากอดตี จนถงึ ปัจจุบนั ระบุและเปรียบเทียบงานทัศนศลิ ป์ของภาคตําง ๆ ในประเทศไทย เปรียบเทียบ ความ
แ ต ก ตํ า ง ข อ ง จุ ด ป ร ะ ส ง ค์ ใ น ก า ร ส ร๎ า ง ส ร ร ค์ ง า น ทั ศ น ศิ ล ป์ ข อ ง วั ฒ น ธ ร ร ม ไ ท ย แ ล ะ ส า ก ล
เพ่อื พัฒนาสอื่ สารความรู๎ความเข๎าใจด๎วยหลักเหตผุ ล สามารถคิดวิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดสร๎างสรรค์อยํางมีวิจารณญาณ
แก๎ปญั หาอุปสรรคตําง ๆ อยํางถกู ตอ๎ งเหมาะสม มที ักษะกระบวนการในการดาเนนิ ชีวิตประจาวัน มีกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือ
การพฒั นาตนเองและสงั คม มีคุณธรรมสร๎างความรักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซอื่ สตั ย์สจุ ริต มวี นิ ัยใฝุเรยี นร๎ู อยูอํ ยาํ งพอเพียงมงุํ มนั่ ในการ
ทางาน รักความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ศ ๑.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖
ศ ๑.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
รวม ๒ มาตรฐาน ๙ ตัวชวี้ ัด
หลักสตู รมธั ยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน ๙๗
รหสั วชิ า ศ๒๑๑๐๒ รายวชิ า สาระดนตรี-นาฏศลิ ป์ ๑ กลมุํ สาระการเรียนรูศ๎ ลิ ปะ
เวลา ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนํวยกิต
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๒
ศึกษาอําน เขียน รอ๎ งโนต๎ ไทย เปรียบเทียบเสียงรอ๎ งและเสียงของเครอ่ื งดนตรที ี่มาจากวัฒนธรรมที่ตํางกัน ร๎องเพลงและใช๎
เครือ่ งดนตรบี รรเลงประกอบการร๎องเพลงดว๎ ยบทเพลงทีห่ ลากหลายรูปแบบ มีความร๎ูความเข๎าใจประเภทเคร่ืองดนตรี แสดงความ
คิดเห็นทมี่ ีตํออารมณ์ของบทเพลงทม่ี คี วามเรว็ ของจังหวะแตกตํางกนั นาเสนอตัวอยํางเพลงที่ตนเองชื่นชอบ และอภิปรายลักษณะ
เดนํ ทท่ี าใหง๎ านนัน้ นําชืน่ ชม ใช๎เกณฑ์สาหรบั ประเมนิ คุณภาพงานดนตรีหรือเพลงท่ฟี งั ฝกึ ทกั ษะการขับร๎องและบรรเลงดนตรีโดยนา
องคป์ ระกอบของดนตรมี าใช๎ รับรู๎ความไพเราะของดนตรี ตามหลักการพ้ืนฐานทางดนตรีจาแนกความแตกตําง เร่ืององค์ประกอบ
ของดนตรีเข๎าใจวิธีนาความร๎ูและหลักการทางดนตรี มาใช๎กับกลุํมสาระการเรียนร๎ูอ่ืนๆ และชีวิตประจาวัน เข๎าใจประวัติความ
เป็นมาของดนตรี ความสัมพันธ์ระหวํางดนตรีกับมนุษย์ และหลักการจัดการแสดงและมีสํวนรํวมใน กิจกรรมดนตรี ที่เกี่ยวกับ
วัฒนธรรม
อธิบายอทิ ธพิ ลของนกั แสดงชื่อดงั ท่ีมีผลตอํ การโนม๎ นา๎ วอารมณ์หรือความคิดของผ๎ูชม ใช๎นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละคร
ในการแสดง แสดงนาฏศลิ ป์และการละครในรูปแบบงําย ๆ ใชท๎ กั ษะการทางานเป็นกลํมุ ในกระบวนการผลิตการแสดง ใช๎เกณฑ์งําย
ๆ ท่กี าหนดใหใ๎ นการพจิ ารณา คณุ ภาพการแสดงทีช่ มโดยเนน๎ เร่ืองใชเ๎ สยี งการแสดงทําทาง และการเคล่ือนไหว ระบุปัจจัยที่มีผลตํอ
การเปลี่ยนแปลงของนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พ้ืนบ๎าน ละครไทย และละครพื้นบ๎าน บรรยายประเภทของละครไทยในแตํละยุคสมัย
เพื่อพฒั นาส่ือสารความรู๎ความเข๎าใจดว๎ ยหลกั เหตผุ ล สามารถคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร๎างสรรค์อยํางมีวิจารณญาณ
แก๎ปัญหาอุปสรรคตํางๆอยาํ งถกู ตอ๎ งเหมาะสม มีทกั ษะกระบวนการในการดาเนินชีวิตประจาวัน มีกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือ
การพฒั นาตนเองและสังคม มีคุณธรรมสร๎างความรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ซอื่ สตั ย์สจุ ริต มวี ินัยใฝุเรียนรู๎ อยูํอยํางพอเพยี งมุํงมน่ั ในการ
ทางาน รกั ความเปน็ ไทย และมีจิตสาธารณะ
มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ศ ๒.๑ ม. ๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ม.๑/๘ ม.๑/๙
ศ ๒.๒ ม. ๑/๑ ม.๑/๒
ศ ๓.๑ ม. ๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕
ศ ๓.๒ ม. ๑/๑ ม.๑/๒
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๘ ตวั ช้วี ัด
หลักสตู รมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน ๙๘
รหัสวชิ า ศ๒๒๑๐๑ รายวิชา สาระทศั น์ศลิ ป์ ๒ กลมํุ สาระการเรยี นรู๎ศิลปะ
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หนวํ ยกติ
ศึกษาเก่ียวกับทศั นธาตุในด๎านรูปแบบและแนวคดิ ของงานทัศนศิลป์ท่ีเลือก บรรยายเกี่ยวกับความเหมือนและความแตกตําง
ของรปู แบบการใช๎วสั ดุอปุ กรณ์ในงานทศั นศิลป์ของศิลปนิ วาดภาพด๎วยเทคนิคที่หลากหลายในการส่ือความหมายและเรื่องราวตําง
ๆ สร๎างเกณฑ์ในการประเมินและวิจารณ์งานทัศนศิลป์เพื่อนาผลการวิจารณ์ไปปรับปรุงแก๎ไขและพัฒนางาน วาดภาพแสดง
บุคลิกลกั ษณะของตัวละคร บรรยายวิธีการใช๎งานทัศนศิลป์ในการโฆษณา เพ่ือโน๎มน๎าวใจและนาเสนอตัวอยํางประกอบ ระบุและ
บรรยายเกี่ยวกับวฒั นธรรมตําง ๆทส่ี ะทอ๎ นถึงงานทัศนศิลป์ในปจั จบุ ัน บรรยายถึงการเปล่ียนแปลงของงานทัศนศิลป์ของไทยในแตํ
ละยุคสมัยโดยเน๎นถึงแนวคิดและเน้ือหาของงาน เปรียบเทียบแนวคิดในการออกแบบงานทัศนศิลป์ที่มาจาก วัฒนธรรมไทยและ
สากล
เพ่อื พฒั นาสอ่ื สารความร๎คู วามเข๎าใจด๎วยหลกั เหตุผล สามารถคิดวเิ คราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดสร๎างสรรค์อยาํ งมีวิจารณญาณ
แกป๎ ญั หาอุปสรรคตําง ๆ อยํางถูกตอ๎ งเหมาะสม มที ักษะกระบวนการในการดาเนินชวี ติ ประจาวนั มีกระบวนการทางเทคโนโลยี เพอื่
การพฒั นาตนเองและสงั คม มคี ุณธรรมสร๎างความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอ่ื สัตยส์ ุจริต มวี นิ ัยใฝุเรยี นร๎ู อยอูํ ยํางพอเพียงมงุํ ม่ันในการ
ทางาน รักความเปน็ ไทย และมจี ิตสาธารณะ
มาตรฐานการเรยี นรแู๎ ละตัวช้ีวดั
ศ ๑.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕ ม.๒/๖ ม.๒/๗
ศ ๑.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
รวม ๒ มาตรฐาน ๑๐ ตัวช้วี ัด
หลกั สตู รมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน ๙๙
รหสั วิชา ศ๒๒๑๐๒ รายวิชา สาระดนตรี -นาฏศลิ ป์ กลมํุ สาระการเรียนร๎ูศิลปะ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หนวํ ยกิต
ศกึ ษาเปรยี บเทยี บการใช๎องคป์ ระกอบดนตรีทีม่ าจากวัฒนธรรมตํางกัน อําน เขียนร๎องโน๎ตไทย ที่มีเครื่องหมายแปลงเสียง
ระบุปัจจัยสาคัญท่ีมีอิทธิพลตํอการสร๎างสรรค์งานดนตรี ร๎องเพลง และเลํนดนตรีเด่ียวและรวมวง บรรยายอารมณ์ของเพลงและ
ความรู๎สึกท่ีมีตํอบทเพลงที่ฟัง มีความรู๎ความเข๎าใจประเภทเครื่องดนตรีและหลักการผสมวง ฝึกทักษะการขับร๎องและบรรเลง
ดนตรีโดยนาองค์ประกอบทางดนตรีและเทคนิคทางดนตรีมาใช๎ มีความรับผิดชอบและระมัดระวังในการใช๎และเก็บรักษาเครื่อง
ดนตรี ประเมิน พัฒนาการทกั ษะทางดนตรขี องตนเอง หลงั จากการฝึกปฏิบัติ ระบุงานอาชพี ตําง ๆ ทีเ่ กี่ยวขอ๎ งกับดนตรแี ละบทบาท
ของดนตรีในธุรกิจบันเทิง รับรู๎ ชื่นชมความไพเราะของดนตรี จากหลักการและประสบการณ์พ้ืนฐานทางดนตรีวิเคราะห์ความ
ไพเราะของเสียงดนตรีท่ตี นชน่ื ชอบ ตามหลกั การดนตรี เขา๎ ใจวิธีนาความรูแ๎ ละหลกั การทางดนตรี มาใช๎กบั กลํุมสาระการเรียนร๎ูอื่นๆ
และชวี ิตประจาวัน บรรยายบทบาทและอิทธิพลของดนตรีในวัฒนธรรมของประเทศไทยและประเทศตําง ๆ เข๎าใจความสัมพันธ์
ระหวาํ งดนตรกี ับมนษุ ย์มีสวํ นรํวมและซาบซง้ึ ในกิจกรรมดนตรี ทเี่ กี่ยวขอ๎ งกับมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปัญญาทอ๎ งถิน่ ภมู ิปญั ญาไทย
และสากล
ศึกษาและฝึกปฏิบัตเิ กย่ี วกบั องค์ประกอบนาฏศลิ ป์และการละคร การแสดงนาฏศลิ ป์
นาฏศิลป์พ้ืนบ๎าน ละครไทย ละครพื้นบ๎าน หรือมหรสพอ่ืนที่เคยนิยมกันในอดีต นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละคร เพ่ือนามา
อธิบายและสรา๎ งสรรค์การแสดงโดยใช๎องคป์ ระกอบนาฏศลิ ป์และการละคร มาบูรณาการกับศิลปะแขนงอ่ืน ๆ เช่ือมโยงการเรียนร๎ู
ระหวาํ งนาฏศลิ ปแ์ ละการละครกับสาระการเรยี นร๎ูอน่ื ๆ สามารถวเิ คราะหก์ ารแสดงของตนเองและผู๎อน่ื โดยใช๎นาฏยศัพท์หรือศัพท์
ทางการละครท่เี หมาะสม เสนอขอ๎ คิดเหน็ ในการปรบั ปรุงการแสดง อธิบายและเปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์
จากวัฒนธรรมตาํ งๆอทิ ธิพลของวฒั นธรรมทีม่ ผี ลตํอเน้ือหาของละคร ตลอดจนระบุหรือแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลป์พ้ืนบ๎าน ละครไทย
ล ะ ค ร พ้ื น บ๎ า น ห รื อ ม ห ร ส พ อื่ น ที่ เ ค ย นิ ย ม กั น ใ น อ ดี ต
เพ่ือพัฒนาสอื่ สารความรูค๎ วามเข๎าใจด๎วยหลกั เหตุผล สามารถคดิ วิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดสร๎างสรรค์อยํางมีวิจารณญาณ
แก๎ปญั หาอปุ สรรคตาํ ง ๆ อยํางถูกต๎องเหมาะสม มีทกั ษะกระบวนการในการดาเนินชีวิตประจาวนั มกี ระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อ
การพัฒนาตนเองและสงั คม มีคุณธรรมสรา๎ งความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ มวี ินยั ใฝเุ รียนร๎ู อยูอํ ยาํ งพอเพียงมุํงมน่ั ในการ
ทางาน รกั ความเป็นไทย และมีจติ สาธารณะ
มาตรฐานการเรยี นรแู๎ ละตัวชีว้ ัด ศ ๒.๒ ม. ๒/๑ ม.๒/๒
ศ ๒.๑ ม. ๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕ ม.๒/๖ ม.๒/๗ ศ ๓.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
ศ ๓.๑ ๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕
รวม ๔ มาตรฐาน ๑๗ ตวั ช้ีวัด
หลักสตู รมธั ยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)
คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ๑๐๐
รหสั วิชา ศ๒๓๑๐๑ รายวชิ า สาระทัศนศิลป์ กลํมุ สาระการเรยี นรู๎ศลิ ปะ
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หนํวยกิต
ศึกษาสิ่งแวดล๎อม และงานทัศนศิลปท์ ีเ่ ลอื กมาโดยใชค๎ วามรูเ๎ รอ่ื งทศั นธาตุ และหลักการออกแบบ ระบุและบรรยายเทคนิค
วิธีการของศิลปินในการสร๎างงานทัศนศิลป์ วิเคราะห์ และบรรยายวิธีการใช๎ทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการสร๎างงาน
ทศั นศลิ ป์ของตนเอง ใหม๎ ีคุณภาพ มีทักษะในการสร๎างงานทัศนศิลป์อยํางน๎อย ๓ ประเภท มีทักษะในการผสมผสานวัสดุตําง ๆใน
การสร๎างงานทัศนศิลป์โดยใช๎หลักการออกแบบ สร๎างงานทัศนศิลป์ ทั้ง ๒ มิติ และ ๓ มิติ เพื่อถํายทอดประสบการณ์และ
จินตนาการ สร๎างสรรค์งานทัศนศิลป์ส่ือความหมายเป็นเรื่องราวโดยประยุกต์ใช๎ทัศนธาตุและหลักการออกแบบ วิเคร าะห์และ
อภิปรายรูปแบบ เนื้อหาและคุณคําในงานทัศนศิลป์ของตนเองและผู๎อื่นหรือของศิลปิน สร๎างสรรค์งานทัศนศิลป์เพื่อบรรยาย
เหตุการณ์ตาํ ง ๆโดยใช๎เทคนคิ ท่ีหลากหลาย ระบุอาชีพที่เกี่ยวข๎องกับงานทัศนศิลป์และทักษะท่ีจาเป็นในการประกอบอาชีพน้ัน ๆ
ระบอุ าชีพท่เี กยี่ วข๎องกับงานทศั นศิลป์และทักษะที่จาเป็นในการประกอบอาชีพนั้น ๆ ศึกษาและอภิปรายเก่ียวกับงานทัศนศิลป์ ท่ี
สะทอ๎ นคณุ คําของวัฒนธรรม เปรยี บเทียบความแตกตาํ งของงานทศั นศลิ ป์ในแตลํ ะยุคสมยั ของวัฒนธรรมไทยและสากล
เพื่อพัฒนาสอ่ื สารความรค๎ู วามเขา๎ ใจดว๎ ยหลักเหตุผล สามารถคดิ วิเคราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดสร๎างสรรค์อยํางมีวิจารณญาณ
แกป๎ ญั หาอปุ สรรคตํางๆอยาํ งถกู ตอ๎ งเหมาะสม มที กั ษะกระบวนการในการดาเนินชีวิตประจาวัน มีกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อ
การพัฒนาตนเองและสงั คม มคี ุณธรรมสร๎างความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ซ่ือสตั ยส์ จุ รติ มีวนิ ัยใฝุเรยี นร๎ู อยํูอยาํ งพอเพยี งมํงุ ม่ันในการ
ทางาน รกั ความเปน็ ไทย และมีจติ สาธารณะ
มาตรฐาน/ตัวช้ีวัด
ศ ๑.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔ ม.๓/๕ ม.๓/๖ ม.๓/๗ ม.๓/๘ ม.๓/๙ ม.๓/๑๐ ม.๓/๑๑
ศ ๑.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒
รวม ๒ มาตรฐาน ๑๓ ตวั ช้ีวัด
หลักสูตรมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)