The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา ๒๕๖๒
โรงเรียนบ้านม่วงดง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษา)

หลักสูตรสถานศึกษา ๒๕๖๒
โรงเรียนบ้านม่วงดง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้นตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐)

Keywords: หลักสูตรสถานศึกษา ๒๕๖๒

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน ๑๐๑

รหสั วชิ า ศ๒๓๑๐๒ รายวชิ า สาระดนตรี -นาฏศิลป์ กลุํมสาระการเรยี นรศ๎ู ิลปะ
ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนวํ ยกิต

เปรยี บเทยี บองคป์ ระกอบท่ีใชใ๎ นงานดนตรแี ละงานศลิ ปะอ่นื เปรยี บเทียบองคป์ ระกอบท่ีใช๎ในงานดนตรีและงานศิลปะอ่ืน

แตํงเพลงสั้น ๆ จังหวะงาํ ย ๆ อธบิ ายเหตุผลในการเลือกใช๎องค์ประกอบดนตรีในการสร๎างสรรค์งานดนตรีของตนเอง เปรียบเทียบ

ความแตกตํางระหวาํ งงานดนตรีของตนเองและผ๎ูอ่นื มคี วามร๎คู วามเขา๎ ใจประเภทเครอ่ื งดนตรหี ลักการผสมวงและอิทธิพลของดนตรี

ท่ีมีตอํ จติ ใจและความรส๎ู กึ ของบคุ คล ฝึกทกั ษะการขบั ร๎องและบรรเลงดนตรี โดยนาองค์ประกอบทางดนตรีและเทคนิคทางดนตรี

มาประยกุ ต์ใช๎ มีความรับผดิ ชอบในการใช๎และเกบ็ รกั ษาเครอ่ื งดนตรี ซาบซง้ึ ความไพเราะของดนตรี จากหลักการประสบการณ์และ

ความสนใจบนพืน้ ฐานทางดนตรี วเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์ความแตกตํางและความไพเราะของเสยี งดนตรีท่ตี นช่ืนชอบ ตามหลักการทาง

ดนตรี เข๎าใจวิธีนาความร๎ูและหลักการทางดนตรี มาใช๎กับกลุํมสาระการเรียนร๎ูอื่นๆ และชีวิตประจาวัน บรรยายวิวัฒนาก ารของ

ดนตรีแตํละยุคสมยั เข๎าใจความสมั พนั ธร์ ะหวํางดนตรกี ับมนุษย์จัดการแสดงและรํวมกจิ กรรมดนตรีโดยแสดงออกถงึ ความซาบซ้ึง ที่

เกยี่ วขอ๎ งกับมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท๎องถ่ิน ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล

ศึกษาและอธิบายเก่ียวกับ องค์ประกอบนาฏศิลป์ โครงสร๎างของบทละคร นาฏยศัพท์ความสาคัญและบทบาทของ

นาฏศลิ ป์และการละครในชวี ิตประจาวัน การออกแบบและสร๎างสรรค์เครื่องแตํงกาย และฝึกทักษะเก่ียวกับ การใช๎ความคิดในการ

พัฒนารปู แบบการแสดง ในการแปลความและการสื่อสารผํานการแสดง ระบุโครงสร๎างของบทละครโดยใช๎ศัพท์ทางการละคร ใช๎

นาฏยศพั ท์หรือศพั ทท์ างการละครทเ่ี หมาะสม บรรยายวจิ ารณ์และเปรียบเทียบงานนาฏศลิ ป์ ท่ีมีความแตกตาํ งกันโดยใช๎ความร๎ูเร่ือง

องค์ประกอบนาฏศลิ ป์ การแสดงอากปั กริ ยิ าของผู๎คนในชวี ิตประจาวันและในการแสดง รวํ มจดั งานการแสดงในบทบาทหน๎าท่ีตําง ๆ

สามารถนาเสนอแนวคิดจากเน้ือเรอื่ งของการแสดงท่สี ามารถนาไปปรบั ใช๎ในชวี ิตประจาวัน ออกแบบ สร๎างสรรคอ์ ปุ กรณ์และเคร่ือง

แตํงกาย เพ่อื แสดงนาฏศิลปแ์ ละละครท่มี าจากวฒั นธรรมตําง ๆ

เพือ่ พฒั นาส่อื สารความร๎คู วามเขา๎ ใจดว๎ ยหลกั เหตุผล สามารถคดิ วเิ คราะห์ คดิ สังเคราะห์ คิดสร๎างสรรค์อยํางมีวิจารณญาณ

แก๎ปญั หาอปุ สรรคตาํ งๆอยํางถกู ต๎องเหมาะสม มีทกั ษะกระบวนการในการดาเนินชีวิตประจาวัน มีกระบวนการทางเทคโนโลยี เพ่ือ

การพัฒนาตนเองและสังคม มคี ณุ ธรรมสร๎างความรกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์ ซอื่ สตั ยส์ ุจริต มวี ินยั ใฝุเรียนรู๎ อยอูํ ยาํ งพอเพียงมงุํ ม่นั ในการ

ทางาน รกั ความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ

มาตรฐานการ/ตัวช้ีวัด

ศ ๒.๑ ม. ๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗ ศ ๒.๒ ม. ๓/๑, ม.๓/๒

ศ ๓.๑ ม. ๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖, ม.๓/๗

ศ ๓.๒ ม. ๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓

รวม ๔ มาตรฐาน ๑๙ ตัวช้ีวัด

หลกั สตู รมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๐๒

คาอธบิ ายรายวชิ า
กลุํมสาระการเรยี นร๎ูการงานอาชพี

และเทคโนโลยี

หลักสตู รมัธยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๐๓

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน กลมํุ สาระการเรียนรู๎การงานอาชพี
เวลา ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนํวยกติ
รหสั วชิ า ง ๒๑๑๐๑ รายวิชา การงานอาชพี ฯ ๑

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๑

ศึกษาข้ันตอนการปฏิบัติงาน กระบวนการ วิธีการปฏิบัติงาน การดารงชีวิตและครอบครัวการจัดการงานบ๎าน งาน

ประดิษฐ์ ผา๎ และเครอ่ื งแตํงกาย อาหารและโภชนาการ
ศึกษาหลักการเบ้ืองต๎น กระบวนการ การฝึกปฏิบัติเก่ียวกับงานบ๎าน งานประดิษฐ์ เพื่อให๎มีความรู๎ ความเข๎าใจ

หลักการ วิธีการ ขั้นตอน กระบวนการทางาน การประเมินผลการทางาน เลือกใช๎ซํอมแซม ดัดแปลง เก็บรักษาเคร่ืองมือ

เครอ่ื งใช๎ในการทางาน วเิ คราะห์ วางแผนการดาเนินงาน ปฏบิ ตั ิตามแผนการ ประเมนิ และปรับปรุงการดาเนินงาน ทางาน และ
สรา๎ งสมั พันธภาพทดี่ ีในกลุํมได๎ แสวงหาความร๎จู ากแหลํง เรยี นรู๎ ทางานอยํางมีกลยุทธ์ มคี วามรับผดิ ชอบ ซือ่ สตั ย์สุจริต มํุงมั่นใน

การทางาน ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ใชท๎ รพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ๎ มในการทางานอยํางคุ๎มคํา ถูกวิธีและตัดสินใจ
เลอื กอาชีพ ท่ีหลากหลาย

เพื่อใหเ๎ กดิ ความรู๎ ความคิด ความเขา๎ ใจ สามารถนาเสนอส่ือสารส่งิ ที่เรยี นร๎ูและมคี วามสามารถในการตัดสินใจ เห็นคณุ คาํ

ของการนาความร๎ไู ปใช๎ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั มวี นิ ยั มคี วามมงุํ มนั่ ในการทางาน ใฝุเรียนรู๎ อยูํอยาํ งพอเพียง มีคุณธรรมและ
จรยิ ธรรม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ง ๑.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓
ง ๒.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓

รวมทั้งหมด ๒ มาตรฐาน ๖ ตัวชี้วัด

หลักสูตรมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๐๔

คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน กลมุํ สาระการเรยี นรกู๎ ารงานอาชีพ
เวลา ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
รหัสวิชา ง ๒๑๑๐๒ รายวชิ า การงานอาชพี ฯ ๒

ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๒

ศกึ ษาให๎ความรู๎ขน้ั ตอนทางาน การใช๎อุปกรณอ์ านวยความสะดวก ในการทางานบา๎ น การจัดและตกแตํงห๎อง การเลอื กซื้อ

สนิ ค๎าในร๎านค๎าปลีก ค๎าสงํ ร๎านสะดวกซื้อ และห๎างสรรพสินค๎า การทางานโดยใชก๎ ระบวนการกลมํุ การเตรียม ประกอบ จดั ตกแตํง
และบรกิ ารอาหาร การแปรรูปผลผลติ ทางการเกษตร การประดิษฐ์ของใช๎ ของตกแตงํ จากวสั ดุในทอ๎ งถ่นิ การแก๎ปัญหาในการ
ทางาน การจดั สวนในภาชนะ การซํอมแซม วสั ดุ อุปกรณ์ และเครอ่ื งมอื เครอื่ งใช๎

โดยใช๎ทักษะกระบวนการทางาน กระบวนการกลมํุ การอธิบาย การอภิปราย การปฏิบัติงาน
เพอื่ ใหเ๎ กิดความรู๎ ความคิด ความเขา๎ ใจ สามารถนาเสนอสอ่ื สารส่งิ ที่เรียนรแ๎ู ละมีความสามารถในการตัดสินใจ เห็นคุณคํา

ของการนาความรไ๎ู ปใชป๎ ระโยชน์ในชีวิตประจาวนั มวี ินยั มีความมงํุ มั่นในการทางาน ใฝุเรียนร๎ู อยูอํ ยาํ งพอเพียง มีคุณธรรมและ
จริยธรรม

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั
ง ๑.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓

ง ๒.๑ ม. ๑/๑, ม. ๑/๒, ม. ๑/๓
รวมทง้ั หมด ๒ มาตรฐาน ๖ ตัวชีว้ ดั

หลักสูตรมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๐๕

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน กลํุมสาระการเรยี นร๎ูการงานอาชีพ
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนวํ ยกติ
รหสั วิชา ง ๒๒๑๐๑ รายวิชา การงานอาชพี ฯ ๓

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๑

ศกึ ษา วิเคราะห์ สารวจ และแสวงหาความรู๎ เพ่อื พฒั นาการทางาน โดยใชก๎ ระบวนการแกป๎ ัญหา มีความคิดสร๎างสรรค์ มี

ทกั ษะกระบวนการทางาน ทกั ษะการจดั การ ทักษะกระบวนการแกป๎ ญั หา ทกั ษะการทางานรวํ มกัน ทักษะการแสวงหาความร๎ู การ
จดั ประสบการณอ์ าชีพ การเตรียมตวั เขา๎ สอูํ าชีพ และมที ักษะทจ่ี าเป็นตอํ งานอาชพี

ใช๎กระบวนการสบื คน๎ กระบวนการคดิ วิเคราะห์ กระบวนการพัฒนาคํานิยม กระบวนการทางานเกลุํม และกระบวนการ

แกป๎ ัญหา
เพือ่ ให๎เกิด ความรู๎ ความเขา๎ ใจ ความคดิ การใชท๎ รัพยากรสิ่งแวดล๎อมอยาํ งประหยดั ใช๎ทกั ษะในการทางานรํวมกันอยํางมี

คุณธรรม และทางานอยํางมีประสิทธิภาพ ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นาภูมิปัญญาท๎องถ่ินเข๎ามาประยุกต์ใช๎ในการ
ดารงชีวติ อยใูํ นสังคมรํวมกนั อยํางมีความสขุ

มาตรฐาน/ตัวช้ีวดั

ง ๑.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
ง ๒.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
รวมทัง้ หมด ๒ ตัวช้วี ัด ๖ ตัวชว้ี ัด

หลักสตู รมัธยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๐๖

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน กลํมุ สาระการเรยี นรกู๎ ารงานอาชีพ
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนํวยกติ
รหัสวชิ า ง ๒๒๑๐๒ รายวิชา การงานอาชีพฯ ๔

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๒

ศกึ ษาลกั ษณะงาน ขั้นตอนการปฏิบัติงาน กระบวนการ วิธีการปฏิบัติงาน เร่ืองงานเกษตรเก่ียวกับ คุณสมบัติของดิน

การเตรยี มดนิ การอนรุ ักษ์ดนิ และน้าท่ีใช๎ในการเกษตร ป๋ยุ และคุณสมบตั ิของปุ๋ย การคัดเลือกพันธุ์พืช ชนิด ประเภท

และพนั ธส์ุ ัตว์ในท๎องถ่ิน การให๎อาหาร การเลือกใช๎ เก็บและ บารุงรักษาเคร่อื งมือการเกษตร

โดยใช๎กระบวนการวเิ คราะห์ วางแผน บนั ทกึ ข๎อมูล ปฏิบตั งิ าน และหาแนวทางแก๎ไขปรับปรงุ การ ปฏบิ ตั งิ าน

เพ่อื ให๎มีความร๎ูความเข๎าใจและมีทักษะในการปฏิบตั ิงาน รักชาติ ศาสตร์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝุเรียนร๎ู อยํู

อยํางพอเพียง มุํงม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ และมีเจตคติท่ีดี ตํองานอาชีพ ใช๎พลังงาน

ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล๎อมอยํางคม๎ุ คาํ และเหมาะสมตามหลักเศรษฐกิจ พอเพียง

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ง ๑.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓
ง ๒.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓

รวมท้ังหมด ๒ มาตรฐาน ๖ ตัวช้ีวัด

หลักสตู รมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๐๗

คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน กลมํุ สาระการเรียนรก๎ู ารงานอาชพี
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนํวยกติ
รหัสวิชา ง ๒๓๑๐๑ รายวิชา การงานอาชพี ฯ ๕

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรยี นที่ ๑

ศึกษากระบวนการทางานทีม่ ปี ระสิทธภิ าพ การทางานรวํ มกนั การจัดการธรุ กจิ การจัดการด๎าน การเงินและบัญชี และ

การจัดการเพ่อื การประหยดั พลังงาน ทรพั ยากร และส่ิงแวดล๎อม
สรา๎ งผลงาน ชนิ้ งานไดอ๎ ยาํ งสร๎างสรรค์ โดยใช๎กระบวนการทางาน กระบวนการกลุมํ การจัดการ ธุรกิจ การจัดการด๎าน

การเงินและบัญชี
เพอื่ ใหเ๎ กดิ ความรู๎ ความคดิ ความเขา๎ ใจ เก่ยี วกบั กระบวนการทางานทม่ี ปี ระสิทธิภาพ การทางาน รํวมกัน การจัดการ

ธุรกิจ การจัดการด๎านการเงินและบญั ชี และการจดั การเพอ่ื การประหยัดพลงั งาน ทรัพยากร และสิ่งแวดล๎อม สามารถนาความรู๎
ไปแกป๎ ญั หา ปรับปรงุ แกไ๎ ขผลงาน และพัฒนางาน สามารถ ทางานได๎อยํางมปี ระสิทธิภาพ

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ง ๑.๑ ม๓/๑ ม๓/๒ ม๓/๓
ง ๒.๑ ม๓/๑ ม๓/๒ ม๓/๓

รวมท้ังหมด ๒ มาตรฐาน ๖ ตัวช้วี ัด

หลกั สตู รมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๐๘

คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุํ สาระการเรียนรก๎ู ารงานอาชพี
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนวํ ยกิต
รหัสวชิ า ง ๒๓๑๐๒ รายวิชา การงานอาชพี ฯ ๖

ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒

ศกึ ษา วิเคราะห์ สารวจ และแสวงหาความรู๎ เพื่อพัฒนาการทางาน โดยใช๎กระบวนการแก๎ปัญหา มีความคิดสร๎างสรรค์

มที ักษะกระบวนการทางาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแกป๎ ญั หา ทกั ษะการ ทางานรํวมกัน ทักษะการแสวงหาความร๎ู
ศึกษา สารวจ วเิ คราะห์ การจัดประสบการณอ์ าชีพ การเตรยี มตวั เข๎าสํูอาชีพ และมที ักษะท่ีจาเป็นตํองานอาชีพฝึกปฏิบัติ

ทกั ษะทจ่ี าเปน็ ตํอการประกอบอาชพี ดว๎ ยทักษะกระบวนการทางาน การแก๎ปัญหาการทางานรํวมกัน ตลอดจนการแสวงหาความรู๎

จากแหลงํ เรียนรตู๎ ํางๆ
เพอ่ื ใหม๎ คี ณุ ธรรม มเี จตคตทิ ี่ดีตอํ อาชีพ มีจิตสานึกในการใช๎พลังงานทัพยากร และส่ิงแวดล๎อมอยํางประหยัด และคุํมคํา

เพื่อการดารงชวี ติ และครอบครัว ในการประกอบอาชีพ เพอ่ื ให๎มีความรู๎ ความเข๎าใจ มีทักษะในการ ดารงชีวิต ครอบครัว และการ
ทางาน สามารถอยูรํ ํวมกันในสงั คมอยาํ งมีความสุข

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ง ๑.๑ ม๓/๑ ม๓/๒ ม๓/๓
ง ๒.๑ ม๓/๑ ม๓/๒ ม๓/๓

รวมทงั้ หมด ๒ มาตรฐาน ๖ ตัวชวี้ ัด

หลักสตู รมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๐๙

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ งานเกษตร

รหสั วิชา ง ๒๑๒๐๑ รายวชิ า งานเกษตรอนิ ทรีย์ ๑ กลํุมสาระการเรยี นรู๎การงานอาชีพ

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ๑ หนวํ ยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ ชํองทางและการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพเกษตรอินทรีย์ ปัญหา การเกษตรในปัจจุบัน ความหมาย
และความสาคญั เกษตรอินทรีย์ หลักการเกษตรอินทรีย์ มาตรฐาน เกษตรอินทรีย์ การเจริญเติบโตของพืช ธรรมชาติของดิน การ
ปรับปรงุ ดินโดยใช๎สารอนิ ทรยี ์ การ ปลกู พชื การดูแลรักษา การผลิตสารอินทรีย์เพ่ือการปูองกันและการกาจัดศัตรูพืช การอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและสง่ิ แวดล๎อม ปลูกฝงั คุณธรรมในอาชีพเกษตร

ใชก๎ ระบวนการกลมุํ ในการทางานด๎วยความเสยี สละ ตดั สนิ ใจแก๎ปญั หาการทางานอยํางมเี หตุผล เพ่ือนาความร๎ูและทักษะ
ที่ได๎ไปประยุกตใ์ ชใ๎ นชวี ิตประจาวัน

ผลการเรยี นรู๎ท่ีคาดหวัง
๑. วเิ คราะห์ชอํ งทาง และเสนอเหตุผลในการตัดสนิ ใจเลอื กประกอบอาชีพเกษตรอินทรียไ์ ด๎
๒. บอกปญั หาการเกษตรในปัจจุบนั ได๎
๓. บอกความหมาย ความสาคญั เกษตรอนิ ทรยี ์ และหลักการเกษตรอินทรีย์ได๎
๔. อธบิ ายมาตรฐานเกษตรอนิ ทรยี ์ได๎
๕. อธบิ ายการเจริญเตบิ โตของพืช ธรรมชาติของดิน การปรบั ปรุงดินโดยใชส๎ ารอนิ ทรียไ์ ด๎
๖. อธบิ ายการปลูกพืช การดูแลรักษา การผลิตสารอนิ ทรีย์เพือ่ การปอู งกนั และการกาจัด ศตั รพู ชื ได๎
๗. อนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอ๎ ม มีคุณธรรมในอาชีพเกษตร

รวมทง้ั หมด ๗ ผลการเรียนร๎ู

หลักสูตรมธั ยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

คาอธิบายรายวิชาเพมิ่ เตมิ ๑๑๐

รหสั วชิ า ง๒๑๒๐๒ รายวิชางานเกษตรอินทรยี ์ ๒ กลมุํ สาระการเรียนรกู๎ ารงานอาชพี
เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ๑ หนวํ ยกิต
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๒

ศึกษา วิเคราะห์ ชํองทางและการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพเกษตรอินทรีย์ ปัญหา การเกษตรในปัจจุบัน ความหมาย
และความสาคัญเกษตรอินทรีย์ หลักการเกษตรอินทรีย์ มาตรฐาน เกษตรอินทรีย์ การเจริญเติบโตของพืช ธรรมชาติของดิน การ
ปรับปรุงดินโดยใช๎สารอนิ ทรีย์ การ ปลกู พชื การดูแลรักษา การผลิตสารอินทรีย์เพ่ือการปูองกันและการกาจัดศัตรูพืช การอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและส่งิ แวดลอ๎ ม ปลูกฝังคณุ ธรรมในอาชพี เกษตร

ใชก๎ ระบวนการกลมุํ ในการทางานดว๎ ยความเสียสละ ตดั สินใจแก๎ปญั หาการทางานอยาํ งมีเหตุผล เพื่อนาความร๎ูและทักษะ
ที่ไดไ๎ ปประยุกตใ์ ชใ๎ นชีวิตประจาวัน

ผลการเรียนร๎ูทค่ี าดหวัง
๑. วเิ คราะหช์ อํ งทาง และเสนอเหตุผลในการตัดสนิ ใจเลอื กประกอบอาชพี เกษตรอินทรียไ์ ด๎
๒. บอกปญั หาการเกษตรในปัจจบุ ันได๎
๓. บอกความหมาย ความสาคัญเกษตรอินทรีย์ และหลักการเกษตรอนิ ทรียไ์ ด๎
๔. อธบิ ายมาตรฐานเกษตรอินทรยี ไ์ ด๎
๕. อธิบายการเจรญิ เติบโตของพืช ธรรมชาติของดนิ การปรับปรุงดนิ โดยใชส๎ ารอนิ ทรยี ไ์ ด๎
๖. อธิบายการปลกู พืช การดแู ลรักษา การผลติ สารอินทรยี เ์ พ่ือการปอู งกันและการกาจดั ศตั รูพชื ได๎
๗. อนรุ กั ษท์ รัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดล๎อม มีคณุ ธรรมในอาชพี เกษตร

รวมทงั้ หมด ๗ ผลการเรียนรู๎

หลักสตู รมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๑๑

คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ งานเกษตร

รหัสวชิ า ง ๒๒๒๐๑ รายวชิ า การปลกู พชื ผักสวนครัว ๓ กลมํุ สาระการเรยี นร๎ูการงานอาชพี

ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา ๔๐ ชั่วโมง ๑ หนวํ ยกิต

การศึกษารายวิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี การปลูกพืชผักสวนครัว เป็นรายวิชาที่ปลูกฝังให๎ผู๎เรียนรักการทางาน
ร๎จู กั แก๎ปญั หาและสนองความตอ๎ งการภายในครอบครัว และความต๎องการของท๎องถิ่น โดยยึดแนวปฏิบัติทางด๎านการเกษตรตาม
ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งศึกษาเกี่ยวกับพืชผักสวนครัว การจัดการผลผลิต ความปลอดภัยในการทางาน การอนุรักษ์พลังงานและ
ส่งิ แวดลอ๎ ม คานวณคําใชจ๎ าํ ย จดั ทาบัญชรี ายรบั -รายจําย

ปฏิบัติฝึกทักษะการผลิตพืชผักสวนครัว การจัดการผลผลิต ความปลอดภัยในการทางาน การอนุรักษ์พลังงานและ
สิง่ แวดลอ๎ ม คานวณคาํ ใช๎จําย จัดทาบัญชีรายรับ-รายจําย โดยใช๎เทคโนโลยีท๎องถ่ินและสากลในการสืบค๎นข๎อมูล ประเมินผลการ
ปฏิบัติงานและปรับปรุงพัฒนางาน เพ่ือให๎มีความร๎ู ความเข๎าใจมีทักษะ คุณธรรม จริยธรรม คํานิยมในการทางานและการปลูก
พชื ผกั สวนครัว ตามแนวปรชั ญาเศรษฐกจิ เพยี งพอ

ผลการเรยี นร๎ูท่คี าดหวัง
๑. บอกความหมาย ความสาคัญและประโยชนข์ องเศรษฐกจิ พอเพียงได๎
๒. บอกความหมาย ความสาคญั และประโยชน์ของพืชผักสวนครัวได๎
๓. วิเคราะห์ข๎อมูลความต๎องการของตลาดพชื ผกั ในทอ๎ งถ่ินได๎ถกู ต๎อง
๔. อธบิ ายสภาพแวดล๎อมท่ีเหมาะสมกบั การปลกู พชื ผกั สวนครวั ได๎
๕. เลือกพชื ผักท่ีจะปลูกไดอ๎ ยาํ งเหมาะสม
๖. เตรียมดินปลูกพืชผกั สวนครัวได๎
๗. เพาะเมลด็ พชื ผกั สวนครวั ได๎
๘. ปลกู พืชผักสวนครวั ชนดิ ที่เลือกปลกู ได๎
๙. ปฏบิ ตั ิดูแลพืชผกั สวนครัวได๎
๑๐.จดบันทกึ การปฏิบตั งิ านการปลกู พชื ผักสวนครวั ได๎
๑๑.เก็บเกี่ยวผลผลิตได๎
๑๒.จัดผลผลิตพืชผักสวนครัวและกาหนดราคาจาหนาํ ยได๎
๑๓.ทาบญั ชีรายรบั -รายจํายและประเมนิ ผลกาไร-ขาดทนุ ได๎

รวมท้ังหมด.. ๑๓.ผลการเรียนรู๎

หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๑๒

คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ งานเกษตร

รหัสวิชา ง ๒๒๒๐๒ รายวิชา การขยายพันธ์ุพชื ๔ กลํมุ สาระการเรยี นรูก๎ ารงานอาชพี

ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ๑ หนวํ ยกิต

ศึกษาความหมาย ความสาคญั และประโยชน์ของการผลิตพันธุ์ไม๎ วัสดุอุปกรณ์ สถานเพาะชาการผลิตพันธ์ุไม๎ โดย
วิธีการเพาะเมล็ด ปักชา การตอน การตํอกิ่ง การทาบกิ่ง และการติดตา ข๎อดีข๎อเสียของการผลิตพันธ์ุไม๎ของแตํละประเภท

กระบวนการของการผลติ พนั ธ์ไุ ม๎ การเลอื กใชเ๎ ทคโนโลยีให๎เหมาะสมกบั วิธีการและชนดิ ของพืช การอนุบาลกล๎าไม๎
ฝกึ ปฏบิ ัตใิ ห๎เกดิ ทักษะในการทางาน มคี วามร๎คู วามเข๎าใจในงานอาชีพ มีความรับผิดชอบซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน มี
คาํ นยิ มในการเปน็ ผู๎ผลิตมากกวําผู๎บริโภค มที กั ษะในการจัดการและนาความรไู๎ ปใชใ๎ นชีวติ ประจาวันได๎

ผลการเรยี นรู๎
๑. บอกความหมาย ความสาคัญ และประโยชนข์ องการผลติ พันธ์ุไม๎ได๎
๒. บอกหลกั การ วิธกี ารและขัน้ ตอนการผลิตพนั ธุไ์ มแ๎ บบตํางๆ
๓. เลือกใช๎และเกบ็ รกั ษาเคร่อื งมือและวัสดอุ ปุ กรณ์ และผลิตพนั ธไ์ุ มไ๎ ด๎
๔. ทางานตามความรับผิดชอบ ขยนั ซ่อื สตั ย์ ประหยดั อดออมและอดทน
๕. ใช๎ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละส่งิ แวดล๎อมในการทางานอยาํ งค๎มุ คาํ และถกู วธิ ี
๖. สามารถวิเคราะห์วางแผนและปฏิบัติงานได๎ถกู ตอ๎ งเหมาะสม
๗. ทางานในฐานะผูน๎ า/ผู๎ตาม และสร๎างสมั พนั ธภาพทีด่ ีในกลํมุ
๘. สืบค๎นขอ๎ มูลเก่ียวกบั การทางานจากแหลํงความร๎ูตามวิธีทหี่ ลากหลาย
๙. สรา๎ งทางเลอื กในการแกป๎ ัญหาอยาํ งหลากหลาย และเลอื กทางเลอื กที่เหมาะสม
๑๐. มีความมุํงมน่ั ทางานจนสาเร็จ ทางานอยํางมีความสขุ ประณตี รอบคอบ และปลอดภยั
๑๑. ใชเ๎ ทคโนโลยีได๎อยํางเหมาะสม สอดคล๎องกับวธิ กี ารผลติ พนั ธ์ไุ ม๎
๑๒. มีเจตคติ แนวคิดท่ดี ตี อํ การประยุกต์ใชเ๎ ทคโนโลยีในชีวิตประจาวัน
๑๓. นาความรท๎ู ีไ่ ดไ๎ ปปรับใช๎ในชีวิตประจาวัน และเปน็ แนวทางในการประกอบอาชพี ตอํ ไปได๎

รวมทั้งหมด..............๑๓.........ผลการเรยี นรู๎

หลกั สูตรมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๑๓

คาอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เตมิ งานเกษตร

รหสั วชิ า ง ๒๓๒๐๑ รายวิชา การทานา ๕ กลํมุ สาระการเรียนรูก๎ ารงานอาชพี

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ๑ หนํวยกิต

ศกึ ษา วิเคราะห์ ชอํ งทางและการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพทานา ความสาคัญและ ประโยชน์ของข๎าว ประเภทการทา

นา สายพันธุ์ข๎าว ขั้นตอนและวิธีการเพาะต๎นกล๎า การวางแผนการ ปลูกข๎าว วิธีการและข้ันตอนการปลูก โรคและแมลงศัตรูข๎าว
การเก็บเกี่ยว และการจัดการตลาด การ อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล๎อม คุณธรรมในการประกอบอาชีพ ปัญหา
อปุ สรรคในการ ประกอบอาชีพ ผลการเรยี นร๎ู

ศกึ ษาชนดิ และประเภทของพนั ธ์ขุ ๎าว ลกั ษณะของพนั ธุข์ ๎าวในทอ๎ งถ่ินทใ่ี หผ๎ ลผลติ สูง วธิ กี ารปลกู ข๎าวและการดูแลรักษาข๎าว
ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งปฏิบตั กิ ารปลกู ข๎าว และการดูแลรกั ษาขา๎ วตามแนวทางปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

โดยใช๎ทักษะในการแสวงหา ความรู๎ กระบวนการทางานรวํ มกบั ผ๎ูอ่ืน กระบวนการแก๎ปญั หา การคดิ วเิ คราะห์และการใช๎
เทคโนโลยใี นการเสนอผลงานเพ่อื ให๎ผ๎เู รียนมีคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคใ์ นด๎านใฝุเรียนร๎ูมุํงมั่น ในการทางาน ซ่ือสัตย์ สุจริต อยํู
อยาํ งพอเพยี งและมจี ติ สาธารณะ

ผลการเรยี นร๎ู

๑. อธิบายเหตุผลในการเลอื กชอํ งทางและการตัดสนิ ใจประกอบอาชีพการทานาได๎ ตามความต๎องการและศักยภาพของ
ตนเอง

๒. จาแนกชนดิ และประเภทของพันธ์ข๎าวได๎

๓. อธบิ ายลกั ษณะของพันธขุ์ ๎าวในท๎องถนิ่ ที่ใหผ๎ ลผลิตสูง
๔. บอกความสาคัญและประโยชนข์ องข๎าวได๎

๕. อธิบายวิธีการปลูกข๎าวและการดูแลรักษาขา๎ วตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
๖. อธบิ ายประเภทการทานา สายพันธุ์ขา๎ ว ขนั้ ตอนและวธิ ีการเพาะต๎นกล๎า การวางแผน การปลกู ข๎าว วิธีการและขั้นตอน
การปลูกขา๎ วได๎

๗. ปฏิบตั ติ ามขั้นตอนการเพาะต๎นกลา๎ และการปลูกข๎าวได๎
๘. ปฏิบัติในการปลูกขา๎ วและการดูแลรกั ษา ตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง

๙. ดแู ลในการปูองกนั โรคและแมลงศัตรขู ๎าวได๎
๑๐. เก็บเก่ียวผลผลิต และจัดการตลาดท่ีได๎จากการปลกู ข๎าวได๎
๑๑. ใช๎แนวทางการอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดล๎อม และคุณธรรม ในการประกอบอาชีพการทานา

๑๒. แก๎ปญั หา อุปสรรคในการประกอบอาชีพการทานาได๎

รวมทงั้ หมด..............๑๓.........ผลการเรยี นรู๎

หลักสตู รมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๑๔

คาอธบิ ายรายวชิ าเพม่ิ เติมงานเกษตร

รหสั วชิ า ง ๒๓๒๐๒ รายวชิ า การทาป๋ยุ หมกั ๖ กลุมํ สาระการเรียนรกู๎ ารงานอาชพี

ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง ๑ หนวํ ยกิต

ศกึ ษา วิเคราะห์เกยี่ วกบั ความหมาย ความสาคญั และประโยชนข์ องป๋ยุ หมักชวี ภาพ วิธีทา ป๋ยุ หมกั ชีวภาพหลายรปู แบบ

ปฏิบัติการทาปุ๋ยหมักชีวภาพในรูปแบบตําง ๆ การดูแลรักษา การ นาไปใช๎ในชีวิตประจาวัน ข๎อมูลความต๎องการของ
กลาด คานวณคําใช๎จําย การจัดจาหนําย การจด บันทึกการปฏิบัติงาน การจัดทาบัญชีรายรับ – รายจําย การสรุปและ
ประเมนิ ผล

โดยใช๎กระบวนการสร๎างความร๎ูความเข๎าใจ กระบวนการทางาน กระบวนการฝึกทักษะ ปฏิบัติ กระบวนการบริหาร
จัดการ การวางแผน การปฏิบัติตามแผน และกระบวนการสร๎างเสริมคณุ ลักษณะที่พงึ ประสงค์

เพื่อให๎เกิดความร๎ู ความเข๎าใจเก่ียวกับการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ เกิดทักษะในการทางาน เรียนรู๎และปฏิบัติงานอยํางมี
ความสุข โดยคานึงถึงความปลอดภัยในการทางาน การใช๎พลังงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล๎อมอยํางคุ๎มคํา ด๎วยความ
รับผิดชอบ ขยัน ซ่ือสัตย์ ประหยัด อดออม มํุมมั่นและอดทน มีเจตคติท่ีดีตํองานและอาชีพสุจริต สามารถนาความร๎ูและภูมิ

ปญั ญา ในทอ๎ งถิ่นมาใช๎ควบคูํกับเทคโนโลยเี พอ่ื การพัฒนางานอยาํ งเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพ
ผลการเรียนรู๎

๑. อธบิ ายขัน้ ตอนการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ จากวัสดุเหลอื ใช๎จากการเกษตรได๎
๒. ผลิตปุ๋ยหมักชวี ภาพจากวัสดเุ หลอื ใช๎จากการเกษตรตามข้ันตอน มีกระบวนการทางาน ทถี่ กู ต๎องด๎วยความรับผิดชอบ
๓. อธิบายขั้นตอนการผลิตน้าสกัดชีวภาพสตั ว์และเศษอาหารตามกระบวนการของเกษตรอินทรยี ์ได๎

๔. ผลติ นา้ สกดั ชีวภาพจากสัตว์และเศษอาหารตามกระบวนการของเกษตรอินทรีย์วถิ ไี ด๎ ตามข้ันตอน มกี ระบวนการทางาน
ที่ถกู ต๎องดว๎ ยความรับผดิ ชอบ

๖. ศกึ ษาและวางแผนการปลกู พืชผักสวนครัวปลอดสารพิษประเภทกินผลในแปลงได๎
๗. ปลกู และดแู ลรกั ษาพชื ผักสวนครัวปลอดสารพิษประเภทกินผล ได๎ถูกต๎องตามแนวทาง เกษตรอินทรีย์ด๎วยความมุํงม่ัน
และรับผิดชอบ

๘. เปรยี บเทียบการปลูกพืชผกั สวนครวั ปลอดสารพษิ ประเภทกนิ ผลโดยใช๎เทคโนโลยี ในการทางานได๎
๙. ใชก๎ ระบวนการทางานและการบรหิ ารจดั การในการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพ

๑๐. นาประสบการณท์ ่ีไดร๎ บั จากการทางานไปใช๎ในชีวิตประจาวนั
รวมทง้ั หมด..............๑๐.........ผลการเรียนรู๎

หลักสตู รมธั ยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๑๕

คาอธบิ ายรายวชิ า
กลํมุ สาระการเรยี นรภ๎ู าษาตาํ งประเทศ

.

.

หลกั สตู รมัธยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๑๖

คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

รหสั วิชา อ ๒๑๑๐๑ รายวิชา ภาษาองั กฤษ ๑ กลมํุ สาระการเรยี นรภู๎ าษาตํางประเทศ

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนวํ ยกิต

ศึกษาการใช๎ประโยคคาสั่ง คาขอร๎อง คาแนะนา คาช้ีแจง การอํานออกเสียงข๎อความ นิทาน และบทร๎อยกรองสั้นๆการสนทนา
แลกเปลีย่ นข๎อมลู เกีย่ วกบั ตนเอง กจิ กรรม และสถานการณ์ตําง ๆ ในชีวิตประจาวัน การพูดและเขียน เพ่ือขอและให๎ข๎อมูล และการแสดง

ความคดิ เห็นเร่ืองทฟ่ี งั หรืออํานเกย่ี วกบั กิจกรรมหรือ เรอ่ื งตําง ๆ ใกล๎ตวั พร๎อมท้งั ให๎เหตุผลสั้น ๆ ประกอบ การใช๎ภาษาน้าเสียงและกิริยา
ทําทาง สุภาพเหมาะสม ตามมารยาทสงั คม และวัฒนธรรมของเจ๎าของภาษา การเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตําง ระหวํางการ
ออกเสียงประโยคชนดิ ตาํ ง ๆ การใชเ๎ ครือ่ งหมายวรรคตอนและการลาดับคาตามโครงสรา๎ งประโยค ของภาษาตํางประเทศและภาษาไทย การ

ใช๎ภาษาในการ สบื ค๎น ค๎นคว๎ารวบรวม และการสรุปข๎อมูลข๎อเท็จจริงที่เกี่ยวข๎องกับกลํุมสาระการเรียนร๎ูอื่น จากสื่อและแหลํงการเรียนรู๎
ตาํ งๆ ในการศึกษาตํอและประกอบอาชีพและการนาเสนอดว๎ ย การพูดการเขียนค๎นคว๎าความร๎ูข๎อมลู ตาํ งๆ พร๎อมทั้งการเข๎ารํวมจัดกิจกรรม

ทางภาษาและวัฒนธรรม ตามความสนใจโดยใช๎กระบวนการทางภาษาในการสื่อสาร กระบวนการกลํุม กระบวนการคิด กระบวนการ
แก๎ปญั หากระบวนการสืบคน๎ ข๎อมูลความสามารถในการใชท๎ กั ษะชีวิต และการใช๎เทคโนโลยี

โดยใช๎กระบวนการฝึกปฏิบัติ การคิดวิเคราะห์อยํางมีวิจารณญาณ การเปรียบเทียบ อธิบายความเหมือนความแตกตําง

เพื่อใหเ๎ หน็ คณุ คาํ และมีเจตคตทิ ด่ี ีตอํ ภาษาตาํ งประเทศ มที ักษะในการสื่อสาร และสามารถนาใช๎ในชีวิตประจาวันอยํางสร๎างสรรค์ มี
คุณธรรมพ้นื ฐาน

มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด
ต ๑.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒

ต ๑.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๔
ต ๑.๓ ม.๑/๓

ต ๒.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๓
ต ๒.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒
ต ๓.๑ ม.๑/๑

ต ๔.๑ ม.๑/๑
ต ๔.๒ ม.๑/๑

รวมทง้ั หมด ๘ มาตรฐาน ๑๓ ตวั ชีว้ ดั

หลกั สูตรมัธยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๑๗

คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน กลํุมสาระการเรียนรูภ๎ าษาตํางประเทศ
เวลา ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนํวยกิต
รหสั วิชา อ ๒๑๑๐๒ รายวชิ า ภาษาอังกฤษ ๒
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๒

ศกึ ษาโครงสรา๎ งประโยค ข๎อความสื่อที่ไมํใชํความเรียงการระบุหัวข๎อเรื่องใจความสาคัญการตอบคาถาม จากการฟังการอํานบท
สนทนา นทิ าน และเรือ่ งสั้นภาษาที่ใชแ๎ สดงความตอ๎ งการขอความชวํ ยเหลอื ตอบรับและปฏิเสธการให๎ความชํวยเหลอื ในสถานการณ์ตํางๆ

อยาํ งเหมาะสมการแสดงความรสู๎ ึก และความคดิ เหน็ ของตนเอง เก่ียวกบั เรือ่ งตาํ งๆ ใกล๎ตวั กิจกรรมตํางๆพร๎อมท้ังให๎เหตุผลส้ันๆประกอบ
อยาํ งเหมาะสมการใช๎ภาษาบรรยายเก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจาวันประสบการณ์ และส่ิงแวดล๎อมใกล๎ตัวพูด/เขียน สรุปใจความสาคัญ/
แกํนสาระท่ีได๎จากการวิเคราะห์เร่ือง/เหตุการณ์ที่อยูํในความสนใจของสังคมบรรยาย เก่ียวกับเทศกาล วันสาคัญ ชีวิตความเป็นอยํู และ

ประเพณี ของเจ๎าของภาษาการเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตํางของการออกเสียงประโยคชนิดตํางๆ การใช๎เครื่องหมายวรรค
ตอน การลาดับคา ตามโครงสร๎างประโยค ของ ภาษาตํางประเทศและภาษาไทยเทศกาลงานฉลองวันสาคัญ และชีวิตความเป็นอยํูของ

เจ๎าของภาษา กับของไทย การค๎นคว๎ารวบรวม และสรุปข๎อมูลข๎อเท็จจริงท่ีเก่ียวข๎องกับกลํุมสาระการเรียนรู๎อ่ืน จากสื่อและแหลํงการ
เรียนรู๎ ตํางๆ ในการศึกษาตํอและประกอบอาชีพและการนาเสนอด๎วย การพูดการเขียนใช๎ภาษาส่ือสาร ในสถานการณ์จริง/สถานการณ์
จาลองทีเ่ กิดขึ้นในห๎องเรียนและสถานศึกษา การใช๎ภาษาในการสืบค๎น/ค๎นคว๎า ความรู๎/ข๎อมูลตํางๆจากสื่อและแหลํงการเรียนรู๎ตํางๆใน

การศึกษาตอํ และ ประกอบอาชีพ
โดยใช๎กระบวนการทางภาษาในการสอื่ สาร กระบวนการคิด กระบวนการแก๎ปัญหา กระบวนการสืบค๎นข๎อมูลความสามารถในการ

ใชท๎ ักษะชีวิต และการใช๎เทคโนโลยี
เพ่อื ให๎มเี จตคติทดี่ ใี นการใชภ๎ าษาองั กฤษสื่อสารในชวี ิตประจาวนั ได๎อยํางมีประสิทธิภาพเหมาะสมตามภาษาและวัฒนธรรมในการ

เรียนภาษาอังกฤษ มวี ินยั ใฝเุ รยี นร๎ู เหน็ คณุ คําในการนาความรู๎ไปใช๎ประโยชน์ในชีวติ ประจาวัน อยํูอยํางพอเพียง มีความซ่ือสัตย์ มุํงม่ันใน

การทางาน และมีจิตสาธารณะ

มาตรฐาน/รหัสตัวชวี้ ดั
ต ๑.๑ ม.๑/๓ ม.๑/๔
ต ๑.๒ ม.๑/๓ ม.๑/๕

ต ๑.๓ ม.๑/๑ ม.๑/๒
ต ๒.๑ ม.๑/๒

รวมท้งั หมด ๔ มาตรฐาน ๗ ตัวชวี้ ัด

หลักสตู รมัธยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๑๘

คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน กลุํมสาระการเรียนร๎ูภาษาตาํ งประเทศ
เวลา ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนวํ ยกิต
รหสั วชิ า อ ๒๒๑๐๑ รายวิชาภาษาองั กฤษ ๓
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๑

ศึกษาการใช๎คาขอรอ๎ ง คาแนะนา คาชี้แจง และคาอธบิ ายงําย ๆ การอํานออกเสียงข๎อความ ขําว ประกาศและบทร๎อยกรอง
สั้น ๆถูกต๎องตามหลักการอําน การระบุหัวข๎อเรื่อง (topic) ใจความสาคัญ(main idea )และตอบคาถามจากการฟังและอํานบท

สนทนา นิทานและเร่ืองสั้นการสนทนาแลกเปล่ียนข๎อมูลแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับตนเอง กิจวัตรประจาวัน ประสบการณ์ขําว/
เหตุการณต์ ําง ๆ ใกล๎ตวั ภาษาทใี่ ชค๎ าขอร๎อง ให๎คาแนะนา คาชี้แจง แสดงความต๎องการ เสนอและให๎ความชํวยเหลือ ตอบรับและ
ปฏเิ สธการให๎ความชวํ ยเหลือและคาอธิบายตามสถานการณ์ การใช๎ภาษานา้ เสียง และกิริยาทําทาง เหมาะกับบุคคลและโอกาสตาม

มารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ๎าของภาษาการเปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตํางระหวํางการออกเสียง
ประโยคชนดิ ตําง ๆและการลาดับคาตามโครงสร๎างประโยคของภาษาตํางประเทศและภาษาไทย การใชภ๎ าษาในการคน๎ ควา๎ รวบรวม

และสรปุ ขอ๎ มลู /ข๎อเทจ็ จริงที่เกี่ยวข๎องกับกลุํมสาระการเรียนรอ๎ู ่ืน การใช๎ภาษาสื่อสารในสถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จาลองท่ีเกิดข้ึน
ในหอ๎ งเรียน สถานศกึ ษาและชมุ ชน การเผยแพร/ํ ประชาสัมพนั ธ์ ข๎อมลู ขาํ วสารของโรงเรยี นเปน็ ภาษาตาํ งประเทศ

โดยใช๎กระบวนการฝกึ ปฏบิ ตั ิ การคิดวเิ คราะห์อยาํ งมีวจิ ารณญาณ การเปรียบเทยี บ อธบิ ายความเหมือนความแตกตําง

เพ่ือให๎เห็นคุณคําและมีเจตคติที่ดีตํอภาษาตํางประเทศ มีทักษะในการส่ือสาร และสามารถนาใช๎ในชีวิตประจาวันอยําง
สรา๎ งสรรค์ มคี ณุ ธรรมพืน้ ฐาน

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวัด
ต ๑.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๔

ต ๑.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
ต ๑.๓ ม.๒/๑ ม.๒/๓

ต ๒.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๓
ต ๒.๒ ม.๒/๑
ต ๓.๑ ม.๒/๑

ต ๔.๑ ม.๒/๑
ต ๔.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒

รวมทั้งหมด ๘ มาตรฐาน ๑๕ ตวั ชีว้ ัด

หลกั สตู รมัธยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๑๙

คาอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน กลมุํ สาระการเรยี นรู๎ภาษาตํางประเทศ
เวลา ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนวํ ยกิต
รหสั วชิ า อ ๒๒๑๐๒ รายวิชา ภาษาอังกฤษ ๔
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒

ศึกษาการเขียนประโยคและข๎อความให๎สัมพันธ์กับสื่อท่ีไมํใชํความเรียงรูปแบบตําง ๆ การเลือกหัวข๎อเรื่อง ใจความสาคัญ
บอกรายละเอียดสนับสนุน (supporting detail) และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองที่ฟังและอําน พร๎อมทั้งให๎เหตุผลและ

ยกตวั อยาํ งงาํ ย ๆ ประกอบ การพูดและเขยี นเพื่อสรุปใจความสาคัญ/แกํนสาระ หัวข๎อเร่ือง (topic) ขอและให๎ข๎อมูลบรรยาย และ
แสดงความคิดเห็น ที่ได๎จากการวิเคราะห์เรื่อง/ขําว/เหตุการณ์ที่อยูํในความสนใจของสังคมการแสดงความรู๎สึกเก่ียวกับตนเอง
กิจกรรม และประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังหรืออํานอยํางเหมาะสมเปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกตําง

ระหวาํ งเทศกาล วันสาคัญชวี ติ ความเป็นอยํู ประเพณแี ละวัฒนธรรมของเจา๎ ของภาษากับของไทย การเปรียบเทียบและอธิบายความ
เหมือนและความแตกตํางระหวํางการออกเสียงประโยคชนิดตําง ๆและการลาดับคาตามโครงสร๎างภาษา การใช๎ภาษาส่ือสารใน

สถานการณจ์ รงิ /สถานการณ์จาลองท่เี กดิ ขึ้นในห๎องเรียน สถานศึกษาและชุมชน การใช๎ภาษาในการสืบค๎น/ค๎นคว๎า ความรู๎/ข๎อมูล
ตําง ๆ จากสื่อและแหลํงการเรียนรู๎ตําง ๆในการศึกษาตํอและประกอบอาชีพ การเผยแพรํ/ประชาสัมพันธ์ ข๎อมูล ขําวสารของ
โรงเรียนเป็นภาษาตาํ งประเทศ

เพ่ือให๎มีเจตคติที่ดีในการใชภ๎ าษาอังกฤษสอ่ื สารในชวี ติ ประจาวันได๎อยาํ งมีประสทิ ธิภาพ เหมาะสมตามภาษาและวัฒนธรรม
ในการเรียนภาษาอังกฤษ มีวินัย ใฝุเรียนร๎ู เห็นคุณคําในการนาความร๎ูไปใช๎ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน อยํูอยํางพอเพียง มีความ

ซ่ือสตั ย์ มํงุ มนั่ ในการทางาน และมจี ิตสาธารณะ
มาตรฐานและตัวช้วี ัด

มาตรฐาน/รหสั ตวั ชีว้ ัด
ต ๑.๑ ม.๒/๓

ต ๑.๒ ม.๒/๔ ม๒/๕
ต ๑.๓ ม.๒/๒
ต ๒.๑ ม.๒/๒

ต ๒.๒ ม.๒/๒

รวมทัง้ หมด ๕ มาตรฐาน ๖ ตวั ชีว้ ัด

หลกั สูตรมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๒๐

คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน กลมํุ สาระการเรยี นร๎ภู าษาตาํ งประเทศ
เวลา ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนํวยกติ
รหสั วชิ า อ ๒๒๑๐๑ รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ๕
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๑

ศึกษาการใช๎คาขอรอ๎ ง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายที่ฟังและอําน การออกเสียงข๎อความ ขําว โฆษณา และบทร๎อย
กรองสั้น ๆ ถกู ตอ๎ งตามหลักการอําน การโต๎ตอบการขอและให๎ข๎อมูล เกี่ยวกับตนเอง เร่ืองตําง ๆ ใกล๎ตัว สถานการณ์ เรื่องท่ีอยํูใน

ความสนใจของสงั คม ประสบการณ์ เหตกุ ารณต์ าํ ง ๆ ที่อยใํู นความสนใจของสังคม อธบิ าย และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองท่ีฟัง
หรืออําน การใช๎ภาษา น้าเสียง และกิริยาทําทางเหมาะกับบุคคล และโอกาส ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ๎าของภาษา
การเปรียบเทยี บและอธบิ ายความเหมือนและความแตกตาํ ง ระหวาํ ง การออกเสียงประโยคชนิดตําง ๆ การลาดับคาตามโครงสร๎าง

ประโยค และความแตกตํางระหวําง ชีวิตความเป็นอยูํและ วัฒนธรรมของเจ๎าของภาษากับของไทย และนาไปใช๎อยาํ งเหมาะสม การ
ค๎นคว๎ารวบรวมและสรุปข๎อมูล ข๎อเท็จจริง ท่ีเกี่ยวข๎องกับกลุํมสาระการเรียนรู๎อื่นจากแหลํงเรียนร๎ู การส่ือสารในสถานการณ์จริง

สถานการณ์จาลองท่ีเกิดข้ึนในห๎องเรียน สถานศึกษา ชุมชน และสังคม การเผยแพรํ/ประชาสัมพันธ์ข๎อมูลขําวสารของโรงเรียน
ชมุ ชนและทอ๎ งถน่ิ เปน็ ภาษาตาํ งประเทศ

โดยใชก๎ ระบวนการทางภาษาในการสอ่ื สาร กระบวนการกลํุม กระบวนการคดิ กระบวนการแก๎ปัญหา กระบวนการ สืบค๎น

ขอ๎ มูล ความสามารถในการใช๎ทกั ษะชวี ิต และการใชเ๎ ทคโนโลยี
เพื่อใหเ๎ กดิ เจตคติทด่ี ีในการเรียนภาษาองั กฤษ มีวินยั ใฝุเรยี นร๎ู เห็นคณุ คําในการนาความร๎ไู ปใชป๎ ระโยชน์ในชีวิต ประจาวัน

อยูํอยํางพอเพียง มีความซื่อสัตย์ มุํงมั่นในการทางาน มีจิตสาธารณะ

มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด
ต ๑.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒
ต ๑.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๔
ต ๑.๓ ม.๓/๑
ต ๒.๑ ม.๓/๑
ต ๒.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒

ต ๓.๑ ม.๓/๑
ต ๔.๑ ม.๓/๑
ต ๔.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒

รวมทง้ั หมด ๘ มาตรฐาน ๑๓ ตวั ช้ีวัด

หลกั สตู รมัธยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๒๑

คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน กลมํุ สาระการเรียนร๎ูภาษาตํางประเทศ
เวลา ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนํวยกิต
รหัสวิชา อ ๒๒๑๐๒ รายวชิ า ภาษาองั กฤษ ๖
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๒

เลือกใช๎ภาษา น้าเสียง กิริยาทําทางเหมาะสมตามมารยาทสังคม เพ่ือสื่อสารในสถานการณ์จาลองสถานการณ์จริง ท้ัง
ภายในและภายนอกสถานศึกษา ตลอดจนใช๎ภาษาในการค๎นคว๎า รวบรวมท้ังหมด เผยแพรํข๎อมูล ความร๎ูตํางๆ เพ่ือการศึกษาตํอ

และประกอบอาชพี โดยปฏบิ ตั ติ ามคาสง่ั คาขอร๎อง คาแนะนา คาชี้แจงในการประดิษฐ์ การบอกทิศทาง ปูายประกาศตํางๆ การใช๎
อุปกรณ์ เลือก/ระบุหัวข๎อเร่ือง ใจความสาคัญ รายละเอียด สนับสนุนและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอํานจากส่ือ
ประเภทตํางๆ พร๎อมทั้งใหเ๎ หตผุ ลและยกตวั อยํางประกอบและเขยี นสิ่งทไี่ มใํ ชํความเรยี งรปู แบบตาํ งๆ

อาํ นออกเสียงข๎อความ ขําว โฆษณา และบทร๎อยกรองสั้นๆ ตามหลักการอําน สนทนาและเขียนแลกเปลี่ยนข๎อมูล ใช๎คา
ขอร๎อง ให๎คาแนะนา คาช้ีแจง คาอธิบาย แสดงความต๎องการ เสนอและให๎ความชํวยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ การให๎ความ

ชํวยเหลือ ด๎วยการใช๎คาศัพท์ สานวนภาษาท่ีใช๎ในการส่ือสารระหวํางบุคคล พูด เขียนเพ่ือขอและให๎ข๎อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ
บรรยายความร๎ูสึกให๎เหตุผล ยกตัวอยํางประกอบแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีฟังและอําน พูด เขียน บรรยาย สรุปใจความ
สาคัญเก่ยี วกบั ตนเอง ประสบการณ์ ขําว เหตุการณ์ เร่ืองประเด็นตํางๆ ท่ีอยํูในความสนใจของสังคม แสดงความคิดเห็น พร๎อมให๎

เหตุผลประกอบ เข๎าใจมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ๎าของภาษา อธิบายความเป็นมาของวันสาคัญ เทศกาล วัฒนธรรม
ประเพณีของเจ๎าของภาษา เปรียบเทียบและอธิบายความเหมอื น ความแตกตําง ระหวํางการออกเสียงประโยคชนิดตํางๆ การลาดับ

คาตามโครงสร๎างประโยค ความเหมอื น ความแตกตํางระหวาํ งชีวติ ความเป็นอยแูํ ละวฒั นธรรมของเจ๎าของภาษากับของไทย เข๎ารํวม
กจิ กรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจเห็นคุณคําของภาษาอังกฤษ มีทักษะในการส่ือสาร ใฝุร๎ู ใฝุเรียน มีวินัยในตนเอง
และมจี ติ สาธารณะ

โดยใช๎กระบวนการทางภาษาในการสื่อสาร กระบวนการกลุมํ กระบวนการคดิ กระบวนการแก๎ปัญหา กระบวนการ สืบค๎น
ขอ๎ มูล ความสามารถในการใช๎ทักษะชีวิต และการใชเ๎ ทคโนโลยี

เพือ่ ให๎เกิดเจตคติทีด่ ใี นการเรียนภาษาองั กฤษ มวี ินยั ใฝุเรยี นรู๎ เหน็ คุณคําในการนาความรู๎ไปใช๎ประโยชน์ในชีวิต ประจาวัน
อยูํอยํางพอเพียง มีความซื่อสัตย์ มุํงมั่นในการทางาน มจี ิตสาธารณะ

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ต ๑.๑ ม.๓/๓ ม.๓/๔

ต ๑.๒ ม.๓/๓ ม.๓/๕
ต ๑.๓ ม.๓/๒ ม.๓/๓
ต ๒.๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓

รวมทั้งหมด ๔ มาตรฐาน ๘ ตวั ชว้ี ัด

หลกั สตู รมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๒๒

กิจกรรมพฒั นาผเู๎ รียน

หลกั สตู รมัธยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๒๓

กจิ กรรมพัฒนาผู๎เรยี น

โรงเรียนบ๎านมวํ งดง จดั กจิ กรรมพัฒนาผ๎เู รียนโดยมํุงให๎ผ๎ูเรียนเกิดการเรียนรู๎จากประสบการณ์ตรง ได๎ฝึกปฏิบัติจริงและ
คน๎ พบความถนดั ของตนเอง สามารถค๎นควา๎ หาความร๎เู พมิ่ เตมิ ตามความสนใจจากแหลํงเรียนร๎ูท่ีหลากหลาย บาเพ็ญประโยชน์เพื่อ
สังคม มีทักษะในการดาเนินงาน สํงเสริมให๎มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สังคม ศีลธรรม จริยธรรม ให๎ผ๎ูเรียนร๎ูจักและเข๎าใจตนเอง
สามารถวางแผนชีวิตและอาชีพได๎อยํางเหมาะสม

กิจกรรมพฒั นาผูเ๎ รียนโรงเรียนบา๎ นมวํ งดง

๑. กจิ กรรมแนะแนว โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ได๎จดั กิจกรรมแนะแนวเพ่ือชํวยเหลือและพัฒนาผู๎เรียน ระดับ ชั้นมัธยมศึกษา
ศกึ ษาตอนตน๎ ดังน้ี

๑. จัดกิจกรรมเพื่อให๎ครูได๎รู๎จักและชํวยเหลือผู๎เรียนมากข้ึน โดยใช๎กระบวนการทางจิตวิทยา การจัดบริการ
สนเทศ โดยจัดให๎มีเอกสารเพื่อใช๎สารวจข๎อมูลเกี่ยวกับตัวผ๎ูเรียน ด๎วยการสังเกต การสัมภาษณ์ การใช๎แบบสอบถาม การเขียน
ประวตั ิ การพบผ๎ูปกครองกอํ นและระหวาํ งเรียน การเยี่ยมบ๎านนักเรียน การให๎ความชํวยเหลือผ๎ูเรียนในเรื่องสุขภาพจิต เศรษฐกิจ
การจัดทาระเบียนสะสม สมดุ รายงานประจาตวั นกั เรียน และบัตรสขุ ภาพ

๒. จัดกจิ กรรมพฒั นาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทาแบบทดสอบเพอ่ื ร๎จู กั และเข๎าใจ
ตนเอง มีทกั ษะในการตดั สินใจ การปรับตวั และการวางแผนเพือ่ เลือกศกึ ษาตอํ เลือกอาชพี

๓. จัดบรกิ ารให๎คาปรกึ ษาแกํผู๎เรียนเป็นรายบุคคล และรายกลุมํ ในด๎านการศกึ ษา
อาชพี และสํวนตวั โดยมีผใ๎ู ห๎คาปรกึ ษาท่มี ีคุณวฒุ ิ และมคี วามเชี่ยวชาญในเรื่องการให๎คาปรกึ ษา ตลอดจนมหี ๎องใหค๎ าปรึกษาท่ี
เหมาะสม

๓.๑ ชํวยเหลอื ผู๎เรยี นท่ปี ระสบปัญหาดา๎ นการเงิน โดยการให๎ทนุ การศกึ ษาแกํผเ๎ู รียน
๓.๒ ติดตามเก็บขอ๎ มูลของนักเรยี นที่สาเร็จการศกึ ษา
๒. กิจกรรมนกั เรยี น เป็นกิจกรรมทีม่ ํุงพฒั นาความมีระเบยี บวนิ ยั ความเป็นผน๎ู าผ๎ตู ามทด่ี ี
มคี วามรับผิดชอบการทางานรวํ มกนั การรจ๎ู กั แก๎ปญั หา การตัดสินใจทเ่ี หมาะสม ความมเี หตุผล การชํวยเหลอื แบงํ ปนั กนั เอือ้ อาทร
และสมานฉันท์ โดยจดั ใหส๎ อดคลอ๎ งกับความสามารถ ความถนดั และความสนใจ
ของผ๎ูเรียน ใหไ๎ ด๎ปฏบิ ตั ิด๎วยตนเองในทุกข้นั ตอน ได๎แกํ การศกึ ษาวิเคราะหว์ างแผน ปฏบิ ัตติ ามแผน ประเมินและปรบั ปรุงการ
ทางาน เน๎นการทางานรวํ มกนั เปน็ กลุํม ตามความเหมาะสมและสอดคล๎องกบั วุฒภิ าวะ
ของผ๎เู รียน บรบิ ทของสถานศึกษาและทอ๎ งถ่นิ กจิ กรรมนักเรยี นประกอบดว๎ ย
๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี นักเรียนทุกคนต๎องเข๎ารํวมกิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี ๔๐ ช่ัวโมงตํอปีการศึกษา
(ระดับประถมศึกษา) ๒๐ ชว่ั โมงตํอภาคเรยี น (ระดบั มัธยมศกึ ษา)
การจดั กิจกรรมลกู เสือ-เนตรนารี มแี นวทางการจัดกจิ กรรมตามวิธกี ารลูกเสือ (Scout Method) ซงึ่ มี
องคป์ ระกอบ ๗ ประการ คือ
๑. คาปฏญิ าณและกฎ ถอื เปน็ หลักเกณฑ์ท่ีลูกเสอื ทุกคนให๎คามน่ั สญั ญาวาํ จะปฏบิ ัตติ ามกฎของลูกเสือ กฎของ
ลูกเสอื มีไวใ๎ หล๎ กู เสือเป็นหลกั ในการปฏิบัตไิ มํได๎ “ห๎าม” ทาหรอื “บงั คบให”๎ ทาแตํถ๎า “ท” ก็จะทาให๎เกดิ ผลดีแกํตัวตัวเอง เปน็
คนดี ไดร๎ บั การยกยํองวาํ เปน็ ผู๎มเี กยี รติเชื่อถือได๎
๒. เรียนรจ๎ู ากการกระทา เปน็ การพฒั นาสํวนบคุ คลความสาเรจ็ หรอื ไมํสาเร็จของผลงานอยํทู ่กี ารกระทาของ
ตนเอง ทาใหม๎ ีความรูท๎ ช่ี ัดเจนและสามารถแก๎ปัญหาตาํ งๆ ได๎ตัวเองและทา๎ ทายความสามารถของตนเอง
๓. ระบบหมํู เปน็ รากฐานอนั แทจ๎ รงิ ของการลูกเสอื เป็นพ้นื ฐานในการอยูํรวํ มกนั การยอมรับซงึ่ กันและกัน การ
แบํงหนา๎ ที่รบั ผดิ ชอบการชํวยเหลือซ่ึงกนั และกันซง่ึ เป็นการเรียนร๎กู ารใชป๎ ระชาธิปไตยเบอ้ื งต๎น

หลักสูตรมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๒๔

๔. การใช๎สญั ลกั ษณร์ ํวมกัน ฝกึ ใหม๎ คี วามเปน็ หนงึ่ เดียวในการเปน็ สมาชกิ ลกู เสือเนตรนารีดว๎ ยการใชส๎ ัญลกั ษณ์

รํวมกนั ได๎แกํ เครอ่ื งแบบ เครอ่ื งหมาย การทาความเคารพ รหสั คาปฏญิ าณ กฎ คตพิ จน์ คาขวญั ธง เป็นตน๎ วธิ กี ารนจ้ี ะ

ชํวยใหผ๎ ู๎เรยี นตระหนกั และภาคภูมิใจในการเป็นสมาชิกขององค์การลูกเสือแหงํ โลก ซึ่งมสี มาชกิ ท่ัวโลก และเป็นองค์กรที่มจี านวน

สมาชิกมากท่ีสุดในโลก

๕. การศกึ ษาธรรมชาติ คอื ส่งิ สาคัญอนั ดับ ๑ ในกจิ กรรมของลูกเสอื ธรรมชาตอิ นั โปรํงใสตามชนบท ปาุ เขา

ปาุ ละเมาะ และพมุํ ไม๎ เปน็ ทป่ี รารถนาอยาํ งยงิ่ มีการในการไปทากิจกรรมกับธรรมชาตกิ ารปีนเขาต้งั คํายพกั แรมในทีส่ ุดสปั ดาห์

หรือ ตามวาระของการอยคูํ ํายพกั แรมตามกฎระเบยี บเปน็ ทเ่ี สนหํ าแกเํ ด็กทกุ คนถ๎าขาดส่ิงนแ้ี ล๎วก็ไมเํ รยี กวําใช๎ชวี ติ แบบลกู เสอื

๖. ความกา๎ วหน๎าในการเข๎ารํวมกิจกรรม กิจกรรมตําง ๆ ท่ีจัดให๎เดก็ ทาตอ๎ งมีความกา๎ วหนา๎ และดึงดดู ใจ สรา๎ ง

ใหเ๎ กดิ ความกระตอื รอื ร๎น อยากท่ีจะทาและวัตถปุ ระสงคใ์ นการจัดแตํละอยาํ งใหส๎ มั พันธก์ ับความหลากหลายในการพัฒนาตนเอง

เกมการเลํนท่สี นุกสนาน การแขํงขันกนั ก็เปน็ สง่ิ ดงึ ดูดใจและเป็นการจูงใจ

๗. การสนับสนนุ โดยผู๎ใหญํ ผู๎ใหญํเป็นผู๎ที่ชแี้ นะหนทางท่ถี ูกตอ๎ งให๎แกเํ ดก็ เพือ่ ให๎เกิดความมั่นใจในการท่จี ะ

ตดั สินใจกระทาสงิ่ ใดลงไปทั้งคมูํ ีความต๎องการซ่ึงกนั และกัน เดก็ กต็ อ๎ งการใหผ๎ ูใ๎ หญํนาพาไปสํูหนทางท่ีดี ใหไ๎ ด๎รบั การพัฒนาอยําง

ถูกตอ๎ งและดที ส่ี ุด จงึ เปน็ การรํวมมอื กนั ทง้ั สองฝาุ ย
๒.๒ กจิ กรรมชุมนมุ นกั เรียนทุกคนต๎องเข๎ารวํ มกจิ กรรมชุมนมุ ๓๐ ชวั่ โมงตํอปีการศึกษา (ระดบั ประถมศกึ ษา) ๒๕

ชั่วโมงตํอภาคเรยี น (ระดบั มัธยมศึกษา)
แนวทางการจดั กิจกรรมชมุ นุม
โรงเรียนบ๎านมวํ งดง จัดกจิ กรรมชมุ นมุ ตามความเหมาะสมกับบรบิ ทและสภาพของโรงเรียนดังน้ี
๑. จดั กจิ กรรมชุมนมุ ให๎ผเู๎ รียนเขา๎ รํวมกิจกรรมตามความรคู๎ วามถนดั และความสนใจของผเ๎ู รยี น เปน็ กจิ กรรม

ระยะเวลา ๑ ปีการศึกษา สาหรับนักเรยี นชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ถึง มัธยมศึกษาป่ที ี่ ๓ ไดแ๎ กํ
๑.๑ ชมุ นุมกฬี าและนันทนาการ
๑.๒ ชุมนมุ หอ๎ งสมดุ และรักการอําน
๑.๓ ชุมนุมสงํ เสริมงานอาชพี นวดฝุาเท๎า
๑.๔ ชุมนุมดนตรีนาฏศลิ ป์

วัตถุประสงค์

๑. เพื่อใหผ๎ เู๎ รยี นไดป๎ ฏิบตั ิกิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความตอ๎ งการของตน
๒. เพ่ือให๎ผ๎ูเรียนได๎พัฒนาความร๎ู ความสามารถด๎านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให๎เกิดประสบการณ์ทั้งทาง

วิชาการและวชิ าชพี ตามศักยภาพ

๓. เพือ่ สงํ เสรมิ ใหผ๎ เ๎ู รียนใชเ๎ วลาใหเ๎ กดิ ประโยชนต์ อํ ตนเองและสํวนรวม
๔. เพอ่ื ให๎ผ๎ูเรียนทางานรํวมกับผ๎ูอนื่ ได๎ตามวถิ ีประชาธปิ ไตย

๓. กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสาธารณประโยชน์ เปน็ กจิ กรรมทสี่ งํ เสรมิ ให๎ผู๎เรียนบาเพญ็ ตนใหเ๎ ปน็ ประโยชน์ตํอสงั คม

ชุมชน และท๎องถนิ่ ตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพอื่ แสดงถึงความรบั ผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละตอํ สงั คม มีจิต

สาธารณะ เชํน กจิ กรรมอาสาพัฒนาตาํ ง ๆ กิจกรรมสรา๎ งสรรค์สงั คม

โรงเรียนบ๎านมํวงดง จัดกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธรณประโยชน์ โดยนกั เรยี นทกุ คนตอ๎ งเขา๎ รํวมกจิ กรรมเพ่ือ

สงั คมและสาธารณประโยชน์ ระดบั มธั ยมศึกษา ๑๕ ช่วั โมงตํอปกี ารศกึ ษา

แนวการจัดกจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์

หลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๒๕

การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่สํงเสริมให๎ผ๎ู เรียนได๎ทาประโยชน์ตาม
ความสามารถ ความถนัดและความสนใจในลักษณะอาสาสมคั ร เพ่ือแสดงถึงความรบั ผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละตํอสังคม มี
จิตใจมุํงทาประโยชน์ตํอครอบครัว ชุมชนและสังคมกิจกรรมสาคัญ ได๎แกํ กิจกรรมบาเพ็ญประโยชน์ กิจกรรมสร๎างสรรค์สังคม
กิจกรรมดารงรักษา สืบสาน ศาสนา ศลิ ปะและวฒั นธรรม กจิ กรรมพัฒนานวตั กรรมและเทคโนโลยี

๑. จัดกจิ กรรมในลกั ษณะบูรณาการใน ๘ กลุมํ สาระการเรียนรู๎ กิจกรรมลกั ษณะโครงการกจิ กรรมรวํ มกับ

องคก์ รอนื่ เป็นกิจกรรมลักษณะเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ โดยใหผ๎ ู๎เรยี นสามารถเลือกเข๎ารวํ มกิจกรรมตามความสนใจ ตาม

ความถนดั ของผู๎เรยี น

๑. กิจกรรมอนุรักษ์ส่ิงแวดลอ๎ ม

๒. กจิ กรรมทาความสะอาดห๎องนา้ ในโรงเรยี นและทส่ี าธรณ

๓. กจิ กรรมจติ สาธารณะ

๔. กิจกรรมเลีย้ งปลาเพอื่ อาหารกลางวัน

๕. กิจกรรมโรงเรียนสะอาดสวยด๎วยมอื เรา
วัตถปุ ระสงค์
๑. เพอ่ื ให๎ผูเ๎ รยี นบาเพ็ญตนใหเ๎ ป็นประโยชน์ตอํ ครอบครัว โรงเรียน ชมุ ชน และประเทศชาติ
๒. เพื่อให๎ผ๎ูเรียนออกแบบกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารประโยชน์อยํางสร๎างสรรค์ตามความถนัดและความสนใจใน
ลกั ษณะอาสาสมคั ร
๓. เพอ่ื ให๎ผู๎เรยี นพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพื่อสงั คมและสาธารณประโยชนไ์ ดอ๎ ยาํ งมปี ระสทิ ธิภาพ
๔. เพื่อให๎ผู๎เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตามคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์

๕. เพอ่ื ให๎ผู๎เรียนมจี ิตสาธารณะและใช๎เวลาวํางให๎เกิดประโยชน์
แนวทางการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเ๎ู รียน

โรงเรียนบา๎ นมวํ งดง กาหนดแนวทางในการประเมินกิจกรรมพัฒนาผเ๎ู รียนดังนี้
๑. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียนรายกิจกรรม มีแนวทางปฏิบัตดิ งั นี้

๑.๑ การตรวจสอบเวลาเข๎ารํวมกจิ กรรมของผูเ๎ รียน ไมนํ อ๎ ยกวาํ ร๎อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอดปกี ารศึกษา
๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผ๎ูเรียน ผ๎ูเรียนต๎องได๎รับการ
ประเมนิ ทกุ ผลการเรยี นร๎ู และผํานทุกผลการเรียนร๎ู โดยแตํละผลการเรียนร๎ูผํานไมํน๎อยกลําร๎อยละ ๕๐ หรือมีคุณภาพในระดับ
๑ ขึน้ ไป
๑.๓ ผู๎เรยี นมีเวลาเข๎ารํวมกจิ กรรม การปฏบิ ตั ิกิจกรรมและผลงาน/ชิ้นงานของผู๎เรียนตามเกณฑ์ ข๎อ ๑.๑ และข๎อ
๑.๒ ถือวาํ ผู๎เรียนมีผลการเรยี น “ผ” ผํานการประเมินกจิ กรรมและนาผลการประเมนิ ไปบันทกึ ในระเบียนแสดงผลการเรียน
๑.๔ ผเู๎ รียนมเี วลาเข๎ารวํ มกจิ กรรมพัฒนาผู๎เรียน การปฏิบตั ิกิจกรรมและผลงานไมํเป็นไปตามเกณฑ์ ข๎อ ๑.๑ และ
ขอ๎ ๑.๒ ถอื วาํ ผเู๎ รียนมผี ลการเรียน “มผ” โรงเรียนต๎องจดั ซํอมเสริมให๎ผู๎เรียนทากิจกรรมในสํวนที่ผู๎เรียนไมํได๎เข๎ารํวมหรือไมํได๎
ทาจนครบถว๎ น แลว๎ จงึ เปล่ยี นผลการเรยี นจาก “มผ” เปน็ “ผ” และนาผลการประเมินไปบันทกึ ในระเบยี นแสดงผลการเรยี น
๒. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผ๎ูเรียนเพ่ือการตดั สิน มแี นวปฏบิ ตั ดิ งั น้ี
๒.๑ กาหนดให๎ผ๎ูรับผดิ ชอบในการรวบรวมข๎อมลู เกย่ี วกับการรวํ มกิจกรรมพฒั นาผ๎ูเรียนของผ๎ูเรียนทุกคนตลอดระดับ
การศึกษา
๒.๒ ผรู๎ ับผิดชอบสรปุ และตดั สินการรวํ มกจิ กรรมพฒั นาผู๎เรยี นของผู๎เรียนเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ท่ีโรงเรียนกาหนด
ผู๎เรียนจะตอ๎ งผํานกิจกรรม ๓ กิจกรรมสาคญั ดงั น้ี

๒.๒.๑ กจิ กรรมแนะแนว

หลกั สตู รมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๒๖

๒.๒.๒ กจิ กรรมนกั เรียน ไดแ๎ กํ
๑. กจิ กรรมลูกเสอื เนตรนารี

๒. กิจกรรมชมุ นมุ
๒.๒.๓ กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์
๒.๓ การนาเสนอผลการประเมนิ ตํอคณะกรรมการกลมุํ สาระการเรียนร๎ูและกจิ กรรมพัฒนาผเู๎ รียน

๒.๔ เสนอผู๎บริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู๎เรียนผํานเกณฑ์การจบแตํละระดับ

การศกึ ษา

หลกั สตู รมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๒๗

การจดั การเรียนรู๎

การจัดการเรียนรู๎เป็นกระบวนการสาคัญในการนาหลักสูตรสํูการปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็น
หลกั สตู รท่มี ีมาตรฐานการเรียนรู๎ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผ๎ูเรียน เป็นเปูาหมายสาหรับพัฒนาเด็กและ
เยาวชน

ในการพัฒนาผู๎เรียนให๎มีคุณสมบัติตามเปูาหมายหลักสูตร ผู๎สอนพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู๎ จัดการเรียนรู๎โดย
ชวํ ยใหผ๎ ๎เู รียนเรยี นร๎ผู าํ นสาระท่ีกาหนดไวใ๎ นหลกั สูตร ๘ กลุํมสาระการเรียนรู๎ รวมทั้งปลูกฝังเสริมสร๎างคุณลักษณะอันพึงประสงค์
พัฒนาทกั ษะตาํ งๆ อนั เป็นสมรรถนะสาคญั ใหผ๎ ู๎เรียนบรรลุตามเปาู หมาย

๑. หลักการจัดการเรียนร๎ู
การจัดการเรียนรู๎เพื่อให๎ผู๎เรียนมีความรู๎ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนร๎ู สมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ตามท่ีกาหนดไว๎ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน โดยยึดหลักวํา ผ๎ูเรียนมีความสาคัญที่สุด เชื่อวําทุกคนมี
ความสามารถเรยี นร๎ูและพัฒนาตนเองได๎ ยึดประโยชน์ท่ีเกิดกับผู๎เรียน กระบวนการจัดการเรียนร๎ูต๎องสํงเสริมให๎ผ๎ูเรียน สามารถ
พัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ คานึงถึงความแตกตํางระหวํางบุคคลและพัฒนาการทางสมองเน๎นให๎ความสาคัญทั้ง
ความร๎ู และคุณธรรม
๒. กระบวนการเรียนร๎ู
การจัดการเรียนรู๎ท่ีเน๎นผ๎ูเรียนเป็นสาคัญ ผู๎เรียนจะต๎องอาศัยกระบวนการเรียนรู๎ท่ีหลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะนาพา
ตนเองไปสเํู ปูาหมายของหลักสูตร กระบวนการเรยี นร๎ูที่จาเปน็ สาหรับผเู๎ รียน อาทิ กระบวนการเรียนร๎ูแบบบูรณาการ กระบวนการ
สร๎างความรู๎ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแก๎ปัญหา กระบวนการเรียนรู๎จาก
ประสบการณ์จริง กระบวนการปฏิบัติ ลงมือทาจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวจิ ัย กระบวนการเรยี นรกู๎ ารเรียนรขู๎ องตนเอง
กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนิสยั
กระบวนการเหลํานเ้ี ปน็ แนวทางในการจัดการเรียนรู๎ที่ผู๎เรียนควรได๎รับการฝึกฝน พัฒนา เพราะจะสามารถชํวยให๎ผู๎เรียน
เกิดการเรียนรู๎ได๎ดี บรรลุเปูาหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู๎สอน จึงจาเป็นต๎องศึกษาทาความเข๎าใจในกระบวนการเรียนร๎ูตําง ๆ
เพ่อื ใหส๎ ามารถเลือกใชใ๎ นการจัดกระบวนการเรยี นรไ๎ู ดอ๎ ยํางมปี ระสทิ ธภิ าพ
๓. การออกแบบการจัดการเรยี นรู๎
ผ๎สู อนตอ๎ งศึกษาหลกั สตู รสถานศกึ ษาใหเ๎ ขา๎ ใจถงึ มาตรฐานการเรยี นรู๎ ตัวชวี้ ัด สมรรถนะสาคัญของผู๎เรียน คุณลักษณะอัน
พึงประสงค์ และสาระการเรยี นร๎ทู ี่เหมาะสมกบั ผูเ๎ รียน แล๎วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู๎โดยเลือกใช๎วิธีสอนและเทคนิค
การสอน สือ่ /แหลํงเรียนร๎ู การวัดและประเมนิ ผล เพื่อให๎ผ๎เู รียนได๎พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุตามเปูาหมายท่กี าหนด
๔. บทบาทของผูส๎ อนและผูเ๎ รียน
การจัดการเรยี นรู๎เพ่อื ใหผ๎ เู๎ รยี นมคี ุณภาพตามเปูาหมายของหลักสูตร ท้ังผู๎สอนและผเู๎ รียนควรมบี ทบาท ดงั น้ี

๔.๑ บทบาทของผ๎สู อน
๑) ศึกษาวิเคราะห์ผ๎ูเรียนเป็นรายบุคคล แล๎วนาข๎อมูลมาใช๎ในการวางแผนการจัดการเรียนร๎ู ท่ีท๎าทาย

ความสามารถของผ๎เู รียน
๒) กาหนดเปูาหมายที่ต๎องการให๎เกิดข้ึนกับผู๎เรียน ด๎านความร๎ูและทักษะกระบวนการ ที่เป็นความคิดรวบยอด

หลกั การ และความสัมพนั ธ์ รวมทง้ั คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
๓) ออกแบบการเรยี นรแ๎ู ละจัดการเรียนรูท๎ ต่ี อบสนองความแตกตํางระหวํางบุคคลและพัฒนาการทางสมอง เพ่ือ

นาผเู๎ รียนไปสเํู ปูาหมาย
๔) จัดบรรยากาศท่ีเอื้อตํอการเรยี นรู๎ และดแู ลชวํ ยเหลือผเ๎ู รยี นให๎เกิดการเรยี นรู๎

หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๒๘

๕) จัดเตรียมและเลอื กใช๎ส่ือใหเ๎ หมาะสมกับกจิ กรรม นาภมู ปิ ัญญาทอ๎ งถนิ่ เทคโนโลยที ่ีเหมาะสมมาประยุกต์ใช๎ใน
การจัดการเรยี นการสอน

๖) ประเมนิ ความกา๎ วหน๎าของผ๎เู รยี นด๎วยวิธกี ารที่หลากหลาย เหมาะสมกบั ธรรมชาตขิ องวิชา
และระดบั พัฒนาการของผเ๎ู รียน

๗) วิเคราะห์ผลการประเมนิ มาใชใ๎ นการซํอมเสริมและพฒั นาผ๎ูเรียน รวมท้ังปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนของ
ตนเอง

๔.๒ บทบาทของผเ๎ู รียน
๑) กาหนดเปาู หมาย วางแผน และรบั ผิดชอบการเรียนรูข๎ องตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความร๎ู เขา๎ ถงึ แหลงํ การเรยี นรู๎ วิเคราะห์ สังเคราะหข์ ๎อความรู๎ ตัง้ คาถาม คิดหาคาตอบหรือหาแนวทาง

แกป๎ ัญหาด๎วยวิธีการตาํ งๆ
๓) ลงมอื ปฏิบัติจรงิ สรปุ ส่งิ ทไ่ี ด๎เรยี นรู๎ดว๎ ยตนเอง และนาความรไู๎ ปประยุกต์ใชใ๎ นสถานการณต์ าํ งๆ
๔) มปี ฏิสมั พันธ์ ทางาน ทากจิ กรรมรวํ มกับกลํุมและครู
๕) ประเมนิ และพัฒนากระบวนการเรียนร๎ูของตนเองอยาํ งตํอเนอ่ื ง

ส่ือการเรยี นร๎ู

ส่ือการเรียนรู๎เป็นเคร่ืองมือสํงเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู๎ ให๎ผู๎เรียนเข๎าถึงความร๎ู ทักษะกระบวนการ
และคณุ ลักษณะตามมาตรฐานของหลักสตู รได๎อยาํ งมปี ระสิทธิภาพ ส่ือการเรียนร๎ูมหี ลากหลายประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์
ส่ือเทคโนโลยี และเครือขําย การเรียนร๎ูตํางๆ ท่ีมีในท๎องถิ่น การเลือกใช๎สื่อควรเลือกให๎มีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และ
ลลี าการเรยี นรทู๎ ี่หลากหลายของผ๎เู รียน

การจดั หาส่ือการเรียนร๎ู ผู๎เรียนและผส๎ู อนสามารถจดั ทาและพฒั นาขึ้นเอง หรอื ปรับปรงุ เลอื กใชอ๎ ยํางมคี ณุ ภาพจากส่ือตํางๆ
ที่มีอยรํู อบตัวเพ่อื นามาใชป๎ ระกอบในการจัดการเรยี นร๎ูที่สามารถสงํ เสรมิ และส่ือสารให๎ผ๎ูเรียนเกิดการเรียนรู๎ โดยสถานศึกษาควรจัด
ให๎มีอยาํ งพอเพยี ง เพอ่ื พฒั นาใหผ๎ ู๎เรียน เกิดการเรียนรู๎อยํางแท๎จริง สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา หนํวยงานท่ีเก่ียวข๎องและผู๎มี
หนา๎ ทจ่ี ัดการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน ควรดาเนินการดังน้ี

๑ . จั ด ใ ห๎ มี แ ห ลํ ง ก า ร เ รี ย น รู๎ ศู น ย์ สื่ อ ก า ร เ รี ย น รู๎ ร ะ บ บ ส า ร ส น เ ท ศ ก า ร เ รี ย น รู๎ แ ล ะ เ ค รื อ ขํ า ย
การเรียนรู๎ท่ีมีประสิทธิภาพทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค๎นคว๎าและการแลกเปล่ียนประสบการณ์การเรียนรู๎
ระหวํางสถานศึกษา ทอ๎ งถิน่ ชมุ ชน สังคมโลก

๒. จดั ทาและจัดหาสื่อการเรยี นรส๎ู าหรับการศกึ ษาคน๎ คว๎าของผู๎เรยี น เสรมิ ความร๎ใู หผ๎ ู๎สอน รวมท้งั จัดหาสิ่งท่ีมีอยํูในท๎องถ่ิน
มาประยกุ ตใ์ ชเ๎ ปน็ สื่อการเรียนรู๎

๓. เลอื กและใชส๎ อื่ การเรียนรท๎ู ีม่ ีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล๎อง กับวิธีการเรียนรู๎ ธรรมชาติของ
สาระการเรยี นรู๎ และความแตกตํางระหวํางบคุ คลของผ๎ูเรยี น

๔. ประเมนิ คุณภาพของสอ่ื การเรียนร๎ูทเี่ ลือกใชอ๎ ยํางเปน็ ระบบ
๕. ศึกษาคน๎ ควา๎ วิจยั เพ่ือพัฒนาสือ่ การเรยี นรูใ๎ ห๎สอดคลอ๎ งกบั กระบวนการเรยี นรขู๎ องผเู๎ รียน
๖ . จั ด ใ ห๎ มี ก า ร ก า กั บ ติ ด ต า ม ป ร ะ เ มิ น คุ ณ ภ า พ แ ล ะ ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ เ ก่ี ย ว กั บ ส่ื อ แ ล ะ ก า ร ใ ช๎ ส่ื อ
การเรยี นรเ๎ู ป็นระยะๆ และสม่าเสมอ
ในการจดั ทา การเลอื กใช๎ และการประเมนิ คุณภาพส่ือการเรียนร๎ทู ่ใี ชใ๎ นสถานศึกษา ควรคานงึ ถึงหลักการสาคัญของส่ือการ
เรียนร๎ู เชนํ ความสอดคลอ๎ งกับหลักสูตร วตั ถุประสงค์การเรียนร๎ู การออกแบบกิจกรรมการเรียนร๎ู การจัดประสบการณ์ให๎ผ๎ูเรียน
เนื้อหามีความถูกต๎องและทันสมัย ไมํกระทบความม่ันคงของชาติ ไมํขัดตํอศีลธรรม มีการใช๎ภาษาที่ถูกต๎อง รูปแบบการนาเสนอที่
เขา๎ ใจงาํ ย และนาํ สนใจ

หลักสตู รมธั ยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๒๙

การวัดและประเมินผลการเรยี นร๎ู
การวัดและประเมินผลการเรียนร๎ขู องผูเ๎ รยี นต๎องอยบํู นหลักการพื้นฐานสองประการ คอื การประเมินเพ่ือพัฒนาผ๎ูเรียนและ
เพ่ือตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนร๎ูของผ๎ูเรียน ให๎ประสบผลสาเร็จน้ัน ผ๎ูเรียนจะต๎องได๎รับการพัฒนาและ
ประเมนิ ตามตัวช้วี ดั เพื่อให๎บรรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นร๎ู สะท๎อนสมรรถนะสาคัญ และคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผู๎เรียนซ่ึงเป็น
เปูาหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ในทุกระดับไมํวําจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนที่
การศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรยี นร๎ู เป็นกระบวนการพัฒนาคณุ ภาพผู๎เรียนโดยใช๎ผลการประเมินเป็นข๎อมูล
และสารสนเทศทีแ่ สดงพฒั นาการ ความก๎าวหนา๎ และความสาเร็จทางการเรียนของผ๎ูเรียน ตลอดจนข๎อมูลท่ีเป็นประโยชน์ตํอการ
สํงเสรมิ ให๎ผเ๎ู รยี นเกดิ การพฒั นาและเรียนรู๎อยาํ งเต็มตามศกั ยภาพ
การวัดและประเมินผลการเรยี นรู๎ แบงํ ออกเปน็ ๔ ระดบั ได๎แกํ ระดับช้นั เรยี น ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา
และระดบั ชาติ มรี ายละเอียด ดงั นี้
๑. การประเมินระดับช้ันเรียน เปน็ การวัดและประเมินผลที่อยํูในกระบวนการจัดการเรียนร๎ู ผู๎สอนดาเนินการเป็นปกติ
และสมา่ เสมอ ในการจดั การเรยี นการสอน ใช๎เทคนิคการประเมินอยํางหลากหลาย เชํน การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ๎าน
การประเมนิ โครงงาน การประเมนิ ช้ินงาน/ ภาระงาน แฟูมสะสมงาน การใช๎แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผสู๎ อนเป็นผ๎ปู ระเมินเองหรอื เปิด
โอกาสให๎ผูเ๎ รยี นประเมนิ ตนเอง เพอ่ื นประเมนิ เพือ่ น ผ๎ูปกครองรํวมประเมนิ ในกรณที ่ีไมํผํานตวั ชวี้ ดั ใหม๎ กี ารสอนซอํ มเสริม

การประเมินระดบั ชัน้ เรียนเปน็ การตรวจสอบวาํ ผเ๎ู รียนมีพัฒนาการความก๎าวหน๎าในการเรียนร๎ู อันเป็นผลมาจากการ
จดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนหรือไมํ และมากนอ๎ ยเพียงใด มสี งิ่ ที่จะตอ๎ งได๎รับการพัฒนาปรับปรุงและสํงเสริมในด๎านใด นอกจากน้ี
ยงั เป็นข๎อมลู ให๎ผส๎ู อนใชป๎ รับปรงุ การเรียนการสอนของตนด๎วย ทั้งนโี้ ดยสอดคลอ๎ งกับมาตรฐานการเรียนรแู๎ ละตัวช้ีวัด

๒. การประเมินระดบั สถานศึกษา เปน็ การประเมินทีส่ ถานศกึ ษาดาเนนิ การเพ่ือตดั สินผล การเรยี นของผเ๎ู รียนเป็นรายปี/
รายภาค ผลการประเมินการอาํ น คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน คณุ ลักษณะ อนั พึงประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู๎ รียน นอกจากน้ีเพ่ือให๎
ได๎ขอ๎ มูลเกีย่ วกับการจดั การศึกษา ของสถานศกึ ษา วาํ สํงผลตํอการเรยี นรู๎ของผูเ๎ รยี นตามเปูาหมายหรือไมํ ผเ๎ู รยี นมีจุดพัฒนาในด๎าน
ใด รวมทั้งสามารถนาผลการเรียนของผู๎เรียนในสถานศึกษาเปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะ
เป็นข๎อมูลและสารสนเทศเพื่อการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทา
แผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาของสถานศกึ ษา ตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษาและการรายงานผลการจัดการศึกษาตํอ
คณะกรรมการสถานศึกษา สานกั งานเขตพ้นื ทก่ี ารศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน ผ๎ปู กครองและชุมชน

๓. การประเมินระดับเขตพนื้ ที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผ๎ูเรียนในระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษาตามมาตรฐานการ
เรยี นรต๎ู ามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน เพอ่ื ใชเ๎ ป็นข๎อมลู พนื้ ฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนที่การศึกษา
ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธิ์ของผ๎ูเรียนด๎วยข๎อสอบมาตรฐานท่ีจัดทาและ
ดาเนินการโดยเขตพนื้ ท่ีการศึกษา หรือด๎วยความรํวมมือกับหนํวยงานต๎นสังกัด ในการดาเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได๎จากการ
ตรวจสอบทบทวนข๎อมูลจากการประเมนิ ระดับสถานศึกษาในเขตพืน้ ที่การศกึ ษา

๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผ๎เู รียนในระดบั ชาติตามมาตรฐานการเรียนรตู๎ ามหลักสตู รแกนกลาง
การศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน สถานศึกษาตอ๎ งจดั ให๎ผ๎ูเรยี นทกุ คนท่เี รียน ในชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๓ ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ และมธั ยมศึกษา
ปที ่ี ๓ เข๎ารบั การประเมิน ผลจากการประเมนิ ใชเ๎ ปน็ ข๎อมูลในการเทยี บเคียงคุณภาพการศกึ ษาในระดับตาํ ง ๆ เพ่ือนาไปใช๎ในการ
วางแผนยกระดบั คุณภาพการจดั การศึกษา ตลอดจนเป็นขอ๎ มลู สนับสนนุ การตดั สินใจในระดับนโยบายของประเทศ

ข๎อมลู การประเมินในระดับตาํ งๆ ข๎างต๎น เป็นประโยชน์ตํอสถานศึกษาในการตรวจสอบทบทวนพัฒนาคุณภาพผ๎ูเรียน ถือ
เปน็ ภาระความรบั ผิดชอบของสถานศึกษาทจ่ี ะต๎องจัดระบบดแู ลชํวยเหลอื ปรบั ปรงุ แก๎ไข สํงเสริมสนับสนุนเพ่ือให๎ผ๎ูเรียนได๎พัฒนา
เตม็ ตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกตํางระหวาํ งบคุ คลทจ่ี าแนกตามสภาพปัญหาและความต๎องการ ได๎แกํ กลํุมผู๎เรียนท่ัวไป กลํุม
ผู๎เรียนท่ีมีความสามารถพิเศษ กลุํมผเู๎ รยี นทีม่ ีผลสัมฤทธ์ทิ างการเรยี นตา่ กลํมุ ผู๎เรียนท่ีมปี ญั หาดา๎ นวินัยและพฤติกรรม กลํุมผ๎ูเรียนท่ี
ปฏิเสธโรงเรียน กลํุมผ๎เู รียนทม่ี ปี ญั หาทางเศรษฐกิจและสงั คม กลุํมพิการทางรํางกายและสติปัญญา เป็นต๎น ข๎อมูลจากการประเมิน
จึงเป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดาเนินการชํวยเหลือผ๎ูเรียนได๎ทันทํวงที ปิดโอกาสให๎ผู๎เรียนได๎รับการพัฒนาและประสบ
ความสาเร็จในการเรียน

หลักสตู รมธั ยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๓๐

สถานศึกษาในฐานะผู๎รบั ผดิ ชอบจดั การศึกษา จะต๎องจดั ทาระเบียบวําดว๎ ยการวัดและประเมินผลการเรียนของสถานศึกษา
ให๎สอดคล๎องและเป็นไปตามหลกั เกณฑ์และแนวปฏบิ ัตทิ ี่เป็นขอ๎ กาหนดของหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน เพื่อให๎บุคลากร
ทเ่ี กีย่ วข๎องทุกฝาุ ยถอื ปฏบิ ตั ิรวํ มกนั

หลักสตู รมธั ยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๓๑

เกณฑ์การวัดและประเมนิ ผลการเรียน

เกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรยี น
๑. การตัดสนิ การใหร๎ ะดบั และการรายงานผลการเรียนระดบั ประถมศึกษา
๑.๑ การตัดสนิ ผลการเรียน

ในการตดั สนิ ผลการเรยี นของกลํมุ สาระการเรยี นรู๎ การอาํ น คดิ วิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ และ
กจิ กรรมพัฒนาผเู๎ รียนนนั้ ผสู๎ อนต๎องคานึงถงึ การพฒั นาผเ๎ู รียนแตํละคนเปน็ หลัก และต๎องเกบ็ ขอ๎ มูลของผู๎เรียนทุกด๎านอยํางสม่าเสมอ

และตอํ เนื่องในแตํละภาคเรียน รวมทัง้ สอนซํอมเสริมผเ๎ู รียนให๎พฒั นาจนเตม็ ตามศักยภาพ
ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนตน๎
(๑) ตดั สนิ ผลการเรยี นเป็นรายวิชาผเู๎ รียนต๎องมเี วลาเรียนตลอดภาคเรียนไมํน๎อยกวํา

รอ๎ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทั้งหมดในรายวชิ านน้ั ๆ
(๒) ผู๎เรียนตอ๎ งไดร๎ บั การประเมินทุกตวั ชี้วดั และผํานตามเกณฑท์ ่ีสถานศกึ ษากาหนด

(๓) ผู๎เรยี นต๎องไดร๎ บั การตัดสนิ ผลการเรยี นทุกรายวชิ า
(๔) ผู๎เรยี นตอ๎ งไดร๎ บั การประเมินและมีผลการประเมินผํานตามเกณฑ์ทสี่ ถานศึกษา
กาหนดในการอําน คดิ วเิ คราะห์ และเขยี น คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผ๎เู รยี น

การพิจารณาเล่ือนช้ันทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ๎าผู๎เรียนมีข๎อบกพรํองเพียงเล็กน๎อย และสถานศึกษา
พจิ ารณาเห็นวาํ สามารถพัฒนาและสอนซํอมเสริมได๎ ให๎อยูํในดุลพินิจของสถานศึกษาที่จะผํอนผันให๎เลื่อนชั้นได๎ แตํหากผ๎ูเรียนไมํ

ผํานรายวิชาจานวนมาก และมีแนวโน๎มวําจะเป็นปญั หาตอํ การเรยี นในระดับช้ันท่ีสูงข้ึน สถานศึกษาอาจต้ังคณะกรรมการพิจารณา
ให๎เรียนซา้ ชน้ั ได๎ ทง้ั น้ใี หค๎ านึงถึงวุฒิภาวะและความรคู๎ วามสามารถของผ๎ูเรยี นเป็นสาคญั

๑.๒ การให๎ระดบั ผลการเรียน

ระดบั มธั ยมศกึ ษา
ในการตดั สินเพอื่ ให๎ระดบั ผลการเรยี นรายวิชาของกลํมุ สาระการเรยี นร๎ู ให๎ใช๎ตัวเลขแสดงระดับผลการเรยี นเป็น ๘

ระดับ
การประเมินการอาํ น คิดวเิ คราะห์และเขยี น และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงคน์ ัน้ ใหร๎ ะดับผล การประเมินเป็น ดีเยี่ยม

ดี ผํานและไมผํ าํ น

การประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาผู๎เรยี น จะตอ๎ งพจิ ารณาทั้งเวลาการเข๎ารํวมกจิ กรรม การปฏบิ ตั กิ จิ กรรมและผลงานของ
ผเู๎ รยี น ตามเกณฑ์ทส่ี ถานศึกษากาหนด และให๎ผลการเข๎ารวํ มกิจกรรมเป็นผําน และไมํผําน

๑.๓ การรายงานผลการเรยี น
การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให๎ผ๎ูปกครองและผ๎ูเรียนทราบความก๎าวหน๎าในการเรียนร๎ูของผู๎เรียน ซึ่ง
สถานศึกษาตอ๎ งสรปุ ผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานใหผ๎ ๎ูปกครองทราบเป็นระยะๆ หรอื อยํางน๎อยภาคเรียนละ ๑ คร้งั

การรายงานผลการเรยี นสามารถรายงานเป็นระดบั คณุ ภาพการปฏิบตั ิของผู๎เรียนท่ีสะทอ๎ นมาตรฐานการเรยี นรู๎กลํุม
สาระการเรยี นร๎ู

๒ . เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสูตรโรงเรียนบ๎านมวํ งดง กาหนดเกณฑ์สาหรบั การจบการศึกษาเปน็ ๒ ระดบั คือ ระดับประถมศึกษา และระดบั

มัธยมศกึ ษาตอนต๎น
เกณฑก์ ารจบระดับมัธยมศึกษาตอนต๎น

(๑) ผูเ๎ รียนเรยี นรายวชิ าพื้นฐาน และเพม่ิ เตมิ ไมนํ อ๎ ยกวํา ๘๑ หนํวยกติ โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน ๖๓ หนํวยกิต
และรายวชิ าเพิม่ เตมิ ทส่ี ถานศึกษากาหนด

หลกั สูตรมัธยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๓๒

(๒) ผู๎เรียนต๎องได๎หนํวยกิตตลอดหลักสูตรไมํน๎อยกวํา ๗๗ หนํวยกิต โดยเป็นรายวิชาพ้ืนฐาน ๖๓ หนํวยกิต
และรายวชิ าเพ่มิ เติมไมํน๎อยกวํา ๑๔ หนวํ ยกติ

(๓) ผู๎เรยี นมีผลการประเมินการอําน คดิ วิเคราะห์ และเขียนในระดับผาํ นเกณฑ์การประเมนิ ตามที่สถานศกึ ษา
กาหนด

(๔) ผ๎เู รยี นมีผลการประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคใ์ นระดับผํานเกณฑ์การประเมนิ ตามท่สี ถานศึกษากาหนด
(๕) ผูเ๎ รยี นเข๎ารวํ มกิจกรรมพัฒนาผเู๎ รยี นและมีผลการประเมินผาํ นเกณฑ์การประเมินตามทสี่ ถานศกึ ษากาหนด
สาหรบั การจบการศึกษาสาหรับกลุํมเปูาหมายเฉพาะ เชํน การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรับผู๎มีความสามารถพิเศษ
การศึกษาทางเลือก การศึกษาสาหรับผู๎ด๎อยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศัย ให๎คณะกรรมการของสถานศึกษา เขตพ้ืนที่การศึกษา
และผู๎ที่เก่ียวข๎อง ดาเนินการวัดและประเมินผล การเรียนรู๎ตามหลักเกณฑ์ในแนวปฏิบัติการวัดและประเมินผลการเรียนรู๎ของ
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานสาหรับกลํุมเปูาหมายเฉพาะ

หลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๓๓

เอกสารหลกั ฐานการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคัญท่ีบันทึกผลการเรียน ข๎อมูลและสารสนเทศที่เก่ียวข๎องกับพัฒนาการของ
ผเู๎ รยี นในด๎านตําง ๆ แบํงออกเปน็ ๒ ประเภท ดงั น้ี
๑. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทก่ี ระทรวงศึกษาธกิ ารกาหนด

๑.๑ ระเบยี นแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรยี นและรบั รองผลการเรียนของผ๎ูเรียนตามรายวิชา ผล
การประเมินการอําน คิดวิเคราะห์และเขียน ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมิน
กจิ กรรมพัฒนาผ๎ูเรียน สถานศึกษาจะต๎องบนั ทึกข๎อมูลและออกเอกสารน้ีให๎ผู๎เรยี นเป็นรายบคุ คล เมื่อผเู๎ รียนจบการศึกษาภาคบังคับ
(ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓)

๑.๒ ประกาศนียบตั ร เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาเพ่ือรับรองศักดิ์และสิทธิ์ของผู๎จบการศึกษาท่ีสถานศึกษา
ให๎ไว๎สาหรบั ผ๎เู รยี นจบการศกึ ษาภาคบงั คับ (ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓)

๑.๓ แบบรายงานผู๎สาเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายชื่อและข๎อมูลของผ๎ูจบ
การศึกษาภาคบงั คบั (ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓)

๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่ีสถานศึกษากาหนด
เปน็ เอกสารที่สถานศึกษาจัดทาขึ้นเพ่ือบนั ทกึ พัฒนาการ ผลการเรยี นรู๎ และขอ๎ มลู สาคัญ เกย่ี วกบั ผ๎ูเรยี น เชํน แบบรายงาน
ประจาตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจารายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรองผลการเรียน และ เอกสารอื่นๆ ตาม
วัตถุประสงค์ของการนาเอกสารไปใช๎

หลักสตู รมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๓๔

การเทยี บโอนผลการเรยี น
สถานศกึ ษาสามารถเทียบโอนผลการเรยี นของผูเ๎ รียนในกรณตี ํางๆได๎แกํ การย๎ายสถานศึกษา การเปลี่ยนรูปแบบการศึกษา
การย๎ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข๎ารับการศึกษาตํอ การศึกษาจากตํางประเทศและขอเข๎าศึกษาตํอในประเทศ
นอกจากน้ี ยังสามารถเทียบโอนความรู๎ ทักษะ ประสบการณ์จากแหลํงการเรียนร๎ูอื่นๆ เชํน สถานประกอบการ สถาบันศาสนา
สถาบันการฝึกอบรมอาชีพ การจดั การศกึ ษาโดยครอบครัว
การเทียบโอนผลการเรยี นควรดาเนนิ การในชวํ งกอํ นเปดิ ภาคเรยี นแรก หรือต๎นภาคเรียนแรก ที่สถานศึกษารบั ผ๎ูขอเทียบ
โอนเป็นผ๎ูเรียน ทงั้ น้ี ผเ๎ู รียนท่ไี ด๎รับการเทียบโอนผลการเรยี นตอ๎ งศกึ ษาตอํ เนอ่ื งในสถานศึกษาทีร่ บั เทียบโอนอยาํ งนอ๎ ย ๑ ภาคเรยี น
โดยสถานศกึ ษาทร่ี ับผู๎เรียนจากการเทียบโอนควรกาหนดรายวชิ า/จานวนหนํวยกิตทจี่ ะรบั เทียบโอนตามความเหมาะสม
การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดาเนินการได๎ ดังนี้
๑. พิจารณาจากหลักฐานการศกึ ษา และเอกสารอ่ืนๆ ท่ใี ห๎ข๎อมูลแสดงความร๎ู ความสามารถของผ๎เู รียน
๒. พิจารณาจากความรู๎ ความสามารถของผ๎เู รียนโดยการทดสอบด๎วยวธิ กี ารตาํ งๆ ทง้ั ภาคความรู๎และภาคปฏบิ ัติ
๓. พจิ ารณาจากความสามารถและการปฏิบัติในสภาพจรงิ
การเทียบโอนผลการเรยี นใหเ๎ ป็นไปตาม ประกาศ หรอื แนวปฏิบตั ิ ของกระทรวงศกึ ษาธิการ

หลักสูตรมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๓๕

การบริหารจัดการหลักสตู ร
ในระบบการศึกษาที่มกี ารกระจายอานาจให๎ทอ๎ งถ่ินและสถานศกึ ษามบี ทบาทในการพัฒนาหลักสูตรน้ัน หนํวยงานตํางๆ ที่
เก่ียวข๎องในแตลํ ะระดบั ตง้ั แตํระดับชาติ ระดับทอ๎ งถิ่น จนถึงระดับสถานศึกษา มีบทบาทหน๎าที่ และความรับผิดชอบในการพัฒนา
สนบั สนนุ สงํ เสรมิ การใช๎และพัฒนาหลักสูตรให๎เป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพ เพื่อให๎การดาเนินการจัดทาหลักสูตรสถานศึกษาและ
การจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะสํงผลให๎การพัฒนาคุณภาพผู๎เรียนบรรลุตามมาตรฐานการ
เรียนรทู๎ กี่ าหนดไวใ๎ นระดับชาติ
ระดับท๎องถ่ิน ได๎แกํ สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา หนํวยงานต๎นสังกัดอ่ืน ๆ เป็นหนํวยงานที่มีบทบาทในการขับเคล่ือน
คุณภาพการจดั การศึกษา เป็นตวั กลางท่ีจะเชือ่ มโยงหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานท่ีกาหนดในระดับชาติให๎สอดคล๎องกับ
สภาพและความต๎องการของท๎องถ่ิน เพ่ือนาไปสูํการจัดทาหลักสูตรของสถานศึกษา สํงเสริมการใช๎และพัฒนาหลักสูตรในร ะดับ
สถานศึกษา ให๎ประสบความสาเร็จ โดยมีภารกิจสาคัญ คือ กาหนดเปูาหมายและจุดเน๎นการพัฒนาคุณภาพผู๎เรียน ในระดับ
ทอ๎ งถิ่นโดยพจิ ารณาให๎สอดคล๎องกับส่ิงทเ่ี ปน็ ความต๎องการในระดบั ชาติ พัฒนาสาระ การเรียนรู๎ท๎องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษา
ในระดบั ทอ๎ งถนิ่ รวมทั้งเพ่ิมพูนคณุ ภาพการใชห๎ ลักสตู รดว๎ ยการวิจยั และพัฒนา การพัฒนาบุคลากร สนับสนุน สํงเสริม ติดตามผล
ประเมนิ ผล วเิ คราะห์ และรายงานผลคณุ ภาพของผู๎เรียน
สถานศึกษามีหนา๎ ทีส่ าคญั ในการพัฒนาหลักสตู รสถานศึกษา การวางแผนและดาเนินการใช๎หลักสูตร การเพิ่มพูนคุณภาพ
การใช๎หลักสูตรด๎วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทาระเบียบการวัดและประเมินผล ในการพัฒนา
หลักสตู รสถานศึกษาตอ๎ งพิจารณาให๎สอดคล๎อง กับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และรายละเอียดที่เขตพื้นที่การศึกษา
หรอื หนวํ ยงาน สงั กัดอ่ืนๆ ในระดับท๎องถ่ินได๎จัดทาเพิ่มเติม รวมท้ัง สถานศึกษาสามารถเพ่ิมเติมในสํวนที่เกี่ยวกับสภาพปัญหาใน
ชุมชนและสังคม ภูมิปัญญาท๎องถิ่น และความต๎องการของผ๎ูเรียน โดยทุกภาคสํวนเข๎ามามีสํวนรํวมในการพัฒนาหลักสูตร
สถานศกึ ษา

หลกั สตู รมธั ยมศึกษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๓๖

ภาคผนวก

หลักสตู รมัธยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๓๗

คาสง่ั สานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศึกษาอุดรธานี เขต ๒

ท่ี ๒๕๐ / ๒๕๖๑

เรอื่ ง แตํงตง้ั คณะกรรมการบรหิ ารหลักสตู รและงานวิชาการของสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน

*********************************

เพ่ือให๎การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอยํางมีประสิทธิภาพสอดคล๎องกับ

พระราชบัญญัตกิ ารศึกษาแหํงชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และท่แี กไ๎ ขเพิ่มเติม หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ท่ีกาหนดให๎สถานศึกษาข้ันพื้นฐานมี

หน๎าทีจ่ ดั ทาสาระของหลกั สูตรเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมืองท่ีดีของชาติ การดารงชีวิต และการประกอบอาชีพตลอดจน

เพ่ือการศึกษาตํอ ในสํวนท่ีเกี่ยวกับสภาพของปัญหาในชุมชน และสังคม ภูมิปัญญาท๎องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็น

สมาชกิ ทดี่ ขี องครอบครวั ชุมชน สงั คมและประเทศชาติ

อาศัยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ วําด๎วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พ.ศ.

๒๕๔๔ ขอ๎ ๕ และประกาศใช๎หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เม่ือวันที่ ๑๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

สานักงานเขตพื้นท่ีการศึกษาประถมศึกษาอุดรธานีเขต ๒ จึงแตํงตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการบริหารหลักสูตร งาน

วิชาการของโรงเรียนบา๎ นมํวงดง ดงั นี้

๑ คณะกรรมการที่ปรกึ ษา ประกอบด๎วยผู๎ทรงคุณวฒุ ิ ดังนี้

๑.๑ นายสุดใจ คาออ๎ ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษา

๑.๒ นายอุดม ภูบญุ ลาภ ผท๎ู รงคุณวุฒิ

๑.๓ นายสภุ ีย์ พลิ าชยั ผู๎แทนชุมชน

๑.๔ นายไพรัช ลุนทุงํ ผูแ๎ ทนองคก์ รการปกครองสํวนท๎องถิน่

๑.๕ นางทัศนยี า เดชแพง ผ๎ูแทนศษิ ยเ์ กํา

๑.๖ นางอบุ ลรัตน์ แรมลี ผแ๎ู ทนผูป๎ กครอง

๑.๗ พระอธิการสุบนิ อชิโต ผู๎แทนพระสงฆ์

๑.๘ นายธรรมนญู กองแกว๎ ผู๎แทนครู

มหี นา๎ ท่ี ให๎คาปรกึ ษาเกย่ี วกับนโยบายการจัดการศึกษาของโรงเรยี นบา๎ นมํวงดง

๒. คณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ ประกอบด๎วย

๒.๑ นายอนันต์ รามโคตร ผ๎ูอานวยการโรงเรยี นบา๎ นมํวงดง ประธานกรรมการ

๒.๒ นางมยรุ ี ขาวชู หวั หน๎าการเรยี นร๎ูปฐมวัย กรรมการ

๒.๓ นางสาวสภุ าภรณ์ ศรีไพร หัวหน๎ากลํุมสาระการเรียนรูค๎ ณิตศาสตร์ กรรมการ

๒.๔ นางปาลิดา เพชรนาวาส หวั หนา๎ กลมํุ สาระการเรียนรว๎ู ิทยาศาสตร์ กรรมการ

๒.๕ นายณัฐพงศ์ ศรศิริ หัวหน๎ากลุมํ สาระการเรียนร๎สู ังคมศึกษา กรรมการ

และหัวหนา๎ งานกจิ กรรมพฒั นาผเู๎ รยี น

๒.๖ นายธรรมนญู กองแกว๎ หวั หนา๎ กลุํมสาระการเรยี นรสู๎ ุขศึกษาพลศึกษา กรรมการ

๒.๗ นางสาวสภุ ัทรา สุรพล หวั หน๎ากลํมุ สาระการเรียนรศ๎ู ิลปะ กรรมการ

หัวหนา๎ งานแนะแนว

หลกั สูตรมธั ยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรียนบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๓๘

๒.๘ นายอสิ สระ นาคะประเวศน์ หัวหน๎ากลมํุ สาระการเรยี นร๎กู ารงานอาชีพ กรรมการ

และเทคโนโลยี

๒.๙ นางสาวปยิ ะพจน์ แรมจบก หวั หน๎ากลมุํ สาระการเรยี นรภู๎ าษาตํางประเทศ กรรมการ

หวั หน๎างานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

๒.๑๐ นางหนูสนิ นาคะประเวศน์ หวั หน๎ากลํุมสาระการเรยี นร๎ภู าษาไทย กรรมการและเลขานกุ าร

หวั หน๎าฝุายวิชาการและงานพัฒนาหลักสูตร

คณะกรรมการบรหิ ารหลักสตู ร มีหน๎าที่

๑. วางแผนการดาเนนิ งานวิชาการ กาหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษาและแนวทางการจัดสัดสํวน

สาระการเรยี นร๎ู และกจิ กรรมพัฒนาผู๎เรียนของสถานศึกษา ให๎สอดคล๎องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑

และสภาพเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาท๎องถน่ิ

๒. จัดทาคูํมือการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการของสถานศึกษา นิเทศ กากับ ติดตาม ให๎คาปรึกษา เกี่ยวกับการ

พฒั นาหลักสตู ร การจัดกระบวนการเรียนร๎ู การวัดและประเมนิ ผลและการแนะแนวใหส๎ อดคลอ๎ งและเป็นไปตามหลักสูตรการศึกษา

ขนั้ พน้ื ฐาน

๓. สงํ เสริมและสนบั สนุนการพัฒนาบุคลากรเก่ียวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวน การเรียนร๎ู การวัดและประเมินผลและ

การแนะแนวใหเ๎ ปน็ ไปตามจดุ หมายและแนวทางการดาเนินการของหลักสูตร

๔. ประสานความรํวมมือจากบุคคล หนํวยงาน องค์กรตําง ๆ และชุมชน เพื่อให๎การ ใช๎หลักสูตรเป็นไปอยํางมี

ประสทิ ธิภาพและมคี ณุ ภาพ

๕. ประชาสัมพันธห์ ลกั สตู รและการใชห๎ ลกั สตู รแกํนักเรียน ผ๎ูปกครอง ชุมชนและผ๎ูเกี่ยวข๎องและนาข๎อมูลปูอนกลับจาก

ฝาุ ยตําง ๆ มาพจิ ารณาเพอื่ ปรับปรงุ และพัฒนาหลกั สตู รของสถานศกึ ษา

๖. สํงเสรมิ สนับสนนุ การวิจยั เกีย่ วกับการพัฒนาหลกั สูตร และกระบวนการเรียนร๎ู

๗. ติดตามผลการเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล ระดับช้ัน และชํวงช้ัน ระดับวิชา กลุํมวิชา ในแตํละปีการศึกษา เพื่อ

ปรับปรงุ แกไ๎ ข และพฒั นาการดาเนนิ งานด๎านตําง ๆ ของสถานศึกษา

๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมนิ มาตรฐาน การปฏิบตั ิงานของครู และการบริหารหลักสตู รระดับสถานศึกษาในรอบปีท่ีผําน

มา แลว๎ ใช๎ผลการประเมิน เพอ่ื วางแผนพฒั นาการปฏบิ ัตงิ านของครูและการบริหารหลกั สตู รปีการศกึ ษาตํอไป

๙. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตรของสถานศึกษา โดยเน๎นผลการพัฒนาคุณภาพนักเรียนตํอ

คณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตรระดับเหนอื สถานศกึ ษา สาธารณชน และผู๎ทเี่ ก่ียวข๎อง

๑๐. ใหด๎ าเนนิ การประชุมคณะกรรมการอยํางน๎อยภาคเรยี นละ ๒ คร้งั

๓. คณะอนุกรรมการบริหารหลกั สตู รระดับกลมํุ สาระการเรียนรู๎ ประกอบดว๎ ย

๓.๑ คณะอนกุ รรมการกลมุํ สาระการเรยี นรู๎ภาษาไทย มรี ายนามดังน้ี

นางหนสู ิน นาคะประเวศน์ ประธานอนกุ รรมการ

นางพศิ รานชุ โคตรวัฒน์ อนกุ รรมการ

นางเบญจนาถ สขุ เกตุ อนุกรรมการและเลขานกุ าร

๓.๒ คณะอนุกรรมการกลุมํ สาระการเรยี นร๎ูคณิตศาสตร์ มีรายนามดังนี้

นางสาวสภุ าภรณ์ ศรีไพร ประธานอนกุ รรมการ

นางสาวสภุ ทั รา สุรพล อนกุ รรมการ

นางเบญจนาถ สขุ เกตุ อนกุ รรมการและเลขานกุ าร

๓.๓ คณะอนุกรรมการกลุํมสาระการเรยี นรู๎วิทยาศาสตร์ รายนามดังน้ี

นางปาลิดา เพชรนาวาส ประธานอนุกรรมการ

นางหนสู นิ นาคะประเวศน์ อนกุ รรมการ

หลกั สูตรมัธยมศกึ ษาตอนตน๎ โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๓๙

นายภมู ินทร์ ภูธนกานต์ อนุกรรมการและเลขานกุ าร

๓.๔ คณะอนุกรรมการกลมุํ สาระการเรยี นร๎ูสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม รายนามดังน้ี

นายณัฐพงศ์ ศรศริ ิ ประธานอนุกรรมการ

นายอิสสระ นาคะประเวศน์ อนกุ รรมการ

นายธรรมนูญ กองแก๎ว อนุกรรมการและเลขานกุ าร

๓.๕ คณะอนุกรรมการกลํุมสาระการเรียนรู๎สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา รายนามดังนี้

นายธรรมนญู กองแกว๎ ประธานอนกุ รรมการ

นายภูมินทร์ ภธู นกานต์ อนกุ รรมการ

นายณัฐพงศ์ ศรศิริ อนุกรรมการและเลขานกุ าร

๓.๖ คณะอนุกรรมการกลํุมสาระการเรยี นรภ๎ู าษาตาํ งประเทศ รายนามดังนี้

นางสาวปิยะพจน์ แรมจบก ประธานอนุกรรมการ

นางหนสู ิน นาคะประเวศน์ อนุกรรมการ

นางสาวกรรณิกา กองแก๎ว อนุกรรมการและเลขานุการ

๓.๗ คณะอนุกรรมการกลํุมสาระการเรียนร๎ูการงานอาชีพและเทคโนโลยี รายนามดังน้ี

นายอสิ สระ นาคะประเวศน์ ประธานอนุกรรมการ

นางสาวองั คณา คาคณู อนุกรรมการ

นายภูมนิ ทร์ ภธู นกานต์ อนุกรรมการและเลขานุการ

๓.๘ คณะอนุกรรมการกลํมุ สาระการเรียนร๎ูศิลปะ รายนามดงั นี้

นางสาวสุภทั รา สรุ พล ประธานอนกุ รรมการ

นางพศิ รานชุ โคตรวัฒน์ อนกุ รรมการ

นายจริ ายทุ ธ ไชยชาญ อนกุ รรมการและเลขานกุ าร

๓.๙ คณะอนุกรรมการกิจกรรมพัฒนาผเ๎ู รยี น รายนามดังนี้

นายณฐั พงศ์ ศรศริ ิ ประธานอนุกรรมการ

นางเบญจนาถ สุขเกตุ อนุกรรมการ

นางสาวสุภัทรา สรุ พล อนุกรรมการและเลขานกุ าร

คณะอนุกรรมการบริหารหลักสูตรระดับกลมํุ สาระการเรียนรู๎ มีหน๎าที่

๑. กาหนดสดั สํวนสาระการเรียนรู๎กลํุมวิชา และพัฒนาหลักสูตรรายวิชาของกลุํมวิชา ในสาระการเรียนร๎ูแกนรํวม แกน

เลอื ก และเลอื กเสรีตามหลักสูตรการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน

๒. ดาเนินการพฒั นาการจัดกระบวนการเรยี นร๎ูทีเ่ นน๎ ผเู๎ รยี นเปน็ สาคญั ทีส่ ุดและ การวัดและ ประเมนิ ผลการเรียนรู๎รายวิชา

ตําง ๆ เพ่ือให๎ไดข๎ ๎อมูลทีแ่ สดงความสามารถทีแ่ ท๎จรงิ ของนกั เรียน

๓. พัฒนาแผนการสอนรายวิชาท่ีเป็นมาตรฐานกลาง เพื่อให๎ผู๎สอนสามารถปรับใช๎ตามความเหมาะสมและให๎การสอน

นาไปสกูํ ารเรยี นรู๎มากทส่ี ดุ

๔. พฒั นาส่อื การเรยี นรท๎ู ่ีเหมาะสมและสอดคล๎องกบั การจดั การเรียนรู๎ทเ่ี นน๎ ผ๎ูเรยี นเปน็ สาคญั ท่สี ุด

๕. กาหนดแนวทางพฒั นาเครื่องมือและกากับ ติดตามการดาเนินการวดั และประเมินผลการ เรียนรู๎ของนักเรียนให๎เป็นไป

ตามมาตรฐานการเรยี นร๎กู ลุมํ วชิ าท่ีกาหนด

๖. วิเคราะหพ์ ฒั นาการของนกั เรียนเป็นรายบคุ คลและรายกลมํุ

๗. ดาเนินการวจิ ยั การศึกษาในชั้นเรียนเพอ่ื แก๎ปัญหาและพัฒนากระบวนการเรียนรแ๎ู ละการ วัดและประเมนิ ผล ๘ .

นิเทศภายในแลกเปล่ียนประสบการณ์การดาเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน และประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน

หลกั สูตรมัธยมศกึ ษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๔๐

๙. รวบรวมข๎อมูลเพื่อการปรับปรุง และพัฒนาหลักสูตรรายวิชาและการจัดกระบวนการ เรียนร๎ูตลอดจนตรวจสอบและ
ประเมนิ การบริหารหลักสูตรรายวิชาและกลุํมวิชาในภาคเรียนทผี่ าํ นมาและวางแผนพฒั นาการบรหิ ารหลักสตู รในภาคเรยี นตอํ ไป

๑๐. รายงานผลการปฏบิ ัติงานตามมาตรฐานการปฏบิ ตั ิงานของครู– อาจารย์และผลการ บริหารหลักสูตรของกลํุมวิชาโดย
เน๎นผลทีเ่ กดิ ขึ้นกับผเู๎ รียนตอํ คณะกรรมการบริหารหลกั สูตรและงาน วชิ าการสถานศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน และผู๎เกย่ี วขอ๎ ง

๔. คณะอนกุ รรมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผเ๎ู รียน ประกอบด๎วย

นางหนสู นิ นาคะประเวศน์ ประธานอนกุ รรมการ

นางเบญจนาถ สขุ เกตุ อนกุ รรมการ

นายณฐั พงศ์ ศรศิริ อนกุ รรมการและเลขานุการ

คณะอนกุ รรมการคุณลักษณะอันพึงประสงคข์ องผู๎เรยี น มีบทบาทและหนา๎ ท่ี ดังน้ี

๑. กาหนดแนวทางการพัฒนาและการประเมิน เกณฑ์การประเมินและแนวทางการปรับปรุงแก๎ไขคุณลักษณะอันพึง

ประสงค์

๒. พิจารณาตัดสนิ ผลการประเมนิ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคร์ ายปี รายภาค และการจบการศึกษาแตํละระดบั ชัน้

๓. จัดระบบการปรับปรุงแก๎ไขคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด๎วยวิธีการอันเหมาะสมและสํงตํอข๎อมูลเพื่อการพัฒนาอยําง

ตอํ เนื่อง

๕. คณะอนุกรรมการ การอําน คิดวิเคราะห์ และเขียน ประกอบดว๎ ย

นางเบญจนาถ สุขเกตุ ประธานอนกุ รรมการ

นายภมู ินทร์ ภูธนกานต์ อนุกรรมการ

นางปาลดิ า เพชรนาวาส อนกุ รรมการและเลขานุการ

คณะอนุกรรมการ การอาํ น คิดวเิ คราะห์ และเขยี นของผ๎เู รียน มบี ทบาทและหนา๎ ท่ี ดงั น้ี

๑. กาหนด แนวทางในการพัฒนา การประเมิน การปรับปรุงแก๎ไข และการตัดสิน ความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์

และเขียนของผเู๎ รยี น

๒. ดาเนินการประเมนิ ความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์ และเขียน

๓. ตัดสินผลการพัฒนาความสามารถในการอําน คิดวิเคราะห์ และเขียน รายปี ร ายภาค และการจบการศึกษาแตํละ

ระดับชนั้

๖. คณะอนุกรรมการเทยี บโอนผลการเรียน ประกอบด๎วย

นางสาวปิยะพจน์ แรมจบก ประธานอนุกรรมการ

นางเบญจนาถ สุขเกตุ อนกุ รรมการ

นางมยุรี ขาวชู อนุกรรมการ

นางหนสู ิน นาคะประเวศน์ อนุกรรมการและเลขานุการ

คณะอนกุ รรมการการเทียบโอนผลการเรียน มบี ทบาทและหนา๎ ท่ี ดงั นี้

๑. จัดทาสาระ เครอ่ื งมอื และวิธกี ารเทียบโอน ให๎เป็นไปตามแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการเทียบโอนผลการเรียนเข๎าสูํการศึกษา

ในระบบระดบั การศึกษาข้นั พืน้ ฐาน ซึง่ จัดทาโดยสานักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน

๒. ดาเนินการเทียบโอนผลการเรยี นให๎กับผเู๎ รยี นทรี่ ๎องขอ

๓. ประมวลผลและตัดสนิ ผลการเทียบโอน

๔. เสนอผลการเทียบโอนตอํ คณะกรรมการบริหารหลักสตูรและวชิ าการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพื่อให๎ความเห็นชอบ และ

เสนอผู๎บรหิ ารสถานศึกษาตัดสินอนมุ ัติการเทยี บโอน

หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรยี นบ๎านมํวงดง ๒๕๖๒ ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐)

๑๔๑

คณะกรรมการดาเนนิ งาน

๑. คณะกรรมการท่ีปรึกษา ผอ๎ู านวยการโรงเรียนบา๎ นมวํ งดง
ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาโรงเรียนบ๎านมวํ งดง
๑.๑ นายอนันต์ รามโคตร
๑.๒ นายสุดใจ คาออ๎ ครู คศ.๓ ประธาน
ครู คศ.๓ กรรมการ
๒. คณะทางาน
ครู คศ.๓ กรรมการ
๒.๑ นายธรรมนญู กองแกว๎ ครู คศ.๓ กรรมการ
๒.๒ นางเบญจนาถ สุขเกตุ ครู คศ.๒ กรรมการ
๒.๓ นางปาลดิ า เพชรนาวาส
๒.๔ นายอิสสระ นาคะประเวศน์ ครู คศ.๓ กรรมการ
๒.๕ นางพศิ รานุช โคตรวัฒน์ ครู คศ.๓ กรรมการ
๒.๖ นายณฐั พงศ์ ศรศิริ
๒.๗ นางสาวสุภทั รา สรุ พล ครู คศ.๑ กรรมการ
๒.๘ นายจิรายุทธ ไชยชาญ ครผู ูช๎ วํ ย กรรมการ
๒.๙ นางสาวสภุ าภรณ์ ศรีไพร พนกั งานราชการ กรรมการ
๒.๑๐นายภูมินทร์ ภูธนกานต์
๒.๑๑นางสาวองั คนา คาคูณ พนักงานราชการ กรรมการ
๒.๑๒นายปนัดธร ชาตขิ ลู ู พีเ่ ล้ียงเดก็ พกิ าร กรรมการ
๒.๑๓ นางสาวกรรณิกา กองแก๎ว
๒.๑๔ นางหนูสนิ นาคะประเวศน์ ลกู จ๎างชั่วคราว กรรมการ
๒.๑๕ นางสาวปยิ พจน์ แรมจบก ครู คศ.๓ กรรมการและเลขานกุ าร
๒.๑๖ นางรฏภณั ฑ์ อนิ ทร์อุดม ครูผู๎ชํวย ผู๎ชํวยกรรมการและเลขานุการ

เจ๎าหนา๎ ท่ีธุรการ ผูช๎ ํวยเลขานกุ าร

ทัง้ น้ีให๎ผู๎ไดร๎ ับการแตํงตง้ั ปฏิบัติหน๎าทที่ ไี่ ดร๎ บั มอบหมายอยาํ งมีประสทิ ธภิ าพ และบรรลุตามวัตถุประสงค์ทตี่ ั้งไว๎ ตั้งแตํบัดน้ี
เป็นต๎นไป

สัง่ ณ วันที่ ๒๐ เดือน เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑

(ลงช่ือ)
(นายพรชัย โพคันโย)

ผูอ๎ านวยการสานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาอดุ รธานี เขต ๒

หลกั สูตรมัธยมศึกษาตอนต๎น โรงเรียนบ๎านมวํ งดง ๒๕๖๒ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐)


Click to View FlipBook Version