แบบประเมินการทำงานเรื่อง ชั้นประถมศึกษาปีที่ เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวมคะแนน (10) ผลการ ประเมิน ความ ถูกต้อง (5) ความ สวยงาม (3) ความตรง ต่อเวลา (2) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 9-10 ดีมาก 7-8 ดี 5-6 พอใช้ 1-4 ต้องปรับปรุง
เกณฑ์การให้คะแนนการทำงาน รายการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 ความถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิด 1-2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิดมากกว่า 2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อ แต่ ถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อและ ถูกต้องบางส่วน ความสวยงาม - - ตกแต่งระบายสี สวยงาม สะอาด เรียบร้อย ตกแต่งระบายสี สวยงาม ตกแต่งระบายสี ใบงานไม่ สะอาด ความตรงต่อ เวลา - - - ส่งงานตาม ระยะเวลาที่ กำหนด ส่งงานช้ากว่า ระยะเวลาที่ กำหนด
แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงานที่ได้รับ มอบหมาย สรุป 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคุยในชั้น ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียนแต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงต่อเวลา ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ.
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มีความตรงต่อเวลา 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่าง พอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่น ในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อม รวม ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 46 - 60 ดี 30 - 45 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว เวลา 14 ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา 1 ชั่วโมง 1. วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ 3. ตัวชี้วัด วิธีการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา (Space/Time Relationship) หมายถึง การหา ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของวัตถุเมื่อเวลาผ่านไป อาจเป็นได้ทั้งการเปลี่ยนแปลงขนาด ตำแหน่ง หรือปริมาณของวัตถุ 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายความหมายของทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาได้(K) 2) ใช้ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาในการทำกิจกรรมได้ (P) 3) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสังเกต 1.2) ทักษะการเชื่อมโยง 1.3) ทักษะการสรุปอ้างอิง 2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และคิดอย่างมีวิจารณญาณ
9. เนื้อหาสาระ ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา (Space/Time Relationship) หมายถึง การหา ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งที่อยู่ของวัตถุเมื่อเวลาผ่านไปหรือความสัมพันธ์ระหว่างการ เปลี่ยนขนาดหรือปริมาณของวัตถุเมื่อเวลาผ่านไป รวมทั้งความสามารถในการระบุรูปทรง ขนาด ตำแหน่งและ ทิศทางการเคลื่อนที่ของสิ่งต่างๆ ที่เวลาต่างๆ 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (5 นาที) 1) ครูนำนาฬิกามาให้นักเรียนพิจารณา 2) ครูใช้คำถามต่อไปนี้กระตุ้นความสนใจของนักเรียน - นักเรียนสังเกตเห็นอะไร บนนาฬิกาเรือนนี้บ้าง (แนวคำตอบ : ตอบตามแนวคิดของ นักเรียน อาจมีการเคลื่อนที่ของเข็มสั้นและเข็มยาว ขีดบอกเวลา ตัวเลข หน้าปัดนาฬิกา เป็นต้น) - นักเรียนคิดว่า หลักการทำงานของนาฬิกาคืออย่างไร (แนวคำตอบ : เข็มนาฬิกาจะ เคลื่อนที่ไปจากตำแหน่งเดิมเมื่อเวลาผ่านไป) - นักเรียนคิดว่า เวลามีผลต่อวัตถุต่างๆ หรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ : ตอบตามแนวคิดของ นักเรียน) 3) ครูชี้แจงกับนักเรียนว่าในชั่วโมงนี้จะเป็นการเรียนเกี่ยวกับทักษะการหาความสัมพันธ์ ระหว่างสเปซกับเวลา ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (30 นาที) 4) ครูชี้แจงการทำการทดลอง “ความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาเป็นอย่างไร” ดังนี้ - ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน - นักเรียนทำกิจกรรมการทดลอง “ความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาเป็นอย่างไร” โดย แจกอุปกรณ์ให้กับนักเรียน ดังนี้ 1. ลูกอมเคลือบสี 2. จานพลาสติกสีขาว 3. นาฬิกาจับเวลา 4. น้ำ - นักเรียนเริ่มทำกิจกรรมโดยมีขั้นตอน ดังนี้ 1. ค่อยๆ รินน้ำลงในจานจนน้ำเต็มก้นจาน วางจากนิ่งๆ แล้ววางลูกอม 1 เม็ด บริเวณใดบริเวณหนึ่งของจาน 2. สังเกตการณ์เปลี่ยนแปลงในจานทุกๆ 1 นาทีจนครบ 5 นาที บันทึกผลโดยวาด ภาพและระบายสี
3. อภิปรายว่าเมื่อเวลาผ่านไป การครอบครองพื้นที่ของสีของลูกอมที่อยู่ในน้ำเป็น อย่างไร บันทึกผล 5) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรม “ความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาเป็น อย่างไร” โดยใช้คำถามต่อไปนี้ - จากการทำกิจกรรม เมื่อเวลาผ่านไปสีของลูกอมมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ:สี ของลูกอมจางลงและกระจายภายในจานที่มีน้ำอยู่) - นักเรียนคิดว่าสิ่งใดบ้างที่ทำให้สีของลูกอมเปลี่ยนแปลงไป (แนวคำตอบ: เวลา) ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้(10 นาที) 6) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับ เวลา (Space/Time Relationship) โดยใช้คำถาม ดังต่อไปนี้พื่อสุ่มนักเรียนขึ้นมาตอบคำถาม - นักเรียนคิดว่า “ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาคืออะไร” (แนวคำตอบ : การหาความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของวัตถุเมื่อเวลาผ่านไป อาจเป็นได้ทั้งการเปลี่ยนแปลงขนาด ตำแหน่งหรือปริมาณของวัตถุ) 7) ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความหมายของทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับ เวลา (Space/Time Relationship) ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (5 นาที) 8) ครูขยายความเข้าใจ โดยให้นักเรียนแต่ละยกตัวอย่างการใช้ทักษะการหาความสัมพันธ์ ระหว่างสเปซกับเวลาในชีวิตประจำวัน (เช่น การขึ้นตกของดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ การเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ของเงาเมื่อดวงอาทิตย์เคลื่อนที่ การเปลี่ยนสถานที่ของรถยนต์ในขณะขับเมื่อเวลาผ่านไป หรือการลดขนาด ของลูกโป่งเมื่อเวลาผ่านไป เป็นต้น) 9) ครูสุ่มนักเรียนนำเสนอตัวอย่างของการใช้ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา ในชีวิตประจำวัน โดยต้องห้ามซ้ำกับเพื่อนก่อนหน้า ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (10 นาที) 10) นักเรียนทำใบบันทึกผลการทดลอง เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาเป็น อย่างไร 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.3 1.2) ใบบันทึกผลการทดลองเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาเป็นอย่างไร 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด
12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ตรวจใบบันทึกผลการทดลอง แบบประเมินการทำงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
บันทึกการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ผลการสอน ปัญหาและอุปสรรค ข้อเสนอแนะ/ แนวทางแก้ไข ลงชื่อ ผู้สอน ( ) ตำแหน่ง วันที่ เดือน พ.ศ.
แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้สาระวิทยาศาสตร์ ลำดับ เกณฑ์คุณภาพ คุณภาพ 3 2 1 1 เขียนสาระสำคัญครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัติคุมค่า 2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP 3 สาระเรียนรู้ครอบคลุมเนื้อหา เนื้อหา กระบวนการ คุณลักษณะ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นสมอง RL เกิด Active Learning 5 ออกแบบแต่ละกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน 6 ออกแบบการวัดประเมินจากชิ้นงานกลุ่ม/เดี่ยวของผู้เรียน 7 มีความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบข้อที่1-6 8 สื่อการเรียนรู้สอดคล้อง จุดประสงค์ ตรงเนื้อหา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้ รวม เฉลี่ย กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) ตำแหน่ง วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การประเมินคุณภาพ 2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถึง ดี 1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ 0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง
ภาคผนวก ใบบันทึกผลการทดลอง เรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาเป็นอย่างไร
แบบประเมินการทำงานเรื่อง ชั้นประถมศึกษาปีที่ เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวมคะแนน (10) ผลการ ประเมิน ความ ถูกต้อง (5) ความ สวยงาม (3) ความตรง ต่อเวลา (2) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 9-10 ดีมาก 7-8 ดี 5-6 พอใช้ 1-4 ต้องปรับปรุง
เกณฑ์การให้คะแนนการทำงาน รายการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 ความถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิด 1-2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิดมากกว่า 2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อ แต่ ถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อและ ถูกต้องบางส่วน ความสวยงาม - - ตกแต่งระบายสี สวยงาม สะอาด เรียบร้อย ตกแต่งระบายสี สวยงาม ตกแต่งระบายสี ใบงานไม่ สะอาด ความตรงต่อ เวลา - - - ส่งงานตาม ระยะเวลาที่ กำหนด ส่งงานช้ากว่า ระยะเวลาที่ กำหนด
แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงานที่ได้รับ มอบหมาย สรุป 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคุยในชั้น ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียนแต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงต่อเวลา ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ.
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มีความตรงต่อเวลา 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่าง พอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่น ในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อม รวม ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 46 - 60 ดี 30 - 45 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง กิจกรรมการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว เวลา 14 ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา 2 ชั่วโมง 1. วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ 3. ตัวชี้วัด วิธีการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา (Space/Time Relationship) หมายถึง การหา ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของวัตถุเมื่อเวลาผ่านไป อาจเป็นได้ทั้งการเปลี่ยนแปลงขนาด ตำแหน่ง หรือปริมาณของวัตถุ 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) ระบุประโยชน์ของการใช้ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาในชีวิตประจำวันได้(K) 2) ใช้ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ (P) 3) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสังเกต 1.2) ทักษะการเชื่อมโยง 1.3) ทักษะการสรุปอ้างอิง 2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และคิดอย่างมีวิจารณญาณ
9. เนื้อหาสาระ ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา (Space/Time Relationship) หมายถึง การหา ความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของวัตถุเมื่อเวลาผ่านไป อาจเป็นได้ทั้งการเปลี่ยนแปลงขนาด ตำแหน่ง หรือปริมาณของวัตถุ ประโยชน์ของการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา 1. ทําให้ทราบความสัมพันธ์ระหว่างปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น 2. ช่วยให้วางสิ่งของต่างๆ ได้เหมาะสม สวยงาม 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (20 นาที) 1) ครูทบทวนความรู้เกี่ยวกับความหมายของทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับ เวลา (Space/Time Relationship) โดยให้นักเรียนดูวิดีโอ “ดวงอาทิตย์ตก” อ้างอิงจาก : https://pixabay.com/th/videos/พระอาทิตย์ตก-ท้องฟ้า-เมฆ-อารมณ์เย็น-8451/ 2) ครูใช้คำถามต่อไปนี้เพื่อทบทวนความรู้เกี่ยวกับความหมายของทักษะการหาความสัมพันธ์ ระหว่างสเปซกับเวลา - นักเรียนสังเกตเห็นอะไรบ้างจากวิดีโอที่ครูเปิดให้ดู (แนวคำตอบ: ตามตามแนวคิดของ นักเรียน) - สิ่งที่นักเรียนสังเกตบอกความสัมพันธ์ของอะไรบ้าง (แนวคำตอบ: ความสัมพันธ์ระหว่าง ตำแหน่งของดวงอาทิตย์หรือก้อนเมฆและเวลา) - นักเรียนสามารถสรุปความรู้ที่ได้จากวิดีโอ ได้อย่างไร (แนวคำตอบ: วัตถุจะเปลี่ยนตำแหน่ง เมื่อเวลาผ่านไป, วัตถุจะขนาดหรือรูปร่างเมื่อเวลาผ่านไป, ความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา) ชั่วโมงที่ 1
3) นักเรียนและครูร่วมกับสรุปทบทวนความหมายของทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่าง สเปซกับเวลา ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (40 นาที) 4) ครูชี้แจงการทำกิจกรรม “มหัศจรรย์ก้อนเมฆ” ดังนี้ โดยให้นักเรียนทำกิจกรรม “มหัศจรรย์ก้อนเมฆ” ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ - ครูพานักเรียนออกมาบริเวณนอกห้องเรียนเพื่อนสังเกตก้อนเมฆ - วาดภาพก้อนเมฆที่นักเรียนชื่นชอบคนละ 1 ก้อน - สังเกตก้อนเมฆที่ตนเลือกไว้ บันทึกลักษณะที่เปลี่ยนไปและวาดภาพประกอบทุก 5 นาที จนครบ 15 นาที - สุ่มนักเรียนเพื่อนำเสนอผลการทำกิจกรรม 5) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรม “มหัศจรรย์ก้อนเมฆ” โดยใช้คำถาม ต่อไปนี้ - เมื่อเวลาผ่านไป ก้อนเมฆมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ: ตอบตามแนวคิดของนักเรียน) - ก้อนเมฆและเวลามีความสัมพันธ์กันอย่างไร (แนวคำตอบ: ก้อนเมฆจะเปลี่ยนขนาดรูปร่าง และตำแหน่งไปเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป) 6) นักเรียนและครูร่วมกับสรุปกิจกรรมทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา (Space/Time Relationship) ว่าหมายถึง การหาความสัมพันธ์ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของวัตถุเมื่อเวลาผ่าน ไป อาจเป็นได้ทั้งการเปลี่ยนแปลงขนาด ตำแหน่งหรือปริมาณของวัตถุ ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (35 นาที) 7) ครูพานักเรียนไปทำกิจกรรมที่สนามกีฬา แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 5-6 คน จากนั้นสุ่ม นักเรียน 1 กลุ่ม สาธิตการทำกิจกรรม “ก้าวคนละก้าว” โดยมีขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม ดังนี้ - นักเรียนภายในกลุ่มยืนในสนาม โดยนักเรียนสามารถยืนตรงจุดใดก็ได้ - จากนั้นเพื่อนจะช่วยกันนับ 1 – 30 (30 วินาที) ในระหว่างนับนักเรียนต้องเดินไปข้างหน้า วินาทีละ 1 ก้าว เท่านั้น (ห้ามเลี้ยวไปทางอื่นเดินหน้าเท่านั้น) เมื่อเพื่อนหยุดนับ นักเรียนต้องหยุดในตำแหน่ง ของตนเอง - เพื่อนและครูจะร่วมกันสนทนาและระบุตำแหน่งในระหว่างที่แต่ละกลุ่มทำกิจกรรม * ตัวอย่างคำถามระหว่างทำกิจกรรม 1. ดช. A จะอยู่ในทิศใดของ ดช. B 2. ตำแหน่งของ ดญ. C อยู่ทิศใดของ ดญ. D 3. ตำแหน่งของ ดช. A อยู่ห่างจากตำแหน่งเดิมกี่ก้าว ชั่วโมงที่ 2
- ผลัดเปลี่ยนให้กลุ่มอื่นๆ ทำกิจกรรมและร่วมตั้งคำถาม นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย ระหว่างการทำกิจกรรมร่วมกัน 8) ครูให้นักเรียนสรุปความรู้จากการทำกิจกรรมเกี่ยวกับความหมายของทักษะการหา ความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา (Space/Time Relationship) โดยให้นักเรียนเขียน คำจำกัดความ ของ การหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาที่ได้เรียนรู้จากชั่วโมงที่แล้ว คนละ 1 คำ 9) นักเรียนแต่ละคนนำเสนอคำจำกัดความของทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับ เวลา โดยถามนักเรียนทุกคนเพื่อให้ได้มีส่วนร่วมในการเรียน จากนั้นสรุปร่วมกัน ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (10 นาที) 10) ครูขยายความเข้าใจ โดยให้นักเรียนแต่ละคนลองคิดประโยชน์ของการใช้ทักษะการหา ความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลาว่ามีประโยชน์อย่างไร 11) ครูสุ่มนักเรียนนำเสนอคิดประโยชน์ของการใช้ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซ กับเวลาที่ตนเองคิด โดยต้องห้ามซ้ำกับเพื่อนก่อนหน้า ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (15 นาที) 12) นักเรียนทำใบงาน เรื่อง ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.3 1.2) ใบงาน เรื่อง ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา 1.3) วิดีโอ “ดวงอาทิตย์ตก” 1.4) ใบบันทึกกิจกรรม เรื่อง “มหัศจรรย์ก้อนเมฆ” 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด 12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ตรวจใบงาน แบบประเมินการทำงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์
บันทึกการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ผลการสอน ปัญหาและอุปสรรค ข้อเสนอแนะ/ แนวทางแก้ไข ลงชื่อ ผู้สอน ( ) ตำแหน่ง วันที่ เดือน พ.ศ.
แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้สาระวิทยาศาสตร์ ลำดับ เกณฑ์คุณภาพ คุณภาพ 3 2 1 1 เขียนสาระสำคัญครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัติคุมค่า 2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP 3 สาระเรียนรู้ครอบคลุมเนื้อหา เนื้อหา กระบวนการ คุณลักษณะ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นสมอง RL เกิด Active Learning 5 ออกแบบแต่ละกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน 6 ออกแบบการวัดประเมินจากชิ้นงานกลุ่ม/เดี่ยวของผู้เรียน 7 มีความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบข้อที่1-6 8 สื่อการเรียนรู้สอดคล้อง จุดประสงค์ ตรงเนื้อหา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้ รวม เฉลี่ย กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) ตำแหน่ง วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การประเมินคุณภาพ 2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถึง ดี 1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ 0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง
ภาคผนวก ใบบันทึกกิจกรรม เรื่อง “มหัศจรรย์ก้อนเมฆ”
ใบงาน เรื่อง ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา
แบบประเมินการทำงานเรื่อง ชั้นประถมศึกษาปีที่ เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวมคะแนน (10) ผลการ ประเมิน ความ ถูกต้อง (5) ความ สวยงาม (3) ความตรง ต่อเวลา (2) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 9-10 ดีมาก 7-8 ดี 5-6 พอใช้ 1-4 ต้องปรับปรุง
เกณฑ์การให้คะแนนการทำงาน รายการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 ความถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิด 1-2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิดมากกว่า 2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อ แต่ ถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อและ ถูกต้องบางส่วน ความสวยงาม - - ตกแต่งระบายสี สวยงาม สะอาด เรียบร้อย ตกแต่งระบายสี สวยงาม ตกแต่งระบายสี ใบงานไม่ สะอาด ความตรงต่อ เวลา - - - ส่งงานตาม ระยะเวลาที่ กำหนด ส่งงานช้ากว่า ระยะเวลาที่ กำหนด
แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงานที่ได้รับ มอบหมาย สรุป 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคุยในชั้น ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียนแต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงต่อเวลา ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ.
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มีความตรงต่อเวลา 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่าง พอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่น ในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อม รวม ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 46 - 60 ดี 30 - 45 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง ทักษะการสร้างแบบจำลอง กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว เวลา 14 ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา 2 ชั่วโมง 1. วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ 3. ตัวชี้วัด วิธีการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด การสร้างแบบจำลอง (Modeling Construction) หมายถึง การสร้าง การนำเสนอข้อมูล แนวคิด ความคิดรวบยอด บางสิ่งบางอย่างเพื่อเป็นตัวแทนของวัตถุหรือปรากฏการณ์ต่างๆ เพื่อใช้สื่อสาร บรรยายหรือ อธิบายสิ่งนั้น ให้ผู้อื่นเข้าใจในรูปของแบบจำลองต่างๆ เช่น กราฟ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว วัสดุ สิ่งของ สิ่งประดิษฐ์ หุ่น เป็นต้น 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายทักษะการสร้างแบบจำลองได้(K) 2) ใช้ทักษะการสร้างแบบจำลองทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ (P) 3) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสังเกต 1.2) ทักษะการเชื่อมโยง 1.3) ทักษะการสรุปอ้างอิง 2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และคิดอย่างมีวิจารณญาณ
9. เนื้อหาสาระ การสร้างแบบจำลอง (Modeling Construction) หมายถึง การสร้าง การนำเสนอข้อมูล แนวคิด ความคิดรวบยอด บางสิ่งบางอย่างเพื่อเป็นตัวแทนของวัตถุหรือปรากฏการณ์ต่างๆ เพื่อใช้สื่อสาร บรรยายหรือ อธิบายสิ่งนั้น ให้ผู้อื่นเข้าใจในรูปของแบบจำลองต่างๆ เช่น กราฟ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว วัสดุ สิ่งของ สิ่งประดิษฐ์ หุ่น เป็นต้น 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (15 นาที) 1) ครูทบทวนความรู้เกี่ยวกับทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซและการหา ความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา 2) ครูให้นักเรียนดูวิดีโอ “10 อันดับตึกสูงที่สุดในประเทศไทย” อ้างอิงจาก : https://www.youtube.com/watch?v=bBJxRgVxgwY 3) ครูใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียน ดังนี้ - นักเรียนคิดว่าในการสร้างตึกสูงต้องใช้ทักษะทางวิทยาศาสตร์อะไรบ้าง (แนวคำตอบ : ตอบ ตามแนวคิดของนักเรียน แต่ครูควรเชื่อมโยงเกี่ยวกับทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซและการ หาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับเวลา) - นักเรียนคิดว่าตึกสูงที่สร้างขึ้น หรืออาคาร บ้านเรือนต่างๆ ก่อนสร้างต้องมีขั้นตอนใดบ้าง (แนวคำตอบ : การเขียนแบบ, การสร้างแบบ, การวาดโครงสร้าง, การสร้างแบบจำลอง เป็นต้น) 4) ครูชี้แจงกับนักเรียนว่าในชั่วโมงนี้จะเป็นการเรียนรู้และฝึกฝนเกี่ยวกับทักษะการสร้าง แบบจำลอง ชั่วโมงที่ 1
ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (45 นาที) 5) ครูให้นักเรียนดูภาพแบบจำลอง สิ่งก่อสร้างต่างๆ ภาพตัวอย่างแบบจำลองสิ่งก่อสร้างต่างๆ 6) นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการสร้างสิ่งก่อสร้างต่างๆ ว่าต้องมีขั้นตอนการ วางแผนซึ่งต้องใช้ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซและการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับ เวลาและนำเสนอและอธิบายแนวคิดสื่อสารออกมาในรูปแบบของการสร้างแบบจำลอง 7) ครูชี้แจงการทำกิจกรรม “ห้องหรรษา” ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ - แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 4 – 5 คน - จับสลากเลือกห้อง ได้แก่ ห้องน้ำ ห้องครัว ห้องนอน และวางแผนวาดภาพแบบจำลองห้อง ที่กลุ่มของตนเองจับสลากได้ - นักเรียนแต่ละกลุ่มเพื่อนำเสนอผลการทำกิจกรรม 8) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรม “ห้องหรรษา” โดยใช้คำถามต่อไปนี้ - การก่อสร้างหรือการทำงานใดๆ สิ่งสำคัญที่ต้องมีคืออะไร (แนวคำตอบ: การวางแผนงาน) - นักเรียนใช้ทักษะการหาความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซและการหาความสัมพันธ์ ระหว่างสเปซกับเวลา มาใช้ในการวาดภาพแบบจำลองห้องหรรษา อย่างไร (แนวคำตอบ: ตอบตามแนวคิดของ นักเรียน เช่น การระบุพื้นที่ในการวางสิ่งของ, การกำหนดพื้นที่ในการสร้างห้องต่างๆ เป็นต้น) - ทำไมต้องมีการวาดภาพแบบจำลองก่อนการสร้างหรือทำสิ่งต่างๆ (แนวคำตอบ: การสร้าง แบบจำลอง เป็นการสรุปแนวคิดของตนเองเพื่อนำเสนอสิ่งที่คิดให้ผู้อื่นให้เข้าใจได้อย่างขึ้น) 9) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปทักษะการสร้างแบบจำลอง (Modeling Construction) หมายถึง การสร้าง การนำเสนอข้อมูล แนวคิด ความคิดรวบยอด บางสิ่งบางอย่างเพื่อเป็นตัวแทนของวัตถุหรือ ปรากฏการณ์ต่างๆ เพื่อใช้สื่อสาร บรรยายหรืออธิบายสิ่งนั้น ให้ผู้อื่นเข้าใจในรูปของแบบจำลองต่างๆ เช่น กราฟ รูปภาพ ภาพเคลื่อนไหว วัสดุ สิ่งของ สิ่งประดิษฐ์ หุ่น เป็นต้น
ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (40 นาที) 10) ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “ห้องหรรษา”ต่อ โดยในชั่วโมงนี้จะเป็นการฝึกให้นักเรียนได้ ลงมือสร้างแบบจำลองห้องหรรษา โดยมีขั้นตอนการดำเนินกิจกรรม ดังนี้ - แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 4 – 5 คน (กลุ่มเดิมจากชั่วโมงที่แล้ว) - ครูเตรียมอุปกรณ์ได้แก่ กระดาษลังแบบแข็ง (กระดาษลังรีไซเคิล) ไม้ไอศกรีม กาว ยางรัดของ สีน้ำหรือสีโปสเตอร์ ดินสอ ยางลบ ไม้บรรทัด และกรรไกร แจกให้นักเรียน - นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติตามวาดภาพแบบจำลองห้องหรรษาที่กลุ่มตนเองวาดไว้ - นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานของตนเอง ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (10 นาที) 11) ครูขยายความเข้าใจ โดยให้นักเรียนแต่ละคนคิดประโยชน์ของการใช้ทักษะการสร้าง แบบจำลอง (Modeling Construction) ว่ามีประโยชน์อย่างไร 12) ครูสุ่มนักเรียนนำเสนอประโยชน์ของการใช้ทักษะการสร้างแบบจำลอง (Modeling Construction) ที่ตนเองคิด โดยต้องห้ามซ้ำกับเพื่อนก่อนหน้า ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (10 นาที) 13) นักเรียนทำใบงาน เรื่อง ทักษะการสร้างแบบจำลองในการสืบเสาะและอธิบายความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.3 1.2) ใบงาน เรื่อง ทักษะการสร้างแบบจำลองในการสืบเสาะและอธิบายความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ 1.3) วิดีโอ “10 อันดับตึกสูงที่สุดในประเทศไทย” 1.4) ใบบันทึกกิจกรรม เรื่อง “ห้องหรรษา” 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด ชั่วโมงที่ 2
12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ตรวจใบงาน แบบประเมินการทำงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ บันทึกการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ผลการสอน ปัญหาและอุปสรรค ข้อเสนอแนะ/ แนวทางแก้ไข ลงชื่อ ผู้สอน ( ) ตำแหน่ง วันที่ เดือน พ.ศ.
แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้สาระวิทยาศาสตร์ ลำดับ เกณฑ์คุณภาพ คุณภาพ 3 2 1 1 เขียนสาระสำคัญครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัติคุมค่า 2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP 3 สาระเรียนรู้ครอบคลุมเนื้อหา เนื้อหา กระบวนการ คุณลักษณะ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นสมอง RL เกิด Active Learning 5 ออกแบบแต่ละกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน 6 ออกแบบการวัดประเมินจากชิ้นงานกลุ่ม/เดี่ยวของผู้เรียน 7 มีความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบข้อที่1-6 8 สื่อการเรียนรู้สอดคล้อง จุดประสงค์ ตรงเนื้อหา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้ รวม เฉลี่ย กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) ตำแหน่ง วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การประเมินคุณภาพ 2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถึง ดี 1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ 0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง
ภาคผนวก ใบบันทึกกิจกรรม เรื่อง “ห้องหรรษา”
ใบงาน เรื่อง ทักษะการสร้างแบบจำลองในการสืบเสาะและอธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์
แบบประเมินการทำงานเรื่อง ชั้นประถมศึกษาปีที่ เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวมคะแนน (10) ผลการ ประเมิน ความ ถูกต้อง (5) ความ สวยงาม (3) ความตรง ต่อเวลา (2) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 9-10 ดีมาก 7-8 ดี 5-6 พอใช้ 1-4 ต้องปรับปรุง
เกณฑ์การให้คะแนนการทำงาน รายการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 ความถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิด 1-2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิดมากกว่า 2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อ แต่ ถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อและ ถูกต้องบางส่วน ความสวยงาม - - ตกแต่งระบายสี สวยงาม สะอาด เรียบร้อย ตกแต่งระบายสี สวยงาม ตกแต่งระบายสี ใบงานไม่ สะอาด ความตรงต่อ เวลา - - - ส่งงานตาม ระยะเวลาที่ กำหนด ส่งงานช้ากว่า ระยะเวลาที่ กำหนด
แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงานที่ได้รับ มอบหมาย สรุป 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคุยในชั้น ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียนแต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงต่อเวลา ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ.
แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ คำชี้แจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียน แล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน คุณลักษณะ อันพึงประสงค์ด้าน รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติ และร้องเพลงชาติได้ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนับถือ ปฏิบัติตามหลักศาสนา 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมที่เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรียนจัดขึ้น 2. ซื่อสัตย์ สุจริต 2.1 ให้ข้อมูลที่ถูกต้อง และเป็นจริง 2.2 ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง 3. มีวินัย รับผิดชอบ 3.1 ปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ มีความตรงต่อเวลา 4. ใฝ่เรียนรู้ 4.1 รู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และนำไปปฏิบัติได้ 4.2 รู้จักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม 4.3 เชื่อฟังคำสั่งสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง 4.4 ตั้งใจเรียน 5. อยู่อย่าง พอเพียง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรียนอย่างประหยัด 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอย่างประหยัดและรู้คุณค่า 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 6. มุ่งมั่น ในการทำงาน 6.1 มีความตั้งใจและพยายามในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสำเร็จ 7. รักความเป็นไทย 7.1 มีจิตสำนึกในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัติตนตามวัฒนธรรมไทย 8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน 8.2 รู้จักการดูแล รักษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดล้อม รวม ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 46 - 60 ดี 30 - 45 พอใช้ ต่ำกว่า 30 ปรับปรุง เกณฑ์การให้คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง หลักฐานกับการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง เรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว เวลา 14 ชั่วโมง สอนวันที่ เดือน พ.ศ. เวลา 1 ชั่วโมง 1. วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ 2. มาตรฐานการเรียนรู้ วิธีการทางวิทยาศาสตร์ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และจิตวิทยาศาสตร์ 3. ตัวชี้วัด วิธีการทางวิทยาศาสตร์และทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 4. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด หลักฐานกับการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ คือ การวิเคราะห์หรือการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล หรือนำมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่างสเปซกับสเปซและสเปซกับเวลา หรือการสร้าง แบบจำลองเพื่อสนับสนุนคำตอบให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 5. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1) อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างหลักฐานกับการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ได้(K) 2) สามารถหาหลักฐานเพื่อสื่อสารทางวิทยาศาสตร์อย่างน่าเชื่อถือได้ (P) 3) รับผิดชอบและมุ่งมั่นในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย (A) 6. คุณลักษณะที่พึงประสงค์ 1) มีวินัย 2) ใฝ่เรียนรู้ 3) มุ่งมั่นในการทำงาน 7. สมรรถนะที่สำคัญ 1) ความสามารถในการคิด 1.1) ทักษะการสังเกต 1.2) ทักษะการเชื่อมโยง 1.3) ทักษะการสรุปอ้างอิง 2) ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 8. ทักษะกระบวนการคิด การคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ และคิดอย่างมีวิจารณญาณ 9. เนื้อหาสาระ หลักฐาน หมายถึง สิ่งที่นำมาสนับสนุนคำตอบ ซึ่งได้มาจากการวิเคราะห์ข้อมูล การรวบรวมข้อมูล เพื่อตอบคำถามนั้นๆ
การสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ หมายถึง การนำข้อมูลที่ได้มาเพื่อจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล หรือนำมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่าสเปซกับสเปซและสเปซกับเวลา หรือการสร้างแบบจำลองเพื่อใช้อธิบาย เกี่ยวกับคำตอบหรือเรื่องต่างๆ หลักฐานกับการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ คือ การวิเคราะห์หรือการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำจัดกระทำ และสื่อความหมายข้อมูล หรือนำมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่าสเปซกับสเปซและสเปซกับเวลา หรือการสร้าง แบบจำลองเพื่อสนับสนุนคำตอบให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น 10. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ • วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ Inquiry Method : 5E ขั้นที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (10 นาที) 1) ครูนำภาพท้องฟ้าหลังฝนตกมาให้นักเรียนดู 2) ครูใช้คำถามเพื่อกระตุ้นความสนใจของนักเรียน ดังนี้ - จากภาพ นักเรียนคิดว่าเป็นภาพเหตุการณ์ก่อนฝนตก ขณะฝนตกหรือหลังฝนตก (แนวคำตอบ : ตอบตามแนวคิดของนักเรียน) - นักเรียนมีหลักฐานอะไรสนับสนุนคำตอบของนักเรียน (แนวคำตอบ : ตอบตามแนวคิดของ นักเรียน) - นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายหลักฐานและพิจารณาคำตอบของนักเรียน ก่อนครูจะเฉลย คำตอบว่าภาพที่นำมาคือ ภาพหลังฝนตก
3) ครูชี้แจงกับนักเรียนว่าหลักฐานเป็นสิ่งที่สนับสนุนคำตอบที่จะนำเสนอให้ผู้อื่นเชื่อถือและ เข้าใจมากขึ้น ขั้นที่ 2 สำรวจค้นหา (30 นาที) 4) ครูให้นักเรียนทำกิจกรรม “คำตอบคืออะไร” ซึ่งมีรายละเอียด ดังนี้ - แบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 4 – 5 คน แจกอุปกรณ์ได้แก่ กระดาษบรูฟ สีเมจิ และอุปกรณ์ การเรียนของนักเรียน - ให้นักเรียนศึกษาสถานการณ์ดังต่อไปนี้แล้วช่วยกันหาคำตอบ สถานการณ์ที่ 1 ดัดแปลงสถานการณ์จาก : https://www.youtube.com/watch?v=mcLg6g5Hdvg สถานการณ์ ขโมยในร้านค้า เมื่อ 10 นาที ก่อน มีใครบางคนใน 4 คนนี้ ขโมยเงินในร้านค้าที่มี เพียงร้านเดียวที่อยู่บนชายหาดไป แต่ทุกคนล้วนอ้างว่าไม่ได้อยู่ในร้านค้า เลยในช่วง 10 นาที ที่ผ่านมา แล้วใครล่ะคือขโมย?
สถานการณ์ที่ 2 ดัดแปลงสถานการณ์จาก : https://www.youtube.com/watch?v=mcLg6g5Hdvg - ให้นักเรียนภายในกลุ่มร่วมกันหาคำตอบและรวบรวมหรือวิเคราะห์หลักฐานสนับสนุน คำตอบของนักเรียน - นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอคำตอบและหลักฐานที่สนับสนุนคำตอบโดยใช้ทักษะการจัด กระทำและสื่อความหมายข้อมูล หรือนำมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่าสเปซกับสเปซและสเปซกับเวลาหรือ การสร้างแบบจำลอง ขั้นที่ 3 อธิบายความรู้ (10 นาที) 5) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรม “คำตอบคืออะไร” โดยใช้คำถามต่อไปนี้ - นักเรียนใช้วิธีใดให้ได้มาซึ่งคำตอบ (แนวคำตอบ : การสังเกต, การรวบรวมข้อมูลหรือการ วิเคราะห์ข้อมูล) - ก่อนการสรุปคำตอบนักเรียนต้องพิจารณาจากสิ่งใดก่อน (แนวคำตอบ : หลักฐานที่เกิดจาก การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล) - คำตอบที่น่าเชื่อถือต้องมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ : เป็นคำตอบที่มีหลักฐานสนับสนุน ที่น่าเชื่อถือ) สถานการณ์ หมายเลขใดคือกระสุนนัดแรก โป้ง ฝึกยิงปืน โดยยิงไปทั้งหมด 3 นัด โป้งต้องการทราบว่า รอย กระสุนนัดไหนหมายเลขใดคือ การยิงทั้งปืนในนัดแรก?
6) นักเรียนและครูร่วมกันสรุปเกี่ยวกับ หลักฐานกับการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ คือ การ วิเคราะห์หรือการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำจัดกระทำและสื่อความหมายข้อมูล หรือนำมาสร้างความสัมพันธ์ ระหว่างสเปซกับสเปซและสเปซกับเวลา หรือการสร้างแบบจำลองเพื่อสนับสนุนคำตอบให้มีความน่าเชื่อถือ มากยิ่งขึ้น ขั้นที่ 4 ขยายความเข้าใจ (10 นาที) 7) ครูขยายความเข้าใจ โดยใช้คำถามต่อไปนี้ - หลักฐานคืออะไร (แนวคำตอบ : หมายถึง สิ่งที่นำมาสนับสนุนคำตอบ ซึ่งได้มาจากการ วิเคราะห์ข้อมูล การรวบรวมข้อมูลเพื่อตอบคำถามนั้นๆ) - การสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ คืออะไร (แนวคำตอบ : การนำข้อมูลที่ได้มาเพื่อจัดกระทำและ สื่อความหมายข้อมูล หรือนำมาสร้างความสัมพันธ์ระหว่าสเปซกับสเปซและสเปซกับเวลา หรือการสร้าง แบบจำลองเพื่อใช้อธิบายเกี่ยวกับคำตอบหรือเรื่องต่างๆ - นักเรียนคิดว่า หลักฐานมีความสำคัญอย่างไรต่อการสื่อสารทางวิทยาศาสตร์ (แนวคำตอบ : หลักฐานจะทำให้การสื่อสารทางวิทยาศาสตร์มีความน่าเชื่อถือและสามารถทำให้ผู้อื่นเข้าใจในสิ่งที่ต้องการ สื่อสารได้) ขั้นที่ 5 ตรวจสอบผล (10 นาที) 8) นักเรียนทำใบงานเรื่อง การใช้หลักฐานที่น่าเชื่อถือมาประกอบการอธิบายความรู้ทาง วิทยาศาสตร์ 11. สื่อการเรียนรู้ 1) สื่อการเรียนรู้ 1.1) หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ป.3 1.2) ภาพและสถานการณ์ตัวอย่าง 1.3) ใบงาน เรื่อง การใช้หลักฐานที่น่าเชื่อถือมาประกอบการอธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์ 2) แหล่งการเรียนรู้ 2.1) ห้องเรียน 2.2) ห้องสมุด
12. การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ที่ วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ 1 ตรวจใบงาน แบบประเมินการทำงาน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์ 2 สังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ในกิจกรรม แบบสังเกตพฤติกรรม การทำงานรายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ 3 สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่านเกณฑ์ บันทึกการใช้แผนการจัดการเรียนรู้ ผลการสอน ปัญหาและอุปสรรค ข้อเสนอแนะ/ แนวทางแก้ไข ลงชื่อ ผู้สอน ( ) ตำแหน่ง วันที่ เดือน พ.ศ.
แบบประเมินแผนการจัดการเรียนรู้สาระวิทยาศาสตร์ ลำดับ เกณฑ์คุณภาพ คุณภาพ 3 2 1 1 เขียนสาระสำคัญครอบคลุมองค์ความรู้ แนวปฏิบัติคุมค่า 2 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมสอดคล้องกับ KAP 3 สาระเรียนรู้ครอบคลุมเนื้อหา เนื้อหา กระบวนการ คุณลักษณะ 4 กิจกรรมการเรียนรู้เน้นสมอง RL เกิด Active Learning 5 ออกแบบแต่ละกิจกรรมเหมาะสมกับผู้เรียน 6 ออกแบบการวัดประเมินจากชิ้นงานกลุ่ม/เดี่ยวของผู้เรียน 7 มีความสัมพันธ์ระหว่างองค์ประกอบข้อที่1-6 8 สื่อการเรียนรู้สอดคล้อง จุดประสงค์ ตรงเนื้อหา น่าสนใจ เหมาะสมกับวัย สะดวกใช้ รวม เฉลี่ย กิจกรรมเสนอแนะ (ถ้ามี) ข้อเสนอแนะของหัวหน้าสถานศึกษาหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) ตำแหน่ง วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การประเมินคุณภาพ 2.5 – 3 ระดับ 3 หมายถึง ดี 1.5 – 2.49 ระดับ 2 หมายถึง พอใช้ 0 - 1.49 ระดับ 1 หมายถึง ปรับปรุง
ภาคผนวก ใบงาน เรื่อง การใช้หลักฐานที่น่าเชื่อถือมาประกอบการอธิบายความรู้ทางวิทยาศาสตร์
แบบประเมินการทำงานเรื่อง ชั้นประถมศึกษาปีที่ เลขที่ ชื่อ – นามสกุล รายการประเมิน รวมคะแนน (10) ผลการ ประเมิน ความ ถูกต้อง (5) ความ สวยงาม (3) ความตรง ต่อเวลา (2) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ลงชื่อ ผู้ประเมิน ( ) วันที่ เดือน พ.ศ. เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 9-10 ดีมาก 7-8 ดี 5-6 พอใช้ 1-4 ต้องปรับปรุง
เกณฑ์การให้คะแนนการทำงาน รายการ ประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 5 4 3 2 1 ความถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิด 1-2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบทุกข้อ ครบถ้วนแต่ ถูกต้องบางส่วน (ผิดมากกว่า 2 จุด) ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อ แต่ ถูกต้อง ระบุหรืออธิบาย คำตอบไม่ครบ ทุกข้อและ ถูกต้องบางส่วน ความสวยงาม - - ตกแต่งระบายสี สวยงาม สะอาด เรียบร้อย ตกแต่งระบายสี สวยงาม ตกแต่งระบายสี ใบงานไม่ สะอาด ความตรงต่อ เวลา - - - ส่งงานตาม ระยะเวลาที่ กำหนด ส่งงานช้ากว่า ระยะเวลาที่ กำหนด
แบบสังเกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในกิจกรรมชั้นประถมศึกษาปีที่ ที่ พฤติกรรม ชื่อ-สกุล ความสนใจ การแสดง ความคิดเห็น การตอบคำถาม การยอมรับ ฟังคนอื่น ทำงานที่ได้รับ มอบหมาย สรุป 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 เกณฑ์การวัดผลให้คะแนนระดับคุณภาพของแต่ละพฤติกรรมดังนี้ ดีมาก = 4 มีความสนใจ ไม่พูดคุยในชั้น ตอบคำถามถูกต้อง ทำงานส่งครบตรงเวลา ดี = 3 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70% ปานกลาง = 2 การแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50% ปรับปรุง = 1 เข้าชั้นเรียนแต่การแสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ไม่ตรงต่อเวลา ลงชื่อ ผู้สังเกต ( ) วันที่ เดือน พ.ศ.