The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

การพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดสมอง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by siriporn9003, 2022-04-27 11:00:46

การพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดสมอง

การพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดสมอง

แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยผา่ ตดั เน้อื งอกสมอง
แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดเน้ืองอกสมองสำหรับพยาบาลท่ัวไป

สำหรบั พยาบาลทว่ั ไป

THAI NEUR IETY (2006)
OLOGICAL NURSES SOC

สถาบันประสาทวทิ ยา ปรับปรุงคร้งั ท่ี 1

THAI NEUR แนวทางการพยาบาลผปู้ ่วยผ่าตดั เนอ้ื งอกสมอง
IETY (2006)
สำหรบั พยาบาลทั่วไป


OLOGICAL NURSES SOC

สถาบันประสาทวทิ ยา


ปรับปรงุ ครงั้ ท่ี 1

แนวทางการพยาบาลผูป้ ว่ ยผ่าตดั กระดกู สนั หลังนี้ เปน็ เครอ่ื งมือส่งเสรมิ คุณภาพของ
การบริการด้านการพยาบาลที่เหมาะสม กับทรัพยากรและเงื่อนไขในสังคมไทย

โดยหวังผลในการสร้างเสริมและแก้ไขปัญหาสุขภาพ ท่ีมีลักษณะคล้ายคลึงกัน

ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกันของพยาบาลวิชาชีพทั่วไป ให้มีประสิทธิภาพและคุ้มค่า
ขอ้ แนะนำตา่ งๆ ในแนวทางการพยาบาลน้ไี ม่ใชข่ ้อบังคบั ผใู้ ช้สามารถปฏบิ ัตแิ ตกต่าง
ไปจากข้อแนะนำน้ีได้ในกรณีที่สถานการณ์แตกต่างออกไป หรือมีเหตุผลที่สมควร
โดยใช้วจิ ารณญาณอันเปน็ ทยี่ อมรับในสงั คม


ISBN : 978-616-11-2223-2


พมิ พค์ รัง้ ที่ 1 : ฉบับปรบั ปรงุ ครั้งที่ 1 ปี 2557


บรรณาธิการ : นางนลนิ ี พสคุ นั ธภคั

ผศ.ดร.วันเพญ็ ภิญโญภาสกลุ


จดั พิมพ์โดย : สถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสขุ

พิมพท์ ี่ : บรษิ ัท ธนาเพรส จำกัด

9 ซอยลาดพรา้ ว 64 แยก 14 แขวงวงั ทองหลาง เขตวงั ทองหลาง กรุงเทพฯ 10310

โทร. 0-2530-4114 (อตั โนมตั )ิ โทรสาร 0-2108-8950-51

E-mail : [email protected], [email protected]

คำนยิ ม


โรคเน้ืองอกสมอง เป็นโรคท่ีพบบ่อยโรคหนึ่งของโรคทางระบบประสาท หากไม่ได้รับการรักษาพยาบาล
ทันท่วงที จะทำใหผ้ ปู้ ว่ ยทพุ พลภาพ หรอื ถงึ ข้นั เสียชีวิต จากการทก่ี ลุ่มภารกจิ บริการวชิ าการ สถาบนั ประสาทวทิ ยา
ร่วมกับชมรมพยาบาลโรคระบบประสาทแห่งประเทศไทยและหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ได้จัดทำ
แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดเน้ืองอกสมอง สำหรับพยาบาลท่ัวไป ฉบับปรับปรุงครั้งท่ี 1 ซ่ึงได้รวบรวมเนื้อหา
ข้อมูลที่ทันสมัยเกี่ยวกับโรค การรักษา และการพยาบาลท้ังก่อนผ่าตัดและหลังผ่าตัด นับว่าเป็นประโยชน์อย่างย่ิง
สำหรับพยาบาลทวั่ ไปในการใช้เป็นแนวทางในการพยาบาลผูป้ ่วยผา่ ตดั เน้อื งอกสมอง

ขอชน่ื ชมคณะทำงานทมี่ คี วามตง้ั ใจ มงุ่ มนั่ พฒั นาคณุ ภาพการบรกิ ารพยาบาลและวชิ าชพี ใหม้ คี วามกา้ วหนา้
ยิ่งขึ้นไป ขอขอบคณุ ที่ไดเ้ สยี สละเวลา เพอื่ ให้งานสำเร็จลลุ ว่ งด้วยดี











(นายบญุ ชยั พพิ ฒั น์วนิชกลุ )

ผ้อู ำนวยการสถาบนั ประสาทวทิ ยา










แนวทางการพยาบาลผปู้ ว่ ยผ่าตัดเนอ้ื งอกสมองสำหรบั พยาบาลทั่วไป

สถาบันประสาทวทิ ยา ปรบั ปรงุ คร้ังที่ 1 i



สารบัญ


หนา้
คำนำ
บทนำ
แผนภมู ทิ ่ี 1 คัดกรองผปู้ ว่ ยทส่ี งสยั มเี น้อื งอกสมอง.............................................................................................1
แผนภูมทิ ี่ 2 การดูแลผปู้ ว่ ยทีม่ ีเนื้องอกสมอง......................................................................................................2
แผนภมู ทิ ี่ 3 ผู้ป่วยรบั ไว้ผ่าตัด.............................................................................................................................3
Appendix 1 พยาบาลหอ้ งฉุกเฉนิ ดูแลผปู้ ่วยเน้อื งอกสมองที่มีอาการไม่วกิ ฤต ...................................................5
Appendix 2 พยาบาลหอ้ งฉุกเฉนิ ดแู ลผ้ปู ว่ ยสงสัยมเี นื้องอกสมองท่ีมอี าการวิกฤต.............................................6
Appendix 3 พยาบาลประจำหอผปู้ ่วยดแู ลผปู้ ว่ ยเนื้องอกสมองทร่ี บั จากหอ้ งฉกุ เฉนิ ..........................................8
Appendix 4 พยาบาลประจำหอผ้ปู ว่ ย พยาบาลห้องผ่าตดั และวิสญั ญพี ยาบาลดูแลผู้ป่วย...............................9
เนอ้ื งอกสมองกอ่ นการผา่ ตัด
Appendix 5 พยาบาลประจำหอผ้ปู ่วย พยาบาลห้องผ่าตดั และวิสัญญีพยาบาลดูแลผปู้ ่วย.............................13

เนือ้ งอกสมองในวนั ผา่ ตดั
Appendix 6 การดแู ลหลงั การผา่ ตดั เนื้องอกสมอง ใน ICU...............................................................................22
Appendix 7 พยาบาลประจำหอผู้ปว่ ย ดูแลผปู้ ่วยเนือ้ งอกสมอง หลงั ผา่ ตัด....................................................29
Appendix 8 การดูแลผ้ปู ว่ ยในระยะประคบั ประคอง (palliative care)...........................................................32
Appendix 9 การวางแผนการจำหนา่ ย และการดแู ลตอ่ เนื่องทบี่ ้าน..................................................................35
ภาคผนวกท่ี 1 การประเมนิ อาการทางระบบประสาท..........................................................................................38
ภาคผนวกท่ี 2 แบบประเมินกิจวตั รประจำวนั โดยใช้ Barthel index.................................................................40
ภาคผนวกที่ 3 อาการและอาการแสดงของภาวะความดนั ในกะโหลกศรี ษะสูง....................................................43
ภาคผนวกที่ 4 การพยาบาลผู้ป่วยทใี่ ส่ท่อระบาย................................................................................................45
ภาคผนวกที่ 5 การเตรียมผูป้ ่วยและการดำเนนิ การระหวา่ งการเคลือ่ นย้ายผู้ป่วยทง้ั ในโรงพยาบาล...................50
และนอกโรงพยาบาล
ภาคผนวกที่ 6 ความรู้ท่ัวไปเก่ียวกบั เนื้องอกสมอง...............................................................................................51
ภาคผนวกท่ี 7 การตรวจวินิจฉยั พเิ ศษผู้ปว่ ยทส่ี งสยั เนอ้ื งอกสมอง.......................................................................60
ภาคผนวกที่ 8 แนวทางในการเขยี นข้อวนิ จิ ฉยั การพยาบาลผ้ปู ว่ ยผ่าตดั เนื้องอกสมอง........................................63
ภาคผนวกท่ี 9 การแบ่งผปู้ ว่ ยตาม American Society of Anesthesiologists (ASA)......................................67
ภาคผนวกท่ี 10 แนวทางการบริหารยา..................................................................................................................68

แนวทางการพยาบาลผปู้ ่วยผา่ ตัดเน้ืองอกสมองสำหรับพยาบาลทว่ั ไป

สถาบนั ประสาทวทิ ยา ปรบั ปรงุ ครั้งท่ี 1 iii

สารบัญ (ตอ่ )


หนา้
ภาคผนวกท่ี 11 แนวทางปฏบิ ตั ิการกลืนอย่างปลอดภยั ในผ้ปู ่วยที่มกี ารกลนื ลำบาก.............................................77

และการดแู ลใหผ้ ้ปู ว่ ยรับประทานอาหาร
ภาคผนวกที่ 12 การฉายแสงและผลข้างเคยี ง.........................................................................................................82
ภาคผนวกที่ 13 สุขศกึ ษาสำหรับผู้ป่วยและผู้ดแู ล..................................................................................................84
ภาคผนวกท่ี 14 การดูแลปรับสภาพบา้ นและส่ิงแวดลอ้ ม.......................................................................................86
ภาคผนวกที่ 15 ภาวะหลอดเลือดดำอุดก้ัน............................................................................................................87
บรรณานุกรม ...........................................................................................................................................................97

แนวทางการพยาบาลผปู้ ่วยผา่ ตดั เนอ้ื งอกสมองสำหรบั พยาบาลท่ัวไป

iv สถาบนั ประสาทวิทยา ปรับปรงุ ครัง้ ท่ี 1

สารบญั ภาพ


หนา้
ภาพท่ี 1 แสดง gauze sterile รองรบั CSF ลกั ษณะคลา้ ยหนวด......................................................... 27
ภาพที่ 2 แสดงตำแหนง่ ของการระบายนำ้ ไขสนั หลัง............................................................................. 47
ภาพท่ี 3 แสดงขั้นตอนการเกบ็ สิง่ สง่ ตรวจ CSF Routine / Exam....................................................... 48
ภาพท่ี 4 แสดงตำแหน่งของ tentorium ท่แี บ่งสมองใหญแ่ ละสมองนอ้ ยออกจากกนั .......................... 51
ภาพที่ 5 แสดงกลบี ตา่ งๆ ของสมองและการทำหน้าท.ี่ ......................................................................... 52
ภาพท่ี 6 แสดงใยประสาท แอกซอนและเดนไดรท.์ ............................................................................... 53
ภาพท่ี 7 แสดงวิธีการพ่นยา Minirin..................................................................................................... 71
ภาพท่ี 8 แสดงท่าฝึกบริหารกลา้ มเนอ้ื ท่ีใช้ในการกลนื ........................................................................... 78

สารบญั ตาราง


หน้า
ตารางที่ 1 The FLACC Behavioral Pain Scale....................................................................................19
ตารางท่ี 2 Palliative Performance Scale (PPSv2).............................................................................33
ตารางที่ 3 แสดงกลบี ต่างๆ และการทำหนา้ ท่ีของสมองใหญ.่ ...................................................................52
ตารางที่ 4 แสดงชนดิ และลักษณะท่สี ำคัญของเซลลป์ ระสาทส่วนกลาง....................................................54
ตารางที่ 5 เปรียบเทยี บการแบ่งความรนุ แรงของ Astrocytoma ตามองคก์ ารอนามัยโลก......................57

และ St.Anne/Mayo
ตารางที่ 6 แสดงอาการผิดปกติเฉพาะที่ของเนือ้ งอกสมอง........................................................................57
ตารางท่ี 7 เน้ืองอกสมองท่ีพบบ่อย อาการ อาการแสดง การรกั ษาและการพยากรณ์โรค........................00

แนวทางการพยาบาลผปู้ ว่ ยผา่ ตัดเนอ้ื งอกสมองสำหรับพยาบาลทั่วไป

สถาบันประสาทวทิ ยา ปรบั ปรุงคร้ังที่ 1 v



คำนำ


สถาบันประสาทวิทยา ได้ดำเนินการจัดทำแนวทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดเนื้องอกสมอง สำหรับ

พยาบาลท่ัวไป คร้ังแรกข้ึนในปี พ.ศ. 2552 เนื่องจากการรักษาพยาบาลและเทคโนโลยี มีความก้าวหน้าขึ้นมาก

จึงสมควรปรับปรุงแก้ไขเน้ือหาในส่วนต่างๆ ดังนั้นสถาบันประสาทวิทยา จึงได้ดำเนินการจัดประชุมพัฒนาแนวทาง

การพยาบาลผปู้ ว่ ยผา่ ตดั เนือ้ งอกสมอง สำหรับพยาบาลทั่วไป ฉบบั ปรับปรุงคร้งั ที่ 1 ในปี พ.ศ. 2556


โดยสถาบนั ประสาทวิทยาได้ขอความร่วมมือจากสถาบันวชิ าการตา่ งๆ กล่าวคือ ชมรมพยาบาลโรคระบบ

ประสาทแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลและสถาบัน

ในสังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร โรงพยาบาลสังกัดภาคเอกชน

โดยมีการดำเนินการ ดังน้ี


1. ประชมุ คณะทำงานผทู้ รงคณุ วุฒิและผู้เชย่ี วชาญ 3 ครง้ั ดังนี้ วนั ที่ 4 มีนาคม 2556 วันที่ 1 เมษายน

2556 และวนั ท่ี 8 พฤษภาคม 2556


2. จัดส่งแนวทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดเนื้องอกสมอง สำหรับพยาบาลทั่วไป (ฉบับร่าง) พร้อม

แบบประเมินให้พยาบาลทั่วประเทศ โดยผ่านทางคณะแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆ

โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทว่ั ไป จำนวน 1,100 ฉบับ วันท่ี 7 มถิ นุ ายน 2556


3. เชิญพยาบาลท่ัวประเทศเข้าร่วมประชุม/สัมมนา ปรับปรุงแนวทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดเนื้องอก

สมอง สำหรบั พยาบาลทวั่ ไป (ฉบับรา่ ง) วันท่ี 18-19 กรกฎาคม 2556


อย่างไรก็ตาม แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดเน้ืองอกสมอง สำหรับพยาบาลทั่วไป ฉบับปรับปรุง

คร้งั ที่ 1 นี้ เปน็ เพยี งแนวทางในการให้การพยาบาลเท่านนั้ ไม่ใชข่ อ้ บังคบั ที่จะตอ้ งปฏบิ ตั ทิ กุ กรณี ดังนน้ั หากนำไป

ใชต้ อ้ งพิจารณาตามความเหมาะสมและนโยบายของแตล่ ะหน่วยงาน ซ่ึงจะมีสิง่ อำนวยความสะดวกแตกตา่ งกนั








คณะผู้จัดทำ


แนวทางการพยาบาลผ้ปู ว่ ยผ่าตัดเนื้องอกสมองสำหรบั พยาบาลทัว่ ไป

สถาบันประสาทวทิ ยา ปรบั ปรุงคร้ังท่ี 1 vii

บทนำ


เน้ืองอกสมอง หมายถึง เน้ืองอกที่เกิดขึ้นภายในกะโหลกศีรษะ ซ่ึงอาจเกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติ

ของเซลล์ประสาทในสมอง เยื่อหุ้มสมอง ต่อมใต้สมอง โพรงสมอง ตลอดจนความผิดปกติท่ีมีต้นกำเนิดจากเซลล

ภายในระบบประสาทเอง หรือเกิดจากการแพร่กระจายของมะเร็งจากอวัยวะอ่ืนๆ เช่น มะเร็งปอด มะเร็งเต้านม

เป็นต้น เนอ้ื งอกสมองไมว่ า่ จะเปน็ เน้ืองอกธรรมดาหรอื เน้ือร้าย จะมีอาการและอาการแสดงท่วั ๆ ไปคลา้ ยๆ กัน เช่น

ปวดศีรษะ อาเจียน ชกั และการเปล่ียนแปลงของระดับความรูส้ ึกตวั นอกจากน้ียังมอี าการเฉพาะที่ ท้ังน้ีขนึ้ อยู่กบั

ตำแหน่งและขนาดของเน้ืองอกนั้นๆ เช่น ผู้ท่ีมีเน้ืองอกต่อมใต้สมอง จะมีอาการตามัว เห็นภาพซ้อน และความ

ผิดปกติของระดับฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกาย หากไม่ได้รับการรักษาในเวลาท่ีเหมาะสม จะมีอาการของความดันใน

กะโหลกศีรษะสูง สมองเคลอ่ื น ไมร่ ู้สกึ ตัวและเสียชีวิตในทีส่ ดุ

สำหรบั แนวทางการรกั ษาในปจั จบุ นั พบวา่ มหี ลากหลาย เชน่ การผา่ ตดั เอาเนอ้ื งอกออกทง้ั หมดหรอื บางสว่ น

โดยการทำ craniotomy, awake craniotomy, endoscopic craniotomy ในรายที่ไมส่ ามารถผา่ ตดั เอาเนื้องอก

ออกท้ังหมดหรือไม่สามารถผ่าตัดได้ จะมีวิธีการใช้รังสีร่วมพิกัด (stereotactic radiosurgery) โดยการใช้สาร

กัมมันตภาพรงั สี เช่น Gamma knife surgery, Cyber knife surgery ในรายท่เี ป็นเนอ้ื รา้ ยตอ้ งใชย้ าเคมีบำบัดทมี่

คุณสมบัติสามารถผ่าน blood brain barrier ได้ จึงจะได้ผล ดังนั้นในฐานะพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยเน้ืองอกสมอง

จงึ ต้องมีความร้คู วามเข้าใจในการดแู ลผู้ป่วยกล่มุ นเี้ ป็นอยา่ งดี

ในปีพ.ศ. 2556 ประเทศสหรัฐอเมริกา มีการคาดการณ์จะมีผู้ป่วยที่เป็นเน้ืองอกสมองชนิด ปฐมภูม

รายใหม่ ประมาณ 69,720 ราย โดยเป็นผปู้ ่วยเนื้องอกสมองชนดิ รา้ ยแรง จำนวน 24,620 ราย และชนิดไม่รา้ ยแรง

จำนวน 45,100 ราย และคาดว่าจะมีผู้เสียชีวิตจากเน้ืองอกสมองในปีนี้ ประมาณ 14,080 ราย แบ่งเป็นเพศชาย

จำนวน 7,930 ราย เพศหญิง จำนวน 6,150 ราย(1)

สถาบันประสาทวิทยามีผู้ป่วยเน้ืองอกสมองเข้ารับการรักษาท่ีแผนกผู้ป่วยนอก พ.ศ. 2553, 2554 และ

2555 จำนวน 3709, 3939 และ 4220 ราย ตามลำดับ จากสถิติดังกล่าว จะเหน็ วา่ จำนวนผ้ปู ่วยเนื้องอกสมองมี

แนวโนม้ เพม่ิ ขนึ้ ทกุ ปี และเปน็ 1 ใน 5 ลำดบั โรคแรกของสถาบนั ฯ ดงั นน้ั จงึ ตอ้ งมกี ารพฒั นาการดแู ลทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ

ซง่ึ คณะผจู้ ดั ทำไดพ้ ฒั นาแนวทางการพยาบาลผปู้ ว่ ยผา่ ตดั เนอ้ื งอกสมองสำหรบั พยาบาลทว่ั ไปครง้ั แรกเมอื่ พ.ศ. 2552

และฉบับนี้เป็นการปรับปรุงครั้งท่ี 1 ซึ่งประกอบด้วยแนวทางการพยาบาลในแต่ละระยะ (Appendix 1-9) เป็น

กิจกรรมที่ให้การดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ระยะคัดกรองท่ีแผนกผู้ป่วยนอก/ห้องฉุกเฉิน แรกรับเข้าหอผู้ป่วย จนถึงจำหน่าย

หรอื สง่ ตอ่ เพอ่ื การดแู ลทเี่ หมาะสม นอกจากนย้ี งั ไดร้ วบรวมเนอ้ื หาความรทู้ ว่ั ไปเกยี่ วกบั เนอื้ งอกสมองไวใ้ นภาคผนวก

เพอ่ื เป็นประโยชนใ์ หก้ บั บุคลากรทางการพยาบาลไว้ศกึ ษาต่อไป


แนวทางการพยาบาลผปู้ ่วยผ่าตัดเน้ืองอกสมองสำหรบั พยาบาลทัว่ ไป

viii สถาบันประสาทวทิ ยา ปรับปรงุ ครัง้ ที่ 1

แผนภูมิที่ 1

คัดกรองผ้ปู ่วยท่ีสงสัยมีเนอ้ื งอกสมอง

อาการผ้ปู ว่ ยทีม่ าโรงพยาบาล

ผปู้ ว่ ยทสี่ งสยั มีเนือ้ งอกสมอง

- ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว เห็น

ภาพซ้อน หนังตาตก พูด
ลำบาก พูดไม่ได้ ปากเบ้ียว
แขนขาอ่อนแรง เดินเซ และ
มีอาการชัก (ภาคผนวกท่ี 6)



No

พยาบาล OPD/ ER คดั กรอง

- ประเมินระดับความร้สู ึกตัว สัญญาณชพี

- ประเมินอาการและความบกพร่องทางระบบ

ประสาท (ภาคผนวกท่ี 1)

- รายงานแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัย


- D/C

- Refer: ร.พ. ท่ีมีศักยภาพสูง


กว่า หรือ รพ. ตามสิทธิการ

รกั ษา

Yes



ผนภูมิที่ 1.2


แนวทางการพยาบาลผปู้ ่วยผา่ ตดั เนอ้ื งอกสมองสำหรบั พยาบาลทว่ั ไป

สถาบนั ประสาทวทิ ยา ปรับปรุงครงั้ ที่ 1 1

แผนภูมิที่ 2

การดูแลผูป้ ่วยท่ีมเี น้ืองอกสมอง


ผู้ปว่ ยทีม่ เี นอื้ งอกสมอง


ผปู้ ว่ ยไม่วกิ ฤต
ผู้ป่วยวกิ ฤต
ผ้ปู ว่ ยวกิ ฤต



Appendix 1

Appendix 2


- พบแพทย
์ - ให้การพยาบาลผู้ป่วยทม่ี ภี าวะฉกุ เฉนิ

- ให้คำแนะนำเกี่ยวกับแผนการรกั ษา
- ประเมินอาการผู้ป่วยซ้ำ: สัญญาณชีพ อาการทาง
- Investigate: Lab, CT brain

- ดูแล สงั เกตอาการต่อเนอ่ื ง
ระบบประสาท อาการและอาการแสดงของภาวะ
- Health education
ความดันในกะโหลกศีรษะสูง รายงานแพทย์ทันที
ใหก้ ารพยาบาลตามแผนการรักษา

Non admit
- ซักประวัติ เพมิ่ เติมจากผ้ปู ่วยและญาต

- ให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับแผนและสิทธิ
- D/C
การรักษา

- Refer: ร.พ. ท่ีมีศักยภาพ - Investigate: Lab, CT brain (ภาคผนวกที่ 7)

- เตรียมความพรอ้ มผ้ปู ว่ ยและครอบครัว

สงู กว่า หรือ รพ. ตามสทิ ธิ
- ประสานงานหน่วยงานที่เก่ียวข้องเพื่อส่งต่อข้อมูล
การรักษา
ทีส่ ำคัญ


Admit
- Health education

- Refer รพ.ที่มศี กั ยภาพ

เพ่อื การรกั ษาต่อตามสิทธ



ไม่ผา่ ตดั


ผ่าตัด

- Medication

- Rehabilitation

- Health education


- D/C

แผนภมู ทิ ่ี 2

- F/U

- Home health care


แนวทางการพยาบาลผปู้ ่วยผา่ ตดั เน้ืองอกสมองสำหรับพยาบาลท่วั ไป

2 สถาบันประสาทวิทยา ปรับปรุงครง้ั ท่ี 1

แผนภูมิที่ 3

ผู้ปว่ ยรบั ไวผ้ ่าตัด


Appendix 3 (admission)

- Admision หอผู้ปว่ ย รับ ER/OPD : ตาม WI, SP

- Nursing Assessment & record


Appendix 4 (pre-operative)

- พยาบาลหอผปู้ ่วย

- พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั

- พยาบาลวิสญั ญี


A
ppendix 5 Pre-op (day 0)

กจิ กรรมการพยาบาล


หอผปู้ ว่ ย ห้องผา่ ตัด วสิ ญั ญ



Appendix 6


Post-op (day 0, 1, 2, 3) กิจกรรม

การพยาบาล ICU หอผูป้ ว่ ย

ห้องผา่ ตัด วสิ ญั ญ


Appendix 7 : Post-op
Hopeless
Appendix 8

(day 4-7)
Palliative Care


พยาบาล หอผปู้ ่วย
Dead


Stable


Appendix 9

- D/C, F/U, Health education

- สง่ ตอ่ เพ่ือฉายแสง / เคมบี ำบัด

- Refer กลับต้นสงั กดั


แนวทางการพยาบาลผปู้ ว่ ยผา่ ตัดเนอื้ งอกสมองสำหรบั พยาบาลทัว่ ไป

สถาบันประสาทวิทยา ปรบั ปรงุ ครง้ั ที่ 1 3

แนวทางการคดั กรองผูป้ ่วยสงสัยมีเนอ้ื งอกสมองOPD/ER


1. ประเมินระดับความรู้สกึ ตวั สญั ญาณชพี
2. ซักประวัติ ประเมินอาการทางระบบประสาท (neurological assessment) และความบกพร่อง
ทางระบบประสาท (neurological deficit) เช่น ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว เหน็ ภาพซ้อน หนงั ตาตก พูดลำบาก พูดไมไ่ ด้
ปากเบ้ียว แขนขาอ่อนแรง เดนิ เซ และประเมนิ อาการอ่นื ๆ เชน่ อาการชัก ปากหนา ตาโปน มอื เท้าใหญ่ และมีภาวะ
dysmenorrhea (ภาคผนวกที่ 6)
3. ประเมนิ ภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง1-6 (ภาคผนวกที่ 3)
4. ประเมนิ และให้การดูแลตามประเภทผ้ปู ว่ ย
4.1 ผู้ป่วยไมว่ กิ ฤต สง่ พบแพทยต์ รวจ OPD (Appendix 1)
4.2 ผู้ป่วยวิกฤต สง่ ห้องฉุกเฉนิ (Appendix 2)

แนวทางการพยาบาลผู้ปว่ ยผา่ ตดั เน้ืองอกสมองสำหรบั พยาบาลท่ัวไป

4 สถาบนั ประสาทวทิ ยา ปรับปรุงครั้งที่ 1

Appendix 1


การดแู ลผ้ปู ว่ ยมีเน้ืองอกสมองทมี่ อี าการไมว่ ิกฤต

กิจกรรมการพยาบาล : การประเมินผ้ปู ว่ ยต่อเนอื่ งและสง่ ตรวจตามระบบ
1. ส่งผปู้ ่วยพบแพทย์เพ่อื ตรวจวินจิ ฉัย
2. ใหค้ ำแนะนำเกยี่ วกบั แผนการรักษา
3. ส่งผูป้ ว่ ย Investigate: Lab, CT brain ตามแผนการรกั ษาของแพทย์
4. ดูแล สังเกตอาการต่อเน่อื ง (หากพบผปู้ ว่ ยมีอาการวิกฤต ใหก้ ารช่วยเหลือเบื้องตน้ และนำสง่ หอ้ งฉุกเฉนิ
ทนั ท)ี
5. Health education

แนวทางการพยาบาลผู้ปว่ ยผ่าตัดเน้อื งอกสมองสำหรบั พยาบาลทวั่ ไป

สถาบนั ประสาทวทิ ยา ปรบั ปรุงคร้งั ที่ 1 5

Appendix 2


พยาบาลหอ้ งฉกุ เฉนิ ดูแลผปู้ ่วยมเี น้ืองอกสมองทีม่ ีอาการวิกฤต


กิจกรรมการพยาบาล : ตามกระบวนการหลกั ของงานการพยาบาลฉุกเฉนิ
กิจกรรมท่ี 1 ให้การพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินตามหลัก Basic life support (การช่วยฟ้ืนคืนชีพ)
พร้อมรายงานแพทย์
กิจกรรมท่ี 2 ประเมินอาการผ้ปู ว่ ยซ้ำ ไดแ้ ก่
1. ตรวจวดั สญั ญาณชพี
- อณุ หภมู ริ า่ งกาย (body temperature)
- ชพี จร (pulse)
- อัตราการหายใจ (respiration)
- ความดนั โลหติ (blood pressure) ถา้ SBP > 185-220 mmHg DBP > 120-140 mmHg.
วัด 2 ครง้ั ติดต่อกนั ใน 5 นาที ใหร้ ายงานแพทย์ทันที
2. การประเมินอาการทางระบบประสาท (neurological assessment) (ภาคผนวกท่ี 1)
3. ประเมนิ อาการและอาการแสดงของภาวะความดนั ในกะโหลกศรี ษะสงู (IICP) เชน่ ปวดศรี ษะ
คลื่นไส้ อาเจียนพุ่ง (projectile vomiting) ตาพร่ามัว ชัก เกร็ง กระตุก และลักษณะ
การหายใจท่ผี ิดปกติ (ภาคผนวกที่ 3) ถ้าพบอาการดงั กล่าวใหร้ ายงานแพทย์ทนั ที
กจิ กรรมที่ 3 ซักประวตั ิ เพ่ิมเติมจากผู้ป่วยและญาติ เช่น อาการสำคัญก่อนมาโรงพยาบาล ซง่ึ โรคเน้ืองอก
สมองมีหลายประเภท อาการอาจจะแตกต่างกันตามตำแหนง่ เนื้องอกท่ีเกดิ ข้นึ ในสมอง
กจิ กรรมที่ 4 ใหข้ อ้ มลู แกผ่ ปู้ ่วยและญาติ เก่ียวกบั แผนและสิทธิการรักษา
กิจกรรมท่ี 5 เตรียมส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการ เช่น CBC, Blood group, BS, BUN, Cr, electrolyte,
Coagulogram และส่ง Investigate เชน่ CT brain ฯลฯ (ภาคผนวกท่ี 7)
กจิ กรรมที่ 6 เตรียมความพรอ้ มผู้ปว่ ยและครอบครวั กรณีทำผา่ ตัดหรือส่งตอ่ ผู้ปว่ ย โดยใหข้ ้อมลู แก่ผปู้ ว่ ย/
ญาติ ถึงแผนการรักษาที่แพทย์ระบุไว้ในเวชระเบียน และให้พบแพทย์เพ่ือฟังคำอธิบายถึง
ความจำเป็นท่ีต้องส่งต่อไปรักษายังสถานบริการที่มีศักยภาพสูงกว่า และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วย/
ญาตมิ ีสว่ นรว่ มในการตดั สนิ ใจในการรกั ษาพยาบาล
กจิ กรรมท่ี 7 ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล เพื่อส่ือสารส่งต่อข้อมูล
ท่ีสำคัญ รวมท้ังการเตรียมผู้ป่วยเพื่อการส่งต่อหรือเคล่ือนย้าย การดำเนินการระหว่างการ
เคล่ือนย้าย 7 (ภาคผนวกท่ี 5) และส่งต่อผู้ป่วยพรอ้ มแบบฟอรม์ การสง่ ต่อของแพทย ์

แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตดั เนือ้ งอกสมองสำหรบั พยาบาลท่วั ไป

6 สถาบันประสาทวทิ ยา ปรับปรุงครัง้ ที่ 1

แนวทางการสง่ ต่อโรงพยาบาลทีม่ ศี กั ยภาพสูงกวา่
กรณีที่ผู้ป่วยเนื้องอกสมองต้องส่งไปสถานบริการท่ีมีศักยภาพสูงกว่าและสามารถดำเนินการด้วยการทำ
ผา่ ตดั สมอง พยาบาลควรศกึ ษาเกยี่ วกบั สถานบรกิ ารทเ่ี กย่ี วขอ้ งและวางแผนกจิ กรรมทางการพยาบาลทปี่ ลอดภยั และ
เหมาะสม โดย
สถานบริการต้องสามารถใหบ้ ริการได้ตลอด 24 ชว่ั โมง ในหัวขอ้ ดังต่อไปนี้
1. มีประสาทศลั ยแพทย์
2. มี CT scan
3. มหี อ้ งปฏิบัตกิ ารท่สี ามารถตรวจเลือดและสามารถหาส่วนประกอบของเลอื ดได้ เช่น Packed red cell
4. มหี อผู้ป่วยวิกฤต

แนวทางการพยาบาลผ้ปู ่วยผ่าตดั เน้ืองอกสมองสำหรบั พยาบาลท่วั ไป

สถาบันประสาทวิทยา ปรับปรุงครงั้ ที่ 1 7

Appendix 3


พยาบาลประจำหอผปู้ ่วยดแู ลผ้ปู ว่ ยเน้อื งอกสมองทีร่ บั จากหอ้ งฉุกเฉิน


Preoperative
กจิ กรรมการพยาบาล :
1. ประเมินผู้ป่วย check vital signs, neurological signs ซักประวัติการเจ็บป่วย โรคประจำตัว
ประวัติการใช้ยา
2. แนะนำสถานที่ ให้ข้อมูลท่ัวไปและพยาธิสภาพของโรคให้ผู้ป่วยและญาติทราบอยา่ งครา่ วๆ
3. ใหผ้ ู้ป่วยและญาตลิ งนามยินยอมในการรกั ษาและผา่ ตดั
4. สง่ ตรวจ วนิ จิ ฉัยโรคเฉพาะทางเพ่อื สบื ค้นโรค ตดิ ตามผล ถา้ ผิดปกตริ ายงานแพทย์
5. ให้การพยาบาลตามความเหมาะสมกับอาการผู้ป่วย และแผนการรักษาของแพทย์เพื่อให้ผู้ป่วยรอดพ้น
จากภาวะวกิ ฤต

แนวทางการพยาบาลผ้ปู ่วยผา่ ตัดเน้อื งอกสมองสำหรับพยาบาลทว่ั ไป

8 สถาบนั ประสาทวิทยา ปรับปรุงคร้งั ท่ี 1

Appendix 4


พยาบาลประจำหอผปู้ ่วย พยาบาลห้องผ่าตัดและวิสัญญีพยาบาล

ดูแลผปู้ ่วยเนอื้ งอกสมองก่อนการผ่าตัด


ก่อนผา่ ตดั
กิจกรรมการพยาบาล : พยาบาลประจำหอผูป้ ่วย
1. การเตรียมความพร้อมด้านจิตใจ
1.1 ประเมินความรู้ ความเข้าใจของผู้ปว่ ยและญาตภิ ายหลงั ได้รับข้อมลู จากแพทย์
1.2 อธิบายถึงพยาธิสภาพของโรค แนวทางการรักษาพยาบาลให้ผู้ป่วยและญาติทราบพอสังเขป
พรอ้ มทัง้ เปิดโอกาสใหซ้ กั ถาม
1.3 ใหค้ ำแนะนำในการปฏบิ ตั ติ วั กอ่ นและหลงั ผา่ ตดั เชน่ การหายใจทางปาก กรณผี า่ ตดั ทางโพรงอากาศ
สฟีนอยด์ การฝกึ หายใจเขา้ และออก การดแู ลสาย / ทอ่ ระบายต่างๆ เปน็ ต้น
1.4 ใหค้ วามมน่ั ใจและกำลงั ใจแกผ่ ู้ป่วยและญาตวิ า่ จะไดร้ บั การดูแลอยา่ งใกลช้ ิดจากแพทยแ์ ละพยาบาล
1.5 ช่วยเหลอื ผปู้ ่วยและญาติในการจัดกิจกรรมตามหลักศาสนา และความเชอื่
2. การเตรยี มความพร้อมด้านร่างกาย
2.1 เตรยี มสภาพรา่ งกายผปู้ ว่ ย ประเมนิ ภาวะโภชนาการ รวมทง้ั การตดิ เชอ้ื ในตำแหนง่ อนื่ ๆ ใหพ้ รอ้ มกอ่ น
การผา่ ตัด
2.2 ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการได้แก่ CBC, Coagulogram, Blood glucose, BUN Cr,
Electrolyte, Urine examination, Anti HIV, Cross matching, Chest X-ray, EKG หากผล
ผิดปกติ รายงานแพทย์ เพอื่ วางแผนการรกั ษา และสง่ ปรกึ ษาแพทยเ์ ฉพาะทาง
2.3 ชัง่ น้ำหนัก วัดส่วนสงู และลงบนั ทกึ
2.4 ถอดฟันปลอม คอนแทคเลนส์ และเคร่ืองประดับทุกชนิด
2.5 ดูแลทำความสะอาดรา่ งกายท่ัวๆ ไป โดยการสระผมและอาบนำ้ เยน็ ก่อนผ่าตดั และเช้าวนั ผ่าตดั
2.6 ตรวจสอบ บันทึกสัญญาณชพี และอาการทางระบบประสาท
2.7 งดอาหารและน้ำหลงั เท่ียงคืน หรอื กอ่ นผา่ ตดั 6 ชว่ั โมง
2.8 ตรวจสอบปา้ ยข้อมอื ระบชุ ื่อ สกลุ อายุ เลขทผ่ี ้ปู ่วยนอก หอผปู้ ว่ ย ให้ถูกคน
2.9 ใหย้ าก่อนการผา่ ตดั ตามแผนการรักษา
2.10 ในผู้ป่วยเด็กหรือผู้ใหญ่มีปัญหาความผิดปกติของฮอร์โมนที่ผลิตจากต่อมใต้สมอง จะต้องได้รับการ
เตรียมผู้ป่วยก่อนผา่ ตดั ซึง่ จะได้รับฮอร์โมนทข่ี าดทดแทนก่อนผา่ ตดั ตามแผนการรกั ษาของแพทย์8
3. การเตรียมดา้ นอุปกรณ์และเอกสาร
3.1 ประสานงานกับทมี ห้องผ่าตัดและวิสญั ญี
3.2 ตรวจสอบใบยนิ ยอมผ่าตัด และแบบบันทกึ Surgical safety checklist

แนวทางการพยาบาลผูป้ ่วยผ่าตดั เนอ้ื งอกสมองสำหรับพยาบาลท่ัวไป

สถาบันประสาทวิทยา ปรบั ปรงุ ครงั้ ท่ี 1 9

3.3 เตรยี มผลการตรวจทางห้องปฏบิ ตั ิการ
3.4 เตรยี มฟลิ ์มพรอ้ มผลการตรวจทางรังสี ผลตรวจคลนื่ ไฟฟา้ หวั ใจ
3.5 เตรยี มเลอื ดและผลตรวจหาหมเู่ ลอื ดที่เขา้ กับผปู้ ว่ ยตามแผนการรกั ษา
3.6 เตรียมยาและเวชภัณฑต์ ามแผนการรักษา
กิจกรรมการพยาบาล : พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั
ศึกษาประวัติของผู้ป่วยจากเวชระเบียน และสอบถามข้อมูลจากญาติและพยาบาลประจำหอผู้ป่วยเพ่ือนำไป
วางแผนการเยย่ี มและเมือ่ เข้าเยีย่ มตรวจ พยาบาลวชิ าชีพห้องผา่ ตัดตอ้ งแนะนำตนเอง บอกช่อื และสถานทป่ี ฏิบตั งิ าน
โดยมีขั้นตอนดงั น้ี
การเตรยี มความพร้อมทางด้านจติ ใจ
1. ประเมนิ ความกลัว ความวติ กกังวล เกี่ยวกบั โรคและการปฏบิ ตั ิตวั ในการเขา้ รับการผ่าตัด9 ของผปู้ ่วยและ
ญาติ พร้อมท้ัง อธิบายและให้คำแนะนำเก่ียวกับสิ่งท่ีผู้ป่วยกลัวและรู้สึกกังวลตามการรับรู้ของผู้ป่วยใน
ขอบเขตที่เหมาะสมได้แก่
1.1 ขอ้ มลู เกยี่ วกับโรค และการผ่าตัดตามขอบเขตวิชาชีพ
1.2 ข้อมูล และข้ันตอนการดูแลก่อนและหลังผ่าตัดและการบริการที่ผู้ป่วยจะได้รับจากห้องผ่าตัด
พรอ้ มทง้ั แนะนำการแตง่ กายของบุคลากรในหอ้ งผ่าตัด
1.3 ข้อมลู เกี่ยวกับสภาพหลังผา่ ตัด ตำแหนง่ แผลผ่าตดั และส่ิงตา่ งๆ ที่อาจติดมากบั ผู้ป่วย
2. ให้กำลังใจ สร้างความเช่ือม่ัน แก่ผู้ป่วยและญาติโดยให้ข้อมูลถึงทีมการรักษาท่ีจะคอยช่วยเหลือผู้ป่วย
ขณะผ่าตดั และหลังผา่ ตดั
3. ใหเ้ วลาและตอบข้อซักถามของผู้ป่วยและญาติในขอบเขตทีเ่ หมาะสม
การเตรียมความพรอ้ มทางดา้ นร่างกายและเอกสาร10
1. รวบรวมขอ้ มลู สว่ นตวั ของผปู้ ว่ ย รวมทงั้ ประวตั กิ ารเจบ็ ปว่ ยในอดตี และปจั จบุ นั ประวตั กิ ารไดร้ บั การผา่ ตดั
การแพย้ า แพอ้ าหาร น้ำยา และวัสดุปดิ แผล
2. ประเมนิ สังเกตสภาพผวิ หนังบรเิ วณทจ่ี ะทำผ่าตัด วา่ มีภาวะเสยี่ งตอ่ การตดิ เช้ือหรือและลงบันทึก
3. ประเมนิ สภาพร่างกายทั่วไปได้แก่ สญั ญาณชีพ การเคลื่อนไหว กำลังของกลา้ มเนื้อต่างๆ
4. ใหค้ ำแนะนำการปฏิบตั ิตัวกอ่ นผ่าตัดได้แก่
4.1 ข้อมูลการเตรยี มความสะอาดรา่ งกายทวั่ ไปในวันกอ่ นผ่าตัดและเชา้ วันผา่ ตัด การอาบนำ้ การเปลย่ี น
เส้ือผา้ ชดุ ใหม่ ตัดเลบ็ มอื เล็บเทา้ ในรายท่ีทาเล็บตอ้ งเช็ดออกใหเ้ รยี บร้อย
4.2 เนน้ ย้ำถึงความสำคัญในการปฏบิ ตั ิเรอื่ งการงดนำ้ และอาหาร
4.3 การทำความสะอาดเฉพาะท่บี ริเวณทท่ี ำผา่ ตดั ไดแ้ ก่ การโกนผมที่หอ้ งผ่าตดั
5. ให้คำแนะนำการปฏิบตั ิตวั หลังผ่าตดั เก่ยี วกับ
5.1 การดแู ลแผลผา่ ตดั
5.2 การดแู ลทอ่ ระบายตา่ งๆ

แนวทางการพยาบาลผปู้ ว่ ยผ่าตัดเนอื้ งอกสมองสำหรบั พยาบาลทวั่ ไป

10 สถาบันประสาทวทิ ยา ปรับปรุงคร้งั ท่ี 1

5.3 การสังเกตภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด เช่น แผลบวมมาก มีการร่ัวซึมของน้ำไขสันหลัง แขนขา
ออ่ นแรงมากขึน้ เปน็ ต้น
กจิ กรรมการพยาบาล : วสิ ญั ญพี ยาบาล
1. การเตรียมผปู้ ่วยกอ่ นการใหย้ าระงับความร้สู กึ
1.1 สรา้ งสัมพนั ธภาพระหวา่ งทมี วสิ ัญญีกับผ้ปู ว่ ยและญาติ
1.2 ซักประวัตแิ ละผลการตรวจรา่ งกาย
1.3 ตรวจสอบผลทางหอ้ งปฏิบัติการท่ีสำคัญ
1.4 ประเมินความเส่ียงของการให้ยาระงับความรู้สึก โดยแบ่งตาม ASA11 การประเมินความยากง่าย
ในการใส่ท่อหายใจ
1.5 การให้ขอ้ มลู เบือ้ งตน้ เก่ยี วกบั การใหย้ าระงับความรู้สึก
1.6 วางแผนสำหรบั การให้ยาระงับความรูส้ กึ และดแู ลผปู้ ว่ ยหลังผ่าตดั
2. ซกั ประวตั ิ ใหค้ รอบคลมุ ถงึ โรคปจั จบุ นั ทผ่ี ปู้ ว่ ยมารบั การรกั ษาครงั้ นแ้ี ละประวตั อิ นื่ ๆ ทอี่ าจกอ่ ใหเ้ กดิ ปญั หา
ดงั นี้
2.1 การได้รับยาระงับความรู้สึกครั้งสุดท้ายและปัญหา รวมท้ังประวัติของคนในครอบครัวที่มีปัญหา
เกยี่ วกบั การระงบั ความรู้สึก
2.2 ประวัตกิ ารแพย้ าแพ้อาหาร โรคภมู แิ พ้ โรคหดื
2.3 ประวัติการใช้ยาตามแพทย์สั่ง หรือซ้ือรับประทานเอง เพราะยาหลายชนิดมีผลต่อการระงับความ
รู้สึก เช่น steroids ยาละลายลิ่มเลือด ยารักษาความดันโลหิต ยานอนหลับ ยาลดความอ้วน
และยาหยอดตากล่มุ anticholinesterase
2.4 ประวตั ิการสบู บหุ รี่ ดื่มเหล้าหรอื ประวตั กิ ารใชส้ ารเสพตดิ เช่น เฮโรอีน โคเคน แอมเฟตตามีนหรือ
ยาอน่ื ๆ
2.5 ประวัตเิ กย่ี วกับโรคของระบบตา่ งๆ ของรา่ งกาย
2.5.1 ระบบไหลเวยี นเลอื ดและหวั ใจ ซกั ประวตั เิ กยี่ วกบั ประวตั ขิ องภาวะหวั ใจลม้ เหลว โรคกลา้ มเนอ้ื
หวั ใจขาดเลอื ดประวตั กิ ารผา่ ตดั หวั ใจการใสเ่ ครอื่ งกระตนุ้ หวั ใจโรคลน้ิ หวั ใจ โรคความดนั โลหติ สงู
หวั ใจเต้นไม่เป็นจงั หวะ หลอดเลือดแดงอักเสบ
2.5.2 ระบบหายใจ ซักประวตั ิใหค้ รอบคลุมถึงโรคปอด เช่น โรคติดเชอื้ ในระบบทางเดินหายใจ เช่น
ไข้ ไอ ปอดอกั เสบ ประวตั โิ รคหืด
2.5.3 ระบบทางเดินอาหาร เช่น ประวัติตาเหลือง ตัวเหลือง ถ่ายอุจจาระ หรืออาเจียนเป็นเลือด
เบ่อื อาหาร นำ้ หนกั ลด
2.5.4 ระบบของเลอื ดแขง็ เปน็ ลม่ิ ซกั ประวตั เิ กย่ี วกบั ภาวะเลอื ดจางหรอื มะเรง็ เมด็ เลอื ดขาว ประวตั ิ
เลือดออกงา่ ยหยุดยาก ประวตั ิการได้รบั การถ่ายเลือด

แนวทางการพยาบาลผู้ปว่ ยผา่ ตัดเนอ้ื งอกสมองสำหรับพยาบาลทั่วไป

สถาบันประสาทวทิ ยา ปรบั ปรุงครัง้ ท่ี 1 11

2.5.5 ระบบทางเดนิ ปสั สาวะ ซกั เกย่ี วกับประวัติโรคไต ไตวาย ไตตดิ เช้ือและน่ิวของระบบทางเดนิ
ปสั สาวะ
2.5.6 ระบบประสาทประวัติโรคลมชัก อัมพาต ไมเกรน หรืออาการ tremor การใช้ยา
antidepressant ยาระงบั ประสาท หรือยาระงับอาการชัก
3. ประเมินระบบต่างๆ ของรา่ งกาย ได้แก ่
3.1 ระบบหายใจ อาการแสดงของระบบหายใจถูกอุดกั้น หรือมีการติดเช้ือ เช่น หอบ หายใจเร็ว
ฟังปอดได้ยนิ เสยี งผิดปกติ เชน่ wheeze rhonchi หรือ crepitation ตอ้ งได้รบั การรกั ษาที่ถกู ตอ้ ง
เพอ่ื ลดผลข้างเคียงจากการใหย้ าระงบั ความรู้สึก
3.2 ระบบไหลเวยี นเลอื ดและหวั ใจ มีหัวใจเตน้ ผดิ จงั หวะ หอบ นอนราบไมไ่ ด้ หลอดเลือดท่คี อโปง่ หรือ
แน่นหนา้ อก ความดนั โลหิตต่ำหรือสูง
3.3 ลักษณะท่ัวๆ ไปของร่างกาย เช่น สีซีดบริเวณลิ้น เปลือกตา สีเขียวคล้ำบริเวณริมฝีปากและปลาย
เล็บมอื เล็บเท้า
3.4 กรณีผู้ป่วยแข็งแรง ควรประเมินสัญญาณชีพ และตรวจทางหายใจอย่างละเอียด สำหรับประเมิน
ผู้ป่วยใสท่ อ่ หายใจได้ลำบากหรอื ไม่
3.5 ติดตามผลการตรวจทางห้องปฏบิ ัติการ การตรวจคลนื่ ไฟฟา้ หัวใจ การถ่ายภาพรงั สีทรวงอก
4. การเตรียมผปู้ ว่ ยใหพ้ ร้อม กอ่ นให้ยาระงับความรสู้ ึก ได้แก่ แกไ้ ขภาวะขาดน้ำ ความผดิ ปกตขิ องเกลอื แร่
เตรยี มเลอื ด และใบเซน็ ยนิ ยอมผ่าตดั
5. การบริหารยา ก่อนให้ยาระงับความรู้สึก (premedication) กรณีผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ควรระวังขนาดของยา
ท่ีจะไม่ทำให้ผู้ป่วยหลับมากเกินไปจนทางเดินหายใจอุดตัน หรือระวังยาจะไปกดการหายใจ ทำให้เกิด
คาร์บอนไดออกไซด์คงั่ ในเลอื ดจนเกดิ สมองบวม
6. อธิบายถึงการปฏิบัติตัวก่อนและหลังผ่าตัด การประเมินระดับความเจ็บปวด และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วย/
ญาตซิ กั ถาม

แนวทางการพยาบาลผู้ปว่ ยผ่าตัดเนือ้ งอกสมองสำหรับพยาบาลทัว่ ไป

12 สถาบันประสาทวทิ ยา ปรับปรุงครงั้ ท่ี 1

Appendix 5


พยาบาลประจำหอผปู้ ่วย พยาบาลหอ้ งผ่าตดั และวสิ ญั ญพี ยาบาลดแู ลผู้ปว่ ย

เนอ้ื งอกสมองในวันผา่ ตัด


Pre-operative (day 0) : วันผา่ ตัด
กจิ กรรมการพยาบาล : พยาบาลประจำหอผูป้ ่วย
1. ตรวจสอบปา้ ยข้อมอื ผปู้ ่วย
2. ตรวจสอบเอกสาร การยนิ ยอมผา่ ตดั ใบรายงานผลตา่ งๆ เชน่ การตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร คลนื่ ไฟฟา้ หวั ใจ
และเอกซเรย์พรอ้ มฟลิ ม์ อปุ กรณ์ เวชภณั ฑ์ และยาตามแผนการรักษาไปหอ้ งผ่าตดั
3. ประเมินผ้ปู ว่ ยซำ้ เกี่ยวกับการปฏบิ ตั ิตวั กอ่ นและหลังผ่าตดั
4. ประเมินสภาพผู้ป่วย บนั ทกึ สัญญาณชพี และสัญญาณทางระบบประสาท
5. ดแู ลใหผ้ ปู้ ่วยปสั สาวะกอ่ นไปห้องผา่ ตดั
6. ถอดฟนั ปลอม คอนแทคเลนส์ เครือ่ งประดับ ชดุ ชัน้ ใน และสวมชดุ ผ่าตดั
7. บันทกึ รายงานทางการพยาบาลก่อนสง่ ผู้ป่วยเขา้ ห้องผา่ ตัด
กจิ กรรมการพยาบาล : พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั 12-13
1. การปฏิบตั ิการพยาบาลกอ่ นผ่าตดั
1.1 เตรยี มทมี ห้องผา่ ตัด และวสั ดุอุปกรณ์ เคร่ืองมอื พิเศษต่างๆ ในการทำผา่ ตัดผู้ป่วยแตล่ ะราย
1.2 ประสานงานกบั หอผปู้ ว่ ยและศนู ย์เปล เพ่อื รบั ผูป้ ่วยถกู คน ปลอดภัย และตรงตามกำหนดเวลาผ่าตัด
1.3 รบั ผปู้ ว่ ยทจี่ ะทำผา่ ตดั พรอ้ มตรวจสอบความถกู ตอ้ งของตวั ผปู้ ว่ ย ตำแหนง่ และประเภทการทำผา่ ตดั
ของผลการตรวจทางห้องปฏบิ ตั ิการตา่ งๆ
1.4 ตรวจสอบความสมบรู ณข์ องใบยินยอมผา่ ตัด และความพรอ้ มของเอกสารที่ใช้ในการผา่ ตดั
1.5 เตรียมผิวหนังบริเวณผ่าตัด โดยโกนผม เฉพาะบริเวณท่ีต้องทำผ่าตัดควรใช้เคร่ืองโกนผมชนิด
คลปิ ไฟฟ้า (Surgical clipper)
1.6 เตรียมผิวหนังบริเวณผ่าตัด โดยโกนผมเฉพาะบริเวณที่ต้องขนถ้าไม่จำเป็น กรณีจำเป็น ควรใช้
เครอ่ื งโกนขนชนดิ คลปิ ไฟฟ้าและโกนในหอ้ งเตรยี มกอ่ นผา่ ตัดใกลเ้ วลาผ่าตัดมากท่ีสุด
1.7 ตรวจสอบของมคี า่ ทตี่ ิดมากบั ตวั ผ้ปู ว่ ย อปุ กรณท์ ตี่ ิดตวั ผปู้ ว่ ย รวมทง้ั เวชภัณฑ์ยาตามแผนการรกั ษา
2. การปฏิบัติการพยาบาลในห้องผา่ ตัดและขณะผ่าตัด
2.1 ควบคุมอุณหภูมิในหอ้ งผา่ ตัดใหไ้ ด้ 20–25 องศาเซลเซียส ความชน้ื สมั พทั ธ์ 50–55 เปอร์เซ็นต1์
2.2 หอ้ งผ่าตัดควรมีความดนั เป็นบวก (Positive pressure) ประตูปดิ เสมอและจำกัดบุคลากรเข้า-ออก
2.3 เตรียมเคร่ืองมือให้พร้อมในการผ่าตัด ตรวจสอบ ตรวจนับ และรับรองเคร่ืองมือ อุปกรณ์เครื่องใช้
ปลอดเช้ือ

แนวทางการพยาบาลผปู้ ่วยผา่ ตัดเนื้องอกสมองสำหรบั พยาบาลทว่ั ไป

สถาบนั ประสาทวิทยา ปรบั ปรุงครง้ั ที่ 1 13

2.4 ปฏิบตั กิ ารพยาบาลกับผปู้ ว่ ย โดยคำนึงถงึ การพิทกั ษ์สทิ ธขิ์ ณะผ่าตดั 10
2.5 ตรวจสอบผปู้ ่วยใหถ้ ูกคน ถูกขา้ ง ถูกตำแหนง่ ร่วมกบั ศัลยแพทยแ์ ละทีมวิสญั ญ ี
2.6 ประสานและทำงานร่วมกับทีมวิสัญญี ขณะให้ยาระงับความรู้สึกเพ่ือดูแลการเปลี่ยนแปลงด้าน
สรรี วิทยาของผ้ปู ่วย
2.7 สวนปสั สาวะดว้ ยหลักปราศจากเช้อื หลงั จากผปู้ ว่ ยได้รบั ยาระงบั ความร้สู ึก
2.8 ร่วมกับแพทยแ์ ละทีมผ่าตัดในการจัดทา่ ผปู้ ่วย
2.9 เตรยี มผวิ หนังบรเิ วณผ่าตัด และทำความสะอาดด้วยนำ้ ยาฆ่าเชอ้ื ให้เหมาะสมกับตำแหนง่ ทีท่ ำผา่ ตัด
2.10 บคุ ลากรลา้ งมอื ดว้ ยวธิ ี Surgical hand washing พรอ้ มสวมอปุ กรณป์ อ้ งกนั รา่ งกายตามหลกั Sterile
Technique อยา่ งเคร่งครดั
2.11 สง่ เครอ่ื งมือและช่วยเหลอื รอบนอก โดยใชห้ ลัก Sterile Technique
2.12 ดูแลผู้ป่วยขณะผ่าตัดให้อยู่ในภาวะปลอดเชื้อตลอดเวลา และระวังการเกิดภาวะแทรกซ้อนจาก
เครอื่ งจี้ไฟฟ้า
2.13 ประสานงานกบั หน่วยงานอน่ื ๆ เช่น รังสีวทิ ยา พยาธวิ ทิ ยา หอผูป้ ว่ ย
2.14 เก็บสงิ่ ส่งตรวจอยา่ งถูกต้องตามวิธแี ละถกู คน
2.15 ให้ความอบอุ่นร่างกายตลอดการผ่าตัด ทำความสะอาดแผลผ่าตัดและร่างกายหลังเสร็จสิ้น
การผา่ ตัด
2.16 ตรวจนบั เคร่ืองมือ วสั ดอุ ปุ กรณ์ท่ีใชก้ ับผู้ปว่ ยใหค้ รบถ้วนกอ่ นสน้ิ สดุ กระบวนการผา่ ตดั
2.17 เคลอ่ื นย้ายผปู้ ว่ ยจากเตยี งผ่าตัดด้วยความนุม่ นวล ปลอดภัย
3. บนั ทกึ การสญู เสยี เลือด การพยาบาล และภาวะแทรกซ้อนขณะผา่ ตัด
4. ประเมินสภาพผูป้ ่วยหลงั เสร็จสนิ้ การผ่าตดั พร้อมทงั้ ส่งตอ่ ข้อมลู เพ่อื การดแู ลอย่างตอ่ เน่ืองได้แก่
4.1 ขอ้ มลู การผา่ ตดั ระยะเวลาทใ่ี ชใ้ นการผา่ ตดั ชนดิ ของแผล อปุ กรณช์ นดิ ตา่ งๆ ทต่ี ดิ ตวั ผปู้ ว่ ย หลงั เสรจ็
จากการทำผ่าตัด
4.2 ภาวะแทรกซอ้ นท่ีเกิดขึ้นขณะผ่าตดั
4.3 อาการและอาการแสดงทคี่ วรเฝ้าระวังอยา่ งต่อเน่อื ง
5. เคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยความปลอดภัย และส่งต่อผู้ป่วยท่ีหอผู้ป่วยหนักหรือห้องพักฟ้ืน ตามประเมินของ
แพทยผ์ า่ ตดั และวิสัญญีแพทย์
กิจกรรมการพยาบาล : วสิ ัญญพี ยาบาล
การเตรยี มเครอ่ื งมอื และอปุ กรณก์ ่อนการใหย้ าระงบั ความรู้สกึ 14
1. ตรวจสอบเคร่ืองใหย้ าดมสลบให้พร้อมใชง้ าน
2. จัดเตรียม ตรวจสอบเคร่ืองมือและอุปกรณ์ใสท่ อ่ หลอดลมคอ กอ่ นใหย้ าระงบั ความร้สู กึ
2.1 Face mask และ Oropharyngeal airway ขนาดพอเหมาะกับผ้ปู ่วย
2.2 Laryngoscope พร้อมกับ blade (ในผ้ใู หญ่ เบอร์ 3, 4)

แนวทางการพยาบาลผปู้ ว่ ยผ่าตดั เนอ้ื งอกสมองสำหรบั พยาบาลท่วั ไป

14 สถาบนั ประสาทวิทยา ปรับปรุงครั้งท่ี 1

2.3 Endotracheal tube ขนาด internal diameter No.8 สำหรบั ผชู้ าย No. 7.5 สำหรบั ผูห้ ญิงและ
ควรเตรียมขนาดใกล้เคียงสำรองไว้เพื่อใชใ้ นกรณีฉกุ เฉินพร้อมพลาสเตอรส์ ำหรบั ตดิ ทอ่ หลอดลมคอ
ไม่ให้เล่อื นหรือหลุด
2.4 Syringe 10 ซซี ี สำหรับ blow cuff
2.5 Lubricating jelly สำหรบั หลอ่ ลื่นท่อหลอดลมคอ
2.6 Stethoscope สำหรับตรวจสอบท่อหลอดลมคอให้แน่ใจว่าเข้าหลอดลมและลมเข้าปอดเท่ากัน
ท้งั สองขา้ ง
2.7 Stylet สำหรบั กรณที ีใ่ ส่ทอ่ หลอดลมคอลำบาก
2.8 เครื่องดูดเสมหะ
การเตรยี มอุปกรณ์เฝ้าระวังก่อนการให้ยาระงับความรู้สึก15
1. Pulse oximetry วดั คา่ ความอมิ่ ตัวออกซเิ จนของฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง
2. Capnograph วดั คา่ คาร์บอนไดออกไซด์ในลมหายใจออก
3. EKG ประเมินความผดิ ปกตขิ องจงั หวะการเตน้ ของหวั ใจ ภาวะกล้ามเน้ือหวั ใจขาดเลือดและอิเลคโตรไลท์
4. Non Invasive blood pressure วัดความดันเลือดโดยอ้อม และ Invasive blood pressure
วัดความดันเลือดโดยตรง เพอ่ื ทราบการเปล่ยี นแปลงความดันเลอื ดได้ตลอดเวลา
5. Central venous pressure ใชก้ รณี ตอ้ งการตดิ ตามระดบั นำ้ ในรา่ งกายโดยเฉพาะ กอ้ นเนอื้ งอกมขี นาดใหญ่
หรอื คาดวา่ จะมีการเสยี เลือดมาก
6. เครอ่ื งวดั อณุ หภมู กิ าย (core temperature) เพอ่ื ทราบการเปลย่ี นแปลงอณุ หภมู กิ ายของผปู้ ว่ ยขณะผา่ ตดั
7. เครอื่ งเฝา้ ระวังอน่ื ๆ ได้แก่
Gas Monitor บอกความเข้มข้นของยาดมสลบ
Nerve Stimulator สำหรับปรับขนาดยาหยอ่ นกล้ามเนอื้
Precordial Doppler สำหรับเฝา้ ระวงั การเกดิ air emboli ในการผา่ ตัดทา่ นง่ั
Transcranial Doppler สำหรบั เฝ้าระวงั ในผู้ปว่ ยที่มีความเส่ยี งสูงตอ่ ภาวะสมองขาดเลอื ด
การเตรียมยาสลบ
1. ยานำสลบ Thiopental, Propofol, Etomidate ใช้นำสลบได้ทุกตัว จะมีผลลดเมตาบอลิซึมและลด
การใช้ออกซเิ จนของสมอง16
2. ยาดมสลบ
2.1 Isoflurane กรณีใช้ 1 MAC ไมม่ ีผลต่อความดันในกะโหลกศรี ษะ กรณที ใ่ี ชเ้ กนิ 1 MAC จะขยาย
หลอดเลือดในสมอง
2.2 Desflurane 1 MAC จะทำใหค้ วามดนั ในกะโหลกศรี ษะเพม่ิ ขนึ้ ฤทธติ์ อ่ หลอดเลอื ดในสมอง ไมแ่ ตกตา่ ง
จาก Isoflurane
2.3 Sevoflurane กรณีท่ใี ช้ 0.5-1.0 MAC จะไมม่ ีผลต่อความดันในกะโหลกศีรษะ

แนวทางการพยาบาลผ้ปู ว่ ยผา่ ตดั เน้ืองอกสมองสำหรบั พยาบาลทั่วไป

สถาบนั ประสาทวทิ ยา ปรบั ปรงุ ครง้ั ท่ี 1 15

2.4 Halothane พบวา่ ยาออกฤทธิข์ ยายหลอดเลอื ดในสมอง และเพิม่ ความดันในกะโหลกศรี ษะไมน่ ิยม
ใช้ในผูป้ ว่ ยผ่าตัดสมอง
2.5 Nitrous oxide เพ่มิ เมตาบอลซิ ึมและเพ่มิ การใช้ออกซิเจนของสมองเพมิ่ ความดันในกะโหลกศรี ษะ
3. Opioids มผี ลน้อยมากต่อเมตาบอลิซึม การใช้ออกซเิ จนของสมอง และความดนั ในกะโหลกศีรษะ
4. ยาหยอ่ นกล้ามเนือ้ กลมุ่ nondepolarizing ไมม่ ผี ลต่อความดันในกะโหลกศรี ษะ ใชส้ ำหรบั ควบคุมการ
หายใจป้องกันการสะอกึ ไอ ระหวา่ งผ่าตดั
การนำสลบ
1. การนำสลบต้องราบรื่น ไม่สะอึก ไอ ความดันเลือดไม่ลดต่ำหรือสูงมากเกินไประหว่างการนำสลบและ
ใส่ท่อหลอดลมคอ
2. ยานำสลบที่นิยมใช้ คือ thiopental หรือ propofol ใช้ยาหย่อนกล้ามเนื้อกลุ่ม nondepolarizing
สำหรบั ใสท่ อ่ หลอดลมคอ ระหวา่ งนน้ั ตอ้ งทำการชว่ ยหายใจเพม่ิ ไมใ่ หเ้ กดิ ภาวะ hypoxemia hypercarbia
3. การปอ้ งกนั ความดนั โลหติ สงู ขณะใสท่ อ่ ชว่ ยหายใจทำไดห้ ลายวธิ ี เชน่ การใช้ opioids หรอื การฉดี ยานำสลบ
เพ่มิ เตมิ การใหย้ าลดความดนั โลหิตหรอื การให้ lidocaine กอ่ นใสท่ ่อหลอดลมคอ
Airway
1. เน่ืองจากเปน็ การผ่าตดั นานหลายช่ัวโมง และทอ่ หลอดลมคออยหู่ ่างจากวสิ ญั ญี ต้องแนใ่ จวา่ ทอ่ หลอดลม
คอยึดติดแน่นไม่หักงอระหวา่ งผา่ ตัด
2. เมื่อจัดท่าเสรจ็ ต้องตรวจเชค็ ตำแหนง่ ของทอ่ หลอดลมคออีกครัง้ ว่าไมม่ ีการดงึ รงั้
การจัดท่า
1. การจดั ทา่ ทเี่ หมาะสมสามารถปอ้ งกนั ภาวะแทรกซอ้ นทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ได้เชน่ แผลกดทบั อนั ตรายตอ่ เสน้ ประสาท
ส่วนปลายโดยการรองด้วยวัสดุนม่ิ (jelly หรอื ผ้า) ทุกตำแหน่งท่ีเปน็ จุดกดทบั
2. การผา่ ตดั สมองสว่ น supratentorial สว่ นใหญผ่ ปู้ ว่ ยจะนอนหงาย หนา้ ตรงหรอื เอยี งศรี ษะดา้ นใดดา้ นหนง่ึ
ควรระวัง อาจมีการหักพับบริเวณคอมากเกินไป ทำให้เลือดดำกลับสู่หัวใจได้ลำบาก14 สำหรับผู้ป่วยที่มี
ปญั หาเกย่ี วกับหลอดเลือด vertebral การเอียงศีรษะ อาจทำให้เลือดไปเล้ยี งสมองน้อยลง
3. การผา่ ตัดสมองสว่ น infratentorial จะทำผ่าตดั ในท่าควำ่ ตะแคงกึ่งคว่ำ หรอื ท่านงั่
การคงระดับการสลบ
1. สว่ นใหญศ่ ัลยแพทย์จะทำการยดึ ศรี ษะด้วยMayfield ซ่งึ เปน็ การกระตนุ้ ทร่ี ุนแรง ผปู้ ว่ ยจะมีชีพจรเต้นเรว็
และความดนั โลหิตสูง จงึ ควรใหย้ าเพม่ิ ในระยะน้ี
2. การลงมีดและการเอากะโหลกศีรษะออก ก่อให้เกิดความเจ็บปวด ซึ่งสามารถทำให้น้อยลงด้วยการ
ฉีดยาชาเฉพาะท่ี ซึ่งนิยมใช้ชนิดท่ีมี epinephine ผสม เพ่ือลดการเสียเลือดหลังจากเอากะโหลกศีรษะ
ออก
3. เมอื่ ผา่ ตดั เขา้ สเู่ นอื้ สมองผปู้ ว่ ยจะไมร่ สู้ กึ เจบ็ มาก จงึ สามารถลดปรมิ าณยาทใี่ หแ้ กผ่ ปู้ ว่ ยได้ สง่ิ สำคญั ทว่ี สิ ญั ญี
ต้องระวังก่อนการเปิดเย่ือหุ้มสมอง คือ การควบคุมความดันในกะโหลกศีรษะ เพ่ือป้องกันเนื้อสมองย่ืน
ออกมาตามรอยกรีด ทำให้เซลล์สมองเกิดอันตรายได้
4. การคงระดับการสลบจะใช้ O2 + Air ร่วมกับยาดมสลบ หรือ total intravenous anaesthesia และ

แนวทางการพยาบาลผูป้ ว่ ยผา่ ตัดเนื้องอกสมองสำหรับพยาบาลทว่ั ไป

16 สถาบันประสาทวิทยา ปรับปรงุ คร้ังที่ 1

ใชย้ าหย่อนกล้ามเน้อื เพือ่ ปอ้ งกันอาการสะอึก ไอ และลดความดนั ในช่องอกทำใหเ้ ลอื ดดำไหลกลบั ไดด้ ี
5. ยาระงับปวด นิยมใช้ ทมี่ ีฤทธสิ์ น้ั เช่น fentanyl เพ่ือตอ้ งการใหผ้ ้ปู ่วยต่ืนดเี ม่ือเสรจ็ การผา่ ตดั และสามารถ
ประเมนิ อาการทางระบบประสาท
6. ยาอน่ื ๆ ทอ่ี าจต้องใหร้ ะหว่างการผา่ ตดั ไดแ้ ก่
6.1 Mannitol หยดเข้าหลอดเลือดดำ จะมีผลเพ่ิมปริมาณสารน้ำในหลอดเลือดในช่วงแรก จากนั้นจึง
ขบั ปสั สาวะในเวลาต่อมา
6.2 Phenytoin ใช้ป้องกันอาการชัก หยดยาเข้าหลอดเลือดดำ ระวังภาวะความดันโลหิตต่ำ หัวใจ
เตน้ ผดิ จังหวะ
6.3 Steroid ในผูป้ ่วยทีเ่ คยไดร้ ับยามากอ่ น อาจมปี ัญหาการขาด steroid ระหวา่ งผ่าตดั ได้
7. สารนำ้ ทใี่ ช้ระหว่างผ่าตดั ควรใชส้ ารนำ้ isotonic หลกี เลีย่ งชนดิ ทมี่ กี ลูโคสเพราะภาวะนำ้ ตาลใน เลือดสูง
จะทำให้สมองท่ขี าดเลอื ด เกดิ ภาวะ lactic acidosisได้งา่ ย
8. ความดันโลหิต ต้องควบคุมให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะความดันโลหิตต่ำ ทำให้สมองขาดเลือดความดัน
โลหติ สูง ทำใหห้ ลอดเลอื ดในสมองแตกและเลอื ดออกมากระหวา่ งผ่าตดั
9. การรกั ษาอณุ หภมู กิ าย ควรใหอ้ ยใู่ นเกณฑป์ กตหิ รอื ตำ่ กวา่ เลก็ นอ้ ย อณุ หภมู กิ ายทตี่ ำ่ จะลดการใชอ้ อกซเิ จน
ของสมองมผี ลปกปอ้ งสมอง (cerebral protection)
ระยะสนิ้ สุดการผา่ ตัด
ต้องทำให้นุ่มนวลทีส่ ุด ปอ้ งกนั ไม่ให้มีการไอหรอื เบ่ง
1. ผู้ป่วยที่ถอดท่อหลอดลมคอได้ จะแก้ฤทธ์ิยาหย่อนกล้ามเนื้อ และถอดท่อหลอดลมคอเม่ือผู้ป่วยสามารถ
หายใจเองได้เพียงพอ มรี เี ฟล็กซ์กลบั มา
2. ผปู้ ว่ ยทตี่ อ้ งพจิ ารณาชว่ ยหายใจตอ่ ไดแ้ ก่ ผปู้ ว่ ยทไี่ มร่ สู้ กึ ตวั กอ่ นผา่ ตดั สมองบวมระหวา่ งผา่ ตดั ขณะผา่ ตดั
อาจมีการทำลายศูนย์ควบคุมการหายใจหรือเส้นประสาทสมอง ซ่ึงจะมีผลต่อการหายใจและรีเฟล็กซ์
ปอ้ งกันการสำลัก ผู้ป่วยกล่มุ นี้จะให้ยาสลบและยาหย่อนกลา้ มเนอื้ ไปจนสิ้นสุดการผ่าตดั
3. ปจั จยั ทที่ ำใหผ้ ปู้ ว่ ยฟน้ื ชา้ ไดแ้ ก่ ยาสลบยงั คา้ งอยมู่ าก ภาวะขาดออกซเิ จน คารบ์ อนไดออกไซดค์ งั่ อณุ หภมู ิ
ต่ำกวา่ 35.5 องศาเซลเซียส ความผดิ ปกติของเกลือแร่ และระบบไหลเวียนเลอื ดไมค่ งท ่ี
การดูแลผู้ปว่ ยในห้องพกั ฟน้ื (Post Anasthetic Care Unit)
1. จัดเตรียมอุปกรณแ์ ละเคร่อื งมือ เช่น อปุ กรณ์ในการใหอ้ อกซิเจน เครอื่ งเฝา้ ระวงั เครอ่ื งดดู เสมหะ เปน็ ตน้
2. รับทราบขอ้ มลู ของผู้ป่วย เชน่ ช่อื นามสกลุ อาการผปู้ ว่ ยก่อนใหย้ าระงบั ความรูส้ กึ การผ่าตัด และการ
ตรวจพบภาวะแทรกซอ้ นระหว่างผา่ ตัด การประมาณการเสียเลือด การทดแทนสารน้ำและเลอื ด จำนวน
และชนดิ ของทอ่ ระบายทอ่ี อกจากแผลผ่าตดั
3. เกณฑแ์ สดงการฟื้นตัวจากยาระงับความร้สู กึ กอ่ นส่งผ้ปู ว่ ยจากห้องพกั ฟื้นกลบั หอผูป้ ่วย Postanesthetic
Recovery Score

แนวทางการพยาบาลผูป้ ่วยผา่ ตัดเน้อื งอกสมองสำหรับพยาบาลทัว่ ไป

สถาบันประสาทวทิ ยา ปรบั ปรงุ ครง้ั ท่ี 1 17

3.1 กำลงั ของกล้ามเนอ้ื (Activity)
2 = ขยับแขนหรือขาได้เองหรอื ตามคำสัง่ หรอื เหมอื นกอ่ นผ่าตดั
1 = ขยบั แขนหรอื ขาได้เองหรือตามคำสั่ง
0 = ไมส่ ามารถเคลอ่ื นไหวไดเ้ ลย
3.2 การหายใจ (Respiration)
2 = หายใจไดล้ กึ เพียงพอและไอไดม้ ปี ระสทิ ธภิ าพ
1 = เหนอื่ ย หายใจต้ืน หายใจไดอ้ ยา่ งจำกดั
0 = หยุดหายใจ
3.3 ความดนั โลหิต (Circulation)
2 = สูงหรือต่ำไมเ่ กิน 20 มม.ปรอทของค่าก่อนผ่าตดั
1 = สูงหรือตำ่ ลงอย่ใู นช่วง 20-50 มม.ปรอทของค่ากอ่ นผา่ ตัด
0 = สงู หรอื ต่ำลงมากกวา่ 50 มม.ปรอทของคา่ ก่อนผ่าตัด
3.4 สตสิ มั ปชัญญะ (Consciousness)
2 = ตืน่ ดี
1 = ปลกุ ต่ืน เรียกลืมตา
0 = ไมต่ อบสนอง
3.5 ความเข้มข้นของออกซเิ จนในเลือด (Oxygen saturation)
2 = ความเขม้ ขน้ ของออกซิเจนในเลอื ดน้อยกว่า 92% เมือ่ หายใจอากาศธรรมดา
1 = ต้องให้ออกซิเจนความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือดมากกวา่ 90%
0 = ความเข้มข้นของออกซิเจนในเลอื ดนอ้ ยกวา่ 92% ถงึ แมไ้ ด้รับออกซเิ จน
4. ประเมินความเจ็บปวด และให้ยาแกป้ วด ตามแผนการรกั ษาของวสิ ญั ญีแพทย์
การวดั ความรนุ แรงของการปวด17
เนอ่ื งจากความปวดเปน็ ความรสู้ กึ เฉพาะของแต่ละบุคคล ดังนน้ั ระดบั ความรุนแรงของความปวดทีผ่ ู้ปว่ ยบอก
จะเปน็ ส่งิ เชอ่ื ถือได้ดีทสี่ ุด (gold standard)
การวัดความปวดโดยอาศัยเครื่องมอื
เคร่อื งมอื สำหรับผู้ใหญ่
เหมาะทจี่ ะใหผ้ ู้ปว่ ยรายงานความปวดด้วยตนเอง เครอ่ื งมอื ที่นยิ มใช้คือ rating scales มีหลายชนดิ ดงั น้ี
4.1 Categorical scales
โดยใช้คำอธิบายระดับความรุนแรงของอาการปวด หรือเรียกว่า Verbal rating scale (VRS) เป็นการ
ประเมินโดยแบ่งระดบั ความรนุ แรงออกเปน็ 4 ระดับ ให้ผู้ปว่ ยเลอื กระดับความรุนแรงของความปวดท่ตี รงกบั ตนเอง

แนวทางการพยาบาลผปู้ ว่ ยผา่ ตัดเนอื้ งอกสมองสำหรบั พยาบาลทว่ั ไป

18 สถาบนั ประสาทวิทยา ปรับปรุงครั้งท่ี 1

ระดับความปวด คา่ คะแนน
ปวดมากทส่ี ดุ 3
ปวดปานกลาง 2
ปวดเล็กนอ้ ย 1
ไมป่ วดเลย 0

วิธีน้ีมีข้อดีคือ การประเมินทำได้ง่าย รวดเร็ว ข้อเสียคือตัวเลขมีน้อยทำให้ผู้ป่วยถูกจำกัดในการเลือก
ซงึ่ อาจไมต่ รงกับระดับความปวดของผู้ป่วยในขณะน้นั
4.2 Visual analogue scale (VAS)
เป็นการใช้เส้นตรงความยาว 10 เซนติเมตร จุดเร่ิมด้านซ้ายมือสุด หมายถึงไม่ปวดเลย (0 คะแนน)
จุดสิ้นสุดด้านขวามือสุด หมายถึงอาการปวดที่รุนแรงท่ีสุด (คะแนน 10) ให้ผู้ป่วยเลือกทำเคร่ืองหมายบนเส้นตรง
ตรงตำแหนง่ ทีค่ ิดว่าเปน็ ระดับการปวดของตนเอง
วิธีนม้ี ขี อ้ ดี ใชง้ ่าย ประเมนิ ไดร้ วดเร็ว มีประสิทธิภาพสงู

ไมป่ วดเลย ปวดรนุ แรงทส่ี ุด

4.3 Verbal numerical rating scale (NRS)
วิธีน้ีใช้ตัวเลข (0-10 หรือ 0-100) โดยให้การประเมินความปวด 0 หมายถึงไม่ปวดเลย และ 10(100)
หมายถึง ปวดมากทสี่ ุดเทา่ ทีจ่ ะคิดได้วิธนี ีใ้ ชง้ า่ ย ทำได้รวดเรว็
กรณกี ารวดั ความรนุ แรงของความปวด ไมส่ ามารถวดั ไดด้ ว้ ยวธิ กี ารดงั กลา่ วมาแลว้ ใหใ้ ชก้ ารวดั ความปวดดว้ ย
The FLACC Behavioral Pain Scale ซึ่งสามารถใช้บอกระดับความปวดของผู้ป่วยท่ีไม่สามารถบอกเป็นคะแนน
ปวดด้วยตนเองได้ ประกอบดว้ ย 5 ส่วน ได้แก่ การประเมนิ การแสดงออกทางใบหน้า การขยบั ของขา การเคลือ่ นไหว
การร้องไห้ และการตอบสนองตอ่ การปลอบโยน ซ่ึงแต่ละสว่ น มคี ะแนน 0-2 รวมทัง้ หมด 10 คะแนน

ตารางท่ี 1 The FLACC Behavioral Pain Scale

Categories Definition Scoring
สีหน้า (Face) เฉย ไมย่ มิ้ 0
หนา้ ตาเบะ หรอื ขมวดค้วิ ถอยหนี ไมส่ นใจสงิ่ แวดล้อมเปน็ บางครง้ั 1
ขา (Legs) คางส่ัน กดั ฟนั แน่น เป็นบอ่ ยๆ หรือตลอดเวลา 2
อยใู่ นทา่ ปกติ หรอื ทา่ สบายๆ 0
อยู่ในทา่ ไมส่ บาย กระสับกระสา่ ย เกรง็ 1
เตะหรอื งอขาขึ้น 2

แนวทางการพยาบาลผ้ปู ว่ ยผา่ ตัดเนื้องอกสมองสำหรบั พยาบาลทวั่ ไป

สถาบนั ประสาทวิทยา ปรบั ปรงุ ครัง้ ที่ 1 19

ตารางท่ี 1 The FLACC Behavioral Pain Scale (ต่อ)

Categories Definition Scoring
การเคลอ่ื นไหว นอนเงยี บๆ ทา่ ปกติ เคลือ่ นไหวสบายๆ 0
บิดตัวไปมา แอ่นหน้าแอ่นหลัง เกรง็ 1
(Activity) ตัวงอ เกร็งจนตัวแขง็ หรือส่นั กระตกุ 2
รอ้ งไห้ (Cry) ไมร่ ้อง ตืน่ หรอื หลับกไ็ ด้ 0
ครางฮือๆ หรอื ครางเบาๆ บ่นเปน็ บางครง้ั 1
การตอบสนองตอ่
รอ้ งไห้ตลอด หวดี รอ้ ง สะอึกสะอน้ื บ่นบอ่ ยๆ 2
การปลอบโยน
เชื่อฟังดๆี สบายๆ 0
(Consolability) สามารถปลอบโยนด้วยการสัมผัส โอบกอด พูดคุยด้วย เพ่ือดึงดูด 1
ความสนใจเปน็ ระยะๆ
ยากทจี่ ะปลอบโยนหรือทำให้สบาย 2

การประเมินความปวดจากการสงั เกตพฤติกรรมของผ้ปู ว่ ย (Behavioral Pain Assessment Scale) สำหรบั
ผปู้ ่วยทไ่ี มส่ ามารถบอกระดับความปวดได้ดว้ ยตนเองใชก้ ารสงั เกตทางคลนิ ิก ใหเ้ ป็นคะแนน 0-10

Categories 0 1 2

สหี น้า สีหนา้ ผ่อนคลาย หนา้ นว่ิ ควิ้ ขมวด หนา้ ยยู่ ี่ หน้านิ่วคิ้วขมวดตลอดเวลา
(Face) กดั ฟนั แนน่

ความกระวนกระวาย เงียบ ผอ่ นคลาย กระวนกระวาย กระวนกระวายตลอดเวลา

(Restlessness) เคลอ่ื นไหวปกต ิ กระสบั กระสา่ ยเปน็ บางครง้ั เคลอ่ื นไหวแขนขาและ
ศีรษะ


ความตึงตัวของ ความตึงตัวของกล้ามเนื้อ เพ่ิมความตึงตัวของกล้าม เกร็ง กล้ามเน้อื แข็ง

กลา้ มเนื้อ* ปกติผ่อนคลาย เน้อื งอน้วิ มือ น้ิวเทา้

(Muscle tone)

การสง่ เสยี ง **
ไมส่ ง่ เสียงผิดปกต
ิ รอ้ งครวญครางเป็น
ร้องครวญครางตลอดเวลา

(Vocalization)
บางครง้ั


การปลอบโยน
สบายใจ
ผ่อนคลายโดยการสัมผัส ไมส่ ามารถผ่อนคลายเลย

(Consolability)
ผ่อนคลาย
และพูดคุยดึงความสนใจไป โดยการสัมผสั และพูดคุย

จากความปวดได


* การประเมนิ ความตงึ ตวั ของกลา้ มเนอื้ ในผปู้ ว่ ยทม่ี ปี ญั หาไขสนั หลงั ใหท้ ำเหนอื ระดบั ทม่ี กี ารบาดเจบ็ ประเมนิ ผปู้ ว่ ยอมั พาตครงึ่ ซกี ดา้ นทไี่ มเ่ ปน็ โรค

** ไม่สามารถประเมินการส่งเสยี งในผปู้ ่วยท่มี กี ารชว่ ยหายใจ


แนวทางการพยาบาลผปู้ ว่ ยผ่าตดั เนื้องอกสมองสำหรับพยาบาลทั่วไป

20 สถาบันประสาทวิทยา ปรบั ปรงุ คร้ังที่ 1

การประเมินระดับการง่วงซมึ (Sedation score)
Definition
Sedation score ลกั ษณะผปู้ ว่ ย
รสู้ ึกตวั ด


งว่ งเลก็ นอ้ ย

หลบั แต่ปลกุ ต่ืนดว้ ยเสยี งหรอื สัมผสั

Categories หลบั ลกึ ปลกุ ไม่ต่ืน
0

1

2

3


เกณฑ์การจำหน่ายผูป้ ว่ ยออกจากหอ้ งพักฟ้นื
สามารถจำหน่ายผปู้ ว่ ยออกจากห้องพกั ฟื้นกลับหอผปู้ ว่ ยไดเ้ มอ่ื ปลุกตน่ื งา่ ย รู้สกึ ตวั ดี การหายใจและ Airway
reflex เปน็ ปกติ สญั ญาณชพี เปน็ ปกตอิ ยา่ งนอ้ ย 15-30 นาทไี มม่ ภี าวะแทรกซอ้ นจากการผ่าตัด เช่น เลอื ดออกมาก
การเคลอ่ื นยา้ ยผ้ปู ่วย ประสานพยาบาลหอผปู้ ว่ ยและพนกั งานเปล เพ่อื เตรยี มพร้อมรบั ผ้ปู ว่ ย
1. การเคล่ือนยา้ ย วสิ ัญญีพยาบาลไปกับผูป้ ่วยควรมเี คร่ืองเฝา้ ระวัง เช่น เครอ่ื งวัดความอม่ิ ตัวของออกซิเจน
เครื่องวัดปรมิ าณคาร์บอนไดออกไซด์ในลมหายใจออก
2. วิสัญญีพยาบาลส่งต่อข้อมูลกับพยาบาลหอผู้ป่วย ดังน้ี ชื่อ-นามสกุลของผู้ป่วย อาการผู้ป่วย ก่อนให้ยา
ระงับความรู้สึก การผ่าตัดและการตรวจพบภาวะแทรกซ้อนระหว่างผ่าตัด เช่น ภาวะสมองบวม การ
ประมาณการเสยี เลือด การทดแทนสารนำ้ และเลอื ด จำนวนและชนิดของทอ่ ระบายทอี่ อกจากแผลผา่ ตดั
ปรมิ าณยาระงับปวดขณะผา่ ตัด

แนวทางการพยาบาลผ้ปู ว่ ยผา่ ตัดเนอื้ งอกสมองสำหรับพยาบาลทวั่ ไป

สถาบันประสาทวทิ ยา ปรบั ปรุงครั้งที่ 1 21

Appendix 6


พยาบาลหอผปู้ ่วยหนักศัลยกรรม/ผปู้ ่วยศัลยกรรม ดูแลผ้ปู ่วยเน้ืองอกสมองหลงั ผ่าตัด (Postoperative
day 0,1,2,3.....)
การพยาบาลหลังผา่ ตดั วันที่ 0-3
1. ประเมินสภาพผู้ปว่ ย (assessment)18
1.1 อาการและอาการแสดงของภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสงู
1.2 อาการและอาการแสดงของภาวะพร่องออกซเิ จนในรา่ งกาย
1.3 ภาวะช็อคจากการเสียเลือด
1.4 ภาวะสมดลุ ของน้ำ และเกลอื แร่
1.5 อาการชัก เกรง็ กระตุก
1.6 แผลผา่ ตดั ทอ่ ระบาย และความปวด
1.7 อาการแสดงการติดเชื้อในระบบต่างๆ
1.8 การกลืน
1.9 การเกดิ แผลทีก่ ระจกตา
1.10 แผลกดทบั
1.11 ความวิตกกังวลของผ้ปู ่วย
2. การบำบดั ทางการพยาบาล (nursing interventions)19
2.1 กจิ กรรมการพยาบาลในการป้องกนั ภาวะความดนั ในกะโหลกศีรษะสูง
2.1.1 จัดท่านอนใหศ้ ีรษะสูง 30 องศา ลำคอตรง สะโพกไม่งอมากกว่า 90 องศา
2.1.2 ตรวจสอบและบันทึกสัญญาณชีพและอาการทางระบบประสาท ทุก 15 นาที 4 ครั้ง
ทกุ 30 นาที 2 ครัง้ และทุก 1 ชัว่ โมง ตามสภาพอาการของผูป้ ว่ ยจนกระทัง่ เข้าส่สู ภาวะปกติ หากพบความผดิ ปกติ
ให้รายงานแพทย์
2.1.3 สังเกตอาการและอาการแสดงของภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง และรายงานแพทย์
เม่ือพบอาการดังต่อไปนี้
- ปวดศีรษะ ตาพรา่ มัว อาเจยี นพุ่งโดยไม่มอี าการคลื่นไสน้ ำ
- systolic blood pressure จะสงู ขน้ึ และ diastolic blood pressureจะตำ่ ลงเลก็ น้อย
ไม่ได้สัดส่วนกับ systolic blood pressure ที่เพิ่มข้ึน แต่ อัตราการหายใจเริ่มเปล่ียนแปลงและไม่สม่ำเสมอ
(ภาคผนวกที่ 3) ระดบั ความรู้สกึ ตัวลดลงมากกว่าหรือเทา่ กับ 2 คะแนน
- ค่าความดนั ในกะโหลกศีรษะมากกวา่ 20 มลิ ลเิ มตรปรอท

แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดเนอื้ งอกสมองสำหรับพยาบาลทัว่ ไป

22 สถาบันประสาทวทิ ยา ปรบั ปรุงครงั้ ท่ี 1

2.1.4 ประเมนิ ความปวด พรอ้ มบรหิ ารจัดการใหผ้ ู้ป่วยสุขสบาย
2.1.5 ดแู ลแผลผา่ ตดั และทอ่ ระบายใหไ้ หลสะดวก ไมด่ งึ รงั้ พรอ้ มทงั้ ลงบนั ทกึ ลกั ษณะสี และจำนวน
กรณขี วดรองรบั ไม่เปน็ สญุ ญากาศ ใหร้ ายงานแพทย์
2.1.6 ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาและสารน้ำทางหลอดเลือดดำตามแผนการรักษาและสังเกตอาการ
ขา้ งเคยี ง ถา้ ผดิ ปกตใิ หร้ ายงานแพทยท์ นั ที และลงบนั ทึกอยา่ งตอ่ เนื่อง
2.2 กิจกรรมการพยาบาลในการป้องกนั การอุดก้ันทางเดินหายใจ
2.2.1 ดูแลทางเดินหายใจให้โล่ง ให้ได้รับออกซิเจนตามแผนการรักษา และวัดระดับความอิ่มตัว
ของออกซเิ จนในเลอื ด ให้อย่ใู นระดับมากกวา่ หรือ เทา่ กบั 95% ทกุ 15 นาที 4 คร้ัง ทุก 30 นาที 2 ครงั้ และทุก
1 ชั่วโมง ตามสภาพอาการของผ้ปู ว่ ยจนกระทั่งเข้าสสู่ ภาวะปกติ
2.2.2 สังเกตและประเมินลักษณะการหายใจ การขยายตัวของทรวงอก และฟังเสียงลมเข้าปอด
ทัง้ สองขา้ ง ถา้ หายใจเร็วมากกว่า 24 ครัง้ ตอ่ นาที กระสับกระสา่ ย เหง่ือออก ริมฝีปากปลายมอื ปลายเท้าเขียวคลำ้
รายงานแพทย์
2.2.3 ผู้ป่วยใช้เคร่ืองช่วยหายใจ ดูแลให้ปลอดภัยจากภาวะแทรกซ้อน และปฏิบัติตามแนวทาง
การดแู ลผู้ปว่ ยใชเ้ คร่ืองชว่ ยหายใจ
2.2.4 ผู้ป่วยใสท่ ่อหลอดลมคอ ใหป้ ฏบิ ัติตามแนวทางการดูดเสมหะทางท่อหลอดลมคอ
2.2.5 ติดตามผล Arterial Blood gas และรายงานแพทย์
2.3 กิจกรรมการพยาบาลในการป้องกันภาวะชอ็ คจากการเสยี เลือด
2.3.1 ประเมินแผลผา่ ตดั และบันทึกจำนวนเลอื ดทอี่ อกจากทอ่ ระบาย ถ้าออกมากกว่าหรอื เท่ากบั
200 ซี.ซ.ี ตอ่ ชวั่ โมง ใหเ้ จาะ Hematocrit พรอ้ มรายงานแพทย์
2.3.2 ตรวจวดั และบนั ทกึ สญั ญาณชพี ทกุ 15 นาที 4 คร้งั ทกุ 30 นาที 2 ครั้ง และทุก 1 ชั่วโมง
จนกว่าอาการผู้ป่วยจะคงที่
2.3.3 รายงานแพทยท์ ันที เม่ือพบ
- ความดันโลหิตน้อยกว่า 90/60 มิลลิเมตรปรอท ชพี จรมากกว่า 100 ครง้ั ตอ่ นาที
- ผลการตรวจความเข้มข้นของเลือดนอ้ ยกวา่ 30% หรอื ลดลงจากเดิม 3%
- ผปู้ ่วยมอี าการเหงอื่ ออกตวั เยน็
- ปสั สาวะออกนอ้ ยกว่า 0.5 ซีซ/ี ก.ก./ชั่วโมง
- CVP นอ้ ยกวา่ 8 เซนตเิ มตรนำ้
2.3.4 ดแู ลให้ไดร้ ับสารน้ำทางหลอดเลือดดำ พรอ้ มบันทกึ จำนวนสารนำ้ ท่เี ขา้ และออกจากร่างกาย
ทกุ 1 ช่ัวโมง ทกุ 8 ชัว่ โมง และทุก 24 ชัว่ โมง
2.4 การพยาบาลเพื่อใหผ้ ปู้ ว่ ยคงภาวะสมดลุ ของน้ำ และเกลือแร่
2.4.1 ดูแลใหไ้ ด้รบั สารน้ำและเกลอื แรต่ ามแผนการรกั ษา
2.4.2 ประเมินอาการท่บี ง่ บอกถงึ ภาวะโปแตสเซยี มผิดปกติ
- ภาวะโปแตสเซยี่ มตำ่ (< 3.5 mEq/L) ไดแ้ ก่ หวั ใจเตน้ เรว็ ถา้ ไมไ่ ดร้ บั การแกไ้ ข หวั ใจหยดุ เตน้

แนวทางการพยาบาลผปู้ ว่ ยผ่าตดั เน้อื งอกสมองสำหรบั พยาบาลทว่ั ไป

สถาบันประสาทวิทยา ปรับปรงุ ครั้งท่ี 1 23

กลา้ มเนอ้ื อ่อนแรง เบอ่ื อาหาร ทอ้ งอดื ทอ้ งผกู เกิดภาวะดา่ งในร่างกาย (alkalosis) การแลกเปลี่ยนก๊าซในปอดลดลง
สมองถูกกด ความจำเสอ่ื ม
- ภาวะโปแตสเซย่ี มสงู (>5 mEq/L) ไดแ้ ก่ แนน่ หนา้ อก ชพี จรเตน้ ชา้ คลืน่ หัวใจผดิ ปกติ
ปวดท้อง ท้องอืด ท้องเดิน กระสับกระสา่ ย กลา้ มเนอ้ื อ่อนแรง เปน็ อัมพาต
2.4.3 ประเมินอาการทบี่ ง่ บอกถงึ ภาวะโซเดียมผดิ ปกติ
- ภาวะโซเดียมตำ่ (125 mEq/L) ได้แก่ ออ่ นเพลีย ไม่มีแรง
(115-120 mEq/L) ได้แก่ อ่อนเพลยี มาก เวียนศรี ษะ ความดันโลหติ ตำ่ ชีพจรเต้นมากกว่า
100 ครัง้ ตอ่ นาที กระหายน้ำ เปน็ ตะคริว อาเจยี น
(110-115 mEq/L) ได้แก่ มีอาการเพ้อ กระสับกระส่าย ไม่รู้สึกตัว ความดันโลหิตต่ำ
ชพี จรเตน้ ชา้ ปัสสาวะออกน้อย เหงื่ออกมาก มือเท้าเย็น (ภาวะชอ็ ค)
- ภาวะโซเดียมสูง (>148 mEq/L) ได้แก่ กระหายน้ำ ซึม หมดสติ ความดันโลหิตสูง
หัวใจลม้ เหลว
2.4.4 บันทึกจำนวนลักษณะสีของปัสสาวะทุกชั่วโมง ถ้ามีจำนวนมากกว่า 200 ซี.ซี. ต่อช่ัวโมง
ตดิ ต่อกนั 2 ช่วั โมง สใี ส และค่าความถว่ งจำเพาะ < 1.005 แสดงถึงภาวะเบาจดื ตดิ ตามผลอิเลคโตรไลท์ตามแผน
การรักษา และรายงานแพทย์
2.4.5 ประเมินภาวะ Salt Wasting และ SIADH จากจำนวนปัสสาวะและผลการตรวจทาง
หอ้ งปฎบิ ตั กิ ารพรอ้ มท้ังรายงานแพทย์
2.5 กิจกรรมพยาบาลในการปอ้ งกนั อนั ตรายและเม่ือเกดิ การชกั เกรง็ กระตุก
2.5.1 เตรยี มอปุ กรณ์สำหรบั ดแู ลชว่ ยเหลือผู้ปว่ ย ไดแ้ ก่ เคร่อื งดดู เสมหะ ออกซิเจน
2.5.2 กรณที ผี่ ปู้ ว่ ยชกั จดั ทา่ ใหผ้ ปู้ ว่ ยนอนตะแคงหนา้ ไปดา้ นทไ่ี มม่ แี ผลผา่ ตดั ดแู ลทางเดนิ หายใจใหโ้ ลง่
ไดร้ ับออกซิเจนอย่างเพยี งพอ ยกที่กั้นเตยี งขนึ้ ใช้หมอนกั้นเพือ่ ปอ้ งกนั การบาดเจ็บของรา่ งกาย ไมง่ ดั ขากรรไกรและ
ใสส่ ิ่งของในปาก ไม่ผกู ยึด สงั เกตและบนั ทึกลกั ษณะการชัก ระยะเวลา ความถ่ี ระดบั ความรสู้ ึกตวั รายงานแพทย ์
2.5.3 ตรวจวดั และบันทึกสัญญาณชพี และอาการทางระบบประสาท
2.5.4 ดแู ลใหผ้ ู้ปว่ ยไดร้ บั ยากันชักตามแผนการรักษาและสงั เกตอาการข้างเคยี งของยา
2.5.5 ภายหลงั ใหก้ ารพยาบาลทุกครงั้ ยกทีก่ ้นั เตยี งขึ้นทัง้ 2 ข้าง เพื่อปอ้ งกันการตกเตยี ง
2.5.6 ดแู ลจดั สงิ่ แวดลอ้ มใหผ้ ปู้ ว่ ยไดร้ บั การพกั ผอ่ นอยา่ งเพยี งพอ ปราศจากสง่ิ กระตนุ้ และปลอดภยั
จากอบุ ัตเิ หต1ุ 9
2.5.7 ติดตามผลระดบั ยากนั ชักตามแผนการรกั ษาและรายงานแพทย์
2.6 กจิ กรรมการพยาบาลในการบรรเทาความปวด
2.6.1 จัดใหผ้ ้ปู ว่ ยนอนในท่าทีส่ ขุ สบาย ไขหวั เตยี งสูง 15-30 องศา เพือ่ ลดแรงดันในกะโหลกศรี ษะ
และดูแลไม่ให้นอนทับแผลผ่าตดั หรือเกิดการดงึ รงั้ สายท่อระบาย
2.6.2 ประเมินความปวดแผลผ่าตัด โดยใช้ Pain scale ทุก 4-6 ช่ัวโมง และหลังการได้รับการ
จดั การความปวด ดูแลประคบเยน็ บรเิ วณแผลผ่าตัดตามแผนการรกั ษา

แนวทางการพยาบาลผ้ปู ่วยผา่ ตัดเน้อื งอกสมองสำหรบั พยาบาลทวั่ ไป

24 สถาบันประสาทวิทยา ปรับปรงุ ครัง้ ที่ 1

2.6.3 ดแู ลให้ผ้ปู ว่ ยไดร้ ับยาแก้ปวดตามแผนการรกั ษา และสังเกตอาการขา้ งเคียงของยา
2.6.4 ดูแลสงิ่ แวดลอ้ ม จัดเวลาเย่ยี มใหเ้ หมาะสมกับเวลาพักผ่อนและความต้องการของผ้ปู ว่ ย
2.7 กจิ กรรมการพยาบาลในการปอ้ งกนั การตดิ เชื้อในระบบต่างๆ
2.7.1 ล้างมือทุกครง้ั กอ่ นและหลังให้การพยาบาล
2.7.2 วัดและบนั ทึกอณุ หภูมิในรา่ งกายทกุ 4 ชว่ั โมง
2.7.3 สงั เกตและบันทกึ ลักษณะปริมาณ สี กล่ินของส่งิ คัดหลง่ั จากแผลผ่าตัดและน้ำไขสนั หลงั
2.7.4 ดูแลให้แผลผ่าตัดและผ้าปิดแผลแห้งสะอาดอยู่เสมอ แต่ถ้าพบแผลมีสิ่งคัดหล่ังซึมมากให้
รายงานแพทย์เพอ่ื เปลี่ยนและทำแผลใหมโ่ ดยยดึ หลักปราศจากเช้อื
2.7.5 ดแู ลใหร้ ะบบการไหลของทอ่ ระบายต่างๆ เป็นระบบปิด และไม่ใหม้ ีการ หัก พับ งอ
2.7.6 สังเกตอาการ และอาการแสดงออกของการติดเชื้อท่ีแผลผ่าตัดบริเวณศีรษะ ได้แก่ ปวด
บวม แดง ร้อน มีสิ่งคดั หล่งั ทผ่ี ิดปกติ เชน่ หนอง น้ำหลอ่ สมอง และไขสันหลงั หากพบออกทางบาดแผล จะเปน็ โอกาส
ใหม้ กี ารตดิ เชอื้ ภายในสมอง
2.7.7 ใหย้ าปฏชิ ีวนะตามแผนการรกั ษา และสงั เกตอาการขา้ งเคียง
2.7.8 ติดตามการรายงานผลการส่งเพาะเช้ือสิ่งคัดหลั่งจากแผล เสมหะ น้ำไขสันหลัง ปัสสาวะ
ตามแผนการรกั ษา
2.8 การป้องกันการเกิดหลอดเลือดดำอกั เสบจากลิ่มเลอื ดอดุ ตัน (ภาคผนวกท่ี 15)
2.9 การพยาบาลป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนจากความผิดปกติจากการกลืนตามแนวทางการปฏิบัติ
การกลืนอย่างปลอดภัย (ภาคผนวกที่ 11)
2.10 การพยาบาลเพ่ือป้องกันการเกดิ แผลท่ีกระจกตา (Corneal ulcer) ในกรณีทีต่ าปิดไมส่ นิท
2.10.1 สงั เกตและบนั ทึกอาการตาแดง ขี้ตา
2.10.2 ดูแลทำความสะอาดตา ดว้ ยเทคนคิ ปราศจากเช้ือ หยอดหรือปา้ ยยาตามแผนการรักษา
2.10.3 ปิดตาด้วย eye shield ป้องกันการขย้ีตา พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติการกระพริบตาบ่อยๆ
ตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ เพือ่ ไมใ่ หก้ ระจกตามีแผลเพม่ิ มากขึน้
2.10.4 ปดิ เปลอื กตาบนด้วย Micropore
2.11 การปอ้ งกนั การเกิดแผลกดทับ
2.11.1 ประเมินและบนั ทกึ การปอ้ งกันการเกดิ แผลกดทบั โดยใช้ Braden scale
2.11.2 ดแู ลความสะอาดของร่างกายทว่ั ไป และบรเิ วณอวัยวะสบื พันธ์ุ ไมใ่ หม้ ีการอับชนื้ ทาโลชั่น
บรเิ วณผวิ หนังท่ัวไป ทาวาสลนี บริเวณสะโพกและกน้ กบ
2.11.3 กรณีผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองไม่ได้ หรือไม่รู้สึกตัว พลิกตะแคงตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง
อย่างนุ่มนวล หา้ มดงึ หรือลากผู้ปว่ ย สงั เกตรอยแดงตามปุ่มกระดูก
2.11.4 ดแู ลใหผ้ ้ปู ว่ ยไดร้ ับสารนำ้ และอาหาร อยา่ งเพียงพอ
2.11.5 ทำ Passive และ Active exercise เม่อื ผูป้ ว่ ยมคี วามพร้อม เพือ่ ป้องกันการยดึ ติดของข้อ

แนวทางการพยาบาลผู้ป่วยผ่าตัดเน้อื งอกสมองสำหรบั พยาบาลทัว่ ไป

สถาบันประสาทวิทยา ปรับปรุงคร้ังท่ี 1 25

2.11.6 ใช้อุปกรณ์ในการป้องกันการเกิดแผลกดทับตามแนวปฏิบัติการป้องกันการเกิดแผลกดทับ
เช่นทน่ี อนลม เป็นต้น
2.12 การพยาบาลเพื่อลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยและญาติ เก่ียวกับโรคที่เป็นอยู่ และภาพลักษณ์
ทเ่ี ปล่ยี นไปจากเดมิ
2.12.1 เปดิ โอกาสใหผ้ ปู้ ว่ ยและญาติ พบแพทย ์ ซักถามขอ้ สงสัย สรา้ งความมั่นใจ และมีสว่ นรว่ ม
ในการตดั สินใจในการรักษาพยาบาล
2.12.2 ให้กำลงั ใจช่วยเหลอื ประคับประคองแกผ่ ู้ป่วยและครอบครัว
2.12.3 เปดิ โอกาสใหผ้ ูป้ ว่ ยและครอบครวั ได้ใชส้ ่ิงยึดเหนี่ยวทางจติ ใจตามความเหมาะสม
3. การ Ambulate ผปู้ ว่ ย
3.1 นอนพกั บนเตยี ง ปรับไขหวั เตยี งตามแผนการรักษา
3.2 ในรายทม่ี ีอาการแขนขาออ่ นแรง ช่วยพลิกตะแคงตัวผู้ปว่ ยทกุ 2 ช่ัวโมง
3.3 กรณที ีแ่ พทยใ์ หล้ กุ เดนิ ได้ ตอ้ งประเมินความเสีย่ งต่อการพลดั ตกหกลม้
3.4 ดูแลชว่ ยเหลือให้ผู้ป่วยลุกเดนิ และเฝา้ ระวังความปลอดภัย
4. การสอนและทบทวนการปฏิบตั ิตวั ของผปู้ ว่ ย
4.1 ระวังไมใ่ ห้สายระบายต่างๆ พบั งอหรอื เล่อื นหลุด หา้ มดงึ สายและแกะเกาแผล
4.2 การหายใจและการไออยา่ งมีประสิทธิภาพ
4.3 เปล่ยี นท่านอน ทกุ 2 ช่วั โมง
4.4 ประเมนิ ความปวดดว้ ยตนเอง
4.5 การสังเกตอาการผดิ ปกติ เชน่ ปวดศรี ษะ ตาพรา่ มัว มขี องเหลวไหลออกจากแผล
พยาบาลหอผู้ป่วยหนักศัลยกรรม/ผู้ป่วยศัลยกรรม ดูแลผู้ป่วยเนื้องอกสมองหลังผ่าตัดทางโพรงสฟีนอยด์
(Postoperative day 0, 1, 2, 3.....)
การพยาบาลหลังผา่ ตดั วันท่ี 0, 1, 2, 3
1. การประเมินสภาพผู้ป่วย (assessment) ปฏิบัติเช่นเดียวกับการดูแลผู้ป่วยเน้ืองอกสมองทั่วไป ยกเว้น
ขอ้ 1.8 1.9
2. การบำบดั ทางการพยาบาลเพิม่ เติมในการดูแลผูป้ ว่ ยเนือ้ งอกสมองหลงั ผ่าตัดทางโพรงสฟีนอยด ์
2.1 ผปู้ ว่ ยมผี า้ อดั ในชอ่ งจมกู (nasal packing) หรอื ทอ่ ยาง (drain) ออกจากหอ้ งผา่ ตดั อาจเกดิ เยอื่ จมกู
บวม หายใจลำบาก พยาบาลแนะนำการหายใจทางปาก หลกี เลีย่ งการสูดหรอื เปา่ ลมผา่ นทางจมูก ไมไ่ อหรอื จามแรง
และห้ามแคะแกะเกาบริเวณรจู มูก
2.2 ให้ O2 mask with humidified
2.3 Ambulation หลังผ่าตัด 1 วัน
2.4 ประเมินอาการปวดหลังผ่าตดั และให้ยาตามแผนการรกั ษา

แนวทางการพยาบาลผ้ปู ่วยผา่ ตัดเนื้องอกสมองสำหรับพยาบาลท่ัวไป

26 สถาบันประสาทวทิ ยา ปรบั ปรงุ ครั้งที่ 1

2.5 ประเมินภาวะหยดุ หายใจขณะหลบั (sleep apnea) โดยเฉพาะในผู้ป่วย จมูกและขากรรไกรใหญ่
(acromegly)
2.6 กรณีผู้ป่วยผ่าตัดเข้าใต้ริมฝีปากแทนการเข้าทางช่องจมูก ห้ามใช้แปรงสีฟันอย่างน้อย 10 วัน ให้
บ้วนปาก (oral care) ทกุ 4 ชว่ั โมง เพ่อื ปอ้ งกันการติดเชอื้ 21
2.7 ประเมนิ ตดิ ตามภาวะเบาจดื โดย บนั ทกึ จำนวนลกั ษณะสขี องปสั สาวะทกุ ชว่ั โมง ถา้ มจี ำนวนมากกวา่
200 ซ.ี ซ.ี ตอ่ ชว่ั โมงตดิ ตอ่ กนั 2 ชวั่ โมง สใี ส และคา่ ความถว่ งจำเพาะ < 1.005 ตดิ ตามผลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ตั กิ าร
ตามแผนการรกั ษาและรายงานแพทย ์
2.8 หา้ มสอดใสส่ ายทุกชนิดทางจมูก
2.9 ประเมินภาวะแทรกซ้อนทางศัลยกรรม
2.9.1 ประเมนิ การสญู เสยี การมองเหน็ โดยตรวจสอบ visual acuity (ความชดั เจนของการมองเหน็ )
visual fields (ลานสายตา) และ extraocular movement (การเคลอื่ นไหวของลกู ตาหรอื การกรอกตา) ทกุ 1 ชวั่ โมง
ใน 24 ชวั่ โมงแรกหลงั ผ่าตัด22 กรณีพบผิดปกติรายงานแพทย์
2.9.2 ประเมินการรั่วของนำ้ ไขสนั หลังทางช่องจมูก (Cerebrospinal fluid rhinorrhea)
2.9.2.1 ประเมินติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและสอนแนะนำให้ผู้ป่วยว่ากรณีมีของเหลวไหล
ออกจากชอ่ งจมกู หรอื ไหลลงในปาก มากผดิ ปกติ มรี สเคม็ หรอื ขม สขี องเหลวตา่ งจากนำ้ ลายหรอื เลอื ดปน (สเี หลอื งออ่ น
ของ CSF) ตอ้ งแจ้งพยาบาล ให้ผ้ปู ่วยนอนพกั บนเตยี ง และรายงานศัลยแพทย์ทันที เพ่อื พิจารณาใหก้ ารรกั ษา โดย LP
เพอื่ ระบาย CSF (Lumbar drainage) การให้ยาฆา่ เช้ือ และการผ่าตดั ปดิ รอยรัว่
2.9.2.2 พยาบาลจะต้องทำความสะอาดใต้ช่องจมูกบริเวณเหนือริมฝีปากกรณีท่ีมี CSF
rhinorrhea ด้วยเทคนิคปราศจากเช้ือและปิดผ้า gauze sterile รองรับ CSF ลักษณะคล้ายหนวด (moustache
dressing)26 dressing และเปล่ยี นผา้ gauze ใหม่ เม่ือของเหลวซมึ เพอ่ื ป้องกันการติดเช้ือ

ภาพที่ 2 แสดง gauze sterile รองรับ CSF ลกั ษณะคลา้ ยหนวด
2.9.2.3 ประเมนิ การตดิ เชือ้ เยื่อหุม้ สมองและไขสันหลัง25 (meningitis) โดยประเมนิ อาการ
ไข้สงู ปวดศรี ษะรนุ แรง คอแขง็ ไวตอ่ การกระตุ้นด้วยแสง รายงานแพทยท์ นั ที
2.9.3 ประเมนิ GCS และอาการทางระบบประสาทเพราะอาจเกดิ subdural hematoma22 รายงาน
แพทย์ทันที
2.10 ประเมนิ ภาวะเลือดกำเดาไหล22 (epistaxis) ภายหลงั off nasal packing หรือ drain ในวันท่ี 2-3
หลงั การผ่าตดั พบวา่ มีเลือดกำเดาไหล รายงานแพทย์ทนั ที

แนวทางการพยาบาลผปู้ ่วยผ่าตัดเนื้องอกสมองสำหรับพยาบาลทั่วไป

สถาบันประสาทวิทยา ปรบั ปรุงครัง้ ที่ 1 27

กจิ กรรมการพยาบาล : พยาบาลหอ้ งผา่ ตดั
1. ตรวจเยยี่ มผปู้ ว่ ยหลังผ่าตดั เพื่อประเมนิ สภาพผู้ปว่ ย แผลผ่าตดั และภาวะแทรกซอ้ นจากการผา่ ตัด
2. ตรวจสอบตำแหนง่ และการทำงานทอ่ ระบายท่ใี สใ่ นแผล
3. ทบทวนและให้คำแนะนำการปฏบิ ตั ติ ัวหลงั ผ่าตดั และตอบขอ้ ซักถามผู้ปว่ ยและญาติ
4. บนั ทกึ รายงานการพยาบาลหลงั ผ่าตดั และส่งตอ่ ขอ้ มลู การดแู ลแก่พยาบาลประจำหอผู้ป่วย
กจิ กรรมการพยาบาล : วิสัญญพี ยาบาล
1. ติดตามเย่ยี มผปู้ ่วย เพื่อประเมินความปวดและภาวะแทรกซอ้ นหลังไดย้ าระงับความรู้สกึ
2. ทบทวนคำแนะนำการปฏิบัตติ ัวหลงั ไดย้ าระงบั ความรสู้ ึกและเปดิ โอกาสใหผ้ ปู้ ่วย/ญาตซิ กั ถาม
3. บนั ทกึ สรปุ ข้อมลู การเยย่ี ม

แนวทางการพยาบาลผ้ปู ่วยผ่าตัดเนื้องอกสมองสำหรบั พยาบาลท่ัวไป

28 สถาบันประสาทวิทยา ปรบั ปรุงครั้งที่ 1

Appendix 7


พยาบาลประจำหอผู้ป่วย

กิจกรรมพยาบาลหลังผา่ ตดั วันที่ 4-7


1. ประเมนิ สภาพผปู้ ว่ ย (assessment)
1.1 ตรวจสอบและบนั ทกึ สญั ญาณชพี และอาการทางระบบประสาท ทกุ 4 ชว่ั โมง ตามสภาพอาการผปู้ ว่ ย
จนกระทั่งเข้าส่สู ภาวะปกติ (ความถต่ี า่ งกนั )
1.2 สงั เกตอาการและอาการแสดงของภาวะความดันในกะโหลกศรี ษะสูง
1.3 ประเมนิ แผลผ่าตัดมีลกั ษณะ ปวด บวม แดงรอ้ น หรอื มีหนองซมึ ออกมาหรอื ไม ่
2. กิจกรรมทางการพยาบาล (nursing interventions)
2.1 กิจกรรมการพยาบาลในการป้องกนั ภาวะความดนั ในกะโหลกศีรษะสงู
2.1.1 ตรวจสอบและบันทึกสัญญาณชีพและอาการทางระบบประสาท ทุก 4 ชั่วโมง ตามสภาพ
อาการผ้ปู ่วย (ความถตี่ ่างกัน)
2.1.2 สังเกตอาการและอาการแสดงของภาวะความดันในกะโหลกศีรษะสูง ถ้าพบผู้ป่วยมีภาวะ
ความดนั ในกะโหลกศีรษะสงู ตอ้ งให้การพยาบาล และรายงานแพทยท์ นั ที
2.1.3 การจดั ทา่ นอนศรี ษะสูง 30 องศา เพอ่ื เพิม่ การไหลกลับของเลอื ดดำจากสมอง สำหรบั ผูป้ ่วย
ท่ีทำผ่าตัดเนื้องอกก้อนใหญ่ให้จัดนอนตะแคงด้านท่ีมีการทำผ่าตัดอยู่ด้านบนป้องกันภาวะเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมอง
(App6)
2.1.4 ประเมนิ และบริหารจดั การความปวด
2.1.5 ดูแลใหผ้ ูป้ ่วยได้รบั ยาและสารนำ้ ตามแผนการรกั ษา
2.1.6 บันทึกจำนวนสารนำ้ เข้าและออกจากร่างกายทกุ 8 ชัว่ โมงหรอื ตามแผนการรักษา
2.1.7 อธบิ ายใหผ้ ปู้ ว่ ยงดกจิ กรรมทม่ี ผี ลตอ่ Valsava’s maneuver เชน่ ไอจามแรงๆ เบง่ ถา่ ยอจุ จาระ
เป็นต้น
2.1.8 วางแผนใหท้ ำกจิ กรรมพยาบาลทไ่ี มร่ บกวนเกดิ ภาวะความดนั ในกะโหลกศรี ษะสงู ใหอ้ ยใู่ นเวลา
เดยี วกัน (A6)
2.1.9 หลีกเลี่ยงกิจกรรมทเี่ พมิ่ ภาวะความดันในกะโหลกศรี ษะสงู ได้แก่
1) จดั ท่านอนใหศ้ รี ษะสงู 15-30 องศา ลำคอตรงและสะโพกไม่พบั งอมากกวา่ 90องศา
2) ดดู เสมหะใหอ้ อกซิเจน 100% กอ่ นและหลงั ดดู เสมหะเสมอ
2.2 กจิ กรรมการพยาบาลในการปอ้ งกันอบุ ตั เิ หตุจากการชกั เกรง็ กระตุก
2.2.1 เตรยี มอุปกรณส์ ำหรบั ดูแลช่วยเหลือผูป้ ่วย ไดแ้ ก ่ Oropharyngeal airway เคร่ืองดดู เสมหะ
ออกซิเจน
2.2.2 สังเกตและบันทกึ ลักษณะการชกั ระยะเวลา ความถี่ ระดับความร้สู กึ ตัว

แนวทางการพยาบาลผ้ปู ว่ ยผ่าตดั เนอ้ื งอกสมองสำหรับพยาบาลท่ัวไป

สถาบันประสาทวทิ ยา ปรบั ปรุงครงั้ ที่ 1 29

2.2.3 ในกรณีท่ีเกิดการชัก ให้จัดท่าผู้ป่วยนอนตะแคงหน้าไปด้านท่ีไม่มีแผลผ่าตัดและดูแลทางเดิน
หายใจใหโ้ ลง่ ได้รบั ออกซเิ จนอยา่ งเพียงพอ พร้อมรายงานแพทยท์ ันที
2.2.4 ตรวจวดั และบันทกึ สัญญาณชีพ และอาการทางระบบประสาท
2.2.5 ดูแลใหผ้ ู้ปว่ ยไดร้ ับยากนั ชกั ตามแผนการรักษา และสังเกตอาการข้างเคยี งของยา
2.2.6 ดแู ลใหผ้ ปู้ ว่ ยไดร้ บั การพกั ผอ่ นอยา่ งเพยี งพอ จดั สง่ิ แวดลอ้ มใหป้ ราศจากสงิ่ กระตนุ้ และปลอดภยั
จากอบุ ัติเหตุ
2.3 กจิ กรรมการพยาบาลในการส่งเสรมิ การหายของแผลผา่ ตดั
2.3.1 ประเมินปัจจยั เสย่ี งทม่ี ีผลต่อการหายของแผล เช่น ลกั ษณะของแผล ภาวะทพุ โภชนาการและ
โรคร่วมของผ้ปู ว่ ย
2.3.2 สงั เกตลกั ษณะแผลทผี่ ิดปกติเช่น อักเสบ บวม แดงรอ้ น แผลมกี ล่นิ เหมน็ หรอื แผลมีหนองไหล
2.3.3 แนะนำอาหารที่สง่ เสริมการหายของแผล ไดแ้ ก่ อาหารทีม่ โี ปรตีนและวิตามินซสี ูง
2.4 กิจกรรมการพยาบาลในการปอ้ งกนั การตดิ เช้อื ในระบบต่างๆ
2.4.1 ล้างมอื ทุกคร้ังก่อนและหลงั ให้การพยาบาล
2.4.2 วดั และบนั ทกึ อุณหภูมิของรา่ งกายทุก 4 ชวั่ โมง
2.4.3 ปิดแผลผ่าตัดด้วยผ้าปราศจากเช้ือนาน 24-48 ชั่วโมง กรณีจำเป็นต้องทำความสะอาดแผล
ผ่าตัด ต้องใชเ้ ทคนคิ ปลอดเช้ืออย่างเคร่งครดั และลา้ งมอื กอ่ นหลังการใหก้ ารพยาบาล
2.4.4 กรณีท่ีผู้ป่วยใส่ท่อระบาย ดูแลให้อยู่ในระบบปิด และให้การพยาบาลด้วยหลักปราศจากเช้ือ
อย่างเคร่งครัด
2.4.5 ใหย้ าตามแผนการรกั ษา
2.4.6 ตดิ ตามการรายงานผลการสง่ เพาะเช้ือ ส่ิงคัดหลง่ั จากแผล นำ้ ไขสนั หลัง ตามแผนการรกั ษา
2.4.7 เฝ้าระวงั การติดเช้อื ในตำแหนง่ แผลผ่าตดั การสงั เกตอาการและอาการแสดงของการติดเชือ้
2.4.8 ใหค้ วามร้แู กผ่ ปู้ ว่ ยและญาติเก่ียวกับการดูแลแผลผา่ ตดั
2.5 กิจกรรมเพ่อื ป้องกนั ภาวะทุพโภชนาการ
2.5.1 ผปู้ ว่ ยทม่ี ปี ญั หาการกลนื ลำบาก (ภาคผนวกแนวทางการปฏิบตั ิการกลนื อยา่ งปลอดภัย)
2.5.2 ประเมินการทำงานของลำไส้
2.5.3 ประเมนิ ภาวะทพุ โภชนาการรว่ มกับทมี สหวชิ าชีพ
2.5.4 ดแู ลใหไ้ ดร้ ับสารอาหารครบ 5 หมู่ ตามหลักโภชนาการ
2.5.5 แนะนำใหญ้ าตจิ ดั อาหารทีผ่ ูป้ ่วยชอบ และไม่ขดั กับแผนการรักษา
2.5.6 ตดิ ตามผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
2.6 กจิ กรรมเพอ่ื ปอ้ งกนั การขาดฮอรโ์ มนในรายทเ่ี ปน็ เนอ้ื งอกบรเิ วณตอ่ มพทิ อู ติ าลแี ละตอ่ มไฮโปธาลามสั
2.6.1 ดแู ลให้ไดร้ บั ยาฮอร์โมนตามแผนการรกั ษา
2.6.2 ประเมินภาวะแทรกซอ้ นจากการไดร้ บั ฮอรโ์ มน เชน่ เลือดออกในกระเพาะอาหาร
2.6.3 บันทกึ จำนวนนำ้ เข้า-ออกจากรา่ งกาย
2.6.4 ติดตามผลการตรวจทางหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร

แนวทางการพยาบาลผ้ปู ่วยผ่าตัดเนอื้ งอกสมองสำหรบั พยาบาลทว่ั ไป

30 สถาบนั ประสาทวทิ ยา ปรบั ปรุงครั้งท่ี 1

2.7 กิจกรรมเพ่อื ปอ้ งกนั การเกดิ แผลท่ีกระจกตา (App. 6)
2.8 กิจกรรมส่งเสรมิ ความสขุ สบายและปลอดภัยแกผ่ ู้ปว่ ย
2.8.1 ดแู ลความสขุ สบายทัว่ ไป เช่น การนอนหลับ คล่นื ไส้อาเจยี น
2.8.2 ดูแลความสะอาดของรา่ งกาย
2.8.3 ดแู ลความปลอดภัยจากการพลัดตกหกลม้
2.9 กิจกรรมส่งเสรมิ การขับถ่าย
2.9.1 ดแู ลรบั ประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม้
2.9.2 ดแู ลด่ืมน้ำ วนั ละ 2,000-3,000 ซ.ี ซี. หรือตามแผนการรกั ษา
2.9.3 ดูแลไดร้ ับยาระบายตามแผนการรักษาของแพทย์
2.9.4 ดแู ลใหม้ ีการเคล่อื นไหวร่างกาย
2.10 กิจกรรมสง่ เสริมผปู้ ่วยท่ีมภี าวะบกพรอ่ งทางดา้ นการสอื่ สาร
2.10.1 เลือกวิธีการสอ่ื สารท่ีเหมาะสม
2.10.2 กระต้นุ ให้ผปู้ ่วยให้มีการสื่อสาร
2.11 กิจกรรมสง่ เสริมด้านจติ ใจ
2.11.1 ประสานให้ผู้ป่วยและญาติ พบแพทย์ เพ่ือรับฟังการดำเนินของโรค และแผนการรักษา
พร้อมซักถามข้อสงสยั สร้างความมนั่ ใจ และมสี ว่ นรว่ มในการรกั ษาพยาบาล
2.11.2 ใหก้ ารพยาบาลผปู้ ว่ ยดว้ ยความนม่ิ นวล ให้กำลงั ใจ แสดงท่าทีเขา้ ใจ และมีการพดู คยุ ซักถาม
อย่างสมำ่ เสมอ และจัดหาแหล่งสนับสนุนทางสงั คม
2.11.3 ชว่ ยเหลือประคับประคองดา้ นจิตใจแก่ครอบครวั ผู้ปว่ ย
2.11.4 เปดิ โอกาสใหผ้ ปู้ ว่ ยและครอบครวั ไดใ้ ชส้ ง่ิ ยดึ เหนย่ี วทางจติ ใจตามความตอ้ งการอยา่ งเหมาะสม
3. การ Ambulate ผู้ปว่ ย
3.1 ดูแลให้ผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองมากข้ึน เช่น การน่ังรับประทานอาหารเองบนเตียงหรือลุกเดินเข้า
ห้องนำ้
3.2 ช่วยพลกิ ตะแคงตวั ทกุ 2 ชว่ั โมง ในรายทผ่ี ู้ปว่ ยไม่สามารถชว่ ยเหลอื ตนเองได้
3.3 ในรายที่มอี าการแขนขาออ่ นแรงส่งกายภาพบำบัดโดยแบ่งเปน็
3.3.1 Active Exercise คอื ผ้ปู ่วยออกแรงขยับข้อหรอื แขน-ขา
3.3.2 Passive Exercise คือ ผู้บำบดั ออกแรงขยบั ข้อหรือแขน-ขาให้ผู้ปว่ ย
4. วางแผนจำหนา่ ยผปู้ ่วยในระยะแรก การสอนและทบทวนการปฏิบัติตัวของผปู้ ่วยเกย่ี วกบั
4.1 การรบั ประทานอาหาร
4.2 การออกกำลงั กาย
4.3 การดแู ลแผล
4.4 การสังเกตสิง่ ผดิ ปกติ
4.5 การรบั ประทานยา

แนวทางการพยาบาลผ้ปู ่วยผา่ ตัดเนือ้ งอกสมองสำหรับพยาบาลทว่ั ไป

สถาบันประสาทวิทยา ปรบั ปรุงครั้งที่ 1 31

Appendix 8


การดูแลผู้ป่วยในระยะประคับประคอง (palliative care)


คำจำกัดความ : Palliative care (WHO 2002)36
เป็นแนวทางการดูแลที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ซ่ึงเผชิญกับโรคท่ีคุกคามชีวิต (HIV,
chronic illness, critical illness) โดยให้การป้องกันและบรรเทาความทุกข์ทรมานแบบองค์รวม สำหรับการ
วนิ จิ ฉยั ผทู้ ตี่ อ้ งการ palliative care แตเ่ นน่ิ ๆ การประเมนิ ตอ้ งใหค้ รอบคลมุ สมบรู ณท์ กุ ดา้ น ดแู ลความปวด และอาการ
ทรมานอ่ืนๆ อย่างครบองคร์ วม อาจรว่ มกับเคมีบำบัด การฉายแสง และการตรวจทางห้องปฏบิ ตั กิ าร เพื่อทำให้เขา้ ใจ
และรักษาภาวะแทรกซ้อนท่ีทำใหเ้ กิดการทรมาน
กจิ กรรมการใหค้ ำปรึกษาสำหรับผู้ป่วย
1. ใหข้ อ้ มลู แกผ่ ปู้ ว่ ย ถงึ ภาวะโรคซงึ่ อยใู่ นระยะทไี่ มอ่ าจจะรกั ษาใหห้ ายไดด้ ว้ ยวทิ ยาการทางการแพทยส์ มยั ใหม่
ซง่ึ ในขณะนกี้ ารดแู ลผู้ปว่ ยเป็นแบบประคับประคอง โดยไมเ่ ร่งรัดหรอื ไมจ่ งใจยดื ยือ้ ชีวิตของผู้ป่วย
2. ค้นหาสิ่งที่คา้ งคาใจ และชว่ ยเหลอื ใหผ้ ู้ปว่ ยสามารถเผชิญความตายไดอ้ ยา่ งสงบ
3. ให้คำปรึกษากบั ผ้ปู ่วยและญาตติ ลอดระยะเวลารักษาตัวอยู่ในสถานบริการ
4. เปิดโอกาสให้ซกั ถาม และระบายความรสู้ กึ ดว้ ยท่าทที เ่ี ป็นมิตรและเข้าใจ
5. ให้ความมั่นใจว่าผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จนวาระสุดท้ายของชีวิตและ
หลงั จากเสยี ชีวิตแลว้
6. ให้คำแนะนำเก่ยี วกับการปฏบิ ตั ติ ัวของผู้ป่วย ในกรณีที่ตอ้ งการกลบั ไปรับการดแู ลต่อเนือ่ งทบี่ า้ น
กจิ กรรมการให้คำปรึกษาสำหรบั ญาติ
1. ใหข้ อ้ มลู กบั ญาตถิ งึ การดำเนนิ ของโรคของผปู้ ว่ ย ตามแผนการรกั ษาของแพทย์ และการปฏบิ ตั ติ วั เตรยี มการ
ไวร้ องรับเม่ือผูป้ ว่ ยเสยี ชีวติ
2. ใหข้ อ้ มลู และขอ้ ควรระวงั เกยี่ วกบั ยา การผา่ ตดั หรอื การรกั ษาอนื่ ๆ ทไ่ี มม่ ผี ลทางวทิ ยาศาสตร์ หรอื ทางการ
แพทย์รับรอง
3. เตรยี มพธิ กี ารทางศาสนา
4. การเตรยี มบ้านรองรับสถานการณ์ทจี่ ะเปล่ยี นไป
5. การจดั การพินัยกรรมของผ้ปู ่วย หนีส้ ิน และทรัพย์สนิ
6. ชว่ ยจัดการส่ิงท่ีค้างคาใจที่ทำให้ผู้ปว่ ยไมส่ ามารถเสยี ชีวติ อยา่ งสงบ
7. เมอ่ื ผปู้ ว่ ยเสียชีวติ ให้คำแนะนำในการเผชญิ กับความเศรา้ โศกสญู เสีย
8. การตดิ ต่อประสานงานกับหน่วยงานอ่นื ๆ

แนวทางการพยาบาลผู้ปว่ ยผ่าตดั เน้ืองอกสมองสำหรบั พยาบาลทัว่ ไป

32 สถาบนั ประสาทวิทยา ปรบั ปรุงครง้ั ท่ี 1

กจิ กรรมการพยาบาล :
1. วางแผนการให้การบริการ เม่ือค้นพบผู้ป่วยท่ีต้องการการดูแลแบบประคับประคอง (โดยใช้แบบประเมิน
Palliative performance scale: PPS V2)
2. ปรกึ ษา Palliative care team
3. ประเมินภาวะทางร่างกาย จิตใจ สงั คม จิตวิญญาณของผู้ปว่ ยและญาติเป็นระยะๆ
4. ร่วมกับทีมสหวิชาชีพวางแผนการดูแลผู้ป่วย ให้สุขสบาย ไม่ปวด คงศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ จนวาระ
สดุ ท้าย
5. รว่ มดแู ลผ้ปู ่วยท่บี า้ น ดว้ ยวิถีที่ผ้ปู ่วยและญาติตอ้ งการ, HHC
6. ส่งตอ่ การใหบ้ รกิ ารเม่ือผ้ปู ่วยยา้ ยทีอ่ ย่ไู ปยงั หนว่ ยงานบรกิ ารสาธารณสขุ ในพ้ืนท่รี ับผดิ ชอบ
7. ยตุ ิการใหบ้ ริการเมื่อผู้ป่วยปฏิเสธการรบั บริการ ยา้ ยออกนอกเขตบริการสาธารณสขุ พน้ื ท่ี
8. ใหก้ ารดแู ลครอบครวั หลังจากทผี่ ูป้ ่วยเสียชวี ติ

Department of Family Medicine, Ramathibodi Hospital
ตารางท่ี 2 Palliative Performance Scale (PPSv2) ฉบับภาษาไทย37

PPS ความสามารถ
กิจกรรมและ
การดแู ลตนเอง
การกินอาหาร
ความรสู้ ึกตวั

Level ในการเคลื่อนไหว
ความรุนแรงของโรค


100% ปกติ ทำงานและกิจกรรมตา่ งๆ ได้ตามปกติ ปกติ ปกติ ปกติ
ไมม่ โี รค

90% ปกติ ทำงานและกิจกรรมตา่ งๆ ได้ตามปกติ ปกติ ปกติ ปกติ
เริม่ หลักฐาน ของตัวโรค

80% ปกติ ทำกิจกรรมตา่ งๆ ไดแ้ ตต่ อ้ งใช้ ปกติ ปกติหรอื ลดลง ปกติ
ความพยายาม เริม่ หลกั ฐานของตัวโรค

70% ลดลงกว่าปกติ ไม่สามารถทำงานปกติ ปกติ ปกตหิ รือลดลง ปกติ
ตวั โรคค่อนข้างรนุ แรง

60% ลดลงกว่าปกติ ไมส่ ามารถทำงานอดิเรกหรอื งานบา้ น ตอ้ งการความ
ปกตหิ รอื ลดลง ปกติหรือสบั สน
ตวั โรคคอ่ นขา้ งรุนแรง ชว่ ยเหลือเป็น
บางคร้งั


50% สว่ นใหญน่ ง่ั /นอน ไมส่ ามารถทำงานใดๆ ตัวโรครนุ แรง ตอ้ งการความ
ปกตหิ รือลดลง ปกติหรือสบั สน
ช่วยเหลอื เป็น
ส่วนใหญ่


40% สว่ นใหญน่ อน ไมส่ ามารถทำกจิ กรรม ต้องการความ ปกตหิ รอื ลดลง ปกติหรอื ง่วงซมึ
สว่ นใหญ่ ตวั โรครุนแรง ชว่ ยเหลอื
+/- สบั สน
เกอื บท้งั หมด


แนวทางการพยาบาลผ้ปู ว่ ยผ่าตดั เนอ้ื งอกสมองสำหรับพยาบาลทว่ั ไป

สถาบันประสาทวทิ ยา ปรับปรุงคร้งั ท่ี 1 33

ตารางท่ี 2 Palliative Performance Scale (PPSv2) ฉบบั ภาษาไทย37 (ต่อ)

PPS ความสามารถ
กิจกรรมและ
การดแู ลตนเอง
การกนิ อาหาร
ความรสู้ กึ ตวั

Level ในการเคลอื่ นไหว
ความรนุ แรงของโรค


30% อยบู่ นเตยี งตลอด ไมส่ ามารถทำกจิ กรรม ส่วนใหญ่ ตอ้ งการความ ปกติหรือลดลง ปกติหรือง่วงซมึ
ตัวโรครนุ แรง ช่วยเหลือ +/- สับสน
ทง้ั หมด


20% อยู่บนเตียงตลอด ไม่สามารถทำกจิ กรรม ใดๆ ตอ้ งการความ ลดลงมากหรอื ปกตหิ รอื ง่วงซมึ
ตวั โรครุนแรง ชว่ ยเหลือ เพยี งจบิ น้ำ
+/- สับสน
ท้ังหมด


10%
อยบู่ นเตียงตลอด
ไมส่ ามารถทำกิจกรรม ใดๆ ตัวโรค ตอ้ งการความ ไมก่ ินหรอื
งว่ งซมึ หรือ

รุนแรง
ช่วยเหลือ ดืม่ น้ำเลย
ปลุกไมต่ ่นื

ท้ังหมด
+/- สับสน



เสยี ชีวิต






** แปลเปน็ ภาษาไทยโดย พญ.ดาริน จตุรภัทรพร
หมายเหต ุ เกณฑ์การตัดสนิ ผูป้ ว่ ย Palliative care จะอย่ใู นระดับตง้ั แต่ 0-40%
วิธีการใช้ PPS
1. ใหเ้ ริม่ ประเมนิ โดยอา่ นตารางในแนวขวาง จากซ้ายไปขวา
2. เร่ิมอ่านจากการเคลื่อนไหวแล้วจึงอ่านคอลัมน์ถัดไป คอลัมน์ซ้ายสุดจะเป็นตัวกำหนดว่า ไม่สามารถให้คะแนนใน
คอลัมน์ถัดไปสูงขึ้นกว่าน้ีได้ เช่น ถ้าผู้ป่วยได้คะแนนเร่ืองการเคลื่อนไหวได้ 40% แม้ว่าคะแนนช่องถัดมาทางด้านขวา
ของตารางจะเกนิ 40% ตามช่องซ้ายสุดเท่านน้ั
3. ไม่สามารถใหค้ ะแนนระหว่างกลางเชน่ 45% ได้ ผปู้ ระเมินต้องเลอื กวา่ จะใหค้ ะแนน 40% หรอื 50% ข้ึนกับวา่ คะแนนใด
ใกลเ้ คยี งกบั ความสามารถผปู้ ว่ ยในเวลาทปี่ ระเมนิ มากทส่ี ดุ ประโยชนข์ องการประเมนิ PPS คอื เพอ่ื ใชต้ ดิ ตามผลการรกั ษา
ประเมนิ ภาระงานของผู้ดูแลผปู้ ว่ ย และใชป้ ระเมนิ การพยากรณโ์ รคโดยครา่ วๆ

แนวทางการพยาบาลผปู้ ่วยผา่ ตดั เนือ้ งอกสมองสำหรบั พยาบาลท่วั ไป

34 สถาบนั ประสาทวิทยา ปรบั ปรงุ ครงั้ ที่ 1

Appendix 9


การวางแผนการจำหน่าย และการดแู ลต่อเนื่องทบ่ี า้ น


การวางแผนการจำหนา่ ย
1. ประเมินสภาพปญั หาและความต้องการของผปู้ ว่ ย
1.1 สัญญาณชีพ อาการทางระบบประสาท (vital signs, neurological signs, neurological deficit)
1.2 การประเมนิ กิจวตั รประจำวนั (โดยใช้ Barthel Index: BI) (ภาคผนวกที่ 2)
1.3 สภาวะทางด้านอารมณ์และจิตใจ (mood and mental status)
1.4 อาหารและยา
1.5 การสอื่ สาร (communication)
1.6 การรบั รู้ (perception)
1.7 การขบั ถ่าย
2. ประเมินสภาพปญั หาและความตอ้ งการของครอบครวั /ผูด้ แู ล
2.1 ความรูค้ วามเข้าใจเกี่ยวกับโรค ความก้าวหนา้ ของโรค ความรู้ในการดแู ลต่อเน่อื งทบี่ า้ น
2.2 ความพร้อมด้านจิตใจ อารมณส์ ังคมและเศรษฐกิจ
2.3 สภาพส่ิงแวดลอ้ มทีม่ ผี ลต่อการดูแลผู้ป่วย
2.4 ทักษะในการดแู ลผปู้ ว่ ยต่อเนือ่ งท่ีบ้าน
2.5 แรงสนับสนนุ ทางสังคม
2.6 ความเชอ่ื ค่านยิ ม
3. การเตรยี มความพร้อมผปู้ ่วย ญาตแิ ละผดู้ แู ล
ดา้ นผู้ป่วย
3.1 ใหค้ วามร้เู กยี่ วกบั โรค การปฏิบตั ิตนเมื่อกลับบ้านหลงั ผา่ ตดั เนือ้ งอกสมอง
3.2 ฝึกทกั ษะในการฟ้ืนฟสู ภาพ การปฏิบัติกิจวัตรประจำวนั การกลนื อาหาร การพดู การเคลื่อนไหว
3.3 การสังเกตอาการผิดปกติ (ภาคผนวกท่ี 13)
3.4 การป้องกันอนั ตรายจากการชกั (ภาคผนวกที่ 13)
3.5 ให้ความรู้ และทักษะในการปฏบิ ตั ิตนเม่อื กลับบ้านภายหลังไดร้ บั การฉายแสง หรือหลงั ได้รับยาเคมี
บำบัด (ภาคผนวกที่ 12)

ด้านครอบครัวและผดู้ ูแล
3.6 ประสานการเตรียมความพร้อมการดูแลตอ่ เน่ืองท่บี า้ นร่วมกบั ทีมสหสาขาวิชาชีพที่เกี่ยวข้อง
3.7 ให้ความรู้ และฝึกทักษะแก่ญาติในการดูแลผู้ป่วยต่อเนื่องท่ีบ้านในกรณีท่ีได้รับการฉายแสงหรือ
หลงั ไดร้ บั ยาเคมีบำบดั
3.8 ใหค้ วามร้เู กี่ยวกบั โรค ฝึกทกั ษะในการดแู ลผู้ปว่ ยต่อเนื่องทบ่ี ้าน (ภาคผนวก 13)

แนวทางการพยาบาลผปู้ ว่ ยผ่าตดั เนอ้ื งอกสมองสำหรบั พยาบาลทวั่ ไป

สถาบันประสาทวทิ ยา ปรบั ปรงุ ครั้งที่ 1 35

3.9 การสงั เกตอาการผิดปกติ (ภาคผนวก 13)
3.10 การปอ้ งกนั อันตรายจากการชกั (ภาคผนวก 13)
4. ดแู ลปรับสภาพบา้ น และสิ่งแวดลอ้ ม เตรยี มวสั ดแุ ละอปุ กรณใ์ นการดูแลตอ่ เนอื่ งทบ่ี า้ น (ภาคผนวก 14)
5. ให้ความรู้เก่ียวกับแหล่งประโยชน์ต่างๆ และกระบวนการส่งต่อ ผู้ป่วยในชุมชนตามภูมิลำเนาของผู้ป่วย
เพือ่ การดแู ลรักษาตอ่ เน่ือง
6. การส่งต่อเพ่ือฉายแสงและเคมีบำบัด หรือการส่งต่อเพื่อรักษาต่อเนื่องท่ีโรงพยาบาลต้นสังกัดตามสิทธิ
ให้ข้อมูลแก่ผู้ป่วยและญาติ ถึงแผนการรักษา และพบแพทย์เพ่ืออธิบายถึงความจำเป็นที่ต้องส่งต่อไปเพ่ือฉายแสง
และเคมีบำบัด หรือส่งต่อไปยังสถานพยาบาลต้นสังกัดเพื่อการดูแลรักษาและฟ้ืนฟูสภาพ และเปิดโอกาสให้ผู้ป่วย
และญาติ มีสว่ นรว่ มในการตดั สินใจในการรักษาพยาบาล
7. ประสานการดแู ลตอ่ เนื่องรว่ มกับทีมสหวิชาชพี ทเี่ ก่ียวขอ้ ง
8. ส่งต่อและประสานงานเครือขา่ ยเพ่ือการติดตามดูแลต่อเนื่องท่บี ้าน
9. ให้ผูป้ ่วยหรือญาติลงนามยินยอมในการดูแลตอ่ เนอ่ื งท่บี า้ นหรอื ตามบรบิ ทของแตล่ ะหนว่ ยงาน
10. การตดิ ตามผ้ปู ่วยมาตรวจตามนัดและเปดิ โอกาสให้ปรกึ ษาทางโทรศัพท์
การดูแลตอ่ เน่ืองทบี่ า้ น
การดูแลตอ่ เนอ่ื งทบี่ า้ นคร้งั ที่ 1 (1-2 สัปดาห)์
1. การประเมินปญั หาและความตอ้ งการของผปู้ ่วย
การประเมนิ สภาพรา่ งกาย การรบั รู้ สญั ญาณชพี อาการแสดงทางระบบประสาท การปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจำวนั
(โดยใช้ Barthel Index: BI) อาหารและยา การสื่อสาร การสังเกตอาการข้างเคียงจากการได้รับยาเคมีบำบัด
หรอื จากการฉายแสง ประเมนิ ความรแู้ ละการปฏบิ ตั ิตนท่บี ้านในการปอ้ งกนั ภาวะแทรกซอ้ นหลังผ่าตดั เน้อื งอกสมอง
อาการผิดปกติ และสภาวะทางด้านอารมณแ์ ละจติ ใจ ประเมินสภาพบ้านและสิง่ แวดล้อม อุปกรณข์ องใช้ตา่ งๆ ฯลฯ
(ภาคผนวกที่ 13)
* ประเมิน BI < 75 คะแนน ให้มกี ารดูแลสุขภาพทบ่ี า้ นตอ่ ในคร้ังท่ี 2, 3, 4
* ประเมนิ BI > 75 คะแนน ใหม้ กี ารดูแลสุขภาพทบ่ี า้ นตอ่ ในครงั้ ที่ 2 (สปั ดาห์ที่ 3-4) และลงบันทึกพร้อมยตุ ิ
การให้บริการการดูแลสุขภาพที่บ้าน พร้อมส่งต่อไปยังเครือข่ายหรือสถานบริการใกล้บ้าน รวมทั้งให้เบอร์โทรศัพท์
ท่ีสามารถใหค้ ำปรกึ ษาปญั หาสุขภาพได้
2. วางแผนร่วมกับทีมสหวิชาชีพ โดยให้ผู้ป่วยและญาติมีส่วนร่วมในการวางแผน สอนสาธิต ทบทวน
ความร้แู ละทักษะในการดแู ลผู้ปว่ ยตอ่ เน่ืองท่ีบ้าน ในเรอ่ื ง
- การเคาะปอด
- การดดู เสมหะ
- การให้อาหารทางสายยาง
- การเคล่ือนย้ายผู้ปว่ ย
- การทำกายภาพบำบัด

แนวทางการพยาบาลผูป้ ่วยผา่ ตัดเน้ืองอกสมองสำหรับพยาบาลท่ัวไป

36 สถาบันประสาทวทิ ยา ปรบั ปรุงครั้งที่ 1

- การปอ้ งกันอุบตั เิ หตุพลดั ตกลื่นล้ม
- การใหย้ า และฤทธิข์ ้างเคียงของยา
การสงั เกตอาการผิดปกติ การป้องกนั ภาวะแทรกซอ้ นหลงั ผ่าตดั เนอ้ื งอกสมองเช่น
- การปอ้ งกันการตดิ เช้อื ในสมองและแผลผ่าตัด
- ภาวะความดนั ในกะโหลกศีรษะสูง
- ปอดบวม
- การตดิ เชอ้ื ในระบบทางเดินปัสสาวะ
- แผลกดทบั
- ขอ้ ยึดติด
- ภาวะซมึ เศร้า
รวมทั้งแนะนำให้มาพบแพทย์ตามนัด และแนะนำแหล่งประโยชน์เมื่อเกิดภาวะฉุกเฉิน (เบอร์หน่วยแพทย์
ฉกุ เฉนิ 1669)
3. ให้คำปรึกษาและให้กำลงั ใจ
4. บนั ทกึ ข้อมูลการเยยี่ ม
5. นดั หมายการเยย่ี มครั้งต่อไป
การดูแลตอ่ เน่ืองที่บา้ นครง้ั ท่ี 2 (1-2 สัปดาห์หลังการเยย่ี มคร้งั ท่ี 1)
ให้การพยาบาลการดูแลสุขภาพที่บ้านเหมือนคร้ังท่ี 1 ข้อท่ี 1-4 ติดตามและประเมินผลการปรับปรุงและ
แก้ปญั หาจากการเยย่ี มคร้ังท่ี 1
* ประเมิน BI < 75 คะแนน ให้มีการดูแลสุขภาพทบี่ ้านต่อในคร้ังที่ 3,4
* ประเมนิ BI >75 คะแนน
ลงบันทึกพร้อมยุติการให้บริการการดูแลสุขภาพที่บ้าน และส่งต่อไปยังเครือข่ายหรือสถานบริการใกล้บ้าน
รวมท้งั ให้เบอรโ์ ทรศพั ท์ที่สามารถใหค้ ำปรึกษาปญั หาสุขภาพได้
การดูแลต่อเนอ่ื งท่ีบ้านครั้งท่ี 3 (3-4 สปั ดาหห์ ลังการเย่ยี มครง้ั ท่ี 2)
ให้การพยาบาลการดูแลสุขภาพที่บ้านเหมือนครั้งท่ี 1 ข้อที่ 1-4 ติดตามและประเมินผลการปรับปรุงและ
แก้ปัญหาจากการเยี่ยมคร้งั ท่ี 2
* ประเมิน BI < 75 คะแนน ให้มกี ารดแู ลสขุ ภาพที่บา้ นตอ่ ในครั้งท่ี 4
* ประเมนิ BI >75 คะแนน
ลงบันทึกพร้อมยุติการให้บริการการดูแลสุขภาพที่บ้าน และส่งต่อไปยังเครือข่ายหรือสถานบริการใกล้บ้าน
รวมทงั้ ให้เบอร์โทรศพั ท์ท่สี ามารถให้คำปรกึ ษาปญั หาสขุ ภาพได้
การดแู ลต่อเน่ืองที่บ้านคร้งั ท่ี 4 (3-4 สัปดาหห์ ลงั การเยีย่ มคร้งั ท่ี 3)
ให้การพยาบาลการดูแลสุขภาพท่ีบ้านเหมือนคร้ังท่ี 1 ข้อท่ี 1-4 พร้อมยุติการให้บริการการดูแลสุขภาพ
ที่บา้ นและสง่ ตอ่ ไปยงั เครือขา่ ยหรือสถานบรกิ ารใกลบ้ ้าน รวมทัง้ เปิดโอกาสให้ปรกึ ษาทางโทรศัพทไ์ ด้

แนวทางการพยาบาลผู้ปว่ ยผา่ ตดั เนอ้ื งอกสมองสำหรบั พยาบาลท่วั ไป

สถาบนั ประสาทวทิ ยา ปรับปรุงครั้งท่ี 1 37

ภาคผนวกท่ี 1


การประเมินอาการทางระบบประสาท (neurological assessment)


1. ระดบั การเปลี่ยนแปลงของความรสู้ กึ ตวั โดยใช้ Glasgow Coma Scale (GCS)
การลมื ตา (Eye opening)
- ลมื ตาไดเ้ อง 4 คะแนน
- ลมื ตาเมือ่ เรยี ก 3 คะแนน
- ลืมตาเมอ่ื รู้สึกเจ็บปวด 2 คะแนน
- ไมล่ มื ตาเลย 1 คะแนน
การตอบสนองตอ่ การเรียกหรือการพูด (Verbal Response)
- พูดคยุ ไดไ้ มส่ บั สน 5 คะแนน
- พูดคุยไดแ้ ตส่ บั สน 4 คะแนน
- พดู เป็นคำๆ 3 คะแนน
- ส่งเสยี งไมเ่ ปน็ คำพูด 2 คะแนน
- ไมอ่ อกเสยี งเลย 1 คะแนน
การเคล่ือนไหวท่ดี ีทส่ี ุด (Movement)
- ทำตามคำสั่งได้ 6 คะแนน
- ทราบตำแหนง่ ทเี่ จ็บ 5 คะแนน
- ชกั แขน ขาหนีเมอื่ เจบ็ 4 คะแนน
- แขนงอผิดปกติ 3 คะแนน
- แขนเหยยี ดผดิ ปกติ 2 คะแนน
- ไมเ่ คลื่อนไหวเลย 1 คะแนน
คะแนนรวม = 15 คะแนน เม่ือประเมนิ ซ้ำ ถา้ คะแนนประเมินต่ำกว่าเดมิ 1-2 คะแนน ให้รายงาน
แพทย์ทันที
หมายเหต ุ : ลมื ตาโดยไม่มี Response เลย ให้ 1 คะแนน
: ถา้ ใส่ทอ่ ชว่ ยหายใจใหใ้ ส่ VT
: กรณผี ปู้ ว่ ย พดู ไมช่ ดั ใหใ้ ส่คำวา่ V aphasia

แนวทางการพยาบาลผูป้ ว่ ยผา่ ตดั เนื้องอกสมองสำหรบั พยาบาลท่วั ไป

38 สถาบันประสาทวทิ ยา ปรับปรุงครง้ั ท่ี 1


Click to View FlipBook Version